﻿WEBVTT

00:00:02.194 --> 00:00:05.807
(อาจารย์เกวลี) มันพวกเกมมันก็ใกล้จนจะล้นแล้วล่ะ 3-4 คนไปไหน

00:00:09.307 --> 00:00:11.095
ก็จะมีสุดารัตน์

00:00:14.584 --> 00:00:16.055
พัชริดา

00:00:18.292 --> 00:00:19.372
พีรดนย์

00:00:25.666 --> 00:00:26.688
อฏิพรรณ

00:00:29.353 --> 00:00:31.155
หลังสุดรหัสอะไรนะคะ

00:00:34.415 --> 00:00:38.455
รหัส 28 ภาคภูมิ

00:00:40.533 --> 00:00:43.800
บวกแค่นี้แหละ พวกนี้คนเดิม ๆ

00:00:52.968 --> 00:00:54.251
เดชมงคล

00:00:55.500 --> 00:00:57.321
วันนี้กฤตกรมา

00:01:00.639 --> 00:01:02.255
ทัตเทพ

00:01:13.807 --> 00:01:14.903
เสียงมันออกไหมน่ะ

00:01:15.981 --> 00:01:19.397
เหรอ ไม่ออกนะ เหมือนเสียงไม่ออก

00:01:28.816 --> 00:01:30.770
ได้ยินไหม โอเคได้แล้ว

00:01:33.786 --> 00:01:36.376
ก็มันออกอยู่ใช่ไหม

00:01:36.695 --> 00:01:37.988
นี่อันนี้คือออก

00:01:38.326 --> 00:01:39.750
บางวันน่ะเหมือนอาจารย์พูดคนเดียว

00:01:41.600 --> 00:01:45.051
โอเคค่ะ วันนี้จะเป็นบทที่ 10 นะคะ

00:01:45.402 --> 00:01:48.616
เกี่ยวกับเรื่อง SEO นี่อันนี้คือไม่ออก

00:01:52.090 --> 00:01:58.139
SEO นะคะ ก็มันเป็นเรื่องที่ได้รับความนิยม

00:01:58.163 --> 00:02:02.455
เกี่ยวกับการทำธุรกิจออนไลน์ในปัจจุบันมากนะคะ

00:02:02.997 --> 00:02:04.926
มันก็คือการปรับแต่งเว็บไซต์

00:02:04.950 --> 00:02:10.058
ซึ่งถ้าใครอยากไปฝึกงานมันจะมีตำแหน่งงาน

00:02:10.082 --> 00:02:14.820
ที่เรียกว่าตำแหน่งงานที่ทำเกี่ยวกับพวก SEO นี่อยู่แล้วนะคะ

00:02:15.250 --> 00:02:18.660
แล้วก็จะมีความสำคัญมากกับธุรกิจ E-Commerce ในปัจจุบันด้วย

00:02:20.494 --> 00:02:22.610
การปรับแต่งเว็บไซต์หรือว่า SEO นี่

00:02:22.803 --> 00:02:27.830
เสียงไม่ออกอีกแล้ว นี่มันจะเป็นอย่างนี้

00:02:44.494 --> 00:02:45.355
มาไม่กะพริบ

00:02:46.541 --> 00:02:50.060
เหมือนเสียงไมค์มันเข้านะ แต่ว่าเครื่องเสียงไม่ออก

00:02:51.095 --> 00:02:55.533
เพราะว่าอันนี้มันกะพริบ ไมค์มันรับได้อยู่ เป็นแต่ตัวเครื่องเสียง

00:02:58.130 --> 00:02:59.263
เป็นแต่ตัวเครื่องเสียง

00:03:01.495 --> 00:03:02.500
เครื่องเสียง

00:03:03.665 --> 00:03:07.121
คราวนี้ความสัม... นี่ไม่ออกอีกแล้ว

00:03:10.197 --> 00:03:11.567
ตัวนี้พัง

00:03:12.831 --> 00:03:19.716
ไอ้ตัว SEO นี่ค่ะ มันเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดออนไลน์นะคะ

00:03:20.390 --> 00:03:23.667
คือ ทำอย่างไรก็ได้ให้เว็บไซต์เรานี่

00:03:24.485 --> 00:03:26.880
Search แล้วเจอบนหน้าแรกของ Search Engine

00:03:27.140 --> 00:03:30.450
ไม่ว่าจะเป็น Google Bing นะคะ

00:03:30.830 --> 00:03:35.854
ซึ่งโดยการเขียนมันจะเป็นเหมือนเกี่ยวกับการเขียนบทความนะคะ

00:03:36.193 --> 00:03:37.221
การใช้คีย์เวิร์ด

00:03:38.440 --> 00:03:41.257
ซึ่งมันจะต้องเป็นการเขียนข้อความ

00:03:41.281 --> 00:03:45.590
ที่ต้องสอดแทรกคีย์เวิร์ดสำหรับการค้นหาให้เจอด้วยนะคะ

00:03:46.152 --> 00:03:49.273
คือ ไม่ว่า User จะค้นหาคำไหนก็ตาม

00:03:49.925 --> 00:03:54.110
มันจะต้องเจอเป็นส่วนหนึ่งของเว็บไซต์คุณ

00:03:54.550 --> 00:03:57.088
นั่นแสดงว่าการทำ SEO นี่

00:03:57.369 --> 00:03:59.800
มันจะต้องมีกระบวนการคิดนะคะ

00:04:00.163 --> 00:04:04.555
แล้วก็มันก็ต้องมีการปรับปรุงประสิทธิภาพของเว็บไซต์

00:04:05.265 --> 00:04:07.910
ให้ดีต่อ User หรือว่าผู้ใช้งานมากที่สุด

00:04:07.941 --> 00:04:10.921
ก็คือทำอย่างไรก็ได้นะคะ

00:04:11.412 --> 00:04:16.832
ก็จะมีการปรับแต่งการค้นหาของเว็บไซต์เราอยู่เสมอนะคะ

00:04:17.100 --> 00:04:18.257
อย่างเช่น อันดับมันตก

00:04:18.281 --> 00:04:21.210
สมมติค้นหาไปแล้วเจอเว็บไซต์เราเป็นอันดับที่ 5

00:04:21.910 --> 00:04:25.495
เราก็ต้องมาดูแล้วว่าทำไมมันถึงไม่เจอเว็บไซต์เราเป็นอันดับที่ 1

00:04:25.960 --> 00:04:29.000
คำค้นหาเราอาจจะยังไม่ครอบคลุมหรือเปล่านะคะ

00:04:30.380 --> 00:04:33.470
ซึ่งหลัก ๆ แล้ว SEO ทำอย่างไรให้ประสบความสำเร็จนี่

00:04:34.190 --> 00:04:37.221
ทำอย่างไรให้มันขึ้นอยู่ในหน้าแรกของ Google ให้ได้

00:04:38.269 --> 00:04:41.170
แล้วก็เป็นเว็บไซต์ที่มีความน่าเชื่อถือนะคะ

00:04:41.960 --> 00:04:48.733
มันจะถือว่าเป็นการที่มอบประสบการณ์ที่มีประโยชน์

00:04:48.757 --> 00:04:50.910
แล้วก็มีความพึงพอใจสูงสุด

00:04:50.920 --> 00:04:53.987
นั่นคือเหมือนที่เราเคยเรียนมาแล้วในวิชา HCI

00:04:54.011 --> 00:04:55.870
ก็คือออกแบบ User Experience

00:04:55.880 --> 00:05:00.120
ก็คือประสบการณ์ของผู้ใช้งานเขาเคยใช้งานมาแบบไหน

00:05:00.230 --> 00:05:05.413
เขามีความเคยชินที่ใช้การค้นหา

00:05:05.437 --> 00:05:07.700
หรือการดูข้อมูลบนเว็บไซต์อย่างไร

00:05:07.948 --> 00:05:11.021
เราจะต้องเอาอันนั้นมาวิเคราะห์ในการทำ SEO ของเราด้วย

00:05:11.850 --> 00:05:14.430
ซึ่งเราเรียนมาแล้ว UX UI นะคะ

00:05:17.010 --> 00:05:20.330
ตัว SEO นี่อย่างที่บอกค่ะ มันเป็นวิธีการปรับแต่งเว็บไซต์

00:05:20.603 --> 00:05:24.042
ซึ่งมันจะต้องอาจจะมีการส่วนของที่ต้องปรับแต่ง

00:05:24.073 --> 00:05:25.790
ในรูปแบบของการเขียนโค้ดด้วย

00:05:26.930 --> 00:05:29.880
เพื่อให้ความเร็วในการเรียกใช้เว็บไซต์นี่

00:05:31.005 --> 00:05:34.320
มัน... ไอ้ตัวผู้ใช้งานนี่

00:05:34.370 --> 00:05:40.670
เขาจะรู้สึกว่าทำไมเว็บไซต์บางเว็บไซต์มันโหลดช้าจังเขาก็ไม่ดูนะคะ

00:05:40.960 --> 00:05:45.055
เหมือนเมื่อก่อนตอนช่วงปีต้น ๆ ที่คุณเรียนมา

00:05:45.540 --> 00:05:47.128
อาจารย์บางท่าน หรืออาจารย์อะไรนี่ล่ะ

00:05:47.152 --> 00:05:49.621
อาจจะบอกว่าโปรแกรมเดียวกัน

00:05:50.180 --> 00:05:53.951
ถามว่าคนหนึ่งเขียน 100 บรรทัด อีกคนหนึ่งเขียน 300 บรรทัด

00:05:54.960 --> 00:05:58.770
ได้ผลลัพธ์เท่ากันถามว่าผิดไหม ไม่ผิด แต่ต่างกันที่ความเร็ว

00:05:59.290 --> 00:06:01.527
ยิ่งคุณเขียนโค้ดจำนวนบรรทัดเยอะ

00:06:01.557 --> 00:06:04.333
เรียกใช้คำสั่งเยอะเกินความจำเป็น

00:06:05.169 --> 00:06:06.625
มันก็จะมีผลในการประมวลผล

00:06:06.649 --> 00:06:10.090
ซึ่งทำให้อาจจะทำให้เว็บไซต์คุณน่ะโหลดขึ้นมาช้า

00:06:11.430 --> 00:06:14.556
แล้วตอนนี้คือทุกคนแข่งกันเรื่องความเร็ว

00:06:14.580 --> 00:06:16.765
ขนาดแค่เว็บไซต์หรือบางทีคุณเล่นเน็ตน่ะ

00:06:17.890 --> 00:06:19.067
Facebook ขึ้นมาช้า

00:06:19.091 --> 00:06:22.399
เปิดวิดีโอแล้วดูช้าคุณยังรู้สึกไม่ค่อยชอบ

00:06:23.698 --> 00:06:26.072
การใช้งานเว็บไซต์ก็เหมือนกันนะคะ

00:06:26.552 --> 00:06:29.355
รวมถึงเนื้อหาคอนเทนต์ที่ใส่

00:06:29.977 --> 00:06:32.960
ก็ควรจะไม่ได้ใช้ระยะเวลาในการโหลดนาน

00:06:34.260 --> 00:06:38.488
แล้วสิ่งที่คุณใส่มาจะต้องเป็นสิ่งที่เนื้อหาเหมาะสม

00:06:38.617 --> 00:06:41.240
ไม่ยืดเยื้อ ไม่ออกทะเลไปไกล

00:06:41.250 --> 00:06:44.320
แล้วมันก็ต้องเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่คุณต้องการนำเสนอด้วย

00:06:45.620 --> 00:06:48.128
เพราะฉะนั้น ยิ่งคุณใส่ข้อมูลที่ไม่ตรง

00:06:48.980 --> 00:06:53.150
การแสดงผลในหน้าแรก ๆ ของ Google นี่เป็นไปได้ยากมาก

00:06:53.782 --> 00:06:57.821
ถ้าคุณปรับแต่งให้คุณโหลดเว็บไซต์ได้เร็ว ข้อมูลตรงเป๊ะ

00:06:58.160 --> 00:07:01.210
รูปภาพไม่มีขนาดไฟล์ใหญ่มาก

00:07:02.525 --> 00:07:06.165
แล้วก็รูปภาพทุกภาพที่ใส่คุณจะต้องใส่ Alternative Link

00:07:06.190 --> 00:07:08.955
ก็คือบอกว่ารูปภาพที่คุณจะคลิกนี่

00:07:09.095 --> 00:07:11.380
มันจะลิงก์ไปไหนต้องกำหนดด้วย

00:07:12.463 --> 00:07:15.688
การที่แค่เอาเมาส์ไปชี้ในแต่ละคำสั่งบนเว็บไซต์

00:07:15.959 --> 00:07:17.920
ว่าถ้ากดลิงก์นี้มันจะไปไหน

00:07:19.170 --> 00:07:22.410
อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ Google พิจารณานะคะ

00:07:22.970 --> 00:07:24.942
ไม่ใช่ว่าบางคนเอาเมาส์ไปแค่...

00:07:25.468 --> 00:07:29.390
เอาเมาส์ไปแตะนิดหนึ่งจะเกิดอะไรขึ้นไม่มีไกด์เลยอย่างนี้

00:07:30.840 --> 00:07:34.770
มันก็ไม่... ถามว่าผิดไหม ไม่ผิดค่ะ

00:07:34.800 --> 00:07:38.588
แต่ว่าประสบการณ์ของผู้ใช้งานนี่

00:07:39.133 --> 00:07:40.930
มันอาจจะไม่ได้ประสบการณ์ที่ดีเท่าที่ควร

00:07:40.940 --> 00:07:42.519
อย่างเช่น คุณควรจะมีไกด์ไลน์

00:07:43.024 --> 00:07:45.250
เพื่อให้เขาพึงพอใจในการ... เว็บนี้ดีจังเลย

00:07:45.260 --> 00:07:48.055
จะ... แค่เอาเมาส์ไปแตะก็บอกแล้วว่า

00:07:48.694 --> 00:07:51.306
สิ่งที่กำลังจะกดมันจะเกิดอะไรขึ้นนะคะ

00:07:53.510 --> 00:07:56.468
ไอ้ตัว SEO นี่มันจะเป็นกระบวนการ

00:07:56.492 --> 00:07:58.770
ที่ทำให้เว็บไซต์ได้รับ Organic Traffic

00:07:58.800 --> 00:08:00.058
Organic แปลว่า ธรรมชาติ

00:08:00.470 --> 00:08:01.950
Traffic คือ การจราจร

00:08:01.960 --> 00:08:06.990
ก็คือเทียบเป็นภาษาไทย ก็คือทำให้มีคนเข้ามาดูเว็บไซต์เรา

00:08:07.015 --> 00:08:10.635
โดยที่เป็นธรรมชาติ เราไม่ได้ซื้อมา ไม่ได้จ้างเขามา

00:08:11.170 --> 00:08:15.520
คือ เหมือนเป็นการค้นหาแล้วทุกคนแบบรู้โดยธรรมชาติเลย

00:08:15.530 --> 00:08:17.078
ว่าจะต้องเข้ามาใช้เว็บไซต์เรา

00:08:17.102 --> 00:08:21.280
เช่น ต้องการจะค้นหาข้อมูลบุคคล

00:08:22.270 --> 00:08:24.089
เราก็จะเข้าไปหาใน Google เสร็จ

00:08:25.165 --> 00:08:26.339
อาจจะ Google แล้ว

00:08:26.363 --> 00:08:30.550
แล้วอยากรู้ว่า เอ๊ะ นักศึกษาคนนั้นชื่ออะไร

00:08:31.460 --> 00:08:33.621
รู้ชื่อเขาแล้ว แต่อยากรู้ว่าเขาเป็นใคร

00:08:34.261 --> 00:08:35.740
เราอาจจะเข้าไป Search ใน Facebook

00:08:36.950 --> 00:08:38.850
นาย ก. นามสกุลอะไรว่าไป

00:08:39.744 --> 00:08:42.934
ทำอย่างไรก็ได้ให้เว็บไซต์เราขึ้นเป็นอันดับต้น ๆ ที่เขาคิดถึง

00:08:42.958 --> 00:08:45.830
ที่จะเข้ามาใช้งานนั่นล่ะนะคะ

00:08:47.526 --> 00:08:50.305
แล้วก็ไม่ว่าเขาจะค้นหา...

00:08:51.423 --> 00:08:54.416
อาจจะเป็นคำพูดเกี่ยวกับร้านขายขนม

00:08:55.690 --> 00:08:56.845
พิมพ์ร้านขายขนมปึ๊บ

00:08:57.477 --> 00:09:02.168
ทำอย่างไรก็ได้ให้ร้านของเรานี่ติดอันดับการค้นหาหน้าแรกนะคะ

00:09:02.553 --> 00:09:06.725
หรือเรียกว่า "SERP" ก็คือ Search Engine Results Pages

00:09:06.749 --> 00:09:10.090
ก็คือหน้าแรก ๆ หน้าบน ๆ หน้าต้น ๆ ของคำค้นหา

00:09:10.100 --> 00:09:13.180
ในไม่ว่าจะเป็น Google หรือ Search Engine อื่น ๆ ก็ตาม

00:09:14.000 --> 00:09:15.120
ซึ่งมันเป็นผลดี

00:09:15.859 --> 00:09:19.329
เพราะถ้ามันขึ้นหน้าแรกแน่นอนทุกคนจะต้องกด

00:09:20.487 --> 00:09:21.463
น้อยมากที่จะไม่กด

00:09:22.335 --> 00:09:24.373
น้อยมากที่จะกดไปดูหน้า 2 หน้า 3

00:09:25.045 --> 00:09:28.830
เวลาคุณ Search Google คุณก็จะดูผลลัพธ์หน้าแรกก่อนอยู่แล้วนะคะ

00:09:29.323 --> 00:09:32.830
อย่างเช่นตัวอย่าง

00:09:34.935 --> 00:09:39.400
ขนมนำเข้านะ เหมือนร้านที่เพื่อนต้องการทำงานนะ ขนม...

00:09:46.293 --> 00:09:47.340
สมมติอย่างนี้

00:09:48.780 --> 00:09:50.818
เราค้นใน Google เกี่ยวกับ...

00:09:52.410 --> 00:09:57.123
นี่ถ้ามันมีคำว่า "Sponsored" แบบนี้นะคะ

00:09:57.570 --> 00:09:59.268
นั่นคือเขาจ่ายเงิน

00:10:00.740 --> 00:10:04.946
เพื่อให้คำค้นหาของเรานี่ให้ขึ้นเว็บไซต์เขาก่อน

00:10:06.280 --> 00:10:10.320
ทำไม Shopee อยู่อันดับ 1 2 3 4 5 แทบจะอันดับ 5

00:10:11.340 --> 00:10:15.280
แต่สังเกตว่า Shopee ไม่มีเครื่องหมายคำว่า "Sponsored" นะ

00:10:16.393 --> 00:10:17.980
Shopee เป็น Organic

00:10:19.405 --> 00:10:23.053
เนื่องจากมีคนนิยมเข้าเว็บไซต์ Shopee มาก

00:10:24.030 --> 00:10:26.390
Shopee ไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินให้ Google ก็ได้

00:10:27.640 --> 00:10:32.797
ถ้าไม่นับว่า 1 2 3 4 ตัวนี้ไม่มีคำว่า "Sponsored" นี่

00:10:33.245 --> 00:10:34.488
จ่ายสตางค์ให้ Google

00:10:34.958 --> 00:10:36.366
Shopee ขึ้นเป็นอันดับ 1

00:10:39.616 --> 00:10:40.921
แล้วร้านนี้

00:10:42.117 --> 00:10:46.121
กับ Facebook ตัวนี้ 2 อันนี้เป็นร้านเดียวกัน

00:10:48.447 --> 00:10:49.797
เขาใช้คำว่าค้นหาอะไร

00:10:50.310 --> 00:10:52.060
อย่างอันแรกเลยขนมนำเข้าจากจีน

00:10:52.070 --> 00:10:57.160
เห็นไหมว่าคำค้นหาอาจารย์ตรงกับเขาแทบจะทุกคำที่เป็นคีย์เวิร์ด

00:10:58.750 --> 00:11:02.388
อันนี้คือ การใช้ SEO นะคะ

00:11:05.782 --> 00:11:09.660
ทำอย่างไรถึงจะให้คำค้นหามันขึ้นแบบนี้

00:11:10.150 --> 00:11:12.988
ยิ่งมีคนรู้จักธุรกิจของคุณมากขึ้น

00:11:13.012 --> 00:11:16.210
รู้จักองค์กร รู้จักบริการของคุณมากขึ้น

00:11:16.610 --> 00:11:19.236
มันจะยิ่งดึงดูดคนมาดูเว็บไซต์

00:11:19.261 --> 00:11:22.120
เหมือนที่บอกเมื่อกี้ Shopee ไม่เห็นจำเป็นต้องซื้อโฆษณาเลย

00:11:22.130 --> 00:11:25.480
ก็ในเมื่อ... ก็ใช่ไงเพราะคน... Shopee ไม่รู้วันหนึ่งจะกี่คน

00:11:27.133 --> 00:11:29.721
ยิ่งคนเข้าไปดูเว็บไซต์มากขึ้น

00:11:30.007 --> 00:11:34.593
โอกาสที่เราจะทำการตลาดกับเขาก็ได้ง่ายขึ้น

00:11:35.170 --> 00:11:36.098
สร้างความน่าเชื่อถือ

00:11:36.122 --> 00:11:39.370
เพราะว่าเว็บไซต์เรา Search เจอในหน้าแรกของ Google เลย

00:11:40.477 --> 00:11:43.840
ยิ่งคนเข้ามาดูเยอะโอกาสในการเพิ่มยอดขายมันก็เยอะ

00:11:45.040 --> 00:11:49.320
เพราะเหตุนี้เลยเจ้าของธุรกิจ เจ้าของเว็บไซต์ เจ้าของกิจการต่าง ๆ

00:11:49.603 --> 00:11:51.410
อยากทำให้แบรนด์ตัวเองเติบโต

00:11:51.434 --> 00:11:54.073
หรือว่าทำให้องค์กรตัวเองเป็นที่รู้จัก

00:11:54.940 --> 00:11:57.090
เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้เยอะจริง ๆ

00:11:58.620 --> 00:12:01.690
นอกจากที่เขาจะทำให้เป็น Organic Search แบบเมื่อกี้นี้แล้ว

00:12:01.750 --> 00:12:04.750
เขายังยิงโฆษณาด้วยที่เราพูด ก็คือยิง Ads ยิง Ads

00:12:05.620 --> 00:12:10.710
เหมือนโทรศัพท์ของทุกคนตอนนี้บางทีเราคุยกับเพื่อน

00:12:11.570 --> 00:12:14.830
หรือเราค้นหาอะไรบ่อย ๆ หรือเราดูคลิปอะไรบ่อย ๆ

00:12:15.800 --> 00:12:18.950
มันก็จะมีแต่คลิปพวกนั้นน่ะ ส่งมาให้เราดูอยู่นั่นล่ะ

00:12:18.975 --> 00:12:23.385
ถ้าเหมือน... เหมือนชมพู่ดูแต่คลิปกินของอะไรนะ กินอาหารจีน

00:12:23.650 --> 00:12:26.011
มันก็จะมีแต่คลิปกินอาหารจีนขึ้นมาอยู่นั่นล่ะ

00:12:26.356 --> 00:12:31.919
เพราะ AI มันเจอแล้วว่าชมพู่ชอบกินอาหารจีน อะไรแบบนี้

00:12:32.065 --> 00:12:36.310
เหมือนบางคนชอบดูสตรีมเกม มันก็จะมีแต่คลิปสตรีมเกมขึ้นมาให้ดู

00:12:37.050 --> 00:12:40.188
หรือบางทีเราไม่ได้เปิดอะไรดูแต่เราคุยกับเพื่อน

00:12:40.280 --> 00:12:42.180
แต่แอปพลิเคชันโทรศัพท์บางแอป

00:12:43.200 --> 00:12:48.200
ตอนที่คุณติดตั้งอาจจะไม่ได้สังเกตว่ามันจะขอเข้าใช้งานไมโครโฟน

00:12:48.540 --> 00:12:50.158
ขอเข้าใช้งานกล้อง

00:12:50.577 --> 00:12:51.816
โดยเฉพาะโทรศัพท์ Android

00:12:53.561 --> 00:12:54.850
ซึ่งเราก็กดตกลงไปเลย

00:12:55.700 --> 00:12:58.530
แล้วบางทีเราคุยกับเพื่อนอยู่ว่าอยากกินส้มตำจังเลย

00:12:59.390 --> 00:13:05.188
สักพักใน Facebook หรือในแอปพลิเคชันใด ๆ ก็ตาม

00:13:05.433 --> 00:13:07.390
ก็จะมีแต่คลิปตำส้มตำอยู่นั่นล่ะ

00:13:08.240 --> 00:13:11.750
เขาไม่ได้แอบฟังนะ ก็ในเมื่อคุณอนุญาตให้มันเปิดไมโครโฟนเอง

00:13:12.660 --> 00:13:18.820
เขาก็เลยทำการยิงสิ่งที่คุณคุยกัน สิ่งที่คุณต้องการมาให้คุณดูนะคะ

00:13:21.640 --> 00:13:24.688
ซึ่งตัวการปรับแต่งผลลัพธ์ของเว็บไซต์นี่

00:13:25.028 --> 00:13:28.160
ทำอย่างไรให้เว็บไซต์เราอยู่ในอันดับต้น ๆ

00:13:28.720 --> 00:13:30.371
นั่นคือการค้นหาด้วยคีย์เวิร์ด

00:13:30.903 --> 00:13:33.500
เหมือนเมื่อกี้ที่อาจารย์ค้นหา ก็คือขนมนำเข้าจากจีน

00:13:34.250 --> 00:13:38.126
คีย์เวิร์ดสำคัญ ก็คือเราจะต้องรู้เลยว่า

00:13:38.478 --> 00:13:42.280
อย่างน้อยกลุ่มเป้าหมายเราเขาจะใช้คำค้นหาอะไรบ้าง

00:13:42.290 --> 00:13:45.300
ซึ่งต้องเป็นค้นหาเกี่ยวกับองค์กรหรือธุรกิจของเรา

00:13:47.220 --> 00:13:49.153
การทำ SEO ที่ดี

00:13:50.077 --> 00:13:52.708
เว็บที่เราทำเสร็จแล้วควรจะอยู่หน้าแรก

00:13:53.660 --> 00:13:55.373
ไม่ควรเกินหน้าที่ 2

00:13:57.850 --> 00:14:01.320
เพราะว่าถ้าเกินหน้า 2 ไปแล้วนี่คนจะไม่ค่อยกดเข้าไปดูแล้ว

00:14:03.073 --> 00:14:04.982
ยิ่งอยู่หน้าแรกเท่าไร

00:14:05.361 --> 00:14:10.466
อัตราการกดลิงก์หรือกดคลิกเข้าสู่เว็บไซต์มากขึ้นเท่านั้น

00:14:11.570 --> 00:14:13.840
ยิ่งเว็บอันดับต้น ๆ นี่คนกดแน่นอน

00:14:13.850 --> 00:14:16.658
เพราะว่าเขา... เขามั่นใจว่าคำที่เขาค้นหา

00:14:17.196 --> 00:14:19.620
มันจะอยู่ในเว็บไซต์นั้นแน่ ๆ นะคะ

00:14:21.720 --> 00:14:23.491
ทำไมต้องทำให้มันอยู่หน้าแรกล่ะ

00:14:25.643 --> 00:14:31.299
ถ้าทำ SEO แล้ว ถ้าใส่คีย์เวิร์ดใส่คำที่ต้องการ

00:14:32.531 --> 00:14:36.670
ผลลัพธ์มันจะสอดคล้องกับพฤติกรรมที่ได้จากคนใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลก

00:14:38.650 --> 00:14:44.367
เหตุผลแรกคนใช้ Google ต่อวันนะคะ

00:14:45.279 --> 00:14:48.010
3,500 ล้านครั้งต่อวัน

00:14:49.080 --> 00:14:50.931
ก็คือ Google เป็นอันดับ 1 แน่นอน

00:14:51.457 --> 00:14:53.670
Search Engine อื่นน้อยมากนะคะ

00:14:54.800 --> 00:14:57.034
มันเทียบได้ว่าประมาณว่า 90 กว่าเปอร์เซ็นต์

00:14:57.058 --> 00:14:59.520
คือ ใช้ Google ทั้งโลกแน่ ๆ นะคะ

00:15:00.230 --> 00:15:02.204
ซึ่งในโลกนี้มีอยู่ 5 Search Engine

00:15:02.383 --> 00:15:03.943
Google เป็นอันดับ 1 นะคะ

00:15:03.967 --> 00:15:06.755
มี Bing มี Yahoo มี Baidu

00:15:06.865 --> 00:15:10.190
บางอื่น... ก็อันอื่นก็ไม่ค่อยได้รับความนิยมอยู่แล้วนะคะ

00:15:10.840 --> 00:15:13.855
ซึ่งผลลัพธ์ทำให้การพูดถึง

00:15:14.310 --> 00:15:19.513
หรือการคุยกันในการตลาดมีการเพิ่มสูงขึ้น

00:15:19.946 --> 00:15:22.188
เพราะทุกคนก็จะเริ่มค้นหา

00:15:22.471 --> 00:15:28.066
ทุกคนก็เริ่มแบบทำอย่างไรก็ได้ที่ให้เว็บไซต์ฉันขึ้นมาหน้าแรกให้ได้นะคะ

00:15:30.580 --> 00:15:34.398
ซึ่งความสำคัญของ SEO นะคะ

00:15:35.692 --> 00:15:37.179
มันจะต้องเข้าใจ 3 เรื่องนี้ก่อน

00:15:37.203 --> 00:15:39.611
ก็คือการค้นหาแบบ Organic

00:15:40.120 --> 00:15:45.300
ก็คือค้นหาด้วยธรรมชาติของตัวผู้ใช้งานเองนะคะ

00:15:45.846 --> 00:15:49.726
คุณภาพของการเข้าเว็บไซต์ แล้วก็จำนวนการเข้าเว็บไซต์

00:15:50.060 --> 00:15:53.088
ซึ่งเราจะวัดจากการค้นหาแบบ Organic เท่านั้น

00:15:53.112 --> 00:15:55.860
ก็คือแบบที่ไม่เสียสตางค์นะคะ

00:15:56.720 --> 00:15:59.833
ซึ่งผลลัพธ์ในหน้า Search Engine นะคะ

00:16:00.925 --> 00:16:04.000
เราจะแยกเป็น 2 ส่วนของ SERP นะคะ

00:16:04.912 --> 00:16:09.221
ก็คือผลลัพธ์โดยทั่วไปกับผลลัพธ์ที่ต้องจ่ายสตางค์นะคะ

00:16:09.805 --> 00:16:11.710
ถามว่า User เป็นคนจ่ายไหม ไม่ใช่

00:16:12.250 --> 00:16:17.030
เป็นเจ้าของ... เจ้าของเว็บไซต์ หรือเจ้าของบริการนั้น ๆ

00:16:17.040 --> 00:16:19.590
ที่ชำระเงินให้กับ Search Engine นะคะ

00:16:19.690 --> 00:16:20.770
ลูกค้าไม่ได้เสีย

00:16:21.248 --> 00:16:23.930
เขายอมเสียเพื่อให้เขาได้อยู่หน้าแรกนะคะ

00:16:25.800 --> 00:16:28.585
อันแรกผลการค้นหาแบบ Organic

00:16:29.284 --> 00:16:31.830
ก็คือการค้นหาโดยที่เว็บไซต์นั้นไม่ได้จ่ายสตางค์

00:16:33.200 --> 00:16:35.450
เขาไม่ได้จ่ายเงินเพื่อให้อยู่หน้าแรกของ Search Engine

00:16:35.850 --> 00:16:38.709
แต่เขามีคำค้นหา

00:16:38.913 --> 00:16:41.588
มีจำนวนการเข้าที่ทำให้ Google

00:16:41.612 --> 00:16:44.922
ดึงข้อมูลเว็บไซต์เขามาอยู่อันดับหน้าแรกนะคะ

00:16:45.580 --> 00:16:50.340
ซึ่งการค้นหามันจะมีประโยชน์แล้วก็เกี่ยวข้องกับคนที่ค้นหามากที่สุด

00:16:51.750 --> 00:16:54.890
ซึ่งการจ่ายโฆษณาให้ Google นะคะ

00:16:55.980 --> 00:16:57.655
เขาเรียกว่า "PPC"

00:16:58.907 --> 00:17:07.623
Pay Per Click ก็คือมีจำนวนคลิกกี่ครั้งให้จ่ายเงินเท่านั้นนะคะ

00:17:07.720 --> 00:17:10.650
คลิกแสนครั้งก็จ่ายแสนบาท สมมตินะคะสมมติ

00:17:12.236 --> 00:17:14.058
การจัดวางการแสดงผล

00:17:14.576 --> 00:17:18.742
แตกต่างกับการหาคำ Organic ทั่วไปอย่างที่อาจารย์ให้ดูเมื่อกี้

00:17:19.213 --> 00:17:23.214
อันที่เสียสตางค์ที่คำว่าเป็น "Sponsored"

00:17:32.939 --> 00:17:36.653
นี่มีคำว่า "Sponsored" คือ เสียสตางค์นะคะ

00:17:36.917 --> 00:17:38.714
มีคำว่า "Sponsored" อยู่บนเว็บแบบนี้

00:17:39.879 --> 00:17:40.970
แต่ Shopee ไม่มีแล้ว

00:17:41.388 --> 00:17:44.660
แต่จำนวนคนเข้า Shopee แต่ละวันมันเยอะมันก็เลยยังอยู่หน้า 1

00:17:45.040 --> 00:17:49.210
แต่ก็อยู่อันดับไม่สูงเท่ากับสิ่งที่เสียสตางค์ให้ Google นะคะ

00:17:56.895 --> 00:17:58.172
เหมือนที่อาจารย์ให้ดูเมื่อกี้นี้

00:17:58.795 --> 00:18:00.960
ผลการค้นหาแบบ Organic จะอยู่ด้านล่าง

00:18:01.940 --> 00:18:04.288
ซึ่งการค้นหาแบบ Organic

00:18:04.478 --> 00:18:07.070
เราไม่เสียสตางค์ก็จริง แต่เราต้องทำ SEO ช่วย

00:18:07.080 --> 00:18:13.172
ก็คือหาคีย์เวิร์ดแล้วก็หาคอนเทนต์เนื้อหาที่ให้มันตรงกับที่ผู้บริโภค

00:18:13.196 --> 00:18:15.330
ผู้ใช้งาน ผู้เข้าชมเว็บไซต์

00:18:15.893 --> 00:18:18.642
หรือผู้ต้องการจะหาข้อมูลขององค์กรเรา

00:18:19.627 --> 00:18:21.774
ทำอย่างไรก็ได้ให้เขาค้นเจอเราแน่ ๆ

00:18:23.340 --> 00:18:26.600
แต่ข้างบน ก็คือเป็น PPC Pay Per Click

00:18:27.540 --> 00:18:32.220
สมมติว่าคลิกครั้งละ 10 สตางค์ ก็รอคูณเงินไปยิ่งมีคนกดเยอะ

00:18:33.360 --> 00:18:38.170
เพราะอันดับมันสูงใช่ไหม Google ก็จะได้สตางค์ไปด้วยนะคะ

00:18:39.980 --> 00:18:41.040
เหมือนกัน

00:18:42.639 --> 00:18:46.040
ข้างบนถ้าใครใช้ Google ที่เป็นภาษาไทย

00:18:46.064 --> 00:18:48.063
มันก็จะเขียนเลยว่าเป็นการโฆษณา

00:18:49.293 --> 00:18:54.673
ด้านล่าง คือ การค้นหาแบบ SEO แบบ Organic ไม่เสียสตางค์

00:18:55.290 --> 00:18:57.740
เว็บไซต์นั้นไม่ได้จ่ายสตางค์ให้ Google นะคะ

00:19:00.120 --> 00:19:02.721
ต่อมาข้อ 2 คุณภาพของการเข้าเว็บไซต์

00:19:03.769 --> 00:19:05.230
จากผลการค้นหาแบบ Organic

00:19:05.240 --> 00:19:09.726
ก็คือสามารถ... คุณสามารถจ่ายเงินเข้าให้กับ Google

00:19:09.751 --> 00:19:13.725
เพื่อให้โฆษณาของเรานี่อยู่บนหน้าแรกของ Google ได้ก็จริง

00:19:14.500 --> 00:19:20.351
แต่ว่าคนที่เข้ามาดูเว็บไซต์นี่เข้ามาค้นหา

00:19:20.381 --> 00:19:23.986
จะเป็นข้อมูลหรือวิธีการรักษานะคะ

00:19:25.150 --> 00:19:27.961
บางทีคุณอยากให้มันอยู่หน้าแรกก็จริงน่ะ

00:19:27.985 --> 00:19:30.630
แต่คุณต้องจ่ายเงินนะนะคะ

00:19:31.200 --> 00:19:36.960
แต่ถ้ามันมีคำว่า "โฆษณา" บางคนก็ไม่อยากกดนะคะ

00:19:37.370 --> 00:19:38.676
เหมือนกลัวกดเข้าไป

00:19:38.700 --> 00:19:43.550
แล้วแบบมันจะได้ข้อมูลสิ่งที่เขาต้องการจริงไหมนะคะ

00:19:44.030 --> 00:19:45.955
บางทีกดเข้าไปแล้วมันก็ไม่ตรงน่ะ

00:19:46.031 --> 00:19:49.260
เพราะว่าคำค้นหาที่ตรงใจเขาน่ะมันอยู่ด้านล่าง

00:19:50.380 --> 00:19:52.846
มันไม่ใช่สิ่งที่เขา... โฆษณาไว้นะคะ

00:19:53.738 --> 00:19:55.120
มันก็จะมีความเสี่ยงอยู่

00:19:55.870 --> 00:20:00.488
แต่ถ้าเราทั้งทำ SEO ด้วยทั้งทำ PPC ด้วย

00:20:00.848 --> 00:20:04.000
ก็คือทั้งค้นหาด้วยคีย์เวิร์ดเจอแน่นอน

00:20:04.025 --> 00:20:06.162
จ่ายเงินเพิ่มเข้าไปอีกนะคะ

00:20:07.048 --> 00:20:09.521
มันก็จะเป็นประโยชน์ในอนาคตของเว็บไซต์เราด้วย

00:20:10.210 --> 00:20:14.260
แต่ถ้าคุณแค่จ่ายสตางค์ แต่พอคนเข้ามาดูแล้วมันไม่ได้อะไร

00:20:14.270 --> 00:20:18.790
สรุปลูกค้าก็... หรือคนที่เข้ามาดูเขาก็กดออกจากเว็บไซต์

00:20:19.320 --> 00:20:23.460
คุณทั้งเสียเงินแล้วก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรเลยนะคะ

00:20:24.650 --> 00:20:28.088
เพราะฉะนั้น ไม่ใช่ว่าเสียเงินแล้วมันจะได้แล้วดีทุกอย่าง

00:20:28.175 --> 00:20:31.020
มันจะต้องเป็นเว็บไซต์ที่มีคุณภาพด้วยนะคะ

00:20:33.659 --> 00:20:35.584
การค้นหาแบบ Organic นี่

00:20:36.036 --> 00:20:38.176
มันก็จะต่างจากการเสียสตางค์ตรงนี้ล่ะ

00:20:39.100 --> 00:20:43.330
มันจะถูกจัดวางตามลำดับอัลกอริทึมของ Google นะคะ

00:20:44.070 --> 00:20:46.561
ซึ่งการ Search แบบ Organic นี่

00:20:46.586 --> 00:20:51.988
Search Engine มันจะให้ผลลัพธ์ที่มีคุณภาพมากกว่าการโฆษณา

00:20:52.020 --> 00:20:54.603
เพราะมันจะตรงกับสิ่งที่คุณต้องการ

00:20:54.627 --> 00:20:58.500
มากกว่าสิ่งที่เขาเสนอมาให้นั่นเองนะคะ

00:21:00.420 --> 00:21:06.120
ข้อ 3 จำนวนการเข้าเว็บไซต์ของการค้นหาแบบ Organic นะคะ

00:21:06.800 --> 00:21:08.915
มันก็จะเป็นจำนวนของผู้ใช้งาน

00:21:09.640 --> 00:21:10.827
ผ่านการค้นหาแบบ Organic

00:21:10.851 --> 00:21:16.320
ก็คือคนที่ไม่ได้กดจากเว็บไซต์ที่โฆษณานั่นเองนะคะ

00:21:16.990 --> 00:21:22.155
สาเหตุสำคัญที่ต้องทำไอ้ตัว SEO นะคะ

00:21:22.830 --> 00:21:27.976
ก็เพื่อจัดอันดับสิ่งที่เกี่ยวข้องสูงที่สุดนะคะ เท่าที่จะทำได้

00:21:29.234 --> 00:21:30.453
ให้อยู่อันดับบน ๆ

00:21:31.258 --> 00:21:39.161
มันจะยิ่งดึงให้คนที่เข้าดูเว็บไซต์นี่มีจำนวนมากแล้วก็มีคุณภาพ

00:21:39.910 --> 00:21:41.912
ถ้าคนเข้ามากอยู่แล้วนี่

00:21:42.543 --> 00:21:47.256
มันก็มีโอกาสที่เราจะขายของได้ จำนวนลูกค้ามันก็เพิ่มขึ้นนะคะ

00:21:49.210 --> 00:21:50.722
ข้อดีนะคะ

00:21:53.414 --> 00:21:55.570
ความยากของ SEO นี่มันมี

00:21:55.780 --> 00:22:01.330
แล้วถามว่าคนที่จบทางด้าน IT แล้วไปทำ SEO นี่เงินเดือนสูงนะคะ

00:22:01.383 --> 00:22:04.425
เพราะว่าถือว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างรายได้

00:22:04.456 --> 00:22:06.030
ให้กับเว็บไซต์ขององค์กรนั้น ๆ

00:22:07.628 --> 00:22:11.180
อาจจะเหนื่อยในการคิดในการจัดการ

00:22:11.190 --> 00:22:12.830
ทำอย่างไรก็ได้ให้เว็บไซต์เรานี่

00:22:12.855 --> 00:22:15.671
มันครอบคลุมการค้นหามากที่สุด

00:22:16.500 --> 00:22:20.400
ไม่เหมือนกับเราเสียเงินยิงโฆษณา ซึ่งต้องจ่ายทุกวัน

00:22:21.580 --> 00:22:25.121
ถ้าวันไหนไม่จ่ายโฆษณา... จ่ายค่าโฆษณานี่

00:22:25.940 --> 00:22:27.260
การค้นหามันจะไม่ขึ้น

00:22:28.730 --> 00:22:32.776
ถ้าใครเล่น Facebook หรือเล่น TikTok บ่อย ๆ เล่น IG ก็ได้

00:22:33.359 --> 00:22:35.555
ถ้าใครไปดูคลิปของพวกแม่ค้าแบบ...

00:22:35.692 --> 00:22:37.790
บางคนก็บอกโดน Hack บัตรเครดิต

00:22:37.810 --> 00:22:40.155
เพราะเสียค่ายิงโฆษณาไป

00:22:40.224 --> 00:22:45.300
อันนี้ล่ะนะคะ ก็เกิดจากการที่เขาต้องจ่ายบัตรเครดิต

00:22:45.310 --> 00:22:48.340
เพื่อยิงโฆษณาขายสินค้าให้เราเห็นทุกวัน

00:22:48.913 --> 00:22:51.838
ปล่อยคลิปมาให้เราเห็นตลอดทุกวันให้เราจำได้

00:22:51.862 --> 00:22:52.955
อันนั้นคือเสียสตางค์

00:22:53.378 --> 00:22:55.413
วันไหนไม่เสียโฆษณาไม่ขึ้น

00:22:56.530 --> 00:23:01.470
แต่ถ้าทำ SEO นี่มันเป็นความยั่งยืนของเว็บไซต์เรามากกว่านะคะ

00:23:02.830 --> 00:23:04.869
แต่อาจจะต้องใช้ความอดทน

00:23:06.468 --> 00:23:09.710
รอให้คนเข้ามาใช้เว็บไซต์เราเรื่อย ๆ

00:23:11.163 --> 00:23:16.353
ถ้าลักษณะของคำพูดภาษาทั่วไปบางคนเขาบอกรอวิวให้มันขึ้น

00:23:16.690 --> 00:23:21.530
บางคนก็บอกเดี๋ยวปั่นวิวก็ได้ให้มันมีการกดเข้าดูเว็บเยอะ ๆ

00:23:23.140 --> 00:23:26.007
แต่ถามว่ามันไม่ได้เสียสตางค์รายวัน

00:23:26.031 --> 00:23:28.890
เหมือนกันยิง Ads ยิงโฆษณานะคะ

00:23:29.540 --> 00:23:32.488
อาจจะใช้เวลาเป็นเดือน 3 เดือน 6 เดือนก็ว่ากันไป

00:23:32.512 --> 00:23:33.720
กว่าเว็บไซต์จะติดอันดับ

00:23:35.503 --> 00:23:40.688
ถ้าติดอันดับแล้วมันจะอยู่ยาวนะคะ

00:23:41.216 --> 00:23:45.669
แล้วมันก็คุ้มค่ากับสิ่งที่เรารอแล้วก็ลงทุนไป

00:23:45.694 --> 00:23:49.976
เพราะว่าถ้า Search แบบ Organic ถ้าคุณอยู่อันดับต้น ๆ แล้ว

00:23:52.516 --> 00:23:55.710
คุณไม่เสียสตางค์น่ะ แต่คุณก็ยังอยู่อันดับต้น ๆ นะคะ

00:23:56.539 --> 00:23:59.180
เพราะฉะนั้น ลงทุนอาจจะเหนื่อยหน่อยในครั้งแรก

00:24:00.300 --> 00:24:03.370
แต่ไม่ต้องจ่ายเสียเงินรายวันแบบที่เขายิง Ads กัน

00:24:05.960 --> 00:24:07.261
หลักการทำงานของ Google

00:24:07.285 --> 00:24:10.210
ในการจัดอันดับของเว็บไซต์ที่เป็น SEO นะคะ

00:24:11.790 --> 00:24:13.921
ก็มันจะมีกลไกอยู่ 3 ขั้นตอน

00:24:14.529 --> 00:24:15.870
Google จะตรวจสอบก่อน

00:24:16.380 --> 00:24:21.430
แล้วก็ทำ Index ก็คือทำดัชนีว่าลำดับข้อมูลตรงนี้อยู่ตรงไหน

00:24:21.440 --> 00:24:24.620
ชี้ตำแหน่งไปที่ไหนแล้วก็จัดลำดับ Ranking นะคะ

00:24:26.290 --> 00:24:29.511
Crawling นี่คือมันจะใช้ Googlebot

00:24:31.298 --> 00:24:35.733
คล้าย ๆ กับ... แมงมุมที่มีเครือข่ายออนไลน์

00:24:36.910 --> 00:24:39.921
มันจะสำรวจแล้วก็เก็บข้อมูลจากเว็บไซต์

00:24:40.783 --> 00:24:45.413
โดยมันจะติดตามลิงก์จากหน้าเว็บหนึ่งไปอีกหน้าเว็บหนึ่ง

00:24:46.025 --> 00:24:48.183
คล้ายกับใยแมงมุมที่เชื่อมกัน

00:24:48.393 --> 00:24:52.263
เชื่อมข้อมูลดูไป Search ไปค้นหาไปเรื่อย ๆ เป็น Bot

00:24:53.540 --> 00:24:55.019
แล้วจากนั้นก็มาทำ Index

00:24:56.238 --> 00:25:00.550
เหมือนกับการทำดัชนีในห้องสมุดก็ใช้ Googlebot นี่ล่ะ

00:25:01.340 --> 00:25:05.355
ก็วิเคราะห์เนื้อหา โครงสร้าง ข้อมูลต่าง ๆ จากเว็บไซต์

00:25:05.844 --> 00:25:07.980
แล้วก็จดเก็บไว้ในระบบ

00:25:09.980 --> 00:25:13.288
หลังจากนั้น Google เก็บข้อมูลจาก Bot ทุก Bot มาแล้ว

00:25:14.299 --> 00:25:17.540
มันจะมาทำ Ranking จัดลำดับนะคะ

00:25:18.086 --> 00:25:21.887
ว่าสิ่งที่มันทำการวิเคราะห์เนื้อหาโครงสร้างข้อมูลสิ่งต่าง ๆ นี่

00:25:22.552 --> 00:25:24.421
มันตรงกับคำค้นหาไหนมากที่สุด

00:25:25.566 --> 00:25:28.176
มันก็จะจัดลำดับไว้นะคะ

00:25:28.970 --> 00:25:31.412
จัดลำดับตามความเหมาะสม ความถูกต้อง

00:25:31.744 --> 00:25:34.630
ความต้องการของผู้ใช้งานนะคะ

00:25:35.393 --> 00:25:39.988
ถ้าเว็บไหนตรงกับความต้องการของ User มากที่สุด

00:25:40.012 --> 00:25:42.733
ก็ขึ้น Ranking เป็นอันดับต้น ๆ

00:25:45.360 --> 00:25:47.100
โดยการทำงานของ SEO นี่

00:25:47.637 --> 00:25:50.789
ถ้าต่อไปใครได้ไปทำงานหรือไปฝึกงานนะ

00:25:52.014 --> 00:25:53.427
มันก็จะมี 3 องค์ประกอบหลัก

00:25:54.310 --> 00:25:57.300
โดยมันจะแยกการทำงานออกอย่างชัดเจน

00:25:57.320 --> 00:25:59.987
ก็คืออันแรกเป็น SEO แบบ On-page

00:26:00.939 --> 00:26:05.080
แล้วก็แบบ Off-page แล้วก็แบบ Technical นะคะ

00:26:06.010 --> 00:26:10.941
โดยทั้ง 3 ส่วนนี้จะต้องเป็นส่วนที่เสริมพลัง

00:26:11.920 --> 00:26:14.300
เสริมการทำงานให้เกียรติกันและกัน

00:26:15.083 --> 00:26:18.311
ส่วนมากก็จะทำงานทั้ง 3 ส่วนนี้ไปด้วยกันนะคะ

00:26:19.269 --> 00:26:22.336
อันแรก On-page

00:26:24.256 --> 00:26:28.505
มันคือการที่ทำ Search Engine Optimization

00:26:28.529 --> 00:26:33.101
ก็คือการทำพัฒนาเว็บไซต์เรานี่ล่ะนะคะ ปรับปรุงเว็บ

00:26:35.113 --> 00:26:41.490
ที่หน้าเว็บเราจะต้องมีเนื้อหา มีคีย์เวิร์ด มีรูปภาพ

00:26:42.050 --> 00:26:45.900
มี HTML Tags ที่เคยพาทำไปแล้วเป็น Meta Tags อะไรพวกนั้น

00:26:46.660 --> 00:26:49.813
มี Internal Link ลิงก์ภายในเว็บเกิดอะไรขึ้น

00:26:49.837 --> 00:26:53.120
External Link ก็คือจะลิงก์ไปเว็บภายนอกเกิดอะไรขึ้น

00:26:53.560 --> 00:26:59.116
Meta Data นะคะ ก็คือเป็นการอธิบายตารางข้อมูลในฐานข้อมูล

00:26:59.140 --> 00:27:01.421
ว่ามันมี...

00:27:02.384 --> 00:27:05.901
อย่างเช่น เราตั้งคีย์เวิร์ดนี้มันหมายถึงอะไรนะคะ

00:27:06.510 --> 00:27:08.219
แล้วก็การกำหนด URL

00:27:09.224 --> 00:27:12.220
เว็บไซต์ของเรามันต้องชื่อว่าอะไร

00:27:13.430 --> 00:27:17.790
ที่ให้มันสื่อกับองค์กรหรือธุรกิจของเรานะคะ

00:27:19.390 --> 00:27:22.655
Off-page ก็คือเป็นการทำนอกเว็บไซต์

00:27:23.791 --> 00:27:25.837
เช่น การทำ Backlink นะคะ

00:27:26.150 --> 00:27:28.921
ก็คือลิงก์ที่อยู่ในคอนเทนต์ต่าง ๆ

00:27:28.945 --> 00:27:34.080
ถูกแฝงไว้อยู่ใน Banner คำอธิบายใต้คอมเมนต์

00:27:34.530 --> 00:27:38.890
ใต้แคปชันรูปภาพ เชื่อมต่อไปยังหน้าอื่น ๆ ในเว็บไซต์ของเรา

00:27:38.930 --> 00:27:41.788
หรือเชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์อื่น

00:27:41.879 --> 00:27:44.440
ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ของเราว่าต้องการจะเชื่อมไปไหน

00:27:45.400 --> 00:27:50.521
เช่น บางคนก็ถ้าทำเว็บไซต์ดูคลิปนี้ของเราเสร็จปึ๊บ

00:27:50.545 --> 00:27:52.460
ลิงก์ที่ไปที่หน้าตะกร้าได้เลย

00:27:53.010 --> 00:27:58.770
ก็คือเว็บไซต์ของเรา คือ ต้องการให้ดูเสร็จแล้วก็ไปซื้อของนะคะ

00:27:59.640 --> 00:28:01.221
การทำคอนเทนต์ Marketing

00:28:01.829 --> 00:28:06.230
การทำการตลาดโดยการทำสื่อทำอะไรบ้าง

00:28:07.880 --> 00:28:12.853
การทำแบบเจาะพื้นที่ลงไปดูสิว่าเว็บไซต์เรานี่มัน...

00:28:14.802 --> 00:28:17.541
ลองไปให้สำรวจให้คนภายนอกดูสิ

00:28:17.565 --> 00:28:19.835
ว่าเข้าเว็บไซต์เราแล้วเขารู้สึกอย่างไร

00:28:19.860 --> 00:28:22.116
แบบเป็นแบบเหมือนทำแบบประเมินความพึงพอใจ

00:28:22.721 --> 00:28:28.280
หรือเป็นแบบวัดประสบการณ์ของผู้ใช้งานนะคะ

00:28:29.440 --> 00:28:31.910
การทำ Social Media Marketing ซึ่งเห็นได้เยอะมาก

00:28:32.040 --> 00:28:34.421
แล้วก็ทำอย่างไรก็ได้ให้ติดกระแสบนโลกออนไลน์

00:28:34.445 --> 00:28:35.460
เช่น การใส่ Hashtag

00:28:37.241 --> 00:28:39.953
อันนี้คือทำภายนอกเว็บไซต์เราแล้ว ไม่ได้ทำในเว็บเรานะ

00:28:40.450 --> 00:28:42.253
เช่น เราอยากโปรโมตเว็บไซต์เราก็จริงน่ะ

00:28:42.425 --> 00:28:44.720
แต่เราไปทำการตลาดบน TikTok IG Facebook

00:28:45.772 --> 00:28:48.260
อันนี้คือ Social Media Marketing นะคะ

00:28:50.343 --> 00:28:53.270
แล้วก็เป็น Technical SEO ก็คือในเชิงเทคนิค

00:28:54.210 --> 00:28:56.941
ทำอย่างไรก็ได้ให้... Googlebot นะคะ

00:28:56.965 --> 00:29:01.370
หรือว่า User นี่เขามาใช้งานเว็บไซต์เรามากที่สุด

00:29:02.040 --> 00:29:03.887
เช่น การวางโครงสร้างเว็บไซต์

00:29:03.911 --> 00:29:06.310
ทำไมอาจารย์บางท่านถึงจ้ำจี้จ้ำไช

00:29:06.320 --> 00:29:10.950
บอกว่าทำไมเว็บไซต์คุณออกแบบนี้ ทำไมเมนูมันเข้ายากมันดูยาก

00:29:12.480 --> 00:29:15.488
ไม่ใช่แค่ Bot ที่ยาก คนเข้าไปดูก็ยังยาก

00:29:16.336 --> 00:29:19.460
แล้ว Bot มันจะไปอยากใช้หรือนะคะ

00:29:19.940 --> 00:29:21.455
เช่น วางโครงสร้างเว็บไซต์

00:29:21.801 --> 00:29:23.830
เหมือนคุณบอกว่าอยากให้สมัครสมาชิก

00:29:24.000 --> 00:29:26.430
สมัครสมาชิกมันควรจะอยู่หน้าแรก ๆ เลย

00:29:26.790 --> 00:29:30.721
แต่อันนี้กว่าจะไปสมัครสมาชิกได้เข้าไป 4-5 หน้ากว่าจะเห็น

00:29:31.030 --> 00:29:32.100
อันนี้ไม่เหมาะแล้ว

00:29:32.920 --> 00:29:38.430
การทำ Sitemap ก็คือเป็นการที่มันจะมีปุ่มปุ่มหนึ่ง

00:29:39.373 --> 00:29:42.221
กด Sitemap เพื่อให้ดูโครงสร้างทั้งหมดของเว็บไซต์

00:29:42.251 --> 00:29:44.345
ว่ามันมีเมนูอะไรให้เราเลือกบ้าง

00:29:44.488 --> 00:29:45.600
โดยที่ไม่ต้องใส่...

00:29:47.147 --> 00:29:48.255
เขาเรียกว่าอะไรล่ะ

00:29:50.366 --> 00:29:53.110
คอนเทนต์ที่มันรก ๆ มาก ๆ ไม่ต้อง

00:29:53.540 --> 00:29:57.361
เอาหัวข้อหลัก ๆ มากางให้ดูเลยว่าคนที่เข้ามาใช้งาน

00:29:57.385 --> 00:29:59.090
เขาอยากใช้ข้อมูลตัวไหน

00:29:59.120 --> 00:30:01.200
เข้าไปดูอะไรก็สามารถเข้าดูได้เลย

00:30:02.110 --> 00:30:05.980
รวมถึงเว็บไซต์ที่ทำจะต้องเป็นแบบ Mobile Friendly

00:30:06.310 --> 00:30:07.886
คล้าย ๆ กับที่คุณใช้งาน Facebook

00:30:08.558 --> 00:30:09.790
Social Media ทั้งหลายแหล่น่ะ

00:30:11.820 --> 00:30:14.153
ใช้งานหน้าเว็บบนคอมฯ

00:30:14.985 --> 00:30:17.328
กับใช้งานบนแอปพลิเคชันในโทรศัพท์

00:30:18.653 --> 00:30:19.840
ใช้งานง่ายเหมือนกัน

00:30:21.028 --> 00:30:22.921
หรือถ้าสิ่งที่คุณทำเว็บไซต์

00:30:24.518 --> 00:30:28.273
ผมออกแบบมาเฉพาะให้แสดงผลบนจอคอมฯ นี่ตกแล้ว

00:30:29.310 --> 00:30:31.520
มันจะต้องเขาเรียกว่าอะไรนะ Compatible

00:30:31.530 --> 00:30:37.040
ก็คือมันจะมีการเขียนเว็บเขียนโรงสร้างของโค้ดโปรแกรม

00:30:37.050 --> 00:30:40.790
ว่ามันจะต้องไป Detect ว่าอุปกรณ์ที่แสดงผลนี่

00:30:40.920 --> 00:30:45.010
ตอนนี้มันวางหน้าจอเป็นอย่างไร แนวตั้ง แนวนอน ขนาดจอเท่าไร

00:30:45.620 --> 00:30:48.488
แล้วมันก็ให้ปรับคอนเทนต์ของเว็บไซต์นั้นเป็นอัตโนมัติเลยนี่

00:30:48.512 --> 00:30:50.880
เดี๋ยวนี้มันเขียนได้อยู่แล้วนะคะ

00:30:51.485 --> 00:30:55.188
แล้วก็เว็บที่ Responsive Website

00:30:55.212 --> 00:30:58.131
ก็คือเป็นการตอบสนองที่ถูกต้อง

00:30:58.429 --> 00:31:02.210
กดปุ่มแล้วได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ

00:31:03.335 --> 00:31:07.553
มีความปลอดภัยเป็น Secure HTTP นะคะ

00:31:07.939 --> 00:31:08.969
อันนี้เคยพูดไปแล้ว

00:31:09.409 --> 00:31:11.581
แล้วก็การปรับแต่งความเร็วของเว็บไซต์

00:31:11.605 --> 00:31:14.160
เหมือนที่อาจารย์พูดตอนต้น ก็คืออย่าให้มันโหลดนาน

00:31:16.230 --> 00:31:17.921
รูปภาพที่ใช้ก็ไม่ควรมี

00:31:17.945 --> 00:31:20.780
หรือคอนเทนต์ที่ใช้เว็บไซต์ก็ไม่มีควรมีขนาดใหญ่มาก

00:31:22.500 --> 00:31:25.050
เพราะว่าถ้าคุณจะเอาความละเอียดหรือความใหญ่มาก ๆ นี่

00:31:25.900 --> 00:31:28.430
ระยะเวลาในการโหลดมันก็จะนานนะคะ

00:31:30.930 --> 00:31:35.688
ทำอย่างไรให้เว็บที่เราทำ SEO นี่

00:31:35.725 --> 00:31:37.843
มันติดอยู่บนหน้าแรกของ Google

00:31:39.222 --> 00:31:42.320
ออกแบบโครงสร้างให้ง่ายให้เว็บโหลดได้เร็ว

00:31:43.659 --> 00:31:48.030
ไม่ควรโหลดนานเกิน 3 วินาที ตั้งแต่คลิก 1 2 3 ต้องติด

00:31:49.520 --> 00:31:50.248
ถ้าช้ากว่านั้น

00:31:50.272 --> 00:31:55.780
ก็คือคุณทำคอนเทนต์ในเว็บเยอะเกินไปแล้ว ใหญ่เกินไป

00:31:57.650 --> 00:32:00.540
Responsive Web ก็คือแสดงผลได้ทุกอุปกรณ์

00:32:01.870 --> 00:32:03.828
ใช้งานผ่านมือถือก็ต้องเป็น Mobile Friendly

00:32:03.852 --> 00:32:05.250
ก็คือปุ่มกดต้องกดง่าย

00:32:06.480 --> 00:32:10.660
User Friendly ตั้ง URL ให้ URL Friendly นะคะ

00:32:10.685 --> 00:32:13.658
ก็คือตั้งให้จำง่าย สื่อความหมาย

00:32:14.397 --> 00:32:16.675
กระชับเข้าใจง่าย ๆ ไม่ต้องตั้งยืดเยื้อ

00:32:17.880 --> 00:32:21.800
UX UI ต้องใช้งานง่าย สวยงาม โทนสีต้องถูก

00:32:24.210 --> 00:32:27.029
ทำเกี่ยวกับสมมติเครื่องสำอางผู้หญิง

00:32:27.053 --> 00:32:31.300
ก็ควรใช้สีสดใสไม่ควรเป็นสีขรึม ๆ ใช่ไหม

00:32:31.875 --> 00:32:34.370
แต่ถ้าเป็นเครื่องสำอางผู้ชายก็จะเป็นโทนเข้ม ๆ

00:32:35.330 --> 00:32:39.250
ให้มันแบบรู้ได้เลยว่าเป็นของใช้สำหรับผู้ชายอะไรประมาณนี้นะคะ

00:32:40.720 --> 00:32:42.188
การปรับแต่งรูปภาพ

00:32:43.522 --> 00:32:46.330
ควรจะเป็นรูปภาพที่เหมาะกับการแสดงผลบนเว็บ

00:32:48.650 --> 00:32:51.420
อย่างรูปภาพก็ควรจะใช้เป็นไฟล์ PNG

00:32:51.430 --> 00:32:55.600
เหมือนไฟล์ที่มีความละเอียดระดับหนึ่งขนาดเล็กเพื่อให้โหลดง่าย

00:32:56.330 --> 00:33:01.300
ใส่ Alternative Text ก็คือให้แสดงว่าถ้ารูปนี้เป็นลิงก์

00:33:01.503 --> 00:33:04.487
ก็ต้องเอาเมาส์ไปวางแล้วรู้ว่ารูปนี้มันจะคลิกไปที่ไหน

00:33:04.852 --> 00:33:06.453
ต้องใส่ด้วยนะคะ

00:33:08.780 --> 00:33:12.110
ทำ Keyword Search การค้นหาคีย์เวิร์ด

00:33:12.810 --> 00:33:16.620
คีย์เวิร์ดจะต้องเกี่ยวข้องกับสินค้า บริการ ธุรกิจ องค์กร

00:33:17.730 --> 00:33:19.738
ที่ไม่ว่าจะใช้คำใด ๆ ก็ตาม

00:33:19.830 --> 00:33:25.480
Search ที่เกี่ยวข้องกับองค์กรของเราจะต้องเจอนะคะ

00:33:26.390 --> 00:33:30.455
เช่น พิมพ์คำว่า "มหาลัยสกลนคร" "บ้านธาตุ" "เมือง"

00:33:30.479 --> 00:33:34.910
ก็ต้องเจอราชภัฏอะไรแบบนี้นะคะ

00:33:35.582 --> 00:33:40.664
ซึ่งถ้าการทำ SEO โดยที่ไม่มีการทำ Keyword Research ก่อน

00:33:40.689 --> 00:33:44.256
คือ ไม่มีการแบบมานั่งคุยกันก่อน

00:33:44.280 --> 00:33:47.831
ว่าคีย์เวิร์ดมันควรจะมีคำว่าอะไรบ้าง หรือว่าวางแผนล่วงหน้านี่

00:33:49.140 --> 00:33:53.050
คนที่เข้ามาใช้บริการเว็บไซต์อาจจะไม่ใช่กลุ่มคนที่เหมาะสม

00:33:53.870 --> 00:33:56.340
หรือคนที่ต้องการจะเข้ามาซื้อสินค้าเรา

00:33:56.350 --> 00:33:59.388
หรือบางทีว่าทำ ๆ ไปอย่างนั้นแหละ

00:33:59.412 --> 00:34:01.941
สุดท้ายเขาก็ค้นหาไม่เจออยู่ดีอะไรอย่างนี้

00:34:03.013 --> 00:34:04.170
ผลลัพธ์มันก็ไม่ตรง

00:34:05.210 --> 00:34:07.618
เหมือนทำเว็บดีมาก แต่คีย์เวิร์ดไม่ใส่

00:34:07.923 --> 00:34:10.460
เขาก็หาเว็บเราไม่เจอสักที เป็นต้นนะคะ

00:34:12.750 --> 00:34:17.015
สร้างคอนเทนต์ที่มีคุณภาพตามเกณฑ์ของ Google

00:34:17.040 --> 00:34:20.441
ก็คือ E-E-A-T นะคะ

00:34:21.200 --> 00:34:26.440
จะต้องตรงกับประสบการณ์ผู้ใช้ มีความเชี่ยวชาญในการออกแบบ

00:34:28.000 --> 00:34:34.270
ออกแบบคอนเทนต์ที่มีอิทธิพลต่อความต้องการของลูกค้า

00:34:34.280 --> 00:34:38.471
หรือจูงใจให้เขาสนใจสินค้า หรือบริการ

00:34:38.495 --> 00:34:40.100
หรือว่าข้อมูลขององค์กรของเรา

00:34:40.700 --> 00:34:42.751
แล้วก็ต้องมีความน่าเชื่อถือ

00:34:44.250 --> 00:34:48.350
บทความที่ทำเป็น SEO จะต้องมีประโยชน์

00:34:48.360 --> 00:34:52.076
แล้วก็สามารถตอบคำถามกับผู้อ่านได้

00:34:52.501 --> 00:34:54.510
ไม่ใช่เขียนไปแล้วอ่านแล้วก็ไม่เข้าใจ

00:34:55.880 --> 00:35:01.230
เนื้อหารูปแบบข้อความจะต้องตรงกับจุดประสงค์ของคำค้นหา

00:35:02.776 --> 00:35:05.788
การเขียนบทความเขาจะมีกำหนดคำเลย

00:35:05.928 --> 00:35:08.986
800-1,000 คำแค่นั้นนะคะ

00:35:09.820 --> 00:35:12.158
แล้วก็จะต้องมีการอัปเดตเนื้อหาเสมอ

00:35:13.697 --> 00:35:14.930
ปรับปรุงตาม...

00:35:15.770 --> 00:35:19.630
ไม่ใช่ปีนี้ 2024 คีย์เวิร์ดคุณยังเป็น 2022 อย่างนี้

00:35:19.890 --> 00:35:23.180
แล้วมันจะเจอได้อย่างไรล่ะ ข้อมูลคุณเปลี่ยนแล้วนะคะ

00:35:25.640 --> 00:35:28.321
ทำ Backlink คุณภาพ ก็คือการลิงก์ไปยังเว็บไซต์อื่น

00:35:29.011 --> 00:35:33.880
หรือการใส่เว็บไซต์ของเรากับเว็บคนอื่นมันจะเป็นการเพิ่มคะแนน

00:35:33.970 --> 00:35:36.328
เพราะว่ามันจะมองว่าเราน่าเชื่อถือ

00:35:36.352 --> 00:35:42.070
เพราะว่ามีคนอ้างอิงเรายืนยันเราเทียบกันนะคะ

00:35:42.670 --> 00:35:44.688
สามารถทำด้วยตัวเองก็ได้

00:35:44.712 --> 00:35:47.021
หรือจะจ้าง Agency ก็ได้ซึ่งก็อย่างที่บอกค่ะ

00:35:47.045 --> 00:35:51.721
การทำ SEO เป็นอาชีพหนึ่งที่ปัจจุบันรายได้ดี

00:35:53.185 --> 00:35:57.288
เช่น อาจจะมีการโพสต์คอนเทนต์ต่าง ๆ ของเราไปอยู่บนเว็บไซต์

00:35:57.319 --> 00:36:00.002
ที่มีคนใช้งานเยอะ

00:36:00.026 --> 00:36:03.930
อย่างเว็บไซต์ที่คนเข้าไปคุยกัน Pantip.com อะไรอย่างนี้

00:36:04.710 --> 00:36:07.240
เราก็มีการแทรกเว็บไซต์ของเราลงไปด้วย

00:36:07.250 --> 00:36:11.580
ไปคุยกับเขาแล้วก็บอกด้วยว่าข้อมูลนี่ไปดูเว็บไซต์เราก็ได้นะนะคะ

00:36:12.130 --> 00:36:14.173
หรือว่าไปซื้อพื้นที่สื่อ

00:36:14.919 --> 00:36:20.940
เช่น เพจข่าว เพจอะไรที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน

00:36:22.450 --> 00:36:24.270
ขอแลกลิงก์กับเว็บไซต์อื่นก็ได้

00:36:25.256 --> 00:36:26.655
แล้วก็อาจจะเอาเว็บไซต์

00:36:26.923 --> 00:36:31.076
ไปโพสต์ลง Social Media ขององค์กรเราเองก็ได้นะคะ

00:36:31.710 --> 00:36:33.256
เหมือนอะไรน่ะ

00:36:34.175 --> 00:36:37.017
คลิปพวกคลินิกทำหน้าอะไรพวกนี้

00:36:37.135 --> 00:36:38.296
เขาก็จะทำคอนเทนต์

00:36:38.488 --> 00:36:44.280
สักพักเขาก็ให้ลิงก์ไปที่หน้าการจองคอร์สอะไรของเขาก็ว่าไปนะคะ

00:36:46.510 --> 00:36:49.413
เครื่องมือที่ช่วยทำ SEO เบื้องต้นที่ได้รับความนิยม

00:36:49.437 --> 00:36:51.710
แน่นอนก็เป็น Google อยู่แล้วนะคะ

00:36:52.146 --> 00:36:56.586
แล้วก็จะมีอีก 3-4 ตัวที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันนะคะ

00:36:57.163 --> 00:37:02.513
อันแรกเราอยากให้มันติดหน้าแรก Google เราก็ต้องใช้ Google

00:37:03.323 --> 00:37:05.654
เรียกว่า "Google Search Console" นะคะ

00:37:06.293 --> 00:37:09.153
ก็จะใช้การเก็บข้อมูล ตรวจสอบ วิเคราะห์

00:37:10.375 --> 00:37:12.727
การจราจรบนเว็บไซต์นี่นะคะ

00:37:13.699 --> 00:37:18.555
ก็คือเก็บสถิติคนเข้าคนออกเว็บไซต์อย่างละเอียดนะ

00:37:19.330 --> 00:37:21.041
ต่อมาเป็น Google Analytics

00:37:22.866 --> 00:37:26.715
ก็จะเก็บข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานของ User ที่ข้อมูลเว็บไซต์

00:37:26.739 --> 00:37:28.855
เช่น เข้ามาเว็บ 2 วินาทีแล้วก็ออก

00:37:30.292 --> 00:37:33.060
เข้ามาไถ่ ๆ ดูนิดหนึ่งแล้วก็ออก

00:37:33.070 --> 00:37:36.440
แสดงว่าเว็บไซต์นั้นไม่ต้องกับความต้องการของ User แล้ว

00:37:38.498 --> 00:37:41.637
อันที่ 3 เป็น Yoast SEO นะคะ

00:37:42.307 --> 00:37:46.360
เป็นปลั๊กอินที่ใช้ในการตรวจสอบคุณภาพของ SEO บน WordPress

00:37:47.370 --> 00:37:49.688
ใครนิยมใช้ WordPress ในการสร้างเว็บไซต์

00:37:49.712 --> 00:37:52.910
ก็สามารถเอาปลั๊กอินตัวนี้ไปใส่ก็ได้นะคะ

00:37:53.661 --> 00:37:57.801
ต่อมาเป็น Ahrefs หรือว่า AH Refs นะคะ

00:37:58.488 --> 00:38:00.792
มีฟีเจอร์สำหรับทำ SEO

00:38:01.074 --> 00:38:04.688
ครบทั้ง On-Page Off-Page แล้วก็ Technical อื่น ๆ

00:38:04.712 --> 00:38:06.680
เยอะแยะมากมายนะคะ

00:38:07.590 --> 00:38:11.320
ต่อมาเป็น SEMrush หรือว่า SEM Rush นะคะ

00:38:11.910 --> 00:38:16.520
ก็วิเคราะห์เว็บไซต์ตรวจสอบคีย์เวิร์ดที่เหมาะสมในการทำเว็บ

00:38:16.770 --> 00:38:21.180
เช็กคุณภาพของ Backlink ที่ออกไปสู่ภายนอกนะคะ

00:38:21.653 --> 00:38:26.633
อันนี้ก็เป็น 5 เครื่องมือที่ปัจจุบันได้รับความนิยมอันดับต้น ๆ

00:38:27.230 --> 00:38:31.760
ที่แน่ ๆ Google นี่แน่นอนอยู่แล้วนะคะ

00:38:34.030 --> 00:38:37.140
ข้อดีของการทำ SEO ที่มีผลต่อการตลาดออนไลน์

00:38:37.170 --> 00:38:43.410
แน่นอนทำให้คนรู้แบรนด์สร้างการจดจำตัวสินค้าบริการ

00:38:44.230 --> 00:38:47.136
ถ้ายังไม่มีจุดยอดขายก็ยังไม่เป็นอะไร

00:38:47.160 --> 00:38:49.650
ขอให้เขารู้จักเราก่อนนะคะ

00:38:50.566 --> 00:38:54.907
ข้อ 2 คือ ทำให้คนเข้ามาดูเว็บไซต์เรามากขึ้นนะคะ

00:38:55.707 --> 00:38:58.726
ไม่ต้องเสียเงินค่ายิง Ads รายวัน

00:39:00.579 --> 00:39:04.121
ต่อมา ก็คือช่วยเพิ่มกลยุทธ์ทำให้อยู่ในการตลาด

00:39:04.145 --> 00:39:06.693
ไม่ว่าจะเป็นภายในภายนอกตลาด

00:39:08.580 --> 00:39:11.290
เราก็ยังเป็นที่รู้จัก

00:39:12.142 --> 00:39:15.630
แต่เราต้องทำวิจัยคำค้นหา

00:39:15.640 --> 00:39:19.921
หรือว่า Research ของการค้นหาคำคีย์เวิร์ดก่อน

00:39:20.564 --> 00:39:23.160
ให้ตรงกับหมวดหมู่สินค้าบริการ

00:39:24.950 --> 00:39:28.830
ยิ่งถ้าทำวิจัยเยอะ หรือว่าเก็บข้อมูลเยอะนี่มันก็จะตรงมากขึ้น

00:39:29.750 --> 00:39:34.621
แล้วก็ช่วยเพิ่มผลลัพธ์ของการที่เราขายได้ตามเป้า

00:39:35.606 --> 00:39:36.765
การสร้างยอดขาย

00:39:37.424 --> 00:39:38.832
อาจจะทำการแบบสำรวจ

00:39:38.856 --> 00:39:41.672
ลงทะเบียนจองห้องพัก จองคอนโด

00:39:42.428 --> 00:39:47.650
จองสินค้านะคะ Preorder ต่าง ๆ

00:39:49.860 --> 00:39:52.617
แล้วเราก็จะติดตามพฤติกรรมในการซื้อของลูกค้า

00:39:52.641 --> 00:39:54.030
ในการทำตลาดต่อไป

00:39:54.840 --> 00:39:56.723
ไม่ใช่เขาซื้อครั้งเดียวแล้วเขาหายไปเลย

00:39:57.335 --> 00:40:01.190
เราอยากให้เขาซื้อซ้ำ แบบนี้เป็นต้นนะคะ

00:40:03.680 --> 00:40:05.373
ประหยัดเงินที่ใช้ในการลงโฆษณา

00:40:05.397 --> 00:40:09.090
เพราะว่าถ้าเราทำ SEO นี่ถ้ามันติดหน้าแรกแล้วมันติดยาว

00:40:11.230 --> 00:40:14.603
ซึ่งการทำ SEO นี่ถือว่าลงทุนต่ำที่สุดแล้ว

00:40:14.715 --> 00:40:16.280
สำหรับการทำการตลาดออนไลน์

00:40:17.563 --> 00:40:21.218
แต่มันยากนะคะ

00:40:21.750 --> 00:40:23.597
ยากในที่นี้ คือ ตั้งแต่การทำวิจัย

00:40:23.621 --> 00:40:27.213
การคิดคีย์เวิร์ด การคิดคอนเทนต์ การทำเว็บ

00:40:28.390 --> 00:40:32.010
แต่ถ้าคุณทำได้มันจะสร้างความน่าเชื่อถือนะคะ

00:40:33.410 --> 00:40:38.260
มันจะดูเหมือนว่าเว็บไซต์ของเรา องค์กรของเรามีความเชี่ยวชาญ

00:40:39.890 --> 00:40:44.640
แล้วความน่าเชื่อถือจะเกิดขึ้นเพราะว่าเราขึ้น Search หน้าแรกนะคะ

00:40:45.530 --> 00:40:47.021
ถ้าเราอยู่หน้าแรกนาน

00:40:48.064 --> 00:40:51.410
คนซื้อหรือโอกาสที่เราจะขายของได้มันมีเยอะแน่นอน

00:40:52.340 --> 00:40:56.455
มันก็ทำให้เรามีกำไรนะคะ

00:40:56.980 --> 00:41:03.950
แล้วก็เป็นองค์กรที่มีการซื้อซ้ำเกิดขึ้นมีความยั่งยืนอย่างนั้นดีกว่า

00:41:04.860 --> 00:41:07.921
ค่าใช้จ่ายก็จะลดลงเพราะว่าคุณไม่ได้ทำ SEO ทุกวัน

00:41:09.456 --> 00:41:12.010
ไม่ต้องจ่ายค่าโฆษณาทุกวันนะคะ

00:41:12.377 --> 00:41:18.130
อาจจะเหนื่อยหน่อย แต่อยู่ได้นานขายได้นานนะคะ

00:41:20.910 --> 00:41:26.088
ก็วันนี้ลองดูสิว่านอกจากเครื่องมือ 5 ตัวนี้

00:41:27.200 --> 00:41:30.050
มันยังมีตัวอื่นอีกไหม

00:41:30.760 --> 00:41:34.721
แล้วตัวที่คุณลองหามานี่มันมีข้อดีอย่างไรบ้าง

00:41:34.813 --> 00:41:36.790
หรือมันมีลักษณะการทำงานอย่างไร

00:41:37.360 --> 00:41:39.515
อธิบายสั้น ๆ เหมือนของอาจารย์ก็ได้ค่ะ

00:41:39.800 --> 00:41:40.843
แต่หาเพิ่มดูสิ

00:41:41.128 --> 00:41:45.830
มันไม่ได้มีแค่ 5 ตัวนี้มีอีกเยอะมากนะคะ

00:41:46.218 --> 00:41:47.726
นอกจากสิ่งที่มัน Word กับ...

00:41:47.751 --> 00:41:49.249
มันเหมาะกับ WordPress แล้ว

00:41:49.280 --> 00:41:53.128
มันอาจจะมีตัวที่เหมาะกับการใช้เครื่องมืออื่น ๆ

00:41:53.152 --> 00:41:55.620
ในการสร้างเว็บไซต์ก็ได้นะคะ

00:41:56.410 --> 00:42:00.250
ลองดูสิว่านอกจาก 5 ตัวนี้แล้วมันมีตัวไหนอีกที่น่าสนใจนะคะ

00:42:01.760 --> 00:42:03.217
ข้อมูลเยอะมากใน Google

00:42:05.888 --> 00:42:08.740
นอกเหนือจากที่ยกตัวอย่างไปแล้วนะคะ

00:42:09.520 --> 00:42:12.188
ก็ลองหาดูอธิบายเบื้องต้นดูว่า...

00:42:12.212 --> 00:42:13.440
ไม่ต้องก๊อบฯ มาทั้งหมดนะ

00:42:13.470 --> 00:42:17.240
เอาคร่าว ๆ ว่าเขาดีอย่างไร หรือว่ามันน่าสนใจตรงไหนนะคะ

00:42:18.047 --> 00:42:21.269
ทำเสร็จแล้วก็ส่งใน Classroom เหมือนเดิมนะคะ

00:42:22.048 --> 00:42:24.130
เดี๋ยวเริ่มทำได้เลยค่ะ