﻿WEBVTT

00:00:00.407 --> 00:00:06.829
[เสียงดนตรี]

00:00:07.580 --> 00:00:08.787
(คุณครูขจิต) สวัสดีครับ นักเรียนทุกคน

00:00:08.820 --> 00:00:10.268
กลับมาพบกันอีกครั้งหนึ่งนะครับ

00:00:10.355 --> 00:00:12.428
กับการเรียนรู้ในวิชาเทคโนโลยี

00:00:12.452 --> 00:00:14.098
การออกแบบและเทคโนโลยี

00:00:14.122 --> 00:00:16.268
ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ครับ

00:00:17.363 --> 00:00:19.668
สำหรับเนื้อหาในวิชาเทคโนโลยี

00:00:19.692 --> 00:00:21.125
การออกแบบและเทคโนโลยี

00:00:21.150 --> 00:00:23.086
ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 นะครับ

00:00:23.400 --> 00:00:26.005
ที่สามารถแบ่งออกเป็น 3 หัวข้อใหญ่ ๆ นะครับ

00:00:26.292 --> 00:00:29.108
ครั้งนี้นะครับ เรายังคงเรียนรู้กันอยู่ในหัวข้อ

00:00:29.352 --> 00:00:30.121
การแก้ปัญหา

00:00:30.187 --> 00:00:32.668
ตามกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมครับ

00:00:33.154 --> 00:00:35.173
โดยที่เราจะมาเรียนรู้กันต่อนะครับ

00:00:35.200 --> 00:00:37.266
ในบทที่ 6 นะครับ ในหัวข้อที่ 2

00:00:37.293 --> 00:00:40.740
ก็คือกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมตอนที่ 2

00:00:41.286 --> 00:00:42.820
ซึ่งการเรียนรู้ในครั้งนี้นะครับ

00:00:42.866 --> 00:00:44.528
จะเกี่ยวข้องกับ 2 ขั้นตอน

00:00:44.553 --> 00:00:46.417
ของกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม

00:00:46.442 --> 00:00:49.348
ก็คือขั้นการออกแบบวิธีการแก้ปัญหา

00:00:49.585 --> 00:00:50.981
และขั้นตอนการวางแผน

00:00:51.005 --> 00:00:52.700
และดำเนินการแก้ปัญหาครับ

00:00:53.223 --> 00:00:55.787
โดยที่มีจุดประสงค์ในการเรียนรู้ในครั้งนี้นะครับ

00:00:55.812 --> 00:00:57.282
คือต้องการให้นักเรียน

00:00:57.307 --> 00:00:59.315
สามารถออกแบบวิธีการแก้ปัญหา

00:00:59.655 --> 00:01:01.801
โดยวิเคราะห์จากองค์ประกอบที่จำเป็น

00:01:01.901 --> 00:01:04.082
และเปรียบเทียบทางเลือกในการแก้ปัญหาครับ

00:01:04.535 --> 00:01:06.326
และให้นักเรียนสามารถวางแผน

00:01:06.350 --> 00:01:07.437
ขั้นตอนการทำงาน

00:01:07.724 --> 00:01:09.410
และดำเนินการแก้ปัญหาได้ครับ

00:01:09.856 --> 00:01:10.868
ถ้านักเรียนพร้อมแล้ว

00:01:10.892 --> 00:01:12.329
เราไปเริ่มเรียนรู้กันเลยครับ

00:01:13.182 --> 00:01:14.743
นักเรียนยังคงจำกันได้นะครับ

00:01:14.768 --> 00:01:16.425
ว่าการเรียนรู้ในครั้งก่อน

00:01:16.572 --> 00:01:18.805
จากสถานการณ์การใช้ชีวิตของผู้สูงอายุ

00:01:19.332 --> 00:01:20.800
เราได้สำรวจสถานการณ์

00:01:21.367 --> 00:01:22.835
และได้วิเคราะห์องค์ประกอบ

00:01:23.268 --> 00:01:24.810
และสาเหตุของปัญหา

00:01:24.943 --> 00:01:27.192
จนได้ขอบเขตของปัญหาที่เราสนใจ

00:01:27.465 --> 00:01:31.482
ซึ่งก็คือปัญหาการสูญเสียการได้ยินของผู้สูงอายุ

00:01:31.642 --> 00:01:34.263
ที่เกิดขึ้นจากประสาทหูเสื่อมลงตามวัย

00:01:34.613 --> 00:01:36.495
จนส่งผลต่อการได้ยินเสียง

00:01:36.855 --> 00:01:40.055
ดังนั้น จึงต้องการวิธีการที่ช่วยให้ผู้สูงอายุ

00:01:40.388 --> 00:01:42.504
สามารถได้เสียงได้ดีขึ้นนั่นเองครับ

00:01:42.852 --> 00:01:44.606
หรือมีระดับการได้ยินปกติ

00:01:45.938 --> 00:01:48.062
ต่อมาเราได้นำขอบเขตของปัญหานั้น

00:01:48.087 --> 00:01:51.091
มากำหนดประเด็นเพื่อรวบรวมข้อมูล

00:01:51.116 --> 00:01:53.219
ในการหาแนวทางในการแก้ปัญหา

00:01:53.532 --> 00:01:56.548
และได้สรุปความเชื่อมโยงของข้อมูลที่รวบรวมมา

00:01:56.920 --> 00:01:59.462
ซึ่งอาจสรุปในรูปแบบของแผนที่ความคิด

00:01:59.989 --> 00:02:02.540
รวมทั้งเปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย

00:02:02.620 --> 00:02:04.849
ของแนวทางการแก้ปัญหาที่เราสนใจ

00:02:05.309 --> 00:02:08.370
ซึ่งก็คืออุปกรณ์เครื่องช่วยฟังแต่ละประเภทนะครับ

00:02:11.061 --> 00:02:12.373
ซึ่งจากการเปรียบเทียบ

00:02:12.433 --> 00:02:13.988
เครื่องช่วยฟังแต่ละประเภท

00:02:14.326 --> 00:02:17.732
พบว่ามีข้อดีและข้อจำกัดแตกต่างกันไป

00:02:18.025 --> 00:02:20.415
ซึ่งเราสามารถนำข้อมูลดังกล่าวนะครับ

00:02:20.735 --> 00:02:22.677
มาใช้เป็นแนวทางในการออกแบบ

00:02:22.837 --> 00:02:24.961
และพัฒนาเครื่องช่วยฟังของเรานั่นเอง

00:02:25.487 --> 00:02:28.530
อย่างเหมาะสมภายใต้ความรู้ ความสามารถ

00:02:28.595 --> 00:02:31.266
ทรัพยากร และข้อจำกัดที่เรามีครับ

00:02:32.578 --> 00:02:35.982
ในการออกแบบวิธีการแก้ปัญหาเพื่อให้ง่ายขึ้น

00:02:36.274 --> 00:02:39.225
เราอาจคิดถึงสิ่งที่เราควรทำในขั้นตอนนี้กันครับ

00:02:39.612 --> 00:02:40.731
ซึ่งประกอบด้วย

00:02:41.384 --> 00:02:43.355
การวิเคราะห์ประกอบพื้นฐานที่จำเป็น

00:02:43.380 --> 00:02:44.668
ต่อการแก้ปัญหา

00:02:45.602 --> 00:02:47.727
การสร้างทางเลือกในการแก้ปัญหา

00:02:48.447 --> 00:02:51.082
และการถ่ายทอดความคิดในการแก้ปัญหาครับ

00:02:51.849 --> 00:02:53.935
ดังนั้น เรามาเริ่มเรียนรู้กัน

00:02:53.960 --> 00:02:56.087
ในเรื่องของการวิเคราะห์องค์ประกอบพื้นฐาน

00:02:56.160 --> 00:02:58.455
ที่จำเป็นต่อการแก้ปัญหากันก่อนครับ

00:02:59.450 --> 00:03:02.227
จากแนวคิดที่จะพัฒนาเครื่องช่วยฟัง

00:03:02.594 --> 00:03:05.138
สิ่งที่จะช่วยให้เราคิดแก้ปัญหาอย่างเหมาะสม

00:03:05.211 --> 00:03:06.976
คือการคิดถึงองค์ประกอบพื้นฐาน

00:03:07.000 --> 00:03:08.628
ที่จำเป็นต่อการแก้ปัญหา

00:03:09.141 --> 00:03:10.793
วิธีการหนึ่งคือการใช้เทคนิค

00:03:11.458 --> 00:03:13.384
function analysis diagram

00:03:13.698 --> 00:03:16.079
ซึ่งเป็นเทคนิคที่แยกแยะหน้าที่

00:03:16.372 --> 00:03:17.881
หรือคุณสมบัติที่จำเป็น

00:03:17.907 --> 00:03:20.176
และควรมีต่อการออกแบบผลิตภัณฑ์

00:03:20.709 --> 00:03:23.508
ซึ่งเราอาจพิจารณาจากผลิตภัณฑ์ประเภทนั้น

00:03:23.532 --> 00:03:24.406
ที่มีอยู่แล้ว

00:03:24.666 --> 00:03:26.705
และแยกแยะในแต่ละองค์ประกอบพื้นฐาน

00:03:26.845 --> 00:03:29.468
ที่ทำให้ผลิตภัณฑ์นั้นใช้งานได้ตามหน้าที่

00:03:29.862 --> 00:03:32.187
โดยอาจตัดส่วนที่ไม่จำเป็นออกไป

00:03:32.472 --> 00:03:35.374
แล้วถ่ายทอดความคิดออกมาเป็นภาพร่าง 2 มิติ

00:03:35.674 --> 00:03:36.553
หรือ 3 มิติ

00:03:36.967 --> 00:03:38.101
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน

00:03:38.221 --> 00:03:40.545
ดังนั้น เราลองมายกตัวอย่างผลิตภัณฑ์กันครับ

00:03:41.352 --> 00:03:42.157
ไม้เท้า

00:03:42.683 --> 00:03:44.072
นักเรียนลองคิดดูกันนะครับ

00:03:44.106 --> 00:03:46.872
ว่าน่าจะมีองค์ประกอบพื้นฐานอะไรบ้าง

00:03:47.172 --> 00:03:49.788
คุณครูจะให้เวลาคิด 10 วินาทีครับ

00:03:59.429 --> 00:04:00.683
นักเรียนคิดว่าไม้เท้า

00:04:00.708 --> 00:04:02.455
ควรมีองค์ประกอบพื้นฐานที่จำเป็น

00:04:02.535 --> 00:04:03.770
เพื่อให้สามารถใช้งานได้

00:04:03.794 --> 00:04:05.108
ประกอบด้วยอะไรบ้างครับ

00:04:07.083 --> 00:04:08.450
มีที่จับใช่ไหมครับ

00:04:09.170 --> 00:04:10.232
และมีอะไรอีกครับ

00:04:11.685 --> 00:04:13.067
แท่งค้ำยันใช่ไหมครับ

00:04:14.455 --> 00:04:15.610
และก็มีฐาน

00:04:15.950 --> 00:04:17.927
ทั้งหมดล้วนแต่เป็นองค์ประกอบที่จำเป็น

00:04:17.973 --> 00:04:19.915
ต่อการนำไม้เท้ามาใช้งานครับ

00:04:20.555 --> 00:04:22.590
ตอนนี้เราลองมาช่วยกันวิเคราะห์กันครับ

00:04:22.643 --> 00:04:25.838
ว่าเครื่องช่วยฟังแม้จะมีหลายรูปแบบ

00:04:26.012 --> 00:04:28.308
แต่ควรมีองค์ประกอบพื้นฐานอะไรบ้างครับ

00:04:28.477 --> 00:04:30.759
ที่จำเป็นต่อการทำงานของอุปกรณ์

00:04:31.132 --> 00:04:33.361
เพื่อช่วยให้การได้ยินเสียงได้ดีขึ้น

00:04:34.414 --> 00:04:37.051
อย่างแรก ก็คืออุปกรณ์รับเสียง

00:04:37.331 --> 00:04:38.871
เช่น ไมโครโฟนขนาดเล็ก

00:04:39.218 --> 00:04:42.625
ที่ทำหน้าที่เปลี่ยนสัญญาณเสียงเป็นสัญญาณไฟฟ้า

00:04:43.845 --> 00:04:45.304
วงจรขยายเสียง

00:04:45.572 --> 00:04:47.327
ซึ่งทำหน้าที่ขยายสัญญาณไฟฟ้า

00:04:47.393 --> 00:04:48.840
ที่เปลี่ยนมาจากสัญญาณเสียง

00:04:48.900 --> 00:04:51.561
ให้ตรงกับระดับการได้ยินของผู้ใช้งาน

00:04:52.781 --> 00:04:54.212
อุปกรณ์ถ่ายทอดเสียง

00:04:54.237 --> 00:04:55.498
เช่น ลำโพงขนาดเล็ก

00:04:55.845 --> 00:04:58.662
ที่ทำหน้าที่แปลงสัญญาณไฟฟ้ามาเป็นเสียง

00:04:58.972 --> 00:05:00.942
และทำการส่งสัญญาณเสียงนั้น

00:05:00.995 --> 00:05:02.570
เข้าไปในหูของผู้ใช้งาน

00:05:03.250 --> 00:05:04.200
นอกจากนี้นะครับ

00:05:04.225 --> 00:05:05.888
ยังมีองค์ประกอบอื่น ๆ ที่จำเป็น

00:05:05.934 --> 00:05:08.428
คือ แหล่งกำเนิดไฟฟ้า

00:05:08.748 --> 00:05:10.555
อุปกรณ์สำหรับปิด-เปิด

00:05:11.001 --> 00:05:12.872
อุปกรณ์สำหรับปรับระดับเสียง

00:05:13.172 --> 00:05:15.062
ทั้งหมดล้วนแต่เป็นองค์ประกอบพื้นฐาน

00:05:15.087 --> 00:05:18.524
ที่จำเป็นเพื่อช่วยให้เครื่องช่วยฟังนะครับ

00:05:18.644 --> 00:05:22.067
สามารถใช้งานหรือใช้ประโยชน์ได้ตามหน้าที่ครับ

00:05:22.864 --> 00:05:24.839
ในกิจกรรมที่ 6.3 ตอนที่ 1

00:05:25.214 --> 00:05:27.762
ให้นักเรียนจำแนกองค์ประกอบพื้นฐานที่จำเป็น

00:05:27.981 --> 00:05:31.193
และควรมีต่อแนวทางการแก้ปัญหาที่นักเรียนสนใจ

00:05:31.526 --> 00:05:32.613
โดยการวิเคราะห์ด้วย

00:05:32.698 --> 00:05:34.478
function analysis diagram

00:05:34.892 --> 00:05:37.228
และถ่ายทอดผลการวิเคราะห์เป็นภาพ 2 มิติ

00:05:37.267 --> 00:05:38.028
หรือ 3 มิติ

00:05:38.412 --> 00:05:39.934
ที่ระบุหน้าที่

00:05:40.380 --> 00:05:43.268
และคุณสมบัติของแต่ละองค์ประกอบพื้นฐาน

00:05:43.469 --> 00:05:46.432
โดยมีเวลาในการทำกิจกรรม 20 นาทีครับ

00:05:46.767 --> 00:05:48.709
นักเรียนอาจหยุดพักวีดิทัศน์นี้ไว้ก่อน

00:05:48.733 --> 00:05:49.960
เพื่อทำกิจกรรมครับ

00:05:50.924 --> 00:05:52.867
การแก้ปัญหาในลำดับถัดมา

00:05:52.887 --> 00:05:55.607
ก็คือการสร้างทางเลือกในการแก้ปัญหาครับ

00:05:56.014 --> 00:05:57.215
โดยในขั้นตอนนี้

00:05:57.240 --> 00:05:59.610
ก็คือการนำข้อมูลองค์ประกอบที่จำเป็น

00:05:59.649 --> 00:06:01.987
ต่อการพัฒนาแนวทางในการแก้ปัญหา

00:06:02.293 --> 00:06:04.495
และขอบเขตของปัญหาที่กำหนดไว้

00:06:04.852 --> 00:06:06.877
มาใช้ออกแบบแนวทางการแก้ปัญหา

00:06:06.943 --> 00:06:08.630
ให้มีรายละเอียดที่ชัดเจน

00:06:08.950 --> 00:06:11.111
และอาจออกแบบไว้หลายแนวทาง

00:06:11.611 --> 00:06:13.671
เพื่อที่จะได้นำแนวทางเหล่านี้นะครับ

00:06:13.724 --> 00:06:15.356
มาใช้ในการพิจารณาตัดสินใจ

00:06:15.381 --> 00:06:17.343
เลือกแนวทางการแก้ปัญหาที่เหมาะสม

00:06:17.943 --> 00:06:20.446
ซึ่งอาจพิจารณาจากเงื่อนไข

00:06:20.471 --> 00:06:21.996
และขอบเขตของปัญหา

00:06:22.202 --> 00:06:24.613
รวมทั้งพิจารณาจากปัจจัยแวดล้อมต่าง ๆ

00:06:24.638 --> 00:06:28.508
เช่น ข้อดี ข้อเสียของแนวทางการแก้ปัญหา

00:06:29.072 --> 00:06:31.679
ความสอดคล้องกับทรัพยากรที่มีอยู่

00:06:32.479 --> 00:06:35.194
ผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

00:06:35.946 --> 00:06:38.072
การนำไปใช้งานเพื่อแก้ปัญหา

00:06:38.698 --> 00:06:39.422
ความประหยัด

00:06:40.069 --> 00:06:41.153
ความปลอดภัย

00:06:41.633 --> 00:06:42.860
การบำรุงรักษา

00:06:43.293 --> 00:06:45.108
ซึ่งปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ

00:06:45.466 --> 00:06:47.842
ที่นำมาพิจารณาอาจปรับเปลี่ยนได้

00:06:47.867 --> 00:06:50.024
ตามความเหมาะสมกับปัญหาต่าง ๆ ครับ

00:06:50.697 --> 00:06:52.150
ตอนเราลองมาดูตัวอย่าง

00:06:52.175 --> 00:06:54.125
การสร้างแนวทางในการแก้ปัญหา

00:06:54.491 --> 00:06:56.177
ผู้สูงอายุสูญเสียการได้ยิน

00:06:56.284 --> 00:06:57.196
ซึ่งเรามีแนวคิด

00:06:57.220 --> 00:06:58.988
ที่จะสร้างเครื่องช่วยฟังใช่ไหมครับ

00:06:59.508 --> 00:07:00.243
จากการวิเคราะห์

00:07:00.267 --> 00:07:02.068
องค์ประกอบพื้นฐานทั้งหมดที่จำเป็น

00:07:02.428 --> 00:07:06.171
จะเห็นว่ามีส่วนของวงจรขยายเสียง

00:07:06.566 --> 00:07:09.001
อาจเป็นอุปกรณ์ที่เกินความสามารถของนักเรียน

00:07:09.041 --> 00:07:11.018
ที่จะออกแบบและสร้างขึ้นด้วยตนเอง

00:07:11.105 --> 00:07:12.271
จากความรู้นะครับ

00:07:12.577 --> 00:07:14.111
ในระดับชั้นมัธยมศึกษา

00:07:14.811 --> 00:07:16.278
แต่จากการสืบค้นนะครับ

00:07:16.351 --> 00:07:19.318
พบว่ามีการผลิตและก็จำหน่ายอุปกรณ์

00:07:19.405 --> 00:07:21.022
ที่สามารถนำมาสร้างวงจร

00:07:21.047 --> 00:07:23.120
ที่ช่วยขยายเสียงอย่างง่ายขึ้นได้

00:07:23.507 --> 00:07:25.860
ซึ่งมีผู้ผลิตชุดวงจรไว้หลายแบบ

00:07:26.354 --> 00:07:27.794
โดยวงจรแบบนะครับ

00:07:27.827 --> 00:07:30.966
อาจมีอุปกรณ์ที่ช่วยในการขยายเสียงที่แตกต่างกัน

00:07:31.279 --> 00:07:33.948
ซึ่งอาจนำข้อมูลของแต่ละวงจรเหล่านี้นะครับ

00:07:34.205 --> 00:07:36.253
มาเปรียบเทียบกันในรูปแบบของตาราง

00:07:36.646 --> 00:07:38.625
โดยกำหนดเกณฑ์การเปรียบเทียบนะครับ

00:07:38.724 --> 00:07:40.487
ที่สอดคล้องกับการพิจารณาครับ

00:07:41.227 --> 00:07:42.470
ตัวอย่างการกำหนดเกณฑ์

00:07:42.495 --> 00:07:45.172
ในการพิจารณาเพื่อเปรียบเทียบวงจรแต่ละแบบ

00:07:45.192 --> 00:07:48.198
เช่น ปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ใช้

00:07:48.925 --> 00:07:50.478
คุณภาพของเสียงที่ได้

00:07:50.924 --> 00:07:53.023
การปรับเปลี่ยนความดังของเสียง

00:07:53.496 --> 00:07:55.045
การประกอบหรือซ่อมแซม

00:07:55.630 --> 00:07:56.737
ราคา

00:07:56.762 --> 00:07:58.137
โดยนำเกณฑ์เหล่านี้นะครับ

00:07:58.162 --> 00:08:00.297
มาพิจารณาในแต่ละวงจร

00:08:00.637 --> 00:08:02.700
และให้ค่าน้ำหนักคะแนนเป็นตัวเลข

00:08:02.773 --> 00:08:04.675
ที่สอดคล้องกับคุณภาพที่มี

00:08:05.235 --> 00:08:07.737
ซึ่งจากตัวอย่างการพิจารณาพบว่า

00:08:08.097 --> 00:08:10.038
วงจรขยายเสียงแบบที่ 2 นะครับ

00:08:10.072 --> 00:08:12.480
มีความเหมาะสมที่จะนำมาใช้ในการออกแบบ

00:08:12.505 --> 00:08:13.895
และพัฒนาเครื่องช่วยฟัง

00:08:14.334 --> 00:08:15.956
เมื่อพิจารณาตามเกณฑ์ทั้งหมด

00:08:16.162 --> 00:08:17.689
โดยได้ผลคะแนนสูงสุด

00:08:18.295 --> 00:08:19.455
แต่ด้วยขนาดของแผ่น

00:08:19.942 --> 00:08:22.242
แต่ด้วยขนาดของแผ่นวงจรนะครับ

00:08:22.308 --> 00:08:23.308
ที่มีขนาดใหญ่

00:08:23.722 --> 00:08:24.923
จึงมีข้อจำกัด

00:08:24.948 --> 00:08:27.298
ทำให้ไม่สามารถนำมาใช้ในการพัฒนา

00:08:27.372 --> 00:08:29.705
เครื่องช่วยฟังแบบทัดหลังใบหู

00:08:30.144 --> 00:08:32.416
และเครื่องช่วยฟังแบบใส่ในช่องหูได้ครับ

00:08:32.883 --> 00:08:34.911
แต่จากขนาดของแผ่นวงจรพิมพ์

00:08:35.231 --> 00:08:36.908
ยังสามารถนำมาพัฒนา

00:08:37.152 --> 00:08:38.864
เครื่องช่วยฟังแบบกล่องได้ครับ

00:08:39.406 --> 00:08:40.699
การออกแบบเครื่องช่วยฟัง

00:08:40.724 --> 00:08:43.028
นอกจากวงจรที่ช่วยขยายเสียงแล้ว

00:08:43.179 --> 00:08:44.920
ยังมีส่วนประกอบอื่นที่จำเป็น

00:08:44.940 --> 00:08:46.757
ในการทำงานของเครื่องช่วยฟัง

00:08:47.117 --> 00:08:48.645
ตามที่เราได้วิเคราะห์ด้วย

00:08:48.897 --> 00:08:50.890
function analysis diagram นะครับ

00:08:50.915 --> 00:08:52.987
ได้แก่ อุปกรณ์รับเสียง

00:08:53.247 --> 00:08:54.580
อุปกรณ์ถ่ายทอดเสียง

00:08:54.972 --> 00:08:56.390
แหล่งกำเนิดไฟฟ้า

00:08:56.570 --> 00:08:58.130
ซึ่งส่วนประกอบเหล่านี้นะครับ

00:08:58.163 --> 00:08:59.337
สามารถเลือกใช้จับ

00:08:59.361 --> 00:09:01.428
อุปกรณ์ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์นะครับ

00:09:01.622 --> 00:09:03.210
ที่มีการผลิตเพื่อจำหน่าย

00:09:03.645 --> 00:09:05.153
เพื่อนำมาใช้ในการออกแบบ

00:09:05.178 --> 00:09:06.846
แล้วก็พัฒนาเครื่องช่วยฟัง

00:09:07.186 --> 00:09:09.252
ดังรูปแผนที่ความคิดนะครับ

00:09:09.279 --> 00:09:11.700
แสดงแนวทางการพัฒนาเครื่องช่วยฟังนะครับ

00:09:12.260 --> 00:09:14.353
ซึ่งเราอาจเลือกใช้อุปกรณ์ไฟฟ้า

00:09:14.473 --> 00:09:15.508
และอิเล็กทรอนิกส์

00:09:15.895 --> 00:09:18.198
เพื่อใช้เป็นส่วนประกอบในการออกแบบ

00:09:18.222 --> 00:09:20.423
แล้วก็พัฒนาเครื่องช่วยฟังได้ ดังนี้ครับ

00:09:20.942 --> 00:09:22.166
อุปกรณ์รับเสียง

00:09:22.720 --> 00:09:24.163
เลือกไมค์คอนเดนเซอร์

00:09:24.195 --> 00:09:25.770
เนื่องจากมีความไวนะครับ

00:09:25.795 --> 00:09:27.331
ในการรับสัญญาณเสียง

00:09:27.825 --> 00:09:29.326
อุปกรณ์ถ่ายทอดเสียง

00:09:29.866 --> 00:09:32.212
เลือกใช้หูฟังชนิดใส่ในช่องหู

00:09:32.266 --> 00:09:34.374
เนื่องจากมีความสะดวกในการใช้งาน

00:09:34.607 --> 00:09:36.924
และมีน้ำหนักเบากว่าลำโพงนะครับ

00:09:37.924 --> 00:09:39.428
แหล่งกำเนิดไฟฟ้านะครับ

00:09:39.614 --> 00:09:42.449
เลือกใช้แบตเตอรี่ AAA 1.5 โวลต์

00:09:42.812 --> 00:09:44.130
หากใช้ 2 ก้อน

00:09:44.290 --> 00:09:47.465
ก็ให้ความต่างศักย์ไฟฟ้าเพียงพอขนาด 3 โวลต์

00:09:47.637 --> 00:09:50.022
มีน้ำหนักเบาแล้วก็หาซื้อได้สะดวกครับ

00:09:50.862 --> 00:09:53.490
เมื่อเราเลือกรูปแบบวงจรขยายเสียง

00:09:53.692 --> 00:09:55.300
อุปกรณ์ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์

00:09:55.347 --> 00:09:56.617
ที่นำมาใช้ในการพัฒนา

00:09:56.641 --> 00:09:58.108
เครื่องช่วยฟังเรียบร้อยแล้ว

00:09:58.435 --> 00:10:01.062
เราสามารถนำปกรณ์ต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ

00:10:01.435 --> 00:10:04.508
มาทดลองต่อตามรูปแบบวงจรขยายเสียง

00:10:04.874 --> 00:10:07.914
เพื่อทดสอบการทำงานว่าสามารถขยายเสียง

00:10:08.227 --> 00:10:10.860
ในการได้ยินให้ดีขึ้นได้หรือไม่นะครับ

00:10:11.574 --> 00:10:13.971
ในกิจกรรมที่ 6.3 ตอนที่ 2

00:10:14.212 --> 00:10:16.445
ให้นักเรียนสร้างทางเลือกในการแก้ปัญหา

00:10:16.505 --> 00:10:19.668
ที่นักเรียนสนใจจากกิจกรรมที่ผ่านมานะครับ

00:10:20.072 --> 00:10:22.063
โดยใช้ผลจากการจำแนก

00:10:22.088 --> 00:10:23.661
องค์ประกอบพื้นฐานที่จำเป็น

00:10:23.968 --> 00:10:26.270
และควรมีต่อแนวทางการแก้ปัญหา

00:10:26.572 --> 00:10:28.304
และข้อมูลที่รวบรวมไว้

00:10:28.584 --> 00:10:29.992
จากนั้นประเมินทางเลือก

00:10:30.006 --> 00:10:31.619
ในการแก้ปัญหาที่สร้างขึ้น

00:10:31.979 --> 00:10:33.353
โดยสร้างตารางนะครับ

00:10:33.459 --> 00:10:35.855
เพื่อตัดสินใจเลือกทางเลือกในการแก้ปัญหา

00:10:36.388 --> 00:10:37.515
โดยมีเวลานะครับ

00:10:37.540 --> 00:10:40.402
ในการทำกิจกรรมนี้นะครับ 20 นาทีครับ

00:10:40.869 --> 00:10:42.735
นักเรียนอาจหยุดพักวีดิทัศน์นี้ไว้ก่อน

00:10:42.815 --> 00:10:43.935
เพื่อทำกิจกรรมครับ

00:10:44.402 --> 00:10:46.819
การแก้ปัญหาในลำดับถัดมานะครับ

00:10:46.872 --> 00:10:50.267
ก็คือการถ่ายทอดความคิดในการแก้ปัญหาครับ

00:10:50.546 --> 00:10:52.465
ซึ่งก็คือการนำทางเลือก

00:10:52.490 --> 00:10:53.897
ในการแก้ปัญหาของเรานั้น

00:10:54.079 --> 00:10:56.948
มาพัฒนาให้มีความชัดเจนมากขึ้นนั่นเอง

00:10:57.305 --> 00:10:58.757
ซึ่งจากตัวอย่างนะครับ

00:10:58.837 --> 00:11:01.908
ปัญหาผู้สูงอายุสูญเสียการได้ยินนะครับ

00:11:02.319 --> 00:11:04.165
คือการพัฒนาโครงสร้างนะครับ

00:11:04.185 --> 00:11:06.688
ของเครื่องช่วยให้เหมาะสมกับผู้ใช้งาน

00:11:07.002 --> 00:11:08.572
โดยมีวงจรขยายเสียง

00:11:08.605 --> 00:11:10.154
และอุปกรณ์ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์

00:11:10.207 --> 00:11:12.288
ที่จำเป็นต่อการทำงานของเครื่องช่วยฟัง

00:11:12.775 --> 00:11:14.825
การถ่ายทอดความคิดในการแก้ปัญหานะครับ

00:11:14.850 --> 00:11:15.997
มีความสำคัญนะครับ

00:11:16.030 --> 00:11:17.216
เนื่องจากเป็นการสื่อสาร

00:11:17.240 --> 00:11:19.080
แนวคิดที่ใช้ในการแก้ปัญหา

00:11:19.573 --> 00:11:21.880
หรือสนองความต้องการของเราให้เป็นรูปธรรม

00:11:22.180 --> 00:11:23.708
สามารถทำได้หลายวิธี

00:11:23.828 --> 00:11:25.137
ซึ่งอาจเริ่มต้นนะครับ

00:11:25.157 --> 00:11:28.425
จากวิธีการที่ง่ายและใช้ทรัพยากรน้อย

00:11:28.712 --> 00:11:30.642
ไปจนถึงวิธีการที่ซับซ้อน

00:11:31.002 --> 00:11:33.205
ดังนั้น เราไปเริ่มเรียนรู้กันเลยครับ

00:11:33.272 --> 00:11:34.568
ว่ามีวิธีการ

00:11:34.592 --> 00:11:36.837
ที่ช่วยให้เราถ่ายทอดความคิดอะไรบ้าง

00:11:37.277 --> 00:11:39.381
ซึ่งเราอาจจะเริ่มต้นนะครับ

00:11:39.434 --> 00:11:41.522
จากการถ่ายทอดความคิดอย่างง่ายนะครับ

00:11:41.829 --> 00:11:43.502
เช่น การเขียนภาพ 2 มิติ

00:11:44.035 --> 00:11:46.598
ซึ่งเป็นการถ่ายทอดความคิดเป็นภาพร่างนะครับ

00:11:46.759 --> 00:11:49.505
ที่แสดงให้เห็นถึงความกว้าง ความยาว

00:11:49.825 --> 00:11:51.574
หรือความสูงของชิ้นงานนะครับ

00:11:52.032 --> 00:11:54.189
ถัดมานะครับ เป็นภาพ 3 มิตินะครับ

00:11:54.213 --> 00:11:57.362
ซึ่งเป็นภาพที่ประกอบด้วยความกว้าง ความยาว

00:11:57.376 --> 00:11:58.404
และความสูง

00:11:58.583 --> 00:12:01.188
มีความเหมือนจริงมากกว่าภาพ 2 มิตินะครับ

00:12:01.512 --> 00:12:03.160
การเขียนภาพ 3 มิตินะครับ

00:12:03.240 --> 00:12:05.070
ที่นิยมใช้นะครับ มี 2 แบบ

00:12:05.103 --> 00:12:08.023
ก็คือแบบที่ 1 ก็คือภาพออบลิคนะครับ

00:12:08.337 --> 00:12:09.358
เป็นภาพ 3 มิติ

00:12:09.770 --> 00:12:12.308
ที่มองเห็นภาพด้านหน้าเป็นแนวตรงนะครับ

00:12:12.603 --> 00:12:15.051
มีฐานของภาพขนานกับเส้นระดับนะครับ

00:12:15.378 --> 00:12:16.803
สามารถวัดขนาดได้

00:12:17.244 --> 00:12:18.298
ส่วนด้านยาวนะครับ

00:12:18.337 --> 00:12:21.009
นิยมเขียนให้ทำมุม 45 องศาครับ

00:12:21.762 --> 00:12:23.772
ภาพ 3 มิติอีกแบบหนึ่งนะครับ

00:12:23.819 --> 00:12:25.634
ก็คือภาพไอโซเมตริกนะครับ

00:12:25.920 --> 00:12:26.867
เป็นภาพ 3 มิติ

00:12:27.067 --> 00:12:30.264
ที่มองเห็นรูปร่างลักษณะใกล้เคียงกับของจริง

00:12:30.624 --> 00:12:32.561
และมีแนวสันของวัตถุด้านหนึ่งนี่

00:12:32.641 --> 00:12:34.244
ตั้งฉากกับเส้นระดับนะครับ

00:12:34.744 --> 00:12:36.492
ส่วนความกว้างกับความยาว

00:12:36.679 --> 00:12:39.241
จะทำมุม 30 องศากับเส้นระดับครับ

00:12:40.494 --> 00:12:41.380
ภาพฉาย

00:12:41.405 --> 00:12:44.219
ภาพฉายเป็นภาพแสดงรายละเอียดของชิ้นงาน

00:12:44.532 --> 00:12:46.463
ที่ออกแบบไว้ในแต่ละด้านนะครับ

00:12:46.816 --> 00:12:48.865
ประกอบด้วยภาพด้านหน้า

00:12:49.092 --> 00:12:51.708
ด้านข้าง และด้านบนเป็นอย่างน้อยนะครับ

00:12:52.146 --> 00:12:53.003
โดยภาพแต่ละด้าน

00:12:53.036 --> 00:12:54.878
ก็คือภาพที่เราใช้ตามอง

00:12:54.918 --> 00:12:56.758
ตามแนวลูกศรในแต่ละด้านนะครับ

00:12:57.051 --> 00:12:58.819
แล้วเขียนออกมาเป็นภาพ 2 มิติ

00:12:59.312 --> 00:13:00.546
ในบางกรณีนะครับ

00:13:00.559 --> 00:13:02.331
จำเป็นอาจจะต้องมีภาพด้านหลัง

00:13:02.356 --> 00:13:04.278
หรือภาพด้านล่างด้วยก็ได้นะครับ

00:13:04.718 --> 00:13:05.953
โดยภาพฉายแต่ละด้าน

00:13:05.973 --> 00:13:08.248
จะแสดงขนาดและหน่วยในการวัด

00:13:08.560 --> 00:13:10.231
เพื่อสามารถนำไปสร้างแบบจำลอง

00:13:10.255 --> 00:13:11.296
หรือชิ้นงานได้ครับ

00:13:12.156 --> 00:13:13.655
นอกการถ่ายทอดความคิด

00:13:13.675 --> 00:13:15.840
ในการแก้ปัญหาเป็นภาพต่าง ๆ แล้ว

00:13:15.865 --> 00:13:17.494
ยังสามารถสื่อสารแนวคิดออกมา

00:13:17.594 --> 00:13:18.654
เป็นรูปแบบอื่นนะครับ

00:13:18.760 --> 00:13:20.188
เช่น ผังงาน

00:13:20.360 --> 00:13:21.869
ซึ่งเป็นการออกแบบแนวคิด

00:13:21.894 --> 00:13:23.234
การทำงานอีกรูปแบบหนึ่ง

00:13:23.358 --> 00:13:24.585
ซึ่งแสดงรายละเอียด

00:13:24.911 --> 00:13:26.424
อาจเป็นขั้นตอนนะครับ

00:13:26.451 --> 00:13:27.530
โดยใช้สัญลักษณ์

00:13:27.757 --> 00:13:30.205
ในการสื่อความหมายของลำดับการทำงาน

00:13:30.492 --> 00:13:33.091
เช่น ขั้นตอนการรักษาพยาบาลนะครับ

00:13:33.145 --> 00:13:34.125
ในโรงพยาบาล

00:13:34.650 --> 00:13:36.841
การสื่อสารแนวคิดในการแก้ปัญหานะครับ

00:13:36.875 --> 00:13:38.952
ยังสามารถใช้แผนภาพนะครับ

00:13:39.192 --> 00:13:40.645
ซึ่งเป็นการออกแบบแนวคิด

00:13:40.738 --> 00:13:42.500
การทำงานออกมาเป็นภาพนะครับ

00:13:42.967 --> 00:13:45.108
พร้อมแสดงรายละเอียด องค์ประกอบ

00:13:45.168 --> 00:13:46.358
เพื่อแสดงให้เห็นว่า

00:13:46.382 --> 00:13:48.330
มีการทำงานหรือวิธีการอย่างไร

00:13:48.616 --> 00:13:51.953
ดังตัวอย่างลักษณะแปลงระบบบำบัดน้ำนะครับ

00:13:51.999 --> 00:13:53.561
ด้วยพืชและหญ้านะครับ

00:13:55.788 --> 00:13:57.125
การสื่อสารแนวคิดนะครับ

00:13:57.165 --> 00:13:59.501
ยังสามารถใช้ซอฟต์แวร์ช่วยในการออกแบบ

00:13:59.580 --> 00:14:01.715
เป็นภาพ 2 มิติและภาพ 3 มิติ

00:14:01.988 --> 00:14:02.955
และภาพฉาย

00:14:03.321 --> 00:14:05.258
ซึ่งจะช่วยให้ผู้ออกแบบได้เห็นภาพ

00:14:06.257 --> 00:14:08.975
ที่กำลังออกแบบไว้ในมุมต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้อง

00:14:09.007 --> 00:14:10.630
ใกล้เคียงความเป็นจริงมากขึ้น

00:14:10.972 --> 00:14:13.029
สามารถปรับเปลี่ยนส่วนต่าง ๆ

00:14:13.069 --> 00:14:14.056
ของสิ่งที่ออกแบบ

00:14:14.104 --> 00:14:16.211
ตามความคิดของเราได้อย่างรวดเร็วนะครับ

00:14:16.471 --> 00:14:17.245
ซอฟต์แวร์นะครับ

00:14:17.279 --> 00:14:19.147
ที่ช่วยในการออกแบบมีหลายชนิด

00:14:19.499 --> 00:14:21.340
แต่ละชนิดมีคุณสมบัตินะครับ

00:14:21.400 --> 00:14:23.108
และจุดเด่นที่แตกต่างกัน

00:14:23.467 --> 00:14:25.621
จึงควรเลือกใช้นะครับ

00:14:25.655 --> 00:14:27.341
ให้เหมาะสมกับการใช้งานครับ

00:14:27.988 --> 00:14:30.040
ตัวอย่างออกแบบเครื่องช่วยฟังนะครับ

00:14:30.153 --> 00:14:31.754
สำหรับผู้สูงอายุนะครับ

00:14:32.001 --> 00:14:32.764
สามารถออกแบบ

00:14:32.788 --> 00:14:35.042
ด้วยการเขียนออกมาเป็นภาพ 3 มิติ

00:14:35.109 --> 00:14:36.028
และภาพฉาย

00:14:36.459 --> 00:14:39.129
เพื่อให้เห็นรายละเอียดของชิ้นงานมากขึ้น

00:14:39.460 --> 00:14:40.145
เพื่อสื่อสาร

00:14:40.169 --> 00:14:42.809
แล้วก็อธิบายให้ผู้อื่นเข้าใจได้อย่างชัดเจน

00:14:43.190 --> 00:14:45.246
แล้วยังสามารถใช้ซอฟต์แวร์นะครับ

00:14:45.300 --> 00:14:46.421
ช่วยในการออกแบบ

00:14:46.785 --> 00:14:48.567
เพื่อสื่อสารออกมาเป็นภาพ 3 มิติ

00:14:48.592 --> 00:14:50.332
แล้วก็ภาพฉายได้เช่นเดียวกันครับ

00:14:50.971 --> 00:14:53.551
ในกิจกรรมที่ 6.3 ตอนที่ 3 ครับ

00:14:53.931 --> 00:14:56.628
ให้นักเรียนออกแบบและพัฒนาการแก้ปัญหา

00:14:56.721 --> 00:14:58.631
ตามแนวทางที่ตนเองเลือกนะครับ

00:14:58.678 --> 00:15:01.015
จากกิจกรรมที่ 6.3 ตอนที่ 2

00:15:01.535 --> 00:15:03.828
และสื่อสารให้ผู้อื่นนะครับ เข้าใจ

00:15:04.182 --> 00:15:06.930
ด้วยวิธีการที่เหมาะสมกับแนวทางการแก้ปัญหา

00:15:07.471 --> 00:15:08.685
ซึ่งอาจจะเป็นการ

00:15:09.012 --> 00:15:10.898
เขียนภาพร่างของชิ้นงานนะครับ

00:15:11.172 --> 00:15:12.276
หรือแผนผัง

00:15:12.495 --> 00:15:14.825
หรือแผนภาพของวิธีการแก้ปัญหานะครับ

00:15:15.172 --> 00:15:17.300
หากเป็นภาพร่างนะครับ ของชิ้นงาน

00:15:17.688 --> 00:15:19.076
ควรมีการระบุรายละเอียด

00:15:19.172 --> 00:15:22.265
ของวัสดุที่ใช้สร้างนะครับ ขนาดของชิ้นงาน

00:15:22.551 --> 00:15:24.568
โดยมีเวลาในการทำกิจกรรมนะครับ

00:15:24.592 --> 00:15:25.727
20 นาทีครับ

00:15:26.086 --> 00:15:28.036
นักเรียนอาจหยุดภาพวีดิทัศน์นี้ไว้ก่อน

00:15:28.196 --> 00:15:29.376
เพื่อทำกิจกรรมครับ

00:15:30.336 --> 00:15:32.724
เมื่อดำเนินการแก้ปัญหามาถึงตอนนี้นะครับ

00:15:32.750 --> 00:15:33.963
นักเรียนคงได้ออกแบบ

00:15:33.988 --> 00:15:36.270
แล้วก็พัฒนาแนวคิดของนักเรียนที่ชัดเจน

00:15:36.666 --> 00:15:37.946
รวมทั้งเลือกวิธีการ

00:15:37.971 --> 00:15:40.360
เพื่อถ่ายทอดความคิดให้ผู้อื่นเข้าใจแล้ว

00:15:41.029 --> 00:15:42.209
จากตัวอย่างนะครับ

00:15:42.275 --> 00:15:44.524
ปัญหาผู้สูงอายุสูญเสียการได้ยิน

00:15:45.231 --> 00:15:46.477
ที่ได้มีการออกแบบ

00:15:46.577 --> 00:15:48.977
แล้วก็ถ่ายทอดความคิดออกมาเป็นภาพ 3 มิติ

00:15:49.077 --> 00:15:50.388
แล้วก็ภาพฉายนะครับ

00:15:50.855 --> 00:15:52.736
ก่อนการลงมือสร้างชิ้นงานนะครับ

00:15:52.756 --> 00:15:53.857
ควรมีการวางแผน

00:15:53.882 --> 00:15:56.750
โดยกำหนดลำดับขั้นตอนของกิจกรรม

00:15:56.775 --> 00:15:58.341
ในการสร้างชิ้นงาน

00:15:58.366 --> 00:16:01.287
หรือพัฒนาวิธีการตามที่ได้ออกแบบไว้นะครับ

00:16:01.884 --> 00:16:02.986
มีการกำหนดเป้าหมาย

00:16:03.010 --> 00:16:04.948
แล้วก็เวลาในการดำเนินงาน

00:16:05.564 --> 00:16:07.059
หากการแก้ปัญหานั้นนะครับ

00:16:07.092 --> 00:16:09.011
มีการดำเนินงานหลายคนนะครับ

00:16:09.417 --> 00:16:11.199
อาจกำหนดผู้รับผิดชอบนะครับ

00:16:11.226 --> 00:16:13.467
ในแต่ละขั้นตอนนะครับ อย่างชัดเจน

00:16:13.746 --> 00:16:15.997
จากนั้นนะครับ จึงลงมือการสร้างชิ้นงาน

00:16:16.023 --> 00:16:18.872
หรือพัฒนาวิธีการแก้ปัญหาตามที่ออกแบบไว้ครับ

00:16:19.502 --> 00:16:20.308
เมื่อเราได้กำหนด

00:16:20.332 --> 00:16:21.828
รายละเอียดต่าง ๆ แล้วนะครับ

00:16:22.062 --> 00:16:23.504
จึงนำข้อมูลเหล่านี้นะครับ

00:16:23.531 --> 00:16:25.331
มาจัดทำในรูปแบบของตาราง

00:16:25.684 --> 00:16:28.868
เพื่อให้ได้แผนการปฏิบัติงานที่ชัดเจนขึ้นนะครับ

00:16:29.058 --> 00:16:31.166
เช่น ตัวอย่างแผนปฏิบัติงาน

00:16:31.193 --> 00:16:32.677
การสร้างเครื่องช่วยฟังนะครับ

00:16:33.050 --> 00:16:34.872
ซึ่งได้มีการกำหนดกิจกรรม

00:16:34.999 --> 00:16:36.452
ที่จะต้องดำเนินการนะครับ

00:16:36.878 --> 00:16:39.571
โดยมีการจัดลำดับนะครับ

00:16:39.605 --> 00:16:42.166
กิจกรรมที่ต้องดำเนินการก่อนและหลังนะครับ

00:16:42.493 --> 00:16:44.910
รวมทั้งมีการระบุจำนวนเวลานะครับ

00:16:44.930 --> 00:16:47.703
ที่ใช้ในการดำเนินการในแต่ละกิจกรรม

00:16:48.060 --> 00:16:48.734
และช่วงเวลา

00:16:48.827 --> 00:16:50.554
ที่ดำเนินการกิจกรรมนั้น ๆ นะครับ

00:16:50.587 --> 00:16:51.475
ในการแก้ปัญหา

00:16:52.109 --> 00:16:53.337
ซึ่งนักเรียนจะเห็นว่า

00:16:53.361 --> 00:16:55.408
การจัดทำแผนปฏิบัติงานนะครับ

00:16:55.722 --> 00:16:58.270
จะช่วยให้ผู้แก้ปัญหาและผู้ที่เกี่ยวข้องนะครับ

00:16:58.612 --> 00:17:00.133
เห็นการทำงานที่ชัดเจน

00:17:00.445 --> 00:17:01.783
ทำให้สามารถดำเนินงาน

00:17:01.817 --> 00:17:03.255
ได้อย่างเป็นลำดับขั้นตอน

00:17:03.557 --> 00:17:05.176
แล้วก็จึงส่งผลนะครับ

00:17:05.203 --> 00:17:07.525
ต่อความสำเร็จนะครับ ในการแก้ปัญหาครับ

00:17:08.788 --> 00:17:10.410
ในกิจกรรมที่ 6.4 นะครับ

00:17:10.457 --> 00:17:12.638
ให้นักเรียนวางแผนการดำเนินงานนะครับ

00:17:12.672 --> 00:17:13.620
ในการแก้ปัญหา

00:17:13.979 --> 00:17:16.546
โดยกำหนดกิจกรรมแล้วก็ระยะเวลานะครับ

00:17:16.919 --> 00:17:19.127
ในการปฏิบัติงานในแต่ละกิจกรรมนะครับ

00:17:19.447 --> 00:17:20.676
ตั้งแต่เริ่มต้นนะครับ

00:17:20.736 --> 00:17:22.831
จนสิ้นสุดของกระบวนการสร้างชิ้นงาน

00:17:22.856 --> 00:17:24.644
หรือวิธีการแก้ปัญหา

00:17:25.036 --> 00:17:27.537
จากนั้นนะครับ ให้นำข้อมูลที่กำหนดขึ้นนะครับ

00:17:27.843 --> 00:17:30.689
จัดทำในรูปแบบของตารางนะครับแผนปฏิบัติงาน

00:17:31.075 --> 00:17:34.023
โดยมีเวลานะครับ ในการทำกิจกรรม 20 นาที

00:17:34.492 --> 00:17:36.708
นักเรียนนะครับ อาจหยุดพักวีดิทัศน์นี้ไว้ก่อน

00:17:36.776 --> 00:17:37.909
เพื่อทำกิจกรรมครับ

00:17:38.810 --> 00:17:41.286
หลังจากวางแผนการทำงานเรียบร้อยแล้วนะครับ

00:17:41.392 --> 00:17:43.348
ต่อไป ก็คือการลงมือแก้ปัญหา

00:17:43.641 --> 00:17:45.415
ซึ่งอาจเป็นการสร้างชิ้นงาน

00:17:45.609 --> 00:17:47.549
หรือนำวิธีการแก้ปัญหาของเรานะครับ

00:17:47.715 --> 00:17:48.973
ไปปฏิบัตินะครับ

00:17:49.217 --> 00:17:50.675
ตามแผนที่กำหนดไว้

00:17:51.053 --> 00:17:52.645
หากเป็นการสร้างชิ้นงานนะครับ

00:17:52.745 --> 00:17:55.340
ควรเลือกใช้วัสดุทรัพยากรให้เหมาะสม

00:17:55.368 --> 00:17:56.388
กับประเภทของงาน

00:17:56.754 --> 00:17:59.263
รวมทั้งอุปกรณ์เครื่องมือที่ใช้ในการทำงาน

00:17:59.296 --> 00:18:00.622
ก็ต้องใช้อย่างถูกต้อง

00:18:00.802 --> 00:18:02.273
แล้วก็คำนึงถึงความปลอดภัย

00:18:02.297 --> 00:18:03.388
ในการใช้งานด้วยครับ

00:18:04.297 --> 00:18:05.703
การเรียนรู้ในครั้งนี้นะครับ

00:18:05.743 --> 00:18:07.665
นักเรียนได้เรียนรู้นะครับ

00:18:07.690 --> 00:18:09.273
ใน 2 ขั้นตอนของการแก้ปัญหา

00:18:09.325 --> 00:18:11.379
ตามกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม

00:18:11.766 --> 00:18:13.124
ซึ่งช่วยให้เราสามารถออกแบบ

00:18:13.149 --> 00:18:14.090
วิธีการแก้ปัญหา

00:18:14.455 --> 00:18:16.561
และลงมือแก้ปัญหาได้อย่างเหมาะสมนะครับ

00:18:16.936 --> 00:18:19.619
ซึ่งในขั้นการออกแบบวิธีการแก้ปัญหานะครับ

00:18:19.919 --> 00:18:22.060
หลังจากที่ได้เลือกแนวทางที่เหมาะสม

00:18:22.100 --> 00:18:23.274
ในการแก้ปัญหาแล้ว

00:18:23.527 --> 00:18:25.132
จึงนำข้อมูลแล้วก็แนวคิด

00:18:25.156 --> 00:18:26.591
ที่เกี่ยวข้องกับปัญหานะครับ

00:18:26.852 --> 00:18:28.952
มาใช้ออกแบบแนวทางการแก้ปัญหา

00:18:29.285 --> 00:18:31.639
และตัดสินใจเลือกแนวทางแก้ปัญหา

00:18:31.673 --> 00:18:33.435
ภายใต้ขอบเขตปัญหา

00:18:33.728 --> 00:18:36.148
ความรู้ แล้วก็ทรัพยากรที่มีนะครับ

00:18:36.441 --> 00:18:38.340
และถ่ายทอดความคิดในการแก้ปัญหา

00:18:38.413 --> 00:18:39.408
ให้เป็นรูปธรรม

00:18:39.754 --> 00:18:40.908
เพื่อให้ผู้อื่นนะครับ

00:18:40.981 --> 00:18:43.168
เข้าใจด้วยวิธีการที่เหมาะสมครับ

00:18:43.661 --> 00:18:46.700
ขั้นต่อมาคือขั้นวางแผนแล้วก็ดำเนินการแก้ปัญหา

00:18:47.067 --> 00:18:49.794
ก่อนที่จะลงมือแก้ปัญหาตามที่ออกแบบไว้นะครับ

00:18:50.107 --> 00:18:52.211
ควรมีการกำหนดขั้นตอนในการทำงาน

00:18:52.497 --> 00:18:53.492
เป้าหมายนะครับ

00:18:53.526 --> 00:18:55.428
แล้วก็ระยะเวลาในการดำเนินการ

00:18:55.453 --> 00:18:58.640
ในแต่ละขั้นตอนให้ชัดเจนแล้วจึงสร้างชิ้นงาน

00:18:58.665 --> 00:19:00.971
หรือลงมือแก้ปัญหาตามที่ออกแบบไว้ครับ

00:19:02.103 --> 00:19:04.472
ในครั้งหน้านะครับ เราจะมาเรียนรู้กันต่อนะครับ

00:19:04.519 --> 00:19:07.135
ว่าหลังที่เราได้ออกแบบและสร้างชิ้นงาน

00:19:07.434 --> 00:19:09.262
หรือวิธีการในการแก้ปัญหาแล้ว

00:19:09.615 --> 00:19:10.750
เราจะทราบได้อย่างไรครับ

00:19:10.775 --> 00:19:13.705
ว่าชิ้นงานหรือวิธีการในการแก้ปัญหาของเรา

00:19:13.730 --> 00:19:15.431
สามารถแก้ปัญหาได้ดีเพียงใด

00:19:15.705 --> 00:19:18.035
หรือได้อย่างเหมาะสมหรือไม่อย่างไรกันนะครับ

00:19:18.415 --> 00:19:19.948
สำหรับครั้งนี้ สวัสดีครับ

00:19:21.363 --> 00:19:36.303
[เสียงดนตรี]