﻿WEBVTT

00:00:41.810 --> 00:00:48.250
(อาจารย์สุธิรา) สวัสดีค่ะ เด็ก ๆ พร้อมหรือยังคะ

00:00:53.410 --> 00:00:58.074
โอเค สมาชิกมาครบแล้วนะ

00:01:01.378 --> 00:01:02.378
โอเคค่ะ

00:01:05.330 --> 00:01:08.851
หัวข้อที่เราจะเรียนในสัปดาห์นี้นะคะ เด็ก ๆ

00:01:09.796 --> 00:01:16.150
ก็คือเรื่องพื้นฐานการบูรณาการเทคโนโลยีในชุมชน

00:01:17.930 --> 00:01:22.988
คือ ก่อนที่เราจะทำโครงงานนี่

00:01:23.814 --> 00:01:27.300
ถ้าเราเรียนวิชานี้ เราก็จะได้เข้าใจมากขึ้นนะ

00:01:27.310 --> 00:01:33.320
ว่าทำไมถึงต้องทำโครงงาน โครงงานทำไปเพื่ออะไร

00:01:35.846 --> 00:01:39.088
ใครได้ประโยชน์ มีประโยชน์อย่างไรนะคะ

00:01:41.278 --> 00:01:44.888
ก่อนอื่นนะคะ เรามาดู...

00:01:50.512 --> 00:01:51.512
ปุ่มไปไหนล่ะ

00:01:58.070 --> 00:01:59.740
ยังไม่เอาโปรแกรมนั้นออกเหรอ

00:02:03.450 --> 00:02:07.550
เนื้อหานะคะ หัวข้อใหญ่ ๆ ของเราจะมีอยู่ 2 หัวข้อ

00:02:07.580 --> 00:02:15.490
ก็คือหัวข้อที่ 1 แนวคิดพื้นฐาน และก็บทบาทของเทคโนโลยีในชุมชน

00:02:15.880 --> 00:02:20.080
เราต้องมารู้จักก่อน อะไรคือแนวคิดพื้นฐานของเรานะคะ

00:02:20.940 --> 00:02:23.655
และก็บทบาทของเทคโนโลยีในชุมชนนี่

00:02:24.628 --> 00:02:28.126
เทคโนโลยีมันมีบทบาทอย่างไรในชุมชนได้บ้างนะคะ

00:02:28.160 --> 00:02:33.002
และหัวข้อที่ 2 การใช้เทคโนโลยีอย่างยั่งยืน

00:02:33.241 --> 00:02:37.030
ใช้อย่างไร ใช้ให้ยั่งยืนคืออะไรนะคะ

00:02:45.217 --> 00:02:47.755
ในส่วนของแนวคิดพื้นฐานนะคะ

00:02:47.779 --> 00:02:53.270
จะพูดถึงการบูรณาการกับชุมชนนะคะ 2 หัวข้อนี้

00:02:54.150 --> 00:02:58.780
ในส่วนของการบูรณาการนี่ จะพูดถึงเรื่องของทฤษฎี

00:02:59.750 --> 00:03:04.900
ความหมาย ลักษณะ และก็ประโยชน์ของการบูรณาการ

00:03:05.126 --> 00:03:08.244
เพราะเราจะต้องมารู้ก่อนว่าคำว่า "การบูรณาการ" นะ

00:03:08.268 --> 00:03:11.780
มันคืออะไร มีที่มาที่ไปอย่างไรนะคะ

00:03:12.490 --> 00:03:18.180
และก็เรื่องที่... พื้นฐานที่เราต้องรู้ ก็คือชุมชน

00:03:19.034 --> 00:03:23.507
เราต้องมาทำความรู้จักกับชุมชนว่ามันหมายถึงอะไร

00:03:23.993 --> 00:03:27.380
แล้วก็ความเป็นชุมชนคืออะไรนะคะ

00:03:32.560 --> 00:03:33.560
ลืมตลอด

00:03:34.930 --> 00:03:41.770
มาดูที่การบูรณาการ หัวข้อแรก ทฤษฎีนะคะ

00:03:41.800 --> 00:03:49.750
ทฤษฎีการบูรณาการนี่ มาจากคำว่า "Integrative Theory" นะคะ

00:03:52.950 --> 00:03:56.570
ก็คือโดยส่วนใหญ่แล้วน่ะ ทฤษฎีทั้งหลายทั้งปวงนี่

00:03:56.740 --> 00:04:00.670
มันไม่ได้มาจากบ้านเราหรอกนะคะ มันมาจากต่างประเทศ

00:04:00.680 --> 00:04:01.511
เนื่องจากอะไร

00:04:01.536 --> 00:04:06.020
เพราะว่าให้นึก ให้เปรียบเทียบนะคะ

00:04:06.040 --> 00:04:10.130
เหมือนสหรัฐอเมริกาน่ะ เขาล้ำหน้ากว่าเราไป...

00:04:13.048 --> 00:04:15.860
จะบอกว่า 50 ปีก็ดูจะน้อยไป

00:04:17.230 --> 00:04:20.510
เอา... เอากลาง ๆ น่ะ 50 ปี ให้นึกถึงนะ

00:04:20.925 --> 00:04:26.110
ว่าความล้ำหน้า แล้วให้นึกถึงเหมือนเรากับประเทศเพื่อนบ้านอย่างนี้ เห็นไหมคะ

00:04:26.430 --> 00:04:32.930
ถ้าเราไปเที่ยวในประเทศลาว หรือพม่า หรือกัมพูชาอย่างนี้

00:04:33.570 --> 00:04:38.590
พอย้อนกลับไปนี่ ประเทศทางแถบนั้นก็จะเหมือนบ้านเราในสมัย...

00:04:39.980 --> 00:04:44.070
เด็ก ๆ ยังไม่โตน่ะ ให้นึกถึงแม่นี่ อายุปาเข้าไป 50 แล้วนี่

00:04:44.400 --> 00:04:49.490
คือ 50 ปีก่อนเป็นอย่างไร ของเขาก็เป็นอย่างนั้นนะคะ

00:04:49.520 --> 00:04:52.420
ก็คือ 50 ปีก่อนเราเป็นอย่างไร ของเขาก็จะเป็นอย่างนั้น

00:04:52.600 --> 00:04:54.117
ถนนหนทางเขาก็...

00:04:54.487 --> 00:04:59.740
เหมือนแต่ก่อน ถ้าพูดถึงแถวบ้านเราถนนมีแค่ 2 เลนใช่ไหม

00:05:00.420 --> 00:05:06.760
รถสวนกันก็... ไม่ดีก็จะชนกันอย่างนี้ ให้นึกถึงน่ะ

00:05:06.770 --> 00:05:13.931
เหมือนไฟฟ้านี่ ถ้าบ้านใครอยู่นอกเขตเหมือน...

00:05:13.955 --> 00:05:17.280
เหมือนในตัวจังหวัดเองนี่ ถ้าใครอยู่นอกเขต

00:05:19.173 --> 00:05:23.270
เมืองเหมือนสมัยก่อนนี่ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครนี่

00:05:23.290 --> 00:05:29.330
ก็ห่างจากตัวเมืองประมาณ 7 กิโลเมตรนะคะ

00:05:29.420 --> 00:05:36.370
ก็ถือว่าเป็นบ้านนอกได้เลยนะคะ เพราะว่าร้านค้าอะไรก็จะยังไม่ค่อยมี

00:05:36.450 --> 00:05:40.220
ไม่เหมือนยุคนี้ เห็นไหม ถนนกลายเป็น 4

00:05:40.270 --> 00:05:43.700
กำลังจะปรับเพิ่มแล้วเดี๋ยวก็เป็น 6 เป็น 8 อย่างนี้นะคะ

00:05:44.400 --> 00:05:47.523
4 และเป็น... ไม่ 4 แล้วสิ 2

00:05:47.971 --> 00:05:48.888
4 6

00:05:48.912 --> 00:05:49.690
6 เลนนะ

00:05:49.700 --> 00:05:53.248
ข้างในอีก 2 ตรงกลาง 2 2 เป็น 4

00:05:53.319 --> 00:05:56.700
และก็ข้าง ๆ อีก 2 เป็น 6 อย่างนี้นะคะ

00:05:56.710 --> 00:06:00.950
เห็นเขาบอกจะทำอะไรนะ สะพานลอดเหรอ

00:06:00.980 --> 00:06:05.020
เหมือน... เหมือนอุดรฯ กับขอนแก่น ว่าอย่างนั้นนะ มีสะพานลอดเลย

00:06:05.420 --> 00:06:09.455
เพื่อ... รถไม่ได้ติดขนาดนั้นไหมน่ะ

00:06:09.479 --> 00:06:14.230
คือ อุดรฯ กับขอนแก่นนี่ ต้องยอมรับว่ารถเยอะ รถติด

00:06:14.250 --> 00:06:16.991
เพราะสมัยแม่เรียนอยู่ที่อุดรฯ

00:06:17.015 --> 00:06:22.680
ตั้งแต่มัธยมศึกษาปีที่ 1 รถก็ติดแล้วนะคะ

00:06:22.690 --> 00:06:28.021
คือ ถ้าไป 6 โมงนี่ รถติดแล้วกว่าจะไปถึงโรงเรียน

00:06:28.045 --> 00:06:30.870
เกือบ 7 โมง ครึ่งทันเข้าเรียนพอดี

00:06:32.470 --> 00:06:37.461
ขนาดว่าผัง... เขาบอกว่าผังเมืองอุดรฯ น่ะ สร้างดีมาก

00:06:37.485 --> 00:06:40.680
เนื่องจากมันมีกองบิน 23

00:06:40.690 --> 00:06:45.680
มีทหารฝรั่งน่ะมาอยู่ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 นะคะ

00:06:45.800 --> 00:06:49.210
เขาก็วางผังเมืองไว้ดีมากเลยเป็นลักษณะใยแมงมุม

00:06:49.220 --> 00:06:53.230
ก็คือเมืองอุดรฯ เขาจะเป็น 5 แยกนะคะ

00:06:53.260 --> 00:06:57.920
มีลักษณะเป็น... วงเวียน 5 แยกเขาจะเยอะมากนะคะ

00:06:58.180 --> 00:07:00.088
1 2 3 5

00:07:00.112 --> 00:07:00.888
5 6

00:07:01.953 --> 00:07:08.670
5 6 จุดนั่นล่ะ ก็รถติดแล้วสมัยแม่เรียนน่ะ คิดดูนะคะ

00:07:09.790 --> 00:07:15.290
เพราะฉะนั้น ทฤษฎีพวกนี้เราไม่มีหรอก มาจากเขาทั้งนั้นแหละนะคะ

00:07:15.310 --> 00:07:18.630
เพราะเขาพัฒนาล้ำกว่าเราไปไกลเลย

00:07:18.640 --> 00:07:22.990
เห็นไหม เหมือนเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่เราเห็น ที่เราใช้อยู่ในปัจจุบันน่ะ

00:07:23.490 --> 00:07:27.430
ที่เราเริ่มมีมาใช้น่ะ เขาก็มีมาก่อนแล้วนะคะ

00:07:28.340 --> 00:07:34.200
มาดูกันว่าทฤษฎีการบูรณาการนี่ Integrative Theory นี่

00:07:34.310 --> 00:07:36.912
ก็คือมันเกิดจากแนวคิด

00:07:38.103 --> 00:07:42.100
แนวคิดของใครน่ะ ก็ของคนนี่แหละนะคะ

00:07:44.370 --> 00:07:48.534
คือ ทฤษฎีทุกอย่างนี้เกิดมาจากคนคิดทั้งนั้นแหละค่ะ

00:07:48.558 --> 00:07:53.170
ว่าเมื่อเราเอาองค์ประกอบต่าง ๆ

00:07:54.870 --> 00:08:02.290
ทฤษฎีการบูรณาการ มันคือคิดว่าการเอาองค์ประกอบต่าง ๆ มาผสมมารวมกัน

00:08:04.394 --> 00:08:07.160
รวมกันไม่ใช่แบบเหมือนเอาอะไรนะ

00:08:07.190 --> 00:08:13.430
เหมือนเราผสมโซจูกับอะไรนะ กับยาคูลอะไรอย่างนี้ ไม่ใช่นะลูก

00:08:13.990 --> 00:08:18.321
ผสม... ผสมในลักษณะของการบูรณาการนี่

00:08:18.345 --> 00:08:21.140
ผสมแล้วมันจะต้องมีความเหมาะสม

00:08:21.670 --> 00:08:23.600
สามารถสร้างสิ่งที่...

00:08:25.390 --> 00:08:30.290
สร้างระบบ หรือสร้างอะไรก็แล้วแต่ให้ดีขึ้น ก็คือทำให้เกิด...

00:08:32.206 --> 00:08:35.509
อะไรน่ะ เกิดสิ่งใหม่ขึ้นก็ได้อะไรอย่างนี้นะคะ

00:08:35.533 --> 00:08:40.750
หรือทำให้สิ่งที่มีอยู่เดิมดีขึ้นไปอีกนะคะ

00:08:43.680 --> 00:08:50.500
เกิดความ... มันต้องเกิดจากการเชื่อมโยงระหว่างบุคคลนะคะ

00:08:51.450 --> 00:08:57.760
บุคคล หรือกลุ่ม หรือหน่วยงาน หรือองค์กร อะไรก็แล้วแต่นี่นะคะ ต่าง ๆ

00:08:57.770 --> 00:09:03.990
คือ ไม่ใช่ว่าทำอยู่แค่ 2 คน ไม่ถือว่าเป็นการบูรณาการนะคะ

00:09:04.010 --> 00:09:09.880
มันจะต้องเป็น... ลักษณะเป็นกลุ่มคน หรือหน่วยงานขนาดใหญ่

00:09:09.900 --> 00:09:14.455
หรืออะไรก็แล้วแต่ ก็คือมากกว่า 2 คนขึ้นไป ว่าอย่างนั้นเถอะนะคะ

00:09:16.685 --> 00:09:20.490
ถ้า... ถ้าเหมือนรวมตามกฎหมาย ถ้า... ถ้าสุมหัว...

00:09:20.700 --> 00:09:25.580
สุมหัว... สุมหัว ก็คือรวมตัวกันเกิน 5 คนนี่

00:09:25.960 --> 00:09:33.630
เห็นไหม กลายเป็นการ... เหมือนอะไรนะ ถ้า... ถ้าดูคดีทนายตั้ม

00:09:34.890 --> 00:09:38.460
จะโดนอีกข้อหาหนึ่ง ก็คือถ้าร่วมกันมากกว่า 5 คนขึ้นไป

00:09:38.490 --> 00:09:41.655
จะกลายเป็นซ่องโจรนะคะ อย่างนี้เป็นต้น เห็นไหม

00:09:42.068 --> 00:09:46.568
มันคือการรวมตัวที่ต้องมากกว่าขนาดนั้นขึ้นไปนะคะ

00:09:51.440 --> 00:09:55.861
และก็ถ้าในด้านการพัฒนาชุมชนของเรานี่นะคะ

00:09:56.309 --> 00:10:00.401
การบูรณาการนี่ ก็คือการนำทรัพยากร

00:10:00.714 --> 00:10:05.841
หรืออะไรก็แล้วแต่ที่อยู่ในชุมชนนั้น ๆ น่ะค่ะ

00:10:06.746 --> 00:10:13.540
เอามา... เอามาใช้กับในการบูรณาการของเรานะคะ

00:10:13.550 --> 00:10:17.500
ก็คือเขา... เราก็จะเป็นการนำเทคโนโลยีต่าง ๆ

00:10:17.530 --> 00:10:21.030
และก็เทคโนโลยีดิจิทัล เทคโนโลยีทางคอมพิวเตอร์ของเรานี่

00:10:21.338 --> 00:10:25.375
เข้าไปช่วย เข้าไปผสาน หรือรวม เห็นไหมคะ

00:10:25.707 --> 00:10:29.921
หรือเข้าไปเชื่อมโยง เพื่อสนับสนุน

00:10:31.320 --> 00:10:33.356
หรือส่งเสริมชุมชนนั้น ๆ

00:10:33.380 --> 00:10:38.970
เห็นไหม ไม่ว่าจะด้านใดก็แล้วแต่ในชุมชน

00:10:38.980 --> 00:10:44.158
เช่น ถ้าพูดถึงด้านเศรษฐกิจ ก็เช่น การประกอบอาชีพของเขา

00:10:44.580 --> 00:10:50.147
หรือการ... ก็เกี่ยวกับการค้าขายใช่ไหมคะ

00:10:50.171 --> 00:10:52.940
หรือเกี่ยวกับอะไรก็แล้วแต่ในชุมชนนะคะ

00:10:52.970 --> 00:10:57.170
ถ้าพูดถึงด้านเศรษฐกิจ ก็คือเกี่ยวกับอะไรที่เป็นเงิน เป็นทองนั่นแหละ

00:10:57.942 --> 00:10:59.423
และต่อมาด้านสังคม

00:10:59.447 --> 00:11:07.000
ด้านสังคม เช่น ความเป็นอยู่นะคะ หรือสภาพแวดล้อมในสังคม

00:11:07.010 --> 00:11:10.700
หรืออีกตัวหนึ่ง วัฒนธรรม เห็นไหม

00:11:10.720 --> 00:11:18.474
ด้านวัฒนธรรม เช่น ขนบธรรมเนียมประเพณี พิธีการงานบุญต่าง ๆ พวกนี้นะคะ

00:11:23.240 --> 00:11:29.300
นั่นก็คือเป็นต้นกำเนิดของคำว่า "การบูรณาการ"

00:11:29.310 --> 00:11:35.790
ทีนี้พอมีทฤษฎีแล้ว ก็เลยพอมาประเทศเราก็ต้องมามีการตีความหมาย

00:11:35.800 --> 00:11:38.558
มันก็คือต้องแปลงจากภาษาอังกฤษมาเป็นไทย

00:11:38.857 --> 00:11:45.660
เพราะฉะนั้น มาดูความหมายของการบูรณาการในมุมมองของคนไทยบ้างนะคะ

00:11:46.520 --> 00:11:49.560
ก็มีหลายคนให้ความหมายไว้นะคะ

00:11:49.890 --> 00:11:51.826
แต่ทีนี้ที่แม่สรุปไว้นี่

00:11:51.976 --> 00:11:59.433
มันก็คือกระบวนการเชื่อมโยง หรือผสานทรัพยากร

00:11:59.757 --> 00:12:00.757
เห็นไหมคะ

00:12:02.260 --> 00:12:04.840
เป็นกระบวนการนะคะ ต้องทำเป็นกระบวนการ

00:12:04.864 --> 00:12:08.310
ไม่ใช่อยู่ ๆ จับมาแล้วเอามารวมกัน เชื่อมกัน

00:12:08.330 --> 00:12:11.721
บอกแล้ว ไม่เหมือนผสมโซจูกับยาคูลอย่างนี้นะคะ

00:12:12.025 --> 00:12:13.950
ไม่เหมือนกัน มันต้องมีขั้นตอนก่อน

00:12:14.880 --> 00:12:18.210
จะทำอย่างไร จะอะไร จะดำเนินการอย่างไรนะคะ

00:12:20.150 --> 00:12:21.066
มารวมกับอะไร

00:12:21.090 --> 00:12:23.060
ทรัพยากร ความรู้

00:12:23.820 --> 00:12:30.025
ความรู้นี่ ในชุมชนคนมีความรู้เขาจะเรียกว่า "ปราชญ์ชาวบ้าน" นะคะ

00:12:30.834 --> 00:12:36.770
หรือก็แล้วแต่ บางที่ก็เหมือน... ถ้าในทางเกษตรกร

00:12:36.790 --> 00:12:40.961
พวกที่มีความรู้เรื่องดิน บางทีเขาก็เรียกหมอดินอะไรอย่างนี้นะคะ

00:12:41.780 --> 00:12:49.288
ก็แล้วแต่จะให้นิยามพวกผู้มีภูมิรู้ หรือองค์ความรู้ในชุมชนนะคะ

00:12:49.574 --> 00:12:56.130
และก็เทคโนโลยี หรือกิจกรรมต่าง ๆ

00:12:56.160 --> 00:13:02.320
ให้นึกถึงว่าบางทีไม่จำเป็นว่าต้องเกี่ยวกับการนำทรัพยากรมาใช้กับเทคโนโลยี

00:13:02.350 --> 00:13:04.950
แต่เขาบอกว่าอาจจะเป็นกิจกรรมต่าง ๆ

00:13:04.970 --> 00:13:09.980
เพราะในสังคมนะคะ มันจะมีการทำกิจกรรมนะ

00:13:10.010 --> 00:13:14.470
เช่น ประเพณีเหมือน... เหมือนที่ของจังหวัดสกลนคร

00:13:14.490 --> 00:13:19.630
ประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์ ก็คือประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง อย่างนี้นะคะ

00:13:19.890 --> 00:13:22.726
นั่นก็คือกิจกรรมที่จะต้องมาทำอะไรนะ

00:13:23.193 --> 00:13:24.940
ทำเทียน ทำปราสาท

00:13:25.360 --> 00:13:26.904
เพื่อจะทำอะไร

00:13:26.928 --> 00:13:31.890
กระบวนการ ก็คือมาทำปราสาทเทียนจากปราสาทนี่

00:13:32.150 --> 00:13:37.110
เอ้ย ทำเทียนจากปราสาท เอ้ย ทำปราสาทจากเทียน โอ๊ย สลับ

00:13:37.777 --> 00:13:42.852
โอเค ทำปราสาทโดยนำเทียนมาตกแต่ง หรือแกะสลัก

00:13:43.065 --> 00:13:49.504
คือ ถ้าเป็นแบบโบราณนี่ เขาจะเอาเทียนน่ะ ทำเป็นดอกไม้แล้วก็ไปติดนะ

00:13:49.820 --> 00:13:54.730
เขาเรียกว่า "ดอกผึ้ง" เอาไปติดตรงโครงปราสาทโบราณน่ะค่ะ

00:13:54.750 --> 00:13:57.930
แบบโบราณ เป็นโครงสร้างที่เป็นไม้ไผ่นะคะ

00:13:57.940 --> 00:14:01.320
และก็เอาดอกผึ้งนี่ไปประดับ และเขาก็เลยเรียกปราสาท

00:14:01.350 --> 00:14:07.938
แล้วตัวใหม่ที่เริ่มทำเป็นแห่... มีแห่ในรถน่ะ

00:14:08.100 --> 00:14:13.290
อันนั้นเป็นปราสาทที่ประยุกต์ว่าเป็นลักษณะให้เห็น ว่าปราสาทเป็นอย่างไร

00:14:13.320 --> 00:14:16.477
แล้วเอาเทียนไปแกะสลักอีกทีหนึ่งนะคะ

00:14:18.010 --> 00:14:24.850
เห็นไหมคะ ต้องมีกิจกรรม หรือเป็นกิจกรรมด้วยกันอย่างมีระบบ

00:14:24.880 --> 00:14:27.419
เห็นไหม มีข้อบังคับว่าต้องเป็นระบบ

00:14:27.879 --> 00:14:33.420
ไม่ให้ทำอะไรตามใจฉัน ไม่ได้ ต้องทำเป็นระบบมีขั้น มีตอนนะคะ

00:14:33.969 --> 00:14:40.419
นั่นคือความหมายของการบูรณาการของประเทศไทย

00:14:40.444 --> 00:14:43.840
ที่เอามาจากทฤษฎีต่างประเทศนั่นเองนะคะ

00:14:44.570 --> 00:14:51.150
ก็มีนักวิชาการหลายท่านให้ความหมายนี้ไว้ มีมานานแล้ว

00:14:51.824 --> 00:14:58.170
ถ้า... ถ้าเด็ก ๆ ลองค้นคำว่า "ความหมายการบูรณาการ" ใน Google นะคะ

00:14:58.990 --> 00:15:05.570
เด็ก ๆ ก็จะพบว่ามีนักวิชาการนี่ ให้นิยามมาไว้ตั้งแต่ปี 40 มาแล้ว

00:15:05.750 --> 00:15:10.940
คิดดู ปีนี้ปีอะไร 2567 ก็เกือบ 20 ปีแล้ว เห็นไหมคะ

00:15:14.520 --> 00:15:19.092
เรามาดูหัวข้อต่อมา เมื่อเรารู้ถึงทฤษฎีและความหมายแล้ว

00:15:20.330 --> 00:15:24.050
เราก็ต้องมารู้จักลักษณะของการบูรณาการก่อน

00:15:25.570 --> 00:15:27.280
ทำไมถึงต้องมีลักษณะด้วย

00:15:27.300 --> 00:15:35.130
คือ เนื่องจาก... เห็นไหมคะ ว่าการจะบูรณาการนี่มันจะต้องมีกระบวนการ

00:15:35.780 --> 00:15:45.490
มีการรวมระหว่างกลุ่มบุคคลกับสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่ในชุมชน

00:15:45.500 --> 00:15:48.810
ไม่ว่าจะเป็นลักษณะของทรัพยากร กิจกรรม

00:15:48.830 --> 00:15:54.640
หรือวัฒนธรรม หรืออะไรก็แล้วแต่ที่เกี่ยวข้องกับชุมชนนี่

00:15:55.448 --> 00:16:02.293
เอามาบูรณาการเพื่อให้เกิดสิ่ง... หรือพัฒนาอะไรก็แล้วแต่นะคะ

00:16:04.290 --> 00:16:07.255
โดยมีอยู่ 4 ลักษณะ

00:16:07.279 --> 00:16:13.820
ก็คือลักษณะที่ 1. การรวมตัวกันขององค์ประกอบที่แตกต่าง

00:16:13.890 --> 00:16:19.140
เห็นไหมคะ องค์ประกอบที่จะเอามารวมน่ะ มันแตกต่างกัน

00:16:20.269 --> 00:16:24.170
ให้นึกถึงว่าเวลาจะเอาสิ่งที่แตกต่างกันเข้ามารวมกันนี่

00:16:24.380 --> 00:16:27.363
โอกาสที่มันจะประสบความสำเร็จน่ะ

00:16:29.366 --> 00:16:36.100
นึกออกนะมันก็จะยาก ให้นึกถึงสิ่งที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัด

00:16:36.330 --> 00:16:42.325
น้ำมันกับน้ำ จะทำให้น้ำมันรวมกับน้ำได้

00:16:42.433 --> 00:16:45.510
มันจะต้องมีกระบวนการอะไรสักอย่างหนึ่ง

00:16:48.010 --> 00:16:50.450
รุ่นนี้ได้ไปทำขนมกับแม่ไหม

00:16:57.340 --> 00:17:00.055
กลุ่มนี้ยังไม่ทำ รุ่น... รุ่นก่อนได้ทำ

00:17:00.768 --> 00:17:04.292
ขบวนการที่มีน้ำมันผสมกับน้ำได้

00:17:04.810 --> 00:17:09.226
ตัวที่ 1 ของแม่ ก็คือใช้แป้ง...

00:17:11.188 --> 00:17:12.904
ใช้แป้งมาผสาน

00:17:14.035 --> 00:17:17.163
นั่นคือขบวนการทำเค้กนะ เอาน้ำมันผสมน้ำได้

00:17:17.187 --> 00:17:21.790
เพราะในเค้กองค์ประกอบของเค้กมีน้ำ มีแป้ง

00:17:21.888 --> 00:17:22.812
น้ำมาจากไหน

00:17:22.837 --> 00:17:28.960
มาจากไข่นะคะ และก็มีแป้ง แล้วก็น้ำมัน 3 ตัวนี้ผสมกันได้

00:17:29.910 --> 00:17:34.590
ให้นึกถึงว่าเหมือนเราเอาน้ำมันกับน้ำหยดใส่ธรรมดา ไม่ได้ทำอะไรมัน

00:17:35.280 --> 00:17:36.807
น้ำมันก็จะลอยนะ

00:17:37.277 --> 00:17:41.479
น้ำมันมันก็จะลอยอย่างนี้นะคะ

00:17:41.784 --> 00:17:45.880
มันถึงบอกว่าต้องมีระบบ หรือมีกระบวนการ

00:17:45.910 --> 00:17:51.780
เห็นไหม เพื่อจะมาเชื่อมโยงการผสานองค์ประกอบที่แตกต่างเข้าด้วยกันนะคะ

00:18:04.320 --> 00:18:07.855
วิธีการที่จะรวมองค์ประกอบที่แตกต่างกันนี่

00:18:07.879 --> 00:18:10.510
ให้มันเกิดผสานกันได้นี่

00:18:10.840 --> 00:18:13.664
เราก็ต้องไปนำความรู้

00:18:13.688 --> 00:18:19.580
อาจจะนำความรู้เข้ามาช่วยนะคะ หรืออาจจะนำเทคโนโลยีเข้าไปช่วย

00:18:20.090 --> 00:18:25.360
บางที... คือ บางอย่างไม่ต้องใช้เทคโนโลยีก็ได้ในชุมชนน่ะ นึกออกนะ

00:18:25.920 --> 00:18:28.811
ก็อาจจะใช้ความรู้ที่มีเดิมอยู่แล้ว

00:18:28.836 --> 00:18:34.330
ภูมิปัญญาเก่าที่เขามีน่ะ มาช่วยทำ หรือผสานมันเข้า

00:18:39.480 --> 00:18:45.001
นะคะ นี่ก็คือลักษณะของการบูรณาการแบบที่ 1

00:18:45.025 --> 00:18:48.090
คือ การรวมตัวขององค์ประกอบที่แตกต่าง

00:18:48.100 --> 00:18:51.885
ก็คือเอาสิ่งที่แตกต่างกันเข้ามารวมกัน

00:18:52.336 --> 00:18:53.290
จะรวมอย่างไร

00:18:53.310 --> 00:18:57.699
ก็คือเป็นการบูรณาการทำให้เกิดการบูรณาการเกิดขึ้น

00:18:57.724 --> 00:18:59.070
เพราะองค์ประกอบมันต่างกัน

00:18:59.080 --> 00:19:04.609
ก็ต้องมาหาวิธีการ หากระบวนการ หาตัวเชื่อมมันนั่นเองนะคะ

00:19:05.225 --> 00:19:09.510
มาดูลักษณะที่ 2 การสร้างความเชื่อมโยง

00:19:09.534 --> 00:19:13.370
การบูรณาการโดยการสร้างความเชื่อมโยงนะคะ

00:19:15.990 --> 00:19:21.088
ก็คือเป็นการเชื่อมโยงระหว่างองค์ประกอบต่าง ๆ นะคะ

00:19:21.626 --> 00:19:24.210
เพื่อให้เกิดการทำงานร่วม

00:19:26.260 --> 00:19:30.460
หรือรวมองค์ประกอบต่าง ๆ เชื่อมโยงองค์ประกอบต่าง ๆ

00:19:30.480 --> 00:19:33.060
ให้เกิดการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ

00:19:33.360 --> 00:19:38.780
หรือให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีนะคะ ก็คือใช้วิธีการเชื่อมโยง

00:19:38.790 --> 00:19:42.380
เช่น องค์ประกอบที่แตกต่าง

00:19:42.562 --> 00:19:48.568
เช่น เหมือนโครงงานปีนี้

00:19:49.830 --> 00:19:52.892
หรือยกตัวอย่างของรุ่นพี่ก็ได้ ปีที่แล้ว

00:19:53.898 --> 00:19:57.440
พี่เขาทำ Vlog Vlog นะคะ

00:19:59.387 --> 00:20:07.420
เป็นเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดกาฬสินธุ์

00:20:07.945 --> 00:20:12.520
เห็นไหม องค์ประกอบที่แตกต่างกัน ก็คือนำเทคโนโลยี...

00:20:13.441 --> 00:20:21.000
เทคโนโลยีที่เป็นเทคโนโลยีผ่านสื่อสังคมออนไลน์ด้วย

00:20:21.010 --> 00:20:25.048
และก็เป็นเทคโนโลยีดิจิทัลคอมพิวเตอร์นะคะ

00:20:25.072 --> 00:20:28.770
ก็คือเป็นดิจิทัลคอนเทนต์นั่นเองนะคะ เอาเข้าไปใช้

00:20:30.260 --> 00:20:37.200
องค์ประกอบที่แตกต่าง ก็คือในชุมชนนี่ เขามีแต่ตัวสถานที่ เห็นไหม

00:20:38.030 --> 00:20:43.726
และเราจะไปเชื่อมโยงโดยวิธีการจะใช้เป็นที่ทำ

00:20:43.750 --> 00:20:46.320
ก็คือในที่นี้นี่ โครงงานตัวนี้

00:20:47.450 --> 00:20:54.280
คือ ต้องการเผยแพร่ หรือประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดนั้น ๆ

00:20:54.630 --> 00:21:00.740
คือ ถ้าเป็นแต่ก่อน ส่วนใหญ่ก็จะเป็นถ่ายวิดีโอใช่ไหมคะ ถ่ายวิดีโอ

00:21:01.390 --> 00:21:04.079
สมัยก่อนให้นึกถึง YouTube ก็ยังไม่มี

00:21:04.822 --> 00:21:08.842
ถ้าสมัยก่อนการโฆษณาประชาสัมพันธ์ในสมัยโบราณ

00:21:09.274 --> 00:21:12.620
ลำดับแรก ก็คือวิทยุ นึกออกนะคะ

00:21:13.110 --> 00:21:17.200
เห็นไหม ในวิทยุเราจะได้ยินแค่อะไร เสียงนะ

00:21:17.550 --> 00:21:25.030
สังเกตว่าพวกผู้ประกาศทางวิทยุนี่ จะเป็นคนที่มีเสียงเพราะ

00:21:26.046 --> 00:21:29.223
ให้นึกถึงคนฟังก็จินตนาการไปแล้ว

00:21:29.247 --> 00:21:32.326
โอ๊ย เสียงอย่างนี้หล่อ... หล่อไหมนะ ให้นึกถึงนะ

00:21:32.490 --> 00:21:37.700
แล้วก็จะไม่ค่อยเห็นหน้าเห็นตา เพราะในสมัยก่อนการเดินทางก็ไม่สะดวกนะ

00:21:37.710 --> 00:21:40.880
แล้วสถานีวิทยุเขาก็ไม่ได้ตั้งอยู่ในชุมชน

00:21:41.768 --> 00:21:44.455
เหมือนเห็นไหม ของใน...

00:21:44.479 --> 00:21:49.530
ในจังหวัดเรานะ สถาน... แรกนี่ อยู่ในค่ายทหาร

00:21:50.074 --> 00:21:52.138
คนข้างนอกก็เข้าไปไม่ได้ใช่ไหมคะ

00:21:52.163 --> 00:21:54.330
เหมือน 909 ก็อยู่ที่ค่ายทหาร

00:21:54.571 --> 00:21:58.370
ก็จะไม่ค่อยมีคนเห็นหน้าผู้ประกาศข่าว

00:22:00.119 --> 00:22:00.807
ต้องบอกว่าอะไร

00:22:00.831 --> 00:22:04.920
โฆษก ก็จะไม่มีการเห็นหน้าโฆษกใช่ไหมคะ

00:22:05.492 --> 00:22:10.320
ก็จะจินตนาการเอา คนฟังก็จินตนาการไปนะคะ อย่างนี้

00:22:10.510 --> 00:22:13.509
เพราะฉะนั้น เวลาเขามาประชาสัมพันธ์

00:22:13.533 --> 00:22:21.053
เขาก็จะต้องพูด พูดอธิบายให้... ให้คนฟังน่ะ เห็นภาพนะคะ

00:22:21.899 --> 00:22:24.988
ทีนี้พอเทคโนโลยีเริ่มมา เห็นไหม

00:22:25.123 --> 00:22:27.316
โทรทัศน์ ทีวีมาก่อนนะ

00:22:27.340 --> 00:22:29.930
ทีวีสมัยก่อนก็จะเป็นแค่แอนะล็อก

00:22:30.430 --> 00:22:35.640
สัญญาณ... แอนะล็อกไม่พอ ยังเป็นภาพขาวดำอีกต่างหากอย่างนี้นะคะ

00:22:35.650 --> 00:22:41.600
เห็นไหม มันก็คือการเชื่อมโยงจากสิ่งที่มีอยู่ในชุมชน

00:22:41.625 --> 00:22:44.910
แล้วเราเอาเทคโนโลยีของเราเข้าไปเชื่อมโยง

00:22:45.219 --> 00:22:49.774
โดยวิธีการนี้ รุ่นพี่เขาก็ไปทำเป็นคอนเทนต์

00:22:49.798 --> 00:22:51.570
เอาข้อมูลจากชุมชนนี่

00:22:52.320 --> 00:22:56.890
จากเดิมที่เป็นแค่ภาพถ่าย แล้วก็อะไรนะ

00:22:56.900 --> 00:23:00.380
ทำเหมือนเป็น... ถ้าเกิดเป็นมี...

00:23:01.038 --> 00:23:02.374
หมู่บ้านไหนเขามี...

00:23:02.399 --> 00:23:06.180
เหมือนบางวัดเขาก็จะใช้เป็นวิธีวาดภาพนะ

00:23:06.200 --> 00:23:08.750
วาดภาพเล่าเรื่อง อะไรลักษณะนี้นะคะ

00:23:08.900 --> 00:23:14.190
นั่นก็คือการสร้างความเชื่อมโยง เห็นไหม วิธีการเชื่อมโยงของรุ่นพี่

00:23:14.210 --> 00:23:20.190
ก็คือเอาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ของเรานี่ เข้าไปเชื่อมโยงในชุมชน

00:23:20.280 --> 00:23:21.390
ด้วยการสร้าง...

00:23:22.500 --> 00:23:27.160
การสื่อประชาสัมพันธ์เป็นเนื้อหาแบบดิจิทัลคอนเทนต์นะคะ

00:23:27.420 --> 00:23:34.800
ก็คือคนดูนี่ ก็จะไม่ได้เห็นแต่แค่ภาพเป็นภาพนิ่ง จะเห็นภาพครบทุกทางเลย

00:23:35.200 --> 00:23:39.230
เห็นข้อมูลทุกด้านที่เราต้องการนำเสนอนะคะ

00:23:39.470 --> 00:23:45.880
เห็นภาพที่เป็นภาพจากสถานที่จริง ถ่ายทำจริง ๆ อะไรอย่างนี้นะคะ

00:23:46.249 --> 00:23:50.055
การเชื่อมโยงในลักษณะนี้นะคะ ที่ยกตัวอย่าง

00:23:50.096 --> 00:23:52.590
หรือ... การเชื่อมโยงอื่น ๆ ก็แล้วแต่

00:23:52.600 --> 00:23:56.921
เช่น... เช่นใน...

00:23:57.714 --> 00:24:01.260
ในชุมชนนี้มี...

00:24:03.461 --> 00:24:07.936
คือ บางชุมชนนี่ เขาจะมีกลุ่มนะ ใน... ในยุคปัจจุบันนี่

00:24:07.961 --> 00:24:10.410
เพราะมันจะมีกองทุนหมู่บ้านที่บอกน่ะ

00:24:10.820 --> 00:24:14.218
เขาก็จะเอากองทุนนี้ไปสร้างกลุ่มอาชีพ

00:24:15.207 --> 00:24:20.410
บางครั้งกลุ่มอาชีพนี่ ดู... ดูเผิน ๆ นี่ เหมือนแตกต่างกัน

00:24:20.864 --> 00:24:28.600
แต่บางทีแตกต่างกันนี่ เอามาเชื่อมโยงกันได้ เช่น ที่มหาลัยไปทำโครงการวิจัยนะ

00:24:28.610 --> 00:24:36.968
เช่น งานจักสานกับงานผ้าครามนี่

00:24:37.660 --> 00:24:41.150
มันจะเชื่อมโยงเข้าหากันได้ด้วยวิธีไหน เห็นไหมคะ

00:24:41.784 --> 00:24:47.180
เช่น ถ้าเป็นแม่นะ เขาสานกระเป๋าได้นี่

00:24:47.469 --> 00:24:51.620
บางทีกระเป๋านี่ เครื่องจักสานเอาไปทำอะไรบ้าง

00:24:51.840 --> 00:24:55.093
ผ้าครามเอามาใช้ตกแต่งได้ไหม นึกออกไหม

00:24:55.560 --> 00:24:57.960
อย่างนี้เห็นไหม การเชื่อมโยงแบบง่าย ๆ เลย

00:24:57.985 --> 00:25:02.610
ไม่ต้องมีอะไรพิสดาร อย่างนี้เลยก็ได้ ก็เป็นการเชื่อมโยง

00:25:02.620 --> 00:25:08.265
เพียงแต่เราต้องมอง... คือ กลุ่มที่มาทำร่วมกันนี่

00:25:08.290 --> 00:25:12.870
เขาก็ต้องมองออกว่าเขาจะเอาอะไรไปเชื่อมกับอะไร

00:25:13.400 --> 00:25:17.907
คือ บางทีนี่ให้นึกถึง โดยพื้นฐานชาวบ้านนี่

00:25:19.820 --> 00:25:25.180
ความทันสมัยเขาก็จะมีน้อย เพราะเขาอยู่ในกลุ่มหมู่บ้าน

00:25:25.190 --> 00:25:30.540
เพราะบางทีให้นึกถึงคนที่ทำพวกงานฝีมือ หรือหัตถกรรมจริง ๆ น่ะ

00:25:30.910 --> 00:25:33.670
เขาก็จะเป็นรุ่นปู่ ย่า ตา ยายนะ

00:25:33.690 --> 00:25:37.110
เพราะอยู่กับบ้าน อยู่ว่าง ๆ เฉย ๆ ไม่ได้ทำอะไรไงคะ

00:25:37.660 --> 00:25:39.425
ทีนี้จะเชื่อมโยงอย่างไร

00:25:39.904 --> 00:25:44.440
คนรุ่นเก่าอาจจะใช้การเชื่อมโยงกับลูกหลานเขา

00:25:44.750 --> 00:25:45.798
เพราะรุ่นใหม่อะไร

00:25:47.753 --> 00:25:52.840
เห็นเดี๋ยวนี้เด็ก 3 ขวบ มันก็... เขาก็ให้มันจิ้มโทรศัพท์มือถือแล้ว

00:25:54.020 --> 00:26:01.169
เห็นไหม น้องผู้ชายตัวเล็ก ๆ ไปเปิดเข้าไปแล้วเห็นแต่งหน้าน่ะค่ะ

00:26:01.840 --> 00:26:06.160
เห็นไหม สอนแต่งหน้าเป็นแล้ว เด็กผู้ชาย เห็นไหมคะอย่างนี้

00:26:06.200 --> 00:26:11.621
ก็คือเจ้ารุ่นหลานนี่ สามารถมาเชื่อมโยง

00:26:11.645 --> 00:26:16.110
เช่น ถ้าเด็กใช้โทรศัพท์มือถือได้

00:26:16.130 --> 00:26:18.300
สร้างสื่อ สร้างอะไรได้ เห็นไหมคะ

00:26:18.870 --> 00:26:21.223
ถ้าสมมติในบ้านเขามีสินค้า

00:26:23.214 --> 00:26:26.480
เด็กเล็ก ๆ นี่ก็เป็นตัวขายสินค้า

00:26:26.500 --> 00:26:29.430
หรือเป็นพ่อค้า แม่ค้าตัวน้อยได้เหมือนกัน

00:26:29.798 --> 00:26:33.868
เพราะสังเกตว่าจะใน TikTok บางทีมีเด็กตัวเล็ก ๆ

00:26:33.893 --> 00:26:37.720
มาขายสินค้าก็มีหลายคนนะคะ อย่างนี้เป็นต้น

00:26:37.730 --> 00:26:43.588
ก็คือการเชื่อมโยงระหว่างบุคคล เช่น ปู่ ย่า ตา ยาย กับลูก หลาน

00:26:43.612 --> 00:26:45.750
อย่างนี้ก็ถือว่าเป็นการเชื่อมโยง

00:26:45.760 --> 00:26:49.255
เห็นไหม บอกแล้วว่าไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งของก็ได้

00:26:49.279 --> 00:26:52.690
ไม่จำเป็นต้องเป็นทรัพยากรก็ได้

00:26:52.700 --> 00:26:58.350
อาจจะเป็นสิ่งที่อยู่ในสังคม ก็คือเชื่อมโยงระหว่างบุคคล

00:26:58.650 --> 00:27:04.093
หรือเชื่อมโยงระหว่างกลุ่ม กลุ่มองค์กรอะไรอย่างนี้นะคะ

00:27:07.800 --> 00:27:15.030
ต่อมาการบูรณาการลักษณะที่ 3 การปรับตัวตามบริบท

00:27:15.850 --> 00:27:18.515
การบูรณาการโดยการปรับตัวตามบริบท

00:27:19.490 --> 00:27:23.310
ทีนี้จะสงสัยอีก เอ๊ะ บริบทคืออะไรนะคะ

00:27:24.190 --> 00:27:29.010
ให้... ให้นึกถึงลักษณะของบริบทชุมชน

00:27:29.034 --> 00:27:32.820
ก็คือลักษณะทั่ว ๆ ไป หรือลักษณะพื้นฐาน

00:27:33.950 --> 00:27:37.560
ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับชุมชนนั่นเองนะคะ

00:27:37.602 --> 00:27:43.767
เช่น ชุมชนนี้มีกี่ครัวเรือน

00:27:43.792 --> 00:27:48.496
ประกอบอาชีพ ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพด้านไหน นึกออกนะ เขาก็จะแบ่ง

00:27:48.710 --> 00:27:53.510
เช่น เหมือน... เหมือนทางบ้านเราก็จะเป็นเกษตรกร

00:27:53.530 --> 00:27:58.450
หรือไม่ก็... ก็คือจะแบ่งเป็นชาวไร่ ชาวนา 2... 2 ประเภทนี้นะ

00:27:58.917 --> 00:28:06.350
เนื่องจากมีพื้นที่เยอะ ทำนาได้ ทำไร่ ทำสวนได้ อย่างนี้นะคะ

00:28:07.210 --> 00:28:13.540
กับอีกที่หนึ่ง เช่น ถ้าไปอยู่ตามแถวตะวันออก หรือภาคใต้

00:28:13.780 --> 00:28:20.369
แล้วอยู่ติดริมทะเล เห็นไหม อาชีพเขาก็จะเป็นการทำประมงอย่างนี้นะคะ

00:28:21.210 --> 00:28:26.720
หรือการเลี้ยง... เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอะไรพวกนี้นะคะ

00:28:26.730 --> 00:28:31.300
เห็นไหม ให้ดู... เห็นไหม เขาถึงบอกว่าปรับตามบริบท

00:28:32.430 --> 00:28:35.255
ก็คือบริบทของชุมชนเขาเป็นอย่างไร

00:28:35.698 --> 00:28:39.700
เราต้องไปปรับให้เข้ากับบริบท ไม่ใช่ไปเปลี่ยนบริบทเขา

00:28:39.710 --> 00:28:47.040
ไม่ใช่ว่าเขาเคยทำนา จะบอกเจ้าไปทำประมงทั้ง ๆ ที่แหล่งน้ำก็ไม่มีอะไรอย่างนี้ เห็นไหม

00:28:47.040 --> 00:28:51.200
นั่นคือ ไปปรับบริบท ไปเปลี่ยนอาชีพอย่างนี้

00:28:52.260 --> 00:28:56.290
จริงอยู่ว่าทำได้ แต่ให้นึกถึงว่าบริบทเดิมมันเป็นอย่างไร

00:28:56.290 --> 00:29:00.880
เห็นไหม บริบทนี่ ดูไปถึงกระทั่งลักษณะสภาพภูมิประเทศ

00:29:00.900 --> 00:29:04.417
มีพื้นที่ลักษณะอย่างไร มีดินเท่าไร

00:29:04.441 --> 00:29:09.050
มีถนนเป็นถนนลูกรังอย่างไร

00:29:09.050 --> 00:29:12.370
นู่นนะ รายละเอียดของบริบทชุมชนน่ะนะคะ

00:29:15.520 --> 00:29:19.730
ถ้า... ถ้าเรียนในระดับสูง ๆ ขึ้นการวิจัยเต็มรูปแบบน่ะ

00:29:20.050 --> 00:29:25.450
ก็ต้องออก... ออกไปเก็บข้อมูลชุมชนในลักษณะนี้ ต้องเก็บมาหมดเลย

00:29:26.384 --> 00:29:30.990
ชุมชนนี้มีคนเท่าไร แต่ละครัวเรือนทำอาชีพอะไร ลิสต์ออกมา

00:29:31.350 --> 00:29:35.580
มีรายได้เท่าไรต้องถาม บางทีเขาก็ตอบจริงบ้าง ไม่จริงบ้าง

00:29:36.400 --> 00:29:38.840
คือ เราใช้แต่ข้อมูลจากที่เราถามไม่ได้

00:29:38.870 --> 00:29:44.310
เราก็ต้องไปเช็กกับข้อมูลในกับส่วนราชการด้วยอย่างนี้นะคะ

00:29:44.980 --> 00:29:48.900
ก็คือเมื่อเราจะบูรณาการนี่ เราจะต้องปรับ...

00:29:50.530 --> 00:29:57.380
ปรับเทคโนโลยี หรือปรับความรู้ หรืออะไรก็แล้วแต่ที่เราจะเอาไปบูรณาการนี่

00:29:57.650 --> 00:30:02.360
ให้เข้ากับบริบทชุมชน ก็คือดูบริบทชุมชนเป็นหลัก ไม่ใช่ไป...

00:30:04.356 --> 00:30:08.810
ตู้ม เข้าไปบอกจะเปลี่ยนให้มาทำแบบนี้เลย มันไม่ได้ เห็นไหม

00:30:08.810 --> 00:30:14.030
เขาเลยบอกว่าการบูรณาการมันต้องปรับตามบริบทของชุมชนด้วยนะคะ

00:30:16.926 --> 00:30:24.830
ดู... ดูกระทั่งว่าให้มันเหมาะสมน่ะค่ะ กับชุมชนนั้น

00:30:24.830 --> 00:30:30.170
เหมือนบางที่มีแต่คนเฒ่า คนแก่ จะเอาอะไรนะ

00:30:36.090 --> 00:30:39.277
เอาเทคโนโลยีทันสมัยมาก ๆ ไปให้ใช้อย่างนี้

00:30:40.243 --> 00:30:48.001
เหมือน... เหมือนแต่ก่อนพวกคนแก่ก็ยังกลัว ๆ รถไฟฟ้าอยู่นะ ว่ามันแรง

00:30:48.442 --> 00:30:53.220
เดี๋ยวนี้เห็นไหม รถไฟฟ้าขายดีมากแถวบ้านเรา โดยเฉพาะแถวบ้านเรานะคะ

00:30:53.690 --> 00:30:57.384
โดยเฉพาะประเภทที่มันมี 3 ล้อน่ะนะ

00:30:58.130 --> 00:31:01.807
เพราะเขาเอาไว้ให้ผู้อาวุโสทั้งหลายนี่

00:31:01.832 --> 00:31:05.400
คนสูงวัยนี่ ไว้ขี่ในหมู่บ้านนะคะ

00:31:05.650 --> 00:31:09.830
ไม่ได้... ไม่ใช่ขี่ออกมาตามท้องถนนใหญ่นะคะ เอาไว้ขี่ในหมู่บ้าน

00:31:11.620 --> 00:31:19.084
คือ แต่เดิมนี่ คนแก่สมัยก่อนในชุมชนส่วนมาก ก็คือเดิน เดินเอา กับอย่างมากก็ปั่นจักรยาน

00:31:19.230 --> 00:31:22.780
มอเตอร์ไซค์ก็จะไม่ค่อย เพราะมอเตอร์ไซค์เครื่องมันจะค่อนข้างแรง

00:31:23.044 --> 00:31:27.223
แล้ว... แล้วเหมือนพออายุเยอะ ๆ น่ะนะ การ...

00:31:28.257 --> 00:31:30.770
มันแค่ 2 ล้อใช่ไหม มันก็จะบังคับยาก

00:31:30.810 --> 00:31:37.740
โอ๊ย ไม่เห็นเหรอ ร้านรถไฟฟ้านี่ เปิดเป็น 10 ร้านเลยมั้ง อยู่ในสกลนครนี่

00:31:38.160 --> 00:31:41.170
ไม่ใช่แต่สกลนครหรอก ไปจังหวัดอื่นก็เห็นเยอะเหมือนกันนะคะ

00:31:42.480 --> 00:31:46.671
เห็นไหม เทค... เทคโนโลยีบางอย่าง ดูเหมือนจะไม่เข้าก็เข้าได้นะคะ

00:31:46.696 --> 00:31:48.850
ก็คือเขาก็ปรับนั่นแหละ มันก็ต้องปรับ

00:31:49.420 --> 00:31:54.217
เหมือนเอามาให้ลอง มีบ้านหนึ่งลองแล้วดี บ้านต่อมาก็ซื้ออย่างนี้นะคะ

00:31:59.940 --> 00:32:05.884
มาดูลักษณะการบูรณาการแบบที่ 4 สร้างความร่วมมือและความเข้าใจ

00:32:07.152 --> 00:32:12.893
การบูรณาการแบบนี้มันจะเกิดขึ้นได้ ก็คือมันต้องเกิดจากความร่วมมือ

00:32:13.258 --> 00:32:16.096
และก็ความเข้าใจของกลุ่ม เห็นไหมคะ

00:32:16.528 --> 00:32:19.060
ของกลุ่ม ของบุคคล เห็นไหม

00:32:19.260 --> 00:32:25.690
เพราะบอกว่า... เห็นไหม ถ้ามันมีเกิดเราเอาทั้งความแตกต่าง

00:32:26.020 --> 00:32:30.430
และก็มารวมกันนี่ เราก็ต้องมาใช้ความร่วมมือ

00:32:30.430 --> 00:32:35.240
เพราะเมื่อมันมีความแตกต่าง ความขัดแย้งมันจะตามมา นึกออกไหม

00:32:35.810 --> 00:32:41.822
เพราะถ้ากลุ่มเขาเห็นต่างนี่ มันก็มาเชื่อมกันไม่ได้ใช่ไหมคะ

00:32:41.847 --> 00:32:43.869
เพราะฉะนั้น มันก็อาจจะ...

00:32:43.982 --> 00:32:48.490
บางทีมันต้อง... ไม่ได้ใช้การบูรณาการแค่ลักษณะเดียว นึกออกนะ

00:32:48.682 --> 00:32:53.510
บางทีมันต้องดูทั้งหมด 3-4 องค์ประกอบนี่ เอามาร่วมกันก็ได้

00:32:54.510 --> 00:32:57.510
หรือใช้การเชื่อมโยง เช่น เหมือนองค์ประกอบที่แตกต่าง

00:32:57.530 --> 00:33:04.555
ที่บอกว่าคนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่เอาอะไรมาเชื่อมโยง

00:33:04.996 --> 00:33:06.350
หาวิธีมาเชื่อมโยง

00:33:06.580 --> 00:33:10.588
เหมือนบางทีน่ะ เราไปบอกให้ปู่ ยา ตา ยาย

00:33:11.876 --> 00:33:13.785
พ่ออุ๊ย แม่อุ๊ยนี่ ทำเลยไม่ได้

00:33:13.810 --> 00:33:14.288
เพราะอะไร

00:33:14.312 --> 00:33:17.070
1. เราไม่ใช่คนพื้นที่เขาใช่ไหม

00:33:17.420 --> 00:33:23.970
แต่ถ้าลูกหลานเขาล่ะ ลูกหลานเขาเป็นตัวพาทำอย่างนี้ใช่ไหม

00:33:24.447 --> 00:33:30.690
ไปบอกปู่ ย่า ตา ยายเขา ก็หลานอยากทำอันนี้ เขาก็อาจจะทำ

00:33:30.996 --> 00:33:35.550
ทำแล้วหลานเขาได้ประโยชน์อย่างนี้ ให้... ให้มุมมอง ให้... ให้แนวคิดนี่

00:33:35.790 --> 00:33:39.770
เขาก็อาจจะเกิดการบูรณาการกับเราด้วยก็ได้ อย่างนี้เห็นไหมคะ

00:33:39.980 --> 00:33:49.510
มันก็ต้องมีอาศัยการเชื่อมโยง หรือการผสานต่าง ๆ เข้าไป

00:33:49.510 --> 00:33:53.330
เหมือนลักษณะของความหมายของการบูรณาการนั่นแหละนะคะ

00:33:53.860 --> 00:33:57.620
เพราะฉะนั้น เมื่อเกิดความร่วมมือใช่ไหม

00:33:57.880 --> 00:34:02.870
การทำสิ่งใดก็แล้วแต่ มันก็ต้องประสบความสำเร็จอยู่แล้วนะคะ

00:34:02.870 --> 00:34:09.480
เพราะฉะนั้น การบูรณาการจะไม่เกิดขึ้นเลย

00:34:09.504 --> 00:34:14.320
ถ้ากลุ่มคนและก็สิ่งที่จะนำไปบูรณาการ

00:34:14.360 --> 00:34:19.330
แล้วก็ไม่เกิดการร่วมมือขึ้นนี่ มันจะเกิดไม่ได้เลย

00:34:19.340 --> 00:34:23.315
เพราะ... พอสิ่งที่เอาไปทำเกิดมันแตกต่างกันน่ะ

00:34:24.103 --> 00:34:26.320
ปัญหามันต้องเกิดเหมือนที่บอกน่ะ

00:34:26.420 --> 00:34:30.480
เพราะบางทีถ้าเหมือนเป็นเรื่องใหม่ ๆ เขาไม่เคยทำนี่

00:34:31.447 --> 00:34:35.220
คนหัวเก่าน่ะ เขาจะต่อต้านโดยอัตโนมัติอยู่แล้วนะคะ

00:34:35.220 --> 00:34:39.765
เหมือนผู้เฒ่า ผู้แก่นะ เหมือนขนบประเพณี

00:34:40.695 --> 00:34:43.090
หรือความเชื่อโบราณบอกมาไว้อย่างนี้

00:34:43.201 --> 00:34:46.172
และรุ่นใหม่กลับไปเปลี่ยนว่าทำได้

00:34:46.377 --> 00:34:49.650
แต่บางทีคนแก่เขาก็ไม่ยอมรับอย่างนี้นะคะ

00:34:49.650 --> 00:34:56.140
มันก็ต้อง... นี่แหละ อาศัยทุกสิ่งอย่างที่พูดมาแล้วตั้งแต่ต้นนะคะ

00:34:56.720 --> 00:34:58.677
ว่าเอามาผสานกัน

00:35:00.450 --> 00:35:02.409
ทีนี้เรามาดูประโยชน์

00:35:03.090 --> 00:35:09.220
ว่าเมื่อเราทำการบูรณาการนี่ มันเกิดประโยชน์อะไร เห็นไหมคะ

00:35:09.500 --> 00:35:12.396
เพราะมันมีประโยชน์ไง และประโยชน์ที่มีนี่

00:35:12.868 --> 00:35:15.760
อันดับแรกเลย เห็นไหม เพิ่มประสิทธิภาพ

00:35:16.780 --> 00:35:24.742
ก็คือเหมือนที่บอก ทำสิ่งที่มีอยู่แล้วให้ดีขึ้น หรือไปพัฒนาของเก่าให้ดีขึ้น

00:35:25.360 --> 00:35:32.960
หรือไปพัฒนาให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น เช่น เหมือนแต่ก่อนผ้า... ผ้าย้อมครามนะ

00:35:32.990 --> 00:35:37.013
คือ สมัยโบราณเขาก็จะทอแบบเดิม ๆ นึกออกนะ

00:35:37.037 --> 00:35:39.190
เหมือน... เหมือนผ้าขาวม้าน่ะ

00:35:39.260 --> 00:35:44.188
เคย... เคยทอลายนี้ สีขาวกับสีดำ

00:35:44.857 --> 00:35:48.131
บ้านนั้นก็ทำแต่สีขาวกับสีดำ ไม่เปลี่ยนสี

00:35:48.747 --> 00:35:53.980
พอใหม่ ๆ มาเริ่มบอกลองเปลี่ยน เห็นไหม ก็ต้องค่อย ๆ ปรับนะคะ

00:35:54.211 --> 00:35:59.827
เหมือน... เหมือนใช้สารเคมีย้อมสี เพราะอะไร

00:35:59.852 --> 00:36:01.180
สีสวย สีสด

00:36:01.650 --> 00:36:05.078
ทีนี้อยากให้เปลี่ยนว่าเขา... ถ้า...

00:36:05.102 --> 00:36:09.265
ถ้าชาวต่างประเทศน่ะ เขาซื้อผ้างานฝีมือนี่

00:36:09.290 --> 00:36:15.088
เขาจะนิยมผ้าที่เป็นลักษณะสีธรรมชาติ สีธรรมชาติมันอ่อน

00:36:15.403 --> 00:36:21.610
เราจะเอาเทคโนโลยีอะไรไปทำให้สีธรรมชาตินี่ มันมีสีสวยขึ้น มีความสด

00:36:22.640 --> 00:36:27.709
พวกอาจารย์ทางเคมีเขาก็จะรู้นะ ความเป็นกรด เป็นด่าง

00:36:29.150 --> 00:36:33.890
เขาก็จะมีว่าอะไรผสมกันแล้วเกิดอะไรอย่างนี้นะคะ

00:36:33.890 --> 00:36:40.560
หรือพวกทางด้านเทคโนโลยี หรือวิทยาศาสตร์เราจะรู้

00:36:40.740 --> 00:36:42.983
พวกลักษณะทางเคมีพวกนี้

00:36:43.615 --> 00:36:50.930
เราก็ไปพัฒนาสีนี่ สีธรรมชาติที่แต่เดิมสีมันอ่อน มันซีดนี่

00:36:50.970 --> 00:36:53.360
ทำให้มันเข้มขึ้นได้อย่างไร อะไรอย่างนี้

00:36:53.580 --> 00:36:59.090
หรือบางทีนี่ บางที่นี่เราไปดูพอถาม เอ๊ะ ของเขาก็สีสด

00:37:00.153 --> 00:37:02.488
บาง... บางที่เขามีภูมิปัญญาชาวบ้านไง

00:37:03.630 --> 00:37:08.770
เกิดจากทำให้สีมันสดโดยใช้สารส้มไปช่วยอะไรอย่างนี้

00:37:08.770 --> 00:37:12.220
หรือใช้มะขามเปียกอะไรน่ะ ที่มีฤทธิ์เป็นกรดน่ะ

00:37:12.985 --> 00:37:17.755
ให้นึกถึงเหมือนน้ำอัญชัน

00:37:18.633 --> 00:37:25.420
เห็นไหมจากสีเดิมมันน่ะ ดอกอัญชันคั้นออกมาสีน้ำเงิน เห็นไหมคะ

00:37:25.550 --> 00:37:30.820
แต่พอบีบมะนาว มันจะกลายเป็นสีม่วงอย่างนี้นะคะ เห็นไหม

00:37:31.390 --> 00:37:35.510
กรดมันไปทำปฏิกิริยา อย่างนี้เป็นต้นนะคะ

00:37:36.449 --> 00:37:43.400
ก็คือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน หรือเพิ่มประสิทธิภาพของกลุ่ม

00:37:43.430 --> 00:37:46.400
หรืออาชีพ หรืออะไรก็แล้วแต่นะคะ

00:37:46.400 --> 00:37:51.355
ก็คือทำให้เกิดสิ่งที่ดีขึ้น

00:37:54.382 --> 00:37:57.040
พัฒนาขึ้น หรือเกิดสิ่งใหม่อะไรก็แล้วแต่

00:37:57.060 --> 00:37:59.239
ก็คือมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นนั่นเอง

00:38:08.240 --> 00:38:15.540
ต่อมา ประโยชน์ต่อมา ก็คือเป็นการสนับสนุนการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน

00:38:17.590 --> 00:38:18.318
เพราะอะไร

00:38:18.342 --> 00:38:23.090
เพราะเมื่อการบูรณาการนี่ มันจะทำสำเร็จเมื่อมันมีความร่วมมือ

00:38:23.414 --> 00:38:27.488
ให้นึกถึงกลุ่มคนหมู่มากมีความร่วมมือกันนี่

00:38:29.899 --> 00:38:33.730
นึกออกนะคะ สิ่งที่จะตามมา ก็คือความยั่งยืน

00:38:33.730 --> 00:38:38.988
เพราะอะไร เช่น เหมือนเรื่อง...

00:38:40.453 --> 00:38:45.940
ตอนนี้เหมือนในมหาลัยเรารณรงค์เรื่องกล่องโฟมใช่ไหมคะ

00:38:47.823 --> 00:38:52.340
ลดขยะน่ะค่ะ ลดขยะที่เป็นโฟม หรือพลาสติก

00:38:54.248 --> 00:38:56.474
ก็จะมีกฎ มีระเบียบมา

00:38:56.498 --> 00:39:03.820
เช่น ร้านค้าที่ขายสินค้าใน... ในมหาลัย

00:39:04.810 --> 00:39:10.025
ที่ขายอาหารนี่ กล่อง... กล่องอาหารเขาก็ไม่ให้ใส่กล่องโฟมแล้วนะ

00:39:10.050 --> 00:39:12.730
เขาให้ใช้เป็นกล่องกระดาษเท่านั้น

00:39:12.850 --> 00:39:18.290
เห็นไหม ยั่งยืนอย่างไรในเรื่องสิ่งแวดล้อม ถูกไหมคะ

00:39:18.701 --> 00:39:25.360
ขยะ... ขยะที่เป็นจากกล่องอาหารจากเดิมเป็นโฟมนี่ มันกำจัดยากใช่ไหมคะ

00:39:26.450 --> 00:39:31.121
ให้มองไปถึงอนาคต เพราะเขาบอกว่าโฟม 1 ชิ้น

00:39:31.145 --> 00:39:37.920
กว่าจะย่อยสลายได้เป็นพัน ๆ ล้านปีใช่ไหมนะคะ

00:39:37.970 --> 00:39:42.230
แต่ถ้าเป็นกล่องกระดาษนี่ ไม่นานก็เปื่อย

00:39:42.230 --> 00:39:44.980
เพราะว่าส่วนใหญ่กล่องกระดาษในประเทศไทยเรา

00:39:45.010 --> 00:39:50.730
ที่ผลิตมันจะเป็นกระดาษจากพวกชานอ้อยอะไรพวกนี้ มันจะย่อยสลายเร็วนะคะ

00:39:51.760 --> 00:39:54.250
เพราะฉะนั้น มันจะเกิดความยั่งยืนตามมา

00:39:54.250 --> 00:39:56.894
เช่น เหมือนการนำเทคโนโลยี

00:39:56.918 --> 00:40:03.560
เข้าไปช่วยในการทรัพยากรน้ำอย่างนี้

00:40:04.103 --> 00:40:11.680
การทำระบบน้ำน่ะคะ คือ แต่เดิมบางทีน้ำปล่อยทิ้งไปเฉย ๆ ไม่มีประโยชน์ใช่ไหม

00:40:12.290 --> 00:40:18.730
มีทำเป็นระบบบำบัดน้ำ เทคโนโลยีไปช่วยในกระบวนการบำบัดน้ำ

00:40:19.020 --> 00:40:23.620
น้ำเสียเอามาใช้ย้อนกลับมาใช้ในชุมชน หรืออะไรอย่างนี้

00:40:23.920 --> 00:40:29.592
นั่นก็จะทำให้เกิดการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนที่บอกนะคะ

00:40:30.809 --> 00:40:32.986
ก็มีหลายด้านในหลายแง่มุม

00:40:33.140 --> 00:40:36.932
ก็ส่วนใหญ่การที่จะยั่งยืนนี่

00:40:36.956 --> 00:40:43.840
มันจะสืบเนื่องไปถึงลักษณะที่เป็นสิ่งแวดล้อม หรือทรัพยากรนะ

00:40:44.106 --> 00:40:49.280
ให้นึกถึงเหมือนแถวบ้านเรานี่ เห็ดน่ะค่ะ เห็ดป่า เห็นไหม

00:40:50.685 --> 00:40:52.544
หรือการเข้าไปเก็บ...

00:40:54.530 --> 00:40:59.710
บ้านเราจะไปตามฤดูกาลนะ ไม่ใช่ว่าเข้าไปทุกหน้านะ

00:40:59.710 --> 00:41:02.610
เขา... เขาก็จะถ้าเป็นช่วงหน้าเห็ดน่ะ

00:41:02.777 --> 00:41:08.346
พวกป่าไม้เขาก็จะปล่อยให้ชาวบ้านเข้าไปเก็บได้ ไม่ได้หวงห้ามอะไรนะคะ

00:41:09.946 --> 00:41:10.383
เพราะอะไร

00:41:10.407 --> 00:41:14.958
มันก็จะเป็นเหมือนการ... วงจรธรรมชาติน่ะค่ะ

00:41:16.240 --> 00:41:20.980
รักษาวงจรธรรมชาติไว้ แล้วก็ทำนุบำรุงสิ่งแวดล้อมไปด้วยนะคะ

00:41:25.540 --> 00:41:32.420
เพราะฉะนั้น เมื่อเรามีการบูรณาการนี่ มันจะไม่ใช่แค่เกิดประสิทธิภาพ

00:41:32.662 --> 00:41:38.395
แต่มันจะมองต่อไปในข้างหน้า ว่ามันไปเกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมด้วยได้ไหม

00:41:38.420 --> 00:41:43.272
ไปเกี่ยวข้องกับทรัพยากรที่จะเหลือ

00:41:43.296 --> 00:41:48.900
หรือมีใช้ หรือประมาณว่าทรัพยากรนี้จะมีมากขึ้น

00:41:49.280 --> 00:41:54.120
ทำให้เพิ่มมากขึ้น หรือลดน้อยลง เราจะแก้ปัญหาอย่างไร อะไรอย่างนี้

00:41:54.220 --> 00:41:59.460
มันก็เลยเป็นที่มาของพัฒนาแล้วยั่งยืนอย่างไรนะคะ

00:41:59.480 --> 00:42:02.622
ซึ่งจะอยู่ในหัวข้อที่ 2 สุดท้าย

00:42:02.647 --> 00:42:06.820
ก็คือการใช้เทคโนโลยีอย่างยั่งยืนนี่ ใช้อย่างไรนะคะ

00:42:09.641 --> 00:42:15.080
ประโยชน์ข้อที่ 3 เสริมสร้างความร่วมมือและความสัมพันธ์ในชุมชน

00:42:15.110 --> 00:42:18.420
เห็นไหม เพราะการบูรณาการมันจะต้องทำให้มีความร่วมมือ

00:42:18.742 --> 00:42:23.200
เมื่อมันมีความร่วมมือเกิดขึ้น ความสัมพันธ์ของชุมชนมันก็จะดีขึ้น

00:42:23.560 --> 00:42:30.207
เพราะให้นึกถึงแต่ก่อนบางหมู่บ้านน่ะ อยู่ในตำบลเดียวกัน ให้นึกถึงนะ

00:42:30.528 --> 00:42:35.021
บางบ้านนี่ เขตบ้านน่ะติดกันด้วยซ้ำ

00:42:36.152 --> 00:42:39.760
แต่ไม่ถูกกันอย่างนี้ ว่าบางบ้านไม่ถูกกัน นึกออกนะ

00:42:40.846 --> 00:42:42.180
ก็ไม่ค่อยมีความร่วมมือ

00:42:42.340 --> 00:42:47.830
แต่พอมีการบูรณาการ บางทีบ้านเจ้าทำอันนี้ บ้านข่อยทำอันนี้

00:42:47.855 --> 00:42:50.745
เอามารวมกันแล้วเกิดสิ่งใหม่อย่างนี้ เห็นไหมคะ

00:42:51.147 --> 00:42:54.920
มันก็ต้องมีการร่วมมือกัน มีการพัฒนาร่วมกันตลอด

00:42:55.860 --> 00:43:03.380
ก็จะสร้างความสัมพันธ์ในชุมชน จากเดิมแค่เฉพาะในกลุ่มบ้านตัวเอง ก็ขยายมาอีกบ้านหนึ่ง

00:43:03.620 --> 00:43:07.039
อีกหน่อยเมื่อ... เมื่อมีบ้านที่ 1 บ้านที่ 2 ร่วมมือ

00:43:07.063 --> 00:43:10.110
บ้านที่ 3 บ้านที่ 4 มันก็ต้องตามมา เห็นไหมคะ

00:43:10.210 --> 00:43:16.960
ความร่วมมือมันก็ต้องขยายวงกว้างออกไป เพราะเขาเห็นแล้วว่ากลุ่มนี้ทำโอเคนะ

00:43:19.274 --> 00:43:22.170
อีกกลุ่มหนึ่งเกิดอยากทำบ้าง หรือบ้านหนึ่งอยากทำบ้าง

00:43:22.617 --> 00:43:29.147
ก็มาร่วมมือกันได้ใช่ไหมคะ มาขอความร่วมมือได้ หรือมาสานสัมพันธ์กันต่อได้

00:43:31.283 --> 00:43:34.021
และประโยชน์ข้อสุดท้าย

00:43:34.477 --> 00:43:39.110
ลดต้นทุนและการใช้ทรัพยากรที่ซ้ำซ้อน เห็นไหมคะ

00:43:39.600 --> 00:43:43.521
ก็คือพอมีความร่วมมือกัน มันก็จะทำให้รู้ไง

00:43:45.047 --> 00:43:46.696
เธอมีอันนั้น ฉันมีอันนี้

00:43:49.140 --> 00:43:53.455
หรืออันนั้นเธอมีเยอะ กว่าใช้ของเธอนะ อันนี้ฉันก็ใช้ของฉัน

00:43:53.479 --> 00:43:56.935
ก็ไม่ต้องไปใช้ทรัพยากรที่ซ้ำซ้อนกัน

00:43:56.960 --> 00:44:02.760
ก็คือแบ่งกัน หารกัน หรือคำนวณอะไรก็แล้วแต่ มันก็จะลดต้นทุนนะ

00:44:03.460 --> 00:44:06.760
เหมือน... เหมือนบ้านเจ้ามีไผ่เยอะอย่างนี้

00:44:07.090 --> 00:44:10.121
ถ้าเป็นแต่ก่อนปรากฏบ้านสาน...

00:44:10.847 --> 00:44:14.029
จักสานไม่มีต้นไผ่ อย่างนี้ นึกออกนะ

00:44:14.053 --> 00:44:15.500
ต้อง... ต้องไปหาซื้อ

00:44:15.660 --> 00:44:21.890
แต่ทีนี้อีกบ้านหนึ่งมี ไปใช้ทรัพยากรจากบ้านนี้มาทำ แล้วมาสอนกันสานอย่างนี้ เห็นไหมคะ

00:44:22.070 --> 00:44:26.412
มันก็จะลดต้นทุน เพราะเราไม่ต้องไปซื้อของจากที่อื่นเข้ามา

00:44:26.549 --> 00:44:29.278
อะไรลักษณะนี้นะคะ นั่นก็เป็นการลดต้นทุน

00:44:29.619 --> 00:44:33.058
แล้วก็ลดการใช้ทรัพยากรซ้ำซ้อนได้

00:44:33.823 --> 00:44:36.953
อยู่ใกล้ ๆ มีแล้วจะไปซื้อมาทำไมอย่างนี้นะคะ

00:44:36.977 --> 00:44:40.260
ก็ไม่ต้องเกิดการใช้ทรัพยากรซ้ำ

00:44:40.260 --> 00:44:45.520
หรือเหมือนเครื่องมือตัวนี้มีอยู่แล้ว ของที่นี่มี อีกบ้านหนึ่งไม่มี

00:44:45.850 --> 00:44:50.770
พอมาร่วมมือกันก็ไม่ต้องไปซื้อ สามารถมาใช้ร่วมกันได้

00:44:51.480 --> 00:44:55.550
ยืมมาใช้กัน หรือไปตั้งตรงกลางแล้วก็ไปใช้ร่วมกัน

00:44:55.550 --> 00:44:59.990
เหมือน... เหมือนที่เขาทำโรงสีชุมชน เห็นไหม อย่างนี้เป็นต้น

00:44:59.990 --> 00:45:03.370
ไม่ใช่บ้านนี้ก็ทำ บ้านนี้ก็ทำ เพราะโรงสีทำ...

00:45:04.447 --> 00:45:09.280
เพราะแต่ละปี แถวบ้านเรามันก็จะทำนาแค่ปีละครั้งนะ

00:45:09.280 --> 00:45:12.304
ก็คือโรงสีใช้งานจริง ๆ ก็คือปีละครั้ง

00:45:12.806 --> 00:45:16.090
ไม่น่าจะเกินกี่เดือนนะคะ อย่างนี้เป็นต้น

00:45:16.380 --> 00:45:19.929
ก็ทำ... บ้านหนึ่งมีแล้ว บ้านนี้ฉันไปสีด้วย

00:45:20.439 --> 00:45:22.500
อาจจะมีการเก็บค่าบริการ

00:45:22.690 --> 00:45:29.130
แต่โดยปกติแถวบ้านเราจะไม่คิดเงินนะ เพราะเขาก็จะเปลี่ยนเป็นเอาแกลบไว้

00:45:30.100 --> 00:45:32.980
เพราะแกลบจากการสีน่ะ มันขายได้

00:45:32.980 --> 00:45:38.800
เพราะมันจะมีพวกซื้อไปเผาถ่านอะไรอย่างนี้ เขาก็มารับซื้อนะคะ อย่างนี้เป็นต้น

00:45:39.063 --> 00:45:44.080
เขาก็น่ะ ไม่เอาแกลบ จะเอาแกลบไปอะไรอย่างนี้ และก็อะไรนะ เขาบอกรำ

00:45:44.750 --> 00:45:50.270
มันจะมีรำเล็ก ๆ นะคะ จากการสีนี่

00:45:51.910 --> 00:45:56.790
เพราะ... เพราะคนที่เอาข้าวเปลือกไปสีนี่ เขาก็จะเอาแต่ข้าว รำเขาก็ไม่เอา

00:45:57.151 --> 00:45:59.305
รำมันก็เอาไปขายไปเป็นอาหารสัตว์ได้

00:45:59.329 --> 00:46:04.195
หรือถ้าบ้านไหนมีไก่ เขาก็จะใช้รำเลี้ยงไก่อย่างนี้นะคะ

00:46:06.521 --> 00:46:10.900
นั่นก็คือการลดต้นทุนและการใช้ทรัพยากรซ้ำซ้อนนะคะ

00:46:10.900 --> 00:46:13.801
ก็ไม่ต้องใช้ทรัพยากรที่ซ้ำซ้อนกัน

00:46:16.780 --> 00:46:18.020
นี่เผลอกดอีกแล้ว

00:46:21.890 --> 00:46:25.677
เดี๋ยวเบรกก่อนแล้วค่อยมาดูหัวข้อนี้นะ

00:46:26.192 --> 00:46:27.410
10 นาทีนะคะ

00:46:27.450 --> 00:46:30.855
ตอนนี้ 10.03 น.

00:46:33.496 --> 00:46:39.350
10.13 น. เรามา... เสียงแห้ง ไม่ใช่อะไรหรอก

00:46:39.580 --> 00:46:43.942
เราค่อยมาต่อนะคะ ขอเบรกค่ะ ขอบคุณค่ะ

00:58:28.070 --> 00:58:30.150
โอเคหรือยัง พร้อมหรือยังคะเด็ก ๆ

00:58:37.343 --> 00:58:40.114
โอเคนะ เดี๋ยวเรามาต่อกันนะคะ

00:58:40.587 --> 00:58:44.210
มาต่อกันที่ความหมายของชุมชน

00:58:45.601 --> 00:58:47.914
เห็นไหมเมื่อกี้ รู้จักการบูรณาการไปแล้ว

00:58:48.444 --> 00:58:51.570
จะบูรณาการได้ เราก็ต้องมารู้จักกับชุมชนก่อน

00:58:52.580 --> 00:58:54.044
ชุมชนหมายถึง

00:58:56.730 --> 00:59:03.237
อันนี้สรุปมาแล้วนะ ก็คือถ้าเด็ก ๆ ไปค้นข้อมูลนะก็จะมีขึ้น

00:59:03.240 --> 00:59:09.240
ว่ามีนักวิชาการพูดถึงชุมชน ความหมายของชุมชนไว้หลายคนนะคะ

00:59:09.706 --> 00:59:16.540
ในที่นี้นะคะ ที่สรุปมานี่ ก็คือการที่คน... เห็นไหมคะ

00:59:16.920 --> 00:59:19.072
มันต้องเกิด... ชุมชนมันจะเป็นได้อย่างไร

00:59:19.096 --> 00:59:21.860
ก็คือมีคนจำนวนหนึ่ง

00:59:22.030 --> 00:59:27.600
จำนวนหนึ่งด้วยนะคะ ไม่ใช่แค่ 1 คน ให้นึกถึงบ้าน 1 หลัง

00:59:28.025 --> 00:59:31.793
กับ... กับบ้าน 2 หลังและก็กับหมู่บ้าน

00:59:32.558 --> 00:59:35.038
บ้าน 2 หลังนี่ ยังไม่เป็นชุมชน เห็นไหมคะ

00:59:35.342 --> 00:59:37.966
แต่ถ้าหมู่บ้านนี่ จะถือว่าเป็นชุมชนแล้ว

00:59:38.253 --> 00:59:41.940
จำนวนหนึ่งมารวมกัน เห็นไหมคะ ต้องมารวมกัน

00:59:41.950 --> 00:59:45.166
ไม่ใช่ไปอยู่แบบหลังนี้อยู่นี่

00:59:45.190 --> 00:59:50.351
ให้นึกถึงเหมือนบ้านเถียงนาน่ะ บ้านตามเถียงนา

00:59:50.375 --> 00:59:52.477
เพราะนาแต่ละที่ไม่ได้อยู่ใกล้กันนะ

00:59:53.487 --> 00:59:58.480
ก็จะอยู่กันคนละโยดเลย ฉันอยู่ทางนี้ เธออยู่ทางนั้นนะคะ

00:59:58.500 --> 01:00:05.960
เพราะพื้นที่ห่างกัน ห่างกันมาก ๆ นี่นะคะ ก็ไม่เป็นชุมชนนะ มันต้องมาอยู่รวมกัน

01:00:05.960 --> 01:00:10.900
สังเกตลักษณะบ้านในหมู่บ้าน เห็นไหม

01:00:11.539 --> 01:00:18.640
บ้านจะอยู่... การปลูกบ้านเรือนจะอยู่ใกล้ ๆ กันนะ จะไม่ห่างกันมากนะคะ

01:00:19.044 --> 01:00:26.120
เพราะพื้นที่อยู่อาศัยกับพื้นที่ทำนาน่ะ จะอยู่คนละที่แถวบ้านเราน่ะนะคะ

01:00:28.180 --> 01:00:34.810
มันจะไม่ใช่ว่า... เหมือนทางภาคเหนือน่ะ เขา... เขาทำไร่ เหมือนไร่ส้มอย่างนี้

01:00:35.220 --> 01:00:42.130
บ้านเขากับในสวนนี่ จะอยู่ด้วยกันอย่างนี้ พื้นที่ก็จะต่าง... ห่างกัน

01:00:42.130 --> 01:00:46.930
แต่ก็เป็นชุมชน เพราะว่าพื้นที่อาณาเขตของพื้นที่เขาติดกัน

01:00:46.950 --> 01:00:53.446
แล้วโซนนั้นก็จะเป็นเหมือนทำสวนส้มก็ทำสวนส้มกันไปทั้งแปลง อะไรอย่างนี้นะคะ

01:00:54.544 --> 01:00:59.670
อาศัยร่วมกันในอาณาบริเวณเดียวกัน เห็นไหม อยู่ในอาณาบริเวณเดียวกัน

01:00:59.670 --> 01:01:06.510
ไม่ใช่... เหมือน... เหมือนจังหวัด ให้นึกถึงจังหวัดนะ

01:01:06.760 --> 01:01:12.260
ถ้า... ถ้าอยู่ในโซนนี้ก็จะเป็นอำเภอนี้ อยู่โซนนี้เป็นอำเภอนี้

01:01:12.374 --> 01:01:16.940
หรืออยู่... อยู่หมู่บ้านนี้ อยู่ของ... เป็นของตำบลนี้ เห็นไหมคะ

01:01:16.940 --> 01:01:20.840
พื้นที่มันก็จะอยู่ในอาณาบริเวณเดียวกัน อยู่ในอาณาเขต

01:01:20.860 --> 01:01:27.550
มันก็จะมีเขตนะ แต่ละตำบล แต่ละหมู่บ้าน หรือแต่ละอำเภอมันก็จะมีเขตใช่ไหมคะ เห็นไหม

01:01:27.940 --> 01:01:29.900
ก็จะเป็นอาณาบริเวณเดียวกัน

01:01:30.287 --> 01:01:37.098
มีความเกี่ยวข้องกัน เห็นไหม เกี่ยวข้องกันด้วยนะคะ สัมพันธ์กัน

01:01:37.122 --> 01:01:44.650
เพราะให้นึกถึงแต่เดิมคนยังไม่เยอะขนาดนี้ นึกออกนะ

01:01:44.960 --> 01:01:48.470
สัมพันธ์กันอะไร เช่น เป็นญาติพี่น้องกันใช่ไหม

01:01:48.640 --> 01:01:55.980
ก็ถ้า... ถ้าเป็นสมัย... ไม่แน่ใจภาค

01:01:59.300 --> 01:02:04.590
คือ... คือ บ้านภาคกลางน่ะค่ะ เพราะ... เพราะอยู่กับปู่กับย่านะ

01:02:05.474 --> 01:02:10.249
ภาคกลางนี่ บ้านพี่ บ้านน้องจะอยู่ใน...

01:02:10.392 --> 01:02:14.223
ในเขตพื้นที่เดียวกัน พ่อแม่เขาจะแบ่งให้

01:02:16.251 --> 01:02:20.420
สมมติพื้นที่สี่เหลี่ยมนี่ มีลูก 4 คน ก็แบ่งหาร 4 เลย

01:02:20.430 --> 01:02:24.002
คนหนึ่งอยู่ฝั่งทางนี้ ๆ เห็นไหม ในอาณาบริเวณเดียวกัน

01:02:24.027 --> 01:02:25.746
มีความสัมพันธ์กันเป็นญาติพี่น้องกัน

01:02:26.717 --> 01:02:31.922
แต่อย่าลืมว่าพอแต่เดิมน่ะ

01:02:32.639 --> 01:02:35.430
แถวบ้านเราก็น่าจะเป็นอย่างนั้น พี่น้องกันนะ

01:02:35.700 --> 01:02:42.840
แต่ทีนี้พอเติบโต คือ ปริมาณประชากรเพิ่มขึ้นคน เพิ่มขึ้น

01:02:43.701 --> 01:02:47.795
บางทีบ้านนี้ นึกออกนะ มีลูกสาว

01:02:48.273 --> 01:02:52.369
อีกหมู่บ้านหนึ่งมีลูกชาย ให้นึกถึงอย่างนี้ใช่ไหมคะ

01:02:52.960 --> 01:02:58.072
ก็มาเจอกัน ผู้บ่าวผู้สาวมาเจอกัน ก็ตกแต่ง เห็นไหม

01:02:58.096 --> 01:02:59.970
ก็มีความสัมพันธ์ระหว่าง 2 บ้าน

01:03:00.320 --> 01:03:04.800
เป็น... เขาเรียกเป็นดองกันนะ ถ้าแถวบ้านเราก็จะเรียกว่า "เป็นดองกัน" เห็นไหมคะ

01:03:05.420 --> 01:03:07.299
ยังอยู่อาณาบริเวณเดียวกันไหม

01:03:07.384 --> 01:03:11.602
อยู่... เพราะว่าหมู่บ้านคนละหมู่บ้านใช่ไหม

01:03:12.320 --> 01:03:14.691
ลูกก็ต้องเลือกไปอยู่... เหมือนผู้หญิง

01:03:14.715 --> 01:03:17.560
โดยส่วนใหญ่ผู้หญิงก็จะไปอยู่บ้านฝั่งสามีนะ

01:03:17.780 --> 01:03:20.512
ยกเว้นว่าทางบ้านผู้หญิงมีคนน้อยกว่า

01:03:21.042 --> 01:03:24.000
ผู้ชายก็อาจจะมาอยู่ทางบ้านผู้หญิง อะไรอย่างนี้ก็แล้วแต่

01:03:24.100 --> 01:03:30.600
เห็นไหมคะ มันเกิด... เนื่องจากสมัย... ตามยุคสมัยด้วย ประชากรมีจำนวนน้อย

01:03:31.161 --> 01:03:33.037
หมู่บ้าน บ้านใกล้เรือนเคียงกัน

01:03:33.061 --> 01:03:37.920
ก็อาจจะมีความสัมพันธ์กัน เป็นดองกันอะไรอย่างนี้นะคะ

01:03:38.950 --> 01:03:41.986
และก็มีการติดต่อสื่อสารกัน

01:03:42.010 --> 01:03:45.753
คนอยู่บ้านใกล้กัน ไม่พูดคุยกัน มันอยู่ด้วยกันไม่ได้ ถูกไหมคะ

01:03:46.500 --> 01:03:51.630
มัน... คือ สภาพบริบทของคนบ้านเรา

01:03:51.660 --> 01:03:55.020
เพราะโดยส่วนใหญ่เหมือนที่บอกน่ะ มันเป็นเครือญาติกัน

01:03:55.225 --> 01:03:57.277
คือ บ้านนี้ดองกับบ้านนี้

01:03:57.301 --> 01:03:59.963
ดองกันไป ดองกันมา นึกออกไหม

01:04:00.230 --> 01:04:06.450
มันก็อ้อมแอ้ม ๆ กัน เป็นญาติพี่น้องกัน วนเวียนกันอยู่นี่นะคะ

01:04:08.290 --> 01:04:10.604
เรียนรู้ร่วมกันเพราะอะไร

01:04:10.628 --> 01:04:15.520
เพราะเหมือนเวลามีทำกิจกรรมอะไร มันก็ต้องเข้ามาร่วมกันทำนะคะ

01:04:15.520 --> 01:04:18.596
เหมือนประเพณีบุญเดือนสิบใช่ไหม

01:04:19.252 --> 01:04:21.780
เขาก็มาทำร่วมกัน ไปทำที่วัด หรือทำ...

01:04:22.850 --> 01:04:24.920
เหมือนบ้านเราประเพณีสำคัญ

01:04:24.944 --> 01:04:28.000
เช่น ทอดกฐินนี่ มันก็ต้องรวมกันแต่ละบ้าน

01:04:28.539 --> 01:04:32.560
มารวมกัน ไปทอดวัดใดวัดหนึ่ง เขาก็อาจจะผลัดเปลี่ยนเวียนไป

01:04:32.560 --> 01:04:35.544
เพราะว่าปีนี้ฉันไปทอดหมู่บ้านเธอ

01:04:35.595 --> 01:04:40.490
ปีนี้ไปทอดหมู่บ้านนี้ ก็ใช้วิธีอย่างนี้นะ เปลี่ยนกัน

01:04:40.490 --> 01:04:45.410
ก็คือก็จะได้ทั่วถึงกันทุกวัด ก็ไม่ได้แตกต่างกัน อะไรอย่างนี้นะคะ

01:04:45.677 --> 01:04:49.670
ก็มีการเรียนรู้ร่วมกัน ทำกิจกรรมร่วมกัน เห็นไหม

01:04:49.804 --> 01:04:56.050
พอ... พอมันคนมันมีความสัมพันธ์กัน มันก็ต้องมาทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกันนะคะ

01:04:56.350 --> 01:04:58.580
เหมือน... เหมือนอย่างสมัยก่อนที่บอกน่ะ

01:04:59.026 --> 01:05:00.144
การทำนาน่ะ

01:05:02.038 --> 01:05:08.120
เพราะบางบ้านนี่ ลูกหลานมีน้อยใช่ไหม ทำเอง แต่ที่นามีเยอะ

01:05:08.766 --> 01:05:11.950
ก็อาจต้องไปอาศัยเพื่อนบ้านมาช่วยในการทำนา

01:05:11.970 --> 01:05:15.220
ที่เขาเรียกว่า "ลงแขกเกี่ยวข้าว" ในสมัยก่อน เห็นไหมคะ

01:05:15.404 --> 01:05:18.243
ก็คือการทำกิจกรรมร่วมกันแบบนี้นะคะ

01:05:19.740 --> 01:05:24.720
ภายใต้บรรทัด... บรรทัดฐานและวัฒนธรรมเดียวกัน

01:05:24.720 --> 01:05:29.255
นั่นก็คือ... คือ กลุ่มคนที่อยู่รวมกันนี่

01:05:30.028 --> 01:05:33.263
เหมือนนับถือศาสนาพุทธ เหมือน... เหมือนแถวบ้านเรานี่

01:05:33.799 --> 01:05:36.385
อย่างสกลนครนี่ จะมีทั้งพุทธ ทั้งคริสต์

01:05:36.739 --> 01:05:41.574
แต่สังเกตพอหมู่บ้านคริสต์ หมู่บ้านนั้นก็จะคริสต์เกือบทั้งหมู่บ้านนะ

01:05:42.531 --> 01:05:43.760
เขาก็จะแบ่งโซนนะ

01:05:43.790 --> 01:05:45.860
เหมือน... เหมือนที่เห็นชัด ๆ นี่

01:05:46.106 --> 01:05:51.280
อย่างท่าแร่ เห็นไหม ท่าแร่นี่ คริสต์ทั้ง... เกือบทั้งหมู่บ้านเลยนะคะ

01:05:51.740 --> 01:05:56.170
คือ พวกไม่คริสต์เขาก็เข้าวัดไปปกตินะ มันก็แบ่งกันชัดเจน

01:05:56.170 --> 01:06:02.830
แต่... แต่เนื่องจากประเทศไทยนี่ ไม่ได้มีการแบ่งแยกในเรื่องศาสนาอยู่แล้ว

01:06:02.830 --> 01:06:05.055
ใครอยากนับถือศาสนาอะไรก็...

01:06:05.079 --> 01:06:08.930
เพราะเดี๋ยวนี้อิสลามก็เยอะใช่ไหมคะ ก็มาทางบ้านเราเยอะ

01:06:09.230 --> 01:06:15.710
สังเกตจะมีมัสยิด แต่ละจังหวัดจะเริ่มมีมัสยิดของชาวอิสลามอย่างนี้นะคะ

01:06:15.730 --> 01:06:18.250
บ้านเราไม่ได้มีปัญหาเรื่องเชื้อชาติ

01:06:18.250 --> 01:06:22.229
แต่... แต่เวลาการอยู่ร่วมกลุ่ม เขาก็จะไปร่วม

01:06:22.253 --> 01:06:24.340
เพราะ... เพราะวัฒนธรรมมันไม่เหมือนกัน

01:06:24.340 --> 01:06:27.469
เพราะอิสลามเขาจะมีทำพิธีละหมาด

01:06:27.493 --> 01:06:30.770
เพราะฉะนั้น เขาก็จะมีถือศีลอดอะไรพวกนี้

01:06:30.880 --> 01:06:33.409
และก็มีสวดตอนกลางคืนอย่างนี้นะคะ

01:06:33.784 --> 01:06:40.621
สมัยอยู่อยุธยา ช่วงทำละหมาดอะไรเขาน่ะ

01:06:41.163 --> 01:06:43.680
ตอน... ตอนเย็น ๆ เสียงสวดมันจะลอยมา

01:06:43.680 --> 01:06:50.198
เพราะว่าเหมือนเขา... เขาเข้าไปสวดใน...

01:06:51.034 --> 01:06:52.643
ในมัสยิดเขาหรืออย่างไรนี่แหละ

01:06:53.060 --> 01:06:54.270
เสียงมันก็จะลอยมา

01:06:55.110 --> 01:07:00.960
รู้เลยว่าช่วงนี้ คือ ถือศีลอด และเพื่อนที่... ที่ไปเรียนนี่มันก็จะอดอาหาร

01:07:00.960 --> 01:07:05.640
เลยบอก แกตัวก็เล็ก ๆ แล้วยังอดอาหารอีก คิดดู

01:07:06.410 --> 01:07:09.460
คือ ทั้งวันน่ะ มันกินอะไรไม่ได้เลย น้ำมันกินไม่ได้เลย

01:07:09.460 --> 01:07:14.400
เลยบอก พ่อแกไม่รู้หรอก สงสารเพื่อนไง แบบตัวมันเล็ก

01:07:15.331 --> 01:07:20.210
และแบบ... คือช่วงนั้นมันจะหน้าซีด หน้าเหลือง เพราะข้าวก็ไม่ได้กิน น้ำก็ไม่ได้กินน่ะ

01:07:21.620 --> 01:07:24.270
ทรมานมากเลย เป็นอิสลาม คิดในใจ

01:07:24.550 --> 01:07:31.590
เลยบอก โอ๊ย เพราะ... เพราะเป็นอาทิตย์เลยนะคะ ไม่ใช่แค่ 2-3 ด้วย

01:07:33.820 --> 01:07:38.320
คือ เขาจะได้กินเมื่อหลังอาทิตย์ตกดิน

01:07:39.740 --> 01:07:43.690
ถ้าพระอาทิตย์ขึ้นน่ะ ต้องหยุด ห้ามกินเด็ดขาดเลย ว่าอย่างนั้นเถอะ

01:07:45.200 --> 01:07:49.110
ก็คือหลัง... หลังตอนเย็นกินได้ไปจนถึง...

01:07:49.780 --> 01:07:52.786
แต่ทีนี้ให้นึกถึงเด็กกินข้าวเสร็จ

01:07:52.893 --> 01:07:55.550
เพราะตอนเช้ามันต้องมาโรงเรียนนะ มันก็นอนแล้วไง

01:07:55.550 --> 01:07:57.200
พอนอนแล้ว ตอนกลางคืนมันก็ไม่ได้กิน

01:07:57.200 --> 01:08:02.790
แต่ผู้ใหญ่น่ะ กินตอนเย็นแล้วดึก ๆ เขายังกินได้ เพราะเขาทำงานอยู่บ้านไงนะ

01:08:05.820 --> 01:08:07.620
หน้าซีด หน้าเหลืองเป็นลมบ่อย

01:08:08.306 --> 01:08:11.650
2 พี่น้องนี่ และดันเป็นฝาแฝดกันด้วยนะคะ

01:08:12.331 --> 01:08:15.080
เห็นไหม เพราะวัฒนธรรมมันแตกต่างกันไง

01:08:18.238 --> 01:08:24.009
ร่วมมือ เห็นไหมคะ มีความร่วมมือและพึ่งพาอาศัยกัน ถึงจะเป็นชุมชน

01:08:24.360 --> 01:08:28.250
เพราะชุมชนจะอยู่ได้ ก็คือมันต้องมีความร่วมมือกัน

01:08:28.370 --> 01:08:33.630
เพราะว่า... คือถ้าแต่ก่อนน่ะเล็ก ๆ มีแค่บ้านไม่กี่หลังมันก็พูดคุยกันรู้เรื่อง

01:08:34.311 --> 01:08:39.090
แต่ทีนี้พอ... เหมือนที่บอกประชากรมันเพิ่มขึ้นไงคะ

01:08:39.090 --> 01:08:44.780
บ้านมันก็เพิ่ม พื้นที่ก็เพิ่ม อาจจะมีปัญหาเรื่องที่ เรื่องอะไรอย่างนี้ตามมา

01:08:44.780 --> 01:08:51.550
เพราะฉะนั้น ถ้ามันไม่เกิดความร่วมมือ ไม่มีความเข้าใจ ไม่มีกิจกรรมอะไรที่มาเชื่อมน่ะ

01:08:51.870 --> 01:08:54.223
มันก็จะเป็นปัญหากันนะ

01:08:55.300 --> 01:08:59.600
เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายร่วมกัน

01:08:59.976 --> 01:09:06.272
เขาก็อาจจะมีการตั้งอะไรน่ะ เช่น พอจะทำกิจกรรมกิจกรรมหนึ่ง

01:09:06.296 --> 01:09:07.727
เช่น จะทอดกฐินนะ

01:09:09.239 --> 01:09:11.570
เพราะเขาบอกไว้ว่าทอดกฐินบรรลุ

01:09:11.600 --> 01:09:17.571
ก็คือเหมือนตั้งไว้ว่ากฐินปีนี้ ตั้ง... ตั้งไว้นะ จะเอากี่กองอย่างนี้ใช่ไหมคะ

01:09:17.810 --> 01:09:21.720
กองละ 100 กองละเท่าไรก็แล้วแต่ แล้วแต่บ้านนะอย่างนี้

01:09:21.930 --> 01:09:27.155
นั่นก็คือมีเป้าหมายว่าจะเอากฐินไปทอดที่วัดนี้ วัดนั้นอย่างนี้นะคะ

01:09:27.453 --> 01:09:29.230
ให้บรรลุเป้าหมายร่วมกัน

01:09:29.785 --> 01:09:36.088
หรือทำเหมือนถ้าในยุคนี้ก็จะเริ่ม...

01:09:36.112 --> 01:09:38.090
เหมือนที่บอกเริ่มมีกองทุนหมู่บ้าน

01:09:38.328 --> 01:09:44.580
ก็จะมีการสร้างกลุ่ม กลุ่มของแม่บ้าน กลุ่มของเกษตรกร กลุ่มอะไรก็แล้วแต่

01:09:44.600 --> 01:09:48.760
เพื่อจะนำเงินกองทุนนี่ไปพัฒนา

01:09:48.760 --> 01:09:52.688
เพื่อให้เกิดการสร้างรายได้ สร้าง...

01:09:53.523 --> 01:09:58.770
ส่งเสริมอะไรก็แล้วแต่ในชุมชนเขานะคะ

01:09:58.795 --> 01:10:04.878
ก็อย่างนี้ก็มีวัตถุประสงค์ ก็คือพัฒนาชุมชนลักษณะอย่างนี้นะคะ

01:10:04.902 --> 01:10:06.685
นั่นคือความหมายของชุมชน

01:10:07.736 --> 01:10:11.526
ทีนี้แล้วคำว่า "ความเป็นชุมชน" ล่ะ

01:10:13.330 --> 01:10:17.733
มีชุมชนแล้วยังมีความเป็นชุมชนอีก จะซับซ้อนอะไรขนาดนั้น

01:10:18.370 --> 01:10:23.790
ความเป็นชุมชน ก็คือมันจะมีอยู่ 4 ลักษณะ เห็นไหมคะ

01:10:24.007 --> 01:10:30.290
แบบที่ 1. เพราะชุมชนขนาดเล็กที่สุดใน... ในระบบของบ้านเรานะ ในประเทศไทย

01:10:30.528 --> 01:10:32.788
หมู่บ้าน ก็คือเล็กใช่ไหม

01:10:32.812 --> 01:10:36.222
หมู่... เป็นหมู่ก่อนแล้วค่อยมาเป็นตำบล

01:10:36.590 --> 01:10:40.220
ตำบลเสร็จค่อยมาเป็นอะไรคะ อำเภอ

01:10:40.220 --> 01:10:43.580
อำเภอแล้วก็จังหวัด เห็นไหมคะ จังหวัดแล้วค่อยเป็นประเทศ

01:10:45.120 --> 01:10:49.650
เริ่มจากหมู่บ้านก่อนนะคะ พอหมู่บ้านรวม ๆ กันหลาย ๆ บ้าน

01:10:49.700 --> 01:10:55.394
ก็คือมาดูแล้วบ้านนี้ มีอาชีพลักษณะนี้คล้าย ๆ กัน

01:10:55.419 --> 01:11:01.580
มีพื้นที่ทำกิน มี... หรือมีทรัพยากรส่วนกลาง

01:11:01.580 --> 01:11:05.758
เพราะบางที่เขาจะมีเขาเรียกว่าอะไรนะ ป่าชุมชนนะ

01:11:06.495 --> 01:11:11.380
บ้านนี้กับบ้านนี้ เห็นไหมคะ มีอาณาเขตอยู่ระหว่างป่าชุมชนอย่างนี้

01:11:11.915 --> 01:11:16.610
ชุมชนนี้ หมู่บ้านนี้ หรือ 4 หมู่บ้านนี้ มีป่าชุมชนอยู่ตรงกลางอย่างนี้

01:11:17.010 --> 01:11:20.350
ก็ใช้ร่วมกันก็จะเกิด... รวม ๆ กัน หลาย...

01:11:21.255 --> 01:11:26.050
ก็แถวบ้านเราโดยปกติหมู่บ้านหนึ่งก็จะมี 5 ถึง...

01:11:26.893 --> 01:11:30.316
5 ขึ้นไปน่ะ 5 หมู่บ้านขึ้นไปก็จะเป็น 1 ตำบลนะคะ

01:11:30.506 --> 01:11:31.578
มันขึ้นอยู่กับอะไร

01:11:31.602 --> 01:11:35.200
1. ขึ้นอยู่กับพื้นที่พื้นที่บริเวณนั้น

01:11:35.210 --> 01:11:42.210
หรือบริเวณเดิมที่เขาเคยอยู่รวมกันนะ และเขาก็มาตั้ง และก็จำนวนประชากร

01:11:42.610 --> 01:11:45.055
เพราะ... เพราะตามอะไรน่ะ

01:11:45.415 --> 01:11:50.690
ระบบราชการต้องมีกี่คนขึ้นไป มีรายได้เท่าไร

01:11:50.700 --> 01:11:56.440
เห็นไหมจากตำบล ซึ่งเหมือนแต่ก่อน อบต. เป็น อบต. ใช่ไหม

01:11:56.460 --> 01:12:00.270
ทำไม อบต. ถึงกลายมา... เป็นเทศบาล เห็นไหม

01:12:00.838 --> 01:12:04.813
ทั้ง ๆ ที่ความจริงแล้วเทศบาล ก็คือตำบลแต่ก่อนแหละ

01:12:04.837 --> 01:12:08.340
แต่พอคนเยอะ มีรายได้เยอะขึ้น

01:12:09.100 --> 01:12:15.638
ระดับของเทศบาลมันจะขึ้นอยู่กับเงิน เงินได้ของคนในชุมชนไง

01:12:15.860 --> 01:12:21.710
ถ้า... ถ้ามีเขาเรียกว่ามีรายได้ใน... ในเขตนั้นสูงน่ะ

01:12:21.798 --> 01:12:26.540
จากตำบลมันจะกลายเป็นเทศบาล มันจะยกระดับขึ้นเป็นเทศบาลอย่างนี้นะคะ

01:12:26.746 --> 01:12:29.860
เหมือน... เหมือนเทศบาล แต่ก่อนมีแค่เทศบาล

01:12:30.023 --> 01:12:34.600
ทำไมเดี๋ยวนี้มีเทศบาลเมือง เทศบาลนคร เห็นไหม

01:12:35.282 --> 01:12:41.880
อย่างเช่น พัทยาน่ะ เขาจะเป็นเทศบาลเมืองพัทยา พัทยากลายเป็นเมือง

01:12:42.240 --> 01:12:48.550
ทั้ง ๆ ที่ความจริงแต่ก่อนพัทยาน่าจะเป็นแค่... ไม่ใช่อำเภอสิ

01:12:48.861 --> 01:12:54.042
พัทยามันขึ้นกับบางแสนไหม อำเภอน่ะ บางแสนไหม

01:12:54.455 --> 01:12:58.340
ไม่ใช่อำเภอพัทยานะ เราก็ไม่ใช่โซนแถวนั้น

01:12:58.360 --> 01:13:01.064
แต่กลายเป็นเทศบาล เขากลายเป็นเทศบาลเมือง

01:13:01.273 --> 01:13:03.530
กลายเป็นเมืองไปเลย เป็น... เป็นเขตเมือง

01:13:06.250 --> 01:13:10.970
เหมือนบางที่เป็นเทศบาลนครไปเลย คือ มันใหญ่ ระดับมันใหญ่ขึ้น

01:13:10.970 --> 01:13:15.740
เขาก็... เขาก็มี... เขาเรียกว่าอะไร

01:13:16.590 --> 01:13:21.471
มูลค่าของรายได้ประชากรในเขตนั้นน่ะค่ะ เอามารวมกัน

01:13:21.661 --> 01:13:23.872
ถ้าอย่างนี้เป็นเทศบาลเฉย ๆ

01:13:23.896 --> 01:13:26.990
ถ้า... ถ้าระดับขึ้นมาหน่อย เป็นเทศบาลเมือง

01:13:27.310 --> 01:13:32.240
ใหญ่ขึ้นมาอีก เป็นเทศบาลนคร คือ จำนวนเงิน หรือรายได้ที่มีเข้า

01:13:32.450 --> 01:13:32.936
เพราะอะไร

01:13:32.960 --> 01:13:36.542
เพราะเทศบาลจะสามารถเก็บภาษีที่ดิน

01:13:36.566 --> 01:13:41.950
ภาษีป้าย ภาษีโรงเรือนอะไรพวกนี้ได้ไงคะ

01:13:42.490 --> 01:13:47.300
คือถ้าเป็นแต่ก่อนนี่ เหมือน... เหมือนถ้าเป็น อบต.

01:13:49.794 --> 01:13:53.355
รายได้ยังน้อย เก็บภาษีอะไรได้บ้าง จำไม่ได้แล้ว

01:13:53.379 --> 01:13:54.940
เราไม่ได้ทำงานด้านนั้นนะ

01:13:55.410 --> 01:13:59.321
คือ ประมาณนี้มันจะมีข้อ... ข้อกำหนดอยู่ว่าทำไมจาก...

01:13:59.949 --> 01:14:02.043
เอ๊ะ แต่เดิมบ้านนี้เป็น อบต.

01:14:02.070 --> 01:14:07.370
ทำไมเดี๋ยวนี้บ้านนี้เป็นเทศบาล อะไรอย่างนี้นะคะ นี่คือลักษณะ

01:14:07.760 --> 01:14:11.710
ก็คือมันจะต้องเริ่มจากขั้นที่เล็กที่สุด ก็คือหมู่บ้าน

01:14:12.307 --> 01:14:19.890
ต่อมาชุมชนในลักษณะที่ 2. ชุมชนในฐานะขบวนการประชาชน

01:14:20.903 --> 01:14:28.180
ชุมชนในฐานะขบวนการ ขบวนการในที่นี้ไม่ใช่ขบวนการกบฏอะไรพวกนี้นะคะ

01:14:29.000 --> 01:14:35.928
เช่น กลุ่มไง กลุ่ม... กลุ่มของกลุ่มอาชีพ

01:14:36.540 --> 01:14:41.592
เพราะบางทีน่ะ ทำกลุ่ม... กลุ่มทอน่ะ มันไม่ได้มีกลุ่มเดียว

01:14:41.617 --> 01:14:47.874
ให้นึกถึงบางที เหมือน... เหมือนในสกลนครนะ อยู่แถวบ้านนาหัวบ่อก็มี

01:14:48.373 --> 01:14:52.796
อยู่อะไรนะ ดอนกอย ล่าสุดใช่ไหม ดอนกอยโมเดลนั่นก็มี

01:14:53.220 --> 01:14:54.288
อยู่ที่ไหนมีอีก

01:14:56.184 --> 01:15:01.434
ที่ย้อมครามวาริชฯ ก็มีนะ ย้อมคราม

01:15:02.425 --> 01:15:06.779
คำตะกร้าไม่มีใช่ไหม สว่างก็ไม่มี

01:15:09.390 --> 01:15:13.107
แถวโซนพังโคนยังมี ยังมีย้อมคราม

01:15:13.939 --> 01:15:16.740
และก็โซนในเมืองที่มี ก็คือนาหัวบ่อ

01:15:17.111 --> 01:15:21.134
และก็เบี่ยงไปหน่อย วานรฯ กับวาริชฯ ก็ยังมี

01:15:21.159 --> 01:15:24.050
เห็นไหม มัน... มันจะยังอยู่ในโซนเขต

01:15:24.765 --> 01:15:30.340
เพราะวาริชฯ พังโคน วานรฯ นี่ โซนเดียวกัน เส้นเดียวกันเลย แถวบ้านเราน่ะ

01:15:30.744 --> 01:15:35.814
เพราะพังโคนจะอยู่ตรงกลาง ไปทาง... อะไรนะ ซ้ายหรือขวา

01:15:36.768 --> 01:15:42.140
เลี้ยว... ถ้า... ถ้าออกจากบ้านเราเลี้ยวขวาไปวานรฯ

01:15:42.160 --> 01:15:45.480
เลี้ยวซ้ายไปวาริช เขาจะอยู่โซนเดียวกัน

01:15:46.190 --> 01:15:48.700
โซน... โซนนี้ยังมีทำคราม เพราะเหมือน...

01:15:49.560 --> 01:15:53.966
มัน... มันการเดินทาง การเชื่อมโยงอะไรอย่างนี้ไปถึงกันนะ

01:15:54.660 --> 01:16:01.980
และก็เส้น... เส้นจากเรานี่ จากบ้านนาหัวบ่อไป ก็ยังมีอยู่

01:16:02.000 --> 01:16:07.480
และก็กระโดดฝั่งทางอะไรนะ ทางที่จะไปอากาศอำนวยก็มีนะ

01:16:07.510 --> 01:16:09.660
เพราะบ้านดอนกอยที่ทางโซนนั้นใช่ไหมคะ

01:16:10.482 --> 01:16:13.470
อย่างนี้นะคะ ก็จะอยู่เป็นกระจุก เห็นไหมคะ

01:16:14.006 --> 01:16:17.147
ตามฐานะขบวนการประชาชน

01:16:17.171 --> 01:16:22.415
นั่นก็คือขบวนการที่กลุ่ม หรือประชาชนทำน่ะ เห็นไหม

01:16:22.440 --> 01:16:24.670
ชุมชนในฐานะขบวนการประชาชน

01:16:25.620 --> 01:16:33.040
และลักษณะต่อมา ชุมชนในแนวมนุษยนิยม หรือชุมชนเชิงอุดมคติ

01:16:33.690 --> 01:16:38.590
เชิงอุดมคติ ก็คือเป็นลักษณะไหน เดี๋ยวอธิบายให้ฟังนะคะ

01:16:59.410 --> 01:17:01.743
ชุมชนในแบบที่ 2 นี่

01:17:11.611 --> 01:17:12.640
มันเกิดจาก...

01:17:19.755 --> 01:17:22.605
ใน... ในนี้ เขายกตัวอย่างชุมชน

01:17:22.629 --> 01:17:30.450
ที่เกิดจากอุดมการณ์เชิงอำนาจที่เกิดขึ้นในสมัยก่อน

01:17:30.470 --> 01:17:37.140
แถวบ้านเราเคยได้ยินคำนี้หรือเปล่า ไม่รู้เด็กรุ่นนี้ คอมมิวนิสต์ นึกออกนะ

01:17:39.597 --> 01:17:43.668
ไม่รู้นี่ที่นั่ง ๆ เรียนนี่ได้ยินคำนี้ไหม

01:17:44.470 --> 01:17:49.012
เพราะสกลนครก็ถือเป็นเขตหนึ่งของคอมมิวนิสต์นะคะ

01:17:49.614 --> 01:17:52.185
สกลนคร นครพนม

01:17:52.880 --> 01:17:56.650
เพราะอะไร ให้นึกถึงตามแนว... แนวเทือกเขา

01:17:57.180 --> 01:18:00.880
เพราะพวกกลุ่มคอมมิวนิสต์เขาจะหลบอยู่ตามนี้ เห็นไหม

01:18:01.204 --> 01:18:08.960
ชุมชนตามขบวนการประชาชนลักษณะนี้นะคะ อันนี้ลักษณะที่ 2 นี่

01:18:10.320 --> 01:18:17.070
เพราะเกิดขึ้นจากความสำนึกของกลุ่มคนที่อยู่ ว่าเหมือนไม่ได้รับการ...

01:18:18.040 --> 01:18:21.390
เขาบอกคอมมิวนิสต์เกิดจากการไม่ได้รับความเป็นธรรม

01:18:21.410 --> 01:18:28.220
ใน... ในเชิงของรัฐบาล หรืออะไรน่ะในยุคก่อนน่ะ

01:18:29.779 --> 01:18:34.074
ในมุมมองน่ะ คอมมิวนิสต์เหมือนชุมโจรเลยนะคะ

01:18:34.820 --> 01:18:40.878
แต่ความจริงแล้ว เขาเป็นกลุ่ม... กลุ่มขบวนการที่ต่อสู้

01:18:40.902 --> 01:18:46.087
เพื่อ... เขาเรียกว่าอะไร เอกราชหรืออะไรพวกนี้นะคะ

01:18:46.738 --> 01:18:49.750
มันเป็นวิกฤตที่เกิดความขัดแย้งกันขึ้น

01:18:50.020 --> 01:18:55.160
เราก็ไม่รู้เหตุหรอกนะ เพราะมันเป็นเรื่องโบราณนานมาแล้ว เดี๋ยวนี้ก็ไม่มีแล้วนะคะ

01:18:56.051 --> 01:18:58.300
นั่นก็คือเป็นลักษณะขบวนการ

01:18:58.330 --> 01:19:02.149
ทีนี้มาดูในลักษณะที่ 3

01:19:06.042 --> 01:19:08.800
เพราะเราไม่มีแล้ว เราก็จะข้ามข้อนี้ไป

01:19:33.160 --> 01:19:38.640
ชุมชนในแนวมนุษยนิยม หรือชุมชนเชิงอุดมคตินะคะ

01:19:45.696 --> 01:19:49.606
ชุมชนในลักษณะนี้ เกิดจากมิตรภาพ

01:19:50.466 --> 01:19:54.673
ความ... เขาเรียกว่าอะไรน่ะ ความผูกพัน

01:19:54.700 --> 01:19:58.910
หรือวัฒนธรรมน่ะค่ะ ประเพณีของชุมชนนั้น ๆ

01:20:14.410 --> 01:20:18.910
คือ เป็นชุมชนที่มันไม่ปรากฏชัดน่ะ

01:20:19.040 --> 01:20:24.576
เพราะว่าเหมือนบางทีมันเป็นความแตกต่าง

01:20:25.230 --> 01:20:29.423
ระหว่างชุมชนในยุคโบราณกับ...

01:20:32.039 --> 01:20:34.662
มันก็น่าจะเป็นเหมือนความ...

01:20:34.687 --> 01:20:39.423
ความคิดเห็นของกลุ่มคนรุ่นเดิมกับกลุ่มคนรุ่นใหม่น่ะค่ะ

01:20:40.260 --> 01:20:42.790
มันก็เลยมีชุมชนในเชิงอุดมคติ

01:20:42.790 --> 01:20:46.540
เหมือนเด็กรุ่นใหม่มันก็อยากมีการพัฒนา

01:20:46.565 --> 01:20:50.307
มันก็อยากเห็นบ้านตัวเองเป็นอย่างนั้น อย่างนี้นะ

01:20:50.766 --> 01:20:55.331
แต่คนรุ่นโบราณก็ยังติด... ยึดติดกับสิ่งเดิม ๆ อะไรอย่างนี้

01:20:56.282 --> 01:20:59.042
ตัวนี้ยังไม่เห็นเป็นรูปธรรมในบ้านเรานะคะ

01:20:59.067 --> 01:21:03.430
แต่ถ้าเป็นในต่างประเทศก็จะเห็นชัดนะ

01:21:05.011 --> 01:21:12.460
เหมือนประเทศใหญ่ ๆ เช่น สหรัฐอเมริกา เขาก็จะมีชุมชนในอุดมคติ

01:21:12.460 --> 01:21:16.160
เหมือนเช่น พวกหมู่บ้านดาราอย่างนี้ เห็นไหม

01:21:16.536 --> 01:21:20.800
ก็จะเป็นโซน... โซนนี้ก็เป็นบ้านดาราไปเลยเหมือน Hollywood น่ะค่ะ

01:21:21.030 --> 01:21:22.810
เป็นเมืองของดาราอะไรอย่างนี้

01:21:23.130 --> 01:21:27.701
เป็นอุดมคติของพวกที่เป็นนักแสดง เป็นอะไรลักษณะนี้

01:21:27.725 --> 01:21:33.080
ในมุมมองนะคะ ที่... ที่จะอธิบายและให้เห็นได้ชัด

01:21:33.105 --> 01:21:36.700
มันจะเป็นความแตกต่างเลย ว่าหมู่บ้านดาราก็จะเป็นอย่างนี้ไปเลย

01:21:36.700 --> 01:21:42.350
ก็คือประมาณว่ามีแต่ดาราอยู่อย่างนี้นะคะ

01:21:42.350 --> 01:21:46.200
เหมือน Hollywood น่ะ ก็คือเมืองของนักแสดงอะไรอย่างนี้ไปเลยนะคะ

01:21:47.930 --> 01:21:51.820
หรือ... หรือเหมือนโรงเรียนให้... ให้นึกถึงโรงเรียนนะ

01:21:52.510 --> 01:21:58.160
เหมือนโรงเรียนก็ยังแบ่ง... แบ่งระดับเลยใช่ไหมคะ

01:21:58.160 --> 01:22:04.971
โรงเรียนมัธยมในเมือง เขตการศึกษานี้กับเขตการศึกษานี้ มีความแตกต่างกัน

01:22:05.471 --> 01:22:08.685
เพราะ... เพราะเดี๋ยวนี้โรงเรียนก็มีการแข่งขันกันสูง

01:22:08.780 --> 01:22:11.792
ก็จะเป็นโรงเรียนในอุดมคติของผู้ปกครอง

01:22:12.080 --> 01:22:15.362
ฉันอยากให้ลูกไปเข้าโรงเรียนนี้ เพราะอะไรนั่น นี่ นู่น เห็นไหม

01:22:15.795 --> 01:22:21.195
อย่างนี้ ก็คือในเชิงอุดมคติ มันขึ้นอยู่กับความคิดของตัวบุคคลน่ะค่ะ

01:22:21.220 --> 01:22:23.222
หรือ... หรือความเขาเรียกว่าอะไรน่ะ

01:22:23.850 --> 01:22:28.635
ความต้องการที่จะเห็น ที่จะทำให้เกิด

01:22:28.660 --> 01:22:36.612
หรือต้องการให้สิ่งนี้มาส่งผล หรือบรรลุกับสิ่งที่เขาต้องการอย่างนี้นะคะ ในลักษณะนี้

01:22:37.690 --> 01:22:43.620
มาดูตัวที่ 4 ชุมชนในรูปแบบใหม่ หรือชุมชนเสมือนจริง

01:22:46.490 --> 01:22:49.830
เราอาจจะยังไม่เห็นนะคะ

01:22:49.840 --> 01:22:57.000
ก็คือชุมชนนี้ มันจะเป็นชุมชนที่มีการนำเทคโนโลยีในยุคใหม่ ๆ นี่ เข้ามาใช้

01:22:57.000 --> 01:22:59.720
บ้านเราอาจจะยังมองไม่ค่อยเห็น

01:22:59.720 --> 01:23:03.455
เพราะเหมือนต่างประเทศนี่ อะไรนะ

01:23:05.619 --> 01:23:08.960
ระบบบ้านอัจฉริยะ เขาก็มีแล้วนะ

01:23:09.300 --> 01:23:18.210
เช่น ถ้าใครเคยดูโฆษณาของผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าตัวหนึ่ง

01:23:18.234 --> 01:23:19.680
Haier หรืออะไรน่ะ

01:23:20.165 --> 01:23:26.549
เห็นไหมที่ตู้เย็นบอกอาหาร ในตู้เย็นมีอะไรบ้าง

01:23:26.574 --> 01:23:30.300
จะหมดอายุวันไหน สั่งซื้อ สนใจจะสั่งไหม เห็นไหม

01:23:31.510 --> 01:23:34.131
นั่นก็คือรูปแบบใหม่

01:23:34.155 --> 01:23:40.410
ก็คือเป็นชุมชนที่จะนำเทคโนโลยีมาใช้ในชีวิตประจำวัน นึกออกนะ

01:23:41.404 --> 01:23:45.455
เป็นชุมชนเสมือนจริง คือ บางอย่างน่ะ แทบ... แทบจะ...

01:23:46.873 --> 01:23:49.020
เขาเรียกว่าไง ไม่ได้ใช้คนเลย

01:23:49.750 --> 01:23:57.344
อันเห็นได้ชัด เหมือนตอนนี้ ผู้ประกาศข่าวใช้ AI ใช่ไหมคะ

01:23:57.623 --> 01:24:00.292
ผู้ประกาศข่าวเหมือนช่อง...

01:24:01.085 --> 01:24:05.800
ช่องทีวีดิจิทัลบางช่องน่ะค่ะ

01:24:05.820 --> 01:24:10.680
ถ้าดึก ๆ มาเขา... เขาไม่ได้จ้างคนดำเนินรายการนะ

01:24:10.680 --> 01:24:14.635
เขาก็จะใช้ AI น่ะ มา... มาอ่านข่าว

01:24:14.660 --> 01:24:19.010
ป้อนข่าวเข้าไปแล้ว AI ก็มาอ่านนะ อย่างนี้เป็นต้นนะคะ

01:24:19.279 --> 01:24:27.210
นั่นก็คือ... เห็นไหม มันจะเป็นชุมชนรูปแบบใหม่เลย นำเทคโนโลยีเข้ามาใช้

01:24:27.900 --> 01:24:31.880
ใช้ในเกือบทุก ๆ ด้านแล้วนะคะ อย่างนี้เป็นต้น

01:24:32.519 --> 01:24:38.000
เพราะฉะนั้น ทีนี้โจทย์ ก็คือชุมชนที่เราจะทำนี่

01:24:38.293 --> 01:24:44.410
มันก็คือเราอยู่... ให้นึกถึงหลักการง่าย ๆ การจะทำอะไรกับชุมชนนี่

01:24:44.570 --> 01:24:48.840
เราก็ควรจะเริ่มจากสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวเราก่อน ถูกไหมคะ

01:24:49.240 --> 01:24:54.700
แล้วมันค่อยกระจายออกไปเราก็เอาใกล้ ๆ เรานี่แหละ ไม่ต้องไปไกลนะคะ

01:24:55.040 --> 01:25:00.200
เพราะฉะนั้น โครงงานที่เด็ก ๆ จะทำมันก็ต้องสื่อถึงกลุ่ม

01:25:00.220 --> 01:25:04.790
หรือกลุ่มเป้าหมายที่เราจะนำไปใช้ หรืออะไรก็แล้วแต่

01:25:04.790 --> 01:25:06.912
มันก็ต้องอยู่ใกล้ ๆ เรา เพราะอะไร

01:25:06.937 --> 01:25:10.180
เราก็จะได้ทำการเก็บข้อมูลได้

01:25:10.180 --> 01:25:13.680
ไปลงพื้นที่อะไรได้ง่าย อะไรอย่างนี้เป็นต้นนะคะ

01:25:13.680 --> 01:25:16.855
หาข้อมูลได้ง่าย หาความร่วมมือได้ง่ายนะคะ

01:25:17.120 --> 01:25:20.080
เพราะฉะนั้น มันก็จะอยู่ในชุมชนนี่เองนะคะ

01:25:21.801 --> 01:25:23.877
ทีนี้มาดูเทคโนโลยี

01:25:25.847 --> 01:25:31.520
ประเภทของเทคโนโลยีที่สามารถนำไปบูรณาการในชุมชน

01:25:31.740 --> 01:25:36.720
อันนี้จะพูดถึงเทคโนโลยีทั่ว ๆ ไปนะคะ ใน 3 ตัวข้างล่างกับ...

01:25:37.625 --> 01:25:40.117
ที่... ที่มีเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์

01:25:40.142 --> 01:25:43.244
ก็คือเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

01:25:44.725 --> 01:25:48.788
มาดูที่ตัวแรกก่อน ตัวนี้

01:25:50.303 --> 01:25:56.070
อันนี้ยกตัวอย่างนะคะ หมู่บ้านสารสนเทศเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต

01:25:57.640 --> 01:26:03.380
ตัวนี้ ก็คือนำข้อมูล เห็นไหมคะ เขาบอกไว้ว่าให้ดูตัวอย่างนะคะ

01:26:03.380 --> 01:26:06.753
มันเป็นงานของ... หน่วยนี้งาน

01:26:06.777 --> 01:26:11.740
คือ สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอรัตภูมิ เห็นไหม

01:26:12.880 --> 01:26:17.221
ผู้บูรณาการ ก็คือพัฒนาชุมชน เห็นไหมคะ

01:26:17.366 --> 01:26:22.310
กับบ้านหนองอ้น หมู่ที่ 4 เห็นไหม

01:26:22.701 --> 01:26:26.273
ตำบลกำแพงเพชร อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา

01:26:26.682 --> 01:26:28.117
เขาทำอะไรน่ะ

01:26:28.141 --> 01:26:34.680
เขาทำสารสนเทศเพื่อจะใช้ในการพัฒนาชุมชน

01:26:35.155 --> 01:26:42.920
โดย... โดยออกแบบระบบข้อมูลสารสนเทศเพื่อการพัฒนาชุมชนนะคะ

01:26:45.761 --> 01:26:52.430
วัตถุประสงค์ของเขา ก็คือเพื่อให้ชุมชนเกิดกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน

01:26:52.430 --> 01:26:56.058
ในการศึกษาวิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูล

01:26:56.898 --> 01:27:01.270
ตระหนักถึงประโยชน์ของข้อมูล และนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์

01:27:05.000 --> 01:27:10.493
และมันก็จะเชื่อมโยงไปยังจังหวัดได้ อำเภอได้ หมู่บ้านได้นะคะ

01:27:10.717 --> 01:27:16.400
เห็นไหมสิ่งแรกที่เขาจะทำ ต้องสร้างความเข้าใจร่วมกันก่อน เห็นไหมคะ

01:27:16.898 --> 01:27:19.717
การบูรณาการ บอกแล้วต้องมีความร่วมมือ

01:27:20.212 --> 01:27:23.030
ก่อนจะร่วมมือได้มันต้องทำความเข้าใจก่อน

01:27:24.400 --> 01:27:25.913
เสร็จแล้วมาทำอะไรต่อ

01:27:25.937 --> 01:27:31.480
แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และก็มากำหนดความต้องการ เห็นไหม

01:27:32.320 --> 01:27:35.320
เพราะการจะไปเอาข้อมูล ไม่ใช่อยู่ดี ๆ ไปเอามา

01:27:35.545 --> 01:27:37.550
เขาต้องเต็มใจให้ด้วย เห็นไหมคะ

01:27:37.550 --> 01:27:39.800
มันก็ต้องมีการกำหนดความต้องการก่อน

01:27:39.820 --> 01:27:44.471
อยาก... อยากรู้ข้อมูลอะไร ต้องการใช้ข้อมูลอะไรนะคะ

01:27:47.542 --> 01:27:50.720
แล้วก็จัดทำสารสนเทศ เห็นไหมคะ

01:27:52.495 --> 01:27:55.270
จปฐ. ข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน

01:27:55.666 --> 01:28:02.085
กชช. คือจะมีตัวย่อมากเลย ข้อมูลทางรัฐบาลนี่ เพราะชื่อมันยาวนะคะ

01:28:02.598 --> 01:28:05.550
ก็จะเก็บข้อมูลพื้นฐานนี่ มีเก็บอยู่แล้ว

01:28:05.939 --> 01:28:12.611
สำนักงานพัฒนาชุมชนนี่ เขาจะเป็นคนเก็บข้อมูลพื้นฐานของแต่... แต่ละหมู่บ้าน

01:28:12.636 --> 01:28:16.160
บางทีคือเขาไม่ลงเก็บเอง เขาก็จะมีผู้ใหญ่บ้านไง

01:28:16.256 --> 01:28:18.605
เพราะฉะนั้น แต่ละบ้านก็จะมีผู้ใหญ่บ้าน

01:28:18.861 --> 01:28:20.586
ผู้ใหญ่บ้านและก็กำนันนะ

01:28:21.450 --> 01:28:26.010
ผู้ใหญ่บ้านก่อน ผู้ใหญ่บ้านเก็บแล้วรวบรวมไปให้กำนันใช่ไหมคะ

01:28:27.030 --> 01:28:30.588
ผู้ใหญ่ กำนัน และก็อำเภอน่ะนะคะ

01:28:30.612 --> 01:28:33.100
หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ เห็นไหม

01:28:34.690 --> 01:28:38.970
วิเคราะห์ปัญหา ใช้เวทีประชาคม จัดลำดับเร่งด่วน

01:28:39.330 --> 01:28:44.210
เลือกรูปแบบสารสนเทศ ทำเป็นเอกสารแผ่นพับ ป้ายแสดงข้อมูล

01:28:44.230 --> 01:28:48.010
หรือของเราอาจจะ...

01:28:51.010 --> 01:28:53.304
นี่เห็นไหม บอกกระทั่งที่ตั้ง

01:28:53.907 --> 01:28:55.888
อยู่ตรงไหน อะไรอย่างไร เห็นไหมนี่

01:28:55.912 --> 01:28:59.040
ข้อมูลของหมู่บ้านนี่ ต้องรู้อย่างนี้นะคะ

01:28:59.650 --> 01:29:04.630
เพื่อ... เพื่อจะ... เห็นไหมมีจำนวนประชากรเท่าไรคน เห็นไหมคะ

01:29:06.348 --> 01:29:09.880
พูดถึงจำนวนประชากรเพศ อายุ แยกอายุ

01:29:10.880 --> 01:29:14.740
เพราะอันนี้จะทำให้รู้ว่ามีเด็กเยอะไหม มีคนแก่เยอะไหม

01:29:14.740 --> 01:29:20.660
มันก็จะตามมาถึงขั้นโรงเรียนอะไร อื่น ๆ ตามมานะคะ ข้อมูลอื่น ๆ ตามมา

01:29:21.260 --> 01:29:22.855
กลุ่มประชากร เห็นไหม

01:29:22.879 --> 01:29:26.660
การรวมกลุ่มของประชากรมีอาชีพอะไร มีกลุ่มอะไรบ้าง เห็นไหมคะ

01:29:26.860 --> 01:29:28.340
กลุ่มออมทรัพย์ เห็นไหมคะ

01:29:28.730 --> 01:29:31.460
มีการบริการขั้นพื้นฐานอะไร เห็นไหม บอกแล้ว

01:29:31.480 --> 01:29:34.458
มีถนนลาดยาง มีถนน คสล. ถนนลูกรัง

01:29:34.482 --> 01:29:37.880
ต้องมาหมด ต้องสำรวจมาหมดนะคะ ข้อมูลหมู่บ้าน

01:29:41.295 --> 01:29:46.190
อันนี้ คือ ถ้าเรานำเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เรามาใช้

01:29:46.403 --> 01:29:51.480
จากเดิมนี่ เห็นไหม เก็บมาเป็นเอกสารอย่างนี้ เวลาค้นก็จะยาก

01:29:52.236 --> 01:29:53.870
เพราะต้องมาเลื่อนเปิด ๆ ใช่ไหม

01:29:54.080 --> 01:29:58.129
แต่ถ้าเราทำเป็นฐานข้อมูล ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ

01:29:58.153 --> 01:30:02.250
ก็คือเอาข้อมูลมาเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์นี่

01:30:03.203 --> 01:30:08.757
คอมพิวเตอร์ก็จะช่วยในการเก็บรวบรวม วิเคราะห์ แล้วก็ประมวลผลได้ใช่ไหมคะ

01:30:09.525 --> 01:30:15.925
จากเดิมนี่มีเท่านี้ เพิ่มขึ้นมาแล้วกรอกตรงไหน อะไรอย่างไร ใช่ไหม

01:30:15.950 --> 01:30:19.360
เหมือน... เหมือนข้อมูลสัตว์อะไรอย่างนี้

01:30:20.310 --> 01:30:23.036
เพราะสัตว์เดี๋ยวนี้ก็มันจะเริ่มมีโรค

01:30:23.060 --> 01:30:26.980
โรคของสัตว์ต่าง ๆ เข้ามานะ สัตว์เลี้ยง เช่น ไก่

01:30:27.411 --> 01:30:30.365
เหมือนช่วงหนึ่งที่ไข้หวัดนกระบาดน่ะ เห็นไหม

01:30:30.777 --> 01:30:32.325
เพราะเขาก็ต้องเช็กเลย

01:30:32.350 --> 01:30:33.806
แต่ก่อนไม่มีการเช็กไง

01:30:33.831 --> 01:30:40.089
ว่าบ้านนี้เลี้ยงไก่ เห็นไหม แต่ก่อนบางบ้านน่ะ ทั้งไก่ ทั้งหมู ทั้งวัว

01:30:40.423 --> 01:30:43.158
เลี้ยงอยู่ในไหน ในบ้าน ใต้ถุนบ้าน

01:30:44.092 --> 01:30:46.520
พอ... พอยุคใหม่มา เขาไม่ให้เลี้ยง

01:30:46.650 --> 01:30:50.281
เพราะว่า 1. สุขอนามัยนะ

01:30:51.195 --> 01:30:53.400
เพราะไม่อย่างนั้นมันจะส่งกลิ่นใช่ไหมคะ

01:30:53.400 --> 01:30:57.169
และก็อุจจาระอะไรอย่างนี้ เชื้อโรคก็จะมีตามมา

01:30:57.639 --> 01:31:02.970
ก็เลี้ยงในบ้านไม่ได้ ก็ต้อง... เจ้าก็ต้องเอาไปเลี้ยงตามที่นาเจ้าแล้ว

01:31:03.520 --> 01:31:06.125
ถ้าจะเลี้ยงก็ทำเป็นอะไรน่ะ

01:31:06.811 --> 01:31:10.300
ต้องมาคอก มีโรงเรือนอะไรอย่างนี้ให้เรียบร้อยนะคะ

01:31:10.300 --> 01:31:11.804
คือแต่เดิมมันไม่มีไง

01:31:12.131 --> 01:31:15.742
แต่เดี๋ยวนี้เพราะบอกแล้ว พอเริ่มมีสัตว์ มันก็เริ่มมีโรค

01:31:15.766 --> 01:31:17.130
แล้วประชากรอยู่เยอะ

01:31:17.320 --> 01:31:19.792
แต่ก่อนมันแค่บ้าน... หมู่บ้านมี...

01:31:20.246 --> 01:31:21.500
เพราะบางบ้านไม่ได้เลี้ยง

01:31:21.500 --> 01:31:24.210
ก็จะมีอยู่แค่ไม่กี่บ้านเลี้ยงอย่างนี้ใช่ไหมคะ

01:31:24.210 --> 01:31:29.260
แต่เดี๋ยวนี้เหมือน... เหมือนโพนยางคำเราน่ะ

01:31:29.920 --> 01:31:35.170
โคขุนโพนยางคำสกร มันมีสกรนะ การเลี้ยงโคมันก็มีเพิ่มขึ้น

01:31:35.170 --> 01:31:39.360
เหมือนพอเห็นบ้านนี้เลี้ยง เลี้ยงแล้วมีรายได้ดีขึ้น

01:31:40.140 --> 01:31:42.722
บ้านต่อ ๆ มาก็ต้องมีการอยากเลี้ยงตาม

01:31:42.747 --> 01:31:44.490
เห็นไหมคะ มันก็ต้องมามีการควบคุม

01:31:44.510 --> 01:31:52.310
เพราะปริมาณสัตว์มันเยอะขึ้นนี่ โอกาสการเกิดโรคระบาดมันมีสูง

01:31:52.310 --> 01:31:56.480
เขาก็ต้องมีการระวัง ถึงขั้นทำโรงเรือนแล้ว ไม่ใช่ทำแบบ...

01:31:58.101 --> 01:32:01.260
ถ้าเป็นแต่ก่อนอะไรนะ ทำหลังคามุงสังกะสีจบ

01:32:02.838 --> 01:32:08.220
เดี๋ยวนี้พื้นโรงเรือนก็ต้องเท ต้องมีการล้างทำความสะอาดอะไรอย่างนี้

01:32:08.220 --> 01:32:13.450
มีข้อกำหนดควบคุมนะ ต้องมาขึ้นบัญชี ขึ้นทะเบียนกับกรมปศุสัตว์

01:32:13.450 --> 01:32:17.710
เพราะว่าถ้าเกิดโรคระบาดมา จะได้ไปจัดการได้ทัน

01:32:17.710 --> 01:32:21.713
เขาก็จะได้รู้ว่าบ้านนี้มีวัวกี่ตัว อะไรอย่างนี้นะคะ

01:32:21.738 --> 01:32:23.790
เขาก็จะได้เตรียมวัคซีนอะไรไปฉีด

01:32:24.401 --> 01:32:29.000
เพราะฉะนั้น ถ้า... ถ้ามาค้นจากเอกสารกระดาษอย่างนี้

01:32:29.000 --> 01:32:32.290
โอ้โห คือแค่บ้านเดียวไม่เท่าไร

01:32:32.360 --> 01:32:38.188
แต่อย่าลืมว่าเมื่อคนมันเริ่มเยอะขึ้น ข้อมูลมันก็มากขึ้นตามมานะ

01:32:38.496 --> 01:32:39.646
มันหลายบ้านอย่างนี้

01:32:39.671 --> 01:32:43.133
ถ้าเกิดจังหวัดนี้มีพื้นที่หนึ่งเป็นน่ะ

01:32:44.055 --> 01:32:50.000
และก็จะป้องกันได้ มันก็ต้องเช็ก ว่ามีตรงไหนอีกที่เลี้ยงวัวเยอะขนาดนี้ อะไรอย่างนี้

01:32:50.020 --> 01:32:52.377
เพราะมีช่วงหนึ่งที่โรคอะไรนะ

01:32:53.095 --> 01:32:56.590
ปากเท้าเปื่อยวัวมันมาน่ะ อย่างนี้เป็นต้นนะคะ

01:32:56.785 --> 01:33:02.660
กรมปศุสัตว์เขาก็ต้องมาดูข้อมูล ต้องรู้ข้อมูล เขาก็ต้องไปเก็บข้อมูลพวกนี้ได้นะคะ

01:33:03.310 --> 01:33:08.980
นั่นก็คือเราก็สามารถนำเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เรา ไปช่วยในเรื่องพวกนี้ได้นะคะ

01:33:09.760 --> 01:33:13.800
อันนี้... อันนี้ตัวอย่างที่ใช้สารสนเทศนะคะ

01:33:14.360 --> 01:33:20.830
ก็คือเอาข้อมูลมาจัดเก็บในรูปแบบที่สะดวก และก็นำไปใช้งานได้ง่าย

01:33:22.960 --> 01:33:25.145
มาดูหัวข้อต่อมา ไปไหนแล้ว

01:33:30.720 --> 01:33:33.680
สไลด์ผมแล้วน่ะ ไม่ใช่

01:33:42.480 --> 01:33:45.563
อันนี้เหรอ อันนี้นะ

01:33:48.377 --> 01:33:50.260
ปิดไปแล้ว เผลอปิด

01:33:55.950 --> 01:34:00.855
โอเค เมื่อกี้ถึงข้อนี้

01:34:04.588 --> 01:34:06.670
แย่แล้ว เปิดผิดชีวิตเปลี่ยนเลยนี่

01:34:08.360 --> 01:34:12.230
ต่อไปนะคะ เทคโนโลยีเพื่อการเกษตรกรรม

01:34:12.740 --> 01:34:17.296
มาดูว่าการนำเทคโนโลยีไปใช้ในเกษตรกรรม มีอะไรบ้าง

01:34:17.650 --> 01:34:19.680
เหมือนที่ถามก็ที่เคยเห็น

01:34:26.680 --> 01:34:29.121
มาดูนะคะ เขาบอกมีอยู่ 10 ตัว

01:34:30.320 --> 01:34:32.760
ตัวแรกเลยโดรนเห็นไหม

01:34:32.860 --> 01:34:39.420
เดี๋ยวนี้ร้าน... ร้านขายอุปกรณ์การเกษตรก็จะติดกับอะไรนะ คูโบต้าไหมคะ

01:34:39.420 --> 01:34:42.720
คูโบต้าบอกมีโดรนเพื่อการเกษตร

01:34:42.720 --> 01:34:45.620
เขาจะเขียนอย่างนี้เลย เขียนเหมือนกันเลย โดรนเพื่อการเกษตร

01:34:46.040 --> 01:34:48.560
เห็นไหมเอาไว้ใช้ทำอะไร

01:34:48.560 --> 01:34:55.240
โดยส่วนมากจะใช้ยาฆ่าแมลงนะ พ่น... พ่นยาน่ะนะคะ

01:34:55.480 --> 01:34:58.188
โรงเรือนอัจฉริยะคืออะไร

01:34:58.571 --> 01:35:02.247
ก็คือควบคุมระบบอุณหภูมิ เช็กอุณหภูมิ

01:35:02.490 --> 01:35:07.980
เหมือน... เหมือนที่ทำ IOT อันนี้ใช้ IOT เข้าไปช่วยก็ได้นะคะ ที่เราเคยทำ

01:35:08.010 --> 01:35:13.140
เห็นไหม เพราะมันจะมีเซ็นเซอร์วัดความชื้นใช่ไหมคะ

01:35:13.320 --> 01:35:20.980
เพราะว่าต้นไม้นี่ ถ้า... ถ้าความชื้นน้อย นั่นก็คือน้ำ น้ำที่รดน่ะ ไม่พอใช่ไหม

01:35:21.270 --> 01:35:23.690
เราก็สามารถกำหนดได้ เราสามารถเช็กได้

01:35:23.710 --> 01:35:28.640
ว่าต้นไม้แต่ละชนิดชอบปริมาณความชื้นเท่าไร อะไรอย่างนี้

01:35:28.970 --> 01:35:32.440
นั่นก็จะส่งผลให้อะไร การทำลักษณะนี้นะคะ

01:35:32.640 --> 01:35:39.650
1. ทำเป็นโรงเรือนนี่ลดปัญหาแมลงนะ แมลงศัตรูพืช

01:35:40.280 --> 01:35:45.490
และก็เขาเรียกว่าอะไรน่ะ เกี่ยวกับผลผลิต หรือคุณภาพใช่ไหมคะ

01:35:45.680 --> 01:35:52.050
เพราะพอ... พอไม่มีแมลงนี่ ใบมันก็จะสวยถูกไหม ใบของ...

01:35:52.334 --> 01:35:55.400
และก็พอการรดน้ำให้ปุ๋ย

01:35:55.677 --> 01:35:59.988
ถ้าเป็นโรงเรือนอัจฉริยะนะคะ เขาจะดูแลกระทั่งแสง

01:36:02.022 --> 01:36:05.080
น้ำ อาหาร นั่นก็คือปุ๋ยนะ

01:36:07.860 --> 01:36:10.830
แมลงมันไม่มีอยู่แล้ว เพราะมันเป็นห้องแบบปิด

01:36:11.730 --> 01:36:15.020
เพราะฉะนั้น การเจริญเติบโตมันก็จะเจริญเติบโตได้ดี

01:36:15.020 --> 01:36:22.430
เพราะพอ... พอถึงเวลาให้ปุ๋ย ระบบมันก็จะให้ปุ๋ยอัตโนมัติอย่างนี้นะคะ ตั้งเวลาได้

01:36:22.666 --> 01:36:27.360
หรือน้ำก็เหมือนกัน คนไม่ต้องเข้าไปดูแค่... แค่สั่งไว้

01:36:28.220 --> 01:36:30.883
หรือเข้าไปดูบ้างได้เป็นบางครั้ง

01:36:30.907 --> 01:36:35.080
แต่ไม่ต้องถึงดูแลตลอดเวลานะคะ อย่างนี้นะคะ

01:36:35.940 --> 01:36:39.310
ตัวต่อมาโรงงานผลิตพืช

01:36:41.144 --> 01:36:46.409
ตัวนี้เขาใช้ในการแก้ปัญหาพื้นที่น้อย

01:36:46.796 --> 01:36:52.470
ให้นึกถึงใน... ในเมืองใหญ่ ๆ น่ะ พื้นที่ทำเกษตร

01:36:52.470 --> 01:36:57.903
หรือ... หรือประเทศที่เป็นเกาะ เช่น ไต้หวัน

01:36:59.901 --> 01:37:05.117
อะไรอีก เกาหลี ญี่ปุ่นอย่างนี้นะ

01:37:05.148 --> 01:37:08.071
มีเป็นเกาะ แล้วเกาะดันมีขนาดเล็กอีกน่ะ

01:37:08.463 --> 01:37:10.506
พื้นที่ในการทำเกษตรเขามีน้อย

01:37:11.099 --> 01:37:14.590
เขาก็จะทำโรงงานผลิตพืชในลักษณะนี้

01:37:14.590 --> 01:37:16.503
เพราะอะไร เห็นไหมคะ

01:37:16.538 --> 01:37:21.680
มันจะเป็นคอนโด ทำเป็นชั้น เป็นชั้นน่ะ มันก็จะประหยัดพื้นที่นะ

01:37:21.880 --> 01:37:24.688
คือ เหมือนบ้านเราน่ะ ปลูกผัก เห็นไหม

01:37:25.160 --> 01:37:28.920
แปลงหนึ่ง เหมือนหมดฤดูทำนาน่ะ ไปดูเลย

01:37:29.960 --> 01:37:32.529
เห็นได้ชัดแถวบ้านทางพังขว้าง

01:37:32.553 --> 01:37:38.130
เพราะบ้านพังขว้างเขาจะมีคลอง คลองส่งน้ำนะ บ้านพังขว้างน่ะ

01:37:39.440 --> 01:37:45.710
น้ำจากเขื่อนน่ะค่ะ จากเขื่อนนะ เขาจะมีคลองส่งน้ำนี่

01:37:46.590 --> 01:37:53.370
พอช่วงหลังหน้านาเขาก็จะอะไรน่ะ ดาย... เขาเรียกว่าอะไร ไถ

01:37:53.600 --> 01:37:56.790
ไถแล้วปรับที่นานะ ให้เป็นแปลงปลูกผัก

01:37:57.850 --> 01:38:02.600
เพราะช่วงหน้าหนาวนี่ พังขว้างจะมีผักออกมาขายนะคะ ตลอด

01:38:03.078 --> 01:38:04.825
พื้นที่บ้านเรามันเยอะ

01:38:05.114 --> 01:38:07.350
เพราะฉะนั้น มันก็เลยไม่ต้องมาทำเป็นชั้น ๆ อย่างนี้

01:38:07.350 --> 01:38:14.800
มันก็ปลูกผักในแปลงนาเลย ตามธรรมชาติยกร่องขึ้น แล้วก็เอาเมล็ดลงเพาะอย่างนี้นะคะ

01:38:15.300 --> 01:38:19.900
ก็บาง... บางทีก็เริ่มทำแบบผักปลอดสารพิษบ้างแล้วนะคะ

01:38:21.390 --> 01:38:25.040
เพราะพืชบางอย่างมันก็ยังต้องอาศัยยาฆ่าแมลง

01:38:25.060 --> 01:38:27.820
เขาบอกไม่อย่างนั้นมัน... มันไม่ได้ แมลงมันเยอะ

01:38:30.030 --> 01:38:34.147
เพราะของเราเป็นการปลูกผักแบบเปิด ประเทศไทยน่ะ

01:38:34.171 --> 01:38:36.150
เพราะพื้นที่เยอะ มีพื้นที่เยอะ

01:38:36.360 --> 01:38:41.180
มาทำพื้นกว้าง ๆ แล้วไปทำโรงเรือนก็เสียเงินเยอะ

01:38:41.180 --> 01:38:46.120
เขาก็ปลูกแบบเปิดไปเลยนะคะ อย่างนี้เป็นต้น

01:38:47.540 --> 01:38:50.918
AI ตรวจสอบสายพันธุ์และคุณภาพของข้าว

01:38:50.942 --> 01:38:53.520
ใช้ AI เป็นตัวเช็ก ไม่ต้องใช้คนตรวจแล้ว

01:38:54.380 --> 01:38:59.490
เอาแค่รูป เอาข้าวใส่ลงไป

01:38:59.750 --> 01:39:02.925
มันถ่ายรูปวิเคราะห์ประมวลผลออกมาแล้ว

01:39:02.949 --> 01:39:05.310
AI บอกออกมาแล้วเป็นอย่างไร

01:39:05.480 --> 01:39:10.210
เพราะ... เพราะลักษณะข้าวน่ะ ถ้าข้าวดี ๆ สวย ๆ เขาจะคัดเกรดนะ

01:39:10.230 --> 01:39:12.141
เม็ดเล็ก เม็ดใหญ่ ให้นึกถึงนะ

01:39:12.449 --> 01:39:15.985
AI จะจับภาพแล้วก็ประมวลผลออกมาอย่างนี้

01:39:16.009 --> 01:39:17.970
ก็แล้วแต่กำหนดค่าไว้นะคะ

01:39:19.750 --> 01:39:22.588
มีแอปตรวจสุขภาพข้าว

01:39:23.916 --> 01:39:29.392
มีไลน์บอกโรคข้าว แค่ถ่ายรูปนี้เข้าไป เห็นไหม

01:39:30.166 --> 01:39:37.200
ก็จะรู้เลยว่าข้าวเป็นโรคอะไรขณะนี้ มีวิธีการแก้ปัญหาเขาสร้างพัฒนาแอปมานะคะ

01:39:38.000 --> 01:39:43.440
ต่อมาดาวเทียมกับ Digital Platform ใช้ทำอะไร

01:39:43.720 --> 01:39:47.242
อาจจะใช้ตรวจสภาพอากาศใช่ไหม

01:39:47.267 --> 01:39:54.040
เพราะฝน เหมือน... เหมือนถ้าช่วง... ช่วงที่ฝนตกชุกน่ะ

01:39:54.780 --> 01:40:00.870
ถ้า... ถ้าที่ไหนเขาปลูกผักน่ะ ถ้าช่วงหน้าฝนสังเกตผัก ไม่ใช่ว่าราคาถูกนะ

01:40:01.110 --> 01:40:02.790
กลายเป็นผักราคาแพง

01:40:03.600 --> 01:40:04.163
เพราะอะไร

01:40:04.187 --> 01:40:08.590
เพราะ 1. เพราะฝนตกมาก ๆ น่ะผักมันเน่าได้

01:40:08.910 --> 01:40:12.100
มัน... ผักบางชนิดมันไม่ได้ชอบน้ำเยอะมากไง

01:40:12.160 --> 01:40:13.360
พอฝนตกหนัก ๆ น่ะ

01:40:13.731 --> 01:40:19.740
มันก็จะใช้ดาวเทียมพวกนี้มาไว้ตรวจสอบสภาพอากาศภูมิ... อะไรอย่างนี้ช่วย

01:40:19.740 --> 01:40:22.620
และก็มีแอปเพื่อการแจ้งเตือน อะไรอย่างนี้นะคะ

01:40:23.040 --> 01:40:26.480
อันนี้บอกว่ามันใช้ความสามารถของดาวเทียม

01:40:31.818 --> 01:40:38.904
เป็นดาวเทียมตัวใหม่ของไทย เพื่อจำแนกระบุสิ่งที่คุมอยู่บนพื้นผิวโลก

01:40:46.612 --> 01:40:50.810
ตรวจสอบข้อมูลผ่านแอปพลิเคชันที่ชื่อว่า "แมงปอ"

01:40:50.834 --> 01:40:53.996
เพื่อตรวจสอบความสมบูรณ์ของพืช เห็นไหม

01:40:54.020 --> 01:40:58.360
แจ้งเตือนสภาพอากาศ ภัยแล้ง น้ำท่วม เห็นไหมคะ

01:40:59.163 --> 01:41:03.720
ก็คือก็แอปนี้ก็จะคอยเตือนว่าช่วงนี้มีฝนนะ

01:41:04.236 --> 01:41:06.155
เพราะบางทีปลูกผักไว้นี่

01:41:06.179 --> 01:41:11.440
บางทีว่าจะเก็บเกี่ยวน่ะ สัปดาห์นี้ แต่ฝนตกนี่ อาจจะต้องตัดก่อนอย่างนี้

01:41:11.440 --> 01:41:15.720
มันก็จะแจ้งเตือนไง ว่าเดี๋ยวสัปดาห์หน้าฝนตกชุกนะ

01:41:16.142 --> 01:41:19.360
ถ้ามี เขาก็จะใช้วิธีการแจ้งผ่านนะคะ

01:41:20.280 --> 01:41:24.888
ไฮโดรโปนิกส์แนวตั้งก็ลักษณะการเดียวกับปลูกผัก

01:41:26.014 --> 01:41:27.640
โรงงานปลูกผักนั่นล่ะ

01:41:27.640 --> 01:41:35.221
ก็คือแต่เดิมเวลาปลูกไฮโดรโปนิกส์นะ เป็นรางยาว ๆ ไป

01:41:36.363 --> 01:41:38.080
ใช่ไหมคะ ทำเป็นรางยาว ๆ

01:41:38.240 --> 01:41:44.220
เดี๋ยวนี้ทำเป็นแนวตั้ง จากบนลงล่างนะคะ เปลี่ยนรูปแบบ

01:41:47.640 --> 01:41:52.550
พื้นที่ก็จะน้อยลง แต่ปลูก... ปลูกได้ปริมาณน่าจะเยอะขึ้น

01:41:53.370 --> 01:41:56.590
ใช้พื้นที่น้อยและปลูกเยอะ ๆ ขึ้น อย่างนี้เป็นต้นนะคะ

01:41:57.120 --> 01:41:59.223
กระถางย่อยสลาย เห็นไหม

01:41:59.690 --> 01:42:04.120
เพราะอะไร บอกแล้วใช้เทคโนโลยีอย่างยั่งยืนที่บอกนะ

01:42:04.120 --> 01:42:05.860
มันจะเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม

01:42:06.110 --> 01:42:08.430
แต่ก่อนนิยมใช้กระถางพลาสติก

01:42:08.430 --> 01:42:13.930
แต่พลาสติกกว่าจะย่อยสลาย เขาก็เริ่มหันมาผลิตกระถางที่ย่อยสลายได้

01:42:13.930 --> 01:42:18.774
ก็คือพอปลูก ๆ ไปอายุมากขึ้น

01:42:18.798 --> 01:42:22.530
เพราะต้นไม้บางชนิดมันต้องเปลี่ยนกระถางบ่อย ๆ นึกออกนะคะ

01:42:23.160 --> 01:42:26.850
เพราะว่าพอต้นมันใหญ่ขึ้น มันจะอยู่ในกระถางเล็ก ๆ ไม่ได้แล้ว

01:42:27.134 --> 01:42:31.120
มันจะโดนจำกัดการเจริญเติบโตนะ ก็ต้องเปลี่ยนกระถางน่ะ

01:42:31.140 --> 01:42:37.536
บางทีแล้วกระถางเดิมบางคนก็ไม่ได้ใช้ ก็ทิ้งก็เป็นขยะ เห็นไหมคะ

01:42:37.910 --> 01:42:41.315
ก็นำเทคโนโลยีมาช่วยในการพัฒนาอย่างยั่งยืน

01:42:41.339 --> 01:42:45.510
ก็คือลด... ลดขยะที่เป็นพลาสติกนะคะ

01:42:46.895 --> 01:42:53.896
การปรับปรุงพืชให้เป็นพันธุ์ไร้เมล็ด อย่างนี้เป็นต้นนะคะ

01:42:54.255 --> 01:42:56.577
แตงโมไร้เมล็ดนี่ เห็นเยอะมากแล้ว

01:42:59.277 --> 01:43:03.188
และก็เพาะเนื้อเยื่อ เพาะเนื้อเยื่อนี่ ดีอย่างไร

01:43:03.213 --> 01:43:08.479
ให้นึกถึงว่าถ้า... ถ้าเป็นสมัยก่อนการขยายพันธุ์พืชน่ะ

01:43:08.991 --> 01:43:16.277
โดยการตอน หรือชำกิ่งอะไรพวกนี้

01:43:16.511 --> 01:43:19.760
มัน... เขาบอกว่าบางพืชมันจะกลายพันธุ์

01:43:20.633 --> 01:43:22.198
มันจะไม่เหมือนปลูกจากเม็ด

01:43:22.220 --> 01:43:26.160
แต่ทีนี้ถ้าปลูกจากเม็ดนี่ การเจริญเติบโตมันจะช้า

01:43:27.193 --> 01:43:32.710
แล้วบางทีอาจจะตายระหว่างก่อนจะเจริญเติบโตได้นะคะ

01:43:33.040 --> 01:43:35.028
แต่ถ้าเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อนี่

01:43:35.830 --> 01:43:44.302
มันจะอาศัยการนำเนื้อเยื่อชิ้นส่วนของพืชที่เราจะปลูกน่ะ นิดเดียว

01:43:45.214 --> 01:43:48.055
แล้วเอามา... เขาเรียกว่าอะไรน่ะ

01:43:48.079 --> 01:43:52.060
เอามาเพาะ เพาะเลี้ยงแล้วก็กลายเป็นต้นพันธุ์

01:43:52.550 --> 01:43:54.400
เขาบอกว่าการเพาะเนื้อเยื่อนี่

01:43:54.500 --> 01:43:59.688
จะทำให้เหมือนต้นพันธุ์ต้นฉบับ

01:44:01.414 --> 01:44:06.110
เกือบ 80 เปอร์เซนต์ ขึ้นไป ว่าอย่างนั้นเถอะนะคะ

01:44:06.110 --> 01:44:08.723
มันจะไม่เหมือนตอนกิ่งแล้วกลายพันธุ์

01:44:08.747 --> 01:44:12.010
เช่น ลูกอาจจะเล็กอะไรอย่างนี้ หรือแคระแกร็น

01:44:12.030 --> 01:44:15.185
เพราะว่าบางทีเราไม่รู้ว่า... กิ่งนั้นมีความสมบูรณ์ไหม

01:44:15.595 --> 01:44:18.380
เป็นโรค เป็นอะไรไหม อะไรอย่างนี้เป็นต้นนะคะ

01:44:18.916 --> 01:44:20.966
แล้วมันทำได้ปริมาณเยอะ

01:44:22.793 --> 01:44:28.035
เพราะถ้าตอนกิ่งนี่ กิ่ง... กิ่งยังไม่ได้ขนาดมันก็ตอนไม่ได้ นึกถึงนะ

01:44:28.060 --> 01:44:29.696
เวลาเราจะตอนกิ่งต้นไม้

01:44:29.720 --> 01:44:34.500
บางทีต้นไม้บางชนิดน่ะ มันมีกิ่งนิดเดียว

01:44:36.290 --> 01:44:39.560
ใช่ มันก็ไม่สามารถตอนได้ง่าย ๆ อย่างนี้นะคะ

01:44:39.560 --> 01:44:44.831
เพราะฉะนั้น การเพาะเนื้อเยื่อนี่ เป็นการขยายพันธุ์พืชอีกวิธีทางหนึ่ง

01:44:45.120 --> 01:44:47.521
แล้วก็เป็นการ... เขาเรียกว่าอะไรน่ะ

01:44:47.812 --> 01:44:52.800
สะสม สะสมแล้วก็ใช้พัฒนาสายพันธุ์ได้ด้วย

01:44:52.820 --> 01:44:55.927
เพราะบางทีบางคนลองเวลาเอามาขยาย

01:44:55.952 --> 01:44:59.270
บางทีเขาเอาไปผสมพันธุ์กับตัวนั้น ตัวนี้ อย่างนี้นะคะ

01:44:59.838 --> 01:45:03.560
ที่เป็นเรียกว่า "สายพันธุ์ไฮบริด" หรือสายพันธุ์ผสมนั่นเองนะคะ

01:45:03.560 --> 01:45:07.610
ก็นำเทคโนโลยีในการเพาะเนื้อเยื่อนี่ เข้ามาช่วย

01:45:10.750 --> 01:45:12.750
นะคะ นั่นก็คือใน...

01:45:12.774 --> 01:45:19.500
ในเชิงกระบวนการเกษตรที่เห็นในบ้านเราบ้างแล้วนะ ที่เห็นบ้างแล้วนะคะ

01:45:19.920 --> 01:45:21.900
เหมือนเพาะเนื้อเยื่อนี่ก็มี

01:45:21.930 --> 01:45:26.188
ถ้าช่วงโควิดจะเห็นมีอะไรน่ะ

01:45:26.438 --> 01:45:29.320
Monstera เพาะเนื้อเยื่อมาขายอย่างนี้นี่ค่ะ

01:45:29.430 --> 01:45:37.341
มันจะทำให้ได้ปริมาณมากเพราะว่า Monster 1 ใบ กว่าจะแตกใหม่นี่ ใช้เวลาเป็นเดือน

01:45:37.901 --> 01:45:39.979
เหมือนแม่เลี้ยง Giant ไว้

01:45:41.080 --> 01:45:48.438
กว่ามันจะครบฟอร์ม มีแฉก มีแฉกแล้วก็มีรู

01:45:50.920 --> 01:45:54.990
ก็น่าจะซื้อมาตั้งแต่ก่อนโควิดปี 60

01:45:55.100 --> 01:45:56.509
เพราะจำได้ว่า...

01:45:59.006 --> 01:46:02.698
ไปพี่พริ้วไปเรียนปี 2560 ไปขอนแก่น

01:46:03.211 --> 01:46:05.683
ไปส่งพี่พริ้วแล้วซื้อมาปี 2560

01:46:06.028 --> 01:46:10.188
เพราะฉะนั้น ตอนนี้ปี 2567 ตัวที่โตที่สุดนี่คือ...

01:46:10.923 --> 01:46:15.530
ฟอร์มครบหมด 5... 5 ลักษณะแล้วนะคะ

01:46:15.850 --> 01:46:22.166
ใช้เวลาถึง 7 ปีใบก็จะใหญ่กว่าตัวแม่

01:46:23.936 --> 01:46:29.330
กิ่งก้าน ก้านใบ 1 ก้านนี่ใหญ่เท่าแขนนะคะ

01:46:29.330 --> 01:46:31.821
เพื่อรองรับใบที่มีขนาดใหญ่

01:46:31.845 --> 01:46:34.712
นั่นคือใช้เวลา 7 ปีในการเลี้ยง

01:46:35.970 --> 01:46:40.340
คือ 7 ปีนี่มัน... มันได้ออกมาแค่...

01:46:41.500 --> 01:46:43.804
เดี๋ยวนะ แยก... แยก

01:46:46.306 --> 01:46:47.421
เขาเรียกว่าอะไรน่ะ

01:46:49.087 --> 01:46:52.890
แยกข้อ แยกข้อ 1 2

01:46:57.575 --> 01:47:00.494
ถ้าจำไม่ผิด น่าจะแยกไว้ 3

01:47:00.826 --> 01:47:03.666
5 ข้อ 5 ข้อนะคะ

01:47:04.310 --> 01:47:10.480
ตัวโตสุดที่... ที่จากต้น... ต้นแรกน่ะ ได้ฟอร์มนี้ คือ 7 ปี

01:47:12.525 --> 01:47:15.099
ตัวแยก ๆ อื่นมาก็ยังฟอร์มแค่...

01:47:16.441 --> 01:47:19.015
ตอนนี้เยอะสุดน่าจะฟอร์มฉีก

01:47:20.510 --> 01:47:27.380
ก็คือแยกจากตอนตัวที่มันโตขึ้นมาแล้วมันฉีกนี่ เกือบ 3 ปีค่ะ

01:47:28.680 --> 01:47:32.280
และ Monstera Giant นี่ กว่าจะได้ใบใหม่นี่

01:47:34.220 --> 01:47:40.050
ตัวโตสุดนี่ เกือบ 3 เดือนนะคะ แม่ถึงได้ใบใหม่

01:47:40.050 --> 01:47:46.640
เพิ่ง... เพิ่งตัด... ตัดข้อมันไป 3 ใบล้วน ๆ เปลี่ยนกระถางให้ใหม่นี่

01:47:48.668 --> 01:47:53.206
เพราะใบที่มันแตกออกมา 1... 1 ใบน่ะ

01:47:53.980 --> 01:47:58.010
คือ แตกแล้วต้องรอเวลาครบ 1 เดือน

01:47:58.034 --> 01:48:01.020
ใบมันถึงจะเขียวน่ะค่ะ ใช้เวลาเป็นเดือนเลยนะคะ

01:48:01.040 --> 01:48:07.740
แล้วก็กว่าจะตัดจะแยก คือ 3 เดือนจะได้แยกต้นใหม่ออกมาได้ทีหนึ่งนะคะ

01:48:10.560 --> 01:48:13.322
ใช้เวลานานอยู่นะคะ ต้นไม้บางชนิด

01:48:13.347 --> 01:48:17.930
เหมือน... เหมือนมะม่วงน่ะ ถ้าเราปลูกจากเม็ดพันธุ์นะ

01:48:18.010 --> 01:48:23.060
กว่าเราจะได้กินเม็ดมันน่ะ กว่าจะ... ไม่ใช่กินเม็ดสิ กินผลนี่

01:48:23.650 --> 01:48:25.893
ก็ต้อง 3-5 ปีขึ้น

01:48:25.917 --> 01:48:32.190
คือ ต่อให้เร่งอะไรนะ เร่งปุ๋ยเร่งน้ำอย่างไร ขนาดมันน่ะ

01:48:33.470 --> 01:48:38.060
แต่ทีนี้บางทีตอนกิ่งมา จากกิ่งที่โตแล้วหน่อยแล้วตอนมา

01:48:38.650 --> 01:48:41.321
บางทีรสชาติที่มันออกมาน่ะ

01:48:41.666 --> 01:48:44.320
เขาบอกว่ามันกลายพันธุ์ไง มันควบคุมไม่ค่อยได้

01:48:44.320 --> 01:48:49.400
บางทีมันจากมะม่วงหวานมันจะออกเปรี้ยว อย่างนี้นะคะ

01:48:49.619 --> 01:48:51.997
แต่ถ้าเป็นเนื้อเยื่อน่ะ เขาบอก...

01:48:52.555 --> 01:48:55.420
แต่เนื้อเยื่อก็จะต้นเล็กนิดเดียวกว่าจะโต

01:48:56.520 --> 01:48:57.820
แต่พอโตแล้วจะโตเร็ว

01:48:57.820 --> 01:49:04.460
เพราะบางทีเขาบอก ว่าเนื่องจากไปเอาจากเยื่อที่มันเป็นต้นที่โตสมบูรณ์แล้ว

01:49:04.490 --> 01:49:07.021
มันก็จะโตเร็วขึ้นหน่อย เขาว่าอย่างนั้นนะคะ

01:49:09.079 --> 01:49:11.346
นี่คือ ทางด้านการเกษตร

01:49:17.917 --> 01:49:19.657
เอ๊ะ พอเปิดลิงก์เข้ามาแล้วทำไม...

01:49:20.283 --> 01:49:22.094
ต่อไปด้านสุขภาพ

01:49:22.118 --> 01:49:24.914
มาดูเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับด้านสุขภาพนะคะ

01:49:25.180 --> 01:49:31.690
ในชุมชนแต่ก่อนก็ไม่มีหรอก แต่เดี๋ยวนี้เขาบอกว่าเพราะมี สว. เยอะขึ้น

01:49:32.240 --> 01:49:36.380
ผู้สูงวัยเยอะขึ้นนะคะ ปัญหาสุขภาพก็ตามมา

01:49:36.860 --> 01:49:39.160
เทคโนโลยีที่เขานำไปใช้ในชุมชน

01:49:39.180 --> 01:49:42.463
ก็คืออันนี้เป็นงานวิจัยนะคะ

01:49:42.487 --> 01:49:47.990
เทคโนโลยีการนำนวัตกรรมมาใช้ในการดูแลสุขภาพในทุกบ้าน

01:49:49.342 --> 01:49:54.480
ก็จะมีลักษณะเป็นแอปพลิเคชันนั่นเองนะคะ

01:49:54.890 --> 01:49:55.890
เพื่อ...

01:49:59.564 --> 01:50:03.510
อันนี้เป็นทีมหมอเลยนะ พัฒนา

01:50:04.268 --> 01:50:10.070
เห็นไหมคณะแพทยศาสตร์ และก็คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์

01:50:13.360 --> 01:50:15.330
หลักการและเหตุผลบอกว่า...

01:50:38.800 --> 01:50:43.760
อันนี้เขาทำเป็นนวัตกรรมการบูรณาการการเรียนการสอน

01:50:45.760 --> 01:50:48.090
การจัดหาเทคโนโลยีสุขภาพนะคะ

01:50:48.110 --> 01:50:52.521
ก็คือจะเอาทักษะการพยาบาล

01:50:52.873 --> 01:50:55.033
การใช้เครื่องมืออุปกรณ์ต่าง ๆ นี่

01:50:56.040 --> 01:51:00.901
การบริการใช้เช่า หรืออะไรต่าง ๆ นี่ มาทำเป็น...

01:51:10.999 --> 01:51:13.902
ระบบน่ะค่ะ ทำเป็นระบบในการ...

01:51:20.703 --> 01:51:25.610
สร้าง... สร้างการบริการที่เกี่ยวกับการให้เช่า

01:51:25.610 --> 01:51:30.800
การให้บริการการอะไรต่าง ๆ กับนักศึกษา

01:51:31.273 --> 01:51:36.811
ที่เหมือนเพื่อจะเอาไปบริการ

01:51:36.836 --> 01:51:39.720
ส่งเสริมสุขภาพในชุมชนนะคะ

01:51:43.080 --> 01:51:50.698
ก็คือนักศึกษาจะสามารถนำระบบข้อมูลสุขภาพนี่

01:51:51.026 --> 01:51:52.488
ไปใช้ได้ เห็นไหม

01:51:52.715 --> 01:51:54.641
ทำเป็นระบบข้อมูลสุขภาพ

01:51:54.920 --> 01:51:59.920
ทำเป็นระบบคัดกรองวิเคราะห์ความเสี่ยงโรคหัวใจ

01:52:01.990 --> 01:52:05.790
นวัตกรรมหมอน ทำเป็นหมอนอะไรพวกนี้

01:52:06.140 --> 01:52:09.963
เขาก็มา... มาสร้างองค์ประกอบอะไรอย่างนี้

01:52:09.987 --> 01:52:12.580
เกี่ยวกับสุขภาพน่ะค่ะ พัฒนาไปเรื่อย ๆ

01:52:14.650 --> 01:52:19.420
ก็เลยเป็นชื่อมาว่าเทคโนโลยีสุขภาพสู่ชุมชน เห็นไหมคะ

01:52:20.055 --> 01:52:22.544
แพทย์ก็เข้ามาด้านการแพทย์ เห็นไหม

01:52:22.568 --> 01:52:28.272
เป็นการผนวกเอาศาสตร์ทางการแพทย์มารวมกับเทคโนโลยีดิจิทัล

01:52:28.296 --> 01:52:30.134
หรือคอมพิวเตอร์อย่างนี้นะคะ

01:52:32.020 --> 01:52:36.380
และตัวต่อมาเทคโนโลยีทด... พลังงานทดแทน

01:52:36.404 --> 01:52:38.710
ทำไมถึงต้องมีพลังงานทดแทน

01:52:39.470 --> 01:52:43.530
เนื่องจากที่บอกแหละ เพราะคนมันเยอะขึ้น

01:52:43.817 --> 01:52:45.490
การใช้พลังงานมันก็...

01:52:45.963 --> 01:52:49.040
เหมือนเดี๋ยวนี้ราคาน้ำมันทำไมมันถึงแพง เห็นไหม

01:52:49.411 --> 01:52:52.617
1. เกิดจากภาวะสงครามที่บอกนะ

01:52:52.641 --> 01:52:56.330
และก็ภาวะการใช้พลังงานสูงขึ้น เห็นไหมคะ

01:52:57.295 --> 01:52:59.656
ถึงได้เริ่มมีการผลิตรถไฟฟ้า

01:52:59.680 --> 01:53:03.225
อย่างเช่น ของ Tesla แล้วก็ของจีนที่มีหลาย ๆ ตัว

01:53:03.250 --> 01:53:07.121
เช่น BYD เห็นไหม ทดแทนอะไร

01:53:07.145 --> 01:53:12.530
เพื่อเอามาทดแทนพลังงานน้ำมันเชื้อเพลิงใช่ไหมคะ

01:53:12.530 --> 01:53:18.060
เพราะน้ำมันเชื้อเพลิงน่ะ กว่าจะเอาออกมาได้น่ะ ต้องขุด ขุดน้ำมันดิบขึ้นมา

01:53:18.696 --> 01:53:21.430
จากน้ำมันดิบแล้วก็เอามากลั่นใช่ไหมคะ

01:53:21.560 --> 01:53:28.630
เอามากลั่นเพื่อเอามาแปลงเป็นน้ำมันดีเซล น้ำมันเบนซินต่าง ๆ นั่นแหละ

01:53:28.680 --> 01:53:33.185
ที่แยกประเภท B1 B2 อะไรพวกนั้นนะคะ

01:53:34.040 --> 01:53:40.000
ทีนี้เนื่องจากพลังงานนี่ ที่นำออกมาใช้นี่

01:53:40.160 --> 01:53:46.160
บางทีมันผลิต เพราะน้ำมันกว่ามันจะสร้างตัวออกมาเป็นน้ำมันดิบได้นี่

01:53:46.200 --> 01:53:48.640
มันไม่ใช่ว่าปี 2 ปีแล้วมันเป็นน้ำมันดิบ

01:53:48.640 --> 01:53:53.980
มันต้องเกิดจากการสะสมของพวกนี้มาเป็นร้อย ๆ พัน ๆ ปีนะ

01:53:54.880 --> 01:53:58.890
เพราะฉะนั้น พอมันหมดไปมันก็ต้องหาวิธีการอื่นใช้พลังงานอย่างอื่น

01:54:00.004 --> 01:54:06.440
ตอนนี้ที่มีใหม่ ๆ นะคะ เขาบอกว่าใช้พลังงานจากสาหร่าย

01:54:08.160 --> 01:54:10.855
เอาสาหร่ายมาทำอะไรได้ มาดูกันสิ

01:54:14.542 --> 01:54:19.130
นี่ไง เด็ก ๆ อาจจะสงสัยเอาสาหร่ายมาทำอะไร

01:54:19.130 --> 01:54:22.429
เขาบอกว่าในสาหร่ายนี่นะคะ

01:54:22.606 --> 01:54:30.080
สามารถให้ปริมาณน้ำมันได้มากถึง 34,000 ลิตร

01:54:32.004 --> 01:54:36.540
น้ำมันชีวภาพจากสาหร่าย เอาสาหร่ายมาผลิตน้ำมันนะเด็ก ๆ

01:54:39.770 --> 01:54:41.228
ทำเป็นน้ำมันดิบ

01:54:42.292 --> 01:54:46.530
พอมีน้ำมันดิบ เราก็สกัดไปเป็นอะไรนี่ นู่น ได้ใช่ไหมคะ

01:54:46.560 --> 01:54:48.730
เห็นไหม ใช้สาหร่ายแทนน้ำมันดิบ

01:54:49.546 --> 01:54:54.488
ตัวต่อมาพลังงานกังหันลมแบบลอยบนอากาศ

01:54:55.366 --> 01:54:58.680
บ้านเรายังไม่มีนะคะ ตัวนี้ ต่างประเทศมีแล้วนะ

01:54:58.950 --> 01:55:01.910
สาหร่ายก็เหมือนกัน บ้านเราก็ยังไม่มีนะคะ

01:55:04.860 --> 01:55:08.088
เพราะ... เพราะดูจากลักษณะการปลูกแล้ว

01:55:08.112 --> 01:55:12.910
มันจะใช้พื้นที่แล้วก็อุปกรณ์พอสมควรอยู่เหมือนกันนะคะ

01:55:18.010 --> 01:55:20.950
พลังงานกังหันลมใช้ลมเพื่อเอามาทำอะไร

01:55:20.970 --> 01:55:28.285
เพื่อผลิตพลังงาน

01:55:28.309 --> 01:55:30.540
น่าจะเป็นพลังงานไฟฟ้าน่ะค่ะ

01:55:39.334 --> 01:55:43.292
บอกว่าเปลี่ยนจากพลังงานจลน์มาเป็นพลังงานกล

01:55:43.317 --> 01:55:45.160
นำพลังงานกลมาใช้ประโยชน์

01:55:45.650 --> 01:55:52.850
เราไม่รู้ เราไม่ได้อยู่ทางสายฟิสิกส์ เคมี ชีวะนะคะ อธิบายไม่ได้อันนี้

01:55:53.480 --> 01:55:57.360
ก็คือใช้พลังงานจากลมนี่ เอามาเปลี่ยนเป็นพลังงาน

01:55:57.390 --> 01:56:02.630
ที่สามารถนำไปใช้กับอย่างอื่นได้ ว่าอย่างนั้นเถอะนะคะ

01:56:03.731 --> 01:56:06.760
พลังงานแสงอาทิตย์ อันนี้บ้านเราเริ่มจะมีแล้วนะ

01:56:06.760 --> 01:56:10.640
เช่น โซลาร์เซลล์เอามาใช้แทนพลังงานไฟฟ้าใช่ไหมคะ

01:56:11.139 --> 01:56:12.684
แล้วเขาก็บอกว่า...

01:56:16.060 --> 01:56:22.410
ส่วนใหญ่ก็เอามาใช้กับแทนพลังงานไฟฟ้าจริง ๆ ด้วย

01:56:22.968 --> 01:56:27.412
แล้วเดี๋ยวนี้ ยังมีไปของเขาน่ะ มีไปถึงว่าหลอด...

01:56:27.763 --> 01:56:31.170
เคสโทรศัพท์มือถือเป็นพลังงานแสงอาทิตย์

01:56:33.740 --> 01:56:37.521
ทำตุ๊กตาหน้ารถเป็นพลังงานแสงอาทิตย์

01:56:37.688 --> 01:56:42.530
น่าจะไว้เพื่อประจุไฟอะไรพวกนี้ เขาพัฒนาเยอะอยู่นะคะ

01:56:44.040 --> 01:56:46.810
ตัวนี้เราก็ไม่มีแน่นอน พลังงานฟิวชัน

01:56:49.440 --> 01:56:54.050
ฟิวชันนี่ คือ พลังงานที่เกิดจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชัน

01:56:55.200 --> 01:56:57.549
นั่นก็คือพลังงานนิวเคลียร์ตัวหนึ่งนั่นเอง

01:56:57.574 --> 01:56:59.810
บ้านเราไม่มีพลังงานนิวเคลียร์อยู่แล้วนะคะ

01:57:00.169 --> 01:57:05.760
เมืองนอกเขามีนะ เขาก็น่าจะเปลี่ยนพวกเตาปฏิกรณ์

01:57:05.780 --> 01:57:09.700
นิวเคลียร์เขาจะเลิกใช้ไง แล้วเขาน่าจะมาใช้ตัวนี้แทนนะคะ

01:57:09.938 --> 01:57:13.850
เพราะพลังงานนิวเคลียร์นี่ มันให้... เขาเรียกว่า...

01:57:16.133 --> 01:57:19.601
ของต่างประเทศ เขาเอานิวเคลียร์ไปผลิตไฟฟ้านะ

01:57:21.130 --> 01:57:25.573
เพราะเมืองเขาใหญ่ไง เหมือนเขาก็ต้องใช้พลังงานเยอะน่ะ

01:57:25.969 --> 01:57:29.488
เขามาใช้พลังงานจากน้ำเหมือนบ้านเราก็ไม่ได้อย่างนี้

01:57:29.512 --> 01:57:33.186
ใช้ลมเหมือนบ้านเราก็ไม่ได้ เพราะมันนิดเดียวนะ

01:57:33.210 --> 01:57:35.730
พื้นที่เรามันน้อยนี่ เราก็ไม่ต้องใช้เยอะ

01:57:35.750 --> 01:57:38.596
แต่ของเขาพื้นที่กว้าง เหมือนสหรัฐฯ น่ะ เห็นไหม

01:57:38.621 --> 01:57:41.021
แต่ละรัฐห่างกันเป็น...

01:57:42.341 --> 01:57:47.295
เท่ากับเราข้ามไปประเทศจีนนู่นแหละมั้ง ห่างกันมากเลยนะคะ

01:57:47.320 --> 01:57:51.675
แต่ละ... เพราะบางทีต้องบินไปใช่ไหม ครึ่งค่อนประเทศน่ะ

01:57:52.958 --> 01:57:54.740
ใช้บินไปยังตั้งหลายชั่วโมงน่ะ

01:57:54.770 --> 01:58:01.370
ของเราอย่างมากก็เหมือนจากกรุงเทพฯ ไปภาคใต้ก็ชั่วโมงหนึ่งไหม

01:58:01.600 --> 01:58:04.190
เพราะเหมือน 600 กิโลเมตร

01:58:04.420 --> 01:58:09.010
กรุงเทพฯ มาสกลฯ ก็ใช้เวลาเวลา 1 ชั่วโมง 50 นาทีถึง 1 ชั่วโมงนะ

01:58:09.741 --> 01:58:11.899
กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ก็ประมาณนี้

01:58:12.838 --> 01:58:16.790
กรุงเทพฯ ภูเก็ต อาจจะมากกว่าเราเพราะไกลกว่านะ

01:58:17.250 --> 01:58:18.733
ไปภาคใต้อาจจะไกลกว่า

01:58:19.511 --> 01:58:24.410
ก็ 1-2 ชั่วโมงนะ ของเราไกลกันสุดก็จะประมาณนี้

01:58:24.410 --> 01:58:31.440
แต่สหรัฐฯ บางทีเกือบวัน ข้ามวันไหม อย่างนี้เป็นต้นนะคะ

01:58:31.440 --> 01:58:36.780
บาง... บางรัฐฯ เขาน่ะ มันอยู่ห่างกัน เพราะพื้นที่เขากว้างนะ สหรัฐฯ น่ะ

01:58:40.860 --> 01:58:46.080
นะคะ ก็พลังงานทดแทนในอื่น ๆ ที่... ที่เริ่มมานะ

01:58:46.080 --> 01:58:50.555
เหมือน... เหมือนเราเริ่มใช้อะไร ปาล์มใช่ไหมคะ

01:58:50.579 --> 01:58:53.280
ใช้ปาล์มแทนน้ำมันดิบน่ะค่ะ

01:58:54.198 --> 01:58:58.780
เอา... เอาปาล์มมาผลิตน้ำมันแทนอย่างนี้นะคะ

01:59:01.838 --> 01:59:06.050
หลายอย่างอยู่ เราก็เริ่ม... เริ่มลองวิจัยและพัฒนาอยู่

01:59:06.050 --> 01:59:07.348
เพราะ... เพราะอะไร

01:59:07.372 --> 01:59:13.510
ของเราจะพวกแนวพืชพันธุ์เกษตรจะเยอะหน่อยนะคะ

01:59:13.510 --> 01:59:17.455
เอามาผลิต หรือทำพลังงานทดแทน

01:59:17.479 --> 01:59:20.800
เขาก็ลองทดลองกันอยู่ มีหลายตัวอยู่นะคะ

01:59:21.363 --> 01:59:23.888
นี่ ก็คือตัวนี้

01:59:24.388 --> 01:59:29.460
ตัวนี้มันจะไปเกี่ยวข้องกับตัวล่าสุดที่จะให้ดูนะคะ

01:59:35.360 --> 01:59:39.170
ยังไม่ถึง เมื่อกี้พูดเฉพาะเทคโนโลยีทั่ว ๆ ไป

01:59:39.170 --> 01:59:41.155
ทีนี้มาดูเทคโนโลยีดิจิทัล

01:59:41.893 --> 01:59:44.087
จะพูดถึงสิ่งที่ใหม่ ๆ หน่อยนะคะ

01:59:44.341 --> 01:59:48.003
ตัวล่าสุดที่ไปค้นมาก็จะมีอยู่ 2 ตัว

02:00:10.130 --> 02:00:14.815
เข้าไปผิดหน้าแล้ว ขอโทษค่ะ ต้องอันนี้ก่อนค่ะ

02:00:19.716 --> 02:00:20.716
ไม่ให้คลิกน่ะ

02:00:24.598 --> 02:00:29.298
ทำไมตัวนี้คลิกได้น่ะ ข้ามมาแล้วกัน

02:00:29.325 --> 02:00:32.395
ไป... เดี๋ยวไปสืบค้นเองนะคะ ศึกษาได้ด้วยตัวเอง

02:00:33.680 --> 02:00:38.640
ตอนนี้เทคโนโลยีอย่างยั่งยืนนี่ ที่ไปค้นมานี่ มันมีอยู่ 2 คำ

02:00:38.640 --> 02:00:41.676
คำว่า "Sustainable Technology"

02:00:41.701 --> 02:00:44.710
กับ... กับตัวหนึ่ง อยู่ไหนล่ะ

02:00:53.030 --> 02:00:57.026
กับอีกตัวหนึ่งนะคะ "Green Technology" 2 ตัวนี้

02:00:59.837 --> 02:01:02.730
ไม่เปิดลิงก์เดียวให้เราเลย เปิดแต่ลิงก์เดียว

02:01:03.220 --> 02:01:07.190
เด็ก ๆ ลองค้นคำว่า "Green Technology" ขึ้นมาควบคู่กัน

02:01:08.047 --> 02:01:13.330
คือ ประมาณว่าถ้าพูดถึงว่าการนำเทคโนโลยีไปใช้อย่างยั่งยืนน่ะ

02:01:13.679 --> 02:01:16.102
มันก็หมายถึง การนำเทคโนโลยี

02:01:16.126 --> 02:01:23.240
ไปใช้ในด้านที่ส่งผลกับสภาพสิ่งแวดล้อม

02:01:23.240 --> 02:01:26.188
หรือพลังงานพวกนี้นะคะ

02:01:26.212 --> 02:01:31.660
หรือพวกขยะอะไรพวกนี้

02:01:32.580 --> 02:01:40.320
มันก็จะมีเช่น พวก Internet of Things ไปทำพวก Smart

02:01:41.180 --> 02:01:44.258
City Smart Farmer อะไรพวกนี้นะ

02:01:45.198 --> 02:01:49.000
หรือ AI เอา AI ไปใช้นะคะ

02:01:49.160 --> 02:01:52.453
เพราะเหมือนที่ยกตัวอย่างเช่น ดึก ๆ

02:01:53.998 --> 02:01:59.290
เพราะโดยปกติเวลากลางคืนดึก ๆ นี่ คนเราจะนอนใช่ไหม

02:01:59.980 --> 02:02:03.810
ก็ใช้ AI มาทำงานแทนอย่างนี้นะคะ ในอนาคต

02:02:04.192 --> 02:02:08.313
ในอนาคตผู้ประกาศข่าวอาจจะไม่... ไม่มีคนแล้วก็ได้

02:02:08.337 --> 02:02:11.080
อาจจะเป็น AI แทนแล้วก็ได้นะคะ

02:02:11.857 --> 02:02:14.370
ก็คือลดการใช้พลังงานคน

02:02:14.776 --> 02:02:16.431
หรือให้คนไปทำอย่างอื่น

02:02:16.455 --> 02:02:21.090
ที่เกิดประโยชน์โภคผลมากกว่านี้ อะไรอย่างนี้นะคะ

02:02:21.480 --> 02:02:26.909
Blockchain พวกนี้ถ้าเกี่ยวกับพวกการทำธุรกรรมนะ

02:02:26.933 --> 02:02:28.710
ความปลอดภัยอะไรพวกนี้

02:02:29.690 --> 02:02:34.420
ก็จะต้องมี Blockchain เข้ามาดูแลครอบคลุม อะไรพวกนี้

02:02:34.480 --> 02:02:36.286
เพราะ... เพราะในอนาคต เห็นไหม

02:02:36.310 --> 02:02:39.610
เหมือน... เหมือนมีสแกมเมอร์

02:02:39.690 --> 02:02:46.510
แค่... แค่อะไรนะ คลิกลิงก์ไลน์ก็ดูดเงินในบัญชีไปอย่างนี้ มันไม่ใช่ใช่ไหม

02:02:47.290 --> 02:02:49.530
ธนาคารก็ต้องมาพัฒนาเทคโนโลยี

02:02:49.530 --> 02:02:51.955
เพราะว่าในอนาคตถ้า...

02:02:52.201 --> 02:02:58.500
ถ้าธนาคารระบบแอป หรือบัญชีธนาคารไม่ดี

02:02:59.330 --> 02:03:04.770
แค่คลิกลิงก์อะไรโดนดูดเงินไปหมด ใครที่ไหนจะไปใช้บริการธนาคารใช่ไหม

02:03:05.150 --> 02:03:08.693
มันก็จะกลับไปสู่ยุคก่อนน่ะ เก็บเงินไว้ในบ้าน

02:03:09.249 --> 02:03:12.061
นึกออกไหม เหมือน... เหมือนคนแก่เก็บเงินนะ

02:03:12.085 --> 02:03:16.405
ซุกไว้ใต้หมอน ซุกไว้ใต้เตียง อะไรอย่างนี้นะคะ

02:03:16.430 --> 02:03:21.980
เพราะเอาเงินไปใส่ธนาคารแล้ว วันดีคืนดีโดนดูดเงินไปเกลี้ยงกระเป๋า อะไรอย่างนี้

02:03:22.340 --> 02:03:24.030
คนก็คงไม่อยากไปใช้นะคะ

02:03:24.270 --> 02:03:27.860
เพราะฉะนั้น ถ้าเขาจะใช้เทคโนโลยีอย่างยั่งยืน

02:03:27.860 --> 02:03:33.570
เขาก็ต้องมาสร้างอะไรน่ะ ระบบ หรือนำเทคโนโลยีไปป้องกันนะคะ

02:03:33.960 --> 02:03:38.760
เช่น สร้างระบบอะไรต่าง ๆ มาป้องกันนั่นแหละนะคะ

02:03:38.920 --> 02:03:41.555
ส่วนที่เป็น Green ชื่อก็บอกอยู่แล้ว

02:03:41.579 --> 02:03:46.070
Green Technology ก็คือสีเขียว เทคโนโลยีสีเขียว

02:03:46.570 --> 02:03:49.460
เหมือน... เห็นไหม ใช้พลังงานทดแทนน้ำมันดิบ

02:03:50.219 --> 02:03:53.040
เปลี่ยนเป็นสาหร่ายแทน ทำจากสาหร่ายแทน

02:03:53.070 --> 02:03:54.270
เห็นไหมคะ แทนน้ำมัน

02:03:55.560 --> 02:03:59.796
ก็ไม่ได้มีแจ้งบอกไว้ว่าแล้วอะไรนะ

02:04:00.214 --> 02:04:01.940
ควัน เคินอะไรที่ออกมานี่

02:04:02.080 --> 02:04:07.171
ถ้าเป็นสาหร่ายนี่ ควันอาจจะไม่ใช่ควันพิษ

02:04:07.195 --> 02:04:09.400
อะไรอย่างนี้ไหม อะไรอย่างนี้นะคะ

02:04:09.670 --> 02:04:12.400
น่าจะยังไม่ถึงขั้นเทสต์ตัวนั้นนะคะ

02:04:12.730 --> 02:04:17.520
เพราะ... เพราะในน้ำมันดิบ พอมีควันออกมาควันจะมีค่า...

02:04:17.550 --> 02:04:20.930
มีสารตะกั่วนะ ในน้ำมันดิบ อย่างนี้เป็นต้นนะคะ

02:04:20.930 --> 02:04:24.390
แต่ทีนี้มันเป็นจากสาหร่ายมันเป็นพืช

02:04:24.414 --> 02:04:28.530
พืชมันจะมีสารตะกั่วไหม อย่างนี้เป็นต้นนะคะ

02:04:29.072 --> 02:04:34.055
การใช้เทคโนโลยีอย่างยั่งยืน ก็คือการใช้... เทคโนโลยี

02:04:34.079 --> 02:04:40.455
เพื่อคุ้มครอง หรือเขาเรียกว่า "รักษาธรรมชาติ"

02:04:40.758 --> 02:04:47.090
รักษาสิ่งแวดล้อม รักษาทรัพยากรของชุมชนไว้ นึกออกนะคะ

02:04:51.630 --> 02:04:55.678
ทีนี้มาดู เดี๋ยวจะมีงานให้ไปทำ

02:04:55.703 --> 02:05:01.510
ลองไปค้นเทคโนโลยี ให้เด็ก ๆ ทำตัวนี้นะคะ

02:05:02.280 --> 02:05:05.504
ทำเป็นนำเสนอใน PowerPoint เห็นไหม

02:05:05.528 --> 02:05:12.440
ให้ค้นเทคโนโลยีที่ดิจิทัล ที่เอาไปใช้ในชุมชนนะคะ

02:05:12.790 --> 02:05:15.193
ให้ดูที่มันมีภาพประกอบ

02:05:16.104 --> 02:05:18.840
ชุมชนนี้เอาเทคโนโลยีไปใช้ทำอะไร

02:05:19.280 --> 02:05:23.700
เอาเทคโนโลยีอะไรไปใช้ เทคโนโลยีดิจิทัลอะไรนะคะ

02:05:24.110 --> 02:05:27.270
ต้องมีข้อมูลอ้างอิงด้วยนะ ต้องมีภาพประกอบด้วยนะ

02:05:27.270 --> 02:05:32.040
ให้ทำนำเสนอใน PowerPoint นะคะ อย่างน้อย 3 เรื่อง

02:05:33.393 --> 02:05:39.499
ไม่ใช่ว่าทำชุมชนนี้ทำเรื่องพลังงาน ก็เอาพลังงานมาทั้ง 3 เรื่อง

02:05:39.523 --> 02:05:41.123
ไม่... ไม่ควรเป็นอย่างนั้นไหม

02:05:41.520 --> 02:05:43.540
ก็เอาเทคโนโลยีด้านอื่น ๆ

02:05:43.564 --> 02:05:47.164
เช่น เทคโนโลยีในการเกษตร

02:05:47.188 --> 02:05:53.040
เทคโนโลยีในการรักษาสิ่งแวดล้อม

02:05:53.040 --> 02:05:59.910
เทคโนโลยีในการอะไรก็แล้วแต่นะคะ ที่ที่ชุมชนมีน่ะ

02:06:00.720 --> 02:06:03.710
หรือเอาไปพัฒนาชุมชน มีเทคโนโลยีอะไรบ้าง

02:06:04.088 --> 02:06:09.320
แต่ไม่ควรเป็นในลักษณะที่เรื่องที่ไปในด้านเดียวกันทั้งหมดนะคะ

02:06:09.640 --> 02:06:11.960
มันควรจะแตกต่างกันทั้ง 3 ด้าน

02:06:13.420 --> 02:06:17.355
โอเคไหม ใครสงสัยหัวข้อในใบงานไหมคะ

02:06:20.637 --> 02:06:22.083
ให้ถามได้นะ

02:06:23.560 --> 02:06:25.688
งานเดี่ยวนะคะ ไม่ใช่งานกลุ่ม

02:06:32.768 --> 02:06:35.630
ใบงานที่ 2 แล้วไง สัปดาห์ที่แล้ว 1 อัน

02:06:39.149 --> 02:06:41.201
แล้วจะให้นำเสนอเมื่อไร เดี๋ยวจะแจ้ง

02:06:41.225 --> 02:06:43.520
ทำไว้ให้เรียบร้อย ทำรอไว้เลย

02:06:44.748 --> 02:06:47.150
ไม่มีใครถามนะ โอเค

02:06:50.170 --> 02:06:54.288
ถ้าไม่มีใครถามสัปดาห์นี้เราก็จะ...

02:06:57.677 --> 02:07:00.120
จบการนำเสนอเพียงเท่านี้นะคะ

02:07:00.380 --> 02:07:05.430
เดี๋ยวสัปดาห์หน้า เราจะมาต่อกันในหัวข้อต่อไปนะคะ

02:07:07.925 --> 02:07:10.288
ขอบคุณพี่ล่ามค่ะ

02:07:12.277 --> 02:07:13.742
ค่ะ สวัสดีค่ะ

02:07:27.360 --> 02:07:32.321
ทีนี้เด็ก ๆ เปิดโครงงานให้ดูค่ะ

02:07:32.345 --> 02:07:35.480
โครงงานของแต่ละกลุ่ม 1-6 เสร็จหรือยัง