﻿WEBVTT

00:00:03.900 --> 00:00:04.981
(คุณครูจักรพงศ์) ครับ สวัสดีครับ

00:00:05.006 --> 00:00:06.260
สวัสดีพี่ล่ามนะครับ

00:00:06.840 --> 00:00:10.290
สวัสดีนักเรียนชั้น ม.5/2 นะครับ

00:00:22.125 --> 00:00:25.370
อันดับแรกนะครับ เดี๋ยวให้นักเรียนดูพี่ล่ามนะครับ

00:00:25.390 --> 00:00:27.600
เดี๋ยวพี่ล่ามจะอธิบายภาษามือให้นักเรียนฟังนะ

00:00:31.510 --> 00:00:34.837
โอเคนะครับ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

00:00:34.861 --> 00:00:37.715
คาบที่ผ่านมานะครับ เราก็ได้เรียน

00:00:38.112 --> 00:00:41.190
ในเรื่องของการเขียนประโยค

00:00:42.640 --> 00:00:45.090
การเขียนประโยคแบบง่าย ๆ แล้วนะครับ

00:00:45.710 --> 00:00:50.280
ทีนี้เรา... เราจะมาทบทวนกันดูนะครับ

00:00:50.300 --> 00:00:53.280
ว่าประโยคที่คุณครูสอนไปนะครับ

00:00:55.000 --> 00:00:56.429
มันหมายถึงอะไร

00:00:56.458 --> 00:00:59.923
แล้วก็มันจะประกอบไปด้วยอะไรบ้าง

00:01:14.085 --> 00:01:19.177
นะครับ ประโยคนะครับ ก็คือคำ 2 คำขึ้นไป

00:01:19.202 --> 00:01:22.613
ที่นำมาเรียงต่อกันนะครับ แสดงให้รู้นะครับ

00:01:22.637 --> 00:01:29.750
ว่าใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร

00:01:33.130 --> 00:01:34.341
นักเรียน... นักเรียนเคย...

00:01:34.365 --> 00:01:36.270
เคยเห็นคุณครูอธิบายตรงนี้ไปแล้ว

00:01:36.280 --> 00:01:37.286
นักเรียนเข้าใจไหมครับ

00:01:37.310 --> 00:01:39.800
ว่าโครงสร้างของประโยคนี่

00:01:39.825 --> 00:01:41.290
มันจะประกอบไปด้วย...

00:01:42.800 --> 00:01:45.590
จากที่คุณครูเคย... เคยบอกนักเรียนใช่ไหมครับ

00:01:45.600 --> 00:01:52.209
ว่าประโยคนี่ จะประกอบไปด้วยภาคประธาน

00:01:52.578 --> 00:01:54.890
และภาคแสดง จำได้ไหมครับ

00:01:56.280 --> 00:02:00.300
จำได้ไหม ภาคประธานและภาคแสดง

00:02:00.590 --> 00:02:02.973
แล้วทีนี้ภาคประธาน

00:02:03.739 --> 00:02:08.978
จะหมายถึง คน สัตว์ สิ่งของ ก็คือเป็นคำนาม

00:02:09.474 --> 00:02:10.803
ส่วนภาคแสดง

00:02:11.133 --> 00:02:13.570
ประกอบไปด้วยคำกริยาและเป็นกรรม

00:02:14.110 --> 00:02:15.176
ส่วนภาคแสดง

00:02:15.200 --> 00:02:18.164
จะมีแค่คำกริยาอย่างเดียวได้ไหม ได้

00:02:18.840 --> 00:02:21.910
จะมีแค่กรรมอย่างเดียวไม่มีกริยาได้ไหม ไม่ได้

00:02:26.150 --> 00:02:27.383
เรามาทบทวนกันก่อน

00:02:28.124 --> 00:02:29.969
ที่หมายถึงว่าประโยค

00:02:30.854 --> 00:02:34.499
หมายถึง คำตั้งแต่ 2 คำขึ้นไปที่นำมาเรียงต่อกัน

00:02:34.828 --> 00:02:36.140
แล้วจะกลายเป็นประโยค

00:02:38.570 --> 00:02:41.064
แค่มีคำว่า "ใคร" "ทำอะไร"

00:02:41.453 --> 00:02:43.584
แค่นี้ก็คือประโยคแล้ว

00:02:44.000 --> 00:02:48.340
อย่างเช่นคุณครูจะยกตัวอย่างคำว่า "ฉันกินข้าว"

00:02:55.550 --> 00:02:59.991
ใน... ในภาษามือจะเป็นลักษณะที่ใช้...

00:03:02.793 --> 00:03:05.270
ฉัน ข้าว แล้วก็กินใช่ไหมครับ

00:03:05.630 --> 00:03:08.380
แต่จริง ๆ แล้วภาษาเขียนที่ถูกต้องน่ะ

00:03:08.720 --> 00:03:13.660
คือ ฉัน มาก่อนแล้วก็ตามมาด้วยคำว่า "กิน"

00:03:14.950 --> 00:03:16.560
แล้วก็ตามมาด้วยคำว่า "ข้าว"

00:03:19.190 --> 00:03:21.000
อันนี้คือวิธีเขียนที่ถูกต้อง

00:03:21.430 --> 00:03:26.760
จะประกอบไปด้วย ใคร ก็คือ ฉัน ทำอะไร กิน

00:03:28.360 --> 00:03:30.630
ทำอะไรล่ะ กินอะไรล่ะ กินข้าว

00:03:32.350 --> 00:03:37.280
ก็คือจะประกอบไปด้วยภาคประธาน

00:03:39.370 --> 00:03:44.229
ภาคประธาน ก็คือฉัน

00:03:47.209 --> 00:03:54.970
ภาคแสดง ก็คือกิน ข้าว

00:03:55.710 --> 00:04:00.330
ภาคแสดงตรงนี้จะมีอยู่ 2... 2 อย่าง

00:04:00.350 --> 00:04:02.219
ก็คือคำกริยา แล้วก็กรรม

00:04:02.862 --> 00:04:05.160
กินจะเป็นคำกริยา

00:04:05.896 --> 00:04:07.730
ส่วนข้าวก็จะเป็นกรรม

00:04:08.430 --> 00:04:11.230
เพราะว่าข้าวถูกฉันกินเข้าไป

00:04:14.190 --> 00:04:16.123
นี่เป็นโครงสร้างประโยคแบบง่าย ๆ

00:04:16.148 --> 00:04:19.727
ที่คุณครูเคยให้นักเรียนเขียนตามภาพ

00:04:19.820 --> 00:04:24.000
ที่นักเรียนเคย... เคยเรียนไปแล้ว

00:04:24.180 --> 00:04:27.080
ก็คือคุณครูจะให้รูปภาพรูปภาพหนึ่งใช่ไหมครับ

00:04:27.090 --> 00:04:28.948
และนักเรียนเขียนประโยคแบบง่าย ๆ นะ

00:04:28.973 --> 00:04:29.979
นักเรียนจำได้ไหม

00:04:39.040 --> 00:04:41.440
ทีนี้มี... มีใครสงสัยไหมครับ

00:04:41.450 --> 00:04:44.151
ว่าที่คุณครูให้คำว่า "ใคร"

00:04:44.175 --> 00:04:46.000
"ทำอะไร" "ที่ไหน" "อย่างไร" มานี่

00:04:46.670 --> 00:04:48.980
มีคนไหนสงสัยไหมครับ ว่ามันคืออะไร

00:04:50.280 --> 00:04:53.840
ถ้านักเรียนสงสัยนักเรียนถามคุณครูเลย

00:04:54.540 --> 00:04:56.188
เพราะว่าต่อไป

00:04:56.212 --> 00:04:58.980
คุณครูจะไม่ให้นักเรียนนั่งดูนั่งฟังอยู่ตรงนี้นะ

00:04:58.990 --> 00:05:00.940
คุณครูจะให้นักเรียนออกมาเขียนข้างหน้านะครับ

00:05:02.810 --> 00:05:04.830
คุณครูจะให้นักเรียนออกมาเขียนข้างหน้า

00:05:07.410 --> 00:05:09.620
ถ้านักเรียนไม่เข้าใจให้นักเรียนถาม

00:05:10.800 --> 00:05:12.790
นักเรียนอย่าตอบเข้าใจค่ะ เข้าใจครับ

00:05:13.160 --> 00:05:15.797
โดยที่นักเรียนไม่รู้เรื่องเลย

00:05:21.361 --> 00:05:26.196
เข้าใจไหม เข้าใจ

00:05:26.453 --> 00:05:27.742
ถ้านักเรียนตอบเข้าใจ

00:05:27.767 --> 00:05:29.087
แล้วถ้าคุณครูบอกให้นักเรียน

00:05:29.111 --> 00:05:30.510
มาอธิบายให้เพื่อนฟังหน้าห้อง

00:05:30.520 --> 00:05:33.013
นักเรียนจะพูดได้ไหม จะเล่าได้ไหม

00:05:36.882 --> 00:05:39.673
ได้ไหมครับ นักเรียนเริ่มกดดัน

00:05:41.653 --> 00:05:43.300
นักเรียนเริ่มกดดันแล้ว

00:05:48.110 --> 00:05:50.010
เราจะเรียนแบบสบาย ๆ

00:05:50.850 --> 00:05:53.680
คือเราตกลงกันก่อน เราจะเรียนแบบสบาย ๆ

00:05:54.090 --> 00:05:55.130
เราจะไม่เครียด

00:05:56.240 --> 00:05:58.970
ถ้านักเรียนไม่เข้าใจให้นักเรียนถามคุณครู

00:06:00.000 --> 00:06:01.226
คุณครูใจดีมากเลยนะ

00:06:01.250 --> 00:06:02.800
คุณครูไม่เคยด่านักเรียนเลยนะ

00:06:07.240 --> 00:06:11.430
คุณครูใจดีมาก ๆ เลย ถ้าไม่เข้าใจให้ถาม

00:06:22.620 --> 00:06:24.323
พี่ล่าม พี่ล่ามสามารถ...

00:06:24.348 --> 00:06:26.210
พูดเป็นเสียงออกมาได้ไหมครับ

00:06:57.440 --> 00:07:01.340
อ๋อ เอาใหม่ครับ เอาใหม่อีกทีหนึ่ง

00:07:08.470 --> 00:07:09.900
ความหมายของประโยคนะครับ

00:07:24.350 --> 00:07:26.300
น้องอายแชร์ได้ไหม น้องอายแชร์ได้ไหม

00:07:26.840 --> 00:07:28.860
ทีนี้... ทีนี้คุณครูจะให้คุยกันแล้วนะ

00:07:28.890 --> 00:07:32.400
คุณครูจะให้คุยกัน คุณครูจะให้คุณครู...

00:07:32.420 --> 00:07:34.980
คุณครูจะให้นักเรียนคุยกันเอง ปรึกษากันเอง

00:07:35.000 --> 00:07:36.520
ว่านักเรียนจะเข้าใจอย่างไร

00:07:38.270 --> 00:07:40.940
ลองให้อุ๊บอิ๊บนะครับ อุ๊บอิ๊บถามอาย

00:07:43.080 --> 00:07:45.560
ว่าในสิ่งที่อุ๊บอิ๊บสงสัยน่ะ ใช่ไหม

00:07:56.670 --> 00:08:00.180
ทีนี้น้องอายบอกคุณครูว่าอุ๊บอิ๊บหมายถึงอะไร

00:08:01.050 --> 00:08:03.290
อุ๊บอิ๊บกำลังจะพูดอะไร จะสื่อสารอะไร

00:08:11.040 --> 00:08:13.078
ประโยค คือ คำ

00:08:18.495 --> 00:08:20.734
ใช่ ใช่ครับ ใช่

00:08:21.167 --> 00:08:22.340
ก็จะประกอบไปด้วย...

00:08:23.153 --> 00:08:28.050
ประกอบไปด้วย ใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร

00:08:28.474 --> 00:08:32.790
แค่นี้แค่เรามีคำว่า... เราให้รู้ว่าประโยคนี่

00:08:32.850 --> 00:08:35.350
จะประกอบไปด้วยใคร ใครก็คือประธาน

00:08:35.800 --> 00:08:37.794
ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร

00:08:37.818 --> 00:08:39.410
นี่คือภาคแสดงทั้งหมดเลย

00:08:40.470 --> 00:08:44.200
อย่างเช่น อุ๊บอิ๊บมาโรงเรียนอย่างนี้

00:08:44.380 --> 00:08:46.440
อุ๊บอิ๊บเป็นใคร ก็คืออุ๊บอิ๊บ

00:08:47.050 --> 00:08:48.580
ทำอะไร ก็คือมาโรงเรียน

00:08:50.790 --> 00:08:53.880
ให้รู้ว่าประโยคมันจะประกอบไปด้วยภาคประธาน

00:08:53.900 --> 00:08:55.470
แล้วก็ภาคแสดงแค่นั้น

00:08:57.560 --> 00:09:00.030
ส่วนประโยคจะเป็นลักษณะอย่างไรน่ะ

00:09:00.054 --> 00:09:01.633
เอาไว้ก่อน เดี๋ยวคุณครูจะสอน

00:09:01.657 --> 00:09:02.970
แต่ตอนนี้เราทบทวนกันก่อน

00:09:02.980 --> 00:09:06.273
ว่าประโยคจะประกอบไปด้วยภาคประธาน

00:09:06.297 --> 00:09:07.429
และภาคแสดง

00:09:07.454 --> 00:09:08.490
ส่วนภาคแสดงน่ะ

00:09:08.788 --> 00:09:10.690
จะประกอบด้วยกริยาแล้วก็กรรม

00:09:10.872 --> 00:09:13.400
ส่วนจะมีแค่กริยาอย่างเดียวก็ได้

00:09:13.650 --> 00:09:15.031
จะมีแค่กรรมอย่างเดียวไม่ได้

00:09:15.056 --> 00:09:16.420
จะต้องมีกริยาแล้วก็กรรม

00:09:17.832 --> 00:09:19.753
ถ้าจะต้องมีกรรมต้องมีกริยาด้วย

00:09:20.620 --> 00:09:22.229
แต่ถ้ามีกริยาอย่างเดียวก็ได้

00:09:27.016 --> 00:09:28.876
ทีนี้นักเรียนดูนะครับ

00:09:29.240 --> 00:09:32.410
คุณครูให้ประโยคมาบอกว่านักเรียนกระโดด

00:09:37.510 --> 00:09:38.610
นักเรียนกระโดด

00:09:38.635 --> 00:09:40.299
ทีนี้ครูถามว่าใครล่ะ

00:09:41.346 --> 00:09:42.650
ใคร ก็คือนักเรียน

00:09:42.850 --> 00:09:46.090
นักเรียนเป็นประธาน นักเรียนเป็นประธาน

00:09:47.030 --> 00:09:48.162
ส่วนภาคแสดง

00:09:48.649 --> 00:09:50.950
กระโดด เป็นคำอะไร เป็นคำกริยา

00:09:52.710 --> 00:09:56.320
ก็คือมีแค่ประธานกับกริยาแค่นั้น

00:09:56.620 --> 00:09:57.860
ก็เป็นประโยคได้แล้วนะ

00:09:58.940 --> 00:10:02.160
ทีนี้เรามาแต่งประโยคเพิ่มเติมเข้าไปอีก

00:10:02.170 --> 00:10:04.148
ว่ากระโดดอะไรล่ะ

00:10:04.610 --> 00:10:05.619
กระโดดเชือก

00:10:05.906 --> 00:10:09.140
ประโยคมันก็คือนักเรียนกระโดดเชือก

00:10:10.520 --> 00:10:12.214
ประธาน ก็คือนักเรียน

00:10:12.869 --> 00:10:14.140
กริยา ก็คือกระโดด

00:10:15.050 --> 00:10:16.510
กรรม ก็คือเชือก

00:10:23.840 --> 00:10:27.260
ทีนี้ประโยคต่อมา คุณแม่เย็บผ้า

00:10:28.810 --> 00:10:31.480
ครูถามว่าใคร ใครทำอะไร คุณแม่

00:10:32.280 --> 00:10:35.046
คุณแม่ เพราะฉะนั้น คุณแม่ ก็คือประธาน

00:10:38.110 --> 00:10:40.080
ทำอะไรล่ะ เย็บ

00:10:41.895 --> 00:10:45.610
เย็บเป็นคำกริยา

00:10:46.070 --> 00:10:48.610
เย็บอะไร เย็บผ้าเป็นกรรม

00:10:48.720 --> 00:10:49.912
นี่คือภาคแสดงทั้งหมด

00:10:50.432 --> 00:10:52.960
ประกอบเป็นประโยค รวมมาเป็นประโยค

00:10:55.400 --> 00:10:59.400
ยกตัวอย่างอีก 1 ประโยค พี่ใส่กางเกง

00:11:02.586 --> 00:11:04.073
ใครน่ะ พี่

00:11:04.557 --> 00:11:06.639
พี่ เพราะฉะนั้น พี่เป็นประธาน

00:11:08.040 --> 00:11:10.200
ส่วนภาคแสดง ก็คือใส่กางเกง

00:11:10.400 --> 00:11:13.660
ทีนี้เรามาดูว่ากริยาคือคำไหน

00:11:14.280 --> 00:11:18.775
กริยา ก็คือคำที่แสดงอาการ

00:11:19.545 --> 00:11:20.901
แสดงอาการอย่างไร

00:11:21.032 --> 00:11:27.014
เช่น หัวเราะ วิ่ง เดิน ร้อง

00:11:29.120 --> 00:11:31.540
คือ แสดงอาการว่าทำอะไรอยู่น่ะ

00:11:31.856 --> 00:11:34.840
ก็คือให้ดูว่านั่นคือเป็นคำกริยา

00:11:35.260 --> 00:11:37.040
อย่างเช่น ตรงนี้พี่ทำอะไรอยู่

00:11:37.080 --> 00:11:39.840
พี่ใส่... ใส่อะไร ใส่กางเกง

00:11:41.130 --> 00:11:43.960
กางเกงเป็นกรรม เพราะกางเกงโดนพี่ใส่

00:11:47.650 --> 00:11:49.170
มันอาจจะเข้าใจยากนะครับ

00:11:50.295 --> 00:11:56.005
การเขียนประโยคน่ะ มันอาจจะเข้าใจยาก

00:11:56.989 --> 00:11:59.229
แต่มันเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ เลย

00:11:59.253 --> 00:12:01.030
ของคนหูหนวกทุกคน

00:12:02.210 --> 00:12:04.520
ที่ต้องไปใช้ในชีวิตประจำวันของเรา

00:12:05.264 --> 00:12:08.850
ถ้าเขียนผิดสื่อสารผิด ความหมายทุกอย่างก็ผิด

00:12:11.080 --> 00:12:14.308
คุณครูถึงให้หลักการในการแต่งประโยค

00:12:14.332 --> 00:12:17.370
ให้ถูกต้องกับนักเรียน

00:12:17.690 --> 00:12:20.490
เพราะนักเรียน... รู้ไหมครับ

00:12:20.515 --> 00:12:24.455
ว่าถ้าวันหนึ่งนักเรียนจะต้องเรียนจบไปแหละ

00:12:24.520 --> 00:12:26.840
เรียนจบจากที่นี่ แล้วนักเรียนต้องไปทำงาน

00:12:27.025 --> 00:12:28.560
ทำงานแน่นอนนะครับ

00:12:28.610 --> 00:12:31.240
นักเรียนจะต้องไปอยู่ในสังคมของคนหูดีใช่ไหม

00:12:34.730 --> 00:12:37.080
แล้วถ้านักเรียนจะสื่อสารกับคนหูดีน่ะ

00:12:38.650 --> 00:12:39.759
นักเรียนคิดว่า

00:12:39.784 --> 00:12:41.850
นักเรียนจะสื่อสารกับเขารู้เรื่องไหมครับ

00:12:44.606 --> 00:12:45.856
ถ้านักเรียนไม่เขียน

00:12:48.990 --> 00:12:51.860
นักเรียนจะพูดภาษามือกับคนหูดีจะเข้าใจไหม

00:12:53.995 --> 00:12:55.328
ไม่เข้าใจเลย

00:12:55.668 --> 00:12:57.720
เพราะคนหูดีเขาไม่รู้เรื่องภาษามือ

00:12:57.990 --> 00:13:01.700
แล้วตัวนักเรียนเองก็ไม่ได้ได้ยินที่คนหูดีเขาพูด

00:13:02.230 --> 00:13:03.890
ต่างคนต่างสื่อสารไม่เข้าใจ

00:13:03.900 --> 00:13:06.553
เพราะฉะนั้น จะสื่อสารกันให้เข้าใจได้

00:13:06.578 --> 00:13:11.508
นักเรียนจะต้องเขียนคำให้มันถูกต้อง

00:13:11.533 --> 00:13:13.553
เขียนสื่อสารคำให้มันถูกต้อง

00:13:18.060 --> 00:13:20.230
เพราะถ้าเขียนผิด ความหมายทุกอย่างก็ผิด

00:13:22.780 --> 00:13:26.000
อย่างเช่น คุณครูจะยกตัวอย่างประโยคหนึ่ง

00:13:29.200 --> 00:13:30.671
ประโยคที่ว่า...

00:13:37.582 --> 00:13:38.880
ฉันกินข้าว

00:13:57.730 --> 00:14:04.910
คุณครูยกประโยคที่ว่า ฉันกินข้าว กับ กินข้าวฉัน

00:14:06.620 --> 00:14:11.730
นักเรียนคิดว่า... นักเรียนคิดว่าอันไหนถูกต้อง

00:14:12.540 --> 00:14:13.541
ประโยคไหนถูกต้อง

00:14:13.673 --> 00:14:15.600
หมายถึง ตัวฉันนี่ กินข้าวนี่

00:14:16.940 --> 00:14:18.054
อันบนใช่ไหมครับ

00:14:19.280 --> 00:14:22.389
แต่ถ้านักเรียนบางคนน่ะ นักเรียนเขียนคำว่า...

00:14:22.450 --> 00:14:25.534
นักเรียนคนหูหนวกน่ะ ส่วนมากจะใช้...

00:14:25.696 --> 00:14:28.160
จะใช้คำที่มันสลับกันใช่ไหมครับ

00:14:28.680 --> 00:14:30.389
จะใช้คำที่มันสลับกัน

00:14:30.718 --> 00:14:33.490
จะเขียนว่ากินข้าวฉันนี่

00:14:35.770 --> 00:14:37.720
ถ้าวันหนึ่งนักเรียนไปทำงานน่ะ

00:14:42.620 --> 00:14:44.410
ถ้าวันหนึ่งนักเรียนไปทำงาน

00:14:44.670 --> 00:14:46.400
แล้วนักเรียนเขียนสื่อสารผิด

00:14:47.093 --> 00:14:49.300
เป็นประโยคที่ 2 ว่ากินข้าวฉันน่ะ

00:14:50.050 --> 00:14:52.330
แล้วให้คนหูดีเขา... เขาอ่านน่ะ

00:14:52.833 --> 00:14:55.600
เขาจะเข้าใจผิดว่านักเรียนน่ะ

00:14:56.160 --> 00:14:59.920
เอาข้าวมาให้... มาให้หูดีน่ะ เป็นคนหูดีกินนะ

00:15:00.170 --> 00:15:03.120
ไม่ใช่ว่านักเรียนจะไปกินข้าวนะ

00:15:04.889 --> 00:15:05.890
เห็นไหมครับ

00:15:05.915 --> 00:15:08.920
แค่คำมันสลับกันความหมายมันก็เปลี่ยนแล้ว

00:15:09.140 --> 00:15:13.002
นี่คือความสำคัญว่าทำไมเราถึงต้องมาเรียน

00:15:13.026 --> 00:15:15.580
เรื่องการแต่งประโยคแบบนี้

00:15:16.360 --> 00:15:18.782
เพราะมันเป็นเรื่องที่สำคัญกับนักเรียนทุกคน

00:15:18.806 --> 00:15:19.973
เป็นอย่างมากเลย

00:15:20.342 --> 00:15:22.790
ว่านักเรียนจะต้องเขียน

00:15:23.500 --> 00:15:26.020
เขียนอย่างไรให้มันถูกต้องตามโครงสร้าง

00:15:26.680 --> 00:15:28.720
ของการแต่งประโยคที่ถูกต้อง

00:15:31.710 --> 00:15:33.740
นักเรียนเข้าใจความสำคัญนี้แล้วใช่ไหมครับ

00:15:46.290 --> 00:15:48.980
นักเรียนครับนักเรียน นักเรียนดูพี่ล่ามนะ

00:15:49.000 --> 00:15:52.070
นักเรียนดูพี่ล่ามนะ เดี๋ยวคุณครูจะพูดอันนี้ให้ฟัง

00:15:54.720 --> 00:15:58.260
แค่นักเรียนน่ะ คุณครูอธิบายอยู่แบบนี้

00:15:58.560 --> 00:16:00.890
คุณครูไม่ได้ใช้ภาษามืออธิบายกับนักเรียน

00:16:01.140 --> 00:16:04.650
พี่ล่ามจะเป็นคนที่อธิบายภาษามือกับนักเรียน

00:16:04.923 --> 00:16:07.890
ถ้านักเรียนไม่มองพี่ล่ามอธิบายภาษามือ

00:16:08.180 --> 00:16:11.500
นักเรียนเผลอไปแค่ 1 วินาที 2 วินาที

00:16:11.660 --> 00:16:12.861
นักเรียนก็จะไม่เข้าใจ

00:16:12.885 --> 00:16:14.410
ในสิ่งที่คุณครูสอนเลยนะครับ

00:16:14.640 --> 00:16:15.867
เพราะนักเรียนไม่ได้ยิน

00:16:18.380 --> 00:16:21.200
แค่เมื่อกี้น่ะ คุณครูยกตัวอย่างน้องอุ๊บอิ๊บน่ะ

00:16:22.260 --> 00:16:24.470
ก้มหยิบสมุดใต้โต๊ะ

00:16:25.070 --> 00:16:27.600
อุ๊บอิ๊บเงยหน้าขึ้นมา อุ๊บอิ๊บไม่รู้เรื่องนะครับ

00:16:28.710 --> 00:16:30.710
คุณครูรู้เลยว่าอุ๊บอิ๊บฟังไม่รู้เรื่อง

00:16:30.720 --> 00:16:37.719
อุ๊บอิ๊บไม่รู้เรื่องเลยว่าคุณครูพูดอะไรใช่ไหม ใช่

00:16:37.874 --> 00:16:41.280
เพราะฉะนั้น ในเมื่อคุณครูกำลังพูดอยู่ตรงนี้

00:16:41.290 --> 00:16:43.170
ให้นักเรียนดูพี่ล่ามเลย

00:16:44.190 --> 00:16:46.973
คุณครูพยายามที่จะอธิบายให้นักเรียนเข้าใจ

00:16:46.997 --> 00:16:48.420
ในสิ่งที่คุณครูสอน

00:16:52.590 --> 00:16:55.254
พี่ล่ามก็พยายามที่จะอธิบายภาษามือ

00:16:55.279 --> 00:16:56.841
ให้กับนักเรียนให้เข้าใจ

00:16:57.850 --> 00:16:59.910
ให้นักเรียนจ้องดูพี่ล่ามอย่างเดียวเลย

00:16:59.920 --> 00:17:02.610
เพราะพี่ล่ามจะเป็นคนที่ใช้ภาษามือพูดกับนักเรียน

00:17:03.150 --> 00:17:06.100
ถ้านักเรียนไม่เข้าใจนักเรียนยกมือขึ้นทันที

00:17:06.240 --> 00:17:09.610
คุณครูจะหยุดพูด แล้วให้นักเรียนออกมาถาม

00:17:13.520 --> 00:17:15.910
ทำไมถึงคุณครูถึงให้นักเรียนสนใจขนาดนี้

00:17:16.630 --> 00:17:20.213
เพราะว่ามันเป็นสิ่งที่นักเรียนจะต้องไปใช้

00:17:20.237 --> 00:17:21.880
ในชีวิตประจำวันของนักเรียน

00:17:22.160 --> 00:17:26.700
ในอนาคตจนวันตายเลย

00:17:28.200 --> 00:17:33.770
ถ้านักเรียนเขียนผิด ทุกอย่างก็จะผิดเพี้ยนไปหมด

00:17:39.180 --> 00:17:43.360
เอาล่ะครับ ทีนี้คุณครูจะมาพูดถึงประธาน

00:17:43.810 --> 00:17:45.557
ประธานคืออะไร

00:17:46.060 --> 00:17:49.250
ประธานเป็นคำนามครับ

00:17:50.730 --> 00:17:52.140
ประธานจะต้องเป็นคำนาม

00:17:52.160 --> 00:17:57.782
คำนาม ก็คือจะเป็นคนที่กล่าวถึงคน สัตว์ สิ่งของ

00:17:58.230 --> 00:18:03.910
คนก็หมายถึง พ่อ แม่ พี่ น้อง ต่าง ๆ

00:18:04.100 --> 00:18:06.080
ลุง ป้า น้า อา ต่าง ๆ

00:18:08.051 --> 00:18:11.090
ส่วนสัตว์ก็หมายถึง สัตว์ทุกชนิดเลย

00:18:11.740 --> 00:18:15.240
ที่มีชื่อของมันไม่ว่าจะเป็นเสือ สิงห์ กระทิง

00:18:17.870 --> 00:18:22.120
ทุกอย่างสุนัข แมวอย่างนี้ คือการกล่าวถึงสัตว์

00:18:23.240 --> 00:18:25.490
เราสามารถนำมาเป็นประธานได้

00:18:26.900 --> 00:18:31.233
ส่วนสิ่งของก็จะเป็นโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์

00:18:31.540 --> 00:18:37.380
ยางลบ ปากกา ต่าง ๆ นานา ที่เป็นสิ่งของได้

00:18:39.720 --> 00:18:43.680
อาจจะเป็นหน้าต่างอย่างนี้

00:18:43.750 --> 00:18:45.570
โต๊ะ เก้าอี้อย่างนี้ได้หมดครับ

00:18:50.880 --> 00:18:53.120
ทีนี้มาดูคำกริยา

00:18:54.633 --> 00:18:58.560
มาดูคำกริยา คำกริยา ก็คือคำที่แสดงอาการ

00:18:59.530 --> 00:19:03.760
คำที่แสดงอาการของคำนาม

00:19:03.840 --> 00:19:06.730
หรือประธานที่... ที่อยู่ข้างหน้า

00:19:10.510 --> 00:19:13.084
ใช่ คำกริยา ก็คือการกระทำ

00:19:14.469 --> 00:19:22.240
สิ่งที่กระทำออกมา เช่น ฟัง วิ่ง อ่าน เขียน

00:19:23.140 --> 00:19:25.300
หรือทำอะไร เดินอย่างนี้

00:19:27.350 --> 00:19:30.480
หาวอย่างนี้ อ้าปากอย่างนี้

00:19:30.720 --> 00:19:34.060
คือกำลังทำอะไรอยู่น่ะ นั่นคือเป็นคำกริยา

00:19:37.340 --> 00:19:43.163
ส่วนกรรม กรรม ก็คือสิ่งที่ประธาน

00:19:44.139 --> 00:19:46.730
ที่เป็นคำนามน่ะ ข้างหน้าน่ะ

00:19:48.920 --> 00:19:52.570
เป็นคนกระทำกรรมคำพวกนี้

00:19:53.060 --> 00:19:56.250
อย่างเช่นครูยกตัวอย่างคำว่า "ฉันกินข้าว"

00:19:56.440 --> 00:19:57.870
ฉัน คือ ประธาน

00:19:58.316 --> 00:19:59.793
กิน คือ กริยา

00:20:00.198 --> 00:20:01.530
ข้าว คือ กรรม

00:20:02.090 --> 00:20:06.160
เพราะว่าข้าวน่ะ ถูกฉันกินเข้าไปเลยเป็นกรรม

00:20:07.420 --> 00:20:10.810
เขาเรียกว่า "กรรม" เข้าใจไหม

00:20:27.120 --> 00:20:29.020
เข้าใจไหมครับ นักเรียนเข้าใจไหม

00:20:30.450 --> 00:20:38.400
ครูยกตัวอย่างอีกอันหนึ่ง น้องเตะฟุตบอล

00:20:39.670 --> 00:20:42.470
น้องเป็นประธานใช่ไหมครับ ใช่ไหม

00:20:43.499 --> 00:20:45.020
น้องเป็นประธานใช่ไหม

00:20:46.860 --> 00:20:50.280
เตะ เตะ นี่คือเป็นการแสดงอาการใช่ไหมครับ

00:20:50.420 --> 00:20:51.750
เป็นคำกริยาใช่ไหม

00:20:53.080 --> 00:20:54.389
ฟุตบอลเป็นอะไร

00:20:56.037 --> 00:20:58.970
เป็นกรรม ฟุตบอลเป็นกรรม

00:21:10.840 --> 00:21:12.590
ฟุตบอลเป็นกรรมเห็นไหมครับ

00:21:12.940 --> 00:21:14.768
ฉัน... น้องเตะฟุตบอล

00:21:14.969 --> 00:21:16.395
ก็คือน้องเป็นประธาน

00:21:16.427 --> 00:21:17.902
เตะ ก็คือเป็นกริยา

00:21:17.926 --> 00:21:19.400
ฟุตบอล ก็คือเป็นกรรม

00:21:26.290 --> 00:21:28.930
ทีนี้คุณครูจะ... คุณครูเคยบอกนักเรียนไปแล้ว

00:21:28.950 --> 00:21:32.900
ว่าส่วนประกอบของประโยคน่ะ

00:21:33.260 --> 00:21:35.600
มันจะมีประธานกับกริยา

00:21:35.620 --> 00:21:37.439
แค่นี้ถือว่าเป็นประโยคได้ไหม

00:21:37.908 --> 00:21:40.656
เป็นได้ เป็นได้นะครับ

00:21:40.838 --> 00:21:44.802
อย่างเช่น ฉันกิน คำว่า "ฉันกิน" นี่

00:21:45.171 --> 00:21:46.544
ก็คือเข้าใจแล้วว่ากิน

00:21:55.300 --> 00:21:56.611
โอเค ถ้าอย่างนั้นนักเรียนพัก...

00:21:56.746 --> 00:21:59.450
พักเข้าห้องน้ำก่อนนะ โอเคครับ

00:34:06.834 --> 00:34:07.901
โอเคพร้อมนะครับ

00:34:18.968 --> 00:34:21.120
ทีนี้เรา... เราช้ามากเลยนะนักเรียน

00:34:22.522 --> 00:34:26.350
นักเรียนดูพี่ล่ามนะ ห้องนี้เราช้ากว่าห้องที่แล้วนะ

00:34:26.360 --> 00:34:28.480
ห้องที่แล้วเขาเรียนไปจนจบแล้วนะ

00:34:28.642 --> 00:34:31.640
แต่ห้องนี้ยังเพิ่งอยู่ในส่วนประกอบของประโยค

00:34:31.650 --> 00:34:33.430
ทบทวนไม่เสร็จเลยจะหมดเวลาแล้วนี่

00:34:38.560 --> 00:34:40.260
ส่วนประกอบของประโยคนะครับ

00:34:40.560 --> 00:34:45.200
ก็จะประกอบไปด้วยประธานแล้วก็กริยา

00:34:48.120 --> 00:34:49.560
ภาคประธานแล้วก็ภาคแสดง

00:34:49.570 --> 00:34:51.440
ภาคแสดงประกอบไปด้วยกริยาแล้วก็กรรม

00:34:51.609 --> 00:34:53.260
จะมีกริยาอย่างเดียวก็ได้

00:34:54.070 --> 00:34:55.639
ก็ถือว่าเป็นประโยคได้เหมือนกัน

00:34:56.399 --> 00:34:57.412
เห็นไหมครับ

00:34:57.544 --> 00:35:00.510
นี่จะเป็นประธาน กริยา แล้วก็กรรมก็ได้

00:35:04.460 --> 00:35:05.938
กรรมเหรอครับ ความหมาย...

00:35:05.962 --> 00:35:07.240
ความหมายของกรรมนะครับ

00:35:07.264 --> 00:35:10.810
ก็คือเป็นคำนามเหมือนกันนี่แหละ

00:35:11.040 --> 00:35:13.410
เหมือนกันกับของประธานเลย

00:35:13.540 --> 00:35:16.440
อาจจะกล่าวไปถึงคน สัตว์ สิ่งของ

00:35:16.470 --> 00:35:19.640
และสถานที่ต่าง ๆ ด้วยกรรมตรงนี้

00:35:19.863 --> 00:35:21.635
อย่างเช่น ครูเจ... ครูเจยกตัวอย่างไป

00:35:21.659 --> 00:35:25.597
คำว่า "ฉันกินข้าว" ฉันกินข้าว

00:35:25.823 --> 00:35:27.460
ฉัน คือ ประธาน

00:35:28.120 --> 00:35:29.867
กิน คือ กริยา

00:35:30.262 --> 00:35:32.079
ข้าว คือ กรรม

00:35:38.910 --> 00:35:42.370
เข้าใจไหมครับ เข้าใจนะ

00:35:42.742 --> 00:35:43.762
เมื่อกี้นักเรียนถามคุณครู

00:35:43.786 --> 00:35:44.900
ว่ากรรมความหมายคืออะไร

00:35:44.910 --> 00:35:46.870
คุณครูอธิบายให้ฟังอีกรอบหนึ่งแล้ว

00:35:50.750 --> 00:35:53.660
ทีนี้มาฝึกแต่งประโยคกัน

00:35:54.850 --> 00:35:58.720
คุณครูยกตัวอย่างคำว่า "มานีหัวเราะ"

00:35:58.974 --> 00:36:01.400
นักเรียนเห็นไหมครับ มานีนี่คือชื่อคนนะ

00:36:01.780 --> 00:36:04.087
ชื่อคน มานีเป็นอะไร

00:36:04.602 --> 00:36:06.300
มานีเป็นประธาน

00:36:06.720 --> 00:36:07.880
ส่วนหัวเราะ

00:36:08.170 --> 00:36:11.440
หัวเราะ ก็คือคำที่แสดงอาการใช่ไหมครับ

00:36:11.840 --> 00:36:14.280
แสดงอาการ ก็คือเป็นคำกริยา

00:36:14.450 --> 00:36:16.160
ฉัน... มานีหัวเราะ

00:36:16.250 --> 00:36:17.860
นี่คือเป็นประโยคหนึ่งแล้วนะครับ

00:36:18.082 --> 00:36:21.040
สามารถเป็นประโยคได้เลยว่ามานีหัวเราะ

00:36:23.450 --> 00:36:26.819
สุนัขเห่า สุนัขเป็นประธาน

00:36:27.513 --> 00:36:29.200
เห่า คือ กริยา

00:36:33.000 --> 00:36:35.360
ทีนี้มาดูประธาน กริยา กรรม

00:36:35.385 --> 00:36:37.185
บวกกัน 3... 3 หัวข้อนะครับ

00:36:37.810 --> 00:36:41.420
มีคำว่า "ข้าวหอม" "กิน" "สับปะรด"

00:36:44.080 --> 00:36:46.380
ทีนี้ข้าวหอมนี่ คือ ชื่อคน

00:36:47.465 --> 00:36:49.623
เป็นคนนะครับ เป็นประธาน

00:36:50.040 --> 00:36:52.370
กิน คือ คำที่แสดงบอกอาการใช่ไหมครับ

00:36:52.400 --> 00:36:53.650
ก็คือเป็นคำกริยา

00:36:54.100 --> 00:36:58.900
สับปะรด ก็คือเป็นผลไม้เป็นกรรม

00:37:01.820 --> 00:37:04.570
ถ้าสมมติว่าฉันกินข้าวเหมือนกัน

00:37:04.720 --> 00:37:06.807
ฉัน ก็คือประธาน

00:37:06.993 --> 00:37:08.553
กิน ก็คือกริยา

00:37:08.577 --> 00:37:09.813
ข้าว ก็คือกรรม

00:37:17.080 --> 00:37:21.070
พอจะเข้าใจไหม พอจะเข้าใจตรงนี้ไหมครับ

00:37:25.850 --> 00:37:32.830
ต่อมาชาลีอ่านหนังสือ ชาลีเป็นคนครับ

00:37:33.400 --> 00:37:37.619
ชาลีเป็นคนเป็นประธาน อ่านเป็นกริยา

00:37:38.036 --> 00:37:40.288
หนังสือเป็นสิ่งของ

00:37:40.851 --> 00:37:42.820
เป็นคำนามเหมือนกัน เป็นกรรม

00:37:48.230 --> 00:37:51.150
ทีนี้คุณครูจะให้นักเรียนฝึกแต่งประโยค

00:37:52.630 --> 00:37:55.630
นักเรียนเห็นภาพไหมครับ เห็นภาพไหม

00:37:56.550 --> 00:37:58.280
นักเรียนดูภาพนะ ว่าเด็กคนนี้

00:37:58.340 --> 00:38:00.150
เด็กคนนี้กำลังทำอะไรอยู่

00:38:01.467 --> 00:38:04.750
กำลังเตะฟุตบอลใช่ไหมครับ กำลังเล่นฟุตบอลนะ

00:38:06.140 --> 00:38:08.467
ทีนี้แต่งประโยคจากภาพได้

00:38:08.491 --> 00:38:10.800
ก็คือคุณครูจะตั้งชื่อนะครับ

00:38:10.820 --> 00:38:12.814
ตั้งชื่อให้เด็กคนนี้ชื่อว่า "ภานุ"

00:38:18.839 --> 00:38:20.370
ภานุเตะฟุตบอล

00:38:20.640 --> 00:38:22.821
ภานุ ก็คือเด็กคนนี้

00:38:23.232 --> 00:38:25.107
ทำอะไรล่ะ เตะ

00:38:26.040 --> 00:38:27.750
เตะอะไร เตะฟุตบอล

00:38:28.040 --> 00:38:30.920
นี่ไง ภานุเป็นประธาน

00:38:32.021 --> 00:38:33.865
เตะเป็นกริยา

00:38:34.266 --> 00:38:36.970
ฟุตบอลเป็นกรรม

00:38:38.860 --> 00:38:42.990
ภาพต่อมา เด็กคนนี้ทำอะไรอยู่ครับ

00:38:43.710 --> 00:38:47.151
แปรงฟัน เด็กคนนี้แปรงฟัน

00:38:47.176 --> 00:38:49.048
ดูทีนี้ คุณครูแต่งประโยคให้ว่าอะไร

00:38:49.420 --> 00:38:51.211
บอกว่าน้อง...

00:38:51.751 --> 00:38:55.250
น้อง หมายถึงว่า น้อง... น้องทำอะไรล่ะ

00:38:56.070 --> 00:38:59.590
น้องทำอะไร น้องแปรงฟัน

00:39:01.242 --> 00:39:02.960
นี่เป็นประธาน

00:39:04.890 --> 00:39:06.924
แปรง แปรงคืออะไร

00:39:07.487 --> 00:39:10.920
แปรง คือ คำแสดงอาการอยู่ใช่ไหมว่าแปรงอยู่

00:39:11.900 --> 00:39:13.154
แปรง คือ คำกริยา

00:39:13.483 --> 00:39:19.713
ส่วนฟัน ส่วนฟัน ฟันเป็นอะไร

00:39:21.309 --> 00:39:22.980
ฟันเป็นกรรม ถูกต้อง

00:39:22.990 --> 00:39:26.000
ฟันเป็นกรรม น้องอายเก่งมาก ฟันเป็นกรรม

00:39:26.025 --> 00:39:29.200
เพราะว่าฟันถูกฉันแปรง ถูกน้องแปรงใช่ไหม

00:39:29.910 --> 00:39:36.480
โอเค ทีนี้มาเด็ก 2 คนทำอะไรครับ

00:39:37.060 --> 00:39:41.653
เด็ก 2 คนทำอะไร อ่านหนังสือใช่ไหม

00:39:42.440 --> 00:39:44.480
ทีนี้เด็ก 2 คนชื่ออะไรล่ะ

00:39:44.490 --> 00:39:49.130
เดี๋ยวคุณครูจะตั้งชื่อให้ว่ามานีและมานะ

00:39:50.270 --> 00:39:51.620
อันนี้เป็นชื่อคนนะครับ

00:39:52.230 --> 00:39:58.550
มานีและมานะ นี่เป็นชื่อคนเป็นประธานนะ

00:39:58.823 --> 00:40:01.580
เป็นประธานนะ มานีและมานะ

00:40:01.648 --> 00:40:04.597
ทำอะไร ทำอะไรเป็นคำกริยา

00:40:05.319 --> 00:40:09.360
อ่าน อ่าน.. อ่านอะไร กรรม กรรมคืออะไร

00:40:09.690 --> 00:40:12.355
กรรมคืออะไร กรรมคืออะไร

00:40:14.181 --> 00:40:17.050
หนังสือ อ่านหนังสือ

00:40:17.583 --> 00:40:18.608
เห็นไหมครับ

00:40:19.281 --> 00:40:20.941
มันง่ายนิดเดียวเองการแต่งประโยค

00:40:20.965 --> 00:40:22.780
ถ้านักเรียนเข้าใจมันก็จะได้เอง

00:40:26.641 --> 00:40:32.440
ทีนี้เหลือเวลาอีก 30 นาทีนี่

00:40:33.470 --> 00:40:34.550
เดี๋ยวคุณครูจะบอก...

00:40:34.810 --> 00:40:36.540
คุณครูจะแบ่งกลุ่มให้นักเรียน

00:40:36.902 --> 00:40:40.670
ช่วยกันออกมาแบ่งกลุ่ม

00:40:41.080 --> 00:40:43.430
กลุ่ม 1 กับกลุ่ม 2 มีอยู่ 2 กลุ่มนะครับ

00:40:44.121 --> 00:40:45.146
มีอยู่ 2 กลุ่ม

00:40:48.948 --> 00:40:52.440
นักเรียนมีทั้งหมดมีอยู่ 8 คน

00:40:52.470 --> 00:40:54.880
กลุ่มละ 4 คน ใช่ กลุ่มละ 4 คน

00:40:54.890 --> 00:40:58.250
โดยคุณครูจะให้นักเรียนนับ 1... 1 กับ 2

00:40:59.594 --> 00:41:01.800
1 กับ 2 นะ เดี๋ยวคุณครูจะนับ 1 นะ

00:41:02.090 --> 00:41:11.370
1 2 1 2 1 2 1 2

00:41:11.990 --> 00:41:14.290
คนที่นับ 1 คนที่คุณครูนับ 1 นะครับ

00:41:14.310 --> 00:41:16.480
ย้ายมาอยู่ฝั่งนี้ นับ 1 มาฝั่งนี้

00:41:23.230 --> 00:41:24.570
นับ 1 มาฝั่งนี้นะครับ

00:41:27.040 --> 00:41:30.120
ส่วนนับ 2 มาฝั่งนี้นะ นับ 1 มาฝั่งนี้นะครับ

00:42:07.720 --> 00:42:10.103
โอเค ในเมื่อนักเรียนนั่ง...

00:42:10.127 --> 00:42:11.670
นั่งเป็นกลุ่มกันแล้วนะ

00:42:11.880 --> 00:42:15.080
ทีนี้คุณครูจะให้นักเรียนดูภาพนะครับ

00:42:15.540 --> 00:42:17.815
ดูภาพที่คุณครูเอามาให้นี่

00:42:22.105 --> 00:42:23.590
ดูนักเรียนดูพี่ล่ามอธิบาย

00:42:25.210 --> 00:42:27.274
คุณครูจะให้นักเรียนนั่งเป็นกลุ่ม

00:42:27.313 --> 00:42:29.620
แล้วให้นักเรียนคุยกันปรึกษากัน

00:42:29.890 --> 00:42:32.667
ช่วยกันแต่งประโยคนะครับ สั้น ๆ

00:42:33.088 --> 00:42:40.020
โดยมีประธาน กริยา หรือประธาน กริยา กรรม

00:42:40.040 --> 00:42:41.714
3 องค์ประกอบตรงนี้ไป

00:42:42.417 --> 00:42:43.704
โดยที่ให้นักเรียนดูภาพ

00:42:43.728 --> 00:42:45.470
และช่วยกันแต่งประโยคออกมา

00:42:45.820 --> 00:42:48.192
คน... กลุ่มละ 1 ประโยค

00:42:48.216 --> 00:42:51.098
แล้วให้ตัวแทน... ถ้าเขียนเสร็จแล้ว

00:42:51.122 --> 00:42:53.051
ให้ตัวแทนออกมาเขียนหน้ากระดาน

00:42:53.075 --> 00:42:54.090
ให้คุณครูนะครับ

00:42:54.860 --> 00:43:01.719
แต่ละกลุ่มเข้าใจไหมครับ เข้าใจไหม

00:43:04.453 --> 00:43:07.250
ถ้าเข้าใจแล้ว นักเรียนปรึกษากันได้เลยครับ

00:45:08.850 --> 00:45:12.720
ทีนี้นะ นักเรียนดูพี่ล่าม นักเรียนดูพี่ล่ามพูดนะ

00:45:12.903 --> 00:45:14.653
นักเรียนดูพี่ล่ามอธิบายภาษามือ

00:45:17.240 --> 00:45:20.640
คุณครูจะบอกว่ากลุ่มที่ 1 นะครับ

00:45:20.960 --> 00:45:27.690
กลุ่มที่ 1 บอกคุณครูว่าฉันไปทำงานเกี่ยวข้าว

00:45:30.380 --> 00:45:32.760
ประธานคืออะไร ประธานคือใคร

00:45:33.540 --> 00:45:39.380
ประธาน คือ ฉันใช่ไหม ประธาน

00:45:40.463 --> 00:45:45.180
ไปทำงาน ไปทำงานนี่ เป็นกริยาใช่ไหมครับ

00:45:47.540 --> 00:45:51.190
ไปทำงานเกี่ยวข้าว ไปทำงาน...

00:45:51.530 --> 00:45:54.910
ไปทำงานนี่ คือ... ไป นี่คือ กริยา

00:45:54.920 --> 00:45:56.690
ทำงานนี่ ก็คือเป็นกรรมแล้ว

00:45:56.935 --> 00:46:00.300
เป็น ๆ ขยาย... เป็นไปขยายคำกริยาแล้ว

00:46:00.700 --> 00:46:03.420
และอีกส่วนเกี่ยวนี่ ก็คือเป็นกริยาอีก

00:46:04.100 --> 00:46:05.366
ส่วนข้าวนี่ เป็นกรรม

00:46:06.650 --> 00:46:09.530
อันนี้... อันนี้เป็นการสร้างประโยค

00:46:09.570 --> 00:46:13.020
ที่... ที่เกินคำสั่งของคุณครู

00:46:13.420 --> 00:46:15.311
เพราะคุณครูต้องการให้นักเรียน

00:46:15.335 --> 00:46:16.830
แต่งประโยคแบบง่าย ๆ

00:46:16.850 --> 00:46:19.810
โดยที่มีประธาน กริยา กรรม

00:46:19.840 --> 00:46:21.520
หรือประธาน กริยาแค่นั้น

00:46:21.780 --> 00:46:24.020
แต่นักเรียนเล่นแต่งประโยคมายาวแบบนี้

00:46:25.230 --> 00:46:28.220
แสดงว่ากลุ่มนี้ไม่ได้ฟังคำสั่งของคุณครู

00:46:28.890 --> 00:46:33.981
โอเค แต่ถือว่าเป็นประโยคที่ถูกต้องไหม

00:46:34.438 --> 00:46:35.750
ถือว่าถูกต้องครับ

00:46:36.986 --> 00:46:39.990
ถือว่ากลุ่มที่ 1 ทำประโยคได้ถูกต้อง

00:46:40.260 --> 00:46:44.710
ส่วนกลุ่มที่ 2 โอเค ลุงเกี่ยวข้าว

00:46:45.280 --> 00:46:47.055
ลุงเป็นประธาน

00:46:48.926 --> 00:46:50.521
เกี่ยวเป็นกริยา

00:46:50.797 --> 00:46:51.960
ข้าวเป็นกรรม

00:46:52.570 --> 00:46:54.590
ถูกต้องครับ ถูกต้อง

00:46:55.040 --> 00:46:57.460
โอเค ถือว่าถูกต้องทั้ง 2 กลุ่ม

00:46:59.210 --> 00:47:04.999
ทีนี้นะครับ ทีนี้คุณครูจะให้นักเรียนแต่งอีก

00:47:05.480 --> 00:47:08.730
คุยกันได้เลย เห็นภาพไหมครับ

00:51:19.410 --> 00:51:26.270
นักเรียน นักเรียนดูพี่ล่ามนะทีนี้ ดูพี่ล่ามนะ

00:51:26.680 --> 00:51:29.280
ดูดี ๆ นะ คุณครูจะพูด แล้วให้พี่ล่ามพูด

00:51:29.770 --> 00:51:31.290
ให้นักเรียนเข้าใจนะครับ

00:51:33.440 --> 00:51:38.330
กลุ่มที่ 1 นะครับ กลุ่มที่ 1 นะครับ

00:51:38.670 --> 00:51:42.600
กลุ่มที่ 1 บอกว่าฉันไปทำงานเอาต้นข้าวโพด

00:51:43.540 --> 00:51:47.180
นี่เริ่มมาแล้วครับ เริ่มมาแล้ว

00:51:48.120 --> 00:51:54.170
ทีนี้ครูไม่รู้หรอกว่านักเรียนจะสื่อสารว่าอะไร

00:51:54.240 --> 00:51:59.700
แต่เมื่อกี้คุณครูเห็นนักเรียนพูดกันเป็นภาษามือ

00:51:59.941 --> 00:52:02.910
นักเรียนบอกกันว่าไปเก็บข้าวโพด

00:52:05.921 --> 00:52:07.280
ฉันไปเก็บข้าวโพด

00:52:08.232 --> 00:52:12.130
แต่นักเรียนจะสื่อสารเขียนเป็นออกมา

00:52:12.140 --> 00:52:15.720
ว่าฉันไปทำงานเอา... เอาต้นข้าวโพด

00:52:18.620 --> 00:52:21.690
นักเรียนรู้ไหมว่ามันผิด นี่แหละคือสิ่งที่สำคัญ

00:52:21.710 --> 00:52:24.120
ว่าทำไมคุณครูถึงให้เขียนประโยคที่ถูกต้อง

00:52:45.790 --> 00:52:50.160
คำที่ถูกต้อง ก็คือฉันไปเก็บเกี่ยวข้าวโพดนะ

00:52:51.303 --> 00:52:54.800
นี่เห็นไหม คือมันต้องมัน... มันต้องเป็นคำ

00:52:54.810 --> 00:52:57.422
ที่มันบ่งบอกความหมายที่ชัดเจนครับ

00:52:57.870 --> 00:52:59.560
ถ้านักเรียนจะต้องใช้คำน่ะ

00:52:59.570 --> 00:53:01.380
นักเรียนจะต้องใช้คำที่มันถูกต้อง

00:53:01.686 --> 00:53:03.900
และเจาะจงไปเลยว่านักเรียนทำอะไร

00:53:07.570 --> 00:53:10.850
ถือว่ากลุ่ม 1 นี่ เป็นการใช้ประโยคที่ผิดนะครับ

00:53:12.671 --> 00:53:18.150
ส่วนกลุ่มที่ 2 บอกว่าฉันไปซื้อข้าวโพด

00:53:18.656 --> 00:53:20.442
ฉันเป็นประธาน

00:53:22.396 --> 00:53:25.730
ไปซื้อเป็นกริยา

00:53:26.410 --> 00:53:29.323
ข้าวโพดเป็นกรรม ถูกต้องครับ

00:53:33.070 --> 00:53:37.180
ทีนี้ให้นักเรียน... ทีนี้ให้นักเรียนระวังคำนะครับ

00:53:37.230 --> 00:53:41.010
ระวังคำที่นักเรียนจะใช้คำที่มันสลับกันนี่แหละ

00:53:41.145 --> 00:53:43.810
นี่แหละคือสิ่งที่สำคัญว่าการเขียน

00:53:44.000 --> 00:53:45.860
ถ้าสื่อสาร เขียนสื่อสารผิด

00:53:46.230 --> 00:53:47.590
และมันจะความหมายมันจะผิด

00:53:51.360 --> 00:53:52.366
เพิ่งนี่...

00:54:04.480 --> 00:54:05.758
ทีนี้นะครับ

00:54:05.783 --> 00:54:10.420
เป็นภาพเด็กผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่ที่จักรยาน

00:54:13.982 --> 00:54:15.867
ให้นักเรียนช่วยกันแต่งประโยคเลยครับ

01:00:17.886 --> 01:00:23.480
โอเคนะครับ ทีนี้นะ นักเรียนดูนักเรียนดูพี่ล่ามนะ

01:00:23.490 --> 01:00:25.760
นักเรียนดูพี่ล่าม ดูพี่ล่ามอธิบาย

01:00:26.310 --> 01:00:29.640
ทีนี้จะเป็น... คุณครูจะหยุด จะหยุดไว้ตรงนี้ก่อน

01:00:29.660 --> 01:00:30.980
เพราะว่าหมดเวลาแล้ว

01:00:31.680 --> 01:00:34.460
เพราะว่า... ทีนี้เรามาดูประโยคนะครับ

01:00:34.720 --> 01:00:37.230
ที่... ที่ภาพตามภาพนี้นะครับ

01:00:37.240 --> 01:00:39.420
ก็คือกลุ่มที่ 1 นะครับ

01:00:39.640 --> 01:00:43.390
บอกว่าฉันไปซื้อจักรยานในตลาดนะครับ

01:00:43.590 --> 01:00:45.800
โอเคครับ เป็นประโยคที่ถูกต้องนะครับ

01:00:45.810 --> 01:00:47.330
ก็คือฉันเป็นประธาน

01:00:47.760 --> 01:00:52.260
ไปซื้อ ไปซื้อ ไปซื้อ ก็คือเป็นคำกริยา

01:00:52.790 --> 01:00:55.120
ส่วนจักรยานตรงนี้ ก็คือเป็นกรรมนะครับ

01:00:55.140 --> 01:00:58.353
ในตลาด ก็คือขยายนะครับ ว่าไปซื้อที่ไหน

01:00:58.377 --> 01:01:02.067
ไปซื้อไปขยายคำกริยาอีกทีหนึ่ง โอเค

01:01:02.682 --> 01:01:05.879
ส่วนกลุ่มที่ 2 บอกว่าฉันปั่นจักรยานเล่น

01:01:05.904 --> 01:01:07.895
โอเค นี่ก็ถือว่าเป็นประโยคได้เหมือนกัน

01:01:07.920 --> 01:01:09.189
ฉันเป็นประธาน

01:01:09.578 --> 01:01:13.570
ปั่นเป็น... ปั่นเป็นกริยา

01:01:13.594 --> 01:01:16.670
ส่วนจักรยานเป็นกรรม โอเคครับ

01:01:21.980 --> 01:01:23.870
โอเค เหนื่อยไหมครับ

01:01:24.470 --> 01:01:26.430
เหนื่อยไหม การแต่งประโยคเหนื่อยไหม

01:01:28.870 --> 01:01:31.770
อยาก... อยากเรียนอีกเหรอ

01:01:32.699 --> 01:01:34.100
อยากเรียนอีกใช่ไหม

01:01:36.430 --> 01:01:39.390
ตอนนี้เวลาหมดแล้ว เวลาหมดแล้ว

01:01:40.900 --> 01:01:42.078
เวลาหมดแล้วนะครับ

01:01:42.360 --> 01:01:46.567
โอเค เดี๋ยวครั้งต่อไปคุณครูจะมาให้นักเรียน

01:01:46.592 --> 01:01:47.958
ฝึกแต่งประโยคแบบนี้อีกแหละ

01:01:52.592 --> 01:01:53.603
โอเคนะครับ

01:01:53.628 --> 01:01:56.990
เดี๋ยวชั่วโมงต่อไปเจอกันอีกนะ ในวันจันทร์หน้า

01:01:57.290 --> 01:02:01.710
สำหรับวันนี้คุณครูก็จบเพียงเท่านี้แล้ว

01:02:02.350 --> 01:02:05.470
ไปกินข้าวได้แล้วครับ ขอบคุณพี่ล่ามมากนะครับ

01:02:06.090 --> 01:02:07.290
ขอบคุณนักเรียนเช่นกันครับ

01:02:19.720 --> 01:02:20.800
ครับ สวัสดีครับ