คือ ศาล องค์กรอิสระ และมาตรการป้องกันนักการเมืองที่ทุจริตคดโกง ที่เข้มงวดเด็ดขาด กลไกนี้หรือเปล่าที่พรรคเพื่อไทยไม่ต้องการ ทำไมกระผมจึงคิดเช่นนั้น เพราะการบริหารประเทศ ของพรรคเพื่อไทยที่ผ่านมา มีเรื่องกล่าวหาการทุจริตคดโกง เกิดขึ้นมาอย่างมากมาย จนปรากฏเป็นข้อเท็จจริงว่า นักการเมืองจากพรรคเพื่อไทยหลายคน ต้องถูกศาลพิจารณา ลงโทษจำคุกตัดสิทธิทางการเมือง หลายคนอยู่ระหว่างการหลบหนีคดี และบางคนที่เป็นคนสำคัญของพรรคเพื่อไทย ก็ยังหลบหนีคดีอยู่ซึ่งไม่มีอายุความ ด้วยเหตุของการไม่มีอายุความนี่ล่ะ จึงทำให้บุคคลสำคัญบางคนของพรรคเพื่อไทย จำเป็นที่จะต้องเดินทางกลับเข้ามาประเทศไทย เพื่อรับโทษตามกระบวนการยุติธรรม มิฉะนั้น เขาจะต้องหนีออกจากประเทศไทย ที่เป็นแหล่งที่มีความสงบสุข เป็นความสุขที่สุดของคนไทย ไม่สามารถมาใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทยได้ หากมีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ กลไกที่กระฉับ นักการเมืองที่ทุจริตคดโกงจะหายไป จะเปิดโอกาสทำให้นักการเมืองที่ทุจริตคดโกง เข้ามามีบทบาท ในการบริหารประเทศได้อีกครั้งหนึ่ง หากเป็นเช่นนั้นจริง เท่ากับว่าพรรคเพื่อไทยต้องการเป็นรัฐบาล มีภารกิจเร่งด่วนสำคัญ ที่จะต้องร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับนักการเมืองที่ทุจริตคดโกง มากกว่าการต้องการเป็นรัฐบาล เพื่อบริหารประเทศ เพื่อเข้าไปแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ให้กับประชาชน นอกจากนี้การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ยังไปสอดคล้องกับความต้องการ ของพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง ที่ต้องการจะร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทุกหมวด ทุกมาตรา ไม่เว้นแม้แต่การแก้ไข ความเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว ของประเทศไทยที่จะแบ่งแยกมิได้ ไม่เว้นแม้แต่หมวดคุ้มครองสถานะ ขององค์พระมหากษัตริย์ ให้จงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ ท่านประธานครับ ปัจจุบันสถานการณ์ทางการเมืองของไทย สังคมไม่ไว้วางใจกัน ประชาชนมีความขัดแย้ง แตกแยกทางความคิดอย่างรุนแรง การแตกแยกทางความคิดเหล่านี้ ลุกลามเข้าไปถึงครอบครัวซึ่งเป็นสังคมขนาดเล็ก โดยการปลุกปั่นของนักการเมือง ผู้สูญเสียอำนาจทุกวิถีทาง ไม่ว่าฝ่ายใดผมไม่ได้ตำหนิ ทุกฝ่าย โดยเฉพาะการใช้สื่อทางออนไลน์ ที่เข้าไปถึงความคิดของเยาวชนผู้เยาว์วัยได้ง่าย สิ่งนี้เป็นอันตราย ต่อความมั่นคงของชาติเป็นอย่างยิ่ง เมื่อการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จึงจะเป็นการเพิ่มประเด็นความขัดแย้ง ในสังคมให้มากยิ่งขึ้น ท่านประธานครับ ผมเชื่อว่าทุกรัฐบาลไม่ว่ารัฐบาลใดก็ตาม หลักการสำคัญในการบริหารประเทศก็... ที่รัฐบาลจะต้องดำรงอยู่เสมอ ก็คือประเทศมั่นคง ประชาชนมั่งคั่ง ผมเชื่อว่าไม่มีรัฐบาลใดต้องการบริหารประเทศ ท่ามกลางความขัดแย้งของประชาชน ปัจจุบันตามที่ได้เรียนแล้วว่าปัญหาความขัดแย้ง ของประชาชนนั้นมีอยู่มากมาย เหตุใดรัฐบาลเพื่อไทย จึงราดน้ำมันเข้าไปในกองไฟแห่งความขัดแย้ง ให้ลุกโชนมากยิ่งขึ้น ด้วยการทำประชามติเพื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เป็นการเพิ่มความขัดแย้งมากขึ้น แล้วเช่นนี้รัฐบาลเพื่อไทยจะมีเวลาพลังความคิด ไปแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ที่รอคอยอยู่ข้างหน้าได้อย่างไร ท่านประธานครับ การร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่ผมเชื่อว่า เป็นช่องทางของการล้มล้างอำนาจของศาล และองค์กรอิสระต่าง ๆ ให้ไม่สามารถตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ของนักการเมืองที่ไม่สุจริต และเป็นการลบล้างความผิด ให้นักการเมืองที่ทุจริตคดโกง นอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มประเด็นความขัดแย้ง เข้าไปในสังคมของไทยที่มีอยู่แล้วให้มากยิ่งขึ้น ผมจึงมีความเห็นว่าการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มีผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติอย่างร้ายแรง ร้ายแรงเสียยิ่งกว่าการแก้ไขมาตรา ๑๑๒ อีก เมื่อเกิดผลกระทบ ต่อความมั่นคงของชาติอย่างร้ายแรงเช่นนี้ ผมที่ยึดหลักการ ๒ ประการ ตามที่กล่าวไว้เบื้องต้น จะให้การสนับสนุนนายกรัฐมนตรี จากพรรคเพื่อไทยได้อย่างไร ท่านประธานครับ แต่ยังไม่ถึงทางตัน ยังไม่สิ้นหนทางครับ เพราะตัวผมเองก็มีความต้องการ ที่จะต้องให้การ... มีการจัดตั้งรัฐบาลโดยเร็ว เพื่อเข้าไปแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ของประชาชนที่ประชาชนรอคอยอยู่ ผมจึงขออนุญาตที่กราบเรียน ผ่านท่านประธานรัฐสภา ไปยังแกนนำของพรรคเพื่อไทยว่า ท่านได้เสียสัตย์เพื่อประเทศชาติมาแล้วหลายครั้ง เพื่อต้องการให้การจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้สำเร็จ โดยอ้างเหตุของการเข้าไปแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนของประชาชน ผมเข้าใจและเห็นใจ หากท่านจะได้เสียสัตย์เพื่อความสงบสุข ของประเทศชาติและประชาชนอีกครั้งหนึ่ง ด้วยการยืนยันรัฐสภาแห่งนี้ว่า ท่านจะไม่เสนอร่างการแก้ไขรัฐธรรมนูญในทันที แต่จะไปเสนอในห้วงเวลาที่เหมาะสม เมื่อสังคมเกิดความสงบสุข ไม่มีความขัดแย้ง ไม่มีความแตกแยก และไว้วางใจกัน การเสียสัตย์ของท่านครั้งนี้ ผมเชื่อว่าจะได้รับคำสรรเสริญว่า เป็นการเสียสัตย์เพื่อความสงบสุข ของประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริง มิใช่เป็นการเสียสัตย์เพื่อรักษาไว้ ซึ่งประโยชน์ของพรรคการเมืองของท่าน หากท่านยืนยันต่อรัฐสภาเช่นนี้ ผมในฐานะสมาชิกรัฐสภาจะเป็นผู้หนึ่ง ที่จะสนับสนุนนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย แม้ว่ากระผมจะมีเครื่องหมายคำถามติดใจ เกี่ยวกับคุณสมบัติ จริยธรรม คุณธรรมของนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย ซึ่งผมคิดว่าประเทศชาติรอคอยไม่ได้ ประเด็นนี้เป็นปัญหาของพรรคเพื่อไทย ที่พรรคเพื่อไทยจะต้องไปแก้ไขเองในข้างหน้า ขอบคุณครับท่านประธานครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครั ขอบคุณ พลเอก สมเจตน์ บุญถนอม ครับ ต่อไปขอเชิญคุณกัณวีร์ สืบแสง ครับ จุลพันธ์ต้องการประท้วงหรืออย่างไรครับ ถ้าจะชี้แจง... (คุณจุลพันธ์) ขอใช้สิทธิในการหารือท่านประธาน ต่อกระบวนการนะครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) เชิญ เชิญครับ (คุณจุลพันธ์) ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทยในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้นี่นะครับท่านประธานครับ เป็นญัตติในการประชุมของพวกเรา ตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๗๒ ในการเลือกนะครับ ให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้ง เป็นนายกรัฐมนตรีนะครับ ท่านประธานครับ แต่ในช่วงเช้าที่ผ่านมานี่ ก็ด้วยความเคารพนะครับ เป็นการนำเสนอที่เป็นประโยชน์ของเพื่อนสมาชิก แต่เราอยากจะให้มีกลไกในสภานี่ เป็นไปตามกรอบ เป็นไปตามในสิ่งที่เราได้ตกลงกันไว้ และเป็นไปตามญัตติของเราครับ คือ การเสนอชื่อบุคคลนะครับ ก็อยากจะให้พูดในเรื่องของ... ของการที่ท่าน... เหตุและผลในการที่จะเลือก หรือไม่เลือกบุคคลนะครับ ไม่ใช่เรื่องของอื่น ๆ โดยเฉพาะในเรื่องของนโยบาย ในเรื่องของวิสัยทัศน์ต่าง ๆ นี่นะครับ ผมต้องเรียนด้วยความเคารพ สิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นผ่านกระบวนการ ของการเลือกตั้งมาแล้วนะครับ ไม่ใช่สิ่งที่พวกเราที่อยู่ในห้องนี้นี่ จะใช้ในการวินิจฉัยนะครับ สิ่งที่เราได้... สิ่งกลไกของพวกเรานี่ มันจะรองรับเองด้วยตัวของมัน ตามรัฐธรรมนูญที่กำหนดนะครับ เพราะหลังจากนี้ หากผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาแล้ว กลไกต่อไป ก็จะมีเรื่องของการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นนี่กลไกมันรองรับ เพื่อที่จะให้พวกเราได้ถกแถลง ได้อภิปรายกันอย่างเต็มที่อยู่แล้วนะครับ วันนี้นี่อยากจะให้เดินหน้า สู่เรื่องของกรอบการพิจารณา ก็คือเรื่องของบุคคลครับ เป็นเรื่องของการเลือกบุคคล เพื่อดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งพวกผมก็พร้อมที่จะให้คำชี้แจง และก็ตอบในประเด็น ที่มีการพาดพิงมาถึงแคนดิเดต เพราะว่าแคนดิเดตนี้ เป็นแคนดิเดตที่มาจากพรรคเพื่อไทยครับ เราก็พร้อมที่จะชี้แจงทำความเข้าใจนะครับ ก็ขอกราบท่านประธานได้โปรดกำกับการประชุม ให้อยู่ในกรอบด้วยครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ ครับ ขอบคุณคุณจุลพันธ์มากครับ ผมก็นั่งฟังอยู่... ว่าก็ยังอยู่ในประเด็น อาจจะออกกว้างไปหน่อยก็ยังไม่เป็นไร เราก็เปิดใจกว้าง เพราะว่าเป็นการเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญของประเทศ แต่อย่างไรก็ตามเดี๋ยวพรรคเพื่อไทย คงจะใช้โอกาสชี้แจงในบางประเด็น ที่ท่านต้องการจะชี้แจงได้นะครับ ต่อไปขอเชิญคุณกัณวีร์ สืบแสง ครับ (คุณกัณวีร์) ครับ เรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผมนายกัณวีร์ สืบแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อพรรคเป็นธรรม ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขออนุญาตอภิปรายครับท่านประธานครับ ในหลักการ เหตุผล และตรรกะ ในการตัดสินใจที่ไม่สามารถ ที่จะรับรองคุณเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ ๓๐ ของประเทศไทยได้ ผมได้มีโอกาสครับท่านประธาน ได้มีการพูดคุยกับภาคประชาสังคม ภาคประชาชน และนักวิชาการ เรามีความเห็นตรงกันครับ ว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมา ไม่ได้เป็นเพียงการเลือกผู้แทน ของพี่น้องประชาชน มาเพื่อเปรียบเสมือนผู้รับเหมา ที่ทำการแทนประชาชนในรัฐสภาเท่านั้น แต่ประชาชนจำนวนมาก ได้ตัดสินใจเลือกว่าจะอยู่กับโครงสร้างเดิม หรือจะเป็นเสียงส่วนหนึ่ง ในการเปลี่ยนแปลงประเทศเรา ให้เป็นประชาธิปไตยให้มากขึ้น ท่านประธานครับ และนี่คือวาระที่หลายพรรคการเมือง ใช้ในการรณรงค์หาเสียงไว้กับประชาชน เอาไว้ในช่วงการเลือกตั้ง ท่านประธานครับ ขอเรียนว่า ๑ เสียง ของประชาชนล้วนเป็นเสียงที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่พวกเราที่อยู่ในรัฐสภาแห่งนี้ ต้องเคารพต่อพี่น้องประชาชน ว่าพวกเราไม่ใช่ผู้รับเหมาอำนาจจากประชาชน แล้วมากำหนดโครงสร้างอย่างไรก็ได้ ประชาธิปไตย คือ การปกครองของประชาชน โดยประชาชนและเพื่อประชาชน ไม่ใช่การปกครองของพวกท่าน ของพวกเราแค่จำนวนเล็กน้อย แล้วอ้างว่าการกระทำการทั้งหมดนี้ พวกเราที่อยู่ในสภาแห่งนี้ทำเพื่อประชาชน มันฟังไม่ขึ้นครับท่านประธาน ท่านประธานครับ พวกเราจะต้องใช้เหตุผล อย่างสุดความสามารถและตรงไปตรงมา วินิจฉัยให้ได้ถึงเจตนารมณ์ ในการลงคะแนนเสียงของประชาชน ซึ่งคะแนนเลือกตั้งโดยรวม และส่วนใหญ่สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า ประชาชนนี่ส่วนมากปรารถนาการเปลี่ยนแปลง มากกว่าการคงโครงสร้างเดิม ของระบบการเมืองเดิม ๆ เอาไว้ ดังนั้นครับท่านประธาน ผมจึงไม่สามารถเห็นชอบ กับแนวทางการจัดตั้งรัฐบาล ที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างฝ่ายบริหาร ไปจากช่วย ๘ หรือ ๙ ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะกับความพยายาม ในการจัดตั้งรัฐบาลชุดนี้ ที่ใช้ประโยชน์จากคำว่า "ประชาธิปไตย" และโดยเฉพาะการแสวงประโยชน์ จากความปรารถนาของประชาชน ที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงไป ในช่วงการรณรงค์หาเสียง โดยไม่ได้จริงจังและจริงใจอย่างเพียงพอ ที่จะยึดมั่นในเสียงศักดิ์สิทธิ์ ที่ประชาชนไว้วางใจและมอบให้ ท่านประธานครับ ทุกท่านที่เป็นสมาชิกสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ ทราบกันดีครับ ว่าการโหวตสวนมติพรรคการเมือง เป็นเรื่องใหญ่เพียงใด แต่ในกรณีนี้ที่ท่านพยายามทำกันอยู่นี้ คือ การโหวตสวนมติของมหาชนโดยส่วนมาก ย่อมเป็นเรื่องที่ใหญ่หลวง ยิ่งกว่าการโหวตสวนมติของพรรคการเมือง และผมคงไม่สามารถ ที่จะยอมลดเกียรติของผมเอง ที่ได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชน ให้ความเห็นชอบ กับคุณเศรษฐาเป็นนายกรัฐมนตรีได้ ท่านประธานครับ นี่ไม่ใช่เพราะผมมีข้อกังขา ในตัวคุณเศรษฐานะครับท่านครับ ปัญหานี้ไม่ใช่ปัญหาตัวบุคคล ผมยังให้ความเชื่อถือและเชื่อใจ ว่าพรรคที่เสนอชื่อแคนดิเดตแต่ละท่าน ย่อมกลั่นกรองอย่างดีแล้ว เป็นแง่มุมที่ผมให้ความเคารพและไม่ขอก้าวล่วง แต่ปัญหาของประเด็นมันอยู่ตรงนี้ครับ เป็นเรื่องหลักการที่จะได้มาซึ่งอำนาจฝ่ายบริหาร ที่แม้กรอบกฎหมายจะเปิดทางให้กระทำได้ แต่กรอบของคุณค่าประชาธิปไตย ตามมาตรฐานสากล สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นนี้ ในรัฐสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้เป็นเรื่องที่ผิดปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งครับท่านประธาน เมื่อการทำให้การรณรงค์หาเสียง เป็นเพียงการใช้ประโยชน์เพื่อการโฆษณาเท่านั้น สิ่งนี้เป็นการกระทำที่ด้อยค่า การรณรงค์หาเสียงในกระบวนการประชาธิปไตย ซึ่งทำให้การรณรงค์หาเสียงดังกล่าว เหลือไว้แค่เพียงการทำการตลาดทางการเมือง ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้ว การรณรงค์หาเสียงนี้เป็นขั้นตอนสำคัญนะครับ ในการประมวลเจตนารมณ์ของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ให้กลายเป็นเสมือนหางเสือ ในการกำหนดทิศทางของประเทศชาติร่วมกัน ผมยืนยันนะครับท่านประธาน แนวทางที่เหมาะสมที่สุดที่เคยเสนอไว้ การรอเวลา ตั้งแต่ที่สังคมถกแถลงกันว่ารอปิดสวิตซ์ มาตรา ๒๗๒ รอกันได้ไหม นานไปไหม ตอนนั้นจากรอ ๑๐ เดือน เผลอแป๊บเดียวท่านประธาน ตอนนี้เหลือ ๘ เดือนแล้ว ๘ เดือนในการยืนยันมติมหาชนส่วนใหญ่ เทียบไม่ได้หรอกครับท่านประธาน กับ ๙ ปีที่ไม่เคยเห็นหัวพี่น้องประชาชนเลย ท่านประธานครับ เจตนารมณ์ของเสียงส่วนใหญ่ ประสงค์จะเห็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง ที่ไม่เป็นธรรมในทุกด้าน แต่สิ่งที่ประชาชนกลับได้ ณ ปัจจุบันที่เราเห็นอยู่ คือ ตัวแสดงกลุ่มต่าง ๆ ที่เคยแข่งขันกัน ขัดแย้งกันแทบเป็นแทบตายที่ผ่านมา สุดท้ายกลายเป็นว่ามันเป็นเพียงการต่อสู้ เพื่อแย่งกันปีนขึ้นไปอยู่บนยอดพีระมิด ของโครงสร้างที่ไม่เป็นธรรมนั่นเอง พูดให้แรงหน่อยครับท่านประธาน ประเทศชาติเราเสียโอกาสไปเป็นสิบ ๆ ปี กับความขัดแย้ง ที่ไม่ได้เปลี่ยนโครงสร้างอันผูกขาด และกดทับประชาชนมาโดยตลอด เพราะฉะนั้นครับท่านประธาน การจัดตั้งรัฐบาล ร่วมกับโครงสร้างเก่าทางการเมือง จึงเป็นสิ่งที่ผมไม่อาจเห็นชอบได้ การจัดตั้งรัฐบาลโดยสวนมติมหาชนส่วนมาก ตามที่เคยรณรงค์หาเสียงกับพี่น้องประชาชนไว้ จึงเป็นสิ่งที่ผมไม่อาจเห็นชอบได้ด้วยเช่นกัน และผมยังยึดถือและเห็นชอบในมติมหาชนส่วนมาก ตามครรลองระบอบประชาธิปไตย อันสะท้อนโดยชัดเจนอย่างยิ่ง ผ่านการเลือกตั้งที่ผ่านมา และเป็นเหตุผลเดียวการตัดสินใจ ในการลงมติครั้งนี้ ด้วยการไม่เห็นชอบให้คุณเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ ๓๐ ของประเทศไทย เพราะไม่ชอบด้วยหลักการประชาธิปไตยสากล ด้วยประการใดทั้งปวง ขอบคุณครับท่านประธาน (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ ขอบคุณคุณกัณวีร์ครับ ต่อไปขอเชิญคุณกิตติ วะสีนนท์ ครับ ซึ่งขอมา ๑๐ นาทีครับ เชิญคุณกิตติครับ (คุณกิตติ) กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผมนายกิตติ วะสีนนท์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ต้องขออนุญาตกล่าวถึงที่ท่านจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ที่ท่านเป็นคนมีเหตุมีผล จะขอให้การอภิปรายจำกัดอยู่ที่ตัวบุคคล และก็พูดถึงว่านโยบายนั้นผ่านการเลือกตั้งมาแล้ว แต่ว่าต้องเรียนตามตรง ว่าหลายคนหลาย... ที่ผมได้พูดคุยด้วยนี่ ก็เสียดายที่บุคคลที่ทางพรรคเพื่อไทย ได้เสนอชื่อขึ้นมาเป็น... ให้ได้การรับรองเป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ได้มีโอกาสมาแถลงแสดงวิสัยทัศน์ หรือว่ามาตอบคำถามโดยตรง ฉะนั้น มันก็คงจะเลี่ยงไม่ได้ และที่ท่านอ้างว่า นโยบายท่านผ่านการเลือกตั้งมาแล้วนี่ ผมเข้าใจว่าพรรคเพื่อไทยได้มา ๑๔๑ เสียง ยังไม่ถึงกึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎร และท่านก็ต้องการเสียงสนับสนุน จากอีก ๑๐ พรรคการเมือง ที่ประกาศไปเมื่อวานนี้ ฉะนั้น ก็เข้าใจว่าเรื่องนโยบายนี่ แน่นอนถ้าเป็นไปได้นี่ ก็อยากจะถามผู้ได้รับการเสนอชื่อ แต่เมื่อผู้ได้รับการเสนอชื่อไม่ได้อยู่ในที่นี้ และไม่ได้รับการเปิดโอกาสให้มาชี้แจง ผมก็คงจะต้องเรียนถาม ซึ่งผ่านท่านประธานไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในที่นี้ก็อาจจะต้องเป็นพรรคเพื่อไทย ที่อาจจะได้รับความกรุณา จากท่านหัวหน้าพรรคหมอชลน่านในการพิจารณา ให้คำชี้แจงให้ความกระจ่าง กระผมมีข้อที่อยากจะขอความกระจ่าง อยู่ ๒ ข้อนะครับ ที่จริงท่านประธานครับ ก็ถ้าได้ยิน จากปากของท่านผู้ได้รับการเสนอชื่อก็จะดี คือ ข้อแรกเรื่องความชัดเจน ในเรื่องนโยบายต่อต้านคอร์รัปชัน หรือการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และประพฤติมิชอบ อันนี้ก็โดยบังเอิญนะครับ สอดคล้องกับที่ท่านพลเอก สมเจตน์ ท่านได้กล่าวไป ถึงเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งรัฐธรรมนูญปี ๒๕๖๐ ได้พูดถึงกลไกต่าง ๆ ที่มีไว้เกี่ยวกับเรื่องนี้ คือ เท่าที่ฟังนี่มันยังไม่มีความชัดเจน จากพรรคและพรรคร่วม ที่จะจัดตั้งรัฐบาล ในการที่จะเอาเรื่องการต่อต้านคอร์รัปชัน การป้องกันปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ขึ้นมาเป็น... เป็นนโยบายหลักนะ ไอ้เรื่องการแก้รัฐธรรมนูญนี่ ก็ไม่พูดชัดว่าจะแก้อย่างไร และมีวัตถุประสงค์อย่างไร แน่นอนรัฐธรรมนูญ อย่างที่ท่านพลเอก สมเจตน์ ได้กล่าวถึง ขออนุญาตเอ่ยนามไม่เสียหาย ก็มีบทบัญญัติมากมายที่เกี่ยวกับเรื่องนี้นะครับ เช่น นอกเหนือจากที่ท่านได้กล่าวไปแล้ว ก็มีหมวด ๙ การขัดแย้งแห่งผลประโยชน์ เป็นต้นนี่นะครับ และนอกจากนั้นนี่ รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๖๐ นี่ก็นำไปสู่กฎหมายลูก ซึ่งล้วนแล้วแต่สร้างขึ้นมา เพื่อประกอบและก็เสริมมาตรการ การป้องกันและปราบปรามการทุจริตนะครับ ถ้ามีการแก้เข้ามา กระผมก็ขออนุญาต... ชักสงสัยเหมือนกัน ท่านพลเอก สมเจตน์ ได้พูดถึงเรื่องอายุความนี่ ผมก็ลอง... พลิก ๆ ดู ก็ปรากฏว่าอยู่ในพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญของ ป.ป.ช. นะครับ ซึ่งเป็นการยกร่างตามรัฐธรรมนูญปี ๒๕๖๐ ในมาตรา ๗ นะครับ ว่ากำหนดว่าในการดำเนินคดีอาญา ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ ถ้าผู้ถูกกล่าวหาหรือจำเลยหลบหนีใน... ไปในระหว่างถูกดำเนินคดี หรือระหว่างการพิจารณาของศาล มิให้นับระยะเวลาที่ผู้ถูกกล่าวหา หรือจำเลยหลบหนีรวมเป็นส่วนหนึ่งของอายุความ และถ้าจำเลยหลบหนี ในระหว่างการต้องคำพิพากษาถึงที่สุด ให้ลงโทษก็มิให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลอาญา มาตรา ๙๘ มาใช้บังคับ มาตรา ๙๘ ก็คือกำหนดเวลา ให้เป็นอันล่วงเลยการลงโทษผู้นั้น ซึ่งจะมีช่วงเวลา ๕-๒๐ ปี อันนี้สอดคล้องกับหลักการระหว่างประเทศนะครับ โดยเฉพาะสนธิสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการต่อต้านการทุจริตนะครับ ประพฤติมิชอบ หรือ UNCAC นะครับ ซึ่งเป็นหมวดของอายุความคดี หรือ Statute of Limitations ซึ่งก็มีความพยายามอย่างมาก ที่จะให้บทบัญญัตินี้อยู่ในกฎหมายไทย และก็สำเร็จแล้ว และก็หวังว่าจะไม่หลุดหายไป เรื่องนี้ก็เป็นประเด็นที่อยากจะขอความกระจ่าง และอาจจะต้องขอการพิจารณา ของทางพรรคเพื่อไทยช่วยชี้แจง แทนท่านผู้ได้รับเสนอชื่อด้วย ว่าท่านจะให้ความ... ความสำคัญ กับเรื่องต่อต้านคอร์รัปชันอย่างไรบ้างนะครับ ประเด็นที่ ๒ ก็คือการขอความชัดเจน เกี่ยวกับเรื่องการดำเนินนโยบายประชานิยม คือ มีหลายเรื่องนะครับ คือ ผม... ไม่ย้อนไปถึงตอนหาเสียงน่ะนะครับ ก็มีหลายพรรคที่... ที่เสนอแนวลักษณะนั้นน่ะนะครับ ทางฝ่ายวิชาการ ก็มาวิพากษ์วิจารณ์กันมากพอสมควร แต่ที่พูดกันมากที่สุด ก็คือนโยบาย Digital ซึ่งเมื่อวานนี้ผมจำได้ว่าท่าน... ท่านหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ท่านก็กล่าวถึงแบบสั้น ๆ คือ ดั่งเดิมนี่ เป็นการแจกเงิน Digital ๑๐,๐๐๐... ๑๐,๐๐๐ บาท ให้ทุกคนที่มีอายุตั้งแต่ ๑๖ ปีขึ้นไป ซึ่งก็มี... การคำนวณก็กว่า ๕ แสนล้านบาท นโยบายประชานิยมเหล่านี้นี่ เป็นที่ทราบดีว่าสร้างปัญหาในหลาย ๆ ประเทศ แม้แต่ประเทศตะวันตกหรือประเทศที่พัฒนาแล้ว ประเทศในยุโรปใต้ หรือประเทศในลาตินอเมริกาก็ยังมีปัญหากันอยู่ และก็เป็นปัญหาที่เรื้อรัง ก็สำหรับของเราแล้วนี่ ก็มีท่านผู้หลักผู้ใหญ่ทางวงการเงิน ทางด้านเศรษฐศาสตร์มหภาคออกมาย้ำเตือน ว่าเราอาจจะไม่ต้องการนโยบายเหล่านั้น เราผ่านวิกฤติโควิด ๑๙ มาและกำลังฟื้นตัว การที่จะเข้าไปช่วยเหลือนี่คงไม่ใช่การช่วยเหลือ แบบ Quantitative Easing ก็คือเอาเงินอัดเข้าไป แต่เป็นการช่วยตามจุด ที่เห็นว่ายังมีความต้องการอยู่ ซึ่งการทำลักษณะนั้นนี่ ทำการลักษณะที่ไม่เป็นการเจาะจงนี่ มันอาจจะสร้างปัญหา ทั้งในแง่ของความมั่นคงและก็วินัย ทางด้านการคลังและการเงิน ซึ่งก็น่าเป็นห่วงนะครับ ก็อาจจะมีปัญหาอื่นตามมา ซึ่งก็หลาย ๆ ประเทศก็กำลังเจอปัญหาอยู่ หลังจากที่ใช้ไอ้สิ่งที่เรียกว่า "นโยบาย Quantitative Easing" นี่ ก็คือปัญหาเงินเฟ้อ เนื่องจากว่าตอนนี้นี่เรากำลังจะไปสร้างอุปทาน หรือ Supply เทียมขึ้นมา ซึ่งถ้าเกิดทำเช่นนั้นนี่ จะมีมาตรการอะไรที่จะป้องกัน ก็ผมได้รับคำบอกเหล่าเบื้องต้นนี่นะครับ ว่าสิ่งที่ท่านจะสร้างขึ้นนี่ อาจจะไม่ได้อยู่ในระบอบการเงินการคลังปกติ จะเป็นเงิน Digital ที่จะไปอยู่ในกระเป๋าหรือเป๋าตังนะครับ ที่สร้างขึ้นมาเหมือน... กรณีที่ใช้ Blockchain และก็ใช้ Bit ลักษณะเงินคล้าย ๆ Bitcoin ไม่มีตัวตน ไม่มีเงินสำรองมารองรับ แต่ก็เป็นที่เข้าใจกันดี ว่าใครจะไปถือเงิน Digital นั้นไว้เฉย ๆ หรือใช้เวียนอยู่ในระบบเฉย ๆ คนไทยนี่เป็นที่ทราบกันดีอยู่ เงินหมื่นนี่ก็พร้อมที่จะแลกเงินสด เงินหมื่นแปดพันได้ ๘,๐๐๐ ก็เอานะครับ เพราะเขามีเจตนาที่ไปใช้ ที่ไม่ได้อยู่ในระบบของสิ่งที่นโยบาย อาจจะหวังไว้นะครับ สิ่งเหล่านี้นี่ ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ฝากเรียนผ่านท่านประธาน ไปยังพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมรัฐบาล ว่าอาจจะลองพิจารณานะครับ ปรับการที่จะอัดฉีดเงินนี่ ให้เป็นกลุ่มเฉพาะเจาะจงมากขึ้น คือ ด้านสังคม ก็คือกลุ่มด้อยโอกาสทั้งหลายนะครับ ส่วนทางด้านเศรษฐกิจนั้น ก็แน่นอนก็มีกลุ่มที่ต้องการการพลิกฟื้น หลังจากวิกฤติโควิด เช่น ในกลุ่มที่เรียกว่า "S-Curve" นะครับ หรือการที่ต้องการการพัฒนาอย่างเร่งด่วน กลุ่มรถยนต์อิเล็กทรอนิกส์ EV หรือกลุ่ม... กลุ่ม Robot ที่จะสร้างหุ่นยนต์ หรือ AI อะไรต่าง ๆ ที่เราต้องการวิทยาการมาก ๆ ซึ่งต้องการความช่วยเหลือ จากทางรัฐมาก ๆ นะครับ ก็สิ่งเหล่านี้กระผมก็มี ๒ ประเด็นหลัก ๆ ที่ผมอยากจะฟัง จากทางพรรคเพื่อไทยครับท่านประธาน ว่าเรื่องหนึ่ง ก็คือความชัดเจน ในเรื่องนโยบายการต่อต้านทุจริต และก็ขอความชัดเจนเรื่องที่ ๒ ก็คือนโยบายการปรับประชานิยม โดยเฉพาะนโยบายแจกเงิน Digital ขอบคุณครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ ขอบคุณคุณกิตติ วะสีนนท์ ครับ ต่อไปขอเชิญคุณเชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ ครับ ขอไว้ ๗ นาทีนะครับ เชิญครับ คุณเชาวฤทธิ์ครับ (คุณเชาวฤทธิ์) กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายเชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ สส. แบบบัญชีรายชื่อพรรคพลังสังคมใหม่ คนจังหวัดน่านครับ ตามที่ผมได้ฟัง ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลาย ๆ ท่าน ได้อภิปรายเกี่ยวกับคุณเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย บางคนก็บอกว่าไม่เคยรู้จัก บางท่านก็บอกว่าคุณเศรษฐานี่ หลีกเลี่ยงการเสียภาษีนะครับ ผมจะขออภิปราย ว่าการเป็นผู้บริหารของบริษัทเอกชนนี้นะครับ มีวัตถุประสงค์การจดทะเบียน เพื่อทำหลาย ๆ อย่าง และก็แสวงหาผลกำไรนะครับ ไม่เหมือนการบริหารงานของภาครัฐ ที่เป็นนายกรัฐมนตรีนี่ การตรวจสอบขององค์กรต่าง ๆ นี่ มีหลากหลายนะครับ เช่น ป.ป.ช. สตง. สภานิติบัญญัตินะครับ ทั่ง สส. และ สว. และองค์กรตรวจสอบต่าง ๆ ที่จะตรวจสอบของนายกรัฐมนตรีผู้บริหารประเทศ ผู้บริหารประเทศนี่ไม่หวังผลกำไรนะครับ เพราะว่าผลกำไรที่นายกฯ หรือผู้บริหารประเทศนี้ได้ คือ ความอยู่ดีกินดีของพี่น้องประชาชน ไม่เหมือนกับการบริหารของบริษัท การบริหารบริษัทนี่ ก็คือแสวงหาผลกำไร บริษัทห้างร้านอะไรต่าง ๆ ที่จดทะเบียนมานี่หวังผลกำไรทั้งนั้นครับ มันไม่ใช่ว่าจดทะเบียนมาแล้ว มาทำการค้าไม่หวังผลกำไร ผมว่าไม่มีใครทำหรอกครับ ยกเว้นแต่องค์กรสาธารณประโยชน์ เช่น สโมสร Rotary สโมสร Lion นี่ อันนี้เขาจดทะเบียนมาไม่หวังผลกำไรแน่นอนครับ การที่บริษัทแสนสิรินะครับ ได้ซื้อที่ดิน แล้วก็มีการเสียภาษี บางท่านว่าเสียภาษีไม่ถูกต้อง การเสียภาษีของระหว่างการโอนที่ดิน ของบริษัทแสนสิริกับบริษัทประไพทรัพย์ ในข้อคำสั่งของกรมสรรพากรที่ ๑๐๐/๒๕๔๓ ได้กำหนดไว้ว่าถ้าบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนี่โอนที่ดินน่ะ ต่อบริษัทกับบริษัท ก กับบริษัท ข นี่ โอนที่ดินด้วยกันนี่ ต้องจะเสียภาษีอีกอย่างหนึ่งนะครับ แต่ว่าในบริษัทประไพศรีนี่ แม้โอนเป็นรายบุคคล ๑๒ คน คนละ ๑ วัน อันนั้นจะเสียภาษีลดลงมา เหลือประมาณ ๗๐ กว่าล้านนะครับ คือ ในการที่ลดภาษีต่างกันนี่ประมาณ ๕๐๐ ล้านนี่ มันไม่ได้ผิดกฎหมาย มันเป็นระเบียบของกรมที่ดินนะครับ ที่จะต้องเสียภาษีตามนั้น ผมจึงว่าเห็นว่า... ผมเห็นว่าคุณเศรษฐา ทวีสินนี่ แคนดิเดตของพรรคเพื่อไทยนี่ เหมาะสมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ ๓๐ นะครับ ในนามพรรคพลังสังคมใหม่ ก็ขอสนับสนุนนะครับ พรรคเพื่อไทย ที่ได้เสียงการเลือกตั้งมา ๑๐ กว่าล้านนะครับ คุณเศรษฐา ทวีสิน นี่ก็ได้การยอมรับ กับพี่น้องประชาชนมา ประมาณ ๑๐ กว่าล้านเหมือนนะครับ ถือว่าการตรวจสอบ... ผ่านที่การตรวจสอบการเลือกตั้งเข้ามา ส่วนที่ว่าคนที่ว่าไม่รู้จักท่านเศรษฐา ทวีสิน มันเป็นไปไม่ได้ครับ การเลือกตั้งมีเวลาตั้ง ๔๕ วัน แล้วก็แคนดิเดตนายกฯ แต่ละพรรค ก็แสดงวิสัยทัศน์กันทุกพรรค ๆ นะครับ ก็ทุกท่านก็น่าจะได้ยินและได้เห็นแล้วว่า ประวัติของคุณเศรษฐาเป็นอย่างไรครับ ผมจึงขอสนับสนุนคุณเศรษฐา เป็นนายกฯ คนที่ ๓๐ ครับ ขอบคุณครับ (คุณวันมูหะมัดนอร์) ครับ ขอบคุณคุณเชาวฤทธิ์ครับ ต่อไปขอเชิญคุณคำ... คำนูณ สิทธิสมานครับ ขอไว้ ๑๕ นาทีครับ เชิญคุณคำนูณครับ (คุณคำนูณ) กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม คำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภาในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ หลักคิดในการปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๒ ของกระผม มีดังนี้ครับ กระผมเชื่อโดยบริสุทธิ์มาโดยตลอด ว่าการกำหนดให้ สว. ร่วมให้ความเห็นชอบบุคคล ซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรี แม้จะเป็นหน้าที่และอำนาจตามรัฐธรรมนูญ แต่ก็เป็นการชั่วคราวตามบทเฉพาะกาล และด้วยความที่เป็นบทบัญญัติ ที่ไม่เคยมีมาก่อนในระบบรัฐธรรมนูญไทย แม้รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะจัดทำขึ้น ในยุครัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร และต้องมีการลงประชามติ ร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับอยู่แล้ว จึงยังต้องมีการลงประชามติ เป็นคำถามเพิ่มเติมเป็นการเฉพาะ สอบถามประชาชนว่า จะเห็นชอบหรือไม่กับบทบัญญัติพิเศษนี้ โดยให้เหตุผลว่า เพื่อให้การปฏิรูปประเทศเกิดความต่อเนื่อง ซึ่งแม้จะได้รับความเห็นชอบในการลงประชามติ เมื่อวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๕๙ บทบัญญัตินี้ก็ยังคงกำหนดให้ สว. มีหน้าที่ และอำนาจในการร่วมให้ความเห็นชอบเท่านั้น ไม่มีสิทธิเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ไม่มีสิทธิรับรองชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีนั้น ๆ ด้วยเหตุนี้ หลักคิดในการร่วมให้ความเห็นชอบบุคคล ซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้ง เป็นนายกรัฐมนตรีของ สว. ในความเห็นของกระผม จึงควรจะต้องมีความแตกต่างจาก สส. กล่าวคือ สว. ควรจะใช้หน้าที่ และอำนาจที่มีอยู่เฉพาะกาลนี้ อย่างมีเหตุผล อย่างมีขอบเขต และอย่างจำกัด เหมือนกรณีพิจารณาบทยกเว้น ตามรัฐธรรมนูญและตามกฎหมายอื่น ทั้งนี้กระผมแบ่งเป็น ๒ ช่วงเวลาครับ ๑. ช่วงเวลาก่อนวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๕ อันเป็นช่วงระยะเวลา ที่แผนการปฏิรูปประเทศทุกด้านมีผลใช้บังคับ สว. ควรพิจารณาถึงเหตุผลพิเศษ ตามที่ปรากฏในคำถามเพิ่มเติม ในการลงประชามติเมื่อ ๗ ปีก่อนหน้านี้ คือ ความต่อเนื่องในการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐบาล ภายใต้แผนการปฏิรูปประเทศ นี่คือหลักในการพิจารณาในช่วงระยะเวลานั้น และผมก็เคยได้อภิปรายในที่ประชุมแห่งนี้ ในคราวเลือกนายกรัฐมนตรีเมื่อปี ๒๕๖๒ ช่วงที่ ๒ คือ ช่วงเวลา หลังจากวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๕ อันเป็นช่วงระยะเวลา ที่แผนการปฏิรูปประเทศทุกด้าน เสมือนสิ้นสุดลงแล้วตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๕๙ โดยมติของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ เมื่อวันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๕ และคณะรัฐมนตรี ได้มีมติรับรองทุกประการในเวลาต่อมา โดยกำหนดให้ยกเลิกบทบัญญัติกฎหมาย และหน่วยงานที่ทำหน้าที่เฉพาะ เกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศ คืนกลับไปให้หน่วยงานปกติทำหน้าที่ต่อ ทำให้ไม่อาจพิจารณาเหตุผลพิเศษ ตามคำถามประชามติเพิ่มเติมได้ ดังนั้น การให้ความเห็นชอบบุคคล ซึ่งเหมาะสมจะเป็นนายกรัฐมนตรี ในช่วงเวลานี้ของรัฐสภาสมัยนี้ ผมจึงแบ่งออกเป็น ๒ กรณี หากเป็นกรณีทั่วไปตามปกติ ผมเห็นควรให้ตัดสินใจให้ความเห็นชอบ ตามเสียงข้างมากของสภาผู้แทนราษฎรเป็นหลัก เพื่อสะท้อนผลการเลือกตั้งทั่วไป และการตกลงทางการเมือง ระหว่างพรรคการเมืองต่าง ๆ ในสภาผู้แทนราษฎร เพราะในการบริหารราชการแผ่นดิน และการกำกับตรวจสอบ การบริหารราชการแผ่นดินทุกขั้นตอน หลังจากการให้ความเห็นชอบบุคคล ผู้ซึ่งเหมาะสมจะเป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว ต้องอาศัยเสียงข้างมาก ในสภาผู้แทนราษฎรเกือบทั้งสิ้น ไม่มี สว. เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย อนึ่งกระผมเห็นว่า การที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้การลงมติ ให้ความเห็นชอบบุคคล ซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นไปโดยเปิดเผย แตกต่างกับการให้ความเห็นชอบบุคคล ในกรณีอื่น ๆ ที่ให้กระทำเป็นการลับ ก็เป็นมาตรการที่แสดงให้เห็นถึงความต้องการ ให้การลงมติสะท้อนผลการเลือกตั้งทั่วไป และการตกลงทางการเมืองของพรรคการเมือง ในสภาผู้แทนราษฎรมากที่สุด ท่านประธานครับ แต่ทั้งนี้มิได้หมายความว่า สว. จะต้องตัดสินใจให้ความเห็นชอบ ตามเสียงข้างมาก ในสภาผู้แทนราษฎรเสมอไปทุกกรณี เพราะไม่เช่นนั้นก็ไม่จำเป็นต้องมีบทบัญญัติพิเศษ มาตรา ๒๗๒ นี้แต่ประการใด สว. ย่อมสามารถใช้วิจารณญาณ ตัดสินใจให้ความเห็นชอบบุคคล ซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรี แตกต่างไปจากเสียงข้างมาก ของสภาผู้แทนราษฎรได้ แต่ควรจำกัด เฉพาะในกรณีที่เห็นว่าสำคัญที่สุดจริง ๆ มิอาจหลีกเลี่ยงได้เท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรณีสำคัญที่สุดในระดับที่เห็นว่า อาจเป็นภยันตรายใหญ่หลวงต่อรัฐธรรมนูญ และต่อระบอบการปกครองของประเทศ เสมือนเป็นการใช้สิทธิยับยั้งในฐานะสภาที่ ๒ ท่านประธานครับ การตัดสินใจ ไม่ให้ความเห็นชอบแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ที่ได้รับการเสนอชื่อเมื่อวันที่ ๑๓ กรกฎาคม ตามเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรในขณะนั้น ก็เพราะแคนดิเดตท่านนั้นและพรรคต้นสังกัดท่าน ยังคงมีนโยบายแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๑๒ ในสารัตถะที่กระทบต่อบทบัญญัติคุ้มครองสถานะ อันเป็นที่เคารพสักการะผู้ใดจะละเมิดมิได้ ขององค์พระมหากษัตริย์ในรัฐธรรมนูญ เปรียบเสมือนเป็นการแก้รัฐธรรมนูญบทหลัก ของหมวดพระมหากษัตริย์ทางประตูหลัง และเสมือนเป็นการนิรโทษกรรม ผู้กระทำความผิดตามมาตรา ๑๑๒ ทั้งหมด ที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรมทุกระดับ ทางประตูหลัง กระผมเห็นว่าถือเป็นภยันตรายต่อรัฐธรรมนูญ และต่อระบอบการปกครอง และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีท่านนั้น ท่านก็มิได้ถอยนโยบายนี้ แม้ว่าจะมีเสียงอภิปรายคัดค้านสักเพียงใด ท่านประธานที่เคารพครับ แต่ในการให้ความเห็นชอบบุคคล ซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้ง ให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ ก็เป็นที่ชัดเจนจากการแถลงต่อสาธารณะ ว่าแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่ได้รับการเสนอชื่อ ไม่มีนโยบายที่อาจจะเป็นภยันตรายต่อรัฐธรรมนูญ และต่อระบอบการปกครองในลักษณะดังกล่าว รวมทั้งไม่มีพรรคการเมือง เจ้าของนโยบายเช่นว่านั้น เข้าร่วมในการจัดตั้งรัฐบาล กระผมเห็นควรกลับคืนสู่หลักการทั่วไป คือ ตัดสินใจลงมติให้เป็นไปตามเสียงข้างมาก ของสภาผู้แทนราษฎร อันเป็นหลักคิดของกระผมที่ว่า สว. ควรปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๒๗๒ อย่างไร อย่างไรก็ดีครับท่านประธาน จะมีการอภิปราย หรือแม้กระทั่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ในทางสาธารณะขึ้นมาว่า ถ้าอย่างนั้นนโยบายที่จะให้คณะรัฐมนตรี มีมติในการประชุมครั้งแรก ให้มีการออกเสียงประชามติสอบถามประชาชนว่า เห็นควรให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่หรือไม่นั้น ถือเป็นภยันตรายต่อรัฐธรรมนูญ และต่อระบอบการปกครองหรือไม่ มีเสียงบางท่านบอกว่า อันนี้ร้ายแรงกว่าการแก้ไขมาตรา ๑๑๒ เสียอีก กระผมได้นำมาใคร่ครวญ และขออนุญาตอภิปราย บันทึกไว้ ณ ที่นี้ว่ากระผมเห็นต่างครับ เพราะไม่ว่าพวกเราทุกคนจะเห็นด้วย หรือเห็นต่างกับการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ กระผมโดยส่วนตัวก็ไม่เห็นด้วย เห็นว่าการแก้ไขรายมาตรานั้น สามารถจะกระทำได้ แต่อย่างไรก็ตามแต่ครับ นโยบายเรื่องนี้นี่ เป็นนโยบายของทุกพรรคการเมือง เกือบทุกพรรคการเมืองที่เราต้องยอมรับ ตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ แล้ว แล้วก็ได้มีการศึกษา มีการตั้งกรรมาธิการ แล้วที่สุดก็ได้มีร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๕๖ เพิ่มเติมหมวดใหม่ ว่าด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เสนอเข้าสู่ที่ประชุมร่วมกัน ของรัฐสภาแห่งนี้เมื่อปี ๒๕๖๓ จากพรรคการเมือง ๒ กลุ่ม ๒ ขั้ว พูดแล้ว ก็คือเกือบทั้งสภาผู้แทนราษฎร และแม้จะมีการตั้งคณะกรรมาธิการ พิจารณาก่อนลงมติในวาระที่ ๑ แต่เมื่อถึงการลงมติในวาระที่ ๑ ก็ผ่านวาระที่ ๑ สมาชิกวุฒิสภาพวกกระผมนี้ ก็ลงมติเห็นชอบด้วยเกิน ๑ ใน ๓ เกินเงื่อนไขที่รัฐธรรมนูญ ๒๕๖ กำหนดไว้ ร่างนั้นก็ผ่านการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการ ผ่านวาระที่ ๒ รอลงมติในวาระที่ ๓ เผอิญมีผู้ไปร้องศาลรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา ๒๑๐ (๒) ในที่สุดศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีคำวินิจฉัยที่ ๔/๒๕๖๔ เดือนมีนาคม ๒๕๖๔ คำวินิจฉัยที่เป็นกุญแจคำสำคัญนั้น ก็คือท่านบอกว่ารัฐสภามีหน้าที่ และอำนาจจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ โดยต้องให้ประชาชน ผู้มีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ ได้ลงประชามติเสียก่อนว่าประชาชน ประสงค์จะให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ และเมื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จแล้ว ต้องให้ประชาชนลงประชามติเห็นชอบหรือไม่ กับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อีกครั้งหนึ่ง เพราะฉะนั้น ที่ท่านจะให้คณะรัฐมนตรี มีมติให้จัดทำประชามติ ในวาระแรกของการประชุม ครม. นั้น กระผมเห็นว่าทำได้ครับ แต่อย่างไรก็ตามแต่ เราจะต้องยอมรับความเป็นจริง ว่ากระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้น แม้จะผ่านการออกเสียงประชามติครั้งแรกนั้น ยังต้องใช้ขั้นตอน และระยะเวลาอีกไม่ต่ำกว่า ๒ ปี ผ่านการพิจารณาของรัฐสภาแห่งนี้อีก ๑-๒ ครั้ง ผ่านเงื่อนไขเดิม ๆ ทุกอย่าง และผ่านการออกเสียงประชามติ รวมทั้งสิ้น ๓ ครั้ง ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเราเคารพผลการประชามติ เมื่อวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๕๙ ผมก็ไม่มีเหตุผลใดที่เราจะบอกว่าไม่เคารพ ผลการลงประชามติในอีก ๓ ครั้งข้างหน้า แต่อย่างไรก็ตามครับท่านประธาน เพื่อความสบายใจของสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ เพื่อความสบายใจของพี่น้องประชาชน มันมีประเด็นที่พรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมด โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย หากจะได้กรุณาชี้แจงให้ชัดเจน และที่ผมจะขออนุญาตตั้งเป็นข้อสังเกตไว้ว่า ในเมื่อประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ ภูมิรัฐศาสตร์ทางการเมืองใหม่ ที่มีพรรคเพื่อไทยเป็น ๑ ในขั้วสำคัญ ท่านก็ควรจะใช้โอกาสนี้ สร้างความสบายใจให้เกิดขึ้น ๑. หากจะมีคำถามประชามติ คำถามประชามตินั้นควรจะต้องตรง และไม่เกินไปจากคำวินิจฉัย ศาลรัฐธรรมนูญที่ ๔/๒๕๖๔ ๒. ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๕๖ ที่คณะรัฐมนตรีจะเสนอเข้าสู่สภา ควรจะรับฟังความคิดเห็นจากทุกพรรคการเมือง จากสมาชิกวุฒิสภา ผ่านการพูดคุยให้มากที่สุด และ ๓. ควรจะคำนึงถึงสารัตถะสำคัญ ในร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๕๖ นั้น ก็คือรูปแบบของ สสร. ที่จะเกิดขึ้น และเมื่อ สสร. ร่างเสร็จแล้ว จำเป็นจะต้องผ่านการพิจารณา ของรัฐสภาก่อนเป็นครั้งสุดท้าย และสุดท้ายครับ หากเป็นไปได้ ถ้าท่านจะกรุณาทบทวนระยะเวลา ของการจัดทำประชามติก็จะเป็นประโยชน์ ด้วยเหตุผลดังที่กล่าวมา ในเชิงหลักการการพิจารณา การใช้อำนาจหน้าที่ตามมาตรา ๒๗๒ ในฐานะ สว. ซึ่งแตกต่างไปจาก สส. ในครั้งนี้ กระผมจะให้ความเห็นชอบ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ตามเสียงข้างมากของสภาผู้แทนราษฎร กราบขอบพระคุณครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ครับ ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านณัฐวุติ ประเสริฐสุวรรณ พรรคชาติไทยพัฒนา เชิญครับ (คุณณัฐวุฒิ) กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผมณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรีพรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้กระผมขออนุญาตท่านประธาน และท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติ ที่เคารพรักทุกท่านครับ ขอนำเข้าสู่โลกแห่งความเป็นจริง หรือ Real World ๓ ประการ เพื่อประกอบการพิจารณาลงมตินายกรัฐมนตรีครับ โลกแห่งความเป็นจริงประการแรกครับ ผู้นำพรรคการเมือง ที่ได้รับคะแนนเสียงเลือกตั้งสูงสุด มิใช่จะได้เป็นนายกรัฐมนตรีเสมอไปครับ วันนี้ท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติ อาจมีมติเลือกนายกรัฐมนตรีเกินกึ่งหนึ่ง ซึ่งมาจากพรรคการเมือง ที่เคยประสบความสำเร็จ ในการบริหารประเทศสูงสุดมาแล้วครั้งหนึ่ง รัฐบาลที่เกิดขึ้นในอนาคต จะเรียกว่าอะไรก็ตามนะครับ รัฐบาลสลายขั้ว รัฐบาลพิเศษ สิ่งเหล่านี้เคยเกิดขึ้นเสมอ ๆ ในทางการเมืองไทย ตามระบอบประชาธิปไตยแบบไทย ๆ ครับ ผมเป็นห่วงอย่างนี้ครับท่านประธานที่เคารพครับ ว่าคำพูดของนักการเมือง ทั้งในการหาเสียงเลือกตั้ง และเหตุการณ์หลังเลือกตั้ง ในระหว่างการรวบรวมพรรคการเมือง เพื่อให้ได้เสียงข้างมากเป็นรัฐบาลนั้น ได้ทำลายความเชื่อถือต่อคำพูดของนักการเมือง จนประชาชนเสื่อมศรัทธาอย่างรุนแรงครับ วัดได้จากอะไรครับ วัดได้จากเดี๋ยวนี้ครับ การไปงานในพิธีต่าง ๆ ของชาวบ้านนี่นะครับ เขาจะไม่เชิญนักการเมือง ขึ้นเวทีกล่าวอีกต่อไปแล้วครับ หรือกล่าวน้อยลง เพราะอะไรครับ คำกล่าวของนักการเมืองไม่ได้นำไปสู่การปฏิบัติ ไม่ได้รับความเชื่อถืออีกต่อไป ยกเว้นครับ นักการเมืองจังหวัดสุพรรณบุรี ยกเว้นเพราะอะไรครับ เพราะนักการเมืองจังหวัดสุพรรณบุรี ยึดมั่นเสมอครับ ในคำสอนของ ฯพณฯ นายกฯ บรรหาร ศิลปอาชา สัจจะกตัญญูครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ดังนั้นครับ นายกรัฐมนตรีที่จะเกิดขึ้นต่อไปนี้ จะแก้ไขความเป็นห่วงเป็นใยของผมได้อย่างไร ต้องนำนโยบายต่าง ๆ ที่จะแก้ไขปัญหาให้กับประเทศชาติ ให้กับประชาชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพลังงานราคาแพงนะครับ เรื่องหนี้สินครัวเรือน เรื่องภัยแล้งที่กำลังจะเกิดขึ้น นำไปแก้ไขให้สำเร็จให้จงได้ ความศรัทธา ความเชื่อถือจะกลับมาครับ โลกแห่งความเป็นจริงประการที่ ๒ ครับ รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนี่นะครับ ก่อให้เกิดปัญหาวิกฤติ การเลือกนายกรัฐมนตรี ๓ เดือนเศษยังเลือกไม่ได้เลยครับท่านประธาน และยังมีอีกหลายประการ ดังนั้นครับ จำเป็นต้องมีการแก้ไขโดยด่วนครับ จึงเห็นด้วยกับผู้นำพรรคที่เป็นแกนนำ ว่าในวาระที่มีการประชุมคณะ... คณะรัฐมนตรีครั้งแรกนี่นะครับ จะมีการเสนอ ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเริ่มต้นทันทีครับ แล้วแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยยึดถือการปฏิรูปการเมืองในปี ๒๕๓๙ ของท่านนายกฯ บรรหาร ศิลปอาชา นั่นก็คือได้สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สจร. นี่นะครับ มาดำเนินการแก้ไข แล้วเป็นจริงครับ เป็นจริงเรื่องอะไร เป็นจริงที่ว่าเราได้รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ที่ดีที่สุดฉบับหนึ่ง เพราะอะไรครับ เพราะว่าการร่างรัฐธรรมนูญนั้น ยึดถือหลักการประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ที่ว่าอำนาจเป็นของประชาชนโดยประชาชน และเพื่อประชาชนครับท่านประธานครับ ประการที่ ๓ โลกแห่งความเป็นจริง หรือประการสุดท้ายนี่ นายกรัฐมนตรีต้องรู้บริบทนี้ครับ บริบทพลวัตในการเปลี่ยนแปลง หลีกหนีไม่พ้นครับ ในอนาคต ที่มีหลายท่านกล่าวถึง Wind of Change นี่นะ เกิดขึ้นอย่างแน่นอนครับ สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นแน่ โดยเฉพาะในคนหนุ่มสาว เพียงแต่ว่าขอให้นายกรัฐมนตรีคำนึงถึงเสมอ ว่าการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นนั้น ต้องเป็นการ Taking of Soft Landing ด้วยครับ ท่านประธานครับ ผมต้องขอชื่นชมนะครับ ว่านายกฯ ที่จะมานี่นะครับ ถ้าเกิดได้ในวันนี้นี่ ต้องคำนึงอยู่เสมอนะครับ ว่าท่านจะประสบกับผู้นำ หรือตัวแทน ที่จะมาดูแลกำกับควบคุมที่เข้มแข็งครั้งหนึ่ง ในประวัติศาสตร์ของรัฐสภาแห่งนี้ครับ แล้วประโยชน์ได้ทั้งหมดนี่นะครับ จะตกอยู่กับประเทศชาติและประชาชน แล้วเราหวังว่าคนหนุ่มสาว ที่กำลังทำหน้าที่อยู่ในขณะนี้นี่นะครับ เขาจะไม่ต้องกล่าว เหมือนกับรัฐบุรุษอาวุโสท่านหนึ่ง เคยกล่าวไว้ว่า เมื่อข้าพเจ้ามีอำนาจข้าพเจ้ายังไม่มีประสบการณ์ เมื่อข้าพเจ้ามีประสบการณ์ ข้าพเจ้าก็ไม่มีอำนาจเสียแล้ว เราอยากจะให้ท่านถึงทั้งมีอำนาจ และมีประสบการณ์ในคราวเดียวกันครับ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะถึงวันนั้นครับ ท่านประธานที่เคารพครับ สุดท้ายครับ ขออนุญาตสรุปอย่างนี้ครับ วันนี้ยินดีกับอดีตผู้นำที่กลับประเทศครับ แต่จะยินดีสูงสุดและมากที่สุด นั่นก็คือ Real world ที่โลกแห่งความเป็นจริง โลกแห่งความขัดแย้งในประเทศจะสิ้นสุดพิธีครับ จะก้าวเข้าสู่ยุค Dream world โลกแห่งความฝัน ที่เราปราถนาสูงสุดคนในประเทศ นั่นก็คือโลกหรือประเทศของเรา เข้าสู่ยุคภาษีอ่านประเทศเจริญรุ่งเรือง สันติสงบสุขนิรันดร์กาลครับ ขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างสูงครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ขอบพระคุณครับ ท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ต่อไปเป็นท่านสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ นะครับ สว. ครับ (คุณสถิตย์) กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วาระนี้เป็นการให้ความเห็นชอบบุคคล ซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี บุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อวันนี้ คือ คุณเศรษฐา ทวีสิน ซึ่งเป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จ ในการบริหารธุรกิจเป็นอย่างมาก แต่ในวันนี้กำลังได้รับการเสนอชื่อ เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะต้องเป็นบุคคลที่มีความสามารถ ในการบริหารเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งแตกต่างไปจากการบริหารธุรกิจ กระผมขออนุญาตท่านประธาน กล่าวถึงนโยบายเศรษฐกิจบางเรื่อง เชื่อมโยงไปถึงทักษะในการบริหาร ของผู้ได้รับการเสนอชื่อ เป็นนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ ผมขออภิปรายเรื่องนโยบาย Digital Wallet หรือนโยบายกระเป๋าเงิน Digital ซึ่งกำหนดให้... ให้เงิน ๑๐,๐๐๐ บาท กับผู้ที่มีอายุเกิน ๑๖ ปี และให้ใช้จ่ายในเวลา ๖ เดือน ในรัศมี ๔ กิโลเมตร นโยบายเช่นนี้ ถือว่าเป็นนโยบายของการกระตุ้นเศรษฐกิจ ในช่วงเวลาที่ออกนโยบายนี้ ขณะนั้นเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัว ในปี ๒๕๖๓ นั้นเศรษฐกิจติดลบอยู่ที่ ๖.๒ และฟื้นตัวมาในปี ๒๕๖๔ ที่ขยายตัวที่ร้อยละ ๑.๕ และในปี ๒๕๖๕ ขยายตัวร้อยละ ๒.๖ นโยบายนี้ออกมาในขณะที่เศรษฐกิจกำลังฟื้นตัว ซึ่งไม่ใช่ช่วงเวลาที่เหมาะสม เพราะว่าในการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น ต้องคำนึงถึงจังหวะเวลา หรือ Timely แต่ ณ วันนี้ไตรมาสแรก ความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของปี ๒๕๖๖ นั้น ขยายตัวร้อยละ ๒.๖ เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีที่ผ่านมา แต่ในไตรมาสที่ ๒ นั้นการขยายตัวลดลง เหลือร้อยละ ๑.๘ เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมาของปีที่แล้ว ที่เป็นเช่นนี้ก็เป็นไปได้ว่า อยู่ในช่วงของการรอการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ เพราะว่าจากตัวเลขนั้น ปรากฏว่าตัวเลขที่ด้อยลงไป ก็คือตัวเลขของการใช้จ่ายภาครัฐ ตัวเลขของการบริโภคภาครัฐ แม้กระทั่งตัวเลขของการส่งออกก็ลดลงไป มีเพียงแต่ตัวเลขของการท่องเที่ยวเท่านั้น ที่เติบโตขึ้นมา เพราะฉะนั้น ในจังหวะนี้ ก็จะเห็นว่าเศรษฐกิจเริ่มจะชลอตัว ก็เป็นช่วงจังหวะเวลา ที่ใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจได้ หลักการประการที่ ๒ ของการกระตุ้นเศรษฐกิจ ก็คือต้องเป็นการชั่วคราว หรือ Temporarily เรื่องนี้ชัดเจนว่าเป็นการชั่วคราว เพราะว่าจะดำเนินการให้เสร็จสิ้น ในเวลา ๖ เดือน เรื่องที่ ๓ สำคัญ ก็คือเรื่องของเป้าหมาย หรือ Target ซึ่งเรื่องของเป้าหมายในการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น อาจจะมองเป็น ๓ เรื่อง เรื่องแรกก็คือเรื่องบุคคลที่จะได้รับประโยชน์ ผมอยากจะเรียนว่านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น สามารถที่จะทำควบคู่ไปกับการลดความเหลื่อมล้ำ เพราะฉะนั้น การให้เงิน ๑๐,๐๐๐ บาทนี้ อาจจะคิดในกรอบเดิม ที่เรียกว่า "Helicopter Money" ก็คือโปรยเงินไปทั่วแจกเงินให้ครบทุกคน แต่ในช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลา ที่เรามีฐานข้อมูลของคนจนอย่างเพียงพอ ที่สามารถจะแจกเงินให้ตรงเป้า ไปกับคนจนเหล่านั้นได้ ก็หวังว่าทักษะในการบริหารของคุณเศรษฐานี้ ในเชิงบริหารธุรกิจ จะได้นำเรื่องนี้เข้าไปพิจารณา ในการบริหารเศรษฐกิจ เพราะว่าในการบริหารเศรษฐกิจนั้น นอกจากคำนึงถึงความเติบโต ก็ยังคำนึงถึงการกระจายความเจริญ ลดความเหลื่อมล้ำอีกด้วย Target หรือเป้าหมายประการที่ ๒ ก็คือร้านค้า หวังว่านโยบายนี้คุณเศรษฐาจะได้พิจารณาว่า จะให้ไปซื้อของในร้านค้า ที่เป็นร้านค้าชุมชนจริง ๆ ไม่ใช่ร้านค้าที่เป็นเครือข่ายขนาดใหญ่ ที่ไปตั้งรกรากอยู่ในชุมชน มิเช่นนั้นแล้วประโยชน์ที่จะได้กับชุมชน ก็จะน้อยกว่าที่ควรจะเป็น แต่ถ้าหากว่าจำกัดขอบเขต เฉพาะร้านค้าชุมชนแท้ ๆ แล้ว นอกจากกระตุ้นเศรษฐกิจ ก็ยังกระจายเศรษฐกิจไปอีกด้วย เป้าหมายประการที่ ๓ ก็คือสินค้า สินค้าที่กำหนดในการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น ควรจะเป็นสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ มิใช่สินค้าเป็นการทั่วไป มิเช่นนั้นแล้วก็อาจจะเอาไปใช้เงินนี้ ด้วยสินค้าที่ฟุ่มเฟือยด้วยสินค้าที่เป็นอบายมุข ซึ่งอาจจะสำหรับประสงค์กับการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ไม่ตอบรับกับเรื่องของการกระจาย ความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ไม่ตอบรับกับการลดความเหลื่อมล้ำ ประการถัดไป ในเรื่องของการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น ก็คือต้องมีความโปร่งใสเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ แล้วก็ต้องชมผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อ เป็นนายกรัฐมนตรี ที่ได้นำมิติใหม่ของความโปร่งใสมาใช้ ในการบริหารเงินในการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งนี้ นั่นก็คือนำระบบ Blockchain มาใช้ เพราะว่าการบริหารเศรษฐกิจ ด้วยการแจกเงินที่โปร่งใส นั้นจำเป็นจะต้อง อย่างยิ่งที่จะต้องใช้ระบบ Digital และระบบ Digital จนถึงทุกวันนี้ ที่ถึงขั้นสูงสุด คือ ระบบ Blockchain ผมขอกราบเรียนท่านประธานสภา ว่า Blockchain นั้น เป็น World Wide Web เว็บรุ่นที่ ๓ World Wide Web เว็บรุ่นที่ ๑ ก็คือ World Wide Web รุ่นที่อ่านอย่างเดียว หรือ Read only World Wide Web รุ่นที่ ๒ นั้น ก็คือรุ่นที่อ่านได้ตอบได้ รุ่นที่ Read and Respond ส่วน World Wide Web รุ่นที่ ๓ นี่ ขยับไปอีกขั้นหนึ่ง ก็คือเป็นเรื่องที่กระจายในเรื่องของข้อมูลออกไป และทุกคนเป็นเจ้าของข้อมูลของตัวเอง ไม่มีตัวกลางที่เป็นเจ้าของข้อมูล เหมือนกับเว็บที่ ๒ เพราะเรื่องนี้ก็จะมีความโปร่งใสมาก แต่ผมก็อยากจะเรียนว่า ประสบการณ์ในการบริหารธุรกิจ ของผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น น่าจะต้องพิจารณาให้ละเอียดรอบคอบ ถึงการวางโครงสร้างพื้นฐาน Blockchain อันนี้ ที่จะต้องรอบคอบในเรื่องเทคโนโลยี ที่จะต้องระมัดระวัง ในเรื่องของกระบวนการต่าง ๆ ที่จะต้องพัฒนาบุคลากรที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้ที่ใช้ระบบ Blockchain นี้ ให้มีความเข้าใจอย่างแท้จริง เพราะระบบ Blockchain นั้น มีอยู่คำหนึ่งเรียกว่า "Private Key" หรือทั่วไปเรียกว่า "Password" ถ้าทำ Private Key นี้หาย ทุกอย่างที่อยู่ใน Digital Wallet ก็จะหายไปด้วย นี่ผมกำลังพูดถึงโครงสร้างพื้นฐาน ถ้าหากว่าจะวางโครงสร้างพื้นฐาน ของ Blockchain ให้ใช้ในเรื่องอื่น ๆ ด้วย ก็ฝากไว้ด้วยก็คงจะต้องพิจารณา เรื่องของการวางโครงสร้างพื้นฐาน ของ Blockchain นี้ให้ดี และเชื่อว่าทักษะในการบริหารธุรกิจ ของคุณเศรษฐา ทวีสิน นั้น สามารถที่จะนำมาปรับใช้ด้วยความระมัดระวัง ในการวางโครงสร้างพื้นฐานครั้งสำคัญ ของ Digital Money ในครั้งนี้ ผมขออนุญาตกล่าวถึงเรื่องในทางการเมืองว่า เมื่อพรรคใดพรรคหนึ่ง หรือพรรคการเมืองหลายพรรค ได้รวมตัวกันเป็นเสียงข้างมาก เกินกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ก็แสดงว่าได้เป็นตัวแทนของคนไทย เกินกึ่งหนึ่งของผู้ที่ลงคะแนนเสียงทั้งหมด จึงมีความชอบธรรม ที่พรรคที่รวมตัวกันเกินกว่ากึ่งหนึ่งนั้น จะได้เสนอชื่อบุคคลที่จะได้เป็นนายกรัฐมนตรี และเมื่อพิจารณาถึงคุณสมบัติ ของการเป็นนักบริหารธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ที่เชื่อว่าสามารถปรับทักษะในการบริหาร ให้มาบริหารเศรษฐกิจของประเทศชาติได้แล้ว ผมจึงคิดว่าผู้ได้รับการเสนอชื่อ เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ คือ คุณเศรษฐา ทวีสิน สมควรที่จะได้รับความเห็นชอบเป็นนายกรัฐมนตรี ขอบพระคุณครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ครับ ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านปรีดา บุญเพลิง พรรคครูไทยเพื่อประชาชน เชิญครับท่านครับ (คุณปรีดา) กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายปรีดา บุญเพลิง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน การศึกษานำการเมือง ครูพัฒนาคนประชาชนพัฒนาชาติ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขอกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังผู้ทรงเกียรติ และผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี และสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติ ผมได้เฝ้าติดตามบรรยากาศ และสถานการณ์การจัดตั้งรัฐบาล ของพรรคการเมืองที่เป็นแกนนำ ในการจัดตั้งรัฐบาลในครั้งนี้และที่ผ่านมา วันนี้เราคงต้องมา... ร่วมช่วยกัน จะทำอย่างไรให้พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งแผ่นดิน มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความเป็นอยู่ที่ดี กินดี มีความมั่นคงในชีวิต สังคมไทยมีความรักสามัคคี ประเทศชาติมีความมั่นคงเจริญรุ่งเรืองสืบไป ทัดเทียมกับอารยประเทศ ควรถึงเวลาและเป็นนิมิตหมายที่ดี ในการสรรหานายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ เพื่อในการจัดตั้งรัฐบาลต่อไป ครั้งนี้ถ้านายกรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ จากที่ได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกรัฐสภา จะนำพาประเทศไปสู่ความมั่นคงด้านการศึกษา ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ด้านการเมือง และวัฒนธรรม ผมอยากทราบว่านโยบายของพรรคการเมือง ที่ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลว่าอย่างไร โดยเฉพาะด้านการศึกษา ว่าที่นายกรัฐมนตรีควรจะนำเรื่องการศึกษา เป็นนโยบายหลักในการพัฒนาประเทศ เช่น หลักสูตร ครู ระบบบริหารจากการจัดการ ควรได้รับการปฏิรูปอย่างเร่งด่วน ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล พรรคร่วมรัฐบาลได้... ถ้าได้ทำได้อย่างนี้ ผมเชื่อมั่นว่าประเทศไทย พี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนจะมีความสุขร่มเย็น ประเทศชาติเจริญรุ่งเรืองมีความมั่นคง พรรคครูไทยเพื่อประชาชน พร้อมที่จะสนับสนุนอย่างเต็มที่ ขอบคุณมากครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวันชัย สอนศิริ สว. นะครับ (คุณวันชัย) กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ กระผมเองนั้นได้ประกาศแสดงเจตจำนง มาตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งและหลังเลือกตั้ง ว่าใครรวมเสียงข้างมากได้ สว. วันชัย สอนศิริจะโหวตให้กับนายกรัฐมนตรี จากพรรคการเมืองเหล่านั้น และผมขออนุญาตกราบเรียนเพิ่มเติมว่า สิ่งที่ผมประกาศเจตจำนง ทั้งก่อนและหลังเลือกตั้ง สนับสนุนกับพรรคการเมืองเสียงข้าง... ที่รวมเสียงข้างมากนั้น ด้วยเหตุผลว่า ๑. เป็นไปตามหลักประชาธิปไตย ซึ่งแน่นอนบ้านเมืองเรา กำลังเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตย แม้อาจจะยังไม่เต็มใบเต็มที่นัก และจะต้องเต็มใบต่อไป ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่ง ก็สนับสนุนให้กับเสียงส่วนใหญ่ อันเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย และเมื่อรวมเสียงข้างมากได้ ก็ถือว่าเป็นความต้องการของพี่น้อง ประชาชนคนไทยทั้งประเทศที่ใช้สิทธิเลือกตั้ง และประการที่สำคัญครับท่านประธาน เป็นการลดความขัดแย้งในสังคมในบ้านในเมือง และเป็นสิ่งหนึ่งที่อยากจะกราบเรียนเพิ่มเติม ว่าการตัดสินที่จะให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น อยู่ที่สมาชิกรัฐสภา ๗๕๐ คนนี้ มิใช่ว่าใครคนใดคนหนึ่งกล่าวอ้างขึ้นมา ว่าคนนั้นไม่ดีคนนี้ไม่ถูกต้อง คนนั้นไม่มีคุณสมบัติใช้ไม่ได้ แล้วคน ๗๕๐ จำเป็นต้องเชื่อคนคนนั้น ซึ่งไม่ใช่สมาชิกรัฐสภาหรือ เพราะฉะนั้น เสียง ๗๕๐ ส่วนใหญ่นั้น จะเป็นเสียงชี้ขาดว่าใครเป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่ใครคนใดคนหนึ่งกล่าวอ้าง แล้วเราก็ตัดสิทธิคนคนนั้น นี่คือหลักการที่ผมถือเป็นแนวปฏิบัติ ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐบาลที่จัดตั้งในครั้งนี้ ๓๑๔ เสียง จาก ๑๑ พรรคการเมืองที่ประกาศกันเมื่อวานนี้ ผมดูแล้วเห็นว่าเป็นรัฐบาล ที่ก้าวข้ามความขัดแย้งจริง ๆ เป็นรัฐบาลที่สลายขั้วสลายสีสลายความเห็นต่าง และจะนำมาซึ่งความปรองดองสมานฉันท์ ที่เป็นรูปธรรมจริง ๆ ครับท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานดูในรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการปฏิรูปประเทศในมาตรา ๒๕๗ เขาเขียนไว้อยู่ใน (๑) ว่าการปฏิรูปประเทศนั้น ประเทศชาติมีความสงบเรียบร้อย มีความสามัคคีปรองดอง เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญเลยนะครับท่านประธาน และในมาตรา ๒๕๘ อยู่ใน (๕) บอกว่าในการปฏิรูปนั้นจะต้องมีกลไกแก้ไข ความขัดแย้งทางการเมืองโดยสันติวิธี ภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ท่านประธานจะเห็นว่า เรื่องความขัดแย้งในสังคมนั้น เป็นปัญหาในประเทศเรามา ๒๐ ปี สร้างความเสียหายสร้างความย่อยยับ กับประเทศเรามาเป็นเวลานานแล้ว ก่อให้เกิดความขัดแย้งแตกแยก แม้กระทั่งในครอบครัว แบ่งฝัก แบ่งฝ่าย แบ่งคน แบ่งจังหวัด ถึงกับบางจังหวัดบางคนเดินทางไปไม่ได้ ถ้าก่อให้เกิดความเสียหายนี่ ประเมินค่ามิได้เลยครับท่านประธาน ทั้งชีวิตทั้งจิตใจทั้งร่างกายทั้งทรัพย์สิน ของรัฐของเอกชนทั้งมีการเผามีการฆ่ากัน เป็นทุกที่ทุกแห่ง แม้แต่สื่อก็แบ่งฝักแบ่งฝ่ายเข้าประหัตประหารกัน บางครั้งถึงขนาดต้องปฏิวัติรัฐประหารกัน เกิดขึ้นทั้งในสภานี้ และก็ลามมานอกสภา ลามไปท้องถนน ไปในตำบล ในหมู่บ้าน ในอำเภอ ในจังหวัด แล้วทุกคนก็เรียกร้อง ว่าเราต้องปรองดองสมานฉันท์ ผมเองนั้นเป็นทั้งสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ เป็นทั้งสมาชิกสภาขับเคลื่อนเป็นทั้งสมาชิกวุฒิสภา ท่านประธานครับ ในการปฏิรูปมีหัวข้อใหญ่อยู่ ๑ หัวข้อ คือ การสร้างความปรองดองสมานฉันท์ มีแผนมีเอกสารเป็นตั้ง ๆ เป็นปึก ๆ เป็นห้อง ๆ เป็นตู้ ๆ ลัง ๆ ครับ ตั้งคณะกรรมาธิการกันไม่รู้กี่ชุดกี่คณะ เคยปฏิรูปเรื่องการปรองดองสมานฉันท์ หรือทำให้คนรักกันมีความสมัครสมานสามัคคีกัน มีได้ไหมครับ ผมที่เป็นกรรมการปฏิรูป เป็นสมาชิกสภาขับเคลื่อนสมาชิกสภาปฏิรูป ยังมองว่ามันสูญเปล่าเป็นไปไม่ได้เลยครับ แต่พอเห็นรัฐบาล ๓๑๔ เสียง จาก ๑๑ พรรคการเมือง เป็นเรื่องที่บรรจงลงตัว เหมาะเจาะพอดีเลยครับท่านประธาน สลายขั้วข้ามสี... สลายสีสลายพรรคสลายบุคคล เรามีทั้งเหลืองมีทั้งแดงอยู่ในนั้น มีทั้ง กปปส. มีทั้ง นปช. มีทั้งพรรคการเมืองที่เป็นผู้นำเป็นทหารก็มี แต่ว่ามาร่วมกันเป็นรัฐบาลในการบริหารประเทศ เป็นการปรองดองสมานฉันท์ ที่เป็นรูปธรรมที่แท้จริงครับท่านประธานครับ เพราะที่เราทะเลาะเบาะแว้งกันนั้น เกิดจากการแบ่งแก่งแย่งอำนาจกัน เริ่มจากการขัดแย้งกันในสภานี่ล่ะครับ อย่างที่ผมเรียน แล้วก็ลามไปข้างนอก ตอนนี้ บัดนี้ และเดี๋ยวนี้ แม้จะมีการโหวตนายกรัฐมนตรีต่อไป ในเวลาข้างหน้านี่ ถ้าทุกพรรคการเมืองได้เป็นรัฐบาลจริง ๆ ผมเชื่อเหลือเกินว่ายิ่งกว่าแผนการปฏิรูปใด ๆ ยิ่งกว่าการเสียเงินเสียทองใด ๆ ที่เราทำมาทั้งสิ้น เพราะทุกพรรคทุกคน เข้าใจในปัญหาของความขัดแย้งเหล่านี้ ผมจึงเชื่อเลยว่ารัฐบาลชุดนี้ ถ้าลดละไม่แบ่งฝักแบ่งฝ่ายไม่ทะเลาะเบาะแว้ง ในการแก่งแย่งอำนาจในการเป็นรัฐบาล เอาประเทศชาติและประชาชนเป็นตัวตั้ง ผมว่าความหวังของประชาชน ที่เราขัดแย้งแบ่งแยกกันมา ๒๐ กว่าปีนั้น อยากให้ปีนี้และโหวตนายกรัฐมนตรีวันนี้ เป็นการนับ ๑ ของการปรองดองสมานฉันท์ ผมสนับสนุนให้ประเทศเดินหน้า และให้มีรัฐบาลโดยเร็ว และจะดี หรือไม่ดี ผมว่าผลงานนั้นจะเป็นเครื่องพิสูจน์ พรรคการเมืองจาก ๑๑ พรรคที่เป็นรัฐบาล ขอเวลาอีกนิดเดียวครับท่านประธาน จะจบแล้วครับ เมื่อได้รัฐบาลที่มาจาก ๑๑ พรรคการเมือง แบบสลายขั้วสลายสีปรองดองแล้ว สิ่งที่มีในสภานี้ท่านประธานครับ เรามีพรรคฝ่ายค้านจากพรรคก้าวไกล ก้าวไกลนี่ล่ะครับ ซึ่งจะเป็นพรรคฝ่ายตรวจสอบที่เข้มแข็ง และที่สำคัญที่สุดครับท่านประธานครับ ตัวนายกรัฐมนตรีที่มีปัญหา ที่มีการกล่าวหากันในเรื่องนู้นเรื่องนี้ โดยหลักการที่ผมเองนั้น เป็นทนายความเป็นนักกฎหมาย ใช้หลักว่า ตราบใดก็ตามถ้ายังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด หรือยังไม่มีองค์กร หรือหน่วยงานใดวินิจฉัยข้อกล่าวหาของบุคคลนั้น ต้องถือว่าบุคคลนั้นเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ เพราะฉะนั้น ใครจะถูกกล่าวหาอะไร เรื่องอะไรอย่างไรที่พูดกันอยู่ ผมว่ายังมีหน่วยงานองค์กร องค์กรอิสระต่าง ๆ ที่จะต้องตรวจสอบต่อไป หน่วยงานทางราชการที่จะต้องตรวจสอบต่อไป และเมื่อเป็นรัฐบาลแล้ว การอภิปรายไม่ไว้วางใจก็จะเป็นการตรวจสอบ คนที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป ด้วยเหตุนี้ผมจึงสนับสนุน พรรคการเมืองที่รวมเสียงข้างมาก แล้วเสนอบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ สว. วันชัย สอนศิริ สนับสนุนเต็มที่ในหลักการดังที่กล่าวแล้ว หวังว่าสิ่งนี้จะทำให้บ้านเมืองเดินได้ต่อไป และเป็นความหวัง เป็นความต้องการของพี่น้องประชาชน พูดถึงคำว่า "ความรัก ความสามัคคี" ที่จะเกิดขึ้น ก็ชื่นใจแล้วนะครับท่านประธาน หวังว่าจะเกิดขึ้นจากรัฐบาลนี้ ขอบพระคุณครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ครับ ขอบคุณครับท่านวันชัย ต่อไปขอเรียนเชิญ ท่านบัญชา เดชเจริญศิริกุล นะครับ พรรคท้องที่ไทยครับ (คุณบัญชา) กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม บัญชา เดชเจริญศิริกุล นะครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อพรรคท้องที่ไทยนะครับ ส่วนตัวแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทยนั้น ผมไม่ขอกล่าวถึง เพราะผมเชื่อว่าพรรคเพื่อไทย ได้คัดสรรมาแล้วเป็นอย่างดีนะครับ เชื่อว่าองค์กรต่าง ๆ ก็คงได้ตรวจสอบแล้วนะครับ ส่วนวันนี้นะครับ ผมอยากให้ทุกพรรคการเมือง ถอยหลังกันคนละก้าวได้ไหมครับ ประชาชนรออยู่นะครับ เพราะว่าทุกคนก็พูดแต่ว่าประชาชน ๆ แต่อยากให้ทำเพื่อประชาชนสักครั้งหนึ่งครับ สีที่มีอยู่ขอให้สีที่เป็นเกมกีฬาสีได้ไหมครับ เรามาร่วมกันสร้างความดีช่วยกันสร้างความดี เพื่อประเทศไทยไปสู่ความเจริญก้าวหน้า ให้ดียิ่งขึ้นต่อไปนะครับ ก็อยากให้ทุกคนคิดและตระหนักนะครับ ประเทศไทยอยู่ตรงนี้ไม่ไหวแล้วนะครับ เพราะว่าพี่น้องประชาชนตอนนี้แย่มาก ๆ นะครับ เช่นเดียวกับภัยแล้งที่จะเกิดขึ้น กับพืชเศรษฐกิจต่าง ๆ ตอนนี้จะยืนต้นตายกันหมดแล้วครับ รอการแก้ไขจากรัฐบาลนะครับ ก็อยากให้มีรัฐบาลเร็ววันแล้วก็เร่งด่วนนะครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ครับ ขอบคุณครับ ต่อไปกลับมาที่ท่านมณเฑียร บุญตัน นะครับ สว. ครับ เชิญครับ (คุณมณเฑียร) กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายมณเฑียร บุญตัน สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ในการพิจารณาลงมติเห็นชอบ ผู้สมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ ผมจะใช้สิทธิในการทำหน้าที่ ในลักษณะทำนองเดียวกับที่ผมได้ใช้สิทธิไป ในวันที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๖๖ โดยมีหลักการพื้นฐาน ซึ่งผมได้เปิดเผยต่อสาธารณะมาอย่างต่อเนื่อง ว่าในระบบการเมืองที่เป็นปกติ ของระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา ซึ่งของไทยเรานั้นเป็นระบบรัฐสภา ที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข โดยปกติแล้วนี่นายกรัฐมนตรีนั้น มาจากการเลือกของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งก็เกิดจากการรวมเสียงข้างมาก ของพรรคการเมือง ที่ได้รับการเลือกตั้งจากพี่น้องประชาชน แต่กรณีที่เราอยู่ในห้วงเวลาพิเศษนี้นี่นะครับ รัฐธรรมนูญได้กำหนดให้สมาชิกวุฒิสภา ทำหน้าที่ร่วมกับสภาผู้แทนราษฎร ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา เพื่อลงมติเห็นชอบ เพราะฉะนั้นนี่ เราก็จำเป็นต้องทำหน้าที่ เพียงแต่ว่าผมเห็นแล้วว่า การทำหน้าที่ในครั้งนี้นั้นน่ะ เป็นการทำหน้าที่ในสถานการณ์การเมือง ที่เป็นประชาธิปไตยที่ปกติแล้ว เราไม่ได้อยู่ในระหว่างการเปลี่ยนผ่าน จากรัฐบาลรักษาการหลังการยึดอำนาจ ไปสู่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แต่เราอยู่ในระหว่างการเปลี่ยนผ่าน จากรัฐบาลประชาธิปไตย ที่มาจากการเลือกตั้งชุดหนึ่งไปยังอีกชุดหนึ่ง เพราะฉะนั้น ผมจึงเห็นว่าไม่มีความจำเป็น ที่สมาชิกวุฒิสภาจะทำหน้าที่วินิจฉัย ผิดแผกแตกต่างไปจากเสียงข้างมาก ในสภาผู้แทนราษฎร นั่นเป็นหลักการเดิมที่ผมใช้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอเรียนว่าผมเองไม่ค่อยสบายใจเท่าไรนัก ต่อเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น ข้อกล่าวหาต่าง ๆ นานา การเปลี่ยนขั้วเปลี่ยนฝ่ายสลายขั้ว จริง ๆ โดยหลักการ มันก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่เสียหายอะไรหรอกครับ เพราะว่าในระบบรัฐสภา ในประเทศไหนก็มีการจับคู่เปลี่ยนขั้วสลายขั้ว ระหว่างซ้ายกับขวา กลางกับขวา กลางกับซ้ายอยู่ตลอดเวลา ในประเทศในยุโรปก็เห็นกันบ่อย เพียงแต่ว่าของเรานั้น วิวัฒนาการเพิ่งจะใหม่ ๆ หมาด ๆ ประชาชนมีความคาดหวังสูงนะครับ ว่าพรรคการเมืองที่จับกลุ่มกันตั้งแต่ก่อนเลือกตั้ง มาจนถึงการเลือกตั้งเสร็จ ก็ถูกเข้าใจแล้วว่าได้มีการกำหนดยุทธศาสตร์ อุดมการณ์ทางการเมืองร่วมกันไปแล้ว ครั้นสะดุดหยุดลงแล้วมีปัญหา ถึงขั้นต้องมีการเปลี่ยน ก็จะต้องทำให้เกิดความผิดหวังเป็นธรรมดา แต่แม้จะมีความไม่สบายใจขนาดไหนก็ตาม และแม้ว่าจะมีข้อกล่าวหาใด ๆ ต่อบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อขนาดไหนก็ตาม ก็ไม่อาจไปลบล้างหลักการ ที่ผมได้เคยแถลงต่อสาธารณะไปแล้วนะครับ ว่าสำหรับผมแล้วสมาชิกวุฒิสภาในสถานการณ์ ทางการเมืองที่เป็นปกติเหมือนเช่นปัจจุบัน ไม่ควรเป็นอุปสรรคต่อการจัดตั้งรัฐบาล เพราะฉะนั้น ก็จึงไม่มีเหตุผลใด ที่ผมจะใช้ความไม่สบายใจ หรือความรู้สึกนึกคิด หรือความเข้าใจต่อพรรคการเมือง ต่อจุดยืนทางการเมืองของพรรคเหล่านั้น หรือต่อทัศนะที่มีต่อบุคคล ที่ได้รับการเสนอชื่อแต่ประการใด ประการต่อมาครับท่านประธาน แม้ว่าผมจะได้ใช้สิทธิในฐานะประชาชน ในวันที่ ๑๔ เดือนพฤษภาคม ซึ่งผมก็เป็นคนหนึ่งนะครับ ที่ต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลง ต้องการเห็นการปรับปรุงโครงสร้าง การบริหารราชการแผ่นดิน แต่เป็นความเห็นโดยสุจริต และผมก็ได้ทำหน้าที่ของประชาชนไปแล้ว พูดอย่างตรงไปตรงมา ว่าผมไม่ได้เลือกพรรคใดเลย ที่ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลในวันนี้ แต่ความรู้สึกนึกคิด และการใช้สิทธิในวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ก็ไม่อาจลบล้างหลักการที่ผมได้พูดไปแล้ว ว่าในสถานการณ์ทางการเมืองที่เป็นปกติ ไม่ใช่หน้าที่ของสมาชิกวุฒิสภา ที่จะไปวินิจฉัยว่าใครสมควรเป็นนายกรัฐมนตรี ดังนั้น ผมจึงได้วางความรู้สึกชอบไม่ชอบส่วนตัว ความรู้สึกชอบไม่ชอบต่อพรรคการเมือง ความรู้สึกชอบไม่ชอบต่อผู้ได้รับการเสนอชื่อ เพื่อให้กลไกในการได้มาซึ่งนายกรัฐมนตรี และรัฐบาลสามารถดำเนินต่อไปได้ และประเทศไทยเรา จะได้เข้าสู่สภาวะอันเป็นปกติ มีการจัดตั้งรัฐบาล มีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณประจำปี ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด ต่อการบริหารราชการแผ่นดิน ท่านประธานที่เคารพครับ อย่างไรก็ตามครับ แม้ว่าผมจะได้ตัดสินใจไปแล้ว แต่ผมก็เหมือนกับสมาชิกหลายท่าน เหมือนกับพี่น้องประชาชนหลายท่าน ที่ใคร่อยากจะรับฟังคำชี้แจงการแสดงจุดยืน บางประการของผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อ หรือตัวแทนผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อในหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการแก้ไข หรือปรับปรุง หรือยกร่างรัฐธรรมนูญก็ดี ซึ่งผมแม้ว่าจะมีความสงสัยกังขา ต่อการแก้ไขทั้งฉบับ ไม่ใช่โดยเนื้อหานะครับ แต่โดยความห่วงใย ว่าในสภาวะที่สังคมไทยยังมีความ ไม่มีความเห็นพ้องต้องกันไม่มีฉันทามติ การแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ อาจนำไปสู่ความขัดแย้งโดยไม่จำเป็น แต่ผมก็พร้อมที่จะยกมือให้ และก็ได้ยกมือให้มาโดยตลอดครับท่านประธาน ไม่ว่าจะเป็นแก้ทั้งฉบับไม่ว่าจะเป็นแก้ ๒๗๒ ผมก็ยกมือให้มาโดยตลอด แต่ผมก็อยากจะฟังคำชี้แจงว่าท่านจะใช้ศิลปะ ท่านจะใช้เทคนิควิธีการใด ที่จะเสนอให้มีการลงประชามติ อันจะนำไปสู่การยกร่างรัฐธรรมนูญนี่ โดยปราศจากความขัดแย้งอย่างรุนแรง นำพาสังคมไทยไปสู่สังคมที่มีสันติสุขมีสันติภาพ มีความสร้างสรรค์ต่อไป อีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะทราบ เผอิญผมพอจะมีความรู้อยู่เล็กน้อยมากนะครับ แต่ก็สนใจในเรื่องนี้ เมื่อสักครู่ท่านอาจารย์สถิตย์ได้พูดไปแล้ว ถึงเรื่องของ Digital Wallet ซึ่งผมไม่มั่นใจว่า Digital Wallet ของท่านนี่ เงินที่ได้มานั้นมันเป็นเงิน Fiat ก็คือเงินตราที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย มันเป็นเวอร์ชัน Digital ของเงินบาท ที่มีอยู่แล้วมันไม่ใช่ของใหม่นะครับ หรือว่ามันเป็นเงิน Digital โดยกำเนิด ถ้าเป็น Digital โดยกำเนิด ท่านจะใช้ Blockchain ในการเก็บรักษา Blockchain นั้นมีลักษณะไม่เป็นศูนย์กลาง เป็น Decentralize นะครับ ท่านจะกำกับควบคุมการใช้เงิน ที่เป็น Decentralize อย่างไรนะครับ เพราะว่ามันย้อนแย้งกับการใช้กฎระเบียบ การใช้ระยะเวลานะครับ แล้วก็การควบคุมนะครับ การไหลบ่าของเงินนะครับ ผมเข้าใจว่าอันนี้ท่านคงมีความในใจอยู่แล้วล่ะ มันเป็นเงิน Fiat ที่เป็นเวอร์ชัน Digital มันเป็น Centralize bank Digital Currency นะครับ หรือว่ามันเป็นเงิน Digital โดยกำเนิด ที่มันมีค่าในตัวของมันเองนะครับ ก็ในท้ายที่สุดนะครับ ผมก็ขอยืนยันในหลักการเดิม ว่าในฐานะสมาชิกวุฒิสภา ที่เห็นชอบต่อการแก้ไขมาตรา ๒๗๒ และการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาโดยตลอด ผมก็จะโหวตสนับสนุนพรรคการเมือง ที่เสนอชื่อผู้สมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ที่สามารถรวบรวมเสียงข้างมาก ในสภาผู้แทนราษฎรได้ ขอบพระคุณมากครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ครับ ขอบคุณครับ ท่านมณเฑียร บุญตัน ต่อไปเชิญท่านกฤดิทัช แสงธนโยธิน ครับ (คุณกฤดิทัช) ครับผม กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผมนายกฤดิทัช แสงธนโยธิน สส. บัญชีรายชื่อพรรคใหม่ และในฐานะเป็นสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ ก่อนอื่นผมเองก็ต้องแสดงความยินดีนะครับ ในวันนี้ที่เวียนมาถึง ได้มีการเสนอแคนดิเดตนายกฯ เพื่อที่จะมีการโหวตเลือกตั้ง... เลือกนายกฯ ต่อไป เพราะที่ผ่านมานับตั้งแต่มีการเลือกตั้ง ๑๔ พฤษภาคมจนถึงวันนี้ ๑๐๐ วันถ้าผมเข้าใจไม่ผิด เรายังไม่มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง เข้ามาบริหารกิจการบ้านเมือง ต่อจากรัฐบาลชุดรักษาการณ์ ปัญหาต่าง ๆ มากมายนะครับ ที่รอการแก้ไข วันนี้ต้องการรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาจัดการนะครับ ผมเองไม่ได้ติดขัดข้องหมองใจตรงไหน ที่ใครจะเป็นแคนดิเดตนายกฯ แต่ผมยังยืนยันในหลักการ ที่ว่าถ้าคนที่ได้รับการเสนอชื่อ ผ่านกระบวนการตั้งแต่รัฐธรรมนูญ ตั้งแต่มีการลงสมัครรับเลือกตั้งหาเสียง ผ่านกระบวนการเหล่านั้นมา ผมถือว่าคุณสมบัติเหล่านั้น จะต้องมีการถูกตรวจสอบเป็นอย่างดี และก็พรรคการเมืองที่มีการเสนอชื่อ แคนดิเดตนายกฯ แต่ละท่านนี่นะครับ ผมเชื่อว่าคงผ่านกระบวนการคัดกรอง และก็ตรวจสอบคุณสมบัติมาเป็นอย่างดี หากพรรคการเมืองใดตรวจสอบไม่ดี หรือมีปัญหา ผมเชื่อว่าพรรคการเมืองนั้น ก็คงต้องรับผิดชอบในส่วนนี้ไป แต่วันนี้นะครับ มันเป็นวันที่เรา เข้าสู่กระบวนการที่จะโหวตเลือกนายกฯ เพราะฉะนั้น ผมเอง ผมเชื่อว่าในเมื่อพรรคเพื่อไทย ขออนุญาตที่กล่าว... กล่าวถึงชื่อพรรคท่าน เพราะว่าท่านเป็นพรรคลำดับที่ ๒ ในการที่ได้รับโอกาส ในการที่จะเข้ามาเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ผมเองเชื่อว่าสิ่งที่ท่านทำนะครับ หรือสิ่งที่ท่านเสนอมาน่าจะเป็นเรื่องที่ดี สำหรับพี่น้องประชาชนและก็ประเทศไทยนะครับ แต่สิ่งหนึ่ง ที่ผมอยากจะฝากกราบเรียนท่านประธาน ไปยังผู้ที่จะได้รับการโหวตใน... ในครั้งนี้นี่นะครับ ว่าปัญหาเศรษฐกิจนะครับ สิ่งสำคัญที่สุดนะครับ ที่อยากจะให้ท่านตระหนัก ถึงภาระหน้าที่ที่ท่านจะต้องเข้ามารับผิดชอบ นำพาประเทศชาติที่จะก้าวเดินต่อไปข้างหน้า เพื่อให้สู้กับประเทศที่อยู่รอบข้างเรา วันนี้เศรษฐกิจเขานี่ก้าวล้ำหน้าเราไปมากมาย แต่บ้านเมืองเรานี่ยังถดถอย หรืออยู่กับที่นะครับ เพราะฉะนั้นนี่ สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะฝาก ก็คือปัญหาเรื่องปากท้องพี่น้องประชาชน วันนี้ทุกหย่อมหญ้าเดือดร้อน ในเรื่องของภาระหนี้สินยุคข้าวยากหมากแพง วันนี้รัฐบาลนะครับ ยังไม่ได้มีการเข้าไปเยียวยา หรือแก้ไขในสิ่งเหล่านี้นะครับ และที่สำคัญปัญหาที่ดินทำกินสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ รอรัฐบาลชุดใหม่นะครับ เข้าไปจัดการแก้ไข พี่น้องประชาชนคนไทยอีกมากมาย ที่ยังขาดที่ดินทำกิน ผมเองก็หวังว่าถ้ามีรัฐบาลชุดใหม่แล้วนะครับ ปัญหาเรื่องที่ดินทำกินนะครับ จะได้รับการแก้ไข เยียวยา ให้ชาวบ้านได้มีที่ดินทำกิน ประเด็นต่อมาในเรื่องของสิ่งที่จะทำให้ชีวิตดีขึ้น ของพี่น้องซึ่งเป็นชาวรากหญ้า ก็คือปัญหาเรื่องการเข้าถึงแหล่งเงินทุน วันนี้ต้องยอมรับอย่างหนึ่งครับ ว่าประเทศไทยเรามีหนี้ภาคครัวเรือนนี่ สูงมากนะครับ เพราะฉะนั้น รัฐบาลมีหน้าที่ในการ ที่จะต้องจัดการเรื่องปัญหาแหล่งเงินทุนนะครับ ให้กับพี่น้องที่ต้องการแหล่งเงินทุน เอาไปประกอบสัมมาอาชีพ หรือแก้ไขปัญหาเรื่องหนี้สินที่เขามีอยู่ เพราะฉะนั้น อันนี้คือหน้าที่ของรัฐบาล ที่จะเข้ามารับผิดชอบ ผมไม่ได้กังวลว่าคนที่จะถูกเสนอชื่อจะเป็นใคร แต่ผมเชื่อว่าถ้าท่านเข้ามาทำหน้าที่ ในฐานะเป็นรัฐบาลแล้วนี่นะครับ ผมอยากเห็นท่านนำพาประเทศนี้ ไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองและลดปัญหาความขัดแย้ง ผมไม่อยากให้ผู้แทนนะครับ ที่ได้รับการเลือกตั้งมาจากพี่น้อง ประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ในวันนี้นะครับ เรารอความหวังอยู่ครับ รอจัดตั้งรัฐบาล เพราะฉะนั้น ใครก็แล้วแต่นะครับ ที่ได้รับการเสนอชื่อ ถ้าเป็นไปตามครรลอง และหลักการของรัฐธรรมนูญ ผมยินดีและสนับสนุนในการที่จะโหวตให้ แต่นโยบายของท่าน จะต้องไม่ก่อให้เกิดปัญหา หรือความขัดแย้งครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ขอบคุณครับท่านกฤติทัช ต่อไปเชิญ พลตำรวจโท ศานิตย์ มหถาวร นะครับ สว. ครับ (พลตำรวจโทศานิตย์) เรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม พลตำรวจโท ศานิตย์ มหถาวร สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมเองนี่ขออนุญาตท่านประธาน พูดในนามที่ผมเป็นประชาชนคนไทยคนหนึ่ง แล้วก็มีความรักบ้านรักเมือง ไม่ต่างจากท่านประธานและเพื่อนสมาชิกทุกคน ผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิก ไม่ว่าจากพรรคการเมืองใดก็ตามนี่ ถ้าตัดไปซึ่งผลประโยชน์ส่วนตน เอาผลประโยชน์ของประเทศชาติ ผมว่าประเทศไทยนี่จะซิวิไลซ์เป็นอย่างยิ่ง ความรู้สึกของผมนี่ตั้งแต่จำความได้ ผมก็เห็นการเมืองกว่า ๘๐ ปี ก็วนเวียนอยู่อย่างนี้ท่านประธานครับ เลือกตั้งโดยใช้ปัจจัยอย่างอื่น ถ้าจะขออนุญาตเรียกว่า เป็นธุรกิจการเมืองก็อาจจะพูดได้ ในรุ่นใหม่ ๆ นี่ก็ใช้นโยบาย ในเรื่องของการหาเสียง เพื่อให้พี่น้องประชาชนเลือกก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง แต่อย่างไรครับท่านประธานครับ ผมเองนี่สนับสนุนนะ ให้มีรัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล ร่วมแรงร่วมใจกันทำเพื่อผลประโยชน์ ของชาติของแผ่นดินโดยแท้ ถ้าผมไม่ได้พูดวันนี้ผมจะนอนตายตาไม่หลับหรอก เพราะผมเองนี่ไม่ใช่นักการเมืองครับ แล้วก็คงไม่เล่นการเมือง แต่อย่างน้อยในชีวิตของผมนี่ได้มาทำหน้าที่ตรงนี้ ผมขอทำหน้าที่ของผมเพื่อปกป้องคุ้มครองชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และพี่น้องประชาชน จริง ๆ นะครับ ไม่มีเหตุอื่นใดเลย รักกันชอบกันทุกคน ในสภาแห่งนี้เป็นพี่เป็นน้องกันหมด ท่านประธานครับ ในการเลือกผู้ที่มาเป็นผู้นำของเรานี่ หรือนายกรัฐมนตรี ผมเองก็เฝ้าดูว่าจะมีการเสนอชื่อใครเอ่ย เพราะมีหลากหลายครับ ที่จริงผมเองนี่ในพรรคการเมืองที่ร่วมกันก่อตั้ง มีคนที่มีคุณสมบัติที่เป็นที่ยอมรับนับถือหลายคน อย่างพรรคการเมืองหนึ่ง แม้แต่หัวหน้าพรรคการเมืองบางพรรค ผมไม่ขอเอ่ยชื่อท่านคุณหมอชลน่านนะครับ รู้จักกันดีครับ ทำงานมาตั้งแต่ผมเป็นผู้กำกับอยู่เวียงสาน่ะ ท่านเป็นคนดีครับ ท่านก็ไม่ได้รับการเสนอชื่อขึ้นมา หรือท่านอื่น ๆ นะครับ ที่อยู่ร่วมรัฐบาลแห่งนี้ ผมไม่พูดถึงพี่เสรี เตมียเวสนะครับ ในอดีตท่านใช้ชื่ออย่างนี้ หรือท่านอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นท่านพีระพันธุ์ หรือท่านอื่น ๆ ก็แล้วแต่ แม้แต่คุณท็อปก็ดี คนเหล่านี้ก็อาจจะมีอะไรที่ให้เพื่อนสมาชิก ได้พินิจพิจารณาได้อย่างสะดวกสบาย ผมเองนี่ในฐานะที่มาทำหน้าที่ตรงนี้ นี่คือสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ทำไมถึงมี สว. ครับ ผมยืนยันนะ สว. ทุกท่านทุกคนนี่ ไม่ได้เคยใช้เงินซื้อเสียงเข้ามาครับ ไม่ได้ออกนโยบายประชานิยมมากมายครับ เรามาทำงานเพื่อบ้านเพื่อเมืองครับ ไม่ได้ประสงค์อย่างอื่นเลย ผมอภิปรายหลายครั้งว่า ผมพอแล้วครับ ได้ทำหน้าที่ตรงนี้ เพราะฉะนั้นนี่ ท่านไม่ต้องกังวลครับ ท่านไม่ต้องรังเกียจพวกผมหรอกครับ ผมมีหน้าที่กลั่นกรอง ไม่ว่าจะบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่ง ในองค์กรอิสระซึ่งก็ทำอย่างเข้มข้น ล่าสุดก็เกือบจะไม่ได้เหมือนกัน คนที่พวกเราได้ช่วยกันกลั่นกรอง นี่คือการทำงานอย่างเข้มข้นครับ เพราะเราไม่มีผลประโยชน์ครับ เรามีผลประโยชน์ของชาติอย่างเดียว ตอนนี้วกมาท่านประธานครับ มาถึงในเรื่องของคนที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรี ประเทศไทยนี่ ผมอยากให้เป็นข้อสังเกตนะครับ เพื่อนสมาชิกช่วยกันพินิจพิจารณา ประเด็นที่ ๑ ครับท่านประธานครับ ประเด็นที่ ๑ ที่ผมอยากให้เป็นข้อสังเกต คือการได้มาซึ่งสมาชิกรัฐสภา เพื่อเป็นเสียงข้างมากนี่ ผมไม่พูดหรอกครับ ว่าได้มากันอย่างไร ก็ขอให้พวกเราพินิจพิจารณาว่าถ้ามีการลงทุน จะมีการถอนทุนต่อไปอีกหรือไม่ ถ้าไม่มีการถอนทุนนี่ ผมจะอนุโมทนาสาธุแล้วยก ๑๐ มือเลยครับ เพื่อเลือกท่านเป็นนายกรัฐมนตรี ประเด็นที่ ๒ ครับท่านประธานครับ ในเรื่องของนโยบาย นโยบายพรรค นโยบายในการอะไรล่ะ บริหารราชการแผ่นดิน นโยบายพรรคนำไปสู่นโยบายของรัฐบาล มีอะไรที่เราสงสัยกันพอสมควร แต่ที่ถูกสงสัยมากที่สุด ก็คือในเรื่องของงบประมาณ ที่ท่านจะนำมาสู่การดำเนินการ ท่านประธานเชื่อไหม TDRI นี่ซึ่งเป็นหน่วยงานกลางที่ทุกคนยอมรับ TDRI ว่าอย่างไรครับท่านประธานครับ เขาบอกว่านโยบายประชานิยมนี่ อาจใช้งบประมาณกว่า ๓.๑๔ ล้านล้านบาท หากไม่มีงบประมาณเพียงพอก็ต้องกู้ การกู้จะส่งผลต่อหนี้สาธารณะ ต่อ GDP ๖๑ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งปกติเขาแค่ ๖๐ เท่านั้นเอง เป็นภาระแก่กระทรวงการคลัง เป็นภาระแต่การเงินการคลังของประเทศหรือไม่ อันนี้คือสิ่งหนึ่งที่อยากจะฝากไว้ ในเรื่องของประชา... นโยบาย สิ่งสำคัญอีกอันหนึ่งท่านประธานครับ ผมนี่สบายใจขึ้นมานิดหนึ่ง ท่านบอกว่าท่านจะไม่แก้หมวด ๑ หมวด ๒ แต่ท่านจะตั้ง ตสร... สสร. ท่านที่... สสร. นี่เหมือนตีเช็คเปล่าหรือเปล่า ที่จริงน่ะในหมวดของพระราชอำนาจครับ มีมากมายครับ ผมยกตัวอย่างหมวด ๘ นี่ ท่านลองไปดูแล้วกัน เป็นเรื่องเกี่ยวกับพระราชอำนาจ มีตั้งแต่มาตรา ๑๕๑ จนถึงมาตรา ๑๘๐ ท่านก็ไปดูเอา และยังมีเรื่องอื่น ๆ ครับ มาตรา ๑๔๔ เรื่องท่านจะตัดงบประมาณเอาไปไว้จังหวัดท่าน หรือมาตรา ๑๘๕ แทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้าย ท่านให้ความมั่นใจกับผมได้ไหม ว่าท่านจะไม่แก้เหล่านี้แล้วผมจะยกมือให้ท่าน สุดท้ายท่านประธานครับ สุดท้าย ก็คือในเรื่องของคุณสมบัติ ของผู้ที่จะมาเป็นผู้นำของเรานี่ท่านประธานครับ อาจจะไม่ขัดกับมาตรา ๑๖๐ แห่งรัฐธรรมนูญ ในเรื่องของคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม แต่ในเรื่องของจริยธรรมนี่ท่านประธานครับ ผู้นำของเราต้องไม่ขัดกับจริยธรรม มาตรฐานจริยธรรมซึ่งมีอยู่ ๒ ส่วนครับ ๒๑๙ วรรค ๒ ของรัฐธรรมนูญ ก็เป็นมาตรฐานจริยธรรมอีกส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่ง ก็คือในส่วนของมาตรา ๗๖ วรรค ๓ ก็คือไม่... มาตรฐานจริยธรรม มาตรา ๒๑๙ นี่ครับ มันเขียนไว้ตั้งแต่ร้ายแรงปกติ ผมจะขอยกมันมี ๒๘ ข้อนี้ ข้อสำคัญ ก็คือมาตรฐานมีอยู่ ๕ ข้อครับ ๑. ยึดมั่นในประชาธิปไตย ข้อ ๕ นะ ข้อ ๖ พิทักษ์รักษาไว้ ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ข้อ ๗ ถือผลประโยชน์ของชาติ มากกว่าผลประโยชน์ส่วนตน ข้อ ๘ ท่านประธานครับ ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่แสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ เพื่อตนเอง หรือผู้อื่น หรือมีพฤติการณ์ที่รู้เห็น หรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้ตำแหน่งหน้าที่ของตน แสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ ผมไม่แน่ใจว่าท่านที่เพิ่งถูกเสนอชื่อนี่ ท่านมีจริยธรรมอย่างนี้มากมายหรือไม่ เมื่อไม่กี่วัน อันนี้ก็มีคนพูดถึงการซื้อที่ดินที่เดินอะไรน่ะ ซึ่งก็ยังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน แต่มีประเด็นหนึ่งที่ผมสงสัย อยากให้ท่านมาตอบด้วยนะครับ หรือ... หรือเพื่อนสมาชิกที่เป็นผู้เสนอนี่ เขาเรียกว่า "สะพานแสนสำราญ" นี่ครับ ผมนี่ข้องใจจริง ๆ ทำไมต้องไปเก็บเงินกับพี่น้องประชาชน จักรยานยนต์ ๑๐ บาทรถยนต์ ๒๐ บาท อันนี้ทำไมต้องไปเก็บเงินกับพี่น้องประชาชน มันก็เป็นประเด็นที่ผมสงสัย โดยสรุปครับท่านประธานครับ ผมนี่ลุกขึ้นมาเพื่อให้เพื่อนสมาชิก ได้พินิจพิจารณาด้วยความเหมาะสม ใจจริงนี่ผมอยากให้ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อ รวมเสียงข้างมากในสภา ได้มาเป็นผู้นำได้มาเป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อปกครองบริหารบ้านเมืองของเรา ให้เจริญรุ่งเรืองให้มีความมั่งคั่ง ประชาชนมีความมั่นคง แต่อย่างไรก็ตามนี่ถ้าเราจะให้คนที่มันยังไม่... ไม่ชัดเจนในหลาย ๆ ประเด็น เท่าที่ผมกราบเรียนไปแล้ว แล้วมันจะเกิดการซ้ำเติมหรือไม่ท่านประธานครับ ซ้ำเติมประเทศชาติของเรา ให้ไม่ก้าวหน้าไปเท่าที่ควร เพราะฉะนั้นนี่ ผมเองจึงขออนุญาตท่านประธาน เพื่อให้บันทึกไว้ในสภาว่าครั้งหนึ่งในชีวิตผมนี่ เกิดมาแล้วได้ตอบแทนคุณแผ่นดิน ด้วยใจอันบริสุทธิ์อย่างแท้จริง ขอบคุณท่านประธานอย่างสูงครับ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ครับ ขอบคุณท่าน พลตำรวจโท ศานิตย์ มหถาวร นะครับ ต่อไปเรียนเชิญท่านประพันธุ์ คูณมี นะครับ สว. นะครับ (คุณประพันธุ์) กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผมนายประพันธุ์ คูณมี ในฐานะสมา... สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมไม่นึกว่าผมจะถึงเร็วนึกว่าจะอยู่คิวท้าย ๆ แต่ก็ต้องขอบคุณท่านประธานและก็ที่ให้เวลา กราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ การประชุมในวันนี้ของรัฐสภานั้น ผมคงไม่ต้องไปพูดซ้ำอีกแล้วว่ามีความหมาย หรือความสำคัญอย่างไรกับบ้านเมือง และการที่ ๑๑ พรรคการเมืองได้ร่วมกันเสนอชื่อ นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น จะมีความสำคัญอย่างไรต่อบ้านเมือง และต่อประเทศชาติรวมทั้งพี่น้องประชาชนด้วย เพราะการเสนอชื่อคุณเศรษฐามานั้น ก็เพื่อให้มาดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะในปัญหาเรื่องนี้ ผมมีเวลาอยู่เพียงไม่มากนักสัก ๑๕ นาที ผมจำเป็นต้องพูดโดยรวบรัด ว่าผมมีจุดยืนและหน้าที่แตกต่างจาก... ขอประทานอภัยครับ จากเพื่อสมาชิกท่านอื่น ๆ ที่ได้อภิปรายไปแล้วบางท่าน ว่าบทบาทและหน้าที่ของ สว. นั้นนะครับ ตามรัฐธรรมนูญและตามที่พี่น้องประชาชน ให้ลงประชามติมานั้น ก็เพื่อให้พวกเรามาทำหน้าที่ ในการกลั่นกรองบุคคล เพื่อเข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ด้วยเหตุนี้ ในรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๗๒ และมาตรา ๑๕๙ จึงได้ระบุไว้ชัดเจนครับ ว่าวันนี้เรามาพิจารณาบุคคล ซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี นี่เป็นหน้าที่และเป็นภารกิจโดยตรง ของสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกรัฐสภาทุกท่านครับ ผมจึงไม่ได้ให้น้ำหนักกับการว่า พรรคการเมืองที่จะไปร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลนั้น ประกอบไปด้วยพรรคไหนบ้าง เพราะไม่ใช่หน้าที่ของพวกผมครับ เป็นสิทธิของท่านของพรรคการเมือง ของแกนนำพรรคจัดตั้งรัฐบาล มีสิทธิที่จะรวบรวมเสียง จากพรรคการเมืองใดก็ได้ เป็นหน้าที่ของท่านที่มาจากการเลือกตั้งด้วยกัน แต่หน้าที่ของพวกผมตามรัฐธรรมนูญ ก็คือเขาให้พวกผมมาพิจารณาว่า บุคคลที่พรรคการเมืองเสนอชื่อมานั้น สมควรได้รับแต่ง... การแต่งตั้ง เป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นี่ต่างหากครับ ที่เป็นหน้าที่ของผมที่ต้องทำหน้าที่ เพราะฉะนั้น วันนี้ที่พรรคร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล เสนอคุณเศรษฐามานั้น ผมจะละเลยไม่ทำหน้าที่ตรงนี้ก็ไม่ได้ ส่วนเพื่อนสมาชิกรัฐสภาฟังแล้ว จะมีความเห็นอย่างไร จะลงมติอย่างไรนั้นเป็นสิทธิโดยอิสระของท่าน เช่นเดียวกันผมก็มีสิทธิโดยอิสระที่จะลงมติ ว่าจะควรให้ความเห็นชอบ หรือไม่ให้ความเห็นชอบ นี่คือจุดยืนที่แตกต่างกัน ไม่ได้หมายความว่า พรรครวมเสียงมาได้เสียงข้างมากแล้ว เราก็จะต้องโหวตให้โดยไม่พิจารณาบุคคลนั้น ว่ามีคุณสมบัติและคุณลักษณะต้องห้าม มีความเหมาะสมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ เพราะฉะนั้น เรื่องนี้จึงเป็นจุดยืนที่แตกต่างกัน ผมจึงต้องจำเป็นต้องทำหน้าที่ตรงนี้ และต้องกราบเรียนผ่านท่านประธาน ไปถึงพี่น้องประชาชน ที่ฟังการอภิปรายอยู่ด้วยเช่นกัน ว่าการพิจารณาบุคคล ซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น เป็นหน้าที่โดยชอบของสมาชิกรัฐสภาทุกท่าน เพราะกระบวนการเลือกตั้งนั้น ไม่ใช่กระบวนการที่ได้ตรวจสอบประวัติ ของผู้ที่จะได้ดำรงตำแหน่งในเชิงลึก ประชาชนเลือก เพราะอาจจะนิยมในเรื่องนโยบาย ประชาชนเลือก อาจจะเพราะนิยมในบุคลิกภาพหน้าตาหล่อเหล่า ประชาชนอาจจะเลือกเพราะมีบุญคุณ แต่เมื่อมาเป็นนายกรัฐมนตรีแล้วนะครับ เราต้องตรวจสอบในเชิงลึก ว่าบุคคลผู้นั้นมีคุณสมบัติไหม เพราะแม้กระทั่ง กกต. เอง ก่อนจะประกาศว่าบุคคลใดมีคุณสมบัติ ในการเลือกตั้งยังไม่ได้ตรวจสอบเลยครับ ถึงได้มีคนเล็ดลอดว่า ต้องคดีติดคุกก็ยังมาสมัครเป็นผู้แทน เพราะฉะนั้น การตรวจสอบบุคคล ซึ่งสมควรเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น จึงเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่งและเป็นหน้าที่ ทีนี้กล่าวถึงกรณีของคุณเศรษฐา ทวีสิน ผมเองไม่ได้รู้จักเขา เป็นส่วนตัวครับท่านประธานครับ แต่ว่าทันทีที่บุคคลผู้นี้ ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นนายกรัฐมนตรี ในบัญชีของพรรคเพื่อไทย และมีแนวโน้มว่าจะได้รับการเสนอชื่อ มาให้สภาพิจารณา ผมก็ต้องทำการบ้านครับ และก็ต้องศึกษาประวัติ รู้ว่าชาติตระกูลมาอย่างไร ประกอบธุรกิจทำอาชีพอย่างไร และเขาสมควรจะเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ อันนี้เป็นหน้าที่ครับ เราไม่ได้ทำเพราะมีอคติอย่างไร ทีนี้ในประเด็นที่ท่านอื่น ๆ ได้อภิปรายมาแล้วก็ดี หรือที่มีบุคคลภายนอกเปิดโปงพฤติกรรมของเขา เกี่ยวกับการทำมาหากินประกอบธุรกิจ อาจจะมีลักษณะส่อไปในความไม่โปร่งใสนั้น ก็เป็นเรื่องของบุคคลภายนอก ซึ่งก็เป็นเรื่องที่เราต้องรับฟัง ประกอบการพิจารณาเท่านั้น แต่ในส่วนของผมที่ผมอยากจะพูดถึงนั้น เป็นประเด็นที่ผมเกี่ยวข้อง และเห็นพฤติกรรมและการกระทำของเขา ซึ่งผมเห็นว่าควรที่จะต้องปรับปรุงแก้ไข และควรที่จะต้องทำให้เสียให้ถูกต้อง เพราะหากยังเป็นอยู่เช่นเดิมนั้น ก็ไม่น่าจะเหมาะสม ซึ่งในประเด็นนี้ ผมก็ใช้หลักการเช่นเดียวกับที่ผมตรวจสอบ ผู้ได้รับการเสนอชื่อท่านอื่นที่ผ่านมา นั่นคือผมยังเห็นว่าคุณเศรษฐา ทวีสิน ยังมีคุณสมบัติและลักษณะที่ต้องห้าม ตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๖๐ (๔) และ (๕) ส่วนท่านสมาชิกท่านอื่น จะเห็นว่าเป็นเช่นนั้นหรือไม่ ท่านก็ลองฟังเรื่องที่ผมจะพูดต่อไปนี้แล้วกันครับ เรื่องที่ผมเห็นว่าท่านน่าจะมีคุณสมบัติ ขัดกับรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๖๐ (๔), (๕) ก็คือเรื่องกรณีสะพานแสนสิริครับ ซึ่งผมอยากนำเสนอข้อมูลให้ท่านสมาชิกรัฐสภา ได้นำไปพิจารณาก่อนจะโหวต ผมข้อสไลด์ภาพสะพานนี้ครับ เพราะผมเป็นคนที่ติดตามและเกาะติดเรื่องนี้ มาเป็นคนแรกตั้งแต่แรก นี่ล่ะครับ โครงการ โครงการนี้มันเกิดขึ้นเพราะว่าแสนสิริ เริ่มโครงการ The Base Sukhumvit ๗๑ สีเขียว ๆ ทางด้านซ้ายเห็นไหมครับ กับโครงการ Blocs ๗๗ ที่ซอยอ่อนนุช สุขุมวิท ๗๗ แยกซอย ๑ เข้าไปในซอยนี้ ประมาณไม่เกิน ๒๐๐-๓๐๐ เมตรน่ะครับ ๒๐๐ เมตร ก็จะเห็นโครงการนี้ขึ้นมา นี่คือโครงการเริ่มแรกของบริษัทแสนสิริ พอเริ่มโครงการนี้เสร็จ ปีต่อมาครับ สไลด์ต่อไปเห็นไหมครับ เขาก็มีการพัฒนาโครงการเพิ่มขึ้น