﻿WEBVTT

00:00:00.032 --> 00:00:31.926
[เสียงดนตรี]

00:00:32.457 --> 00:00:33.627
(ดร.พิมพร) สวัสดีค่ะนักเรียนคะ

00:00:33.651 --> 00:00:36.388
พบกับครูอ้อมอีกเช่นเคย ในวิชาเทคโนโลยี

00:00:36.412 --> 00:00:38.148
(การออกแบบและเทคโนโลยี) ค่ะ

00:00:38.735 --> 00:00:39.552
ที่นักเรียนทราบแล้ว

00:00:39.576 --> 00:00:41.948
ว่าในวิชานี้ประกอบด้วยเนื้อหา 7 บท

00:00:42.280 --> 00:00:43.190
ซึ่ง 3 บทแรก

00:00:43.214 --> 00:00:45.847
อยู่ในส่วนที่เรียกว่า "เทคโนโลยีน่ารู้"

00:00:46.261 --> 00:00:50.348
วันนี้เป็นหัวข้อที่ 2 ในบทที่ 2 นะคะ

00:00:50.657 --> 00:00:51.588
ชื่อเรื่องว่า

00:00:51.768 --> 00:00:54.515
"ตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี"

00:00:55.657 --> 00:00:56.987
จุดประสงค์ของหัวข้อนี้

00:00:57.012 --> 00:00:59.217
ก็คือนักเรียนต้องสามารถวิเคราะห์

00:00:59.241 --> 00:01:01.542
การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีทางการแพทย์

00:01:01.566 --> 00:01:02.948
และด้านสิ่งแวดล้อมได้

00:01:03.337 --> 00:01:05.748
รวมถึงต้องสามารถคาดการณ์แนวโน้ม

00:01:05.772 --> 00:01:08.650
เทคโนโลยีที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้เช่นกัน

00:01:09.071 --> 00:01:11.420
จะวิเคราะห์อย่างไร จะคาดการณ์อย่างไร

00:01:11.745 --> 00:01:13.428
วันนี้เราจะได้เรียนรู้กันนะคะ

00:01:13.959 --> 00:01:14.883
หลายคนอาจสงสัยว่า

00:01:14.907 --> 00:01:16.423
เอ๊ะ ทำไมต้องเป็นเรื่องของ

00:01:16.447 --> 00:01:17.653
เทคโนโลยีทางการแพทย์

00:01:18.430 --> 00:01:20.748
และทำไมต้องเป็นด้านสิ่งแวดล้อม

00:01:21.089 --> 00:01:24.628
ก็เพราะว่าในสถานการณ์ของโลกปัจจุบันนี่ค่ะ

00:01:24.738 --> 00:01:28.473
กลุ่มประชากรที่จัดว่าเป็นกลุ่มผู้สูงวัย

00:01:28.497 --> 00:01:30.044
หรืออายุ 60 ปีขึ้นไปนี่

00:01:30.369 --> 00:01:31.790
มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น

00:01:32.472 --> 00:01:34.508
เพราะฉะนั้น อาจจะเนื่องมาจาก

00:01:34.532 --> 00:01:37.481
สาเหตุอัตราการเกิดลดลง

00:01:37.900 --> 00:01:42.265
หรือประสิทธิภาพในการรักษาพยาบาลนี่มากขึ้น

00:01:42.289 --> 00:01:46.555
ก็จะทำให้ผู้สูงอายุนี่มีจำนวนมากทั่วโลก

00:01:46.587 --> 00:01:50.376
แม้แต่สถิติของประเทศกลุ่มอาเซียน

00:01:50.669 --> 00:01:52.788
รวมทั้งไปเปรียบเทียบกับอีก 3 ประเทศ

00:01:52.812 --> 00:01:54.828
นั่นก็คือ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และจีน นี่

00:01:55.248 --> 00:01:58.068
เราจะเห็นว่าประเทศไทย

00:01:58.590 --> 00:02:03.018
มีสัดส่วนของประชากรถึงร้อยละ 15.36

00:02:03.042 --> 00:02:04.108
เป็นผู้สูงวัย

00:02:04.472 --> 00:02:05.915
จากประชากรทั้งหมดนะคะ

00:02:06.391 --> 00:02:09.028
ร้อยละ 15.36 คือ กลุ่มผู้สูงวัย

00:02:10.154 --> 00:02:13.268
ถ้าเทียบกับกลุ่มประเทศที่เอามาเปรียบเทียบกันนี่

00:02:13.292 --> 00:02:14.970
นักเรียนจะเห็นว่าข้อมูลนี้

00:02:15.280 --> 00:02:17.907
ประเทศไทยถือว่าอยู่ในอันดับ 4

00:02:18.510 --> 00:02:20.598
รองจากญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และจีน

00:02:20.883 --> 00:02:23.323
และเป็นสัดส่วนที่เป็นอันดับ 1

00:02:23.347 --> 00:02:25.148
เมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศอาเซียน

00:02:25.854 --> 00:02:28.228
เพราะฉะนั้น ในฐานะที่เราเป็นคนหนึ่ง

00:02:28.252 --> 00:02:31.951
ที่กำลังจะอยู่ในสังคมผู้สูงวัย

00:02:31.975 --> 00:02:34.776
เราก็ต้องเรียนรู้การรักษาพยาบาลผู้สูงวัย

00:02:35.196 --> 00:02:37.736
รวมถึงอีกประเด็นหนึ่งนะคะ

00:02:37.760 --> 00:02:40.088
นั่นก็คือเทคโนโลยีทางการแพทย์นี้

00:02:40.112 --> 00:02:43.868
ถือว่าเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยดำรงเผ่าพันธุ์มนุษย์

00:02:44.584 --> 00:02:47.580
เพราะฉะนั้น จึงจำเป็นและมีความสำคัญ

00:02:48.008 --> 00:02:48.914
ที่จะต้องเรียนรู้

00:02:48.938 --> 00:02:51.588
การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีด้านนี้

00:02:52.841 --> 00:02:56.131
อีกเรื่อง ด้านหนึ่งค่ะ สถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อม

00:02:57.273 --> 00:03:00.255
แน่นอนค่ะ ว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่มีการพัฒนา

00:03:00.286 --> 00:03:04.108
โดยไม่ตระหนักถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมนี้

00:03:04.132 --> 00:03:06.194
ก็จะเกิดมลภาวะด้านต่าง ๆ 

00:03:06.219 --> 00:03:08.538
อย่างเช่น มลภาวะทางอากาศ

00:03:09.006 --> 00:03:11.708
ซึ่งเกิดจากการขยายตัวของเมือง

00:03:11.732 --> 00:03:12.788
ของชุมชนเมือง

00:03:12.812 --> 00:03:13.908
การใช้รถยนต์

00:03:14.320 --> 00:03:17.068
หรือการทำธุรกิจ

00:03:17.648 --> 00:03:19.402
ภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม

00:03:19.426 --> 00:03:21.428
ก็อาจจะเกิดมลภาวะทางอากาศ

00:03:21.940 --> 00:03:23.444
รวมถึงสารปนเปื้อน

00:03:23.468 --> 00:03:26.828
ที่ถูกปล่อยลงสู่แม่น้ำ ลำคลอง หรือทะเล

00:03:27.391 --> 00:03:31.706
จากการผลิตระบบทางอุตสาหกรรมหรือชุมชน

00:03:32.095 --> 00:03:33.188
ที่มีความหนาแน่น

00:03:33.630 --> 00:03:38.555
รวมถึงการกำจัดขยะที่ไม่เป็นระบบ

00:03:38.579 --> 00:03:40.202
ก็อาจจะก่อให้เกิดปัญหา

00:03:40.226 --> 00:03:42.772
ทางการจัดการขยะได้ด้วย

00:03:42.796 --> 00:03:44.956
เพราะฉะนั้น เราจึงต้องเรียนรู้

00:03:44.980 --> 00:03:48.202
เรื่องของเทคโนโลยีการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

00:03:48.227 --> 00:03:53.135
เพื่อที่จะช่วยกันให้เรียนรู้

00:03:53.627 --> 00:03:54.828
และใช้เทคโนโลยีนั้น

00:03:54.852 --> 00:03:57.619
ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสิ่งแวดล้อมด้วย

00:03:58.094 --> 00:03:59.601
ดังนั้น จึงเป็นที่มาของ

00:04:00.533 --> 00:04:03.428
หัวข้อที่เราจะได้เรียนในวันนี้นะคะ

00:04:04.444 --> 00:04:06.228
ก่อนอื่นขอทบทวนก่อนว่า

00:04:06.387 --> 00:04:07.948
เอ๊ะ สาเหตุหรือปัจจัย

00:04:07.972 --> 00:04:09.429
การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีนี่

00:04:09.453 --> 00:04:11.868
นักเรียนจำได้หรือเปล่าคะ ในหัวข้อที่แล้ว

00:04:12.471 --> 00:04:15.348
มีกี่สาเหตุหรือมีกี่ปัจจัยคะ

00:04:17.459 --> 00:04:20.228
มี 5 สาเหตุ 5 ปัจจัยค่ะ

00:04:20.926 --> 00:04:22.783
นั่นก็คือความต้องการของมนุษย์

00:04:22.807 --> 00:04:25.828
เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาใช่ไหมคะ

00:04:25.852 --> 00:04:27.490
เป็นสาเหตุหรือปัจจัยหลักเลย

00:04:28.109 --> 00:04:29.597
ร่วมกันกับองค์ความรู้

00:04:29.621 --> 00:04:31.511
และความก้าวหน้าของศาสตร์ต่างๆ

00:04:31.851 --> 00:04:34.129
เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม

00:04:34.168 --> 00:04:35.588
รวมถึงสิ่งแวดล้อมด้วย

00:04:35.981 --> 00:04:38.906
เพราะฉะนั้น ในวันนี้ในเรื่องของการพิจารณา

00:04:38.930 --> 00:04:42.028
ลักษณะการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีนี่

00:04:42.361 --> 00:04:45.633
เราก็ต้องคำนึงถึงสาเหตุหรือปัจจัยเหล่านี้เสมอ

00:04:47.100 --> 00:04:48.341
เป็นองค์ประกอบหนึ่ง

00:04:48.365 --> 00:04:50.134
ที่จะช่วยพิจารณาการเปลี่ยนแปลง

00:04:50.158 --> 00:04:51.856
ของเทคโนโลยีได้ด้วยนะคะ

00:04:52.293 --> 00:04:53.749
เรามาเริ่มพิจารณา

00:04:54.253 --> 00:04:56.340
การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีกันค่ะ

00:04:57.030 --> 00:04:58.408
เริ่มจากการเปลี่ยนแปลง

00:04:58.432 --> 00:04:59.916
ทางเทคโนโลยีทางการแพทย์

00:05:00.138 --> 00:05:01.838
และด้านสุขภาพนะคะ

00:05:02.456 --> 00:05:05.195
อุปกรณ์ที่นักเรียนเห็นในภาพนี้

00:05:06.377 --> 00:05:08.787
เรียกว่า "เครื่องเป่าความดันลม"

00:05:09.192 --> 00:05:10.188
หรือ "CPAP"

00:05:11.339 --> 00:05:13.688
เครื่องเป่าความดันลมนี้มีลักษณะอย่างไร

00:05:14.426 --> 00:05:16.096
ก็เป็นเทคโนโลยีหนึ่งนะคะ

00:05:16.120 --> 00:05:19.446
ที่ช่วยเปิดขยายทางเดินหายใจ

00:05:19.470 --> 00:05:22.501
สำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับการนอนกรน

00:05:22.898 --> 00:05:23.799
นอนหลับไม่สนิท

00:05:23.823 --> 00:05:26.865
หรืออาจมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

00:05:27.713 --> 00:05:30.668
เพราะฉะนั้น จึงมีเทคโนโลยีชนิดนี้ขึ้นมา

00:05:31.270 --> 00:05:33.388
เรียกว่า "เครื่องเป่าความดันลม" นี่แหละนะคะ

00:05:33.832 --> 00:05:37.468
หลักการเครื่องเป่าความดันลมทำงานอย่างไร

00:05:37.920 --> 00:05:40.701
ก็มีการดูดอากาศจากภายนอก

00:05:40.725 --> 00:05:42.329
เข้าสู่ตัวเครื่องนี้นะคะ

00:05:42.860 --> 00:05:44.659
ผ่านแผ่นกรองกรองฝุ่น

00:05:45.126 --> 00:05:48.722
แล้วจึงผลิตแรงดันอากาศนั้นผ่านส่งต่อ

00:05:48.888 --> 00:05:52.812
ส่งต่อเข้าไปทางท่อนะคะ

00:05:53.221 --> 00:05:57.736
จนถึงส่วนครอบจมูก สำหรับผู้ใช้

00:05:58.608 --> 00:06:01.668
แล้วก็ผ่านเข้าไปสู่ระบบทางเดินหายใจ

00:06:02.192 --> 00:06:03.572
ของผู้ใช้นั่นเอง

00:06:04.493 --> 00:06:07.580
เพราะฉะนั้น มีสาเหตุหรือปัจจัย

00:06:08.476 --> 00:06:10.826
ที่ทำให้เกิดเทคโนโลยีตรงนี้ขึ้นมา

00:06:11.243 --> 00:06:14.858
ก็ด้วยเนื่องจากว่ามนุษย์นี่แหละค่ะ

00:06:14.883 --> 00:06:16.823
มีความต้องการแก้ปัญหาการนอนกรน

00:06:16.847 --> 00:06:17.908
หรือว่าการนอนหลับไม่สนิท

00:06:18.622 --> 00:06:19.904
รวมถึงความก้าวหน้า

00:06:19.928 --> 00:06:21.410
ของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

00:06:21.434 --> 00:06:25.108
ก็สามารถทำให้ผลิตเครื่องเป่าความดันลม

00:06:25.132 --> 00:06:27.201
หรือ CPAP ขึ้นมาได้

00:06:28.042 --> 00:06:29.281
เอ๊ะ นักเรียนเห็นสภาพ

00:06:29.979 --> 00:06:31.209
รูปแบบนี้

00:06:31.233 --> 00:06:34.685
เห็นลักษณะการใช้งานที่ผู้ใช้ต้องนอนอยู่แบบนี้

00:06:34.709 --> 00:06:37.193
นักเรียนคิดว่าจะมีข้อจำกัด

00:06:37.217 --> 00:06:40.706
หรือว่ามีปัญหาในการใช้หรือเปล่าคะ

00:06:42.094 --> 00:06:45.388
นักเรียนลองคิดนะคะ ว่า เอ๊ะ จะมีข้อจำกัดไหม

00:06:45.832 --> 00:06:47.528
ขนาดว่าจะสามารถช่วย

00:06:47.552 --> 00:06:49.804
ในการนอนกรนนั้นด้วยได้แล้วนะ

00:06:51.144 --> 00:06:52.197
แน่นอนค่ะ

00:06:52.876 --> 00:06:55.086
ว่าเมื่อไหร่ก็ตามเมื่อมีผู้ใช้

00:06:55.110 --> 00:06:57.111
ที่มีลักษณะแตกต่างกันนี่

00:06:58.141 --> 00:07:01.348
ปัญหาหรือว่าความไม่สะดวกก็ต้องเกิดขึ้นแน่นอน

00:07:02.045 --> 00:07:04.507
อย่างเช่น ในเรื่องของเครื่อง CPAP นี่

00:07:05.404 --> 00:07:08.380
เรื่องของขนาดอุปกรณ์ที่ไม่เหมาะสมนี่

00:07:08.404 --> 00:07:10.110
มีสามารถเกิดขึ้นได้แน่นอน

00:07:10.134 --> 00:07:12.868
เพราะว่าหน้าตาของแต่ละคนนี่

00:07:12.892 --> 00:07:14.512
แตกต่างกันใช่ไหมคะ

00:07:14.536 --> 00:07:15.550
รูปร่างหน้าตา

00:07:15.907 --> 00:07:16.427
เพราะฉะนั้น

00:07:16.451 --> 00:07:18.908
อุปกรณ์ก็อาจจะไม่เหมาะสมสำหรับบางคน

00:07:19.257 --> 00:07:25.459
หรือกรณีที่มีการใช้เป็นเวลานาน ๆ นี่

00:07:25.483 --> 00:07:27.094
ก็อาจจะมีอาการข้างเคียง

00:07:27.118 --> 00:07:30.028
อย่างเช่น อาการคัดจมูก ปวดจมูก

00:07:30.401 --> 00:07:34.628
เลือดกำเดาไหล หรือมีอาการเกิดรอยกดทับ

00:07:34.715 --> 00:07:36.459
เพราะว่าใช้นานเกินไป

00:07:36.767 --> 00:07:39.588
แบบนี้ก็ถือว่าเป็นข้อจำกัดของเครื่อง CPAP

00:07:40.262 --> 00:07:42.719
ที่ทำให้ไม่สะดวกต่อการใช้งาน

00:07:43.639 --> 00:07:44.828
ถ้าเป็นแบบนี้

00:07:44.852 --> 00:07:46.888
นักเรียนสามารถคาดการณ์ได้ไหมคะ

00:07:46.912 --> 00:07:49.502
ว่าแล้วเครื่องนอนกรน...

00:07:49.823 --> 00:07:51.827
เครื่องช่วยแก้ปัญหาการนอนกรนนี่

00:07:52.224 --> 00:07:54.738
ในอนาคตนี่มันควรจะเป็นรูปแบบไหน

00:07:56.555 --> 00:07:58.802
นักเรียนคิดว่าจะเป็นรูปแบบไหนได้บ้างคะ

00:07:58.826 --> 00:08:03.580
เพื่อที่จะแก้ไขหรือว่าแก้ปัญหาข้อจำกัด

00:08:03.604 --> 00:08:08.028
ที่ ณ ปัจจุบันนี้ เครื่อง CPAP มีข้อจำกัดนี้อยู่

00:08:09.948 --> 00:08:11.142
ให้นักเรียนลองคิดนะคะ

00:08:13.221 --> 00:08:14.492
อาจจะยังคิดไม่ออก

00:08:14.658 --> 00:08:19.268
แต่ว่าตอนนี้นะคะ แนวโน้มที่จะเกิดขึ้น

00:08:20.149 --> 00:08:21.351
เกี่ยวกับเทคโนโลยี

00:08:21.375 --> 00:08:23.508
ที่ช่วยแก้ปัญหาการนอนกรนนี่ค่ะ

00:08:24.182 --> 00:08:26.868
มันมีกลุ่มผู้วิจัย

00:08:26.892 --> 00:08:28.781
ทางด้านวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์นะคะ

00:08:28.806 --> 00:08:31.948
ได้สามารถพัฒนาเครื่องมือ

00:08:31.972 --> 00:08:34.487
ที่เรียกว่า "หมอนตุ๊กตา" ค่ะนักเรียน

00:08:35.104 --> 00:08:38.009
หมอนตุ๊กตานี้ ช่วยลดปัญหาการนอนได้อย่างไร

00:08:39.017 --> 00:08:42.868
เพราะว่ามีไมโครโฟนตรวจจับเสียงกรนค่ะ

00:08:43.646 --> 00:08:45.971
แล้วก็นอกจากนี้ก็ยังมีอุปกรณ์

00:08:45.995 --> 00:08:48.594
ที่ตรวจวัดความเข้มข้นของออกซิเจนในเลือด

00:08:48.983 --> 00:08:50.900
ติดไว้ที่ปลายนิ้วของผู้ป่วยด้วย

00:08:51.661 --> 00:08:55.661
หลังจากที่มีการได้รับสัญญาณแล้ว

00:08:55.701 --> 00:08:56.998
ได้ตรวจจับเสียงกรนแล้ว

00:08:57.022 --> 00:08:58.332
ก็จะส่งสัญญาณไป

00:08:58.356 --> 00:09:02.109
ให้ตุ๊กตานี่สามารถยกแขนดันศีรษะของผู้ป่วย

00:09:02.593 --> 00:09:04.028
ให้เปลี่ยนท่านอนได้

00:09:04.512 --> 00:09:07.988
เพื่อที่จะได้หายใจได้สะดวก คล่องยิ่งขึ้น

00:09:09.248 --> 00:09:10.840
นี่ก็คือสามารถแก้ปัญหา

00:09:10.865 --> 00:09:13.178
เรื่องของไม่ต้องมีอุปกรณ์อะไรมาครอบจมูก

00:09:13.288 --> 00:09:16.429
ก็จะเกิดความสะดวกกับผู้ใช้ใช่ไหมคะ

00:09:16.985 --> 00:09:20.056
ก็ถือว่าเป็นแนวโน้มที่จะเกิดเทคโนโลยีขึ้น

00:09:20.818 --> 00:09:24.028
สังเกตว่าการพัฒนาเทคโนโลยีประเภทนี้

00:09:25.051 --> 00:09:26.690
เป็นการแก้ปัญหา

00:09:27.190 --> 00:09:29.748
เรื่องของความไม่สะดวกของผู้ใช้ได้

00:09:30.422 --> 00:09:34.210
นักเรียนจะเห็นนะคะ ว่าการคาดการณ์นี้

00:09:34.595 --> 00:09:36.817
ต้องอยู่บนพื้นฐานของสภาพปัญหา

00:09:37.174 --> 00:09:39.911
หรือว่าสภาพการใช้งานที่มันไม่สะดวก

00:09:40.194 --> 00:09:41.633
ต่อการใช้งานนั่นเอง

00:09:43.005 --> 00:09:45.599
ท้ายที่สุดแล้ว ตัวนี้ก็ยังคงเป็นแค่แนวโน้ม

00:09:45.624 --> 00:09:47.056
ของเทคโนโลยีอยู่นะคะ

00:09:47.087 --> 00:09:49.308
ยังเป็นต้นแบบ ฉบับต้นแบบ

00:09:49.662 --> 00:09:52.262
ยังอยู่ในระดับการทดลองอยู่

00:09:52.679 --> 00:09:55.532
เพราะฉะนั้น ก็ยังถือว่ายังไม่ได้นำมาใช้จริง

00:09:55.556 --> 00:09:57.518
ในกับผู้ป่วยนะคะ

00:09:59.089 --> 00:10:00.419
อีกตัวอย่างหนึ่งค่ะ

00:10:00.712 --> 00:10:05.268
เรื่องของการเปลี่ยนแปลงหูฟังที่แพทย์ใช้ตรวจ

00:10:05.816 --> 00:10:07.466
สุขภาพของผู้ป่วยนะคะ

00:10:08.601 --> 00:10:09.555
ก่อนหน้านี้นะคะ

00:10:09.579 --> 00:10:13.497
หูฟังในยุคโบราณนั้นทำจากไม้

00:10:14.314 --> 00:10:15.457
แน่นอน ทำจากไม้

00:10:15.481 --> 00:10:20.306
ก็ต้องมีปัญหาเรื่องของขนาดของหูฟังนี่แหละ

00:10:20.505 --> 00:10:23.372
ที่มันมีขนาดใหญ่เกินไป มีน้ำหนักมากเกินไป

00:10:23.396 --> 00:10:24.588
พกพาไม่สะดวก

00:10:25.365 --> 00:10:30.228
และก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องการแก้ไขปัญหานี้

00:10:30.553 --> 00:10:33.776
รวมถึงความก้าวหน้าของเทคโนโลยีด้านวัสดุ

00:10:34.181 --> 00:10:35.745
และองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์

00:10:36.419 --> 00:10:37.586
เกี่ยวข้องกับเสียงนี่

00:10:38.101 --> 00:10:41.399
ทำให้สามารถใช้ผลิต

00:10:42.057 --> 00:10:45.399
หรือว่าพัฒนาต่อยอดมาเป็นหูฟังแพทย์ทั่วไป

00:10:45.423 --> 00:10:46.613
เหมือนที่นักเรียนเห็นในรูป

00:10:47.382 --> 00:10:51.097
ก็จะสามารถทำให้มีขนาดเล็ก มีน้ำหนักเบา

00:10:51.525 --> 00:10:53.795
อย่างไรก็ตาม หูฟังแพทย์ทั่วไปนี่

00:10:53.819 --> 00:10:56.586
ตอนนี้ก็ยังมีข้อจำกัดอยู่

00:10:57.157 --> 00:10:58.828
อย่างเช่นมีเสียงรบกวน

00:10:59.391 --> 00:11:02.941
และผู้ใช้หรือว่าแพทย์ผู้วินิจฉัยนี่

00:11:03.291 --> 00:11:05.908
ก็ต้องใช้ความชำนาญเฉพาะบุคคล

00:11:06.511 --> 00:11:07.642
ไม่สามารถบันทึกเสียง

00:11:07.666 --> 00:11:10.544
หรือที่ได้ยินเป็นสัญญาณภาพให้เห็นได้

00:11:10.568 --> 00:11:13.628
เพราะฉะนั้น การ... ก็ต้องแก้ปัญหาไปอีก

00:11:14.834 --> 00:11:16.830
ตอนนี้ เนื่องจากมีความก้าวหน้า

00:11:16.854 --> 00:11:18.308
ของเทคโนโลยีด้านอิเล็กทรอนิกส์

00:11:18.332 --> 00:11:18.988
และคอมพิวเตอร์

00:11:19.329 --> 00:11:21.948
จึงสามารถพัฒนาหูฟังแพทย์

00:11:22.122 --> 00:11:23.298
เป็นหูฟังอิเล็กทรอนิกส์

00:11:23.965 --> 00:11:25.691
เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์

00:11:25.715 --> 00:11:27.429
ผ่านสัญญาณบลูทูธได้แล้วนะคะ

00:11:28.032 --> 00:11:31.148
นั่นก็สามารถทำให้เห็นสัญญาณ

00:11:31.743 --> 00:11:34.476
มีการแปลงสัญญาณเสียงเป็นสัญญาณภาพ

00:11:34.500 --> 00:11:37.215
ทำให้วินิจฉัยได้แม่นยำยิ่งขึ้น

00:11:38.306 --> 00:11:39.228
อย่างนี้แหละค่ะ

00:11:39.252 --> 00:11:41.373
คือ ตัวอย่างของการเปลี่ยนแปลง

00:11:41.397 --> 00:11:42.683
เทคโนโลยีทางการแพทย์

00:11:43.277 --> 00:11:45.209
ที่เกิดจากข้อจำกัด

00:11:45.832 --> 00:11:48.413
ขณะใช้ไป ใช้ไป ก็เกิดข้อจำกัด

00:11:48.937 --> 00:11:51.148
ก็มีการพัฒนาขึ้นมาเรื่อย ๆ เรื่อย ๆ

00:11:51.465 --> 00:11:53.377
ก็ไม่แน่ว่าในอนาคตนี้

00:11:53.401 --> 00:11:56.020
หูฟังแพทย์อาจจะอยู่ในรูปแบบอื่น

00:11:56.575 --> 00:11:58.548
ก็ต้องถูกพัฒนา

00:11:58.572 --> 00:12:01.708
ปรับปรุงไปตามสภาพปัญหาที่เป็นอยู่

00:12:02.319 --> 00:12:03.308
นี่ก็เป็นตัวอย่าง

00:12:03.332 --> 00:12:05.188
ของการเปลี่ยนแปลงทางการแพทย์นะคะ

00:12:06.378 --> 00:12:08.148
แล้วตัวอย่างการเปลี่ยนแปลง

00:12:08.172 --> 00:12:10.656
เทคโนโลยีทางด้านสิ่งแวดล้อมนะคะ

00:12:11.615 --> 00:12:14.866
นักเรียนคิดถึงเทคโนโลยีใดบ้าง

00:12:16.430 --> 00:12:18.128
บรรจุภัณฑ์ค่ะนักเรียนคะ

00:12:19.047 --> 00:12:22.309
ตอนนี้มีปัญหากันมากเรื่องของสิ่งแวดล้อม

00:12:22.333 --> 00:12:25.588
ที่มีบรรจุภัณฑ์ที่เป็นประเภทพลาสติก

00:12:25.612 --> 00:12:27.788
หรือวัสดุที่ย่อยสลายยาก

00:12:28.247 --> 00:12:31.132
อย่างเช่น เริ่มต้นที่เราพิจารณากัน

00:12:31.560 --> 00:12:32.988
บรรจุภัณฑ์ประเภทโฟม

00:12:33.392 --> 00:12:36.552
จริง ๆ แล้ว ก็มีข้อดีอยู่นะคะ ก็มีข้อดีอยู่

00:12:36.854 --> 00:12:39.985
อย่างเช่น พกพาสะดวก เราไม่ต้องล้าง

00:12:40.009 --> 00:12:41.308
เพราะฉะนั้น ก็สอดคล้อง

00:12:41.332 --> 00:12:45.068
กับวิถีชีวิตที่มันต้องรีบเร่งทำงานใช่ไหมคะ

00:12:45.560 --> 00:12:48.412
แต่อย่างไรก็ตาม เขาก็มีข้อจำกัด ข้อเสีย

00:12:49.054 --> 00:12:52.268
เพราะว่ามีองค์ประกอบ คือ สารสไตรีน

00:12:52.760 --> 00:12:54.228
ซึ่งเป็นอันตรายต่อร่างกาย

00:12:55.094 --> 00:12:57.720
รวมทั้งเกิด... การเกิดจากการผลิต

00:12:58.606 --> 00:13:00.068
ที่เกิดจากส่วนเกิน

00:13:00.092 --> 00:13:01.828
ในกระบวนการกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม

00:13:01.852 --> 00:13:04.348
ซึ่งมีปัญหาเรื่องการย่อยสลาย

00:13:04.474 --> 00:13:06.508
จึงส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

00:13:06.912 --> 00:13:08.668
เพราะฉะนั้น ถึงแม้จะสะดวก

00:13:09.272 --> 00:13:11.692
แต่ถ้ามองในแง่สิ่งแวดล้อมนั้น

00:13:12.025 --> 00:13:14.588
เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมมากเลยนะคะ

00:13:14.739 --> 00:13:17.314
เพราะฉะนั้น ก็ต้องมีการพัฒนา

00:13:17.338 --> 00:13:20.251
หรือปรับปรุงบรรจุภัณฑ์แบบนี้ไปอีก

00:13:20.655 --> 00:13:23.005
นักเรียนคิดว่าต้องมาพัฒนาแบบไหนคะ

00:13:24.107 --> 00:13:25.054
ตอนนี้ค่ะ

00:13:25.546 --> 00:13:30.308
ตอนนี้มีบรรจุภัณฑ์ที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ

00:13:31.212 --> 00:13:33.991
ซึ่งวัสดุธรรมชาตินี้ทำจากอะไร

00:13:34.832 --> 00:13:37.868
ก็ทำจากใบไม้ค่ะ

00:13:38.804 --> 00:13:41.301
ในตรงนี้นะคะ รูปที่ครูนำมานี่

00:13:41.326 --> 00:13:43.468
ก็เป็นพัฒนาโดยคณะวิศวกรรมศาสตร์

00:13:43.492 --> 00:13:44.833
มหาวิทยาลัยนเรศวร

00:13:45.285 --> 00:13:49.532
นำใบทองกวาวมาขึ้นรูปเป็นจานและชาม

00:13:49.557 --> 00:13:50.551
เป็นบรรจุภัณฑ์

00:13:51.765 --> 00:13:54.064
ใช้แทนกล่องโฟมได้ ใส่น้ำร้อนก็ได้

00:13:54.658 --> 00:13:57.056
สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ

00:13:57.810 --> 00:14:01.068
นี่ก็ถือว่าเป็นการแก้ไขข้อจำกัดของโฟม

00:14:02.195 --> 00:14:02.748
ใช่ไหมคะ

00:14:03.438 --> 00:14:07.323
แต่เอ๊ะ ถ้านักเรียนคิดไปในแง่ของข้อจำกัด

00:14:07.418 --> 00:14:08.116
ที่เรา

00:14:08.787 --> 00:14:11.948
ถ้าเราใช้บรรจุภัณฑ์ที่ทำจากใบทองกวาวนี่

00:14:12.327 --> 00:14:13.815
นักเรียนคิดว่ามันจะมีปัญหา

00:14:13.840 --> 00:14:15.308
หรือข้อจำกัดอะไรบ้างคะ

00:14:16.077 --> 00:14:17.292
นักเรียนลองคิดดูนะคะ

00:14:17.316 --> 00:14:20.824
ว่าบรรจุภัณฑ์จากธรรมชาตินี่

00:14:21.530 --> 00:14:22.967
จะมีข้อจำกัดอะไรบ้าง

00:14:27.578 --> 00:14:29.162
นักเรียนมีเวลาคิดนะคะ

00:14:32.891 --> 00:14:36.351
อยากให้นักเรียนลองคิดสัก 30 วินาที

00:14:36.375 --> 00:14:39.454
เพื่อที่จะเป็นแนวทางในการวิเคราะห์ต่อไป

00:14:39.883 --> 00:14:41.348
ครูจะเริ่มจับเวลานะคะ

00:14:41.372 --> 00:14:43.908
ว่า เอ๊ะ มีข้อจำกัดอะไรบ้าง

00:14:45.178 --> 00:14:46.446
ตอนนี้เราอาจจะยังไม่ใช้

00:14:46.470 --> 00:14:48.828
แต่พอเราเห็นรูปหรือเห็นบรรจุภัณฑ์นี่

00:14:48.994 --> 00:14:51.468
ทราบข้อมูลนี่จะมีปัญหาอะไรบ้าง

00:14:51.492 --> 00:14:51.994
ครูเริ่มจับ...

00:14:53.125 --> 00:14:54.068
จับเวลานะคะ

00:14:54.455 --> 00:14:55.089
เริ่มค่ะ

00:15:27.651 --> 00:15:29.266
หมดเวลาค่ะ

00:15:29.944 --> 00:15:31.035
เป็นอย่างไรบ้างคะ

00:15:32.297 --> 00:15:34.607
นักเรียนสามารถคิดข้อจำกัด

00:15:34.631 --> 00:15:40.108
หรืออาจจะเป็นปัญหาที่คาดว่าจะเกิดขึ้น

00:15:40.132 --> 00:15:42.428
จากการใช้บรรจุภัณฑ์ชนิดนี้ได้ไหมคะ

00:15:43.436 --> 00:15:45.889
อันนี้เป็นสิ่งที่ครูคิดไว้ได้นะคะ

00:15:45.913 --> 00:15:46.794
แบบเร็ว ๆ นะคะ

00:15:46.857 --> 00:15:50.413
ครูคิดว่าเรื่องความคงทน

00:15:50.437 --> 00:15:52.043
หรือระยะเวลาในการใช้งานนี่

00:15:52.068 --> 00:15:56.108
มันจะคงทนได้สักประมาณเท่าไรนะ

00:15:56.591 --> 00:15:58.788
อาจจะมีปัญหาเรื่องความคงทนก็ได้

00:15:59.264 --> 00:16:01.267
และครูก็ยังคิดอีกว่า

00:16:01.489 --> 00:16:06.056
ใบทองกวาวนี่ เป็นวัตถุดิบที่มีเฉพาะถิ่นหรือไม่

00:16:06.560 --> 00:16:11.113
ถ้าหากว่าครูอยากผลิตในการค้าไปเลย

00:16:11.137 --> 00:16:12.428
อยากผลิตจำนวนมาก ๆ นี่

00:16:13.470 --> 00:16:15.680
วัตถุดิบตัวนี้ คือ ใบทองกวาวนี่

00:16:15.704 --> 00:16:17.988
จะมีเพียงพอสำหรับการผลิตหรือเปล่า

00:16:18.718 --> 00:16:20.792
เป็นพืชท้องถิ่นหรือเปล่า

00:16:21.427 --> 00:16:23.108
อาจจะเกิดปัญหาขึ้นได้

00:16:23.584 --> 00:16:26.608
นี่คือเป็นข้อจำกัดที่ครูคิดได้แบบเร็ว ๆ นะคะ

00:16:26.632 --> 00:16:28.834
นักเรียนอาจจะมีมากกว่านี้นะคะ

00:16:29.397 --> 00:16:32.388
ถ้ามองในแง่ข้อจำกัดในหัวข้อนี้

00:16:33.554 --> 00:16:34.527
นักเรียนคิดว่า

00:16:34.903 --> 00:16:38.828
บรรจุภัณฑ์ที่จะต้องผลิตจากวัสดุธรรมชาติ

00:16:38.860 --> 00:16:40.114
เพื่อทดแทนโฟมนี่

00:16:40.622 --> 00:16:42.281
ต้องมีลักษณะอย่างไรคะ

00:16:42.471 --> 00:16:46.828
ที่จะสามารถพัฒนาต่อจากภาชนะ

00:16:46.852 --> 00:16:49.469
หรือว่าบรรจุภัณฑ์ที่จากใบทองกวาว

00:16:50.206 --> 00:16:52.108
นักเรียนคิดว่าจะต้องมีลักษณะเป็นอย่างไร

00:16:53.100 --> 00:16:55.221
นี่ก็ถือว่าเป็นการคาดการณ์นะคะ

00:16:55.245 --> 00:16:56.748
เป็นการคาดการณ์ในอนาคต

00:16:57.176 --> 00:16:59.628
โดยพิจารณาจากข้อจำกัดที่เราสมมุติ

00:16:59.652 --> 00:17:03.988
ว่าจะเกิดขึ้น หรือคาดว่าจะเกิดขึ้นนะคะ

00:17:04.741 --> 00:17:05.578
เอาล่ะ เราไปดูกัน

00:17:05.602 --> 00:17:07.896
ว่าลักษณะในอนาคตของบรรจุภัณฑ์

00:17:07.920 --> 00:17:10.028
จากวัสดุธรรมชาตินี้จะเป็นอย่างไร

00:17:11.376 --> 00:17:12.102
แน่นอนค่ะ

00:17:12.126 --> 00:17:15.107
จากข้อจำกัดที่ครูคิดไว้ 3 ประเด็นนะคะ

00:17:15.132 --> 00:17:16.673
นักเรียนจะอาจจะสามารถแยกออก

00:17:16.697 --> 00:17:19.518
ในประเด็นในแง่ที่เรียกว่าเป็นวัตถุดิบ

00:17:20.573 --> 00:17:23.215
นั่นก็คือใบทองกวาวนี่ อาจมีข้อจำกัด

00:17:23.532 --> 00:17:25.268
ถ้าต้องการผลิตจำนวนมาก

00:17:25.324 --> 00:17:27.308
เพราะว่าเป็นพืชท้องถิ่น

00:17:27.879 --> 00:17:29.304
บางท้องถิ่นอาจจะไม่มี

00:17:30.067 --> 00:17:31.816
แต่ถ้ามองในแง่ของความคงทน

00:17:31.840 --> 00:17:34.564
นั่นก็แปลว่าครูมองในประเด็นของคุณภาพ

00:17:35.076 --> 00:17:36.493
ของบรรจุภัณฑ์ชนิดนี้

00:17:36.524 --> 00:17:40.715
ว่าจะสามารถมีคุณภาพ ประสิทธิภาพที่ดีหรือเปล่า

00:17:41.897 --> 00:17:43.670
เพราะฉะนั้น ในการคาดการณ์

00:17:43.694 --> 00:17:47.468
ครูก็ต้องคาดการณ์เพื่อแก้ไขข้อจำกัดนี้

00:17:48.435 --> 00:17:51.817
เพราะฉะนั้น การพัฒนาในอนาคต

00:17:51.998 --> 00:17:53.042
ก็จะต้องมีแนวทาง

00:17:53.066 --> 00:17:55.301
อย่างเช่น ใช้วัตถุดิบ หรือพืช

00:17:55.325 --> 00:17:58.348
หรืออะไรก็ตามที่มีอยู่ทั่วไป

00:17:59.760 --> 00:18:01.588
หาง่าย มีปริมาณมาก

00:18:01.707 --> 00:18:02.042
เพราะเรา...

00:18:02.628 --> 00:18:03.458
เพราะเรามองว่า

00:18:03.483 --> 00:18:04.808
มันอาจะมีข้อจำกัด

00:18:04.832 --> 00:18:06.376
ในเรื่องของการผลิตจำนวนมาก

00:18:06.418 --> 00:18:09.028
เพราะฉะนั้น เราก็ต้องใช้วัตถุดิบหรือพืช

00:18:09.647 --> 00:18:11.243
ที่มีปริมาณมากไว้ก่อน

00:18:12.148 --> 00:18:13.474
และในอนาคต

00:18:13.498 --> 00:18:16.672
มันก็อาจจะมีความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์

00:18:17.154 --> 00:18:20.947
ที่จะทำให้วัสดุนี้มีความคงทนมากยิ่งขึ้น

00:18:21.559 --> 00:18:24.905
และสามารถย่อยสลายตามธรรมชาติได้ดีด้วย

00:18:25.476 --> 00:18:26.615
เพราะฉะนั้น ครูก็คิดว่า

00:18:26.952 --> 00:18:29.028
น่าจะมีหรือว่าน่าจะพัฒนาได้

00:18:29.052 --> 00:18:31.210
นี่ก็คือการคาดการณ์ของครูนะคะ

00:18:32.480 --> 00:18:35.044
ซึ่งมันจะออกมาในลักษณะไหนล่ะ

00:18:35.781 --> 00:18:38.937
ก็อาจจะออกมาในลักษณะเป็นจานชาม

00:18:38.961 --> 00:18:40.662
หรือเป็นบรรจุภัณฑ์จากหญ้า

00:18:40.686 --> 00:18:42.947
เพราะว่าครูเห็นว่าหญ้ามันมีอยู่ทั่วไป

00:18:42.972 --> 00:18:43.990
และมีปริมาณมาก

00:18:44.379 --> 00:18:45.948
หรืออาจจะจากฟางข้าว

00:18:46.188 --> 00:18:48.388
จากใบไม้ก็ได้ ใช่ไหมคะ

00:18:49.261 --> 00:18:51.628
และก็ต้องด้วยความก้าวหน้าของวิทยาศาสตร์

00:18:51.652 --> 00:18:54.828
ที่ครูคิดว่ามันอาจจะพัฒนาไปแล้วนะ

00:18:54.852 --> 00:18:56.418
ณ ตอนอนาคตนั้น

00:18:56.791 --> 00:18:58.539
ก็อาจจะมีความคงทนมากขึ้น

00:18:58.563 --> 00:19:01.812
กันน้ำ กันไฟ หรือว่าย่อยสลายได้เร็ว

00:19:02.621 --> 00:19:04.308
หรืออาจจะมีการพัฒนา

00:19:04.332 --> 00:19:06.508
เป็นบรรจุภัณฑ์ที่รับประทานได้เลย

00:19:07.127 --> 00:19:09.656
จะสามารถลดขยะได้เลยนะคะ

00:19:09.974 --> 00:19:12.268
หรืออาจจะมีคุณสมบัติพิเศษอื่น ๆ ก็ได้

00:19:13.046 --> 00:19:16.791
ซึ่งเราก็ตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อจำกัด

00:19:17.799 --> 00:19:20.319
นี่ก็คือเป็นตัวอย่างของการคาดการณ์

00:19:20.526 --> 00:19:23.148
เทคโนโลยีในอนาคต

00:19:23.664 --> 00:19:25.388
เกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์นะคะ

00:19:25.618 --> 00:19:26.975
โดยครูใช้พื้นฐาน

00:19:27.021 --> 00:19:29.514
ก็คือข้อจำกัดที่เราคิดว่า

00:19:29.538 --> 00:19:32.028
มันอาจจะมีข้อจำกัดในการใช้นั่นเอง

00:19:33.496 --> 00:19:34.840
อีกตัวอย่างหนึ่งค่ะ

00:19:35.355 --> 00:19:37.588
เรื่องของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมนะคะ

00:19:38.254 --> 00:19:42.560
เป็นตัวอย่างของการพิจารณาการเปลี่ยนแปลง

00:19:42.761 --> 00:19:44.227
เชื้อเพลิงรถยนต์

00:19:45.251 --> 00:19:48.163
นักเรียนทราบดีว่ารถยนต์นั้นต้องใช้เชื้อเพลิง

00:19:48.187 --> 00:19:50.987
ในยุคเริ่มต้นนั้น ปัจจุบันก็มีนะคะ

00:19:51.551 --> 00:19:53.388
คือ การใช้น้ำมันเบนซิน

00:19:54.164 --> 00:19:57.173
ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นน้ำมันดิบ

00:19:58.458 --> 00:20:00.594
นำมาผสมสารเพิ่มคุณภาพ

00:20:01.165 --> 00:20:04.033
โดยมีหัวเทียนเป็นเครื่องจุดระเบิดใช่ไหมคะ

00:20:04.921 --> 00:20:06.346
แต่ข้อจำกัดของเขา

00:20:06.370 --> 00:20:08.560
ก็คือก่อให้เกิดมลภาวะทางอากาศ

00:20:08.585 --> 00:20:09.508
จากการเผาไหม้

00:20:10.047 --> 00:20:12.019
เพราะฉะนั้น จึงมีการพัฒนา

00:20:12.044 --> 00:20:14.076
เป็นน้ำมันแก๊สโซฮอล์

00:20:14.758 --> 00:20:15.734
น้ำมันแก๊สโซฮอล์นี่

00:20:15.759 --> 00:20:18.828
ก็เกิดจากการใช้น้ำมันเบนซินผสมแอลกอฮอล์

00:20:18.852 --> 00:20:21.628
ที่สกัดได้จากพืชผลทางการเกษตร

00:20:22.151 --> 00:20:23.365
ก็จะเป็นการใช้ประโยชน์

00:20:23.389 --> 00:20:26.307
ในทางการเกษตรได้ด้วยนะคะ

00:20:27.403 --> 00:20:29.428
ตัวนี้นะคะ ก็จะมีประโยชน์

00:20:29.452 --> 00:20:31.508
ตรงที่ว่าเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ

00:20:32.031 --> 00:20:33.240
กับพืชผลทางการเกษตร

00:20:33.676 --> 00:20:35.570
แล้วก็สามารถลดภาวะทางอากาศ

00:20:35.594 --> 00:20:37.747
ได้ถึง 20-25 เปอร์เซ็นต์

00:20:38.137 --> 00:20:39.388
แต่ก็ยังไม่ดีที่สุด

00:20:39.911 --> 00:20:42.062
ก็ยังมีการพัฒนามาอีก

00:20:42.824 --> 00:20:44.107
เรียกว่า "รถยนต์ไฮบริด"

00:20:44.941 --> 00:20:47.611
เป็นรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยน้ำมันเชื้อเพลิง

00:20:47.635 --> 00:20:48.548
และไฟฟ้า

00:20:48.968 --> 00:20:52.824
ซึ่งสามารถลดมลภาวะทางอากาศ

00:20:52.849 --> 00:20:54.936
ได้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว

00:20:56.079 --> 00:20:57.868
นักเรียนคิดว่าหยุดอยู่แค่นี้ไหมคะ

00:20:58.495 --> 00:21:00.388
ยังค่ะ ยังนะคะ

00:21:00.650 --> 00:21:07.028
เพราะว่ายังมีเทคโนโลยีอื่นมาทดแทนได้อีกนะคะ

00:21:07.385 --> 00:21:10.268
นั่นก็คือรถยนต์ไฟฟ้าค่ะ

00:21:10.799 --> 00:21:13.900
รถยนต์ไฟฟ้านี่ ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า

00:21:14.272 --> 00:21:15.068
แน่นอน ไม่เกิด...

00:21:15.610 --> 00:21:19.109
ไม่ก่อให้เกิดมลภาวะ มลพิษทางอากาศนะคะ

00:21:19.450 --> 00:21:21.418
กักเก็บไฟฟ้าไว้ในแบตเตอรี่

00:21:21.442 --> 00:21:24.028
แล้วก็นำมาใช้ในการขับเคลื่อนมอเตอร์

00:21:25.265 --> 00:21:27.523
ดูเหมือนว่าจะแก้ไขปัญหา

00:21:27.547 --> 00:21:29.587
ด้านมลภาวะทางอากาศได้แล้ว

00:21:30.595 --> 00:21:32.795
แล้วนักเรียนคิดว่ารถยนต์ไฟฟ้านี่

00:21:32.867 --> 00:21:34.388
มีข้อจำกัดไหมคะ

00:21:34.864 --> 00:21:37.948
หรือว่ามันจะถูกพัฒนาไปในทิศทางไหน

00:21:39.519 --> 00:21:44.588
คิดนะคะ ว่าขนาดว่าลดภาวะ มลภาวะได้แล้ว

00:21:45.263 --> 00:21:46.388
จะมีข้อจำกัดอะไรอีก

00:21:48.571 --> 00:21:50.309
ถ้านักเรียนพิจารณานะคะ

00:21:50.610 --> 00:21:54.271
ก็จะเห็นว่ารถไฟฟ้า รถยนต์ไฟฟ้าตอนนี้

00:21:54.296 --> 00:21:56.652
ส่วนใหญ่นั้นเป็นรถยนต์รุ่นเล็กนะคะ

00:21:56.677 --> 00:22:00.200
ใช้สำหรับ ใช้ในเมือง ในระยะสั้น ๆ

00:22:00.937 --> 00:22:04.068
ต้องมีสถานีบริการชาร์จไฟฟ้าอยู่เป็นระยะ ๆ

00:22:04.630 --> 00:22:08.548
แล้วก็มีชาร์จนี่ ต้องใช้เวลานาน

00:22:08.572 --> 00:22:10.068
เพราะฉะนั้น จึงไม่สะดวกเลย

00:22:11.289 --> 00:22:14.973
จึงต้องมีการพัฒนา จึงต้องมีการพัฒนา

00:22:15.520 --> 00:22:20.208
เพื่อให้ลบข้อจำกัดข้อนี้นะคะ

00:22:20.954 --> 00:22:26.335
นักเรียนคิดว่าอะไรจะสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้คะ

00:22:26.994 --> 00:22:29.268
ในอนาคตอาจจะเป็นอย่างนี้ค่ะ

00:22:29.292 --> 00:22:30.948
รูปร่างหน้าตาของรถยนต์

00:22:32.246 --> 00:22:33.297
น่าสนใจไหมคะ

00:22:33.867 --> 00:22:35.678
ก็เพราะว่ามีแนวคิดการพัฒนา

00:22:35.702 --> 00:22:37.257
ตั้งอยู่บนพื้นฐานที่เรียกว่า

00:22:38.034 --> 00:22:40.348
เนื่องจากยนต์ไฟฟ้านี่ เป็นรถยนต์รุ่นเล็ก

00:22:40.863 --> 00:22:42.408
ใช้เดินทางในระยะสั้น ๆ

00:22:42.463 --> 00:22:46.203
เพราะฉะนั้น ก็เลยมีแนวคิดว่าต้องมีการพัฒนา

00:22:46.592 --> 00:22:50.068
หาแหล่งพลังงานที่มีอยู่ทั่วไป

00:22:50.695 --> 00:22:53.148
จะได้ไม่ต้องใช้สถานีชาร์จไฟฟ้า

00:22:54.060 --> 00:22:56.468
นั่นก็คือการใช้แผงโซลาร์เซลล์นั่นเอง

00:22:57.119 --> 00:22:59.520
ใช้โซลาร์เซลล์เป็นหลังคารถไปเลย

00:23:00.218 --> 00:23:01.588
แล้วก็เปลี่ยนพลังงาน

00:23:01.612 --> 00:23:03.708
จากแสงอาทิตย์เป็นพลังงานไฟฟ้า

00:23:04.358 --> 00:23:07.206
น่าจะมีการพัฒนาความเร็ว

00:23:07.231 --> 00:23:10.515
แล้วก็พัฒนาประสิทธิภาพของเครื่องยนต์นั้น

00:23:10.539 --> 00:23:12.188
ให้ สามารถเดินทางได้ไกล

00:23:13.885 --> 00:23:16.331
นี่ก็เป็นการคาดการณ์ในอนาคตนะคะ

00:23:16.355 --> 00:23:19.628
ซึ่งจะต้องใช้ความรู้ในหลาย ๆ ด้านเลย

00:23:19.652 --> 00:23:22.248
อย่างเช่น วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์

00:23:22.280 --> 00:23:23.994
แล้วก็เทคโนโลยีในด้านต่าง ๆ

00:23:24.470 --> 00:23:26.908
ที่ช่วยในการขับเคลื่อนเครื่องยนต์

00:23:27.297 --> 00:23:28.486
ที่ใช้โซลาร์เซลล์นี้

00:23:28.852 --> 00:23:31.988
อันนี้ก็เป็นแนวคิดการพัฒนาของหลายบริษัท

00:23:32.012 --> 00:23:33.308
ที่พยายามทำอยู่

00:23:33.633 --> 00:23:37.028
เพื่อให้นำไปสู่การใช้รถยนต์

00:23:37.052 --> 00:23:40.668
ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แล้วก็มีประสิทธิภาพดี

00:23:41.613 --> 00:23:43.608
นี่ก็เป็นตัวอย่าง ของเทคโนโลยี...

00:23:43.632 --> 00:23:44.934
การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี

00:23:44.958 --> 00:23:47.468
ทางด้านสิ่งแวดล้อมด้วยนะคะ

00:23:49.015 --> 00:23:50.203
นักเรียนสังเกตไหมคะ

00:23:50.227 --> 00:23:53.806
ว่าที่ผ่านมาครูได้นำเสนอ

00:23:54.679 --> 00:23:56.650
ครูได้นำเสนอการคาดการณ์

00:23:56.745 --> 00:23:59.268
ครูใช้หลักการอะไรในการคาดการณ์คะ

00:24:00.681 --> 00:24:05.548
เช่น การคาดการณ์บรรจุภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติ

00:24:06.461 --> 00:24:08.721
ครูก็คาดการณ์จากข้อจำกัดใช่ไหมคะ

00:24:08.975 --> 00:24:13.074
จากข้อจำกัดที่คิดว่าอาจจะเกิดขึ้น

00:24:13.827 --> 00:24:16.312
หรืออย่างเช่น รถยนต์ไฟฟ้า

00:24:16.906 --> 00:24:19.589
ครูคิดแนว... แนวคิดการพัฒนานี่

00:24:20.010 --> 00:24:23.588
ก็เกิดจากข้อจำกัดที่เกิดจากการใช้งานอยู่ตอนนี้

00:24:24.120 --> 00:24:27.148
เพราะฉะนั้น หลักการที่ใช้ในการคาดการณ์

00:24:27.680 --> 00:24:29.428
เทคโนโลยีในอนาคตนะคะ

00:24:29.880 --> 00:24:33.465
ต้องเป็นการคาดการณ์บนฐานความรู้ที่น่าเชื่อถือ

00:24:33.690 --> 00:24:35.188
แล้วก็มีความเป็นไปได้

00:24:35.784 --> 00:24:38.268
นอกจากนี้ก็ต้องลืมไม่ได้เลย

00:24:38.339 --> 00:24:40.097
ต้องพิจารณาจากสาเหตุ

00:24:40.121 --> 00:24:42.188
หรือปัจจัยที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลง

00:24:42.473 --> 00:24:43.755
ของเทคโนโลยีนั้น ๆ

00:24:44.144 --> 00:24:46.794
ซึ่งแน่นอนค่ะ มีเรื่องของปัญหา

00:24:46.819 --> 00:24:48.428
และความต้องการของมนุษย์นี่แหละ

00:24:48.857 --> 00:24:51.195
เป็นตัวผลักดันที่สำคัญ

00:24:51.560 --> 00:24:54.060
รวมถึงความก้าวหน้าของศาสตร์ต่าง ๆ ร่วมด้วย

00:24:54.314 --> 00:24:56.388
สังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม

00:24:56.412 --> 00:24:59.945
ก็เป็นปัจจัยหรือเป็นสาเหตุเช่นกัน

00:25:00.472 --> 00:25:05.528
นี่ก็คือเป็นหลักการ ที่ทำให้เราได้สามารถคาด

00:25:05.619 --> 00:25:07.671
การณ์เทคโนโลยีในอนาคตได้นะคะ

00:25:08.306 --> 00:25:12.028
สำหรับนักเรียนคนใดที่อยากศึกษาเพิ่มเติม

00:25:12.512 --> 00:25:16.122
เกี่ยวกับอุปกรณ์หรือเทคโนโลยีทางการแพทย์

00:25:16.146 --> 00:25:17.828
ที่เรียกว่า CPAP นะคะ

00:25:17.852 --> 00:25:20.148
นักเรียนก็สามารถนำลิงก์นี้

00:25:20.172 --> 00:25:24.188
หรือใช้ QR Code นี้ ไปศึกษาเพิ่มเติมได้

00:25:24.434 --> 00:25:26.411
รวมถึงหมอนตุ๊กตาด้วยนะคะ

00:25:26.475 --> 00:25:27.268
เป็นเทคโนโลยี...

00:25:27.776 --> 00:25:29.502
อยู่ใน เป็นเทคโนโลยีที่จัดได้ว่า

00:25:29.526 --> 00:25:31.308
เป็นเทคโนโลยีต้นแบบอยู่นะคะ

00:25:31.333 --> 00:25:34.010
ก็ไปลองศึกษาดูว่าเขามีหลักการทำงานอย่างไร

00:25:34.439 --> 00:25:38.288
รวมถึงบรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจากวัสดุธรรมชาติด้วย

00:25:38.763 --> 00:25:40.388
ก็น่าสนใจเลยทีเดียวค่ะ

00:25:40.412 --> 00:25:43.594
นักเรียนอาจจะต้องไปศึกษาเพิ่มเติมนะคะ

00:25:43.618 --> 00:25:47.376
จะได้เห็นแนวคิดในการพัฒนาเทคโนโลยีต่าง ๆ

00:25:47.792 --> 00:25:48.788
ได้ดียิ่งขึ้น

00:25:49.312 --> 00:25:50.812
สำหรับวันนี้นะคะ

00:25:50.836 --> 00:25:52.527
ครูก็อยากสรุปว่า

00:25:53.430 --> 00:25:55.876
ปัญหาหรือความต้องการของมนุษย์นี่แหละค่ะ

00:25:55.901 --> 00:25:59.222
คือ สาเหตุที่สำคัญที่ทำให้เกิดการพัฒนา

00:25:59.500 --> 00:26:01.748
รวมถึงการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี

00:26:02.470 --> 00:26:03.242
นอกจากนี้

00:26:04.262 --> 00:26:06.964
ก็ต้องเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอยู่ตลอดเวลา

00:26:07.591 --> 00:26:09.508
ขึ้นอยู่กับสาเหตุหรือปัจจัยต่าง ๆ

00:26:09.532 --> 00:26:11.665
ที่ครูเคยได้กล่าวไว้นะคะ

00:26:11.959 --> 00:26:14.439
เพราะฉะนั้น ความเข้าใจการแปลง

00:26:14.463 --> 00:26:15.612
ของเทคโนโลยีนี้แหละ

00:26:16.294 --> 00:26:18.265
และความสามารถในการวิเคราะห์

00:26:18.625 --> 00:26:19.908
ปัจจัยต่าง ๆ นี้แหละ

00:26:20.201 --> 00:26:23.908
จะทำให้นักเรียนนั้นรู้เท่าทันเทคโนโลยี

00:26:24.185 --> 00:26:26.990
สามารถคาดการณ์เทคโนโลยีในอนาคตได้

00:26:27.434 --> 00:26:29.588
เพราะฉะนั้น เมื่อคาดการณ์ได้แล้ว

00:26:29.612 --> 00:26:32.353
เมื่อทราบสาเหตุหรือปัจจัยแล้ว

00:26:32.377 --> 00:26:33.683
นักเรียนก็ต้องตระหนัก

00:26:34.266 --> 00:26:35.837
ถึงผลกระทบของเทคโนโลยีด้วย

00:26:35.861 --> 00:26:39.028
ซึ่งมีทั้งดี และมีทั้งไม่ดี

00:26:39.488 --> 00:26:41.285
ก็จะทำให้เรารู้เท่าทัน

00:26:41.309 --> 00:26:44.348
และใช้เทคโนโลยีนั้นอย่างมีค่าและเป็นประโยชน์

00:26:44.927 --> 00:26:47.658
ก็หวังว่า ในเนื้อหาบทที่ 2

00:26:47.682 --> 00:26:49.748
เรื่องของการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี

00:26:49.915 --> 00:26:53.348
ซึ่งครูได้อธิบายให้นักเรียนได้ฟังนั้น

00:26:53.705 --> 00:26:55.723
ก็จะสามารถทำให้นักเรียนเข้าใจ

00:26:55.747 --> 00:26:58.748
และนำไปใช้ได้อย่างดียิ่งขึ้นนะคะ

00:26:59.026 --> 00:27:01.667
พบกันใหม่ในหัวข้อต่อไปค่ะ สวัสดีค่ะ

00:27:02.976 --> 00:30:22.494
[เสียงดนตรี]