﻿WEBVTT

00:00:19.120 --> 00:00:21.120
(อาจารย์มันทนา) เดี๋ยวก็ไม่ได้ยินไง เพราะว่าเดี๋ยวครูเดินไปหา

00:00:24.000 --> 00:00:29.490
ครูก็ทำไม่เป็น เดี๋ยวรอมิกซ์มาก่อน ครั้งที่แล้วมิกซ์ไม่มา ครั้งที่แล้วมิกซ์ไม่ได้มา

00:00:31.681 --> 00:00:33.271
How do I turn this on?

00:00:34.760 --> 00:00:43.810
ฮัลโหล ได้ยินหรือเปล่า ได้ยินไหม ชัดนะ ข้างในก็ได้ยินใช่ไหมคะ โอเค

00:00:47.420 --> 00:00:54.820
มิกซ์... เป็นใช่หรือเปล่า มาลองทำก่อน ตัวนี้ง่ายมาก หายไปไหนนี่ เพื่อนนี่

00:00:57.414 --> 00:01:00.580
แค่เลตใช่ไหม ครั้งที่แล้วครูผมสั้นลงไหมนี่

00:01:04.550 --> 00:01:09.270
มันต้องเชื่อมเข้ากับอะไรน่ะ ของครูเหรอ

00:01:15.140 --> 00:01:16.900
แต่จริง ๆ คอมครูก็เห็นอยู่นะนี่

00:01:17.140 --> 00:01:21.590
(นักศึกษาชาย) เห็นบางทีก็เห็น บางมันก็ไม่ชัดมากหรอก แต่ใช้กล้องชัดอยู่

00:01:26.160 --> 00:01:27.210
(อาจารย์มันทนา) อันนี้เอามาจากห้องครูหรือเปล่า

00:01:27.747 --> 00:01:35.417
(นักศึกษาชาย) นี่เช่าเขามา สูง ๆ หน่อย เห็นง่ายดี แสดงว่าไม่เห็น ปรับหน้ากล้อง

00:01:50.470 --> 00:01:53.330
คลิกออกได้ไหม เห็นชัดไหมครับ

00:01:54.210 --> 00:01:55.836
(อาจารย์มันทนา) เห็นชัดใช่ไหมคะ (ล่าม) เห็นชัดครับผม

00:01:56.535 --> 00:01:57.702
(อาจารย์มันทนา) นี่บีลอง แป๊บหนึ่ง

00:01:59.220 --> 00:02:01.933
เขยิบไปอีก Yes sir นี่ไง

00:02:03.150 --> 00:02:08.320
ห้องแล้วค่ะ วันนี้ยังมีเท่านี้อยู่ โอเค เดี๋ยวครูเช็กชื่อก่อน

00:02:09.170 --> 00:02:13.360
ที่เหลือเขาจะขึ้นมาอยู่ถูกไหมที่ครูเข้าใจ เขาจะขึ้นมาแต่เขาแค่ยังไม่มา

00:02:15.378 --> 00:02:20.210
โอเค เรียนนิดเดียวค่ะ เดี๋ยวมีงานให้ทำ

00:02:22.870 --> 00:02:26.600
ครั้งที่แล้วน่ะ มีส่งงานนะ ครั้งที่แล้วมีส่งงาน

00:02:26.820 --> 00:02:33.730
แต่ทีนี้บางคนส่งผิดงาน ครูให้เขียนเรื่องการเติม s, es

00:02:34.340 --> 00:02:37.170
แต่บางคนส่งการใช้ There is, There are มา

00:02:39.620 --> 00:02:46.170
ซึ่งไม่ผิด มันเป็นสิ่งที่ต้องทำในวันนี้ ก็แปลว่าต้องกลับไปทำเพิ่มเฉย ๆ นะ

00:02:47.300 --> 00:02:52.370
มันจะมีนี่ครูเขียนไว้อยู่ ไม่ ๆ โอ๊ตเธอไม่ได้ส่งผิด แต่เธอส่งถูกอยู่

00:02:53.250 --> 00:02:58.410
เธอส่งถูกอยู่ เธอชื่อณัฐพงศ์ใช่ไหม ไม่เขียนชื่อไงครูก็เลยอันนี้ ทำถูกอยู่

00:02:58.530 --> 00:03:05.320
จะมีคนที่ชื่อกฤษดา ใครคือกฤษดา

00:03:06.010 --> 00:03:08.850
เดี๋ยวก็มา... เดี๋ยวครูบอกเพื่อนทีหลังเอาแล้วกัน ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร

00:03:09.010 --> 00:03:20.560
และก็มีสมภัสสร 9 ไม่ ปิยนุช ปิยนุช กับสุภาวรรณเขาทำ... เขาทำผิดนิดหน่อย

00:03:20.622 --> 00:03:26.180
แต่ว่า... คำว่า "ผิด" นี่ ก็คือทำผิดงาน แต่ก็เป็นงานที่ต้องส่งอยู่แล้วน่ะ อะไรอย่างนี้

00:03:27.680 --> 00:03:29.280
ก็ไม่เป็นไร ก็เดี๋ยวได้ทำเพิ่ม

00:03:30.450 --> 00:03:34.760
แต่ครูสอนก่อนแล้วค่อยเคลียร์กันเรื่องงานก็ได้ เดี๋ยวขอสอนก่อนนะ

00:03:35.400 --> 00:03:38.890
เดี๋ยวขอเช็กชื่อด้วย ตอนนี้จริง ๆ ห้องนี้มันจะต้องมี 15 คน

00:03:38.920 --> 00:03:43.790
วันนี้มาอยู่ 2 4 6 8 9 10 11 12 13 14 ขาดไปกี่คน 8 บวกเท่าไรได้ 15

00:03:45.120 --> 00:03:46.610
(นักศึกษาชาย) 8 บวก... 8 บวกกับ 7

00:03:47.520 --> 00:03:52.600
(อาจารย์มันทนา) หายไป 7 คน รอเพื่อนก่อน ขอเช็กคนที่เท่าที่มาก่อนนะ

00:03:52.720 --> 00:03:54.930
แต่ไม่มีใครลา ไม่มีใครขาดใช่ไหม

00:03:55.172 --> 00:03:56.392
(นักศึกษาชาย) มีลาครับ

00:03:56.770 --> 00:03:58.833
(อาจารย์มันทนา) ใครลา Who

00:04:02.889 --> 00:04:05.850
Who is absent ชื่ออะไรน่ะ

00:04:12.250 --> 00:04:20.140
เขาชื่อนี้เหรอ ไม่เป็นไรเดี๋ยวครูเอารายชื่อไปให้เพื่อนดูก่อน Try เวลาเขียน...

00:04:53.760 --> 00:04:55.670
(อาจารย์มันทนา) คุณแม่โทรมา (นักศึกษาชาย) ใช่ครับ

00:04:56.480 --> 00:04:58.770
(อาจารย์มันทนา) โอเค นานไหมน่ะ (นักศึกษาชาย) ไม่นาน

00:04:59.869 --> 00:05:05.959
(อาจารย์มันทนา) ธีรเดช มา... (นักศึกษาชาย) เข้าห้องน้ำ

00:05:06.031 --> 00:05:15.585
(อาจารย์มันทนา) โอเค โอ้ตาย มาทำให้เรียบร้อยก่อน... หายไปไหนหมด

00:05:18.275 --> 00:05:21.317
(อาจารย์มันทนา) สุภาวรรณ (นักศึกษาชาย) ยังไม่มา

00:05:22.737 --> 00:05:24.667
(อาจารย์มันทนา) เดี๋ยวรอสักครู่ก่อน ค่อย ๆ ทยอยมา

00:05:25.136 --> 00:05:28.340
ไอ้ที่มาแล้วก็ออกไป ไอ้ที่ออกไปแล้วก็เพิ่งเข้ามา

00:05:48.330 --> 00:05:51.220
(อาจารย์มันทนา) สกาวใจ (นักศึกษาชาย) ที่ขอไปเข้าห้องน้ำ

00:06:00.787 --> 00:06:04.020
(อาจารย์มันทนา) ยังไม่เห็นกล้อง เทสต์กล้อง ไม่เห็น...

00:06:12.970 --> 00:06:14.510
เห็นไหมล่ะ เขามองเห็นไหมล่ะ

00:06:22.210 --> 00:06:23.700
(นักศึกษาชาย) นิกเราน่ะ ต้องย้ายไปนั่งนู่น

00:06:57.390 --> 00:06:59.340
(อาจารย์มันทนา) แบบนี้ฉันก็สนใจพวกเธอนะจ้ะ

00:06:59.740 --> 00:07:04.070
ตอนแรกก็คุยไม่ได้นะจ้ะ ระวังนะ ระวังนะ

00:07:07.070 --> 00:07:08.458
อรลดา

00:07:37.430 --> 00:07:44.420
โอเค แต่มา... มาอยู่ใช่ไหม ณัฐวดี

00:08:19.630 --> 00:08:29.690
สมภัสสร สมภัสสร ไม่สบายหรือว่าป่วย แสดงว่าลา 2 คนเหรอ

00:08:30.700 --> 00:08:31.633
(อาจารย์มันทนา) ทิพย์ธิดา

00:08:37.031 --> 00:08:38.950
(นักศึกษาชาย) กลับบ้าน (อาจารย์มันทนา) อ๋อ กลับบ้าน กลับบ้าน

00:08:42.750 --> 00:08:47.920
(อาจารย์มันทนา) ปิยนุช ปิยนุช ปิยนุช

00:08:55.390 --> 00:09:03.000
ภาณุ ภาณุ ภาณุ

00:09:10.251 --> 00:09:15.321
ณัฐพงศ์ โอ๊ต... น้ำแค

00:09:18.330 --> 00:09:19.400
แล้วก็ประสิทธิ์

00:09:22.522 --> 00:09:23.522
เช็กไปแล้วจ้ะ

00:09:27.410 --> 00:09:31.930
โอเค ทีนี้ครูไม่แน่ใจว่าครูกบจะขึ้นมาไหม

00:09:32.310 --> 00:09:40.850
แต่ว่าคนในรายชื่อที่ครูจะเขียนต่อไปนี้ คือ คนที่ส่งงานมาผิดนะ

00:09:40.960 --> 00:09:48.930
แต่ว่าเป็นงานที่มันต้องส่งวันนี้แหละ แปลว่าเธอจะต้องกลับไปทำเพิ่มอีก 1 งาน โอเคไหม

00:09:50.090 --> 00:09:54.050
แต่ว่าเดี๋ยว... เดี๋ยวครูสอนอันนี้ก่อนแล้วจะเข้าใจว่ามันผิดอย่างไร โอเคนะ

00:09:55.620 --> 00:10:03.240
ครั้งที่แล้วที่เราเรียนกันน่ะ เรา... เรียนเรื่องกฎการเติม s, es ถูกไหม เดี๋ยวครูจะเปิดให้ดู

00:10:06.020 --> 00:10:07.580
ครั้งที่แล้วเราเรียนกันเรื่องนี้

00:10:24.400 --> 00:10:29.620
นี่คือสิ่งที่เราเรียนไปครั้งที่แล้วถูกไหมลูก แล้วครูให้ไปสรุปมา

00:10:31.620 --> 00:10:35.200
ใช่ไหมเป็นสรุป สรุปเป็นการบ้านส่งเข้ามาในไลน์

00:10:35.830 --> 00:10:40.440
ทีนี้ส่งครบทุกคน ดีมาก มีคนที่ทำได้ดีมาก ๆ ด้วย

00:10:41.220 --> 00:10:46.830
แต่มีบางคนที่ส่งมาผิดงาน ก็คือไม่ได้ทำงานนี้

00:10:47.360 --> 00:10:52.320
แต่ไปสรุปอีกเรื่อง ซึ่งก็คือเรื่องที่ครูจะสอนในวันนี้มาให้ครู

00:10:53.810 --> 00:10:56.400
แล้วมันไม่ได้ผิด เพราะวันนี้ครูก็จะให้สรุปเหมือนกัน

00:10:57.280 --> 00:11:01.870
แต่สิ่งที่ต้องทำ ก็คือเราจะต้องสรุปงานนี้มาให้ครูด้วย

00:11:03.220 --> 00:11:09.490
ส่วนพวกที่สรุปงานนี้มาแล้วก็ต้องสรุปของสิ่งที่จะต้องเรียนวันนี้มาให้ครูด้วยเหมือนกัน Get ไหม

00:11:10.540 --> 00:11:12.980
สรุปว่ามันจะมีทั้งหมด 2 งานที่เธอต้องส่ง

00:11:15.490 --> 00:11:24.920
ทีนี้คนที่... คนที่ทำไปแล้วน่ะ มันจะมีอยู่แค่ 1 2 3 มีอยู่ 3 คนที่ส่งมาผิดงาน

00:11:25.520 --> 00:11:34.410
คนแรก คือ สุภาวรรณ สุภาวรรณ สุภาวรรณ

00:11:54.180 --> 00:12:00.850
3 คนที่ครูเขียนบนกระดานน่ะ คือ เราส่งมาผิดงาน เราไม่ได้สรุปงานที่ครูขึ้นให้บนกระดาน

00:12:01.470 --> 00:12:11.980
แต่ว่าเราสรุปงานอีกงานหนึ่งมาให้ครู แปลว่าเราต้องกลับไปสรุปอันนี้มาให้ครูก่อนนะ

00:12:12.850 --> 00:12:19.910
ส่วนงานที่เราส่งมาให้แล้วน่ะ ก็คือเดี๋ยวครูเช็กให้ มันเป็นงานของวันนี้ Get ไหม

00:12:22.980 --> 00:12:27.010
สิ่งที่ 3 คนนี้รายชื่อบนกระดานต้องทำ

00:12:27.030 --> 00:12:32.580
คือ นี่มันจะมีงานที่ครูส่งลิงก์เข้าไปให้ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วใช่ไหม

00:12:33.270 --> 00:12:40.260
หนูต้องไปสรุปกฎการเติม s, es มา นี่ทุกกฎเลย มันจะคือกฎในอันนี้

00:12:41.510 --> 00:12:51.260
นี่หนูต้องสรุปกฎหน้านี้มาให้ครู เขียนสรุปให้เรียบร้อย

00:12:54.770 --> 00:13:04.800
เขียนมาพร้อมกับยกตัวอย่างประกอบ ดูตัวอย่างของเพื่อนในไลน์ก็ได้

00:13:08.970 --> 00:13:10.960
งานนี้เป็นงานแรกที่ต้องส่ง

00:13:11.570 --> 00:13:18.400
ส่วนคนที่ทำได้ดีก็มี ครูติดดาวให้ เดี๋ยวตบรางวัลให้สำหรับคนที่ทำได้ดีนะ

00:13:19.090 --> 00:13:22.630
เดี๋ยวมีเพิ่มคะแนนเพิ่มอะไรให้ ค่อยว่ากันอีกทีหนึ่ง

00:13:23.520 --> 00:13:29.490
แต่วันนี้เราจะเรียนเรื่องใหม่ก่อน บางคนที่ทำมาแล้วทั้ง 2 งานก็มีนะ

00:13:30.400 --> 00:13:37.750
ถ้าเธอทำเสร็จแล้วเธอก็ไม่ต้องส่งมาใหม่นะ แต่ถ้าคนที่ยังไม่ทำเธอก็ต้องส่งมาเพิ่ม งงไหม

00:13:40.710 --> 00:13:44.090
ถ้าไม่มี... ไม่มีคำถามครูไปแล้วนะ สอนแล้วนะ

00:13:48.590 --> 00:13:51.080
โอเค สิ่งที่เราต้องเรียนวันนี้

00:13:59.110 --> 00:14:10.910
มองกระดานจ้ะ ปรับนะ คือ เรื่อง There is, There are คุ้นตาบ้างไหม เคยเห็นไหม

00:14:12.780 --> 00:14:18.650
คุ้นแหละ หลังห้องคุ้นไหม คุ้น ง่ายมากพวกนี้มันง่ายจริง ๆ ไม่ยาก

00:14:19.152 --> 00:14:24.632
เดี๋ยวค่อย ๆ ไป เข้าใจไหมโอ๊ต เข้าใจนีโน่ มิกซ์น้อย น้องโอ๊ต

00:14:25.260 --> 00:14:28.770
เดี๋ยวพอครูนั่งบนเก้าอี้ เดี๋ยวโทรศัพท์... โดนครูบอก

00:14:29.650 --> 00:14:32.150
There is, There are ใช้อย่างไรมาดูนะ

00:14:35.780 --> 00:14:46.950
เขาบอกว่าอย่างนี้ การใช้ There is, There are ถ้าเราจะพูดว่ามีแต่ไร้เจ้าของ

00:14:47.090 --> 00:14:50.250
ต้องใช้ There is และ There are แปลว่าอะไร

00:14:50.560 --> 00:14:59.270
ปกติถ้ามีปากกาวางอยู่บนโต๊ะอย่างนี้ ภาษาเราไทยเราจะบอกว่ามีปากกาอยู่บนโต๊ะถูกไหม

00:14:59.850 --> 00:15:03.700
และภาษาอังกฤษจะแปลอย่างไร 3 คนข้างหลังจำได้ไหม

00:15:04.280 --> 00:15:10.700
ถ้าพูดว่ามีน่ะ ภาษาอังกฤษพูดว่าอะไรตามที่เราเคยชิน There is หรือ There are

00:15:10.730 --> 00:15:14.770
เคยได้ยินบางคนเขาพูดว่า Have a pencil on the table เคยได้ยินหรือเปล่า

00:15:15.630 --> 00:15:21.540
Have a pencil Have a pen อย่างนี้เคยได้ยินหรือเปล่า ไม่คุ้นเลยเหรอ

00:15:21.683 --> 00:15:23.445
(นักศึกษาชาย) เคย (อาจารย์มันทนา) เคยบ้าง

00:15:23.929 --> 00:15:27.540
(อาจารย์มันทนา) ภาษาไทยเราจะไม่... แต่จริง ๆ ไม่ใช่

00:15:27.970 --> 00:15:32.790
ถ้าเมื่อไรก็ตามที่ไม่ได้มีใครเป็นเจ้าของ แต่เราเห็นของวางอยู่เกลื่อนกลาดแบบนี้

00:15:33.200 --> 00:15:38.040
แล้วเราอยากจะพูดว่ามันมีสิ่งนี้อยู่ตรงนั้น มันมีสิ่งนี้อยู่ตรงนี้

00:15:38.388 --> 00:15:42.380
เราจะใช้ There is และ There are แทนนะ

00:15:44.880 --> 00:15:48.480
แล้ว There is กับ There are มันใช้ต่างกันอย่างไร ใครบอกครูได้ไหม

00:15:50.230 --> 00:15:56.080
เอกพจน์พหูพจน์ เก่งมากเลยมิกซ์ เดี๋ยวไปดู เผื่อเพื่อนได้รู้ แต่มิกซ์พูดถูกนะ

00:15:56.340 --> 00:16:02.580
ลองดูตัวอย่างคำนี้ดู Shape แปลว่ารูปร่างถูกไหมครู เคยสอนไปแล้วคำว่า "Shape" Shape

00:16:03.530 --> 00:16:04.600
ต้องยืนอย่างไร...

00:17:21.390 --> 00:17:24.430
There are 3 Shapes. กับ There is 1 Shape.

00:17:24.690 --> 00:17:26.567
ครูอยากให้สังเกต 2 ประโยคนี้

00:17:29.281 --> 00:17:32.620
ต่างกันไหม แล้วต่างกันอย่างไร ตรงไหนจึงต่าง

00:17:35.800 --> 00:17:41.620
มันใช้คำว่าอะไรถึงจะมีคำว่า "There" มีหรือเปล่า คำว่า "There"

00:17:42.140 --> 00:17:46.160
คำนี้เหมือนกันไหมคำว่า "are" กับคำว่า "is" เหมือนกันหรือเปล่า

00:17:47.760 --> 00:17:50.290
เหมือนหรือเปล่า ไม่เหมือน

00:17:50.560 --> 00:17:59.730
แล้วดูอันนี้มีกี่รูป 1 2 3 รูป อันนี้มีกี่รูป รูปเดียว

00:18:00.200 --> 00:18:03.720
แสดงว่าถ้ามีหลายรูป You ใช้ There is หรือ There are

00:18:05.610 --> 00:18:07.080
นี่ต้องใช้ There is หรือ There are

00:18:08.361 --> 00:18:12.150
There are ในกรณีที่มีหลายรูป You จะใช้คำว่า "There are"

00:18:13.570 --> 00:18:20.050
แต่ถ้ามีรูปเดียว You ใช้ There is คำว่า "Shape" ต่างกัน

00:18:22.050 --> 00:18:30.410
ต่างกันหรือเปล่าคำว่า "Shape" คำนี้ต่างหรือเปล่า

00:18:33.310 --> 00:18:43.000
ถ้าเกิดว่ามีหลายรูปเขาเติมอะไรเข้าไป เขาเติม s นี่ไงถ้ามีหลายรูปเติม s ถูกไหม

00:18:43.750 --> 00:18:51.140
แต่ถ้ามีอันเดียวเติมไหม ไม่เติม จำได้ไหมกฎข้อที่ 1 การเติม s, es

00:18:51.630 --> 00:18:56.970
ถ้าเป็นคำนามทั่วไป You เติม s ได้เลย อันนี้จำได้หรือเปล่า

00:18:57.877 --> 00:19:02.787
นี่เป็นเหตุผลที่เธอต้องเข้าใจการเติม s, es ก่อน ถึงมาเป็น There is, There are ได้

00:19:03.788 --> 00:19:06.398
ครูก็เลยให้โจทย์ไง ไม่อย่างนั้นมันจะไม่เข้าใจ

00:19:07.120 --> 00:19:11.260
ทีนี้ดูรูปประโยคพอมี 3 อัน You ใช้ There are

00:19:11.410 --> 00:19:16.730
ตามด้วยจำนวน ตามด้วยคำนามใช่ไหม There are 3 Shapes.

00:19:17.061 --> 00:19:23.430
ในขณะที่พอมันมีอันเดียว You ก็ใช้ว่า There is 1 Shape. ง่ายไหม

00:19:24.910 --> 00:19:32.380
คนอื่นเข้าใจไหม เข้าใจนะ ไปแล้วนะ ไปแล้วนะ ไปต่อแล้วนะ

00:19:34.360 --> 00:19:36.400
ถ้า There is ใช้กับสิ่งที่มีอันเดียว

00:19:36.850 --> 00:19:39.200
(นักศึกษาชาย) ถ้าไม่มีบอกว่า 1 Shape

00:19:40.221 --> 00:19:44.133
(อาจารย์มันทนา) There is a Shape. โอเคหรือเปล่า

00:19:44.301 --> 00:19:47.091
ถ้าเกิดมีอันเดียวแทนที่จะใช้คำว่า "One"

00:19:47.100 --> 00:19:53.500
You สามารถใช้ a ก็ได้ หรือใช้ an ก็ได้

00:19:54.040 --> 00:19:59.280
รู้ไหมว่า a กับ an ใช้ต่างกันอย่างไร รู้บ้างหรือเปล่า

00:20:02.550 --> 00:20:09.200
เก่งมาก You จะใช้ a ก็ต่อเมื่อคำนามถัดมามันขึ้นต้นด้วยพยัญชนะ

00:20:09.920 --> 00:20:13.110
แต่ถ้ามันขึ้นต้นด้วยสระ You จะใช้คำว่า "an"

00:20:13.532 --> 00:20:21.871
เช่น a pen an apple

00:20:26.002 --> 00:20:35.352
a ตัวนี้นี่ an avocado

00:20:37.603 --> 00:20:43.263
สังเกตไหม Avocado ไง a pen a banana

00:20:44.100 --> 00:20:47.860
P กับ B มันเป็นสระไหมในภาษาอังกฤษน่ะ ไม่เป็น

00:20:48.170 --> 00:20:54.950
แต่พอเป็น Apple เป็น Avocado มันขึ้นต้นด้วยตัวอะไร ตัว A ใช่หรือเปล่า

00:20:55.070 --> 00:21:02.720
สระในภาษาอังกฤษมีอะไรบ้าง A E I O แล้วก็ U นี่ไง

00:21:03.230 --> 00:21:08.970
ถ้าขึ้นต้นด้วย 5 คำนี้ You สามารถใช้คำว่า "a" หรือ "an" แทน 1 ก็ได้

00:21:09.337 --> 00:21:18.187
แต่ถ้ามันขึ้นต้นหน้าด้วยสระอย่างนี้ You ต้องใช้ an งงไหม งงหรือเปล่า เพื่อนงงไหม

00:21:19.290 --> 00:21:24.430
เด็กหูไม่เป็นไรครูไม่ว่า ข้างหลังงงไหม นีโน่เข้าใจไหม

00:21:24.700 --> 00:21:25.779
(นักศึกษาชาย) พอเข้าใจ

00:21:25.780 --> 00:21:26.710
(อาจารย์มันทนา) โอ๊ตเข้าใจไหม

00:21:28.040 --> 00:21:29.800
(อาจารย์มันทนา) เอาใหม่โอ๊ตอธิบายให้ครูฟังใหม่

00:21:29.820 --> 00:21:32.580
(นักศึกษาชาย) เข้าใจ แต่ความจำมันเริ่มจะไม่ไปแล้วครับ

00:21:37.130 --> 00:21:40.467
(อาจารย์มันทนา) ตรงนี้เขาบอกว่า... เมื่อกี้มีใคร...

00:21:40.913 --> 00:21:45.100
มิกซ์ถามครูว่าประโยคนี้ถ้ามันมีแค่ 1 ชิ้นน่ะ

00:21:45.800 --> 00:21:55.330
แทนที่จะ... แทนที่จะใช้เลข 1 ใช้ a แทนได้ไหม เขียนอย่างนี้ได้ไหม

00:21:56.000 --> 00:22:02.850
There is a shape. แบบนี้เขียนได้ไหม

00:22:03.190 --> 00:22:12.390
ครูเลยบอกว่าเขียนได้ มันสามารถใช้ a แทน 1 ก็ได้ เพราะ a ตัวนี้มีความหมายเท่ากับ 1

00:22:13.450 --> 00:22:19.270
แต่ครูบอกว่ามันไม่ได้ใช้ a เสมอไป You สามารถใช้ an แทนก็ได้

00:22:19.780 --> 00:22:23.200
เพราะ an ก็มีค่าเท่ากับ 1 เหมือนกัน

00:22:23.830 --> 00:22:27.890
แต่มันใช้ต่างกันอย่างไร มันใช้ต่างกันแบบนี้

00:22:28.480 --> 00:22:34.560
ต่างกันตรงที่ถ้าเกิดคำศัพท์ของคุณมันขึ้นต้นด้วยพยัญชนะ

00:22:34.720 --> 00:22:40.868
เช่น a... a pen

00:22:43.439 --> 00:22:44.453
a banana

00:22:49.182 --> 00:22:52.455
a... a table โต๊ะนี้ a table

00:22:53.630 --> 00:23:00.600
คำเหล่านี้ E B C มันใช่สระในภาษาอังกฤษไหม ไม่ใช่

00:23:00.970 --> 00:23:11.500
แต่ถ้าเป็น an apple an avocado อย่างนี้

00:23:13.380 --> 00:23:23.120
มันขึ้นต้นด้วยตัว A นี่ แล้ว A นี่ มันมีคุณสมบัติแบบนี้ ตัว A ตัว E ตัว I ตัว O ตัว U

00:23:24.010 --> 00:23:30.260
มันเป็นสระในภาษาอังกฤษนี่ ถ้ามันขึ้นต้นด้วยคำเหล่านี้

00:23:30.750 --> 00:23:36.560
อีกคำหนึ่งก็ได้ an egg อย่างนี้เห็นไหม ถ้ามันขึ้นต้นด้วยสระแบบนี้

00:23:37.700 --> 00:23:45.620
You ใช้ a ไม่ได้นะ ถึงแม้มันจะมีอันเดียว แต่ You ต้องใช้ an แทน เข้าใจหรือยัง งงไหม

00:23:47.078 --> 00:23:51.418
แค่นั้นแหละไม่ได้มีอะไรเลย แต่เรื่องนี้เป็นเรื่อง Basic อย่างไรพวกเธอก็ต้องรู้

00:23:52.050 --> 00:23:57.580
คนอื่นงงไหมนี่ อันนี้ไม่ได้อยู่ในบทเรียนเรานะ แต่ว่าให้รู้ไว้เฉย ๆ

00:24:00.130 --> 00:24:07.860
ถ่ายรูปไว้ได้นะ ครูจะไปต่อ ถ่ายรูปไหม ถ่ายก็ได้ ไม่ได้ถ่ายก็ได้ไม่เป็นไร

00:24:34.410 --> 00:24:37.850
ต่อนะ ทีนี้เหมือนเดิมขอสรุปหน้านี้หน่อย

00:24:37.930 --> 00:24:45.920
หน้านี้ที่ครูเอารูปนี้ขึ้นมาให้ดูนี่ ครูอยากจะบอกว่าถ้าของมันมี 3 ชิ้น หรือมากกว่า 2 ชิ้นขึ้นไปนี่

00:24:46.470 --> 00:24:51.730
You ต้องใช้คำว่า "There are" มันแปลว่ามี

00:24:52.720 --> 00:24:59.980
มีอะไร มีของอยู่จำนวนเท่าไร แล้วก็ตามด้วยจำนวน ตามด้วยชื่อของสิ่งของนั้น ๆ

00:25:00.400 --> 00:25:04.390
เช่น อันนี้คำว่า "Shape" มันแปลว่ารูปร่าง

00:25:04.620 --> 00:25:10.670
มันมี 3 รูปร่าง ครูก็เลยพูดว่า There are 3 Shapes.

00:25:10.950 --> 00:25:17.250
แล้วคำว่า "Shape" ต้องเติม s เพราะมีมากกว่า 1 มี 2 มี 3 ขึ้นไปถูกไหม

00:25:17.520 --> 00:25:27.030
แต่ถ้ามันมีอันเดียวคำว่า "Shape" คือไม่มี s ไม่มี s นะ เพราะมันมีแค่อันเดียว

00:25:27.450 --> 00:25:35.170
แล้วครูก็ใช้คำว่า "There is" เพราะมันมีแค่ 1 อัน งงไหม

00:25:36.340 --> 00:25:42.190
ไปต่อได้หรือยัง โอเคไปต่อนะ โอเคไหม ต่อไหม

00:25:51.570 --> 00:25:59.090
รูปนี้บ้าง รูปนี้เราเรียกว่า "Form" ใช่ไหม นี่สิ่งนี้คือ Form ถูกไหม

00:25:59.760 --> 00:26:07.970
Form แปลว่ารูปทรง มันมีความลึก ความหนาถูกหรือเปล่า มันไม่ได้เป็นภาพ 2 มิติ

00:26:08.330 --> 00:26:16.200
มันเป็นภาพ 3 มิติถูกไหม 3 Dimension เป็นภาพ 3 มิติ

00:26:16.430 --> 00:26:26.980
ทีนี้พอเป็น 3 มิติ You ดูอันแรก มี 1 2 3 4 มีอยู่ 4 รูปทรง

00:26:27.560 --> 00:26:38.650
ครูเลยใช้คำว่า "There are" ตามด้วยจำนวน จำนวน 4 นี่ไง 1 2 3 4 4 อันใช่ไหม

00:26:38.980 --> 00:26:47.050
ทีนี้คำว่า "Form" ในเมื่อมันมีอยู่ 4 ชิ้น คำว่า "Forms" ของครูก็เลยต้องเติม s

00:26:47.400 --> 00:26:53.350
มันมีอยู่ 4 ชิ้น คำว่า "Forms" เติม s เข้าไป งงไหม

00:26:53.930 --> 00:27:04.800
แต่พออันนี้มีอยู่แค่ชิ้นเดียวเติม s ไหมมี s ไหม ไม่มี s ไม่มี s

00:27:05.100 --> 00:27:16.340
เพราะว่ามันมีอยู่แค่ 1 ชิ้น งงไหม อันนี้มีชิ้นเดียวไม่ต้องเติม s โอเคหรือเปล่า

00:27:16.880 --> 00:27:25.330
แล้วครูยังใช้คำว่า "There is" ด้วย งงไหม

00:27:26.660 --> 00:27:29.650
เดี๋ยวครูจะพาเขียนอยู่ เดี๋ยวค่อย ๆ ดูไปพร้อม ๆ กัน

00:27:48.710 --> 00:28:01.300
ถ้ามี 1 อัน มี 1 อันนี่ ใช้ There is

00:28:02.450 --> 00:28:14.930
1 อันใช้ There is ตามด้วยจำนวน... นี่จำนวน 1 อัน

00:28:15.820 --> 00:28:23.000
แล้วคำสั่งของมันคำว่า "Form" ตัวนี้เรียกว่า "Form"

00:28:27.880 --> 00:28:43.390
แล้วคำว่า "Form" มีอันเดียว ไม่ต้องเติม s งงไหม

00:28:50.250 --> 00:28:55.060
เดี๋ยวพาเขียน เดี๋ยวพาเขียนมีตัวอย่างให้ดูอยู่ มาดูตัวอย่างต่อไป

00:28:57.020 --> 00:29:07.560
เหมือนอันนี้ There are 5 Colors. มีอยู่ 5 สี มีอยู่ 5 สี

00:29:08.450 --> 00:29:14.210
ตัวนี้คำว่า "Color" ไอ้พวกนี้คือสีใช่ไหม

00:29:15.330 --> 00:29:22.270
สีมีความหมายว่า Color Color ใช่ไหม Color คือ สี

00:29:22.755 --> 00:29:40.405
อันนี้ Color อันนี้ก็ Color โอเคไหม แปลว่า สี Color ตัวนี้แปลว่าสี

00:29:40.960 --> 00:29:55.420
ทีนี้ในภาพฝั่งนี้ ฝั่งที่มีกล่องเหลือง ๆ นี่ นับสีว่ามีกี่แท่ง 1 2 3 4 5 มี 5 สี

00:29:57.540 --> 00:30:12.350
เพราะฉะนั้น ต้องใช้ There are เพราะว่ามีมากกว่า 1 อัน มี 5 อัน ใช้ There are

00:30:12.930 --> 00:30:25.410
ทีนี้ตามด้วยจำนวน จำนวนก็เขียนเลข 5 ลงไป 1 2 3 4 5 มี 5 อัน ก็เขียนเลข 5 ลงมา

00:30:26.550 --> 00:30:34.320
ตามด้วยคำว่า "สี" สีภาษาอังกฤษเราเรียกว่า "Color" ใช่ไหม Color

00:30:35.220 --> 00:30:42.570
แต่ทีนี้สีมันมีอยู่ 5 อัน ต้องเติม s งงไหม เติม s

00:30:43.220 --> 00:30:49.703
เลยได้เป็นคำว่า "There are 5 Colors." งงไหม งงไหม

00:30:51.115 --> 00:30:52.920
ไม่... เข้าใจ อันนี้คือเข้าใจใช่ไหม

00:30:57.280 --> 00:31:04.720
เข้าใจหรือไม่เข้าใจ อันนี้แปลว่าเข้าใจไหมคะ เข้าใจทำท่าไหน

00:31:05.950 --> 00:31:18.670
อันนี้คือเข้าใจ เข้าใจไหม เข้าใจ ไม่งง โอเค

00:31:19.010 --> 00:31:22.690
อย่างนั้นต่อมาดูภาพนี้บ้างครูใช้สีนี้นะ

00:31:23.060 --> 00:31:31.090
อันนี้ Color เท่ากับ 1 อันใช่ไหม มีแค่ 1 Color ใช่หรือเปล่า

00:31:31.600 --> 00:31:45.200
พอมี 1 Color ต้องใช้มี 1 สีใช้ There is 1 สีใช้ There is

00:31:45.850 --> 00:31:56.080
ต่อมาตามด้วยจำนวนมี 1 อัน There is 1 ตามด้วยคำว่า "สี" นี่สีนี่ 1 Color

00:31:57.590 --> 00:32:13.450
มี 1 อันไม่เติม s งงไหม เข้าใจหรือยัง ไปแล้วนะ โอเค ลองทำดู

00:32:18.270 --> 00:32:25.150
อันนี้เราเรียกว่า "Line" Line แปลว่าเส้นถูกไหม แปลว่าเส้น

00:32:26.630 --> 00:32:40.860
ภาพนี้มีอยู่ 2 เส้น 1 2 มี 2 เส้นใช้ There are เพราะว่ามี 2 อันนะ ใช้ There are

00:32:41.170 --> 00:32:51.860
จำนวน 1 2 There are 2 เส้น คือ คำว่า "lines" มี 2 อันเติม s เก่งมาก

00:32:53.520 --> 00:33:04.860
แต่อันนี้มีอันเดียวมีเส้นอยู่อันเดียว You ใช้ There is ตามด้วยจำนวนมีอันเดียวเขียน 1

00:33:06.610 --> 00:33:14.420
แล้วมีเส้นเดียว line ก็ไม่ต้องเติม s ง่ายไหมผ่านนะ

00:33:14.971 --> 00:33:23.700
ภาพต่อไปอันนี้ Texture Texture แปลว่าพื้นผิวใช่ไหม

00:33:24.175 --> 00:33:28.731
นี่ Texture พื้นผิวใช่หรือเปล่า เราจำท่าได้ไหมครูจำไม่ได้พื้นผิว

00:33:30.434 --> 00:33:36.462
ทีนี้ดูคำว่า "Texture" ตามนี้ไง พื้นผิวใช่ไหม ดูภาพอันนี้ มีพื้นผิวแบบ Soft

00:33:38.422 --> 00:33:52.472
Soft แปลว่านุ่ม มีพื้นผิวที่แบบนุ่ม ๆ นี่นุ่มอยู่ 1 พื้น แบบแข็งอีก 1 พื้นผิว แข็งอีก 1 พื้นผิว

00:33:52.730 --> 00:33:57.440
แสดงว่าตอนนี้มี 2 พื้นผิว เราต้องใช้ There are

00:33:59.980 --> 00:34:05.980
จำนวนเท่าไร จำนวน 2 ก็เขียน 2 ลงไป ตามด้วยคำว่า "Texture"

00:34:08.892 --> 00:34:15.672
แต่ Texture มี 2 Texture เก่งมาก 2 แบบ ก็เติม s ก็เติม s เข้าไป

00:34:16.020 --> 00:34:22.840
ถ้ามี... อันนี้ผิด อันนี้ เพราะว่าครูเติม s ให้ แต่จริง ๆ มันไม่ต้องเติม

00:34:27.840 --> 00:34:32.260
ต้องเป็นอย่างนี้ Texture อันนี้ไม่ต้องเติม s เพราะมีแค่อันเดียว

00:34:32.560 --> 00:34:36.580
ไม่มี s เข้าใจไหม ต่อนะ เดี๋ยวจะพาทำ

00:34:43.760 --> 00:34:48.340
เขาเลยบอกว่าความแตกต่างของ There is, There are

00:34:49.310 --> 00:35:00.800
There is บวกด้วยคำนามเอกพจน์ เอกพจน์ตัวนี้แปลว่ามีอันเดียว

00:35:07.290 --> 00:35:11.233
แต่ว่า There are บวกด้วยคำนามพหูพจน์

00:35:11.583 --> 00:35:18.100
พหูให้นึกถึงหูของเราน่ะ มีอยู่ 2 ข้าง มันก็เลยแปลว่ามี

00:35:22.480 --> 00:35:28.170
เพราะฉะนั้น ถ้าเมื่อไรก็ตามที่เราพูดถึงเอกพจน์

00:35:28.600 --> 00:35:34.150
แปลว่าถ้าเราเห็นของอยู่อันเดียวให้เราใช้ There is เสมอ

00:35:35.140 --> 00:35:44.210
แต่ถ้า You เห็นของ 2 อันขึ้นไป You ต้องใช้คำว่า "There are" งงไหม ต่อไปนะ

00:35:47.687 --> 00:35:55.777
เมื่อกี้ครูให้ดูโครงสร้าง... อันนี้ครูเอาตัวอย่างควบคู่กัน

00:35:57.780 --> 00:36:02.850
โครงสร้างประโยคบอกเล่า บอกเล่าแปลว่าพูดให้ฟัง บอกให้รู้

00:36:03.610 --> 00:36:07.233
ครูก็เขียนเป็นแบบนี้ที่เราเรียนกันเมื่อกี้ There is a line.

00:36:07.871 --> 00:36:14.478
มีเส้น 1 อัน There is a line.

00:36:16.030 --> 00:36:18.200
แปลว่ามีเส้นอยู่ 1 อัน

00:36:18.680 --> 00:36:27.670
ถ้ามีเส้นอยู่ 3 อัน ให้บอกว่า There are 3 lines. ง่ายไหม ไม่มีอะไรเลย

00:36:28.150 --> 00:36:32.250
แต่ว่าทีนี้มันมีตัวแดง ๆ อยู่นิดหนึ่งที่ครูเขียนให้ตรงนี้

00:36:36.170 --> 00:36:44.350
นี่เห็นไหม ตัวแดง ๆ ตัวนี้ความหมายเหมือนกันเลย

00:36:44.671 --> 00:36:52.260
ไอ้ตัวนี้ There's มีค่าเท่ากับ There is ตัวนี้

00:36:54.430 --> 00:37:03.460
ความหมายเหมือนกัน แต่มันเป็นตัวย่อเวลาเขาจะเขียนย่อ ๆ เขาจะเขียนแบบนี้นะ

00:37:03.740 --> 00:37:08.930
แต่ความหมายเหมือนกันเด๊ะ ๆ โอเค แค่ให้เขียนให้มันสั้นลงเฉย ๆ

00:37:09.590 --> 00:37:16.430
เขียนสั้นอย่างไร ก็นี่ไง เขียน There เหมือนเดิม There เขียนเหมือนเดิมเลย

00:37:17.580 --> 00:37:25.410
แต่เอาตัว i ขึ้นไปลอยฟ้าแบบนี้ แล้วก็แค่เอาตัว s ลงมาได้ตัวย่อแล้ว

00:37:26.090 --> 00:37:32.880
There is a line. เขียนแบบนี้ก็ได้

00:37:34.360 --> 00:37:46.450
หรือเราจะเขียนว่า There's a line. ก็ได้ ความหมายเหมือนกันเลย

00:37:54.670 --> 00:38:04.840
เห็นไหม ต่อมาฝั่งนี้ก็มีเหมือนกัน There is มีย่อ There are ก็มีย่อเหมือนกัน เห็นไหม

00:38:05.970 --> 00:38:16.260
ถ้ามันมีมากกว่า 1 อย่าง ถ้ามีมากกว่า 1 เราก็แค่ย่อ

00:38:20.220 --> 00:38:26.320
ย่ออย่างไร คำว่า "There are" ย่อได้เป็น There're แบบนี้

00:38:26.900 --> 00:38:35.030
ถ้าครูเขียนมันจะเป็นแบบนี้ There're 3 lines.

00:38:35.605 --> 00:38:54.375
เหมือนกับคำว่า "There are" a วิธีการ คือ ขึ้นไปข้างบน ตามด้วย re แล้วเขียน 3 lines

00:38:55.230 --> 00:38:57.330
ความหมายเหมือนกัน

00:39:05.690 --> 00:39:17.680
โอเค ครูแค่ย่อลงเฉย ๆ ให้มันเขียนง่ายขึ้นนั่นเอง งงไหม มีอีกนะ

00:39:25.380 --> 00:39:32.260
เมื่อกี้เราพูดถึงประโยคบอกเล่าไปแล้ว แล้วถ้ามันไม่มีล่ะ ถ้าเป็นประโยคปฏิเสธ

00:39:33.180 --> 00:39:39.830
ปฏิเสธแปลว่าไม่ เมื่อกี้มีเส้น ตอนนี้เป็นขีดฆ่าเส้นออกใช่ไหม

00:39:41.723 --> 00:39:44.260
ครูขีดฆ่า... ไม่มีเส้นแล้วนะ ทำอย่างไร

00:39:45.120 --> 00:39:49.380
เราแค่เติมคำนี้เข้าไป คำแดง ๆ นี่ คำว่า "not"

00:39:51.450 --> 00:40:06.400
ถ้าเป็นประโยคบอกเล่า บอกเล่าใช่ไหม มันจะเป็น There is หรือไม่ก็ There are

00:40:07.090 --> 00:40:09.680
บวกด้วยคำนามถูกหรือเปล่า

00:40:13.956 --> 00:40:19.506
แต่พอมันเป็นบอกเล่า เอ้ย พอมันเป็นปฏิเสธทำอย่างไร เอามาคำว่า "not" เข้ามา

00:40:23.220 --> 00:40:27.280
There is not แปลว่าไม่มี

00:40:27.780 --> 00:40:33.860
เช่น There is not a line. แปลว่าไม่มีเส้น

00:40:35.300 --> 00:40:38.580
There is not a line. แปลว่าไม่มีเส้นใช่ไหม

00:40:38.587 --> 00:40:43.697
พออันนี้มั้ง There are not lines ไม่มีเส้นเหมือนกัน

00:40:43.710 --> 00:40:48.180
แต่ไม่มีเส้นหลายอัน งงไหม งงหรือเปล่า

00:40:48.785 --> 00:40:59.010
ถ้าครูเขียนคำว่า... ถ้าครูลองเขียนคำว่า "ไม่มีรูปร่าง"

00:41:00.704 --> 00:41:18.583
ครูก็จะเขียนว่า There is not a shape. งงไหม แค่เอาคำว่า "not" เข้ามาแค่นั้นเอง

00:41:19.170 --> 00:41:35.780
ถ้าเกิดว่าไม่มีสี ครูก็จะบอกว่า There is not a color.

00:41:37.960 --> 00:41:52.090
แล้วถ้ามีครูเขียนอย่างไร ก็แค่เขียนแบบนี้ มีรูป...

00:41:59.000 --> 00:42:07.220
เขียนว่า There is a color. เห็นไหม

00:42:08.170 --> 00:42:13.180
คำไหนหายไป คำว่า "not" คำว่า "not" ไม่มีตรงนี้ถูกหรือเปล่า

00:42:15.050 --> 00:42:23.800
แสดงว่าถ้าอยากใช้คำว่า "ไม่" ก็แค่เติมคำว่า "not" ไม่...

00:42:25.882 --> 00:42:37.422
แต่ถ้าเป็นคำว่า "มี" ก็ไม่มีคำว่า "not" โอเค ไม่ใส่คำว่า "not" ไม่มีคำว่า "not"

00:42:39.700 --> 00:42:47.090
งงไหม ข้างหลังงงไหม นีโน่ โอ๊ต มิกซ์ ไม่งงนะ เดี๋ยวให้สอบแล้วทำไม่ได้นะ

00:42:48.132 --> 00:42:56.203
มิกซ์ไม่งงนะ อันนี้มีใครงงไหม คำถาม Question เข้าใจ โอเค

00:42:57.540 --> 00:43:03.600
ต่อมาเดี๋ยวเราลองทำ ลองทำดู ภาพแรกไปทีละคำ

00:43:08.220 --> 00:43:14.960
ภาพนี้ภาษาอังกฤษเราเรียกว่า "Shape" ใช่ไหม Shape ใช่หรือเปล่า

00:43:15.400 --> 00:43:19.456
ภาพภาพนี้ใช้อะไร There is หรือ There are

00:43:19.566 --> 00:43:22.900
(นักศึกษาชาย) There are (อาจารย์มันทนา) ภาณุตอบ There are

00:43:23.830 --> 00:43:30.120
(อาจารย์มันทนา) ใครว่าใช้ There is ยกมือขึ้น ใครว่าใช้ There is ยกมือขึ้น

00:43:31.890 --> 00:43:38.640
นี่ใครว่าภาพนี้ใช้ There is ยกมือขึ้น ใครว่าภาพนี้ใช้ There are ยกมือขึ้น

00:43:40.910 --> 00:43:50.290
เอาใหม่ เอาใหม่ เอาใหม่ ทุกคนงงอยู่ ใครว่าภาพนี้ใช้ There is ยกมือขึ้น

00:43:51.570 --> 00:44:02.740
ใครว่าภาพนี้ใช้ There are ยกมือขึ้น เก่งมากภาพนี้ใช้ There are

00:44:03.630 --> 00:44:12.590
แล้วมีกี่รูป 1 2 3 มี 3 รูปใช่ไหม เราก็เขียน 3 3 อะไร 3 shapes

00:44:14.590 --> 00:44:23.396
เติม s ไหม เติม s ไหม s หรือไม่ s เก่งมาก เติม s สิ เติม s ด้วยใช่ไหม

00:44:23.577 --> 00:44:30.690
มี 3 ภาพต้องเติม s เดี๋ยวเถอะเติมด้วย เติม s นะ เติม s

00:44:33.180 --> 00:44:38.040
ภาพถัดมา ประโยคถัดมา อันนี้ล่ะ

00:44:40.470 --> 00:44:50.870
There is ใครว่าใช้ There is ยกมือขึ้น โอเค There is ไหม

00:44:51.450 --> 00:44:55.190
ใครคิดว่าใช้ There are ยกมือขึ้น

00:44:57.052 --> 00:45:05.042
ใครใช้ There is ยกมือขึ้น ใครใช้ There are ยกมือขึ้น ใครใช้ There are ยกมือขึ้น

00:45:05.080 --> 00:45:09.990
ไม่มี เก่งมากใช้ There is

00:45:10.360 --> 00:45:19.860
มีเท่าไรรูป มีอะไรจำนวนเท่าไร มีเท่าไร อันเดียวเก่งมาก มี 1 1 อะไร 1 Shape

00:45:21.730 --> 00:45:27.233
เติม s ไหม ไม่ เก่งมากไม่เติม เติมไหม ไม่เติม s แค่นี้

00:45:27.369 --> 00:45:33.210
ง่ายไหม ง่ายหรือเปล่า ง่ายสุด ๆ เลยนะเรื่องนี้

00:45:33.520 --> 00:45:39.500
ถัดมาอีก ภาพนี้บ้าง

00:45:47.970 --> 00:45:53.940
ไม่มี Shape ใช่ไหม ครูเห็นภาพไง ว่าไม่มี Shape ไม่มีรูปร่าง

00:45:56.240 --> 00:46:05.880
แสดงว่าครูต้องใช้คำว่า "There are" หรือว่า "There are not"

00:46:06.350 --> 00:46:07.359
(นักศึกษาชาย) There are not

00:46:07.360 --> 00:46:12.290
(อาจารย์มันทนา) ใครว่าใช้ There are ยกมือขึ้น ใครว่าใช้ There are not ยกมือขึ้น

00:46:12.703 --> 00:46:20.841
เยี่ยมยอด ต้องใช้ There are นะ There are นะ There are not

00:46:29.630 --> 00:46:31.830
(ล่าม) แบตเตอรี่อาจารย์ขึ้นแบตต่ำ

00:46:44.220 --> 00:46:45.550
(อาจารย์มันทนา) ต้องใช้ There are not

00:46:45.577 --> 00:46:52.767
เพราะ not ตัวนี้แปลว่าไม่มี แปลว่าไม่มีใช่ไหม There are not

00:46:53.490 --> 00:46:57.480
จริง ๆ มันจะมีคำนี้ There are not 3 shapes.

00:46:58.170 --> 00:47:04.300
แต่ครูไม่ให้ตัวนี้มา เราแค่เติมคำว่า "There are not shapes." ก็พอครูเข้าใจ

00:47:07.200 --> 00:47:09.120
เข้าใจไหมข้อนี้ง่าย

00:47:18.580 --> 00:47:30.150
เราควรใช้ There are not หรือ There is not

00:47:31.780 --> 00:47:37.150
ใครว่าใช้ There are not ยกมือขึ้น ใครว่าใช้ There is not ยกมือขึ้น

00:47:37.540 --> 00:47:44.160
เก่งมากเยี่ยมยอด ต้องใช้ There is not a shape

00:47:45.710 --> 00:47:51.020
Shape เติม s ไหม ไม่เติม เก่งมาก ไม่มี s นะคะ

00:47:51.801 --> 00:47:56.731
ทำไมต้องใช้ is ก็มี 1 อัน ใช้ is มีแค่อันเดียว

00:47:57.680 --> 00:48:06.210
ใช้ not เพราะว่ามันไม่มี เห็นไหม เข้าใจหรือยัง เข้าใจไหม เข้าใจนะ โอเค

00:48:11.770 --> 00:48:14.640
อันนี้หรือยัง อันนี้ก็ง่าย ๆ เดี๋ยวเขียนไปเลยแล้วกัน

00:48:15.210 --> 00:48:25.940
มี 4 อัน 2 3 4 ใช้ There are 4 อันเขียน 4 There are 4 forms.

00:48:28.320 --> 00:48:32.300
There... There are 4 forms เติม s ด้วย

00:48:33.220 --> 00:48:41.680
อันนี้มีอยู่อันเดียว There is 1 form

00:48:44.364 --> 00:48:55.344
หรือที่มิกซ์ถามครูเมื่อกี้ ครูจะใช้คำว่า "There is a form" ก็ได้

00:48:56.560 --> 00:49:02.500
เพราะว่า a มีค่าเท่ากับ 1 นี่เท่ากับ 1

00:49:03.760 --> 00:49:13.120
ใช้อันไหนก็ได้ เลือกใช้เลยถูกทั้ง 2 อัน โอเค ผ่านนะ

00:49:21.370 --> 00:49:27.960
ทีนี้อย่างที่ครูบอกว่าจริง ๆ มันมีการบ้าน ทำไปแล้ว ทำไปแล้ว มีบางคนทำไปแล้ว

00:49:28.130 --> 00:49:35.530
แต่บางคนทำผิด มีคนสรุปมาให้ครูผิดน่ะ อย่างไรเดี๋ยวครูจะอธิบายอีกทีหนึ่ง

00:49:35.720 --> 00:49:46.660
คือ ครั้งที่แล้วน่ะ ครูสั่งให้ทำงานสรุป s, es ใช่หรือเปล่า ครั้งที่แล้วการบ้าน

00:49:55.380 --> 00:49:58.310
ทำมาแล้วทำได้ดีมากนะ

00:50:00.450 --> 00:50:10.550
แต่ว่ามีคนส่งผิด ที่ครูบอกต้นคาบว่ามีคนส่งผิด คือ เธอไปสรุปสิ่งที่เธอเรียนวันนี้มาให้ครู

00:50:12.067 --> 00:50:21.907
ซึ่งครูไม่ได้ต้องการอันนี้ตอนนั้น ครูต้องการการเติม s, es ครูก็เลยให้คะแนนตัวนั้นยังไม่ได้

00:50:23.150 --> 00:50:25.940
เอาเป็นว่าจริง ๆ เธอต้องส่งมาให้ครูน่ะ 2 งาน

00:50:26.640 --> 00:50:29.920
คือ สรุปการเติม s, es เป็นงานที่ 1

00:50:34.505 --> 00:50:51.645
แล้วก็สรุปการใช้ There is, There are อันนี้งานที่ 2 ใช่ไหม

00:50:52.680 --> 00:50:59.280
แต่ทีนี้พวกเธอน่ะ มีบางคนที่สรุปอันนี้มาแล้ว แต่ไม่ได้ทำอันนี้

00:51:00.420 --> 00:51:03.600
สรุป There is, There are มาแล้วน่ะ แต่ไม่ได้ทำ s, es นี่

00:51:05.880 --> 00:51:10.480
มันเลยให้เกรดอันนั้นน่ะไม่ได้ ก็เลยต้องให้กับไปทำ

00:51:11.650 --> 00:51:14.150
ส่วนคนที่ทำ s, es แล้วน่ะ

00:51:14.180 --> 00:51:28.980
ต้องทำ There is, There are ให้ครูวันนี้ งงไหม เขาจะงงไหมคะ งงหรือเปล่า

00:51:31.510 --> 00:51:36.360
ซึ่งคนที่ต้องทำ... อย่างนั้นการบ้านที่ต้องทำในวันนี้นะ

00:51:36.380 --> 00:51:56.640
การบ้านไปสรุปการใช้ There is, There are จากใน...

00:52:07.360 --> 00:52:12.640
วันนี้... อันนี้ครูเช็กให้ เอาอย่างนี้แล้วกันค่ะ ไปเป็นไรไม่ต้องทำแล้วเดี๋ยวจะสับสน

00:52:13.580 --> 00:52:16.880
เอาเป็นว่าครูยกผลประโยคให้ไม่ต้องทำแล้ว

00:52:17.972 --> 00:52:22.164
คนที่ส่งครูก็ให้ทำ คนที่ยังไม่ทำก็ถือว่าทำ...

00:52:22.196 --> 00:52:25.600
เพราะว่ามันแค่คนละงาน แต่ตัวพวกเธอทุกน่ะ คนทำมาครบ

00:52:25.920 --> 00:52:30.290
เพราะฉะนั้น ไม่ต้องทำมาแล้วโอเคไหม เดี๋ยวมันสับสนไม่ต้องทำก็ได้

00:52:31.820 --> 00:52:39.010
ครูให้ได้ครบทุกคนคนที่ส่งมา พวกเธอส่งครบอยู่แล้ว ครูให้ทั้งหมดได้คะแนนเต็มทุกคนอยู่แล้วนะ

00:52:39.700 --> 00:52:46.220
ทำผิดก็ไม่เป็นไร เพราะมันก็เป็นใบความรู้อยู่ดีนะ ยกยอดไม่ต้องทำ

00:52:46.800 --> 00:52:53.800
แต่วันนี้มีงานอยู่ ทำงานนี้แทนแล้วกันนะ ไม่ยากเดี๋ยวครูพาทำเลย จะทำไปพร้อม ๆ กัน

00:52:58.230 --> 00:53:04.910
เป็นใบงานอันนี้ เดี๋ยวแจกก่อน แจกให้เพื่อน เอาให้ครบนะ

00:53:07.320 --> 00:53:10.020
เอางานใบนี้เป็นคะแนนเลยก็ได้ไม่เป็นไร

00:53:45.055 --> 00:53:50.870
ทำไม่ไม่ครบน่ะ พรินต์มาถึงหน้า line เลยเหรอ ทำไมมันไม่ครบ

00:53:50.900 --> 00:53:52.850
(นักศึกษาชาย) อย่างนั้นครูใบ้ให้นิดเดียวครับ

00:53:53.621 --> 00:53:55.200
(อาจารย์มันทนา) ครูว่าพรินต์มาถึงหน้า line

00:53:57.440 --> 00:54:02.580
มีใครซ้ำหรือเปล่า มีใครได้เกินไปหรือเปล่า ไม่ได้ จะไม่ทำไม่ได้

00:54:06.860 --> 00:54:14.220
ไหนใครยังไม่ได้ มีกี่คน อนุโลมให้เขียนใส่กระดาษเอา

00:54:15.838 --> 00:54:20.080
มันก็แค่เขียนเฉย ๆ แค่ไม่มีรูปเฉย ๆ ไม่เป็นไรให้คะแนนอยู่

00:54:20.081 --> 00:54:21.567
(นักศึกษาชาย) ใส่กระดาษแล้วครูเก็บใส่สมุดไม่ครบ

00:54:21.866 --> 00:54:23.453
(อาจารย์มันทนา) บ่ ๆ นั่นแหละ เพิ่นสิเก็บ

00:54:23.840 --> 00:54:25.330
(นักศึกษาชาย) โอ้โห สมุดดีกว่า

00:54:25.331 --> 00:54:31.251
(อาจารย์มันทนา) บ่ บ่รู้ อะไร เขียนแบบข้อ 1... ไม่ต้องวาดนะ

00:54:32.570 --> 00:54:35.730
เขียนชื่อด้วย เขียนชื่อด้วย เดี๋ยวพาทำ เดี๋ยวพาทำ

00:54:37.850 --> 00:54:40.320
ทุกคนอยู่ในความสงบนะคะ ตั้งสตินะคะลูก

00:54:41.330 --> 00:54:48.560
เขาบอกว่า Fill in the blank with the correct answer. เติมคำในช่องว่างถูกต้อง

00:54:48.850 --> 00:54:53.670
ทีนี้ข้อที่ 1 เราก็มาดูรูป เอารูปก่อนก็ได้

00:54:54.232 --> 00:55:03.122
ครูขอเริ่มที่อันนี้ก่อนแล้วกัน รูปกระดาษสี ๆ นี่ มันคือ color ใช่ไหม color

00:55:03.970 --> 00:55:13.620
มีกี่อันนับให้หน่อยมีเท่าไรอัน 1 2 3 4 5 6 7 แล้วก็ 8 มี 8

00:55:14.010 --> 00:55:19.010
ใช้อันนี้ 8 ใช่ไหม 8 น่ะ มี 8 อัน

00:55:19.140 --> 00:55:25.830
ใช้ There is หรือ There are ใช้อันไหน There is ไหมหรือว่าใช้ There are

00:55:27.230 --> 00:55:37.160
เราต้องเขียน There are 8 colors.

00:55:39.680 --> 00:55:44.620
เติม s ไหม มี s ไหม มี There are 8 colors.

00:55:44.640 --> 00:55:49.247
8 colors เขียนลงไปเลย เขียนลงไปเลย There are 8 colors.

00:55:55.208 --> 00:56:00.030
There are 8 colors. เดี๋ยวคาบหน้าครูพรินต์มาให้ เอา 3 ใบงานเลยไหม

00:56:15.210 --> 00:56:18.660
ครูเติมว่า Texture ไว้ให้ไง เพราะครูไม่ใช่คำว่า "There isn't"

00:56:24.960 --> 00:56:28.680
เขียนผิดใช่ไหม ลบออก มีลิควิดไหม

00:57:53.910 --> 00:58:04.510
ขอภาพนี้บ้าง ภาพนี้ภาษาอังกฤษเรียกว่าอะไรนะ line line เติม s ไหม

00:58:05.920 --> 00:58:10.730
s ไหม s หรือว่าไม่มี s เติม lines ใช่ไหม

00:58:10.970 --> 00:58:16.400
เราก็ใช้ There... There is หรือ There are There is ไหม There are

00:58:17.020 --> 00:58:26.429
There are จำนวนเท่าไร 3 lines

00:58:28.720 --> 00:58:38.470
อย่าลืมต้องมีจุดด้วยท้ายประโยคมีจุดด้วย โอ๊ตตาไม่ดีเหรอ

00:58:39.564 --> 00:58:41.503
(อาจารย์มันทนา) มองไม่เห็นเหรอ (นักศึกษาชาย) ไม่ได้ตัดแว่นเฉย ๆ ครับครู

00:58:41.533 --> 00:58:42.543
(อาจารย์มันทนา) ขยับมาข้างหน้า

00:59:15.750 --> 00:59:17.167
ขอภาพนี้บ้าง

00:59:23.640 --> 00:59:28.460
2 เขาเรียกว่าอะไร Shapes Shapes

00:59:43.800 --> 00:59:53.419
There are 4 shapes เขียนลงไปเลย There are 4 shapes.

01:00:01.634 --> 01:00:03.084
There are 4 shapes.

01:00:53.960 --> 01:01:12.700
คำว่า "from" มีอยู่ 2 อันก็ There are 2 forms.

01:01:56.050 --> 01:01:59.266
โอ๊ตอย่าลืมเขียนชื่อ เขียนชื่อด้วย ชื่อ

01:02:05.080 --> 01:02:07.440
เดี๋ยวก็ปล่อยแล้ว หรืออยากเรียนเพิ่ม

01:02:07.587 --> 01:02:08.634
(นักศึกษาชาย) ไม่เรียนแล้วครู

01:02:08.990 --> 01:02:12.040
(อาจารย์มันทนา) โอ๊ตทำไมไม่อยากเรียนกับครู

01:02:24.950 --> 01:02:29.820
ภาพสุดท้ายในกระดาษของเราน่ะ ครูเขียนคำว่า "Texture" ให้ใช่ไหม

01:02:30.310 --> 01:02:41.490
Texture คำนี้แปลว่าอะไรจำได้ไหม Texture พื้น... พื้นผิว มันคือพื้นผิวใช่หรือเปล่า

01:02:43.020 --> 01:02:47.660
มันมี Hard มี Soft นั่นนะ ที่เขาภาพอยู่นั่นนะใช่ไหม

01:02:49.370 --> 01:02:56.900
ถ้าเกิด Texture ดูสิ ในรูปนี้มันมีอันไหนเป็น Texture ไหม มันมีอันไหนเป็นพื้นผิวให้เราดูบ้าง

01:02:57.590 --> 01:03:09.100
มีรูปพื้นผิวไหม มีหรือเปล่า ลองมองดูสิ นี่มีพื้นผิวไหม มีอันนี้ไหม ไหน

01:03:11.082 --> 01:03:22.782
พื้นผิว มีขรุขระ มีแข็งมีอะไรไหม มี... ไหม ไม่มี ไม่มี ครูไม่ได้ใส่ลงไปเลยใช่ไหม

01:03:23.180 --> 01:03:25.600
ถ้าไม่มี There is, There are ได้ไหม

01:03:26.972 --> 01:03:35.012
ใช้ไม่ได้ นี่ไม่ได้ อันนี้ก็ไม่ได้ มันก็จะเหลือแค่คำว่า "There isn't" ที่แปลว่าไม่มีใช่ไหม

01:03:35.450 --> 01:03:45.300
ตัวนี้มันเป็นตัวย่อของคำว่า "There is not" ถูกไหม

01:03:46.062 --> 01:03:52.687
มันเป็นตัวย่อของคำว่า "There is not"

01:03:53.040 --> 01:04:01.070
เพราะฉะนั้น ถ้าไม่มีเราก็แค่เขียนว่า There isn't

01:04:13.024 --> 01:04:32.074
There is a texture. เราก็เขียนช่องนี้

01:04:36.310 --> 01:04:45.270
There is a texture. แปลว่าไม่มีพื้นผิว ไม่มีรูปร่างรูปทรง ไม่...

01:04:48.240 --> 01:04:51.170
หมดแล้วใครเสร็จแล้วก็เอามาส่งได้

01:05:03.450 --> 01:05:07.110
วางไว้เลย วางไว้เลย ปล่อยเลยบ่

01:05:12.320 --> 01:05:13.770
มาส่งนะ เอามาส่งนะ

01:06:05.329 --> 01:06:08.470
ครบแล้ว...

01:06:31.160 --> 01:06:35.290
ทำไมไม่เขียนชื่อ อ๋อ เขียนแล้ว โอเคขอบคุณพี่เขาก่อน

01:06:46.270 --> 01:06:48.050
พี่วางสายได้เลยใช่ไหมเอ่ย

01:06:53.810 --> 01:06:56.630
(นักศึกษาชาย) ครูก็กางของครูออกก่อน (อาจารย์มันทนา) อย่างไรต่อน่ะ

01:06:57.142 --> 01:06:57.892
(นักศึกษาชาย) เอาแล้วครูก็...

01:06:58.220 --> 01:07:04.090
(อาจารย์มันทนา) อ๋อ นี่ไง Stop Sharing ต้องมีอย่างไรต่อนะ

01:07:05.850 --> 01:07:07.340
(นักศึกษาชาย) ครูเปิดหน้าเต็มของมันก่อนสิครู

01:07:11.542 --> 01:07:14.152
ไม่ใช่มันต้องออกจากระบบก่อน

01:07:16.560 --> 01:07:17.970
(อาจารย์มันทนา) นี่ โอเค บ๊ายบาย