﻿WEBVTT

00:00:23.873 --> 00:00:25.334
(อาจารย์สุรีย์พัชร) สวัสดีค่ะ

00:00:35.952 --> 00:00:40.744
อาจารย์แก่แล้วน่าจะไม่... หนูก็แก่หนูใส่แว่น

00:00:49.792 --> 00:00:54.721
ลืมส่งไฟล์ให้หนูเมื่อครั้งที่แล้ว

00:00:56.167 --> 00:00:58.167
ใช่ เมื่อครั้งที่แล้วนะ

00:00:58.209 --> 00:01:02.999
อาจารย์ยังไม่ได้ลงคะแนนให้ แต่เว้นช่องว่างเอาไว้

00:01:03.834 --> 00:01:08.999
ไม่ได้เช็กชื่อนะคะ ไม่ได้เช็กชื่อ แต่จะเช็กคำถาม

00:01:10.292 --> 00:01:12.683
คือ อันว่ามีคำถามหนูตอบ

00:01:12.915 --> 00:01:16.292
ก็มันก็จะไม่ใช่เป็นการมาลูก มันจะเป็นคะแนนทันที

00:01:16.709 --> 00:01:20.209
อาจารย์ไม่คิดการมานะคะ การมานักศึกษาต้องมาอยู่แล้วนะ

00:01:20.459 --> 00:01:24.904
แต่ว่าการตอบคำถามลูก ตอบตรงประเด็นคะแนนครบ

00:01:24.999 --> 00:01:29.709
ตอบไม่ตรงประเด็น ไล่ตอบจนครบประเด็นคะแนนถึงจะครบนะคะ

00:01:30.999 --> 00:01:33.999
เมาส์ หาเมาส์ไม่เจอ

00:01:43.709 --> 00:01:44.912
อิจฉาอยากได้

00:01:45.851 --> 00:01:47.999
อยากได้ภาษามือ

00:01:54.118 --> 00:01:58.081
นะคะ ขอเข้าอีเมลแป๊บนะลูกนะ ขอเข้าอีเมลแป๊บหนึ่ง

00:02:00.575 --> 00:02:01.709
สงสัยจะไม่ได้ออก

00:02:03.702 --> 00:02:07.535
นั่นไงเพียบเลย

00:02:08.626 --> 00:02:11.959
ขออีกแป๊บหนึ่งนะคะ ขอลบ... อย่างนั้นอีเมลไม่เข้า

00:02:11.999 --> 00:02:14.262
นี่นะคะ อันนี้คือสารสนเทศอันหนึ่ง

00:02:14.292 --> 00:02:19.965
ถ้าเราไปแจ้งกับองค์กรใด หรือว่าหนูใช้ในเรื่องของการสมัคร

00:02:20.083 --> 00:02:24.125
ฝั่งของอาจารย์เข้าในของ UNIQ เขาก็จะส่งข้อมูลมา

00:02:24.125 --> 00:02:28.999
พอส่งข้อมูลมาเยอะ ทำไมเพื่อนส่งเมลแล้วทำไมเราไม่ได้รับ

00:02:29.500 --> 00:02:34.250
นี่ส่วนหนึ่งเลยค่ะ ไล่ลบเลยค่ะ

00:02:34.999 --> 00:02:41.999
แต่ถ้าหนูมั่นใจว่าว่าเราไม่มีอะไรสำคัญ หนูคลิกได้ทั้งหมดได้เลยนะคะ

00:02:44.918 --> 00:02:48.999
อาจารย์เป็นบุคคลที่อีเมลเยอะลูก อีเมลเยอะมากตอนนี้

00:02:51.458 --> 00:02:57.208
ไดรฟ์ หายไปไหนแล้วล่ะ

00:03:01.893 --> 00:03:04.833
อีกรอบหนึ่งจะยกคีย์บอร์ดกับเมาส์ขึ้นข้างบน

00:03:07.751 --> 00:03:12.999
เชิญครับ อาจารย์แอนโม้แล้วแหกค่ายลูก

00:03:47.751 --> 00:03:48.774
ก่อนเข้าเรื่อง

00:03:51.486 --> 00:03:57.709
อันนี้จะสอบถามนะ อาจารย์มั่นใจว่าว่าเด็กทุกคนต้องรู้กลุ่มสี

00:03:58.999 --> 00:04:03.459
จะถามว่ากลุ่มสีเย็นมีสีอะไรบ้าง

00:04:05.292 --> 00:04:09.781
กลุ่มสีเย็น ถามเลยว่าสีแดงสีเย็นไหมลูก สีแดง

00:04:11.228 --> 00:04:12.255
เพราะ...

00:04:15.577 --> 00:04:16.335
มันร้อนแรง

00:04:18.792 --> 00:04:19.993
แล้วถ้าสีเขียวล่ะ

00:04:22.838 --> 00:04:26.459
ใครตอบได้หนูยกมือเลยนะคะ ยกมือได้เลยลูก ยกมือได้เลย

00:04:32.709 --> 00:04:35.664
เขียว หนูต้องบัญญัติด้วยว่าเขียวแบบไหนคะลูก

00:04:35.688 --> 00:04:40.250
ถึงว่า... เขียวอ่อนจะทำให้รู้สึกเย็น

00:04:40.292 --> 00:04:44.584
แสดงว่าถ้าคนไข้ที่เขามีความเครียด

00:04:44.999 --> 00:04:48.532
แล้วเขามีผ้าม่านสีเขียวอ่อน ๆ

00:04:48.556 --> 00:04:54.626
จะทำให้สติของเขาจะรวบรวมได้ คือ เหมือนตั้งสติได้ใช่หรือไม่

00:04:54.999 --> 00:04:56.689
ความหมายของหนูลูกใช่ไหม

00:04:59.561 --> 00:05:00.334
โอเค

00:05:02.375 --> 00:05:06.455
หนูเลขที่เท่าไรลูก ขอ 2 ตัวท้ายลูก

00:05:10.686 --> 00:05:12.125
16 ค่ะ

00:05:19.105 --> 00:05:25.209
207 ก็ว่าอนงค์นาฏนะ 2 แต้มนะคะ

00:05:28.160 --> 00:05:38.459
คราวนี้อาจารย์ถามกลุ่มร้อนบ้าง กลุ่มร้อนมีโทนสีอะไรบ้างลูก กลุ่มร้อน

00:05:39.050 --> 00:05:39.960
ว่าอย่างไรลูก

00:05:41.485 --> 00:05:43.000
สีแดงครับ เพราะ...

00:05:52.607 --> 00:05:56.626
สีแดง... อีกสีหนึ่งลูก ขออีกสี ขออีกสีสิลูก

00:06:01.910 --> 00:06:07.999
สีส้ม แสดงว่าหนูนึกถึงพระอาทิตย์ใช่ไหม นึกถึงพระอาทิตย์

00:06:08.826 --> 00:06:10.021
โอเค เลขที่ลูก

00:06:11.890 --> 00:06:12.984
2 ตัวท้าย

00:06:16.284 --> 00:06:20.088
204 น้องบาส 2 แต้มนะคะ

00:06:22.227 --> 00:06:24.459
เพราะว่าอาจารย์ถาม 2 คำถามนะคะ

00:06:27.125 --> 00:06:28.625
อยู่ในคำถามนั่นแหละลูก

00:06:29.143 --> 00:06:34.084
กลุ่มร้อน เมื่อเขาตอบสีแดง สีส้ม หนูมองว่ามีสีอะไรอีกคะ

00:06:42.610 --> 00:06:45.413
ที่เป็นกลุ่มร้อนน่ะลูก หนูเห็นแล้วจะร้อนเลยน่ะค่ะ

00:06:51.322 --> 00:06:52.292
แดงแล้วลูก

00:07:01.999 --> 00:07:05.999
ถ้าเจอในสไลด์ สีเหลือง เหลืองอย่างไรลูก

00:07:11.999 --> 00:07:13.421
เลือกเหลืองเข้ม

00:07:13.644 --> 00:07:17.999
ถ้ามีเหลืองเข้มก็แสดงว่าถ้าหนูลองหันไปมองสันหนังสือลูก

00:07:18.292 --> 00:07:21.521
หนูหันไปมองสันหนังสือเหลืองเข้มไหมคะ

00:07:23.664 --> 00:07:25.000
เข้มหรือปานกลางลูก

00:07:28.167 --> 00:07:29.521
ปานกลางน้อย

00:07:34.769 --> 00:07:37.918
อ่อน แสดงว่าหนูมองแล้วร้อนไหมคะ

00:07:38.284 --> 00:07:42.680
ถ้าหนูอารมณ์ร้อนวิ่งเข้ามานี่หนูเห็นสีเหลือง หนูจะรู้สึกร้อนไหม

00:07:45.810 --> 00:07:46.999
รู้สึกว่าร้อน

00:07:48.500 --> 00:07:53.306
อย่างนั้นแสดงว่าคณะวิทย์ถ้าตอนเที่ยงห้ามไปอยู่กับใครนะคะ

00:07:53.330 --> 00:07:57.709
เพราะว่าเขาใส่เหลืองใช่ไหม

00:07:58.083 --> 00:08:02.262
ยังมีอีกค่ะ เพราะว่าเพื่อนตอบสีแดง

00:08:02.727 --> 00:08:06.417
แต่สีแดงน่ะ เขามีสีแดงตั้งกี่เฉดสี

00:08:07.876 --> 00:08:08.884
1 สี

00:08:09.550 --> 00:08:11.143
หนูเป็นนักไอทีอยู่แล้วใช่ไหมลูก

00:08:11.168 --> 00:08:15.835
1 สีนี่เราสามารถแตกได้ 0 จนถึง 255

00:08:15.959 --> 00:08:18.292
นั่นแสดงว่ามี 256 สี

00:08:19.500 --> 00:08:25.083
หนูจะตอบได้ว่าส้มเข้ม ส้มบาง ส๊มส้ม

00:08:26.725 --> 00:08:28.999
อาจารย์ก็เข้าใจได้ค่ะ คำว่า "ส๊มส้ม"

00:08:28.999 --> 00:08:31.329
ก็แสดงว่าส้มแบบสุด ๆ น่ะ

00:08:31.353 --> 00:08:35.959
เหมือนพระอาทิตย์กำลังจะตกลงมาอย่างนี้ลูก มองแล้วรู้สึกร้อน

00:08:36.250 --> 00:08:40.255
แต่ถ้าสีเย็นอาจารย์ไม่เข้าใจว่าทำไมหนูไม่เห็นสีฟ้า

00:08:42.223 --> 00:08:47.375
ฟ้าอ่อน ๆ สีม่วงพาสเทล

00:08:47.709 --> 00:08:51.876
พอดีอาจารย์เป็นเขาเรียกว่า "ไมเกรน" นะ ไมเกรนเขาจะใช้สีดำ

00:08:52.292 --> 00:08:55.375
เพื่อที่ปิดแสงทั้งหมดไม่ให้เราเห็นสี

00:08:55.527 --> 00:09:00.807
น้ำที่ดื่ม คนที่ดื่มน้ำไม่ได้ส่วนใหญ่เขาจะนำเอาสีเข้ามาผสม

00:09:00.831 --> 00:09:02.999
เพื่อให้เกิดความอยากดื่ม

00:09:02.999 --> 00:09:06.518
เช่น ยาพาราเซตามอลใช่ไหม

00:09:06.542 --> 00:09:08.918
ยาพาราเซตามอลของเด็กน้อย

00:09:08.985 --> 00:09:13.596
เขาจะใส่สี สีชมพูรสสตรอว์เบอร์รี รสส้ม

00:09:14.375 --> 00:09:15.985
มีอยู่แค่นี้ใช่ไหมลูก

00:09:16.375 --> 00:09:19.223
คราวนี้... คราวนี้หนูมาดูในสไลด์นะคะลูก

00:09:19.247 --> 00:09:20.788
มาเข้าดูในสไลด์กัน

00:09:23.326 --> 00:09:24.999
เห็นในสไลด์อยู่ใช่ไหมคะ

00:09:30.459 --> 00:09:31.959
ลูกเห็นในสไลด์อยู่นะ

00:09:39.999 --> 00:09:41.790
น่าจะมีกระจกทางนู้นนะ

00:09:44.329 --> 00:09:46.125
อาจารย์แอนก็หันคอจะหัก

00:09:47.999 --> 00:09:49.770
อันนี้อาจารย์ข้าม Week นะคะ

00:09:49.795 --> 00:09:54.999
เพราะบาง Week มองว่ามันซ้ำซ้อนแล้วเราพูดไปแล้ว

00:09:55.250 --> 00:09:58.821
หนูสังเกตไหมคะ ว่าพื้นของสไลด์ของอาจารย์แอน

00:09:59.746 --> 00:10:06.356
จะเห็นเป็น 01 01 01 นั่นคือเลขดิจิทัลนะคะ

00:10:06.380 --> 00:10:10.459
นั่นคือเลขดิจิทัลที่น้องบาสนะ ถ้าจำไม่ผิดนะคะ

00:10:10.638 --> 00:10:14.999
น้องบาสเป็นคนบอกว่าถ้าหากว่าเป็น 0 ก็เหมือนเป็นการปิด

00:10:15.541 --> 00:10:17.578
ถ้าเป็น 1 ก็เหมือนเป็นการเปิด

00:10:18.390 --> 00:10:20.999
เหมือนเปิดระบบกับปิดระบบนะคะ

00:10:21.334 --> 00:10:24.417
ก็เลยสื่อให้เห็นว่ามันคือ Interaction Styles

00:10:24.459 --> 00:10:28.167
คือ เป็นสไตล์ในการติดต่อว่าเราจะต้องติดต่ออย่างไร

00:10:29.375 --> 00:10:31.769
Command line ใครจำได้ไหมคะ

00:10:31.793 --> 00:10:35.250
คำสั่งที่อาจารย์เคยให้ทำเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

00:10:36.000 --> 00:10:40.542
อาจารย์ขอให้ไล่ตอบเลยได้ไหม ตามโต๊ะนะคะ

00:10:40.852 --> 00:10:42.508
อาจารย์จดให้แล้วด้วย

00:10:43.853 --> 00:10:50.466
จดให้แล้ว เขียนให้แล้วในโน้ตนะ

00:10:50.571 --> 00:10:54.375
เขียนให้แล้วในโน้ต มีเด็กบางคนถ่ายรูป แต่บางคนไม่ได้ถ่าย

00:10:54.999 --> 00:10:58.334
Command line จำได้ไหมคะ ที่เป็นหน้าจอดำ ๆ

00:10:58.834 --> 00:11:03.417
อาจารย์จะถามตามหมายเลขโต๊ะนะคะ ไม่มองตามชื่อ

00:11:04.292 --> 00:11:05.921
มองไม่เห็นโต๊ะเหมือนกัน

00:11:07.216 --> 00:11:11.042
อาจารย์ขอเบอร์ 8 ลูก เบอร์ 8 ค่ะ

00:11:12.334 --> 00:11:14.655
ถ้าเรา... ครับผม

00:11:15.074 --> 00:11:19.999
ถ้าเราจะดูข้อมูลในห้องหรือใน Director

00:11:20.042 --> 00:11:23.790
เราจะใช้คำสั่งอะไรคะ ให้กับระบบรู้

00:11:27.216 --> 00:11:30.168
มี 3 ตัวลูก มี 3 ตัวตอบมาเลย

00:11:31.000 --> 00:11:33.127
ดึงกล้องขึ้นเลยลูก ดึงกล้องขึ้นเลยค่ะลูก

00:11:38.173 --> 00:11:40.555
มี 3 ตัวค่ะ มี 3 ตัว

00:11:42.656 --> 00:11:46.012
มีตัวอะไรบ้างคะ ถ้าเราจะขอดู

00:11:46.167 --> 00:11:51.999
อาจารย์อยากรู้ว่าในห้องห้องนี้มีไฟล์อะไรบ้าง เราต้องใช้คำสั่งอะไร

00:11:54.542 --> 00:11:57.000
เจ้าเบอร์ 9 เพิ่งจะมากลัวจะตอบไม่ได้

00:11:57.118 --> 00:11:58.787
เดี๋ยวเอาคำถามง่าย ๆ หน่อย

00:11:59.313 --> 00:12:01.035
ครั้งที่แล้วหนูมาตอนเสร็จพอดี

00:12:02.918 --> 00:12:05.876
จำได้ไหมคะ จำได้ไหมเบอร์ 8 หนูคุ้นไหมคะ

00:12:06.459 --> 00:12:10.721
มี 3 ตัวค่ะ พยัญชนะมี 3 ตัวขึ้นต้นด้วยตัว D Dog

00:12:12.463 --> 00:12:13.792
ขึ้นต้นด้วย D Dog

00:12:17.417 --> 00:12:21.292
ขึ้นต้นด้วย D Dog ลูก D Dog D แล้วอะไรคะ

00:12:34.999 --> 00:12:38.626
ขึ้นต้นด้วย... แล้วตามด้วยตัวอะไรคะ อีก 2 ตัวอีก 2 ตัวลูก 2 ตัว

00:12:41.762 --> 00:12:43.918
D แล้วอะไรคะ D แล้วอะไร

00:12:52.876 --> 00:12:54.542
คุ้นไหมคะ คุ้นไหม

00:12:56.999 --> 00:13:00.119
D แล้วก็นี่ ๆ ตัวเราอะไร

00:13:01.811 --> 00:13:03.930
ตัวเราภาษาอังกฤษว่าอะไรลูก ตัวเรา

00:13:05.334 --> 00:13:07.292
ตัวเราภาษาอังกฤษว่าอะไรคะ ตัวเรา

00:13:14.959 --> 00:13:17.667
ตัวเราลูก ภาษาอังกฤษว่าอะไรลูก ตัวเรา ตัวเรา

00:13:22.167 --> 00:13:24.999
เช่น อาจารย์จะบอกว่าหนูมาเรียนน่ะลูก

00:13:27.292 --> 00:13:33.167
หนูมาเรียน ฉันกำลังกินข้าว หนูจะใช้คำว่าอะไรลูก

00:13:40.876 --> 00:13:44.209
[เสียงหัวเราะ]

00:13:44.792 --> 00:13:45.905
(อาจารย์สุรีย์พัชร) ฉันกำลังกินข้าว

00:13:45.929 --> 00:13:47.999
หนูจะขึ้นต้น... ขึ้นต้นประโยคว่าอะไรลูก

00:13:49.834 --> 00:13:51.888
ใครตอบได้หนูยกมือแทนเพื่อนเลยค่ะ

00:13:51.912 --> 00:13:54.083
มา ยกมือมาเลยลูก เบอร์ 2 ค่ะ

00:13:56.465 --> 00:13:58.464
ตอบเลยลูก D แล้วอะไรคะ

00:14:03.459 --> 00:14:04.381
ภาษาอังกฤษลูก

00:14:18.417 --> 00:14:22.792
ไม่ใช่ลูก ถ้าหนูจะตอบว่าหนูจะไป... หนูจะไปว่ายน้ำ

00:14:22.792 --> 00:14:25.092
หนูใช้คำว่า "หนูจะไปว่ายน้ำ" หนูใช้ว่าอะไรลูก

00:14:29.433 --> 00:14:30.792
หนูจะขึ้นต้นว่าอะไรลูก

00:14:40.459 --> 00:14:41.584
ตัวเราเองน่ะ

00:14:42.250 --> 00:14:44.834
[เสียงหัวเราะ]

00:14:45.584 --> 00:14:48.999
(อาจารย์สุรีย์พัชร) Google Translate แน่นอน ฉันจะไปว่ายน้ำ

00:14:53.548 --> 00:14:55.423
อะไรลูกอะไร หนูจะตอบว่าอะไรคะ

00:14:59.375 --> 00:15:02.999
I โอเค D-i แล้วอีกตัวหนึ่งค่ะ อีกตัวหนึ่ง

00:15:03.999 --> 00:15:06.500
No ค่ะ ไม่ใช่ค่ะลูก ไม่ใช่

00:15:07.626 --> 00:15:08.756
หนูลูกหนู

00:15:10.835 --> 00:15:12.342
หนูลูกที่แปลว่าหนู

00:15:14.320 --> 00:15:15.876
ภาษาอังกฤษที่แปลว่าหนูค่ะ

00:15:18.549 --> 00:15:20.006
หนูจี๊ด ๆ น่ะลูก หนู

00:15:32.751 --> 00:15:33.802
อะไรลูกอะไร

00:15:34.681 --> 00:15:37.797
หนูลูกภาษาอังกฤษ ภาษาอังกฤษหนู

00:15:39.262 --> 00:15:40.792
คำศัพท์เขาคืออะไรลูก

00:15:47.959 --> 00:15:49.008
No ลูก No

00:15:50.687 --> 00:15:55.375
D-i แล้วอะไรคะ ใครจะตอบได้เลยลูก

00:15:56.626 --> 00:15:57.821
T ไม่ใช่ครับ

00:16:01.597 --> 00:16:07.125
ไม่ใช่ลูก หนูลูกหนู ภาษาอังกฤษว่าอะไรลูก หนู

00:16:09.013 --> 00:16:10.447
กระต่ายก็ได้ลูก กระต่าย

00:16:12.412 --> 00:16:14.263
กระต่ายภาษาอังกฤษ กระต่าย

00:16:15.334 --> 00:16:18.245
กระต่าย ใช่ค่ะ กระต่ายภาษาอังกฤษว่าอะไรลูก

00:16:19.890 --> 00:16:20.792
กระต่าย

00:16:24.999 --> 00:16:27.121
D-i-r

00:16:29.691 --> 00:16:31.254
คนที่ตอบ D

00:16:33.318 --> 00:16:35.645
Rabbit ไงลูก ตัว R นะ

00:16:35.999 --> 00:16:39.300
คนที่ตอบ D ยกมือลูก ใคร ใครตอบ D

00:16:39.832 --> 00:16:43.088
คนไหนตอบ D ลูก คนไหนลูก

00:16:43.209 --> 00:16:46.732
7 นะ เบอร์ 7 อุ้ย แม่ ๆ ๆ ๆ ๆ

00:16:47.224 --> 00:16:50.506
207 นะ ใช่ไหมลูก 207 นะคะ

00:16:51.966 --> 00:16:53.536
I ลูก ใครตอบ I

00:16:55.115 --> 00:16:56.466
รหัส 2 ตัวท้ายลูก

00:17:01.292 --> 00:17:04.322
208 ค่ะ โอเคค่ะ

00:17:06.334 --> 00:17:07.685
203 ครับ

00:17:11.272 --> 00:17:12.189
ล่อเต็ม

00:17:16.459 --> 00:17:20.288
ยัง ยังไม่หมด อันนั้นดูใน Directory

00:17:20.598 --> 00:17:24.209
Command line ที่เขา Interface ในการ Connect

00:17:26.459 --> 00:17:31.375
หนูจะสร้างห้องให้กับ Directory หนูใช้คำสั่งอะไรลูก

00:17:33.000 --> 00:17:36.083
คำถามสุดท้ายแล้วค่ะ ใช้คำสั่งอะไร

00:17:38.209 --> 00:17:41.120
สร้างภาษาอังกฤษว่าอะไรลูก ทำ

00:17:46.118 --> 00:17:48.065
ทำภาษาอังกฤษว่าอะไรลูก ทำ

00:17:50.243 --> 00:17:51.667
สร้างก็ได้ลูก สร้าง

00:17:56.709 --> 00:17:57.905
หนูทำการบ้าน

00:18:01.176 --> 00:18:01.994
I อะไรลูก

00:18:05.897 --> 00:18:09.542
ทำมีหลายคำนะคะลูก มีหลายคำอยู่ภาษาอังกฤษใช้หลากหลาย

00:18:20.320 --> 00:18:23.886
มี 2 ตัวลูก มี 2 ตัว

00:18:24.638 --> 00:18:30.278
มีแค่ 2 ตัว หนูได้ตัวแรก ตัวที่ 2 จะเป็นตัวแรกของคำถามแรก

00:18:33.999 --> 00:18:36.629
ได้ตัวนั้นนะคะ ถ้าได้ได้ตัวแรก

00:18:37.567 --> 00:18:40.667
และตัวที่ 2 จะเป็นตัวแรกของคำถามเมื่อกี้

00:18:44.587 --> 00:18:45.970
สร้างภาษาอังกฤษว่าอะไรลูก

00:18:52.188 --> 00:18:55.999
สร้างลูกสร้าง ภาษาอังกฤษคำว่า "สร้าง" ลูก

00:18:57.125 --> 00:18:59.876
เอาล่ะ เด็กน้อยตกภาษาอังกฤษตรงนี้

00:19:04.626 --> 00:19:05.988
Build ไม่ใช่ลูก

00:19:07.007 --> 00:19:09.209
อีกตัวหนึ่งมันยากไปไหมลูก Build น่ะ

00:19:09.999 --> 00:19:13.667
โดยปกติเด็กอนุบาล 1 เขาจะไม่ใช้คำว่า "Build" แล้วลูก

00:19:15.367 --> 00:19:17.603
ฉันทำการบ้าน

00:19:21.374 --> 00:19:23.576
ไม่ใช่ I do homework แน่นอนค่ะ

00:19:27.381 --> 00:19:31.548
ฉันทำการบ้าน I ... homework

00:19:50.834 --> 00:19:54.102
ยาวจังเลย 2 ตัวเองลูก 2 ตัว

00:19:54.126 --> 00:19:57.187
มีแค่ 2 ตัวเองลูก สร้าง Directory มี 2 ตัว

00:19:57.792 --> 00:19:58.965
มีอะไรลูก เร็ว

00:19:59.809 --> 00:20:05.225
มีแค่ 2 ตัวเองค่ะ สร้างลูกสร้าง ใช่ สร้าง

00:20:05.250 --> 00:20:07.775
หนูจะสร้าง หนูจะทำการบ้าน

00:20:07.799 --> 00:20:10.999
นอกจากคำว่า "Do" ลูก ถ้า Do นี่จะเป็นเด็กประถมขึ้นมาแล้ว

00:20:12.584 --> 00:20:15.255
I อะไรลูก I ... homework

00:20:19.139 --> 00:20:20.367
I อะไรคะ

00:20:29.834 --> 00:20:30.888
อะไรลูกอะไร

00:20:34.470 --> 00:20:36.255
พูดมาก่อนลูก พูดเลย

00:20:37.532 --> 00:20:39.262
Create ไม่ใช่ครับ

00:20:40.296 --> 00:20:42.855
ก็แสดงว่าหนูต้องการตอบแค่ตัว C ใช่ไหมล่ะ

00:20:42.979 --> 00:20:44.992
Create ตอบแค่ตัว C ไม่ครับ

00:20:45.907 --> 00:20:50.125
สร้างจะมีเยอะเลยค่ะ ถ้าหนูคีย์ลงไปใน Google Translate

00:20:50.160 --> 00:20:52.937
แล้วหนูใช้คำว่า "ทำ" แล้วหนูจะเห็นเยอะเลยค่ะ

00:20:57.255 --> 00:20:59.076
Google Translate แปลก็ได้ค่ะ

00:21:09.167 --> 00:21:12.522
ในภาษาอังกฤษในหน้าจอไม่มีค่ะ ไม่มีคำตอบ

00:21:15.114 --> 00:21:18.083
แต่มีคำตอบตัวหลัง แต่ไม่มีคำตอบตัวหน้า

00:21:21.540 --> 00:21:22.355
เจอไหม

00:21:27.387 --> 00:21:29.967
ภาษาอังกฤษลูก หนูใช้คำภาษาอังกฤษลูก

00:21:29.991 --> 00:21:31.309
หนูใช้ Google Translate

00:21:31.334 --> 00:21:37.999
แล้วจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษค่ะ อะไรลูก

00:21:48.918 --> 00:21:52.999
ถ้าอาจารย์บอกใช้คำว่า "Make Directory" จะเป็นคำสั่งอะไรคะ

00:21:53.709 --> 00:21:56.892
Make Directory มีแค่ 2 พยางค์

00:21:56.916 --> 00:21:58.355
ไม่ใช่สิมีแค่ 2 คำ

00:21:58.768 --> 00:22:01.999
จะใช้คำว่าอะไรลูก Make Directory

00:22:10.042 --> 00:22:13.555
ใช่ กี้บอกถูกแล้ว 1 ตัว

00:22:14.222 --> 00:22:16.900
ได้ยิน M

00:22:18.625 --> 00:22:22.667
แล้วตัวแรกของคำถามแรกเพื่อนตอบอะไรคะ

00:22:24.792 --> 00:22:27.751
เบอร์ 7 ตอบไม่เหรอคะ เบอร์ 7 ตอบใช่ไหม

00:22:27.776 --> 00:22:32.042
ตัวแรกของคำถามแรก หนูตอบว่าอะไรคะ ตัวอะไรลูก

00:22:35.999 --> 00:22:38.999
หนูตอบตัวอะไรคะ ตัวแรกที่หนูตอบ

00:22:55.042 --> 00:22:57.667
ไม่ใช่ค่ะ หนูไม่ได้ตอบตัว A ลูก

00:23:00.167 --> 00:23:01.788
Make Directory

00:23:02.798 --> 00:23:05.792
Directory ตัวอะไรขึ้นต้นลูก

00:23:05.889 --> 00:23:08.421
ครับผม ข้างหลังลูกเบอร์ 9 หนูตอบว่าอะไรคะ

00:23:10.808 --> 00:23:12.012
เบอร์ 9 ตอบอะไรลูก

00:23:15.182 --> 00:23:17.876
ตัว M แล้วอะไร ตัว M แล้วอะไรต่อคะ

00:23:20.255 --> 00:23:21.624
Make Directory

00:23:23.396 --> 00:23:24.876
Directory

00:23:26.704 --> 00:23:28.975
ยาวไปลูก 2 พยางค์... มีแค่ 2 ตัวค่ะ

00:23:28.999 --> 00:23:31.008
มีแค่ 2 ตัว M แล้วอะไรคะ

00:23:32.331 --> 00:23:35.167
M แล้ว... ผิดครับ

00:23:43.083 --> 00:23:47.579
ผิดค่ะ นี่ไงคะ มีคำตอบอยู่นั่นด้วยเห็นไหมคะน่ะ

00:23:48.058 --> 00:23:52.459
Make Directory ตัวอะไรคะ

00:23:55.709 --> 00:23:59.751
ตอบค่ะน่ะ นั่นน่ะ มีคำตอบอยู่นะคะน่ะ

00:24:04.209 --> 00:24:08.083
มีคำตอบอยู่นะลูกน่ะ Make Directory ตอบ

00:24:14.792 --> 00:24:17.055
Make Directory เห็นไหมลูกน่ะ

00:24:17.472 --> 00:24:19.123
Make Directory

00:24:19.402 --> 00:24:22.083
M แล้วตัวอะไรคะ...

00:24:22.742 --> 00:24:24.088
(อาจารย์สุรีย์พัชร) ตัวใหญ่ลูก ตัวหนึ่ง

00:24:24.223 --> 00:24:25.125
(ล่าม) ตัว D ค่ะ

00:24:26.250 --> 00:24:29.827
(อาจารย์สุรีย์พัชร) ตัว D โอเค 2 ตัวท้ายค่ะ

00:24:31.818 --> 00:24:36.632
รหัส 2 ตัวท้ายของลูกค่ะ 0... 06 ครับ

00:24:40.542 --> 00:24:41.841
ใครตอบ M

00:24:46.672 --> 00:24:49.999
20... 04 ครับ

00:24:52.999 --> 00:24:55.088
นั่นล่ะ ไม่เช็กมาไม่มาหรอกค่ะ

00:24:56.036 --> 00:24:57.121
เช็กอย่างนี้เลย

00:24:58.461 --> 00:25:01.334
ตื่นตัวไงลูก ต้องตื่นตัว แต่เราไม่ต้องตื่นธรรม

00:25:02.506 --> 00:25:08.740
ต่อมาอันนั้นน่ะ ให้หนูรู้ว่า Command line เขามี Interface

00:25:08.764 --> 00:25:11.173
นั่นคือการติดต่อกับคอมพิวเตอร์

00:25:11.375 --> 00:25:13.911
มนุษย์เขียนคำสั่ง md

00:25:14.130 --> 00:25:17.292
อ๋อ คอมพิวเตอร์ระบบรู้แล้วเธอจะสร้างนะ

00:25:17.646 --> 00:25:20.785
สร้างอะไรล่ะ ถ้าหนูกด md แล้วกด Enter

00:25:20.810 --> 00:25:22.605
เขาจะบอกว่า Error ทันที

00:25:22.630 --> 00:25:24.751
ระบบไม่รู้ว่าจะสร้างอะไร

00:25:25.005 --> 00:25:28.728
หนูต้องบอกว่า md แล้ววรรคตามด้วยชื่อห้อง

00:25:28.753 --> 00:25:33.999
เช่น สัปดาห์ที่แล้วอาจารย์บอกว่าให้หนู md ตามด้วยรหัสนักศึกษาของหนู

00:25:34.334 --> 00:25:37.500
แล้วก็ md ตามด้วยชื่อเล่นจำได้นะคะ

00:25:37.999 --> 00:25:40.421
คราวนี้อาจารย์มาบอกให้หนูลบห้อง

00:25:40.931 --> 00:25:43.959
การที่หนูจะลบห้อง หนูใช้คำสั่ง rd

00:25:43.999 --> 00:25:47.894
ถ้าหนูจะลบห้องที่เป็น Subset ด้านใน

00:25:48.513 --> 00:25:52.999
หนูต้องออกก่อน หรือสามารถที่จะลบได้เลย

00:25:56.292 --> 00:25:59.655
มีแค่ 2 คำตอบนี่ค่ะ ออกก่อนกับลบเลยค่ะ

00:26:01.489 --> 00:26:02.444
ต้องออกก่อน

00:26:02.809 --> 00:26:06.417
รหัสลูก 203 ครับ

00:26:11.083 --> 00:26:13.115
คนที่ยังไม่มา คือ 202 ค่ะ

00:26:17.870 --> 00:26:23.209
202 ใครลูก หนูตอบอย่างนี้ตอบไม่ถูกนะลูกนะ

00:26:23.709 --> 00:26:28.568
คราวนี้ Menus หนูจะรู้ไหมคะ ว่าเมนูอะไรนะคะ

00:26:28.592 --> 00:26:31.167
เมนูอะไรที่ใช้งาน

00:26:32.626 --> 00:26:35.667
ที่ใช้งาน เช่น หนูเปิด Microsoft Word

00:26:36.584 --> 00:26:41.292
ลูกเปิด Microsoft Word ค่ะ ตอนนี้ลูกที่ Task Bar ด้านล่าง

00:26:41.918 --> 00:26:43.152
สัญลักษณ์ของเขา...

00:26:44.264 --> 00:26:49.919
สัญลักษณ์ของเขาจะเป็นตัว W สีฟ้า

00:26:50.042 --> 00:26:54.083
อยู่บริเวณ Task Bar ข้างล่าง ของใครไม่มีให้ไปที่แถบ Search

00:26:54.999 --> 00:26:57.688
แล้วพิมพ์ W ค่ะ

00:26:59.496 --> 00:27:02.215
ของใครไม่มีที่แถบนะคะ ใช้คำว่า "W"

00:27:02.613 --> 00:27:05.047
แล้วระบบจะรู้ทันทีเลยค่ะ

00:27:05.071 --> 00:27:08.974
ว่าทำไมเขาถึงได้รู้ค่ะ ว่า Word ต้องขึ้นมาก่อน

00:27:08.999 --> 00:27:11.709
เพราะมีคนเรียกใช้ Word มากที่สุด

00:27:11.827 --> 00:27:17.410
เช่น Google เขา... ใครต้องการที่จะให้ Search ให้เห็นชื่อเราก่อน

00:27:17.552 --> 00:27:20.521
ไม่จำเป็นต้องมาให้คนค้นหานะคะ

00:27:20.882 --> 00:27:27.709
เราสามารถที่จะ Hack ได้เขาเลยจ้างให้ทำตรงนี้นะ

00:27:27.878 --> 00:27:29.334
พอดีอาจารย์รับทำด้วยค่ะ

00:27:29.606 --> 00:27:32.418
คือ Search ปุ๊บจะเห็นชื่อร้านของฉันก่อนอย่างนี้ค่ะ

00:27:32.807 --> 00:27:34.518
หนูกดเข้าไปใน App เลยค่ะ

00:27:34.897 --> 00:27:39.466
ถ้าเขาไม่ขึ้นคำว่า "App" แสดงว่าเราใช้งานไม่ได้

00:27:39.870 --> 00:27:42.999
ถ้าหนูใช้เครื่อง Apple หนูโหลดออกมาปั๊บ

00:27:43.250 --> 00:27:47.167
หนูจะต้องโยนเข้าไปในแฟ้มก่อน หนูถึงจะมีสิทธิ์ที่จะใช้งานได้

00:27:47.410 --> 00:27:49.948
แต่อันนี้เราอยู่ใน GUI

00:27:50.038 --> 00:27:53.154
คือ GUI Graphic User Interface

00:27:53.853 --> 00:27:56.584
ใช้งานได้ง่ายกว่า Apple

00:27:57.999 --> 00:28:00.542
ถ้าหนูไปเรียนห้อง Apple อาจารย์จะบอกว่าย้ายห้องเถอะ

00:28:04.125 --> 00:28:06.709
เปิดเข้า Word นิดหนึ่งลูก เปิดเข้า Word นิดหนึ่ง

00:28:09.035 --> 00:28:10.319
เปิดเข้า Microsoft Word

00:28:10.343 --> 00:28:12.993
แล้วเครื่องของใครขึ้นเหมือนของอาจารย์นะคะ

00:28:13.042 --> 00:28:14.201
หนูยกมือให้ดูหน่อยลูก

00:28:15.153 --> 00:28:18.542
เครื่องของใครมีหน้าจอขึ้นเหมือนของอาจารย์ยกมือนิดหนึ่งลูก

00:28:20.649 --> 00:28:22.341
เปิด Microsoft Word ขึ้นมาค่ะ

00:28:22.372 --> 00:28:26.424
เครื่องของใครที่มีหน้าจอเหมือนของอาจารย์ค่ะ

00:28:27.292 --> 00:28:30.125
ให้ยกมือขึ้นลูก อาจารย์อยากรู้ค่ะ ตอนนี้หน้าจอลูก

00:28:30.910 --> 00:28:33.334
มีไหมคะ มีหน้าจอ Pop-up แบบนี้ไหม

00:28:37.462 --> 00:28:39.788
(ล่าม) มีค่ะ ของหนูว่างเลยค่ะ

00:28:40.637 --> 00:28:42.999
(อาจารย์สุรีย์พัชร) ไม่ขึ้นใช่ไหมคะ ไม่ขึ้น

00:28:43.083 --> 00:28:46.258
(อาจารย์สุรีย์พัชร) ก็แสดงว่าของหนูไม่ได้โดน Hack

00:28:47.477 --> 00:28:51.292
ของหนูเป็น Microsoft แท้เข้าใจนะคะ

00:28:51.709 --> 00:28:55.121
ถ้า Microsoft แท้ไม่ขึ้นหรอกค่ะ

00:28:55.863 --> 00:28:58.584
อย่างไรก็ไม่ขึ้นนะคะ จะไม่ขึ้น

00:28:58.729 --> 00:29:03.577
แต่ถ้าของใครขึ้นแบบนี้ สตง. เข้าตรวจรู้เลยค่ะ

00:29:03.698 --> 00:29:06.155
Boot เครื่องสิ Boot Office สิ

00:29:06.331 --> 00:29:11.918
และเครื่องนี้ถ้าทำงานวิจัยบอกซีเรียลไม่ได้ด้วยนะคะ

00:29:12.547 --> 00:29:16.584
แปลกนะ เครื่องครูมีการ Hack นะ เครื่องเด็กไม่ Hack เยี่ยม

00:29:18.715 --> 00:29:20.784
คราวนี้ให้หนูมองด้านบนลูก

00:29:21.376 --> 00:29:24.716
มองด้านบนเขาเรียกว่า "เมนู File" นะคะ

00:29:24.747 --> 00:29:26.948
ด้านบนตั้งแต่คำว่า "ไฟล์"

00:29:27.442 --> 00:29:29.974
หน้าแรก แทรก ออกแบบ

00:29:29.999 --> 00:29:35.751
เค้าโครง การอ้างอิง การส่งจดหมาย รีวิว มุมมอง วิธีใช้ Acrobat

00:29:37.042 --> 00:29:38.921
อาจารย์ไม่ได้จะมานั่งสอน Word หนูนะคะ

00:29:39.059 --> 00:29:43.584
แต่ให้หนูรู้ว่าเรารู้ว่านั่นคือเมนู

00:29:43.999 --> 00:29:49.542
และทุก ๆ คนก็รู้อันนี้คือ Office ที่ไม่ใช่ Office 97

00:29:51.125 --> 00:29:53.999
เพราะให้หนูมองด้านขวาค่ะลูก มองด้านขวา

00:29:54.375 --> 00:29:58.417
หนูจะเห็นคำว่า "Create and Sharte Adobe PDF"

00:29:59.807 --> 00:30:03.876
หนูสร้าง Microsoft Word หนูสามารถที่จะ Convert เขา

00:30:03.918 --> 00:30:07.188
หรือ Create ให้เป็นไฟล์ PDF ได้เลย

00:30:07.212 --> 00:30:11.376
โดยที่ไม่ต้องไปบันทึกแฟ้มเป็นนะคะ

00:30:11.400 --> 00:30:15.167
อันนี้แต่ละเครื่องไม่มีนะคะ บางเครื่องก็มีบางเครื่องก็ไม่มี

00:30:15.704 --> 00:30:18.688
ถ้าของใครใช้ Microsoft Word 97

00:30:18.712 --> 00:30:21.000
สัญลักษณ์ก็ไม่เหมือนกันอีกเหมือนกันนะคะ

00:30:22.125 --> 00:30:25.209
นะ สัญลักษณ์ก็ไม่เหมือนกัน อันนี้เป็นเมนู

00:30:25.577 --> 00:30:29.064
ถ้าอาจารย์มาถึงปุ๊บนะคะ

00:30:29.088 --> 00:30:31.658
อาจารย์รู้แล้วอ๋อเราทำอะไร เราไม่รู้เรื่องหรอก

00:30:31.769 --> 00:30:36.209
แต่เราต้องการทำงานเอกสารเปล่า พอเอกสารเปล่าขึ้นมาปั๊บ

00:30:37.184 --> 00:30:41.359
ระบบรู้แล้วว่าพื้นที่ตรงไหน คือ หน้าจอการทำงาน

00:30:41.384 --> 00:30:45.999
Cursor ที่กระพริบปั๊บ ๆ ๆ ๆ อยู่นะคะ ที่กระพริบอยู่ที่หน้าจอโล่ง ๆ

00:30:46.292 --> 00:30:48.709
นั่นน่ะเขาเรียกว่า "การรอดำเนินการ"

00:30:49.182 --> 00:30:54.056
เมื่อเราพิมพ์ตัวอะไรลงไปก็ตามนะคะ เช่น อาจารย์พิมพ์เลข 1

00:31:07.334 --> 00:31:09.208
การเปิดใช้งานล้มเหลว

00:31:12.419 --> 00:31:13.876
จ้ะ เข้าใจแล้วจ้ะ

00:31:14.589 --> 00:31:18.375
เพราะเรา Hack มานะ เราก็เลยทำงานไม่ได้ค่ะ

00:31:20.125 --> 00:31:22.555
ของหนูเข้าได้ไหมคะ หนูลองพิมพ์ดูสิลูก

00:31:23.080 --> 00:31:25.959
หนูพิมพ์เลข 1 2 3 ที่หน้าจอของหนูสิคะ

00:31:26.401 --> 00:31:28.792
เราพิมพ์ตัวเลข 1 2 3 ขึ้นไหมคะ

00:31:29.542 --> 00:31:33.155
ลองพิมพ์ที่คีย์บอร์ดหนูค่ะลูก พิมพ์ 1 2 3 4 นี่ค่ะ

00:31:33.444 --> 00:31:34.792
ของอาจารย์ไม่ขึ้นนะคะ

00:31:40.250 --> 00:31:41.999
ปุ่ม Num Lock ก็ขึ้นอยู่นะคะ

00:31:45.125 --> 00:31:48.253
เพราะข้อแรกเลยคือสังเกตนะคะ

00:31:48.277 --> 00:31:51.083
ว่าอาจารย์เปิดขึ้นมาปุ๊บอาจารย์มีอันหนึ่ง

00:31:51.209 --> 00:31:52.685
แล้วหนูมองด้านบนลูก

00:31:53.144 --> 00:31:59.000
มองด้านบนเขาบอกว่าการเปิดใช้งานผลิตภัณฑ์ล้มเหลว

00:32:02.952 --> 00:32:05.243
ของเด็กน่าจะพิมพ์ได้ใช่หรือไม่คะ

00:32:06.965 --> 00:32:09.792
แปลกนะ เครื่องครูใช้ไม่ได้นะ แล้วจะสอนอย่างไรนี่

00:32:12.125 --> 00:32:14.833
พิมพ์อะไรไม่ได้เลยนะคะนี่ กดตัว U ก็ไม่มา

00:32:17.272 --> 00:32:21.876
เขาไม่รับนี่คือ การ Interface ไม่ตรงกับคำสั่ง

00:32:23.005 --> 00:32:24.355
พอเกิดการ Error

00:32:24.995 --> 00:32:28.048
หนูเข้าใจคำว่า "Error" ใช่ไหมลูก Error คือ ความผิดพลาด

00:32:28.732 --> 00:32:33.417
เราเปิดขึ้นมาปั๊บแล้วผิดพลาด เหมือนเด็ก 1 คนเดินเข้ามาในห้องเรา

00:32:33.558 --> 00:32:36.709
แต่เขาไม่ได้ลงเรียนในวิชา HCI

00:32:37.292 --> 00:32:41.374
เขาก็จะเข้ามาแบบหน้างง ๆ แล้วเขาก็เดินออกไปนะคะ

00:32:41.398 --> 00:32:43.375
มีลูกมี ๆ มีอย่างนี้ก็มีเยอะแยะ

00:32:44.292 --> 00:32:45.760
อาจารย์ขออนุญาตปิดนะคะ

00:32:47.652 --> 00:32:52.250
ลองดูอีกอันสิ ก็ไม่ได้ค่ะ ล้มเหลว

00:32:54.758 --> 00:32:55.717
เยอะค่ะ

00:32:59.350 --> 00:33:02.784
ค่ะ เข้าใจแล้วค่ะ ว่าเราเข้าไม่ได้ค่ะ

00:33:02.808 --> 00:33:04.291
ขอเข้า Excel ค่ะ

00:33:06.250 --> 00:33:10.455
เอาล่ะค่ะ ดูสิจะพิมพ์ได้ไหม

00:33:12.215 --> 00:33:14.209
ทำใจค่ะลูก ทำใจค่ะ

00:33:15.459 --> 00:33:16.573
อาจารย์พิมพ์ไม่ได้เลยลูก

00:33:18.373 --> 00:33:20.805
แต่อาจารย์ไม่ได้สอน Word นะคะลูก ไม่ได้สอน Excel ด้วย

00:33:21.596 --> 00:33:28.058
แต่ให้หนูแค่รู้ว่าอันนี้คือเมนู อันนี้ค่ะลูก อันนี้ทั้งหมดนี่

00:33:28.083 --> 00:33:31.042
ที่เป็นของอาจารย์ไม่สามารถที่จะคลิกอะไรได้เลยนะคะ

00:33:31.042 --> 00:33:33.999
อันนี้เขาเรียกว่า "Tool Bar" หรือ "แถบเครื่องมือ"

00:33:34.577 --> 00:33:40.695
เราไม่รู้อะไรเขามีชื่อบอก นั่นคือคำว่า "เมนู" นั่นเองนะคะ

00:33:40.726 --> 00:33:42.542
คำว่า "เมนู" นั่นเองนะ

00:33:43.375 --> 00:33:47.999
คราวนี้ย้อนกลับไปดูในสไลด์ค่ะ Natural language

00:33:51.250 --> 00:33:54.751
หนูเคยเรียนการเขียนโปรแกรมเบื้องต้นหรือยังลูก

00:33:55.853 --> 00:33:59.689
เคยผ่านวิชานี้ไหม เคยผ่านพยักก็ได้ลูก

00:33:59.713 --> 00:34:01.999
ถ้ายังไม่เคยผ่านหนูส่าย... ส่ายหน้าก็ได้

00:34:03.500 --> 00:34:07.055
เคยเรียนวิชาการเขียนโปรแกรมเบื้องต้นกันแล้วหรือยังคะ

00:34:09.630 --> 00:34:10.584
เรียนหรือยังลูก

00:34:13.542 --> 00:34:15.488
เคยผ่านตาไหมคะวิชานี้

00:34:18.203 --> 00:34:19.584
เคยไหมครับ เบอร์ 10 ครับ

00:34:21.927 --> 00:34:23.026
น่าจะเคยแล้ว

00:34:23.438 --> 00:34:27.709
อย่างนั้นอาจารย์ถามเลยว่าภาษาอะไรที่หนูได้เรียนไปแล้วคะ

00:34:39.042 --> 00:34:44.542
ภาษา C ไหม ใช่ภาษา C ไหมคะ หรือภาษา Python

00:34:46.032 --> 00:34:48.796
หรือโปรแกรม R หรือ Perl

00:34:50.528 --> 00:34:53.741
อะไรนะครับ Python

00:34:55.209 --> 00:34:59.375
Python ถือเป็น Natural Language ไหม

00:35:02.584 --> 00:35:05.999
Natural Language แปลว่าอะไรลูก ภาษาธรรมชาติ

00:35:06.860 --> 00:35:10.416
แสดงว่าถ้าหนูใช้คำว่า "print" ระบบรู้ไหม

00:35:10.622 --> 00:35:12.974
คนรู้ไหมคำสั่งนี้

00:35:13.117 --> 00:35:15.626
รู้ใช่ไหมคะ print ก็แสดงว่าเอาอะไรออก

00:35:16.143 --> 00:35:18.083
แต่อะไรก็ตามที่มี Double Quote

00:35:18.334 --> 00:35:20.030
เข้าใจคำว่า "Double Quote" ไหมคะลูก

00:35:20.055 --> 00:35:21.751
Double Quote คือมีอะไรคะ

00:35:22.334 --> 00:35:25.250
มีอัญประกาศ 2 อันนะคะ นั่นคือ Double Quote

00:35:25.834 --> 00:35:29.542
Double Quote นั่นแสดงว่าในนั้นคือตัวหนังสือ

00:35:29.567 --> 00:35:36.252
ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขหรือเป็นตัวอะไรก็ตาม เราพิมพ์ทั้งหมดนะคะ

00:35:36.276 --> 00:35:37.455
ยกตัวอย่างเช่น

00:35:39.059 --> 00:35:42.083
อาจารย์ขอยกตัวอย่างนะคะ อาจารย์เขียนในโน้ตนะลูกนะ

00:35:44.878 --> 00:35:54.167
นี่ไงยังอยู่เลยสร้างห้อง md นะคะ ลบห้องดูภายในห้อง Dir นะ

00:35:54.451 --> 00:35:56.792
อาจารย์มีเยอะแยะเลยค่ะลูก อาจารย์มีเยอะแยะเลย

00:35:57.459 --> 00:36:01.500
คราวนี้อาจารย์เข้า Word ไม่ได้นะ อาจารย์เข้าอันนี้ได้นะคะ ขอเข้าอันนี้แทน

00:36:05.999 --> 00:36:12.021
ถ้าอาจารย์ต้องการให้หนูเขียนคำสั่ง for

00:36:13.421 --> 00:36:14.584
ให้ตัว i

00:36:16.584 --> 00:36:19.334
ถ้าเขียนอย่างนี้ทุกคนรู้ไหมคะ ให้ i เท่ากับ...

00:36:21.550 --> 00:36:24.361
ให้ i = 0

00:36:26.819 --> 00:36:29.800
แล้ว ,

00:36:32.332 --> 00:36:34.455
ให้ print

00:36:37.279 --> 00:36:39.757
p-r-i-n-t print

00:36:40.227 --> 00:36:45.250
print อะไร ให้ print ใส่ "Output"

00:36:54.022 --> 00:36:57.792
Output แล้ว Output ตัวนี้ให้พิมพ์ออกไปก่อนนะ

00:36:58.042 --> 00:37:01.667
แล้วถ้าหนูใส่เครื่องหมาย = แบบนี้

00:37:02.940 --> 00:37:05.169
อันนี้ยังไม่ถาม Output ว่าถูกหรือผิดนะคะ

00:37:05.295 --> 00:37:07.125
อัลกอริทึมตัวนี้ไม่ได้พูดว่าถูกด้วยนะ

00:37:07.999 --> 00:37:14.999
ถ้าสั่งคำสั่งนี้หนูรู้ไหมคะ ว่าหนูจะใช้ loop ที่ทำการวนซ้ำถูกไหม

00:37:15.459 --> 00:37:19.584
for หนูจะรู้แล้วว่าหนูจะวน วนจากไหนล่ะ วนจาก 0

00:37:20.083 --> 00:37:25.209
วนตั้งแต่ 0 แต่วนจาก 0 ไปถึงไหนไม่รู้เพราะเขาไม่ได้เขียนให้เห็น

00:37:25.727 --> 00:37:28.999
จากนั้นเรียบร้อยแล้ว ถ้าเขาวนและให้เขา print อะไรล่ะ

00:37:29.042 --> 00:37:30.571
ให้เขา print คำว่า "Output"

00:37:32.190 --> 00:37:35.834
ให้ print คำว่า "Output" แล้วเครื่องหมาย = เกิดขึ้น

00:37:37.083 --> 00:37:42.183
แล้วใส่ถัดมาวรรคลงมาว่าแล้วอาจารย์ก็ใส่เป็น ;

00:37:43.301 --> 00:37:46.465
แบบนี้ Output จะขึ้นคำว่าอะไรคะ

00:38:12.500 --> 00:38:15.255
= จะอยู่ต่อ Output ไหม

00:38:18.129 --> 00:38:20.292
= จะอยู่หลัง Output ไหมคะ

00:38:20.292 --> 00:38:22.882
เวลาที่หนูจะ Run ข้อมูลออกมาค่ะ

00:38:22.906 --> 00:38:25.083
หนูจะ Run ข้อมูลออกมา สมมติว่าหนูจะ Run ออกมาแล้ว

00:38:28.584 --> 00:38:31.459
Output ขึ้นแน่ ๆ แล้ว อาจารย์จะขึ้น Output แล้ว

00:38:31.584 --> 00:38:34.999
Output ต้องขึ้นแบบนี้ด้วยนะ เพราะว่าหนูเขียนแบบนี้ Output

00:38:36.542 --> 00:38:39.834
Output จะมีเครื่องหมาย = อย่างนี้ไหม

00:38:41.209 --> 00:38:50.250
ไม่มี เพราะเขาไม่ได้อยู่ในตัว Double Quote นั้นถูกไหมคะ

00:38:50.515 --> 00:38:57.459
และที่สำคัญหนูยังไม่ได้บอกค่ะ ว่าให้ใส่อะไรลงไปใช่ไหมคะ

00:38:57.873 --> 00:39:03.124
ให้ตัว i โดยที่ i ใส่นั้นน่ะ เท่ากับเท่าไร

00:39:03.148 --> 00:39:07.216
ให้ i ใส่ให้เขาลดลงนะคะ

00:39:07.250 --> 00:39:11.521
ให้เขาน้อยกว่าหรือว่าเท่ากับ 1

00:39:14.331 --> 00:39:18.375
แสดงว่า Output ตอนนี้จะขึ้นต่อว่าอะไรคะ

00:39:22.083 --> 00:39:23.455
Error ค่ะ

00:39:24.553 --> 00:39:27.083
เครื่องไม่ Run ออกมานะคะ เพราะอะไรคะ

00:39:27.667 --> 00:39:30.123
เพราะเขาเซตให้ค่า i = 0

00:39:30.702 --> 00:39:32.288
แล้วเขาสั่งให้ print

00:39:32.457 --> 00:39:35.209
print คือ หนูจะต้องนำแสดงต่อหน้าจอ

00:39:35.500 --> 00:39:39.334
หน้าจอหนูจะแสดงอะไร อะไรก็ตามที่อยู่ใน Double Quote

00:39:39.786 --> 00:39:41.155
เราหยิบตัวนั้นออกมา

00:39:41.545 --> 00:39:44.626
และหลัง Double Quote นั้นอาจารย์ไม่มีก็ได้ตัวนี้ค่ะ

00:39:44.713 --> 00:39:49.292
เครื่องหมาย = อาจารย์ไม่มีก็ได้นะคะ แต่หนูต้องมีตัว ,

00:39:49.352 --> 00:39:51.353
แล้วบอกได้ว่าข้างหลังนี่

00:39:51.377 --> 00:39:57.401
หนูจะให้เขาเดินตั้งแต่เท่าไรถึงเท่าไรนะคะ

00:39:57.426 --> 00:39:59.867
ตัวนี้แสดงว่า Output ขึ้นไหม ขึ้น

00:39:59.892 --> 00:40:04.959
แต่หลังจาก Output ขึ้นปั๊บเขาจะขึ้นข้างล่างทันทีเลยว่า Error

00:40:05.999 --> 00:40:11.343
Error อะไรคะ ก็ Error Syntax ค่ะ นะคะ

00:40:11.808 --> 00:40:14.083
เขาถามว่าทำไมถึง Error Syntax

00:40:15.167 --> 00:40:18.999
คอมพิวเตอร์เขารู้แค่รหัส ASCII

00:40:19.465 --> 00:40:24.417
และคำสั่งที่เป็นขั้นตอน เขาจะไม่รู้หรอกค่ะ คำสั่งอะไร

00:40:24.567 --> 00:40:28.042
แต่ถ้าเป็นภาษาระดับชาตินะคะ รหัสที่เป็นธรรมชาติ

00:40:28.999 --> 00:40:30.988
เขาจะใช้โปรแกรม R เข้ามา

00:40:31.122 --> 00:40:34.042
แต่ตามจริงหนูเด็กปี 1 ไม่ควรเรียน Python

00:40:34.649 --> 00:40:40.125
เพราะ Python เป็นภาษาระดับสูง หนูควรเรียนภาษา C นะคะ

00:40:40.297 --> 00:40:42.359
จาก C แล้วหนูถึงจะไปอัลกอริทึม

00:40:42.383 --> 00:40:44.695
จากอัลกอริทึมหนูจะรู้โครงสร้าง

00:40:44.720 --> 00:40:50.421
พอหนูรู้โครงสร้าง หนูก็จะได้ในเรื่องของการเขียนโปรแกรมแบบ Structure

00:40:50.720 --> 00:40:55.743
จาก Structure หนูก็จะไปต่อเป็น C# ที่จะเป็น OO นะคะ

00:40:56.999 --> 00:41:00.872
อันนั้นให้อาจารย์ที่สอนการเขียนโปรแกรมดีกว่าลูกนะคะ

00:41:00.897 --> 00:41:04.793
อาจารย์แอนไม่ยุ่งนะไม่ยุ่ง ให้หนูรู้ว่าเขาเขียนอย่างไร

00:41:04.869 --> 00:41:08.709
คราวนี้เขามีคำถามเห็นไหมคะ เมื่อกี้มีคำถามแล้ว

00:41:09.999 --> 00:41:13.192
อาจารย์ที่มีคำถามจะเขียนบอกว่า loop for นะ

00:41:13.377 --> 00:41:16.667
ให้ i เริ่มต้น = 0 แล้วคำตอบคืออะไร

00:41:17.918 --> 00:41:22.751
นี่คือ วิธีทีการที่หนูจะ... รูปแบบที่หนูจะติดต่อกับคอมพิวเตอร์

00:41:22.833 --> 00:41:25.709
แล้วหนูก็ Query Query คืออะไร

00:41:25.734 --> 00:41:31.192
เมื่อกี้ที่อาจารย์บอกว่าให้ i ทำไปจนกว่าเขาน้อยกว่าหรือเท่ากับ 1

00:41:32.292 --> 00:41:35.550
แต่ถ้า i ตอนแรกเซตค่าให้เท่ากับ 2

00:41:35.751 --> 00:41:43.709
Output ตัวนี้จะเริ่มนับตั้งแต่ 1 2 แล้วจบนะคะ เมื่อสักครู่นี้

00:41:44.198 --> 00:41:46.388
คราวนี้มาถึงคำว่า "From-fills"

00:41:47.281 --> 00:41:49.626
From-fills และ Spreadsheets

00:41:50.083 --> 00:41:52.999
Spreadsheets เมื่อกี้ Excel ที่อาจารย์เปิดขึ้นมาน่ะลูก

00:41:52.999 --> 00:41:57.626
ที่เป็นตัวสีเขียว ๆ พอดีว่าอาจารย์เปิดแล้วจะทำงานไม่ได้

00:41:58.535 --> 00:42:01.808
ที่หนูเห็นเป็นขีด ๆ ๆ เวลาที่หนู print ไม่มีนะคะ

00:42:01.832 --> 00:42:04.202
ถ้าหนูไม่ตีเส้นให้เขานั่นคือ Spreadsheets

00:42:04.582 --> 00:42:09.423
แต่เราสามารถใช้ตรงนี้ก็ได้ค่ะ

00:42:14.125 --> 00:42:14.825
อาจารย์หาก่อนนะ

00:42:17.010 --> 00:42:18.051
อยู่ไหนหนอ

00:42:20.257 --> 00:42:24.667
เอกสาร Classroom Meet นี่ไง Sheet

00:42:28.251 --> 00:42:32.000
อาจารย์เข้าแบบหนูไม่ได้ อาจารย์ก็ขอเข้าแบบ Google แล้วกันนะคะ

00:42:32.919 --> 00:42:34.575
ของฟรีลูกอันนี้ของฟรี

00:42:35.547 --> 00:42:40.042
นี่มาแล้วค่ะ ขึ้นเยอะเลยเห็นไหมคะ เขาก็จะให้พิมพ์

00:42:40.517 --> 00:42:43.266
ด้านล่างตัวนี้จะเป็นชื่อ Sheet นะคะ

00:42:43.290 --> 00:42:46.601
เราคลิกขวาแล้วเราสามารถเปลี่ยนชื่อ Sheet ได้

00:42:46.626 --> 00:42:50.999
เสมือนหนึ่งตอนนี้หนูมีสมุด 1 เล่มนะคะ มีสมุด 1 เล่ม

00:42:51.215 --> 00:42:56.005
และตรงนี้คือตารางการสร้างไว้ล่วงหน้า หนูสามารถเซตได้นะคะ

00:42:56.249 --> 00:43:01.667
แต่ของใครที่สามารถกดได้จะอยู่ที่ Taskbar นะคะ หนูคลิกได้เลย

00:43:02.079 --> 00:43:06.321
แต่ข้อดีของ Google คือ หนูจะบันทึกอัตโนมัติ

00:43:06.551 --> 00:43:08.292
มันจะเข้าไดรฟ์หนูทันที

00:43:08.587 --> 00:43:15.999
แต่ถ้าหนูใช้ใน Excel หนูไม่บันทึกข้อมูลก็จะไม่เก็บให้นะคะ

00:43:16.389 --> 00:43:18.420
ตรงนี้จะเป็นชื่อ Cell

00:43:18.445 --> 00:43:21.748
ถ้าอาจารย์บอกว่านะคะ ตรงนี้เห็นไหมคะ

00:43:23.869 --> 00:43:26.459
ตรงนี้เขาเรียกว่า "A2"

00:43:26.709 --> 00:43:33.463
โอเคไหมลูก A2 ถามรู้ตรงไหนล่ะ นี่ไง นี่คือช่องของชื่อ

00:43:33.488 --> 00:43:37.541
ถ้าอาจารย์จิ้มตรงนี้เขาเลยบอกว่า F7 เห็นไหมคะ

00:43:37.565 --> 00:43:40.500
F7 โอเคนะคะ F7

00:43:40.999 --> 00:43:44.071
แล้วเราสามารถที่จะเพิ่ม 0 ได้

00:43:44.283 --> 00:43:47.292
ลด 0 ได้ คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ก็ได้

00:43:47.459 --> 00:43:50.388
นี่ทั้งหมดเขาเรียกว่า "เมนู" ทั้งสิ้น

00:43:50.707 --> 00:43:55.542
และหนูชี้แล้วมีเมนูขึ้นมาย้อยลงมาให้หนูเห็น

00:43:55.792 --> 00:43:58.288
นั่นคือ การเขียนให้รู้ว่า...

00:43:58.681 --> 00:44:02.999
บางคนไม่รู้ว่าอักษรแบบนี้เขาเรียกว่าอะไร

00:44:03.131 --> 00:44:06.256
บางคนก็รอที่จะดู แต่ถ้าคนทำเป็นเขาก็จะคลิกได้เลย

00:44:06.280 --> 00:44:08.548
เช่น อันนี้เป็นตัว Sum เห็นไหมคะ

00:44:08.743 --> 00:44:10.617
อันนี้เป็นตัวคำนวณนะคะ เป็นมุมมอง

00:44:10.641 --> 00:44:12.792
อันนี้เป็นเปอร์เซ็นต์ อันนี้เป็นตัว print นะ

00:44:12.929 --> 00:44:16.042
เป็นตัว print ตัวนี้เป็นตัวตีช่อง อันนี้ชิดเส้น

00:44:16.250 --> 00:44:19.999
อันนี้ทิ่มลง อันนี้ชิดขวานะคะ อันนี้ตัวหนังสือนะคะ

00:44:21.999 --> 00:44:25.959
อาจารย์ใช้ Excel อย่างหนูไม่ได้ แต่อาจารย์ใช้ใน Google ได้ค่ะ

00:44:28.890 --> 00:44:33.055
คราวนี้หนูมาในตัว WIMP

00:44:33.877 --> 00:44:38.459
WIMP คืออะไร เดี๋ยวเราเข้าไปดูกันนะคะ

00:44:38.999 --> 00:44:40.223
Point and Click

00:44:42.361 --> 00:44:47.000
หนูชี้แล้วคลิก คลิก 1 ครั้งแปลว่าอะไรคะ

00:44:47.500 --> 00:44:49.124
ขอเบอร์ 9 ค่ะ

00:44:50.322 --> 00:44:54.991
คลิก 1 ครั้งแปลว่าอะไรคะ เบอร์ 9 ลูก ใครนั่งเบอร์ 9

00:45:05.167 --> 00:45:08.015
ใช่ 204 ไหม กฤตกรไหมลูก

00:45:09.355 --> 00:45:12.396
เบอร์ 9 ตอบอาจารย์หน่อยค่ะ

00:45:12.728 --> 00:45:15.334
ถ้าคลิก 1 ครั้งแปลว่าอะไรคะ

00:45:22.542 --> 00:45:25.459
คลิก 1 ครั้งค่ะ คลิก 1 ครั้งคืออะไรลูก

00:45:27.667 --> 00:45:30.334
(ล่าม) ความหมายคือ กดเปิดหรือเปล่าครับ เปิด

00:45:34.542 --> 00:45:35.999
(อาจารย์สุรีย์พัชร) คืออะไรนะคะ หนูตอบอีกทีสิลูก

00:45:41.999 --> 00:45:44.488
(ล่าม) ครับ คือ กดคลิก 1 ครั้ง

00:45:44.889 --> 00:45:49.707
หมายถึง บังคับให้กดยอมรับเปิดครับ

00:45:53.730 --> 00:45:54.967
กดเปิดครับ

00:45:56.209 --> 00:45:58.031
(อาจารย์สุรีย์พัชร) อ๋อ โอเคเข้าใจแล้ว

00:45:58.055 --> 00:46:00.209
แต่ถ้าหากว่าดับเบิลคลิกล่ะ

00:46:01.124 --> 00:46:03.311
อาจารย์ขอเบอร์ 1 ลูก

00:46:04.371 --> 00:46:07.999
เบอร์ 1 ถ้าดับเบิลคลิก เมาส์เราชี้แล้วนะคะ

00:46:07.999 --> 00:46:09.999
เมาส์เราชี้ เช่น หนูจะเป็น Word

00:46:11.886 --> 00:46:15.999
เมื่อหนูจะเปิด Word ปั๊บเมาส์ชี้จะทำงานอะไรไม่ได้ใช่ไหมคะ

00:46:16.125 --> 00:46:18.999
แต่พอคลิก 1 ครั้งก็แสดงว่าเป็นการเลือก

00:46:19.334 --> 00:46:24.751
แต่ถ้าเราดับเบิลคลิกแล้ว Word เปิดขึ้นมานั่นแสดงว่าเราทำไมคะ

00:46:28.779 --> 00:46:29.876
เราทำอะไรคะ

00:46:36.999 --> 00:46:40.626
(ล่าม) กดคลิกซ้าย 2 ครั้งครับ คือ เปิดโปรแกรมขึ้นมาครับ

00:46:41.766 --> 00:46:43.588
(อาจารย์สุรีย์พัชร) แสดงว่าเป็นการเลือกใช่ไหมลูก

00:46:43.695 --> 00:46:46.125
เป็นการเลือก ขอรหัส 2 ตัวท้ายค่ะ

00:46:47.673 --> 00:46:49.459
รหัส 2 ตัวท้ายของหนูค่ะ

00:46:51.999 --> 00:46:52.988
(ล่าม) 206 ครับ

00:46:53.254 --> 00:46:55.417
(อาจารย์สุรีย์พัชร) 206 โอเคครับ

00:47:01.500 --> 00:47:05.417
(อาจารย์สุรีย์พัชร) ต่อนะคะ Three-Dimensional Interface

00:47:05.417 --> 00:47:07.777
คราวนี้ล่ะ เป็น 3 เส้น 3 ทางแล้วเป็นอย่างไร

00:47:07.801 --> 00:47:09.584
ลองไปดูสิคะ เป็นอย่างไร

00:47:09.751 --> 00:47:11.563
Command line ผ่านมาแล้วนะคะ

00:47:11.587 --> 00:47:13.834
อันนี้ผ่านมาแล้ว อาจารย์ขอไม่เข้าใกล้นะคะ

00:47:14.508 --> 00:47:18.432
แล้วก็ส่วนเมนู อธิบายให้หนูฟังเรียบร้อยแล้วว่า

00:47:18.456 --> 00:47:23.035
เมนู ก็คือการชี้เพื่อให้เขาทำงานอย่างไร

00:47:23.709 --> 00:47:28.292
Natural Language ที่เพื่อนบอกว่าเรียนภาษา Python มาแล้วนะคะ

00:47:28.809 --> 00:47:31.997
อาจารย์ก็เลยมองว่าไม่ใช่น่ะค่ะ

00:47:32.683 --> 00:47:34.285
เพราะ Python เป็นภาษาระดับสูง

00:47:34.310 --> 00:47:40.999
ตามความเป็นจริงหนูน่าจะเรียนในปี 2 เทอม 2 หรือปี 3 เทอม 1 นะคะ

00:47:42.417 --> 00:47:47.999
ส่วนทางด้านของปัญหาที่เกิดขึ้นนะคะ ปัญหาที่เกิดขึ้น

00:47:48.847 --> 00:47:54.250
Vague Vague คือ ค่า เช่น หนูเซตว่า i = int

00:47:54.711 --> 00:47:59.792
แสดงว่าค่า i ที่หนูจะ print ลงไปนั้นจะเป็นแค่ตัวเลขจำนวนเต็ม

00:48:00.706 --> 00:48:02.676
แต่ถ้าหากหนูบอกว่า i = float

00:48:03.068 --> 00:48:06.763
แสดงว่าตัวเลขนั้นจะเป็นตัวเลขทศนิยม

00:48:07.375 --> 00:48:10.417
แต่ถ้าหนูบอก i ตัวนี้เท่ากับ char

00:48:10.869 --> 00:48:15.250
แสดงว่าตัว i ตัวนี้กลายเป็น... เป็นอะไรคะ char

00:48:16.914 --> 00:48:19.459
หรือ Text บางโปรแกรมใช้ Text

00:48:21.000 --> 00:48:25.209
เป็นอะไรลูก ใครตอบได้คะ ยกมือเลยลูก ยกมือใครตอบได้

00:48:27.683 --> 00:48:29.493
เบอร์ 9 ตอบลูก ตอบว่า...

00:48:38.999 --> 00:48:39.721
(ล่าม) 0 ครับ

00:48:42.655 --> 00:48:43.716
i = 0 ครับ

00:48:50.125 --> 00:48:52.959
(อาจารย์สุรีย์พัชร) โอเคค่ะ อาจารย์เข้าใจค่ะ

00:48:55.589 --> 00:48:57.999
เสียงของล่ามทางนู่นอาจารย์ฟังไม่ค่อยเข้าใจ

00:48:57.999 --> 00:49:00.725
แต่ว่าอาจารย์พอเข้าใจภาษาของหนูแล้วค่ะ

00:49:00.750 --> 00:49:03.517
เรียนไปเรื่อย ๆ อาจารย์ก็พอจำได้แล้วนะคะ

00:49:03.541 --> 00:49:05.167
พอจำได้ว่าหนูกำลังสื่อถึงอะไร

00:49:05.579 --> 00:49:12.959
รหัสลูกเบอร์ 9 204 ไหมครับ

00:49:13.999 --> 00:49:15.042
(อาจารย์สุรีย์พัชร) เบอร์ 9 ครับ (ล่าม) 204 ครับ

00:49:15.334 --> 00:49:19.250
(อาจารย์สุรีย์พัชร) ครับผม 204 ครับ โอเคมา

00:49:21.500 --> 00:49:25.999
คราวนี้หนูรู้แล้วค่าเป็นอย่างไร กำหนดอะไรเขาก็เป็นอย่างนั้นน่ะ

00:49:26.000 --> 00:49:32.083
เช่น อาจารย์บอกว่าเด็กที่ไว้ผมยาวเขา คือ ผู้หญิง

00:49:32.999 --> 00:49:38.042
เรากำลังทำการ Seminar แล้วนะคะ เด็กที่ไว้ผมยาวเขา คือ ผู้หญิง

00:49:38.375 --> 00:49:41.241
เด็กที่ไว้ผมสั้น คำถามคำว่า "สั้น"

00:49:41.265 --> 00:49:45.584
สั้นแค่ไหนล่ะ ถึงจะเป็นผู้ชายใช่ไหมคะ

00:49:46.042 --> 00:49:47.792
มีบัญญัตินะ หลายข้อเลย

00:49:47.999 --> 00:49:50.103
แต่ถ้าหนูมาดูในเรื่องของ Solution

00:49:50.388 --> 00:49:54.167
เขาบอกว่า Try to understand a subset

00:49:54.459 --> 00:49:59.167
เขาจะพยายามทำความเข้าใจเซตด้านใน

00:49:59.167 --> 00:50:00.921
เช่น หนูใช้ loop while นะคะ

00:50:00.945 --> 00:50:02.999
หนูเขียนโปรแกรมแล้วหนูต้องพอนึกออกลูก

00:50:03.167 --> 00:50:04.755
ถ้าหนูใช้ loop while

00:50:04.779 --> 00:50:07.209
while จะอยู่เป็น loop บน ถูกไหมคะ

00:50:07.250 --> 00:50:11.542
loop while W-h-i-l-e นะคะ loop while

00:50:11.697 --> 00:50:13.888
แล้วลงมาจะเป็น loop for

00:50:14.123 --> 00:50:16.083
จาก loop for แล้วกลายเป็น loop if

00:50:16.584 --> 00:50:20.417
loop if เราใช้เมื่อต้องการทำอะไรคะ

00:50:20.459 --> 00:50:22.742
หนูใครตอบได้ยกมือลูก loop if

00:50:23.588 --> 00:50:28.918
คำสั่ง if else ใครตอบได้คะ หนูยกมือได้เลยลูก

00:50:32.792 --> 00:50:39.834
กินน้ำเยอะน่ะสิ if เป็นคำสั่งหนูจะใช้ก็ต่อเมื่อ...

00:50:43.334 --> 00:50:45.999
เอ๊ะ หนูเรียนวิชาการเขียนโปรแกรมมาแล้วใช่หรือไม่ลูก

00:50:52.584 --> 00:50:56.055
เราใช้คำสั่ง if ก็ต่อเมื่ออะไรคะลูก if

00:50:59.114 --> 00:51:06.500
ถ้าเด็กได้ 30-59 เขาได้เกรด F

00:51:09.375 --> 00:51:11.288
เป็นการทำไมคะ เช็ก

00:51:11.586 --> 00:51:17.918
เมื่อเป็นการเช็กปั๊บสัญลักษณ์ของการเช็กจะเป็นรูปข้าวหลามตัด

00:51:18.999 --> 00:51:20.688
รู้จักรูปข้าวหลามตัดไหมคะลูก

00:51:20.712 --> 00:51:23.083
รูปข้าวหลามตัด รูปภาพข้าวหลามตัด

00:51:25.113 --> 00:51:27.858
เป็นสไตล์แบบนี้ลูก ข้าวหลามตัด

00:51:33.002 --> 00:51:34.626
อาจารย์ขอเข้าใน Google นะคะ

00:51:39.626 --> 00:51:43.918
เราจะลองมารับรู้ในเรื่องของข้าวหลามตัดบ้างลูก แทรก

00:51:51.417 --> 00:51:56.250
นี่ล่ะ คือ ปัญหาหนูใช้ Microsoft Word เมนูจะอย่างหนึ่งนะคะ

00:51:56.709 --> 00:51:59.653
ถ้าอาจารย์สอนหนูหนูใช้ Microsoft Word

00:51:59.677 --> 00:52:02.834
แต่อาจารย์ใช้เอกสารใน Google

00:52:03.209 --> 00:52:08.667
เมนูของเราจะไม่เหมือนกันนะคะ เราจะไม่เหมือนกันนะ

00:52:09.592 --> 00:52:13.417
ตอนนี้ก็... อาจารย์กำลังหารูปร่างลูก รูปร่างใครพอรู้ไหมคะลูก

00:52:17.331 --> 00:52:20.243
ค้นหาในเว็บเลย อาจารย์ค้นหาในเว็บแล้ว

00:52:32.542 --> 00:52:39.355
รูปแบบตัวหนาเดี๋ยวนะ เครื่องมือ

00:52:40.171 --> 00:52:42.420
ส่วนขยาย รูปแบบ แทรก

00:52:44.938 --> 00:52:49.590
ภาพวาด ภาพวาดเลย

00:52:59.202 --> 00:53:04.085
รูปร่างข้าวหลามตัด นี่เจอแล้วค่ะ

00:53:06.664 --> 00:53:08.702
นี่คือ การใช้ loop if

00:53:09.959 --> 00:53:14.536
ถ้าเด็กได้ 30-59

00:53:15.767 --> 00:53:22.577
คำตอบของเขาจะมีค่าเป็นจริงนะคะ

00:53:22.999 --> 00:53:24.883
คำตอบของเขาจะมีค่าเป็นจริง

00:53:24.907 --> 00:53:31.667
แล้วเราจะ print ออกเป็นในหน้าจอให้เขาเห็น

00:53:31.926 --> 00:53:35.876
ว่าเป็นเกรดอะไรนะคะ

00:53:35.992 --> 00:53:38.079
แต่ถ้าหากว่าไม่ใช่ล่ะ

00:53:39.963 --> 00:53:46.998
ถ้าไม่ใช่ ลูกศรจะขึ้นมาแค่ 2 ลูกศรเท่านั้นนะคะ แค่ 2 ลูกศร

00:53:47.334 --> 00:53:52.250
ถ้าตัวนี้เป็นตัวของค่าจริงนะคะ

00:53:52.707 --> 00:53:56.709
ค่าจริงก็อาจารย์จะใช้ตัว T แทนนะลูกนะ เป็นตัว T แทน

00:54:03.531 --> 00:54:06.999
ถ้าเราดาวน์โหลด Visio ก็จะดีกว่านี้นะคะลูก ดีกว่านี้

00:54:09.783 --> 00:54:14.042
ต่อมาลูก อันนี้เป็นค่าของ F เป็นค่า False

00:54:18.999 --> 00:54:24.876
อาจารย์สอนเด็กปกติเขียนโปรแกรมออกทุกทิศทางเลยค่ะ

00:54:25.751 --> 00:54:27.621
ปกติข้าวหลามตัดนะคะ

00:54:27.645 --> 00:54:32.209
การเช็ก if จะออกได้แค่ 2 ทางเท่านั้นไม่จริงก็เท็จ

00:54:32.844 --> 00:54:36.209
แต่เท็จแล้วเราสามารถเช็กได้อีกไหม ได้ค่ะ

00:54:36.690 --> 00:54:42.542
ถ้าไม่ใช่ แล้ว... แล้วมันมีอีกไหมล่ะ มีเงื่อนไขอีกไหม

00:54:42.567 --> 00:54:46.192
ก็สามารถที่จะต่อได้นะคะ นี่ก็สามารถที่จะต่อได้

00:54:47.891 --> 00:54:52.355
นี่ค่ะ ก็จะต่อได้ขยับให้ตรงนิดหนึ่งอย่างนี้ค่ะ

00:54:52.526 --> 00:54:57.709
แต่สุดท้ายนะคะ เดี๋ยว...

00:55:07.083 --> 00:55:09.855
อยากให้ขยับทีละนิดหนูกด Ctrl ค้าง

00:55:09.879 --> 00:55:13.999
แล้วก็กดที่เครื่องหมายลูกศรค่ะ

00:55:14.557 --> 00:55:17.375
ที่คีย์บอร์ดของหนูเองเขาจะขยับทีละนิดทีละนิด

00:55:17.476 --> 00:55:21.751
บางทีเมาส์ไม่สามารถที่จะควบคุมได้ขนาดนั้นนะคะ

00:55:22.602 --> 00:55:26.087
คราวนี้เมื่อหนูเกิดการ คือ มีเงื่อนไขเกิดขึ้นมาปุ๊บ

00:55:26.805 --> 00:55:30.999
หนูก็ต้องมีเส้นเกิดขึ้นมาแล้วอีก 2 เส้นนะคะ

00:55:31.375 --> 00:55:36.083
อาจารย์ก็จะมองว่าถ้า 2 เส้นแล้ว Copy ได้ไหมล่ะ ถ้าอย่างนั้นน่ะ

00:55:36.083 --> 00:55:39.208
อาจารย์คลิกขวาอาจารย์คัดลอกแล้ว ไม่ใช่คัดลอกอันนี้

00:55:40.347 --> 00:55:45.834
คัดลอกค่ะ แล้วก็วางมาแล้วค่ะ เส้น

00:55:46.702 --> 00:55:52.876
อาจารย์เลยบอกถ้าจริงมานี่นะ จริงน่ะ จริงถ้าจริงก็ Copy มา

00:55:57.221 --> 00:55:59.733
คัดลอกค่ะ แล้วก็ลงมาวาง

00:56:04.165 --> 00:56:04.924
อย่างนี้ค่ะ

00:56:05.999 --> 00:56:08.477
แต่เขาก็ต้องมีเส้นลงมาอีกค่ะ

00:56:08.501 --> 00:56:11.876
อย่างนี้เป็นการเช็กนะคะ นี่เป็นการเช็ก

00:56:12.000 --> 00:56:14.142
อาจารย์ยังไม่ให้หนูทำหรอกค่ะ Flowchart น่ะค่ะ

00:56:14.166 --> 00:56:16.999
ไม่ได้ยังไม่ให้ทำหรอกค่ะ ยังไม่ให้ทำนะคะ

00:56:17.895 --> 00:56:21.250
อันนี้เป็นวิธีการทำให้รู้นะคะ ให้รู้เอาไว้นะลูกนะ

00:56:21.822 --> 00:56:22.961
ต่อมาค่ะ

00:56:26.387 --> 00:56:30.992
พอหนูรู้แล้วว่าการคลิกบน Keyword

00:56:31.999 --> 00:56:35.751
เห็นไหมคะ บน Keyword เมื่อสักครู่อาจารย์คลิกข้าวหลามตัด

00:56:36.167 --> 00:56:40.959
เด็ก ๆ จะรู้ทันทีเลยว่า อ๋อ เป็นการตัดสินใจนะ

00:56:41.042 --> 00:56:45.709
แล้วผลของมันน่ะ จะออกมาแค่ 2 ทิศทาง นั่นคือไม่จริงก็เท็จ

00:56:46.375 --> 00:56:49.710
ถ้าจริงก็จบ ถ้าเราเช็กความเป็นจริงนะคะ

00:56:49.734 --> 00:56:53.292
แต่ถ้าเราเช็กความเป็นเท็จ ถ้าเท็จเมื่อไหร่งานจบ

00:56:53.677 --> 00:56:57.209
แต่ถ้าเป็นจริงก็ทำต่อไปเรื่อย ๆ ๆ ๆ

00:56:57.209 --> 00:57:02.709
เช่น หนูจะ print เอกสารวุฒิบัตรให้กับเด็กทั้งหมด 20 คน

00:57:03.542 --> 00:57:08.584
หนูทำทั้งหมดมาจนถึง 20 แล้วก็แสดงว่า loop นี้สิ้นสุด

00:57:09.125 --> 00:57:14.125
ระบบก็จะทำการ print ทันทีก็จบงานนะคะ

00:57:14.852 --> 00:57:18.999
แต่พอมาเป็นในเรื่องของ Query Query จะเป็นตัวหนึ่งที่ยาก

00:57:20.209 --> 00:57:24.999
ยากมากไม่ว่าจะเป็นเด็กปกติ หรือเด็กที่จบโปรแกรมเมอร์มาแล้ว

00:57:25.792 --> 00:57:27.999
ทุกคนจะตายอยู่ที่ Query

00:57:28.125 --> 00:57:34.354
Query คือ การจัดการข้อมูลให้มีการไปตามที่ฉันต้องการ

00:57:34.378 --> 00:57:35.918
ใช้คำพูดอย่างนี้เลยนะคะ

00:57:36.125 --> 00:57:40.083
User จะเป็นคนบอกว่าฉันต้องการอะไร

00:57:40.083 --> 00:57:46.155
เช่น ขอให้คุณ Query ข้อมูลของเด็กผู้หญิงนะคะ

00:57:46.179 --> 00:57:50.626
ของเด็กผู้หญิงที่มีพฤติกรรมเยี่ยงชาย

00:57:52.000 --> 00:57:55.959
ให้เขา Query ออกมานะคะ อันนี้นี่ 1.

00:57:56.042 --> 00:57:57.372
2. ถ้าอาจารย์บอกว่า

00:57:57.671 --> 00:58:05.542
ให้คุณ Query นักศึกษาที่มีเกรดเฉลี่ย 3.57 ขึ้นไปมีทั้งหมดกี่คน

00:58:06.250 --> 00:58:08.903
นี่คือ การ Query นะคะ เป็นเงื่อนไข

00:58:08.927 --> 00:58:14.542
ใครล่ะเป็นบอกก็ User ทั้งสิ้น User เป็นคนบอกนะคะ

00:58:15.897 --> 00:58:17.908
ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตามนะคะ

00:58:17.932 --> 00:58:20.974
เป็นคุณภาพนะคะ เป็นคุณภาพ

00:58:20.999 --> 00:58:22.355
หรือว่าจะฟังก์ชัน

00:58:22.726 --> 00:58:25.517
ให้คุณสร้างฟังก์ชันในการตรวจสอบ

00:58:25.542 --> 00:58:31.999
ว่าเด็กคนไหนที่ไม่จบ ม.6 เราไม่รับเข้า ICT อย่างนี้ค่ะ

00:58:32.737 --> 00:58:36.483
เขาก็จะเอาอะไรคะ ใบ Transcript ของหนูเอามาสแกน

00:58:37.250 --> 00:58:41.121
เด็กคนนี้จบสาย ปวช. จบสาย ปวส.

00:58:41.145 --> 00:58:45.292
ไม่มีสิทธิ์เข้าเรียนในสายของ ICT เป็นต้น

00:58:45.667 --> 00:58:49.751
ก็ใครเป็นคนกำหนดก็ User เหมือนเดิมนะคะ

00:58:50.459 --> 00:58:52.688
Query ใน SQL

00:58:53.473 --> 00:58:56.667
หนูได้เรียนวิชาฐานข้อมูลแล้วหรือยังคะ

00:58:58.542 --> 00:59:04.500
ผ่านไหมคะ พยักหน้าก็ได้ลูก ถ้าเคยผ่านตามาแล้วฐานข้อมูล

00:59:07.529 --> 00:59:10.255
ไม่ผ่านเลยหรือคะ ยังไม่ผ่านวิชานี้เลยใช่ไหมคะ

00:59:10.446 --> 00:59:12.209
ยังเลยนะ

00:59:12.692 --> 00:59:19.256
ถ้า SQL เขาจะบอกเลยว่า select from where

00:59:20.834 --> 00:59:24.918
อาจารย์ขอเข้าไปในตัวเอกสารนี่นิดหนึ่งนะคะ

00:59:28.999 --> 00:59:32.845
เห็นไหมคะ สร้างปุ๊บนี่ข้อดีของ Google เป็นอย่างนี้ล่ะค่ะ

00:59:32.869 --> 00:59:33.999
ทำงานได้เลย

00:59:34.000 --> 00:59:35.542
นี่อาจารย์ขอเข้ามาในนี้นะคะ

00:59:39.621 --> 00:59:44.021
คราวนี้ดูนะคะ เราจะ SQL แล้วนะคะ

00:59:45.890 --> 00:59:49.005
อาจารย์ไม่ได้ให้หนูทำลูก แต่ให้หนูดูเฉย ๆ ลูกให้หนูดู

00:59:49.334 --> 00:59:50.222
select

00:59:50.246 --> 00:59:53.355
s-e-l-e-c-t select

00:59:54.501 --> 00:59:56.999
select select อะไรเดี๋ยวค่อยว่ากัน

00:59:57.375 --> 00:59:58.688
select from

00:59:59.264 --> 01:00:01.232
f-r-o-m from

01:00:03.204 --> 01:00:08.792
f-r-o-m เดี๋ยวอาจารย์ขอทำตัวใหญ่ ๆ หน่อยนะคะ

01:00:16.718 --> 01:00:17.915
select from

01:00:18.273 --> 01:00:20.444
from จากไหนไปไหนล่ะ

01:00:20.782 --> 01:00:23.014
where คุณจะเอาจากที่ไหนล่ะ

01:00:23.044 --> 01:00:25.984
w-h-e-r-e

01:00:26.008 --> 01:00:27.883
select from where

01:00:28.005 --> 01:00:36.965
เลือก คุณเลือกอะไร เลือกค่า i ที่มีค่าเท่ากับนางสาว

01:00:45.709 --> 01:00:46.688
ขอโทษนะคะขอโทษ

01:00:52.753 --> 01:00:54.834
ใช้มือเดียวอาจารย์ก็ไม่ถนัดเหมือนกันค่ะ

01:00:55.007 --> 01:00:59.490
เลือก i ที่มีค่านางสาวจากไหนล่ะ จาก from ไหน

01:00:59.668 --> 01:01:05.424
จาก from ที่ชื่อว่าทะเบียน

01:01:13.319 --> 01:01:16.462
จากตารางนะคะ ตรงนี้จากตารางนะคะ from

01:01:16.486 --> 01:01:18.944
from อะไร from Tabean

01:01:18.999 --> 01:01:21.918
T-a-b-e-a-n Tabean

01:01:22.786 --> 01:01:27.388
where คุณจะให้คำว่า "นางสาว" นี้ไปอยู่ที่ไหนล่ะ

01:01:27.642 --> 01:01:32.125
ให้เขาไปอยู่ใน Tabean

01:01:34.012 --> 01:01:36.000
หนูจะเขียน... หนูจะเขียนอย่างไรมันก็ขึ้นอย่างนั้นนะคะ

01:01:36.042 --> 01:01:39.209
หนูไปสร้าง from เป็นอย่างไรก็จะขึ้นมาอย่างนั้นนะคะ อันนี้ทะเบียน

01:01:40.918 --> 01:01:48.999
Tabean ที่เป็นตัวของ Miss เห็นไหมคะ

01:01:49.250 --> 01:01:52.855
คราวนี้แสดงว่าเลือก i

01:01:53.233 --> 01:01:58.959
แสดงว่าช่องของคำนำหน้าชื่อนะคะ คำนำหน้าชื่อจะอยู่ในช่องของ i

01:01:59.423 --> 01:02:02.334
แล้วเอามาจากไหนล่ะ ช่องของ i นี่

01:02:02.358 --> 01:02:05.256
เอามาจาก from ที่ชื่อว่า Tabean

01:02:05.789 --> 01:02:08.991
แล้วหนูจะให้คำว่า "นางสาว" ทั้งหลายแหล่นี่

01:02:09.292 --> 01:02:11.088
ให้เขาย้ายไปที่ไหนล่ะ

01:02:11.417 --> 01:02:16.999
where ไปไหน ไปที่ TabeanMiss แล้วให้เก็บไว้ที่ไหน

01:02:17.875 --> 01:02:19.999
where แล้วนะคะ ให้เก็บไว้ที่ไหน

01:02:19.999 --> 01:02:25.988
ให้เก็บไว้ในตัวคำว่า "สถานะ" หรือ status

01:02:31.585 --> 01:02:36.005
นะคะ ให้เก็บเอาไว้ในตัวนี้

01:02:40.246 --> 01:02:44.329
สังเกตนะคะ เมื่อสักครู่หนูดูนะ อาจารย์ไม่มีตัว ,

01:02:45.361 --> 01:02:47.999
แล้วอาจารย์คลิกเห็นไหมคะ ไม่รู้จัก

01:02:49.999 --> 01:02:53.667
อันนี้แค่ Syntax นะคะลูก อันนี้แค่ Syntax เห็นไหมคะ

01:02:53.834 --> 01:02:56.496
เพราะเขามองว่ามันเป็นตัว 2 ตัว

01:02:57.148 --> 01:03:02.626
นี่คือ SQL หลัก ๆ มีแค่นี้เองลูก select from where

01:03:03.588 --> 01:03:06.143
ถ้าให้อาจารย์แอนสอนวิชาฐานข้อมูลเบื้องต้น

01:03:06.167 --> 01:03:09.215
อาจารย์ก็จะให้หนูน่ะ เข้าใน Colab

01:03:09.715 --> 01:03:13.667
เพราะหนูเขียน Python มาแล้วนี่อาจารย์ก็จะให้หนูเขียนใน Colab

01:03:13.849 --> 01:03:19.667
แล้วในใช้ Colab ในการ Ping หรือการดึง Database

01:03:20.376 --> 01:03:25.292
เหนือ... เหนือมากที่สุด คือ การดึง Database แล้วหนูอยู่สายนวัตกรรมนะคะ

01:03:25.497 --> 01:03:28.291
หนูจะต้องนำเอางานที่มีอยู่

01:03:28.315 --> 01:03:32.304
เช่น Word ที่เขาใช้เพื่อเขียนเอกสาร

01:03:32.430 --> 01:03:35.167
แต่ Word ของหนูสามารถเขียนโปรแกรมได้

01:03:36.509 --> 01:03:41.365
แสดงว่าหนูกำลังใช้เครื่องมือมากกว่าที่เขารู้

01:03:41.735 --> 01:03:44.000
ก็เป็นโปรเจกต์จบได้เหมือนกันลูกอันนี้นะคะ

01:03:46.407 --> 01:03:48.121
นะคะ นี่ไงคะ

01:03:48.460 --> 01:03:51.792
ที่อาจารย์บอกว่าเขาทำไมคะ เขา Require Require

01:03:51.925 --> 01:03:55.626
แล้วคุณเข้าใจไหมล่ะ เข้าใจในโครงสร้าง Structure

01:03:55.626 --> 01:03:57.542
Structure ของอะไร ของ Database

01:03:57.876 --> 01:03:59.188
และใน Syntax

01:03:59.212 --> 01:04:02.375
Syntax คือ รูปแบบที่อาจารย์เขียนเมื่อสักครู่นี้

01:04:02.603 --> 01:04:05.350
อาจารย์ไม่มีลูกน้ำเขาขีดเส้นให้

01:04:05.715 --> 01:04:09.999
และคำ... ความต้องการที่มันเป็น Expire

01:04:10.459 --> 01:04:12.688
เช่น วัน...

01:04:13.560 --> 01:04:15.582
อาจารย์ดู Tiktok อีกแล้วนะคะ Tiktok

01:04:15.606 --> 01:04:17.626
อะไรก็ Tiktok อาจารย์ชอบเล่น Tiktok ค่ะ

01:04:18.606 --> 01:04:22.301
เขาบอกว่าภายในกับหมดอายุ

01:04:22.325 --> 01:04:24.933
ถ้าภายในเราสามารถกินได้

01:04:24.958 --> 01:04:28.918
แต่ถ้ามันหลุดจากเวลาของคำว่า "ภายใน" ไม่ใช่ Expire

01:04:29.167 --> 01:04:33.044
เราจะทำไมคะ ไม่อร่อยแค่นั้นเองนะคะ ไม่อร่อย

01:04:33.350 --> 01:04:36.334
อันนี้ใครเป็นคนกำหนด User

01:04:37.918 --> 01:04:40.834
แต่ถ้า From-fills นี่คือ From-fills

01:04:41.209 --> 01:04:44.355
From-fills จะอยู่ใน Excel

01:04:45.101 --> 01:04:46.667
ขอโทษนะคะ จะอยู่ใน Access

01:04:47.807 --> 01:04:50.963
Access หนูลองค้นหาคำว่า "Access" ดูสิลูก

01:04:50.993 --> 01:04:53.715
ในแถบ Search ค่ะลูก แถบ Search

01:04:53.899 --> 01:04:58.755
A-c-c-e

01:04:59.971 --> 01:05:01.896
มีไหมคะ Access มีไหมคะลูก

01:05:03.401 --> 01:05:06.632
มีไหม ลองค้นดูสิคะ มีไหมคะ

01:05:07.184 --> 01:05:13.695
ถ้าไม่มีหนูเข้าไปในตัวของ... ของเราเลยนะคะ

01:05:13.759 --> 01:05:16.999
ของ... ของมหาวิทยาลัยในเมลมหาวิทยาลัยแล้วกด 9 จุดลูก

01:05:17.602 --> 01:05:22.365
กด 9 จุดเขาจะมีเอกสารที่เรียกว่า "Word"

01:05:23.190 --> 01:05:27.209
เขาจะมี Sheet นะคะ ที่เรียกว่า "Spreadsheet"

01:05:29.000 --> 01:05:30.918
เข้าหนูเข้าเมลของมหาวิทยาลัยน่ะลูก

01:05:30.959 --> 01:05:34.083
หนูจะมีรูปร่างเหมือนของอาจารย์เลยค่ะ อย่างนี้ค่ะ SNRU เมล

01:05:34.478 --> 01:05:37.250
หนูเข้าเมลมหาวิทยาลัยได้ไหมคะ แต่ละคนหนูเข้าได้ไหมลูก

01:05:38.155 --> 01:05:39.738
ได้ไหม ได้อยู่นะลูกนะ

01:05:39.762 --> 01:05:42.250
พยักหน้าให้อาจารย์หน่อยค่ะ เข้าเมลของมหาวิทยาลัยได้ไหมคะ

01:05:43.459 --> 01:05:45.292
เมลมหาวิทยาลัยได้นะคะ

01:05:45.584 --> 01:05:47.584
ถ้าเข้าได้แล้วหนูเห็นเหมือนของอาจารย์ไหมคะ

01:05:48.158 --> 01:05:49.542
ข้างในเห็นเหมือนกันไหม

01:05:50.050 --> 01:05:55.395
มีเอกสาร มี Sheet มีสไลด์ มีปฏิทิน มี Chat มี Meet

01:05:55.775 --> 01:05:57.999
แต่เราต้องการคำว่า "ฟอร์ม"

01:05:59.209 --> 01:06:02.504
เห็นคำว่า "ฟอร์ม" ในหน้าจอ 1 หรือยังคะ

01:06:02.670 --> 01:06:04.709
ใครเห็นแล้วยกมือให้อาจารย์หน่อยค่ะลูก

01:06:05.668 --> 01:06:06.851
อาจารย์จะลงไปดูนะคะ

01:06:06.875 --> 01:06:10.125
ของใครขึ้นมาแล้วลูก ใครของใครขึ้นมาแล้วยกมือให้อาจารย์ดูหน่อยค่ะ

01:06:10.789 --> 01:06:12.723
โอเค โอเคค่ะ

01:06:13.762 --> 01:06:14.876
เห็นไหมลูก เห็นไหม

01:06:30.500 --> 01:06:33.959
กด 9 จุดนะคะ ให้หนูกด 9 จุดลูก ดูที่ 9 จุดลูก

01:06:34.548 --> 01:06:38.999
เข้าเมลมหาวิทยาลัยก่อนนะคะ แล้วหนูจะเห็น 9 จุดตัวนี้ลูก

01:06:40.209 --> 01:06:44.626
คลิก 9 จุดนะคะ แล้วหนูจะเห็นฟอร์มตัวนี้ โอเค

01:06:47.088 --> 01:06:48.711
เข้าเมลมหาวิทยาลัยได้หรือยังคะลูก

01:06:50.276 --> 01:06:51.999
โอเคเข้าได้แล้วนะคะ

01:06:52.167 --> 01:06:53.959
แล้วจากนั้นหนูเข้าฟอร์มแล้วใช่ไหมคะ

01:06:54.005 --> 01:06:55.918
เข้าฟอร์มแล้วคลิกเครื่องหมาย + เลยลูก

01:06:55.942 --> 01:06:57.340
คลิกเครื่องหมาย + เลยค่ะ

01:06:58.046 --> 01:07:00.167
ใครเข้าได้แล้วให้คลิกเครื่องหมาย + เลยนะคะ

01:07:13.299 --> 01:07:17.633
อันนี้เป็นฟอร์มที่เวลาที่หนูสอบช่วงโควิด

01:07:18.083 --> 01:07:19.735
ถ้าหนูเข้ามาเรียนตอนช่วงโควิด

01:07:20.620 --> 01:07:24.083
อาจารย์ท่านก็จะใช้ให้หนูสอบแบบข้อสอบฟอร์ม

01:07:24.417 --> 01:07:27.834
มีหลายตัวเลือกมีมากมายค่ะ ตรงนี้มีให้เราเลือก

01:07:27.917 --> 01:07:32.102
อันนี้เขาก็เรียกว่า "เมนู" ทั้งหมดนะคะ เขาเรียกว่า "เมนู"

01:07:32.167 --> 01:07:34.788
แต่ถามว่าใช่ Access ไม่ใช่

01:07:35.877 --> 01:07:41.042
โปรแกรม Access ไม่ได้มีในนี้เลยเหรอคะ

01:07:44.042 --> 01:07:45.999
อาจารย์ขออนุญาตค้นหาแป๊บนะคะ

01:08:05.167 --> 01:08:07.757
หนูค้นหา Access เจอไหมคะลูกแต่ละคน

01:08:08.748 --> 01:08:10.702
เจอไหม แถบ Search น่ะลูก

01:09:26.392 --> 01:09:30.167
หนูเข้า Google ค่ะลูก เข้า Google คลิก Tab ใหม่

01:09:30.516 --> 01:09:34.250
Tab ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับสถานะของเครื่องด้วยนะคะ

01:09:34.830 --> 01:09:37.988
หนูเห็นโฆษณาของ iPhone ตัวใหม่หรือยังคะ

01:09:38.804 --> 01:09:42.173
16 หรือ 17 หรือ 19 นะ จำไม่ได้

01:09:42.999 --> 01:09:44.876
16 Pro ไหมคะ

01:09:46.399 --> 01:09:48.921
อาจารย์ไม่รู้จักหรอกค่ะ อาจารย์ไม่ใช้หรอกค่ะ Apple น่ะ

01:09:49.185 --> 01:09:51.876
เขายังไม่ให้ลูกแอปเปิลเต็มลูกค่ะ

01:09:52.999 --> 01:09:56.121
อาจารย์ค้นหา Access มันเป็นอย่างไร

01:09:58.903 --> 01:10:03.209
หนูใช้คำว่า "Microsoft" สิลูก Microsoft

01:10:05.491 --> 01:10:10.410
หนูพิมพ์คำว่า "M-i-c-r-o" แล้วหนูจะเห็นคำว่า "Soft" ทันที

01:10:10.998 --> 01:10:14.854
แล้วหนูก็วรรคค่ะ แล้วหนูพิมพ์คำว่า "A-c-c"

01:10:16.044 --> 01:10:19.584
แล้วหนูจะเห็นคำว่า "Microsoft Access"

01:10:21.459 --> 01:10:23.999
อาจารย์ไม่ให้ดาวน์โหลดหรอกลูก ให้หนูดูเฉย ๆ ลูก

01:10:25.006 --> 01:10:27.562
เห็นไหมคะ หนูลองดาวน์โหลดดูสิคะ นี่อันนี้ค่ะ

01:10:27.961 --> 01:10:34.006
พอหนูพิมพ์ Microsoft นะคะ M-i-c-r-o

01:10:34.781 --> 01:10:38.821
แล้วเขาจะขึ้นคำว่า "S-o-f-t"

01:10:39.088 --> 01:10:45.876
วรรค "A-c-c-o-u-n-t"

01:10:48.930 --> 01:10:53.999
เห็นไหมคะ ถามว่าเราใช้ตัวนี้ ไม่ใช่ เราจะเอาตัวนี้ตัวข้างล่างนี่ค่ะ

01:10:54.666 --> 01:10:56.988
Microsoft Access เห็นไหมคะตัวนี้

01:10:57.012 --> 01:10:58.466
เห็นไหมลูก เหมือนกันใช่ไหมคะ

01:10:58.809 --> 01:11:00.383
หนูคลิกเลยลูก คลิกเลย

01:11:01.749 --> 01:11:03.101
พอคลิกปุ๊บ

01:11:04.533 --> 01:11:08.999
คราวนี้ล่ะ เขาก็เลยบอกว่าซอฟต์แวร์นี้หรือแอปพลิเคชันนี้

01:11:09.292 --> 01:11:11.288
ที่เรียกว่า "Microsoft Access" นี่

01:11:11.945 --> 01:11:14.835
เขาเป็นในเรื่องของการสร้างแอปพลิเคชันนะ

01:11:14.999 --> 01:11:17.888
คลิกที่รูปภาพเลยค่ะ มันเป็นอย่างไรคราวนี้

01:11:18.323 --> 01:11:22.042
นี่ไงคะ ของเขาจะเป็นแบบนี้ค่ะ Access

01:11:22.564 --> 01:11:26.125
หน้าจะตาของเขาจะเป็นสไตล์แบบนี้เลย นี่แบบนี้นะคะ

01:11:26.667 --> 01:11:30.833
ซึ่งอาจารย์แอนก็... ก็อยากที่จะให้หนูเห็นน่ะนะ ความจริงน่ะ

01:11:30.858 --> 01:11:33.855
นี่หนูสามารถที่จะทำตัว ER

01:11:33.951 --> 01:11:37.459
หนูรู้ใช่ไหมคะลูก ตัวนี้คือตัว ER คุ้นไหมคะ

01:11:37.999 --> 01:11:41.125
เคยรู้จักไหมลูก ตัวนี้ ER ER Diagram

01:11:43.417 --> 01:11:45.360
อาจารย์ท่านสอนอะไรกันนี่

01:11:46.032 --> 01:11:47.773
อาจารย์สอนใหม่หมดเลยหรือลูก

01:11:48.839 --> 01:11:51.000
อาจารย์สุรีย์พัชรมาสอนใหม่ทุกอย่าง

01:11:51.459 --> 01:11:54.083
หนูรู้ทุกวิชาเลยลูก ตอนนี้เอาทุกวิชาเลยนะ

01:11:54.707 --> 01:11:56.649
อันนี้จะเป็น ER Diagram

01:11:56.933 --> 01:11:59.223
เด็กที่มาสอบโปรเจกต์จบนะคะ

01:11:59.247 --> 01:12:02.520
ที่จะมาเอาแค่หัวข้อเรื่อง แต่มี ER Diagram

01:12:02.545 --> 01:12:05.667
อาจารย์เลยบอกว่าอย่างนั้นขอดูโปรแกรมจบเลย

01:12:06.386 --> 01:12:08.858
แสดงว่าเด็กไม่รู้เลยว่า ER จะได้มา

01:12:08.882 --> 01:12:12.767
ก็ต่อเมื่อหนูต้องสร้าง Database ก่อนนะคะ

01:12:12.809 --> 01:12:14.999
การสร้าง Database คือ การสร้างตาราง

01:12:15.250 --> 01:12:17.555
การสร้างตารางคืออันนี้ลูก

01:12:18.452 --> 01:12:20.417
นี่ค่ะ อันนี้คือการสร้างตาราง

01:12:24.709 --> 01:12:26.721
อาจารย์ไม่... อาจารย์ไม่ซื้อหรอกนะคะ ไม่ซื้อหรอก

01:12:27.683 --> 01:12:29.001
ขยับออกไปหน่อยสิ

01:12:30.083 --> 01:12:31.587
นี่ค่ะ ภาพนี้นะคะ

01:12:31.611 --> 01:12:34.125
นี่การสร้างตารางลูก อันนี้การสร้างตาราง

01:12:34.745 --> 01:12:36.788
ถามว่าการสร้างตารางสร้างอย่างไร

01:12:36.818 --> 01:12:39.965
เขาก็จะขึ้นเมนูเลยคำว่า "สร้างตาราง"

01:12:40.150 --> 01:12:45.751
หรือเขาเขียนคำว่า "Make Table" หรือคำว่า "Create Table"

01:12:45.892 --> 01:12:48.500
ก็ขึ้นอยู่กับเครื่องนั้น ๆ อีกล่ะ

01:12:49.307 --> 01:12:52.219
เวลาที่ลงเด็กบางคนชอบภาษาอังกฤษ

01:12:52.664 --> 01:12:54.375
หนูไม่เลือกภาษาไทยเลย

01:12:54.999 --> 01:12:57.999
เพราะฉะนั้น เมนูก็มีแต่ภาษาอังกฤษทั้งสิ้นนะคะอันนี้

01:12:59.584 --> 01:13:04.167
หนูจึงมีในเรื่องของ Access 365 ก็ยังมีอีกนะคะอันนี้

01:13:04.959 --> 01:13:07.292
อันนี้จะเป็นการทำ ER เช่นเดียวกัน

01:13:07.542 --> 01:13:10.756
ถ้าหนูสร้าง Database ดี หนูสร้างตัวลิงก์ปั๊บ

01:13:10.781 --> 01:13:15.657
เขาจะบอกเราทันทีเลยว่าการมีความเชื่อมคืออะไรบ้างคะ

01:13:15.682 --> 01:13:17.129
1 ต่อ 1

01:13:18.188 --> 01:13:20.021
1 to Many

01:13:20.267 --> 01:13:23.088
Many to Many คุ้นไหมคะ

01:13:25.198 --> 01:13:28.334
คุ้นไหมลูก 1 ต่อ 1

01:13:30.875 --> 01:13:37.006
1 ต่อ 1 เช่น ถ้าอาจารย์ที่ปรึกษา 1 คนรับเด็กใน Advisee ได้ 1 คน

01:13:37.173 --> 01:13:38.999
สถานะ คือ 1 ต่อ 1

01:13:39.628 --> 01:13:42.095
แค่ถ้าอาจารย์ที่ปรึกษา 1 คน

01:13:42.374 --> 01:13:47.959
สามารถสอนเด็กได้หลาย ๆ คนแสดงว่า 1 to M

01:13:48.823 --> 01:13:51.755
แต่ถ้าวิชานั้น เช่น วิชา...

01:13:55.189 --> 01:13:56.976
วิชาที่อาจารย์เยอะ ๆ น่ะ

01:13:58.461 --> 01:14:01.959
แอ่งสกล วิชาแอ่งสกล

01:14:02.250 --> 01:14:06.255
เป็น Many to Many เพราะหนูได้เจออาจารย์หลาย ๆ ท่าน

01:14:06.334 --> 01:14:09.313
อาจารย์หลาย ๆ ท่านก็เจอเด็กหลาย ๆ ศาสตร์

01:14:09.452 --> 01:14:12.292
จึงกลายเป็น Many to Many

01:14:13.547 --> 01:14:16.784
มีทั้งหมดแค่ 3 อย่างนะคะ มีแค่ 3 อย่าง

01:14:17.084 --> 01:14:19.321
แต่บางคนเขาสามารถ...

01:14:19.345 --> 01:14:22.751
อาจารย์ครับ ผมเคยเห็น Many to One

01:14:23.459 --> 01:14:27.083
ก็ขึ้นอยู่กับว่าหนูเอา Database เอาทางไหนมองไว้ทางไหน

01:14:27.542 --> 01:14:33.375
เราสามารถที่จะโยกย้ายได้ การออกแบบผลครั้งแรกย่อมไม่สวย

01:14:34.167 --> 01:14:38.221
คนที่ลอกเพื่อนมาครั้งแรกสวยเสมอค่ะ

01:14:38.607 --> 01:14:40.417
เพราะเขาไม่ได้คิด

01:14:41.417 --> 01:14:43.622
อาจารย์จะดูจากความน่าเกียจเลยนะคะ อันดับแรก

01:14:43.735 --> 01:14:47.209
เพราะหนูจะต้องทำไมคะ ทั้งขีดทั้งเขียน Database เลย

01:14:47.436 --> 01:14:51.293
แค่อาจารย์ต้องการรู้ว่าข้อมูลของเด็ก 1 คนนี่

01:14:51.325 --> 01:14:54.218
ถ้าอาจารย์อยากรู้ว่าพวกหนูน่ะเป็นเด็กพิเศษนี่

01:14:54.630 --> 01:14:58.359
หนูเป็นเด็กพิเศษอะไรนะคะ

01:14:58.383 --> 01:14:59.934
หนูเป็นเด็กพิเศษอะไร

01:14:59.959 --> 01:15:04.417
เพื่อที่จะ... เราจะได้ทำไมคะ จัดการในเรื่องนั้น ๆ ได้

01:15:04.500 --> 01:15:07.999
นี่ค่ะ นี่เป็นการเก็บ Database แล้วนะคะ 1 อันนะคะ

01:15:09.125 --> 01:15:12.515
โอ้นะ Access เราก็ไม่มีนะ

01:15:12.627 --> 01:15:16.667
เครื่อง... เครื่องครูนี่ไม่มีทั้ง Word พิมพ์ Word ก็ไม่ได้

01:15:17.375 --> 01:15:18.755
Excel ก็ไม่ได้

01:15:21.293 --> 01:15:27.083
จ้า จ้า ไม่เป็นอะไร แก้ปัญหาได้

01:15:27.781 --> 01:15:32.655
ต่อมาลูก อันนี้คือ Spreadsheets ที่เมื่อกี้นี้

01:15:33.181 --> 01:15:36.542
นี่ค่ะ เมื่อกี้นี้เข้าไปใหม่

01:15:37.609 --> 01:15:41.834
ที่หนูมาตรงนี้แล้วหนูก็เห็นคำว่า "ชีต"

01:15:42.514 --> 01:15:46.751
หนูคลิกคำว่า "ชีต" ปั๊บ มันก็จะขึ้นมาอย่างนี้ทันทีเลยค่ะ

01:15:47.999 --> 01:15:50.564
ถ้าเรียนวิชาคอมพิวเตอร์พื้นฐาน

01:15:50.588 --> 01:15:54.483
อาจารย์แอนจะพาหนูทำการลิงก์นะคะ ทำการลิงก์

01:15:54.528 --> 01:15:57.440
เช่น ถ้าหากว่าหนูเปลี่ยนชื่อเปลี่ยนนามสกุล

01:15:57.500 --> 01:16:02.292
แต่มาเรามี Tab ทั้งหมด 20 Tab เราจะมาเปลี่ยน 20 Tab เป็นไปไม่ได้

01:16:02.561 --> 01:16:04.918
เราจะดึง Tab แรกเราเปลี่ยน Tab แรก

01:16:04.918 --> 01:16:09.999
Tab 2 3 4 5 จนถึง 20 จะเปลี่ยนไปเองทันทีนะคะ

01:16:10.375 --> 01:16:15.371
ยตย. ลูก ยกตัวอย่างเช่นนะคะ

01:16:16.451 --> 01:16:19.417
อาจารย์จะใช้วิธีการว่าอันนี้จะเป็นเลขที่

01:16:21.334 --> 01:16:26.042
หนูพิมพ์ตามกันเลยก็ได้นะคะลูก เลขที่ เลขที่

01:16:26.658 --> 01:16:28.155
ตามด้วยชื่อลูก

01:16:28.804 --> 01:16:31.016
B1 ชื่อ

01:16:33.028 --> 01:16:34.906
C1 นามสกุล

01:16:36.192 --> 01:16:37.465
นามสกุล

01:16:39.644 --> 01:16:41.626
แค่นี้พอแล้วลูก อาจารย์เอาแค่นี้พอ

01:16:41.863 --> 01:16:45.361
เลขที่อาจารย์ขอเป็นเลขที่คนแรกเลยนะคะ

01:16:45.417 --> 01:16:48.285
เป็นขอแค่ 3 ตัวท้ายนะลูก 202

01:16:48.637 --> 01:16:52.584
202 หนูมีชื่อว่าวุฒิชัย

01:16:56.316 --> 01:17:01.214
วุฒิชัย เหลาแหลม นะคะ

01:17:01.245 --> 01:17:03.155
วุฒิชัย เหลาแหลม นะคะ

01:17:04.561 --> 01:17:05.972
เหลาแหลม

01:17:10.486 --> 01:17:15.021
เอาแค่ 2 คนลูก อาจารย์เลือกแค่ 2 คน 203 ลูก 203

01:17:15.173 --> 01:17:19.542
203 ชื่อว่านายเดชมงคลนะคะ

01:17:19.888 --> 01:17:21.855
อาจารย์ไม่มีคำนำหน้าชื่อเห็นไหมคะ

01:17:22.029 --> 01:17:25.334
อาจารย์ใช้แค่นี้เองนะคะลูก เดชมงคล

01:17:25.902 --> 01:17:30.500
แล้วก็กดลูกศรขวา พุทพันธ์ ลูก

01:17:32.495 --> 01:17:36.388
หนูก็ใส่ชื่อเพื่อน 1 คน แล้วก็ใส่ชื่อหนู 1 คน

01:17:36.529 --> 01:17:37.853
แค่ 2 คนพอแล้วลูก

01:17:40.532 --> 01:17:42.000
พุทพันธ์

01:17:45.209 --> 01:17:46.999
อาจารย์พิมพ์ผิดอาจารย์ขอโทษนะคะ

01:17:49.375 --> 01:17:53.834
แล้วคราวนี้เริ่มแล้วนะคะ

01:17:54.928 --> 01:17:57.506
ขอ Sheet แรก หนูพิมพ์เสร็จหรือยังลูก

01:17:57.531 --> 01:18:00.000
พิมพ์ชื่อกับ... เรียบร้อยหรือยังคะ

01:18:00.785 --> 01:18:04.118
ให้ A1 นะลูก A1 พิมพ์คำว่า "เลขที่" ลูก

01:18:04.999 --> 01:18:08.667
A1 พิมพ์คำว่า "เลขที่" อาจารย์ขออนุญาตเป็นใหญ่นะคะ

01:18:12.999 --> 01:18:15.048
หนูจะได้มองเห็นชัด ชัดขึ้นไหมคะลูก

01:18:16.393 --> 01:18:17.821
ชัดขึ้นนะ

01:18:18.917 --> 01:18:19.886
โอเคค่ะ

01:18:21.931 --> 01:18:26.459
A1 เลขที่ B1 ชื่อ C1 นามสกุล

01:18:26.632 --> 01:18:31.788
ลงมาค่ะ A2 รหัส 3 ตัวท้ายของตัวเราเลยลูก

01:18:31.928 --> 01:18:34.126
และก็ชื่อเรา นามสกุลเรา

01:18:34.709 --> 01:18:38.088
ลงมาค่ะ เป็น A3 ขอเป็นรหัสเพื่อน

01:18:38.112 --> 01:18:40.999
ชื่อเพื่อนและนามสกุลเพื่อน พอแล้วค่ะ 2 คน

01:18:42.372 --> 01:18:43.835
อาจารย์ขอแค่ 2 คนพอค่ะ

01:18:45.387 --> 01:18:48.006
แล้วให้ไปชี้ที่ Sheet 1 ข้างล่างค่ะ

01:18:48.584 --> 01:18:52.792
ชี้ที่ Sheet 1 ข้างล่างคลิกขวาค่ะลูก ใช้คำว่า "เปลี่ยนชื่อ"

01:18:54.088 --> 01:18:59.542
คลิกขวาที่คำว่า "Sheet 1" ตรง Task Bar ของ Sheet ข้างล่าง

01:18:59.944 --> 01:19:03.327
แล้วเลือกค่ะ เห็นไหมคะ อาจารย์ใช้เมาส์ชี้นะคะ

01:19:03.892 --> 01:19:06.999
เมาส์ชี้ แปลว่า การเลือก ฉันเลือกแล้วนะ

01:19:07.209 --> 01:19:09.396
เลือกอะไร เลือกเมนูเปลี่ยนชื่อ

01:19:10.235 --> 01:19:12.042
เลือกแล้วคลิก 1 ครั้ง

01:19:13.047 --> 01:19:15.901
ตอนนี้ Cursor กระพริบแล้วเห็นไหมคะ ตรง Sheet 1

01:19:15.986 --> 01:19:17.577
อาจารย์ใช้คำว่า "หน้าหลัก"

01:19:22.417 --> 01:19:24.626
พิมพ์เสร็จเรียบร้อยให้กด Enter

01:19:24.712 --> 01:19:30.999
ตอนนี้หน้าแรกของเราชื่อว่าหน้าหลัก โอเคไหม

01:19:31.709 --> 01:19:35.834
คราวนี้ให้หนูกดเครื่องหมาย + ด้านซ้ายเห็นไหมคะ

01:19:36.292 --> 01:19:40.209
จากหนูเปลี่ยนชื่อเมื่อกี้เห็นไหมคะลูก แล้วก็หนูก็เห็นเป็นเครื่องหมายขีด ๆ

01:19:40.209 --> 01:19:43.042
แล้วหนูก็เห็นเป็นเครื่องหมาย + กด + เลยค่ะ

01:19:44.280 --> 01:19:49.209
กด + เลย กด + ปุ๊บ Sheet 2 ปรากฏขึ้นทันที

01:19:50.709 --> 01:19:55.417
โอเคไหมคะ ตอนนี้ใครมี Sheet 1 Sheet 2 แล้วยกมือให้อาจารย์ดูหน่อยลูก

01:19:57.000 --> 01:19:59.473
ใครได้ Sheet 1 Sheet 2 แล้วยกมือให้ดูหน่อยค่ะลูก

01:19:59.497 --> 01:20:00.792
เดี๋ยวอาจารย์เดินไปหาลูก

01:20:01.292 --> 01:20:03.000
ใครยังไม่ได้อาจารย์เดินไปหาค่ะ

01:21:17.334 --> 01:21:18.588
ได้แล้วไหมคะตอนนี้

01:21:20.561 --> 01:21:23.667
ให้นำเมาส์มาชี้ที่ Sheet 2 ค่ะ

01:21:23.833 --> 01:21:25.192
ทำ Sheet 2 มาได้อย่างไรคะ

01:21:25.242 --> 01:21:27.730
กดเครื่องหมาย + ค่ะลูก กดเครื่องหมาย +

01:21:27.821 --> 01:21:30.542
ข้างล่างลูก ข้างล่าง จากหน้าหลักเมื่อกี้นี้

01:21:30.718 --> 01:21:33.355
แล้วหนูกดเครื่องหมาย + ตัวนี้นะคะ

01:21:33.562 --> 01:21:36.035
กดเครื่องหมาย + 1 ครั้ง

01:21:40.584 --> 01:21:42.459
กดเครื่องหมาย + 1 ครั้งค่ะ

01:21:59.459 --> 01:22:02.055
ตอนนี้ใครยังไม่ได้ถึงตรงนี้บ้างคะ

01:22:04.441 --> 01:22:08.459
ได้ครบไหมลูก ครบหนูพยักหน้าให้อาจารย์นิดหนึ่งลูก

01:22:11.844 --> 01:22:14.253
อันนี้ได้แน่ค่ะ อันนี้ได้แน่

01:22:14.277 --> 01:22:16.999
อาจารย์ห่วงทางนี้ ได้ไหมคะ

01:22:26.271 --> 01:22:30.534
คลิกที่ Sheet 2 ไว้นะคะ คราวนี้เราจะมาทำงานที่ Sheet 2 ค่ะ

01:22:30.559 --> 01:22:32.822
ให้เขาดึงข้อมาหา Sheet 2

01:22:33.461 --> 01:22:36.792
ตอนนี้ให้หนูนำเมาส์มาคลิกที่ A1 ค่ะ

01:22:37.417 --> 01:22:39.526
เขาจะมีพิมพ์อะไรก็เรื่องของเขาช่างเขาค่ะ

01:22:39.858 --> 01:22:42.107
ให้หนูพิมพ์เครื่องหมาย = ค่ะ

01:22:44.146 --> 01:22:45.627
พิมพ์เครื่องหมาย =

01:22:49.768 --> 01:22:54.688
โอเคไหม พิมพ์เครื่องหมาย = ที่ช่อง A1 ค่ะ

01:22:55.305 --> 01:22:59.042
ถามดูตรงไหน A1 ดูตรงนี้ค่ะลูก ป้ายชื่อค่ะ

01:22:59.605 --> 01:23:03.210
ป้ายชื่อเห็นไหมคะ ข้างบนอาจารย์เขียนคำว่า "A1"

01:23:03.234 --> 01:23:04.350
เขาจะขึ้นให้ทันที

01:23:04.375 --> 01:23:08.083
พิมพ์เครื่องหมาย = ค่ะ แล้วนำเมาส์ไปคลิกที่หน้าหลักค่ะ

01:23:08.725 --> 01:23:10.421
พิมพ์เครื่องหมาย = ไว้แล้วนะคะ

01:23:10.594 --> 01:23:13.417
ให้หนูพิมพ์เครื่องหมาย = ไว้แล้ว ให้คลิกที่ Sheet หน้าหลัก

01:23:13.704 --> 01:23:16.855
แล้วก็นำเมาส์มาชี้ที่คำว่า "เลขที่"

01:23:18.905 --> 01:23:22.834
นำเมาส์มาชี้ที่คำว่า "เลขที่" แล้วกด Enter ค่ะ

01:23:26.459 --> 01:23:28.255
พิมพ์เครื่องหมาย = ก่อน

01:23:28.370 --> 01:23:33.083
แล้วมาคลิกที่ Sheet ของที่เราทำเมื่อกี้นี้ค่ะ ที่ว่าหน้าหลัก

01:23:33.718 --> 01:23:41.626
แล้วนำเมาส์ไปชี้ที่เลขที่ คลิกเมาส์ซ้าย 1 ครั้งค่ะ แล้วกด Enter

01:23:42.722 --> 01:23:48.292
ตอนนี้คำว่า "เลขที่" กระเด้งมาอยู่ที่ Sheet 2 แล้วใช่ไหมคะ

01:23:51.399 --> 01:23:52.522
โอเคไหม

01:23:56.172 --> 01:23:58.006
มาไหมคะเด็ก ๆ มาไหม

01:24:20.049 --> 01:24:23.474
คราวนี้ให้หนูทำแบบนี้ทั้งหมดเลยลูก

01:24:23.846 --> 01:24:27.909
พิมพ์เครื่องหมาย = ที่ B1 ค่ะ

01:24:28.815 --> 01:24:31.382
= แล้วกลับไปที่หน้าหลัก

01:24:31.889 --> 01:24:35.497
แล้วก็ไปคลิกที่ชื่อแล้วกด Enter

01:24:37.429 --> 01:24:40.918
กดที่ C1 พิมพ์เครื่องหมาย =

01:24:40.999 --> 01:24:45.999
แล้วไปที่หน้าหลักแล้วกดนามสกุลแล้วกด Enter

01:24:48.542 --> 01:24:53.999
คราวนี้มีน้องเบอร์ 2 ทำได้แล้วนะคะ หนูใช้วิธีการอย่างไรลูก

01:24:54.564 --> 01:25:00.381
ใช้การคลิกที่เลขที่ใน Sheet 2 แล้วทำการ Drag ข้อมูลลงมาค่ะ

01:25:03.125 --> 01:25:08.209
แบบนี้เขาเรียกว่าการ Drag ข้อมูลนะลูกนะ เป็นการ Drag ข้อมูล

01:25:08.459 --> 01:25:11.621
นำเมาส์ไปชี้ที่เลขที่

01:25:11.894 --> 01:25:17.792
แล้วไปชี้ที่มุมขวาจะเป็นตัวลูกศรเครื่องหมาย + บาง ๆ

01:25:17.792 --> 01:25:21.500
แล้วกดเมาส์ซ้ายค้างแล้วดึงลงมา 2 บรรทัดค่ะ

01:25:23.125 --> 01:25:26.521
เพราะเราทำไมคะ เราทำการอ้างอิงแล้ว

01:25:28.439 --> 01:25:30.459
ทำอย่างนี้ให้ครบ

01:25:30.709 --> 01:25:34.667
เห็นไหมคะ พอหนูคลิกคำว่า "ชื่อ" นำเมาส์ไปวางที่มุมขวา

01:25:35.417 --> 01:25:37.628
เมาส์หนูจะกลายเป็นเครื่องหมาย + บาง ๆ

01:25:37.653 --> 01:25:40.434
แล้วหนูก็กดเมาส์ซ้ายค้างดึงลงมาค่ะ

01:25:40.507 --> 01:25:45.250
นั่นคือ การ Drag หรือการ Copy ข้อ... เขตข้อมูลนั่นเอง

01:25:47.622 --> 01:25:48.426
คราวนี้นะคะ

01:25:50.092 --> 01:25:51.241
พอมาปั๊บ

01:25:53.099 --> 01:25:54.543
ข้อมูลอาจารย์มาแล้วนะคะ

01:25:54.848 --> 01:25:58.715
พอมาเสร็จปุ๊บเราจะทำการแก้ไขแล้วคราวนี้

01:25:59.834 --> 01:26:05.999
ดูนะคะ อาจารย์จะแก้ไขที่คำว่า "วุฒิชัย"

01:26:08.517 --> 01:26:13.459
หนูเห็นไหมคะ ถ้าหนูแก้ตรงนี้มันเป็นการอ้างอิงมา

01:26:13.564 --> 01:26:17.999
เราจะแก้... เราจะแก้ไปที่หน้าหลักหนูกลับไปที่หน้าหลักเลยค่ะลูก

01:26:18.292 --> 01:26:20.255
แล้วคลิกชื่อแรกเลยค่ะ

01:26:20.464 --> 01:26:25.918
หนูใส่ชื่อเล่นนะคะ อาจารย์จะใส่ชื่อเล่นของวุฒิชัยค่ะ ว่ามาร์กี้

01:26:43.879 --> 01:26:46.709
ดูนะคะ พออาจารย์ทำปุ๊บอาจารย์กด Enter

01:26:46.999 --> 01:26:49.354
ให้หนูกลับไปดูใน Sheet 2 ไปดูนะคะ

01:26:49.378 --> 01:26:53.000
วุฒิชัยกลายเป็นวุฒิชัยมาร์กี้ใช่ไหม นี่ไงคะ มาแล้ว

01:26:53.999 --> 01:26:55.779
เราแก้แค่เพียงหน้าหลัก

01:26:57.324 --> 01:27:00.584
ไม่ว่าหนูจะมีข้อมูลกี่ Sheet ก็ตาม

01:27:00.876 --> 01:27:03.091
เขาจะเปลี่ยนให้หนูทั้งหมด

01:27:03.377 --> 01:27:08.709
นี่คือการอ้างอิงค่ะ โอเคไหมคะ นี่คือการอ้างอิง

01:27:09.617 --> 01:27:11.484
หนูจะเปลี่ยนตรงนี้ก็ได้ลูก

01:27:11.508 --> 01:27:14.019
อันนี้จะเปลี่ยนนะคะ ในเลขที่

01:27:14.209 --> 01:27:17.343
เลขที่ตอนนี้ดับเบิลคลิกก็ได้ลูก

01:27:17.367 --> 01:27:19.999
หนูดับเบิลคลิกแล้วหนูก็คลิก 1 ครั้งนะคะ

01:27:20.024 --> 01:27:22.188
แล้วหนูลองใส่เป็นรหัสเต็มค่ะ

01:27:22.212 --> 01:27:32.817
651021222

01:27:39.042 --> 01:27:40.655
อาจารย์ 2 เยอะไปหน่อยไหมนี่

01:27:46.333 --> 01:27:47.847
อาจารย์ 2 เยอะไปหน่อยค่ะ

01:27:49.641 --> 01:27:51.839
ดูนะคะ วุฒิชัยมาร์กี้

01:27:51.863 --> 01:27:57.999
หนูกลับไปดูที่ Sheet 2 วุฒิชัยมาร์กี้ก็เปลี่ยนเช่นเดียวกันเห็นไหมคะ

01:27:59.999 --> 01:28:04.375
นี่คือการอ้างอิงข้อมูลนะคะ

01:28:04.626 --> 01:28:08.250
เพราะว่าพอเวลาอาจารย์จะทำคะแนนให้กับพวกหนูนี่

01:28:08.918 --> 01:28:10.027
อาจารย์จะมีหลายหน้า

01:28:10.252 --> 01:28:13.626
หน้านี้เป็นหน้าในการเช็กชื่อ หน้านี้เป็นหน้าของคะแนน

01:28:13.667 --> 01:28:14.999
อันนี้คือเป็นหน้าของงาน

01:28:15.875 --> 01:28:19.042
ไม่อย่างนั้นอาจารย์มานั่งแก้ชื่อ อาจารย์ก็แก้ไม่ไหวค่ะ

01:28:19.083 --> 01:28:21.086
นะคะ ชื่อแต่ละคนกว่าจะพิมพ์เสร็จนะ

01:28:21.505 --> 01:28:24.007
ก็จะนานนิดหนึ่ง อันนี้เป็นการอ้างอิงชื่อ

01:28:24.202 --> 01:28:27.406
อันนี้คือโปรแกรม Excel หรือ Spreadsheets

01:28:27.430 --> 01:28:30.048
หรือใช้คำว่า "ชีต" นั่นเอง

01:28:31.369 --> 01:28:32.042
โอเคนะคะ

01:28:34.335 --> 01:28:36.388
ให้หนูรู้อันนี้ลูก ให้หนูรู้

01:28:36.755 --> 01:28:41.542
แต่ในสมัยก่อนเราใช้ Lotus 1 2 5

01:28:42.542 --> 01:28:46.697
แต่ถามว่าตอนนี้โปรแกรม Lotus ยังคงใช้อยู่ไหม

01:28:46.999 --> 01:28:50.355
ยังคงใช้งานอยู่ใน Central

01:28:50.480 --> 01:28:52.898
Central ไหนไม่รู้ค่ะนะคะ

01:28:54.181 --> 01:28:59.250
เรามี MS MS ย่อมาจาก Microsoft Excel

01:28:59.792 --> 01:29:01.693
เรามี Common Today

01:29:02.559 --> 01:29:06.125
Excel เราทำงานแบบนี้ง่ายมากเลยนะคะ

01:29:06.125 --> 01:29:09.590
ในการที่จะคลิกข้อมูลแบบนี้ง่าย

01:29:09.922 --> 01:29:11.999
เพราะเขาทำไมคะ เพราะเขา Grid

01:29:12.588 --> 01:29:14.679
Grid ก็คือช่องพวกนี้ค่ะลูก

01:29:14.703 --> 01:29:17.417
ช่องนี้ค่ะ นี่ช่องอย่างนี้เขาเรียกว่า "Grid"

01:29:17.779 --> 01:29:20.709
นี่นะคะ ที่หนูวางไป 1 อันนี้ค่ะ เขาเรียกว่า "Grid"

01:29:21.334 --> 01:29:24.417
Grid ก็คือช่องนั่นเองนะคะ Grid ก็คือช่อง

01:29:25.417 --> 01:29:29.959
แล้วในแต่ละ Cell เขาบรรจุอะไรล่ะ ก็บรรจุข้อมูล

01:29:30.549 --> 01:29:34.591
เขาอาจจะ... บางคนอาจจะอ่านว่า "วา-ลู่" บางคนอ่าน "วา-ยู่"

01:29:35.055 --> 01:29:40.999
มันก็คือคำว่า "ค่า" นั่นล่ะค่ะนะคะ บรรจุค่าหรือรูปแบบนะคะ

01:29:41.258 --> 01:29:43.496
นี่ไงคะ บรรจุค่าลงไป

01:29:44.508 --> 01:29:47.667
หรือเป็นรูปแบบ อันนี้จะเป็น... ทำไมคะ

01:29:47.820 --> 01:29:51.788
เราคำนวณไม่ได้นะคะ คำนวณไม่ได้นะคะ

01:29:52.917 --> 01:29:56.999
แต่เราทำไมคะ เป็นข้อมูลที่เป็นเอกสารได้นะ

01:29:57.392 --> 01:29:59.189
คราวนี้หนูลองมาดูด้านล่างค่ะ

01:30:00.154 --> 01:30:03.580
เราสามารถที่จะกดทำไมคะ Enter

01:30:03.633 --> 01:30:07.999
หรือเราจะทำการย้อนกลับก็ได้ ในเรื่องของ Spreadsheets

01:30:08.209 --> 01:30:14.667
เขาบรรจุข้อมูลพวกนี้เอาไว้เรียบร้อยแล้วนะคะ บรรจุเอาไว้เรียบร้อยแล้ว

01:30:15.916 --> 01:30:21.083
นี่ไงคะ ที่อาจารย์บอกว่า WIMP Interface คืออะไร

01:30:21.417 --> 01:30:26.788
คือ Windows Icons Menus และ Pointers

01:30:27.082 --> 01:30:30.999
ยอมรับนะคะ หน้าจอที่หนูเห็นนั่นคือ Windows

01:30:31.542 --> 01:30:35.292
ที่หนูเห็นเป็นตัวหลากหลายพวกนี้ค่ะ เขาเรียกว่า "Icons"

01:30:36.167 --> 01:30:39.667
ที่หนูด้านบนที่ว่าทำงานต่าง ๆ นี่อันนี้นะคะ

01:30:39.790 --> 01:30:43.590
นี่เขาเรียกว่า "เมนู" นะคะ ตรงนี้เขาเรียกว่า "เมนู"

01:30:43.999 --> 01:30:50.683
แล้วที่หนูชี้นะคะ นี่ค่ะ ที่หนูชี้ลงไปเขาเรียกว่า "Pointers" นะคะ

01:30:50.707 --> 01:30:51.999
เขาเรียกว่า "Pointers"

01:30:52.575 --> 01:30:55.988
ฉะนั้นแล้ว ไม่ว่าจะเป็นใด ๆ ก็ตาม

01:30:56.012 --> 01:31:00.500
เขาก็เลยมองว่ามีมากมายหลากหลายเหลือเกินนะคะ

01:31:00.627 --> 01:31:04.055
ในเรื่องของ WIMP Interface

01:31:04.079 --> 01:31:06.042
คอมพิวเตอร์เราย่ออะไรง่ายค่ะ

01:31:06.626 --> 01:31:10.459
Windows ตัวแรกคืออะไร W ก็เอา W เลยค่ะ

01:31:10.578 --> 01:31:12.999
เราจะพูดถึง Icons เราก็หยิบ I ขึ้นมาเลย

01:31:12.999 --> 01:31:16.626
เราจะหยิบคำว่า "Munus" ก็ M เลยค่ะ Pointers ก็ P

01:31:16.999 --> 01:31:21.209
นี่คือหลักการคอมพิวเตอร์ในการย่อง่ายมากค่ะ ลูกง่ายมากนะคะ

01:31:22.659 --> 01:31:26.012
แต่ค่า Default ของข้อมูลทั้งหมด

01:31:26.344 --> 01:31:29.125
บางอย่างเราเลือกทำไม่ได้

01:31:29.208 --> 01:31:32.792
ยกตัวอย่างเช่น อาจารย์เอาวิชาภูมิศาสตร์เข้ามาเลยนะคะ

01:31:33.671 --> 01:31:38.949
ตัวที่เป็นตัว A ตัว B ที่เป็นขั้วโลกเหนือนะคะ

01:31:39.107 --> 01:31:43.660
แล้วตัวที่เป็นตัว X Y นะคะ

01:31:43.692 --> 01:31:48.083
ตัว X เขาก็มองว่าเป็นตัวคูณเขาไม่นำมาคิด เขาให้เป็นขั้วโลกใต้

01:31:48.334 --> 01:31:51.322
แล้วอีกตัวหนึ่ง ก็คือตัว I กับตัว O

01:31:51.346 --> 01:31:54.417
เพราะตัว O เขามองว่าอาจจะเป็นเลข 0 ก็ได้

01:31:54.667 --> 01:31:57.521
นั่นคือ นักภูมิศาสตร์เราจะไม่นำมาใช้นะคะ

01:31:57.686 --> 01:32:02.999
ทำให้แผนที่โลกจะมีตัวอักษรหายไปอยู่ 4 ตัวนะคะ

01:32:05.083 --> 01:32:06.815
คราวนี้หนูมาดูตรงนี้บ้างค่ะ

01:32:07.707 --> 01:32:10.999
เราจะใช้ตัว Multi นะคะ Multimedia

01:32:11.334 --> 01:32:13.999
Web browser ที่หนูเปิดทั้งหมดนี่ค่ะ

01:32:14.459 --> 01:32:18.083
นี่ค่ะ ทั้งหมดที่หนูเปิดอยู่ด้านบนนี่เขาเรียกว่า "Web browser"

01:32:18.626 --> 01:32:21.621
Hypertext คือ ข้อข้อมูลที่ถูกการลิงก์

01:32:21.699 --> 01:32:24.417
เช่น อย่างนี้เป็นต้นเห็นไหมคะ

01:32:24.642 --> 01:32:26.388
นี่ถ้าหนูสนใจอันนี้เห็นไหมคะ

01:32:26.944 --> 01:32:31.238
รูปเมาส์ของหนูจะกลายเป็นมือทันทีนะคะ

01:32:31.331 --> 01:32:32.981
เมาส์หนูจะกลายเป็นมือทันที

01:32:33.005 --> 01:32:36.918
เมื่อเมาส์กลายเป็นมือปั๊บแสดงว่าหนูทำการคลิกแล้ว

01:32:37.250 --> 01:32:42.167
แต่ถ้าเมาส์ของหนูไม่ได้กลายเป็นมือนี่ค่ะ กลายเป็นตัว Pointers

01:32:42.201 --> 01:32:45.951
แสดงว่าตรงนั้นคลิกไม่ได้ คลิกไปก็ไม่มี... ไม่มีผลอะไร

01:32:46.209 --> 01:32:52.250
แต่ถ้าเมื่อไรก็ตามเมาส์ของหนูกลายเป็นมือ แสดงว่าสามารถที่จะคลิกได้

01:32:53.181 --> 01:32:57.834
เวลาหนูเขียนโปรแกรมเขาถึงได้ถามว่าคลิกมันต่างอะไรกับการว่าชี้ล่ะ

01:32:58.459 --> 01:33:01.746
เด็กก็จะเริ่มมองเห็นความต่าง

01:33:01.770 --> 01:33:04.834
นี่ล่ะ เขาเรียกว่า "UI" ลูกนะคะ เขาเรียกว่า "UI"

01:33:08.999 --> 01:33:10.672
ตัว Three-Dimensional ค่ะ

01:33:11.964 --> 01:33:14.999
ตัวนี้เขาเรียกว่า "Ordinary Window System"

01:33:16.627 --> 01:33:20.999
เขาบอกว่ามันเป็นอย่างไรล่ะ ก็ตัวของตัว Highlight ไง

01:33:21.515 --> 01:33:24.275
เวลาที่หนูทำงานทั้งหมดนี่นะคะ

01:33:24.299 --> 01:33:27.256
เช่น อาจารย์จะทำการอย่างนี้ค่ะ นี่เป็นการ Highlight

01:33:27.495 --> 01:33:29.422
แต่ถ้าหนูจะทำการคลิกล่ะ

01:33:30.161 --> 01:33:33.334
ให้คลิกฉันนะ อาจจะมีเป็นปุ่มเกิดขึ้น

01:33:34.167 --> 01:33:35.364
ถ้าหนูไม่สร้างเป็นปุ่ม

01:33:35.388 --> 01:33:39.751
หนูก็ต้องทำให้ Pointer ของเรานั้นเปลี่ยนไปจากปกติ

01:33:40.292 --> 01:33:44.626
เช่น ให้กลายเป็นมือ ให้กลายเป็นปืน ให้กลายเป็นอะไรก็ได้

01:33:44.626 --> 01:33:45.521
ที่เมาส์...

01:33:46.405 --> 01:33:48.999
ตอนแรก ๆ เราเป็นเมาส์แบบ... ทำไมคะ

01:33:49.446 --> 01:33:52.000
ตัว I ตัวเดียวเห็นไหมคะ เป็นเมาส์ตัว I ตัวเดียว

01:33:52.381 --> 01:33:55.555
แต่พออาจารย์แอนทำเป็น Highlight ปั๊บ

01:33:56.269 --> 01:33:59.125
เริ่มแล้วเห็นไหมคะ เริ่มการทำ Highlight ได้

01:33:59.125 --> 01:34:03.125
แต่เมาส์ก็ต้องทำการคลิกได้เห็นไหมคะ เปลี่ยนแล้ว

01:34:03.167 --> 01:34:04.721
แสดงว่าตัวนี้คลิกได้

01:34:05.253 --> 01:34:08.021
แต่ตัวนี้คลิกไม่ได้เห็นไหมคะ คลิกไม่ได้

01:34:09.263 --> 01:34:10.250
นี่คือความแตกต่าง

01:34:10.531 --> 01:34:13.021
แต่ถ้าเมื่อไรก็ตามที่โปรแกรมของหนู

01:34:14.634 --> 01:34:17.460
เมาส์เหมือนกันแล้วทำไมมันคลิก Integrity ได้ล่ะ

01:34:19.125 --> 01:34:21.733
ก็แก้... ให้แก้ไขตรงนั้นล่ะค่ะนะคะ

01:34:21.820 --> 01:34:25.370
ส่วนค่า 5D Workspace จะเป็นการใช้ Extra

01:34:25.394 --> 01:34:27.535
คือ การจองพื้นที่ว่างเอาไว้

01:34:27.753 --> 01:34:34.417
แล้วเราจะทำการ Highlight โดยการใช้ Dev ก็คือการสร้าง ER ที่เกิดขึ้น

01:34:35.171 --> 01:34:37.999
มันเกิดเป็นค่า Distance Effects

01:34:38.061 --> 01:34:43.270
ก็คือในการเป็นช่องห่าง... ช่องว่างค่ะ ช่องว่างของข้อมูลที่เกิดขึ้น

01:34:43.508 --> 01:34:45.496
เวลาที่หนูสร้างปุ่มหนูสังเกตนะคะ

01:34:45.526 --> 01:34:49.006
ว่าไม่มีใครสร้าง Icon ชิดกันเห็นไหมคะ

01:34:49.167 --> 01:34:52.072
ระยะห่างเขาจะห่างได้พอดีเห็นไหมคะ

01:34:52.096 --> 01:34:54.000
พอ Icon ตรงนี้มันห่างเกินไป

01:34:54.519 --> 01:34:55.688
มันห่างจังเลยน่ะ

01:34:56.352 --> 01:35:00.818
เครื่องของฉัน ฉันอยากจะจัดปุ่มมันเอาไว้ขวามือเห็นไหมคะ ก็ย้ายได้

01:35:01.724 --> 01:35:04.821
พออาจารย์บอกว่ามันเกะกะ อาจารย์จะเอามาวางนี่ได้ไหม ได้

01:35:05.170 --> 01:35:06.584
นี่แหละ เขาเรียกว่า "Icon"

01:35:07.751 --> 01:35:09.188
เห็นไหมคะ มันจะไม่ชิดกัน

01:35:09.360 --> 01:35:11.876
ถ้าหนูทำชิดกันเขากระเด้งลงมาอยู่ดี

01:35:11.876 --> 01:35:16.083
นั่นเขาเรียกว่า "Distance Effects" นะคะ ไม่สามารถทำได้นะคะ

01:35:17.680 --> 01:35:21.806
อันนี้เป็นตัวของ Elements ของ WIMP Interface

01:35:21.886 --> 01:35:24.999
เป็นส่วนประกอบหลักของเขามีอะไรบ้างผ่านมาแล้วนะคะ

01:35:24.999 --> 01:35:28.667
Window Icon Menu Pointer จำไว้นะคะ

01:35:28.999 --> 01:35:31.621
ส่วนประกอบหลักของ W อะไรคะ

01:35:32.226 --> 01:35:34.667
ยกขึ้นไปหน่อยหนึ่ง W...

01:35:35.813 --> 01:35:38.102
Window Icon

01:35:38.554 --> 01:35:39.446
M คือ...

01:35:41.785 --> 01:35:42.940
M อะไรลูก

01:35:45.032 --> 01:35:47.118
เอาขึ้นไปใหม่ขึ้นไปใหม่ขึ้นไป M คืออะไร

01:35:48.735 --> 01:35:49.903
Menu ครับ

01:35:50.095 --> 01:35:52.189
ต่อครับลูก P...

01:35:53.401 --> 01:35:58.548
Pointer ครับ นี่ไง แล้วส่วนประกอบอื่น ๆ คืออะไร

01:35:58.573 --> 01:36:01.375
Button ทุกคนรู้จัก Button ใช่ไหมคะ

01:36:01.459 --> 01:36:02.588
Botton คือ ปุ่ม

01:36:02.828 --> 01:36:06.849
Toolbars คือ ที่เป็น... ทำไมคะ เป็นเครื่องหมายอย่างนี้ค่ะ

01:36:06.874 --> 01:36:10.999
หนูรู้ว่านี่คือ print นะ อันนี้คือการเพิ่มความคิดเห็นนะ

01:36:11.035 --> 01:36:12.221
แต่บางคนก็ไม่รู้

01:36:12.374 --> 01:36:15.291
ถ้าเป็นแค่ + เฉย ๆ หนูจะเข้าใจว่าเป็นการเพิ่มขนาด

01:36:15.540 --> 01:36:17.834
ถ้าเพิ่มขนาดก็จะเป็นเครื่องหมาย + ธรรมดา

01:36:17.961 --> 01:36:21.850
แต่ถ้าเป็นความคิดเห็นจะมีกล่องข้อความคลุมอยู่เสมอนะคะ

01:36:22.042 --> 01:36:25.500
Dialog Boxes Dialog Boxes คือ เวลาที่หนูสร้าง

01:36:25.500 --> 01:36:29.743
หนูอาจจะให้ Dialog Boxes ของหนูนี่มันมีเป็นมิติขึ้นมาให้เกิดขึ้น

01:36:29.768 --> 01:36:33.667
ถ้าเป็นหัวข้อที่แบบหัวข้อใหญ่ ๆ

01:36:33.724 --> 01:36:37.152
เช่น หนูดูนะคะ อาจารย์ทำให้มันเป็นสีเห็นไหมคะ

01:36:37.176 --> 01:36:39.751
สีเขียวให้มันเป็นโทนสีเขียวทั้งหมด

01:36:39.751 --> 01:36:46.867
อันนี้คือส่วนประกอบของ WIMP นะคะ WIMP

01:36:47.456 --> 01:36:53.000
ในหน้านี้หนูจำไว้ให้แม่นเลยนะคะ ว่าส่วนประกอบหลักของ WIMP มาจากไหนนะคะ

01:36:53.794 --> 01:36:56.837
แล้วคราวนี้ Windows คืออะไร ทุกคนรู้จักหมดค่ะ

01:36:56.862 --> 01:37:00.333
เป็นพื้นที่การทำงานในการโต้ตอบแยกกันนะคะ

01:37:00.358 --> 01:37:03.188
แต่ละอันสามารถซ้อนทำกันได้นี่เห็นไหมคะ

01:37:03.358 --> 01:37:07.209
Tab ซ้อนทับกันได้ มี Tile มี Cascading นะคะ

01:37:07.459 --> 01:37:11.388
ส่วนอื่น ๆ เรายังมี Title Bar มีปุ่มย่อ

01:37:11.562 --> 01:37:12.723
เป็นอย่างไรคะ ปุ่มย่อ

01:37:12.890 --> 01:37:16.021
ปุ่มย่อเห็นไหมคะ Minimize

01:37:16.160 --> 01:37:19.588
แล้วอะไรต่อคะ Maximize แล้วก็ Close

01:37:20.510 --> 01:37:22.931
เห็นไหมคะ ขยายปิดปุ่มย่อ

01:37:22.999 --> 01:37:28.024
สามารถมีหน้าต่างขนาดย่อยซ้อนกันอยู่ภายใน

01:37:28.290 --> 01:37:33.999
หน้าต่างขนาดย่อยซ้อนกันอยู่ภายในโอเคไหมคะ

01:37:34.861 --> 01:37:37.357
ถ้าอาจารย์ทำภาพนี้ขึ้นมาปั๊บนี่

01:37:37.388 --> 01:37:40.006
อาจารย์ตัดภาพนี้ขึ้นมานี่ค่ะ ตัดแค่ตรงนี้

01:37:40.125 --> 01:37:43.042
แล้วอาจารย์ถามว่าข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง

01:37:43.042 --> 01:37:51.599
หนูต้องตอบอาจารย์ว่ามีหน้าต่างขนาดย่อยซ้อนกันอยู่ภายในโอเคนะคะ

01:37:53.394 --> 01:37:55.542
ทุกอย่างอาจารย์สามารถทำเป็นข้อสอบได้หมดเลยลูก

01:37:55.999 --> 01:37:59.188
อาจารย์แค่ตัดหน้าจอแต่ละแต่ละอันนี่ก็ได้แล้วนะคะ

01:37:59.399 --> 01:38:01.709
แต่อาจารย์ให้เวลาเยอะอยู่ให้เวลาเยอะ

01:38:02.999 --> 01:38:08.292
Icon นี่ไงคะ Icon จะซ่อนหน้าต่างที่เหลือเพียงขนาดเล็กได้

01:38:08.575 --> 01:38:12.167
แสดงการทำงานของระบบได้ เช่น Recycle Bin

01:38:12.770 --> 01:38:15.292
แสดงถึงฟังก์ชันหรือโปรแกรมภายในของระบบ

01:38:15.658 --> 01:38:18.999
ที่หนูเปิดทั้งหมดนี่ แต่ละคนเปิดไม่เหมือนกันแน่ ๆ

01:38:19.125 --> 01:38:22.255
หนูลองไปดับเบิลคลิกที่ Recycle Bin ดูสิคะ

01:38:22.741 --> 01:38:25.173
ที่ Icon Recycle Bin ค่ะ

01:38:26.160 --> 01:38:30.167
หนูมองที่หน้าจอนะคะ หน้าจอของเรา Desktop ค่ะ ที่หน้า Desktop

01:38:30.605 --> 01:38:32.202
หนูจะเห็นถังขยะ

01:38:33.611 --> 01:38:39.292
ที่เป็นถังสีขาว ๆ แล้วมีเหมือนกับลูกศร 3 ลูกศรหมุน ๆ ๆ อยู่น่ะค่ะ

01:38:39.492 --> 01:38:43.988
ดับเบิลคลิกเลยลูก ชี้แล้วคลิก ๆ นะคะ

01:38:44.322 --> 01:38:46.167
คลิกซ้ายน่ะลูก คลิกซ้ายคลิก ๆ

01:38:47.618 --> 01:38:51.489
มาแล้ว นี่คือเขาลบเห็นไหมคะ

01:38:51.513 --> 01:38:55.778
ลบ แต่หนูยังทำไมคะ ยังเอามันขึ้นมาได้

01:38:55.851 --> 01:38:58.655
แต่เมื่อไรก็ตามอาจารย์ขออนุญาตปิดนะคะ ปิด

01:38:58.999 --> 01:39:06.626
แล้วหนูคลิกขวาแล้วหนูสั่งเขาบอกว่า Empty Recycle Bin

01:39:06.999 --> 01:39:10.334
แสดงว่าไม่เหลืออะไรเลยคราวนี้

01:39:11.131 --> 01:39:15.596
นี่ล่ะค่ะ เพื่อนจะแกล้งเราก็ตรงนี่ล่ะค่ะ สั่ง Empty เลยนะคะ

01:39:15.676 --> 01:39:18.792
เพราะฉะนั้น อาจารย์ก็เลยบอกงานทุกงานหนูให้เก็บลงไดรฟ์นะคะ

01:39:18.792 --> 01:39:22.375
ให้เก็บลงไดรฟ์ได้เลยนะ อาจารย์ไม่ลบทิ้งหรอกค่ะ เดี๋ยวเขาว่าเอา

01:39:23.999 --> 01:39:26.655
Pointers นี่ไงคะ มีเยอะแยะค่ะ

01:39:26.797 --> 01:39:29.959
แบบชี้นะ แบบ I นะ หรือเป็นลูกศร

01:39:29.959 --> 01:39:33.292
หรือเป็นเครื่องหมายทำไม เป็นปากกา เป็นลูกศร 2 ทิศทาง

01:39:33.624 --> 01:39:36.600
เป็นการ...อย่างนี้เป็น Process ค่ะ เป็นการ Process

01:39:36.710 --> 01:39:39.053
ตรงนี้เป็นสั่งห้าม ตรงนี้เป็นการเคลื่อนย้าย

01:39:39.325 --> 01:39:42.042
อันนี้เป็น Process ของระบบนะคะ

01:39:42.042 --> 01:39:45.745
อันนี้คือลูกศรดึงขึ้นดึงลงนะคะ อันนี้ก็เป็นเครื่องหมายขยาย

01:39:45.982 --> 01:39:50.209
อันนี้เป็นตัวชี้หรือเป็นตัวคลิก นี่คือ Pointers

01:39:50.209 --> 01:39:54.459
หรือการชี้ตำแหน่งและเป็นการเลือกวัตถุบนหน้าต่างนั้น ๆ

01:39:54.693 --> 01:39:59.959
ซึ่งรูปร่างจะแตกต่างกันออกไปในแต่ละอย่างแต่ละที่นะคะ

01:40:00.478 --> 01:40:03.065
เช่น รูปนาฬิกาทรายแสดงถึงการทำงาน

01:40:03.125 --> 01:40:06.999
ทุกคนรู้เลยค่ะ เห็นนาฬิกาทราบปุ๊บ อ๋อ เขากำลังงานอยู่นะ

01:40:07.483 --> 01:40:09.010
แต่ส่วนที่เรียกว่า "Hot-spot"

01:40:09.034 --> 01:40:13.360
นั่นแสดงว่าตำแหน่งที่มันชี้ไป ก็คือ Hot-spot

01:40:14.125 --> 01:40:16.788
ตำแหน่งนะคะ ส่วนที่เรียกว่า "Hot-spot"

01:40:17.058 --> 01:40:20.459
แสดงถึงตำแหน่งที่มันชี้ไป

01:40:20.797 --> 01:40:25.000
ก็แสดงว่าหนูเลือกแล้วว่าตรงไหนมีเขตความร้อน

01:40:25.000 --> 01:40:28.943
เช่น เขากำลังหาโจรที่ฆ่าคน 3 คนน่ะค่ะ ในป่า

01:40:29.483 --> 01:40:31.470
เขาก็หาพลังงานความร้อนของมนุษย์

01:40:31.629 --> 01:40:33.999
ถ้ายังมีอยู่ก็แสดงว่ายังมีชีวิตอยู่

01:40:33.999 --> 01:40:40.292
แต่พลังงานความร้อนหมดก็เราอนุมานได้ว่าเขาคงหมดชีวิตไปแล้วค่ะนะคะ

01:40:41.686 --> 01:40:44.912
อันนี้คือเมนู หนูผ่านมาแล้วลูก เมนูนะคะ

01:40:44.937 --> 01:40:50.834
เมนูมีเมนูแฟ้ม เมนูไฟล์ เมนูการตั้งค่าเยอะแยะมากมายนะคะ

01:40:50.999 --> 01:40:53.626
ส่วน Button เด็ก ๆ รู้จักกันหมดค่ะ

01:40:53.780 --> 01:40:55.999
ถ้าอาจารย์มีปุ่ม Radio Button

01:40:56.499 --> 01:41:00.883
ทุกคนจะรู้จักเลยว่า อ๋อ ถ้าเป็นรูปวิทยุ

01:41:00.908 --> 01:41:02.667
มันก็ต้องเป็น Radio สิ

01:41:02.773 --> 01:41:05.076
แต่ถ้ามันเป็นแบบ Check Boxes ล่ะ

01:41:05.275 --> 01:41:07.918
ก็คือมีอะไรคะ หนูอยู่ปี 1 หนูอยู่ปี 2

01:41:07.918 --> 01:41:10.395
หรือหนูอยู่ปี 3 หนูก็คลิกลงไปนะคะ

01:41:10.715 --> 01:41:14.455
เช่น หนูเป็นนักศึกษาหนูนะ มาเลือกเรียนวิชา HCI

01:41:14.601 --> 01:41:17.083
แต่หนูมีตั้งแต่ปี 1 ปี 2 ปี 3 ปี 4

01:41:17.083 --> 01:41:18.632
อาจารย์ก็เลยทำ Choice ให้หนูน่ะค่ะ

01:41:18.656 --> 01:41:21.709
เป็น Check Boxes ว่าปี 1 ปี 2 ปี 3 ปี 4

01:41:21.784 --> 01:41:26.632
ยังมีเด็กเลือกผิดค่ะ แล้วสุดท้ายเกรดไม่ออกค่ะ

01:41:27.999 --> 01:41:29.402
เพราะอาจารย์หาชื่อเด็กไม่เจอ

01:41:31.200 --> 01:41:32.667
กับอีกอัน คือ print ไม่หมด

01:41:34.417 --> 01:41:36.921
เทอมที่แล้ว print ไม่หมดเหลืออีก 1 ห้อง

01:41:36.945 --> 01:41:39.167
ก็ถึงว่าเด็กทำไมถึงบอกเกรดไม่ออกค่ะ

01:41:40.792 --> 01:41:43.334
อาจารย์แอนเป็นคนอย่างนี้ล่ะ เยอะไป

01:41:44.297 --> 01:41:46.155
Toolbars ค่ะ Toolbars

01:41:46.380 --> 01:41:48.717
Toolbars เด็ก ๆ รู้จักแล้วถูกไหมคะ

01:41:48.816 --> 01:41:51.042
Toolbars คือ เครื่องหมายต่าง ๆ นะคะ

01:41:51.042 --> 01:41:54.592
เขาเรียกว่า "Toolbars" ลักษณะจะเป็นแบบ Icon นะคะ

01:41:55.250 --> 01:41:57.042
ส่วนทางด้านของ Palettes

01:41:57.067 --> 01:42:00.293
Palettes ก็คือในเรื่องของสีต่าง ๆ

01:42:00.626 --> 01:42:04.083
ที่หนูจะนำมาใส่นะคะ ที่จะนำมาใส่

01:42:04.542 --> 01:42:09.375
ซึ่งเวลาที่หนูทำตัว Canva หรือหนูจะทำตัว PowerPoint

01:42:09.791 --> 01:42:12.767
หนูเลือกสีมาเห็นไหมคะ เลือกสีมาในกล่องของข้อความ

01:42:12.901 --> 01:42:16.292
นั่นล่ะค่ะ คือ การเลือกสีนะคะ เป็นการเลือกสี

01:42:16.709 --> 01:42:18.565
ส่วน Dialog Boxes นะคะ

01:42:18.589 --> 01:42:22.876
ก็จะเป็นอย่างเช่น หนูลองคลิกที่กล่องเหลือง ๆ ดูสิลูก

01:42:23.542 --> 01:42:26.335
ตัว Taskbar ข้างล่างน่ะลูก ตรง Taskbar ด้านล่าง

01:42:26.359 --> 01:42:27.918
หนูคลิกกล่องเหลือง ๆ ขึ้นมาเลยลูก

01:42:29.417 --> 01:42:32.459
ตรง Taskbar ด้านล่างหนูเห็นกล่องเหลือง ๆ ไหมคะ

01:42:33.991 --> 01:42:36.158
ที่ Taskbar ด้านล่างลูก Taskbar ด้านล่าง

01:42:36.182 --> 01:42:38.242
ให้หนูชี้แล้วคลิกขึ้นมาเลยค่ะ

01:42:38.999 --> 01:42:43.588
อันนี้ค่ะ ข้างใน ข้างในทั้งหมดนี่ค่ะ นะคะ

01:42:44.019 --> 01:42:48.542
เขาเรียกว่า "ตัวของขั้นตอนการทำงาน"

01:42:48.671 --> 01:42:52.626
ตอนนี้เราอยู่ที่ Home อันนี้คือ Gallery นะคะ

01:42:53.265 --> 01:42:56.533
Gallery เราจะไปที่หน้า Desktop มีอะไรบ้าง

01:42:56.724 --> 01:43:00.735
ที่เราดาวน์โหลดไว้มีอะไรบ้าง Document มีอะไรบ้าง

01:43:00.947 --> 01:43:05.209
อันนี้เป็นการเรียกหน้าต่างจากผู้ใช้

01:43:05.500 --> 01:43:10.584
สังเกตว่าไม่ว่างานอะไรก็ตามใครเป็นคนกำหนดคะ

01:43:11.895 --> 01:43:12.996
User

01:43:13.462 --> 01:43:15.775
User หรือผู้ใช้เป็นผู้กำหนด

01:43:16.407 --> 01:43:20.876
แล้วใครเป็นคนรับคำสั่งคอมพิวเตอร์

01:43:21.250 --> 01:43:24.519
แล้วคอมพิวเตอร์เขาจะรับคำสั่งรู้ไม่รู้ขึ้นอยู่กับว่า

01:43:24.543 --> 01:43:28.542
ว่า User สั่งงานได้ตรง Syntax หรือไม่

01:43:28.999 --> 01:43:32.751
ถ้า Syntax ถูกต้องเขาก็ Run โปรแกรมให้หนูเห็น

01:43:33.005 --> 01:43:34.832
แต่ถ้า Syntax ไม่ถูกเหมือนเมื่อกี้

01:43:34.856 --> 01:43:37.005
ที่อาจารย์แอนเปิด Microsoft Word เห็นไหมคะ

01:43:37.209 --> 01:43:40.037
ของอาจารย์ Error ก็แสดงว่างานของอาจารย์ทำไมคะ

01:43:40.061 --> 01:43:41.999
ไม่สามารถเปิดได้นะคะ

01:43:42.762 --> 01:43:45.999
หนูขึ้นมาปุ๊บเราก็กากบาทปิดได้เลยค่ะ

01:43:47.375 --> 01:43:48.388
การโต้ตอบ

01:43:48.917 --> 01:43:52.125
ระบบคอมพิวเตอร์ดั้งเดิม อันนี้รุ่นใหม่ลูก อันนี้รุ่นใหม่แล้ว

01:43:52.292 --> 01:43:56.613
จะมีการจัดลำดับขั้นตอนขึ้นอยู่กับระบบของคอมพิวเตอร์

01:43:56.700 --> 01:44:00.999
ซึ่งการโต้ตอบของ Windows Icon อะไรคะ

01:44:01.975 --> 01:44:06.701
Menus และ Pointer ผู้ใช้จะเป็นผู้เริ่มต้น

01:44:06.726 --> 01:44:11.292
การทำงานรูปแบบใดภายใต้ทางเลือกหลากหลายรูปแบบ

01:44:12.083 --> 01:44:16.292
สังเกตนะคะ User เป็นคนเลือกก่อนทุกครั้ง

01:44:17.167 --> 01:44:23.194
ควรถูกนะคะ ควรถูกออกแบบให้รองรับกับการทำงานที่ผิดพลาด

01:44:23.334 --> 01:44:29.209
หากผู้ใช้รู้ข้อมูลนี้ก็สามารถแก้ไขได้ทันท่วงที

01:44:29.548 --> 01:44:33.343
ถ้าเขาไม่รู้ว่า Icon แบบนี้หมายถึงอะไร

01:44:33.367 --> 01:44:36.005
เขาก็ไม่รู้จะไปแก้ในคำสั่งไหนนะคะอันนี้

01:44:38.840 --> 01:44:40.168
ส่วนรายละเอียดของการโต้ตอบ

01:44:40.192 --> 01:44:43.506
ปัจจัยของทางกายภาพมีผลต่อการออกแบบ

01:44:43.599 --> 01:44:46.999
ปัจจัยทางสังคม ระบบที่คุ้นเคย

01:44:46.999 --> 01:44:50.751
การแข่งขันช่วยเพิ่มให้ประสิทธิภาพการทำงานดีขึ้น

01:44:51.042 --> 01:44:57.844
ล่าสุดมีข่าวบอกว่าสายการบิน 1 สายการบินทำการไม่ขึ้นบิน

01:44:57.869 --> 01:45:00.334
แต่หักเงินของผู้โดยสารไปแล้วน่ะค่ะ

01:45:00.334 --> 01:45:04.464
ตอนนี้ก็เลยทำให้คนที่สร้างระบบขึ้นมาต้องรับผิดชอบ

01:45:04.718 --> 01:45:09.542
อาจารย์เลยมองว่าทำไมนักคอมพิวเตอร์เราไม่มีวิชาชีพ

01:45:09.999 --> 01:45:13.709
เขียนโปรแกรมให้เขาพลาดโดนยึดใบประกอบวิชาชีพ

01:45:13.834 --> 01:45:17.367
หมอรักษาคนพลาดยังโดนยึดใบประกอบวิชาชีพ

01:45:17.459 --> 01:45:22.209
วิศวกรสร้างตึกแล้วตึกถล่มโดนยึดใบประกอบวิชาชีพ

01:45:22.788 --> 01:45:25.755
แล้วทำไมนักคอมพิวเตอร์เราไม่ได้

01:45:25.925 --> 01:45:27.250
ถ้าได้เราก็ได้เงินนะคะ

01:45:28.999 --> 01:45:34.083
อาจารย์เสนอแล้วค่ะลูก แต่ร่วงลงถังขยะนะ

01:45:34.540 --> 01:45:37.918
ความต้องการในการสร้างให้ประทับใจกับหัวหน้างาน

01:45:38.792 --> 01:45:41.334
ศาสตร์ของหนูนี่ล่ะค่ะ หนูจะทำอย่างไร

01:45:41.334 --> 01:45:46.959
ให้งานนี่ของหนู หรืองานชิ้นงานของหนูนี่ทำให้หัวหน้างานของหนูปลื้ม

01:45:47.292 --> 01:45:49.999
หนูจะสร้างอะไรให้ง่ายต่อการทำงาน

01:45:50.427 --> 01:45:57.911
หนูต้องการเรียนรู้ทักษะใหม่และการทำงานเป็นกลุ่มอาจส่งผลกระทบในแง่ลบกับประสิทธิภาพ

01:45:58.626 --> 01:46:02.473
คนเยอะใช่ว่างานจะดีจริงไหมลูก

01:46:02.497 --> 01:46:03.709
แต่ละอย่างนะคะ

01:46:04.042 --> 01:46:09.209
งานบางอย่างถ้าหนูแจกจ่ายงานเพื่อนได้งานนั้นจะมีประสิทธิภาพ

01:46:09.525 --> 01:46:12.121
แต่ถ้าหนูเป็นคนแบ่งงานเพื่อนไม่ได้

01:46:12.618 --> 01:46:14.999
งานนั้นหนูจะต้องรับทำคนเดียว

01:46:14.999 --> 01:46:18.667
แล้วคราวนี้อาจารย์ท่านประเมิน ท่านประเมินว่าเด็กตั้ง 6 คน

01:46:18.999 --> 01:46:23.505
ทำไมทำงานได้เพียงเหมือนคนทำงานแค่ 1 คนเท่านั้น

01:46:23.529 --> 01:46:26.250
คำถามจะเกิดทันทีนะคะอันนี้

01:46:29.009 --> 01:46:32.782
เห็นไหมคะ สไลด์ของอาจารย์แอนเริ่มมีแล้วล่ะ เห็นไหมคะลูกอันนี้

01:46:33.209 --> 01:46:38.542
ที่อาจารย์บอกว่าเรามีอะไร รายละเอียดในการโต้ตอบ

01:46:38.836 --> 01:46:42.526
แต่ยังไม่จบนี่ อาจารย์ก็รายละเอียดในการโต้ตอบต่อนี่

01:46:42.550 --> 01:46:43.882
การสร้างสไลด์นะคะ

01:46:43.999 --> 01:46:46.421
ผู้ใช้ควรได้รับแรงบันดาลใจ

01:46:46.849 --> 01:46:48.417
1. ความกลัว

01:46:48.749 --> 01:46:52.918
2. ความอุทิศให้ต่องาน ฉันจริงใจต่อการทำงานมาก

01:46:53.083 --> 01:46:57.250
มีความกระตือรือร้นและความพอใจในส่วนตัว

01:46:57.633 --> 01:46:59.971
ไม่ว่าหนูจะสร้างโปรแกรมอะไร

01:46:59.995 --> 01:47:03.876
หนูจะสร้างเกม หรือหนูจะสร้างตัว PowerPoint

01:47:03.926 --> 01:47:08.083
อาจารย์มองดูคนทำ ถ้าหนูทำแบบกระจุ๊บกระจิบน่ารัก ๆ

01:47:08.083 --> 01:47:12.000
ก็แสดงว่าหนูเป็นอย่างไงคะ หนูเป็นคนหวาน ๆ

01:47:12.058 --> 01:47:15.974
แต่ถ้าหนูทำอะไรแบบ Dark Pure มีภาพแต่สีดำ ๆ ทั้งหมดเลย

01:47:15.999 --> 01:47:19.412
อาจารย์บอกว่าหนูเป็นเด็ก Dark Pure หน้าดูนะคะอันนี้

01:47:19.804 --> 01:47:22.500
ทุกอย่างที่ความพึงพอใจด้วยนะคะ

01:47:23.400 --> 01:47:25.459
ยังไม่จบเห็นไหมคะ ยังมีต่ออีก

01:47:25.540 --> 01:47:27.796
แรงบันดาลใจที่ลดลง

01:47:27.820 --> 01:47:33.542
หากระบบจำเป็นต้องใช้ ไม่ถูกต้องกับความต้องการที่แท้จริง

01:47:33.747 --> 01:47:36.638
ระบบจะไม่ได้รับการยอมรับ

01:47:36.662 --> 01:47:40.911
เช่น หนูนำระบบไปเสนอให้กับบริษัทหนึ่ง

01:47:41.042 --> 01:47:44.755
แต่บริษัทเขาบอกว่ายบริษัทฉันนี่มีแต่คนแก่

01:47:44.779 --> 01:47:47.125
ตัวหนังสือตัวเล็ก ๆ อย่างนี้อ่านไม่ออกหรอก

01:47:47.439 --> 01:47:48.840
ต้องเอาตัวใหญ่ ๆ กว่านี้

01:47:49.250 --> 01:47:53.202
ผู้ใช้ไม่พอใจกับระบบและมีแรงกระตุ้นการใช้งานลดลง

01:47:53.226 --> 01:47:55.250
เขาก็ไม่ใช้ระบบนั้นเลยสิคะ

01:47:55.547 --> 01:47:58.167
เห็นไหมคะ อาจารย์แอนไม่มี Microsoft Word

01:47:58.920 --> 01:48:02.876
เห็นไหมคะ อาจารย์แอนก็ไปทำไมคะ ไปหาใน Google ก็ได้

01:48:03.329 --> 01:48:06.904
ใน Google เราก็มีเอกสารเราก็ทำงานได้เช่นเดียวกันนะคะ

01:48:06.929 --> 01:48:08.959
แก้ปัญหาเฉพาะตัวนะคะ อันนี้นะคะ

01:48:09.250 --> 01:48:13.987
ผู้ใช้พยายามปรับเปลี่ยนการโต้ตอบกับผู้ต้องการ

01:48:14.024 --> 01:48:17.764
หรือการออกแบบที่ดีควรให้ผู้ใช้มีส่วนร่วม

01:48:18.125 --> 01:48:20.153
อาจารย์ถึงได้เรียนวิทย์คอมฯ

01:48:20.292 --> 01:48:26.337
แล้วอาจารย์มองว่าอาจารย์เป็นผู้ต้องทำหน้าที่ตามผู้ใช้หรือ User

01:48:26.361 --> 01:48:28.042
User ไม่อยู่นิ่ง

01:48:28.083 --> 01:48:32.751
อาจารย์ก็เลยมาเรียน ICT เพื่อเป็นนักวิเคราะห์ระบบหรือเป็น SA

01:48:33.630 --> 01:48:35.355
เพื่อที่จะไม่ต้องยุ่งกับ User

01:48:35.379 --> 01:48:37.992
เพราะ User ถ้าเราไม่ให้เขาเขียน

01:48:38.042 --> 01:48:41.950
หรือเซ็นชื่อลงไปว่านี่วันนี้คุณต้องการแค่นี้

01:48:41.974 --> 01:48:44.867
แล้วอยู่ดีให้ทำการรื้อ Database ลำบากนะคะ

01:48:44.956 --> 01:48:49.542
การรื้อ Database ลำบากกว่าการรื้อหน้าจอค่ะนะคะ

01:48:50.195 --> 01:48:53.888
ค่ะ สุดท้ายแล้วค่ะ อันนี้งานค่ะ

01:48:55.078 --> 01:49:01.834
ให้หนูเลือกรูปแบบของการโต้ตอบจากหัวข้อ 5.5 มา 2 แบบ

01:49:02.478 --> 01:49:07.334
และใช้ Interaction Framwork ในการวิเคราะห์ขั้นตอน

01:49:07.688 --> 01:49:12.542
การทำงานเพื่อเรียกใช้ข้อมูลจากฐานข้อมูล

01:49:13.292 --> 01:49:17.555
2. รูปแบบใดให้การทำงานดีกว่า

01:49:17.579 --> 01:49:23.626
มีขั้นตอนการทำงานที่สั้นกว่า ย้อนกลับไปที่หัวข้อ 5.5

01:49:28.292 --> 01:49:32.417
ย้อนขึ้นค่ะ 5.5 อยู่ไหนนะ 5.5 ค่ะ

01:49:39.459 --> 01:49:40.726
นี่ค่ะ อันนี้

01:49:42.818 --> 01:49:47.508
ในหน้านี้ให้หนูเลือกขึ้นมา 2 เรื่องนะคะ

01:49:47.533 --> 01:49:50.000
เรื่องไหนก็ได้ค่ะ ให้หนูเลือกมา 2 เรื่อง

01:49:50.042 --> 01:49:53.751
แล้วหนูก็บอกให้ได้ว่าในแต่เรื่องน่ะ เป็นอย่างไร

01:49:53.832 --> 01:49:58.876
แล้วหนูคิดว่าเรื่องที่หนูเลือกมานี่เรื่องไหนนี่มันมีขั้นตอนสั้นกว่ากัน

01:49:59.726 --> 01:50:01.682
อันนี้เป็นความคิดส่วนตัวนะคะ

01:50:01.706 --> 01:50:04.227
ไม่ได้... ไม่ได้มีอะไรผิดไม่มีอะไรถูก

01:50:04.333 --> 01:50:07.876
แต่หนูจะต้องมีเหตุและผลในการตอบทุกครั้งนะคะ

01:50:07.999 --> 01:50:09.177
มีเหตุผลทุกครั้ง

01:50:09.554 --> 01:50:12.354
ในหน้านี้นะคะ เดี๋ยวอาจารย์จะ Copy วางไว้ให้ใน Google...

01:50:12.392 --> 01:50:14.194
ใน Classroom อยู่นะคะ อันนี้

01:50:14.404 --> 01:50:18.792
และหนูนำไปตอบในสไลด์สุดท้ายนะคะ

01:50:22.519 --> 01:50:25.209
นี่ค่ะ นี่น่ะค่ะ นำมาตอบในนี้เห็นไหมคะ

01:50:25.549 --> 01:50:27.481
ดึงเอามา 2 แบบอะไรก็ได้

01:50:27.573 --> 01:50:30.918
และใช้ Interaction Framwork ในการวิเคราะห์

01:50:30.999 --> 01:50:32.882
Interaction Framwork คืออะไร

01:50:33.160 --> 01:50:35.999
ก็... เรื่องนี้ทั้งเรื่องเลยค่ะ Interaction Framwork

01:50:36.277 --> 01:50:39.721
เพื่อเรียกใช้ข้อมูลจากฐานข้อมูล

01:50:40.432 --> 01:50:46.605
เมื่อกี้นี้อาจารย์ทำอะไรคะ มีเลขที่ มีชื่อเห็นไหมคะ มีนามสกุล

01:50:46.792 --> 01:50:51.675
อาจารย์เรียก... สามารถเรียกใช้ชื่อในการแก้ไขชื่อของวุฒิชัยได้

01:50:51.720 --> 01:50:54.434
ให้วุฒิชัยเปลี่ยนชื่อเป็นชื่อวุฒิชัยมาร์กี้

01:50:54.747 --> 01:51:00.999
เปลี่ยนรหัสนักศึกษาของวุฒิชัยเป็น 65102122202

01:51:01.410 --> 01:51:03.806
แต่ไม่เปลี่ยนของเดชมงคล

01:51:03.998 --> 01:51:09.994
เดชมงคลยังคงเดิมเป็น 203 เดชมงคล พุทพันธ์ เห็นไหมคะ

01:51:10.626 --> 01:51:14.352
แล้วหนูมองต่อว่าที่หนูเลือกมา 2 เรื่องเมื่อกี้นี้

01:51:15.137 --> 01:51:18.209
รูปแบบใดให้การทำงานดีกว่า

01:51:18.880 --> 01:51:22.918
จากที่หนูเลือกมาเมื่อกี้นี้นะคะ เอามาสัก 2 ข้อเมื่อกี้นี้

01:51:23.334 --> 01:51:26.733
รูปแบบไหนให้การทำงานมีขั้นตอนที่สั้นกว่า

01:51:27.289 --> 01:51:29.733
หนูตอบอาจารย์มาเช่น หนูบอกว่าอาจารย์ครับ

01:51:29.919 --> 01:51:36.465
หนูมอง... ผมมองว่าตัว WI... WIMP ขั้นตอนมันสั้นกว่า

01:51:37.419 --> 01:51:39.555
แต่หนูไม่ตอบว่าเหตุผลเพราะอะไร

01:51:39.994 --> 01:51:42.535
คะแนนก็จะไม่ได้นะลูกอันนี้ โอเค

01:51:44.088 --> 01:51:48.088
5 คะแนน การบ้านหน้านี้นะคะ มี 5 แต้ม

01:51:49.227 --> 01:51:51.773
ถ้าหนูส่งทันเวลาหนูเอาไปเลย 1 แต้ม

01:51:52.375 --> 01:51:53.988
หนูตอบถูกข้อที่ 1

01:51:54.055 --> 01:51:58.315
อย่างไรก็ถูกค่ะ แต่หนูบอกขั้นตอนมาให้ได้ ได้ 2 คะแนน

01:51:59.000 --> 01:52:03.083
ข้อที่ 2 หนูเลือกมา หนูเลือกอย่างไรก็ได้ค่ะ อาจารย์ไม่ว่า

01:52:03.083 --> 01:52:06.083
เพราะว่ามันขึ้นอยู่กับว่าหนูออกแบบขั้นตอนอย่างไร

01:52:06.542 --> 01:52:08.271
ถ้าหนูออกแบบขั้นตอนให้...

01:52:08.301 --> 01:52:13.715
อันที่ขั้นตอนมันน้อยแต่มันเยอะ หนูก็จะตอบอันที่ขั้นตอนมันเยอะ

01:52:14.457 --> 01:52:21.250
อาจารย์ก็จะดูจากเหตุผล หนูใช้เหตุผลอะไรนะคะ จะเป็นข้อ ๆ นะ

01:52:21.417 --> 01:52:24.091
แล้วก็การเขียนนะคะ ในการตอบ

01:52:24.115 --> 01:52:28.356
หนูสามารถพิมพ์ในตัว Tablet ก็ได้นะคะ

01:52:28.381 --> 01:52:31.138
หรือหนูจะพิมพ์ในคอมพิวเตอร์ก็ได้

01:52:31.162 --> 01:52:33.999
หรือหนูจะเขียนลงไปในกระดาษก็ได้

01:52:34.292 --> 01:52:39.417
แล้วถ่ายรูปขึ้นมาให้อาจารย์แอนนะคะ ส่งเป็นไฟล์โอเคไหมคะ

01:52:40.600 --> 01:52:44.876
ส่งเป็นไฟล์นะคะ ไม่บังคับนะคะ ว่าหนูจะใช้เป็นอะไรในการส่ง

01:52:45.574 --> 01:52:46.755
ว่าอย่างไรครับผม

01:52:49.684 --> 01:52:51.083
เพื่อนยกเพื่อนถามว่าอะไรลูก

01:52:53.255 --> 01:52:54.090
ถามว่าอะไรครับ

01:53:04.329 --> 01:53:07.227
เพื่อนแกล้ง เพื่อนแกล้ง

01:53:07.952 --> 01:53:10.667
ดูเหมือนการบ้านวันนี้จะยาก

01:53:11.118 --> 01:53:13.555
แต่เป็นปลายเปิดนะคะ จริงไหม

01:53:14.562 --> 01:53:16.118
การบ้านจะเป็นปลายเปิดนะคะ

01:53:16.999 --> 01:53:21.143
ไม่มีอะไรถูก ไม่มีอะไรผิด ขึ้นอยู่กับเหตุและผล

01:53:22.482 --> 01:53:25.584
โอเคนะคะ ขึ้นอยู่กับเหตุและผลเท่านั้นนะ

01:53:26.375 --> 01:53:28.243
วันนี้หนูเรียนเรื่องอะไรคะ

01:53:28.267 --> 01:53:31.000
ตอบอาจารย์ให้ชื่นใจหน่อยสิคะ เรื่องอะไรลูกวันนี้

01:53:35.999 --> 01:53:38.788
หนูเรียนเรื่องอะไรคะ ใครจะตอบยกมือให้อาจารย์หน่อยค่ะลูก

01:53:38.812 --> 01:53:40.751
ใครจะตอบลูกอาจารย์ให้ 2 แต้ม

01:53:42.533 --> 01:53:45.792
อาจารย์ให้ 2 แต้มยกมือเลยค่ะ ใครอยากตอบยกมือเลย

01:53:47.876 --> 01:53:49.237
ครับ ว่าอย่างไรลูก

01:53:52.437 --> 01:53:53.188
เรื่อง...

01:53:57.554 --> 01:53:58.999
เรื่องอะไรลูก เรื่องอะไร

01:54:06.775 --> 01:54:08.167
วันนี้เราเรียนเรื่องอะไรคะ

01:54:25.334 --> 01:54:29.083
204 จะตอบไม่ใช่หรือลูก 204 ตอบเองเลยลูก ตอบเองเลยค่ะ

01:54:31.131 --> 01:54:34.139
เดี๋ยวพี่ล่ามจัดการให้ค่ะลูก ตอบเลยค่ะ

01:54:36.064 --> 01:54:37.632
เอาเลยค่ะ ตอบเลย

01:54:46.334 --> 01:54:49.879
เฉลยอยู่หน้าจอเลยนะคะ หนูแค่อ่านเฉย ๆ ลูก

01:54:50.617 --> 01:54:53.834
เร็ว 2 แต้มเลยนะนี่ ยกมือเลยลูก ยกมือ

01:54:54.083 --> 01:54:58.375
เร็ว ใครจะตอบ 2 คะแนนเลยนะนี่ 2 คะแนนยกมือลูก ยกมือ

01:55:02.554 --> 01:55:03.450
อ่านว่าอะไรลูก

01:55:06.682 --> 01:55:07.999
อ่านว่าอะไรเอ่ย

01:55:09.808 --> 01:55:13.250
ยกมือเลยค่ะ เร็ว อาจารย์ไม่ได้ให้หนูแปลเลยนะนี่ อาจารย์ให้อ่านเฉย ๆ

01:55:14.039 --> 01:55:16.255
ให้อ่านเฉย ๆ เลย ยกมือเลยลูก มาเร็ว

01:55:18.527 --> 01:55:21.744
ไม่เป็นอะไรอ่านแบบคาราโอเกะก็ได้

01:55:22.999 --> 01:55:26.709
อาจารย์รับได้ เร็ว ครับ เบอร์ 10 ลูก

01:55:37.684 --> 01:55:40.655
Interaction Styles

01:55:42.999 --> 01:55:44.521
ให้ 3 คะแนน

01:55:45.257 --> 01:55:49.083
ใครจะเอาอีกคะแนนหนึ่ง แปลสิลูก แปลลูกแปล

01:55:52.167 --> 01:55:54.088
วันนี้เราเรียนเรื่องนี้ทั้งนั้นเลยค่ะ

01:55:54.511 --> 01:55:57.876
Interaction แปลว่าอะไรลูก Styles แปลว่าอะไร

01:55:58.167 --> 01:55:59.407
Styles คืออะไรคะ

01:55:59.639 --> 01:56:03.167
ครับผม เบอร์ 8 ลูก ตอบเลยลูก

01:56:09.667 --> 01:56:13.584
เบอร์ 8 ค่ะลูก ทำไมหน้าไม่เปลี่ยน

01:56:22.198 --> 01:56:23.584
ตอบมาลูก ตอบมาค่ะ

01:56:30.167 --> 01:56:32.999
(ล่าม) เป็นรูปแบบการโต้ตอบการตอบสนองครับ

01:56:33.999 --> 01:56:38.709
(อาจารย์สุรีย์พัชร) เป็นรูปแบบของการโต้ตอบกัน โอเค

01:56:39.083 --> 01:56:41.049
เลขที่ค่ะ 2 คนค่ะ

01:56:43.114 --> 01:56:48.621
เลขที่แรกค่ะ 203 ไหมครับ

01:56:49.630 --> 01:56:52.000
203 ค่ะ 2 แต้มค่ะ

01:56:52.292 --> 01:56:54.388
และ 20...

01:56:54.668 --> 01:56:55.999
(ล่าม) 202 ครับ

01:56:56.165 --> 01:57:00.125
(อาจารย์สุรีย์พัชร) 202 วุฒิชัยนะคะ

01:57:00.724 --> 01:57:04.229
มาแล้ววุฒิชัยมาเรียนแล้วครับ 2 แต้มครับ

01:57:04.253 --> 01:57:05.834
เลยไม่มีใครได้ 3 แต้ม

01:57:10.209 --> 01:57:13.125
แล้วคราวนี้อาจารย์จะถามต่อค่ะ อีกนิดเดียวค่ะ

01:57:13.150 --> 01:57:14.088
อยากรู้ค่ะ

01:57:14.389 --> 01:57:19.275
อยากรู้ว่าเด็กหมายเลข 1 หนูจะเลือกอะไรคะ

01:57:19.934 --> 01:57:21.621
หนูห้ามเลือกเหมือนกันนะคะ

01:57:21.645 --> 01:57:24.155
เพราะว่าอย่างไร ๆ ก็ไม่เหมือนกันลูก

01:57:24.179 --> 01:57:25.500
เพราะมันมีตั้งหลาย Choice

01:57:26.999 --> 01:57:30.709
เลขที่ 1 นี่ค่ะ เครื่องที่ 1 หนูจะตอบอะไรคะ

01:57:31.042 --> 01:57:32.721
อย่างนั้นอาจารย์เรียกชื่อเลยก็แล้วกันค่ะ

01:57:32.745 --> 01:57:34.584
วุฒิชัยหนูจะเลือกอะไรคะ

01:57:36.375 --> 01:57:38.999
ที่หน้าสไลด์เลยค่ะลูก หน้าสไลด์หนูเลือกข้อไหน

01:57:42.992 --> 01:57:44.750
หนูไล่ 1 2 3 4 เลยค่ะลูก

01:57:44.774 --> 01:57:51.243
นี่ 1 2 3 4 5 6 7 8 ค่ะ มี 8 ข้อ

01:57:52.209 --> 01:57:54.167
หนูนับเลยค่ะลูก หนูเอาข้อไหน

01:58:00.417 --> 01:58:01.725
มาแล้ว ๆ ๆ

01:58:02.743 --> 01:58:05.703
ไอ้เจ้า 204 เลือกแล้ว 204 เอาอะไรข้อไหนบ้างลูก

01:58:05.727 --> 01:58:06.992
204 เอาอะไรครับ

01:58:11.794 --> 01:58:16.255
เลือกก่อนหนูก็มีสิทธิ์ที่ทำไมคะ เพื่อนเลือกซ้ำไม่ได้นะ

01:58:16.339 --> 01:58:17.999
ให้เลือกไว้ก่อนเลย

01:58:23.250 --> 01:58:24.288
ครับ

01:58:25.499 --> 01:58:26.284
(ล่าม) ผมครับ

01:58:32.217 --> 01:58:33.012
ข้อ 6 ครับ

01:58:33.765 --> 01:58:36.621
(อาจารย์สุรีย์พัชร) ข้อ 6 นะคะ 6 กับ... กับอะไรลูก

01:58:37.084 --> 01:58:38.542
204 6 กับอะไรครับ

01:58:43.334 --> 01:58:44.170
6 กับ...

01:58:48.145 --> 01:58:51.083
6 กับ 7 นะครับ โอเค 6 กับ 7

01:58:51.083 --> 01:58:52.321
(ล่าม) 6 กับ 7 ครับ

01:58:52.946 --> 01:58:54.088
(อาจารย์สุรีย์พัชร) อะไรนะลูก

01:58:56.034 --> 01:58:57.209
6 กับ 7 ไหม

01:59:00.636 --> 01:59:02.999
(ล่าม) ครับ ใช่ครับ (อาจารย์สุรีย์พัชร) ครับผม โอเค

01:59:03.584 --> 01:59:06.288
(อาจารย์สุรีย์พัชร) ทัตเทพครับ ทัตเทพ

01:59:09.061 --> 01:59:10.799
ทัตเทพเอาข้อไหนครับ

01:59:12.820 --> 01:59:14.709
หนูเลือกเลยลูก เลือกเลย

01:59:19.500 --> 01:59:20.688
(ล่าม) เลือกข้อ 4 ครับ

01:59:20.995 --> 01:59:22.965
(อาจารย์สุรีย์พัชร) ข้อ 4 กับ...

01:59:25.170 --> 01:59:25.999
กับอะไรนะครับ

01:59:29.823 --> 01:59:30.747
4 กับ...

01:59:30.771 --> 01:59:32.125
(ล่าม) 4 กับ 5 ครับ

01:59:32.250 --> 01:59:35.417
(อาจารย์สุรีย์พัชร) 4 กับ 5 นะครับ โอเคครับ 4 กับ 5

01:59:35.566 --> 01:59:38.792
อนงค์นาฏค่ะลูก อนงค์นาฏเลือกอะไรคะองุ่น

01:59:52.542 --> 01:59:53.876
ข้อไหนกับข้อไหนคะ

02:00:10.125 --> 02:00:11.121
มันช้า

02:00:12.798 --> 02:00:13.709
เลือกข้อไหนลูก

02:00:14.808 --> 02:00:16.060
(ล่าม) ข้อสุดท้ายค่ะ

02:00:16.392 --> 02:00:21.667
(อาจารย์สุรีย์พัชร) ข้อสุดท้ายเป็นข้อที่ 8 กับ...

02:00:37.653 --> 02:00:38.751
8 กับอะไรคะลูก

02:00:40.686 --> 02:00:41.827
(ล่าม) 8 กับ 2 ค่ะ

02:00:41.857 --> 02:00:43.089
(อาจารย์สุรีย์พัชร) 8 กับอะไรนะคะ

02:00:43.763 --> 02:00:44.848
(ล่าม) 8 กับ 2 ค่ะ

02:00:44.879 --> 02:00:47.202
(อาจารย์สุรีย์พัชร) 8 กับ 2 นะคะ โอเคค่ะ

02:00:47.375 --> 02:00:50.918
ปรางหทัยค่ะลูก ปรางหทัยหนูเลือกอะไรคะลูก

02:01:06.167 --> 02:01:07.628
ทำไมไม่ขึ้นหน้าน้อง

02:01:07.652 --> 02:01:12.459
กำลังมา มันช้า

02:01:22.209 --> 02:01:23.488
ค่ะ ข้อที่...

02:01:25.072 --> 02:01:26.335
(ล่าม) ข้อที่ 6 ค่ะ

02:01:26.417 --> 02:01:29.417
(อาจารย์สุรีย์พัชร) 6 ค่ะ 6 เพื่อนเอาไปแล้วลูก

02:01:35.381 --> 02:01:36.425
(ล่าม) 3 ค่ะ

02:01:36.449 --> 02:01:38.048
(อาจารย์สุรีย์พัชร) 3 นะคะ 3 กับ...

02:01:46.797 --> 02:01:49.155
(ล่าม) 3 กับ... ไม่แน่ใจว่า 7 หรือ 8 ค่ะ

02:01:49.798 --> 02:01:51.209
(อาจารย์สุรีย์พัชร) 3 กับอะไรนะคะ อีกทีสิลูก

02:01:52.588 --> 02:01:53.531
(ล่าม) 7 ค่ะ

02:01:53.555 --> 02:01:56.209
(อาจารย์สุรีย์พัชร) 3 กับ 7 7 ซ้ำกับกฤตกรลูก

02:02:01.760 --> 02:02:02.921
(ล่าม) ข้อที่ 5 ค่ะ

02:02:03.043 --> 02:02:04.999
(อาจารย์สุรีย์พัชร) ข้อที่ 5 ซ้ำกับทัตเทพครับ

02:02:10.626 --> 02:02:11.621
(ล่าม) ข้อ 1 ค่ะ

02:02:11.645 --> 02:02:13.959
(อาจารย์สุรีย์พัชร) ข้อ 1 ค่ะ โอเคค่ะ

02:02:15.209 --> 02:02:17.265
(อาจารย์สุรีย์พัชร) Command line น่ะง่ายนะคะ

02:02:17.289 --> 02:02:19.083
ตรงที่ว่าหนูต้องใช้คำสั่ง

02:02:19.083 --> 02:02:22.352
เดี๋ยวอาจารย์จะเปิดคำสั่งให้หนูถ่ายรูปให้ด้วยก็ได้นะคะ

02:02:22.376 --> 02:02:23.667
เดี๋ยวอาจารย์เปิดให้ดูนะคะ

02:02:24.586 --> 02:02:27.673
โอเค อาจารย์ย้อนกลับขึ้นไปหาเดชมงคลลูก

02:02:27.703 --> 02:02:29.256
เดชมงคลหนูเอาอะไรคะ

02:02:31.439 --> 02:02:33.333
ไม่เป็นไรค่ะ เพราะตอนนี้จะซ้ำแล้วค่ะ

02:02:33.357 --> 02:02:36.999
เพราะว่า 1 2 3 4 5 6 7 8 แล้วค่ะ

02:02:38.892 --> 02:02:41.555
1 กับ... 1 กับ 8 ครับ

02:02:42.938 --> 02:02:44.000
วุฒิชัยครับ

02:02:52.500 --> 02:02:54.155
วุฒิชัยอะไรครับ

02:02:56.312 --> 02:02:57.593
หนูเลือกข้อมาเลยลูก

02:02:57.811 --> 02:03:00.829
เลือกซ้ำได้ลูก เลือกซ้ำได้ เพราะตอนนี้ข้อซ้ำแล้วครับ

02:03:00.853 --> 02:03:03.375
แต่ไม่ใช่ซ้ำแบบทั้ง 2 ข้อแบบเพื่อน

02:03:15.417 --> 02:03:16.375
ข้อที่เท่าไรคะ

02:03:30.334 --> 02:03:31.488
(ล่าม) เลือก 4 ครับ

02:03:31.546 --> 02:03:33.209
(อาจารย์สุรีย์พัชร) โอเค 4 ครับ กับ...

02:03:39.083 --> 02:03:41.021
ห้ามเลือก 5 ค่ะ

02:03:42.768 --> 02:03:44.999
เพราะจะซ้ำกับทัตเทพครับ

02:03:46.125 --> 02:03:46.854
(ล่าม) 7 ครับ

02:03:47.519 --> 02:03:49.542
(อาจารย์สุรีย์พัชร) 4 กับ 7 นะคะ

02:03:51.959 --> 02:03:53.888
ใครยังไม่มีชื่อมีไหมคะ

02:03:55.528 --> 02:03:58.125
ครบไหมลูก ครบนะคะ

02:03:58.417 --> 02:03:59.792
อาจารย์ขอทวนใหม่นะคะลูก

02:04:00.209 --> 02:04:04.125
วุฒิชัย 4 7 เดี๋ยวอาจารย์จะถ่ายรูปส่งเข้าไปใน LINE ให้นะคะ

02:04:04.999 --> 02:04:07.098
สามารถที่จะเปลี่ยน เปลี่ยนได้นะ

02:04:07.122 --> 02:04:10.292
แต่ห้ามเปลี่ยนแล้วตรงกันทั้ง 2 ข้อนะคะ

02:04:10.572 --> 02:04:12.367
วุฒิชัย 4 7

02:04:12.500 --> 02:04:14.999
เดชมงคล 1 8

02:04:15.527 --> 02:04:18.209
กฤตกร 6 7

02:04:18.494 --> 02:04:20.999
ทัตเทพ 4 5

02:04:21.225 --> 02:04:23.781
อนงค์นาฏ 8 2

02:04:23.903 --> 02:04:28.823
และปรางหทัย 3 1 ค่ะ โอเค

02:04:30.482 --> 02:04:33.375
แต่หนูมีสิทธิ์เปลี่ยนได้นะคะ

02:04:33.449 --> 02:04:37.644
แต่ถ้าเปลี่ยนหนูจะไม่มีสิทธิ์เปลี่ยนแล้วซ้ำกับเพื่อน

02:04:37.669 --> 02:04:41.226
เช่น วุฒิชัยบอกว่าผมอยากเปลี่ยนเป็น 8 2

02:04:41.250 --> 02:04:43.792
ทำไม่ได้ เพราะอนงค์นาฏยังไม่เปลี่ยน

02:04:43.999 --> 02:04:47.999
ขึ้นอยู่กับอนงค์นาฏเปลี่ยนหรือยังนะคะ อันนี้ขึ้นอยู่กับอนงค์นาฏ

02:04:48.000 --> 02:04:52.653
แล้วคราวนี้พอหนูได้แล้ว หนูนำเอาข้อมูลที่หนูได้นี่ค่ะ นะคะ

02:04:52.677 --> 02:04:53.999
ในหัวข้อที่มีอยู่

02:04:54.228 --> 02:05:00.792
นำไปตอบคำถามในการบ้านของเรานี่ค่ะ เสร็จ

02:05:01.999 --> 02:05:05.459
อย่างน้อยข้อแรกหนูตอบได้แล้วค่ะ หนูตอบเลือกมา 2 ข้อ

02:05:06.125 --> 02:05:10.042
แล้วหนูวิเคราะห์ดูสิว่าขั้นตอนที่หนูเลือกมานี่มันเป็นอย่างไร

02:05:10.042 --> 02:05:12.626
มีอยู่ในสไลด์หมดเลยนะคะ ทุกอย่างอยู่ในสไลด์

02:05:13.738 --> 02:05:19.292
แต่ข้อสุดท้ายขึ้นอยู่กับว่าการตัดสินใจของหนูหนูเป็น User ค่ะ

02:05:19.867 --> 02:05:24.021
อันไหนมันทำงานดีกว่า ก็คือหนูเลือกอะไรนั่นเองนะคะ

02:05:24.280 --> 02:05:25.167
หนูเลือกอะไร

02:05:25.334 --> 02:05:27.682
เดี๋ยวอาจารย์ Capture หน้าจอแล้วก็เอาภาพพวกนี้

02:05:27.706 --> 02:05:29.792
ใส่ไว้ให้ใน Classroom อยู่แล้วนะคะ

02:05:30.005 --> 02:05:33.638
แล้วก็คำสั่งใน DOS นะคะ

02:05:33.662 --> 02:05:37.381
ใน Command อาจารย์ก็จะส่งให้นะคะ ส่งให้ทั้งหมดเลยนะ

02:05:37.877 --> 02:05:41.900
อย่างนั้นวันนี้เราเรียนในเรื่องของ Interaction Styles

02:05:41.974 --> 02:05:46.142
เป็นรูปแบบในการโต้ตอบมีหลากหลายมากนะคะ

02:05:46.167 --> 02:05:49.459
ในการโต้ตอบมีหลากหลายเยอะแยะมากมายเลยนะคะ

02:05:49.592 --> 02:05:52.083
เพราะฉะนั้น ในวันนี้เราได้เรียนเรื่องนี้แล้ว

02:05:52.083 --> 02:05:54.327
เดี๋ยวถัดไปอีก 2 ครั้งนะคะ

02:05:54.351 --> 02:05:57.792
ในเรื่องของทฤษฎีจะหมดแล้วนะคะ อีก 2 ครั้งทฤษฎีหมด

02:05:58.000 --> 02:06:01.250
แล้วเราจะเริ่มปฏิบัติในเรื่องของ Office

02:06:01.600 --> 02:06:05.083
เมื่อ Office เครื่องอาจารย์ไม่ได้อาจารย์จะใช้ใน Google แทนนะ

02:06:05.472 --> 02:06:08.042
อย่างนั้นเราใช้ใน Google เหมือนกันได้ไหมคะลูกนะ

02:06:08.587 --> 02:06:10.303
เราใช้ใน Google เหมือนกันก็ได้นะ

02:06:10.327 --> 02:06:13.500
เพราะว่าหนูเข้าเมลของมหาวิทยาลัยได้โอเคนะคะ

02:06:14.292 --> 02:06:19.626
อย่างนั้นวันนี้นะ ใน Part ของ Part ที่ 6 Interaction Styles

02:06:19.914 --> 02:06:22.655
อาจารย์แอนขอเอาไว้แค่นี้นะคะ

02:06:22.679 --> 02:06:27.500
ให้หนูรู้ในรูปแบบของการโต้ตอบว่ามีรูปแบบอะไรบ้าง

02:06:27.638 --> 02:06:31.131
โอเคนะ วันนี้เอาไว้แค่นี้ค่ะ ขอบคุณมากค่ะ