...Ր(คุณสุภนันท์) สวัสดีครับ คุณผู้ชมทุกท่าน ขอต้อนรับคุณผู้ชมทุกท่านนะครับ เข้าสู่การแถลงข่าว ของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. วันนี้วันที่ 5 พฤศภาคม พ.ศ. 2563 นะครับ แต่ละวันเราจะมีการแถลงข่าวในส่วนสถานการณ์ประจำวันและประเด็นสำคัญ วันนี้เริ่มต้นช่วงแรกโดยท่าน นายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน  นะครับ โฆษก ศบค. เรียนเชิญครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ครับ สวัสดีครับ พี่น้องประชาชนนะครับ รายงานตัว ผม นายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ประจำวันที่ 5 พฤษภาคม 2563 ในฐานะโฆษกของ ศบค. นะครับ ขออนุญาตถอดหน้ากากผ้านี้นะครับ ผมเน้นย้ำทุกครั้งนะครับ มีความจำเป็นอย่างยิ่ง และวันนี้จะมีการสำรวจด้วยว่า ที่ผ่านมานั้น เดี๋ยวฟังตอนในช่วงกลาง ๆ หรือท้ายรายการ จะเห็นถึงความร่วมมือ ของพี่น้องประชาชน ในเรื่องของการใช้หน้ากากเพียงไร อย่างไรนะครับ เราจะมีข้อมูลมาบอกกันนะครับ แต่ว่าก็ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ยังใส่หน้ากากที่ท่านออกจากเคหสถานไปในที่ชุมชนใส่ตลอดเวลาเลยนะครับ  เพราะการใส่หน้ากากหรือเปล่านะครับ ที่ทำให้วันนี้ตัวเลขออกมาอยู่ที่การยืนยันผู้ป่ว ยรายใหม่เป็น 1 ครับ เลข 1 วันนี้ 1 รายเท่านั้นเองนะครับ ทำให้ตัวเลขจำนวนยอดผู้ป่วยยืนยันสะสมเป็น 2,988 รายนะครับ แล้วก็หายป่วยเพิ่มขึ้นวันนี้ 7 ราย รวมเป็น 2747 ราย แล้วก็ข่าวดีเช่นเคยครับ ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเลยนะครับ ในวันนี้ และอายุเฉลี่ยยังอยู่ที่ 39 ระหว่าง 39 กับ 29 นี่สลับกันขึ้นไป ลงไปเรื่อย ๆ แต่อย่างไรก็ตามแต่ ก็ยังเป็นวัยทำงาน ซึ่งช่วงนี้ เป็นช่วงเวลาของการผ่อนปรน วัยนี่ล่ะครับ ออกจากบ้านมากที่สุด เป็นพาหะนำเชื้อเยอะที่สุด ที่บอกไป 1 รายนี้ มีรายละเอียดอย่างไรบ้างครับ ก็เป็นผู้ป่วยชายไทยอายุ 45 ปี มีโรคประจำตัวคือเบาหวาน ก็ภูมิลำเนานี้อยู่ในจังหวัดชายแดนใต้นะครับ คือ นราธิวาส วันที่ 25 เมษายน มีอาการ ไอ ไข้ มีน้ำมูก เจ็บคอ มีเสมหะ แล้วมีการหายใจเหนื่อย ไปรักษาที่โรงพยาบาล แล้วก็พบว่ามีอาการของปอดอักเสบ เข้ารับการรักษาที่ประทานโทษ นราธิวาสนะครับ แพทย์ส่งตรวจหาเชื้อ ผลการตรวจยืนยันเป็นผู้ป่วย COVID-19 นะครับ ในวันที่ 4 พฤษภาคม ซึ่งอันนี้ก็มีปัจจัยเสี่ยง ก็ไปทางศาสนสถาน เรื่องของศาสนพิธีนะครับ ในต่างประเทศนะครับ แล้วก็ยังมีเรื่องของประวัติสัมผัส ทั้งในเรื่องของครอบครัว ชุมชนอะไรต่าง ๆ ยังต้องหาสาเหตุว่า มาจากที่ใดนะครับ ยังไม่ได้เจาะจงลงไปอย่างใดอย่างหนึ่งนะครับ วันนี้ที่รายงานออกมา 1 รายนี่นะครับ ก็นำเรียนเพิ่มเติมครับว่า เมื่อวานนี้ทิ้งค้างไว้นี่ 40 รายล่ะ ที่บอกว่าจะมีการตรวจเพิ่มในเรื่องของห้องปฏิบัติการตอนนี้ไปถึงไหนแล้ว รอสักนิดหนึ่งนะครับ อย่างที่บอกว่า เหตุเกิดอยู่ที่ทางจังหวัดชายแดนใต้ เราจะต้องมีการเก็บตัวอย่างนะครับ แล้วก็มีการทบทวนกระบวนการทั้งหมด เพราะฉะนั้นเรื่องตรงนี้ เดี๋ยวบ่ายนี้ทางกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและท่านรองนายกรัฐมนตรี แล้วก็ท่านปลัดกระทรวงสาธารณสุข ท่านอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ท่านก็ได้มีการประชุมปรึกษากันและมีแนวทางได้ดูแล เพราะว่ากลุ่มก้อนนี้ 40 ราย ถือว่าเยอะนะครับ แล้วก็จะมีการที่ทำให้คลายข้อสงสัยต่าง ๆ นะครับ ว่าจะเป็นอย่างไร แล้วก็ให้เห็นถึงมาตรฐานการดูแลในเรื่องของการทำเรื่องของห้องปฏิบัติการต่าง ๆ ด้วย นะครับ เดี๋ยวบ่ายนี้ ก็ติดตามดูในเรื่องของ NBT ที่จะมีการถ่ายทอดจากกระทรวงสาธารณสุข ก็เป็นประเด็นที่ต่อเนื่องกันมานะครับ มาดูเรื่องของยอดผู้ป่วยที่นอนโรงพยาบาล ตอนนี้เส้นสีฟ้าอยู่ที่ 187 รายนะครับ ลดลงมาจากเมื่อวานก่อน ที่เป็น 187 นะครับ 187 วันนี้ แล้วก็ไปดูเรื่องของ การกระจายตัวของการมีรายงานผู้ป่วยนะครับ 34 34 เท่ากันในช่องข้างบนนี่นะครับ ก็คือกลุ่มที่มีจังหวัด ที่มีรายงานผู้ป่วย 28 วันที่ผ่านมา พูดง่าย ๆ คือ 1 เดือนที่ผ่านมา 28 วันถึงเกือบ 1 เดือนนี่มีผู้ป่วยรายงาน กับเลยไปอีก คือ 28 วัน หรือ 1 เดือนที่ผ่านมาที่ไม่มีรายงานเลย เท่า ๆ กันเลยครับ คือ 37 จังหวัด มาก่อนหน้านี้เลยนะครับ เรียกว่าขาวสะอาดมาตลอด ยัง 9 จังหวัดเหมือนเดิม วันนี้รายงานเพิ่มเติม คือนราธิวาส มาดูการวิเคราะห์ครับ กลุ่มก้อนไหนที่เจอเยอะที่สุด เอา 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นกราฟทางขวามือที่ออกสีแดงสีส้มนี่ครับ พบว่าอันดับที่ 1 คือ ศูนย์กักกัน ที่บอกเมื่อวันก่อน ที่บอกว่ามี 18 ราย ที่มาจากศูนย์กักกันแรงงานต่างด้าว ที่เข้ามาอยู่เมืองไทยนี้ ตัวเลขเป็น 42 บวกกับ 48 ตัวเลขสะสมเมื่อวานนี้เยอะที่สุด ก็เท่ากับ 60 นะครับ ใน 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ประวัติของความเสี่ยงของผู้ป่วยที่สัมผัสกับผู้ป่วยยืนยันรายก่อนหน้า ก็ยังเป็นอันดับที่ 2 อยู่ แล้วก็การค้นหาเชิงรุก หรือ Active Case Finding ก็รองลงมาเป็นอันดับที่ 3 และผู้ป่วยที่เดินทางมาจากต่างประเทศ และอยู่ในสถานกักกันที่รัฐจัดให้หรือ State Quarantine มี 13 ชุมชน เช่น ตลาดนัด อันนี้มีอยู่ 8 ข้อสุดท้ายนี่ละครับ ที่เราจะต้องระมัดระวัง ในช่วงของที่มีการผ่อนปรนนี้ มาดูการตรวจครับ ประเด็นอยู่ที่การตรวจแล็บก็ถูกตั้งคำถามอยู่เรื่อยเลยนะครับตอนนี้ ขณะที่ช่วงที่เรารายงานมานี้เมื่อวานนี้ก็บอกว่า 200,000 กว่ารายแล้วนะครับ แต่ว่าแผนภูมิอันนี้ก็จะเห็นว่า ประมาณช่วง 7 เมษายน าถึงตอนนี้นี่นะครับ ประมาณร่วมเดือนนี่นะครับ มากถึงประมาณ 50,000 กว่าราย แล้วทำให้เจอผู้ป่วยยืนยันขึ้นมาได้อีกประมาณ 767 รายนะครับ แล้วก็มีเท่ากับว่าเป็นความสามารถในการค้นหาได้ประมาณสัก 1.51 เปอร์เซ็นต์ อยู่ในช่องที่เป็นตารางสีน้ำเงินที่อยู่ตรงกลาง ที่ทำให้เห็นว่า สีส้มอยู่ซ้ายมือนี้ตั้งแต่ 4 มกราคม ตั้งแต่เริ่มต้นของการตรวจเลย ที่เราตั้ง Lab ใหม่ ๆ จนมาถึงปัจจุบันนี้เราก็ขยายมากขึ้น เราจะเห็นแท่งกราฟสีส้มนะครับ ซึ่งแต่ละเส้นนี่ ตอนนี้พุ่งทะลุ เกิน 2,000 ไปแล้วนะครับ เพราะฉะนั้น ณ ตอนนี้ ความสามารถในการตรวจทางห้องปฎิบัติการของเราก็กระจายไปทั่วประเทศนะครับ ซึ่งอันนี้ก็มีความสำคัญที่จะดึงเอาผู้ป่วยที่มีลักษณะของอาการโรคที่ไม่มากเข้ามาตรวจมากขึ้น อันนี้ก็เป็นสิ่งที่เราตั้งใจและอยากให้เป็นอย่างนั้น มาดูในเรื่องของการสำรวจบ้างครับ ผมหยิบยกการสำรวจนี้ขึ้นมา เพื่อให้ดูในรายละเอียด เป็นการสำรวจ online ซึ่งจะบอกถึงเรื่องที่เราผ่านมาแล้วเราก็จะทำต่อไปนะครับ ในชุดพฤติกรรมของประชาชนคนทั่วไป อันนี้เป็นเดือนเมษายนเป็นโครงการการสำรวจการปฎิบัติตามมาตรการ หยุดเชื้อเพื่อชาติ ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุข แล้วก็สำนักงานสถิติแห่งชาติและกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมร่วมกันทำขึ้นมา อันนี้ก็ได้เห็นภาพเรื่องของใครบ้าง เป็นผู้ตอบแบบสอบถามนะครับ ก็ปรากฏว่า เป็นผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย ผู้หญิงนี้ชอบตอบนะครับ เวลามีคำถาม คำตอบอะไรในเว็บไซต์อะไรทั้งหลายนี่ เป็นคนให้ข้อมูลได้ดีมาก ๆ ต้องขอบคุณมาก ๆ ข้อจำกัดของคำถามที่อยู่ใน Website แต่มีคนตอบมากจริง ๆ ครับ 99,865 ราย ซึ่งเป็นกลุ่มก้อนที่ใหญ่มาก ๆ ก็เลยอยากจะเอามาพูดคุยกัน โดยส่วนใหญ่แล้วนะครับ อยู่ในช่วงวัยทำงานครับตอบมากที่สุด แล้วก็ความรู้ก็เป็นจบปริญญาตรี หรือสูงกว่าถึงประมาณ 84% ซึ่งอันนี้ก็เป็นภาพรับราชการนะครับ เป็นส่วนใหญ่ คือ 36.2 เปอร์เซ็นต์นี้นะครับ เพราะฉะนั้นอาจจะไม่ครอบคลุมทุกกลุ่ม เขาว่าอย่างไรบ้างครับ เข้าใจไหม ในเรื่องตั้งคำถาม เข้าใจในเรื่องของทางด้านมาตรการหยุดเชื้อเพื่อชาติ อยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาติอย่างไรครับ ส่วนใหญ่เข้าใจครับ 99.8 เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ที่เหลือคิดว่ามาตรการหยุดอยู่บ้าน หยุดเชื้อเพื่อชาติจะช่วยลดการระบาดของโรคได้ มาดูชุดพฤติกรรมที่พึงประสงค์ เมื่อกี้ที่ผมเกริ่นนำตอนรายการนี้นะครับ ท่านจะเห็นเส้นประสีแดงวางไว้เลยนะครับ ว่าเอา 90 เปอร์เซ็นต์ จะจำได้นะครับทางกระทรวงสาธารณสุขและผมเอามาพูดบ่อย ๆ ว่า ความร่วมมือของพี่น้องประชาชนต้องมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป ถึงจะช่วยทำให้การลดการติดเชื้อได้ ก็ทำการสำรวจมาในช่วง 4 สัปดาห์ 4 เดือน เดือนเมษายนทั้งเดือนนี้นะครับ ก็ปรากฏว่าเรื่องของการใส่หน้ากากอนามัยเป็นกราฟที่ดีครับ กราฟพุ่งขึ้นไปแตะ 80 กว่า ในช่วงต้นสัปดาห์ที่ 1 มาเป็น 90 กว่าในสัปดาห์ที่ 2 3 4 ก็ต้องขอบคุณครับ แต่ที่เหลือนี้นะครับ 80 กว่า  ๆ ลงมา จนกระทั่ง 60 กว่า ๆ ทั้งนั้นเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการล้างมือด้วยสบู่ กินร้อน ช้อนตัวเอง การรักษาระยะห่าง นะครับ 2 อันบนนี่ยังดีนะครับ 80 เศษ ๆ แต่ 2 อันล่าง 60 เศษ ๆ หรือ 50 เศษ ๆ รักษาระยะห่างให้ 1-2 เมตร ของแต่ละคนนี่นะครับ ที่เราพูดกันบ่อย ๆ Social Distancing น้อยมากนะครับ 65.3 แล้วก็ไม่เอามือลูบหน้า จมูก ปาก 62 เท่านั้นเองนะครับ ซึ่งก็ยังไม่ดีทั้งสิ้นนะครับ มีเราผ่านอยู่อย่างเดียว คือหน้ากาก เพราะฉะนั้นมาช่วยกันนะครับ โดยเฉพาะในช่วงของการผ่อนปรน ท่านจะไปใกล้ชิดกันมากขึ้น อยู่ในพื้นที่ที่เฉพาะมากขึ้น เช่น ในร้านอาหารอย่างนี้จะไปนั่งโต๊ะเดียวกันอย่างนี้ ระมัดระวังเลยนะครับ ถ้าพูดถึงการสูดก๋วยเตี๋ยว เส้นก๋วยเตี๋ยวเข้ามาในปากไม่อยากจะคิดมันกระเด็นขึ้นมานี่ ก็มันไม่อยากจะคิดนะครับ การแพร่เชื้อต่าง ๆ มันเกิดขึ้นได้ง่าย เพราะใกล้ ๆ กันโต๊ะเดียวกันตอนนี้นะครับ ไปดูว่าสถานที่ที่ประชาชนส่วนใหญ่คิดว่าควรจะเปิด ไปสอบถามดูนะครับ ปรากฏว่า มีความเห็นด้วยคือตลาดสด ร้านสะดวกซื้อ ห้างสรรพสินค้า บอกให้ควรเปิด 69.9 เปอร์เซ็นต์ ที่วงไว้แล้วมีดาวขึ้นมานี้ คือเปิดแล้ว ตามมาตรการของการผ่อนปรนครั้งนี้ ส่วนที่บอกว่า  อยากให้เปิดแต่น้อยหน่อยหนึ่ง คือ 45 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง ส่วนใหญ่ไม่อยากให้เปิด คือร้านตัดผม  คลินิกเสริมความงาม นวดแผนโบราณ สปา แต่อย่างไรก็ตามแต่ ทาง ศบค. ก็ใจดีครับ ให้เปิดร้านตัดผมไปแล้ว เพราะฉะนั้นถึงแม้ว่าท่านจะไม่ค่อยเห็นด้วย แต่ว่าก็จำเป็นนะครับ หลายคนต้องการที่จะได้ดูแลผมตัวเอง ก็ได้มีโอกาสไป สถานที่ที่คนส่วนใหญ่เห็นว่ายังไม่ควรเปิด มีอะไรบ้างครับ มากที่สุดเลยนะครับ คือกลุ่มของสนามมวย สนามกีฬา สนามม้า รองลงมาคือผับ สถานบริการ สถานที่แสดงมหรสพ  อาบอบนวดนะครับ อันนี้เป็นกลุ่มใหญ่ ๆ เลย ศูนย์เด็กเล็ก โรงเรียนประถม มัธยม อันนี้ก็รองลงมาเป็นอันดับที่ 3 มหาวิทยาลัยนะครับ ก็อยู่ในอันดับที่ 4 แต่ส่วนอื่น ๆ เช่น สนามเด็กเล่น สถานที่ออกกำลัง เช่น ฟิตเนส สวนสาธารณะ อันนี้ต่ำกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ลงมา ไม่อยากให้เปิด รวมถึงร้านอาหาร ร้านกาแฟ หรืออื่น ๆ ด้วย ที่มีวงกลม ประทานโทษ สี่เหลี่ยมสีแดง แล้วก็มีดาวอยู่นี่ ล้วนแล้วแต่ว่าเราก็เปิดทั้งนั้น อย่างไรก็ตามแต่เรื่อง poll ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ก็คงเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ก็ฝากท่านด้วย แต่เป็นมาตรการออกมาแล้ว ก็ขอความร่วมมือด้วยนะครับ โดยเฉพาะร้านอาหารที่เข้าไปนอกห้าง แล้วก็สามารถสั่งรับประทานอาหารตรงนั้นได้ มาตรการขึ้นมา เพราะว่าไม่ใช่ชีวิตวิถีปกติแล้ว ต้องเป็นชีวิตวิถีใหม่ ซึ่งต้องสร้างเครื่องป้องกันร่างกายของเรานะครับ ไปดูนะครับว่า ความกังวลของประชาชนที่ยินยอมให้รัฐจัดสถานที่ควบคุม เพื่อสังเกตอาการ ของอาการป่วยนะครับ คือ State หรือ Local Quarantine ที่เราพูดกันบ่อย ๆ ก็ตั้งคำถามกันอยู่บ่อย ๆ ประชาชนมีกลุ่มชุมนุมกันไม่อยากให้โรงแรมแห่งโน้นแห่งนี้มารับคนที่ติดเชื้อ หรือว่าสงสัยจะติดเชื้อที่เดินทางมาจากต่างประเทศมาอยู่ด้วย แต่พอไปถามจริง ๆ ปรากฏว่ายินยอมครับ 80 เปอร์เซ็นต์ ยินยอมให้รัฐมาจัดพื้นที่ แล้วก็เอาผู้ที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศทั้งหลายมาอยู่ตรงนี้ได้ มีแค่ 20 เปอร์เซ็นต์ ที่ไม่ยินยอม แต่มีความกังวล กังวลคือเรื่องอะไรครับ คือกังวลว่าผู้กักตัวจะออกมาชุมชน ในชุมชน สถานที่ควบคุมจะพาเชื้อออกมา กังวลว่าผู้ทำความสะอาดสถานที่และบริเวณโดยรอบจะไม่ปลอดเชื้อ ยานพาหนะหรือวัสดุอุปกรณ์จะปนเปื้อนเชื้อออกมา นำเรียนว่าทุก ๆ ข้อเหล่านี้ ผมก็เอามาพูดในรายการนี้หลายรอบ โดยทางกระทรวงสาธารณสุข โดยทางกรมอนามัย กรมควบคุมโรค จะเข้าไปตรวจสอบอย่างดีครับ แล้วก็มีเรื่องอะไร การปฏิบัติการร่วมกันกับฝ่ายปกครองทั้งกระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย ดูให้อย่างดี เพราะฉะนั้นไม่ต้องกังวลเลย 80 เปอร์เซ็นต์ของท่านไม่ได้กังวลตามนั้น มาดูเรื่องของทางด้านต่างประเทศนะครับ ตอนนี้ตัวเลขยืนยันสะสมทั่วโลก 3,640,000 กว่าคนไปแล้ว เสียชีวิตไป 252,000 กว่าคนนะครับ เมื่อวานนี้เสียชีวิตมาวันเดียว 4,211 ราย รายที่พบใหม่มากที่สุดยังเป็นอันดับ 1 คือสหรัฐอเมริกา 24,713 รองลงมาคือรัสเซีย 15811 นะครับ แล้วก็บราซิล ประทานโทษครับ ส่วนการเสียชีวิตก็มี 3 อันดับแรก ก็คือทางสหรัฐอเมริกา 1,323 แล้วก็บราซิลนะครับ 316 ฝรั่งเศสอยู่ที่ 306 ไทยอยู่อันดับที่ 61 นะครับ 61 แล้วนะครับ แล้วก็มาดูประเทศทางอาเซียน เอเชียของเรา ปากีสถานจำนวนยังมากอยู่ 857 เป็นอันดับต้น ๆ นะครับ แล้วก็สิงคโปร์เมื่อวานบวกไป 573 ทำให้ตัวเลขห่างจากญี่่ปุ่นไป ตอนนี้ไปเป็น 18,000 นะครับ ญี่ปุ่นนี่ 15,000 เมื่อวานนี้ญี่ปุ่นนี้เพิ่ม 301 เป็น 395 แตะหลักหมื่นกันทั้งนั้นเลย แต่ว่าเกาหลีคล้าย ๆ กันกับเรานะครับ เคสใหม่แค่ 3 ของเขาหลักหน่วยยังเหมือน ๆ กับเรานะครับ ฟิลิปปินส์นี่ 262 แล้วก็มาเลเซียครับ มาเลเซียก็ยัง 2 หลักอยู่ 55 รวมแล้ว มาเลเซียก็ 6,353 นะครับ อันนี้ก็มาดูการจัดอันดับของกลุ่มประเทศทางอาเซียนและก็เอเซีย อินเดียอันดับ 1 2 แล้วก็สิงคโปร์ 3 และ 5 คืออินโดนีเซีย ของเรามาอยู่ตารางทางด้านขวามือนะครับ แต่ที่น่าสังเกตคือเมียนมาร์ครับ เมียนมาร์นี้ เมื่อวานมีนิวเคส 6 ราย แล้วก็เสียชีวิตอีก 6 ราย เท่ากันเลยนะครับ ก็เป็นที่ต้องน่าจับตาดูนะครับ ประเทศเพื่อนบ้านของเราเองนะครับ กลับกันมามากน้อยเท่าไหร่แล้ว แล้ววันนี้จะกลับไหม ก็เป็นพี่น้องชาวไทยที่อยู่ต่างประเทศนะครับ ที่จะกลับมา ข้อมูลจากทางกระทรวงการต่างประเทศนะครับ วันนี้บอกว่าวันที่ 5 นี้จะกลับมา 2 ประเทศครับ ฝรั่งเศส 16 คน อินเดียอีก 220 เมียนมาร์พร้อม ๆ กันกับทางเยอรมัน แล้วก็ทางปากีสถาน 3 Flight บิน รวม ๆ แล้วตอนนี้ทำงานกันมาเดือนกว่า ๆ 4401 คน จาก 26 ประเทศนะครับที่กลับมา ทางพื้นดินเป็นอย่างไรบ้าง อันนี้ยัง Plan อยู่ การวางแผนของคนไทยที่ตกค้างกลับประเทศไทยผ่านทางเที่ยวบินต่าง ๆ นะครับ อันนี้ให้ตัวเลขไปเลยหลาย ๆ วันนะครับ วันที่ 6 7 8 9 10  6 จะมีอีก 3 เที่ยวบินนะครับ จากปากีสถาน เมียนมาร์ 7 นี่จากอัฟริกา แล้วก็เกาหลีใต้ 8 นี่คือสาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แล้วก็อียิปต์ แล้วก็ 9 นี่คือทางญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ เวียดนาม แล้วก็ 10 คือ ไต้หวัน สหรัฐฯ และ ญี่ปุ่นในตรงนี้ที่ต้องนำเรียนก็คือว่า มีกระบวนการการจัดการ โดยกระทรวงการต่างประเทศ โดยทางสำนักงานการบินพลเรือนนะครับ โดยทางสายการบิน โดยทางฝ่ายของทาง AOT หรือการท่าอากาศยาน แล้วก็ฝ่ายมั่นคงนะครับ ทั้งทหาร ตำรวจ ที่ต้องเข้ามาดูแลกัน งานนี้ไม่ง่ายเลยนะครับ ฟังในทุก ๆ เช้า เกิดขึ้นจากกระบวนการที่เรียกว่า ทำงานประสานกันอย่างดี เพื่อที่จะให้คนไทยกลับมาได้ในแต่ละวัน ซึ่งถ้ามีคนกลับ ไม่มีเครื่องกลับก็ไม่ได้ มีเครื่องกลับ ไม่มีคนกลับก็ไม่ได้นะครับ มีเครื่องกลับแต่ว่าน่านฟ้าไม่เปิดก็ไม่ได้อีก มีส่วนประกอบมากมายก่ายกองนะครับ ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องของความอดทนจริง ๆ ของหน่วยงานที่จะต้องทำงานทางด้านนี้ ขณะเดียวกันก็ต้องยอมรับว่า เป็นความอดทนของพี่น้องคนไทยในต่างประเทศที่ต้องรอคอย ต้องขอด้วยนะครับ ขอให้เห็นใจ แล้วก็ขณะเดียวกันไม่ใช่แค่ตรงนั้น ต้องลงในพื้นที่เสร็จ ต้องมีพื้นที่ของ State Quarantine ต้องเข้าไปดูแลอะไรต่าง ๆ อีกเยอะแยะเลย นี่คือสิ่งที่เป็นภาระงาน แล้วเราทำกันมาได้มากน้อยแค่ไหนแล้ว สะสมตอนนี้นะครับ ตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน จนกระทั่ง 4 พฤษภาคม เดือนหนึ่งนี่นะครับ มียอดที่ผู้ที่เข้ามา State Quarantine และ Local Quarantine ง่าย ๆ คือ State ก็คือกรุงเทพฯ ปริมณฑล แต่ถ้าเป็น Local ก็คือขอบชายแดนที่ผมบอกท่านเรื่อย ๆ รอบประเทศไทย ทีนี้เอา 2 ตัวเลขนี้ มารวมกันเลยครับว่าเยอะเท่าไรแล้ว ตอนนี้ยอดนอนรวมสะสม 12,385 นะครับ เพิ่มขึ้นในวันเดียวเมื่อวานนี้ 689 ราย แล้วกลับบ้านไปได้แล้ว 3302 รายนะครับ แล้วก็จากกระบวนการของตรงนี้ เราสามารถที่จะไปแยกคนที่ติดเชื้อออกมาได้ 84 คน ที่สีแดง ๆ นี้นะครับ พบติดเชื้อจากการที่อยู่ใน State Quarantine และ Local Quarantine อยู่ 84 คน นะครับ ซึ่งเมื่อวานนี้ไม่มีเลยนะครับ ช่วงนี้เราก็ดูแลกันอย่างดี ก็เลยไม่ค่อยมีนะครับ แล้วก็มาดูรายวันปริมาณงานของท่าน อันนี้ผมต้องให้เวลาวันนี้กับทางด้านนี้เยอะหน่อยหนึ่ง เพราะว่าเป็นสิ่งที่คนจำนวนหมื่นนะครับ นอนอยู่ที่พื้นที่ที่ว่านี้นะครับ การทำงานรายวันจะเห็นนะครับ จะเห็นขึ้น ๆ ลง ๆ แล้วแต่ช่วงเวลา ระยะหลัง ๆ มายอดเพิ่มขึ้น ๆ จากหลัก 700 มาเป็น 400 จาก 500 มาเป็น 600 มาเป็น 800 ซึ่งช่วงตอนนี้อยู่ที่ 689 ครับ แล้วก็ทำให้ยอดสะสมนี้นะครับ พุ่งขึ้นเรื่อย ๆ เป็นกราฟเส้นสีเหลืองนะครับ ส่วนเส้นสีน้ำเงินก็จะเป็นตอนนี้สถานะของคนที่กักตัวอยู่ หรือนอนอยู่ในสถานที่กักกันที่รัฐฯ จัดให้ อันนี้เป็นเส้นสีน้ำเงิน แล้วก็เส้นสีเขียว ก็คือเป็นผู้ที่กลับบ้านได้แล้ว ก็ยังไม่มาก แล้วก็เส้นสีแดงคือ เส้นที่เราพบคนที่ติดเชื้อนะครับ ก็ยังคงที่ที่ 84 อยู่ นี่คือสิ่งที่ต้องรายงานท่าน  แล้วก็มาดูที่สถิติของคนที่เดินทาง ทางภาคพื้นดิน ผ่านแดนทางบก พูดทางอากาศไปแล้ว ทางบกก็เป็นตัวเลขที่จะต้องรายงานกันนะครับ ตอนนี้เมียนมาร์ 26 มาเลเซีย 348 สปป.ลาว 10 แล้วก็กัมพูชาอีก 17 คนนะครับ ไปดูครับว่า เรื่องที่เราได้มีมาตรการ ครั้งนี้ ก็คือมาตรการการผ่อนปรนนะครับ ก็มีการสนธิกำลังกันของทางฝ่ายความมั่นคง คือตำรวจกับทหาร แล้วก็ประกอบด้วยฝ่ายปกครองของพื้นที่ ฝ่ายปกครองของพื้นที่อันนี้เป็นของกระทรวงมหาดไทย และบวกรวมกับหน่วยงานที่ 4 คือกระทรวงสาธารณสุขนะครับ จัดเป็นชุดตรวจขึ้นมา ไปตรวจกันหลังจากมีมาตรการที่ออกจากทาง ศบค. เพราะมีมาตรการขึ้นมาแล้ว บางที่ห้ามไม่ให้เปิด บางที่เปิดได้ เปิดได้ แต่ต้องมีมาตรการต่าง ๆ 1 2 3 4 5 ดูสิว่า กิจการหรือกิจกรรมต่าง ๆ เหล่านี้ได้รับความร่วมมือแค่ไหน เมื่อวานนี้ คือวันที่ 4 ทางชุดตรวจที่เป็นชุดตรวจร่วมนี่นะครับ ที่ประกอบด้วย 4 ส่วนราชการทั้งหลายนี้นะครับ ได้ออกไปปฏิบัติการตรวจทั้งหมด 9,383 นะครับ กิจการหรือกิจกรรมนะครับ พบว่าปฏิบัติตามมาตรการ 9,032 ไม่ปฏิบัติตามมาตรการ 351 นะครับ ก็คือคิดเป็นปฏิบัตินี่ แล้วก็ไม่ปฏิบัติอยู่ 4 เปอร์เซ็นต์ ก็ต้องขอบคุณครับ เพราะตัวเลขก็ยังไม่มาก ส่วนใหญ่ก็จะไปตรวจที่ร้านอาหารอยู่ที่กราฟแท่ง ซ้ายมือ อันแรกเลยนะครับ แล้วก็ร้านค้า แล้วก็ร้านตัดผมเป็น 3 อันดับแรกที่เราไปตรวจนะครับ ห้างสรรพสินค้าก็เป็นอีก 1 อันที่ไปตรวจ  แล้วก็ห้างสรรพสินค้ายังไม่ได้เปิดทุกส่วนนะครับ เปิดเฉพาะส่วนที่เป็นร้านอาหารที่เอาไปรับประทานอาหารที่บ้าน ธนาคาร เป็นส่วนของร้านเบ็ดเตล็ดอะไรบางอย่าง ไม่ได้เปิดทั้งห้างนะครับ มาดูครับว่าในรายละเอียดของกิจการและกิจกรรมของแต่ละส่วนนี้ให้ร่วมมือปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติอย่างไร มาดูในส่วนที่อยู่ในพื้นที่ปิดกันก่อน ว่าเป็นอย่างไรบ้างนะครับ ก็คืออันแรกคือร้านอาหาร เครื่องดื่ม ไปตรวจทั้งหมด 3,156 นะครับแห่ง ก็พบว่าปฏิบัติอยู่ที่ 2,942 ไม่ปฏิบัติอยู่ที่ 2,922 ไม่ปฏิบัติอยู่ 214 คิดเป็น อันนี้จะสูงที่สุดเลยนะครับ ร้านอาหารจำนวนมากทีเดียวเลยนะครับ แล้วก็ไปที่ร้านค้าบางส่วนที่เปิดในห้างสรรพสินค้า ก็พบว่าไม่ปฏิบัติอยู่ประมาณ 10 แห่งจาก 500 กว่าแห่งนะครับ เป็น 1.7 เปอร์เซ็นต์ ไปที่ร้านค้า ตลาด ร้านค้าปลีก อยู่ซ้ายมือด้านล่างนี้นะครับ ก็พบว่ามีไม่ปฎิบัติอยู่ที่ 1.5 เปอร์เซ็นต์หรือ 41 แห่ง จาก 2,000 กว่าแห่ง แล้วก็ร้านเสริมสวย อันนี้ก็คนต้องการให้เปิดเยอะนะครับ ก็พบว่าไม่ปฏิบัติถึง 3.1 เปอร์เซ็นต์ เท่ากับ 61 แห่งในจำนวนที่ตรวจ 1,900 กว่าแห่ง นะครับ ไปดูสนามกอล์ฟครับ อันนี้เป็นพื้นที่เปิดโล่ง พื้นที่ใหญ่ อันนี้นี่ 77 แห่ง ก็ปฏิบัติทั้งหมด ให้ความร่วมมือดี ก็คงจะเป็นขั้นตอนไม่ได้มากมายอะไร ส่วนหนึ่งด้วย แล้วอีกส่วนหนึ่งไปก็ร่วมมือกันอย่างดีนะครับ ถัดไปคือสนามกีฬาก็พบว่าไม่ปฏิบัติถึง 4.7 เปอร์เซ็นต์ แล้วก็สวนสาธารณะไม่ปฏิบัติอยู่ที่ 1.7 เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ร้านสัตว์เลี้ยงไม่ปฏิบัติอยู่ที่ 2 เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขเหล่านี้ต้องสะท้อนภาพทุกวันนะครับ ผมประชุมคุยกันในที่ ศบค. เล็กที่เราคุยกันทุกวันนี้ ที่ประชุมแห่งนี้ก็จะได้เอาตัวเลขต่าง ๆ ทั่วประเทศ มาพูดคุยปรึกษากันว่า เราจะทำอย่างไรหวังผลว่า ถ้าจะให้ดีจะต้อง 90 % up หรือ 100% ได้ยิ่งดี ถ้าหลุดลงไปแม้แต่คนสองคนแล้วติดเชื้อกันขึ้นมา เพียงแค่คนเดียวก็สามารถเกิดขึ้นเป็น super spreader ได้เป็นหมื่นเป็นพันก็ติดเชื้อตามมาได้ เพราะฉะนั้นติดตามอย่างใกล้ชิดก็จะมีตัวเลขนี้มาฝากคุณผู้ชมทุกวันครับ จบการรายงานสถานการณ์เพียงแค่นี้ครับ เดี๋ยวรอคำถามครับ (คุณสุภนันท์) ครับ สำหรับคำถามวันนี้นะครับ ขออนุญาตเริ่มต้นที่วันพรุ่งนี้วันวิสาขบูชา มีหลายท่านสอบถามมาว่าทางศาสนา การเวียนเทียนทำได้หรือไม่ ต้องปฏิบัติอย่างไรให้สอดคล้องกับการป้องกันการแพร่ระบาด COVID-19 ครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ก็เป็นหลักการที่ทางมหาเถรสมาคมมีมติออกมานะครับ ผมขออนุญาตนำเรียนอ่านในรายละเอียดเลยนะครับ เพราะว่าเป็นข้อต้องปฏิบัติที่ออกมาตรงนั้นแล้ว ก็ตัดตอนมาเฉพาะในเรื่องส่วนกลาง ๆ ก่อนแล้วกันนะครับ เพื่อป้องกันพระภิกษุสามเณรและประชาชนให้ปลอดภัยจากการแพร่ระบาดของโรค จึงเห็นควรนำเสนอ มหาเถรสมาคม เพื่อโปรดให้พิจารณาความเห็นชอบ ให้วัดทั่วราชอาณาจักร มหาเถรสมาคมให้วัดทุกวัดทั่วราชอาณาจักร วัดไทยในต่างประเทศงดจัดกิจกรรมที่ประชาชนมารวมกลุ่มกันทุกประเภท เน้นย้ำคำว่า "งดเว้น" ยกเว้นการปฏิบัติกิจของสงฆ์อยู่ในวัดทุกวัดนะครับ ยกเว้นการปฏิบัติกิจของสงฆ์ เพราะฉะนั้นเป็นเรื่องของสงฆ์เท่านั้น โดยให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ปีพุทธศักราช 2558 และแนวทางปฏิบัติด้านสาธารณสุขจัดการภาวะระบาดของโรค COVID-19 ของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2563 เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคจะเข้าสู่ภาวะปกติ นี่คือเป็นมติของเถรสมาคม ก็นำเรียนว่าก็มีตัวอย่างที่ดี ๆ อย่างที่นี่ครับ เป็นเขาเรียกอะไรครับ เป็น Infographic จากทางวัดบวรนิเวศ ที่ให้ไปวัดนะครับ ไม่ได้ไปวัดสิครับ ให้เวียนเทียนที่บ้าน ในวันพุธ ที่ 6 เวลา 1 ทุ่ม พร้อมพระสงฆ์ที่วัด ซึ่งอันนี้ก็จะมีการถ่ายทอดอะไรก็ว่ากันไป อันนี้ก็ใช้เทคโนโลยีเข้ามาได้ ก็ว่ากันไป อันนี้เกิดขึ้นแล้ว ในสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วนะครับ อันนี้ของหลาย ๆ วัดนะครับ ที่ท่านไปดู ก็มีการปรับตัวในชีวิตวิถีใหม่ ท่านเองในฐานะพุทธศาสนิกชนที่ดี ก็ต้องขอให้ปรับตัวเช่นเดียวกัน กับศาสนาอื่น ๆ เพราะตอนนี้เราก็มีการปรับตัวกันไปเยอะมากแล้วครับ (คุณสุภนันท์) คำถามถัดไป ฝากมาจากสื่อมวลชนหลายสำนัก ไม่ว่าจะเป็นจาก ช่อง 3 ช่อง 9 ช่อง ONE ขออนุญาตถามรวมไปเลยนะครับ เรื่องของการรายงานข่าวว่า มีว่าทาง ศบค. นี่มีคำสั่งปิดบางกิจการ หรือสถานประกอบการที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรการ สอบถามตัวเลขการรายงานตัวเลข หรือจำนวนของร้าน ที่ถูกสั่งปิดหรือเปล่านะครับ หรือมาตรการต่าง ๆ อยากให้ทาง ศบค. เน้นย้ำตอนนี้หลายร้านกลับมานั่งเหมือนปกติ หรือว่าบางร้านทำเป็นฉากกั้นแบบนี้ใช้ได้หรือไม่ครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ในการประชุมของ ศบค. ในหลาย ๆ ครั้ง นะครับ ก็จะเน้นย้ำว่า ช่วงนี้เป็นช่วงของการเปลี่ยนผ่าน เป็นช่วงของการปรับพฤติกรรม ซึ่งจะประกอบไปด้วยบุคคล 3 ส่วนที่จะมีความสำคัญมาก ๆ ตอนนี้ คือ 1. ผู้ประกอบการนะครับ 2. คือ ผู้ใช้บริการ และ 3. คือผู้ที่เข้าไปกำกับติดตาม ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐนี่นะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ถ้าผู้ประกอบการทำได้ดี มีระบบระเบียบ มีทำตามมาตรการทั้งหลัก ทั้งมาตรการเสริมให้ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ร้านค้า สร้างระยะห่าง ร้านตัดผมทั้งหลายนี้ แล้วผู้ประกอบการทำดี แล้วผู้มารับบริการก็ทำดีด้วยนะครับ ก็คือ รอคิว และอยู่ห่าง ๆ อะไรทั้งหลายนี้นะครับ ไม่ไปแย่งคิว แซงคิว หรือว่าไปเบียดเสียดใกล้ชิดกันไป ก็จะเป็นเรื่องที่เราจะเห็นว่า กลุ่มที่ 3 คือผู้ที่จะต้องเข้าไปกำกับติดตามแทบจะไม่ต้องมีบทบาทอะไรเลย บทบาทตรงนี้เบื้องต้นยังไม่ได้เป็นการสั่งปิดใด ๆ ถ้าปิดก็อาจจะเป็นกลุ่มของผิดกฎหมายอะไรต่าง ๆ ก็ว่าไป แต่ว่ากลุ่มที่ถ้าทำถูกกฏหมายแล้ว ช่วงตอนนี้คือการเข้าไปให้คำชี้แนะ แนะนำและเรียนรู้ไปพร้อม ๆ กัน ร่วมกันเพื่อปรับพฤติกรรมให้เข้ากับชีวิตวิถีใหม่ในตอนนี้ เราจะเห็นนวัตกรรมใหม่ต่าง ๆ ที่ออกมามากมาย ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดี ที่เราจะได้ป้องกัน ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของการแพร่ระบาดนะครับ คนที่ทำให้ดี ๆ คนขายจะได้แข็งแรง คนซื้อคนขายก็จะได้แข็งแรง คนซื้อก็รู้สึกมั่นใจ แล้วก็อาจจะไปร้านของท่านบ่อยมากกว่าคนอื่นด้วยซ้ำ เพราะเห็นท่านใส่ใจในรายละเอียดต่าง ๆ อย่างดี เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ในช่วงตอนต้นแรก ๆ นี้ เมื่อกี้จะเห็นมีรายงานขึ้นมาถึงแม้จะเขียนว่า ไม่ปฏิบัติตาม แต่ไม่ได้บอกว่าลงโทษอะไรทั้งสิ้นนะครับในช่วงตอนนั้น แต่การตรวจครั้งที่ 1 ไปตรวจแล้ว รอบ 2 อาจจะไปตรวจซ้ำอีกครั้งที่ 2 รอบ 2 ถ้าท่านเปลี่ยนแปลงจบกันครับ แต่รอบที่ 2 ท่านก็จะทำเหมือนเดิม หรืออาจจะแย่ลงกว่าเดิม อาจจะต้องคิดแล้วล่ะครับว่า ท่านอาจจะต้องเรียกว่า การปรับพฤติกรรม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการสั่งปิด หรือสั่งให้ต้องทำอะไรมากขึ้นกว่าปัจจุบันเองให้ได้มากอย่างนี้ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ถ้าท่านไม่อยากจะต้องใช้เรื่องของการถูกสั่งอะไรทั้งหลาย ทำด้วยตัวเองดีกว่าครับ คำสั่งนั้นมาในพื้นฐานมาเพื่อให้ท่านมีสุขอนามัยที่ดี ปลอดโรค ปลอดภัย เพราะฉะนั้นไม่ต้องให้ภาครัฐสั่งเลย กลุ่มที่ 3 คือผู้ที่เข้าไปกำกับดูแล ผมอยากให้เขาแค่มอง ๆ แล้วชื่นชมท่านจะดีที่สุดครับ (คุณสุภนันท์) สำหรับคำถามต่อไป ฝากมาจากสื่อมวลชน และใน Facebook Live นะครับ สอบถามจาก PPTV ช่อง One นะครับ เกี่ยวกับเรื่องของขนส่งสาธารณะ ทั้งบนดิน ใต้ดิน ตอนนี้เริ่มกลับมาหนาแน่นอีกครั้ง ทาง ศบค. มีข้อแนะนำอย่างไร ผู้ใช้บริการจะมีมาตรการกำกับดูแลอย่างไรครับ ครับ อันนี้ก็เห็นภาพข่าวที่ลงในโซเชียลต่าง ๆ เมื่อเช้านี่เองที่ทางสถานี รถไฟฟ้าหลายสถานีก็มีภาพของคนยืนแออัดกัน ผมก็ยังพยายามมองหาดูนะครับว่า อย่างน้อยถ้ายืนแออัดมีหน้ากากอนามัยสวมกันไหม โดยส่วนใหย่สวมครับก็ต้องขอบคุณ แต่ว่าพื้นที่ทั้งหลายนี่อันนี้ก็ต้องให้ให้ได้ ในต่างประเทศก็มีกรณีศึกษาหลายประเทศนะครับ ไม่ว่าจะเป็นการจัดพื้นที่ หรืออันที่ 2 ถ้าพื้นที่จำกัด ก็คือเพิ่มจำนวนของพื้นที่โดยสารให้มากขึ้น ขณะเดียวกันขึ้นรถในรถในช่วงเวลาเดียวกัน แน่นอนครับ ถ้าตู้โดยสารน้อยไปก็ต้องมาแออัด เพราะฉะนั้นต้องเพิ่มจำนวนตู้โดยสารเข้าไปอีก อันนี้เป็นเรื่องที่ผู้บริหารคงจะต้องช่วยกันคิด ในการที่จะทำให้ผู้รับบริการได้เกิดความมั่นใจ ที่สุดแล้วผู้ใช้บริการเอง ท่านใช้เวลาได้ ถ้าในเวลาที่เขาเรียกว่า rush hour เป็นเวลาเร่งด่วน นี่ถ้าเรารู้ว่าเราไปเราก็เสี่ยง ก็อย่าไปครับ ช่วงเวลาต่าง ๆ ตอนนี้เราก็มี Work from Home ซึ่งเป็นนโยบายของ ศบค. อยู่ ท่านก็ทำงานในบ้านเสียเป็นส่วนใหญ่ก็จะดีกว่า เพื่อตัวท่านเองครับ (คุณสุภนันท์) สำหรับคำถามต่อไปนะครับ เป็นคำถามที่ฝากมา ผ่านทางโซเชียลมีเดียครับ การรายผลของจังหวัดยะลาจะกระทบต่อการตรวจเชื้อของไทยหรือไม่ครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ครับ เรื่องนี้มีความสำคัญสูงยิ่งนะครับ เมื่อเช้านี้ท่านรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านปลัดกระทรวงสาธารณสุขนะครับ แล้วก็ท่านอธิบดีกรมควบคุมโรค แล้วก็อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ก็มาคุยกันในประเด็นเรื่องที่เป็นข่าวคราวตรงนี้ออกไป ก็มองเห็นนะครับว่า ความเชื่อมั่นมีความสำคัญมาก ๆ แต่ขณะเดียวกัน ในระดับของการเป็นหน่วยงานปฏิบัติ ซึ่งตามนโยบายจะต้องมีการเพิ่มจำนวนของศูนย์การตรวจห้องปฏิบัติการให้เพิ่มมากขึ้นให้ได้ เพื่อที่จะลดประเด็นของความเสี่ยงที่ตรวจน้อยก็จะเจอน้อย เพราะฉะนั้นการเพิ่มปริมาณในส่วนที่ต้องการให้ได้การตรวจเพิ่ม ก็อาจจะต้องเพิ่มคุณภาพในช่วงนี้ไปด้วยกัน ก็ต้องยอมรับครับว่าการปฏิบัติการต่าง ๆ การทำงานทุก ๆ อย่างก็อาจจะมีในเรื่องของการเรียนรู้  ที่จะต้องเท่าทันกันนะครับ Lab ที่เพิ่งเปิดใหม่กับ Lab ที่เปิดนานแล้วมาเป็น 3-4 เดือน แล้วก็บุคลากรที่ได้รับการฝึกหัดอย่างดีแล้ว ก็มีข้อจำกัดทั้งสิ้น สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ ทางผู้บริหารทางกระทรวงสาธารณสุขให้สำคัญ ถึงต้องมีการคิดในหลาย ๆ ระบบ นะครับ ทั้งระดับให้ความสำคัญกับศูนย์นั้น ๆ กับตัวบุคคลนัั้น ๆ กับการเพิิ่มเติมขึ้นมาในระบบดับเบิลเช็ก ที่เราใช้กันมาก่อนหน้านี้ เพราะฉะนั้นถ้าศูนย์ใหม่ ๆ เกิดขึ้นมาก็อาจจะต้องมีระบบส่งตรวจ 2 แล็บขึ้นมาร่วมกันด้วยนะครับ แล้วถ้าไม่แล้วใจอย่างที่ว่านี้นะครับ ก็มี 3 Lab ก็คือมี Lab อ้างอิงขึ้นมาอีก เพราะฉะนั้นทำอยู่อย่างเพื่อความมั่นใจ แล้วก็ขณะเดียวกันผมเองก็ต้องการความมั่นใจด้วยเหมือนกัน เพราะว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ถ้าเกิดมีข้อต่อที่ต่อกันไม่ได้เชื่อมต่อกันสนิทดี หลวมเมื่อไหร่นะครับ ก็ทำให้การขับเคลื่อนก็ไม่ดีนะครับ เหมือนรถยนต์ถ้าต้องมีข้อต่อต่าง ๆ ไว้ดี รถยนต์ก็วิ่งไปก็สบายใจนะครับ แต่ว่าขันน็อตที่ล้อไม่ดี อาจจะหลวมและหลุด ซึ่งก็ทำให้เกิดการเสียหายได้ทั้งคัน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เราพูดคุยกัน แล้วก็พยายามที่จะดูแลกันอย่างดี นำเรียนว่าข้อห่วงใยทุก ๆ อย่างที่ท่านมีอยู่ สื่อมวลชนมี เราก็มีด้วยเหมือนกัน แล้วจะนำข้อห่วงใยนั้นมาปรับปรุงให้ดีขึ้น แล้วทำให้เป็นการเขาเรียกว่า สร้างความมั่นใจให้ได้มากยิ่งขึ้น แล้วความมั่นใจนั้นก็สะท้อนกลับมาที่ทุกคนครับ คนที่ทำแล็บก็จะดีด้วย เพราะว่าเขาก็มั่นใจว่าเขาปลอดภัย ถ้ารายที่เป็นบวกจริง หรือเป็นลบจริง ทั้งหลายนั้นก็ไม่นำมาซึ่งข้อสงสัย และเขาไม่ติดเชื้อเองด้วยนะครับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มีความสำคัญทุกข้อต่อ เราก็จะพยายามปรับปรุงไปเรื่อย ๆ ครับ (คุณสุภนันท์) สำหรับวันนี้ ไม่มีประเด็นคำถามเพิ่มเติม ให้คุณหมอฝากกับท่านที่กำลังติดตามการแถลงข่าวทางบ้านครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ครับ ก็ช่วงในการเปลี่ยนผ่านนี้ ผมเน้นย้ำเสมอว่าวันนี้ที่เราได้ตัวเลข 1 เกิดขึ้นจาก 14 วัน 7 วัน 14 วันที่ผ่านมาที่ได้ทำตัวเราเอง แล้วเราก็ทำกันกับสังคมร่วมมือกันถึงได้อย่างนี้ หลายวันนี้มีคนกังวลใจมาก ส่วนตัวผมเองก็กังวลใจเหมือนกัน ก็เชื่อว่าท่านผู้ชมก็คงกังวลใจว่า ในอีก 7 วันข้างหน้า หรือ 14 วันหน้าจะเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นที่แล้วมาไม่เป็นอะไรครับ แต่วันนี้ท่านมีสติตลอดเวลา ท่านจะทำการค้า ท่านจะทำอะไรทั้งหลาย มีสติตลอดเวลา อย่างน้อยที่สุดใส่หน้ากาก ล้างมือบ่อย ๆ แล้วก็เว้นระยะห่างกันไว้ ทำไม่กี่ข้อตรงนี้ ทำไม่กี่คน แล้วขณะเดียวกันท่านออกไปที่ร้านค้า ท่านได้อิสระเสรีต่าง ๆ เพิ่มขึ้น ท่านก็อาจจะทำหน้าที่อีกคนหนึ่ง แทนที่จะรอชุดหน่วยกำกับ ชุดตรวจต่าง ๆ ท่านแนะนำร้านค้ากิจการนั้นด้วยไมตรีจิตหน่อยหนึ่งนะครับว่า แนะนำอย่างไร ช่วยกันเป็นหูเป็นตาและให้เขาได้พัฒนาตัวเองขึ้นมา เพราะว่าในช่วง 2-3 วันนี้เอง เราเพิ่งเริ่มมาตรการนี้ ถ้าท่านเป็นชุดตรวจอีกคนหนึ่ง ไม่ต้องพึ่งใครครับ เราพึ่งซึ่งกันและกันสังคมไทยเราก็จะรอด อย่าลืมนะครับ 100 เปอร์เซ็นต์ครับ 100 เปอร์เซ็นต์ ถึงจะทำให้เราไม่มีตัวเลขอีกเลย แล้วก็เราจะได้ผ่านพ้นจากตรงนี้ไปให้ได้ ภายในเดือน 2 เดือนนี้ อย่างเก่งก็ 2 เดือนนี้ 4 ระยะนี้ 2 เดือนนี้เท่านั้น แล้วเราก็จะปลอดโรคปลอดภัยนะครับ ขอบคุณครับ (คุณสุภนันท์) ครับ ขอบพระคุณนายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริการสถานการณ์ โควิด-19 หรือ ศบค. นะครับ ระหว่างที่รอทีมงานของเราทำความสะอาดไมโครโฟน แล้วก็โพเดียม ในช่วงแถลงข่าวภาคภาษาอังกฤษ นำเรียนตัวเลขผู้ติดเชื้อวันนี้หลายท่านสอบถามเข้ามาเพิ่มเติมนะครับ วันนี้มีตัวเลขยืนยันผู้ติดเชื้อรายใหม่ ทำให้ตัวเลขยืนยันสะสมอยู่ที่ 2800 รายรายนะครับ ขณะที่คนที่ได้รับการรักษาหายและกลับบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้วอยู่ที่ และเป็นอีก 1 วัน ที่เราไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมจาก COVID-19 นะครับ แล้วลำดับถัดไปนะครับ จะเป็นการแถลงข่าวในภาคภาษาอังกฤษ สำหรับสื่อมวลชนและชาวต่างชาติที่ติดตามสถานการณ์ข่าวสารในประเทศไทยของเรา เรียนเชิญท่าน ณัฐภาณุ นพคุณ รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เรียนเชิญครับ (คุณณัฐภาณุ) [ภาษาต่างประเทศ] Ր(คุณณัฐภาณุ) [ภาษาต่างประเทศ]  (คุณสุภนันท์) ขอบพระคุณนะครับท่านณัฐภาณุ นพคุณ ทั้งหมดจากศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. ประจำทำเนียบรัฐบาลวันนี้ครับ กระผม สุภนันท์ ฤทธิ์มนตรี และทีมงานทั้งหมดขอลาไปก่อน สวัสดีครับ [เสียงดนตรี] [สิ้นสุดการถอดความ]  