﻿WEBVTT

00:00:00.365 --> 00:00:06.709
[เสียงดนตรี]

00:00:07.579 --> 00:00:09.428
(คุณครูขจิต) สวัสดีครับ นักเรียนทุกคนนะครับ

00:00:09.641 --> 00:00:11.899
เข้าสู่การเรียนรู้ในวิชาเทคโนโลยี

00:00:11.923 --> 00:00:13.360
(การออกแบบและเทคโนโลยี)

00:00:13.384 --> 00:00:15.668
ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ครับ

00:00:16.517 --> 00:00:17.971
นักเรียนน่าจะยังจำกันได้นะครับ

00:00:17.995 --> 00:00:19.788
ว่าเนื้อหาในวิชาเทคโนโลยี

00:00:19.812 --> 00:00:21.070
(การออกแบบและเทคโนโลยี)

00:00:21.094 --> 00:00:23.468
ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 นี้นะครับ

00:00:23.690 --> 00:00:24.788
เราจะสามารถแบ่งออก

00:00:24.812 --> 00:00:26.868
เป็น 3 หัวข้อใหญ่ ๆ นะครับ

00:00:27.224 --> 00:00:28.904
โดยการเรียนรู้ในครั้งนี้นะครับ

00:00:28.928 --> 00:00:31.927
เราจะเรียนรู้กันในหัวข้อ การแก้ปัญหา

00:00:31.951 --> 00:00:34.388
ตามกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมครับ

00:00:35.213 --> 00:00:37.617
โดยเป้าหมายของการเรียนรู้ในหัวข้อนี้นะครับ

00:00:37.641 --> 00:00:39.708
ก็คือให้นักเรียนสามารถใช้เทคนิค

00:00:39.993 --> 00:00:41.220
หรือวิธีการนะครับ

00:00:41.244 --> 00:00:43.193
เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลในการแก้ปัญหา

00:00:43.217 --> 00:00:45.828
ตามกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมนะครับ

00:00:45.963 --> 00:00:48.468
อีกข้อหนึ่ง ก็คือให้นักเรียนสามารถประยุกต์ใช้

00:00:48.730 --> 00:00:50.959
กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมนะครับ

00:00:50.984 --> 00:00:52.188
ในการแก้ปัญหา

00:00:52.410 --> 00:00:54.748
หรือพัฒนางานในชีวิตประจำวันครับ

00:00:55.716 --> 00:00:57.512
โดยการเรียนรู้ในหัวข้อนี้นะครับ

00:00:57.537 --> 00:00:59.401
จะประกอบไปด้วย 2 บทเรียนนะครับ

00:00:59.425 --> 00:01:00.348
ก็คือบทที่ 6

00:01:00.638 --> 00:01:02.960
กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมนะครับ

00:01:02.984 --> 00:01:05.928
และบทที่ 7 กรณีศึกษาการแก้ปัญหา

00:01:05.952 --> 00:01:08.309
ตามกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมครับ

00:01:08.888 --> 00:01:10.588
โดยการเรียนรู้ในครั้งนี้นะครับ

00:01:10.612 --> 00:01:12.188
เราจะเรียนรู้กันในบทที่...

00:01:12.370 --> 00:01:14.468
ในตอนที่ 1 นะครับ ของบทที่ 6

00:01:14.492 --> 00:01:16.639
ก็คือกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม

00:01:16.663 --> 00:01:17.548
ตอนที่ 1 ครับ

00:01:19.389 --> 00:01:22.109
นักเรียนจะเห็นนะครับ ว่าการเรียนรู้ในหัวข้อนี้

00:01:22.134 --> 00:01:23.789
จะเกี่ยวข้องกับกระบวนการออกแบบ

00:01:23.813 --> 00:01:24.967
เชิงวิศวกรรมนะครับ

00:01:25.052 --> 00:01:26.091
ซึ่งเป็นกระบวนการ

00:01:26.115 --> 00:01:28.129
ที่นักเรียนเคยเรียนรู้มาแล้วนะครับ

00:01:28.273 --> 00:01:30.428
ในชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นนะครับ

00:01:30.737 --> 00:01:32.170
ยังพอจะจำกันได้ไหมครับ

00:01:32.194 --> 00:01:34.180
ว่ากระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม

00:01:34.204 --> 00:01:35.388
เป็นกระบวนการอะไร

00:01:35.713 --> 00:01:37.400
และมีลักษณะอย่างไรนะครับ

00:01:37.674 --> 00:01:40.163
คุณครูจะให้เวลานักเรียนลองคิดทบทวนกัน

00:01:40.188 --> 00:01:41.628
สัก 10 วินาทีนะครับ

00:01:52.410 --> 00:01:53.628
จำกันได้ไหมครับ

00:01:53.977 --> 00:01:55.457
ดังนั้น เราลองไปทบทวนกันนะครับ

00:01:55.481 --> 00:01:57.286
ว่ากระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม

00:01:57.310 --> 00:01:59.219
เป็นกระบวนการลักษณะอย่างไรนะครับ

00:02:00.107 --> 00:02:02.308
กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมครับ

00:02:02.855 --> 00:02:05.543
เป็นกระบวนการที่เรานำมาใช้เพื่อแก้ปัญหา

00:02:05.568 --> 00:02:06.628
หรือพัฒนางาน

00:02:06.652 --> 00:02:08.668
เพื่อสนองความต้องการของมนุษย์นะครับ

00:02:09.255 --> 00:02:10.913
ประกอบด้วย 6 ขั้นตอนนะครับ

00:02:11.111 --> 00:02:14.028
ได้แก่ 1. ระบุปัญหาครับ

00:02:14.607 --> 00:02:18.588
2. รวบรวมข้อมูลและแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับปัญหา

00:02:19.294 --> 00:02:22.112
3. ออกแบบวิธีการแก้ปัญหา

00:02:22.794 --> 00:02:25.751
4. วางแผนและดำเนินการแก้ปัญหา

00:02:26.764 --> 00:02:28.835
5. ทดสอบ ประเมินผล

00:02:29.152 --> 00:02:32.196
และปรับปรุงแก้ไขวิธีการแก้ปัญหาหรือชิ้นงาน

00:02:32.910 --> 00:02:35.428
6. นำเสนอวิธีการแก้ปัญหา

00:02:35.698 --> 00:02:38.028
และผลการแก้ปัญหาหรือชิ้นงานนะครับ

00:02:38.940 --> 00:02:39.807
นักเรียนจะเห็นนะครับ

00:02:39.831 --> 00:02:42.428
ว่ากระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม

00:02:42.562 --> 00:02:44.166
มีการกำหนดเป็นขั้นตอน

00:02:44.610 --> 00:02:47.357
เพื่อให้สะดวกต่อการนำไปใช้แก้ปัญหา

00:02:47.856 --> 00:02:51.028
แต่ในการแก้ปัญหา ขั้นตอนต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ

00:02:51.368 --> 00:02:54.647
อาจมีการย้อนกลับได้ หรือสลับไปมาได้ครับ

00:02:55.171 --> 00:02:56.548
เพื่อให้แก้ไขชิ้นงาน

00:02:56.572 --> 00:02:59.241
หรือวิธีการในการแก้ปัญหาที่ยังมีข้อบกพร่องอยู่

00:02:59.851 --> 00:03:02.268
ซึ่งแก้ปัญหาไม่ได้ หรือใช้งานไม่ได้

00:03:02.704 --> 00:03:05.228
อาจต้องย้อนกลับไปทำงานซ้ำในบางขั้นตอน

00:03:05.529 --> 00:03:07.788
เช่น อาจต้องย้อนกลับไป

00:03:07.812 --> 00:03:09.450
ออกแบบวิธีการแก้ปัญหาใหม่

00:03:09.974 --> 00:03:12.348
หรืออาจกลับไปรวบรวมข้อมูล

00:03:12.372 --> 00:03:14.508
เพื่อสร้างแนวทางในการแก้ปัญหาใหม่ครับ

00:03:17.293 --> 00:03:18.385
สำหรับการเรียนรู้

00:03:18.409 --> 00:03:20.823
ในหัวข้อกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม

00:03:20.847 --> 00:03:21.468
ตอนที่ 1

00:03:22.008 --> 00:03:23.682
จะเกี่ยวข้องกับ 2 ขั้นตอน

00:03:23.706 --> 00:03:26.031
ของกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมครับ

00:03:26.055 --> 00:03:28.068
คือ ขั้นระบุปัญหา

00:03:28.290 --> 00:03:31.268
และรวบรวมข้อมูลและแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับปัญหา

00:03:31.665 --> 00:03:32.572
ซึ่งเป็น 2...

00:03:32.866 --> 00:03:35.445
ซึ่งเป็น 2 ขั้นตอนแรกของกระบวนการนะครับ

00:03:35.469 --> 00:03:38.914
ว่าเราจะมีวิธีการหรือเทคนิคอะไรบ้าง

00:03:38.976 --> 00:03:40.748
ที่นำมาช่วยให้เราเข้าใจ

00:03:41.057 --> 00:03:43.180
และสามารถระบุปัญหาที่เราสนใจ

00:03:43.473 --> 00:03:44.908
ให้มีความชัดเจน

00:03:45.129 --> 00:03:46.828
รวมทั้งรวบรวมข้อมูล

00:03:47.112 --> 00:03:48.752
และหาแนวทางในการแก้ไข

00:03:48.776 --> 00:03:50.335
ที่สอดคล้องกับปัญหาครับ

00:03:51.970 --> 00:03:53.757
โดยจุดประสงค์ของการเรียนในครั้งนี้

00:03:53.781 --> 00:03:55.725
คือ นักเรียนสามารถระบุ

00:03:55.824 --> 00:03:57.748
และกำหนดขอบเขตของปัญหา

00:03:57.954 --> 00:03:59.520
จากการวิเคราะห์องค์ประกอบ

00:03:59.544 --> 00:04:01.662
และสาเหตุของปัญหาที่สนใจ

00:04:02.050 --> 00:04:05.101
และนักเรียนสามารถรวบรวมข้อมูล เปรียบเทียบ

00:04:05.410 --> 00:04:08.136
และตัดสินใจเลือกแนวทางในการแก้ปัญหา

00:04:08.668 --> 00:04:10.067
เราไปเริ่มเรียนกันเลยครับ

00:04:12.144 --> 00:04:14.787
นักเรียนเคยเกิดปัญหากับตัวเองบ้างไหมครับ

00:04:16.598 --> 00:04:17.828
ปัญหาคืออะไรครับ

00:04:19.510 --> 00:04:22.894
มีผู้ให้นิยามของคำว่าปัญหาว่าคือข้อสงสัย

00:04:23.550 --> 00:04:26.868
ข้อขัดข้อง ข้อที่ต้องพิจารณาครับ

00:04:27.741 --> 00:04:29.068
ฟังจากความหมายแล้ว

00:04:29.092 --> 00:04:30.729
คงไม่มีใครอยากให้มีปัญหา

00:04:30.753 --> 00:04:32.788
หรือเกิดปัญหาขึ้นกับตนเองใช่ไหมครับ

00:04:34.113 --> 00:04:36.475
มันคงเป็นสิ่งที่ทำให้เราไม่สบายใจ

00:04:37.165 --> 00:04:39.548
หรือไม่ก็เกิดความยากลำบากในการใช้ชีวิต

00:04:39.572 --> 00:04:40.479
หรือการทำงาน

00:04:40.979 --> 00:04:42.708
ดังนั้น ถ้าเกิดเกิดปัญหาแล้ว

00:04:42.732 --> 00:04:43.988
เราควรทำอย่างไรครับ

00:04:44.488 --> 00:04:46.588
เราก็ต้องแก้ไขใช่ไหมครับ

00:04:46.973 --> 00:04:48.585
การที่เราจะแก้ไขปัญหาได้

00:04:48.610 --> 00:04:51.027
เราคงต้องเข้าใจปัญหานั้นให้ชัดเจนก่อน

00:04:51.457 --> 00:04:54.391
เพื่อที่จะสามารถแก้ไขปัญหานั้นได้อย่างเหมาะสม

00:04:54.739 --> 00:04:56.188
ถ้าเป็นปัญหาของนักเรียน

00:04:56.525 --> 00:04:58.029
นักเรียนควรจะพอนึกออกนะครับ

00:04:58.053 --> 00:04:58.908
ว่าเกิดจากอะไร

00:04:59.303 --> 00:05:00.941
แต่ถ้าเป็นปัญหาของผู้อื่น

00:05:01.282 --> 00:05:03.005
เราจะมีวิธีการอย่างไร

00:05:03.029 --> 00:05:04.828
ในการทำความเข้าใจกับปัญหานั้น

00:05:05.296 --> 00:05:08.828
เพื่อให้เข้าใจได้อย่างชัดเจนก่อนลงมือแก้ปัญหา

00:05:09.130 --> 00:05:11.312
ดังนั้น วันนี้เราไปเรียนรู้กันครับ

00:05:11.336 --> 00:05:13.268
ว่าจะมีวิธีการอย่างไร

00:05:13.363 --> 00:05:16.028
ที่ช่วยให้เราเข้าใจปัญหา ทั้งของนักเรียนเอง

00:05:16.281 --> 00:05:18.383
หรือของบุคคลอื่นได้อย่างชัดเจน

00:05:18.772 --> 00:05:20.308
เพื่อหาแนวทางในการแก้ปัญหา

00:05:20.332 --> 00:05:21.388
ได้อย่างเหมาะสมครับ

00:05:24.668 --> 00:05:26.948
ดังนั้น วันนี้นะครับ จะชวนนักเรียน

00:05:26.972 --> 00:05:29.068
มาช่วยแก้ปัญหาให้บุคคลกลุ่มหนึ่งครับ

00:05:30.894 --> 00:05:33.508
ดูจากรูปแล้ว น่าจะเป็นกลุ่มบุคคลใดครับ

00:05:35.214 --> 00:05:36.585
ผู้สูงอายุใช่ไหมครับ

00:05:37.338 --> 00:05:38.188
นักเรียนคิดว่า

00:05:38.220 --> 00:05:40.676
ผู้สูงอายุน่าจะประสบปัญหาอะไรบ้าง

00:05:42.993 --> 00:05:45.743
ดังนั้น ลองพิจารณาจากตัวอย่างสถานการณ์

00:05:45.767 --> 00:05:48.348
การใช้ชีวิตของผู้สูงอายุในปัจจุบันนะครับ

00:05:48.372 --> 00:05:49.708
แล้วก็ลองคิดดูกันว่า

00:05:50.255 --> 00:05:52.748
ผู้สูงอายุน่าจะประสบปัญหาอะไรบ้าง

00:05:53.025 --> 00:05:54.333
คุณครูจะให้เวลานักเรียน

00:05:54.357 --> 00:05:55.699
ทั้งหมด 10 วินาทีนะครับ

00:06:06.390 --> 00:06:08.290
ครับ ครบ 10 วินาทีแล้วนะครับ

00:06:08.314 --> 00:06:10.108
คิดออกกันบ้างไหมเอ่ยนะครับ

00:06:10.600 --> 00:06:12.188
จากสถานการณ์ปัจจุบันนะครับ

00:06:12.426 --> 00:06:15.211
ผู้สูงอายุนะครับ มีแนวโน้มที่ต้องอยู่คนเดียว

00:06:15.235 --> 00:06:16.628
หรือพึ่งพาตนเองมากขึ้น

00:06:17.048 --> 00:06:18.465
แต่เมื่ออายุมากขึ้นนะครับ

00:06:18.489 --> 00:06:20.473
ทำให้สภาพร่างกายนี่เสื่อมลง

00:06:20.821 --> 00:06:22.370
จึงทำให้เกิดปัญหาสุขภาพ

00:06:22.394 --> 00:06:25.028
เช่น สายตาที่พร่ามัวนะครับ

00:06:25.424 --> 00:06:27.628
การเคลื่อนไหวร่างกายที่ยากลำบากขึ้น

00:06:28.303 --> 00:06:30.255
ปัญหาในเรื่องความจำนะครับ

00:06:30.936 --> 00:06:33.039
และการสูญเสียการได้ยินนะครับ

00:06:33.504 --> 00:06:35.117
ปัญหาสุขภาพดังกล่าวนะครับ

00:06:35.141 --> 00:06:36.470
ทำให้ผู้สูงอายุนี่

00:06:36.704 --> 00:06:38.908
ใช้ชีวิตได้อย่างยากลำบากขึ้นนะครับ

00:06:41.574 --> 00:06:42.840
จากการวิเคราะห์นะครับ

00:06:42.864 --> 00:06:44.588
สถานการณ์ปัญหาข้างต้นนะครับ

00:06:45.567 --> 00:06:46.499
ปัญหาหนึ่งนะครับ

00:06:46.538 --> 00:06:48.600
ในการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุนะครับ

00:06:48.625 --> 00:06:51.634
ก็คือปัญหาผู้สูงอายุสูญเสียการได้ยิน

00:06:52.094 --> 00:06:56.108
ซึ่งผู้สูงอายุที่มีความสามารถในการรับเสียงลดลง

00:06:56.402 --> 00:06:59.268
หรือมีภาวะหูอื้อหรือหูตึงนั่นเองนะครับ

00:06:59.435 --> 00:07:01.308
ทำให้สื่อสารกับผู้อื่นได้ลำบาก

00:07:01.657 --> 00:07:03.668
หรือว่าสื่อสารกับผู้อื่นได้น้อยลง

00:07:03.763 --> 00:07:07.563
สูญเสียความมั่นใจ แล้วก็คุณค่าของตนเองนะครับ

00:07:07.686 --> 00:07:09.548
จึงเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบ

00:07:09.588 --> 00:07:11.540
ต่อการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุ

00:07:11.778 --> 00:07:13.642
แล้วก็คนรอบข้างอีกด้วยนะครับ

00:07:15.427 --> 00:07:16.690
นักเรียนคนไหนนะครับ

00:07:16.714 --> 00:07:18.388
ที่อยากจะศึกษาเพิ่มเติมนะครับ

00:07:18.412 --> 00:07:21.308
ถึงปัญหาการได้ยินของผู้สูงอายุนะครับ

00:07:21.634 --> 00:07:23.268
สามารถเข้าไปศึกษาเพิ่มเติม

00:07:23.292 --> 00:07:25.348
ได้จากเว็บไซต์ หรือ QR Code ได้ครับ

00:07:29.380 --> 00:07:31.701
ปัญหาผู้สูงอายุสูญเสียการได้ยินนะครับ

00:07:31.725 --> 00:07:33.368
จึงเป็นปัญหาที่น่าสนใจ

00:07:33.716 --> 00:07:35.420
เพื่อที่จะช่วยเหลือให้ผู้สูงอายุ

00:07:35.444 --> 00:07:38.463
ซึ่งอาจจะเป็นคุณปู่ คุณตา คุณย่า

00:07:38.487 --> 00:07:39.662
หรือคุณยายของนักเรียนนะครับ

00:07:39.931 --> 00:07:41.932
ให้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างดีขึ้น

00:07:42.241 --> 00:07:44.028
การที่เราจะสามารถแก้ปัญหาได้...

00:07:44.052 --> 00:07:45.541
ให้ได้ตรงกับความต้องการ

00:07:45.566 --> 00:07:46.668
ได้อย่างเหมาะสมนะครับ

00:07:47.001 --> 00:07:48.410
เราจำเป็นที่จะต้องเข้าใจ

00:07:48.434 --> 00:07:50.078
องค์ประกอบของปัญหานะครับ

00:07:50.372 --> 00:07:52.656
แล้วก็ยังต้องเข้าใจสาเหตุของปัญหาก่อน

00:07:53.456 --> 00:07:55.295
เพื่อที่เราจะสามารถกำหนดกรอบ

00:07:55.319 --> 00:07:56.907
แล้วก็ขอบเขตของปัญหา

00:07:57.170 --> 00:07:59.223
เพื่อหาแนวทางการแก้ไขต่อไปครับ

00:08:01.429 --> 00:08:02.348
ดังนั้นนะครับ

00:08:02.372 --> 00:08:04.511
นักเรียนลองมาทำความเข้าใจกับปัญหา

00:08:04.535 --> 00:08:06.828
ด้วยการวิเคราะห์องค์ประกอบของปัญหากันครับ

00:08:07.225 --> 00:08:09.011
วิธีหนึ่งที่เราสามารถใช้ได้

00:08:09.035 --> 00:08:12.868
คือ การตั้งคำถาม 5W1H นะครับ

00:08:13.217 --> 00:08:15.988
ซึ่งการตั้งคำถาม 5W1H นะครับ

00:08:16.273 --> 00:08:18.706
ก็เป็นการใช้คำที่ขึ้นต้นคำถาม

00:08:18.730 --> 00:08:20.067
ในภาษาอังกฤษนะครับ

00:08:20.195 --> 00:08:23.294
มาช่วยให้เราคิดจำแนกองค์ประกอบของปัญหา

00:08:23.318 --> 00:08:24.428
ง่ายขึ้นนั่นเองครับ

00:08:24.690 --> 00:08:27.309
ได้แก่ Who ครับ ใคร

00:08:27.523 --> 00:08:28.865
ก็คือใคร

00:08:28.890 --> 00:08:31.466
ก็คือปัญหานี้เราสนใจ เกิดขึ้นกับใครนะครับ

00:08:31.957 --> 00:08:34.798
Where ที่ไหน นะครับ คือ ปัญหาเกิดขึ้นที่ไหน

00:08:35.425 --> 00:08:37.159
When นะครับ เมื่อใดนะครับ

00:08:37.183 --> 00:08:39.188
คือ ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อใดนะครับ

00:08:39.854 --> 00:08:43.268
What อะไรนะครับ คือ ปัญหาคืออะไรนะครับ

00:08:43.902 --> 00:08:47.588
Why ทำไมนะครับ ก็คือทำไมจึงเกิดปัญหานะครับ

00:08:48.207 --> 00:08:50.370
How อย่างไร ก็คือครับ

00:08:50.544 --> 00:08:52.388
ก็คือปัญหาหรือความต้องการ

00:08:52.412 --> 00:08:53.748
มีลักษณะอย่างไรนะครับ

00:08:54.143 --> 00:08:56.000
ดังนั้น นักเรียนลองคิดถึงองค์ประกอบ

00:08:56.025 --> 00:08:59.068
ของปัญหาผู้สูงอายุที่สูญเสียการได้ยิน

00:08:59.092 --> 00:09:01.548
คุณครูจะให้เวลาคิด 10 วินาทีครับ

00:09:12.886 --> 00:09:14.628
นักเรียนคิดได้อย่างไรกันบ้างครับ

00:09:15.048 --> 00:09:16.068
ลองดูกันนะครับ

00:09:16.435 --> 00:09:17.504
การวิเคราะห์องค์ประกอบ

00:09:17.528 --> 00:09:20.011
ของปัญหาผู้สูงอายุสูญเสียการได้ยิน

00:09:20.195 --> 00:09:23.068
ด้วยการตั้งคำถาม 5W1H นะครับ

00:09:23.322 --> 00:09:24.850
อาจจะวิเคราะห์ได้ดังนี้ครับ

00:09:25.873 --> 00:09:28.628
Who ปัญหาที่เราสนใจเกิดขึ้นกับใครนะครับ

00:09:28.652 --> 00:09:31.668
ก็คือผู้สูงอายุที่สูญเสียการได้ยิน

00:09:31.969 --> 00:09:35.388
หรือผู้สูงอายุที่มีภาวะหูอื้อ หูตึงนั่นเองนะครับ

00:09:35.991 --> 00:09:38.188
Where ปัญหานี้เกิดขึ้นที่ไหนนะครับ

00:09:38.529 --> 00:09:42.036
ก็คือสถานที่ หรือบ้านที่มีผู้สูงอายุ

00:09:42.242 --> 00:09:44.060
ที่สูญเสียการได้ยินอยู่นะครับ

00:09:44.233 --> 00:09:46.560
รวมทั้งตำแหน่งที่เกิดปัญหา

00:09:46.584 --> 00:09:49.988
ซึ่งก็คืออวัยวะหรือหูของผู้ที่สูญเสีย...

00:09:50.654 --> 00:09:53.060
ของผู้สูงอายุที่สูญเสียการได้ยินนั่นเองครับ

00:09:53.520 --> 00:09:55.433
When ปัญหานี้เกิดขึ้นเมื่อใดนะครับ

00:09:55.457 --> 00:09:57.603
ก็คือเกิดขึ้นเมื่อมีการสื่อสาร

00:09:57.627 --> 00:10:00.908
ระหว่างผู้สูงอายุกับญาติ หรือผู้อื่นนะครับ

00:10:01.152 --> 00:10:02.747
What ปัญหาคืออะไรนะครับ

00:10:02.772 --> 00:10:04.428
ก็คือผู้สูงอายุ

00:10:04.780 --> 00:10:07.268
มีความสามารถในการรับเสียงลดลงนะครับ

00:10:07.593 --> 00:10:10.388
แล้วก็หรือว่ามีภาวะหูอื้อ หูตึง

00:10:10.538 --> 00:10:13.550
ทำให้ผู้สูงอายุนี่ มีคุณภาพชีวิต

00:10:13.575 --> 00:10:15.948
ในการสื่อสารกับผู้อื่นได้น้อยลงนะครับ

00:10:16.614 --> 00:10:18.098
Why ทำไมจึงเกิดปัญหา

00:10:18.209 --> 00:10:19.951
ก็คือผู้สูงอายุนี่

00:10:19.975 --> 00:10:23.403
มีปัญหาที่เกิดจากการเสื่อมของอวัยวะ

00:10:23.427 --> 00:10:25.388
หรือระบบประสาทภายในหูนะครับ

00:10:25.840 --> 00:10:26.748
หรือสาเหตุอื่น

00:10:26.772 --> 00:10:28.948
ที่ทำให้เกิดการสูญเสียการได้ยินนะครับ

00:10:29.448 --> 00:10:32.148
แล้วก็สุดท้าย How ปัญหาหรือความต้องการ

00:10:32.172 --> 00:10:33.388
มีลักษณะอย่างไรนะครับ

00:10:33.413 --> 00:10:35.976
ก็คือเราต้องการวิธีการ

00:10:36.080 --> 00:10:39.457
หรือช่วยให้ผู้สูงอายุนะครับ ที่สูญเสียการได้ยินนี่

00:10:39.677 --> 00:10:42.908
มีภาวะหรือที่มีภาวะหูอื้อ หูตึงนี่

00:10:43.106 --> 00:10:45.793
สามารถมีการได้ยินที่ดีขึ้นนั่นเองครับ

00:10:47.475 --> 00:10:49.336
นักเรียนนะครับ ได้เรียนรู้การวิเคราะห์

00:10:49.360 --> 00:10:50.748
องค์ประกอบของปัญหาแล้วนะครับ

00:10:51.033 --> 00:10:54.108
ดังนั้น ในกิจกรรมที่ 6.1 ตอนที่ 1 นะครับ

00:10:54.259 --> 00:10:55.668
จะให้นักเรียนได้ค้นหา

00:10:55.692 --> 00:10:57.788
หรือสำรวจสถานการณ์ที่นักเรียนสนใจ

00:10:58.081 --> 00:10:59.788
แล้วเลือกปัญหาที่ตนเองสนใจ

00:10:59.812 --> 00:11:00.988
จากสถานการณ์นะครับ

00:11:01.281 --> 00:11:03.221
แล้วลองวิเคราะห์องค์ประกอบของปัญหานั้น

00:11:03.245 --> 00:11:06.428
ด้วยการตั้งคำถาม 5W1H นะครับ

00:11:07.744 --> 00:11:08.455
นักเรียนนะครับ

00:11:08.479 --> 00:11:10.824
อาจหยุดพักวีดิทัศน์ชุดนี้ไว้ก่อนนะครับ

00:11:10.849 --> 00:11:11.987
เพื่อทำกิจกรรมครับ

00:11:17.406 --> 00:11:19.268
ในการกำหนดขอบเขตของปัญหา

00:11:19.292 --> 00:11:20.831
ผู้สูงอายุสูญเสียการได้ยิน

00:11:20.855 --> 00:11:22.308
ให้มีความชัดเจนนะครับ

00:11:22.530 --> 00:11:25.028
นอกจากจะเข้าใจองค์ประกอบของปัญหาแล้ว

00:11:25.258 --> 00:11:26.588
เราควรเข้าใจสาเหตุ

00:11:26.612 --> 00:11:28.188
ที่เกี่ยวข้องกับปัญหาด้วยครับ

00:11:28.377 --> 00:11:29.588
เนื่องจากปัญหาหนึ่ง ๆ

00:11:29.612 --> 00:11:31.388
อาจเกิดขึ้นได้จากหลาย ๆ สาเหตุ

00:11:31.816 --> 00:11:34.108
การหาสาเหตุอาจทำได้หลายวิธีครับ

00:11:34.336 --> 00:11:35.855
วิธีการหนึ่ง ก็คือการวิเคราะห์

00:11:35.880 --> 00:11:37.588
โดยใช้ผังก้างปลานะครับ

00:11:37.992 --> 00:11:40.111
ซึ่งที่เราเรียกว่า "ผังก้างปลา"

00:11:40.135 --> 00:11:42.024
เนื่องจากว่าแผนผังนี้นะครับ

00:11:42.333 --> 00:11:45.148
มีลักษณะคล้ายหัวปลาที่มีก้างปลานั่นเองครับ

00:11:45.449 --> 00:11:48.628
ในการวิเคราะห์โดยใช้ผังก้างปลานั้นนะครับ

00:11:48.816 --> 00:11:50.186
เราจะเขียนหัวข้อปัญหา

00:11:50.211 --> 00:11:51.867
ไว้ที่ตำแหน่งหัวปลานะครับ

00:11:52.233 --> 00:11:55.294
จากนั้นจึงเขียนสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับปัญหา

00:11:55.318 --> 00:11:57.015
ซึ่งอาจจะมีหลายสาเหตุนะครับ

00:11:57.291 --> 00:11:58.812
โดยเขียนนะครับ ที่...

00:11:59.133 --> 00:12:00.221
โดยเขียนหัวข้อนะครับ

00:12:00.245 --> 00:12:02.388
ที่ปลายก้างปลาแต่ละก้างนะครับ

00:12:02.729 --> 00:12:05.414
จากนั้นนะครับ ก็จะเขียนสาเหตุย่อยนะครับ

00:12:05.517 --> 00:12:07.765
ที่สัมพันธ์กับสาเหตุหลักนะครับ

00:12:07.963 --> 00:12:09.588
ไว้ที่ก้างปลาย่อยนะครับ

00:12:10.421 --> 00:12:12.988
แล้วก็หากยังมีสาเหตุย่อยลงไปอีกนะครับ

00:12:13.194 --> 00:12:15.726
ก็จะเขียนไว้ที่ก้างปลาย่อยที่เกี่ยวข้องครับ

00:12:16.725 --> 00:12:17.828
จากการวิเคราะห์นะครับ

00:12:17.852 --> 00:12:19.181
จะช่วยให้เราเข้าใจสาเหตุ

00:12:19.205 --> 00:12:21.120
ที่เกี่ยวข้องกับปัญหานั่นเองครับ

00:12:23.247 --> 00:12:25.648
ตอนนี้นะครับ เราลองมาดูการวิเคราะห์สาเหตุ

00:12:25.672 --> 00:12:27.108
ของปัญหาผู้สูงอายุ

00:12:27.401 --> 00:12:30.711
ผู้สูงอายุนะครับ สูญเสียการได้ยินนะครับ

00:12:30.735 --> 00:12:32.268
ด้วยผังก้างปลากันนะครับ

00:12:32.919 --> 00:12:35.228
ซึ่งจะเห็นว่าสาเหตุของปัญหานี่

00:12:35.252 --> 00:12:36.868
อาจจะมีหลายสาเหตุนะครับ

00:12:37.955 --> 00:12:39.108
สาเหตุอาจจะเกี่ยวข้อง

00:12:39.132 --> 00:12:40.628
กับการเสื่อมลงของร่างกาย

00:12:40.652 --> 00:12:42.428
ตามวัยของผู้สูงอายุนะครับ

00:12:43.205 --> 00:12:46.388
ซึ่งส่งผลต่ออวัยวะที่ทำหน้าที่รับเสียงนะครับ

00:12:46.650 --> 00:12:47.708
นั่นก็คือหู

00:12:47.978 --> 00:12:50.671
เช่น ใบหูอาจจะสูญเสียความยืดหยุ่นนะครับ

00:12:50.893 --> 00:12:53.748
แล้วก็ความแข็งแรง หรือเกิดความผิดปกติ

00:12:53.772 --> 00:12:56.748
เช่น มีขี้หูอุดตันนะครับ

00:12:56.851 --> 00:12:58.719
น้ำขังอยู่ในหูนะครับ

00:12:58.917 --> 00:13:00.988
โรคหินปูนเกาะกระดูกหู

00:13:01.178 --> 00:13:03.548
หรือเยื่อแก้วหูทะลุนะครับ

00:13:03.952 --> 00:13:04.748
สาเหตุนะครับ

00:13:04.772 --> 00:13:07.228
ยังอาจจะเกิด เกี่ยวข้องกับระบบประสาท

00:13:07.252 --> 00:13:08.982
ที่เกี่ยวข้องกับการได้ยินนะครับ

00:13:09.006 --> 00:13:11.508
ซึ่งเกิดการเสื่อมลงของเซลล์ประสาทนะครับ

00:13:12.032 --> 00:13:12.798
นอกจากนี้

00:13:12.822 --> 00:13:15.828
สาเหตุยังอาจจะเกิดขึ้นได้จากการใช้ชีวิต

00:13:15.852 --> 00:13:17.052
ที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยเสี่ยง

00:13:17.076 --> 00:13:19.988
อย่างเช่น อยู่ในที่มีเสียงดังเกินไป

00:13:20.186 --> 00:13:22.908
การสูบบุหรี่นะครับ การมีโรคเรื้อรังนะครับ

00:13:23.194 --> 00:13:25.108
การรับประทานยาที่มีพิษต่อหู

00:13:25.377 --> 00:13:27.150
หรือการขาดสารอาหารที่จำเป็น

00:13:27.174 --> 00:13:28.708
เช่น สารโฟเลตนะครับ

00:13:28.993 --> 00:13:31.908
จะเห็นว่าสาเหตุที่อาจจะส่งผลให้ผู้สูงอายุ

00:13:32.381 --> 00:13:33.561
สูญเสียการได้ยินนี่

00:13:33.585 --> 00:13:34.708
มีหลายอย่างนะครับ

00:13:35.684 --> 00:13:38.307
ดังนั้น การหาแนวทางการแก้ปัญหา

00:13:38.422 --> 00:13:40.508
ผู้สูงอายุสูญเสียการได้ยินนะครับ

00:13:40.690 --> 00:13:43.625
จึงจำเป็นต้องแก้ไขให้ตรงกับสาเหตุของปัญหา

00:13:44.021 --> 00:13:46.343
บางสาเหตุ หากทำการแก้ไขแล้ว

00:13:46.579 --> 00:13:49.508
อาจจะกลับมาได้ยินเป็นปกติครับ หรือดีขึ้น

00:13:49.532 --> 00:13:51.788
เช่น ภาวะที่หูอุดตันนะครับ

00:13:52.098 --> 00:13:55.550
แต่บางสาเหตุจะต้องใช้ผู้ที่มีความรู้นะครับ

00:13:55.574 --> 00:13:56.883
ความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ

00:13:57.327 --> 00:13:59.068
รวมทั้งเครื่องมือ อุปกรณ์

00:13:59.258 --> 00:14:01.058
โดยเฉพาะเพื่อดำเนินการแก้ไข

00:14:01.446 --> 00:14:04.032
ดังนั้น การตัดสินใจเลือกสาเหตุของปัญหา

00:14:04.348 --> 00:14:05.107
เพื่อมาแก้ไข

00:14:05.132 --> 00:14:07.653
จำเป็นต้องพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง

00:14:07.677 --> 00:14:09.295
เช่น ความรู้นะครับ

00:14:09.399 --> 00:14:11.787
ความสามารถของผู้ที่จะดำเนินการแก้ไข

00:14:11.993 --> 00:14:13.988
รวมทั้งทรัพยากรหรือข้อจำกัด

00:14:14.194 --> 00:14:15.708
เพื่อประกอบการตัดสินใจครับ

00:14:19.072 --> 00:14:20.020
ดังนั้นนะครับ

00:14:20.060 --> 00:14:22.020
จากการวิเคราะห์ทั้งองค์ประกอบนะครับ

00:14:22.045 --> 00:14:25.344
แล้วก็สาเหตุที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุนะครับ

00:14:25.368 --> 00:14:26.208
สูญเสียการได้ยิน

00:14:26.592 --> 00:14:28.930
การสูญเสียการได้ยินจากประสาทหูเสื่อม

00:14:28.954 --> 00:14:31.993
สามารถเกิดขึ้นได้กับผู้สูงอายุทุกคนนะครับ

00:14:32.017 --> 00:14:34.711
ซึ่งส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน

00:14:35.127 --> 00:14:37.885
ของผู้สูงอายุ แล้วก็ผู้ที่สื่อสารด้วย

00:14:38.124 --> 00:14:40.068
จึงอาจกำหนดเป็นขอบเขตของปัญหา

00:14:40.092 --> 00:14:42.425
เพื่อหาแนวทางการแก้ไขได้ครับ

00:14:42.821 --> 00:14:46.868
ก็คือปัญหาการสูญเสียการได้ยินของผู้สูงอายุ

00:14:46.892 --> 00:14:48.208
ที่เกิดขึ้นจากการ...

00:14:48.358 --> 00:14:50.748
จากประสาทหูเสื่อมลงตามวัยนะครับ

00:14:50.875 --> 00:14:53.722
ส่งผลให้ความสามารถในการได้ยินลดลงนะครับ

00:14:53.857 --> 00:14:55.233
จึงต้องการวิธีการ

00:14:55.416 --> 00:14:57.309
ที่ช่วยให้ผู้สูงอายุนะครับ

00:14:57.471 --> 00:14:59.141
สามารถได้ยินเสียงได้ดีขึ้น

00:14:59.410 --> 00:15:01.848
หรือมีระดับการได้ยินเสียงปกตินะครับ

00:15:02.174 --> 00:15:03.920
โดยนักเรียนอาจจะสังเกตนะครับ

00:15:03.944 --> 00:15:06.588
ว่าการกำหนดขอบเขตของปัญหานะครับ

00:15:06.810 --> 00:15:08.861
อาจเขียนโดยประกอบไปด้วยนะครับ

00:15:09.242 --> 00:15:11.188
ตัวปัญหาหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง

00:15:11.289 --> 00:15:13.148
หรือผู้ที่เกิดปัญหานะครับ

00:15:13.703 --> 00:15:16.047
ลักษณะของปัญหาหรือผลของปัญหา

00:15:16.301 --> 00:15:19.348
และความต้องการและแนวทางเพื่อแก้ไขครับ

00:15:20.538 --> 00:15:22.946
ตอนนี้นะครับ นักเรียนก็ได้เรียนรู้นะครับ

00:15:22.970 --> 00:15:24.728
เกี่ยวกับการวิเคราะห์หาสาเหตุนะครับ

00:15:24.752 --> 00:15:27.468
แล้วก็กำหนดขอบเขตของปัญหาแล้วนะครับ

00:15:27.721 --> 00:15:30.668
ดังนั้น ในกิจกรรมที่ 6.1 ตอนที่ 2 นะครับ

00:15:30.897 --> 00:15:32.828
จะให้นักเรียนได้วิเคราะห์หาสาเหตุ

00:15:32.852 --> 00:15:35.363
และปัจจัยของปัญหาที่นักเรียนสนใจ

00:15:35.387 --> 00:15:38.784
ที่ได้เลือกไว้ในกิจกรรมที่ 6.1 ตอนที่ 1 นะครับ

00:15:38.808 --> 00:15:40.248
ด้วยผังก้างปลานะครับ

00:15:40.407 --> 00:15:42.934
จากนั้นตัดสินใจเลือกสาเหตุของปัญหา

00:15:42.958 --> 00:15:44.028
ที่ต้องการแก้ไข

00:15:44.345 --> 00:15:46.514
แล้วนำผลจากการวิเคราะห์องค์ประกอบ

00:15:46.538 --> 00:15:48.188
แล้วก็สาเหตุของปัญหานะครับ

00:15:48.402 --> 00:15:49.908
มากำหนดขอบเขตของปัญหา

00:15:49.932 --> 00:15:51.828
ที่จะดำเนินแก้ไขนะครับ

00:15:52.018 --> 00:15:55.148
โดยมีเวลาในการทำกิจกรรมนี้ 20 นาทีนะครับ

00:15:57.053 --> 00:15:59.037
ตอนนี้นะครับ นักเรียนก็ได้เรียนรู้

00:15:59.061 --> 00:16:01.628
เกี่ยวกับการทำความเข้าใจกับปัญหา

00:16:01.842 --> 00:16:03.428
และกำหนดขอบเขตของปัญหา

00:16:03.452 --> 00:16:04.828
ที่ต้องการแก้ไขแล้วนะครับ

00:16:05.217 --> 00:16:07.052
ในขั้นตอนต่อไปของการแก้ปัญหา

00:16:07.076 --> 00:16:09.029
ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม

00:16:09.053 --> 00:16:11.788
ก็คือการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

00:16:12.169 --> 00:16:14.252
เพื่อที่จะสร้างแนวทางในการแก้ปัญหา

00:16:14.276 --> 00:16:15.095
อย่างเหมาะสม

00:16:15.333 --> 00:16:17.668
รวมทั้งสามารถดำเนินการได้โดยนะครับ

00:16:18.032 --> 00:16:20.274
1. ก็คือค้นหาความรู้

00:16:20.298 --> 00:16:22.030
และก็แนวคิดที่เกี่ยวข้องกับปัญหา

00:16:22.054 --> 00:16:25.171
เช่น ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ประสบปัญหา

00:16:25.495 --> 00:16:27.072
ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์

00:16:27.096 --> 00:16:28.867
แล้วก็เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องครับ

00:16:29.352 --> 00:16:31.619
นอกจากนี้นะครับ ควรจะสืบค้นนะครับ

00:16:31.650 --> 00:16:34.810
ว่ามีใครเคยหาวิธีการแก้ปัญหาดังกล่าวนี้

00:16:34.834 --> 00:16:37.628
และดังกล่าวนี้ไว้ก่อนแล้วหรือไม่นะครับ

00:16:38.277 --> 00:16:40.308
เขามีวิธีการแก้ปัญหาอย่างไรนะครับ

00:16:40.347 --> 00:16:42.603
และมีข้อเสนอแนะไว้อย่างไรบ้างนะครับ

00:16:43.111 --> 00:16:45.092
จากนั้นนะครับ จึงพิจารณาเปรียบเทียบ

00:16:45.116 --> 00:16:46.342
แนวคิดที่รวบรวมมา

00:16:46.367 --> 00:16:48.044
ถึงข้อดีข้อจำกัดนะครับ

00:16:48.329 --> 00:16:50.150
แล้วก็ความเหมาะสมกับเงื่อนไข

00:16:50.175 --> 00:16:51.513
แล้วก็ขอบเขตของปัญหา

00:16:51.814 --> 00:16:54.348
แล้วจึงเลือกแนวคิดที่เหมาะสมที่สุดครับ

00:16:57.906 --> 00:17:01.014
ซึ่งเราอาจจะเริ่มต้นการรวบรวมข้อมูลนะครับ

00:17:01.038 --> 00:17:03.828
ด้วยการกำหนดประเด็นที่จะต้องการสืบค้นนะครับ

00:17:03.962 --> 00:17:05.508
ด้วยการระดมสมองนะครับ

00:17:05.873 --> 00:17:07.268
ซึ่งการระดมสมองน่ะ

00:17:07.353 --> 00:17:09.667
ควรเปิดโอกาสให้สมาชิกทุกคนนะครับ

00:17:09.864 --> 00:17:12.622
ได้แสดงความคิดเห็นอย่างอิสระนะครับ

00:17:12.646 --> 00:17:15.621
พยายามรับความคิดของผู้อื่นนะครับ

00:17:15.645 --> 00:17:16.427
โดยไม่วิจารณ์

00:17:16.451 --> 00:17:18.788
ในระหว่างที่มีการแสดงความคิดเห็นนะครับ

00:17:19.105 --> 00:17:21.300
พยายามแสดงความคิดให้ได้จำนวนมาก

00:17:21.498 --> 00:17:23.704
โดยอาจยังไม่ต้องดูเหตุผลนะครับ

00:17:23.728 --> 00:17:25.068
อาจคิดนอกกรอบได้

00:17:25.306 --> 00:17:27.281
แล้วจึงรวบรวมผลการระดมสมอง

00:17:27.306 --> 00:17:28.597
ไปปรับปรุงต่อครับ

00:17:28.843 --> 00:17:31.333
จากตัวอย่างปัญหาผู้สูงอายุนะครับ

00:17:31.357 --> 00:17:33.905
สูญเสียการได้ยิน จากประสาทหูเสื่อมนะครับ

00:17:34.214 --> 00:17:37.122
อาจกำหนดประเด็นนะครับ ที่ต้องการสืบค้น

00:17:37.320 --> 00:17:39.090
เพื่อรวบรวมแนวคิดในการแก้ปัญหา

00:17:39.114 --> 00:17:42.188
เช่น ลักษณะการได้ยินของผู้สูงอายุ

00:17:42.259 --> 00:17:43.838
ที่ประสาทหูเสื่อมนะครับ

00:17:44.457 --> 00:17:47.128
ผลกระทบจากการสูญเสียการได้ยินนะครับ

00:17:47.807 --> 00:17:50.219
แล้วก็แนวทางการส่งเสริมการได้ยินครับ

00:17:51.575 --> 00:17:52.437
นักเรียนนะครับ

00:17:52.461 --> 00:17:54.948
สามารถนำหัวข้อหรือประเด็นที่ได้นะครับ

00:17:54.973 --> 00:17:56.111
ไปสืบค้นนะครับ

00:17:56.136 --> 00:17:59.305
รวบรวมข้อมูลจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ นะครับ ได้

00:17:59.330 --> 00:18:02.868
เช่นนะครับ สืบค้นนะครับ จากเอกสาร บทความ

00:18:02.892 --> 00:18:04.049
งานวิจัยนะครับ

00:18:04.644 --> 00:18:05.596
รวมทั้งนะครับ

00:18:05.621 --> 00:18:08.001
สืบค้นข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตนะครับ

00:18:08.643 --> 00:18:09.743
นอกจากนี้นะครับ

00:18:09.767 --> 00:18:11.013
ยังสามารถรวบรวมข้อมูล

00:18:11.037 --> 00:18:12.902
จากการสัมภาษณ์ผู้รู้นะครับ

00:18:13.020 --> 00:18:14.259
ผู้เชี่ยวชาญนะครับ

00:18:14.892 --> 00:18:17.174
แล้วก็ยังสามารถไปสำรวจตัวอย่างนะครับ

00:18:17.198 --> 00:18:19.479
แนวทางการแก้ปัญหาที่มีอยู่ในท้องตลาด

00:18:19.503 --> 00:18:20.588
ด้วยตนเองนะครับ

00:18:21.016 --> 00:18:23.179
และหาข้อมูลจากสถานที่ต่าง ๆ

00:18:23.655 --> 00:18:25.108
อย่างในปัญหานี้นะครับ

00:18:25.417 --> 00:18:27.908
อาจหาข้อมูลจากร้านอุปกรณ์ทางการแพทย์

00:18:27.933 --> 00:18:29.628
หรือโรงพยาบาลด้วยก็ได้ครับ

00:18:30.001 --> 00:18:32.628
โดยจดบันทึกข้อมูลเหล่านี้ไว้นะครับ

00:18:35.120 --> 00:18:36.828
เมื่อนักเรียนได้รวบรวมข้อมูล

00:18:36.852 --> 00:18:38.268
ตามหัวข้อแล้วนะครับ

00:18:38.488 --> 00:18:40.256
ควรนำข้อมูลเหล่านั้นนะครับ

00:18:40.280 --> 00:18:42.708
มาสรุปให้เห็นถึงความเชื่อมโยงนะครับ

00:18:43.111 --> 00:18:46.228
ครับ จากตัวอย่างข้อมูลที่ได้นะครับ

00:18:46.252 --> 00:18:47.248
จากการสืบค้น

00:18:47.272 --> 00:18:50.828
เกี่ยวกับปัญหาผู้สูงอายุนะครับ สูญเสียการได้ยิน

00:18:50.852 --> 00:18:52.748
เนื่องจากประสาทหูเสื่อมนะครับ

00:18:53.025 --> 00:18:55.268
สามารถสรุปเป็นแผนที่ความคิดนะครับ

00:18:55.616 --> 00:18:57.748
โดยในการเขียนแผนที่ความคิดนะครับ

00:18:57.772 --> 00:19:00.433
จะเขียนหัวข้อหลักนะครับ ไว้ตรงกลางนะครับ

00:19:00.862 --> 00:19:02.886
แล้วก็จะเขียนหัวข้อที่เชื่อมโยงนะครับ

00:19:02.910 --> 00:19:04.068
ไว้โดยรอบนะครับ

00:19:04.544 --> 00:19:06.782
แล้วก็จะเชื่อมโยงด้วยการขีดเส้นนะครับ

00:19:07.187 --> 00:19:10.468
โดยการ... โดยจากหัวข้อที่ไปสืบค้นนะครับ

00:19:11.321 --> 00:19:12.777
ลักษณะการได้ยินนะครับ

00:19:12.801 --> 00:19:16.148
จะพบว่าผู้สูงอายุนะครับ จะได้ยินเสียงโทนต่ำ

00:19:16.172 --> 00:19:19.388
ชัดเจนกว่าเสียงที่มีความถี่สูงนะครับ

00:19:19.967 --> 00:19:21.387
สำหรับผลกระทบนั้นนะครับ

00:19:21.412 --> 00:19:24.792
จะเห็นว่าส่งผลกระทบทั้งทางด้านจิตใจนะครับ

00:19:24.816 --> 00:19:26.993
แล้วก็ทั้งทางด้านร่างกายนะครับ

00:19:27.017 --> 00:19:29.691
ของผู้สูงอายุที่สูญเสียการได้ยินนะครับ

00:19:30.755 --> 00:19:33.561
ทางด้านจิตใจ เช่น เกิดภาวะซึมเศร้านะครับ

00:19:33.647 --> 00:19:36.708
และความเชื่อมั่นในตนเองครับ ลดลงนะครับ

00:19:36.890 --> 00:19:38.421
ทางด้านร่างกายนะครับ

00:19:38.445 --> 00:19:40.668
อาจจะมีอาการวิงเวียนศีรษะนะครับ

00:19:40.692 --> 00:19:42.028
เสียการทรงตัวนะครับ

00:19:42.678 --> 00:19:44.508
สำหรับการส่งเสริมการได้ยินนะครับ

00:19:44.532 --> 00:19:46.668
พบว่ามีหลายแนวทางครับ

00:19:46.692 --> 00:19:49.062
เช่น การใช้วิธีการสื่อสารต่าง ๆ

00:19:49.086 --> 00:19:51.768
เช่น พยายามพูดด้วยเสียงโทนต่ำนะครับ

00:19:51.990 --> 00:19:54.348
พูดช้าและเน้นคำพูดนะครับ

00:19:54.593 --> 00:19:56.890
ใช้ประโยคเรียบง่ายนะครับ

00:19:56.914 --> 00:19:58.628
พยายามให้เห็นหน้าผู้พูดนะครับ

00:19:59.009 --> 00:20:00.587
การส่งเสริมการได้ยินนะครับ

00:20:00.612 --> 00:20:02.698
ยังสามารถใช้อุปกรณ์ในการช่วยเหลือ

00:20:02.722 --> 00:20:04.988
เช่น การใช้เครื่องช่วยฟัง

00:20:05.274 --> 00:20:07.748
หรือการผ่าตัดใส่ประสาทหูเทียมนะครับ

00:20:08.089 --> 00:20:11.108
รวมทั้งการแลตัวเองของผู้สูงอายุนะครับ

00:20:11.449 --> 00:20:13.823
ที่พยายามลดปัจจัยเสี่ยงนะครับ

00:20:14.061 --> 00:20:16.668
และรักษาสุขภาพด้วยการออกกำลังกาย

00:20:16.692 --> 00:20:19.657
แล้วก็รับประทานอาหารที่มีกรดโฟลิกสูงนะครับ

00:20:21.280 --> 00:20:23.783
ในกิจกรรมที่ 6.2 ตอนที่ 1 นะครับ

00:20:23.807 --> 00:20:25.617
จะให้นักเรียนช่วยกันระดมสมอง

00:20:25.641 --> 00:20:27.908
กำหนดประเด็นในการรวบรวมข้อมูลนะครับ

00:20:27.939 --> 00:20:29.387
ที่เกี่ยวข้องกับปัญหา

00:20:29.799 --> 00:20:32.164
ที่ได้กำหนดขอบเขตของปัญหาไว้แล้วนะครับ

00:20:32.188 --> 00:20:34.868
จากกิจกรรมที่ 6.1 ตอนที่ 2 นะครับ

00:20:35.224 --> 00:20:36.022
จากนั้นนะครับ

00:20:36.046 --> 00:20:37.839
ให้นักเรียนรวบรวมข้อมูลตามประเด็น

00:20:37.863 --> 00:20:39.135
จากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ

00:20:39.160 --> 00:20:41.800
เช่น วารสาร สารานุกรมนะครับ

00:20:41.824 --> 00:20:42.847
ข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต

00:20:43.221 --> 00:20:47.508
ซึ่งควรเป็นข้อมูลจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้นะครับ

00:20:47.532 --> 00:20:50.268
รวมทั้งอาจจะใช้การสัมภาษณ์จากผู้รู้นะครับ

00:20:50.648 --> 00:20:53.228
โดยควรบันทึกข้อมูลแล้วก็แหล่งอ้างอิง

00:20:53.537 --> 00:20:55.772
แล้วสรุปข้อมูลที่รวบรวมได้นะครับ

00:20:55.796 --> 00:20:57.228
เป็นแผนที่ความคิดนะครับ

00:20:57.696 --> 00:21:00.087
นักเรียนอาจหยุดวีดิทัศน์ชุดนี้ไว้ก่อนนะครับ

00:21:00.112 --> 00:21:01.281
เพื่อทำกิจกรรมครับ

00:21:05.867 --> 00:21:07.162
นักเรียนจะเห็นนะครับ

00:21:07.186 --> 00:21:08.468
ว่าการรวบรวมข้อมูล

00:21:08.492 --> 00:21:10.261
จะช่วยให้เราสามารถหาแนวทาง

00:21:10.285 --> 00:21:12.908
ที่ช่วยในการแก้ปัญหาได้ชัดเจนขึ้นใช่ไหมครับ

00:21:13.511 --> 00:21:14.468
ซึ่งจากตัวอย่าง

00:21:14.492 --> 00:21:17.268
ปัญหาผู้สูงอายุที่สูญเสียการได้ยินนะครับ

00:21:17.292 --> 00:21:18.948
เนื่องจากประสาทหูเสื่อม

00:21:19.305 --> 00:21:22.228
ก็มีวิธีการส่งเสริมการได้ยินอยู่หลายวิธีนะครับ

00:21:22.609 --> 00:21:25.308
แนวทางหนึ่ง ก็คือการใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือนะครับ

00:21:25.911 --> 00:21:29.508
เช่น การผ่าตัดใส่ประสาทหูเทียมนะครับ

00:21:29.532 --> 00:21:31.372
หรือการใช้เครื่องช่วยฟังนะครับ

00:21:31.815 --> 00:21:34.348
ซึ่งในการแก้ปัญหาจะเลือกแนวทางใด

00:21:34.372 --> 00:21:36.068
ต้องพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ

00:21:36.671 --> 00:21:38.813
หนึ่งในนั้น ก็คือความรู้ความสามารถ

00:21:38.838 --> 00:21:40.628
ของผู้ที่จะแก้ปัญหาด้วยครับ

00:21:40.897 --> 00:21:43.298
เช่น การผ่าตัดใส่ประสาทหูเทียม

00:21:43.429 --> 00:21:45.348
เพื่อช่วยในเรื่องของการได้ยินนะครับ

00:21:45.570 --> 00:21:48.258
เป็นสิ่งที่นักเรียนยังทำไม่ได้

00:21:48.282 --> 00:21:49.628
เนื่องจากวิธีการดังกล่าว

00:21:49.652 --> 00:21:52.428
ต้องดำเนินการโดยแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญนะครับ

00:21:52.730 --> 00:21:55.228
อีกแนวทางหนึ่งก็คือการใช้เครื่องช่วยฟัง

00:21:55.513 --> 00:21:58.826
ปัจจุบันมีการผลิตแล้วก็จำหน่ายอยู่ทั่วไปนะครับ

00:21:58.851 --> 00:22:01.539
โดยเครื่องช่วยฟังที่มีคุณภาพดี

00:22:01.844 --> 00:22:03.542
มักมีราคาสูงนะครับ

00:22:03.842 --> 00:22:06.788
แล้วก็มักจะต้องนำเข้ามาจากต่างประเทศนะครับ

00:22:07.097 --> 00:22:09.665
จากการสร้างเครื่องช่วยฟังอย่างง่าย ๆ ขึ้นมา

00:22:10.260 --> 00:22:12.152
เพื่อช่วยเหลือผู้สูงอายุนะครับ

00:22:12.176 --> 00:22:14.108
อาจจะเป็นสิ่งที่นักเรียนทำได้นะครับ

00:22:14.433 --> 00:22:16.850
ซึ่งเราอาจจะสืบค้นข้อมูลเพิ่มเติมครับ

00:22:17.790 --> 00:22:19.263
ซึ่งจากการสืบค้นนะครับ

00:22:19.287 --> 00:22:21.374
จะเห็นว่าเครื่องช่วยฟังนะครับ

00:22:22.195 --> 00:22:25.028
มีการผลิตเพื่อจำหน่ายในรูปแบบต่าง ๆ นะครับ

00:22:25.052 --> 00:22:26.350
ซึ่งสามารถนำมาปรับใช้

00:22:26.374 --> 00:22:28.461
ให้เหมาะสมกับแต่ละคนได้นะครับ

00:22:28.500 --> 00:22:31.064
เช่น เครื่องช่วยฟังแบบกล่องนะครับ

00:22:31.714 --> 00:22:34.188
เครื่องช่วยฟังแบบทัดหลังใบหูนะครับ

00:22:34.887 --> 00:22:37.384
เครื่องช่วยฟังแบบใส่ในช่องหูนะครับ

00:22:37.717 --> 00:22:39.131
ซึ่งเครื่องช่วยฟังแต่ละแบบ

00:22:39.155 --> 00:22:41.948
ก็จะมีองค์ประกอบ ลักษณะการใช้งานนะครับ

00:22:41.972 --> 00:22:43.416
ข้อดี ข้อด้อยครับ

00:22:43.529 --> 00:22:45.733
ที่เป็นอุปสรรคต่อการใช้งานต่าง ๆ

00:22:45.859 --> 00:22:47.723
ซึ่งเราอาจจะนำข้อมูลเหล่านี้นะครับ

00:22:47.969 --> 00:22:49.268
มาเปรียบเทียบกันนะครับ

00:22:49.293 --> 00:22:51.748
เพื่อหาแนวทางในการพัฒนาเครื่องช่วยฟัง

00:22:52.137 --> 00:22:53.091
ที่เหมาะสมนะครับ

00:22:53.122 --> 00:22:54.123
ภายใต้ความรู้...

00:22:54.413 --> 00:22:56.825
ภายใต้ความรู้นะครับ ความสามารถ

00:22:56.849 --> 00:22:59.468
แล้วก็ทรัพยากรและข้อจำกัดที่เรามีครับ

00:23:02.102 --> 00:23:03.415
โดยการเปรียบเทียบนะครับ

00:23:03.439 --> 00:23:05.184
อาจทำในรูปของตารางได้ครับ

00:23:05.573 --> 00:23:07.692
โดยมีการระบุข้อดีนะครับ

00:23:07.716 --> 00:23:10.013
หรือข้อจำกัดของเครื่องช่วยฟังแต่ละแบบ

00:23:10.362 --> 00:23:11.505
จากตัวอย่างนะครับ

00:23:11.791 --> 00:23:13.188
การเปรียบเทียบจะเห็นว่า

00:23:13.592 --> 00:23:15.908
เครื่องช่วยฟังแบบกล่องนะครับ มีข้อดี

00:23:16.162 --> 00:23:19.516
เช่น เหมาะสำหรับผู้ที่มีประสาทหูเสื่อมมาก

00:23:19.541 --> 00:23:20.874
ถึงรุนแรงมากนะครับ

00:23:21.151 --> 00:23:23.611
สามารถปรับระดับเสียงดัง-เบาได้

00:23:23.929 --> 00:23:24.948
ตามความต้องการ

00:23:25.320 --> 00:23:27.628
มีกำลังการขยายเสียงสูงนะครับ

00:23:27.786 --> 00:23:30.874
ใช้กับถ่านไฟฉายที่หาซื้อได้โดยทั่วไปนะครับ

00:23:30.899 --> 00:23:33.548
มีราคาถูกนะครับ ดูแลรักษาง่าย

00:23:33.826 --> 00:23:35.350
แต่ก็มีข้อจำกัดนะครับ

00:23:35.374 --> 00:23:38.622
เช่น ที่... มีเรื่องของเสียงรบกวนนะครับ

00:23:38.646 --> 00:23:39.748
สายหูฟังยาว

00:23:39.772 --> 00:23:41.794
แล้วก็อุปกรณ์มีขนาดใหญ่กว่า

00:23:41.944 --> 00:23:43.462
เครื่องช่วยฟังแบบอื่นนะครับ

00:23:43.848 --> 00:23:46.638
สำหรับเครื่องช่วยฟังแบบทัดหลังใบหูก็จะมีข้อดี

00:23:46.663 --> 00:23:51.377
เช่น เหมาะสำหรับผู้ที่มีประสาทหูเสื่อมปานกลาง

00:23:51.401 --> 00:23:52.708
ถึงรุนแรงมากนะครับ

00:23:52.732 --> 00:23:54.588
มีขนาดเล็กกะทัดรัดนะครับ

00:23:54.865 --> 00:23:57.708
คุณภาพเสียงดีนะครับ ราคาไม่สูงมาก

00:23:57.977 --> 00:23:58.945
แต่ก็มีข้อจำกัด

00:23:58.969 --> 00:24:00.868
เช่น อาจไม่เหมาะนะครับ

00:24:00.892 --> 00:24:02.708
สำหรับคนที่สวมแว่นตานะครับ

00:24:02.930 --> 00:24:05.548
ต้องใช้ถ่านไฟฉายที่จำเพราะกับเครื่องเท่านั้น

00:24:05.572 --> 00:24:08.148
หรือต้องประจุไฟฟ้ากับแบตเตอรี่นะครับ

00:24:08.409 --> 00:24:09.187
ภายในเครื่อง

00:24:09.639 --> 00:24:11.135
ข้อดีและข้อจำกัดเหล่านี้

00:24:11.160 --> 00:24:13.520
เกี่ยวข้องกับคุณภาพของอุปกรณ์นะครับ

00:24:13.750 --> 00:24:14.988
ลักษณะการใช้งาน

00:24:15.099 --> 00:24:17.588
ราคา ความสะดวกกับผู้ใช้นะครับ

00:24:17.873 --> 00:24:19.628
ซึ่งเป็นสิ่งที่เรานำมาเปรียบเทียบ

00:24:19.872 --> 00:24:20.908
เพื่อใช้เป็นแนวทาง

00:24:20.932 --> 00:24:22.963
ในการพัฒนาการแก้ปัญหาของเราได้ครับ

00:24:25.304 --> 00:24:28.114
ในกิจกรรม 6.2 ตอนที่ 1 ที่ผ่านมานะครับ

00:24:28.139 --> 00:24:29.991
นักเรียนได้ช่วยกันรวบรวมข้อมูล

00:24:30.015 --> 00:24:31.650
ตามประเด็นที่เกี่ยวข้องกับปัญหา

00:24:31.674 --> 00:24:34.452
แล้วก็สรุปข้อมูลที่ได้รวบรวมได้นะครับ

00:24:34.476 --> 00:24:36.188
เป็นแผนที่ความคิดไว้แล้วนะครับ

00:24:36.489 --> 00:24:39.777
ดังนั้น ในกิจกรรมที่ 6.2 ตอนที่ 2 นี้นะครับ

00:24:40.007 --> 00:24:43.159
จะให้นักเรียนได้ลองพิจารณา พิจารณานะครับ

00:24:43.183 --> 00:24:45.428
แล้วก็ตัดสินใจเลือกแนวทางการแก้ปัญหา

00:24:45.864 --> 00:24:47.826
จากนั้นนะครับ ให้สืบค้นเพิ่มเติม

00:24:47.865 --> 00:24:50.599
ว่าแนวทางแก้ปัญหาที่นักเรียนเลือกนะครับ

00:24:50.624 --> 00:24:53.068
มีผู้สร้างหรือพัฒนาไว้อย่างไรนะครับ

00:24:53.401 --> 00:24:56.175
แล้วนำมาเปรียบเทียบถึงข้อดีนะครับ ข้อจำกัด

00:24:56.484 --> 00:24:58.115
แล้วก็ตัดสินใจ เลือกแนวทาง

00:24:58.139 --> 00:25:00.548
เพื่อใช้ในการออกแบบวิธีการแก้ปัญหานะครับ

00:25:00.904 --> 00:25:02.821
โดยมีเวลาในการทำกิจกรรมนี้นะครับ

00:25:02.845 --> 00:25:04.068
20 นาทีนะครับ

00:25:05.120 --> 00:25:06.481
การเรียนรู้ในครั้งนี้นะครับ

00:25:06.505 --> 00:25:08.548
นักเรียนได้เรียนรู้ใน 2 ขั้นตอนแรก

00:25:08.572 --> 00:25:09.465
ของการแก้ปัญหา

00:25:09.489 --> 00:25:11.708
ตามกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมนะครับ

00:25:12.128 --> 00:25:14.148
ซึ่งช่วยให้นักเรียนเข้าใจปัญหา

00:25:14.172 --> 00:25:15.748
แล้วก็หาแนวทางที่เหมาะสม

00:25:15.772 --> 00:25:17.268
กับการแก้ปัญหานะครับ

00:25:17.625 --> 00:25:20.025
ขั้นตอนแรกนะครับ คือ การระบุปัญหา

00:25:20.279 --> 00:25:22.588
เป็นการทำความเข้าใจกับสถานการณ์ของปัญหา

00:25:22.612 --> 00:25:24.468
หรือความต้องการอย่างละเอียดนะครับ

00:25:24.706 --> 00:25:27.065
เพื่อตัดสินใจเลือกปัญหาที่ต้องการแก้ไข

00:25:27.358 --> 00:25:28.581
แล้ววิเคราะห์องค์ประกอบ

00:25:28.605 --> 00:25:30.329
แล้วก็สาเหตุของปัญหาที่สนใจ

00:25:30.353 --> 00:25:33.548
เพื่อกำหนดขอบเขตของปัญหาให้ชัดเจนนะครับ

00:25:33.987 --> 00:25:35.427
เมื่อได้ขอบเขตของปัญหาแล้ว

00:25:35.452 --> 00:25:37.476
ขั้นถัดมา ก็คือการรวบรวมข้อมูล

00:25:37.500 --> 00:25:40.452
แล้วก็ความรู้นะครับ ที่เกี่ยวข้องกับปัญหา

00:25:40.691 --> 00:25:42.852
แล้วนำข้อมูลเหล่านั้นมาสรุปนะครับ

00:25:42.876 --> 00:25:44.348
และเปรียบเทียบนะครับ

00:25:44.785 --> 00:25:45.428
เพื่อตัดสินใจ

00:25:45.452 --> 00:25:48.388
เลือกแนวทางในการแก้ปัญหาที่เหมาะสมนะครับ

00:25:48.768 --> 00:25:49.789
ในครั้งหน้านะครับ

00:25:49.814 --> 00:25:51.393
เราจะมาเรียนรู้กันต่อนะครับ

00:25:51.417 --> 00:25:52.579
ว่าเราจะเอาแนวทาง

00:25:52.603 --> 00:25:54.028
การแก้ปัญหาของเรานะครับ

00:25:54.289 --> 00:25:55.865
มาออกแบบวิธีการแก้ปัญหา

00:25:56.019 --> 00:25:57.548
ให้เหมาะสมได้อย่างไรนะครับ

00:25:57.952 --> 00:25:59.908
สำหรับครั้งนี้ สวัสดีครับ

00:26:01.280 --> 00:26:15.738
[เสียงดนตรี]