﻿WEBVTT

00:03:37.467 --> 00:03:38.940
(อาจารย์สถาพร) ทดสอบเสียงครับ ครูล่ามได้...

00:03:58.830 --> 00:04:00.170
(ล่าม) สวัสดีครับ อาจารย์ได้ยินเสียงไหมครับ

00:04:00.920 --> 00:04:02.360
(อาจารย์สถาพร) โอเคครับ ผมได้ยินเสียงอยู่ครับ

00:04:03.460 --> 00:04:06.250
(ล่าม) พอดีเสียงฝั่งอาจารย์... ฝั่งผมได้ยินเบาครับ

00:04:07.680 --> 00:04:09.320
(อาจารย์สถาพร) โอเค อันนี้จากฝั่งล่ามใช่ไหมครับ

00:04:11.120 --> 00:04:14.020
(ล่าม) โอเคได้ยิน ได้ยินชัดเจนแล้วครับผม (อาจารย์สถาพร) โอเคครับ ครับ

00:04:14.820 --> 00:04:19.050
(อาจารย์สถาพร) เดี๋ยวอีกสักครู่นะครับ เพราะว่าเด็กยังไม่ขึ้นมาวันนี้มีกิจกรรมตอนเช้า

00:04:19.730 --> 00:04:21.240
(ล่าม) โอเคได้ครับผม (อาจารย์สถาพร) ครับ

00:04:21.270 --> 00:04:23.120
(ล่าม) เดี๋ยวถ้าพร้อมก็เดี๋ยวอาจารย์เรียก... เรียกได้เลยครับผม

00:04:23.270 --> 00:04:25.700
(อาจารย์สถาพร) ครับ เดี๋ยวบอกพี่ล่ามสแตนด์บายรอก็ได้ครับ

00:04:25.700 --> 00:04:31.190
เพราะว่าโอเคประมาณน่าจะอีกประมาณ 15 นาทีครับ

00:04:31.620 --> 00:04:34.770
(ล่าม) โอเคได้... ได้ครับผม (อาจารย์สถาพร) ครับ ๆ ขอบคุณมากครับ ครับ

00:22:17.720 --> 00:22:21.573
(อาจารย์สถาพร) ฮัลโหลครับ ครูล่ามครับ พร้อมแล้วนะครับ

00:22:24.458 --> 00:22:25.570
(ล่าม) ครับผม โอเคครับผม

00:22:39.140 --> 00:22:44.400
(อาจารย์สถาพร) จอที่แสดงสไลด์ครับ มันไม่ออกครับ ที่อยู่...

00:22:44.400 --> 00:22:48.930
(ล่าม) เห็นครับ แต่ว่าเสียง... เสียงไมค์ตอนนี้เสียง... เสียงไมค์มันจี่มันจี่ครับผม

00:24:08.330 --> 00:24:10.550
(อาจารย์สถาพร) ให้ผมลองถอดสายแล้วเสียบใหม่ไหมครับ

00:25:07.240 --> 00:25:10.330
ฮัลโหลครับ ทดสอบครับ ครูล่ามได้เสียงไหมครับ โอเค

00:25:11.390 --> 00:25:14.880
(ล่าม) เสียงขาด ๆ หาย ๆ แล้วก็... เสียงไมค์จี่มันยังมีอยู่ครับ

00:25:15.050 --> 00:25:15.500
(อาจารย์สถาพร) อะไรนะครับ

00:25:15.500 --> 00:25:18.610
(ล่าม) แต่... แต่ว่ายังพอฟังเข้าใจอยู่ (อาจารย์สถาพร) โอเค ๆ ครับ

00:25:21.560 --> 00:25:24.130
(อาจารย์สถาพร) โอเค (ล่าม) แต่ต้องรบกวนอาจารย์พูด... พูดเสียงดังหน่อยนะครับผม

00:25:24.240 --> 00:25:25.760
(อาจารย์สถาพร) ครับ เสียง... ต้องเสียงดังหน่อยใช่ไหมครับ

00:25:26.460 --> 00:25:28.640
(ล่าม) โอเคครับผม ประมาณนี้ได้เลยครับผม (อาจารย์สถาพร) โอเค

00:25:29.820 --> 00:25:38.880
(อาจารย์สถาพร) เดี๋ยววันนี้นะครับ เริ่มจากนะ เริ่มจากก่อนปีใหม่เลย

00:25:39.170 --> 00:25:41.900
อาจจะหยุดยาวไปหน่อยนะ ลืมไปหรือยัง

00:25:50.320 --> 00:25:55.466
ลืม ลืมหมดแล้ว อัน... อันนี้คืออะไร อันนี้คืออะไร

00:26:00.240 --> 00:26:04.630
ยัง ๆ โอเค ๆ ดี ๆ เดี๋ยวครูขอ... ต้องนั่งด้วย

00:26:09.099 --> 00:26:13.030
เพราะว่ามันก็ไม่ยากนะ ครูไม่ได้เอาตัวยากมาให้นะครับ

00:26:13.050 --> 00:26:16.640
จะคัดที่แบบให้พวกเราเข้าใจง่าย ๆ นะครับ

00:26:16.980 --> 00:26:23.260
ตรงนี้นะ เรารู้แล้วนะครับ เวลาเราเขียนตารางจำได้ไหมที่เป็นตาราง

00:26:25.914 --> 00:26:37.010
ตารางที่จะมี 4... 4 ตัวเชื่อมด้วยกัน เชื่อม 4 แบบนะครับ และ หรือ นะครับ

00:26:38.920 --> 00:26:46.140
ถ้า...แล้ว... แล้วก็ ก็ต่อเมื่อใช่ไหมจะมีทั้งหมด 4 นะครับ จะมีทั้งหมด 4 ตัวนะครับ

00:26:47.700 --> 00:26:53.360
แล้วก็จะมีอีกอันหนึ่งนะครับ ก็คือ Not หรือว่านิเสธนะครับ ก็คือตัวตรงข้ามมัน

00:26:55.040 --> 00:26:58.750
นะครับ เดี๋ยว ๆ เราได้ดูวันนี้ล่ะนะครับ โอเค

00:27:04.140 --> 00:27:07.921
มันจะมีนะครับ เวลาเราเรียนเรื่องตรรกศาสตร์นี่

00:27:07.945 --> 00:27:16.310
มันจะมีนะครับ ว่าเราจะเช็กว่าประพจน์นะครับ ที่ทำการเชื่อมกันนะครับ

00:27:16.440 --> 00:27:23.480
ตัวนั้นน่ะมันมีนะครับ มีรูปแบบเป็นอย่างไรบ้างนะครับ ดูจากข้อ 1

00:27:24.450 --> 00:27:30.360
ดูจากข้อ 1 มันเป็นสัจนิรันดร์ไหมนะครับ แล้วก็เป็นข้อขัดแย้งไหม

00:27:30.830 --> 00:27:36.450
เดี๋ยวตรงนี้เดี๋ยวเราจะไปดูตัวอย่างกันนะครับ เพื่อให้มองภาพได้เข้าใจง่ายขึ้นนะครับ

00:27:36.490 --> 00:27:39.730
ตัวที่ 2 เป็นประพจน์ที่สมมูลกัน

00:27:40.410 --> 00:27:44.240
สมมูลเป็นอย่างไร เดี๋ยวเราไปดูนะครับ เดี๋ยวค่อยดู จะได้เข้าใจง่าย

00:27:44.890 --> 00:27:51.850
แล้วก็ตัวสุดท้ายที่วันนี้จะได้เรียน ก็คือประพจน์ที่เป็นนิเสธกัน หรือว่าตรงข้ามกันนะครับ

00:27:54.780 --> 00:28:06.210
โอเค ไปต่อเลยนะนะครับ เรามาดูตัวแรกก่อนนะครับ สัจนิรันดร์นะครับ

00:28:06.360 --> 00:28:15.674
คืออะไร มองเห็นไหมตรงนี้ เรามองเห็นไหม มองเห็นไหมให้ครูซูมให้ดูไหมพอเห็นนะนะครับ

00:28:16.166 --> 00:28:23.031
คือ รูปแบบของประพจน์ที่มีค่าความจริงเป็นอะไร

00:28:23.643 --> 00:28:25.900
เป็นจริงทุกกรณี

00:28:26.910 --> 00:28:30.870
จำที่เราทำตาราง จำ... ที่เราทำตารางได้ไหม

00:28:31.240 --> 00:28:38.120
มันจะมีจริง เท็จ จริง เท็จ หรือว่าเราจะเขียนภาษาอังกฤษนะ ตัว T กับตัว F นะ

00:28:38.320 --> 00:28:42.780
True False True False True False นะครับ

00:28:44.440 --> 00:28:49.720
ในที่นี้ ถ้ารูปแบบของประพจน์นะครับ มันเป็นจริง

00:28:50.030 --> 00:28:54.510
เป็น T หมดทุกตัว หรือว่าเป็น True หมดทุกตัวนี่นะครับ

00:28:54.900 --> 00:29:00.480
เราจะเรียกสิ่งนั้นว่านะครับ มันเป็นสัจนิรันดร์

00:29:07.080 --> 00:29:11.030
เดี๋ยวเราดูตัวอย่างนะครับ ที่อยู่บนจอนะ ที่เห็นตารางนะครับ

00:29:11.520 --> 00:29:18.160
เป็นประพจน์นะครับ p ถ้าเป็นเครื่องหมายลูกศรลงคืออะไร จำได้ไหมตัว V นี่

00:29:20.860 --> 00:29:26.235
และ หรือ หรือ หรือใช่ไหม หรือ

00:29:26.259 --> 00:29:31.800
ถ้าเป็น... ถ้าเป็นชี้ขึ้นค่อยเป็นและนะ อันนี้จะเป็นหรือนะนะครับ

00:29:32.610 --> 00:29:42.040
p หรือตัวนี้ เหมือนลูกน้ำนี่ เป็นเส้นตรงนี้นะครับ มันคือ... ภาษาอังกฤษ ก็คือ Not นะครับ

00:29:42.390 --> 00:29:45.360
ในตรรกศาสตร์เราเรียกว่า "นิเสธ" นะครับ

00:29:45.790 --> 00:29:50.920
นิเสธ คือ ตัวนะครับ ค่าความจริงที่มันจะตรงข้ามกับตัวมันเอง

00:29:57.716 --> 00:30:04.260
เดี๋ยวเราดูตรงนี้ดูตรงตาราง เราจะเห็นประพจน์ p ประพจน์ p

00:30:04.740 --> 00:30:09.940
เรา... เวลาเราแจกแจงค่าความจริงมันมีแค่ตัวเดียวนะ มันไม่มี q มี r มี s นะ

00:30:10.270 --> 00:30:15.690
แล้วก็แจกแจงเป็นแค่นะครับ 2 ตัวนี้ ก็คือ True False ในตาราง เห็นไหม

00:30:16.370 --> 00:30:22.760
ถ้าครูบังครูล่ามนะครับ True กับ False เดี๋ยวครูจัดโต๊ะแป๊บหนึ่ง

00:30:29.944 --> 00:30:34.201
True กับ False ตรงนี้ พอทำเป็นนิเสธ หรือว่าเป็น Not

00:30:34.566 --> 00:30:42.646
เห็นไหมจะมีเป็น... เป็นเหมือนลูกน้ำนะ เป็นเส้นงอ ๆ ตรงนี้นะครับ นำหน้าตัว p อยู่

00:30:43.410 --> 00:30:47.370
แล้วเห็นค่าความจริงของเขาไหม มันจะเป็นตัวตรงข้ามกัน

00:30:48.650 --> 00:30:51.760
จาก True ก็กลายเป็นอะไร จาก True ก็กลายเป็นอะไร

00:30:52.370 --> 00:30:58.160
โอ๊ต จาก True กลายเป็นอะไร ถ้าตรงข้าม จาก True เป็นอะไร

00:31:01.130 --> 00:31:09.460
โน่ช่วยครูหน่อย ถ้ามันตรงข้าม จาก True ก็เป็น False ใช่ไหม จาก T ก็เป็น F

00:31:10.020 --> 00:31:12.470
จาก F ก็เป็น T แค่นั้นเอง

00:31:13.030 --> 00:31:17.050
ใช่ ให้มันตรงข้ามกันเหมือนหัวกับก้อยก็มีแค่ True กับ False นะครับ

00:31:17.080 --> 00:31:20.570
ตรงข้ามกันก็ด้านหนึ่งเป็น True อีกด้านหนึ่งก็เป็น False

00:31:21.180 --> 00:31:22.830
ด้านหนึ่งเป็น False ด้านหนึ่งเป็น True

00:31:24.860 --> 00:31:30.660
ถ้ามันมีลักษณะของตัวนิเสธ หรือว่าตัว Not ตัวนี้นะครับ ดูด้านหน้า

00:31:36.407 --> 00:31:41.017
ทีนี้ 2 ตัวนี้มันทำอะไรกันครับ 2 ตัวนี้มันทำอะไรกัน มันเชื่อมด้วยตัวอะไร

00:31:42.415 --> 00:31:48.533
เชื่อมด้วยตัวสามเหลี่ยมชี้ลงใช่ไหม และตัว V

00:31:50.688 --> 00:31:55.280
มันคืออะไรนะ และหรือ หรือ หรือ มันเชื่อมด้วยหรือ

00:31:56.250 --> 00:32:01.090
จริงหรือเท็จ ออกมาก็เป็น... ดูที่ตารางเก่าเรานะ

00:32:01.880 --> 00:32:05.520
เดี๋ยวครูล่ามช่วยบอกนะครับ ว่าดูที่ตารางเดิมในสมุดเราที่เราเคยจดไว้

00:32:09.910 --> 00:32:21.590
ลองเปิด... กฤษฎาลองเปิดดูสิ ได้จดไว้ไหม ไหนครูดูหน่อย

00:32:32.720 --> 00:32:40.780
1 2 3 4 ตอนนี้เราอยู่ตัวที่... ตัวไหน ชี้ลงตรงนี้เป็นอะไร

00:33:20.260 --> 00:33:24.860
โอเคมาต่อนะครับ เราดูที่ตารางนะ ดูที่ตาราง

00:33:26.290 --> 00:33:27.830
ครับ เราจะเห็นว่ามันเชื่อมกันแล้ว

00:33:27.860 --> 00:33:34.010
จะออก... ผลลัพธ์จะเป็นนะครับ เหมือนที่เราเห็นหน้าจอตรงนี้นะครับ

00:33:34.430 --> 00:33:42.440
ถ้าเป็นหรือนี่ ถ้ามีจริงสักตัวหนึ่งด้านซ้าย หรือด้านขวาสักตัวหนึ่ง ผลลัพธ์ก็จะต้องเป็นจริงเสมอ

00:33:43.900 --> 00:33:47.488
ฉะนั้นแล้ว ดูจากรูปแบบนี้นะ เดี๋ยวเราต้องตอบนะต่อไป

00:33:48.163 --> 00:33:54.670
รูปแบบของประพจน์นะครับ p หรือนิเสธ p หรือ ~p ตรงนี้

00:33:55.240 --> 00:34:03.590
มีค่าความจริงเป็นอย่างไร ทุกตัวมันมีแค่ 2 แถวนะ 2 ตัว 2 รูปแบบนะครับ

00:34:03.950 --> 00:34:14.520
ตรงนี้เป็นจริงไหม เป็นจริงหมดไหม เป็นจริงหมดไหม ตรงนี้เป็นจริงหมดไหม

00:34:20.986 --> 00:34:26.636
เป็นจริงหมดไหม จริงอย่างไรนะ จริง นี่ใช่ไหม

00:34:28.050 --> 00:34:33.790
นี่ใช่ไหม นี่ใช่ไหม จริง เป็นจริงหมดใช่ไหมครับ เป็นจริงหมด

00:34:34.080 --> 00:34:41.120
เราก็สามารถตอบได้ว่านะครับ ประพจน์นี้เป็นสัจนิรันดร์

00:34:44.176 --> 00:34:44.222


00:34:44.420 --> 00:34:55.840
แต่ถ้านะครับ ถ้าครูแก้เปลี่ยนตรงนี้เป็นนะครับ เปลี่ยนตรงนี้เป็นเท็จสักตัวหนึ่ง

00:34:57.070 --> 00:35:02.350
ตรงนี้ก็จะไม่เป็น... ก็จะไม่เป็นสัจนิรันดร์แล้ว

00:35:03.310 --> 00:35:07.550
โอเคไหมตรงนี้ เข้าใจไหมครับ ง่าย ๆ นะ ตรงนี้

00:35:12.740 --> 00:35:14.200
โอเค เดี๋ยวไปต่อ

00:35:17.270 --> 00:35:22.680
ตรงนี้ดูนะ เดี๋ยวพวกเราจะต้องทำนะครับ เดี๋ยวพวกเราจะต้องทำลงใน... ลงในสมุดนะ

00:35:25.520 --> 00:35:27.370
โอเค ดูตัวอย่างนะครับ

00:35:28.010 --> 00:35:38.930
เราจะดูว่านะครับ ประพจน์นี้นะครับ ยาว ๆ นี่ ยาว ๆ ตรงนี้ เป็นสัจนิรันดร์หรือไม่

00:35:40.870 --> 00:35:43.180
ครับ เราจะดูว่าเป็นสัจนิรันดร์หรือไม่

00:35:47.740 --> 00:35:55.460
นะครับ จำได้ไหม เราดูที่ประพจน์ก่อน มันมีกี่ประพจน์นี่

00:35:55.720 --> 00:36:06.040
มี p มี p มี q มี q มันมีกี่ประพจน์ ที่ไม่ซ้ำกันน่ะมันมีกี่ตัว

00:36:09.410 --> 00:36:19.070
p p q q มีกี่ตัว ที่เราเห็นจะมีทั้งหมด 4 ตัวใช่ไหม

00:36:19.620 --> 00:36:27.370
แต่ว่าจริง ๆ แล้วมันซ้ำกันอยู่ มันจะมีแค่นะครับ p และ q แค่นั้นเอง

00:36:27.690 --> 00:36:35.020
ฉะนั้นแล้ว มีแค่เท่าไร มีแค่ 2 ตัว 2 ตัวเราก็กระจายนะครับ

00:36:35.660 --> 00:36:40.190
กระจายตามตารางได้ 4 รูปแบบ โอเคไหม

00:36:41.580 --> 00:36:47.100
เวลาเราเขียนกระจาย จำได้ไหม จากก่อนปีใหม่แล้วนะครับ ที่เราเรียนกัน

00:36:47.140 --> 00:36:53.220
เวลาเรากระจาย เราก็ให้ตัวสุดท้ายนะครับ กระจายให้สลับกันตลอด

00:36:53.270 --> 00:36:59.890
เป็น True False True False นี่ จากของตัว q นี่

00:37:00.910 --> 00:37:08.340
พอตัวแรก เราก็จะเป็น สลับเป็น True True False False นะครับ

00:37:08.460 --> 00:37:17.180
เพื่อที่จะให้ว่าแต่ละแถวมีรูปแบบที่ไม่ซ้ำกันนะครับ ตรงนี้ทวนจากความรู้เดิมนะ

00:37:18.700 --> 00:37:27.490
ทีนี้ ตรง... ตรงนี้นิเสธ หรือ ~p นี่นะครับ

00:37:27.640 --> 00:37:35.370
นิเสธ หรือ ~p นี่ ทำไมมันออก... ค่ามันออกมาเป็นอย่างนี้ ใครพอทราบ ตอบได้ไหม

00:37:35.690 --> 00:37:38.330
ทำไมมันกลายเป็น False False True True ได้

00:37:43.240 --> 00:37:54.680
คือ มันมาจากนะครับ ค่าตรงข้ามของ p ปกติ ~p ตรงข้ามกับ p ปกติ

00:37:55.100 --> 00:38:02.720
ถ้า p เป็น True ~p ก็จะกลายเป็น False นะครับ เห็นไหม True ก็จะกลายเป็น False

00:38:02.940 --> 00:38:07.700
จาก False ก็กลายเป็น True จาก False ก็กลายเป็น True

00:38:08.485 --> 00:38:16.820
เห็นไหม ง่ายไหม ง่าย ๆ ทำอย่างไรนะ โอ๊ตไม่สนใจเลย มิกซ์ไปไหนนี่ เหรอ

00:38:17.540 --> 00:38:26.020
ง่าย ง่ายทำอย่างไรนะ ง่าย ง่าย อ๋อ นี่ครูล่ามบอกง่าย ได้นะ

00:38:26.820 --> 00:38:39.200
ทีนี้ ดูตัวอย่างทำไว้ให้แล้ว p เครื่องหมายสามเหลี่ยมชี้ลงนี่คืออะไร คืออะไรครับ

00:38:39.530 --> 00:38:51.430
โน่ สามเหลี่ยมชี้ลงคืออะไร หรือ ใช่ไหม คือ หรือนะครับ

00:38:51.930 --> 00:38:57.760
คือ หรือ ถ้าเราดูในสมุดพวกเรา ดูในสมุดพวกเรานะครับ เราดูที่ตารางนะครับ

00:38:58.290 --> 00:39:05.220
p นะครับ หรือ q เราก็มาดูทีละตัวนะครับ

00:39:05.720 --> 00:39:11.550
True หรือจริงนี่ จริง หรือจริง ผลลัพธ์ก็กลายเป็น... กลายเป็นจริง

00:39:12.910 --> 00:39:19.560
จริงหรือเท็จ ผลลัพธ์ก็กลายเป็นจริงนะครับ เท็จ หรือจริงก็กลายเป็นจริง

00:39:20.020 --> 00:39:26.610
จะมีกรณีเดียวที่เป็นเท็จ คือ เท็จ หรือเท็จจะกลายเป็นเท็จนะครับ

00:39:28.300 --> 00:39:31.250
ทำแค่นี้เสร็จหรือยัง เสร็จหรือยัง

00:39:32.160 --> 00:39:38.150
ยังไม่หมดเราดูสิประพจน์เรายาว... ยาวเหยียดเลยนะครับ ยาวเหยียดเลย

00:39:38.170 --> 00:39:42.750
ต่อไปเราต้องทำอะไรต่อ เราเพิ่งเสร็จแค่ตรงนี้เองนี่ เพิ่งเสร็จแค่ในวงเล็บ

00:39:43.650 --> 00:39:45.990
p หรือ q แค่นั้นเอง

00:39:46.530 --> 00:39:55.070
ต่อไปเราต้องทำอะไร เราจะทำ... เราจะทำด้านไหนก่อน ทำด้านนี้ก่อน หรือจะทำด้านนี้ก่อน

00:40:01.930 --> 00:40:05.530
ทำอันไหนก่อนครับ ทำอันไหนก่อน

00:40:07.500 --> 00:40:14.120
เราทำในกรอบก่อน แต่ถ้ามันไม่มีกรอบนะครับ เราก็จะเลือกจากซ้ายไปขวานะครับ

00:40:15.260 --> 00:40:20.130
จากซ้ายไปขวานะครับ เดี๋ยวครูเปลี่ยนเป็นสีแดง จากซ้ายไปขวา

00:40:20.160 --> 00:40:27.260
ฉะนั้นแล้ว เราต้องทำด้านซ้ายก่อน คือ ตรงนี้ เราก็ขีดตารางมาได้

00:40:30.701 --> 00:40:33.560
เดี๋ยวครูเขียนตรงนี้ไว้ให้ เดี๋ยวลองทำเลยครับ

00:40:44.609 --> 00:40:51.810
ตรงนี้นะ เดี๋ยวให้พวกเราลองทำนะครับ เดี๋ยวลองทำเลย

00:41:26.850 --> 00:41:34.990
เดี๋ยวนะครับ เอาอย่างนี้ เอาอย่างนี้ เดี๋ยวตรงนี้ช่องนี้นะครับ เดี๋ยวช่องนี้เดี๋ยวครูพาทำก่อน

00:41:35.370 --> 00:41:42.260
แล้วเดี๋ยวพวกเราทำช่องสุดท้าย โอเคไหมครับ เดี๋ยวดูช่องนี้ก่อนนะครับ

00:41:43.340 --> 00:41:50.180
เราได้ค่าอะไรบ้างแล้วตอนนี้ เรารู้แล้ว p หรือ q เราได้แล้วใช่ไหม มันก็อยู่ตรงนี้ไง

00:41:51.120 --> 00:41:59.180
ก็อยู่ช่องนี้ไงใช่ไหม ~p ได้หรือยัง ~p ~p ก็อยู่ตรง... ตรงแถวนี้ไงใช่ไหม

00:41:59.580 --> 00:42:08.380
ทีนี้เราก็แค่เอานะครับ 2 ช่องนี้ 2 นะครับ 2 คอลัมน์นี้ครับ

00:42:08.850 --> 00:42:09.755
มาทำอะไรกัน

00:42:09.903 --> 00:42:16.750
มาเชื่อมกันด้วยอะไร สามเหลี่ยมแบบชี้ขึ้นคืออะไรครับ คือ และใช่ไหม

00:42:17.390 --> 00:42:30.720
เราก็เอาอันนี้นะครับ เท็จ ไปเรื่อย ๆ เชื่อมด้วยอะไร เชื่อมด้วย... เชื่อมด้วยและ

00:42:32.910 --> 00:42:39.150
เท็จและจริงจะกลายเป็นอะไร ดูที่ตารางเรา ดูที่ตารางเราในสมุดก็ได้

00:42:40.707 --> 00:42:46.260
เท็จและจริงนะครับ เท็จและจริงเป็นอะไร

00:42:47.120 --> 00:42:54.022
เป็นอะไร เป็นเท็จ... เป็นอันนี้หรืออันนี้ เป็นเท็จใช่ไหม เป็นเท็จ คือ ตัวนี้ใช่ไหมครับ

00:42:55.666 --> 00:43:04.065
แล้วตัวที่ 2 ล่ะ เป็นอะไรครับ เป็นจริงหรือเป็นเท็จ จริงหรือเท็จ

00:43:06.420 --> 00:43:20.090
ก็เป็นเท็จ เก่งมากนะครับ แล้วจริงและจริงล่ะเป็นอะไร เป็นจริง โอเค

00:43:21.000 --> 00:43:30.250
แล้วบรรทัดสุดท้ายล่ะ จริงและเท็จเป็นอะไร เป็นเท็จนะครับ

00:43:30.480 --> 00:43:37.540
จุดสังเกตของการเชื่อมด้วย... จุดสังเกตของการเชื่อมด้วยตัวและนะ

00:43:38.320 --> 00:43:45.170
มันจะเป็นจริงแค่กรณีเดียว คือกรณีอะไรครับ จริงและจริงเท่านั้น

00:43:45.210 --> 00:43:51.040
ถ้ามีสักตัวหนึ่งซ้ายหรือขวาเป็นเท็จ ผลลัพธ์จะออกมาเป็นเท็จเสมอ

00:43:51.380 --> 00:43:53.180
มันจะสวนทางกับเจ้าหรือใช่ไหม

00:43:53.750 --> 00:43:58.770
หรือจะเป็นจริงทุกกรณี ถ้ามีซ้ายหรือขวาสักตัวหนึ่งที่เป็นจริง จะเป็นจริงเลย

00:43:59.420 --> 00:44:04.980
แต่ถ้ามี... แต่ถ้าจะเป็นเท็จได้ก็ต่อเมื่อซ้ายและขวาเป็น... เป็นเท็จ

00:44:05.940 --> 00:44:15.170
ฉะนั้นแล้ว พวกเรานะครับ ให้พวกเราลองทำนะครับ ช่องสุดท้ายตรงนี้นะครับ

00:44:15.260 --> 00:44:21.500
ทำช่องสุดท้ายตรงนี้ให้ครู เดี๋ยวครู... เดินไปดูด้วยนะครับ ไม่ยาก ไม่ยากแล้ว

00:44:36.148 --> 00:44:40.210
เอาอย่างนี้ พวกเราไม่ต้อง... ไม่ต้องจดหมดก็ได้ ทำแค่ตารางนี้ก็พอ

00:44:40.890 --> 00:44:47.600
เพราะว่าสุดท้ายแล้วเดี๋ยวครูจะเอาสไลด์ที่ครูเขียน ๆ อยู่นี่ ส่งลงไปใน LINE พวกเรา

00:44:47.900 --> 00:44:52.420
ในกลุ่ม LINE พวกเรา พวกเราจะได้เอาไปอ่านได้ จะได้ไม่ต้องเสียเวลาจด โอเคไหม

00:44:55.270 --> 00:44:58.550
เพราะถ้าดู... ดูแล้วพวกเราถ้าจดกันอย่างนี้นะครับ มันจะช้า

00:45:00.610 --> 00:45:06.340
ก็เขียนช่องสุดท้าย ช่องนี้อย่างเดียวเลยให้ครู เขียนแค่ตัวนี้ช่องนี้

00:45:08.670 --> 00:45:10.430
ครูอยากเห็นแค่คำตอบตรงนี้ของพวกเราเฉย ๆ

00:45:12.560 --> 00:45:16.790
เราก็ดูในตารางประกอบเอา ดูในบนหน้าจอประกอบเอานะครับ

00:45:16.820 --> 00:45:20.390
ไม่ต้อง... ไม่ต้องจดหมดนะ มันจะช้า โอเคไหม

00:45:21.040 --> 00:45:24.360
เอาเปิดสมุดขึ้นมาทำเลย เดี๋ยวครูดู... เดินไปดูด้วย

00:52:07.520 --> 00:52:08.481
ฮัลโหลครับครูล่ามครับ

00:52:11.493 --> 00:52:17.740
โอเค ทีนี้เดี๋ยวพวกเราดูตรงนี้ดูเส้นสีเหลือง

00:52:21.140 --> 00:52:32.020
ดูเส้นสีเหลืองตรงนี้ ซีกซ้ายนี่เราเห็นไหม ซีกซ้ายเส้นสีเหลือง ซีกซ้ายเราก็ได้แล้วไงช่องนี้ไง

00:52:34.180 --> 00:52:38.950
ช่องที่อยู่ด้านซ้ายนี่ช่องล่าสุดที่ครูพาทำนี่ได้แล้วนะครับ

00:52:39.650 --> 00:52:47.230
ทีนี้มันไปทำอะไรกับตัว q มันไปทำอะไร เป็นลูกศรนะครับ ลูกศรทิศทางเดียวใช่ไหม

00:52:47.770 --> 00:52:52.854
ก็คืออะไร ถ้า...แล้ว...ใช่ไหม เราก็กลับไปดูตารางก็ได้ตารางถ้า...แล้ว...

00:52:53.655 --> 00:52:56.661
ดูสิตารางถ้า...แล้ว...มันเป็น... มันเป็นลักษณะไหน

00:52:58.100 --> 00:53:03.280
เป็นจริงกรณี... เป็นเท็จกรณีเดียวคือกรณีไหนนะ

00:53:07.040 --> 00:53:11.470
จริง ถ้า...แล้ว...เท็จใช่ไหม จะเป็นเท็จ นอกนั้นจะเป็นจริงเสมอ

00:53:11.580 --> 00:53:17.640
ทีนี้เราก็มาลองไล่ดู เราก็ลองไล่ดูมันแค่สลับทางกันเฉย ๆ นะครับ

00:53:17.660 --> 00:53:21.430
ตารางนี้อาจจะอยู่ด้านขวาตัว q จะอยู่ด้านซ้ายนะครับ

00:53:21.460 --> 00:53:30.490
แต่ระวังนะ ซ้ายกับขวานะครับ ถ้าเราสลับกันนะ ความหมายจะต่างนะครับ เราก็มาดูทีละตัวก็ได้

00:53:32.890 --> 00:53:39.220
ไล่อย่างนี้นะ เท็จ ถ้า...แล้ว...จริงใช่ไหม บรรทัดแรก

00:53:40.570 --> 00:53:44.606
ตัวแรกเราได้เท็จ ถ้า...แล้ว...จริงเป็นอะไร เป็นอะไร

00:53:44.630 --> 00:53:57.081
ก็เป็น... เป็นอะไรครับ เป็นจริงนะครับ ก็เป็นจริง ครูเขียนผิด เป็นจริง

00:53:57.906 --> 00:54:06.160
แล้วตัวนี้ล่ะ เท็จ ถ้า...แล้ว...เท็จเป็นอะไร เป็นอะไร เป็นจริง

00:54:08.990 --> 00:54:18.980
ครับ บรรทัด 3 จริง ถ้า...แล้ว...จริงใช่ไหม เป็นอะไร ก็เป็น... เป็นจริงอยู่

00:54:21.580 --> 00:54:28.440
แล้วบรรทัดสุดท้ายล่ะ เท็จ ถ้า...แล้ว...เท็จใช่ไหม เป็นอะไร

00:54:28.930 --> 00:54:34.700
เท็จ ถ้า...แล้ว...เท็จเป็นอะไร เป็น... เป็นจริง เป็นจริงอยู่ยังเป็นจริงอยู่นะครับ

00:54:36.230 --> 00:54:39.710
เป็นอย่างไรผลลัพธ์ทุกตัวเป็นอะไรครับ เป็นอะไรครับ

00:54:41.250 --> 00:54:45.960
เป็นจริงทุกตัวเลย เป็นจริงทุกตัวเลยนะครับ

00:54:46.460 --> 00:54:53.860
เราจึงสรุปได้ว่านะครับ ประพจน์นี่ทั้งก้อนนี่นะครับ มันเป็นอะไร เขาเรียกว่าอะไร

00:54:54.240 --> 00:55:01.385
เป็นสัจนิรันดร์แค่นั้นเองง่าย ๆ ใช่ไหม

00:55:02.343 --> 00:55:08.390
อันนี้ครูทำถูกไหมนี่ ง่าย ง่ายเหลือเกิน

00:55:12.908 --> 00:55:16.270
โอเค อันนี้ตอบลงไปในกระดาษตัวเองนะครับ

00:55:16.360 --> 00:55:22.980
แต่ว่าไม่ต้อง... ไม่ต้องลอกทั้งหมดนะ เดี๋ยวครูจะเอาสไลด์นี่ที่ครูเขียน ๆ อยู่นี่นะครับ

00:55:23.490 --> 00:55:28.310
เอาให้พวกเราส่งไปให้พวกเราในกลุ่ม LINE นะครับ ไม่ต้องลอกทั้งหมด

00:55:34.839 --> 00:55:41.910
พร้อมที่จะไปต่อหรือยัง วันนี้... วันนี้นักเรียน...

00:55:41.950 --> 00:55:50.300
วันนี้ครูล่ามวันนี้นักเรียนเขาจะมีกิจกรรมจับของขวัญปีใหม่ใช่ไหม ใช่ไหม

00:55:54.220 --> 00:55:57.640
อันนี้... อันนี้คืออะไรครูล่าม อันนี้คืออะไรครับ อันนี้คือ ใช่

00:55:58.620 --> 00:56:05.640
อ๋อ มิน่าล่องลอยเลย จิตวิญญาณล่องลอย ไม่ค่อยกระตือรือร้นเหมือนที่เคย

00:56:09.410 --> 00:56:15.930
โอเค ๆ ไม่นาน ๆ ครูกบโทรมาบอกแล้วว่าช่วยปล่อยพวกเราเร็วหน่อยอีกครึ่งชั่วโมง

00:56:16.410 --> 00:56:20.360
10 โมงครึ่งเดี๋ยวครูจะปล่อยพวกเราลงไปทำกิจกรรม โอเคไหม

00:56:21.602 --> 00:56:31.580
ฉะนั้นช่วยครูหน่อยทำแบบฝึกหัดอีกสักตัวหนึ่ง ถ้าทำเสร็จทำถูกก็ไปได้เลย โอเคไหม

00:56:32.430 --> 00:56:38.310
มิน่าตอนครูเรียกขึ้นมาดูหงอย ๆ คิดว่าไม่ได้เรียนใช่ไหมวันนี้ คิดว่าจะจับฉลากเลยนะ

00:56:41.360 --> 00:56:42.960
ถูกไหมใช่ไหม

00:56:46.990 --> 00:56:51.730
โอเคอันนี้... อันนี้เอาสั้น ๆ ก่อนนะครับ ก่อนจะไปอีกตัวหนึ่งนะครับ

00:56:52.040 --> 00:56:55.960
ตัวนี้เรียกว่า "Contradiction" หรือว่าตัวข้อขัดแย้ง

00:56:56.540 --> 00:57:00.420
ง่าย ๆ ข้อขัดแย้ง คือ มันจะตรงข้ามกับสัจนิรันดร์

00:57:01.630 --> 00:57:03.490
เจ้าตัวสัจนิรันดร์สังเกตไหม

00:57:04.190 --> 00:57:11.020
จะเป็นสัจนิรันดร์ก็ต่อเมื่อผลลัพธ์เป็น... เป็นจริง เป็นจริง เป็นจริง เป็นจริง

00:57:11.500 --> 00:57:18.300
แต่ถ้าจะเป็นข้อขัดแย้ง หรือ Contradiction มันจะสลับกันจะเป็นเท็จ เท็จ เท็จ เท็จ

00:57:19.150 --> 00:57:25.180
อย่างในตารางที่เราเห็นอยู่ตรงนี้ ผลลัพธ์สุดท้ายแล้วมันเป็นอะไรครับ มันเป็นอะไร

00:57:26.210 --> 00:57:30.750
ตอบครูหน่อย เร็วใกล้... ใกล้ได้ไปจับของขวัญแล้ว เป็นอะไร

00:57:31.660 --> 00:57:37.130
เป็นเท็จ เป็นเท็จใช่ไหม เป็นเท็จหมดเลย เท็จทุกตัว

00:57:37.780 --> 00:57:42.370
ถ้าเป็นเท็จทุกตัวเราจะสรุปได้ว่ามันเป็นข้อขัดแย้งนะครับ

00:57:42.430 --> 00:57:47.900
ภาษาอังกฤษเรียกว่า "Contradiction" โอเคไหม เข้าใจไหม

00:57:50.670 --> 00:57:59.620
เข้าใจไหม เข้าใจง่ายนิดเดียวนะครับ สรุปง่าย ๆ ก่อนที่จะไปต่อสรุปง่าย ๆ นะครับ

00:57:59.950 --> 00:58:05.600
ถ้าผลลัพธ์ของสัจนิรันดร์นี่ค่าความเป็นจริงนี่ทุกตัวเป็นจริงทุกตัว

00:58:05.620 --> 00:58:10.070
เราจะเรียกมันว่าเป็นสัจนิรันดร์นะครับ

00:58:10.940 --> 00:58:16.430
แต่ถ้าเป็นเท็จทุกตัวก็จะเรียกได้ว่าเป็นข้อขัดแย้งนะครับ

00:58:16.780 --> 00:58:23.210
แต่ถ้ามันมีสลับกันจริง เท็จ จริง เท็จอย่างนี้สลับกัน

00:58:23.280 --> 00:58:27.900
มันก็จะตอบได้ว่าไม่เป็นทั้งสัจนิรันดร์แล้วก็ไม่เป็นข้อขัดแย้ง

00:58:27.920 --> 00:58:30.970
หรือว่า Contradiction ด้วยโอเคไหมตรงนี้

00:58:33.710 --> 00:58:44.500
ไปต่อแล้วนะ สุดท้าย หรือว่าตรงนี้ให้... ให้ทำดีไหมนี่ อยากทำไหม

00:58:49.466 --> 00:58:51.820
ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรเดี๋ยว ๆ ไปดูไปดูอันถัดไป

00:58:52.730 --> 00:58:59.820
มาดูตัวนี้ก่อนที่จะปล่อยเพราะว่าสัปดาห์หน้าเราต้องเรียนเรื่องใหม่แล้วนะครับ มันจะช้าแล้ว

00:59:02.280 --> 00:59:10.820
ประพจน์ที่นะครับ ที่สมมูลกันนะครับ ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า "Equivalent" นะครับ

00:59:10.890 --> 00:59:17.090
มันจะคล้าย ๆ กับเท่ากับในคณิตศาสตร์เราทั่วไปคล้าย ๆ เท่ากับนะครับ

00:59:17.690 --> 00:59:22.470
แต่มันจะต่างกันนิดเดียวมันจะใช้เครื่องหมายเป็นอย่างไร เหมือนเท่ากับน่ะ

00:59:22.500 --> 00:59:37.860
จะมีเส้นขีดเพิ่มขึ้นมาเป็น 3 ครับ เป็น 3 ขีด ตรงนี้โอเคไหมนะครับ เป็น 3 ขีด โอเค

00:59:43.080 --> 00:59:49.210
ตรงนี้ตารางมันผิดไหมนี่ เดี๋ยวดูเดี๋ยวแก้ให้ก่อนแป๊บหนึ่ง

00:59:53.540 --> 01:00:05.090
มันต้องเป็น... ดูตรงนี้นิดหนึ่งเพื่อที่เราจะได้เข้าใจนะครับ ความหมายของคำว่า "สมมูล" ขึ้น

01:00:07.190 --> 01:00:16.790
เราดูตรงนี้นะครับ เขาถามว่า p ประพจน์ p นี่สมมูลกับนะครับ ~

01:00:18.210 --> 01:00:24.090
นะครับ แล้วในวงเล็บอีก ~p อีกทีหนึ่ง จริงหรือไม่นะครับ

01:00:24.280 --> 01:00:27.700
จริงหรือไม่ ตรงนี้เราจะพิสูจน์ได้นะครับ

01:00:27.730 --> 01:00:32.160
ง่าย ๆ ก็คือการเขียนตารางความเป็นจริง ตารางค่าความเป็นจริง

01:00:32.700 --> 01:00:37.040
ซึ่งเขียนง่ายเพราะมันมีแค่ p ตัวเดียวใช่ไหม

01:00:37.070 --> 01:00:43.430
มันไม่มี q มี r มี s มี p แค่ตัวเดียวเดี่ยว ๆ เลยครับ

01:00:43.890 --> 01:00:48.310
เวลาเราเขียนเราก็กระจายได้แค่ 2 รูปแบบ ก็คือจริงและเท็จ

01:00:49.830 --> 01:00:54.130
แล้วตรงนี้เราเขียนอย่างไร มันก็คือค่าที่กลับกันของอะไร

01:00:57.970 --> 01:01:05.260
ค่าตรงข้ามของ p ปกตินะครับ จากเท็จก็กลายเป็น... เป็นอย่างไร จากเท็จก็กลายเป็นจริง

01:01:06.480 --> 01:01:08.930
เอ้ย พูดไม่ถูก Sorry Sorry Sorry ครูพูดผิด

01:01:11.100 --> 01:01:16.850
จากจริงกลายเป็นเท็จ จากเท็จกลายเป็นจริงนะครับ

01:01:17.290 --> 01:01:22.470
ทีนี้พอมันมีนิเสธซ้อน หรือว่า ~ ซ้อนเห็นไหม ตัว ~ เดิม ก็คือตัวนี้ใช่ไหม

01:01:22.830 --> 01:01:30.570
พอมันมาซ้อนจากเท็จก็กลายเป็นอะไรครับ จากเท็จก็กลายเป็นจริง จากจริงก็กลายเป็นเท็จ

01:01:31.240 --> 01:01:36.570
แล้วทีนี้เขาถามว่าตัว p กับ ~ ในวงเล็บ ~p อีกทีหนึ่งนี่นะครับ

01:01:36.590 --> 01:01:39.020
มันสมมูลกันไหม เราต้องดูตารางไหนกับตารางไหน

01:01:40.090 --> 01:01:46.165
ต้องดูคอลัมน์แรกนะครับ เปรียบเทียบกับคอลัมน์ที่ 2

01:01:47.130 --> 01:01:54.210
ตอบครูหน่อยว่ามันสมมูลกันไหม มันสมมูลกันไหม มันสมมูลกันเพราะอะไร

01:01:54.240 --> 01:02:03.450
เพราะว่าค่าความเป็นจริงแถวแรกก็เป็นจริง จริงเหมือนกัน เท็จก็เท็จเหมือนกัน

01:02:03.480 --> 01:02:11.700
ฉะนั้นแล้ว 2 ตัวนี้มันเป็นอะไรกัน สมมูลกันโอเคไหม

01:02:13.290 --> 01:02:16.740
แล้วครูถามหน่อยช่องนี้กับช่องนี้สมมูลกันไหม

01:02:17.900 --> 01:02:25.480
ช่อง p กับช่อง ~p ตรงนี้ที่ติดกันนี่สมมูลกันไหมครับ สมมูลกันไหม

01:02:30.280 --> 01:02:40.480
ใช่... อันนี้ใช่ใช่ไหม ใช่กับไม่ สมมูลไหม 2 อันนี้นะ p กับ ~p ตรงนี้สมมูลกันไหม

01:02:41.260 --> 01:02:45.780
ดูสิอันนี้ตรงกันไหม ไม่ ไม่ตรงนะ

01:02:46.390 --> 01:02:50.370
p กับ False ก็ไม่ตรงกัน False กับ p นี่ก็ไม่ตรงกัน

01:02:50.400 --> 01:03:01.970
ฉะนั้นแล้ว 2 อันนี้ไม่สมมูลนะ แต่นะครับ ช่องแรกกับช่องที่ 3 สมมูลกันนะครับ

01:03:06.110 --> 01:03:11.110
โอเค อย่างนั้นเดี๋ยวดูตัวอย่างนี้นะครับ

01:03:11.400 --> 01:03:16.260
ง่ายนะ อันนี้จะ... จะง่ายกว่าอันเมื่อกี้อีกนะ ตารางค่าความเป็นจริงนะครับ

01:03:20.420 --> 01:03:24.320
ลองทำเลยไหมนะครับ โจทย์นะครับ เขาบอกว่า

01:03:24.710 --> 01:03:31.380
จงแสดงว่า p เครื่องหมายสามเหลี่ยมชี้ขึ้นอย่างนี้คืออะไรครับ

01:03:32.710 --> 01:03:43.670
และใช่ไหม p และ q มันจะสมมูลกับ q และ p ไหมนะครับ

01:03:43.980 --> 01:03:48.790
อีกคำถามหนึ่งถามว่า p เครื่องหมายสามเหลี่ยมชี้ลงแล้วคืออะไร

01:03:49.430 --> 01:03:57.030
p หรือ q จะสมมูลกับ q หรือ p ไหม

01:03:57.820 --> 01:04:05.360
สิ่งที่เราต้องทำ... ทำอยู่ 2 นะครับ เช็ก 2 อย่างนะครับ คือ เช็กก้อนนี้นะครับ

01:04:06.410 --> 01:04:12.730
เช็กก้อนและ แล้วก็เช็กก้อนหรือ ว่ามันสมมูลกันหรือไม่

01:04:14.250 --> 01:04:22.490
เอาอย่างนี้เดี๋ยวครูทำ... ครูทำอันหนึ่งให้ ครูทำและให้แล้วกันโอเคไหม เดี๋ยวดูไปด้วยกัน

01:04:22.920 --> 01:04:25.320
แล้วพวกเราทำตรงนี้เสร็จ

01:04:26.740 --> 01:04:31.380
ถ้าตรงนี้พวกเราตอบถูกก็เดี๋ยวครูจะปล่อยเลยไปทำกิจกรรมต่อโอเคไหม

01:04:33.900 --> 01:04:34.480
โอเคไหมครับ

01:04:41.400 --> 01:04:42.680
ไม่ ๆ ตรงนี้เป็นสมมูลแล้วครับ

01:04:44.150 --> 01:04:49.360
ทีนี้เดี๋ยวนะครับ ถ้าเราจะทำตารางเราต้องเริ่มนะครับ

01:05:27.270 --> 01:05:30.140
เวลาเราเขียนตารางแจกแจงความจริงเราก็ดูนะครับ

01:05:31.780 --> 01:05:37.480
ดูว่าประพจน์นะครับ ที่อยู่ในโจทย์น่ะเขาให้อะไรมาบ้างนะครับ

01:05:37.640 --> 01:05:44.370
เขาให้หาตัว p หรือ p และ q ใช่ไหม ครูก็จะหา p และ q ก่อนที่ช่องแรก

01:05:45.020 --> 01:05:49.660
ต่อมาเขาหา... ให้หาอะไรว่ามันสมมูลกับ p และ q หรือไม่

01:05:49.980 --> 01:05:55.750
ครูก็สร้างนะครับ ประพจน์ขึ้นมาอีกช่องหนึ่งนะครับ โอเค

01:05:55.990 --> 01:06:03.340
ทีนี้มาหาช่วยกันหาช่วยกัน ตัวแรก p และ q ผลลัพธ์จะออกมาเป็นอะไรครับ

01:06:05.040 --> 01:06:08.570
p เป็นอะไร จริงใช่ไหม จริงและจริง ผลลัพธ์ออกมาเป็นอะไรครับ

01:06:09.350 --> 01:06:13.470
เป็น... เป็นอะไร เป็นจริง เก่งมากเป็นจริง

01:06:14.160 --> 01:06:18.720
ตัวที่ 2 ล่ะ จริงและเท็จออกมาเป็นอะไร เป็นเท็จ

01:06:19.410 --> 01:06:26.510
ตรงนี้ง่ายใช่ไหม เราดูในตารางได้เลย เท็จและจริงล่ะ เป็นเท็จ

01:06:28.000 --> 01:06:34.980
สุดท้ายเท็จและเท็จ ผลลัพธ์ก็ออกมาเป็นเท็จ

01:06:38.150 --> 01:06:41.880
โอเค แล้วตรงนี้ล่ะแค่สลับทางกันใช่ไหม

01:06:42.680 --> 01:06:46.950
ก็สลับกันจาก p มา q ก็กลายเป็น q วิ่งไปหา p แทน

01:06:47.620 --> 01:06:55.610
จริงและจริงเป็นอะไร เป็นอะไรครับ เป็นจริงก่อนนะครับ

01:06:56.370 --> 01:07:01.690
เท็จและจริงเป็นอะไร เป็นอะไร เท็จและจริงนะ

01:07:03.440 --> 01:07:07.960
เป็นอะไร เป็น... เป็นเท็จลองดูในตาราง ลองดูในตาราง

01:07:36.270 --> 01:07:37.960
นะครับ เป็นเท็จนะ

01:07:42.400 --> 01:07:49.060
ต่อมาจริงและเท็จเป็นอะไรครับ เป็นเท็จอยู่

01:07:49.180 --> 01:07:56.070
สุดท้าย สุดท้ายเท็จและเท็จเป็นอะไร เป็นเท็จ

01:07:58.740 --> 01:08:02.780
เป็นอย่างไร มันสมมูลกันไหม 2 อันนี้สมมูลกันไหม

01:08:04.110 --> 01:08:09.060
สมมูลกันเพราะอะไร เหมือนกันหมดเลยเห็นไหม เหมือนกันหมดเลยใช่ไหม

01:08:10.530 --> 01:08:16.780
มันเหมือนกันหมดเลยเป็นแฝดกันเลยน่ะ มันเป็นแฝดกันเลย มันเหมือนกัน มันเหมือนกัน

01:08:17.740 --> 01:08:24.580
เหมือนกันแต่ว่ามัน... 2 อันนี้มันอะไร สมมูลกัน

01:08:26.470 --> 01:08:32.760
ทีนี้ก่อนที่เราจะกลับไปทำกิจกรรมไปจับของขวัญกัน

01:08:33.290 --> 01:08:45.050
ให้พวกเราทำตรงนี้สีเขียว ๆ ที่ครูลากไว้ให้ตรงนี้นะครับ ทำเสร็จก็ไปได้เลย

01:08:48.160 --> 01:08:51.310
โน่ โน่ไม่รอเพื่อนเลย รอเพื่อนก่อน รอเพื่อนก่อน

01:08:53.130 --> 01:09:01.490
เห็นไหมคณิตศาสตร์ง่ายนิดเดียวใช่ไหม ที่เหลือยากหมด

01:09:04.350 --> 01:09:11.870
โอเค ให้พวกเราทำที่วงสีเขียวนี้ให้นะ ทำอย่างไร เราก็แค่มาต่อตารางตรงนี้เลย

01:09:13.060 --> 01:09:21.300
แล้วไม่ต้องลอกนะ ตรงนี้ไม่ต้องลอกไปต่อนะครับ เดี๋ยวครูจะส่งให้อยู่นะครับ มันจะช้าพวกเรา

01:09:31.370 --> 01:09:37.380
แค่นี้เอง แค่นี้เองเด็ก ๆ นะครับ ทำเดี๋ยวครูจะดูช่วย

01:19:21.360 --> 01:19:32.080
เฉลย ๆ ๆ ครูล่ามครับ สุดท้ายแล้วเฉลยแล้ว โอเคนะครับ

01:19:33.310 --> 01:19:36.830
มันก็เหมือนสีเขียวนี่ที่ครูเขียนไว้ก็คล้าย ๆ สีน้ำเงินเลย

01:19:37.430 --> 01:19:44.790
แค่ต่างกันตรงตัวเชื่อมนะครับ จากและมาใช้เป็นอะไร เป็นหรือแทน

01:19:45.130 --> 01:19:50.680
แล้วก็ลองไปดูตารางเก่าก็ได้ ไปดูตารางเก่าที่เราเคยเขียนไว้นะครับ

01:19:50.960 --> 01:19:56.310
และ หรือ ถ้า...แล้ว... ก็ต่อเมื่อมีอยู่ 4 ตารางแค่นั้นเองใช่ไหม

01:19:57.050 --> 01:20:01.950
แต่ถ้าไม่ดูตาราง เราก็ใช้จุดสังเกตง่าย ๆ ก็ได้นะครับ

01:20:02.160 --> 01:20:07.560
พูดซ้ำอีกรอบหนึ่งก็ได้ ถ้าเป็นการเชื่อมด้วยและตัวแรกใช่ไหม

01:20:07.580 --> 01:20:15.220
นี่ตัวและที่เป็นสามเหลี่ยมชี้ขึ้นนี่ ถ้าเป็นและมันจะเป็นจริงได้กรณีเดียวเท่านั้น

01:20:15.400 --> 01:20:23.440
คือ ทั้งหน้าและก็หลังเป็นจริง ผลลัพธ์ถึงจะเป็นจริงนะครับ

01:20:23.780 --> 01:20:31.080
ถ้ามีสักตัวหนึ่งเป็นเท็จผลลัพธ์ที่ออกมาจะกลายเป็นเท็จนะครับ

01:20:32.280 --> 01:20:38.310
ตรงข้ามกับตัวหรือ หรือว่าลูกศรสามเหลี่ยมชี้ลงนี่นะครับ

01:20:38.840 --> 01:20:47.220
มันจะเป็นจริงนะครับ ถ้ามีซ้ายหรือขวาสักตัวหนึ่งนี่นะครับ เป็นจริง

01:20:47.770 --> 01:20:55.720
และจะเป็นเท็จแค่กรณีเดียว คือ หน้าและหลังเป็น... หน้าและหลังเป็นเท็จเท่านั้นเอง

01:20:56.120 --> 01:21:01.790
ฉะนั้นผลลัพธ์ของข้อนี้ง่าย ๆ ตัวที่จะเป็นเท็จได้กรณีเดียว คือ หน้าและหลังเป็นเท็จ

01:21:02.430 --> 01:21:13.909
นอกนั้นถ้ามีสักตัวหนึ่งซ้ายหรือขวานะครับ เป็นจริง มันก็จะเป็นผลลัพธ์เป็นจริงทุกตัว

01:21:25.360 --> 01:21:31.600
ตัวสีเขียวนี่สมมูลกันไหม เหมือนกันไหม เหมือนกันไหม ผลลัพธ์เหมือนกันไหม

01:21:32.810 --> 01:21:40.630
เหมือนกัน ถ้าเหมือนกันก็แปลว่ามันสมมูลกัน แค่นั้นเองง่าย ๆ เรื่องสมมูลนะครับ

01:21:42.110 --> 01:21:47.230
เดี๋ยวครูจะ Save File ตัวนี้แล้วก็ส่งลงไปในกลุ่ม LINE พวกเรานะครับ

01:21:48.240 --> 01:21:56.040
เพื่อเผื่อบางคนนะครับ ไม่เข้าใจจะได้กลับไปดูได้โอเคไหมนะครับ

01:21:59.105 --> 01:22:03.950
ก็เดี๋ยวอาทิตย์หน้าเดี๋ยวเราไปเรื่องใหม่แล้วเพราะว่าสัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์ที่ 12 แล้ว

01:22:05.170 --> 01:22:15.610
สัปดาห์ถัดไปก็ 13 นะครับ 13 14 15 16 17 จะมีเวลาเรียนอยู่แค่ 5 สัปดาห์นะครับ

01:22:16.090 --> 01:22:23.730
สัปดาห์สุดท้ายสัปดาห์ที่ 18 เป็นการ... เป็นการสอบนะครับ ปลายภาค หรือว่าสอบ Final นะ

01:22:26.240 --> 01:22:39.650
สอบจริงจังนะ เก็บคะแนนจริง ๆ นะ 30 คะแนนเลยนะนะครับ 30 คะแนนอีกกี่เกรดนี่นะครับ

01:22:39.980 --> 01:22:45.170
ตรงนี้เดี๋ยวให้พวกเรานะครับ ใกล้แล้วใกล้จะสอบแล้วนะครับ ตั้งใจนิดหนึ่ง

01:22:45.230 --> 01:22:50.680
นะ วันนี้อนุโลมให้นะ บางคนยังแบบเบลอ ๆ ยังไม่ฟื้นจากปีใหม่

01:22:55.020 --> 01:23:00.680
ครับ ข้อสอบก็ไม่... ข้อสอบก็จะเป็นข้อสอบที่เราเรียนทุกวันนี่ล่ะนะครับ

01:23:00.700 --> 01:23:05.290
จะไม่ออกเกินจากที่เราเคยเรียนนะนะครับ หวังว่าพวกเราจะทำได้

01:23:06.510 --> 01:23:11.580
โอเค ฉะนั้นวันนี้ก็เดี๋ยวให้พวกเราทุกคนขอบคุณครูล่ามก่อนนะครับ

01:23:12.900 --> 01:23:21.660
หัวหน้าห้องขอบคุณครูล่ามก่อน กล้องอยู่นี่นะ ยืนตรงนั้นก็ได้ ครูล่ามค่อยเจอให้มองเห็น

01:23:29.680 --> 01:23:31.410
มิกซ์ ๆ หัวหน้าห้องชื่ออะไรนะ

01:23:37.490 --> 01:23:45.170
เดี๋ยวนะ หัวหน้าห้องเชิญ ๆ ตรงนี้เลยแป๊บเดียว เก็บของไม่ดู

01:23:58.250 --> 01:23:59.860
มองกล้อง ๆ ขอบคุณครูล่าม

01:24:03.180 --> 01:24:04.100
(ล่าม) ครับ ขอบคุณครับ

01:24:04.100 --> 01:24:06.350
(อาจารย์สถาพร) ครับ ขอบคุณครูล่ามมากครับ เดี๋ยวเจอกันใหม่อาทิตย์หน้า

01:24:06.460 --> 01:24:08.550
(อาจารย์สถาพร) ครับ สวัสดีครับ (ล่าม) ครับ ขอบคุณครับ สวัสดีครับ