﻿WEBVTT

00:00:00.063 --> 00:00:31.816
[เสียงดนตรี]

00:00:32.513 --> 00:00:33.731
(ดร.พิมพร) สวัสดีค่ะนักเรียนคะ

00:00:34.004 --> 00:00:35.009
คุณครูอ้อมนะคะ

00:00:35.034 --> 00:00:38.492
วันนี้ก็ยินดี ที่ได้มีโอกาสได้มาจัดการเรียนรู้

00:00:38.669 --> 00:00:42.110
ในวิชาเทคโนโลยีการออกแบบและเทคโนโลยี

00:00:42.135 --> 00:00:45.868
สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 นะคะ

00:00:46.332 --> 00:00:49.369
ในวิชานี้นะคะ จะมีหัวข้ออะไรบ้าง

00:00:49.394 --> 00:00:50.394
ครูอ้อมขอชี้แจง

00:00:50.716 --> 00:00:55.218
ก่อนอื่นเลยนะคะ ในวิชาเทคโนโลยีการออกแบบ

00:00:55.281 --> 00:00:56.796
และเทคโนโลยีของเรานี่นะคะ

00:00:57.088 --> 00:00:58.134
ประกอบด้วย 7 บท

00:00:58.261 --> 00:01:01.595
ซึ่ง 7 บทนั้น ถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วนค่ะ

00:01:02.154 --> 00:01:04.641
ส่วนแรกเรียกว่า "เทคโนโลยีน่ารู้"

00:01:04.920 --> 00:01:07.584
ซึ่งประกอบด้วย 3 บทเรียนด้วยกันนะคะ

00:01:07.857 --> 00:01:10.042
ครูอ้อมก็จะได้จัดการเรียนรู้กับพวกเรา

00:01:10.066 --> 00:01:11.108
ทั้ง 3 บทเลย

00:01:11.989 --> 00:01:14.311
วันนี้ค่ะ เป็นเรื่องของบทที่ 1

00:01:14.619 --> 00:01:17.068
ระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อน

00:01:17.522 --> 00:01:19.422
ซึ่งหัวข้อแรกของวันนี้เลยนะคะ

00:01:19.482 --> 00:01:22.931
ก็ชื่อว่า "ระบบคืออะไร" นะคะ

00:01:23.518 --> 00:01:26.366
ครูอ้อมก็จะได้พูดถึงความหมายของระบบ

00:01:26.456 --> 00:01:30.287
ว่าคืออะไร แล้วก็ระบบทางธรรมชาตินะคะ

00:01:30.356 --> 00:01:32.305
กับระบบทางเทคโนโลยี

00:01:32.330 --> 00:01:35.197
หรือเป็นระบบที่มนุษย์สร้างขึ้นนั่นเองนะคะ

00:01:36.242 --> 00:01:39.126
ก่อนอื่นขอชี้แจงจุดประสงค์นะคะ

00:01:39.173 --> 00:01:40.516
เมื่อนักเรียนเรียนรู้เรื่อง

00:01:40.833 --> 00:01:43.415
หัวข้อเรื่อง ระบบคืออะไรนี่นะคะ

00:01:43.726 --> 00:01:45.081
ครูก็คาดหวังให้นักเรียน

00:01:45.106 --> 00:01:48.338
สามารถอธิบายความหมายของระบบได้นะคะ

00:01:48.643 --> 00:01:51.046
สามารถเชื่อมโยงความสัมพันธ์

00:01:51.614 --> 00:01:54.207
ขององค์ประกอบต่าง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกัน

00:01:54.268 --> 00:01:55.957
ภายในระบบได้นะคะ

00:01:56.379 --> 00:01:58.168
ก็ขอให้นักเรียนตั้งใจเรียน

00:01:58.193 --> 00:02:00.521
เพื่อที่จะบรรลุจุดประสงค์การเรียนรู้ของเรา

00:02:00.616 --> 00:02:02.115
หรือทั้ง 2 ข้อนะคะ

00:02:03.489 --> 00:02:05.047
ก่อนอื่นเลยนะคะ

00:02:05.323 --> 00:02:07.386
ครูอยากให้นักเรียนบอกความสัมพันธ์

00:02:07.917 --> 00:02:10.099
ของ 2 ภาพนี้นะคะ

00:02:10.580 --> 00:02:11.765
อาจจะยังเห็นไม่ชัดเจน

00:02:11.797 --> 00:02:13.910
เดี๋ยวครูอ้อมเอาตัวเองออกก่อน

00:02:14.154 --> 00:02:15.549
ออกจากภาพก่อนนะคะ

00:02:16.638 --> 00:02:17.387
ออกหรือยังเอ่ย

00:02:20.503 --> 00:02:23.236
ออกแล้วนะคะ นักเรียนจะได้เห็นชัดมากขึ้นนะ

00:02:24.455 --> 00:02:26.684
2 ภาพนี้สัมพันธ์กันอย่างไรคะนักเรียน

00:02:30.987 --> 00:02:34.629
วิธีการง่าย ๆ ที่เรามักจะใช้นะคะ

00:02:34.683 --> 00:02:36.382
ที่เรามักจะใช้ในการมองภาพ

00:02:36.430 --> 00:02:38.687
หรือว่าหาความสัมพันธ์ของ 2 ภาพ

00:02:38.712 --> 00:02:39.897
ก็คือการนึกถึงคำ

00:02:40.859 --> 00:02:44.228
คำที่เกี่ยวข้องกับภาพนี้ มีอะไรบ้างล่ะคะ

00:02:44.253 --> 00:02:45.009
ครูอ้อมคิดนะ

00:02:45.274 --> 00:02:47.190
อาจจะไม่ใช่เค้ก แต่คิดถึงคำว่า "เค้ก"

00:02:48.764 --> 00:02:53.001
คิดถึงขนมหวาน คิดถึงอาหาร คิดถึงแม่ คิดถึงลูก

00:02:53.191 --> 00:02:56.014
มีคำว่า "ครอบครัว", "มีความสุข",

00:02:56.366 --> 00:02:57.629
"ความอิ่ม", "ความอร่อย"

00:02:59.167 --> 00:03:02.001
กับอีกภาพ 1 นะ ข้าง ๆ กัน

00:03:02.547 --> 00:03:06.293
มีต้นไม้ มีแสง มีรถด้วยนะคะ มีสถานที่

00:03:06.377 --> 00:03:07.873
ครูอ้อมคิดถึงคำว่า "บ้าน"

00:03:08.933 --> 00:03:12.133
บางคนอาจคิดถึงการจัดบ้าน การจัดสวนนะคะ

00:03:12.663 --> 00:03:16.607
หรืออาจจะคิดถึงแสง อากาศดี

00:03:17.089 --> 00:03:20.656
มีพืชสวนมาตกแต่ง มีต้นไม้ มีธรรมชาติ

00:03:21.854 --> 00:03:22.705
คิดได้หมดเลยค่ะ

00:03:23.678 --> 00:03:27.488
แล้วพอได้คำแล้ว เราก็ลองหาความสัมพันธ์ดูสิ

00:03:28.122 --> 00:03:30.049
บางคนอาจจะได้มาเป็นประโยคเลย

00:03:30.074 --> 00:03:32.277
อาจจะได้คำว่า "บ้านแสนสุข"

00:03:33.467 --> 00:03:35.648
อาจจะได้คำว่า "บ้านแสนสุข" ก็ได้นะคะ

00:03:35.861 --> 00:03:40.249
หรืออาจจะเป็น "เช้านี้แสนอร่อย" ก็ได้นะคะ

00:03:40.520 --> 00:03:43.187
ครูอ้อมขอยกตัวอย่าง ครูอ้อมเริ่มต้นเจาะที่ภาพ

00:03:43.231 --> 00:03:45.371
นักเรียนกำลังทานอาหาร

00:03:46.650 --> 00:03:47.978
นักเรียนกำลังทานอาหาร

00:03:48.327 --> 00:03:50.270
ก็เจาะไปถึงภายในร่างกาย

00:03:50.324 --> 00:03:51.746
ของเด็กคนนี้เลยนะคะ

00:03:52.029 --> 00:03:53.422
เมื่อทานอาหารแล้ว

00:03:53.819 --> 00:03:56.781
อาหารถูกย่อยผ่านระบบทางเดินอาหารนะคะ

00:03:57.194 --> 00:03:59.257
ก็ถูกดูดซึมนะคะ

00:04:00.550 --> 00:04:02.569
เมื่อย่อยแล้วก็ถูกดูดซึมนะคะ

00:04:02.594 --> 00:04:05.557
สารอาหารร่างกายของเราก็เอาไปใช้ประโยชน์

00:04:05.582 --> 00:04:07.878
ในส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ใช่ไหมคะ

00:04:08.282 --> 00:04:10.921
แน่นอน เมื่อมนุษย์ดำรงชีวิตอยู่ได้

00:04:10.946 --> 00:04:12.453
ก็ต้องมีการหายใจ

00:04:13.170 --> 00:04:14.284
เมื่อมีการหายใจ

00:04:14.694 --> 00:04:17.066
เราก็ปลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาค่ะ

00:04:17.736 --> 00:04:20.701
สัมพันธ์กันแล้วกับภาพที่ 2 เพราะว่าอะไรคะ

00:04:21.622 --> 00:04:23.511
ต้นไม้ หรือพืชต่าง ๆ นั้น

00:04:24.089 --> 00:04:25.289
ใช้คาร์บอนไดออกไซด์

00:04:25.314 --> 00:04:27.278
ในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง

00:04:28.768 --> 00:04:31.242
ได้ใช้จากมนุษย์นะ

00:04:31.559 --> 00:04:33.489
ได้ใช้เอาคาร์บอนไดออกไซด์จากมนุษย์

00:04:34.086 --> 00:04:38.224
เมื่อใช้ไปแล้วก็เกิดปลดปล่อยออกซิเจนออกมาค่ะ

00:04:39.067 --> 00:04:40.757
และก็กลับไปถึงมนุษย์

00:04:41.315 --> 00:04:42.548
เพราะว่ามนุษย์ของเรานั้น

00:04:42.831 --> 00:04:44.623
ใช้ออกซิเจนในการหายใจ

00:04:45.807 --> 00:04:47.863
สิ่งที่ครูอ้อมกำลังจะพยายามเชื่อมโยง

00:04:47.892 --> 00:04:51.111
ก็คือว่า เราอาจเห็น 2 ภาพ

00:04:51.136 --> 00:04:52.720
ที่อาจจะไม่สัมพันธ์กัน

00:04:52.981 --> 00:04:54.909
แต่จริง ๆ แล้วมันสัมพันธ์กันอยู่นะคะ

00:04:55.363 --> 00:04:58.392
เริ่มที่มนุษย์ วนเวียนไปถึงพืช

00:04:58.773 --> 00:05:02.849
แล้วก็กลับมาที่มนุษย์อีกเหมือนกัน นั่นแหละค่ะ

00:05:02.874 --> 00:05:04.414
ถ้าเรามองทุกอย่างเป็น...

00:05:04.670 --> 00:05:06.822
อยู่ภายใต้ระบบใดระบบหนึ่ง

00:05:06.847 --> 00:05:09.606
เราก็จะเห็นความสัมพันธ์ของส่วนต่าง ๆ นั้น

00:05:09.977 --> 00:05:13.784
ซึ่งวันนี้ก็จะเป็นส่วนที่เราจะต้องได้เรียนนะคะ

00:05:15.340 --> 00:05:19.518
ถ้าพูดถึงระบบ นักเรียนคิดว่า

00:05:19.919 --> 00:05:22.805
มีระบบอะไรบ้างที่นักเรียนรู้จักคะ

00:05:23.544 --> 00:05:27.271
ครูอ้อมให้เวลาคิดสักประมาณ 30 วินาทีนะ

00:05:27.811 --> 00:05:30.986
นักเรียนได้กี่คำ ระบบอะไรบ้างที่รู้จัก

00:05:32.925 --> 00:05:34.160
เริ่มต้นจับเวลานะคะ

00:05:34.286 --> 00:05:36.659
30 วินาที อาจจะโน้ต ๆ ไว้ค่ะ

00:05:36.684 --> 00:05:38.063
ว่านักเรียนได้กี่คำกัน

00:05:38.371 --> 00:05:38.877
เริ่ม

00:06:05.810 --> 00:06:07.382
จะหมดเวลาแล้วค่ะ

00:06:09.094 --> 00:06:10.621
[เสียงเอฟเฟ็กต์]

00:06:10.670 --> 00:06:14.353
(ดร.พิมพร) หมดเวลา ได้กี่คำกันคะ

00:06:15.479 --> 00:06:17.578
ได้กี่คำกันเอ่ยระบบ

00:06:18.760 --> 00:06:21.471
หลายคนอาจจะซ้ำกันกับครูอ้อมนะ

00:06:21.888 --> 00:06:24.741
ระบบอะไรบ้างที่ครูอ้อมนึกถึง มีซ้ำกันหรือเปล่า

00:06:25.160 --> 00:06:28.567
ระบบบำบัดน้ำเสีย ระบบเสียงตามสายนะ

00:06:28.592 --> 00:06:29.728
อะไรที่เราคุ้นเคยดี

00:06:29.994 --> 00:06:32.798
ระบบการศึกษา ระบบรับนักเรียน

00:06:32.824 --> 00:06:34.167
นักเรียน ม.4 ผ่านมาแล้ว

00:06:34.956 --> 00:06:37.113
ภายในร่างกายก็ยังมีระบบหมุนเวียนเลือด

00:06:37.548 --> 00:06:39.063
การจัดส่งสินค้า

00:06:39.320 --> 00:06:41.330
หรือระบบประสาทในร่างกายของเรา

00:06:41.667 --> 00:06:42.191
ใช่ไหมคะ

00:06:42.712 --> 00:06:44.242
ระบบต่าง ๆ เหล่านี้มีเยอะเลย

00:06:44.268 --> 00:06:46.044
นักเรียนอาจจะได้เยอะกว่าครูนะคะ

00:06:47.256 --> 00:06:50.161
ครูมาให้สังเกตว่า ระบบเหล่านี้นี่

00:06:50.595 --> 00:06:52.131
ถ้าถูกเรียกว่า "ระบบ" แล้ว

00:06:52.156 --> 00:06:53.740
มันมีอะไรที่เหมือนกันคะ

00:06:55.478 --> 00:06:58.003
ลองคิดสิ มันมีอะไรที่เหมือนกัน

00:06:58.111 --> 00:06:59.152
คำว่า "ระบบ" เหล่านี้

00:07:01.472 --> 00:07:03.126
ครูอ้อมตั้งข้อสังเกตค่ะว่า

00:07:03.806 --> 00:07:05.786
ถ้าอะไรก็ตามที่ถูกเรียกว่า "ระบบ"

00:07:05.811 --> 00:07:07.791
แล้วมันต้องมีส่วนประกอบมากกว่า 1 อย่าง

00:07:08.614 --> 00:07:09.182
ใช่ไหมคะ

00:07:09.448 --> 00:07:10.893
อย่างเช่นการรับนักเรียนนี่

00:07:11.402 --> 00:07:12.313
ต้องมีนักเรียนแหละ

00:07:12.718 --> 00:07:15.130
แล้วต้องมีคนที่มารับนักเรียนใช่ไหมคะ

00:07:15.155 --> 00:07:16.388
มีมากกว่า 1 อย่างแน่นอน

00:07:16.934 --> 00:07:18.347
ต้องทำงานสัมพันธ์กันค่ะ

00:07:19.493 --> 00:07:20.519
นักเรียนต้องเอาเอกสาร

00:07:20.544 --> 00:07:22.652
มาให้ผู้รับสมัครใช่ไหมคะ

00:07:23.331 --> 00:07:27.064
เพื่อให้อะไรคะ เพื่อทำงานสัมพันธ์กันแล้ว

00:07:27.105 --> 00:07:29.004
รวมกันแล้วนี่ก็ต้องบรรลุเป้าหมาย

00:07:29.042 --> 00:07:33.437
ก็คือสามารถรับนักเรียนได้อย่างดีใช่ไหมคะ

00:07:33.663 --> 00:07:35.529
เพราะฉะนั้น นี่คือที่มา

00:07:35.577 --> 00:07:37.979
ของคำว่า "ความหมายของระบบ" ค่ะนักเรียน

00:07:38.757 --> 00:07:40.462
เพราะคำว่า "ระบบ" นะคะ

00:07:40.519 --> 00:07:42.908
โดยทั่วไปนั้นหมายถึง สิ่งต่าง ๆ

00:07:43.216 --> 00:07:47.061
ที่มีส่วนประกอบตั้งแต่ 2 ส่วนขึ้นไปมารวมกันนะ

00:07:47.445 --> 00:07:48.383
รวมกันเพื่ออะไรล่ะ

00:07:48.679 --> 00:07:50.747
เขาก็ทำงานให้สัมพันธ์กันค่ะ

00:07:51.054 --> 00:07:54.081
เพื่อที่จะให้สามารถบรรลุวัตถุประสงค์นั้นได้

00:07:54.123 --> 00:07:57.699
หรือตามหน้าที่ของสิ่งที่สร้างขึ้นมาได้นั่นเองนะคะ

00:07:58.223 --> 00:08:00.346
ถ้าสังเกตนะคะ ระบบนี้

00:08:00.699 --> 00:08:02.173
มันจะมีอยู่ 2 ส่วนหลัก ๆ

00:08:02.227 --> 00:08:04.402
ก็คือระบบทางธรรมชาตินะคะ

00:08:04.764 --> 00:08:07.204
กับระบบที่มนุษย์สร้างขึ้นนะ

00:08:07.894 --> 00:08:10.504
หลังจากนี้เราจะไปดูตัวอย่างนะคะ

00:08:10.529 --> 00:08:12.952
ว่าระบบทางธรรมชาตินั้นเป็นอย่างไร

00:08:13.279 --> 00:08:16.523
ระบบที่มนุษย์สร้างขึ้นนั้นเป็นอย่างไร โอเคนะ

00:08:16.980 --> 00:08:20.311
เราเริ่มกันที่ระบบทางธรรมชาติค่ะ

00:08:20.762 --> 00:08:23.103
ครูอ้อมยกตัวอย่างเมื่อกี้เองนะ

00:08:23.372 --> 00:08:25.711
ระบบย่อยอาหารของมนุษย์นะคะ

00:08:26.190 --> 00:08:29.608
จากรูปนักเรียนจะเห็นส่วนประกอบหลายเลย

00:08:29.691 --> 00:08:32.856
หลายอวัยวะที่เกี่ยวข้องนี่มีเยอะเลยนะคะ

00:08:33.139 --> 00:08:35.126
ที่เกี่ยวข้องกับระบบย่อยอาหารนะ

00:08:35.418 --> 00:08:38.299
มีปาก มีหลอดอาหาร มีหลายอย่าง

00:08:38.449 --> 00:08:40.769
ครูอ้อมขอยกตัวอย่างนะ

00:08:41.000 --> 00:08:43.481
ว่ามีปาก มีหลอดอาหาร

00:08:43.798 --> 00:08:45.661
มีกระเพาะอาหารนะคะ

00:08:45.886 --> 00:08:48.866
มีลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่นะคะ

00:08:49.158 --> 00:08:51.310
มีจนถึงทวารหนักเลยนะ

00:08:51.662 --> 00:08:54.499
เพราะฉะนั้น สิ่งเหล่านี้แหละค่ะ

00:08:54.582 --> 00:08:58.099
ที่เป็นส่วนประกอบของระบบย่อยอาหาร

00:08:59.468 --> 00:09:01.688
เมื่อมีส่วนประกอบของระบบย่อยอาหารแล้ว

00:09:02.076 --> 00:09:03.283
ต้องมีอะไรคะเมื่อกี้นี้

00:09:03.974 --> 00:09:05.542
ต้องทำงานสัมพันธ์กัน

00:09:06.044 --> 00:09:07.576
ทำงานสัมพันธ์กันแล้ว

00:09:08.077 --> 00:09:09.399
เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์

00:09:09.424 --> 00:09:11.548
วัตถุประสงค์ของระบบย่อยอาหารคืออะไรน่ะ

00:09:12.571 --> 00:09:14.492
ก็เพื่อย่อยอาหารให้รับประทาน

00:09:14.688 --> 00:09:16.177
ที่รับประทานนั้นให้ละเอียด

00:09:16.666 --> 00:09:18.276
แล้วก็ดูดซึมสารอาหารนั้น

00:09:18.330 --> 00:09:21.491
ไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ใช่ไหมคะ

00:09:21.764 --> 00:09:24.625
นั่นคือบรรลุวัตถุประสงค์แล้วนะ

00:09:24.955 --> 00:09:27.722
นี่คือตัวอย่างของระบบทางธรรมชาตินะคะ

00:09:29.505 --> 00:09:32.122
แต่ถ้าเกิดบางจุดแล้วมีความ...

00:09:33.202 --> 00:09:34.449
ผิดพลาดขึ้นมาล่ะคะ

00:09:35.127 --> 00:09:37.828
อย่างเช่น ถ้าเราเคี้ยวอาหารไม่ละเอียด

00:09:39.646 --> 00:09:41.648
จะส่งผลต่อการทำงานของอวัยวะ

00:09:41.673 --> 00:09:43.875
ในระบบย่อยอาหารอื่น ๆ อย่างไรคะ

00:09:45.494 --> 00:09:48.179
ถ้าเราอยากรู้ว่ามันจะส่งผลอย่างไร

00:09:48.204 --> 00:09:49.933
เราก็ต้องมาดูที่อวัยวะ

00:09:50.457 --> 00:09:52.065
ที่ครูอ้อมพูดถึงเมื่อกี้นี้

00:09:52.424 --> 00:09:55.195
มีปาก หลอดอาหาร กระเพาะอาหารนะคะ

00:09:55.462 --> 00:09:57.219
ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ ทวารหนัก

00:09:57.486 --> 00:09:58.453
ถ้าเคี้ยวไม่ละเอียด

00:09:58.529 --> 00:10:01.751
คือเกิดปัญหาตั้งแต่ที่ปากเลยใช่ไหมคะ

00:10:02.145 --> 00:10:03.570
แน่นอน อวัยวะต่อมา

00:10:03.640 --> 00:10:05.483
หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร

00:10:05.507 --> 00:10:07.718
ก็ต้องทำงานหนักขึ้นค่ะ ก็มันไม่ละเอียด

00:10:08.376 --> 00:10:10.446
หลอดอาหารก็จะต้องออกแรง

00:10:10.473 --> 00:10:13.291
หรือว่าต้องใช้พลังงานเพิ่มขึ้น

00:10:13.316 --> 00:10:15.406
ในการบีบรัดอาหารใช่ไหมคะ

00:10:15.715 --> 00:10:17.297
ถ้ายังบีบรัดอาหารไม่ละเอียดแล้ว

00:10:17.574 --> 00:10:20.467
กระเพาะอาหารเองก็ต้องหลั่งน้ำย่อย

00:10:21.101 --> 00:10:22.640
ออกมามากกว่าปกติ

00:10:23.517 --> 00:10:27.200
เพื่อที่จะให้อาหารนั้นละเอียดใช่ไหมคะ

00:10:27.555 --> 00:10:30.129
แน่นอนค่ะ ถ้าทำงานหนักขึ้นมาแบบนี้

00:10:30.440 --> 00:10:33.039
กระเพาะอาหารหลั่งน้ำย่อยมากกว่าปกติแบบนี้

00:10:33.387 --> 00:10:35.960
อาจจะนำไปสู่ภาวะผิดปกติ

00:10:36.024 --> 00:10:39.171
ก็คือภาวะอาหารไม่ย่อยนะคะ

00:10:39.338 --> 00:10:41.579
ส่งผลต่อภาพรวมของสุขภาพ

00:10:41.680 --> 00:10:44.818
ของผู้ทานอาหารได้นะคะ

00:10:45.174 --> 00:10:46.483
สิ่งที่ครูอ้อมกำลังพยายามบอก

00:10:46.537 --> 00:10:50.457
ก็คือว่าถ้าอวัยวะใดอวัยวะหนึ่งในระบบนั้น

00:10:50.492 --> 00:10:53.090
ทำงานผิดปกติขึ้นมานะคะ

00:10:53.392 --> 00:10:55.877
มันก็จะส่งผลต่อภาพรวมของระบบนั้น

00:10:56.365 --> 00:10:58.692
เพื่อที่จะให้นักเรียนได้สามารถเชื่อมโยง

00:10:58.746 --> 00:11:01.061
ความสัมพันธ์ของอวัยวะต่าง ๆ

00:11:01.575 --> 00:11:03.821
ในระบบย่อยอาหารได้นะคะ

00:11:05.046 --> 00:11:06.761
ขอยกตัวอย่างอีก 1 ตัว

00:11:06.786 --> 00:11:09.822
สำหรับระบบทางธรรมชาตินะคะ

00:11:10.305 --> 00:11:12.986
นั่นคือระบบหายใจแบบในรูปนะคะนักเรียน

00:11:14.848 --> 00:11:17.142
นักเรียนอาจจะเห็นว่ามีอวัยวะ

00:11:17.707 --> 00:11:19.828
ที่เกี่ยวข้องหลายอย่างเลยนะคะ

00:11:20.104 --> 00:11:23.533
ขอยกตัวอย่างเช่น จมูก, โพรงจมูก, คอหอย,

00:11:23.856 --> 00:11:26.593
กล่องเสียง, หลอดลม, มีปอด,

00:11:26.943 --> 00:11:28.476
มีกระบังลมใช่ไหมคะ

00:11:28.809 --> 00:11:31.068
แน่นอนว่าทุกอวัยวะเหล่านี้

00:11:31.097 --> 00:11:33.451
ต้องทำงานให้สัมพันธ์กัน

00:11:33.989 --> 00:11:35.160
เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์

00:11:35.227 --> 00:11:37.610
ก็คือการแลกเปลี่ยนแก๊สออกซิเจน

00:11:37.654 --> 00:11:38.848
กับคาร์บอนไดออกไซด์

00:11:39.241 --> 00:11:42.803
ระหว่างปอดกับอากาศภายนอกนั่นเองใช่ไหมคะ

00:11:43.968 --> 00:11:46.630
มาเอาพืชบ้างค่ะ ระบบทางธรรมชาติ

00:11:47.021 --> 00:11:48.983
อย่างเช่น ระบบลำเลียงน้ำของพืช

00:11:49.408 --> 00:11:51.408
แน่นอน จุดประสงค์การลำเลียงน้ำของพืช

00:11:51.478 --> 00:11:55.793
ก็เพื่อลำเลียงน้ำในดินไปจนถึงใบ

00:11:55.877 --> 00:11:58.441
เพื่อใช้ในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง

00:11:58.527 --> 00:12:01.417
ใช่ไหมคะ มีอะไรบ้างล่ะ

00:12:01.483 --> 00:12:03.397
ที่เกี่ยวกับระบบลำเลียงน้ำของพืช

00:12:04.089 --> 00:12:05.891
ก็มีรากไงคะ ใช่ไหมคะ

00:12:06.284 --> 00:12:08.906
นำน้ำจากดินนะ ก็ต้องเป็นราก

00:12:09.204 --> 00:12:11.626
ต้องมีท่อลำเลียง ต้องมีใบ

00:12:12.198 --> 00:12:12.812
ทุกอย่างเหล่านี้

00:12:12.837 --> 00:12:16.277
ล้วนอยู่ในระบบลำเลียงน้ำของพืช ใช่ไหมคะ

00:12:16.646 --> 00:12:19.821
นี่คือตัวอย่างของระบบทางธรรมชาตินะคะ

00:12:20.303 --> 00:12:22.537
ถ้าตัวอย่างอื่น ๆ ล่ะ มีเยอะเลย

00:12:23.397 --> 00:12:24.579
นักเรียนลองคิดดูสิคะ

00:12:25.785 --> 00:12:28.090
ระบบนิเวศ สืบพันธุ์ ภูมิคุ้มกัน

00:12:28.115 --> 00:12:30.364
กล้ามเนื้อประสาท ผิวหนัง

00:12:30.646 --> 00:12:32.456
แม้กระทั่งระบบสุริยะเหล่านี้

00:12:32.481 --> 00:12:34.490
คือระบบทางธรรมชาติหมดเลยค่ะนักเรียนคะ

00:12:36.627 --> 00:12:38.180
ระบบทางธรรมชาติไปแล้ว

00:12:38.205 --> 00:12:42.312
เราจะยกตัวอย่างระบบที่มนุษย์สร้างขึ้นบ้าง

00:12:43.325 --> 00:12:46.999
นักเรียนเห็นปากกานี้ ปากกานี้มีความพิเศษ

00:12:47.113 --> 00:12:49.010
ปากกาลูกลื่นส่วนใหญ่นั้น

00:12:49.034 --> 00:12:50.918
ใช้วิธีการอะไรคะ กดใช่ไหม

00:12:50.943 --> 00:12:53.226
แล้วก็ไส้ดินสอมันก็จะโผล่ออกมาใช่ไหมคะ

00:12:53.664 --> 00:12:59.219
แต่ปากกาที่ครูให้มา มันใช้การควบคุมแบบหมุนค่ะ

00:12:59.555 --> 00:13:02.461
หมุนตึ๊ก ๆ ๆ แล้วมันก็ไส้มันถึงจะโผล่ออกมา

00:13:02.801 --> 00:13:03.305
ใช่ไหมคะ

00:13:04.334 --> 00:13:07.481
ถ้าระบบปากกาลูกลื่นของตัวนี้

00:13:08.843 --> 00:13:10.254
นักเรียนวิเคราะห์ได้ไหมคะ

00:13:10.279 --> 00:13:13.307
ว่ามีอะไรบ้างที่เป็นส่วนประกอบของระบบในที่นี้

00:13:15.069 --> 00:13:17.932
วิธีการก็คือดูที่โครงสร้างของมัน

00:13:18.005 --> 00:13:19.069
ที่เรามองเห็นก่อนเลยค่ะ

00:13:20.930 --> 00:13:22.468
โครงสร้างที่เรามองเห็นเลย

00:13:22.492 --> 00:13:23.828
โครงสร้างภายนอกเลยค่ะนักเรียน

00:13:24.512 --> 00:13:27.884
มีอะไรบ้าง นี่ไง หัวปากกาไงคะ

00:13:29.228 --> 00:13:31.355
หน้าที่ของเขา ก็คือป้องกันการกระแทก

00:13:31.455 --> 00:13:33.469
และยึดไส้ปากกาไว้ ใช่ไหมคะ

00:13:34.516 --> 00:13:37.292
เราเห็นด้ามปากกาค่ะ หน้าที่หลัก ๆ ของเขา

00:13:37.317 --> 00:13:40.150
ก็คือจับให้สามารถเขียนได้สะดวก

00:13:40.213 --> 00:13:42.299
แล้วก็บรรจุไส้ปากกาภายใน

00:13:43.413 --> 00:13:46.925
บางปากกาบางรุ่นก็มีที่เหน็บปากกาด้วยนะคะ

00:13:46.976 --> 00:13:49.068
ก็เอาไว้ยึดกับวัสดุอื่น ๆ

00:13:49.351 --> 00:13:51.102
ยึดกับกระเป๋าอะไรอย่างนี้นะ

00:13:51.686 --> 00:13:54.338
นี่คือโครงสร้างภายนอกที่เราเห็นนะคะ

00:13:54.773 --> 00:13:56.989
ถ้าเราแกะมันออกมานะคะ

00:13:57.307 --> 00:14:00.021
เราก็จะเห็นองค์ประกอบภายในของมัน

00:14:00.553 --> 00:14:02.076
แน่นอนหัวปากกานะคะ

00:14:02.431 --> 00:14:03.755
นอกจากป้องกันการกระแทกแล้ว

00:14:03.780 --> 00:14:05.983
มันยังทำหน้าที่ในการควบคุม

00:14:06.008 --> 00:14:07.884
การเข้า-ออกของไส้ปากกาด้วย

00:14:08.551 --> 00:14:12.793
ภายในปากกานั้น ก็ยังต้องมีสปริงใช่ไหมคะ

00:14:13.174 --> 00:14:15.742
ควบคู่... เป็นสำหรับควบคุม

00:14:15.767 --> 00:14:18.791
การเคลื่อนที่ของไส้ปากกา ร่วมกับหัวปากกา

00:14:19.677 --> 00:14:20.379
แน่นอนล่ะ

00:14:20.957 --> 00:14:26.036
จะเขียนได้ต้องมีไส้ปากกาที่บรรจุหมึกไว้อยู่นะคะ

00:14:26.274 --> 00:14:27.772
เอาไว้สำหรับเขียนนะ

00:14:28.382 --> 00:14:31.039
นี่คือระบบปากกาลูกลื่นที่ครูยกตัวอย่าง

00:14:31.788 --> 00:14:33.236
เราใช้วิธีการวิเคราะห์ระบบ

00:14:33.260 --> 00:14:35.431
ด้วยการดูโครงสร้างภายนอก

00:14:35.761 --> 00:14:37.142
แล้วก็ดูโครงสร้างภายใน

00:14:37.430 --> 00:14:40.437
ดูหน้าที่ของเขา สังเกตเขาสัมพันธ์กันนะคะ

00:14:40.625 --> 00:14:43.216
ถ้าครูหมุน ไส้ปากกาก็โผล่ออกมา

00:14:43.534 --> 00:14:47.227
หมึกก็จะถูกกระจายเข้าไปยังไส้ปากกาใช่ไหมคะ

00:14:47.596 --> 00:14:49.907
ทำให้เราสามารถเขียนได้นะ

00:14:52.430 --> 00:14:55.246
ถ้าเกิดปัญหาขึ้นมาล่ะคะ

00:14:56.062 --> 00:14:59.189
ถ้าเกิดปัญหาขึ้นมาว่า...

00:15:01.453 --> 00:15:04.902
ปากกาของนักเรียนนี่ หัวปากกาแตกค่ะนักเรียน

00:15:05.691 --> 00:15:07.269
จะส่งผลอย่างไรคะ

00:15:07.582 --> 00:15:08.992
ต่อการเขียนของนักเรียนน่ะค่ะ

00:15:11.442 --> 00:15:17.879
หัวปากกาแตก มันก็จะมีส่วนที่เกี่ยวข้อง

00:15:18.644 --> 00:15:20.227
ก็คือไส้ปากกาใช่ไหมคะ

00:15:20.252 --> 00:15:23.028
ทำให้เราไม่สะดวกต่อการควบคุม

00:15:23.053 --> 00:15:25.397
การหมุนไส้ปากกานะคะ

00:15:25.632 --> 00:15:28.626
ไส้ปากกาก็โยกไปมา ควบคุมการเขียนยาก

00:15:29.008 --> 00:15:30.236
เส้นไม่ชัดเจน

00:15:30.690 --> 00:15:33.752
ดังนั้นเราจะเห็นว่าส่วนใดส่วนหนึ่ง

00:15:34.122 --> 00:15:36.824
อะไรก็ตามที่มันทำงานไม่สมบูรณ์

00:15:36.849 --> 00:15:42.231
มันก็จะมีผลไปถึงภาพรวมของระบบนะคะ

00:15:42.490 --> 00:15:45.100
อย่างเช่นตัวนี้ก็ถึง... อาจถึงขั้นเขียนไม่ได้เลย

00:15:45.161 --> 00:15:47.528
ก็ต้องซื้อปากกาใหม่ใช่ไหมคะ

00:15:47.861 --> 00:15:49.850
นั่นคือความสัมพันธ์ของแต่ละส่วน

00:15:51.270 --> 00:15:53.019
ในแต่ละระบบนะคะ

00:15:54.780 --> 00:15:58.901
โทรศัพท์มือถือค่ะ นักเรียนคุ้นเคยมากเลย

00:15:58.926 --> 00:16:01.269
นักเรียนเคยแกะดูไหมว่ามันมีอะไรบ้าง

00:16:02.517 --> 00:16:03.384
มันมีอะไรบ้างคะ

00:16:03.682 --> 00:16:06.379
นักเรียนอาจเคยเห็นนะ ว่าหนูรู้ค่ะ

00:16:06.404 --> 00:16:09.468
ว่ามีแบตเตอรี่ค่ะ เป็นแหล่งให้พลังงานค่ะ

00:16:10.711 --> 00:16:14.044
ส่วนที่ชอบมักจะเป็นปัญหานะ แบตเตอรี่

00:16:14.752 --> 00:16:17.769
นอกจากนี้นะคะนักเรียน ก็จะมีอะไรอีกคะ

00:16:18.393 --> 00:16:22.088
มีหน่วยควบคุมระบบเสียงค่ะ ควบคุมไมโครโฟน

00:16:22.174 --> 00:16:24.976
ควบคุมลำโพงนะคะ มีชุดกล้องค่ะ

00:16:25.001 --> 00:16:26.217
นักเรียนชอบถ่ายรูปนะ

00:16:26.536 --> 00:16:30.461
มีเอาไว้สำหรับบันทึกภาพถ่าย มีวิดีโอก็ได้นะ

00:16:31.432 --> 00:16:33.412
หน้าจอนะคะ แสดงผลนะ

00:16:33.666 --> 00:16:37.538
เราสามารถรับ-ส่งข้อมูลโดยการพิมพ์สัมผัส

00:16:37.785 --> 00:16:39.584
ระบบพิมพ์สัมผัสก็ได้นะคะ

00:16:39.966 --> 00:16:42.064
ถ้าพิจารณาไปที่ภายใน

00:16:42.089 --> 00:16:45.350
แน่นอน โทรศัพท์ก็ต้องมีแผงวงจรใช่ไหมคะ

00:16:45.691 --> 00:16:47.841
ซึ่งแผงวงจรนั้นก็จะประกอบด้วย

00:16:47.866 --> 00:16:50.260
หน่วยประมวลผลต่าง ๆ ใช่ไหมคะ

00:16:50.564 --> 00:16:53.674
มีหน่วยประมวลผล มีหน่วยความจำนะคะ

00:16:53.699 --> 00:16:56.808
มีหน่วยควบคุมหน้าจอสัมผัสด้วยนะคะ

00:16:57.170 --> 00:16:58.744
อันนี้เป็นการยกตัวอย่างว่า

00:16:58.968 --> 00:17:01.788
ระบบโทรศัพท์มือถือของเรานี่ ข้างในของมันน่ะ

00:17:01.835 --> 00:17:04.585
ก็มีส่วนต่าง ๆ มากมายใช่ไหมคะ

00:17:06.063 --> 00:17:07.083
เป็นอย่างไรบ้างคะ

00:17:07.108 --> 00:17:11.903
สำหรับการวิเคราะห์ระบบนะคะ

00:17:12.084 --> 00:17:15.251
ทั้งทางธรรมชาติและสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น

00:17:15.825 --> 00:17:17.917
อาจจะมีหลาย ๆ ระบบกว่านี้ค่ะนักเรียนคะ

00:17:17.942 --> 00:17:20.548
อันนี้ครูก็ยกตัวอย่างมาเล็กน้อยนะคะ

00:17:20.803 --> 00:17:22.142
ถ้านักเรียนสนใจเพิ่มเติม

00:17:22.167 --> 00:17:24.112
เอ๊ะ การหายใจของมนุษย์เป็นอย่างไร

00:17:24.344 --> 00:17:26.167
นักเรียนสามารถไปค้นได้นะคะ

00:17:26.196 --> 00:17:28.708
ที่ลิงก์ที่ครูแนบไว้ตรงนี้นะคะ

00:17:29.768 --> 00:17:31.315
เพราะฉะนั้น ในวันนี้นะคะ

00:17:31.350 --> 00:17:34.438
ครูก็ขอชื่นชมนักเรียนนะคะ

00:17:34.515 --> 00:17:38.255
ที่เรียนจนถึงสุดท้ายเลยสำหรับหัวข้อนี้

00:17:38.297 --> 00:17:41.148
ก็หวังว่านักเรียนจะมีความเข้าใจ

00:17:41.173 --> 00:17:44.745
และสามารถนำความรู้เกี่ยวกับระบบตัวนี้

00:17:45.005 --> 00:17:47.348
ไปใช้ในหัวข้อต่อไปได้นะคะ

00:17:47.662 --> 00:17:50.504
พบกันใหม่ในหัวข้อต่อไปนะคะ สวัสดีค่ะ

00:17:51.997 --> 00:18:06.611
[เสียงดนตรี]