﻿WEBVTT

00:00:09.240 --> 00:00:12.120
(คุณครูเชาวนี) เด็ก ๆ พี่มาแล้วลูกมานั่ง

00:00:17.810 --> 00:00:19.760
อันนี้เอาที่หลังลูกมาเรียนก่อนอย่าเพิ่ง

00:00:21.800 --> 00:00:23.730
ไปนั่งที่ให้เรียบร้อยก่อนนะคะ

00:00:24.310 --> 00:00:26.290
ยังไปนั่งที่ก่อน

00:00:26.775 --> 00:00:29.810
ยังไม่ถึงเวลาตอบคำถามอย่าเพิ่งออกมานะ

00:00:31.180 --> 00:00:33.760
วันนี้เราเรียนคาบสุดท้ายนะคะ

00:00:33.780 --> 00:00:36.360
สำหรับห้อง ม.5/1 นะ

00:00:38.110 --> 00:00:40.460
ยังจำได้ไหมลูก เราเรียนอะไรไปบ้าง

00:00:40.930 --> 00:00:43.250
เราเรียนอะไรไปบ้างคะ ตั้งแต่เปิดเทอมมานี่

00:00:43.260 --> 00:00:46.550
เราเรียนหัวข้ออะไรบ้างคะ จำได้ไหม

00:00:48.180 --> 00:00:50.600
ครูสอนไปแล้ว 2 เรื่องนะคะ

00:00:50.710 --> 00:00:52.140
ในขณะที่ ม.5 น่ะ

00:00:52.150 --> 00:00:53.920
จะต้องเรียนทั้งหมดอยู่ 3 หัวข้อ

00:00:53.940 --> 00:00:55.350
3 เรื่องด้วยกันนะคะ

00:00:55.600 --> 00:00:56.840
เรื่องแรกเรื่องอะไรคะ

00:00:57.310 --> 00:01:02.070
เลขยกกำลังเรื่องแรก คือเลขยกกำลัง

00:01:02.180 --> 00:01:04.750
จำได้ไหม a ยกกำลัง n

00:01:06.320 --> 00:01:10.080
มันหมายถึงอะไรลูก มันหมายถึงการคูณใช่ไหม

00:01:11.020 --> 00:01:14.380
a เป็นฐาน a คือ เลขที่อยู่ข้างล่างนี่ เป็นฐาน

00:01:14.450 --> 00:01:16.690
เอาตัวนั้นมาคูณกันกี่ครั้ง

00:01:17.010 --> 00:01:19.630
ให้ไปดูเลขชี้กำลัง คือ ตัว n

00:01:20.020 --> 00:01:23.190
ถ้าสมมุติว่า 5 ยกกำลัง 3

00:01:23.550 --> 00:01:27.420
นั่นหมายถึง 5 คูณกันกี่ครั้งคะ

00:01:28.810 --> 00:01:31.690
5 คูณกันกี่ครั้งลูก เอา 5 มาคูณกี่ครั้ง

00:01:35.100 --> 00:01:39.760
ถูกต้อง 5 5 5 คูณกันอยู่ 3 ครั้งนั่นเองนะ

00:01:40.090 --> 00:01:44.350
5 ยกกำลัง 3 เอา 5 มาคูณกันอยู่ 3 ครั้ง

00:01:44.404 --> 00:01:47.254
อันนี้คือ เลขยกกำลังนะคะ

00:01:47.790 --> 00:01:52.160
หัวข้อที่ 2 ที่คุณครูสอนไปคือเรื่องของอะไรคะ

00:01:52.610 --> 00:01:56.960
ค่ารากนะคะ รากที่ n นะคะ รากที่ n

00:01:57.360 --> 00:02:01.160
คืออะไร มันจะตรงกันข้ามเลย

00:02:01.770 --> 00:02:04.090
มันจะเป็นคู่กันกับเลขยกกำลังนะคะ

00:02:04.190 --> 00:02:06.510
เหมือนบวกกับลบนี่จะตรงกันข้ามเลย

00:02:07.210 --> 00:02:11.030
คูณกับหารนะคะ เลขยกกำลังจะตรงกันข้าม

00:02:11.040 --> 00:02:13.930
กับรากที่ n นะ ดูนะ

00:02:14.530 --> 00:02:17.880
จำได้ไหมสัญลักษณ์ของรากอย่างไร

00:02:18.300 --> 00:02:22.210
เขียนอย่างไรนะ จำได้ไหมลูกอย่างนี้

00:02:24.880 --> 00:02:26.940
ใช่ ถ้าข้างนอก ข้างนอกสัญลักษณ์น่ะ

00:02:26.940 --> 00:02:28.410
เราไม่ใส่ตัวเลขเลย

00:02:28.420 --> 00:02:30.610
นั่นหมายถึงว่าเป็นรากที่ 2 นะคะ

00:02:30.950 --> 00:02:34.190
แต่ถ้าเมื่อไรที่เราเขียนเลข 3 อยู่ข้างนอกน่ะ

00:02:34.280 --> 00:02:37.160
ก็เป็นรากที่ 3 ของอะไร ของอะไร

00:02:37.430 --> 00:02:41.260
ของ ของอะไรนี่ ก็คือต้องอยู่ที่จำนวนที่อยู่ข้างใน

00:02:41.310 --> 00:02:43.130
เครื่องหมายสัญลักษณ์ของรากนะคะ

00:02:46.430 --> 00:02:48.180
อันนี้เดี๋ยวค่อยไปทวนกันอีกรอบหนึ่ง

00:02:48.200 --> 00:02:49.560
วันนี้หัวข้อใหม่ลูก

00:02:49.600 --> 00:02:51.850
สุดท้ายครูจะไปอย่างด่วนเลยนะคะ

00:02:52.280 --> 00:02:54.480
เนื่องจากเรามีเวลาเจอกันน้อยมากเลย

00:02:54.850 --> 00:02:57.670
วันนี้หัวข้อสุดท้าย คือ เรื่องของฟังก์ชัน

00:02:58.810 --> 00:02:59.720
ครูสอนไม่เยอะ

00:02:59.810 --> 00:03:02.280
เพราะว่าครูจะใช้ให้เป็นพื้นฐานเฉย ๆ

00:03:02.770 --> 00:03:05.530
ให้ลูก ๆ ได้พอเข้าใจความหมายนะคะ

00:03:05.570 --> 00:03:07.990
แล้ว... แล้วมันนำไปใช้ประโยชน์อะไรบ้าง

00:03:08.340 --> 00:03:10.230
ซึ่งในชีวิตประจำวันของเราน่ะ

00:03:10.500 --> 00:03:12.890
มันก็มีใช้นะคะ ในเรื่องของฟังก์ชัน

00:03:15.112 --> 00:03:17.050
ลูก... เห็นภาพนี้ไหมคะ

00:03:17.500 --> 00:03:19.530
ภาพหน้าจอมัน มันคืออะไร

00:03:20.480 --> 00:03:25.420
เคยเห็นไหม เคยเห็นไหม

00:03:25.940 --> 00:03:28.500
ใช่ ใช่มันเหมือนเป็นลักษณะเหมือนจานดาวเทียม

00:03:28.540 --> 00:03:32.630
จานรับสัญญาณนะคะ เป็นจานรับสัญญาณ

00:03:32.970 --> 00:03:37.220
อันนี้มันใช้พื้นฐานของฟังก์ชันในการทำงานนะลูก

00:03:38.570 --> 00:03:40.600
นี่เรื่องนี้ล่ะ เรื่องของฟังก์ชันนี่ล่ะ

00:03:40.903 --> 00:03:41.960
เอามาใช้ประโยชน์

00:03:41.970 --> 00:03:43.790
ในเรื่องของจานดาวเทียมนะคะ

00:03:43.800 --> 00:03:45.430
จานดาวเทียมมีประโยชน์อะไรบ้าง

00:03:46.390 --> 00:03:50.660
ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารใช่ไหมคะ การ... ภาพ

00:03:51.672 --> 00:03:55.980
ลูกตอนนี้สังคมลูกเวลาลูกจะไปพื้นที่หนึ่งนี่

00:03:56.180 --> 00:03:58.250
ลูกไม่รู้เลยว่าลูกจะเดินทางอย่างไร

00:03:58.310 --> 00:04:01.141
แค่กด... กดในโทรศัพท์ใช่ไหมคะ

00:04:01.605 --> 00:04:03.388
Google อะไร เขาเรียกอะไรนะ

00:04:05.613 --> 00:04:07.400
ที่... ที่อยู่ในโทรศัพท์

00:04:07.520 --> 00:04:10.840
เราก็สามารถที่จะหาได้ว่าตำแหน่งที่เราจะไปนี่

00:04:10.850 --> 00:04:12.130
มัน... มันจะไปอย่างไร

00:04:12.430 --> 00:04:14.580
อันนี้มันเกี่ยวพันกับนี่ล่ะ

00:04:14.680 --> 00:04:17.520
ตัวสัญญาณดาวเทียมนี่ล่ะนะคะ

00:04:19.470 --> 00:04:22.400
GPS ใช่ GPS นั่นเอง

00:04:22.970 --> 00:04:26.220
หรือว่าในทีวีที่เราดูละคร ดูข่าวกันนี่

00:04:26.580 --> 00:04:29.330
มันก็มีตัวนี้เข้ามาใช้ประโยชน์นะคะ

00:04:29.540 --> 00:04:32.260
การใช้โทรศัพท์ตอนนี้เป็นอย่างไร

00:04:32.280 --> 00:04:35.500
วิดีโอคอลใช่ไหมคะ จากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง

00:04:35.520 --> 00:04:38.627
คนละซีกโลกเลยต่างประเทศเจอหน้ากัน

00:04:38.805 --> 00:04:41.470
ก็ใช้ประโยชน์จากจานดาวเทียมนี่ล่ะนะคะ

00:04:42.099 --> 00:04:43.940
มันเป็นเรื่องของฟังก์ชัน

00:04:44.120 --> 00:04:46.850
เป็นพื้นฐานในการทำงานของเรื่องนี้นะคะ

00:04:52.560 --> 00:04:55.810
ทีนี้ที่เกี่ยวกับเราพื้นฐานของเรา

00:04:56.100 --> 00:04:59.240
ฟังก์ชันจริง ๆ นี่ มันเป็นเรื่องของความสัมพันธ์

00:04:59.760 --> 00:05:01.420
ความสัมพันธ์มันคืออะไรลูก

00:05:01.730 --> 00:05:03.070
ความสัมพันธ์มีคนเดียว

00:05:03.080 --> 00:05:04.830
มีตัวเดียวโดด ๆ เลยได้ไหม

00:05:05.360 --> 00:05:07.840
ไม่ได้นะคะ ไม่ได้เลย

00:05:08.090 --> 00:05:11.600
ความสัมพันธ์อย่างน้อยมันจะต้องมีเป็นคู่

00:05:12.580 --> 00:05:14.460
มันถึงจะมีความสัมพันธ์กัน

00:05:14.940 --> 00:05:17.510
ถ้ามีตัวเดียวไม่เกี่ยวกับใครนี่ไม่ใช่ล่ะ

00:05:18.010 --> 00:05:20.400
ไม่มีเรื่องของความสัมพันธ์เข้ามาเกี่ยวข้องล่ะ

00:05:20.930 --> 00:05:26.990
เมื่อไรก็ตามมี 2 นะคะ มี 2 เข้ามาเป็นคู่กัน

00:05:27.590 --> 00:05:29.380
จะเกิดความสัมพันธ์กันทันที

00:05:29.550 --> 00:05:31.570
ตัวอย่างอะไร ภาพตรงนี้ลูก

00:05:31.760 --> 00:05:33.680
ที่ใช้ในชีวิตประจำวันของนักเรียน

00:05:34.430 --> 00:05:35.420
ไม่ใช่ชีวิตประจำวัน

00:05:35.460 --> 00:05:37.340
แต่ว่านักเรียนเจอ... เจอบ่อย ๆ

00:05:37.550 --> 00:05:39.020
เจอทุกปี เจอทุกเทอม

00:05:39.100 --> 00:05:41.750
ก็คือ อย่างเช่น การจัดห้องสอบ

00:05:42.950 --> 00:05:45.440
จำ... จำได้ไหมเวลาจัดห้องสอบนี่

00:05:45.870 --> 00:05:47.150
เขาจะจัดแบบไหน

00:05:47.220 --> 00:05:49.380
จัดโต๊ะเป็นแถวใช่ไหมคะ แยกกัน

00:05:49.460 --> 00:05:51.400
ถูกไหมคะ เป็นแถวเลย

00:05:51.590 --> 00:05:56.080
แล้วทีนี้เวลาที่เราเรียกนะคะ

00:05:56.450 --> 00:05:58.240
เวลาเราเรียกใส่สัญญลักษณ์นี่

00:05:58.320 --> 00:06:00.330
ตำแหน่งน่ะมันจะคู่กัน

00:06:01.130 --> 00:06:03.227
ลูกเห็นไหม แนวตั้งกับแนวนอน

00:06:04.318 --> 00:06:07.140
แถวที่อยู่แนวตั้งเริ่มจากข้างหน้า

00:06:07.164 --> 00:06:10.050
เป็น 1 2 3 4 5 นะคะ

00:06:10.420 --> 00:06:14.160
แถวแนวนอนเราจะนับ อันนี้คือแนวนอนนะ

00:06:15.430 --> 00:06:19.270
อันนี้คือแถวที่ 1 แถวที่ 2 แถวที่ 3 แถวที่ 4

00:06:19.280 --> 00:06:21.880
แถวที่ 5 แถวที่ 6 แถวที่ 7 และแถวที่ 8

00:06:22.260 --> 00:06:24.350
ดูเป็นแนวนอนนะคะ อันนี้แนวนอน

00:06:25.550 --> 00:06:30.460
ครูให้สัญญลักษณ์ A เด็กชาย A

00:06:31.160 --> 00:06:33.750
ตำแหน่งนี้ คือ ตำแหน่งที่นั่งสอบของ A

00:06:34.490 --> 00:06:38.470
ถ้าเราจะระบุ... ถ้าเราจะระบุตำแหน่งของ A

00:06:39.200 --> 00:06:42.210
เราจะบอกว่า A นั่งที่ตำแหน่ง 1 ได้ไหมคะ

00:06:42.720 --> 00:06:44.959
ตำแหน่งที่ 1 ไม่ได้

00:06:45.177 --> 00:06:48.720
เพราะอะไร เราไม่รู้ว่าตำแหน่งที่ 1 นี่

00:06:49.060 --> 00:06:50.400
ใน... ในแนวตั้งนี่

00:06:50.420 --> 00:06:53.990
ดูสิตำแหน่งที่ 1 มีเยอะมากเลย มีตั้ง 8 ที่นั่ง

00:06:55.070 --> 00:06:59.500
เราไม่รู้ว่า A นี่ ไปนั่งตรงไหน นี่บอกไม่ได้เลย

00:06:59.950 --> 00:07:02.170
มันก็เลยต้องมาเป็นคู่นะคะ

00:07:02.180 --> 00:07:03.580
มันก็เลยต้องมาเป็นคู่เลย

00:07:04.020 --> 00:07:05.488
อันนี้ตำแหน่งที่ 1

00:07:05.783 --> 00:07:07.310
1, 1 อะไรคะ A

00:07:08.160 --> 00:07:10.580
แถวแนวนอนลูกดูเลยว่าแถวแนวนอน

00:07:10.690 --> 00:07:12.400
อ๋อ ตำแหน่งแนวนอน คือ 1 นะ

00:07:13.080 --> 00:07:16.550
คู่ตัวนี้ ก็คือกลายเป็น 1, 1 นั่นเองนะคะ

00:07:17.290 --> 00:07:25.181
A นั่งตรงไหน A นั่งที่ตำแหน่ง 1, 1 เข้าใจนะ

00:07:26.026 --> 00:07:29.390
และถ้าครูถามว่า B ล่ะ B นั่งตำแหน่งไหน

00:07:30.160 --> 00:07:32.030
เด็กชาย B นั่งอยู่ตำแหน่งไหนคะ

00:07:34.146 --> 00:07:36.888
แนวตั้งมาก่อน ก็คือ 1

00:07:36.959 --> 00:07:39.796
1 กับอะไร 1, 8 นั่นเอง

00:07:40.090 --> 00:07:42.260
ดูง่ายไหมคะ ดูง่าย

00:07:42.270 --> 00:07:46.040
อันนี้คือพื้นฐาน ของการดูเรื่องของความสัมพันธ์

00:07:46.450 --> 00:07:49.900
อีกล่ะ ลูกจะต้องดูว่า

00:07:50.130 --> 00:07:52.830
เขาระบุความสัมพันธ์แบบไหนนะคะ

00:07:53.350 --> 00:07:56.360
สัมพันธ์จากแนวตั้งไปแนวนอน

00:07:56.830 --> 00:08:01.960
หรือความสัมพันธ์จากแนวนอนไปแนวตั้ง

00:08:07.007 --> 00:08:10.530
ต้องดูดี ๆ ว่าโจทย์เขาให้อะไรมานะคะ

00:08:10.960 --> 00:08:13.860
ไม่อย่างนั้น ลูกจะบอกผิดเพราะอะไร

00:08:14.150 --> 00:08:20.020
ถ้าความสัมพันธ์ที่เขาให้มาตำแหน่ง 1... 1, 3

00:08:20.630 --> 00:08:22.940
กับตำแหน่ง 3, 1 เหมือนกันไหม

00:08:25.790 --> 00:08:27.520
ตำแหน่ง 1, 3 กับ 3, 1

00:08:27.810 --> 00:08:30.960
ถ้าความสัมพันธ์นั้นเปลี่ยนนะคะ

00:08:31.860 --> 00:08:35.050
มันอาจจะมีที่ตำแหน่งเดียวกัน

00:08:35.060 --> 00:08:36.540
และไม่ใช่ที่ตำแหน่งเดียวกัน

00:08:36.550 --> 00:08:39.130
มันจะมีเงื่อนไขของมันเพิ่มขึ้นมานะ

00:08:41.210 --> 00:08:43.440
อันนี้เข้าใจนะคะ เรื่องของความสัมพันธ์

00:08:43.680 --> 00:08:47.060
มันจะสามารถระบุตำแหน่งได้อย่างชัดเจน

00:08:47.350 --> 00:08:50.190
แต่จะต้องมีคู่นะคะ แต่จะต้องมีคู่

00:08:51.170 --> 00:08:54.620
ถ้าครูให้ความสัมพันธ์จากแนวตั้งไปแนวนอน

00:08:56.530 --> 00:09:01.800
ถามพี่บีมหน่อย พี่บีม บีมชายนะลูก

00:09:03.330 --> 00:09:08.000
K K เป็นคู่อันดับความสัมพันธ์ของอะไรคะ

00:09:09.190 --> 00:09:12.040
บอกตัวเลขให้ครูหน่อย K นี่ อยู่ในตำแหน่งอะไร

00:09:17.300 --> 00:09:23.830
บีมตอบได้ไหมอะไร อะไร ตอบสินั่นล่ะเห็นไหม

00:09:23.900 --> 00:09:25.740
ไม่ยอมดูตอนที่ครูอธิบาย

00:09:27.090 --> 00:09:28.180
ดู ดูแนวนอน...

00:09:28.480 --> 00:09:30.720
แนวตั้งก่อนลูกเพราะครูบอกให้แนวตั้ง

00:09:31.250 --> 00:09:36.790
K K ตัวนี้นะคะ K ตัวนี้น่ะ มีอะไรคู่อะไร

00:09:37.810 --> 00:09:40.920
เอาแนวตั้งมาก่อนมันอยู่ที่แถวอะไรคะ

00:09:43.400 --> 00:09:46.680
แถวที่ 5 นะคะ 5 ก่อนนะ

00:09:47.120 --> 00:09:51.060
ทีนี้มาดูแนวนอนบ้างมันตรงกับอะไรคะ 3

00:09:51.090 --> 00:09:55.210
เพราะฉะนั้น คู่ของ K ก็คือ 5, 3

00:09:56.490 --> 00:10:02.500
พี่บิว I ค่ะ บิว ถัดมาเลย I คืออะไร

00:10:04.380 --> 00:10:08.650
ตัวนี้ตำแหน่งอะไร 4 คู่กับอะไร

00:10:09.200 --> 00:10:11.420
ถูกต้องอันนี้คือ 4, 4

00:10:11.637 --> 00:10:13.360
4 กับ 4 นะคะ ใน I

00:10:14.350 --> 00:10:17.340
F ไออุ่น F

00:10:21.200 --> 00:10:26.170
นี่อะไร คู่อะไร อะไรคู่อะไรบ้าง F นี่

00:10:29.520 --> 00:10:33.690
3 กับ 5 นะคะ ถูกต้อง

00:10:33.780 --> 00:10:36.520
3 มาก่อนนะลูก 3 ต้องอยู่ข้างหน้า

00:10:37.060 --> 00:10:39.440
เพราะเราให้ความสัมพันธ์จากแนวตั้งมาก่อน

00:10:39.630 --> 00:10:43.280
แล้วแนวนอน ก็คือ 5 นั่นเอง

00:10:43.440 --> 00:10:49.590
พี่เจ็ท... เจ็ท E ค่ะ E ตำแหน่งอะไรคะ

00:10:50.740 --> 00:10:54.670
3, 2 นะคะ ถูกต้อง 3 คู่กับ 2

00:10:55.980 --> 00:11:03.910
ฮานอย 3, 7 นั่นเองถูกต้อง

00:11:04.380 --> 00:11:07.760
พี่บีมหญิง บีมหญิงมา D ลูก D

00:11:11.610 --> 00:11:14.910
D อะไรน่ะ ดูดี ๆ นะ

00:11:16.480 --> 00:11:20.260
อะไร 4 ก่อน... ก่อน 4 คืออะไร

00:11:20.590 --> 00:11:22.100
ต้องคู่แนวตั้งก่อนลูก

00:11:22.120 --> 00:11:24.510
แนวตั้งลูกต้องไปดูก่อนเลขอะไรนี่แนวตั้ง

00:11:24.780 --> 00:11:27.580
2 ถูกต้อง 2 คู่กับ 4 นั่นเอง

00:11:27.880 --> 00:11:31.510
นี่ห้ามลืมนะ จะบอกแค่ตัวเดียวมาไม่ได้

00:11:31.760 --> 00:11:33.680
เพราะอันนี้มันเป็นเรื่องของความสัมพันธ์

00:11:33.690 --> 00:11:35.180
ความสัมพันธ์มาเป็นคู่

00:11:35.360 --> 00:11:39.880
ความสัมพันธ์มาเป็นคู่จำให้ดีจำให้ดีนะคะ

00:11:40.280 --> 00:11:45.490
ทีนี้ครูถามใหม่ ครูถามว่าความสัมพันธ์

00:11:45.740 --> 00:11:48.480
จากแนวนอนนะคะ แนวนอนมาอยู่ข้างหน้านะ

00:11:49.020 --> 00:11:50.560
แถวแนวนอนมาอยู่ข้างหน้า

00:11:51.920 --> 00:11:55.470
เสร็จแล้วไปหาแนวตั้งนะคะ

00:11:56.120 --> 00:11:58.400
จากแนวนอนไปแนวตั้งนะทีนี้

00:11:58.830 --> 00:12:05.360
ถ้าตำแหน่ง F ตำแหน่ง F คืออะไร

00:12:09.870 --> 00:12:14.480
ย้อนกลับนะ บีมหญิง บีมหญิงมาก่อน F

00:12:16.000 --> 00:12:18.590
ความสัมพันธ์จากแนวนอนไปแนวตั้งลูก

00:12:18.620 --> 00:12:20.310
F ตำแหน่งนี้คืออะไรคะ

00:12:22.400 --> 00:12:28.270
อะไรก่อน อะไรก่อน เพื่อนสะดุ้งแตะเพื่อนดี ๆ

00:12:29.930 --> 00:12:33.520
ต้องดูก่อนบีมลูก... ที่ครูบอกนะ

00:12:33.550 --> 00:12:35.790
ตอนแรกครูบอกว่าแนวนอนไปแนวตั้งนะ

00:12:35.810 --> 00:12:38.170
ทีนี้มันเปลี่ยนแล้วลูก มันเปลี่ยนแล้ว

00:12:38.580 --> 00:12:40.970
คำตอบจะต่างจากเมื่อกี้นะคะ

00:12:41.640 --> 00:12:45.070
เมื่อกี้คือแนวนอนมาก่อน ก็คืออะไร

00:12:46.650 --> 00:12:49.570
นอนก่อน... นอนก่อน ก็คือเอานอนมาข้างหน้า

00:12:51.860 --> 00:12:55.970
F คู่อะไรกับอะไร 5 คู่กับอะไรลูก

00:12:56.720 --> 00:12:58.001
5 กับ...

00:13:03.172 --> 00:13:06.610
ใช่ 5 กับ 3 5 กับ 3 นั่นเอง

00:13:07.030 --> 00:13:10.250
เพื่อนก็บอกลุ้นมากเลยนะ เข้าใจหรือยังบีม

00:13:11.350 --> 00:13:15.320
ขึ้นอยู่กับว่าครูให้อะไรขึ้นมาก่อน ขึ้นมาหลัง

00:13:16.160 --> 00:13:20.160
จากตัวไหนไปตัวไหนอันนี้ลูกต้องจำให้ได้นะคะ

00:13:20.460 --> 00:13:21.575
คนอื่นเข้าใจหรือยัง

00:13:22.237 --> 00:13:24.920
บีมชายขอถามบีมชายบ้าง

00:13:27.320 --> 00:13:29.680
G ค่ะ ตำแหน่ง G

00:13:29.720 --> 00:13:31.920
ความสัมพันธ์จากแนวนอนไปแนวตั้ง

00:13:31.930 --> 00:13:33.100
อยู่ในตำแหน่งอะไรคะ

00:13:35.308 --> 00:13:38.290
7 7 อย่างเดียวหรือ 7 กับอะไร

00:13:39.420 --> 00:13:42.300
3 ถูกต้อง 7 คู่กับ 3 เก่งมาก

00:13:42.325 --> 00:13:45.695
แสดงว่าตอนนี้เธอตั้งใจมองครู มองล่ามใช่ไหม

00:13:45.760 --> 00:13:47.010
เธอก็เลยตอบได้

00:13:47.430 --> 00:13:49.150
ครั้งแรกตอบแบบงง ๆ ดู

00:13:49.250 --> 00:13:53.290
อ้าว อะไรครับ ยังงงอยู่ตอนนี้ตอบได้แล้ว

00:13:53.480 --> 00:13:56.700
คนต่อไปไออุ่น ไออุ่น

00:13:57.930 --> 00:14:00.500
ไออุ่นมอง มองอย่ามองเพื่อนลูก

00:14:00.950 --> 00:14:04.480
E ค่ะ ความสัมพันธ์จากแนวนอนไปแนวตั้ง

00:14:04.950 --> 00:14:06.460
E อยู่ในตำแหน่งอะไรคะ

00:14:09.440 --> 00:14:11.250
2 2 กับ 2 หรือ

00:14:11.600 --> 00:14:13.920
แล้วเวลาความสัมพันธ์ไม่ใช่บนกับล่างนะลูก

00:14:13.966 --> 00:14:16.218
มันจะอยู่... 2

00:14:16.242 --> 00:14:19.176
2 กับอะไรคะ E น่ะ 2 มาก่อน

00:14:20.390 --> 00:14:25.060
แถวแนวตั้งคืออะไร 2 3 นะคะ

00:14:25.330 --> 00:14:29.020
ตำแหน่งมือดี ๆ นะลูก มันจะอยู่เท่า ๆ กัน

00:14:29.030 --> 00:14:32.870
จะไม่อยู่บนกับล่าง 2 กับ 3 มันจะอยู่ตรงกันนะ

00:14:34.380 --> 00:14:35.940
เวลาเราใส่คู่อันดับน่ะ

00:14:37.950 --> 00:14:39.840
เดี๋ยวมันจะมีสัญลักษณ์ให้นะคะ

00:14:40.480 --> 00:14:43.000
ระบุตำแหน่ง ระบุความสัมพันธ์นะคะ

00:14:43.420 --> 00:14:44.980
เราจะใช้กันอย่างไรนี่

00:14:46.660 --> 00:14:50.160
เวลาเราใส่ตัวเลขมันหมายถึงอะไร คู่ของอะไร

00:14:50.740 --> 00:14:53.770
อันนี้ความสัมพันธ์จากแนวตั้งไปแนวนอนนะคะ

00:14:53.840 --> 00:14:59.990
1, 1 2, 2 3, 5 ตัวนี้ 3, 5

00:15:02.240 --> 00:15:05.060
จากแนวนอนไปแนวตั้ง หรือแนวตั้งไปแนวนอน

00:15:06.180 --> 00:15:07.810
ลูกดูความสัมพันธ์จากตัวเลข

00:15:11.680 --> 00:15:16.540
เจ็ทดูนะ ตัวนี้อันนี้ 1, 1 2, 2

00:15:16.840 --> 00:15:18.240
เราไม่สามารถระบุได้ว่า

00:15:18.390 --> 00:15:20.860
มันจะเป็นความสัมพันธ์จากตัวไหนไปตัวไหนก่อน

00:15:21.350 --> 00:15:24.640
แต่เมื่อเรามาดูตัวนี้ 4, 2

00:15:25.040 --> 00:15:28.780
แถว... แถวแนวนอนมาก่อนใช่ไหมคะ

00:15:28.880 --> 00:15:29.893
เลข 4 นี่

00:15:30.340 --> 00:15:33.750
แล้วก็แถวแนวตั้งเลข 2 ตรงนี้

00:15:33.900 --> 00:15:38.050
แสดงว่าผังตัวนี้ คือ ความสัมพันธ์

00:15:39.750 --> 00:15:42.580
แถวจากแนวนอนก่อนนะคะ

00:15:43.730 --> 00:15:46.350
แนวตั้งอยู่ทีหลังเข้าใจนะ

00:15:46.890 --> 00:15:48.530
ให้ดู... มีค่ะ

00:15:48.790 --> 00:15:52.150
อันนี้คืออยู่ในข้อสอบครูถึงเอามาสอนเพิ่มนะคะ

00:15:52.890 --> 00:15:55.630
มีในข้อสอบ เพราะฉะนั้น ตั้งใจดูด้วยนะคะ

00:15:56.140 --> 00:15:57.720
จริง ๆ มันเรื่องง่ายมากเลย

00:15:57.760 --> 00:16:00.170
มันอยู่กับชีวิตประจำวันของเรานี่ล่ะนะ

00:16:18.780 --> 00:16:22.680
ดูนะคะ ทีนี้เวลาที่เราจะระบุนะลูก

00:16:23.170 --> 00:16:24.800
มันจะออกมาเป็นแบบนี้

00:16:25.770 --> 00:16:32.540
A ในวงเล็บ 1, 1 คือ คู่ความสัมพันธ์

00:16:33.240 --> 00:16:35.630
ระบุตำแหน่ง ตำแหน่งที่ A

00:16:36.270 --> 00:16:38.480
ความสัมพันธ์จากแนวนอนไปแนวตั้ง

00:16:40.770 --> 00:16:43.530
ตำแหน่งแรกนะคะ 1 คู่กับ 1

00:16:45.820 --> 00:16:48.005
ยังไม่ต้องจด แหม รีบจด

00:16:48.462 --> 00:16:51.160
พอครูบอกว่าข้อสอบมีจดไปเลยนะ

00:16:51.810 --> 00:16:54.953
ใจเย็น ๆ ลูกใจเย็น ๆ ถ้าลูกเข้าใจก็จะตอบได้

00:16:54.978 --> 00:16:56.599
อันนี้เดี๋ยว... เดี๋ยวครูจะให้...

00:16:56.623 --> 00:16:58.290
ให้บันทึกอยู่ไม่เป็นไรนะคะ

00:16:58.310 --> 00:17:01.790
ให้ดูตรงนี้ก่อนเวลาเราใส่สัญลักษณ์แบบนี้

00:17:01.820 --> 00:17:05.205
เราสามารถระบุได้เลยว่าถ้าครูจะให้ลูกหา

00:17:05.230 --> 00:17:09.050
ว่าตำแหน่ง C... C 2, 2 อยู่ตรงไหน

00:17:09.280 --> 00:17:11.220
C 2, 2 อยู่ตรงนี้ใช่ไหมคะ

00:17:11.730 --> 00:17:14.470
มันคือใคร ใครที่นั่งอยู่ตรงนี้

00:17:15.080 --> 00:17:16.160
ไม่ใช่มันคือใครนะ

00:17:16.160 --> 00:17:18.570
ถ้าใครที่นั่งอยู่ตรงนี้ถ้าเป็นข้อสอบนะคะ

00:17:19.440 --> 00:17:22.070
เด็กหญิงอะไร เด็กชายอะไรนั่งอยู่ตำแหน่งนี้

00:17:22.090 --> 00:17:24.900
เราจะสามารถระบุได้เลยนะคะ

00:17:27.430 --> 00:17:29.210
เข้าใจนะ มีคำถามไหมอันนี้น่ะ

00:17:30.870 --> 00:17:33.510
มีคำถามไหมลูก ไม่มีครูผ่านนะ

00:17:34.880 --> 00:17:37.430
เสร็จแล้วอันที่เราเขียนไปนี่ลูก

00:17:37.750 --> 00:17:43.083
เขาเรียกว่า "คู่อันดับ" คู่อันดับนะคะ

00:17:45.223 --> 00:17:46.770
อันนี้คือเขาเรียกว่า "ครูอันดับ"

00:17:50.260 --> 00:17:56.870
คู่อันดับสัญลักษณ์เขาจะให้วงเล็บ a, b นะคะ

00:17:57.110 --> 00:17:58.150
แล้วก็ปิดวงเล็บ

00:18:01.830 --> 00:18:04.320
ไม่ใช่จุดนะ ตรงนี้อย่าเข้าใจผิด

00:18:04.610 --> 00:18:08.430
อย่าคิดว่าเป็นจุดนะคะ เป็นคอมม่านะคะ

00:18:08.430 --> 00:18:09.560
เป็นคอมม่า

00:18:16.550 --> 00:18:20.110
ผ่านนะอันนี้ ครูขอถามหน่อยลูก

00:18:24.000 --> 00:18:27.140
ครูขอถามหน่อยช่วยกันคิดช่วยกันตอบเลยนะคะ

00:18:27.570 --> 00:18:31.450
อันดับแรกครูถามว่า

00:18:32.650 --> 00:18:35.300
นักเรียนสามารถบอกตำแหน่งที่นั่ง

00:18:35.560 --> 00:18:37.520
โดยใช้ตัวเลขนะคะ

00:18:37.840 --> 00:18:41.650
เพียงตัวเดียวได้หรือไม่ เพราะอะไร

00:18:42.730 --> 00:18:45.120
ถ้าเราให้ตัวเลขมาแค่ตัวเดียว

00:18:45.250 --> 00:18:48.590
เราสามารถระบุตำแหน่งที่นั่งได้ไหมคะ

00:18:49.780 --> 00:18:54.320
ได้ไหม ไม่ได้พี่เจ็ทบอกไม่ได้

00:18:54.620 --> 00:18:59.680
ทำไมถึงไม่ได้ ทำไมถึงไม่ได้

00:19:00.790 --> 00:19:02.310
เพราะตำแหน่งอันเดียว

00:19:02.310 --> 00:19:04.600
เราไม่รู้ว่าเป็นหน้า หรือหลังใช่ไหมค่ะ

00:19:04.800 --> 00:19:06.510
เป็นแนวตั้ง หรือแนวนอน

00:19:07.980 --> 00:19:11.300
มันก็จะเป็นที่นั่งได้ 2 ที่นั่งนะคะ

00:19:11.610 --> 00:19:14.880
คน ๆ นี้ อาจจะนั่งได้มากกว่า 1 แน่นอน

00:19:15.090 --> 00:19:16.770
มากกว่า 1 แน่นอนเลยนะคะ

00:19:17.060 --> 00:19:20.240
เพราะฉะนั้น ไม่สามารถระบุตำแหน่งได้นะคะ

00:19:20.250 --> 00:19:22.260
ไม่สามารถระบุตำแหน่งที่นั่งได้เลย

00:19:27.130 --> 00:19:28.840
นักเรียนคิดว่าอันดับ

00:19:28.900 --> 00:19:32.490
ข้อ 2 นะ นักเรียนคิดว่าอันดับในแต่ละคู่

00:19:32.520 --> 00:19:37.040
มีความสำคัญหรือไม่ มีไหมคะ

00:19:37.910 --> 00:19:40.440
แต่ละคู่ แต่ละคู่นี่มีความสำคัญไหม

00:19:41.620 --> 00:19:44.500
5, 3 กับ 3, 5 สำคัญไหมคะ

00:19:49.180 --> 00:19:52.040
มี มีความสำคัญนะคะ

00:19:52.630 --> 00:19:55.200
คู่อันดับแต่ละคู่มีความสำคัญ

00:19:57.150 --> 00:20:00.080
5, 3 กับ 3, 5 อยู่ในตำแหน่งเดียวกันไหม

00:20:01.680 --> 00:20:03.660
ลูกคิดว่ามันเป็นตำแหน่งเดียวกันไหมคะ

00:20:04.960 --> 00:20:07.330
มันคนละตำแหน่งนะคะ

00:20:07.860 --> 00:20:12.020
นี่ 5, 3 กับ 3, 5 นี่ คนละตำแหน่งเลยนะคะ

00:20:13.020 --> 00:20:15.600
เพราะฉะนั้น อันนี้คือความสำคัญของเขา

00:20:20.700 --> 00:20:24.270
ครูถึงบอกไงคะ ว่ามันขึ้นอยู่กับว่า

00:20:24.320 --> 00:20:28.630
เราให้ความสัมพันธ์นั้น เป็นแบบไหนนะคะ

00:20:31.260 --> 00:20:35.520
ดูนะตัวนี้สีขาว ๆ นี่ ลูกจะต้องได้ใช้นะคะ

00:20:35.550 --> 00:20:37.080
จำแล้วก็จำเอาไว้ให้ดี

00:20:38.380 --> 00:20:42.950
คู่อันดับ a,b เท่ากับคู่อันดับ c,d

00:20:45.840 --> 00:20:50.560
มันเท่ากันนะคะ ก็ต่อเมื่อ a เท่ากับ c

00:20:50.960 --> 00:20:55.410
เห็นไหมคะ ตัวหน้านี่ ตัวที่อยู่ข้างหน้าในวงเล็บนี่

00:20:55.430 --> 00:20:59.680
a เท่ากับ c และ b เท่ากับ d

00:20:59.780 --> 00:21:03.550
ตัวนี้ ตัว a กับตัว c นี่ เท่ากันเหมือนกัน

00:21:04.910 --> 00:21:07.360
ตัว b กับตัว d เท่ากันเหมือนกัน

00:21:07.990 --> 00:21:12.860
เราก็เลยใส่ว่าคู่อันดับ a,b

00:21:12.880 --> 00:21:16.270
เท่ากับคู่อันดับ c,d นะ

00:21:16.780 --> 00:21:18.430
ถ้ามันไม่... มันไม่เหมือนกัน

00:21:18.460 --> 00:21:20.320
มันไม่เท่ากันนะคะ มันไม่เท่ากัน

00:21:20.340 --> 00:21:23.200
แสดงว่ามันไม่ใช่แล้ว มันไม่เท่ากันแล้วนะ

00:21:25.580 --> 00:21:31.500
ตัวอย่างอะไรบ้าง นี่เลยที่สีแดง ๆ นี่ลูก

00:21:31.890 --> 00:21:37.120
A 1, 1 อันนี้ก็ A 1, 1

00:21:42.610 --> 00:21:48.650
C 2, 2 I 4, 4 ที่อยู่ในตำแหน่งแบบไหน

00:21:49.030 --> 00:21:52.560
ในตำแหน่งที่ดูสังเกตตัวเลขเหมือนกันไหมคะ

00:21:52.610 --> 00:21:55.990
1 กับ 1 หน้าก็ 1 หลังก็ 1 ตัวนี้เหมือนกัน

00:21:57.130 --> 00:22:01.430
หน้า 2 หลัง 2 นะคะ หน้า 4 หลัง 4

00:22:01.460 --> 00:22:03.520
ตัว... ตัวไหนที่มันตัวเลขเหมือนกัน

00:22:03.540 --> 00:22:05.790
เวลาเราสลับตำแหน่งนะคะ

00:22:06.320 --> 00:22:09.420
อันนี้จาก A A B A B

00:22:09.462 --> 00:22:11.142
ก็คือจากแนวตั้งไปแนวนอน

00:22:11.570 --> 00:22:14.690
อันนี้จากแนวนอนไปแนวตั้งความสัมพันธ์ต่างกัน

00:22:15.110 --> 00:22:20.050
แต่ตำแหน่งเดียวกันนะคะ แต่ตำแหน่งเดียวกัน

00:22:23.830 --> 00:22:25.050
ถามไหม อันนี้งงไหม

00:22:25.900 --> 00:22:28.030
ไม่งงนะคะ มันเป็นเรื่องง่าย ๆ ลูก

00:22:32.470 --> 00:22:34.410
เขาก็เลยนิยามความสัมพันธ์

00:22:34.440 --> 00:22:37.540
ว่าเป็นเรื่องของเซตของคู่อันดับลูก

00:22:37.930 --> 00:22:39.440
เซตของคู่อันดับ

00:22:39.610 --> 00:22:42.090
เซตจำได้ไหมสัญลักษณ์อย่างไร สัญลักษณ์เซต

00:22:42.310 --> 00:22:44.210
ม.4 เราเรียนไปแล้วอย่าลืม

00:22:44.230 --> 00:22:45.520
อย่า... อย่าทำหน้าอย่างนั้น

00:22:45.960 --> 00:22:48.460
เรื่องของเซต สัญลักษณ์เซตอย่างไรลูก

00:22:52.040 --> 00:22:54.940
มันคือตัวนี้ เซตครูเขียนให้บนกระดานนะคะ

00:22:55.020 --> 00:22:59.430
จำได้ไหม อ๋อ เลยพอเขียนสัญลักษณ์

00:23:00.200 --> 00:23:02.290
เราเรียนไปตอน ม.4 เทอม 1 นะคะ

00:23:02.320 --> 00:23:04.755
เรื่องของเซต สัญลักษณ์แบบนี้

00:23:05.855 --> 00:23:07.930
เซตของคู่อันดับค่ะ

00:23:08.480 --> 00:23:12.520
คู่อันดับ ก็คือที่อยู่ในวงเล็บนี่ใช่ไหม (a,b)

00:23:14.770 --> 00:23:22.000
a b เอาคู่อันดับนี่มาอยู่ในเซตนะคะ

00:23:22.380 --> 00:23:23.970
อยู่บนกระดานที่ครูเขียนให้นะ

00:23:24.740 --> 00:23:29.260
เราจะเรียกว่า "ความสัมพันธ์" นะ

00:23:30.370 --> 00:23:31.630
ความสัมพันธ์คืออะไร

00:23:31.650 --> 00:23:34.660
ความสัมพันธ์ ก็คือเซตของคู่อันดับ

00:23:35.550 --> 00:23:37.630
เซตของคู่อันดับนั่นเองนะคะ

00:23:46.470 --> 00:23:50.890
อันนี้กรณีแรก ความสัมพันธ์เมื่อสมาชิกตัวหน้า

00:23:51.500 --> 00:23:54.880
เป็นแถวในแนวนอน อันนี้แนวนอนนะลูก

00:23:55.100 --> 00:23:59.610
ความสัมพันธ์ตัวหลัง ตัวหลังเป็นแนวตั้ง

00:23:59.630 --> 00:24:01.100
อันนี้คือ กรณีที่ 1

00:24:02.140 --> 00:24:06.070
ภาพเหมือนกัน ข้อมูลเหมือนกันนะคะ

00:24:06.500 --> 00:24:08.260
แต่ความสัมพันธ์กรณีที่ 1

00:24:08.300 --> 00:24:12.461
ก็คือจากแนวนอนไปแนวตั้งนะ

00:24:15.693 --> 00:24:16.700
เข้าใจนะ

00:24:17.700 --> 00:24:19.300
ทีนี้กรณีที่ 2

00:24:20.760 --> 00:24:23.300
ผังข้อสอบ ผังที่นั่งสอบเหมือนเดิมเลยลูก

00:24:24.050 --> 00:24:26.450
แต่กรณีที่ 2 คือ ความสัมพันธ์

00:24:26.590 --> 00:24:29.910
จากแนวตั้งไปแนวนอนนะคะ

00:24:29.980 --> 00:24:34.480
ตั้งก่อนแล้วค่อยไปนอน โอเคนะ

00:24:38.620 --> 00:24:40.350
เริ่มยากแล้ว เริ่มยากแล้ว

00:24:40.540 --> 00:24:42.420
ถ้าใครง่วงต้องตื่นนะ ตอนนี้น่ะ

00:24:45.850 --> 00:24:48.740
บอกง่าย จริงเหรอ ง่ายจริงเหรอ ดูนะ

00:24:50.000 --> 00:24:54.060
ที่ครูบอกว่าคู่อันดับเมื่อกี้มันจะนำมาสู่เรื่องนี้ล่ะลูก

00:24:54.740 --> 00:24:57.070
เรื่องของเซตใช่ไหม เห็นไหมสัญลักษณ์ตรงนี้

00:24:57.730 --> 00:24:59.920
เขาให้หาผลคูณคาร์ทีเซียน

00:25:00.290 --> 00:25:01.800
ต่อไปมันจะได้ใช้ประโยชน์อยู่

00:25:02.080 --> 00:25:06.870
อย่าทำหน้างงอย่างนั้นบีม ดูดี ๆ นะ ค่อย ๆ ดู

00:25:07.500 --> 00:25:10.720
อันนี้เรื่องของเซต มันจะเกี่ยวกับเรื่องของเซต

00:25:10.830 --> 00:25:13.480
เซต A กับเซต B ลูกในตัวอย่างนะ

00:25:13.950 --> 00:25:17.700
A กับ B ให้หา A คูณ B นะคะ

00:25:17.710 --> 00:25:19.870
ก็คือหาผลคูณคาร์ทีเซียนของเซต

00:25:20.190 --> 00:25:21.900
สมาชิกของ A กับ B นี่ล่ะ

00:25:23.270 --> 00:25:26.790
A มีอะไรบ้าง A ที่อยู่มีอะไรบ้างคะ

00:25:26.950 --> 00:25:28.890
มีสมาชิกอยู่ 3 ตัวถูกไหม

00:25:29.070 --> 00:25:32.040
เราก็เอามา 2 3 4 เอาลงมาอย่างนี้

00:25:32.780 --> 00:25:33.990
B มีอะไรบ้าง

00:25:34.420 --> 00:25:38.050
B มี 5 กับ 6 ถูกไหมคะ ก็เอามา

00:25:38.590 --> 00:25:40.410
ทีนี้เราไปจับคู่

00:25:40.820 --> 00:25:44.010
ความสัมพันธ์ คือ การจับคู่ใช่ไหมคะ จับคู่กัน

00:25:44.400 --> 00:25:46.590
เราจะเริ่มจากคู่อะไรก่อน

00:25:46.710 --> 00:25:49.370
ที่มันไม่ซ้ำกันนะ ห้ามซ้ำกัน

00:25:49.720 --> 00:25:52.900
เราก็ไล่จากตัว 2 ก่อนเลยลูก A

00:25:53.230 --> 00:25:57.150
2 คู่กับอะไร 2 A B ใช่ไหม

00:25:57.150 --> 00:25:58.780
เขาให้หาความสัมพันธ์ A B

00:25:58.830 --> 00:26:02.720
ตัวแรกเลย คือ คู่อันดับ 2, 5 นะคะ

00:26:02.990 --> 00:26:07.260
ตรงไหมคะ นี่ 2, 5 ตัวนี้นะ 2, 5

00:26:07.370 --> 00:26:09.870
และมันก็ออกมาอยู่ในเซตนะคะ

00:26:09.890 --> 00:26:13.120
ในเซต ก็คือคู่อันดับตัวแรก ตัวนี้ ตัวนี้นะคะ

00:26:15.210 --> 00:26:16.910
ตัวนี้ เข้าใจนะ

00:26:17.240 --> 00:26:21.270
เสร็จแล้วตัวที่ 2 ก็คือคู่กับ 2, 6

00:26:22.240 --> 00:26:25.760
2, 6 เอาลงมาใส่ในเซตตรงนี้เลยนะคะ

00:26:27.040 --> 00:26:28.910
2 ผ่านไปหมดแล้วคู่

00:26:28.940 --> 00:26:32.320
ต่อมาเซต A เซต A

00:26:32.490 --> 00:26:36.490
3 ตัวเลข 3 นี่ 3 คู่กับอะไร

00:26:36.510 --> 00:26:38.460
เหมือนเดิมจับคู่กับ 5 ลูก

00:26:38.960 --> 00:26:40.130
พอจับคู่กับ 5 แล้ว

00:26:40.160 --> 00:26:42.650
เอาลงมาเขียนใส่ต่อในเซตนะคะ

00:26:44.700 --> 00:26:47.460
3 คู่กับ 6 มาเขียนต่อ

00:26:48.230 --> 00:26:50.900
หมดแล้วตัวนี้ 3 ข้างหน้านี่หมดแล้ว

00:26:50.930 --> 00:26:52.380
จับคู่ข้างหลังเรียบร้อย

00:26:52.700 --> 00:26:55.300
แล้วก็ไปต่อที่ 4 นั่นเองนะคะ

00:26:55.790 --> 00:26:58.190
4 คู่กับ 5 ลงมาตรงนี้

00:26:58.480 --> 00:27:01.560
4 คู่กับ 6 หมดหรือยัง หมดแล้ว

00:27:01.580 --> 00:27:05.210
เพราะเป็นความสัมพันธ์จาก A ไป B A ไป B

00:27:05.390 --> 00:27:09.440
A จับคู่ครบแล้ว 2, 3, 4 หมดแล้ว

00:27:09.460 --> 00:27:13.870
เพราะฉะนั้น ผลคูณคาร์ทีเซียนของ A คูณ B

00:27:14.110 --> 00:27:18.130
ก็คือคำตอบตัวนี้นะคะ เซตของคู่อันดับตัวนี้

00:27:18.550 --> 00:27:22.640
มีกี่คู่เอ่ย 1 2 3 4 5 6

00:27:22.790 --> 00:27:26.510
มี 6 คู่นั่นเองนะคะ มี 6 คู่นั่นเอง

00:27:28.160 --> 00:27:30.320
เข้าใจนะ ถามไหมลูก ถามไหม

00:27:32.580 --> 00:27:34.480
เข้าใจเพราะว่าตั้งใจดูล่ะสิ

00:27:35.440 --> 00:27:38.110
ทีนี้มาดูครูเปลี่ยนแล้ว

00:27:38.600 --> 00:27:41.790
ข้อมูลเดิมลูก A กับ B เหมือนเดิม

00:27:41.820 --> 00:27:44.000
A กับ B เหมือนเดิมเลยเซต A กับ B

00:27:44.320 --> 00:27:46.200
แต่ครูให้หาความสัมพันธ์

00:27:46.200 --> 00:27:49.720
หาผลคูณคาร์ทีเซียนของ B x A

00:27:50.180 --> 00:27:53.690
B มาก่อนข้างหน้า ก็คือการสลับที่นั่นเอง

00:27:53.690 --> 00:27:54.703
สลับตำแหน่ง

00:27:55.000 --> 00:27:58.830
ทีนี้เราเอา B มาก่อนเราเอา B ขึ้นมาก่อนลูก

00:27:59.310 --> 00:28:02.230
B คืออะไร B คือ 5 กับ 6 ถูกไหม

00:28:02.700 --> 00:28:05.040
B คือ 5 กับ 6 เอา B ขึ้นมาก่อน

00:28:05.430 --> 00:28:07.440
A มาทีหลัง A มาทีหลัง

00:28:07.500 --> 00:28:09.330
เสร็จแล้วจับคู่เหมือนเดิม

00:28:09.840 --> 00:28:14.080
จับคู่แบบไหน 5 คู่กับ 2 ถูกไหมคะ

00:28:14.320 --> 00:28:18.320
5 คู่ 2 เอาลงมาเขียนข้างล่าง ถูกต้อง

00:28:18.530 --> 00:28:24.800
5, 3 5, 4 หมดแล้วเลข 5

00:28:24.900 --> 00:28:27.040
ต่อไปเลข 6 เหมือนเดิม

00:28:27.760 --> 00:28:31.200
ตัวนี้คืออะไร ง่าย ลูกบอกว่าง่าย

00:28:31.290 --> 00:28:33.710
ง่ายเพราะลูกตั้งใจดูไงลูกก็เลยเข้าใจ

00:28:33.990 --> 00:28:35.114
แต่ถ้าลูกนอนหลับ

00:28:35.737 --> 00:28:37.990
เจ้าบิวเมื่อกี้นอนหลับตื่นขึ้นมางง ๆ

00:28:38.253 --> 00:28:41.140
ตอนนี้ถ้าลูกดูไปเรื่อย ๆ นี่ลูกจะรู้เลย

00:28:41.140 --> 00:28:43.190
ว่าอ๋อ มันไม่ได้ยากเลยนะคะ

00:28:43.190 --> 00:28:45.373
มันไม่ได้ยากเลยแค่การจับคู่กัน

00:28:45.742 --> 00:28:48.070
ให้เราเข้าใจ แค่นั้นเอง

00:28:48.450 --> 00:28:55.290
6, 2 6, 3 6, 4 หมดแล้ว

00:28:58.540 --> 00:29:01.810
หมดแล้วนะคะ อันนี้คือผลคูณคาร์ทีเซียน

00:29:04.230 --> 00:29:08.400
แบบฝึกถ้าครูให้หาแบบนี้ลูก

00:29:08.510 --> 00:29:11.650
1 กับ 2 แบบนี้ ข้อ 1 กับข้อ 2

00:29:11.670 --> 00:29:13.303
ให้หา A x B และ A...

00:29:13.327 --> 00:29:15.440
B x A นะคะ ทั้ง 2 ข้อเลย

00:29:15.760 --> 00:29:19.050
อันนี้อย่าเพิ่งรอเดี๋ยวครูจะให้ทำอีกทีหนึ่งนะ

00:29:20.670 --> 00:29:22.720
มันมีทั้งหมดอยู่ 4 ข้อ

00:29:25.200 --> 00:29:28.740
เรื่องนี้เอาแค่นี้เดี๋ยวทำแบบฝึกทีหลัง

00:29:29.040 --> 00:29:32.600
แต่ครูจะให้ลูกดูแบบทดสอบ

00:29:32.750 --> 00:29:36.160
ที่ครูออกข้อสอบวันจันทร์นี้นะคะ วันที่ 7 นี้

00:29:36.160 --> 00:29:37.173
มันจะเป็นอย่างไร

00:29:39.770 --> 00:29:41.170
ครูใจดีมากเลยนะนี่

00:29:41.270 --> 00:29:43.768
ครูเอาเรื่องที่เราสอนมาแล้ว

00:29:43.792 --> 00:29:45.690
แล้วก็ออกข้อสอบนี่มาให้ลูกดูด้วย

00:29:47.840 --> 00:29:52.270
ดูนะคะ ข้อสอบครูออกไปแล้ว 30 ข้อนะลูก

00:29:56.020 --> 00:29:57.540
ใช้เวลา 1 ชั่วโมง

00:29:57.790 --> 00:30:00.570
ข้อสอบจะเป็นแบบเลือกตอบนะคะ 4 ตัวเลือก

00:30:02.100 --> 00:30:03.890
ครูออกเรื่องของเลขยกกำลัง

00:30:04.490 --> 00:30:07.070
เรื่องของรากที่ n ครูไม่ได้ออก

00:30:08.570 --> 00:30:13.890
ครูออกเรื่องของฟังก์ชันและความสัมพันธ์นะคะ

00:30:14.120 --> 00:30:15.640
มีอยู่ 2 เรื่องที่ครูออก

00:30:16.920 --> 00:30:20.640
ข้อ 1 ง่ายไหม อันนี้ให้ดู

00:30:21.060 --> 00:30:23.440
ดูถ้าใครเข้าใจนี่จะ... ตอบได้เลย

00:30:23.730 --> 00:30:26.700
เพราะว่าเลขยกกำลังมันเป็นเรื่องของการคูณ

00:30:27.740 --> 00:30:30.610
หารหรือ ถ้าใครตอบหารก็ตามสบายนะ

00:30:30.630 --> 00:30:34.750
เพราะว่าครู... ครูเรียบร้อยไปแล้ว

00:30:36.480 --> 00:30:38.000
ครูไม่ได้บอกให้หารนะ

00:30:38.120 --> 00:30:40.680
ครูบอกให้หาความหมายของเลขยกกำลัง

00:30:41.420 --> 00:30:43.880
5 ยกกำลัง 3 มันหมายถึงอะไร

00:30:44.320 --> 00:30:49.600
มันตรงกับข้อไหน มันตรงกับข้อไหน

00:30:50.770 --> 00:30:53.210
มันคือ 5 + 5 + 5 เหรอ

00:30:57.850 --> 00:31:03.770
ใช่ ถูกหรือเปล่า ใช่ มันคือ เรื่องของการคูณ

00:31:04.440 --> 00:31:07.750
ค. ถูกนะคะ มันไม่เกี่ยวกับการหารนะ

00:31:07.920 --> 00:31:10.650
ดูดี ๆ เพราะครูใส่สัญลักษณ์อันนี้คือเลขยกกำลัง

00:31:10.900 --> 00:31:12.907
5 ยกกำลัง 3 มันหมายถึงอะไร

00:31:12.932 --> 00:31:15.410
มันตรงกับข้อไหนลูกเลือกให้ถูกนะคะ

00:31:18.260 --> 00:31:21.360
ข้อ 2 อันนี้เน้นย้ำตลอดตอนที่สอน

00:31:21.430 --> 00:31:23.920
อะไรก็ตามยกกำลัง 0 เท่ากับเท่าไร

00:31:24.920 --> 00:31:27.040
อะไรก็ตามยกกำลัง 0 เท่ากับอะไร

00:31:28.520 --> 00:31:29.526
ก. เหรอ

00:31:33.240 --> 00:31:35.510
มีคนตอบ ก. นี่ ครูร้องไห้เลยนะ

00:31:39.040 --> 00:31:43.580
จริงน่ะ อะไรก็ตามสมบัติของเลขยกกำลังใช่ไหม

00:31:43.600 --> 00:31:46.720
อะไรก็ตามยกกำลัง 0 เท่ากับ 1 เสมอ

00:31:46.900 --> 00:31:50.490
ไม่ว่าคุณจะเป็น 5 ยกกำลัง 0 ก็เท่ากับ 1

00:31:50.700 --> 00:31:53.630
100 ยกกำลัง 0 ก็เท่ากับ 1 ลูก

00:31:53.800 --> 00:31:56.040
เพราะฉะนั้น คำตอบข้อนี้คืออะไร

00:31:57.380 --> 00:31:59.810
5 ยกกำลัง 0 คือ 1 1 อยู่ไหน

00:31:59.990 --> 00:32:03.300
1 อยู่ ข. นะคะ 1 อยู่ ข.

00:32:06.460 --> 00:32:08.721
ห้ามลืมนะ อันนี้ให้ไปทวนหน่อยนะลูก

00:32:08.745 --> 00:32:10.140
เรื่องของเลขยกกำลังนี่

00:32:10.470 --> 00:32:12.760
สมบัติของเลขยกกำลังเพราะครูออกเยอะมาก

00:32:14.100 --> 00:32:18.130
ครูออกเรื่องของเลขยกกำลังนี่ 20 ข้อ

00:32:20.880 --> 00:32:22.500
อันนี้ตรงกับข้ออะไร

00:32:31.920 --> 00:32:34.140
ตอบเองนะคะ อันนี้ครูให้ดูเฉย ๆ

00:32:34.690 --> 00:32:36.380
แล้วข้อนี้ล่ะลูก

00:32:41.824 --> 00:32:47.730
ข้อนี้คืออะไร ง. หรือ ดูดี ๆ ดูดี ๆ

00:32:48.030 --> 00:32:51.410
5 มีกี่ตัวคะ 5 มีกี่ตัว

00:32:52.400 --> 00:32:55.070
5 มีอยู่ 4 ตัว 5 มี 4

00:32:55.090 --> 00:32:58.120
เพราะฉะนั้น  5 ต้องยกกำลังอะไร

00:32:58.160 --> 00:32:59.560
5 ต้องยกกำลัง 4

00:33:00.040 --> 00:33:03.560
3 มีกี่ตัวลูก 3 มีกี่ตัว

00:33:03.710 --> 00:33:06.880
3 มี 3 ตัว เพราะฉะนั้น  3 ยกกำลัง 3

00:33:07.200 --> 00:33:11.800
ตอบข้อไหน ไม่ใช่ 5 ยกกำลัง 7 นะ

00:33:12.010 --> 00:33:15.570
ดูดี ๆ ดูดี ๆ นะคะ สายตาดูดี ๆ นะ

00:33:15.680 --> 00:33:18.000
ครูใส่เลข 3 มาให้ 3 ตัวนะนี่

00:33:18.290 --> 00:33:21.050
ไม่ใช่ 5 หมดนะคะ ดูดี ๆ ด้วย

00:33:23.620 --> 00:33:25.680
ต่อไปข้อ 5

00:33:28.560 --> 00:33:30.586
ครูถามว่าตัวเลขนี้

00:33:30.610 --> 00:33:33.380
เลขยกกำลังตัวนี้น่ะ ฐานคืออะไร

00:33:38.420 --> 00:33:40.950
ไม่บอก ฐาน ก็คือตัวที่อยู่ข้างล่างลูก

00:33:41.580 --> 00:33:43.280
ฐาน ก็คือตัวที่อยู่ข้างล่างนั่นล่ะ

00:33:43.750 --> 00:33:45.490
มันเท่า... มันคืออะไรนะคะ

00:33:47.150 --> 00:33:49.220
ข้อ 6 ถามเลขชี้กำลังค่ะ

00:33:50.080 --> 00:33:52.710
เลขชี้กำลังของตัวนี้ 10 ยกกำลัง 100

00:33:52.980 --> 00:33:55.280
เลขชี้กำลังคืออะไร

00:33:57.790 --> 00:34:01.880
ทีนี้ใช้ข้อมูลตัวนี้นี่ตอบคำถามข้อ 7 ถึงข้อ 10

00:34:03.500 --> 00:34:07.950
ข้อแรก ข้อ 1 1 ส่วน 30 ยกกำลัง -5

00:34:08.970 --> 00:34:11.770
ข้อ 2 ยังไม่ได้ตอบเลยลูก

00:34:11.770 --> 00:34:14.340
อันนี้เป็นข้อที่เขาให้... ให้ดูเฉย ๆ

00:34:14.450 --> 00:34:18.190
ว่ามันจะไปจับคู่กับอะไรยังไม่ได้ดูคำถามเลย

00:34:18.400 --> 00:34:21.560
อันนี้คือ ข้อมูลที่เขาให้มาที่เขากำหนดมาให้

00:34:21.750 --> 00:34:23.010
มีอยู่ 4 ข้อ

00:34:23.440 --> 00:34:27.150
ข้อแรก 1 ส่วน 30 ยกกำลัง -5

00:34:27.180 --> 00:34:30.170
ข้อที่ 2 -11 ยกกำลัง -10

00:34:31.040 --> 00:34:34.670
ข้อที่ 3 95 ยกกำลัง 25

00:34:35.200 --> 00:34:37.830
ข้อ 4 12 ยกกำลัง 10

00:34:38.570 --> 00:34:40.310
มัน... ถามอะไรคะ

00:34:40.510 --> 00:34:45.660
เขาถามว่า 30 ยกกำลัง 5 ตรงกับข้อไหน

00:34:46.610 --> 00:34:48.460
จำได้ไหมสมบัติข้ออะไร

00:34:49.320 --> 00:34:51.680
30 ยกกำลัง 5 ตรงกับข้ออะไร

00:34:52.690 --> 00:34:55.390
ตรงกับข้อ 1 ถูกไหม ตรงกับข้อ 1

00:34:56.620 --> 00:34:58.650
ก็ตอบ ก. นะคะ

00:34:58.880 --> 00:35:00.826
ถ้าอันนี้มันหมายถึงอะไร มันตรงกับ...

00:35:00.850 --> 00:35:04.100
มันจับคู่กับข้อ 1 2 3 ลูกก็ไปเลือก

00:35:04.570 --> 00:35:07.016
อันนี้มันคือ ข้อ 1

00:35:07.158 --> 00:35:10.036
เพราะฉะนั้น คำตอบที่ถูกต้อง ก็คือ ก.

00:35:10.960 --> 00:35:13.430
จำได้ไหม อันนี้น่ะจำได้ไหม ต้องไปทวนนะ

00:35:13.860 --> 00:35:16.540
มันเป็นสมบัติของเลขยกกำลังนี่ล่ะ

00:35:16.540 --> 00:35:18.235
ที่คุณครูเคยสอนไปแล้วนะคะ

00:35:18.259 --> 00:35:19.520
ครูเคยสอนไปแล้วนะ

00:35:21.670 --> 00:35:25.870
แล้วข้อนี้ล่ะ ตรงกับอะไร ตรงกับข้อไหน

00:35:25.920 --> 00:35:29.200
1 ส่วน -10 ยกกำลัง -10... ยกกำลัง 10

00:35:29.450 --> 00:35:35.110
ตรงกับข้อไหนคะ ถูกต้อง

00:35:35.550 --> 00:35:37.900
ถ้าใครจริง ๆ ครูไม่ได้เอาตัวเลขพลิกแพลงเลย

00:35:37.924 --> 00:35:39.460
ตรง ๆ เลยนะคะ ตรง ๆ

00:35:39.630 --> 00:35:43.400
ถ้าสังเกตดี ๆ นี่ ก็จะสามารถตอบได้เลยนะคะ

00:35:43.680 --> 00:35:44.920
ที่มันจับคู่กัน

00:35:47.290 --> 00:35:49.460
ลักษณะเหมือนกันที่ให้จับคู่นะ

00:35:49.600 --> 00:35:51.970
อันนี้ก็เหมือนเดิมนะคะ

00:35:52.170 --> 00:35:54.310
ข้อ 9 กับข้อ 10 ให้ไปจับคู่

00:35:55.030 --> 00:35:57.600
ลูกก็ไปจับคู่ให้ถูกต้อง ให้ถูกข้อนะคะ

00:35:58.000 --> 00:36:04.120
ทีนี้มาดูข้อ 11 สมบัติข้อที่ 5 ของเลขยกกำลัง

00:36:04.280 --> 00:36:07.160
จำได้ไหมคะ เลขยกกำลังซ้อนเลขยกกำลัง

00:36:07.950 --> 00:36:11.680
นี่ a ยกกำลัง m ทั้งหมด ยกกำลัง n

00:36:11.900 --> 00:36:14.946
มันหมายถึงข้างบนเลขยกกำลังนี่

00:36:14.971 --> 00:36:18.060
เอามาคูณกันนะลูก ไม่ใช่บวกนะ ดูดี ๆ นะ

00:36:19.240 --> 00:36:26.930
ทีนี้ 9 ยกกำลัง 2 ทั้งหมดยก 3 มันคืออะไร

00:36:27.530 --> 00:36:29.610
มันคืออะไร ก็คือ 9

00:36:30.210 --> 00:36:32.700
เอาเลขชี้กำลังข้างบนนี้นะคะ

00:36:32.800 --> 00:36:35.860
2 กับ 3 มาคูณกันเป็นเท่าไรลูก

00:36:39.020 --> 00:36:42.560
ตอบได้นะ ตอบได้ เอง

00:36:50.270 --> 00:36:52.970
2 x 3 ลูกไม่ใช่ 2 + 3 นะ

00:36:54.770 --> 00:36:59.160
คูณนะคะ ผิด ๆ

00:37:00.100 --> 00:37:04.020
พี่บิวดูดี ๆ คูณดี ๆ หันไปมองเจ็ทกับมอง...

00:37:06.390 --> 00:37:09.588
การคูณ 2 กับ 3 คูณคืออะไร

00:37:22.090 --> 00:37:23.090
เข้าใจหรือยัง

00:37:23.480 --> 00:37:25.815
บิวน่ะ ดูดี ๆ นะลูก

00:37:25.839 --> 00:37:28.650
เรื่องของการคูณไม่ใช่เรื่องของการบวกนะ

00:37:29.310 --> 00:37:32.240
การคูณ คูณคืออะไรนะคะ

00:37:34.140 --> 00:37:36.800
เพราะว่าครูใช้ตัวเลขน้อยมากเลย

00:37:37.030 --> 00:37:39.990
ใช่ ไม่เกี่ยวกับการบวกแล้วนะ

00:37:40.330 --> 00:37:43.740
เพราะว่าตัวนี้สมบัติข้อนี้มันใช้การคูณ

00:37:43.760 --> 00:37:46.290
เอาเลขชี้กำลังข้างบนมาคูณกันนะคะ

00:37:46.920 --> 00:37:50.160
ข้อที่ 2 ล่ะคะ อันนี้ก็ง่ายมาก

00:37:50.160 --> 00:37:55.360
4 x 5 เป็นเท่าไรลูก 4 x 5 เป็นเท่าไร

00:37:57.920 --> 00:38:01.830
ข้อ... ครูว่าจะมีคนได้คะแนนเต็มอยู่นะ

00:38:02.040 --> 00:38:03.046
ได้เท่าไร เท่าไร

00:38:06.452 --> 00:38:07.561
ใช่ ๆ

00:38:10.806 --> 00:38:12.580
ง่ายไหม ง่ายไหม ง่ายนะ

00:38:14.560 --> 00:38:16.110
สมบัติข้อนี้ผ่านไป

00:38:16.140 --> 00:38:20.110
ต่อมาค่ะ สมบัติข้อที่ 6 อันนี้ก็ง่าย

00:38:23.260 --> 00:38:26.560
ab ยกกำลัง n นะ

00:38:26.815 --> 00:38:28.254
มันหมายถึงการแยก

00:38:28.773 --> 00:38:32.105
a ยกกำลัง n คูณกับ b ยกกำลัง n

00:38:32.260 --> 00:38:33.730
ค่ามันจะต่างกันเห็นไหม

00:38:33.840 --> 00:38:35.780
มันใส่วงเล็บนะคะ ในตัวอย่างนี้

00:38:35.920 --> 00:38:39.540
2 x 3 ทั้งหมดยกกำลัง 4

00:38:39.720 --> 00:38:42.730
เวลาเขาแยกออกมา ก็คือ 2 ยกกำลัง 4

00:38:44.070 --> 00:38:46.440
คูณด้วย 3 ยกกำลัง 4 นะ

00:38:47.740 --> 00:38:51.200
อันนี้ครูก็ถามตรง ๆ เลยข้อไหนถูก ลูกว่าข้อไหน

00:38:55.940 --> 00:38:58.467
ไม่รู้ ไม่รู้ตอบเองอันนี้น่ะ

00:38:58.492 --> 00:39:00.870
เพราะว่ามันง่ายมากเลยนะคะ

00:39:00.970 --> 00:39:03.043
ถ้ายังจำสมบัติของเขาไม่ได้

00:39:03.067 --> 00:39:04.520
ให้มาดูตัวอย่างอย่างนี้

00:39:05.390 --> 00:39:07.600
เป็นภาพที่ครูให้มาอย่างนี้น่ะลูก

00:39:07.940 --> 00:39:09.760
มันอธิบายมันมีทั้งตัวอย่าง

00:39:09.820 --> 00:39:11.892
เพราะฉะนั้น ให้ลูกมาดูตรงนี้ก่อนนะคะ

00:39:11.916 --> 00:39:12.960
ถ้าไม่มั่นใจ

00:39:13.280 --> 00:39:16.100
ที่แน่ ๆ เรื่องของการคูณไปคูณให้ถูกนะลูก

00:39:17.510 --> 00:39:19.440
ถ้าคูณผิดนี่ ก็คือตอบผิดเลยนะ

00:39:19.450 --> 00:39:22.100
เพราะว่าโจทย์มันไม่ได้พลิกแพลงอะไรเลยนะคะ

00:39:24.240 --> 00:39:27.810
อันนี้ล่ะ สลับกัน ถ้าครูให้แบบนี้มา

00:39:27.940 --> 00:39:29.330
มันจะตรงกับตัวไหน

00:39:33.890 --> 00:39:36.630
ได้หมดแล้ว ได้หมดแล้ว แสดงว่าตอบถูกหมดแล้ว

00:39:37.657 --> 00:39:38.980
สมบัติข้อ 7 ค่ะ

00:39:44.120 --> 00:39:48.220
อันนี้เป็นเศษส่วนใช่ไหมคะ เป็นเศษส่วน

00:39:48.500 --> 00:39:52.560
a ส่วน b ยกกำลัง n

00:39:52.720 --> 00:39:56.510
ก็แยกออกไปค่ะ a อยู่ข้างบนยกกำลัง n

00:39:56.740 --> 00:39:59.080
b อยู่ข้างล่างก็ยกกำลัง n เหมือนกัน

00:39:59.620 --> 00:40:02.080
เขียนแค่นี้เองนะคะ ความสัมพันธ์ของเขา

00:40:03.350 --> 00:40:07.450
ตรงกับข้อไหนเลือกได้

00:40:10.310 --> 00:40:15.530
เจ็ทไม่ต้องหัวเราะข้อสอบนะ เอาใหม่ ให้ดูใหม่

00:40:21.030 --> 00:40:22.030
ข้อไหน

00:40:32.160 --> 00:40:35.020
ครูก็ว่าจอมันใหญ่อยู่นะ มองไม่เห็นเลยหรือ

00:40:39.760 --> 00:40:42.330
ข. นะคะ 5 ยกกำลัง 3

00:40:42.440 --> 00:40:45.140
ส่วนด้วย 6 ยกกำลัง 3 นั่นเองนะ

00:40:45.610 --> 00:40:47.010
อันนี้ง่าย ง่ายไหม

00:40:51.460 --> 00:40:54.240
หมดแล้วในสมบัติถึงข้อ 8

00:40:56.010 --> 00:40:58.600
ข้อไหน ข้อ... 16 นะคะ

00:40:59.060 --> 00:41:01.330
ตัวนี้ค่ะ อีกคุณสมบัติหนึ่ง

00:41:02.310 --> 00:41:05.120
ครูไม่ได้เอาตัวอย่างมาให้ดูแล้ว

00:41:06.047 --> 00:41:07.339
ถามตรง ๆ เลย

00:41:07.994 --> 00:41:10.367
ถ้าเป็นตัวนี้จำได้ไหม สมบัติคืออะไร

00:41:11.660 --> 00:41:14.240
10 เลขฐานเหมือนกันเลยนะลูก 10

00:41:15.712 --> 00:41:18.250
ส่วนข้างล่าง ก็คือ 10 เหมือนกันมันเหมือนกัน

00:41:18.270 --> 00:41:20.900
เพราะฉะนั้น เอาเลขชี้กำลังนะ

00:41:20.990 --> 00:41:22.575
อันนี้เศษส่วนหมายถึงการ...

00:41:22.599 --> 00:41:24.930
การอะไรคะ การหาร

00:41:25.390 --> 00:41:27.940
เอาเลขชี้กำลังมาลบ เอามาลบ

00:41:28.080 --> 00:41:31.350
ข้างบนมี 10 - 7 เหลือเท่าไร

00:41:32.360 --> 00:41:36.130
10 - 7 เหลือเท่าไร ตอบ ก. หรือคะ

00:41:41.410 --> 00:41:43.102
ให้ไปทวนเองอันนี้ครูบอก...

00:41:43.409 --> 00:41:45.270
ครูเอาตัวอย่างข้อสอบมาให้ดูแล้ว

00:41:45.400 --> 00:41:47.200
ลูกจะต้องไปหาวิธีมาเอง

00:41:47.930 --> 00:41:50.520
ข้อไหน เศษส่วนตัวนี้คือการลบ

00:41:50.582 --> 00:41:53.120
เอาเลขยกกำลังมาลบกันจำให้ได้

00:41:53.200 --> 00:41:57.120
ไปดูในสมุดที่เราเคยทำแบบฝึกมานะคะ ตัวนี้น่ะ

00:42:00.090 --> 00:42:03.360
10 - 7 10 - 7 ได้เท่าไร

00:42:10.670 --> 00:42:13.120
ง. นะคะ ตอบ ง.

00:42:13.130 --> 00:42:16.450
10 อยู่ข้างบนเอาตัวเลขชี้กำลังที่อยู่ข้างบน

00:42:16.660 --> 00:42:19.820
ลบด้วยตัวเลขชี้กำลังที่อยู่ข้างล่างนะคะ

00:42:20.320 --> 00:42:23.520
10 - 7 = 3

00:42:23.580 --> 00:42:27.470
ก็คือ 10 ยกกำลัง 3 3

00:42:28.870 --> 00:42:31.740
ดูดี ๆ นะ ถ้ามาเป็นแบบนี้ล่ะ

00:42:32.440 --> 00:42:39.450
ข้อ 18 ลูกเอาแล้วมีทั้งเศษส่วนมีทั้งการคูณด้วย

00:42:39.610 --> 00:42:41.850
แต่เลขฐานเหมือนกันจำให้ได้นะ

00:42:42.020 --> 00:42:43.360
10 เหมือนกัน 10

00:42:43.470 --> 00:42:47.500
10 มีอยู่ 10 10 ทั้งนั้นเลยนะคะ เหมือนกัน

00:42:48.080 --> 00:42:53.570
เรามาดูว่าอันนี้ 10 เลขอันนี้เป็นเศษส่วนใช่ไหม

00:42:53.650 --> 00:42:55.140
คือการหาร หารคืออะไร

00:42:55.290 --> 00:42:59.090
คุณสมบัติ ก็คือเอาเลขชี้กำลังมาลบกันนะคะ

00:42:59.380 --> 00:43:01.620
ตัวนี้คู่นี้เอามาลบกันก่อน

00:43:01.970 --> 00:43:04.850
10 - 7 เหลือเท่าไร

00:43:05.840 --> 00:43:07.860
เหลือ 10 - 7 เหลือเท่าไร

00:43:08.610 --> 00:43:09.907
อย่าเพิ่งตอบ อย่าเพิ่งตอบ

00:43:10.077 --> 00:43:11.680
คิดกัน... ไปพร้อม ๆ กันก่อน

00:43:12.100 --> 00:43:15.200
เหลือ 3 เหลือ 3 ใช่ไหม

00:43:15.550 --> 00:43:19.280
แต่อันนี้คำตอบตัวนี้ คือ 10 ยกกำลัง 3

00:43:20.300 --> 00:43:23.121
มันคูณ คูณคือการเอาเลขชี้กำลัง

00:43:23.145 --> 00:43:24.990
มารวมกันถูกหรือเปล่า

00:43:25.520 --> 00:43:27.780
อันนี้ได้ 3 แล้วนะ ตรงนี้ได้ 3

00:43:28.250 --> 00:43:32.146
3 + 5 รวมเป็นเท่าไร 8 นั่นเอง

00:43:32.218 --> 00:43:35.480
คำตอบ คือ ค. ถูกนะลูก

00:43:38.280 --> 00:43:43.850
โอเค ครูอยากให้ลูกจำให้ได้

00:43:43.870 --> 00:43:46.210
แล้วก็ฝึก... ฝึกนะคะ ไปทบทวนดี ๆ

00:43:46.230 --> 00:43:49.790
ในเรื่องของเลขคุณสมบัติของเลขยกกำลังนะคะ

00:43:49.990 --> 00:43:51.630
ถ้าเป็นเศษส่วนแบบนี้

00:43:51.630 --> 00:43:54.230
ก็คือเอาเลขชี้กำลังมาลบกันนะคะ

00:43:54.510 --> 00:43:56.630
ถ้าเมื่อไรที่มันเป็นการคูณแบบนี้

00:43:57.330 --> 00:43:59.280
คือเอาเลขชี้กำลังมาบวกกัน

00:44:00.087 --> 00:44:03.840
และถ้าเมื่อไรที่มันเป็นเลขยกกำลังซ้อนกันนะคะ

00:44:03.864 --> 00:44:07.490
ซ้อนกัน คือเอาเลขชี้กำลังนี่ มาคูณกันนะคะ

00:44:07.500 --> 00:44:09.340
อันนี้คือความหมายของเลขยกกำลัง

00:44:09.365 --> 00:44:11.680
สมบัติของเขาที่ลูก ๆ จะต้องนำมาใช้

00:44:11.704 --> 00:44:13.521
ในการแก้โจทย์ปัญหานะ

00:44:15.050 --> 00:44:19.920
ถ้าเป็นข้อนี้ล่ะลูก เริ่มงงไหม

00:44:23.390 --> 00:44:26.850
เท่าไรนะ ดูดี ๆ นะ ดูดี ๆ นะ

00:44:28.040 --> 00:44:33.080
ตัวนี้ข้างบน คือ 3 ข้างล่าง คือ 10

00:44:33.460 --> 00:44:37.610
ให้เหลือบมาดูตรงนี้ 5 ยกกำลัง 10 นี่

00:44:37.630 --> 00:44:39.720
ตัวนี้ ก็คืออยู่ข้างบนเหมือนกันนะคะ

00:44:40.160 --> 00:44:42.530
เพราะฉะนั้น เราสามารถตัดได้

00:44:43.440 --> 00:44:44.748
เอา 10 ตัวที่อยู่ข้างบน

00:44:44.772 --> 00:44:46.600
ลบ 10 ตัวอยู่ข้างล่างเลย

00:44:46.780 --> 00:44:49.790
ไม่ต้องไป... เอามาลบ 3 นะคะ

00:44:50.680 --> 00:44:53.770
10 กับ 10 เท่ากันตัดออกเลยเหลืออะไรคะ

00:44:54.740 --> 00:44:57.210
เหลืออะไร จะเหลือ 7 ได้อย่างไร

00:44:59.230 --> 00:45:01.940
เหลือ 3 ตัวเดียวน่ะ 3 น่ะ

00:45:02.430 --> 00:45:03.920
จะมา 7 ได้อย่างไร

00:45:08.530 --> 00:45:10.290
ใช่ มัน 7 น่ะ

00:45:10.350 --> 00:45:12.367
มันไม่ใช่เอา 10 ตรงนี้ขึ้นไปข้างบนนะลูก

00:45:12.391 --> 00:45:13.520
แล้วลบ 3 ไม่ใช่

00:45:13.940 --> 00:45:15.640
ถ้าลูกจะทำลำดับแบบนี้

00:45:15.640 --> 00:45:19.580
ก็คือ 3 3 อยู่ข้างหน้าลบ 10

00:45:20.350 --> 00:45:22.880
คำตอบคือ -7 นะคะ ไม่ใช่ 7

00:45:27.200 --> 00:45:31.320
มันติดลบเพราะว่าลบมันอยู่ข้างหลัง เข้าใจนะ

00:45:32.450 --> 00:45:35.021
3 3 - 10

00:45:37.936 --> 00:45:40.820
มันจะติดลบ -7 -7

00:45:41.350 --> 00:45:45.000
พอลูกได้คำตอบอันนี้ -7 แล้ว 5 ยกกำลัง -7

00:45:45.190 --> 00:45:47.180
ลูกก็เอามาทำอะไรคะ

00:45:49.440 --> 00:45:50.870
เอามาบวกกับ 10

00:45:51.140 --> 00:45:54.320
-7 + 10 = 3 นะคะ

00:45:54.320 --> 00:45:56.060
-7 + 10 = 3

00:45:56.370 --> 00:45:59.450
คำตอบเหมือนกันไหม ก็คือข้อ ง.

00:45:59.450 --> 00:46:00.800
คำตอบเหมือนกัน

00:46:01.040 --> 00:46:05.750
ครูถึงบอกว่าวิธีที่ง่ายที่สุดลูกดูจำนวนเลยข้างบนนี่

00:46:06.000 --> 00:46:08.350
อย่ามาลบแบบนี้ลูกอาจจะพลาดก็ได้

00:46:08.620 --> 00:46:11.490
ดูว่ามันสมบัติเหมือนกันนะ

00:46:11.860 --> 00:46:14.030
5 ยกกำลัง 10 นี่มันอยู่ข้างบนเหมือนกัน

00:46:14.210 --> 00:46:17.820
เพราะฉะนั้น เรามาดูคู่นี้ก็ได้ 10 - 10

00:46:17.930 --> 00:46:19.940
ง่ายมากเลยเท่ากับ 0 ใช่ไหมคะ

00:46:19.940 --> 00:46:22.000
มันก็โดนตัดไปแล้วเท่ากับ 0

00:46:22.040 --> 00:46:23.745
เพราะฉะนั้น มันก็เลยเหลือแค่ตัวเดียว

00:46:23.769 --> 00:46:24.930
5 ยกกำลัง 3

00:46:25.600 --> 00:46:28.320
เพราะฉะนั้น ดูดี ๆ ลูกดูดี ๆ นะคะ

00:46:30.980 --> 00:46:33.030
อันไหนง่ายทำให้มันเป็นเรื่องง่าย

00:46:33.030 --> 00:46:34.680
อย่าไปทำให้เป็นเรื่องยากนะคะ

00:46:34.680 --> 00:46:38.210
เราอาจจะลบแล้วมันจะผิดไปเลยก็ได้นะคะ

00:46:39.840 --> 00:46:46.570
ข้อนี้ลูกมีขั้นตอนการทำหลายขั้นตอนเหมือนกันนะ

00:46:47.760 --> 00:46:50.413
3 ยกกำลัง... 5 ยกกำลัง 3

00:46:50.437 --> 00:46:51.680
ส่วนด้วย 5 ยกกำลัง 10

00:46:51.730 --> 00:46:54.024
อันนี้ตัวเลขข้างบนมันน้อย

00:46:54.048 --> 00:46:56.130
ตัวเลขข้าง... ข้างล่างมันเยอะ

00:46:56.680 --> 00:46:58.850
ก็รอไว้ก่อน รอไว้ก่อนนะคะ

00:46:59.590 --> 00:47:02.340
เอาพักไว้ก่อนเรามาทำตัวนี้ก่อนตัวนี้คือ ง่ายแล้ว

00:47:02.680 --> 00:47:06.490
5 ยกกำลัง 5 ทั้งหมด ยกกำลัง 3

00:47:06.960 --> 00:47:08.840
ตัวนี้ ก็คือการคูณถูกไหม

00:47:09.170 --> 00:47:14.420
5 x 3 เป็นเท่าไรคะ 5 x 3 นี่ลูก

00:47:16.320 --> 00:47:20.250
เป็น 5 ยกกำลังเท่าไรคะ ถูกต้อง 15

00:47:24.720 --> 00:47:27.220
อันนี้อยู่ข้างบนน่ะ 15 ตัวนี้อยู่ข้างบน

00:47:28.430 --> 00:47:31.400
10 ตัวนี้อยู่ข้างล่างเอาตัวนี้มาลบก่อน

00:47:32.790 --> 00:47:37.150
ก็เท่ากับ 15 - 10 เหลือเท่าไรลูก

00:47:39.990 --> 00:47:43.340
เหลือ 5 เหลือ 5 จบหรือยัง

00:47:43.920 --> 00:47:45.620
5 ตัวนี้น่ะ ยังไม่จบ

00:47:45.680 --> 00:47:48.430
มันเหลืออะไร มันเหลือตัวนี้ลูก

00:47:48.930 --> 00:47:52.120
มันเหลือ 3 ตัวนี้ 3 อันนี้อยู่ข้างบนใช่ไหม

00:47:52.670 --> 00:47:54.760
จะต้องเอามาทำอะไรคะ

00:47:54.940 --> 00:47:56.788
3 กับ 5 เอามารวม...

00:47:57.879 --> 00:48:00.621
ถูกต้อง 3 ตัวนี้เอามาบวก 5

00:48:03.200 --> 00:48:04.279
เท่ากับ...

00:48:09.408 --> 00:48:12.777
ล่ามสัญญาณน่าจะขัดข้องค่ะ

00:48:19.967 --> 00:48:20.980
8

00:48:54.880 --> 00:48:56.302
โอเคได้... ได้ยินไหมคะ

00:48:57.719 --> 00:49:00.321
ได้... ได้แล้วนะ ทั้งหมดดูนะคะ

00:49:01.425 --> 00:49:04.020
ในเรื่องของเลขยกกำลังมีแค่นี้

00:49:04.360 --> 00:49:05.765
ข้อสอบมีประมาณนี้

00:49:05.789 --> 00:49:08.530
ฝากลูก ๆ ไปอ่านหนังสือนะคะ ห้ามลืมนะ

00:49:08.920 --> 00:49:11.710
ครูหวังไว้มากเลยว่าห้องนี้จะทำคะแนนได้...

00:49:12.000 --> 00:49:13.237
มีคนทำได้เต็มด้วย

00:49:13.237 --> 00:49:16.060
แล้วก็ไม่น่าจะต่ำกว่า 80 เปอร์เซ็นต์นะคะ

00:49:16.630 --> 00:49:20.430
จากที่ครูดูที่ลูกตอบคำถามนะคะ ไปดูดี ๆ นะคะ

00:49:21.240 --> 00:49:24.860
ทีนี้มาดูในเรื่องนี้ค่ะ เรื่องของฟังก์ชัน

00:49:26.150 --> 00:49:29.520
อันนี้ง่ายเกี่ยวกับชีวิตประจำวันของลูกเลย

00:49:29.840 --> 00:49:33.080
เป็นคู่อันดับที่ครูจับระหว่างตาราง

00:49:33.300 --> 00:49:36.080
ตารางที่เราใช้เรียนนี่ล่ะค่ะ ตารางสอนเรานี่ล่ะ

00:49:39.750 --> 00:49:42.740
เป็นของห้องเรียน ม.5/1

00:49:43.920 --> 00:49:45.440
จำได้ไหม อันนี้คุ้นไหมลูก

00:49:47.450 --> 00:49:49.360
มันเป็นคู่อันดับระหว่างอะไร

00:49:49.960 --> 00:49:52.810
แนวตั้ง แนวตั้งคือวันที่ใช่ไหมคะ

00:49:53.100 --> 00:49:57.630
แนวตั้ง คือ วันอังคาร พุธ พฤหัสบดี ศุกร์

00:49:57.650 --> 00:49:58.660
อันนี้คือแนวตั้ง

00:49:58.750 --> 00:50:02.060
แนวนอนคืออะไร แนวนอนก็คือคาบค่ะ

00:50:03.980 --> 00:50:08.780
คาบ 1 คาบ 2 คาบ 3 อันนี้คือแนวนอนนะ

00:50:09.620 --> 00:50:13.520
ที่ครูให้หาครูใช้คำถามมาถามลูก

00:50:13.700 --> 00:50:17.840
หาตำแหน่งของวิชาที่เราเรียนนะคะ

00:50:18.280 --> 00:50:21.330
ว่าตรงกับวันอะไร คาบอะไร อันนี้ง่าย

00:50:21.960 --> 00:50:24.553
ง่ายมากเลย แค่ลูกดูได้นะ

00:50:25.020 --> 00:50:27.430
ดูนะ อย่างเช่น ข้อ 21

00:50:28.945 --> 00:50:33.683
ม.5/1 เรียนวิชาคณิตศาสตร์วันอะไร

00:50:33.990 --> 00:50:35.640
คาบที่เท่าไร

00:50:36.870 --> 00:50:43.580
ดูนะ วิชาคณิตศาสตร์เรียนวันอะไร คาบที่เท่าไร

00:50:45.240 --> 00:50:48.170
คณิตศาสตร์อยู่ไหน คณิตศาสตร์อยู่นี่

00:50:49.940 --> 00:50:51.040
เรียนวันอะไรคะ

00:50:51.800 --> 00:50:54.910
เรียนวันพุธ เราก็เอาวันพุธไปตอบ

00:50:55.010 --> 00:50:57.820
คาบที่ 1 กับ 2 ถูกไหม

00:50:58.410 --> 00:51:01.840
ข้อไหนละทีนี้ ข้อ ค.

00:51:02.660 --> 00:51:05.650
อันนี้จับคู่ได้นะ ดูได้ใช่ไหมคะ

00:51:05.900 --> 00:51:09.950
ดูได้ สังเกตได้นะ ง่าย อันนี้คือ ง่ายเลย

00:51:09.960 --> 00:51:12.261
เพราะว่าครูใช้ข้อสอบ

00:51:12.285 --> 00:51:14.330
โดยอยู่กับลูก ๆ เลยอันนี้น่ะ

00:51:15.080 --> 00:51:17.766
ทีนี้คำถามข้อ 22

00:51:18.262 --> 00:51:22.160
วิชาภาษาไทยวันอะไร คาบอะไร

00:51:22.594 --> 00:51:24.650
รู้ว่าวันจันทร์ คาบอะไรคะ

00:51:27.010 --> 00:51:30.560
วันจันทร์คาบที่เท่าไร คาบ 1 กับ 2

00:51:30.730 --> 00:51:33.820
อันนี้ตอบได้ A นะคะ

00:51:35.240 --> 00:51:37.000
วิชาภาษาอังกฤษล่ะ

00:51:39.410 --> 00:51:41.821
ครูไม่รู้ไม่ให้ลูกมาดูตรงนี้

00:51:43.420 --> 00:51:46.490
วันอังคารคาบ 1 2 ง่ายไหม

00:51:50.490 --> 00:51:52.720
บีมดื้อก็จะตกเองล่ะ

00:51:52.820 --> 00:51:57.278
10 คะแนนนี่ไม่ยอมเข้าห้องเรียกเพื่อนมา

00:52:01.042 --> 00:52:07.440
อันนี้เข้าใจนะลูก ครูก็จะถามประมาณนี้

00:52:07.680 --> 00:52:11.747
ว่าวิชาอะไร เรียนวันไหน คาบที่เท่าไรนะคะ

00:52:15.360 --> 00:52:16.800
สลับกันบ้าง

00:52:17.500 --> 00:52:22.887
วันพุธคาบ 3 4 เรียนวิชาอะไร ใครเป็นคนสอน

00:52:23.030 --> 00:52:26.330
วันพุธแล้วก็ต้องเป็นวันพุธคาบไหนล่ะ

00:52:26.480 --> 00:52:30.170
วันพุธคาบ 3 4 ใช่ไหม ตรงนี้ค่ะ

00:52:31.920 --> 00:52:34.310
วิชาสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนนะคะ

00:52:34.310 --> 00:52:36.620
ครูเจนสุดาเป็นคนสอน

00:52:36.620 --> 00:52:39.870
ลูกก็ต้องไปหาคำตอบว่าใครเป็นคนสอน

00:52:40.380 --> 00:52:43.630
อันนี้เองนะคะ ก็คือ ค.

00:52:46.407 --> 00:52:50.614
ถามไหมเรื่องของ... ไม่มีคำถามแล้ว

00:52:53.680 --> 00:52:59.270
ครูหวังว่าลูกจะทำข้อสอบของครูได้นะ 30 ข้อ

00:53:00.680 --> 00:53:04.580
ขั้นต่ำ... ขั้นต่ำ คือ 60 เปอร์เซ็นต์นะลูก

00:53:04.800 --> 00:53:07.330
ทำให้... ทำให้ผ่านเกณฑ์นะคะ

00:53:10.640 --> 00:53:13.680
ในเรื่องการทำข้อสอบถามไหมคะ

00:53:14.030 --> 00:53:15.635
มีคำถามไหมคะ

00:53:16.639 --> 00:53:21.680
ไม่มีคำถามเดี๋ยว... ครูจะให้ลูกทำแบบฝึกนะ

00:53:21.728 --> 00:53:25.238
ทำแบบฝึกในเรื่องของฟังก์ชันอันนี้

00:53:30.952 --> 00:53:36.560
มีค่ะ นี่อันนี้ข้อสอบนี่ เป็นเรื่องที่ครูจะสอบ

00:53:36.560 --> 00:53:39.240
แต่ตัวนี้แบบฝึกอันนี้ครูจะเก็บคะแนนนะคะ

00:53:39.250 --> 00:53:44.460
ในเรื่องของฟังก์ชันลูกก็ต้องทำ 4 ข้อนะคะ

00:53:44.460 --> 00:53:46.017
แต่ก่อนอื่นก่อนที่จะทำ

00:53:47.156 --> 00:53:50.080
ให้ลูก ๆ ออกมาขอบคุณพี่ ๆ ก่อน

00:53:50.105 --> 00:53:53.170
แล้วก็ครูถามใครจะเป็นตัวแทนขอบคุณพี่ ๆ บ้าง

00:53:56.003 --> 00:53:59.030
ครูรู้แล้วไปเข้าห้องน้ำไปแต่งหล่อมาใช่ไหม

00:54:00.810 --> 00:54:01.920
ใช่ไหม

00:54:08.130 --> 00:54:10.640
สรุปมีตัวแทนหรือยัง ห้องนี้

00:54:10.700 --> 00:54:12.640
ห้องนี้รู้สึกจะลีลาเยอะมากเลย

00:54:12.640 --> 00:54:14.610
กว่าจะมีตัวแทนออกมา

00:54:14.670 --> 00:54:17.380
ถ้าได้เป็นตัวแทนแล้วก็พูดดี ๆ นะลูก

00:54:31.090 --> 00:54:33.180
ไหน ๆ เป็นผู้ชายแล้วลูก

00:54:33.272 --> 00:54:35.970
ลูกต้องเป็นตัวแทนของหมู่บ้านแล้วล่ะ

00:54:38.240 --> 00:54:42.242
พี่บีมความรู้สึกของลูกที่เรียน ม.5

00:54:42.266 --> 00:54:43.530
เป็นอย่างไรบ้างนะคะ

00:54:43.554 --> 00:54:47.240
เทอม 1 ที่เราเรียนมานี่ตั้งแต่ต้นจนจบนี่

00:54:47.265 --> 00:54:49.280
เรียนนี่ รู้สึกเป็นอย่างไรนะคะ

00:54:49.280 --> 00:54:51.490
แล้วก็ให้โอกาสขอบคุณพี่ ๆ

00:54:51.540 --> 00:54:55.210
ที่ช่วยเป็นล่ามภาษามือให้เรานะคะ

00:54:56.880 --> 00:55:00.000
ม.5 แล้วไม่ต้องเขินนะลูก ไม่ต้องอายแล้ว

00:55:00.090 --> 00:55:03.068
คุยได้พี่เขาก็เหมือนเป็นพี่นั่นล่ะ

00:55:18.560 --> 00:55:22.300
(ล่าม) ครับ เทอม 1 ก็คือเมื่อก่อนหน้านั้น

00:55:25.033 --> 00:55:28.210
ที่เรียนนะครับ วิชาคณิตศาสตร์นะครับ

00:55:28.240 --> 00:55:30.752
ว่าคุณครูสอนเข้าใจบ้าง

00:55:31.033 --> 00:55:34.100
ไม่เข้าใจบ้างนิดหน่อยครับ

00:55:34.525 --> 00:55:37.471
ก็จะพยายามที่จะเรียนรู้ครับ

00:55:37.496 --> 00:55:41.460
ตอนนี้มีพี่ล่ามมาคอยช่วยก็ขอบคุณมากครับ

00:55:44.330 --> 00:55:46.870
(คุณครูเชาวนี) ยังอยากจะขอใช้พี่ล่าม

00:55:46.870 --> 00:55:49.122
ให้พี่ล่ามเป็นล่ามอีกไหมเทอมหน้า

00:55:49.618 --> 00:55:53.090
ดีไหมคะ อยาก...

00:55:53.114 --> 00:55:55.180
(ล่าม) ครับ อยากครับ

00:55:55.180 --> 00:55:56.433
(คุณครูเชาวนี) เพราะฉะนั้น ครูฝากบีมนะ

00:55:56.768 --> 00:55:58.120
บีมน่ะ ขี้เล่นไปหน่อย

00:55:58.300 --> 00:56:01.245
ตอนที่บีมเป็นคนที่ตั้ง...

00:56:01.486 --> 00:56:03.590
เป็นคนที่สมองดีอย่างนี้แล้วกัน

00:56:03.600 --> 00:56:06.530
เป็นคนที่แบบเรียนรู้ได้เร็วนะคะ

00:56:06.800 --> 00:56:08.645
เพราะฉะนั้น ฝากนิดหนึ่ง

00:56:08.669 --> 00:56:12.560
ตอนที่อธิบายให้... ให้ดูล่ามดี ๆ นะคะ

00:56:12.560 --> 00:56:16.653
เพราะว่าแบบฝึกข้อสอบนี่มันง่ายมากจริง ๆ

00:56:17.120 --> 00:56:19.310
มันเป็นเรื่องที่อยู่รอบ ๆ ตัวเรา

00:56:19.310 --> 00:56:23.370
ถ้าเราใส่ใจล่ามภาษามือแล้วก็ดูจอนะคะ

00:56:23.390 --> 00:56:25.256
เราจะเข้าใจมากขึ้นในเนื้อหา

00:56:25.280 --> 00:56:27.720
ที่ครูพยายามที่จะให้ลูกได้เรียนรู้

00:56:29.190 --> 00:56:32.660
โอเคนะครับ ขอบคุณมากลูก

00:56:34.783 --> 00:56:37.080
มีอีกไหมคะ ตัวแทนฝั่งหญิง

00:56:39.257 --> 00:56:43.140
พี่เจ็ทออกมา พี่เจ็ทพูดได้ พี่เจ็ทพูดก็ได้นะคะ

00:57:10.390 --> 00:57:12.260
(ล่าม) ก็ขอบคุณพี่ล่ามค่ะ

00:57:12.260 --> 00:57:16.060
ที่คอยมาช่วยในเรื่องของภาษามือค่ะ

00:57:16.160 --> 00:57:22.270
ทำให้ได้เรียนวิชาคณิตศาสตร์น่ะค่ะ ขอบคุณค่ะ

00:57:22.320 --> 00:57:25.200
(คุณครูเชาวนี) เขินใช่ไหม เรียนเข้าใจ

00:57:28.000 --> 00:57:33.490
อายใช่ไหม พูดนิดเดียว ไม่ต้องอายแล้วนะคะ

00:57:33.490 --> 00:57:36.820
นักเรียนอยู่กับพี่เขานี่มาตั้งแต่ ม.4 แล้วนะคะ

00:57:36.845 --> 00:57:40.643
พวกเราเรียนได้พบกันนี่บ่อย ๆ เลยนะคะ

00:57:40.718 --> 00:57:42.630
ทุกครั้งเลยนะคะ

00:57:43.800 --> 00:57:48.610
มีไหม มีอีกไหมคะ มาพี่เพียว

00:58:13.120 --> 00:58:15.120
(ล่าม) ค่ะ ขอบคุณพี่ล่ามค่ะ

00:58:15.130 --> 00:58:17.840
ที่คอยใช้ภาษามือในการสอน

00:58:17.850 --> 00:58:19.740
บางทีก็เรียนไม่เข้าใจค่ะ

00:58:19.750 --> 00:58:23.910
แต่ว่าพอมีล่ามสอนก็ทำให้เข้าใจมากขึ้นค่ะ

00:58:23.910 --> 00:58:25.450
ขอบคุณค่ะ

00:58:27.056 --> 00:58:29.680
(คุณครูเชาวนี) ทุกคนแบบพูดสั้นมากเลย

00:58:29.705 --> 00:58:32.860
ไออุ่น ไออุ่น ไออุ่นออกมา

00:58:50.650 --> 00:58:53.230
ดูนะ ไออุ่นครูจะไม่ให้ลอกเพื่อนแล้ว

00:58:53.255 --> 00:58:56.625
เอาความรู้สึกไออุ่น ห้ามเหมือนเพื่อน

00:59:10.030 --> 00:59:11.580
(ล่าม) ขอบคุณพี่ล่ามค่ะ

00:59:11.580 --> 00:59:14.700
ที่คุณครูสอนแล้วก็จะมีพี่ล่ามคอยแปล

00:59:14.750 --> 00:59:18.070
ให้พวกเราเรียนเข้าใจค่ะ ขอบคุณค่ะ

00:59:24.085 --> 00:59:28.995
(คุณครูเชาวนี) พี่บีมทำไมไม่ออกมา

00:59:29.391 --> 00:59:32.501
เหลืออยู่ 2 คนแล้วนี่ออกมาเป็นแพ็คคู่เลยนะลูก

00:59:33.550 --> 00:59:34.631
ออกมา 2 คนเลย

00:59:34.656 --> 00:59:37.643
ฮานอยกับทีมผู้หญิงนะ ออกมาเลย

00:59:54.934 --> 00:59:56.313
จะพูดอะไรลูก

01:00:06.470 --> 01:00:09.847
ฮานอยตื่นเต้น ตื่นเต้นอะไร

01:00:19.696 --> 01:00:21.488
(ล่าม) ค่ะ ขอบคุณคุณครู

01:00:21.512 --> 01:00:24.230
ในเรื่องของการใช้ภาษามือได้เข้าใจมาก

01:00:24.480 --> 01:00:26.450
วันนี้มีพี่ล่ามคอยช่วยค่ะ

01:00:27.030 --> 01:00:30.350
อยากเรียนเข้าใจ พยายามตั้งใจเรียนค่ะ

01:00:31.120 --> 01:00:34.360
ก็ภาษามือของพี่ล่ามเข้าใจดีค่ะ

01:00:35.720 --> 01:00:38.083
ก็ขอบคุณพี่ล่ามที่คอยช่วย

01:00:41.110 --> 01:00:44.846
ก็ทำให้เรียนเข้าใจมากขึ้นดูจอด้วย

01:00:45.370 --> 01:00:51.420
ก็ด้วย... ก็ดูทั้งคู่ก็เลยเข้าใจดีค่ะ ขอบคุณค่ะ

01:00:51.938 --> 01:00:52.945
(คุณครูเชาวนี) โอเคขอบคุณมาก

01:00:52.969 --> 01:00:54.515
เด็ก ๆ ทุกคนนะคะ

01:00:55.910 --> 01:00:57.405
แสดงว่าเด็ก ๆ เข้าใจ

01:00:57.429 --> 01:01:01.696
ในการเรียนการสอนแบบนี้นะ

01:01:01.721 --> 01:01:03.755
คราวหน้าครูจะขอ...

01:01:03.996 --> 01:01:06.481
ชอบ... ชอบแล้วห้ามหลับนะ

01:01:07.080 --> 01:01:09.920
ต่อไปเทอม 2 ห้ามหลับเลยนะนี่

01:01:10.600 --> 01:01:13.475
ไม่ให้ครูสอนใช่ไหมจะให้พี่ล่ามเป็นคนสอนใช่ไหม

01:01:13.499 --> 01:01:14.970
เทอมหน้าใช่ไหม

01:01:19.360 --> 01:01:23.997
โอเค เดี๋ยวเทอมหน้าเจอกันใหม่นะคะ

01:01:24.215 --> 01:01:26.280
ครูกับพี่ล่ามนะคะ

01:01:27.137 --> 01:01:29.680
ต่อไปเดี๋ยวออกมาถ่ายภาพรวม

01:01:29.680 --> 01:01:31.420
อย่าเพิ่งบ๊ายบายออกมานั่งตรงนี้ลูก

01:01:31.430 --> 01:01:34.310
มานั่งแถวนี้แล้วก็หันหน้าออกไปตรงนี้นะคะ

01:01:34.560 --> 01:01:37.860
ครูจะขอถ่ายภาพเก็บบรรยากาศนิดหนึ่ง

01:01:38.440 --> 01:01:40.720
ก่อนที่จะปิดเทอมนะคะ

01:02:58.129 --> 01:03:00.640
โอเคขอบคุณมากนะคะ

01:03:14.420 --> 01:03:16.950
ลูก ๆ คะ ให้ทำแบบฝึกตอนนี้นะคะ

01:03:17.432 --> 01:03:21.450
มีอยู่ทั้งหมดอยู่ 4 ข้อด้วยกัน เอาสมุดมา