(ผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์เฉลิมชัย) ส่วนวัคซีนที่รัฐบาลเตรียมไว้อีกหกสิบห้าล้านโดส เพื่อที่จะฉีดให้กับคนที่ฉีดเข็มสองครบแล้วนี่ ผมคิดว่าน่าจะฉีดเสร็จในอีก 2-3 เดือนข้างหน้าครับ (คุณวีระศักดิ์) ครับ ขอบพระคุณมากครับคุณหมอครับ อย่างไรเราต้องอยู่กับโควิดนะครับ ในช่วงของใกล้เคียงครับ เรียกว่าใช้ชีวิตให้ใกล้เคียงกับปกติที่สุด แต่ยังคงปล่อยกันไม่ได้นะครับ ขอบคุณมากครับคุณหมอครับ ท่านผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ สมาชิกวุฒิสภาครับ ขอบคุณครับ สวัสดีครับคุณหมอครับ (ผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์เฉลิมชัย) ครับ สวัสดีทุกท่านครับ (คุณวีระศักดิ์) ครับ ย้ำอีกทีหนึ่งนะครับ ว่าวัคซีนครบ ไม่จบกับหน้ากากนะครับ ยังคงต้องใส่กันต่อ ในการที่จะสร้างสุขอนามัยส่วนตัวนะครับ วันนี้ขอบคุณสำหรับการติดตามรับชม กับเคลียร์คัดชัดเจนครับ ผมวีระศักดิ์ ขอบเขต พร้อมทีมงานลาไปก่อน สวัสดีครับ [เสียงดนตรี] (ผู้บรรยายชาย) ผู้สูงอายุป้องกันโควิด-19 ได้ด้วยหลัก 3 ล. (คุณนภัทร) 1. ล ลด ลดความเสี่ยงและการแพร่เชื้อ ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยน้ำและสบู่ หรือทำความสะอาดมือด้วยแอลกอฮอล์เจล ป้องกันตนเองด้วยการสวมหน้ากาก ไม่ใช้มือสัมผัสใบหน้า เมื่อกลับถึงบ้าน อาบน้ำ สระผม เปลี่ยนเสื้อผ้า (คุณกิตติ) 2. ล เลี่ยง เลี่ยงการกอด การอุ้ม เลี่ยงพื้นที่ที่มีคนหนาแน่น (คุณนภัทร) 3. ล ดูแล (คุณกิตติ) ดูแลสุขภาพและสุขภาพจิต กินร้อน ปรุงสุกใหม่ แยกสำรับ หรือใช้ช้อนกลางส่วนตัว (คุณนภัทร) ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ผู้สูงอายุ หากมีโรคประจำตัว ควรจัดเตรียมยาให้เพียงพอ (คุณกิตติ) ตรวจสอบข้อมูลข่าวสารที่ได้รับ และทำกิจกรรมที่ผ่อนคลาย (คุณนภัทร) เพียงแค่ 3 ล. ลด เลี่ยง ดูแล ก็จะช่วยป้องกันผู้สูงอายุ ให้ห่างไกลจากโควิด-19 ได้อย่างแน่นอน (คุณกิตติ) หากสงสัยเรื่องโควิด-19 โทรสายด่วน 1422 [เสียงดนตรี] (คุณสหรัถ) สำหรับผู้ที่ชื่นชอบงานกาชาดนะครับ ปีนี้เราจะจัดกันแบบออนไลน์นะครับ สามารถที่จะคลิกเข้าไปชม ชอป แชร์ได้เลยนะครับ มีกิจกรรมสนุก ๆ แล้วก็ของรางวัลมากมาย จะจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 14-27 ธันวาคมนี้นะครับ โดยที่เข้าไปคลิกได้ที่ www.งานกาชาด.com และก็ www.redcrossfair.com นะครับ ที่สำคัญเลย เข้าไปได้ตลอด 24 ชั่วโมงเลยครับ รับรองว่าสนุกแน่นอนครับ [เสียงดนตรี] (นักแสดงหญิง 1) ปะ ไปกันเถอะ (นักแสดงหญิง 2) ไม่ได้ ยังไม่พร้อม (นักแสดงหญิง 1) ทำไมล่ะ (นักแสดงหญิง 2) คาดเข็มขัดนิรภัยด้วยจ้า ไม่ได้เลย ไม่ได้เลย (นักแสดงหญิง 1)ไปเถอะ เรียบร้อยแล้ว (นักแสดงหญิง 2) ยัง (นักแสดงหญิง 1) แว่นก็พร้อม ทุกอย่างพร้อมหมดแล้ว (นักแสดงหญิง 2) หน้ากากอนามัย (นักแสดงหญิง 1) นี่ไง (นักแสดงหญิง 2) และก็เจลแอลกอฮอล์ค่ะ (นักแสดงหญิง 1) พร้อมแล้วไปกันเลย (นักแสดงหญิง 2) ไป (นักแสดงหญิง 2 คน) เตรียมตัวให้พร้อมก่อนออกเดินทางด้วยนะคะ [เสียงดนตรี] (ผู้บรรยายชาย) กีฬามวยไทย ในโอลิมปิกเกม อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม จะเป็นกีฬาชนิดแรกในการแข่งขันโอลิมปิกเกม ที่มีชื่อประเทศไทย อยู่ในชื่อกีฬา นำมาซึ่งความภาคภูมิใจอย่างยิ่งของคนไทยทุกคน ช่วยกันรวมพลังคนไทยเป็นหนึ่งเดียว สร้างชื่อเสียงกีฬามวยไทย มุ่งสู่โอลิมปิกเกม [เสียงดนตรี] [เสียงเอฟเฟกต์] (แม่คนไข้) น้องก็มีอาการผื่นขึ้น หลังจากนั้น น้องก็ท้องเสีย 7 ครั้ง ผ่าอยู่ครั้งแรก 10 วัน กลับมาประมาณ 4 ชั่วโมง ไข้ขึ้น 90 เสร็จน้องชัก คราวนี้คือน้องไม่ตอบสนองต่อยา ภาพน้อง ก็คือแบบนอนนอนรอ เหมือนรอความหวัง กลัว เพราะเราเห็นสภาพลูกเราอย่างนี้ค่ะ ตอนนอนโรงบาลนี่ เราไม่รู้ว่าลูกเราเป็นอะไร ทำไมเป็นอย่างนี้ นอนอยู่แบบรักษาอย่างไรก็ไม่หาย (พ่อคนไข้) หลังจากน้องป่วย เป็นอะไรที่เป็นอันตรายมาก พอไข้สูงปุ๊บ จะชัก ต้องคอยวัดปรอทอยู่ตลอดเวลา มันก็จะหายายากครับ ยารักษามันยากขึ้น ยากขึ้น พอยากขึ้นปุ๊บ มันก็จะไม่มียารักษา อันนั้นคือเรื่องใหญ่แล้ว เด็กก็จะไม่หาย (แม่คนไข้) ถ้าไม่เจอกับตัวเองนี่ ก็คือไม่รู้ อยากให้คุณแม่ทุกคนน่ะ ตระหนัก ตระหนักในเรื่องการให้ยาลูก อย่าไปซื้อยาทานเอง เพื่อความสบายใจเวลาเราไม่รักษาต่อนี่ จะได้บอกคุณหมอ จะได้ดูแลและรักษาให้ถูกวิธี [เสียงดนตรี] (คุณภัทรา) มาติดตาม NBT News เวลา 16.00 น. กันค่ะ ช่วงนี้ไปติดตามภารกิจนายกรัฐมนตรี ซึ่งวันนี้ได้ลงพื้นที่พบปะประชาชน และติดตามโครงการเลี้ยงปูสร้างรายได้ เพื่อผลักดันให้จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นเมืองปูทะเลโลก อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี คุณนุรอาซีกีน ติงกูแว รายงานจากที่นั่นค่ะ (คุณนุรอาซีกีน) เป็นภารกิจสำคัญของคณะรัฐมนตรี นำโดยพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีค่ะ ที่ได้มีโอกาสลงมายังพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ หลังจากช่วงเช้าที่ผ่านมาเสร็จสิ้นไป จากการลงพื้นที่ภารกิจในจังหวัดยะลา เป็นที่เรียบร้อย ในช่วงบ่าย ซึ่ง ณ ขณะนี้ค่ะ ท่านนายกรัฐมนตรี ก็ได้มีโอกาสนะคะ ลงมายังพื้นที่จังหวัดปัตตานี เพื่อที่จะติดตามการขับเคลื่อน การสร้างอาชีพให้กับพี่น้องเกษตรกรที่ดีค่ะ โดยการส่งเสริมค่ะ การเลี้ยงปูทะเลนั่นเอง เพื่อที่จะผลักดันจังหวัดชายแดนภาคใต้ นำไปสู่การเป็นเมืองสู่โลกค่ะ วันนี้ก็พาไปดูบรรยากาศนะคะ ของพี่น้องประชาชน ที่ลงมาต้อนรับนายกรัฐมนตรี หลังจากมีโอกาสมาเยือนพื้นที่ภาคใต้ในวันนี้ค่ะ ค่ะ หลังจากที่ท่านนายกรัฐมนตรี และคณะมาถึงจุดแรกนะคะ ผู้ว่าราชการจังหวัด ก็ได้กล่าวต้อนรับ พร้อมด้วยค่ะ มีส่วนราชการ เกษตรกรและประชาชนในพื้นที่มาร่วม ต้อนรับคณะนายกรัฐมนตรีครั้งนี้ด้วย จุดแรกค่ะ ท่านนายกก็จะเยี่ยมชมนิทรรศการ การเลี้ยงปูแบบครบวงจร ซึ่งก็มีตัวแทนเกษตร ทะเลคอยให้ข้อมูลค่ะ ปัจจุบัน การขับเคลื่อนนำร่องการเลี้ยงปู จังหวัดชายแดนภาคใต้สู่ศูนย์เรียนรู้ของ ศอ.บต. ที่จับมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็นำไปสู่พิธีการเลี้ยงสัตว์ประเภทด้วยกัน คือปล่อยตามธรรมชาติหรือเลี้ยงตามป่าชายเลนค่ะ ส่วนวิธีที่ 2 เป็นรูปแบบการเลี้ยงในบ่อร้างแห่งนี้ และวิธีที่ 3 เลี้ยงแบบคอนโดค่ะ จากนั้น ท่านนายกได้พบปะกับประชาชน พร้อมมอบพันธุ์ลูกปู และไม้โกงกางให้เกษตรกรในวันนี้ด้วย อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญค่ะ ก็คือท่านนายกรัฐมนตรี ก็ได้มีการปรุงอาหารเมนูปูผัดผงกะหรี่ด้วยตัวเอง วัตถุดิบหลักสำคัญ ก็คือใช้ปูดำทะเล ของเกษตรกรในพื้นที่เลี้ยงค่ะ ขณะที่ทางด้านประธานกลุ่มเลี้ยงปูดำ อนุรักษ์ป่าชายเลน บอกนะคะ ว่าวันนี้มีเรื่องมาเสนอจากท่านนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ก็ได้บอกนะคะ ว่าอยากให้รัฐบาลนี่ ผลักดันให้พื้นที่นาร้างตรงนี้ เป็นแหล่งเรียนรู้ชุมชน รวมไปถึงพัฒนาอาชีพการเลี้ยงปูดำ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไปสู่เมืองของโลกให้ได้ค่ะ (คุณมะลูดิง) ทีนี้ทางกลุ่มนี่ คืออยากจะฝากถึงรัฐบาล ว่าสิ่งที่ทางกลุ่มนี่ต้องการ ก็คือ 1. ทางกลุ่มต้องการให้พื้นที่ตรงนี้ เป็นพื้นที่เรียนรู้ด้านการเลี้ยงปู เพื่อส่งเสริมอาชีพให้กับชุมชน และชาวบ้านและชุมชนในละแวก และอยากฝากให้... อยากฝากถึงรัฐบาล ให้ส่งเสริมการเลี้ยงปู ให้เป็นปูโลกของเมืองไทยนะครับ ตลอดชายฝั่งจากตั้งแต่ชุมพรจนถึงนราธิวาส ทั้ง 7 อำ... 7 จังหวัดของชายฝั่งอ่าวไทยนะครับ แล้วอีกอย่างหนึ่ง ก็คือทางกลุ่มตรงนี้นี่ อยากฝากถึงนายก ทางศูนย์อยากได้ศูนย์เรียนรู้ เพื่อให้กลุ่มที่กำลังจะเลี้ยงปู มาเรียนรู้ในการดำรงชีวิต ในการเลี้ยงปูของกลุ่มบ้านโต๊ะโสม (คุณนุรอากีซีน) สำหรับพื้นที่ตรงนี้ ก็เป็นจุดนำร่องของการฟื้นฟูทะเลในแนวร้าง ที่ทาง ศอ.บต. จะผลักดันสู่การประกอบอาชีพ ให้พี่น้องประชาชน บริเวณชายฝั่งพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้... ค่ะ และนี่ก็เป็นภารกิจของการลงพื้นที่ นายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในพื้นที่ของบ้านโต๊ะโสมค่ะ ตำบล บางปู อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี หลังจากที่ได้มีโอกาสนะคะ มาดูการขับเคลื่อนการสนับสนุนส่งเสริมอาชีพ ให้พี่น้องเกษตรกรในพื้นที่เลี้ยงปูทะเล สู่การเป้นเมืองปูโลกให้ได้ค่ะ ช่วงนี้กลับไปทางห้องส่งกันต่อค่ะ (คุณภัทรา) และทั้งหมด นี้ก็เป็น NBT News ในวันนี้นะคะ ช่วงต่อไปรับชมข่าวภูมิภาค รอบทิศถิ่นไทย สำหรับตอนนี้ สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี] (ผู้บรรยายชาย) รายการต่อไปนี้ เป็นรายการที่มีบริการคำบรรยายแทนเสียง และบริการเสียงบรรยายภาพ ท่านสามารถเลือกเปิดและปิดคำบรรยายแทนเสียง และเลือกรับฟังเสียงบรรยายภาพ ได้ที่ช่องเสียงบรรยายภาพ จากเครื่องรับโทรทัศน์ในระบบดิจิทัล [เสียงดนตรี] (ผู้บรรยายชาย) พบกับ Milo โลมาปากขวด มันเป็นดาราที่ดึงดูดผู้ชม ของสวนสัตว์น้ำในเบลเยียม Milo เป็นโลมาที่พิเศษมากตัวหนึ่ง มันไม่ได้มีแค่ความแข็งแรง แต่มันมีสมองด้วย (Sander) Milo เป็นโลมาที่ฉลาดครับ มันอยากเล่นเยอะ ๆ แต่มันก็เป็นนักคิดเหมือนกันครับ (ผู้บรรยายชาย) ด้วยความที่มันฉลาด มันจะถูกเลือกมาเป็นพิเศษให้ผู้ร่วม ในการทดลองที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน ช่วยนักวิทยาศาสตร์เข้าใจในการหาตำแหน่ง และมองสิ่งต่าง ๆ ผ่านเสียงโซนาร์ของโลมามากยิ่งขึ้น และเป็นครั้งแรกที่เคยเกิดขึ้นกับการแข่งขัน ใช้เสียงโซนาร์ ต้องแข่งตัวต่อตัว กับคนที่ใช้การหาตำแหน่งด้วยเสียงที่เก่งที่สุดในโลก [เสียงดนตรี] สวนสัตว์น้ำ Boudewijn ในเบลเยียม มีโลมา 7 ตัว ที่ชอบการโชว์อวดความสามารถ [เสียงดนตรี] (ผู้บรรยายชาย) และจ่าฝูงก็คือ Milo อายุ 8 ปี มันมีลูกเล่นแพรวพราวมากมายอยู่กับตัว ซึ่งได้ทำให้มันกลายเป็นดาราของศูนย์โลมาแห่งนี้ และมันก็รู้ตัวดี มันเป็นศิษย์เอกของครูฝึก Sander Farnhorn Milo ชอบเล่น เหมือนโลมา 8 ขวบทุกตัว (Sander) คุณจะเห็นว่ามันกำลังสนุกมากครับ มันส่งเสียง ใช่ เอาเร็ว เร็วเข้า Milo (ผู้บรรยายชาย) โลมามีเสียงหลายแบบ บางเสียงเกิดจากความตื่นเต้น ส่วนเสียงอื่น ๆ เอาไว้ใช้เพื่อสื่อสาร แต่เสียงความถี่สูงที่ Milo สร้างขึ้น ซึ่งเราจะไม่ได้ยิน ถ้าไม่ได้ใช้อุปกรณ์ในการฟัง คือความพิเศษจริง ๆ เป็นส่วนหนึ่งของทักษะพิเศษ ที่เรียกว่าเสียงสะท้อนหาตำแหน่ง ผู้เชี่ยวชาญ Dr. Magnus Warbert ใช้ไมโครโฟนใต้น้ำ ในการแปลงคลื่นความถี่สูงเหล่านี้ มาเป็นเสียง ที่เราสามารถได้ยินได้ (Dr. Magnus) ผมโยนปลาลงไปตรงนี้ (ผู้บรรยายชาย) เพื่อหาปลา Milo จะส่งเสียงแหลมออกไปเรื่อย ๆ เมื่อคลื่นเสียงชนเข้ากับปลา Milo จะคอยฟังเสียงสะท้อนที่เด้งกลับมาหามัน เป็นเหมือนการมองเห็นด้วยเสียง นี่เป็นสัญญาณถูกสร้างในจมูกของ Milo ตรงที่มีช่องหายใจอยู่ (Dr. Magnus) มันดันอากาศ ผ่านริมด้านในช่องหายใจนะครับ ส่วนริมนี้ ถูกอากาศผ่าทำให้สั่น เสียงจะถูก ปล่อยมาผ่านทางกล่อง ที่มันมีอยู่ด้านบนสุดของหัว ที่เรียกว่า "เบลอน" นะครับ หลังจากการฝึกกับ Milo ทุกวันเป็นเวลา 4 ปี Sander ตระหนักได้ว่า ทักษะเสียงโซนาร์ของ Milo มีความพิเศษ Milo เรียนรู้ได้ไว และอวดทักษะใหม่ของมันอย่างรวดเร็ว ด้วยความแม่นที่น่าทึ่ง ถ้าในฐานะนักแสดง และบทบาทที่สำคัญกว่า ในฐานะผู้ช่วยวิจัย (Sander) Milo เป็นโลมาฉลาดครับ มันอยากจะเล่นเยอะ ๆ แต่มันก็เป็นนักคิดเหมือนกัน มันเข้าใจสิ่งที่เราหมายถึงและสิ่งที่เราต้องการจากมัน เห็นได้ว่าสิ่งที่เราสอนสิ่งใหม่ ๆ โดยเฉพาะในการฝึกในงานวิจัยนี่นะครับ มันจะเข้าใจได้อย่างรวดเร็วมาก และโดยเฉพาะการใช้เสียงโซนาร์นี่ ทักษะเสียงส่วนหน้าของ Milo มีความโดดเด่นมาก ซึ่งเด่นกว่าโลมาทุกตัวในสวนสัตว์ มันเป็นตัวหนึ่งที่ถูกเลือก ให้เข้าร่วมการทดลองแนวใหม่ของสีสะท้อนหาตำแหน่ง ที่ออกแบบโดย Dr. Ron Kastelein (Dr. Ron) เราอยากรู้ว่า ระยะห่างแค่ไหน ที่โลมาสามารถตรวจพบโลมาตัวอื่น หรือระยะแค่ไหน ที่มันสามารถตรวจพบเหยื่อของมัน โลมาทุกตัวใช้การผสมกันของสายตา และเสียงส่วนหน้าหาอาหาร แต่จนถึงขณะนี้ นักวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถบอกได้ ว่าสายตามีส่วนสำคัญแค่ไหน ในการมองเห็นใต้น้ำของพวกมัน ดังนั้น ในการทดลองนี้ Milo จะระบุได้หรือไม่ว่า ลูกบอลเหล็กถูกหย่อนลงไปในสระ ที่ระยะห่างออกไป 11 เมตร นี่เป็นที่กำบัง มันจะต้องมองหาจากด้านหลังที่กันขนาดใหญ่ ซึ่งปิดกั้นการมองเห็น แต่ไม่ปิดกั้นเสียง มันมองไม่เห็นบอล มันจะต้องใช้เสียงสะท้อนหา (Dr. Ron) เราจึงฝึกให้มันเข้าไปในห่วง แล้วก็กำหนดระยะห่างจากเป้าหมายดูครับ (ผู้บรรยายชาย) พอ Milo อยู่หลังที่กั้น ลูกบอลก็ถูกหย่อนลงไปที่ตำแหน่ง (Dr. Ron) จากนั้นเราก็ปิดประตู เพื่อให้มันส่งเสียงโซนาร์ผ่านประตูนั้นไป และ... ถ้ามีบอลอยู่ตรงนั้น มันก็จะได้ยินเสียงสะท้อน จากโซนาร์ที่มันส่งออกไปครับ และเมื่อมันได้ยินมันก็จะว่ายออกมาจากห่วง นั่นเป็นคำตอบว่ามีครับ และมันก็จะได้รางวัล ถ้าคำตอบถูกต้อง ที่ระยะห่าง 11 เมตร มันตอบถูกได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ถ้ามันไม่ว่อกแว่กบ้างนะครับ ในบางฤดูกาลแน่นอน มันจะคิดถึงสาว ๆ มากกว่าลูกบอลแน่นอนครับ (ผู้บรรยายชาย) สิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ที่เรียนรู้ จาก Milo คือมันสามารถค้นหาเสียงสะท้อนได้อย่างถูกต้อง โดยไม่ใช้สายตาอาศัยเพียงส่วนอย่างเดียว สัมผัสที่หกในโลมา เป็นที่หลงใหลของมนุษย์ ไม่เคยเปลี่ยน ด้วยการเรียนรู้จากโลมา บางคนถึงขนาดได้ใช้ประโยชน์จากทักษะนี้ การมองโลกด้วยเสียง ในเมืองพูลประเทศอังกฤษ เด็ก 8 ขวบ ที่น่าทึ่งอีกคนที่ทำแบบนั้นได้ Sam กำลังเรียนรู้การใช้เสียงสะท้อน Sam อาศัยอยู่กับ Nick สุนัข Kela แม่และพ่อ แต่เขาไม่ใช่เด็กธรรมดา Sam ตาบอด และเขากำลังฝึกตัวเองให้ใช้เสียงสะท้อน เหมือนกับ Milo (พ่อของ Sam) บอกพ่อนะ ถ้าหนูเจออะไร ได้อะไรบ้าง (Sam) ตรงนั้น (พ่อของ Sam) เหรอ ตรงนั้นอยู่ไหนกันแน่ล่ะ (Sam) ตรงนั้น (พ่อของ Sam) นั่นแหละ นั่นคือรถตู้นะ เราไปดูกันเลยไป (Sam) เยี่ยม (พ่อของ Sam) แค่เช็กดูนะ (Sam) ผมเจอรถตู้ (พ่อของ Sam) โอเค (ผู้บรรยายชาย) เหมือนกับ Milo Sam สะท้อนหาตำแหน่งด้วยการใช้เสียงคลิก (Sam) ถ้าทำเสียงคลิก ผมจะได้ยิน เสียงสะท้อนของกำแพง แล้วก็สิ่งของ คุณต้องวางลิ้นเอาไว้บนเพดานเหงือก เสียงจะเด้งออกมาครับ (พ่อของ Sam) คิดว่าเจออะไรล่ะลูก (Sam) เสาไฟ (พ่อของ Sam) มันคือเสาไฟ ยอดมาก (ผู้บรรยายชาย) Sam ได้รับการฝึกใช้เสียงสะท้อนเพียงแค่ 5 เดือน และเขาก็พัฒนาทักษะของตัวเอง (Sam) ถ้าคุณมองไม่เห็น สัมผัสอื่น ๆ ก็จะดีขึ้น ค้างคาวใช้... โลมาด้วย แล้วมันช่วยผมได้มาก (คุณครูของ Sam) ไปเอาของเธอมาได้ไหม (Sam) ครับ (คุณครูของ Sam) แฟ้มเอกสาร (ผู้บรรยายชาย) เสียงสะท้อนหาตำแหน่ง ช่วยให้ Sam อยู่ร่วมในโรงเรียนพิเศษได้เป็นอย่างดี (Sam) ผมใช้เสียงคลิก แล้วจะรู้ว่าผมอยู่ไหน [เสียงดนตรี] (Sam) มันช่วยให้ผมเป็นอิสระมากขึ้น สามารถทำอะไรด้วยตัวเองได้มากขึ้นด้วย (ผู้บรรยายชาย) ด้วยการฝึกฝน Sam หวังว่าจะเป็นผู้เชี่ยวชาญในการใช้เสียงสะท้อน เหมือนกับ Milo (คุณครูของ Sam) ดีมาก Sam ขอบใจจ้ะ (Sam) ฉันถูกถ่าย ฉันถูกถ่าย (คุณครูของ Sam) มานั่งลงมา เธอจะวางเอกสารก่อนไหม (ผู้บรรยายชาย) แม้แต่ Milo ผู้ใช้เสียงโซนาร์ ตามธรรมชาติมาตั้งแต่เกิด ก็สามารถพัฒนาทักษะการใช้เสียงสะท้อนเหมือนกัน ในช่วงหลายเดือนที่มีส่วนร่วมกับโครงการวิจัยนี้ มันได้ทำให้นักวิทยาศาสตร์ ต้องขึ้นกับความสามารถในการค้นหาวัตถุ ที่เล็กและเล็กมาก ๆ ของมัน (Dr. Ron) ผมคิดว่าในตอนนี้ มันอาจจะเป็นหนึ่งในผู้ที่ใช้เสียงสะท้อน หาตำแหน่งได้ดีที่สุดในโลกครับ (ผู้บรรยายชาย) นักวิทยาศาสตร์ทำให้เราเข้าใจ ว่าเสียงสะท้อนหาตำแหน่งทำงานอย่างไร แต่ก็ไม่เหมือนกับประสบการณ์ ที่ได้เห็นเสียงส่วนหน้าจริง ๆ เพราะ Milo บอกเราไม่ได้ เราจึงไปพบกับผู้ใช้เสียงสะท้อนที่น่าทึ่งอีกคน Daniel Kreis ชาวแคลิฟอร์เนีย Daniel ตาบอดตั้งแต่เกิด และใช้เสียงส่วนหน้าตลอด 42 ปีที่ผ่านมา เขาอยากจะแสดงให้เราดูว่ามนุษย์ ใช้เสียงสะท้อนได้ดีแค่ไหน (Daniel) ที่นี่จะมีทางเดินเล็ก ๆ ตรงนี้นะครับ แล้วก็จากนั้นก็ออกไปก็จะกลายเป็นลานครับ มี... กันสาดอยู่ตรงนั้น ไม่มี... กิจกรรมเกิดขึ้นที่นี่ครับ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม อาจจะมีรูปปั้นนะครับ (ผู้บรรยายชาย) แต่วิธียึดเสียงส่วนหน้าของ Daniel และ Milo จะเหมือนกันอย่างไร เพื่อหาคำตอบ เราได้ไปคิดการทดสอบพิเศษ ซึ่งจะท้าทายทักษะของชายหนุ่มและโลมา ที่สวนสัตว์น้ำ Boudewijn ในเบลเยียม Milo อายุ 8 ปี เป็นดาวเด่นของที่นี่ เวลาไม่ได้ทำการแสดง มันชอบปึกและเล่นกับ Coach ของมัน Sander แต่พรสวรรค์ของมันไม่ได้มีแค่การเล่นกายกรรม เพราะ Milo จะเป็นหนึ่ง ในผู้ที่ใช้เสียงสะท้อนได้ดีที่สุดในโลก มันสามารถมองเห็นจากเสียง เราได้จัดให้ Milo พบกับอีกหนึ่งผู้ใช้เสียงสะท้อนที่เก่งที่สุด Daniel Kreis Daniel ตาบอด เขาเริ่มใช้เสียงสะท้อนมา 42 ปีแล้ว เทคนิคที่เขาใช้เปรียบได้กับเสียงโซนาร์ของโลมา เขามองเห็นจากเสียงเช่นเดียวกัน เขามาที่ Boude เพื่อมาพบกับ Dr. Magnus Warbert ผู้เชี่ยวชาญเสียงโซนาร์ขี้สงสัย ผู้ที่ไม่เคยเจอคนใช้เสียงสะท้อนมาก่อน (Dr. Magnus) ตื่นเต้นมากที่ได้เจอคุณนะ Daniel เพราะว่าผมศึกษาการใช้เสียงสะท้อน ในสัตว์มาหลายปีแล้ว แต่ไม่เคยได้ถามพวกมันจริง ๆ เลยนะครับ ว่ามันรู้สึกอย่างไรกับการหาตำแหน่ง จากเสียงสะท้อนครับ และสิ่งที่มันรับรู้จริง ๆ แล้วมันเป็นอย่างไร มันจึงน่าสนใจมากที่จะได้คุยกับคุณเรื่องนี้ คือตัวอย่างเช่นตอนนี้เราเดินมาถึงต้นไม้ตรงนี้ ไกลแค่ไหนที่คุณจะตรวจสอบต้นไม้ต้นนี้ได้ล่ะครับ (Daniel) ต้นนี้นะครับ อ๋อ ง่ายมากครับ ลำต้นของมันจะประมาณนี้ครับ (ผู้บรรยายชาย) ถึงแม้จะมองไม่เห็น แต่ Daniel ก็ทำให้ Magnus แปลกใจ กับรายละเอียดของต้นไม้ที่บอก โดยที่ไม่ได้แตะต้องมันเลย (Daniel) ต้นไม้ต้นนี้มันสูงมาก สิ่งที่ผมบอกได้คือลำต้นของมันค่อนข้างจะตรงครับ จากเท่าที่ผมได้ยิน ถึงมันเกือบจะเหมือนกับเสาเลย (Magnus) อะไรในเสียงสะท้อน ทำให้คุณเห็นแบบนั้นได้เหรอ (Daniel) เมื่อคลื่นเสียงมันพุ่งออกไปนี่ มันจะกลายเป็นรูปร่างของสิ่งที่กระทบมาก หรือว่าน้อยนะครับ ถ้าเราสามารถเห็นคลื่นเสียงส่วนใหญ่ มันจะผ่านต้นไม้ไปครับ และส่วนที่สะท้อนกลับมาจะมากหรือน้อย นั่นก็คือรูปร่างครับ (ผู้บรรยายชาย) Magnus ประหลาดใจ ที่มนุษย์มีความสามารถในการมองเห็นด้วยเสียง และเห็นรายละเอียดได้ดีอีกด้วย (Dr. Magnus) มันมหัศจรรย์มากนะครับ ที่เห็น Daniel สามารถทำเรื่องซับซ้อนได้ เช่นเขาบอกได้ว่าต้นไม้ใหญ่แค่ไหน หรือแม้แต่มีลำต้นเป็นอย่างไรน่ะครับ และผมไม่เคยเชื่อมาก่อนแล้วว่า เขาจะทำแบบนั้นได้นะครับ มันจึงมหัศจรรย์มาก ที่เห็นด้วยตาตัวเองน่ะครับ Daniel มองไม่เห็น ฉะนั้นเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะใช้สายตา และมันน่าสนใจที่หากว่า เราปิดตา Milo แล้วดูว่ามันทำงานได้ดีแค่ไหน โดยไม่ใช้สายตานะครับ เพราะมันได้มีข้อได้เปรียบที่สามารถมองเห็นได้ เพื่อหาว่า Milo และ Daniel เหมือนกันไหมในฐานะผู้ใช้เสียงสะท้อน โดยได้คิดค้นการทดสอบที่ไม่เคยลองทำมาก่อน คนปะทะกับโลมา Daniel และ Milo จะต้องใช้เสียงโซนาร์ เพื่อหาสิ่งของในชีวิตประจำวันที่เหมือนกัน Daniel ข้างบนบก Milo ข้างใต้น้ำ แต่ก่อนที่การทดลองจะเริ่มขึ้น Daniel ได้ไปพบกับ Milo แม้ว่าเขาจะใช้ทักษะเสียงแบบโลมา แต่เขาไม่เคยเห็นโลมามาก่อน (Sander) มันกำลังมองคุณอยู่นะครับ [เสียงหัวเราะ] (ผู้บรรยายชาย) Daniel เป็นสิ่งที่น่าสนใจสำหรับ Milo มันไม่เคยได้ยินคนส่งเสียงคลิกให้มันมาก่อน (Sander) ตอนนี้ Milo อยู่ข้างหน้าเราแล้วนะครับ และคุณสามารถใช้มือสัมผัสมันได้ครับ ดีมากครับ มันสุดยอดมากเลยครับ ว้าว แกน่ารักดีนะ (ผู้บรรยายชาย) พรุ่งนี้ผู้ใช้เสียงสะท้อนทั้ง 2 จะเข้าร่วมการทดลองเสียงส่วนหน้าของคนและโลมา นี่เป็นวันแห่งการตัดสิน และหัวใจของโลมากำลังเต้นแรง เพราะ Daniel ตาบอด Milo จึงต้องถูกปิดตาด้วย เพื่อให้มันไม่สามารถใช้สายตาช่วย นี่คือ Milo นะครับ และมันกำลังเล่นอยู่ครับ ถ้า Milo ไม่ชอบปิดตา การทดลองจะล้มเหลวเพราะอุปสรรคนี้ แต่ด้วยลักษณะของ Milo มันเรียนรู้ได้เร็ว ในเวลาไม่นาน มันก็กระตือรือร้น ที่จะออกสำรวจสระ มันกำลังสแกนสระน้ำด้วยเสียงของมัน เหมือนลำแสงของไฟฉาย มันกำลังสร้างภาพสามมิติ ของสิ่งรอบ ๆ อยู่ในหัว (Dr. Magnus) เสียงของ Milo เป็นทิศทางแล้วก็ดังมากนะครับ เป็นได้เหมือนกับเครื่องยิงเลเซอร์ ถ้าคุณต้องการ ในขณะที่ของ Milo เบากว่า และก็เหมือนกับคบเพลิง ซึ่งจะออกไปรอบ ๆ ได้ หลายทิศทางมากกว่านะครับ (ผู้บรรยายชาย) แต่ Daniel กระตือรือร้น และพร้อมที่จะโชว์ให้ Magnus ดูสิ่งที่เขาจะทำ สิ่งของถูกแขวนจากบนเพดานแบบสุ่ม Daniel ไม่รู้เลยว่าพวกมันคืออะไร และจะหาพวกมันที่ไหน น่าสนใจที่จะดูว่าเขาสแกนอย่างไรนะครับ เวลาที่เขาพยายามจะหาสิ่งของ เพราะมันเหมือนกับว่าเขาเป็น... โลมา พวกมันตรวจเจอของ แล้วเรียกมันว่ามันทำการล็อกเป้าหมาย และ Daniel กำลังทำสิ่งเดียวกัน น่าทึ่งมากที่ Daniel สามารถหาสิ่งที่มีขนาดเล็กอย่างเชือก แต่ว่าเขาทำอะไรได้มากกว่านั้น (Daniel) เป็นของที่นิ่มครับ แล้วก็เล็กมาก [เสียงหัวเราะ] (ผู้บรรยายชาย) พื้นผิวที่ต่างกัน ดูดซับและเสียงสะท้อนไม่เท่ากัน Daniel จับเสียงสะท้อนได้ดีมาก เขาสามารถตรวจจับความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ในเสียงสะท้อนเหล่านี้ (Daniel) ดูเหมือนมันจะมีส่วนที่รุ่ย ๆ อาจจะเป็นเหมือนพวก... ตุ๊กตาสัตว์ หรือไม่ก็พวกเศษผ้าครับ และนี่ก็มีสวนรุ่ย ๆ ครับ แต่ว่ามันเป็นเชือก (Dr. Magnus) มันน่าสนใจมากที่เห็นว่าเขาตรวจจับวัสดุ และก็พื้นผิวที่แตกต่างกันได้ดีนะครับ น่าสนใจที่ได้เห็นจริง ๆ นะครับนี่ (ผู้บรรยายชาย) กับ Milo ที่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นโหมดเสียงเต็มตัว ใช้เวลาเพียงไม่นาน มันก็พบประตูแรก (Dr. Magnus) คุณจะเห็นว่ามันทำได้เร็วมาก เร็วกว่าที่ Daniel สามารถทำได้เยอะเลยครับ มันดูมั่นใจมาก แค่เคลื่อนตัวไปรอบ ๆ เหมือนกับว่ากำลังดูอยู่ แต่จริง ๆ มันแค่ฟัง พอได้อันหนึ่ง มันจะกระตือรือร้น และให้ดูว่า มันทำดีแค่ไหน สิ่งสะท้อนของ Milo มีประสิทธิภาพมาก มันวิ่งเวียนหาในการล็อกเป้าที่ฮูลาฮูป (ผู้บรรยายชาย) Daniel จะล็อกเป้าได้ช้ากว่านิดหน่อย แต่เขาก็ทำให้เกิดความท้าทายขึ้น ไม่ใช่แค่การหาฮูลาฮูป แต่ช่วยให้เราเข้าใจว่าการใช้เสียงโซนาร์ รู้สึกอย่างไร (Daniel) โอเค (Daniel) โอเค ด้วยเหตุผลบางอย่าง มันดูเหมือนคล้ายกับ 2 สิ่งครับ ผมไม่ได้สังเกตว่ามันเชื่อมต่อกัน และมันเป็นห่วงนะ แต่หลังจากที่เจอห่วง Daniel พบว่ามันยากกับการหาสิ่งถัดไป บางทีวัตถุอาจจะอยู่ต่ำกว่าเรดาร์ของเขา (Dr.Magnus) ในขณะที่แดเนียลส่งเสียงคลิก ประมาณ 1 ครั้งต่อวินาที Milo จะยิงเสียงออกไปเป็นร้อยครั้งทุกวินาที เหมือนว่า Daniel กะพริบตาช้ามาก วินาทีละครั้ง เพื่ออัปเดตภาพรอบตัวเขานะครับ (Daniel) โอเค ผมเจออีกอันแล้ว แต่ผมไม่ได้ สังเกตว่ามันอยู่ตรงนี้จริง ๆ นะครับ ในขณะที่ Milo มีภาพความเป็นร้อยภาพทุกวินาที ดังนั้น อาจจะเป็นเหมือนกันดูหนังสำหรับมันนะครับ [เสียงดนตรี] บางอย่างที่พื้นผิวเรียบครับ ค่อนข้างสวยทีเดียวนะครับ (ผู้บรรยายชาย) มีสิ่งของสุดท้ายให้ Daniel หา ลูกบอลสีเหลือง เขาสัมผัสได้ว่ามีบางสิ่งอยู่ตรงนั้น แต่เขาระบุไม่ได้ว่ามันเป็นอะไร ผมอยากจะเห็น Milo ทำแบบนี้บนบกเหมือนกันนะนี่ ลูกบอลขึ้นชื่อว่ายากต่อการค้นหาด้วยเสียง Daniel ส่งเสียงคลิกในหลายทิศทาง ยิ่งทำให้ยากต่อการได้ยิน (Daniel) เสียงสะท้อนไม่รับการแก้ไขครับ จากสิ่งนี้นะครับ และเพราะว่า... เพราะมันเป็นของทรงกลมนี่เองครับ (ผู้บรรยายชาย) สำหรับ Milo บอลก็ยากเหมือนกัน เนื่องจากที่มันลอยอยู่บนผิวน้ำ ลูกบอลควรจะยิ่งยากขึ้นในการค้นหาด้วยเสียง แต่แม้จะถูกปิดตาเสียงอันทรงพลังของ Milo ก็ช่วยมันหาเจอทุกอย่าง (Sander) ยอดมาก (ผู้บรรยายชาย) จบเกมสำหรับ Daniel และเป็นชัยชนะของ Milo (Sander) ยอด มันเจอทุกอย่างเลยครับ ทุกอย่าง มันไม่เห็นอะไรเลย เพราะว่ามันตาบอดโดยสิ้นเชิง แต่ว่ามันใช้เสียงโซนาร์ มันก็เลยไม่มีปัญหาอะไรครับ ผมภูมิใจกับมันมาก Milo ทำได้ดีครับ มันเยี่ยมมาก กับสิ่งที่มันทำครับ (Daniel) ตอนแรกมันเป็นอุปกรณ์ตกปลาครับ ตกปลา ตกปลา พอผมเจอของทั้งหมด มันก็ค่อนข้างจะชัดเจนเลยครับ (Dr.Magnus) ไม่ นั่นมันดีมากเลยนะครับ Daniel มันยอดเยี่ยมมากเลย ดูเหมือนคุณจะรู้จริง ๆ ว่ามันอยู่ตรงไหนนะครับ (Daniel) ครับ ผมก็เหมือนจะรู้นะ (ผู้บรรยายชาย) หลังจากการแสดงที่งดงามของ Milo Sander อยากจะพิสูจน์ว่า มันเป็นผู้ใช้เสียงสะท้อนได้ดีที่สุดในโลก โดยการจะให้มันได้ทำสิ่งที่ท้าทายที่สุด และก็ยากที่สุด เขาเชื่อว่าไม่ต้องเป็นของชิ้นใหญ่ Milo ก็ตรวจเจอได้ด้วยเสียง Milo จะสามารถตรวจจับวัตถุที่มีขนาดเล็กมาก ๆ โดยปราศจากการมองเห็นได้หรือไม่ นี่คือลูกบอลที่เล็กที่สุดเลยครับ ที่เราเคยใช้ มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 เซนติเมตรเท่านั้น และมาดูว่า Milo จะรับรู้มัน ด้วยเสียงโซนาร์หรือเปล่านะครับ และนี่เป็นเวลาที่ Milo จะแสดงความรวดเร็วเหนือเสียงของมัน และลองทำในสิ่งที่มันไม่เคยพยายามมาก่อน ภายใต้เงื่อนไขการทดสอบ มันจะต้องระบุลูกบอลที่เล็กกว่าเล็บนิ้วโป้ง จากระยะห่าง 11 เมตร และมันจึงไปอยู่หลังที่กั้นขนาดใหญ่ เพื่อไม่ให้มองเห็น แต่ใช้เสียงได้ พอเป็นงานที่น่ากลัวสำหรับ Milo ลูกบอลจิ๋วถูกหย่อนลง ฝาปิดถูกยกขึ้น Milo จะเห็นด้วยเสียงของมันไหม เป็นการรอที่ระทึกมาก ถ้า Milo เห็นบอล มันจะตรงไปหา Sander แต่ถ้าไม่ มันจะอยู่ที่เดิม มันไป หมายความว่ามันทำได้ มันเห็นลูกบอล นี่เป็นสถิติใหม่ของการค้นหาด้วยเสียง และเป็นชัยชนะของ Milo และทีมงาน (Sander) มันยอดมากครับ นี่เป็นครั้งแรกที่มันมาพูดถึงลูกบอลขนาดเล็ก ด้วยการเพียงโซนาร์ของมัน ยอดเยี่ยมมากครับ ดีใจครับที่มันทำได้นะครับ [เสียงดนตรี] [เสียงหัวเราะ] (ผู้บรรยายชาย) มนุษย์ไม่เคยใช้เสียงสะท้อนได้ดีเท่ากับโลมา แต่ที่จริงแล้วบางคนทำไม่ได้ เพราะเรามีการเรียนรู้ที่มากกว่า เกี่ยวกับความสามารถพิเศษเหล่านี้ ดังนั้น ไม่ว่า Milo จะเล่น ทำการแสดง หรือทำงานวิจัย มันก็จะใช้ความสามารถตามธรรมชาติของมัน และช่วยเหลือมนุษย์ มากกว่าที่มันรู้ [เสียงดนตรี] (ผู้บรรยายชาย) ไม่มีใครคิดว่าซานฟรานซิสโก เมืองแห่งดอกไม้ที่เดียวบนโลก จะมีการก่อจลาจรในระหว่างการชุมนุมประท้วง ต่อต้านสงครามเมื่อปี 2003 แต่การจลาจรของพวกเขา ต้องติดอยู่ระหว่างกลุ่มของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ถูกผู้ชุมนุมกันออกมาจากกลุ่ม ทุกอย่างเริ่มแย่ลง จนกระทั่งเจ้าหน้าที่รายหนึ่งเข้ามา และทำหน้าที่อย่างเก่งกล้า ในการป้องกันเจ้าหน้าที่ มันชื่อ Kenny และมันคือม้า (Chris) ผมว่ามันJohn Wayne (Steve) ผมว่า Ken Eswood ครับ (Chris) มีสไตล์เหมือนกับ Garry Cooper เลยครับ (ผู้บรรยายชาย) เมื่อม้าตัวอื่น ๆ ต้องการที่จะหนีไปให้พ้น Kenny จะนำหน่วยกำลังเข้าไปในฝูงชน และทำให้ทุกอย่างสงบลง (Neda) คิดว่าอัศจรรย์ค่ะ ไม่คิดเลยว่าสัตว์ที่ตื่นตูมแบบนี้ จะมีความกล้าหาญไม่เหมือนกับตัวอื่น ๆ เลยล่ะค่ะ สิ่งที่ทำให้ Kenny ไม่เหมือนตัวอื่น ๆ และทำไมสัตว์ที่เกิดมาเพื่อเป็นเหยื่อกว่า 15 ล้านปี และวิ่งหนีเมื่อมีอันตรายเข้ามาใกล้แบบนี้ ถึงกล้าหาญได้ (Dr. Debbie) มันไม่ใช่ความกล้า ถ้าคุณทำบางอย่างที่คุณไม่กลัว แต่ความกล้าที่แท้จริง คือ ทำบางสิ่งที่คุณนั้นกลัวและกลัวมาก ๆ [เสียงดนตรี] (ผู้บรรยายชาย) ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ซานฟรานซิสโกเป็นเมืองที่ดีที่สุดในโลกเมืองหนึ่ง ปกคลุมไปด้วยศิลปะและสิ่งก่อสร้างระดับโลก มีผู้อยู่อาศัยถึง 7,000,000 ชีวิต เป็นเมืองที่วิเศษและวุ่นวาย ฉะนั้นสิ่งสุดท้ายที่คุณคาดหวังจะได้พบ จากใจกลางมหานครที่วุ่นวายนี้ คือความเงียบสงบของป่าเก่าฝั่งตะวันตก [เสียงดนตรี] (ผู้บรรยายชาย) และที่นี่คือคอกม้าตำรวจ Fred C. EGan Memorial บ้านของ Kenny ม้าที่กล้าหาญของตะวันตกนั่นเอง มันอายุ 19 ปี สูง 15.2 และหล่อเหลาสุด ๆ เป็นม้าพันธุ์ Appaloosa ที่ทาง SFPD ภาคภูมิใจเป็นที่สุด (Chris) มันเหมือนม้าพันธุ์ Quarter ครับ แต่มันเป็น Appaloosa มันวิเศษมากเลยครับ (Steve) ผมอาจจะลำเอียงนิดหนึ่งนะครับ ที่จริงมันเป็นม้าที่เยี่ยมที่สุดในคอก มันแข็งแรงมาก (Chris) ผมหวังว่าเราจะมีม้าแบบมันมากกว่านี้ครับ ถ้าคอกเราเต็มไปด้วยม้าแบบมัน มันคงเป็นอะไรที่ยอดมากเลย (Steve) เป็นคู่หูที่ดีที่สุด ตั้งแต่ผมมาอยู่นี่ พระเอกจากแคลิฟอร์เนียเกิดและเติบโตมา ภายใต้คำขวัญของเมือง ซึ่งนั่นก็คือ ครองแห่งสันติ เหล็กแห่งสงคราม โชคดีสำหรับ Kenny และผู้ขี่ เจ้าหน้าที่ Steve Marquez ทุกวันมีแต่เรื่องที่ดี (Steve) ในทุกวันผมอยู่บนหลังของมัน ประมาณ 6-7 ชั่วโมงต่อวัน ในสวนนะครับ งานประชาสัมพันธ์ แจกตั๋วจอดรถที่นั่นที่นี่บ้างครับ แค่นั้นแหละครับ ที่ไม่เหมือนอยู่ในป่าตะวันตกนะครับ มันอาจจะไม่อยู่ในป่าที่นี่ แต่ผู้ฝึก Kenny เจ้าหน้าที่ Chris Olocco เชื่อว่ามันมีจิตวิญญาณของคาวบอยอยู่ด้วย (Chris) ผู้ขี่ม้าและตัวม้าเองจะต้องเป็นหนึ่งเดียวกันครับ ม้าต้องเชื่อใจผู้ขี่ และผู้ขี่เองก็ต้องเชื่อใจม้าของเขาด้วย หรือนี่จะเป็นความรู้ของคาวบอยที่ทำให้ Chris จดจำ และแอบภาคภูมิใจ จากที่ Kenny ได้มีบทบาทสำคัญ ในการชุมนุมประท้วงเมื่อปี 2003 ที่นี่เอง เมื่อ Kenny นำเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าไปยังพื้นที่ที่เต็มไปด้วยอาวุธ เพื่อปกป้องกลุ่มของเพื่อนร่วมงาน มันก็ถือได้ว่ามันกล้าหาญมาก (Chris) ตอนที่มีการตะลุมบอลกันนั้น คนขว้างปาสิ่งของใส่เราครับ มันยอดมากครับ มันแค่ยืนอย่างสงบครับ มันยอดจริง ๆ (ผู้บรรยายชาย) แต่ถ้ามีผู้เชี่ยวชาญม้าสักคนถามคุณว่า ถ้ามีสิ่งหนึ่งที่ม้าไม่ได้เกิดมาเพื่อสิ่งนั้น เช่น ความกล้า น่าเกรงขาม และแน่นอน ว่องไว ยังไม่ต้องสงสัยครับ ความกล้าไม่ใช่สิ่งที่มันมีติดมาด้วย แต่ไหนแต่ไรมาแล้ว (Neda) ฉันคิดว่าสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจที่สุดเกี่ยวกับมัน ก็คือพวกมันเก่าแก่ค่ะ กำเนิดขึ้นมาก่อนมนุษย์ถึง 55 ล้านปีค่ะ และใช้ชีวิตสังคมเร่ร่อน และสิ่งที่ผู้คน ไม่รู้ นั่นก็คือพวกม้ากำเนิดที่อเมริกาเหนือ ม้าถูกนำมาใช้ช่วยเหลือ และก็พัฒนา เป็นสัตว์กินพืช พวกมันไม่อยู่กับที่ค่ะ ยิ่งฉันใช้เวลากับพวกมันมากเท่าไร ฉันก็ยิ่งเห็นสิ่งที่มันคล้าย กับมนุษย์มากขึ้นเท่านั้นเลยล่ะค่ะ (ผู้บรรยายชาย) แต่กุญแจสำคัญ ที่ทำให้เราแตกต่าง ก็คือมนุษย์นั้นเป็นผู้ล่า และม้าเป็นเหยื่อ Neda De Mayo ทำงานอยู่ที่เขตดูแลอนุรักษ์ม้าป่า มากว่า 10 ปี และรู้ว่ามันง่ายแค่ไหน ที่จะทำให้ม้านั้น ตกใจต่อสิ่งเร้า (Neda) ดูเธอกำลังเดินเข้ามาแล้วพูดว่าสวัสดี และนี่ก็เป็นม้าตัวโปรดของฉันในกลุ่มค่ะ นี่คือ Isis และฉันก็รักเธอมากค่ะ และสิ่งที่วิเศษเกี่ยวกับพวกม้า ก็คือมันแสดงตัวตนของมันผ่านทางพฤติกรรมค่ะ มันทำให้รู้ค่ะ ว่ากำลังพูดว่าอะไร ดูได้จากท่าทางของมัน หรือว่าการกระทำค่ะ ตามธรรมชาติมันจะเลี่ยง จากสิ่งที่ตรงเข้ามาหามันอย่างอุกอาจ บางอย่างที่ใหญ่ขึ้น จะทำให้มันเลี่ยงมากขึ้น กลับกันถ้าสิ่งห่างออกไป หรือว่าค่อย ๆ เล็กลง เหมือนเวลาที่มองเรายืนอยู่ตรงนี้เงียบ ๆ สักพัก พวกมันก็จะเริ่มสงสัย และอาจจะเข้ามามองดู นั่นเป็นเพียงแค่กลไกสัญชาตญาณพื้นฐาน พวกม้าตื่นตัวค่ะ รู้ไหมพวกมันจะตอบสนองทุกอย่างรอบ ๆ ตัวมันตลอดเวลา เพราะว่าพวกมันไวต่อสัมผัส (ผู้บรรยายชาย) แล้ว Kenny สามารถทำงานที่อันตรายของตำรวจได้อย่างไร ในเมื่อวิวัฒนาการ 50 ล้านปี บอกให้มันหนีในทันที (Dr. Debbie) มันอาจถูกหาว่ามันไม่ได้กล้าแม้แต่นิดเดียว มันแค่กำลังงก และไม่รู้ว่านี่ มันอันตรายมากเลย มันเคยเดินมาทั่วเมือง มันเห็นมาทุกอย่าง มันไปมาหมดแค่นั้น ทุกสัญชาตญาณกำลังสั่งให้มันรีบวิ่งหนี ที่นี่ไม่น่าอยู่ และสำหรับม้าที่อยู่ในสถานการณ์นั้น เมื่อถามโดยคนขี่เขาจะต้องกล้า กล้ามาก ๆ เลยค่ะ Dr. Marsden เป็นผู้มีชื่อเสียงของโลก ในเรื่องพฤติกรรมม้า จบการศึกษาด้านสรีรวิทยาและพันธุศาสตร์ เป็นการันตี หลังจากสังเกตดู Kenny เธอมีความเห็น ว่านั่นคือกุญแจแห่งความกล้าที่ไม่ธรรมดาของมัน และอาจจะเป็นเอกลักษณ์พิเศษ (Dr. Debbie) สำหรับม้านั่นมันสงบเสงี่ยม และมั่นใจในคนที่ขี่มากพอ ที่จะให้เขาไปที่ต่าง ๆ ซึ่งมันเกิดขึ้นน้อยมาก และมีประโยชน์มากค่ะ Kenny เป็นเหมือน Clark Kent ค่ะ มันเงียบสงบเหมือน Superman ที่ยังไม่แปลงร่าง แต่สำหรับโลกนี้มันเป็นเหมือน Clark Kent ค่ะ (ผู้บรรยายชาย) ถึงแม้ว่า Kenny จะไม่มีดวงตาเอกซเรย์เหมือน Superman แต่มันยังมีความสามารถแบบม้าวิเศษ ในการอ่านใจคน (Dr. Debbie) สังเกตจากการก้าวของมันค่ะ พวกมันอ่านภาษากายซึ่งกัน และพวกมันทำกับเราเช่นกันค่ะ คนขี่หรือว่าใครสักคนจะบอกคุณ ม้าเองจะรู้ตัว ว่ามันอารมณ์ดีมีความสุขมาก หรือว่ามันไม่มีความสุข มันรับรู้ถึงแมลงเล็ก ๆ ที่บินมาเกาะหลังมัน ฉะนั้น ฉันมั่นใจว่ามันรับรู้ เมื่อเวลาชีพจรเราเต้นแรงขึ้นค่ะ (ผู้บรรยายชาย) แล้วทำไมสัตว์ที่มีสัมผัสว่องไว พอที่จะรับรู้ชีพจรของผู้ขี่ ถึงทำงานในสภาวะอันตรายนี้ได้ มันไม่ง่ายเลย มีม้าอย่างน้อย 9.2 ล้านตัวในอเมริกา บางตัวถูกใช้งานมากกว่าเป็นสัตว์เลี้ยง หรือม้าโชว์ แต่มีน้อย น้อยมากที่จะถูกคัดเลือก ให้มาทำงานร่วมกับตำรวจ แมวมองออกตระเวนหาม้าที่ดีที่สุด และเก่งที่สุด เท่าที่พวกเขาจะหาได้ จากการสำรวจก็พบ 1 ตัว ม้าตัวนี้จะถูกทดสอบอย่างเข้มงวดนับเดือน ประเมินร่างกายและจิต เพื่อให้มั่นใจ ว่าพวกเขาพบม้าตัวที่เหมาะสมที่สุด (Chris) อย่างหนึ่งที่เรามองหาขณะจะซื้อม้าตัวใหม่ ก็คือว่าเราจะดูว่ามันฉลาดแค่ไหน เราจะพามันออกไปดูว่ามันกระโดด หรือว่ากลัวอะไรบ้าง แล้ววันต่อมาเราจะทำอีกครั้งหนึ่งครับ เพื่อดูว่ามันจะกระโดดไหม ถ้ามันไม่กระโดด ก็แปลว่ามันกำลังเข้าใจ แต่ถ้ามันไม่เลิกกระโดด หรือว่ามันยังไม่เลิกตระหนกตกใจ นั่นก็แปลว่ามันไม่ดีพอ ที่จะร่วมงานกับตำรวจครับ (ผู้บรรยายชาย) เพียง 1 ใน 10 ที่จะผ่านการทดสอบขั้นแรก อัตราตกสูงถึง 90 เปอร์เซ็นต์ หมายความว่าการเป็นม้าในหน่วย SFPD ยังยากกว่าขั้นตอนการคัดเลือกม้า เพื่อประจำหน่วย SEAL ของอเมริกาเสียอีก และมันเป็นกระบวนการที่ยากด้วย (Steve) เตรียม หยุด ม้าเพียง 10 เปอร์เซ็นต์จากทั้งหมดที่เราพามา เป็นม้าที่ผ่านช่วงการฝึกอบรมนะครับ แต่ว่าตัวหนึ่งที่เรามี นั่นเป็นข้อยกเว้นครับผม (ผู้บรรยายชาย) แต่การฝึกฝนนั้นช่างคุ้มค่า โดยการประเมินค่าความสัมพันธ์ ของตำรวจทำงานร่วมกับม้า เท่ากับตำรวจเท้าเปล่า 10 คน (Stan) ทุกครั้งที่ผมได้ยิน ว่าม้า 1 ตัวเท่ากับทหาร 10 คนนั้น มันก็คือตำรวจและม้าที่ถูกฝึกมาอย่างดี เพื่อจะรับมือกับสิ่งที่มันคาดเดาไม่ได้เลยครับ (ผู้บรรยายชาย) ตอนนี้คุณอาจจะถาม ว่าการที่ Chris ต้องกระแทกฝาถังขยะ หรือใช้เครื่องพ่นไฟเป่านั้น มีประโยชน์อย่างไรกับม้าบ้าง เพราะว่าเท่าที่ทราบนั้น ธรรมชาติของม้านั้น เป็นสัตว์ที่ขี้ตื่น ถ้ามันไว้ใจผู้ขี่ พวกมันจะทำตัวคุ้นเคยกับเสียงพวกนี้ไปเลย (Stan) คนขี่ก็ต้องเป็นผู้ตอบมันเช่นกันครับ และส่งความรู้สึกผ่านเบาะ ไปถึงหัวของมัน และบอกว่าฉันจะดูแลนายเองนะ และนายจะต้องดูแลฉัน (ผู้บรรยายชาย) และไม่ นี่ไม่ใช่กีฬาโปโลแบบเท็กซัส ที่จริงคือม้าและผู้ขี่กำลังพัฒนาระเบียบ ของกลุ่มผู้คนอยู่นั่นเอง (Stan) ลูกบอลถูกนำมาใช้ในบางครั้งครับ กับผู้ขี่ใหม่ มันจะวิ่งออกมา และคิดว่ากำลังผลักบอล ด้วยส่วนหน้าของม้า สิ่งที่พวกเขาทำ ก็คือควบขนานกันมา แล้วก็ใช้สีข้างของมันนี่ ขยับลูกไปครับ เมื่อเราต้องเดินเข้าหาผู้คนครับ นั่นคือหน้าที่ของลูกบอลลูกนี้ครับ (ผู้บรรยายชาย) มี 2 สิ่งได้จากการฝึกนี้ 1. ม้าจะคุ้นเคยกับสิ่งที่มันเห็น ได้กลิ่น และเสียงทั่วไปใส่ฝูงชน และ 2. มันจะสร้างสายใยที่สำคัญระหว่างผู้ขี่กับม้า ในช่วงเวลานี้ (Steve) คือมันจำเป็นนะครับ ที่ผู้ขี่ม้าต้องรักษาความสงบตลอดเวลา เพราะถ้าคุณไม่ทำ คุณจะส่งมันไปถึงม้า และสถานการณ์ที่แย่ อาจจะแย่ยิ่งไปกว่านั้นเสียอีกนะครับ (ผู้บรรยายชาย) ต่อเมื่อองค์ประกอบนี้มารวมด้วยกัน เมื่อต้องมาอยู่ในสถานที่ที่คนชุกชุมอย่างที่นี่ ขณะที่เราค้นหาอยู่ เมื่อ Kenny ถูกทดสอบเต็มรูปแบบ มันมีความกล้าหาญ และความลับพิเศษอันน่าประหลาดใจ (Dr. Debbie) ความกล้าที่แท้จริง ก็คือเวลาคุณทำอะไรในขณะที่คุณรู้สึกกลัว [เสียงดนตรี] (ผู้บรรยายชาย) Kenny อายุ 19 ปี ม้าตำรวจพันธุ์ Appaloosa สงบ สุภาพ และสูง 15.2 มือ มันอาจไม่ใช่ม้าตำรวจที่สง่างามของโลก ที่แน่ ๆ มันกล้าหาญที่สุด (Steve) มันเป็นคู่หูที่ดีที่สุด ที่ผมมาอยู่ที่นี่ (ผู้บรรยายชาย) บทบาทของมัน ในการเผชิญหน้ากลุ่มผู้ชุมนุมในปี 2003 เป็นหนึ่งในการกระทำที่กล้าหาญ ซึ่งเป็นที่ภาคภูมิใจของชาว SFPD (Chris) ถ้าคอกของเรามีม้าอย่างมัน คงเป็นอะไรที่วิเศษมากครับ (ผู้บรรยายชาย) บางคนบอกว่าสิ่งที่ Kenny ทำนั้น มันไร้สาระ อย่างเช่น ตำนานคาวบอย Bill Roger กล่าวไว้ ใครที่บอกว่าม้ามันไม่ฉลาด เขาก็ไม่ฉลาด (Chris) หลายคนบอกว่า ม้ามันโง่นี่ แต่มันไม่ได้โง่ครับ มันฉลาดมาก ๆ แล้วก็เรียนรู้ไวจริง ๆ [เสียงดนตรี] (ผู้บรรยายชาย) หนึ่งในการเหน็บแนมที่ดีที่สุด ของความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสัตว์ ที่แม้ว่าจะใช้ชีวิต และทำหน้าที่ร่วมกันกับม้ากว่า 6,000 ปีที่แล้ว และเราก็รู้ว่ามันคงจะไม่ได้ฉลาดไปกว่านี้ นี่อาจจะเป็นอย่างที่เกี่ยวกับสมอง ที่มีขนาดเล็กกว่าวอลนัทของมัน แต่ก็ไม่แน่ อาจจะต้องใช้สุภาษิตเก่าขนาดนั้น ไม่สำคัญมาใช้ก็เป็นได้ พบกับม้า Coco และ Dr. Evelyn Hanggi ทั้งคู่ร่วมงานด้วยกันที่มูลนิธิวิจัยม้า นานถึง 11 ปีแล้ว ผ่านการทดสอบหลายรูปแบบ เพื่อพิสูจน์ว่าม้าฉลาดแค่ไหน (Dr. Evelyn) ที่นี่เรากำลังทดสอบ ว่า Coco จะทำอะไรกับสี่เหลี่ยมที่ต่างกันค่ะ รูปแรกมีช่องทะลุ และอีกรูปหนึ่งถูกปิดทึบค่ะ (ผู้บรรยายชาย) กติกา คือ Coco จะต้องจดจำรูปทรงที่มีช่องตรงกลาง [เสียงดนตรี] (Dr. Evelyn) เก่งมาก (ผู้บรรยายชาย) ทุกครั้งที่ Coco เลือกรูปที่ถูกต้อง มันจะได้รางวัลเป็นซีเรียลสำหรับม้า นักวิทยาศาสตร์เรียกสิ่งนี้ว่า "การใช้ภาพ" เพื่อการพัฒนาความสามารถ เป็นสิ่งที่ม้าไม่เคยถูกได้ทดสอบความสามารถมาก่อน และอื่น ๆ อีกมาก (Dr. Evelyn) เราพบว่าม้านั้น มีความจำที่แตกต่างกันออกไปค่ะ ในการทดสอบชี้ ว่ามันมีความจำเท่าเทียมกับช้างค่ะ ในช่วงชีวิตประจำวัน มันไม่ต้องมาแยกแยะ ระหว่างสีขาวแล้วก็สีดำ แต่ผลนั้นชี้ว่าพวกมันเป็นสัตว์ที่มีความคิด มากกว่าที่คาดเอาไว้ เพราะพวกมันรู้จักการแก้ปัญหาด้วยค่ะ (ผู้บรรยายชาย) ทีนี้เรารู้แล้ว ว่าม้านั้นฉลาดกว่าที่เราเข้าใจ แต่ความกล้านั้นใช้มากกว่าแค่สมอง แต่สำหรับ Kennt แล้ว มากกว่านั้นอาจจะเป็นพรสวรรค์ Kenny ถูกตำรวจยกตำแหน่งให้เป็นม้าผู้นำ หมายความว่าม้าตัวอื่น ๆ ในหน่วย จะมองมาที่ Kenny อย่างนับถือ และปฏิบัติตาม การเป็นผู้นำนี้เป็นส่วนสำคัญ ของการจัดแบบสังคมของพวกม้าป่า เช่นกัน กลุ่มของพวกม้าดูเหมือนวัฒนธรรมยุคใหม่ มีทั้งผู้นำและผู้ติดตามอีกมากมาย ในกลุ่มนี้มีผู้นำเป็นหัวหน้า ม้าตัวผู้ที่มีขนสวยงาม (Neda) โดยปกติทั่วไปแล้ว ส่วนใหญ่ม้าตัวผู้จะเป็นผู้นำค่ะ พื้นฐานความมั่นคง ก็คือเมื่อคุณมีม้าผู้นำอยู่ในกลุ่ม พวกมันจะต้องแน่ใจเสมอ ว่าได้รับความใส่ใจ ม้าพวกนี้สามารถดูออกได้ทันที ว่าอะไร ก็คือการคุกคาม และอะไรที่ไม่ใช่ (ผู้บรรยายชาย) ม้าตัวหนึ่งกำลังตื่น ผู้นำรู้ว่าไม่มีสิ่งผิดปกติ และรีบร้อนที่จะดูแลเธอ ก่อนที่จะกลับมาทำหน้าที่ผู้นำอย่างเก่า (Neda) นั่นเธอวิ่งอีกแล้ว มันจะดึงเธอกลับ เธอเร็วกว่ามันมาก คุณเห็นไหม เธออยู่นั่น ตอนนี้มันต้องไปแล้ว พวกสาว ๆ ชอบทำให้สับสนค่ะ (ผู้บรรยายชาย) แต่ไม่นานนัก หัวหน้ากลุ่มสามารถควบคุมสมาชิก กลุ่มที่แสนวุ่นวายได้ (Neda) ม้าตัวผู้จะก้มหัวลงต่ำ และพยายามนำทางให้กับตัวอื่น ๆ และรวมตัวให้เป็นกลุ่มเอาไว้ (ผู้บรรยายชาย) ถ้าหากความวุ่นวายต่าง ๆ นั้นง่ายที่จะจัดการ อย่างเช่น ผู้นำฝูงทำกับม้าตัวเมียนั้น แต่มันไม่เป็นอย่างนั้น ซึ่งทำให้เรากลับไปที่วันที่ Kenny ถูกทดสอบความไม่ธรรมดา 16 กุมภาพันธ์ ปี 2003 (Chris) Kenny เป็นม้าผู้นำที่ดีครับ มันแข็งแรง แล้วก็สมบูรณ์แบบ (ผู้บรรยายชาย) มันน่าจะเป็นวันของการประท้วงที่สงบ แต่เมื่อคนจำนวนมากขึ้น เพิ่มความตึงเครียด เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งหมดพบว่า พวกเขาอยู่ท่ามกลางเหล่าผู้ประท้วง วิธีเดียวที่จะเข้าไปหาพวกเขาให้ทัน นั่นก็คือการใช้ม้านั่นเอง (Chris) ทันทีที่เรามาถึง พวกม้าได้แต่กระทืบเท้า กระทืบเท้าอยู่เรื่อย ๆ ทุกคนพากันเงียบครับ เงียบสนิทเลยครับ (ผู้บรรยายชาย) Kenny เป็นผู้นำของกลุ่ม และเช่นเดียวกันกับที่เราเห็นม้าป่า มันแสดงท่าทางที่มั่นใจตลอดเวลา ให้ม้าตัวอื่น ๆ ได้เห็น (Chris) พอเราเข้ามาถึงนี่ พวกเขาก็เริ่มโวยวายอีกครั้งหนึ่ง เราเข้ากระชับพื้นที่แล้วก็คอยแหวกฝูงคน จากนั้นก็ดันพวกเขาเข้าไปครับ (บรรยาย) ท่ามกลางความวุ่นวาย เมื่อม้าตัวอื่น ๆ อาจต้องการหนี พวกมันมองดู Kenny ที่ด้านหน้า และตามอย่างใกล้ชิด (Stan) ม้าผู้นำนั้นจะสร้างความมั่นใจกับม้าตัวอื่น ๆ และม้าตัวอื่น ๆ ก็จะทำตามครับ หากมันไม่ใช่จ่าฝูง มันจะเกิดอะไรขึ้น พวกมันก็จะแตกกลุ่มครับ เหมือนกับลูกพินบอลครับ แตกกลุ่มทำให้ตัวอื่นนี่ แยกออกมาด้วย และคุณต้องการม้าที่แข็งแรงให้อยู่ในนั้น ตัวที่อ่อนแออาจจะอยู่ด้านนอก และจ่าฝูงจะไม่หนีไปไหนครับ (Chris) จากนั้นเจ้าหน้าที่จะสามารถหลบออกมา เพื่อรวมกลุ่มเข้าไปใหม่ครับ เพียงแต่คุณมีม้าที่เป็นผู้นำที่ดีอย่าง Kenny นี่ ม้าตัวอื่นก็จะทำตาม มันกล้าหาญมาก ๆ ครับ (ผู้บรรยายชาย) แต่เราต้องถามว่าถ้า 13 ปีของการทำงานตำรวจ Kenny เริ่มรู้สึกคุ้นเคย กับสถานการณ์ไม่ปกติแบบนี้ และกรณีนี้ และถ้ามันไม่ได้ทำในสิ่งที่กล้าหาญ มันอาจเป็นแค่เพียงม้าที่ฝึกมาดีตัวหนึ่ง [เสียงดนตรี] เพื่อทดสอบให้แน่ใจ Dr. Debbie ได้ลองทดสอบการตอบสนองของม้า ที่มีต่อความกลัวของมัน (Dr. Debbie) มันมีหลายวิธีการ ที่จะใช้ตรวจสอบองค์ประกอบ ที่แตกต่างกันของม้าแต่ละตัว หรือว่าการเลือกม้าที่มีลักษณะเหมาะสม กับงานที่เฉพาะเจาะจงค่ะ การทดสอบที่เราทำวันนี้ จะแสดงให้คุณเห็นถึงการวัดผลของม้า ในการตอบสนองต่อสิ่งที่มันไม่เคยเห็น และทำให้มันรู้สึกกลัวค่ะ (ผู้บรรยายชาย) การทดสอบถูกทำให้ดูเหมือนง่าย Honey และ Flash ถูกเปลี่ยนคนขี่ เพื่อการเดินผ่านด่านอันตราย อย่างเช่น ร่มน่ากลัวนี้ ทั้งม้าและผู้ขี่จะสวมใส่เครื่องวัดชีพจร ช่วงแรกม้าทั้ง 2 ดูเหมือนจะปกติดี แต่ทันทีที่ร่มถูกวางไว้บนพื้น Honey ก็เริ่มแสดงอาการกังวลให้เห็น (Dr. Debbie) คุณจะหยุด หรือว่าเดินหนีออกมาเมื่อไหร่ก็ได้ Mark เยี่ยมมาก เยี่ยมมาก Honey (ผู้บรรยายชาย) สำหรับ Flash เดินผ่านร่มและกรอกหู เพื่อแสดงให้เห็น ว่ามันรู้ถึงบางอย่างที่อยู่ตรงนั้น (Dr. Debbie) จากการสังเกตการณ์ มันมองดูว่ามันสามารถเดินผ่านไปได้ไหม โดยที่ไม่ถูกรบกวนจากร่มนั่นน่ะค่ะ อย่างไรก็ตามเมื่อคุณดูที่ชีพจร คุณจะเห็นว่ามันเพิ่มขึ้น จาก 28 ครั้ง เป็น 78 ครั้งต่อนาที นั่นเพิ่มสูงมากเลย แล้วก็แปลว่ามันกลัวร่มใบนี้จริง ๆ ด้วยค่ะ (ผู้บรรยายชาย) แต่ที่น่าประหลาดใจนั้น จากที่เห็นท่าทางที่กังวล ชีพจรของ Honey ไม่พุ่งสูง อย่างชีพจรของ Flash (Dr. Debbie) คุณอาจจะมีม้าที่ดูท่าทางปกติ และคุณอาจจะคิดว่าม้าตัวนี้ดีจัง มันไม่กลัวเลย แต่เมื่อคุณดูชีพจรของมัน นั่นมันสูงมาก ๆ อีกทางหนึ่งคุณอาจจะมีม้าที่โลดโผน แล้วคุณอาจคิด ว่าชีพจรมันต้องสูงกว่านี้ แต่คุณพบว่าชีพจรมันไม่สูงขึ้นมากเท่าไรนัก ม้าที่คุณต้องการใช้ร่วมงานกับตำรวจ คือ ตัวที่มันไม่หวาดกลัว และคุณสังเกตได้จากท่าทางและสรีระของมัน ชีพจรที่เต้นสูงมาก ๆ นั่นเป็นสัญญาณ ว่าม้าตัวนี้กล้าหาญมากค่ะ (ผู้บรรยายชาย) Kenny กล้าหาญจริงหรือ มันจะรับรู้ถึงสิ่งอันตราย ในขณะที่อยู่ในกลุ่มผู้ประท้วงหรือไม่ เพื่อหาคำตอบ เราปรับเปลี่ยนห้องทดลองของ Dr. Debbie เป็นห้องที่มีทั้งเสียงไซเรน ไฟ แล้วก็ดอกไม้ไฟ และใครก็ตาม ที่จะทำให้ม้าตกใจได้มากขึ้นไปอีกระดับ อย่าลืมว่าเรากำลังหาม้าที่สงบนิ่ง และชีพจรสูงอยู่ ชีพจรปกติของ Kenny อยู่ที่ประมาณ 30 กลาง ๆ แต่เมื่อการทดสอบเริ่มขึ้น ชีพจรของมันขึ้นเป็น 80 กลาง ๆ และสูงสุดที่ 104 ครั้งต่อนาที เมื่อพลุเริ่มระเบิดขึ้น (Dr. Debbie) คุณจะเห็นว่าชีพจรของ Kenny สูงขึ้นค่ะ มันกำลังกลัวค่ะ และชีพจรของผู้ขี่เริ่มสูงขึ้น เนื่องจากพยายามที่จะบอก Kenny ว่าอย่าหนีไปไหน Kenny กดดันต่อสถานการณ์นี้ค่ะ แต่มันเชื่อใจในผู้ขี่ พอที่จะพูดว่า โอเค ถ้านี่เป็นสิ่งที่เราต้องทำวันนี้ และนี่คืองานที่ฉันต้องทำ ฉันจะทำ สำหรับฉัน... ฉันว่านั่นถือว่ากล้าหาญมาก มันไม่กล้าหาญ ถ้าคุณทำในสิ่งที่คุณไม่กลัว แต่มันจะกล้าหาญมาก ถ้าคุณทำในสิ่งที่คุณกลัว กลัวมาก ๆ สำหรับฉัน นั่นทำให้ Kenny เป็นม้าที่วิเศษค่ะ (ผู้บรรยายชาย) แปลว่า Kenny รับรู้ถึงอันตราย เมื่อวันที่มันต้องเผชิญกับผู้ประท้วง แต่ถึงแม้จะกลัว สมกับเป็นฮีโร่ มันสู้ต่อ เช่นเดียวกับผู้ชายคนหนึ่งกล่าวไว้ว่า ความกล้าหาญ คือ ความสามารถที่เรามี ในช่วงเวลาที่เรากลัวที่สุด (Neda) คิดว่าอัศจรรย์ค่ะ ไม่คิดเลยว่าสัตว์ที่จะขี้ตื่นตูม จะสามารถทำอะไรแบบนั้นได้ด้วยค่ะ (Steve) ผมอาจลำเอียงนิดหนึ่งนะครับ ที่จริงมันเป็นม้าที่เยี่ยมที่สุดในคอก และมันแข็งแรงมาก (ผู้บรรยายชาย) Kenny เราชื่นชมนาย [เสียงดนตรี] (ผู้บรรยายชาย) ช่วงนี้หลาย ๆ องค์กรนี่นะ ในยุค New Normal มันมีการปรับตัวกันใหญ่เลยล่ะ บริษัทใหญ่ ๆ นี่ ก็เริ่มมีมาตรการลดขนาดขององค์กร หรือไม่ก็เริ่มรัดเข็มขัดกันบ้างแล้ว นี่บริษัทของเราคิดว่า น่าจะเริ่มอีกไม่นานแล้วล่ะ ทั้งนี้เพื่อความไม่ประมาทนะ ฉันมองว่าเราควรที่จะหาอาชีพเสริมกันได้แล้วล่ะ หลังเลิกงาน หรือไม่ก็ช่วงวันหยุดกันดีไหมล่ะ (ผู้บรรยายชาย) ก็ดีนะ ว่าแต่เราจะทำอะไรกันดีล่ะ (ผู้บรรยายหญิง) งานออนไลน์ก็โอเคนะ ได้ยินมาว่าเราจะมีการจัดประชุม ความร่วมมือของกรอบเศรษฐกิจ APEC ในปี 2565 ซึ่งประเทศไทยเราน่ะ ได้เป็นเจ้าภาพจัดประชุมด้วยนะ เราน่าจะมีแนวทางใหม่ ๆ ด้านเศรษฐกิจอีกเยอะเลย และคิดว่าน่าจะมีเรื่องของการค้า การขาย ให้เราได้ทำกันด้วยล่ะ (ผู้บรรยายชาย) จริงสิ ก็เคยได้ยินมาบ้างนะ เรื่องของ APEC น่ะ แต่ว่ามันสำคัญ หรือว่าเกี่ยวข้องอะไรกับเราเหรอ (ผู้บรรยายหญิง) สำคัญสิ มาจะอธิบายให้ฟัง APEC หรือว่า Asia-Pacific Economic Cooperation ก็คือกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งก็หมายถึงการที่เขตเศรษฐกิจสำคัญ ในภูมิภาค 21 เขตเศรษฐกิจนะ มารวมตัวกัน เพื่อปรึกษาหารือ แล้วก็ช่วยกันในเรื่องของการส่งเสริมการค้า การลงทุน แล้วก็ด้านอื่น ๆ เช่น สังคม การเกษตร ภัยพิบัติ บทบาทสตรี สาธารณสุข เป็นต้น (ผู้บรรยายชาย) อย่างนี้นี่เอง อย่างนั้นก็แปลว่าก่อตั้งมาตั้งนานแล้วน่ะสิ แล้วมีเขตเศรษฐกิจไหนที่เข้าร่วมบ้างล่ะ (ผู้บรรยายหญิง) ก็ตั้งแต่ปี 2532 เลยล่ะ ซึ่งประเทศออสเตรเลีย นี่เป็นผู้ริเริ่มนะ และไทยเราก็เป็น 1 ในสมาชิก 12 เขตเศรษฐกิจในยุคแรกด้วย โดยมี ออสเตรเลีย บรูไน แคนาดา อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย นิวซีแลนด์ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และก็สหรัฐอเมริกา ซึ่งต่อมาเราก็มีสมาชิกเพิ่มด้วย ก็คือสาธารณรัฐประชาชนจีน เขตบริหารพิเศษฮ่องกง จีนไทเป เม็กซิโก ปาปัวนิวกินี ชิลี เปรู เวียดนาม รัสเซีย รวมทั้งหมดแล้วก็ 21 เขตเศรษฐกิจในปัจจุบันจ๊ะ (ผู้บรรยายชาย) นอกจากนี้เขตเศรษฐกิจที่เข้าร่วมนี่ จะได้ประโยชน์อะไรบ้างล่ะจ๊ะ แม่คนเก่ง (ผู้บรรยายหญิง) ก็ช่วยให้การค้าการลงทุนนี่ สะดวกมากยิ่งขึ้นไง เพราะว่าเรานี่น่ะ ได้กระชับความสัมพันธ์ แล้วก็อำนวยความสะดวกทางธุรกิจ ได้ร่วมมือด้านเศรษฐกิจและก็วิชาการ โดยยึดหลักความเห็นพ้องร่วมกัน แล้วก็ไม่โยงการเมืองนะจ๊ะ เพื่อเป้าหมายในการเปิดเสรีด้านการค้า และการลงทุนเป็นต้น เข้าใจหรือยังล่ะจ๊ะ พ่อคนช่างซัก (ผู้บรรยายชาย) อย่างนี้ก็แปลว่าเราเน้นค้าขาย กับกลุ่มเขตเศรษฐกิจเหล่านี้ เป็นหลักเลยใช่ไหม (ผู้บรรยายหญิง) ก็เป็นส่วนสำคัญเลยล่ะ เพราะว่าการค้าระหว่างประเทศไทย กับสมาชิก APEC นี่นะ คิดเป็นสัดส่วนถึง 71.9 เปอร์เซ็นต์ แล้วก็มี GDP หรือว่ามูลค่าของตลาดสินค้า และก็บริการในประเทศนี่ คิดเป็น 60 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับ GDP โลกเลยล่ะ (ผู้บรรยายชาย) โอ้โห อย่างนั้นก็มีแนวโน้มที่สมาชิกทั้ง 21 เขตเศรษฐกิจนั้น จะได้ช่วยเหลือ แล้วก็ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปพร้อม ๆ กันเลยล่ะสิ (ผู้บรรยายหญิง) ใช่เลย แต่ก็มีปัจจัยที่ท้าทายเข้ามาด้วยนะ ก็เรื่องของวิกฤต COVID-19 นี่นั่นแหละ ต้องมาดูกันนะ ว่าเรานี่ จะจัดการกันอย่างไรต่อไป [เสียงเอฟเฟกต์] (ผู้บรรยายชาย) อย่างน้อยการร่วมมือกัน ของสมาชิกในภูมิภาคย่อมดีกว่าแน่นอน ว่าแต่ตอนนี้ใกล้ถึงเวลางานแล้วนะ เราคงต้องแยกย้ายไปทำงานแล้วล่ะ [เสียงดนตรี] [รายการ เดอะไดอารี่ บันทึกประวัติศาสตร์ชาติไทย กับสถาบันพระมหากษัตริย์] [เสียงดนตรี] (คุณปู่) ยุคนี้แค่ 7 ขวบก็มีบัตรประชาชนกันแล้วนะ (ตะวัน) เด็กชายเมฆา เย็นไพศาล นามสกุลก็เย็นไพศาล แต่ทำไมหน้านายเหงื่อแตก อย่างกับตากแดดมาแบบนี้ล่ะ (คุณปู่) ก็ตอนถ่ายรูปเมฆเขาปวดท้องอยู่น่ะสิ (เมฆ) ปู่เล่าทำไมล่ะ [เสียงหัวเราะ] (คุณปู่) ขอโทษ ๆ ก็เมฆเล่าเองนี่ [เสียงหัวเราะ] (ตะวัน) คุณปู่คะ ทำไมคนเราถึงต้องมีนามสกุลกันเหรอคะ (คุณปู่) ที่จริงคนไทยเมื่อก่อน ก็ไม่มีนามสกุลหรอกนะ แล้วเวลาจะรู้จักกันที ก็ต้องบอกว่าเป็นลูกใครหลานใคร บ้านอยู่ที่ไหน (เมฆ) โอ้โห แบบนี้กว่าจะรู้จักกันที ไม่เหนื่อยแย่เหรอครับ (คุณปู่) ใช่แล้วล่ะ จนในหลวงรัชกาลที่ 6 ทรงกำหนดให้มีระบบนามสกุลแบบต่างประเทศ รุ่นปู่รุ่นย่าพวกเรา ก็เลยต้องไปตั้งนามสกุลกันยกใหญ่เลยล่ะ (เมฆ) ผมขอดูบัตรประชาชนปู่บ้างได้ไหมครับ (คุณปู่) ได้สิ ว่าแต่อยู่ไหนนะนี่ เดี๋ยวไปหาก่อน ปวดหลังอีกแล้ว (เมฆ) แก่นแก้ว [เสียงเอฟเฟกต์] (บรรยาย) ที่ว่าการอำเภอเมืองเพชรบุรี สมัยรัชกาลที่ 6 พุทธศักราช 2456 (เมฆ) นี่ ๆ ดูนั่นสิ โอ้โห ต่อแถวอะไรกันนี่ แถวยาวอย่างกับมาซื้อชานมไข่มุก (คุณลุง) ต่อแถวกันอยู่หรือเปล่าลูก (ตะวัน) เปล่าค่ะ คุณลุงเชิญก่อนเลยค่ะ แก่นแก้ว แก่นแก้วอย่า (คุณลุง) ไม่เป็นไร ๆ (ตะวัน) แล้วนี่เขาต่อแถวทำอะไรกันเหรอคะ (คุณลุง) มาตั้งนามสกุลน่ะ ตั้งแต่ในหลวงให้ประชาชนทุกคนต้องมีนามสกุล ผู้คนก็ตื่นเต้นน่าดูเลย (ตะวัน) ทำไมในหลวงถึงต้องการให้มีนามสกุลเหรอคะ (คุณลุง) ในหลวงท่านทรงมีสายพระเนตรยาวไกล ไม่อย่างนั้นประชาชนก็จะมีชื่อซ้ำกันไปหมด พอมีนามสกุลก็รู้ว่าใครเป็นใคร จะติดต่อค้าขายหรือทำอะไร มันก็ผิดพลาดน้อยลงน่ะ (เมฆ) แล้วคุณลุงจะตั้งนามสกุลว่าอะไรเหรอครับ (คุณลุง) ว่าจะตั้งว่าเย็นไพศาลน่ะ (เมฆ) อ๋อ ดีครับ ฟังดูเพราะดี (ตะวัน) เดี๋ยวเย็นไพศาลนามสกุลนายนี่ (เมฆ) จริงด้วย แล้วอีกอย่างการมีนามสกุล ก็เป็นสิ่งที่ทำให้ทุกคนรู้ ว่าเรามีญาติพี่น้อง มีวงศ์ตระกูล และทำให้เกิดความรัก และความผูกพันกันในครอบครัว ทรัพย์สินที่เก็บหอมรอมริบมา ก็จะเป็นมรดกตกทอด ถึงลูกหลานได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายด้วย ใช่ไหมเจ้าสิน (ตะวัน) สิน นามสกุลเย็นไพศาล แล้วคนนี้เขาเป็นอะไรกับนายหรือเปล่า (เมฆ) เป็นปู่ทวดฉันเอง (ตะวัน) โอ้โห ถ้านี่ปู่ทวด นี่ก็ปู่ของปู่ทวดอีกทีสิ (เมฆ) ถึงว่าหน้าอย่างกับปู่สอน นี่หน้าแบบนี้มากี่รุ่นแล้วนี่ ขอโทษนะครับปู่ทวด น้องครับ พี่ขอเซลฟีด้วยได้ไหมครับ (ตะวัน) เมฆจะบ้าเหรอ ไม่ได้ ไปเร็วเมฆ ไปก่อนนะครับ ปู่ทวด (ปู่) นี่ไงเจอแล้วบัตรของปู่ แล้วในหลวงรัชกาลที่ 6 ท่านก็พระราชทานนามสกุลให้ผู้คนต่าง ๆ เยอะเลยนะ นี่เพราะในหลวงเริ่มตั้งแต่ตอนนั้น ทุกวันนี้เราถึงมีทะเบียนราษฎรที่เป็นระบบไงล่ะ (เมฆ) ปู่ครับ ผู้ชายบ้านเรานี่ หน้าเหมือนกันหมดทุกรุ่นเลยเหรอครับ (ปู่) ว่าไงนะ (เมฆ) เปล่าครับเปล่า (ปู่) มาโดดมานี่ อาบน้ำบ้างหรือเปล่านี่ (เมฆ) วันนี้ได้รู้ ว่าคนไทยมีนามสกุลใช้ ก็เพราะในหลวงรัชกาลที่ 6 สังคมเลยเป็นระเบียบ เพราะรู้ว่าใครเป็นใคร ความผูกพันในครอบครัว วงศ์ตระกูลก็ชัดเจนขึ้น [เสียงดนตรี] (ตะวัน) ภาพนี้ในหลวงกำลังทำอะไรเหรอคะ (ปู่) กำลังพระราชทานรัฐธรรมนูญ ซึ่งหมายถึงการมอบอำนาจ ให้กับประชาชนอย่างไรล่ะ (เมฆ) หัวลำโพงนี่ ทำไมถึงมาที่นี่ล่ะ (ผู้บรรยายชาย) พี่จะกลับไปเลือกตั้งที่บ้านน่ะ (ตะวัน) ตอนนี้กำลังจะมีเลือกตั้งเหรอคะ (ผู้บรรยายชาย) ใช่ เลือกตั้งครั้งแรกในประวัติศาสตร์สยามเลยนะ [เสียงดนตรี] [รายการ NBT รอบทิศถิ่นไทย] (คุณณิชาภัทร) สวัสดีค่ะคุณผู้ชม ต้อนรับเข้าสู่รอบทิศถิ่นไทยค่ะ หลากหลายเรื่องราวใกล้ตัวจากทั่วทุกภูมิภาค วันนี้คุณผู้ชมอยู่กับดิฉัน มิวสิค ณิชาภัทร ฝากเสียงเพลงเป็นกันเองกับคนบ้านทุ่งเช่นเคยค่ะ สวัสดีทักทายคุณผู้ชม ที่กำลังติดตามชมผ่านทาง Facebook Live NBT2HD ด้วยนะคะ คอมเมนต์พูดคุยกันเข้ามาได้ค่ะ เริ่มข่าวแรกวันนี้ค่ะ ไปดูอุบัติเหตุรถตกถนน ใครจะคิดว่าขับรถมาอยู่ดี ๆ เจอถนนขาด โดยไม่มีป้ายแจ้งเตือน จนรถนี่ ตกลงไปในร่องถนน ทำให้คนนั่งได้รับบาดเจ็บค่ะ ก็อย่างที่เห็นในคลิปนะคะคุณผู้ชม รถกระบะตกลงไปในร่องถนนที่ขาด เกือบจะทั้งคัน ทำให้ต้องใช้รถแม็คโครมาเกลี่ยดิน แล้วค่อย ๆ ลากรถขึ้นมา ซึ่งเป็นจุดที่เกิดเหตุนี่ เป็นถนนเส้นทางระหว่างหมู่บ้านวังหว้า ตำบลโนนสะอาด กับบ้านท่าเยี่ยม ตำบลใหม่นาเพียง อำเภอแวงใหญ่ อยู่ระหว่างซ่อมแซมจากการถูกน้ำกัดเซาะ ยาวประมาณ 6 เมตรลึก 4 เมตร แต่กลับไม่มีป้ายประกาศแจ้งเตือน มีเพียงแค่เชือกที่คาดไว้ อยู่ข้างถนนเท่านั้นค่ะ นายบุญเรือง ปลัดกอง ผู้ใหญ่บ้าน บ้านโนนกองน้อย บ้านโนนเก่าน้อย เล่าให้ฟังค่ะ ว่าผู้ประสบเหตุนี่ เป็นญาติกันในวันที่เกิดเหตุนะคะ คุณยายเปี่ยง อายุ 73 ปี พร้อมลูกหลานรวม 5 คน ได้วานให้เพื่อนบ้านขับรถ พาไปหาพระพี่ชาย ที่วัดวังชมพู บ้านวังหว้า ขาไปนี่ ก็ขับไปตามถนนลาดยางปกติ แต่ขากลับนี่ พากันกลับทางลัดค่ะ ซึ่งเป็นถนนเส้นทางระหว่างหมู่บ้าน คนขับก็ไม่รู้ว่าถนนขาด กว่าจะรู้ตัว รถก็หัวทิ่มตกลงไปแล้วค่ะ จนเป็นเหตุให้คนในรถนี่ ได้รับบาดเจ็บ แต่ที่อาการหนักหน่อย ก็คือคุณยายเปี่ยงค่ะ ขาขวาหัก จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งซ่อมแซมถนนให้สัญจรได้ปกติ เพราะจากการสอบถามชาวบ้านในพื้นที่ ต่างก็บอกว่าถนนขาดมาตั้งแต่เดือนตุลาคมแล้ว แต่ก็ยังไม่มีการซ่อมแซม และครั้งนี้นี่ ไม่ใช่ครั้งแรก ไม่ใช่แค่ครั้งเดียวนะคะ เกิดอุบัติเหตุมาแล้วหลายครั้งด้วย ไปฟังเสียงกันค่ะ (คุณบุญเรือง) คือระยะเวลาที่มันเกิดเหตุ นี่บ่มันเกิดครั้งนี้ครั้งเดียวนี่ครับ ก่อนหน้านั้นมีวัยรุ่นขับรถข้ามมาท่องเที่ยวเข้า ก็ว่ามาตกลงนี่ล่ะ ก็ได้รับบาดเจ็บไปถึงรถถึงคน ผมก็เคยได้ยินข่าวอยู่ แล้วมาเจอกับญาติผมนี่ มันก็เลยมีความรู้สึก บอกว่า เอ๊ะ เพิ่นเฮ็ดอิหยังอยู่ ทั้ง ๆ ที่มันก็เป็นมาโดนแล้วนะครับ หรือว่าเพิ่นบ่ได้รายงาน อบต. ไปติ หรือเพิ่นบ่รายงาน อบจ. ไปติ เพิ่นถึงบ่ได้มาเบิ่ง แต่ว่า... ถามว่าอยากให้หน่วยงานใดเข้ามาช่วย ถ้าหน่วยงานใดที่เพิ่นพอช่วยเหลือได้ ก็ให้คนเข้ามาดูแลแหน่ครับ มาเบิ่งแหน่ (คุณณิชาภัทร) ช่วงนี้ไปดูพิษภัยของยาเสพติดค่ะ บ่อยครั้งนะคะ เราจะเห็นข่าวคนเสพยานี่ เกิดอาการทางประสาท คลุ้มคลั่ง อาละวาด ก่อกวน หรือทำร้ายคนอื่น อย่างที่จังหวัดขอนแก่นค่ะ มีชาวบ้านโพสต์เฟซบุ๊ก ทนกับพฤติกรรมของหนุ่มในหมู่บ้านไม่ไหว ที่มักจะเมายาแล้วก็อาละวาด จนชาวบ้านนี่ ต่างหวาดกลัว พอตำรวจเข้าไปตรวจสอบ ก็พบว่าหนุ่มคนนี้นี่ เคยเมายาและใช้มีดจี้คอยายตัวเอง ขอเงินไปซื้อยาบ้าด้วย คุณยายก็เลยแจ้งตำรวจให้ดำเนินคดีด้วยค่ะ จากกรณีเพจเฟซบุ๊ก อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทริน์ part 3 โพสต์คลิปหนุ่มเมายาบ้า เดินอาละวาดในหมู่บ้านยามวิกาล ในภาพนี่ จะเห็นว่าเดินเข้าไปในบ้านคนอื่น แล้วก็ส่งเสียงโวยวาย ตะโกนท้าให้คนในบ้านออกมา เหตุเกิดที่บ้านหนองไฮ ตำบลโพนเพ็ก อำเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่นค่ะ เป็นคลิปที่ชาวบ้านส่งมาให้ทางเพจนำลง เพื่อขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูแล เพราะตอนนี้คนในหมู่บ้านต่างก็หวาดกลัว เพราะบางบ้านมีแค่ผู้หญิง เป็นยายกับหลานสาวอยู่ด้วยกันเท่านั้น หลังเป็นข่าวก็มีการแชร์กันในโซเชียลนะคะ เวลาต่อมานี่ ตำรวจสถานีตำรวจภูธรมัญจาคีรี นำโดยท่านผู้กำกับ ก็คือพันตำรวจเอก รัตนทัต ศรีพล พร้อมกับชุดปราบปราม ก็เดินทางไปตรวจสอบที่หมู่บ้าน ไปที่บ้านเลขที่ 123 หมู่ 12 ตำบลโพนเพ็ก ซึ่งเป็นบ้านของนางบุญตา จันทะพร อายุ 80 ปี คุณยายของนายอิศรา ศรีจอมพล อายุ 27 ปี คนที่อยู่ในคลิป ก็พบว่านายอิศรานี่ นั่งอยู่กับบ้าน นั่งอยู่ที่บ้านกับยายนะคะ ตำรวจได้เชิญตัวไปสอบปากคำค่ะ แต่นายอิศรานี่ขัดขืน ทำให้ต้องใช้กำลังตำรวจ 6 นายล็อกตัว ใช้เวลาประมาณ 5 นาที ก่อนจะคุมตัวขึ้นรถไปสงบสติอารมณ์ จากการตรวจสอบในห้องพักนะคะ นายอิศรา ห้องพักของนายอิศราค่ะ ก็พบมีดปอกผลไม้ 1 เล่ม ซึ่งนางบุญตาเล่าให้ฟังค่ะ ว่านายอิศรานี่ อยู่กับพ่อแม่ ซึ่งอยู่บ้านติดกัน จึงไป ๆ มา ๆ ระหว่าง 2 บ้าน และมักจะอาละวาดหลังจากเสพยาบ้า ก่อนหน้านี้ช่วงต้นเดือนนี่ ก็เกิดอาการคลุ้มคลั่งมาขอเงินซื้อยา โดยใช้มีดปอกผลไม้ล็อกคอตนเอง ด้วยความหวาดกลัวก็เลยให้เงินไป 300 ร้อย นอกจากนี้นี่ ก็ยังคลุ้มคลั่งนำที่นอนเสื้อผ้าออกมาเผา และใช้เสียมด้ามเหล็กทุบบ้านจนเสียหายอีกด้วย แจ้งตำรวจให้มาจับวันเดียวก็ปล่อยออกมาค่ะ ไหน ๆ ผู้กำกับ สภ.มัญจาคีรี และเจ้าหน้าที่มาคุมตัวหลานชายด้วยตัวเอง ก็ขอแจ้งความเอาผิดหลานไปด้วยอีกหลายคดี จะได้ไม่ออกมาสร้างปัญหาให้กับตนเอง และชาวบ้านอีก ไปฟังคุณยายเล่าวีรกรรมของหลานกันหน่อยค่ะ [ภาษาท้องถิ่น] (ผู้สื่อข่าวหญิง) แล้วยายเจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ [ภาษาท้องถิ่น] (ผู้สื่อข่าวชาย) ได้แจ้งตำรวจไหม [ภาษาท้องถิ่น] (คุณณิชาภัทร) ทางด้านผู้กำกับการ สถานีตำรวจภูธรมัญจาคีรี ก็บอกค่ะ ว่าหลังจากนี้นี่ ต้องสอบปากคำยายและคนอื่น ๆ แล้วถึงจะแจ้งข้อกล่าวหานะคะ รวมทั้งจะนำตัวนายอิศราไปพบแพทย์ด้วย เนื่องจากพบ ว่าเคยเข้ารับการบำบัด ที่โรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์ แต่นายอิศรากินยาไม่ต่อเนื่องค่ะ โดยต้องดูว่าช่วงก่อเหตุ อยู่ระหว่างการกินยารักษาหรือไม่ ถ้าหากอยู่ระหว่างการป่วยจะมีความผิด แต่จะไม่ต้องรับโทษค่ะ ซึ่งจะต้องนำตัวนายอิศรา ไปตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง แต่เท่าที่ดูก็เห็นว่าตอนทำนี่ยังมีสติ สามารถแจ้งข้อหาได้ ไปฟังเสียงกันค่ะ (พลตำรวจเอก รัตนทัต) วันนี้ตำรวจมัญจาคีรีนำตัวไปแล้ว หลังจากนั้นก็จะสอบสวน ส่วนคุณยายจะร้องทุกข์เรื่องอะไร ๆ ก็พฤติการณ์ เดี๋ยวอันนี้จะเป็นอยู่ในสำนวนการสอบสวนแล้ว แต่ยืนยัน ว่าก็ตามข้อเท็จจริงถ้าเขาป่วย บางทีถ้าก่อเหตุในเวลาป่วย มันก็อาจจะมีความผิด แต่ไม่ต้องรับโทษอะไรอย่างนี้ แต่ต้องไปเกี่ยวกับหมออีก ต้องให้หมอตรวจพิสูจน์อีก แต่เบื้องต้นเมื่อกี้คุยกันเขาก็รู้จักชื่อ รู้จักผิดชอบชื่อดีอยู่นะ ตามที่คุยเบื้องต้น ก็น่าจะดำเนินคดีได้อยู่ (คุณณิชาภัทร) ส่วนที่จังหวัดชลบุรีค่ะ เกิดอุบัติเหตุรถบรรทุก 6 ล้อ พุ่งเข้าชนท้ายรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 1 คนและเสียชีวิต 1 คน ส่วนสาเหตุนี่ คาดว่ากำลังจดจ่อ กับการกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปขณะขับรถค่ะ รถบรรทุก 6 ล้อ ชนท้ายรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ บนถนนสาย 331 ขาเข้าสัตหีบ หน้าบริษัท MRT หมู่ 7 ตำบลหนองอิรุณ บ้านบึง จังหวัดชลบุรีค่ะ ตรวจสอบเป็นรถบรรทุกน้ำแข็งหลอด 6 ล้อ ยี่ห้อ HINO หัวสีขาว 86-1856 ชลบุรี เป็นรถส่งน้ำแข็งหลอดค่ะ มีคนขับรถแล้วก็มีคนนั่งมาด้วย ติดอยู่ภายในรถ อาการสาหัส กู้ภัยต้องใช้อุปกรณ์ดัดตัดถ่าง ซึ่งใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง พบร่างนายชัยมงคล ในเกาะ อายุ 52 ปี ชาวจังหวัดอุดรธานี ติดอยู่กับคอนโซล เสียชีวิต และนายธนพล นุชนาบี อายุ 21 ปี ที่นั่งมาด้วยบาดเจ็บสาหัส ต้องนำส่งโรงพยาบาลบ้านบึงอย่างเร่งด่วนค่ะ ตรวจสอบยังพบบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบถ้วย จำนวน 2 ถ้วย ที่ใส่น้ำร้อนแล้ว กับอีก 1 ถ้วย ที่แกะเตรียมกำลังใส่น้ำร้อนอยู่ในรถ ใกล้กันก็ยังพบรถบรรทุกพ่วง ยี่ห้อ Mitsubishi บริเวณด้านท้ายพ่วงพังยับเยินเลยค่ะ จากการสอบถามนายบุญธรรม อุ่นเรือน อายุ 55 ปี คนขับรถบรรทุกพ่วงเล่าว่าตัวเองนี่ ขับรถบรรทุกไม้มาจากจังหวัดสุรินทร์ เพื่อจะนำไม้มาส่งที่ท่าเรือแหลมฉบัง ระหว่างทางก็ได้ยินเสียงดังคล้ายยางรถระเบิด จึงชะลอรถและก็จอดรถ พอเดินมาดูก็พบ ว่ารถบรรทุก 6 ล้อ ชนท้ายที่ตัวเองขับมา เห็นมีคนเจ็บ ก็เลยรีบแจ้งขอ