﻿WEBVTT

00:00:00.106 --> 00:00:31.931
[เสียงดนตรี]

00:00:32.669 --> 00:00:33.155
(คุณครูชรินทร์) สวัสดีครับ

00:00:33.222 --> 00:00:34.708
ครูชรินทร์ วัฒนธีรางกูร ครับ

00:00:34.732 --> 00:00:35.810
กับกิจกรรมการเรียนรู้

00:00:35.834 --> 00:00:37.148
ในรายวิชาเทคโนโลยี

00:00:37.437 --> 00:00:38.995
การออกแบบและเทคโนโลยี

00:00:39.029 --> 00:00:40.795
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4

00:00:42.175 --> 00:00:43.519
กิจกรรมการเรียนรู้ในครั้งนี้

00:00:43.544 --> 00:00:46.292
ยังคงเกี่ยวข้องกับความรู้และทักษะพื้นฐานนะครับ

00:00:47.706 --> 00:00:48.400
จากรูปนะครับ

00:00:48.425 --> 00:00:50.735
นักเรียนคิดว่าอากาศยานไร้คนขับ

00:00:50.755 --> 00:00:51.776
หรือโดรนลำนี้นะครับ

00:00:52.083 --> 00:00:54.938
มีการทำงานการประยุกต์ใช้อุปกรณ์ไฟฟ้า

00:00:55.185 --> 00:00:56.838
และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างไรบ้าง

00:00:57.118 --> 00:00:59.080
ครูให้เวลาประมาณ 10 วินาทีนะครับ

00:01:10.295 --> 00:01:10.907
จากรูปนะครับ

00:01:10.931 --> 00:01:12.765
อากาศยานไร้คนขับหรือโดรนลำนี้นะครับ

00:01:12.771 --> 00:01:14.898
จะประกอบด้วยระบบปล่อยสัมภาระนะครับ

00:01:15.535 --> 00:01:17.279
ระบบฉีดสารเคมีนะครับ

00:01:17.772 --> 00:01:19.988
ระบบควบคุมการบินด้วย GPS นะครับ

00:01:20.687 --> 00:01:22.671
ซึ่งอากาศยานไร้คนขับหรือโดรนนะครับ

00:01:22.704 --> 00:01:23.891
เป็นสิ่งประดิษฐ์ชนิดหนึ่ง

00:01:23.943 --> 00:01:26.829
ที่มีการนำมาใช้ประโยชน์อย่างหลากหลายนะครับ

00:01:26.842 --> 00:01:29.017
ไม่ว่าจะใช้ในเรื่องของการบันเทิงนะครับ

00:01:29.417 --> 00:01:30.997
ใช้ในการรักษาความปลอดภัย

00:01:31.531 --> 00:01:32.609
ใช้ในความมั่นคง

00:01:32.869 --> 00:01:34.003
ใช้ในการเกษตร

00:01:34.589 --> 00:01:35.496
การสำรวจ

00:01:35.976 --> 00:01:37.655
ซึ่งการประดิษฐ์อากาศยานไร้คนขับ

00:01:37.861 --> 00:01:38.876
จำเป็นจะต้องใช้ความรู้

00:01:38.901 --> 00:01:40.463
และทักษะหลายด้านด้วยกันนะครับ

00:01:41.030 --> 00:01:42.620
ทั้งระบบการขับเคลื่อน

00:01:42.679 --> 00:01:43.995
การควบคุมทิศทาง

00:01:44.075 --> 00:01:45.435
การส่งสัญญาณนะครับ

00:01:45.861 --> 00:01:47.910
ในการสร้างหรือพัฒนาระบบเหล่านี้นะครับ

00:01:48.316 --> 00:01:50.511
จำเป็นจะต้องมีความรู้เกี่ยวกับกลไก

00:01:50.731 --> 00:01:52.551
ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์นะครับ

00:01:53.097 --> 00:01:54.423
เพื่อความเหมาะสมต่อการใช้งาน

00:01:54.447 --> 00:01:55.607
และมีประสิทธิภาพนะครับ

00:01:55.928 --> 00:01:58.231
รวมทั้งไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้งาน

00:01:58.256 --> 00:01:59.853
แล้วก็ผู้ที่เกี่ยวข้องนะครับ

00:02:01.404 --> 00:02:01.987
ปัจจุบันนะครับ

00:02:02.012 --> 00:02:04.828
มีการใช้กลไกอุปกรณ์ไฟฟ้า

00:02:05.078 --> 00:02:05.993
และอิเล็กทรอนิกส์นะครับ

00:02:06.018 --> 00:02:07.266
เป็นส่วนประกอบในการสร้าง

00:02:07.291 --> 00:02:08.968
หรือพัฒนาเทคโนโลยีต่าง ๆ นะครับ

00:02:08.993 --> 00:02:11.293
อันนี้เพื่อที่จะช่วยอำนวยความสะดวก

00:02:11.318 --> 00:02:13.208
ในการทำงานของมนุษย์เรานั่นเองนะครับ

00:02:13.233 --> 00:02:15.268
อย่างเช่น หม้อหุงข้าวนะครับ

00:02:16.044 --> 00:02:17.890
เตาอบไมโครเวฟแล้วก็เครื่องซักผ้า

00:02:17.915 --> 00:02:19.054
แล้วก็โทรทัศน์นะครับ

00:02:19.527 --> 00:02:20.851
โดยเทคโนโลยีบางอย่างนะครับ

00:02:20.876 --> 00:02:22.854
อาจจะมีระบบการทำงานที่ซับซ้อน

00:02:22.879 --> 00:02:25.249
ต้องใช้กลไกอุปกรณ์ไฟฟ้า

00:02:25.276 --> 00:02:26.876
และอิเล็กทรอนิกส์อย่างหลากหลาย

00:02:27.643 --> 00:02:28.913
ซึ่งในบทที่ 5 นี้นะครับ

00:02:28.938 --> 00:02:30.284
นักเรียนจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับ

00:02:30.703 --> 00:02:32.631
ความรู้พื้นฐานด้านกลไก

00:02:33.205 --> 00:02:34.929
อุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์นะครับ

00:02:35.108 --> 00:02:35.752
เผื่อเป็นแนวทาง

00:02:35.776 --> 00:02:37.490
ในการประยุกต์ใช้งานต่อไปนะครับ

00:02:38.850 --> 00:02:40.372
และสำหรับกิจกรรมในครั้งนี้นะครับ

00:02:40.425 --> 00:02:44.178
ก็จะเป็นกิจกรรมการเรียนรู้ในหัวข้อกลไกนะครับ

00:02:45.637 --> 00:02:47.701
ก่อนที่ไปเรียนรู้เรื่องกลไกนะครับ

00:02:47.721 --> 00:02:50.349
เราก็มาดูจุดประสงค์การเรียนรู้กันก่อนนะครับ

00:02:50.976 --> 00:02:52.146
โดยครูคาดหวังว่า

00:02:52.406 --> 00:02:54.763
นักเรียนจะสามารถอธิบายหลักการทำงาน

00:02:54.803 --> 00:02:57.084
และการประยุกต์ใช้เฟืองและรอกได้นะครับ

00:02:57.418 --> 00:02:59.248
ข้อที่ 2 วิเคราะห์กลไกและการทำงาน

00:02:59.273 --> 00:03:00.836
ในสิ่งของเครื่องใช้ได้นะครับ

00:03:01.469 --> 00:03:03.170
เราก็มาเริ่มเรียนรู้กันเลยนะครับ

00:03:05.358 --> 00:03:06.688
เรามาดูหัวข้อแรกกันเลยนะครับ

00:03:06.713 --> 00:03:07.990
ในเรื่องของกลไกนะครับ

00:03:08.456 --> 00:03:09.254
มนุษย์เรานั้นนะครับ

00:03:09.274 --> 00:03:11.582
รู้จักนำเอาอุปกรณ์บางประเภท

00:03:11.682 --> 00:03:12.911
เข้ามาช่วยในการทำงาน

00:03:12.944 --> 00:03:14.390
แล้วก็ช่วยอำนวยความสะดวก

00:03:14.622 --> 00:03:16.243
ตั้งแต่อดีตเป็นต้นมานะครับ

00:03:16.676 --> 00:03:19.548
เช่น รอก พื้นเอียง คาน

00:03:20.018 --> 00:03:22.201
จากนั้นก็ได้พัฒนาเป็นกลไกต่าง ๆ นะครับ

00:03:22.235 --> 00:03:24.399
โดยประยุกต์ใช้เป็นส่วนประกอบในการสร้าง

00:03:24.425 --> 00:03:25.520
และพัฒนาเทคโนโลยี

00:03:25.867 --> 00:03:28.293
ไม่ว่าจะเป็นรถยกของนะครับ

00:03:28.600 --> 00:03:30.597
เครื่องสีข้าวหรือเครื่องบดละเอียดนะครับ

00:03:31.052 --> 00:03:32.539
ซึ่งในการทำงานของกลไกนั้น

00:03:32.564 --> 00:03:33.534
ต้องอาศัยอุปกรณ์

00:03:33.559 --> 00:03:35.307
หรือชิ้นส่วนหลายอย่างร่วมกันนะครับ

00:03:35.347 --> 00:03:37.237
เพื่อให้เกิดการทำงาน

00:03:37.261 --> 00:03:39.448
ในลักษณะต่าง ๆ ได้ตามต้องการนะครับ

00:03:40.088 --> 00:03:41.649
โดยอุปกรณ์ในแต่ละประเภทนี่

00:03:41.683 --> 00:03:42.968
ก็จะมีหน้าที่ในการทำงาน

00:03:42.992 --> 00:03:44.468
ที่แตกต่างกันออกไปนะครับ

00:03:44.983 --> 00:03:45.630
ในที่นี้นะครับ

00:03:45.655 --> 00:03:47.600
เราก็จะยกตัวอย่างอุปกรณ์

00:03:47.640 --> 00:03:49.200
ที่เราจะได้ศึกษาในบทนี้

00:03:49.213 --> 00:03:51.306
ก็คือเฟืองและรอกนะครับ

00:03:52.597 --> 00:03:53.872
เรามาดูอุปกรณ์อันแรกนะครับ

00:03:53.879 --> 00:03:54.805
ก็คือเฟืองนะครับ

00:03:55.358 --> 00:03:56.642
เฟืองเป็นชิ้นส่วนเครื่องกล

00:03:56.682 --> 00:03:57.808
ที่มีรูปร่างโดยทั่วไป

00:03:57.832 --> 00:04:00.026
เป็นจานแบนรูปทรงกลมนะครับ

00:04:00.739 --> 00:04:02.346
ขอบมีลักษณะเป็นแฉกนะครับ

00:04:02.996 --> 00:04:05.195
เฟืองถูกผลิตขึ้นมาเพื่อใช้ส่งกำลัง

00:04:05.220 --> 00:04:06.239
ในลักษณะของแรงบิด

00:04:06.253 --> 00:04:07.833
ด้วยการหมุนของตัวเฟืองนะครับ

00:04:08.313 --> 00:04:09.334
โดยการส่งกำลังนี่

00:04:09.366 --> 00:04:12.218
จะเกิดขึ้นต่อเมื่อมีฟันเฟือง

00:04:12.251 --> 00:04:14.381
ตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไปมาประกบกันนะครับ

00:04:14.734 --> 00:04:15.541
ก็นั่นหมายความว่า

00:04:15.841 --> 00:04:17.188
ถ้าเฟืองตัวแรกหมุนนะครับ

00:04:17.261 --> 00:04:18.918
เฟืองตัวที่ 2 ก็จะหมุน

00:04:19.065 --> 00:04:21.295
แต่จะหมุนในทิศทางที่ตรงกันข้ามนะครับ

00:04:21.569 --> 00:04:23.468
เกิดเป็นระบบส่งกำลังขึ้นมานะครับ

00:04:23.952 --> 00:04:25.707
เรามาดูตัวอย่างกันนะครับ

00:04:28.354 --> 00:04:29.701
จากตัวอย่างกลไกการทำงาน

00:04:29.761 --> 00:04:31.796
ของเฟือง 2 ตัวซึ่งสบกันอยู่นะครับ

00:04:32.310 --> 00:04:33.746
โดยเฟืองสีแดงที่มีขนาดเล็ก

00:04:33.806 --> 00:04:35.928
ถูกยึดติดกับแกนเพลาของมอเตอร์นะครับ

00:04:36.008 --> 00:04:38.170
ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นเฟืองขับนะครับ

00:04:38.830 --> 00:04:40.104
เมื่อเฟืองขับหมุน

00:04:40.471 --> 00:04:42.851
ก็จะทำให้เฟืองสีเหลืองที่สบกันอยู่

00:04:42.876 --> 00:04:44.368
หมุนในทิศตรงกันข้าม

00:04:45.321 --> 00:04:48.068
การที่เฟืองขับมีขนาดเล็กกว่าเฟืองตามนะครับ

00:04:48.081 --> 00:04:51.148
จะทำให้เฟืองตามหมุนช้ากว่าเฟืองขับนะครับ

00:04:55.521 --> 00:04:56.775
การนำเฟืองมาใช้ประโยชน์

00:04:56.800 --> 00:04:57.880
ในด้านต่าง ๆ นะครับ

00:04:57.954 --> 00:05:00.142
ผู้ใช้จำเป็นจะต้องมีความรู้ความเข้าใจ

00:05:00.167 --> 00:05:02.582
เกี่ยวกับหน้าที่และการทำงานของเฟืองนะครับ

00:05:03.079 --> 00:05:06.388
เช่น ทำหน้าที่ส่งกำลังและการเคลื่อนที่นะครับ

00:05:06.931 --> 00:05:08.732
หรือทำหน้าที่เปลี่ยนขนาดแรงบิด

00:05:08.757 --> 00:05:10.348
และความเร็วรอบนะครับ

00:05:10.999 --> 00:05:12.691
หรือเปลี่ยนทิศทางการหมุน

00:05:12.718 --> 00:05:14.748
หรือทิศทางการเคลื่อนที่นะครับ

00:05:15.095 --> 00:05:17.145
ซึ่งเฟืองมีหลายประเภทด้วยกันนะครับ

00:05:17.165 --> 00:05:18.185
โดยทั่ว ๆ ไปแล้วนี่

00:05:18.671 --> 00:05:19.913
เราจะแบ่งตามรูปร่าง

00:05:19.926 --> 00:05:21.753
และลักษณะการใช้งานนะครับ

00:05:22.052 --> 00:05:23.327
เรามาดูตัวอย่างนะครับ

00:05:24.834 --> 00:05:27.228
ตัวอย่างเฟืองประเภทแรก ก็คือเฟืองตรงนะครับ

00:05:27.904 --> 00:05:30.337
เฟืองตรงเป็นเฟืองที่ใช้งานกันมากที่สุดนะครับ

00:05:30.821 --> 00:05:33.348
เป็นเฟืองที่มีฟันขนานกับแกนหมุนนะครับ

00:05:34.301 --> 00:05:36.228
ใช้ได้ทั้งการส่งกำลังจากการหมุน

00:05:36.371 --> 00:05:38.195
จากเพลาหนึ่งไปสู่อีกเพลาหนึ่งนะครับ

00:05:38.435 --> 00:05:39.501
หรือเปลี่ยนขนาดแรงบิด

00:05:39.526 --> 00:05:40.863
และความเร็วรอบนะครับ

00:05:41.336 --> 00:05:43.322
หรือเปลี่ยนทิศทางการหมุนนะครับ

00:05:43.362 --> 00:05:44.950
หรือทิศทางการเคลื่อนที่นะครับ

00:05:45.145 --> 00:05:45.918
เฟืองตรงส่วนมาก

00:05:45.942 --> 00:05:47.948
จะนำมาใช้ในระบบส่งกำลังนะครับ

00:05:47.972 --> 00:05:50.468
เช่น ระบบส่งกำลังในรถยนต์นะครับ

00:05:50.516 --> 00:05:52.868
หรือในเครื่องจักรกลต่าง ๆ นะครับ

00:05:53.519 --> 00:05:56.038
เรามาดูตัวเฟืองลำดับถัดไปเลยนะครับ

00:05:56.818 --> 00:05:58.748
ก็คือเฟืองสะพานนะครับ

00:05:59.264 --> 00:06:02.019
เฟืองสะพานมีลักษณะเป็นแท่งยาวตรงนะครับ

00:06:02.044 --> 00:06:05.725
มีฟันเฟืองอยู่ด้านบนและมีเฟืองตรงนะครับ

00:06:05.750 --> 00:06:08.008
อยู่ด้านบนสบอยู่กับส่วนที่เป็นฟันเฟือง

00:06:08.032 --> 00:06:09.926
ของเฟืองสะพานอีกทีหนึ่งนะครับ

00:06:11.107 --> 00:06:13.091
เฟืองสะพานมีหน้าที่ในการเปลี่ยนทิศทาง

00:06:13.104 --> 00:06:14.052
การเคลื่อนที่นะครับ

00:06:14.332 --> 00:06:16.539
หรือเคลื่อนที่กลับไปกลับมานะครับ

00:06:17.058 --> 00:06:18.316
เฟืองสะพานถูกนำมาใช้

00:06:18.341 --> 00:06:20.331
ในเครื่องจักรอัตโนมัติต่าง ๆ นะครับ

00:06:20.617 --> 00:06:21.339
เช่น เครื่องจักร

00:06:21.779 --> 00:06:23.866
ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์อัตโนมัตินะครับ

00:06:23.904 --> 00:06:26.591
หรือเครื่องจักรผลิตวงจรรวมหรือ IC นะครับ

00:06:28.524 --> 00:06:30.181
จากตัวอย่างกลไกการทำงานนะครับ

00:06:30.205 --> 00:06:32.821
จะสังเกตได้ว่าเฟืองตรงสีแดงขนาดเล็ก

00:06:32.841 --> 00:06:34.796
ซึ่งยึดติดกับแกนเพลาของมอเตอร์นะครับ

00:06:34.829 --> 00:06:36.193
จะทำหน้าที่เป็นเฟืองขับ

00:06:37.120 --> 00:06:39.119
ซึ่งเมื่อเฟืองขับหมุนรอบแกนนะครับ

00:06:39.159 --> 00:06:41.997
จะทำให้เฟืองสะพานสีดำซึ่งสบกันอยู่ด้านล่าง

00:06:42.082 --> 00:06:44.035
เกิดการเคลื่อนที่ในแนวตรงนะครับ

00:06:45.448 --> 00:06:47.494
จึงเป็นตัวอย่างการนำระบบเฟืองมาใช้

00:06:47.532 --> 00:06:49.722
ในการเปลี่ยนลักษณะการเคลื่อนที่จากหมุน

00:06:49.762 --> 00:06:51.173
เป็นการเคลื่อนที่ในแนวตรง

00:06:54.511 --> 00:06:57.042
เฟืองลำดับถัดมา ก็คือเฟืองวงแหวนนะครับ

00:06:57.649 --> 00:06:59.989
เฟืองวงแหวนมีรูปร่างลักษณะกลมนะครับ

00:07:00.042 --> 00:07:01.403
เช่นเดียวกับเฟืองตรงนะครับ

00:07:02.069 --> 00:07:05.291
แต่ฟันเฟืองจะอยู่ด้านในของวงกลมนะครับ

00:07:05.671 --> 00:07:07.781
และจะต้องใช้คู่กับเฟืองตรงนะครับ

00:07:07.834 --> 00:07:08.936
ที่มีขนาดเล็กกว่า

00:07:08.960 --> 00:07:10.928
สบอยู่ภายในเฟืองวงแหวนนะครับ

00:07:11.491 --> 00:07:12.293
โดยอัตราทด

00:07:12.466 --> 00:07:14.599
สามารถออกแบบให้มากหรือน้อยก็ได้นะครับ

00:07:14.652 --> 00:07:17.032
ขึ้นอยู่กับขนาดของเฟืองตัวนอก

00:07:17.058 --> 00:07:18.431
และเฟืองตัวในนะครับ

00:07:18.771 --> 00:07:21.124
ถ้าเฟืองตัวในเล็กกว่าเฟืองตัวนอกนะครับ

00:07:21.151 --> 00:07:23.084
อัตราทดก็จะมากนะครับ

00:07:23.491 --> 00:07:24.212
โดยเฟืองตัวใน

00:07:24.236 --> 00:07:26.272
จะทำหน้าที่เป็นตัวขับเคลื่อนนะครับ

00:07:27.890 --> 00:07:30.065
เฟืองลำดับถัดมา ก็คือเฟืองเฉียงนะครับ

00:07:30.645 --> 00:07:31.912
เฟืองเฉียงเป็นเฟืองส่งกำลัง

00:07:31.937 --> 00:07:34.080
ที่มีความเฉียงทำมุมกับแกนหมุนนะครับ

00:07:34.620 --> 00:07:36.122
เฟืองเฉียงมีหน้าที่ในการทำงาน

00:07:36.147 --> 00:07:37.839
เหมือนกับเฟืองตรงนะครับ

00:07:38.325 --> 00:07:39.827
แต่มีเสียงที่เกิดจากการทำงานนี่

00:07:39.852 --> 00:07:40.673
เบากว่าเฟืองตรง

00:07:40.706 --> 00:07:43.426
เมื่อทำงานส่งกำลังด้วยความเร็วรอบสูงนะครับ

00:07:43.846 --> 00:07:44.917
โดยเฟืองเฉียงนะครับ

00:07:44.942 --> 00:07:48.372
ใช้ในการส่งกำลังให้กับเพลาที่ไม่ขนานกันนะครับ

00:07:49.002 --> 00:07:51.508
ตัวอย่างลำดับถัดมา ก็คือเฟืองดอกจอกนะครับ

00:07:51.835 --> 00:07:53.636
เฟืองดอกจอกมีรูปทรงกับกรวย

00:07:53.661 --> 00:07:56.436
มีทั้งแบบเฟืองตรงแล้วก็แบบเฟืองเฉียงนะครับ

00:07:57.009 --> 00:07:58.370
โดยเฟืองดอกจอกนะครับ

00:07:58.395 --> 00:08:00.619
จะเป็นเฟือง 2 ตัวที่สบกัน

00:08:00.644 --> 00:08:03.108
ในลักษณะที่แนวเพลาของเพลาทั้งคู่

00:08:03.347 --> 00:08:04.581
ตั้งฉากกันนะครับ

00:08:05.922 --> 00:08:07.414
การใช้งานเฟืองดอกจอกนะครับ

00:08:07.446 --> 00:08:09.194
จะใช้ในระบบส่งกำลังนะครับ

00:08:09.407 --> 00:08:11.094
เช่น ในยานพาหนะนะครับ

00:08:11.134 --> 00:08:12.788
หรือในเรือนะครับ

00:08:16.380 --> 00:08:17.839
จากตัวอย่างกลไกการทำงาน

00:08:17.864 --> 00:08:20.024
ของเฟืองดอกจอก 2 ตัวซึ่งสบกันอยู่นะครับ

00:08:20.071 --> 00:08:22.597
จะสังเกตได้ว่าแนวเพลาของเฟืองทั้ง 2 นั้น

00:08:22.611 --> 00:08:23.614
จะตั้งฉากกัน

00:08:23.908 --> 00:08:25.536
โดยเฟืองสีแดงที่มีขนาดเล็ก

00:08:25.583 --> 00:08:27.378
ซึ่งยึดติดกับแกนเพลาของมอเตอร์

00:08:27.398 --> 00:08:28.768
จะทำหน้าที่เป็นเฟืองขับ

00:08:29.521 --> 00:08:30.496
เมื่อเฟืองขับหมุน

00:08:30.521 --> 00:08:33.041
จะทำให้เฟืองสีเหลืองที่สบกันอยู่หมุนไปด้วย

00:08:35.726 --> 00:08:37.650
จึงนำระบบเฟืองดอกจอกมาใช้ประโยชน์

00:08:37.675 --> 00:08:39.472
ในการเปลี่ยนแกนการหมุนของเพลา

00:08:39.492 --> 00:08:41.267
ที่ทำมุม 90 องศาได้

00:08:41.774 --> 00:08:44.311
เช่น การใช้เฟืองดอกจอกในสว่านมือ

00:08:46.537 --> 00:08:48.834
เฟืองลำดับถัดมา ก็คือเฟืองตัวหนอนนะครับ

00:08:49.303 --> 00:08:50.325
เฟืองตัวหนอนเป็นชุดเฟือง

00:08:50.350 --> 00:08:51.636
ที่ประกอบด้วยเกลียวตัวหนอน

00:08:51.663 --> 00:08:53.308
แล้วก็เฟืองตัวหนอนนะครับ

00:08:53.949 --> 00:08:56.224
ทำงานโดยการหมุนแนวเพลาขับและเพลาตาม

00:08:56.371 --> 00:08:57.541
ของเฟืองตัวหนอนนะครับ

00:08:57.861 --> 00:08:59.983
โดยทำมุมกัน 90 องศานะครับ

00:09:00.583 --> 00:09:01.791
การทำงานของเฟืองตัวหนอน

00:09:01.816 --> 00:09:03.668
จะเงียบกว่าเฟืองตรงนะครับ

00:09:04.044 --> 00:09:06.204
แล้วก็มีแรงสั่นสะเทือนเกิดขึ้นน้อยนะครับ

00:09:07.109 --> 00:09:08.942
จากรูปเรามีเฟืองอยู่ 2 เฟืองนะครับ

00:09:08.967 --> 00:09:11.748
นักเรียนคิดว่าเฟืองใดเป็นเฟืองขับนะครับ

00:09:12.449 --> 00:09:14.850
ครูจะให้เวลาในการคิด 5 วินาทีนะครับ

00:09:20.331 --> 00:09:22.391
จากรูปนะครับ เฟืองที่ทำหน้าที่เป็นเฟืองขับ

00:09:22.415 --> 00:09:24.296
ก็คือเฟืองหมายเลข 1 นะครับ

00:09:27.802 --> 00:09:28.704
จากตัวอย่างนะครับ

00:09:28.771 --> 00:09:29.728
เกลียวตัวหนอนสีขาว

00:09:29.761 --> 00:09:31.334
จะทำหน้าที่เป็นเฟืองขับนะครับ

00:09:31.354 --> 00:09:33.340
ทำให้เฟืองสีเหลืองที่สบกันหมุน

00:09:33.833 --> 00:09:35.759
เฟืองสีเหลืองมีแกนเพลาที่ทำมุมฉาก

00:09:35.839 --> 00:09:37.683
กับแกนเพลาของเกลียวตัวหนอนนะครับ

00:09:37.787 --> 00:09:39.388
จึงใช้เพื่อเปลี่ยนแกนการหมุน

00:09:39.438 --> 00:09:41.134
ที่ทำมุม 90 องศาได้

00:09:41.612 --> 00:09:43.781
เฟืองลำดับถัดไปคือเฟืองเกลียวสกรูนะครับ

00:09:44.354 --> 00:09:45.772
เฟืองเกลียวสกรูเป็นเฟืองเกลียว

00:09:45.797 --> 00:09:47.588
ที่ใช้ส่งกำลังระหว่างเพลา

00:09:47.612 --> 00:09:49.756
ที่ทำมุม 90 องศานะครับ

00:09:50.329 --> 00:09:51.552
ทำหน้าที่เปลี่ยนทิศทางของเพลา

00:09:51.572 --> 00:09:53.299
ให้ทำมุมกัน 90 องศา

00:09:53.324 --> 00:09:55.079
คล้ายกับชุดเฟืองตัวหนอนนะครับ

00:09:55.645 --> 00:09:58.389
แต่สามารถส่งกำลังได้น้อยกว่านะครับ

00:09:59.722 --> 00:10:01.388
จะเห็นได้ว่าเฟืองแต่ละประเภท

00:10:01.441 --> 00:10:03.171
จะมีหน้าที่แตกต่างกันไปนะครับ

00:10:03.196 --> 00:10:05.871
เช่น ช่วยเพิ่มหรือลดแรงนะครับ

00:10:06.611 --> 00:10:08.334
ลดหรือเพิ่มความเร็วนะครับ

00:10:08.994 --> 00:10:11.278
และช่วยเปลี่ยนแกนในการหมุนนะครับ

00:10:11.504 --> 00:10:12.826
ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้

00:10:12.859 --> 00:10:14.193
กับงานที่หลากหลายนะครับ

00:10:14.283 --> 00:10:16.285
เพื่อช่วยให้การทำงานของมนุษย์สะดวก

00:10:16.310 --> 00:10:18.893
รวดเร็วแล้วก็มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นนะครับ

00:10:20.045 --> 00:10:21.368
เรามาดูเรื่องรอกกันบ้างนะครับ

00:10:21.896 --> 00:10:23.669
รอกเป็นอุปกรณ์ช่วยอำนวยความสะดวก

00:10:23.683 --> 00:10:25.204
ในการเคลื่อนย้ายสิ่งของ

00:10:26.378 --> 00:10:27.108
ช่วยผ่อนแรง

00:10:27.378 --> 00:10:30.078
หรือเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้งานนะครับ

00:10:30.471 --> 00:10:31.294
มีลักษณะเป็นล้อ

00:10:31.318 --> 00:10:33.325
ที่มีร่องตรงกลางสำหรับคล้องเชือกนะครับ

00:10:33.812 --> 00:10:34.810
รอกสามารถแบ่งได้

00:10:34.834 --> 00:10:36.429
เป็น 3 ประเภทด้วยกันนะครับ

00:10:36.812 --> 00:10:39.092
เราไปดูรอกประเภทที่หนึ่งกันนะครับ

00:10:39.117 --> 00:10:41.343
นั่นก็คือรอกเดี่ยวตายตัวนะครับ

00:10:41.849 --> 00:10:42.978
รอกเดี่ยวตายตัวนะครับ

00:10:42.991 --> 00:10:44.452
เป็นรอกที่ช่วยอำนวยความสะดวก

00:10:44.483 --> 00:10:45.707
ในการทำงานนะครับ

00:10:45.731 --> 00:10:47.792
แต่ไม่ช่วยผ่อนแรงนะครับ

00:10:49.591 --> 00:10:50.588
รอกแบบที่ 2 นะครับ

00:10:50.614 --> 00:10:52.221
ก็คือรอกเดี่ยวเคลื่อนที่นะครับ

00:10:52.721 --> 00:10:53.627
รอกเดี่ยวเคลื่อนที่

00:10:53.652 --> 00:10:55.824
เป็นรอกที่ช่วยอำนวยความสะดวกนะครับ

00:10:55.849 --> 00:10:57.379
แล้วก็ผ่อนแรงนะครับ

00:10:57.404 --> 00:10:59.746
อันนี้จะต่างกับรอกเดี่ยวตายตัวนะครับ

00:11:00.012 --> 00:11:01.794
รอกประเภทที่ 3 คือรอกพวงนะครับ

00:11:02.267 --> 00:11:04.111
รอกพวงเกิดจากการนำรอกหลาย ๆ ตัว

00:11:04.136 --> 00:11:05.930
มาผูกต่อกันเป็นพวงนะครับ

00:11:05.984 --> 00:11:08.036
ทำให้ผ่อนแรงมากขึ้นนะครับ

00:11:10.396 --> 00:11:12.555
จากตัวอย่างการทำงานของรอกพวงนะครับ

00:11:12.582 --> 00:11:14.386
ซึ่งเกิดจากการนำรอกเดี่ยว 4 ตัว

00:11:14.412 --> 00:11:15.976
มาใช้งานร่วมกันในลักษณะ

00:11:16.043 --> 00:11:17.909
ที่มีเชือกคล้องผ่านรอกนะครับ

00:11:18.052 --> 00:11:20.042
ทำให้มีลักษณะเป็นพวงนะครับ

00:11:20.522 --> 00:11:22.592
นำมาใช้ในการเคลื่อนย้ายสิ่งของ

00:11:22.612 --> 00:11:26.188
เช่น การยกสิ่งของที่มีน้ำหนักมากขึ้นสู่ที่สูงนะครับ

00:11:26.421 --> 00:11:27.109
ซึ่งรอกพวง

00:11:27.133 --> 00:11:29.016
นอกจากจะช่วยอำนวยความสะดวกแล้ว

00:11:29.036 --> 00:11:31.516
ยังช่วยผ่อนแรงในการเคลื่อนย้ายสิ่งของ

00:11:32.043 --> 00:11:32.711
โดยประสิทธิภาพ

00:11:32.736 --> 00:11:34.664
ในการผ่อนแรงของรอกพวงนี้นะครับ

00:11:34.731 --> 00:11:35.903
จะขึ้นอยู่กับจำนวนรอก

00:11:35.928 --> 00:11:38.108
และลักษณะการนำรอกมาต่อกันนะครับ

00:11:39.269 --> 00:11:40.782
ถ้าหาต้องการผ่อนแรงมาก

00:11:40.829 --> 00:11:43.251
จะต้องใช้รอกจำนวนมากขึ้นตามไปด้วยนะครับ

00:11:44.677 --> 00:11:46.512
ซึ่งภายในคลังสินค้าของโรงงาน

00:11:46.544 --> 00:11:49.318
จะใช้รอกพวงติดบนคานเพื่อเคลื่อนย้ายสิ่งของ

00:11:51.298 --> 00:11:52.086
โดยทั่วไปนะครับ

00:11:52.111 --> 00:11:53.409
เราจะสามารถแบ่งหน้าที่

00:11:53.434 --> 00:11:55.336
การทำงานของรอกได้ออกเป็น

00:11:55.376 --> 00:11:57.176
2 ลักษณะใหญ่ ๆ ด้วยกันนะครับ

00:11:57.783 --> 00:11:59.924
อย่างแรก ก็คือในเรื่องของการผ่อนแรงนะครับ

00:12:00.604 --> 00:12:02.380
โดยการใช้รอกพวงนะครับ

00:12:02.466 --> 00:12:04.380
ซึ่งจะผ่อนแรงในการเคลื่อนย้ายวัตถุ

00:12:04.560 --> 00:12:06.204
ที่มีน้ำหนักมากได้นะครับ

00:12:06.864 --> 00:12:09.110
เช่น เคลื่อนย้ายวัสดุก่อสร้างนะครับ

00:12:09.743 --> 00:12:12.151
หรือการเคลื่อนย้ายสิ่งของในโรงงานนะครับ

00:12:12.684 --> 00:12:14.364
ซึ่งประสิทธิภาพในการผ่อนแรง

00:12:14.417 --> 00:12:15.632
ของรอกพวงนะครับ

00:12:15.657 --> 00:12:17.800
ก็จะขึ้นอยู่กับจำนวนรอกนะครับ

00:12:17.820 --> 00:12:20.882
แล้วก็ลักษณะการต่อที่จะนำมาใช้งานนะครับ

00:12:21.477 --> 00:12:22.979
ถ้าหากต้องการจะผ่อนแรงมาก

00:12:23.032 --> 00:12:25.151
ก็ต้องใช้รอกมากขึ้นตามไปด้วยนะครับ

00:12:26.031 --> 00:12:27.873
เช่น ภายในคลังสินค้าของโรงงานนะครับ

00:12:27.893 --> 00:12:30.043
จะใช้รอกพวงติดบนเพดานนะครับ

00:12:30.070 --> 00:12:31.831
เพื่อเคลื่อนย้ายสิ่งของนะครับ

00:12:32.371 --> 00:12:34.600
ส่วนการเคลื่อนย้ายวัสดุที่มีน้ำหนักมาก

00:12:34.666 --> 00:12:36.041
เช่น วัสดุก่อสร้างนะครับ

00:12:36.095 --> 00:12:37.356
จะใช้รถเครนนะครับ

00:12:37.772 --> 00:12:40.828
ซึ่งมีรอกพวงเป็นกลไกสำคัญในการย้ายนะครับ

00:12:44.207 --> 00:12:45.619
หน้าที่อันที่ 2 ของรอกนะครับ

00:12:45.653 --> 00:12:47.212
ก็คืออำนวยความสะดวกนะครับ

00:12:47.232 --> 00:12:48.575
และทำให้เกิดการเคลื่อนที่

00:12:48.599 --> 00:12:50.068
ในลักษณะต่าง ๆ นะครับ

00:12:50.619 --> 00:12:52.747
เช่น การเคลื่อนที่ในแนวดิ่งนะครับ

00:12:53.074 --> 00:12:54.242
รอกทำให้เกิดการเคลื่อนที่

00:12:54.267 --> 00:12:56.548
ตามแนวเส้นตรงตั้งฉากกับพื้นนะครับ

00:12:56.780 --> 00:12:58.106
แล้วก็ช่วยอำนวยความสะดวก

00:12:58.131 --> 00:13:00.610
ในการยกสิ่งของขึ้นสู่ที่สูง

00:13:00.635 --> 00:13:02.758
เช่น การใช้รอกลำเลียงวัสดุก่อสร้าง

00:13:02.783 --> 00:13:04.683
ขึ้นสู่ที่สูงนะครับ

00:13:04.983 --> 00:13:07.484
การชักธงชาติขึ้นสู่ยอดเสานะครับ

00:13:09.779 --> 00:13:11.780
การเคลื่อนที่ในแนวราบนะครับ

00:13:12.266 --> 00:13:13.513
รอบทำให้เกิดการเคลื่อนที่

00:13:13.538 --> 00:13:15.728
ตามแนวเส้นตรงขนานกับพื้นนะครับ

00:13:15.753 --> 00:13:18.016
เช่น การเคลื่อนที่ของรถกระเช้าไฟฟ้านะครับ

00:13:18.436 --> 00:13:20.228
สายพานลำเลียงกระเป๋านะครับ

00:13:22.024 --> 00:13:23.958
การเคลื่อนที่เป็นวงกลมนะครับ

00:13:24.377 --> 00:13:26.700
รอกทำให้เกิดการเคลื่อนที่ตามแนวเส้นรอบวง

00:13:26.740 --> 00:13:28.208
เช่น เครื่องซักผ้านะครับ

00:13:28.248 --> 00:13:30.572
ใช้การทำงานของรอกควบคู่กับมอเตอร์นะครับ

00:13:31.039 --> 00:13:33.005
เพื่อทำให้ถังซักผ้าหมุนนะครับ

00:13:34.749 --> 00:13:36.381
หรือเปลี่ยนการเคลื่อนที่จากการหมุน

00:13:36.407 --> 00:13:37.856
เป็นแนวเส้นตรงนะครับ

00:13:37.923 --> 00:13:39.520
เช่น การใช้รอกม้วนสายวัด

00:13:39.600 --> 00:13:41.240
เข้าไปเก็บในตลับเมตรนะครับ

00:13:41.639 --> 00:13:43.632
การม้วนสายเบ็ดตกปลา

00:13:43.657 --> 00:13:45.170
โดยใช้รอกหมุนนะครับ

00:13:46.963 --> 00:13:49.643
เรามาทำกิจกรรมชวนคิดกันสักหน่อยนะครับ

00:13:50.543 --> 00:13:52.408
ถ้านักเรียนไม่สามารถหารอกสำเร็จรูป

00:13:52.421 --> 00:13:53.688
มาใช้งานได้นะครับ

00:13:54.078 --> 00:13:56.284
นักเรียนจะนำอุปกรณ์ใดมาทดแทน

00:13:56.304 --> 00:13:57.761
หรือประยุกต์ใช้ได้บ้างครับ

00:13:58.875 --> 00:14:01.054
แล้วจะใช้ทดแทนได้อย่างไรนะครับ

00:14:01.861 --> 00:14:04.064
ครูจะให้นักเรียนใช้เวลาในการคิด

00:14:04.089 --> 00:14:05.615
ประมาณ 10 วินาทีนะครับ

00:14:06.764 --> 00:14:07.659
เริ่มได้เลยครับ

00:14:15.979 --> 00:14:17.776
โอเคนะครับ ได้คำตอบกันหรือยังครับ

00:14:18.290 --> 00:14:20.249
หากนักเรียนคนไหนยังไม่ได้คำตอบนะครับ

00:14:20.532 --> 00:14:22.806
ลองทบทวนลักษณะของรอกดูสิครับ

00:14:22.826 --> 00:14:25.189
ว่ารอกควรมีลักษณะเป็นอย่างไรนะครับ

00:14:30.566 --> 00:14:31.930
รอกควรมีลักษณะเป็นอย่างไรครับ

00:14:35.126 --> 00:14:37.619
รอกควรเป็นวัตถุที่มีลักษณะเป็นล้อนะครับ

00:14:37.692 --> 00:14:40.031
ที่มีร่องตรงกลางไว้สำหรับคล้องเชือกนะครับ

00:14:41.251 --> 00:14:43.502
ดังนั้น หากนักเรียนไม่สามารถหารอกสำเร็จรูป

00:14:43.526 --> 00:14:44.588
มาใช้งานได้นะครับ

00:14:45.146 --> 00:14:46.492
นักเรียนสามารถนำอุปกรณ์

00:14:46.516 --> 00:14:47.704
ที่มีลักษณะเป็นล้อนะครับ

00:14:47.744 --> 00:14:50.078
ที่มีร่องตรงกลางมาทดแทนหรือประยุกต์ใช้ได้

00:14:50.125 --> 00:14:52.026
เช่น กระทะล้อรถจักรยานนะครับ

00:14:53.164 --> 00:14:54.052
สำหรับบทเรียนนี้นะครับ

00:14:54.077 --> 00:14:55.731
นักเรียนจะเห็นได้ว่าเฟืองและรอกนะครับ

00:14:55.777 --> 00:14:58.028
เป็นอุปกรณ์พื้นฐานส่วนหนึ่งของระบบกลไก

00:14:58.053 --> 00:14:59.276
และการควบคุมนะครับ

00:14:59.723 --> 00:15:00.667
ใช้เป็นส่วนประกอบ

00:15:00.691 --> 00:15:02.691
ในการสร้างสิ่งของเครื่องใช้นะครับ

00:15:03.026 --> 00:15:04.180
แล้วก็อำนวยความสะดวก

00:15:04.205 --> 00:15:06.228
ในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์นะครับ

00:15:06.515 --> 00:15:07.996
ให้มีความสะดวกรวดเร็ว

00:15:08.021 --> 00:15:09.871
แล้วก็มีประสิทธิภาพมากขึ้นนะครับ

00:15:10.558 --> 00:15:12.429
ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้ต่างก็มีหน้าที่

00:15:12.454 --> 00:15:14.668
และประโยชน์ใช้สอยที่แตกต่างกันนะครับ

00:15:15.108 --> 00:15:17.152
ดังนั้น จึงต้องเลือกใช้ให้เหมาะกับประเภท

00:15:17.177 --> 00:15:18.882
และวัตถุประสงค์ของการใช้งานนะครับ

00:15:19.349 --> 00:15:21.810
เพื่อให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดนะครับ

00:15:22.637 --> 00:15:24.560
สำหรับกิจกรรมที่ 5.1 นะครับ

00:15:24.580 --> 00:15:26.573
วิเคราะห์การใช้งานกลไกนะครับ

00:15:26.926 --> 00:15:29.301
ให้นักเรียนสำรวจสิ่งต่าง ๆ รอบตัวนะครับ

00:15:29.321 --> 00:15:31.368
เช่น พัดลม ลิฟต์ รถยนต์ นะครับ

00:15:31.861 --> 00:15:33.973
แล้วก็ทำการวิเคราะห์ว่าสิ่งเหล่านั้นนะครับ

00:15:33.998 --> 00:15:35.536
มีการใช้กลไกอะไรบ้าง

00:15:35.583 --> 00:15:38.182
เป็นส่วนประกอบในการทำงาน เพราะอะไร

00:15:38.461 --> 00:15:40.084
โดยให้ระบุเป็นกลไกที่ใช้

00:15:40.108 --> 00:15:42.229
และหน้าที่การทำงานนะครับ

00:15:42.935 --> 00:15:44.370
อย่าลืมทำกิจกรรมนะครับ

00:15:44.734 --> 00:15:45.241
สวัสดีครับ

00:15:46.581 --> 00:16:01.439
[เสียงดนตรี]