﻿WEBVTT

00:00:50.108 --> 00:00:56.943
(อาจารย์เกวลี) โอเค เดี๋ยววันนี้จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับกฎหมายนะคะ

00:00:57.010 --> 00:01:02.509
ที่ไว้สำหรับทำธุรกรรมออนไลน์

00:01:02.533 --> 00:01:07.014
แล้วก็เกี่ยวกับการซื้อขายในระบบออนไลน์นะคะ

00:01:07.126 --> 00:01:11.290
เราจะเรียกกฎหมายพวกนี้ ว่ากฎหมายของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์นะคะ

00:01:12.431 --> 00:01:17.565
ซึ่งกฎหมายนี้นี่ มันมีตั้งแต่ 2541 นะคะ

00:01:18.073 --> 00:01:20.150
ในยุคสมัยนั้นนี่

00:01:20.174 --> 00:01:27.200
คณะรัฐมนตรีเขาให้ทำโครงการพัฒนากฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศนะคะ

00:01:27.721 --> 00:01:33.463
ซึ่งใน 6 ฉบับนี้นี่ ก็จะมีกฎหมายเกี่ยวกับพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์นะคะ

00:01:33.488 --> 00:01:35.811
พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์นี่ จะอยู่ในนั้นด้วย

00:01:37.447 --> 00:01:44.380
ตั้งแต่การแลกเปลี่ยนข้อมูล เกี่ยวกับลายมือชื่อที่เป็นลักษณะดิจิทัลนะคะ

00:01:44.992 --> 00:01:50.852
การโอนเงิน การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล อาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์

00:01:51.166 --> 00:01:54.139
แล้วก็โครงสร้างพื้นฐานของสารสนเทศ

00:01:54.170 --> 00:01:58.196
ที่ให้สามารถใช้งานได้ทั่วถึง แล้วก็เท่าเทียมกันทั้งประเทศนะคะ

00:01:58.221 --> 00:02:02.080
ก็จะเป็นหลัก ๆ ของกฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศในยุคนั้น

00:02:03.699 --> 00:02:07.849
อันแรกจะเกี่ยวข้องกับการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์นะคะ

00:02:09.107 --> 00:02:13.020
ก็เพื่อให้รับรองสถานะทางกฎหมายของข้อมูลนะคะ

00:02:13.665 --> 00:02:18.276
ถ้าอยู่ในรูปแบบออนไลน์ หรือในรูปแบบดิจิทัล ให้เสมอด้วยกระดาษ

00:02:18.966 --> 00:02:22.945
อย่างเช่น คุณพิมยืมเงินออนไลน์

00:02:24.388 --> 00:02:28.390
ตกลงเซ็นสัญญากันผ่าน Line หรือผ่าน Messenger ใด ๆ ก็ตาม

00:02:29.118 --> 00:02:33.540
ถือว่าการทำธุรกรรมนั้น สมบูรณ์แล้วนะคะ

00:02:33.936 --> 00:02:37.696
ตอนนี้เขาก็เลยบอกว่าถึงแม้คุณจะแชตยืมนู่น นี่ นั่น โน่น

00:02:38.420 --> 00:02:42.461
ก็ถือว่าเป็นการยืมที่มีหลักฐานนะคะ

00:02:43.985 --> 00:02:50.240
โดยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์อย่างที่บอก ก็คือมันจะแปลงข้อมูลที่เป็นตัวหนังสือ หรือเป็นใด ๆ ก็ตาม

00:02:50.260 --> 00:02:53.588
ให้กลายเป็นตัวเลขดิจิทัล 2 หลัก ก็คือ 0 กับ 1

00:02:54.028 --> 00:02:56.313
อันนี้เราเรียนมาตั้งแต่ ปี 1 แล้ว

00:02:56.732 --> 00:02:58.967
ว่าข้อมูลที่อยู่ในรูปแบบดิจิทัลนี่

00:02:59.814 --> 00:03:03.727
พอคอมพิวเตอร์มันเก็บข้อมูลนี่ มันจะเก็บเป็นตัวเลขแค่ 0 กับ 1 รวมกัน

00:03:04.318 --> 00:03:07.808
กลายเป็นตัวอักษร หรือกลายเป็นตัวเลขใด ๆ ว่าไปนะคะ

00:03:09.698 --> 00:03:13.801
ข้อมูลที่เป็นรูปแบบดิจิทัลมันจะถูกแปลงเป็นเลขฐาน 2 นะคะ

00:03:14.220 --> 00:03:19.130
อย่างเช่น คำว่า "ธุรกรรม" มันก็จะแปลงเป็นเลข 0 กับเลข 1 เยอะ ๆ

00:03:19.457 --> 00:03:22.314
จนมันประกอบกันเป็นคำนะคะ

00:03:25.385 --> 00:03:28.429
สาระสำคัญของการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์นะคะ

00:03:28.454 --> 00:03:33.424
ก็จะเกี่ยวกับขอบเขต คำนิยาม การตีความนะคะ

00:03:33.449 --> 00:03:37.836
การรับรองข้อมูล การเกิด และความสมบูรณ์ของสัญญา

00:03:38.763 --> 00:03:43.532
เช่น คุณสัญญาใน Line ใน Messenger

00:03:43.941 --> 00:03:47.240
มันก็ถือว่าคุณน่ะ ยืนยันตัวตนแล้ว อะไรก็ว่าไปนะคะ

00:03:47.700 --> 00:03:51.760
ข้อมูลในการรับ-ส่ง สถานการณ์ เวลาในการรับ-ส่งข้อมูล

00:03:52.750 --> 00:03:56.706
ถึงแม้ว่าคุณจะลบแชต แต่เขาแค็ปเก็บไว้ อะไรอย่างนี้นะคะ

00:03:58.725 --> 00:04:02.850
การรับรองสถานะของข้อมูลในรูปแบบดิจิทัล หรือว่าข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นะคะ

00:04:02.875 --> 00:04:06.755
ก็คือมันจะต้องสามารถอ่านได้นะคะ

00:04:07.186 --> 00:04:10.876
แล้วก็สามารถแปลงกลับมาเป็นข้อความที่อ้างอิงภายหลังได้

00:04:13.808 --> 00:04:16.064
ประโยชน์ของกฎหมายฉบับนี้นี่นะคะ

00:04:16.088 --> 00:04:20.546
ก็คือเกี่ยวกับการตรวจสอบข้อมูล ลดความผิดพลาด

00:04:20.668 --> 00:04:23.422
ประหยัดกำลังคน ประหยัดเวลานะคะ

00:04:24.212 --> 00:04:28.293
แล้วก็มีประสิทธิภาพในการทำธุรกรรมนะ

00:04:30.021 --> 00:04:31.374
แต่มันก็มีปัญหาเหมือนกัน

00:04:32.880 --> 00:04:35.992
เช่น การตีความ ความสมบูรณ์ของเนื้อหากฎหมาย

00:04:36.113 --> 00:04:42.463
บางคนเขาบอกไม่ ฉันอาจจะถูกแปลง... ปลอมแปลงแชตขึ้นมานะคะ

00:04:42.991 --> 00:04:47.872
ฉันไม่ได้มีลงลายมือชื่อตรงนั้น ถือว่ามันไม่สมบูรณ์ อะไรก็ว่าไปนะคะ

00:04:48.609 --> 00:04:51.547
แล้วก็พอมันมีการปลอมแปลงนี่ มันเลยยาก

00:04:51.571 --> 00:04:54.552
ว่าสรุปแล้ว ที่แค็ปมานี่ อะไรคือต้นฉบับ

00:04:55.025 --> 00:05:00.220
เหมือนแค่ตอนนี้เขายังบอกว่าแปลง... ปลอมสลิปโอนเงิน

00:05:02.262 --> 00:05:05.441
ตรวจสอบได้ ตอนนี้ก็เริ่มตรวจสอบได้ง่ายอยู่แล้วนะคะ

00:05:06.360 --> 00:05:11.879
แต่ถ้าเป็นแม่ค้าตามร้านกับข้าว ร้านรถเข็นอย่างนี้

00:05:12.560 --> 00:05:16.111
เขาจะรู้วิธีการตรวจสอบว่าสลิปจริง สลิปปลอมอะไรอย่างนี้นะคะ

00:05:17.190 --> 00:05:19.255
บางทีก็ขาดพยานหลักฐาน

00:05:20.879 --> 00:05:23.688
ตัวฮาร์ดดิสก์ถูกทำลาย

00:05:23.713 --> 00:05:28.110
กล้องวงจรปิด การเก็บข้อมูลถูกทำลาย ทำอย่างไรนะคะ

00:05:28.844 --> 00:05:35.053
การเกิดขึ้นของสัญญาคุณยืมเงินกันตอนไหน เมื่อไร อย่างไร ยืนยันได้ไหมนะคะ

00:05:35.790 --> 00:05:39.069
ก็ต้องมาพิสูจน์กัน

00:05:41.296 --> 00:05:46.360
ต่อมาเป็นกฎหมายเกี่ยวกับลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือลายมือชื่อดิจิทัลนะคะ

00:05:47.155 --> 00:05:52.580
ก็ให้รับรองการใช้ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์นะคะ ไม่ว่ากระบวนการใด ๆ ก็ตาม

00:05:52.605 --> 00:05:59.549
ให้เหมือนกับการที่เราเซ็นรับรองเอกสารด้วยปากกา

00:05:59.669 --> 00:06:01.619
มีค่าเท่ากันนะคะ

00:06:02.448 --> 00:06:06.353
แต่ไม่ใช่ว่าคุณไปสแกนลายเซ็นมา แล้วแปะลงไปใน Word นี่

00:06:06.377 --> 00:06:10.090
มันไม่ใช่ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์นะคะ เขาไม่นับอย่างนั้น

00:06:10.576 --> 00:06:15.100
อันนี้ คือ ใครทำปลอมก็ได้ ถ่ายรูปมาแล้วแปะเลยนี่ ไม่ได้นะคะ

00:06:17.052 --> 00:06:18.550
ตัวลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์

00:06:18.560 --> 00:06:21.980
หรือว่า Digital Signature หรือ Electronic Signature นี่นะคะ

00:06:22.153 --> 00:06:29.430
มันจะเป็นการที่เอาอักขระ ตัวเลข เสียง หรือสัญลักษณ์ใด ๆ ก็ตาม

00:06:29.487 --> 00:06:34.620
ที่สร้างขึ้นโดยวิธีการทางดิจิทัล หรือทางอิเล็กทรอนิกส์ขึ้นมา

00:06:35.630 --> 00:06:39.369
แล้วมันจะเป็นรหัสกำกับไปในเอกสาร

00:06:40.629 --> 00:06:45.840
ว่าลายมือชื่อดิจิทัลคุณตัวนี้เป็นของคุณจริง ๆ นะคะ

00:06:46.109 --> 00:06:49.911
ไม่ใช่ว่าแค่เอาลายเซ็นมาสแกนแล้วแปะลง ไม่นับนะคะ

00:06:52.347 --> 00:06:56.587
ซึ่งการติดต่อที่จะต้องใช้ตัวลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์นี่

00:06:57.110 --> 00:07:01.556
บางครั้งมันก็จะมีการติดต่อโดยการส่งเอกสารออนไลน์

00:07:01.580 --> 00:07:06.580
ส่ง E-mail การแชตโต้ตอบกันนะคะ

00:07:08.576 --> 00:07:12.974
หรืออาจจะเป็นการติดต่อทางเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ นะคะ

00:07:14.912 --> 00:07:22.363
ทำไมต้องยืนยันตัวบุคคล เพราะถ้าคุณอยู่ในโลกออนไลน์ ไม่มีใครรู้ว่าคุณเป็นใคร

00:07:23.518 --> 00:07:25.120
คุณเป็นคนพิมพ์จริง ๆ หรือเปล่า

00:07:26.553 --> 00:07:29.165
บอกว่าผมพิมพ์ แต่ผมไม่ได้กด Enter คนอื่นกด

00:07:29.596 --> 00:07:31.690
ใคร เราไม่รู้

00:07:32.953 --> 00:07:36.090
บางทีคุณเล่นเกมกับใคร คุณก็ยังไม่รู้เลยว่าเขาเป็นใคร

00:07:37.360 --> 00:07:41.760
คุยกับใครในโลกออนไลน์ คุณ... บางทีคุณก็ไม่รู้คุณคุยกับใครด้วยซ้ำนะคะ

00:07:43.334 --> 00:07:49.483
วิธีการ เขาก็เลยสร้างสิ่งที่แทนตัวตนขึ้นมา

00:07:49.507 --> 00:07:54.520
เพื่อแสดงความสัมพันธ์ของข้อมูลกับตัวบุคคลนะคะ

00:07:54.868 --> 00:08:01.322
ให้ยืนยันได้ว่าข้อมูลตัวนี้ใครเป็นเจ้าของ ยืนยันบุคคลโดยใครนะคะ

00:08:01.706 --> 00:08:06.736
แล้วเขาจะต้องยอมรับ แล้วก็ผูกพันกับข้อมูลนั้น ๆ นะคะ

00:08:19.014 --> 00:08:22.590
ตัว Electronic Signature หรือว่าลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์นี่ มีอะไรบ้าง

00:08:23.401 --> 00:08:26.340
สิ่งแรกที่เขานับ คือ มี Username Password

00:08:26.824 --> 00:08:28.941
ถ้าใส่ Username Password ถูก

00:08:30.047 --> 00:08:32.760
แล้วมีใด ๆ เกิดขึ้นโดย Account นั้น ๆ

00:08:32.821 --> 00:08:34.873
เขาถือว่าคุณยืนยันตัวตนแล้ว

00:08:35.999 --> 00:08:42.046
ต่อมาเป็นเทคโนโลยีชีวภาพ สแกนหน้า สแกนนิ้วนะคะ

00:08:42.798 --> 00:08:46.912
ถ้าสแกนผ่าน ก็คือว่าเป็นการยืนยันตัวตนคุณแล้ว

00:08:47.803 --> 00:08:52.710
กับการใช้ระบบกุญแจ Private Key Public Key นะคะ

00:08:54.970 --> 00:08:56.353
การใช้ E-mail Address

00:08:57.929 --> 00:08:59.830
ถ้า E-mail Account นี้ส่งมา

00:09:00.120 --> 00:09:02.126
มันจะต้องมีการยืนยัน Password อยู่แล้ว

00:09:02.151 --> 00:09:06.120
เพื่อส่ง E-mail จาก E-mail Address นี้นะคะ

00:09:07.150 --> 00:09:14.079
อันนี้ คือ Electronic Signature เบื้องต้นที่คุณจะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้

00:09:14.687 --> 00:09:17.593
บอกว่า Account นี้ Facebook นี้ ฉันไม่ได้ทำ

00:09:18.428 --> 00:09:19.892
ไม่ใช่ เป็นไปไม่ได้

00:09:20.301 --> 00:09:24.725
เขาจะรู้ Username Password คุณได้อย่างไร คุณปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้

00:09:25.712 --> 00:09:33.213
คุณไปโพสต์ว่าให้คนอื่น บอกฉันไม่ได้ทำ คุณปฏิเสธไม่ได้นะคะ

00:09:35.395 --> 00:09:41.600
E-mail เหมือนการที่คุณมีชื่อและก็ที่อยู่ มีตัวตนอยู่บนเครือข่าย

00:09:43.051 --> 00:09:46.580
นักศึกษาทุกคนก็จะมี E-mail ส่วนตัวที่มหาวิทยาลัยแจกให้

00:09:46.623 --> 00:09:50.970
เพื่อยืนยันตัวตนของตัวเองอยู่แล้วนะคะ

00:09:52.553 --> 00:09:57.600
การใช้ E-mail ก็คือคนคนหนึ่งจะส่งจดหมาย หรือส่งอะไรก็ตามก็จะต้องมี E-mail Address

00:09:57.640 --> 00:10:00.657
บางคนก็อาจจะมีหลาย E-mail ก็ได้นะคะ

00:10:02.232 --> 00:10:07.600
ก็ถ้าบางทีคุณมี E-mail มากกว่า 1

00:10:08.911 --> 00:10:16.060
มันก็ต้องตรวจสอบว่าอันไหน คือ สิ่งที่คุณใช้จริง ๆ นะคะ

00:10:17.568 --> 00:10:23.030
อาจจะมีชื่อคล้าย ๆ กัน ปลอมแปลง อาจจะเป็นชื่อเหมือนอาจารย์ก็ได้

00:10:23.593 --> 00:10:28.914
แต่ @ ข้างหลังน่ะ มันอาจจะไม่ใช่ snru เมลก็ได้

00:10:29.869 --> 00:10:32.210
อาจจะเป็น E-mail อื่นนะคะ

00:10:33.940 --> 00:10:38.617
ปัญหาที่เกิดขึ้น ถ้าคุณใช้ Gmail ธรรมดาส่งไป

00:10:42.041 --> 00:10:46.287
อาจจะเป็นชื่อเดียวกัน แต่เอ๊ะ

00:10:46.836 --> 00:10:50.690
ทำไมไม่ใช่ E-mail มหาวิทยาลัย ใช่คนเดียวกันหรือเปล่า

00:10:52.838 --> 00:10:59.930
ไม่ใช่ ดนัยเป็นคนส่ง ดนัย@Gmail กับ ดนัย@snru คนเดียวกันไหมนะคะ

00:11:01.141 --> 00:11:04.880
แล้วบางทีเรายืนยันตัวตน แต่ถ้าสมมติว่าใช้ E-mail มหาวิทยาลัยนี่

00:11:04.940 --> 00:11:09.590
อย่างน้อยเรายืนยันตัวตนได้แล้ว ว่าเราเป็นคนในองค์กรนี้จริง ๆ นะนะคะ

00:11:11.323 --> 00:11:18.480
พอเรายืนยันตัวตนได้ยาก เขาเลยอยากให้ใช้ตัว Digital Signature

00:11:18.490 --> 00:11:20.570
หรือว่า Electronic Signature นี่แหละนะคะ

00:11:20.850 --> 00:11:26.420
ก็จะเป็นเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้นมาในการเข้ารหัส E-mail เข้าไปอีกชั้นหนึ่งนะคะ

00:11:26.677 --> 00:11:32.270
ซึ่งกรณีนี้ คือ ทุกคนนะคะ จะต้องตกลงกันก่อน

00:11:32.470 --> 00:11:36.980
ว่าเดี๋ยวฉันจะให้กุญแจคุณนะ เก็บไว้ เราจะต้องรู้จักกันก่อน

00:11:38.040 --> 00:11:45.800
ถ้ามีข้อความส่งมาจากฉัน คุณจะต้องใช้กุญแจที่ฉันให้เท่านั้นนะ เปิด ถึงจะอ่านได้

00:11:46.133 --> 00:11:50.830
ถ้า E-mail นี้ตกไปหาคนอื่นที่ไม่มีกุญแจ เขาก็จะอ่านไม่ได้นะคะ

00:11:54.470 --> 00:11:55.775
ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์นี่

00:11:56.088 --> 00:12:03.690
เขาเลยให้ความสำคัญกับความถูกต้อง แล้วก็การยกเลิกนะคะ

00:12:04.480 --> 00:12:10.620
ความถูกต้องของคนที่รับผิดชอบ ความถูกต้องของการเซ็นลายเซ็นดิจิทัลของคนคนนั้น

00:12:10.850 --> 00:12:13.060
หรือของหน่วยงานนะคะ

00:12:13.546 --> 00:12:19.760
ความรับผิดชอบ ความสัมพันธ์ของผู้ใช้งานนะคะ ก็คือจะต้องถูกต้องทั้งผู้ส่งและผู้รับ

00:12:21.922 --> 00:12:26.770
ประเทศที่มีกฎหมายรับรองนะคะ การใช้ Digital Signature นี่

00:12:27.426 --> 00:12:31.414
ก็ส่วนมากจะเป็นประเทศทางฝั่งยุโรปนะคะ ใน...

00:12:32.023 --> 00:12:34.570
ในฝั่งเอเชียก็มีบ้างบางประเทศนะคะ

00:12:35.705 --> 00:12:40.910
กฎหมายฉบับที่ 3 จะเป็นกฎหมายเกี่ยวกับการโอนเงินนะคะ

00:12:41.165 --> 00:12:43.788
ทางดิจิทัล หรือทางอิเล็กทรอนิกส์นี่แหละนะคะ

00:12:44.884 --> 00:12:50.961
ก็เป็นกฎหมายที่ทำให้เกิดความเชื่อมั่น ในการทำธุรกรรมทางด้านการเงินมากขึ้นนะคะ

00:12:52.280 --> 00:12:57.164
ซึ่งพัฒนาการของเงินนี่ มันตั้งแต่ยุคโบราณ ก็คือเราไม่มีสตางค์

00:12:58.090 --> 00:12:59.617
จะเป็นการแลกเปลี่ยนสินค้า

00:13:00.051 --> 00:13:03.488
บ้านนี้มีมะละกอ บ้านนี้มีผักเอามาแลกกัน

00:13:04.492 --> 00:13:07.260
มีการวิวัฒนาการเพิ่มขึ้น เริ่มเป็นเงิน

00:13:08.110 --> 00:13:13.960
เงินที่เกิดจากก้อนหิน เงินที่เกิดจากโลหะที่มีค่า

00:13:14.160 --> 00:13:17.790
เป็นเงิน เป็นทอง เป็นทองแดงอะไรก็ว่าไปนะคะ

00:13:18.690 --> 00:13:23.550
พอพัฒนามากขึ้น ต่อมาก็จะเป็นพวกธนบัตร บัตรเครดิต

00:13:25.130 --> 00:13:29.944
จนถึงปัจจุบันเป็นเงินอิเล็กทรอนิกส์เป็น Digital Money นะคะ

00:13:30.872 --> 00:13:32.940
รวมถึงพวกเหรียญคริปโทต่าง ๆ ด้วย

00:13:34.643 --> 00:13:36.730
โดยกฎหมายการโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์นี่

00:13:36.891 --> 00:13:43.883
ก็คือมันจะให้ความสำคัญกับการพิสูจน์เจตนาในการโอนเงิน

00:13:43.907 --> 00:13:46.369
ในการจ่ายสตางค์นี่แหละนะคะ

00:13:47.007 --> 00:13:50.779
คุณโอนให้เขาทำไม อ๋อ ซื้อของ อ๋อ เป็นหนี้

00:13:51.896 --> 00:13:54.490
ไม่ใช่ฟอกเงินใช่ไหมนะคะ

00:13:55.210 --> 00:13:58.780
เจ้าหนี้ ลูกหนี้ ทำอย่างไร

00:13:59.451 --> 00:14:03.900
ลูกหนี้มีสตางค์อยู่แต่ไม่ใช้ แล้วจะให้เงินเขาคืนอย่างไรนะคะ

00:14:04.686 --> 00:14:09.904
การจ่ายสตางค์ การยกเลิก การชำระเงินในเวลานะคะ

00:14:10.647 --> 00:14:14.130
ความรับผิดชอบของความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการโอนเงินผิด

00:14:15.134 --> 00:14:17.996
การโอนเงินโดยมิชอบนะคะ

00:14:18.876 --> 00:14:22.890
การโอนเงินระหว่างประเทศ พวกแก๊ง Call Center ทั้งหลาย

00:14:23.040 --> 00:14:26.558
กฎหมายฉบับนี้จะถูกนำมาใช้นะคะ

00:14:30.640 --> 00:14:35.825
ต่อมากฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนะคะ

00:14:36.860 --> 00:14:39.620
ชื่อที่เราคุ้นเคยตอนนี้ ก็คือ PDPA

00:14:40.863 --> 00:14:44.228
เอาหน้าเราไปโพสต์ เอาข้อมูลเราไปเปิดเผย

00:14:44.252 --> 00:14:47.940
เผยแพร่เราไม่ได้เต็มใจจะบอกนะคะ

00:14:49.303 --> 00:14:51.760
ผิดกฎหมายนะคะ ผิดกฎหมาย

00:14:52.077 --> 00:14:55.820
อย่างสมมติว่าวันนี้มีคนมาถ่ายรูป ห้องเรียนห้องนี้แล้วไปโพสต์

00:14:56.191 --> 00:15:00.032
ถ้าคุณไม่โอเค รู้สึกว่าฉันกำลังหาวพอดี

00:15:00.056 --> 00:15:02.830
ฉันกำลังอ้าปาก กำลังจะพูดพอดี รูปมันไม่สวย

00:15:03.478 --> 00:15:05.044
ผิดกฎหมายเขาฟ้องได้

00:15:05.623 --> 00:15:08.953
ไม่ได้ขออนุญาต ไปโพสต์ได้อย่างไร อะไรก็ว่าไปนะคะ

00:15:11.100 --> 00:15:14.068
ข้อมูลส่วนบุคคลอะไรบ้างที่เราไม่สามารถเปิดเผยได้

00:15:15.420 --> 00:15:22.755
ข้อมูลชื่อ ที่อยู่ อายุ เพศพวกนี้ ถ้าคุณไม่ยินยอมก็เปิดเผยไม่ได้

00:15:24.022 --> 00:15:29.930
แล้วก็ข้อมูลที่ห้ามจัดเก็บโดยเด็ดขาด แล้วก็ห้ามเผยแพร่โดยเด็ดขาด

00:15:30.990 --> 00:15:37.753
เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความเชื่อ คุณจะเชื่อศาสนาอะไรก็เรื่องของคุณ

00:15:38.520 --> 00:15:42.013
ลัทธิก็เรื่องของคุณ ความเห็นทางการเมือง ข้อมูลสุขภาพ

00:15:42.418 --> 00:15:47.040
ข้อมูลพวกนี้ ห้ามจัดเก็บโดยเด็ดขาด

00:15:48.231 --> 00:15:53.520
บางคนไปทำวิจัยเกี่ยวกับข้อมูลความเจ็บป่วยของคน

00:15:54.860 --> 00:16:00.415
ตอนนี้ถ้าคุณไม่มีสิทธิ์ หรือได้รับอนุญาต คุณไม่สามารถทำวิจัยพวกนั้นได้

00:16:00.890 --> 00:16:03.107
แล้วก็ถ้าไม่ผ่านการอบรมจริยธรรม

00:16:04.821 --> 00:16:08.655
ก็ไม่สามารถทำข้อมูลพวกนี้ หรือทำวิจัยเหล่านี้ได้

00:16:09.697 --> 00:16:17.333
แล้วก็ถ้าทำหัวข้อวิจัย จะขึ้น ปี 4 แล้ว

00:16:18.460 --> 00:16:21.590
แม้กระทั่งเก็บข้อมูลแบบสอบถาม

00:16:23.340 --> 00:16:28.690
นักศึกษาทุกคนในห้องนี้ก็ต้องขอจริยธรรมทุกคน

00:16:29.677 --> 00:16:37.488
ถึงแม้ว่าจะเก็บข้อมูลความพึงพอใจก็เถอะ ก็ต้องขออนุญาตนะคะ

00:16:38.636 --> 00:16:40.440
แล้วคุณก็ต้องอบรมจริยธรรมด้วย

00:16:40.750 --> 00:16:45.241
ไม่ใช่แค่ อุ๊ย ฉันแค่ถามว่าเล่นเกมนี้ชอบไหม ชอบ ไม่ชอบนี่

00:16:45.453 --> 00:16:48.350
อันนี้ ก็คือข้อมูลที่กระทบความรู้สึก

00:16:49.669 --> 00:16:52.350
ถึงแม้ว่าเขาจะชอบก็ตาม คุณก็ต้องอบรมจริยธรรม

00:16:53.177 --> 00:16:58.920
แล้วก็ต้องขออนุญาตคณะกรรมการจริยธรรม ของมหาวิทยาลัยเพื่อเก็บข้อมูลด้วย

00:16:59.944 --> 00:17:04.466
อันนี้บอกไว้นะคะ สำหรับคนที่จะทำหัวข้อโครงงาน

00:17:06.099 --> 00:17:07.420
ต้องขออนุญาตนะคะ

00:17:09.268 --> 00:17:12.629
โดยสิทธิ์ของความเป็นเจ้าของข้อมูลของคุณนะคะ

00:17:13.187 --> 00:17:17.070
เขาจะต้องรู้ว่าคุณจะเอาข้อมูลไปทำอะไร

00:17:17.982 --> 00:17:21.860
คุณจะยินยอมให้เขาเก็บข้อมูลไหม เอาข้อมูลนี้ไปประมวลผลได้ไหม

00:17:23.293 --> 00:17:29.060
แล้วคุณสามารถตรวจสอบผลของข้อมูลที่คุณให้ไปได้ไหมนะคะ

00:17:32.035 --> 00:17:37.450
กฎหมายเกี่ยวกับอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ ซึ่งวันนี้เป็นงานที่เราจะต้องทำนะคะ

00:17:38.090 --> 00:17:44.580
ก็จะเกี่ยวข้องกับการลงโทษผู้กระทำผิดต่อการใช้งานระบบคอมพิวเตอร์

00:17:45.022 --> 00:17:47.631
ระบบข้อมูล ระบบเครือข่ายนะคะ

00:17:48.106 --> 00:17:51.006
เพื่อเป็นหลักประกันสิทธิเสรีภาพ

00:17:51.031 --> 00:17:55.100
แล้วก็การคุ้มครองการอยู่ร่วมกันของสังคม

00:17:55.120 --> 00:17:57.058
ไม่ใช่อยู่ดี ๆ อยากโพสต์ อยากแฮก

00:17:57.820 --> 00:18:01.972
อยากไปพังคอมเพื่อน อยากไปเปิดดูสิเพื่อนทำอะไร

00:18:01.997 --> 00:18:06.220
ไปลบ... ไปลบไฟล์ในเครื่องเขาทั้งหมด อย่างนี้ไม่ได้นะคะ

00:18:07.985 --> 00:18:14.613
ตัวอย่าง อาชญากรรมที่เกิดขึ้น เช่น การโจรกรรมเงินในบัญชีของลูกค้าธนาคาร

00:18:14.638 --> 00:18:21.980
การขโมยความลับของบริษัท การปล่อยไวรัส การปลอมแปลงเอกสารนะคะ

00:18:22.790 --> 00:18:25.892
การขโมย Domain Name ขโมย Account

00:18:25.917 --> 00:18:29.573
แฮกเฟซ ตัดต่อภาพ หมิ่นประมาท

00:18:30.471 --> 00:18:33.897
โพสต์รูปภาพที่ไม่เหมาะสมนะคะ

00:18:34.396 --> 00:18:40.734
การเข้าไปโพสต์ให้คนอื่นเสียหาย อันนี้เป็นคดีอาชญากรรมทั้งหมดเลยนะคะ

00:18:42.619 --> 00:18:47.409
อย่างในประเทศไทยบางทีก็โดนแอบใช้อินเทอร์เน็ตบ้าง

00:18:49.168 --> 00:18:52.788
ขโมย Banner บ้างนะคะ

00:18:53.650 --> 00:18:55.655
ขโมยข้อมูลบริษัท

00:18:58.017 --> 00:19:00.906
บางบริษัทไล่พนักงานออก

00:19:01.144 --> 00:19:06.328
เขาไม่พอใจ ไปแก้ไขเว็บไซต์ให้กลายเป็นเว็บโป๊เสียอย่างนั้นนะคะ

00:19:06.870 --> 00:19:10.190
ส่ง E-mail โดยใช้ E-mail ผู้บริหารไปด่าคนอื่นบ้าง

00:19:11.350 --> 00:19:15.810
ติดตั้งโปรแกรมสแกนหา Username Password ของคนในออฟฟิศ

00:19:17.819 --> 00:19:20.455
ใช้ E-mail ขององค์กรไปในทางเสียชื่อเสียง

00:19:20.480 --> 00:19:24.060
อย่างเช่น มอเรานี่ นักศึกษาก็จะมี E-mail ของมหาวิทยาลัย

00:19:25.012 --> 00:19:31.246
บางคนก็ไปทำสิ่งที่ไม่ดี เขาก็ตามมาถึงมหาวิทยาลัยนะคะ

00:19:33.070 --> 00:19:36.660
แต่ปัญหา ก็คือบางทีนี่ เราหาพยานหลักฐานได้ยาก

00:19:36.685 --> 00:19:39.660
เช่น เขาเอาฮาร์ดดิสก์ไปทิ้ง เหมือนในข่าวบางที่น่ะ

00:19:40.180 --> 00:19:45.210
ที่มีข่าวอะไรนะ คนยิงกัน เอาฮาร์ดดิสก์ไปถ่วงน้ำ

00:19:47.683 --> 00:19:52.311
เจอไหม เจอ แต่มันก็ยากกว่าจะกู้ข้อมูลมาได้นะคะ

00:19:52.780 --> 00:19:56.194
บางคนก็เอาค้อนทุบให้มันแตก ก็หาหลักฐานไม่ได้แล้ว

00:19:56.660 --> 00:19:58.800
ทุบกล้อง ทุบอะไรอย่างนี้นะคะ

00:20:00.842 --> 00:20:03.233
แล้วก็บางอย่างในการค้นหานี่

00:20:06.380 --> 00:20:11.007
เมื่อก่อนจะต้องขอคำสั่งศาล ขอค้นบ้าน

00:20:12.160 --> 00:20:13.971
แต่ถ้าเป็นคดีทางคอมพิวเตอร์นี่

00:20:13.995 --> 00:20:19.940
ถ้าเป็นคดีที่ตำรวจเขามีหลักฐานปึ๊บนี่ เขาไปค้นบ้านได้เลยนะคะ

00:20:21.720 --> 00:20:24.650
กับถ้าสมมติคนกระทำผิดเดี๋ยวนี้

00:20:25.138 --> 00:20:29.925
พวกโจรทางออนไลน์นี่ เขาอยู่ต่างประเทศ

00:20:30.226 --> 00:20:33.210
เราจะทำอย่างไรนะคะ

00:20:33.350 --> 00:20:38.940
เหมือนที่เขาบอกว่าบางที Call Center ไปตั้งอยู่อะไรนะ ประเทศเพื่อนบ้านเรา

00:20:40.590 --> 00:20:45.984
โยงสายโทรศัพท์เข้ามาในประเทศบ้าง โยงออกไปต่างประเทศบ้าง เราจะทำอย่างไรดีนะคะ

00:20:47.684 --> 00:20:50.768
กับอีกอันหนึ่ง คือ อายุของคนที่ทำผิด

00:20:52.669 --> 00:20:56.510
บางคนยังเป็นเด็กอยู่เลย กฎหมายยังไม่ครอบคลุม

00:20:56.842 --> 00:21:01.893
หรือเป็นเด็กจริง ๆ รู้เท่าไม่ถึงการณ์จริง ๆ

00:21:03.968 --> 00:21:07.199
เป็นเด็กที่ฉลาดมาก แฮกข้อมูลได้

00:21:09.395 --> 00:21:12.512
แล้วเราจะลงโทษเขาอย่างไรนะคะ

00:21:12.537 --> 00:21:17.642
อันนี้ก็ยังเป็นปัญหาอยู่ เรื่องอายุของเด็กที่บางทีอาจจะมีเด็กในการ...

00:21:17.719 --> 00:21:20.170
เด็กที่มากระทำผิดก็มีนะคะ

00:21:22.284 --> 00:21:26.032
มันจะมีในกฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศนี่

00:21:26.056 --> 00:21:28.530
มันจะมีพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์

00:21:28.726 --> 00:21:34.921
อันนี้ก็เพื่อรับรองการ...ทำธุรกรรมกระทำสัญญานะคะ

00:21:35.757 --> 00:21:37.077
ในการซื้อขายออนไลน์

00:21:38.908 --> 00:21:45.210
เช่น ข้อแรก ห้ามปฏิเสธว่าข้อมูลนี้นะฉันไม่ได้ทำ ฉันไม่ได้ลง... ฉันไม่ลงชื่อไว้

00:21:45.549 --> 00:21:50.565
แล้วก็ห้ามปฏิเสธว่าลายมือชื่อดิจิทัลอันนี้นี่ ฉันเป็นคนสร้างขึ้นมา

00:21:51.069 --> 00:21:56.960
แล้วมันมีการระบุอยู่ คุณปฏิเสธไม่ได้นะคะ

00:21:58.594 --> 00:22:03.185
แล้วก็การเก็บรักษาข้อมูลนะคะ

00:22:03.209 --> 00:22:07.743
ทางอิเล็กทรอนิกส์ จะต้องมีต้นฉบับตามกฎหมายนะคะ

00:22:09.377 --> 00:22:14.855
แล้วก็การรับข้อมูลออนไลน์ หรือข้อมูลที่เป็นดิจิทัล

00:22:16.384 --> 00:22:20.360
ให้ถือว่ามีผลนับตั้งแต่ข้อมูลนี้ได้เข้าสู่ระบบ

00:22:22.060 --> 00:22:28.760
ทั้งระบบข้อมูล ทั้งระบบออนไลน์ในการรับการส่งข้อมูล

00:22:28.780 --> 00:22:32.901
เข้าสู่ระบบตอนไหนปึ๊บ ถือว่ามีผลในตอนนั้นเลยนะคะ

00:22:34.330 --> 00:22:38.631
แล้วก็บทบาทของภาครัฐที่มีผล

00:22:38.655 --> 00:22:44.077
ว่าหน่วยงานรัฐบาลนี่ สามารถให้บริการประชาชนอะไรได้บ้างนะคะ

00:22:45.396 --> 00:22:53.140
แล้วก็เจ้าหน้าที่ก็จะต้องมีความระมัดระวังเพื่อตรวจสอบลายมือชื่อ

00:22:53.882 --> 00:23:00.212
บางคนใช้ลายมือชื่อโดยไม่ได้รับอนุญาต จะมีกฎหมายรองรับอย่างไรนะคะ

00:23:01.405 --> 00:23:04.556
แล้วก็สิ่งที่ทุกคนจะต้องให้ความสำคัญ

00:23:04.580 --> 00:23:12.160
ในฐานะทั้งคนที่ทำงานทางด้านไอที แล้วก็ทั้งผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์นะคะ

00:23:12.170 --> 00:23:13.258
ก็คือ พรบ. คอมฯ

00:23:13.493 --> 00:23:16.733
เราจะพูดสั้น ๆ พรบ. คอมฯ พรบ. คอมฯ นะคะ

00:23:18.382 --> 00:23:23.025
ที่มา ก็คือคนใช้คอมพิวเตอร์มากขึ้น

00:23:23.720 --> 00:23:30.846
การอยู่ร่วมกันในสังคมออนไลน์ก็จะต้องมีการควบคุมนะคะ

00:23:31.896 --> 00:23:36.488
มันจะเป็นกฎหมายที่รองรับสิ่งที่คุณทำในคอมพิวเตอร์

00:23:36.512 --> 00:23:38.490
หรือทำในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ใด ๆ

00:23:40.280 --> 00:23:48.104
สิ่งที่พูด สิ่งที่เขียน เหมือนเวลาที่คุณว่าใคร หรือคุณโพสต์ใส่ใคร

00:23:49.636 --> 00:23:56.011
ไม่ว่าจะเป็นพูดปากเปล่า หรือพูดทางคอมพิวเตอร์ ก็ผิดเท่ากันนะคะ

00:23:56.944 --> 00:24:02.300
สื่อลามกด้วยนะ ไม่ว่าจะเป็นการรับ การส่ง การโพสต์ก็ผิดนะคะ

00:24:04.406 --> 00:24:08.239
อย่างถ้าสมมติว่าเราทำงานทางด้านไอทีนะ

00:24:08.515 --> 00:24:13.439
แล้วคุณจะต้องดูแลฝั่งหลังบ้านนะคะ ฝั่ง Server

00:24:14.412 --> 00:24:21.930
ถ้าคุณเป็นเว็บ Admin หรือมีการโพสต์ใด ๆ ก็ตามที่คุณเป็นเว็บไซต์ที่คุณดูแลอยู่

00:24:22.860 --> 00:24:30.193
คุณจะต้องเก็บข้อมูล IP Address วันที่และเวลา

00:24:31.207 --> 00:24:33.460
อย่างในมหาวิทยาลัยเรา ถ้าคุณใช้อินเทอร์เน็ต

00:24:34.680 --> 00:24:39.177
คุณจะต้องลงชื่อเข้าใช้ก่อน ก็คือ Username Password

00:24:39.812 --> 00:24:43.780
มันก็จะบอกว่าคุณเริ่มใช้งานกี่โมง แล้วใช้งานได้ถึงกี่โมง

00:24:46.149 --> 00:24:50.850
ทุกการกระทำที่คุณใช้งานเน็ตในมอ จะต้องถูกเก็บไว้

00:24:51.574 --> 00:24:55.765
คุณเล่นเกม คุณเข้าเว็บพนัน คุณดูเว็บลามก

00:24:57.288 --> 00:25:02.497
หรือคุณทำอะไรก็ตาม จะถูกเก็บไว้หมดนะคะ

00:25:02.908 --> 00:25:08.016
ถ้าเป็นเว็บไซต์ทางการค้า ก็อาจจะมีการเก็บเลขบัตรเครดิต

00:25:09.795 --> 00:25:17.468
เขาก็จะมีบอกเลยว่าจะต้องเก็บข้อมูลไว้กี่วัน กี่โมง กี่ชั่วโมง กี่เดือน ว่าไปนะคะ

00:25:19.141 --> 00:25:24.031
โดยผู้ให้บริการจะต้องเก็บข้อมูลมี 4 ประเภทใหญ่ ๆ ในประเทศเรานะคะ

00:25:24.412 --> 00:25:28.555
ก็คือเจ้าของกิจการโทรคมนาคม ระบบโทรศัพท์ดาวเทียม

00:25:28.579 --> 00:25:31.210
แม้กระทั่งคุณใช้ข้อมูลในเน็ตเขาก็เก็บ

00:25:32.730 --> 00:25:34.271
การเข้าถึงเครือข่ายคอมพิวเตอร์

00:25:34.420 --> 00:25:40.880
ไม่ว่าอินเทอร์เน็ตผ่านไร้สาย มีสาย ที่อยู่ในองค์กรก็ต้องเก็บ

00:25:42.544 --> 00:25:47.780
คนให้เช่าระบบคอมพิวเตอร์เป็น Host ต่าง ๆ

00:25:48.500 --> 00:25:51.904
หรือคุณเช่า Server เขาใช้ เขาก็ต้องเก็บข้อมูลคุณ

00:25:53.603 --> 00:25:55.822
การให้บริการข้อมูลผ่านแอปพลิเคชัน

00:25:56.016 --> 00:26:01.356
Content ต่าง ๆ Web Board Web Service ทุกอย่างต้องเก็บนะคะ

00:26:04.464 --> 00:26:07.560
ข้อมูลอะไรบ้างที่จะต้องเก็บ หลัก ๆ มี 2 ประเภท

00:26:07.839 --> 00:26:13.687
ก็คือการจราจรบนคอมพิวเตอร์นะคะ จะต้องเก็บไม่น้อย... ไม่น้อยกว่า 90 วัน

00:26:13.712 --> 00:26:19.210
ก็คือ 3 เดือนนี่ คุณเล่นอินเทอร์เน็ต 3 เดือนในมอนี่ เขาเก็บหมดนะคะ

00:26:20.249 --> 00:26:24.560
IP ไหนเล่น เครื่องอยู่ตรงไหน ปลายทางที่คุณเล่นคืออะไร

00:26:24.842 --> 00:26:28.047
เส้นทางที่คุณเข้าไปเล่นน่ะ เส้นทางไหนบ้าง

00:26:29.053 --> 00:26:33.800
ใช้ข้อมูลกี่เมกะไบต์ กี่กิกะไบต์ เก็บหมด

00:26:35.623 --> 00:26:38.545
ข้อมูลผู้ใช้บริการ ไม่ว่าจะเสียเงิน หรือฟรีก็ตาม

00:26:38.569 --> 00:26:44.030
ก็ต้องเก็บ Username Password 90 วันเหมือนกันนะคะ

00:26:46.166 --> 00:26:50.355
โทษของ พรบ. คอมฯ นะคะ

00:26:51.360 --> 00:26:55.830
ไปแฮกข้อมูลคนอื่น ก็คุก 6 เดือน หรือปรับ 10,000

00:26:56.438 --> 00:27:01.412
เผยแพร่บางคนแฮกแล้วรู้ว่ามีจุดอ่อนตรงไหน

00:27:01.828 --> 00:27:04.790
แล้วไปบอกคนอื่นเพื่อให้ทำสิ่งที่ไม่ดี

00:27:05.561 --> 00:27:07.680
ก็คุก 1 เดือน ปรับอีก 10,000

00:27:08.904 --> 00:27:13.500
การเข้าถึงข้อมูลคนอื่นโดยมิชอบ คุก 2 ปี ปรับ 40,000

00:27:14.449 --> 00:27:18.590
การดักดูข้อมูลคนอื่น คุก 3 ปี ปรับ 60,000

00:27:19.597 --> 00:27:24.803
การไปกวนข้อมูลคอมพิวเตอร์คนอื่น คุก 5 ปี ปรับ 100,000

00:27:26.727 --> 00:27:34.293
เมื่อกี้รบกวนแค่เครื่องคอมเครื่องเดียวนะ ถ้ารบกวนทั้งระบบก็คุก 5 ปี ปรับอีก 100,000 นะคะ

00:27:35.892 --> 00:27:42.920
ส่งข้อมูลรบกวน หรือส่ง Spam ให้หาคนอื่นนะคะ โทษจำคุกมันผิด ขอโทษที ก็ปรับ 100,000

00:27:44.996 --> 00:27:49.720
เผยแพร่ชุดคำสั่งที่เป็น... อาจจะเป็นโค้ดโปรแกรมเฉพาะ

00:27:50.736 --> 00:27:53.840
ก็คุก 1 ปี ปรับ 20,000

00:27:54.601 --> 00:27:57.386
แต่ถ้าเป็นโทษที่หนักขึ้น

00:27:58.414 --> 00:28:04.438
ถ้ากระทำต่อความมั่นคงของประเทศ หรือความมั่นคงของระบบพื้นฐานของประเทศ

00:28:05.236 --> 00:28:09.890
ถ้าสร้างความเสียหายก็คุก 1 ปี ถึง 10 ปี ปรับสูงสุด 200,000

00:28:10.812 --> 00:28:17.106
ความมั่นคงของประเทศ 3 ปี ถึง 15 ปีที่ติดคุก ปรับสูงสุด 300,000

00:28:17.766 --> 00:28:22.371
แต่ถ้าสิ่งที่คุณทำแล้วมันทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิต

00:28:22.395 --> 00:28:26.470
เช่น ไปปิดสัญญาณไฟแดงแล้วรถชนกัน

00:28:27.080 --> 00:28:33.380
มีอุบัติเหตุเยอะมาก อาจจะจำคุก 10 ปี ถึง 20 ปี หรือตลอดชีวิต

00:28:33.611 --> 00:28:38.640
หรือถึงขั้นประหารชีวิตเลย ถ้ามันเป็นสิ่งที่ร้ายแรงต่อคนหมู่มากนะคะ

00:28:38.665 --> 00:28:43.080
เพราะฉะนั้น ก็ต้องใช้คอมพิวเตอร์อย่างระมัดระวัง

00:28:43.536 --> 00:28:50.850
อย่าคึกคะนอง อย่าทดลองในสิ่งที่ไม่ควรทำนะคะ

00:28:53.640 --> 00:28:58.170
ถ้าผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตเอาข้อมูลคุณไปเผยแพร่

00:28:58.201 --> 00:29:02.646
เขาก็อาจจะโดนจำคุก 2-5 ปี หรือก็ปรับ 100,000 บาท

00:29:03.312 --> 00:29:07.980
ถ้าคุณตัดต่อรูปคนอื่น ทำให้เขาเสียหาย

00:29:08.004 --> 00:29:11.980
แล้วถ้าเขาไปฟ้อง ติดคุก 3 ปี ปรับ 600,000

00:29:13.149 --> 00:29:19.000
เพราะฉะนั้น บางทีเราตลก เพื่อนเราตลก แต่บางทีเขาไม่ตลกด้วย ก็อย่าทำนะคะ

00:29:20.457 --> 00:29:27.980
หน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบ ส่วนใหญ่ก็เป็นพวกกระทรวง DE กระทรวง... สำนักตำรวจแห่งชาติ

00:29:28.884 --> 00:29:35.860
DSI กรมสอบสวนคดีพิเศษอะไรพวกนี้นะคะ เป็นคนดูแลข้อมูลพวกนี้อยู่

00:29:37.344 --> 00:29:42.700
และอีกอย่างหนึ่งนะคะ สำหรับใครจะทำหัวข้อโครงงานในอนาคตด้วยนะคะ

00:29:43.067 --> 00:29:44.850
จะเป็นเกี่ยวกับลิขสิทธิ์กับสิทธิบัตร

00:29:46.117 --> 00:29:51.390
ลิขสิทธิ์ ก็คือสิ่งที่เราสร้างขึ้นมานะคะ

00:29:52.317 --> 00:29:59.910
อาจจะเป็นเกี่ยวกับงานที่เราทำขึ้น หรือจะมีทำซ้ำ ดัดแปลง เผยแพร่นะคะ

00:30:00.633 --> 00:30:05.420
ลิขสิทธิ์จะเป็นผลงานที่เกิดจากสติปัญญา ความรู้ ความวิริยะอุตสาหะ

00:30:06.157 --> 00:30:08.849
ซึ่งเราจะถือว่าเป็นทรัพย์สินทางปัญญานะคะ

00:30:09.550 --> 00:30:14.380
อะไรบ้าง เช่น หนังสือ ท่าเต้น การรำ

00:30:14.390 --> 00:30:17.544
การทำท่าทาง การวาดภาพนะคะ

00:30:17.968 --> 00:30:20.950
การทำเนื้อร้อง ทำดนตรีนะคะ

00:30:21.728 --> 00:30:29.296
การถ่ายวิดีโอพวกนี้ ภาพยนตร์ การบันทึกเสียง

00:30:29.949 --> 00:30:34.020
การเผยแพร่ภาพ หรือสิ่งอื่นใดก็ตามนะคะ

00:30:34.493 --> 00:30:37.580
ทั้งทางวรรณคดี ทางวิทยาศาสตร์ หรือทางศิลปะ

00:30:39.542 --> 00:30:45.844
อะไรบ้างที่ไม่ถือมีลิขสิทธิ์ ข่าว ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจริงนะคะ

00:30:46.926 --> 00:30:53.210
กฎหมายรัฐธรรมนูญ ระเบียบ ประกาศ คำสั่งต่าง ๆ คำพิพากษา คำแปล อันนี้ไม่มีลิขสิทธิ์

00:30:53.580 --> 00:30:56.792
คุณเอามาใช้งานได้ หรือคุณมาเผยแพร่ได้นะคะ

00:30:58.189 --> 00:31:03.860
การได้มา.... ซึ่งลิขสิทธิ์ ถ้าคุณสร้างสรรค์ผลงานปึ๊บ คุ้มครองทันที

00:31:04.209 --> 00:31:07.966
เช่น วันนี้ฉันแต่งเพลงเสร็จ ฉันมั่นใจว่าเพลงนี้ไม่... ไม่ซ้ำกับใครแน่นอน

00:31:08.611 --> 00:31:11.914
ลิขสิทธิ์เป็นของคุณแล้ว ณ ตอนนั้นนะคะ

00:31:14.037 --> 00:31:19.930
สิทธิ์ ก็คือเจ้าของผลงานมีสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวนะคะ

00:31:20.485 --> 00:31:27.800
ห้ามให้คนอื่นทำซ้ำ ดัดแปลง จำหน่าย คัดลอกไม่ได้ ฉันทำได้คนเดียวนะคะ

00:31:28.450 --> 00:31:34.890
สามารถเอาไปเผยแพร่ต่อสาธารณชนได้ อาจจะมีค่าใช้จ่าย หรือไม่มีค่าใช้จ่ายก็ได้

00:31:39.112 --> 00:31:44.555
ลิขสิทธิ์มีระยะเวลานะคะ ได้ 50 ปี

00:31:45.052 --> 00:31:51.320
อย่างเพลงนี้ที่คุณแต่ง หลังจากนี้ 50 ปี ใครเอาไปใช้ก็ได้นะคะ

00:31:51.713 --> 00:31:54.609
แต่ในระยะเวลา 50 ปีนี้ ถ้าใครอยากใช้เพลงคุณ

00:31:54.634 --> 00:31:57.700
เขาต้องมาจ่ายสตางค์ให้คุณ อะไรก็ว่าไปนะคะ

00:31:59.769 --> 00:32:02.318
สิทธิบัตร มี 2 ความหมาย

00:32:03.192 --> 00:32:08.357
จะเป็นหนังสือรับรองที่ออกโดยภาครัฐ คุ้มครองสิ่งประดิษฐ์ที่คิดค้นออกมานะคะ

00:32:08.925 --> 00:32:15.960
แล้วก็อีกประเภทหนึ่ง ก็คือสิทธิบัตรพิเศษนะคะ ให้สิทธิ์เด็ดขาดแต่เพียงผู้เดียว

00:32:15.985 --> 00:32:21.865
ที่คุณสามารถแสวงหากำไรจากสิ่งที่คุณคิดค้นขึ้นมาได้นะคะ

00:32:22.410 --> 00:32:28.220
เช่น คุณคิดค้นอุปกรณ์ IOT มาชิ้นหนึ่งน่ะ แล้วคุณไปจดสิทธิบัตร

00:32:28.687 --> 00:32:36.087
ถ้าใครอยากทำ IOT ชิ้นนี้เหมือนของคุณ ก็ต้องมาจ่ายสตางค์ให้คุณก่อน เป็นต้นนะคะ

00:32:38.249 --> 00:32:42.038
สิทธิบัตร มี 2 แบบ สิทธิบัตรการประดิษฐ์ กับการออกแบบผลิตภัณฑ์

00:32:42.411 --> 00:32:45.806
อย่างถ้าสมมติใครทำแอปพลิเคชัน ใครทำการ์ตูน

00:32:46.365 --> 00:32:50.639
ใครทำอุปกรณ์ IOT คุณก็ไปจดสิทธิบัตรได้

00:32:50.664 --> 00:32:54.177
ถ้าใครจะเอาอุปกรณ์คุณไปใช้ หรือใช้ความคิดคุณนี่

00:32:54.201 --> 00:32:56.052
เขาก็ต้องมาจ่ายสตางค์นะคะ

00:32:57.580 --> 00:33:02.268
อายุมี... สิ่งประดิษฐ์ มีอายุ 20 ปีนะคะ

00:33:02.693 --> 00:33:06.070
แต่ถ้าเป็นผลิตภัณฑ์ มีอายุ 10 ปีนะ

00:33:07.590 --> 00:33:09.661
ความแตกต่างลิขสิทธิ์

00:33:10.774 --> 00:33:15.940
คุณจะเป็นเจ้าของสิทธิ์นั้นทันทีที่คุณพัฒนา หรือสร้างสรรค์ผลงานเสร็จ

00:33:16.655 --> 00:33:20.844
ไม่ต้องไปขึ้นทะเบียนก็ได้นะคะ

00:33:22.537 --> 00:33:27.552
แต่ลิขสิทธิ์นี่ สามารถซื้อขายโอนสิทธิ์ให้กันได้ ยกเป็นมรดกได้นะคะ

00:33:28.180 --> 00:33:30.880
แต่สิทธิบัตรนี่ คุณจะต้องไปจดทะเบียนเท่านั้น

00:33:32.075 --> 00:33:35.468
แล้วก็ต้องเป็นผลงานใหม่ ยังไม่เคยเผยแพร่มาจากที่ไหน...

00:33:35.677 --> 00:33:37.944
มาเลยในประเทศ ต่างประเทศไม่มี

00:33:38.579 --> 00:33:39.842
เสียค่าธรรมเนียมนะคะ

00:33:40.998 --> 00:33:48.750
จะมีการคุ้มครองตามสิ่งที่คุณไปจด เป็นสิทธิบัตรการประดิษฐ์ หรือการออกแบบก็ว่าไปนะคะ

00:33:52.245 --> 00:33:57.626
วันนี้งานที่จะให้ทำนะคะ

00:33:58.842 --> 00:34:03.544
คดีมันเยอะมาก ลองไปหาตัวอย่างอาชญากรรมทางอินเทอร์เน็ต

00:34:04.846 --> 00:34:07.742
หรือภัยที่เกิดจากการใช้งานอินเทอร์เน็ต มาสัก 2 อย่าง

00:34:08.805 --> 00:34:11.873
ข่าวเยอะมากเลยนะคะ

00:34:12.555 --> 00:34:14.190
แก๊ง Call Center มีทุกวัน

00:34:15.676 --> 00:34:18.780
แต่นอกจาก Call Center แล้วมีอะไรอีก ลองหาดูนะคะ

00:34:19.333 --> 00:34:27.100
แล้วก็ไปลองหาตัวอย่างผลงานที่จดทะเบียนสิทธิบัตร แล้วก็เป็นสิ่งที่เป็นลิขสิทธิ์มา

00:34:27.953 --> 00:34:30.812
Search Google เลย มันจะมีชื่อผลงาน

00:34:30.836 --> 00:34:34.053
ใครเป็นเจ้าของผลงาน แล้วก็เว็บไซต์มาจากไหนนะคะ

00:34:34.647 --> 00:34:38.058
ทำใส่ Word หรือทำใส่อะไรก็ตาม

00:34:38.082 --> 00:34:43.952
ส่งใน Classroom เหมือนเดิมนะคะ มี 2 ข้อนะคะ

00:34:43.976 --> 00:34:45.179
ข้อ 1 2 ตัวอย่าง

00:34:45.277 --> 00:34:49.621
ข้อ 2 มีสิทธิบัตร... 1 อย่าง ลิขสิทธิ์ 1 อย่าง

00:34:50.566 --> 00:34:52.300
โอเค เริ่มทำได้ค่ะ