﻿1
00:00:07,156 --> 00:00:08,624
(อาจารย์สุรีย์พัชร) สวัสดีค่ะ

2
00:00:10,969 --> 00:00:12,876
สวัสดีค่ะ นักศึกษาทุกคนนะคะ

3
00:00:14,026 --> 00:00:19,166
จากครั้งที่แล้วสอบนะ อยากทราบคะแนนไหม

4
00:00:19,440 --> 00:00:22,021
ถ้าอยากทราบหนูยกมือให้อาจารย์ดูหน่อยค่ะ

5
00:00:25,041 --> 00:00:26,210
ได้สอบไหม

6
00:00:27,556 --> 00:00:33,206
โอเค 1 กุ้งเต้น 2 โอเคครับ มาร์กอีกคนไม่อยากทราบคะแนนหรือคะ

7
00:00:34,298 --> 00:00:35,652
โต๊ะ 7 คะ

8
00:00:38,710 --> 00:00:40,880
หนูไม่ยกมือแสดง... ไม่บอกคะแนนนะ

9
00:00:45,730 --> 00:00:47,990
หนูไม่อยากทราบคะแนนไม่บอก 1 คน

10
00:00:52,066 --> 00:00:54,218
ใครทักท้วงคะแนนได้นะคะ

11
00:00:54,242 --> 00:00:59,605
ทำไมหนูถึงได้คะแนนไม่เท่าเพื่อนทั้ง ๆ ที่หนูนั่งสอบข้าง ๆ กัน

12
00:01:00,045 --> 00:01:04,490
หนูท้วงได้นะคะ อาจารย์มีเหตุผล มีเหตุผลหมดเลย

13
00:01:04,614 --> 00:01:08,455
เพราะข้อแรกเลย คือ เวลาที่หนูสอบ รู้ค่ะ ว่าหนูค้น

14
00:01:08,745 --> 00:01:09,792
แต่หนูตอบ

15
00:01:09,866 --> 00:01:16,486
1. ล่ะ อาจารย์บอกให้ออกแบบหน้าจอ แต่หนูเขียนมาเป็นข้อ ๆ ๆ ๆ ๆ

16
00:01:16,860 --> 00:01:19,140
แต่ใครเขียนได้หน้าจอ

17
00:01:19,164 --> 00:01:24,390
ถ้าอาจารย์อ่านแล้วมีได้หน้าจอ โอเคตัดไปค่ะ เราให้คะแนนกึ่งหนึ่ง

18
00:01:24,976 --> 00:01:27,988
แต่ถ้าบางคนเขียนมาแล้วไม่ได้หน้าจอเลย

19
00:01:28,850 --> 00:01:30,541
คือ เหมือนหนูต้องวาดหน้าจอ

20
00:01:31,148 --> 00:01:34,356
แต่หนูกลับไม่วาดหนู Copy ข้อความมาวาง

21
00:01:34,708 --> 00:01:38,678
และมี 2 คนเหมือนกันแม้แต่จุดผิด

22
00:01:39,920 --> 00:01:47,402
จำเป็นต้องเอาคะแนนน้อยที่สุดตั้งหารด้วยจำนวนคนเหมือน นั่นคือคะแนนของหนู

23
00:01:48,460 --> 00:01:54,631
รู้สึกจะ 4 คนด้วยนะคะ แล้วคะแนนก็น้อยด้วยนะ ดูนะคะ

24
00:01:59,347 --> 00:02:00,839
ใจเย็นนะ ใจเย็น

25
00:04:02,531 --> 00:04:04,079
ไม่ทราบหนูเห็นคะแนนไหมคะ

26
00:04:06,323 --> 00:04:09,019
ดูเฉพาะข้อ... ช่อง Mid นะคะ Midterm

27
00:04:09,043 --> 00:04:12,443
หนูดูเฉพาะช่อง Midterm คือ ช่องนี้ช่อง I

28
00:04:16,903 --> 00:04:22,433
วุฒิชัย 17 เต็ม 30 นะ เต็ม 30 นะคะ

29
00:04:23,261 --> 00:04:25,272
เดชมงคล 27

30
00:04:25,477 --> 00:04:28,927
ถามว่าทำไมเดชมงคลถึงทำได้มาก

31
00:04:29,199 --> 00:04:31,641
ข้อที่อาจารย์พูดนั่นแหละค่ะ ที่ออกแบบหน้าจอ

32
00:04:31,666 --> 00:04:40,761
มีเขาคนเดียวเท่านั้นที่สามารถเขียนรายละเอียดออกมาเป็นหน้าจอได้ตามต้องการนะคะ

33
00:04:41,090 --> 00:04:45,215
ต่อมาค่ะ กฤตกรนะคะ 22

34
00:04:47,187 --> 00:04:49,711
แล้วก็ทัตเทพ 23

35
00:04:50,629 --> 00:04:55,934
อนงค์นาฏ 19 นะ ปรางหทัย 23

36
00:04:55,958 --> 00:04:58,803
และภัทรภรณ์ 19

37
00:04:59,984 --> 00:05:04,058
ภัทรภรณ์ตอบคำตอบสลับข้อ

38
00:05:05,537 --> 00:05:10,530
และองุ่นก็ตอบคำถามไม่ตรงคำถาม

39
00:05:13,136 --> 00:05:16,094
อาจารย์จะส่งข้อสอบกลับข้อที่หนูผิดนะคะ

40
00:05:16,118 --> 00:05:19,216
จะส่งกลับให้ดูเลยนะ ว่าเป็นอย่างไรนะ

41
00:05:19,920 --> 00:05:23,820
จะได้รู้แล้วแก้ไขนะคะ แก้ไขเพื่อมีคะแนนแก้ด้วย

42
00:05:27,060 --> 00:05:30,030
หนูเห็นนะคะ ช่อง D Dog จะเป็นช่องตอบคำถาม

43
00:05:30,570 --> 00:05:35,920
หนูตอบคำถามอยู่ในกระดาษของอาจารย์เรียบร้อยแล้วคะแนนจะมาปรากฏขึ้นที่นี่

44
00:05:36,250 --> 00:05:41,329
คะแนนเข้าเรียนอาจารย์วัดอยู่ที่ 70 เปอร์เซ็นต์ไม่ได้วัด 100 เปอร์เซ็นต์นะคะ ตามที่แจ้ง

45
00:05:41,354 --> 00:05:46,359
คะแนนงานจำได้ใช่ไหมคะ ทุกท้ายบทจะมีงานทั้งหมดเลยนะคะ

46
00:05:46,525 --> 00:05:49,349
ส่วนโปรเจกต์จะเป็นการออกแบบหน้าจอ

47
00:05:49,428 --> 00:05:52,717
แล้วหนูต้องตอบให้ได้ว่าหนูจะสื่อถึงใคร

48
00:05:52,741 --> 00:06:02,040
เช่นนะคะ เช่น ตี๋น้อยต้องการจะออกแบบให้กับผู้พิการทางสายตา

49
00:06:02,224 --> 00:06:06,588
แต่หนูไม่สามารถที่จะทำคีย์บอร์ดเป็นอักษรเบรลล์ได้

50
00:06:06,985 --> 00:06:09,881
ถามว่าครั้งนี้สำเร็จไหมคะ

51
00:06:10,036 --> 00:06:13,387
ใครว่าสำเร็จยกมือขึ้นสิคะ ตี๋น้อยทำโปรเจกต์นี้

52
00:06:16,804 --> 00:06:21,853
ทำไมถึงไม่สำเร็จอาจารย์ข้อคำตอบของหมายเลข 2 ลูก กุ้งเต้น

53
00:06:23,173 --> 00:06:24,421
เพราะ...

54
00:06:27,505 --> 00:06:28,766
กุ้งเต้นตอบอาจารย์หน่อยค่ะ

55
00:07:24,801 --> 00:07:26,704
ค่ะ หนูตอบอาจารย์หน่อยค่ะน้องกุ้งเต้น

56
00:07:26,728 --> 00:07:30,760
ทำไมถึงไม่สำเร็จค่ะ ตี๋น้อยทำเพราะ...

57
00:07:53,156 --> 00:07:57,775
กุ้งเต้นตอบสิคะลูก ตอบหรือยังคะ เพราะอะไรเอ่ย

58
00:08:02,121 --> 00:08:07,707
ตี๋น้อยเขียนโปรแกรมนะลูกนะ ให้กับผู้พิการทางสายตา

59
00:08:07,966 --> 00:08:11,571
แต่คีย์บอร์ดของตี๋น้อยไม่ใช่อักษรเบรลล์

60
00:08:13,489 --> 00:08:16,870
ถือว่าตี๋น้อยทำสำเร็จไหมคะ การออกแบบครั้งนี้

61
00:08:18,650 --> 00:08:22,203
และถ้าสำเร็จ สำเร็จเพราะอะไร ไม่สำเร็จเพราะอะไร

62
00:08:26,130 --> 00:08:27,792
(ล่าม) คิดว่าสำเร็จค่ะ

63
00:08:30,004 --> 00:08:31,234
(อาจารย์สุรีย์พัชร) เพราะ...

64
00:08:33,913 --> 00:08:35,513
(ล่าม) เพราะออกแบบเรียบร้อยค่ะ

65
00:08:36,540 --> 00:08:37,711
(อาจารย์สุรีย์พัชร) ออกแบบเรียบร้อย

66
00:08:37,735 --> 00:08:40,114
แล้วผู้พิการทางสายตาใช้งานได้ไหมคะ

67
00:09:01,639 --> 00:09:02,854
(ล่าม) สามารถพิมพ์ได้ค่ะ

68
00:09:03,171 --> 00:09:04,039
(อาจารย์สุรีย์พัชร) สามารถพิมพ์ได้

69
00:09:04,138 --> 00:09:09,829
แต่อาจารย์บอกว่าคีย์บอร์ดนั้นตี๋น้อยไม่ได้ออกแบบมาเป็นอักษรเบรลล์นะคะ

70
00:09:11,935 --> 00:09:15,000
แสดงว่าในคีย์บอร์ดนั้นเป็นคีย์บอร์ดธรรมดา

71
00:09:15,220 --> 00:09:20,768
ก็คือไม่มีตัวอักษรเบรลล์ให้กับผู้พิการทางสายตาเลย

72
00:09:20,792 --> 00:09:25,504
แล้วเขาจะพิมพ์ได้หรือคะ ได้ไหมลูก

73
00:09:46,020 --> 00:09:50,650
(ล่าม) หนูไม่... ไม่แน่ใจน่ะค่ะ ว่าต้องคนตาบอด...

74
00:09:50,675 --> 00:09:52,236
(อาจารย์สุรีย์พัชร) ไม่แน่ใจ

75
00:09:53,315 --> 00:09:57,564
กุ้งเต้นลองหลับตาดูนะคะลูก ถ้าหนูหลับตาแล้วหนูพิมพ์

76
00:10:03,620 --> 00:10:04,758
คืออ่านว่า...

77
00:10:11,648 --> 00:10:13,317
ก็เลยสงสัยว่าทำได้อย่างไร

78
00:10:14,203 --> 00:10:16,660
ความสงสัยตรงนี้มันเกิดเลย

79
00:10:18,487 --> 00:10:22,791
กุ้งเต้นหนูลองคิดดี ๆ สิคะ ถ้าคีย์บอร์ดเป็นธรรมดา

80
00:10:22,815 --> 00:10:25,859
หนูลองมองคีย์บอร์ดของหนูนะคะ ที่โต๊ะนะ

81
00:10:25,987 --> 00:10:30,288
พอหนูมองปั๊บหนูจะเห็นเลยว่าหนูต้องมองใช่ไหมคะ

82
00:10:30,422 --> 00:10:32,953
หนูต้องเห็นหนูถึงจะสามารถพิมพ์ได้

83
00:10:33,760 --> 00:10:37,567
แต่ถ้าหนูหลับตาหนูมองไม่เห็นเลย

84
00:10:37,591 --> 00:10:40,330
หนูจะเห็นไหมลูก อักขระที่อยู่บนคีย์บอร์ด

85
00:10:51,870 --> 00:10:53,150
(ล่าม) ค่ะ ใช่ค่ะ

86
00:10:53,820 --> 00:10:55,055
(อาจารย์สุรีย์พัชร) แปลว่าอย่างไรคะลูก

87
00:10:57,777 --> 00:11:00,595
ตกลงออกแบบนี้ครั้งนี้สำเร็จไหม

88
00:11:12,080 --> 00:11:16,231
ผู้ที่มีคะแนนสูงนะนี่ อาจารย์ถามคนที่มีคะแนนสูงนะ

89
00:11:23,857 --> 00:11:25,040
กุ้งเต้นตอบว่าอะไรคะ

90
00:11:29,790 --> 00:11:31,050
(ล่าม) ไม่แน่ใจค่ะ

91
00:11:31,320 --> 00:11:33,010
(อาจารย์สุรีย์พัชร) ไม่แน่ใจ

92
00:11:33,892 --> 00:11:37,778
แสดงไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจคำถาม ไม่เป็นไร

93
00:11:38,144 --> 00:11:40,573
อาจารย์ขอโยนไปให้โต๊ะที่ 8

94
00:11:41,605 --> 00:11:46,661
มาร์กี้ มาร์กี้ครับ คำถามเดิม

95
00:11:47,120 --> 00:11:52,652
ตี๋น้อยเขียนนะคะ เขียนงานโดยการออกแบบหน้าจอ

96
00:11:53,013 --> 00:11:58,047
เพื่อที่จะ Support ให้กับสนับสนุนให้กับผู้พิการทางสายตา

97
00:11:58,370 --> 00:12:04,943
แต่เขาจะต้องทำให้คีย์บอร์ดนั้น หรือหน้าจอมีอักษรเบรลล์ถูกไหมคะ

98
00:12:05,470 --> 00:12:10,350
แต่ตี๋น้อยไม่ได้ออกแบบตัวนั้นเลยเป็นการออกแบบธรรมดา

99
00:12:10,470 --> 00:12:17,051
ถามว่าการออกแบบครั้งนี้ผู้พิการทางสายตาได้รับผลประโยชน์หรือไม่

100
00:12:17,380 --> 00:12:22,720
ถ้าไม่ได้ ไม่ได้เพราะอะไรคะ มาร์กี้ตอบเลยลูก 2 แต้มเป็นของหนูค่ะ

101
00:12:24,712 --> 00:12:25,836
ได้ไม่ได้คะ

102
00:12:27,921 --> 00:12:31,393
คิดว่าครั้งนี้สำเร็จไหมคะ ตี๋น้อยออกแบบได้สำเร็จไหม

103
00:12:35,246 --> 00:12:36,301
หนูลองคิดสิคะ

104
00:12:36,653 --> 00:12:42,371
ถ้าหนูมองไม่เห็นคีย์บอร์ดเลยหนูจะสามารถพิมพ์ได้ไหมคะ

105
00:12:49,920 --> 00:12:52,220
(ล่าม) น่าจะได้นิดหน่อยครับ ผมไม่แน่ใจครับ

106
00:12:53,851 --> 00:12:58,340
(อาจารย์สุรีย์พัชร) ใช้ความจำ แสดงน้องใช้ความจำ

107
00:12:58,478 --> 00:13:03,390
โอเค โอเค หนูมีความจำเป็นเลิศโอเคค่ะ เข้าใจ เข้าใจแล้ว

108
00:13:03,446 --> 00:13:04,250
(ล่าม) ครับ ใช่ครับ

109
00:13:04,862 --> 00:13:07,688
(อาจารย์สุรีย์พัชร) โอเค หนูใช้ความจำ

110
00:13:09,877 --> 00:13:11,810
คือ... คืออันว่า...

111
00:13:13,165 --> 00:13:20,410
หนูต้องตอบว่าคำถามข้อนี้นะ ถ้าหนูตอบว่าได้อันดับแรกเลยค่ะ อาจารย์กากบาทให้หนูทันทีเลยลูก

112
00:13:20,831 --> 00:13:24,588
การออกแบบครั้งนี้ถ้าหนูจะออกแบบให้ผู้พิการทางสายตา

113
00:13:24,678 --> 00:13:27,733
ขาดซึ่งองค์ประกอบหลัก คือ อักษรเบรลล์

114
00:13:27,980 --> 00:13:33,392
นั่นแสดงว่าการตอบครั้งนี้ตี๋น้อยได้... ไม่มีคะแนนเลย

115
00:13:33,831 --> 00:13:36,914
เพราะไม่ได้ Support ให้กับผู้พิการทางสายตา

116
00:13:37,053 --> 00:13:42,982
ในขณะเดียวกันนะคะ กุ้งเต้นกำลังจะออกแบบนิทานอันหนึ่ง

117
00:13:43,191 --> 00:13:48,409
ให้กับผู้พิการทางหูกับการได้ยิน เขาไม่ได้ยินเสียงเลยน่ะ

118
00:13:49,140 --> 00:13:53,201
แต่กุ้งเต้นไม่ได้เอาเสียงเข้าไปข้างในระบบนั้น

119
00:13:53,225 --> 00:13:58,676
ถามว่ากุ้งเต้นออกแบบครั้งนี้จะได้คะแนนหรือไม่คะ

120
00:13:59,330 --> 00:14:01,521
อาจารย์ขอหมายเลข 7 ตอบค่ะ

121
00:14:04,269 --> 00:14:05,775
หมายเลข 7 ลูก

122
00:14:09,227 --> 00:14:10,464
ค่ะ ได้ไหมคะ

123
00:14:24,510 --> 00:14:27,510
(ล่าม) สำหรับคนตาบอดจะต้องใช้อักษรเบรลล์น่ะค่ะ

124
00:14:27,963 --> 00:14:28,988
แต่ว่าถ้า...

125
00:14:32,784 --> 00:14:36,603
ต่างจากคนปกติน่ะค่ะ คือ ใช้สายตาดูได้ค่ะ

126
00:14:47,904 --> 00:14:50,492
แต่คนตาบอดสามารถใช้อักษรเบรลล์น่ะค่ะ

127
00:14:50,516 --> 00:14:53,450
แล้วก็สามารถฟังเสียงไปด้วยได้เหมือนกันค่ะ

128
00:15:08,758 --> 00:15:10,515
(อาจารย์สุรีย์พัชร) มั่นใจว่าน้องตอบได้นะ

129
00:15:12,093 --> 00:15:14,421
มั่นใจอยู่นะว่าน้องตอบได้

130
00:15:18,060 --> 00:15:19,299
โอ้โห มองไม่เห็น

131
00:15:23,930 --> 00:15:25,910
เบามากค่ะ ไม่ได้ยินเลย

132
00:15:30,740 --> 00:15:34,188
พี่ล่ามช่วยแปลของน้องใหม่ได้ไหมคะ คำตอบน่ะค่ะ

133
00:15:35,398 --> 00:15:37,659
เสียงเบามาก ๆ เลยเมื่อสักครู่

134
00:15:47,090 --> 00:15:48,635
(ล่าม) สำหรับคนตาบอดนะคะ

135
00:15:48,659 --> 00:15:51,926
จะสามารถใช้มือคลำอักษรเบรลล์ได้ค่ะ

136
00:15:52,204 --> 00:15:54,698
แล้วก็ได้ยินเสียงไปพร้อม ๆ กันค่ะ

137
00:15:57,924 --> 00:16:01,722
แต่ว่าสำหรับตัวคอมพิวเตอร์น่ะค่ะ

138
00:16:08,150 --> 00:16:11,020
ถ้ามีประโยชน์จะต้องมีเสียงด้วยค่ะ

139
00:16:12,920 --> 00:16:16,540
(อาจารย์สุรีย์พัชร) ก็แสดงว่ากุ้งเต้นทำไม่สำเร็จถูกไหมคะ

140
00:16:16,564 --> 00:16:20,810
เพราะขาดเสียงจริงไหม ใช่ไหมคะ

141
00:16:23,580 --> 00:16:24,290
(ล่าม) ค่ะ ใช่ค่ะ

142
00:16:24,320 --> 00:16:27,830
(อาจารย์สุรีย์พัชร) โอเคค่ะ มาเข้าบทเรียน

143
00:16:28,090 --> 00:16:32,900
หนูเข้าไปดูใน Classroom นะคะ อาจารย์ให้สไลด์เรียบร้อยแล้ว

144
00:16:32,900 --> 00:16:36,470
วันนี้เราจะอยู่ในเรื่องของ Universal Design

145
00:16:37,360 --> 00:16:40,855
หนูเรียนมาทั้งหมดเป็นในลักษณะของการเตรียม Implement

146
00:16:40,921 --> 00:16:43,240
ในการ Connect กับผู้ใช้

147
00:16:43,760 --> 00:16:48,072
เราจะทำอย่างไรทุกสิ่งทุกอย่างเราต้องสัมผัสรู้ได้

148
00:16:48,377 --> 00:16:51,987
เช่น หนูจับเมาส์ กุ้งเต้นจับเมาส์พอดีเลย

149
00:16:52,241 --> 00:16:57,520
กุ้งเต้นจับเมาส์ปุ๊บคอมพิวเตอร์รู้ทันทีเลยค่ะ ว่าตอนนี้เมาส์ถูกการขยับ

150
00:16:58,168 --> 00:17:00,377
นั่นคือการตอบโต้ทันที

151
00:17:00,598 --> 00:17:05,021
แต่ถ้าเมื่อไรก็ตามที่ตี๋น้อยมาจับเมาส์เดียวกับกุ้งเต้นปั๊บ

152
00:17:05,986 --> 00:17:07,318
เกิดอะไรเกิดขึ้นคะ

153
00:17:07,724 --> 00:17:10,945
สิ่งแวดล้อมเกิดขึ้นก็เกิดทำไมคะ

154
00:17:11,284 --> 00:17:16,535
เกิดการหน่วงของเวลาเกิดการคุยกัน นั่นเขาเรียกว่าอะไรคะ

155
00:17:18,453 --> 00:17:23,462
พูดง่าย ๆ คือ มีความคิดมากขึ้นก็เกิดการโต้เถียงมากขึ้นนะ

156
00:17:24,914 --> 00:17:26,229
เข้าไปดูสไลด์ได้เลยค่ะ

157
00:18:05,070 --> 00:18:07,388
หนูเปิดใน Classroom ได้เลยนะคะ

158
00:18:07,412 --> 00:18:10,052
อาจารย์เปิดให้เรียบร้อยแล้วนะคะ เปิดดูได้เลย

159
00:18:10,718 --> 00:18:12,821
Universal Design

160
00:18:13,920 --> 00:18:15,351
คราวนี้ภาษาอังกฤษมาล่ะ

161
00:18:17,455 --> 00:18:24,451
ขอตี๋น้อยได้ไหมคะ Universal แปลว่าอะไรลูก

162
00:18:27,097 --> 00:18:28,142
Universal

163
00:18:44,190 --> 00:18:46,166
ตามความเข้าใจของตี๋น้อยเลยนะคะ

164
00:18:46,411 --> 00:18:49,408
ตามความเข้าใจของหนูเลยลูกไม่ต้องค้นก็ได้ค่ะ ตอบเลยลูก

165
00:18:51,290 --> 00:18:54,891
เป็นกว้าง หรือแคบก็ได้ค่ะ Universal กว้างหรือแคบ

166
00:18:57,879 --> 00:19:00,659
ลักษณะจะกว้างหรือแคบคะ Universal

167
00:19:06,050 --> 00:19:08,369
(ล่าม) กว้างครับ (อาจารย์สุรีย์พัชร) โอเค เยี่ยม

168
00:19:09,334 --> 00:19:11,721
(อาจารย์สุรีย์พัชร) เดี๋ยวอาจารย์หาดินสอปากกาก่อนแป๊บหนึ่ง

169
00:19:12,879 --> 00:19:13,936
ขอติ๊กคะแนนให้

170
00:19:14,720 --> 00:19:18,681
เมื่อกี้มาร์กี้นะ กับใครนะคะ อีกคนหนึ่ง

171
00:19:24,322 --> 00:19:28,159
กุ้งเต้นด้วยอีก 1 ค่ะ ข้าง ๆ มาร์กี้ องุ่น

172
00:19:49,397 --> 00:19:52,002
มาอาจารย์ขอเขียนก่อนนะ

173
00:20:00,633 --> 00:20:04,655
กุ้งเต้น 1 แต้มค่ะ

174
00:20:07,934 --> 00:20:12,005
มาร์กี้เมื่อสักครู่นี้นะคะ 2 แต้มค่ะ

175
00:20:12,298 --> 00:20:14,915
และข้าง ๆ มาร์กี้ค่ะ ชื่ออะไรนะลูก

176
00:20:15,720 --> 00:20:20,383
องุ่นนะคะ องุ่น 1 แต้มค่ะ โอเค

177
00:20:21,666 --> 00:20:26,326
ตี๋น้อยตอบได้ครึ่งเดียวนะคะ อาจารย์ขอให้ตี๋น้อยครึ่งคะแนนค่ะ

178
00:20:33,790 --> 00:20:35,478
ทัตเทพนะคะ ตี๋น้อย

179
00:20:37,170 --> 00:20:39,278
เดี๋ยวอาจารย์ถ่ายรูปให้ดูค่ะวันนี้นะ

180
00:20:39,303 --> 00:20:42,410
สิ้นคาบจะถ่ายรูปคะแนนการตอบคำถามให้

181
00:20:42,450 --> 00:20:48,490
แล้วหนูก็ไปบวกกันคะแนนกลางภาคนะ หนูจะได้รู้คะแนนเบื้องต้นนะ

182
00:20:50,000 --> 00:20:50,757
มา

183
00:20:51,989 --> 00:20:59,218
พอกว้างปุ๊บการออกแบบตอนแรกเมื่อสักครู่ที่เราก่อนสอบไปนี่หนูรู้กฎในการออกแบบแล้ว

184
00:20:59,880 --> 00:21:01,748
เมื่อหนูรู้กฎในการออกแบบ

185
00:21:02,373 --> 00:21:05,990
กฎก็คือกฎค่ะ หนูไม่สามารถที่จะดิ้นออกจากกฎได้

186
00:21:06,067 --> 00:21:11,888
แต่กฎมันก็มีโอกาสที่จะขยับ หรือการขยายได้เช่นเดียวกัน

187
00:21:12,543 --> 00:21:14,268
หนูมาดูในแต่ละข้อ

188
00:21:14,917 --> 00:21:23,043
เขาบอกว่าถ้า Equitable Use ถ้าหนูจะใช้ข้อมูลหนูจะใช้อย่างไรนะคะ

189
00:21:23,778 --> 00:21:28,620
หรือ Flexibility In Use ข้อมูลอะไรก็ตามที่มัน Split

190
00:21:28,805 --> 00:21:31,570
เช่น อาจารย์ยกตัวอย่างนะคะ

191
00:21:31,931 --> 00:21:38,687
อากาศหนาวหนูเดินออกมาหน้าบ้านปั๊บหนูคว้าร่ม หรือเสื้อกันหนาว

192
00:21:40,593 --> 00:21:43,190
เสื้อกันหนาวถูกไหมคะ หนูคว้าเสื้อกันหนาว

193
00:21:43,215 --> 00:21:48,705
แต่ถ้าหนูเดินออกมาจากบ้านปุ๊บได้ยินเสียงฟ้าร้อง อ๋อ ฝนจะต้องตกแน่ ๆ

194
00:21:49,799 --> 00:21:55,250
คว้าร่มใส่กระเป๋า นั่นคือตัว Flexibility เป็นข้อมูลจำเพาะ

195
00:21:55,970 --> 00:21:59,970
หนูจะกรอกหมายเลขโทรศัพท์หนูจะกรอกเป็นตัวเลขไม่ได้

196
00:22:00,200 --> 00:22:03,201
เพราะหมายเลขโทรศัพท์ไม่ได้นำมาบวกกัน

197
00:22:03,726 --> 00:22:06,466
จะต้องกรอกเป็นตัวหนังสือ

198
00:22:06,529 --> 00:22:07,717
หรือเขียนว่า Text

199
00:22:08,355 --> 00:22:11,008
T-e-x-t Text นะคะ

200
00:22:11,772 --> 00:22:15,630
Simple ค่ะ Simple and Intuitive to Use

201
00:22:16,455 --> 00:22:22,065
ตัวที่ยกตัวอย่างไม่ว่าอะไรก็ตามเวลาที่หนูเขียนลงไปปั๊บให้เขากรอกข้อมูล

202
00:22:22,090 --> 00:22:28,004
เช่น หนูจะให้เขากรอกหมายเลขบัตรประชาชน

203
00:22:30,020 --> 00:22:31,967
หนูจะต้องใส่ข้างหลังให้ใช่ไหมคะ

204
00:22:31,991 --> 00:22:37,661
เช่น แล้วหนูก็ใส่ตัว X X X X X X เท่ากับจำนวน 13 หลัก

205
00:22:38,057 --> 00:22:43,387
เพื่อเป็นตัวอย่างให้กับผู้กรอกข้อมูลนั้นนะ กรอกข้อมูลได้

206
00:22:43,950 --> 00:22:46,128
นั่นน่ะ เขาเรียกว่า "ตัวอย่างด้านหลัง"

207
00:22:46,240 --> 00:22:49,660
ทุกอย่างที่หนูออกแบบอย่าคิดว่าทุกคนรู้นะคะ

208
00:22:49,790 --> 00:22:51,791
ทุกคนไม่รู้ลูก ทุกคนไม่รู้

209
00:22:51,815 --> 00:22:55,700
ให้คิดว่าทุกคนไม่รู้ หนูจะต้องมีตัวอย่างด้านหลังให้ดูนะ

210
00:22:56,070 --> 00:22:58,088
เหมือนอย่างที่อาจารย์พูดไป 1 คำปั๊บ

211
00:22:58,387 --> 00:23:00,809
อาจารย์จะยกตัวอย่างให้หนูทันทีนะคะ

212
00:23:02,574 --> 00:23:09,344
ตัว Percentile ตัวนี้เป็นข้อมูลที่เมื่อไรก็ตามที่เกิดการเข้ามาใช้งาน

213
00:23:09,437 --> 00:23:13,721
เช่น หนูใช้วิธีการในการออกแบบหน้าจอในเรื่องของการค้นหา

214
00:23:14,339 --> 00:23:17,085
พอพ้นเดือนมกราคมปุ๊บ

215
00:23:17,965 --> 00:23:19,400
หนูกำลังจะหา Percentile

216
00:23:19,424 --> 00:23:24,735
ว่าภาคใดเป็นภาคที่มีการใช้ Google มากที่สุด

217
00:23:25,950 --> 00:23:30,810
เอาค่านั้นออกมาเป็น Percentile คิดออกมาเป็นเปอร์เซ็นต์ได้นะคะ

218
00:23:31,162 --> 00:23:35,538
หรือหนูจะหาค่า Error คือ ใครที่กรอกข้อมูลผิด

219
00:23:36,524 --> 00:23:38,924
หนูเข้าใจคำว่า "Tally" ไหมลูก Tally

220
00:23:39,264 --> 00:23:41,914
เช่น คนตอบได้ 1 คะแนนหนูขีด 1

221
00:23:42,280 --> 00:23:48,960
ตอบได้ 2 คะแนนหนูขีดได้ 2 ล่ะ พอ 3 หนูขีดเป็นอะไรคะ 3

222
00:23:49,040 --> 00:23:54,520
พอ 4 ปั๊บหนูขีดทิ้งหนูกลายเป็น IV โอเคไหมคะ

223
00:23:54,690 --> 00:23:57,355
5 หนูขีด 1 ทิ้งทั้งหมดเลยค่ะ

224
00:23:57,379 --> 00:24:02,438
หนูกลายเป็น V อักษรโรมัน นั่นคือการ Tally คะแนนนะคะ

225
00:24:03,192 --> 00:24:08,437
แต่ถ้าการยกรวมขึ้นมาเมื่อไรปุ๊บหนูต้องทำการคำนวณ

226
00:24:08,468 --> 00:24:10,719
เหมือนที่อาจารย์ทำเมื่อสักครู่นี้ตาราง Excel

227
00:24:11,340 --> 00:24:12,882
อาจารย์คำนวณมาแล้วค่ะเกรด

228
00:24:12,994 --> 00:24:15,077
ตอนนี้เกรดทุกคนเป็น F ถูกไหมคะ

229
00:24:15,239 --> 00:24:19,758
เพราะมีคะแนนเพียงแค่ Midterm นะ เต็ม 30

230
00:24:19,858 --> 00:24:22,733
ยอดมันต้องเต็ม 100 อย่างไรหนูก็ต้องเป็น F นะคะ

231
00:24:22,992 --> 00:24:24,851
ไม่ต้องห่วงค่ะ เดี๋ยวเกรดจะปรับ

232
00:24:26,720 --> 00:24:29,073
ส่วนทางด้านของ Low Physical Effort

233
00:24:29,532 --> 00:24:34,758
ตัวนี้จะเป็นในการออกแบบที่ถ้าหนูจะออกแบบข้อมูล

234
00:24:35,310 --> 00:24:39,308
ในการออกแบบของ Universal นี่จะเป็นการออกแบบแนวกว้างเลย

235
00:24:40,390 --> 00:24:45,661
เราไม่รู้หรอกค่ะ ว่าคนที่จะใช้ระบบของเรานี่เขาเป็นใคร

236
00:24:46,720 --> 00:24:50,436
เขาเป็นผู้พิการไหม หรือเขาเป็นคนปกติหรือไม่

237
00:24:50,515 --> 00:24:54,163
หรือเขาเป็นคนสายตาสั้น หรือเขาเป็นสายตายาว

238
00:24:54,589 --> 00:24:57,942
เราต้องมีมาตรฐานให้กับเขาเวลาออกแบบนะคะ

239
00:24:58,150 --> 00:25:03,250
เลยมาถึงข้อนี้เรื่องของ Size และช่องว่าที่เขาจะใช้

240
00:25:03,586 --> 00:25:07,336
ถ้าหนูออกแบบตัวกรอกข้อมูลติด ๆ ๆ ๆ ๆ กันปุ๊บนี่

241
00:25:07,534 --> 00:25:10,476
ไม่มีใครใช่ไหมลูก ไม่มีใครหรอกที่จะทำ

242
00:25:10,704 --> 00:25:14,221
เหมือนกับหนูนำเสนอหนูจำได้ไหมคะ ที่หนูมานำเสนอกัน

243
00:25:14,845 --> 00:25:16,707
สไลด์ของหนูติดพรืดเลย

244
00:25:17,027 --> 00:25:18,958
แล้วหนูก็มี Banner ออกมา

245
00:25:18,982 --> 00:25:25,204
ไม่สื่อถึงตัวละครในนั้นที่หนูบอกว่าเป็นเกมอะไรนะคะ

246
00:25:25,767 --> 00:25:30,720
เกม... เกมการ์ดน่ะค่ะลูก เป็นที่เกมการ์ดหนูจำได้ใช่ไหมคะ ที่นำเสนอกันเป็นเกมการ์ด

247
00:25:31,140 --> 00:25:34,821
แต่หนูกลับไม่มีตัวสไลด์เป็นเกมการ์ดเลย

248
00:25:34,953 --> 00:25:37,310
เป็นภาพตัว... เขาเรียกว่าอะไรนะคะ

249
00:25:37,547 --> 00:25:42,870
ผลไม้บ้างอย่างนี้ค่ะ เป็นรูปสัตว์บ้างเป็นรูปอะไรบ้างนะ นี่ตัวนี้นะคะ

250
00:25:47,572 --> 00:25:51,138
Multi-Sensory Systems นะคะ

251
00:25:51,517 --> 00:25:57,020
เขาจะมองว่าเมื่อไรก็ตามที่หนูกำลังจะกรอกข้อมูลลงไป

252
00:25:57,020 --> 00:26:02,050
มันมีข้อมูลมากมาย ยกตัวอย่างเช่น เสียง Sound นะคะ

253
00:26:02,610 --> 00:26:08,675
Text ข้อความ Hypertext ข้อความที่ขีดเส้นใต้นะคะ

254
00:26:08,973 --> 00:26:13,350
หรือ Animation มีภาพดุ๊กดิ๊ก ๆ ๆ เด็ก ๆ ชอบใช่ไหมคะ

255
00:26:13,520 --> 00:26:15,986
หรือหนูจะเอาวิดีโอเหมือนโปรเจกต์ของหนูน่ะค่ะ

256
00:26:16,010 --> 00:26:18,748
ที่หนูจะไปถ่ายทำวิดีโอขึ้นมานะคะ

257
00:26:19,020 --> 00:26:24,960
หรือภาพกว้าง ๆ ที่อาจารย์ท่านบอกว่านี่หนูจะไปทำเรื่องของวัดนี่

258
00:26:25,144 --> 00:26:28,179
หนูจะต้องถ่ายแนวกว้างนะ สลับกันถ่ายนะ

259
00:26:28,203 --> 00:26:30,920
ไม่ใช่ถ่ายเฉพาะตัวบุคคล เฉพาะตัวผู้พูด

260
00:26:31,120 --> 00:26:36,531
จะต้องถ่ายภาพให้มันกว้างให้เห็นด้านหลังว่าหนูกำลังพูดถึงอะไรด้วยนะคะ

261
00:26:37,520 --> 00:26:40,656
ทีนี้พอมาดูในเรื่องของตัวควบคุม

262
00:26:41,682 --> 00:26:43,561
ทุกครั้งหนูสังเกตไหมคะ

263
00:26:43,585 --> 00:26:49,220
ว่าถ้าหนูเปิดเครื่องแล้วใช้เวลานานหนูจะเริ่มเกิดอาการหงุดหงิดนะคะ

264
00:26:49,300 --> 00:26:55,498
เขาถึงได้ทุกอย่างในหน้าจอไม่สมควรจะวางไว้บนหน้าจอ

265
00:26:56,390 --> 00:27:01,028
หน้าจอ คือ หน้าจอที่หนูเปิดขึ้นมาเลยนะคะ ตัว Taskbar

266
00:27:01,758 --> 00:27:08,080
หนูจะ... ถ้าหนูใส่ไว้เยอะกว่าเขาโหลดขึ้นมาเยอะพอสมควรนะคะ

267
00:27:08,559 --> 00:27:11,614
แต่ถ้าอีกอันหนึ่ง คือ Handwriting

268
00:27:11,638 --> 00:27:15,169
หนูเคยรู้จักไหมคะ ที่ใช้การเซ็นแบบ...

269
00:27:38,440 --> 00:27:42,391
นะคะ ต่อมาลูกต่อมาเป็น Consider

270
00:27:42,415 --> 00:27:45,918
Considering Applications as well as Principles

271
00:27:48,110 --> 00:27:53,470
อาจารย์ขอโทษทีนะคะ ที่อาจารย์ใช้ตัวสไลด์เป็นภาษาอังกฤษ

272
00:27:53,510 --> 00:27:55,788
หนูจะได้คุ้นกับภาษามากขึ้น

273
00:27:55,812 --> 00:27:58,600
ถ้าใช้ภาษาไทยหนูก็จะได้เห็นแต่ภาษาไทย

274
00:27:58,799 --> 00:28:01,062
เราจะได้เห็นภาษาที่แตกต่างไปนะ

275
00:28:01,327 --> 00:28:03,839
แล้วก็เป็นภาษาที่เข้าใจง่ายด้วยนะคะ

276
00:28:05,770 --> 00:28:08,388
ลองมาดูในเรื่องของ Usable Senses

277
00:28:09,786 --> 00:28:15,187
อันนี้หนูรู้ตั้งแต่หนูเสนอหัวข้อแล้วค่ะ 5 Senses ที่หนูรู้

278
00:28:16,715 --> 00:28:22,210
Sight Sound Touch Taste and Smell

279
00:28:25,150 --> 00:28:32,421
Sound เสียง Touch สัมผัส Taste ทดสอบ and Smell

280
00:28:34,338 --> 00:28:35,657
Smell คืออะไรลูก

281
00:28:42,300 --> 00:28:45,513
นั่งเลขที่ 10 ลูกตอบอาจารย์หน่อยได้ไหมคะ เลขที่ 10

282
00:28:48,640 --> 00:28:51,055
ตี๋สั้นใช่ไหมคะลูก ชื่อตี๋

283
00:28:53,355 --> 00:28:57,110
ตอบอาจารย์ได้ไหมคะ เลขที่ 10 ลูกโต๊ะที่ 10

284
00:28:59,920 --> 00:29:02,296
ครับผม ถูกต้องลูก ถูกต้อง

285
00:29:08,590 --> 00:29:09,797
อ๋อ

286
00:29:18,910 --> 00:29:21,563
ค่อย ๆ นะคะ ค่อย ๆ เป็นห่วง

287
00:29:26,442 --> 00:29:27,774
หนูตอบอาจารย์หน่อยนะคะ

288
00:29:27,798 --> 00:29:34,784
อาจารย์อยากถามว่า Touch แปลว่าอะไรคะ

289
00:29:36,600 --> 00:29:38,421
การสัมผัส Taste

290
00:29:40,708 --> 00:29:46,868
Smell การอะไรนะครับ ได้กลิ่น

291
00:29:47,330 --> 00:29:53,161
แสดงว่า Senses ทั้งหมด 5 Senses ทุกคนเป็นพื้นฐานต้องรับรู้ล่ะ

292
00:29:54,560 --> 00:29:57,597
อาหาร 1 จานวางเอาไว้บนโต๊ะ

293
00:29:59,976 --> 00:30:02,204
หนูเห็นแต่หนูไม่ได้ยินเสียง

294
00:30:03,210 --> 00:30:07,930
แต่หนูสัมผัสได้หนูได้กลิ่นอย่างน้อยก็อยู่ภายใน 5 นั้น ๆ

295
00:30:08,390 --> 00:30:12,931
หนูได้ใช้ทุก ๆ วันแต่ไม่รู้ว่าหนูใช้หรือไม่นะคะ

296
00:30:13,460 --> 00:30:19,190
ส่วนตัวคอมพิวเตอร์เขาจะเป็นในลักษณะ Rich Interaction

297
00:30:21,240 --> 00:30:24,960
ยกตัวอย่าง A Rich Interaction

298
00:30:25,463 --> 00:30:34,589
อาจารย์ถามหมายเลข 8 ได้ไหมคะ Rich ตัวนี้แปลว่าอะไรลูก

299
00:30:37,770 --> 00:30:38,583
Rich

300
00:30:39,495 --> 00:30:44,644
R-i-c-h แปลลูกตรงตัวเลยค่ะลูก

301
00:30:55,670 --> 00:30:57,580
มาร์กี้ตอบว่าอะไรนะครับ อีกทีสิลูก

302
00:31:01,851 --> 00:31:03,873
Rich ตัวนี้แปลว่าอะไรครับ มาร์กี้ครับ

303
00:31:18,821 --> 00:31:21,202
ใช้ Hiht Technology ด้วย

304
00:31:22,081 --> 00:31:25,149
โทรศัพท์ Translate ส่องแปล

305
00:31:27,961 --> 00:31:28,967
ตอบลูกตอบ

306
00:31:53,910 --> 00:31:55,422
พี่ล่ามพูดดัง ๆ ได้ไหมคะ

307
00:31:56,590 --> 00:31:59,061
(ล่าม) พอดีน้อง... น้องยังไม่ได้แปลนะครับ สักครู่นะครับ

308
00:32:01,090 --> 00:32:04,688
เหมือนน้องยังสับสนอยู่น่ะครับ ว่าภาษาอังกฤษตัว R

309
00:32:07,230 --> 00:32:09,111
เดี๋ยวน้องกดจิ้มดูอยู่นะครับ สักครู่ครับ

310
00:32:15,131 --> 00:32:17,356
(อาจารย์สุรีย์พัชร) มาร์กี้จะตอบว่าอะไรลูก ลองอีกทีสิคะ

311
00:32:24,820 --> 00:32:27,421
(ล่าม) ครับ น้องสะกด R-i...

312
00:32:33,672 --> 00:32:35,688
R-i-c-h รวยครับ

313
00:32:39,292 --> 00:32:40,403
ครับ แปลว่ารวยครับ

314
00:32:40,428 --> 00:32:45,688
(อาจารย์สุรีย์พัชร) โอเคค่ะ อ๋อ น้องกำลังสะกดอยู่

315
00:32:50,696 --> 00:32:55,723
หนูดูบรรทัดสุดท้ายค่ะ พวกเราสามารถใช้อะไรได้บ้าง

316
00:32:58,790 --> 00:33:04,400
Sight Sound Touch เป็นบางครั้งถูกไหมลูกเป็นบ้างครั้ง

317
00:33:04,810 --> 00:33:08,621
แต่พวกเราไม่สามารถที่จะใช้ตัวนี้ได้ค่ะ

318
00:33:08,818 --> 00:33:11,250
Taste หรือ Smell ได้ทุกอย่าง

319
00:33:11,650 --> 00:33:17,355
ยกตัวอย่างเช่น หนูออกแบบหน้าจอหนูจะสัมผัสได้ไหม

320
00:33:17,515 --> 00:33:18,965
หนูจะได้กลิ่นไหม

321
00:33:19,280 --> 00:33:22,191
นอกเสียจากว่าเทคโนโลยีเรามาถึงแล้ว

322
00:33:22,470 --> 00:33:26,911
โรงหนังมีแล้วใช่ไหมลูก 4G เข้าใจใช่ไหมคะ 4G

323
00:33:26,935 --> 00:33:30,584
พอเวลามีน้ำตกมาปุ๊บก็มีน้ำเข้ามาหาเราได้เลย

324
00:33:30,608 --> 00:33:34,830
พอเวลาเขาตกเหวเก้าอี้เราก็จะโยกเหมือนเราตกเหว

325
00:33:35,078 --> 00:33:41,190
เพราะเราใส่แว่นตัวหนึ่งเหมือนเราเข้าไปอยู่ในหนังนั้นนะ

326
00:33:43,825 --> 00:33:45,555
เดี๋ยวอาจารย์พิเชนทร์จะพาไปลูก

327
00:33:46,372 --> 00:33:49,790
เดี๋ยวอาจารย์พิเชนทร์พาไป ไปดูหนัง 4G

328
00:33:57,361 --> 00:34:00,450
มันเป็นการออกแบบทั้งนั้นเลยอย่างไรคะ พี่เรื่องหน้านี้

329
00:34:01,100 --> 00:34:04,631
Multi-Modal กับ Multi-Media ต่างกันอย่างไรลูก

330
00:34:05,330 --> 00:34:08,353
จากหน้าสไลด์นี้ดูนะคะ

331
00:34:09,040 --> 00:34:15,080
Multi-Modal Systems เขาจะใช้มากกว่าใช่ไหมคะ

332
00:34:15,113 --> 00:34:20,400
More Than One Sense หรือ Mode Interaction

333
00:34:20,896 --> 00:34:23,648
ยังจำได้ไหมคะ Interaction คืออะไรลูก

334
00:34:25,470 --> 00:34:27,230
ใครตอบได้หนูยกมือเลยค่ะ

335
00:34:27,254 --> 00:34:29,470
ใครตอบได้ยกมืออาจารย์ให้ 2 คะแนนค่ะ

336
00:34:29,900 --> 00:34:32,819
เราผ่านมาแล้วลูกถึง 10 บท

337
00:34:33,365 --> 00:34:36,503
Interaction อาจารย์พูดมาตลอดนะคะ คำนี้

338
00:34:37,455 --> 00:34:41,640
แปลว่าอะไรคะลูก ใครตอบได้ยกมือเลยค่ะลูก 2 แต้มเป็นของหนู

339
00:34:47,058 --> 00:34:49,500
Interaction ค่ะ Interaction

340
00:34:59,170 --> 00:35:02,811
ใครได้ยกมือค่ะลูก เร็วอาจารย์นับเวลาถอยหลังนะ

341
00:35:06,339 --> 00:35:10,000
โอเคค่ะ มาร์กี้จะตอบลูกเชิญค่ะลูก มาร์กี้ตอบเลย

342
00:35:10,238 --> 00:35:14,863
2 แต้มเป็นของมาร์กี้ค่ะ ตอบได้ Interaction

343
00:35:19,120 --> 00:35:20,030
(ล่าม) จำไม่ได้ครับ

344
00:35:20,621 --> 00:35:24,510
(อาจารย์สุรีย์พัชร) จำไม่ได้ ใครจำได้ยกมือสิลูก Interaction

345
00:35:30,431 --> 00:35:34,321
Action คือ การแสดงใช่ค่ะ Action คือ การแสดงแน่ ๆ แล้ว

346
00:35:34,885 --> 00:35:36,179
Interaction

347
00:35:42,567 --> 00:35:43,994
Inter ทำมาจากนานาชาติ

348
00:35:46,190 --> 00:35:49,115
เป็นการโต้ตอบไหมคะ Interaction

349
00:35:51,153 --> 00:35:52,680
เป็นการโต้ตอบกันไหม

350
00:35:52,705 --> 00:35:56,084
เช่น อาจารย์บอกให้กุ้งเต้นไปซื้อราดหน้า

351
00:35:56,576 --> 00:36:00,505
กุ้งเต้นตอบว่าแถวนี้เขาไม่ทำราดหน้ากันค่ะ

352
00:36:01,248 --> 00:36:03,821
แล้วกุ้งเต้นจะต้องไปหาไหมคราวนี้

353
00:36:04,130 --> 00:36:06,086
กุ้งเต้นบอกว่าหนูไม่มีรถ

354
00:36:06,780 --> 00:36:08,998
นี่ค่ะ คือ การ Interaction ซึ่งกันและกัน

355
00:36:10,323 --> 00:36:11,857
อย่างนี้เขาเรียกว่าการ "Interaction"

356
00:36:11,881 --> 00:36:14,381
หนูเคยทำแล้วนะคะ การบ้านหนูก็ทำแล้ว

357
00:36:14,870 --> 00:36:19,957
การ Interaction ถ้ามีสิ่งแวดล้อมเข้ามาเกี่ยวข้องแล้วผลจะเกิดขึ้น

358
00:36:19,981 --> 00:36:22,813
คือ เวลาจะมากขึ้นในการตัดสินใจ

359
00:36:22,837 --> 00:36:24,316
เพราะเรามีอะไรคะ

360
00:36:24,340 --> 00:36:30,010
เรามีหัวข้อหรือเรามีความคิดอื่น ๆ แทรกเข้ามาจำได้ไหม

361
00:36:31,153 --> 00:36:34,209
อยู่บทที่ 6 มั้งถ้าอาจารย์จำไม่ผิดนะคะ อยู่บทที่ 6

362
00:36:34,874 --> 00:36:39,874
ส่วน Multi-Media Systems เหมือนหนูเปิด YouTube

363
00:36:41,054 --> 00:36:46,890
เปิด YouTube ด้วยหนูเปิด Facebook ด้วยดู Real ด้วย

364
00:36:47,481 --> 00:36:53,235
ถ้าเครื่องคอมพิวเตอร์ของหนูศักยภาพไม่พอ เขาก็จะทำไมคะ

365
00:36:53,259 --> 00:36:56,188
หน้าจอเหมือนกับเน็ตน่ะค่ะ มันก็จะหมุนใช่ไหมคะ

366
00:36:56,523 --> 00:36:58,249
หน้า... หน้าจอก็จะค้าง

367
00:36:58,881 --> 00:37:03,830
นั่นล่ะค่ะ เข้าจะเรียกว่า "Multi-Modal" กับ "Multi-Media Systems"

368
00:37:06,230 --> 00:37:09,371
ถ้าหนูออกแบบออกมาปั๊บนะคะ หน้าจอ

369
00:37:09,655 --> 00:37:11,019
เพราะว่าโปรเจกต์ของหนูน่ะ

370
00:37:11,043 --> 00:37:14,265
อาจารย์ไม่ได้ให้หนูเขียนเป็นโปรแกรมอยู่แล้วค่ะ ในรายวิชานี้

371
00:37:14,520 --> 00:37:16,264
แต่หนูต้องออกแบบหน้าจอ

372
00:37:16,288 --> 00:37:18,990
แล้วหนูต้องตอบอาจารย์ได้ว่าหนูออกแบบไปเพื่อใคร

373
00:37:19,250 --> 00:37:23,840
การออกแบบหน้าจอ คือ หนูจะต้องวาดรูปนะคะ วาดรูปออกมา

374
00:37:24,000 --> 00:37:27,711
หนูจะมีเมนูอะไรบ้าง หนูจะให้เขากรอกอะไรบ้าง

375
00:37:27,983 --> 00:37:30,630
หน้าจอนี้เป็นหน้าจอเพื่อทำอะไร

376
00:37:31,370 --> 00:37:36,240
พอหนูทำเสร็จปุ๊บอาจารย์จะถามว่าหนูใช้ Multi-Modal Systems

377
00:37:36,276 --> 00:37:39,185
หรือ Multi-Media Systems

378
00:37:39,843 --> 00:37:49,373
ถ้าหนูใช้ Multi-Model Systems แสดงว่าหนูใช้มากกว่า 1 โอเคนะคะ หนูใช้มากกว่า 1

379
00:37:49,713 --> 00:37:51,955
แต่ถ้าเป็น Multi-media Systems

380
00:37:51,979 --> 00:37:56,088
หนูจะใช้ตัวเลขที่มีความแตกต่าง ของ Media

381
00:37:56,112 --> 00:37:59,369
ในการติดต่อสื่อสารกับสารสนเทศ

382
00:37:59,740 --> 00:38:03,596
ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคอมพิวเตอร์เป็นระบบการสอน

383
00:38:04,227 --> 00:38:09,366
เขาจะใช้วิดีโอใช้ Animation ใช้ข้อความ

384
00:38:09,553 --> 00:38:11,436
หรือรูปภาพต่าง ๆ

385
00:38:11,460 --> 00:38:17,872
ซึ่งมีความแตกต่างในการใช้งานในแต่ละ Interaction ในการโต้ตอบ

386
00:38:19,430 --> 00:38:26,560
บางทีเขาอาจจะใช้เสียง หรือใช้ความเร็ว หรือใช้ความเร็วที่ช้าลง

387
00:38:26,940 --> 00:38:32,168
ซึ่ง 2 Media นั้นเราสามารถที่จะใช้ในโหมดที่แตกต่างกันได้

388
00:38:32,857 --> 00:38:34,821
หนู... จำได้ไหมคะ เกม

389
00:38:35,047 --> 00:38:38,388
เกมไม่ได้เป็นแบบเดียวทั้งหมดถูกไหมคะ ตลอดเกม

390
00:38:38,742 --> 00:38:40,007
มันจะมีการแทรก

391
00:38:40,080 --> 00:38:44,074
พอหนูได้ด่านที่ 2 อาจที่จะมีเสียง Effect เกิดขึ้น

392
00:38:44,353 --> 00:38:47,488
พอได้ด่านที่ 3 หนูอาจจะได้อะไรคะ

393
00:38:47,658 --> 00:38:49,585
เขาเรียกว่า "เครื่องมือ" หรือเปล่า หรืออะไร

394
00:38:51,407 --> 00:38:53,560
อาวุธน่ะค่ะ ได้อาวุธเกิดขึ้นมา

395
00:38:53,820 --> 00:38:58,835
หนูสามารถที่จะสู้กับตัวละครตัวใหญ่ได้ อย่างนี้เป็นต้นนะคะ

396
00:38:58,859 --> 00:39:00,800
นั่นคือ Multi-Media Systems

397
00:39:03,980 --> 00:39:10,790
ตัว Speech นะคะ ตัวนี้ Human เขาเริ่มต้น Human คือ บุคคล

398
00:39:11,040 --> 00:39:15,363
บุคคลเริ่มต้นที่จะเติบโตและทำไมคะ

399
00:39:15,562 --> 00:39:18,265
เริ่มต้นที่จะหาความเร็วให้เกิดขึ้น

400
00:39:18,290 --> 00:39:24,648
เขาเลยสร้างความ Difficult ให้เกิดขึ้นแบบ Complexities

401
00:39:24,840 --> 00:39:26,430
ให้เกิดความซับซ้อน

402
00:39:26,493 --> 00:39:29,828
แต่มันง่ายต่อการติดต่อสื่อสาร

403
00:39:29,852 --> 00:39:37,524
ยกตัวอย่างเช่น หนูกำลังที่จะติดต่อกับพี่ล่ามเห็นไหมคะ

404
00:39:37,643 --> 00:39:40,708
ก็มีทำไมคะ มี Software เกิดขึ้น

405
00:39:40,732 --> 00:39:45,391
ให้หนูสามารถ Connect กับอาจารย์ได้ด้วยนะคะ โดยผ่านพี่ล่าม

406
00:39:45,637 --> 00:39:51,683
นี่ไงคะ นี่ล่ะค่ะ เขาเป็นความซับซ้อนถูกไหมคะ เป็นความซับซ้อน

407
00:39:51,708 --> 00:39:55,176
แต่มันก็ดูง่ายสำหรับการใช้งาน

408
00:39:55,828 --> 00:39:59,396
นั่นล่ะคือเป้าหมายของ HCI

409
00:39:59,753 --> 00:40:03,704
เราจะทำอย่างไรให้ความซับซ้อนทั้งหลายแหล่ที่มันมีอยู่นี่

410
00:40:03,728 --> 00:40:05,898
มันง่ายนี่ค่ะ เหมือนกับระบบเห็นไหมคะ

411
00:40:06,084 --> 00:40:09,811
หนูจะมีพี่ล่าม หนู Connect ได้หนูมี Software

412
00:40:09,980 --> 00:40:12,293
พอเวลาหนูจะตอบปั๊บ ทำไมคะ

413
00:40:12,317 --> 00:40:15,355
ภาพหนูขึ้น หนูทำการตอบคำถาม

414
00:40:15,739 --> 00:40:17,657
พี่ล่ามทำการแปลภาษาให้

415
00:40:17,682 --> 00:40:22,780
อาจารย์รู้เรื่องทันทีนะคะ ว่าหนูตอบว่าอะไรคะแนนจึงเกิด

416
00:40:23,060 --> 00:40:27,950
นี่ค่ะ คือการ Interaction ระหว่างนักศึกษากับอาจารย์ โอเคนะคะ

417
00:40:30,988 --> 00:40:32,584
โครงสร้างของ Speech

418
00:40:33,329 --> 00:40:37,511
อาจารย์ถามดีกว่าว่า Speech แปลว่าอะไรเดี๋ยวไม่กระจ่าง

419
00:40:38,318 --> 00:40:40,636
ตี๋น้อย ตี๋น้อยครับ

420
00:40:42,015 --> 00:40:47,282
ตี๋น้อยลูก ตี๋น้อยตอบอาจารย์หน่อยค่ะ Speech ตัวนี้แปลว่าอะไรคะ

421
00:40:48,534 --> 00:40:52,655
S-p-e-e-c-h

422
00:40:54,249 --> 00:40:55,936
Speech ตัวนี้แปลว่าอะไรลูก

423
00:41:03,834 --> 00:41:06,288
ลองดูสิคะ ลองตอบดูสิลูกลองตอบดู

424
00:41:06,447 --> 00:41:08,436
กุ้งเต้นจะช่วยใช่ไหม

425
00:41:08,625 --> 00:41:13,169
กุ้งเต้นอยากช่วยใช่ไหม กุ้งเต้นอยากช่วยใช่ไหม

426
00:41:13,194 --> 00:41:14,674
ถ้าหนูอยากช่วยพยักหน้า

427
00:41:15,906 --> 00:41:17,699
แบ่งคะแนนกับตี๋น้อยคนละคะแนน

428
00:41:21,450 --> 00:41:23,692
พร้อมตอบหรือยังครับ ตี๋น้อยครับ พร้อมตอบหรือยังลูก

429
00:41:25,999 --> 00:41:27,403
Speech ตัวนี้แปลว่าอะไรคะ

430
00:41:41,245 --> 00:41:42,309
(ล่าม) แปลว่าพูดครับ

431
00:41:43,730 --> 00:41:45,475
(อาจารย์สุรีย์พัชร) อะไรนะคะ พี่ล่ามอีกทีสิคะ

432
00:41:46,880 --> 00:41:49,384
(ล่าม) แปลว่าพูดครับ (อาจารย์สุรีย์พัชร) ผู้พิทักษ์

433
00:41:51,780 --> 00:41:53,940
(ล่าม) พูดครับ คำพูดครับ

434
00:41:56,893 --> 00:41:58,075
(อาจารย์สุรีย์พัชร) ใช่เหรอ

435
00:41:58,687 --> 00:42:00,190
กุ้งเต้นจะตอบว่าอะไรลูก (ล่าม) แปลว่าคำพูด

436
00:42:01,080 --> 00:42:01,971
(ล่าม) คำพูดครับ

437
00:42:05,930 --> 00:42:07,570
(อาจารย์สุรีย์พัชร) มีใครคิดต่างไหมคะ

438
00:42:09,510 --> 00:42:13,523
มีใครคิดต่างไหมลูกยกมือเลยค่ะลูก ใครคิดต่างจากคำว่า "ผู้พิทักษ์"

439
00:42:15,230 --> 00:42:17,688
(ล่าม) อาจารย์ครับ น้องแปลว่าพูดค่ะ

440
00:42:19,536 --> 00:42:20,799
ได้ยินชัดเจนไหมคะ

441
00:42:23,724 --> 00:42:24,706
แปลว่าพูดค่ะ

442
00:42:32,160 --> 00:42:33,642
(อาจารย์สุรีย์พัชร) ใครอยากตอบไหมคะ

443
00:42:34,514 --> 00:42:36,070
Speech ตัวนี้แปลว่าอะไรลูก

444
00:42:36,774 --> 00:42:39,688
Structure of Speech อาจารย์ไม่ถาม Structure นะคะ

445
00:42:39,927 --> 00:42:41,270
ไม่ถาม Structure of

446
00:42:41,530 --> 00:42:44,567
แต่ถามแค่ตัว Speech ตัวนี้แปลว่าอะไรคะ

447
00:42:49,655 --> 00:42:51,688
โครงสร้างผู้พิทักษ์

448
00:42:53,974 --> 00:42:57,421
มาร์กี้ตอบลูก มาร์กี้ตอบว่าอะไรลูก มาร์กี้หนูจะตอบว่าอะไรคะ

449
00:43:02,932 --> 00:43:05,440
(ล่าม) พูด พูดครับ

450
00:43:14,367 --> 00:43:15,680
อาจารย์ได้ยินไหมคะ

451
00:43:15,770 --> 00:43:17,650
(อาจารย์สุรีย์พัชร) ไม่ได้ยินค่ะ ขออีกทีค่ะ

452
00:43:18,985 --> 00:43:20,755
(ล่าม) แปลว่าพูดค่ะ

453
00:43:20,852 --> 00:43:24,896
แต่ว่าน่าจะจับว่าเป็นผู้พิทักษ์น่ะค่ะ แต่ว่าแปลว่าพูด

454
00:43:26,485 --> 00:43:28,494
(อาจารย์สุรีย์พัชร) อ๋อ น้องจะตอบว่าผู้พิทักษ์ใช่ไหมคะ

455
00:43:29,866 --> 00:43:31,327
(ล่าม) ไม่ใช่ค่ะ พูดค่ะ

456
00:43:37,293 --> 00:43:40,669
น้องตี๋น้อยเขาแปลว่าคำพูดครับอาจารย์

457
00:43:45,584 --> 00:43:50,190
น้องตี๋น้อยแปลว่าคำพูด มาร์กี้ก็ตอบว่าคำพูดครับ

458
00:43:50,480 --> 00:43:51,280
(อาจารย์สุรีย์พัชร) พระพูด

459
00:43:52,350 --> 00:43:53,836
(ล่าม) คำพูดครับ

460
00:43:53,912 --> 00:43:55,864
(อาจารย์สุรีย์พัชร) คำพูดใช่ไหมคะ

461
00:43:55,888 --> 00:43:57,823
คำพูด โอเคขอบคุณมากค่ะ พี่ล่ามคะ

462
00:43:58,142 --> 00:43:59,153
ค่ะ ขอบคุณมากค่ะ

463
00:43:59,430 --> 00:44:02,300
(ล่าม) ครับ ตอบเหมือนกันทั้งตี๋น้อยแล้วก็น้องมาร์กี้ครับผม

464
00:44:02,560 --> 00:44:04,350
(อาจารย์สุรีย์พัชร) ทั้ง 2 คนตอบเหมือนกันเลยใช่ไหมคะ

465
00:44:04,410 --> 00:44:06,755
(ล่าม) ใช่ ๆ ครับ แปลว่าคำพูดเหมือนกันทั้ง 2 คน

466
00:44:06,788 --> 00:44:09,250
(อาจารย์สุรีย์พัชร) โอเคค่ะ ขอบคุณค่ะ พี่ล่ามคะ

467
00:44:10,214 --> 00:44:14,521
1 คะแนนค่ะ มาร์กี้และน้องตี๋น้อยค่ะ

468
00:44:15,344 --> 00:44:18,708
ค่ะ อาจารย์ขอโทษนะคะ อาจารย์ฟังไม่ชัดเจนเอง

469
00:44:19,730 --> 00:44:26,383
อย่างนั้นแสดงว่าเขาเป็นโครงสร้างของเนื้อความ หรือข้อความนั้น ๆ

470
00:44:26,938 --> 00:44:28,421
เป็นอย่างไรล่ะ

471
00:44:29,257 --> 00:44:32,890
Phonemes ค่ะ มันมีถึง 40 Them เลยนะ

472
00:44:33,510 --> 00:44:36,618
แล้วก็มีถึง Basic Atomic

473
00:44:36,723 --> 00:44:41,934
ก็คือมีพื้นฐานมีทั้งเสียงที่มีความแตกต่างในการเกิดขึ้น

474
00:44:43,000 --> 00:44:46,448
เสียงแต่ละเสียงอาจจะมีขนาดใหญ่ขนาดเล็ก

475
00:44:46,844 --> 00:44:50,941
คือ เสียงที่หนูบันทึกน่ะค่ะ เวลาที่หนูทำโปรเจกต์ใช่ไหมคะ

476
00:44:50,965 --> 00:44:54,711
บางช่วงอาจจะมีปริมาณมาก

477
00:44:55,408 --> 00:45:00,932
ไฟล์นะคะ ค่าของไฟล์ เช่น ตรงนี้ 4 Mbps ตรงนี้ 2 Mbps ตรงนี้ 1 Mbps เป็นต้น

478
00:45:01,217 --> 00:45:02,619
นั่นคือตัวของ Phonemes นะคะ

479
00:45:02,961 --> 00:45:05,855
ตัว Allophones นะคะ

480
00:45:05,986 --> 00:45:12,681
ตัวนี้จะเป็นเสียงที่มีช่วงระหว่าง 120 และ 130 นะคะ

481
00:45:13,057 --> 00:45:18,604
120-130 ระยะเสียงของเราที่เราจะได้ยินนะ

482
00:45:19,908 --> 00:45:21,488
ตัวของ Morphemes

483
00:45:21,759 --> 00:45:23,171
Morphemes จะเป็นในเรื่องของ

484
00:45:23,195 --> 00:45:28,211
Smallest unit of language that has meaning

485
00:45:28,355 --> 00:45:31,285
เป็นความหมายของภาษาเล็ก ๆ

486
00:45:32,962 --> 00:45:38,700
Smallest เล็ก ๆ ภาษาเล็ก ๆ ตัวน้อย ๆ เป็นคำพูดตัวเล็ก ๆ

487
00:45:38,871 --> 00:45:41,357
ที่มีการเขียนเอาไว้ตัวด้านล่าง

488
00:45:41,381 --> 00:45:43,256
หนูเคยเห็นไหมคะ ตัวหนังสือที่...

489
00:45:43,522 --> 00:45:45,888
หนังสือน่ะค่ะ ที่มีด้านล่างเป็นเชิงอรรถ

490
00:45:46,430 --> 00:45:49,677
แล้วเขาจะมีคำอธิบายด้านล่างไว้ให้นะคะ

491
00:45:50,460 --> 00:45:54,764
หนูลองไปดูนะคะ ในหนังสือบางหนังสือเขาจะมีด้านล่างเลยค่ะ

492
00:45:54,803 --> 00:45:57,893
เขาเรียกว่า "เชิงอรรถ" นะคะ จะมีคำตัวเล็ก ๆ ค่ะ

493
00:45:58,220 --> 00:46:02,021
เป็นการอธิบายความหมายในคำในหน้านั้นนะคะ

494
00:46:03,303 --> 00:46:04,741
พูดง่าย ๆ คือ เชิงอรรถนั่นเอง

495
00:46:05,800 --> 00:46:10,623
ต่อค่ะ ถ้าหากว่าเป็นในแง่ของ Prosody นะคะ

496
00:46:10,655 --> 00:46:16,296
ก็คือเป็น Alteration ก็คือเส้นทางของตัวปริมาณ

497
00:46:16,750 --> 00:46:22,026
หรือตัวของ Variations ที่เป็น เช่น ถนน เป็นต้นนะคะ

498
00:46:23,880 --> 00:46:27,251
แต่ถ้าทำการ Co-articulation

499
00:46:27,882 --> 00:46:31,581
มันจะเป็นค่าของค่า Effect ของคอนเทนต์นั้น ๆ

500
00:46:31,612 --> 00:46:35,807
เสียงน่ะค่ะ เวลาที่หนูอัดเดี๋ยวหนูไปอัดหนูจะรู้เลยค่ะ

501
00:46:35,831 --> 00:46:40,170
ว่าทำไมเสียงหมาเห่าแทรกเข้ามาใช่ไหมคะ

502
00:46:40,170 --> 00:46:42,590
หนูต้องการไหมคะลูก เวลาที่หนูจะบันทึกเสียง

503
00:46:42,744 --> 00:46:45,001
หนูไม่ต้องการเสียงใด ๆ เลยใช่หรือไม่คะ

504
00:46:45,200 --> 00:46:49,962
ที่เสียงนั้นน่ะ จะเข้ามาหาตัวหนูเองนะ น่าจะมีแต่เสียงของหนู

505
00:46:49,987 --> 00:46:54,708
เช่น หนูไปที่วัด ที่วัดต้องมีหมาแน่ ๆ แหละท่านนะคะ

506
00:46:55,048 --> 00:46:58,788
นี่พอหมา หมาเห่าพอดีเป๊ะเลย หนูต้องทำไมคะ

507
00:46:59,000 --> 00:47:04,544
ตัดเสียงส่วนที่มีเสียงหมาตัวนั้นน่ะออกนะคะ

508
00:47:04,750 --> 00:47:07,160
นั่นคือส่วนหนึ่งเลยนะคะ ในการทำโปรเจกต์

509
00:47:10,520 --> 00:47:13,588
ปัญหาที่เกิดขึ้นเวลาที่หนูใช้คำพูด

510
00:47:15,531 --> 00:47:18,060
เกิดข้อแตกต่างของคนล่ะ

511
00:47:18,490 --> 00:47:23,855
คนแต่ละคนจะมีคำพูดที่แตกต่างกันนะคะ จะมีคำพูดที่แตกต่างกัน

512
00:47:24,090 --> 00:47:28,766
ซึ่งคำพูดนั้น ๆ ที่แตกต่างกันน่ะ อาจจะเป็นในเรื่องของ Accent

513
00:47:29,610 --> 00:47:34,690
หรือ Intonation ของเรานะคะ หรือ Stress ของเรา หรือ Volume

514
00:47:34,930 --> 00:47:37,889
เสียงน่ะค่ะ เสียงแต่ละคนไม่เหมือนกันถูกไหมคะ

515
00:47:37,913 --> 00:47:39,634
มี Volume ไม่เท่าเทียมกัน

516
00:47:43,530 --> 00:47:45,355
Syntax นะคะ Syntax

517
00:47:45,864 --> 00:47:49,920
Syntax จะเป็นในลักษณะของข้อมูลที่หนูจะทำการกรอกข้อมูลลงไป

518
00:47:49,945 --> 00:47:52,805
ว่าหนูจะทำการ Similar นะ

519
00:47:52,829 --> 00:47:58,006
หนูจะทำการเปรียบเทียบว่าตัว ก ไก่ ที่หนูพิมพ์ลงไปในหน้าจอ

520
00:47:59,530 --> 00:48:04,555
ระบบคอมพิวเตอร์เขามอง ก ไก่ เป็นเลขฐานนะคะ

521
00:48:04,725 --> 00:48:08,070
เป็นตัวปิด-เปิด 0 1 0 1

522
00:48:08,570 --> 00:48:14,179
ซึ่งของเขาเป็นเลขฐาน 16 นะ แต่อาจารย์ไม่สอนนะคะ

523
00:48:14,204 --> 00:48:15,585
เลขฐาน 2 ไม่สอนนะ

524
00:48:15,609 --> 00:48:17,920
อันนี้ไม่สอน ไม่ขอสอนเลขฐาน 2 นะคะ

525
00:48:18,430 --> 00:48:22,790
Background ค่ะ หนูรู้จักคำว่า "Background" กันไหมคะ นะคะ

526
00:48:23,040 --> 00:48:27,403
Background Noises Interfere นะคะ

527
00:48:27,721 --> 00:48:31,199
ตัว Background คือ พื้นหน้าจอของหนูน่ะค่ะ

528
00:48:31,920 --> 00:48:36,790
หนูจะออกแบบหน้าจออย่างไรให้มันเหมาะสมกับผู้ใช้

529
00:48:37,160 --> 00:48:40,700
ยกตัวอย่างเช่น หนูต้องการออกแบบหน้าจอให้ อบต.

530
00:48:42,079 --> 00:48:45,943
แล้วคราวนี้ อบต. เขาต้องใช้สีอะไร

531
00:48:45,967 --> 00:48:50,671
หนูต้องรู้ไว้เลยว่า อบต. นี้เขามีสีประจำของเขานี่ใช้สีอะไร

532
00:48:50,783 --> 00:48:53,173
หนูก็ต้องใช้โทนสีนั้นให้กับเขา

533
00:48:53,424 --> 00:48:58,330
หรือหนูกำลังจะคิดออกแบบหน้าจอการติดต่อสื่อสารให้กับมหาวิทยาลัย

534
00:48:58,970 --> 00:49:02,600
มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครใช้สีอะไรเป็นสีประจำ

535
00:49:02,691 --> 00:49:06,554
หนูก็ต้องมีโทนสีนั้นถูกไหมคะ มีโทนสีนั้นใส่เข้าไปด้วย

536
00:49:07,790 --> 00:49:09,287
หนูลองมาดูตรงนี้ค่ะ

537
00:49:11,414 --> 00:49:13,127
คำนะคะ

538
00:49:13,359 --> 00:49:18,315
คำที่หนูมีความต้องการที่จะให้เขาเข้าใจใน Sentence นั้น ๆ

539
00:49:18,340 --> 00:49:23,020
ถ้าอาจารย์บอกว่านักศึกษากรุณาออกแบบหน้าจอ

540
00:49:23,380 --> 00:49:33,190
เพื่อ... เพื่อสนับสนุนให้คนที่ไม่สามารถมองเห็นได้ใช้งานได้

541
00:49:33,370 --> 00:49:36,521
แต่นักศึกษาเขียนมาเป็นข้อ ๆ ๆ ๆ

542
00:49:36,975 --> 00:49:41,100
อันนี้แสดงว่าเรา Interaction ไม่ตรงกันถูกไหมคะ

543
00:49:41,420 --> 00:49:45,650
ไม่ตรงกันเพราะหนูไม่ออกแบบหน้าจอมาสักคนเลยลูกคำตอบข้อนี้

544
00:49:46,150 --> 00:49:49,250
นี่ค่ะ เขาเรียกว่า "Words not enough" นะคะ

545
00:49:51,490 --> 00:49:56,950
มายกตัวอย่างเช่น Even if เหตุการณ์นี้นะคะ

546
00:49:57,160 --> 00:50:00,214
ถ้า Error เกิดขึ้นกับฉัน

547
00:50:00,612 --> 00:50:02,870
ฉันก็จะบอกว่า Don't like this

548
00:50:03,668 --> 00:50:05,988
โอ้โห ฉันไม่ชอบสิ่งนี้เลย

549
00:50:06,329 --> 00:50:09,731
หรือหนูจะทำการ Recognise ก็ได้นะคะ ตัวนี้

550
00:50:11,160 --> 00:50:14,010
หนูเคยเห็นไหมคะ เขาขึ้นคำว่า "Ignore"

551
00:50:14,170 --> 00:50:16,495
เวลาหนูทำอะไรไม่ได้ระบบมันจะขึ้น...

552
00:50:16,741 --> 00:50:19,263
ขึ้นมา Pop-up ขึ้นมาให้เลยค่ะ คำว่า "Ignore"

553
00:50:19,690 --> 00:50:22,427
Ignore แปลว่าอะไรหนอ ใครตอบได้ไหมคะ

554
00:50:23,632 --> 00:50:28,320
Ignore นะคะ

555
00:50:29,868 --> 00:50:35,241
Phonetic Typewriter เป็นการพัฒนาตัวสิ้นสุดแล้วตัวนี้นะคะ

556
00:50:35,354 --> 00:50:37,356
หนูพัฒนามาจนสุดทางล่ะ

557
00:50:37,380 --> 00:50:41,027
ก็คือ Universal ตอนแรกน่ะ หนูออกแบบแค่เฉพาะบุคคล

558
00:50:41,309 --> 00:50:47,521
แต่ตอนนี้หนูออกแบบให้สากลรับรู้รับทราบแล้วว่านี่นะ

559
00:50:47,657 --> 00:50:50,609
เราออกแบบให้กับหลาย ๆ ศาสตร์

560
00:50:51,020 --> 00:50:52,553
แล้วหนูจะทำอย่างไรให้รู้ล่ะค่ะ

561
00:50:52,577 --> 00:50:56,652
ว่าหนูออกแบบให้... มีเป็น Universal

562
00:50:56,880 --> 00:50:58,997
หนูก็ต้องมี Choice ให้เขาเลือกใช่ไหมคะ

563
00:50:59,427 --> 00:51:03,243
คุณเป็นคน... เหมือนเขาขายแว่นน่ะลูก เหมือนเขาขายแว่น

564
00:51:03,610 --> 00:51:06,491
แว่นตามีทั้งหมดแว่นปกติ

565
00:51:06,941 --> 00:51:11,180
แว่นสายตาสั้น แว่นสายตายาวเขาก็ให้หนูเลือก

566
00:51:11,512 --> 00:51:14,705
ถ้าหนูเลือกว่าเป็นสายตาปกตินะคะ

567
00:51:14,729 --> 00:51:19,062
สายตาปกติปั๊บ คำในหน้าจอก็จะเป็นอักษรปกติ

568
00:51:19,670 --> 00:51:22,840
แต่ถ้าหากว่าหนูบอกเป็นสายตาสั้นปั๊บ

569
00:51:22,864 --> 00:51:27,200
เขาก็จะเริ่มปรับหน้าจอให้เหมือนกันคนสายตาสั้น

570
00:51:27,427 --> 00:51:30,111
แต่ถ้าหนูเลือก Choice ให้เป็นสายตายาว

571
00:51:30,473 --> 00:51:34,494
เขาก็จะปรับหน้าจอของตัวของเขาเองนี่นะคะ ที่หนูออกแบบ

572
00:51:34,736 --> 00:51:37,050
ให้เป็นเหมาะสมกับสายตายาว

573
00:51:37,322 --> 00:51:41,137
แบบนี้ล่ะค่ะ เขาเรียกว่า "Developed for Finnish"

574
00:51:41,580 --> 00:51:46,870
เป็นไปตามข้อความ หรือคำพูดที่เขาร้องขอนะคะ

575
00:51:48,100 --> 00:51:53,555
ฉะนั้น เราจะทำการทดสอบกันนะคะ ตอนนี้นะคะ

576
00:51:53,579 --> 00:51:57,177
ไม่ใช่... ไม่เชิงทดสอบ จะเป็นในลักษณะของการทำงานของคำ

577
00:51:57,201 --> 00:51:59,790
เขาเลยใช้คำว่า "Neural Network"

578
00:52:00,487 --> 00:52:02,640
Neural คือ สมอง

579
00:52:02,907 --> 00:52:07,884
สมองของเรามีเส้นประสาทมากมายเยอะแยะเลยนะคะ เป็นสายของ Network

580
00:52:08,343 --> 00:52:11,673
ซึ่งมันจะบรรจุ Cluster นะคะ

581
00:52:11,697 --> 00:52:16,420
มีทั้งเสียงนะคะ มีทั้งชื่อและ Corresponding

582
00:52:16,445 --> 00:52:20,620
และ Character มากมายในสมองของเรานะคะ

583
00:52:22,620 --> 00:52:26,080
เมื่อไรก็ตามที่หนูทำการ Recognise คำพูด

584
00:52:26,130 --> 00:52:29,347
ก็คือหนูจะทำการจำเพราะกับคำพูด

585
00:52:29,756 --> 00:52:33,792
เสียงนะคะ เขาจะต้องอนุญาตให้การปิดได้

586
00:52:34,439 --> 00:52:38,034
หนูเคยเห็นไหมคะลูก ในการอ่านหรืออะไรก็ตาม

587
00:52:38,058 --> 00:52:41,335
เขาจะให้เรากดที่ตัวลำโพงได้

588
00:52:41,360 --> 00:52:45,303
หนูไม่ต้องการฟังเสียงหนูจะดูแต่ภาพก็ทำได้

589
00:52:45,535 --> 00:52:48,865
หนูจะทำการ Print out ตัวนี้ทำได้ไหม

590
00:52:49,115 --> 00:52:52,570
ก็ได้อีกโดยการอะไรคะ Capture หน้าจอ

591
00:52:53,115 --> 00:52:57,780
ก็ทำได้เช่นเดียวกันนะนะคะ

592
00:52:58,271 --> 00:53:00,788
หนูลองมาดูในภาพในหน้าจอนี้ดูบ้างค่ะ

593
00:53:01,788 --> 00:53:06,220
อันนี้คือ Phonetic Typewriter

594
00:53:07,520 --> 00:53:08,921
หนูดูหน้าจอนะคะ

595
00:53:11,468 --> 00:53:13,350
หน้าจอหนูเห็นอะไรคะ

596
00:53:16,615 --> 00:53:18,400
ในหน้าจอหนูเห็นอะไรลูกตอนนี้

597
00:53:25,880 --> 00:53:29,480
ใครจะตอบอาจารย์ไหมคะ ในหน้าจอหนูเห็นอะไรคะ

598
00:53:43,050 --> 00:53:46,540
ตอบได้ไหมคะ น้ององุ่นขา น้องมาร์กี้ตอบได้ไหมคะ

599
00:54:11,330 --> 00:54:14,339
หนูเห็นไหมคะ มันเป็นคำพูดทั้งนั้นเลยน่ะค่ะ

600
00:54:14,598 --> 00:54:20,630
a a a a h a

601
00:54:22,297 --> 00:54:27,464
ขึ้นอยู่กับว่าอะไรคะ คำพูดนั้น ๆ นะ อยู่ที่ไหน

602
00:54:27,488 --> 00:54:30,300
หนูใช้กับประเทศอะไรก็ได้ค่ะ

603
00:54:40,160 --> 00:54:45,482
ใครจะตอบยกมือทีค่ะลูก ครับผมเอาเลยครับ

604
00:54:54,070 --> 00:54:58,050
(ล่าม) เป็นภาษาอังกฤษที่ช่วยสำหรับคนตาบอดด้วยครับ

605
00:55:00,660 --> 00:55:03,281
(อาจารย์สุรีย์พัชร) พี่ล่ามคะ ขออีกทีสิคะ เป็นภาษาอังกฤษที่อะไรนะคะ

606
00:55:13,698 --> 00:55:14,481
ช่วยสำหรับ...

607
00:55:15,150 --> 00:55:18,240
(ล่าม) สำหรับคนพิการทางสายตาครับ

608
00:55:18,470 --> 00:55:21,010
(อาจารย์สุรีย์พัชร) โอ้โห มองข้ามชอร์ตเลยนะนี่

609
00:55:28,466 --> 00:55:30,798
เอาตรง ๆ เลยนะคะ คำตอบในสไลด์นี้

610
00:55:31,297 --> 00:55:37,584
คือ มันเป็นคำคำหนึ่งที่มีการออกเสียงแตกต่างกันเท่านั้นค่ะ

611
00:55:38,720 --> 00:55:45,752
เป็นแค่คำที่มันลอยน่ะค่ะ คำที่... ที่ให้เห็นเป็นกลม ๆ ๆ ๆ หนูลองอ่านดูนะคะลูก

612
00:55:46,780 --> 00:55:52,419
a a a h เห็นไหมคะ h

613
00:55:53,486 --> 00:55:57,257
ตัว a หายไปแล้วก็เลยกลายมาเหลือเป็นตัว h ตัวเดียว

614
00:55:58,744 --> 00:56:02,905
พอหนูมาถึงคำตัวนี้ค่ะ ซึ่งอาจารย์ก็ไม่ทราบจริง ๆ ค่ะ

615
00:56:02,929 --> 00:56:06,580
ว่าเป็นประเทศไหนใช้นะคะ ตัวนี้ไม่ทราบจริง ๆ น่ะค่ะนะ

616
00:56:06,750 --> 00:56:12,487
หนูลองดูตัว r เห็นไหมคะ r r r ในหน้านี้นะ

617
00:56:13,613 --> 00:56:21,862
ในสัปดาห์หน้าอาจารย์จะให้หนูมาโยงความสัมพันธ์ให้เป็น Neural Network

618
00:56:22,534 --> 00:56:26,688
เดี๋ยวจะพรินต์มาให้แล้วหนูโยงตัวที่เหมือนกัน

619
00:56:26,712 --> 00:56:30,042
หรือเป็นคำพูดที่เป็นคำพูดเดียวกัน

620
00:56:32,090 --> 00:56:36,726
อะไรที่เป็นคำพูดเดียวกันหนูนำเส้นเชื่อมต่อกัน

621
00:56:36,750 --> 00:56:47,555
ยกตัวอย่างเช่นนะคะ a a a a a a โอเคไหมคะ เชื่อมกันนะคะ

622
00:56:47,585 --> 00:56:50,426
ลากเส้นต่อเนื่องกันมาเรื่อย ๆ นะคะ

623
00:56:50,456 --> 00:56:53,932
ในคาบหน้าอาจารย์จะพาเล่น Neural Network

624
00:56:57,930 --> 00:57:02,850
ต่อมาค่ะ ใกล้... ใกล้หมดแล้วนะคะ หนูจะถึงแถว ๆ การบ้านแล้วนะคะ

625
00:57:03,070 --> 00:57:06,088
หนูจะ Useful หนูจะใช้ตัวนี้

626
00:57:06,235 --> 00:57:08,373
คำพูดในนี้หนูจะ Recognise เขาได้อย่างไร

627
00:57:08,398 --> 00:57:11,288
หนูจะทำการปรับเทียบเขาได้อย่างไร

628
00:57:13,644 --> 00:57:17,500
Single User Limited Vocabulary Systems

629
00:57:17,750 --> 00:57:24,230
ยกตัวอย่างเช่น คอมพิวเตอร์ Dictionary เด็ก ๆ ใช้ไหมคะ

630
00:57:24,813 --> 00:57:30,790
Translate ของ Google ทำไมคะ Copy คำมาวางกดแปล

631
00:57:30,814 --> 00:57:32,843
หรือหนูกดกล้องส่อง

632
00:57:33,390 --> 00:57:36,921
แต่ทำไมคะ ต้องมีแสงเกิดขึ้นถูกไหมคะ

633
00:57:37,172 --> 00:57:41,140
ต้องมีแสงช่วยถึงจะสามารถแปลได้

634
00:57:41,434 --> 00:57:45,390
และภาษาบางภาษาเราก็คงไม่รู้เหมือนกันน่ะนะ

635
00:57:45,414 --> 00:57:48,944
ว่าภาษานั้น ๆ น่ะประเทศนี้มีหรือไม่

636
00:57:48,990 --> 00:57:56,310
เพราะบางทีเราก็ไม่รู้ว่ามีประเทศ... เหมือนประเทศแคเมอรูน

637
00:57:57,000 --> 00:58:00,920
อาจารย์ยังไม่รู้เลยว่าแคเมอรูนนี่เป็นประเทศหรือเป็นรัฐเป็นอะไรนะ

638
00:58:01,450 --> 00:58:07,495
ก็รู้แต่สหรัฐฯ นี่ล่ะค่ะ ตอนนี้ค่ะ กำลังจะมีผลต่อแคนาดากับอะไรนี่ประเทศหนึ่งนะ

639
00:58:07,526 --> 00:58:09,979
เรื่องของภาษี อาจารย์รู้แค่นี้แหละตอนนี้นะคะ

640
00:58:10,560 --> 00:58:16,788
แต่ถ้าหนูเปิดใช้ปั๊บมันจะเกิด Limit Vocabulary Systems

641
00:58:16,812 --> 00:58:19,841
ที่หนูสามารถที่จะใช้ทางสถิติได้

642
00:58:20,063 --> 00:58:24,021
ยกตัวอย่างเช่น หนูใช้เสียงกับโทรศัพท์

643
00:58:24,624 --> 00:58:27,320
หนูเคยไหมคะ แปลโดยการใช้เสียง

644
00:58:28,409 --> 00:58:33,056
หนูเคยรู้จักหูฟังที่พูด

645
00:58:33,181 --> 00:58:37,254
หนูกดพูดปั๊บมันจะมีฟังก์ชันหนึ่งอาจารย์ก็โหลดมาแล้วนะคะ ลองเล่นแล้ว

646
00:58:37,443 --> 00:58:42,686
กดปุ๊บอาจารย์พูดเป็นภาษาไทยแต่เราต้องพูดให้ชัดเจนด้วยนะ

647
00:58:42,845 --> 00:58:48,660
ถ้าเราพูดไม่ชัดเจนเขาก็จะพิมพ์ออกมาในคำพูดที่เขาคิดว่าใช่นะคะ

648
00:58:48,840 --> 00:58:55,004
แล้วเขาจะแปลออกมาตามภาษาที่หนูเลือกแต่แอปนี้มั่นใจว่าจีนเป็นคนพัฒนา

649
00:58:55,030 --> 00:59:00,900
เพราะอาจารย์เลือกภาษาไทยแล้วแต่หัวข้อยังเป็นภาษาจีนอยู่

650
00:59:02,375 --> 00:59:03,751
ทั้ง ๆ ที่เราเลือกภาษาไทยแล้ว

651
00:59:03,775 --> 00:59:08,035
นี่ล่ะค่ะ มันคือคำที่ถูกการบล็อกเอาไว้นะคะ

652
00:59:08,150 --> 00:59:11,450
บล็อกเอาไว้ให้รู้ว่านี่จีนเป็นคนพัฒนานะคะ

653
00:59:12,930 --> 00:59:16,226
ต่อมาค่ะ ถ้าหนูจะทำการ General User

654
00:59:16,250 --> 00:59:18,830
User โดยทั่ว ๆ ไปเลยทำอย่างไรล่ะ

655
00:59:19,199 --> 00:59:24,568
ก็เป็น Vocab กว้าง ๆ เลยนะคะ Vocab กว้าง ๆ เลย

656
00:59:24,877 --> 00:59:29,958
โดยยกตัวอย่างอย่างไรล่ะ ก็การขับเคลื่อนของเครื่องจักร

657
00:59:30,954 --> 00:59:32,751
การขับเคลื่อนของเครื่องจักร

658
00:59:32,775 --> 00:59:37,910
หนูจะทำการผลิตรองเท้า หนูแค่กดปุ่ม Start มันวิ่งตื๊ด ๆ ๆ ทำ

659
00:59:37,955 --> 00:59:42,771
หนูจะทำการออกแบบผลิตภัณฑ์ หนูจะทำฮอตด็อกสักฮอตด็อกหนึ่งน่ะค่ะ

660
00:59:43,529 --> 00:59:47,869
การที่จะลอกไส้ออก เอาหมูเข้าไปใส่เอาไปมัดช่างน้ำหนัก

661
00:59:47,894 --> 00:59:51,660
ทุกอย่างหนูกดทำงานปั๊บ สับสวิตช์ให้มัน On

662
00:59:52,199 --> 00:59:55,547
มันก็จะเริ่มทำแล้วมันก็ตัด ๆ ๆ ๆ แล้วมันก็ลงบล็อก

663
00:59:55,619 --> 00:59:57,419
ลงบล็อกปุ๊บเขาก็ปิดกล่อง

664
00:59:57,470 --> 01:00:03,860
ปิดกล่องไหลปุ๊บลากปุ๊บจบ ลงเก็บส่งออกได้เลย

665
01:00:04,080 --> 01:00:08,988
นี่ค่ะ นี่คือการ Driving ของ Manufacturing

666
01:00:09,159 --> 01:00:11,869
มาจากอะไรคะ มาจากคำพูดนั่นเอง

667
01:00:12,086 --> 01:00:17,278
แต่คำพูดทุกคำพูดนั้น ๆ เขาจะต้องมีตัวสังเคราะห์มาก่อน

668
01:00:17,640 --> 01:00:21,655
ยกตัวอย่าง ถ้าหนูบอกว่าให้บ้านเปิดไฟเอง

669
01:00:22,045 --> 01:00:24,240
บอกหนูบอกว่าเปิดไฟ

670
01:00:24,330 --> 01:00:30,470
แต่วันนี้หนูเป็นหวัดเอาล่ะ เสียงของหนูไม่เหมือนเดิมไฟจะเปิดไหมคะ

671
01:00:31,000 --> 01:00:32,114
หนูคิดว่าเปิดไหมคะ

672
01:00:32,138 --> 01:00:35,010
ถ้าหนูคิดว่าเปิดใครคิดว่าเปิดหนูยกมือให้อาจารย์หน่อยค่ะ

673
01:00:38,240 --> 01:00:43,700
ย้ำนะคะ หนูเป็นหวัด หนูเสียงแหบ หนูพูดไม่ได้

674
01:00:44,120 --> 01:00:48,980
คือ หนูพูดออกมาเสียงพูดได้ แต่เสียงที่หนูพูดนั้นไม่เหมือนเดิม

675
01:00:49,770 --> 01:00:55,590
หรือหนูกำลังใช้ภาษามือแต่หนูเจ็บแขน

676
01:00:55,693 --> 01:00:57,933
หนูยกขึ้นมาไม่ได้น่ะแขนน่ะ

677
01:00:57,957 --> 01:01:04,293
หนูไม่สามารถที่จะทำการแปลภาษามือได้นะคะ

678
01:01:04,437 --> 01:01:08,322
หนูก็เกิดขึ้นแล้วคราวนี้ไม่สามารถที่จะทำไมคะ ออกแบบขึ้นมาได้

679
01:01:08,613 --> 01:01:12,162
นี่ค่ะ อาจารย์เห็นล่ะ อากาศหนาวเด็กกอดอก

680
01:01:12,528 --> 01:01:17,781
เด็กเลยแปลภาษามือไม่ได้ นี่ค่ะ นี่คือการปรับนี่ค่ะ

681
01:01:18,020 --> 01:01:21,415
เพราะฉะนั้น เครื่องมันก็เลยบอกว่าถ้าเครื่องมันเย็นจัด

682
01:01:21,555 --> 01:01:26,640
คุณต้อง Boot เครื่องให้ร้อนก่อนนะ ถึงจะทำงานได้

683
01:01:26,826 --> 01:01:31,663
แต่ถ้าเครื่องร้อนจนเกินไป ร้อนเท่าไรล่ะ ก็ต้องมาดูอีกว่า

684
01:01:31,748 --> 01:01:37,357
เอ๊ะ เครื่องร้อนร้อนนี่ร้อนสูงเท่าไรถึงเครื่องจะทำงานไม่ได้

685
01:01:37,381 --> 01:01:38,808
เหมือนเครื่องคอมพิวเตอร์น่ะค่ะ

686
01:01:39,420 --> 01:01:43,629
หนูสังเกตไหมคะ ว่าเปิดทั้งวันแล้วหนูลองจับที่ตัวเครื่องดู

687
01:01:43,761 --> 01:01:46,321
มันจะร้อนเลย เหมือนโทรศัพท์ของหนูน่ะค่ะ

688
01:01:47,233 --> 01:01:52,141
หนูก็จะจับใช่ไหม โทรศัพท์ร้อนไหมคะลูก เวลาใช้นาน ๆ ร้อนนะ

689
01:01:52,370 --> 01:01:56,240
หนูลองจับตัวที่อยู่หลัง... หลังหน้าจอก็ได้ค่ะ

690
01:01:56,378 --> 01:01:58,377
ถ้าหนูใช้นาน ๆ ในช่วงหน้าร้อนนะ

691
01:01:58,401 --> 01:02:00,628
อันนี้หน้าหนาวก็คงไม่ร้อนหรอกมั้งคะ

692
01:02:01,332 --> 01:02:06,033
ไอ้เป็นก้อน ๆ น่ะลูก หลังหน้าจอหนูน่ะ มันจะออกอุ่น ๆ นะคะ

693
01:02:06,058 --> 01:02:08,021
จะออกอุ่น ๆ นิดหนึ่งนะ

694
01:02:10,297 --> 01:02:12,155
ตัวของ Synthesis นะคะ

695
01:02:12,396 --> 01:02:16,366
ตัวนี้จะเป็นในเรื่องของ Generation Speech นะคะ

696
01:02:16,530 --> 01:02:20,584
เป็นข้อมูลของเขาเรียกว่าคำพูดที่โดยทั่ว ๆ ไป

697
01:02:21,050 --> 01:02:25,081
Useful เราใช้ ใช้อย่างไรล่ะ ก็ใช้แบบปกตินี่แหละ

698
01:02:25,488 --> 01:02:30,220
ก็ใช้ในเรื่องของ Information ทั่ว ๆ ไปในการรับข้อมูลมา

699
01:02:30,480 --> 01:02:34,700
หนูต้องการเอาข้อมูลอะไรใส่ข้อมูลในเรื่องของปราสาทผึ้งใส่ก็ Copy มาวาง

700
01:02:34,910 --> 01:02:37,276
เหมือนหนูตอบคำถามให้อาจารย์แอนในข้อสอบน่ะค่ะ

701
01:02:37,462 --> 01:02:39,360
อาจารย์มีข้อมูลคำถามเกิดขึ้น

702
01:02:39,760 --> 01:02:45,190
แต่เด็กบางคนไม่อ่านคำถามให้ละเอียดหนู Copy คำตอบมาวางปุ๊บแล้วหนูกดส่ง

703
01:02:45,519 --> 01:02:47,369
อาจารย์บังคับให้ส่งแค่ครั้งเดียว

704
01:02:47,675 --> 01:02:52,583
ใครที่เข้าไปทำอีกครั้งหนึ่งหนูจะไม่สามารถทำข้อสอบข้อนั้นได้

705
01:02:52,608 --> 01:02:58,514
และข้อสอบที่หนูส่งไปแล้วก็จะไม่ได้ส่งด้วย มันจะหายอัตโนมัติเลย

706
01:02:59,023 --> 01:03:03,196
อาจารย์บล็อกไว้ขนาดนั้นนะคะ เพราะให้หนูทำเพียงแค่ครั้งเดียวนะ

707
01:03:03,950 --> 01:03:07,217
ถามว่าทำไมอาจารย์อยากให้หนูมีความมั่นใจก่อนส่ง

708
01:03:07,328 --> 01:03:10,054
เพราะอาจารย์ให้เวลาหนูเยอะมากค่ะลูก เยอะมาก

709
01:03:10,360 --> 01:03:12,049
แล้วให้หนูค้นด้วยนะคะ

710
01:03:12,633 --> 01:03:15,899
ปัญหาที่เกิดขึ้น เกิดขึ้นจากอะไรบ้างล่ะ

711
01:03:17,151 --> 01:03:20,163
เยอะแยะมากมายค่ะ การวิเคราะห์แบบ Similar

712
01:03:20,690 --> 01:03:22,333
อาจารย์จะวิเคราะห์ได้อย่างไร

713
01:03:22,491 --> 01:03:26,840
เสียงของคนแต่ละคนไม่เหมือนกันแม้แต่เสียงภาษาไทยนะคะ

714
01:03:26,865 --> 01:03:30,989
ที่เขาพูด ๆ กันนี่เห็นไหมคะ เสียงของอาจารย์แอน เสียงของพี่ล่ามนะคะ

715
01:03:31,085 --> 01:03:34,595
เสียงของอาจารย์แม่ ของอาจารย์พ่อไม่เหมือนกันเห็นไหมลูก

716
01:03:34,979 --> 01:03:38,186
ก็จะทำไมคะ โทนเสียงก็จะไม่เหมือนกัน

717
01:03:38,236 --> 01:03:41,523
นี่ล่ะค่ะ คือปัญหาที่เกิดขึ้นล่ะ

718
01:03:41,804 --> 01:03:45,242
เช่น จะให้พูดแค่คำว่า "เปิดไฟ"

719
01:03:46,520 --> 01:03:51,503
เสียง Noise ที่เขาจะต้องได้ ก็คือ 120-130 นะคะ

720
01:03:51,749 --> 01:03:56,688
ถ้าความดังไม่ได้เท่ากับเท่านั้นทำไมคะ หูเราก็จะ...

721
01:03:56,955 --> 01:03:58,860
แก้วหูจะระเบิดเหมือนกันนะคะ

722
01:04:00,295 --> 01:04:02,795
Additional Problems ดูปัญหาด้านนี้บ้าง

723
01:04:03,108 --> 01:04:06,751
เขาเลยบอกว่านี่ถ้าหากเป็น Headphones

724
01:04:07,376 --> 01:04:10,357
ตัวโทรศัพท์นี่เราต้องการมาก ๆ เลย

725
01:04:10,502 --> 01:04:14,873
แต่เขาไม่กรอกโทรศัพท์ให้เราเขากรอกตัวเลขให้ไม่ครบ

726
01:04:15,260 --> 01:04:20,884
หรือเขา Creates Noise Noise ก็คือในเรื่องของทำไมคะ

727
01:04:21,499 --> 01:04:24,990
ข้อมูลที่ไม่สามารถนำมาใช้งานได้นะ

728
01:04:25,014 --> 01:04:28,016
มันมี Noise เข้ามานะคะ ใน Workplace

729
01:04:28,910 --> 01:04:32,157
หรือเขาในการ Review หรือการ Browse

730
01:04:32,237 --> 01:04:35,177
การแก้ไขข้อมูลมันแก้ไขได้ไม่หมด

731
01:04:35,680 --> 01:04:38,949
หนูต้องเคยเจอบ้างน่ะค่ะ เวลาหนูใช้ระบบนะคะ พวกนี้

732
01:04:39,039 --> 01:04:42,686
แต่หนูไม่รู้ว่าตัวนี้เขาเรียกว่า "Synthesis" นะคะ

733
01:04:44,242 --> 01:04:48,663
แล้วหนูจะใช้อย่างไรล่ะ ถ้าจะให้มันสำเร็จนะคะ

734
01:04:49,140 --> 01:04:56,465
เมื่อไรก็ตามที่ User ทำการ Overcome Problems ครอบคลุมทุกปัญหา

735
01:04:56,615 --> 01:05:02,260
หนูจะทำการ Motivation หนูจะทำการกำหนดทิศทางของมันได้

736
01:05:02,670 --> 01:05:07,148
และหนูจะมีหนทางในการแก้ปัญหาได้ด้วย

737
01:05:07,223 --> 01:05:12,377
ยกตัวอย่างเช่น Screen Readers หน้าจอของผู้นำ

738
01:05:13,179 --> 01:05:18,747
เขาจะอ่านนะคะ อ่าน Text แล้วก็ Display ให้กับ User

739
01:05:19,010 --> 01:05:24,077
นี่ค่ะ เหมือนอาจารย์แอนพูดแล้วก็มีข้อความขึ้นนี่ค่ะ ตัวนี้ Screen Readers นะคะ

740
01:05:24,573 --> 01:05:28,590
หรือตัว Warning นะคะ Warning Signals จะเป็น Spoken

741
01:05:28,614 --> 01:05:33,863
ก็คือเป็น Information ที่เป็นตัวของ Spoken เกิดขึ้นในของข้อมูล

742
01:05:34,360 --> 01:05:39,918
ยกตัวอย่างเช่น ถ้าหนูกรอกข้อมูลผิดมันต้องขึ้นมาใช่ไหมคะ

743
01:05:40,110 --> 01:05:42,040
กรุณากรอกข้อมูลให้ครบ

744
01:05:42,890 --> 01:05:45,313
มีไหมคะ เคยเห็นไหมลูก Pop-up ที่เกิดขึ้นมา

745
01:05:45,337 --> 01:05:47,999
ขึ้นมาปุ๊บกรุณากรอกข้อมูลให้ครบ

746
01:05:48,727 --> 01:05:52,293
อีเมลของท่านผิดทั้ง ๆ ที่เรากรอกถูกน่ะค่ะ

747
01:05:52,445 --> 01:05:56,197
อีเมลของท่านผิด หมายเลขโทรศัพท์ของท่านไม่ถูก

748
01:05:56,750 --> 01:06:01,750
มีหมดเลยเห็นไหมคะ มีครบเลย นี่ล่ะค่ะ ตัวนี้คือการใช้นะคะ

749
01:06:01,940 --> 01:06:09,780
Non-Speech Sounds คือการ Boings Bangs Squeaks Clicks เป็นต้น

750
01:06:10,020 --> 01:06:13,166
ทั้งหมดมีคำศัพท์อยู่ 4 คำ

751
01:06:13,804 --> 01:06:17,440
อาจารย์จะเรียก 4 คนอาจารย์จะให้คนละคะแนนนะคะ

752
01:06:19,050 --> 01:06:22,145
เริ่มจากอาจารย์ขอตี๋สั้นก่อนได้ไหมคะลูก

753
01:06:23,637 --> 01:06:29,913
Clicks แปลว่าอะไรคะ C-l-i-c-k-s

754
01:06:33,981 --> 01:06:39,280
โอเคถูกต้องครับ Clicks ตี๋สั้นได้แล้วเก่งมากครับ

755
01:06:40,300 --> 01:06:44,021
Boings ค่ะ อาจารย์ขอเลขที่ 7 ค่ะ

756
01:06:45,152 --> 01:06:46,338
Boings ค่ะ

757
01:06:47,670 --> 01:06:51,330
น้ององุ่นตอบว่าอะไรคะ องุ่นคะ

758
01:07:00,670 --> 01:07:03,421
องุ่นคะ กล้ององุ่นอยู่ไหนเอ่ย

759
01:07:04,756 --> 01:07:06,088
เบอร์ 7 ค่ะ

760
01:07:08,215 --> 01:07:09,166
ค่ะ

761
01:07:13,478 --> 01:07:15,141
หนูจะตอบว่าอะไรคะ Boings

762
01:07:27,780 --> 01:07:28,754
ค่ะ ตอบเลยลูกองุ่น

763
01:07:44,000 --> 01:07:49,840
กุ้งเต้นเตรียมนะคะ ตัวที่ 2 ค่ะ ตัวที่ 2 นะคะ Bangs

764
01:07:50,983 --> 01:07:55,652
ตัวที่ 3 ค่ะ Squeaks ค่ะ ตี๋น้อยค่ะ เตรียมนะคะ

765
01:07:56,398 --> 01:07:57,469
เชิญค่ะ น้ององุ่นค่ะ

766
01:08:11,283 --> 01:08:15,885
(ล่าม) Boings ค่ะ ไม่เจอคำแปลค่ะ

767
01:08:19,640 --> 01:08:21,489
(อาจารย์สุรีย์พัชร) แสดงว่าหนูใช้ Google Translate

768
01:08:24,181 --> 01:08:25,908
กุ้งเต้นหนูจะตอบ ตอบอะไรคะ

769
01:08:27,156 --> 01:08:32,921
(อาจารย์เกวลี) เดี๋ยวค่ะ อย่างเช่น ข้อมูลสมมุติว่าอาจารย์เขียนเป็น 15

770
01:08:34,166 --> 01:08:35,859
11 65

771
01:08:37,596 --> 01:08:39,940
อันนี้คือข้อมูลนะคะ

772
01:08:40,458 --> 01:08:48,378
แต่มันคืออะไรล่ะหมายเลขรหัสสินค้าหรือเปล่า หรือรหัสไปรษณีย์ หรือเลข...

773
01:09:00,408 --> 01:09:06,748
หนังสือภาพข้อมูลเสียงวิดีโอสามารถไปตัดต่อ หรือเอามาสามารถในการวิเคราะห์

774
01:09:07,544 --> 01:09:12,613
หรือช่วยให้ทำให้ Big Data นี่มันสามารถประมวลผลได้ดีขึ้น

775
01:09:14,144 --> 01:09:19,327
กับ V สุดท้ายนะคะ Veracity นะคะ ก็คือคุณภาพของข้อมูล

776
01:09:20,604 --> 01:09:24,921
คุณภาพของข้อมูลนี่มันยังสามารถไปวิเคราะห์ต่อได้

777
01:09:26,014 --> 01:09:29,727
บางครั้งข้อมูลที่ยังไม่ผ่านการวิเคราะห์นี่ก็เอามาทำ Big Data ได้เหมือนกัน

778
01:09:29,751 --> 01:09:33,337
เพราะว่าถือว่าเป็นข้อมูลดิบนะคะ

779
01:09:33,680 --> 01:09:37,749
ข้อมูลดิบนี่จะมาจากหลายแหล่งเพื่อจะไปประมวลผลทั้ง Facebook YouTube

780
01:09:38,638 --> 01:09:41,090
แล้วก็ที่นิยมกันตอนนี้ ก็คือ Twitter

781
01:09:42,568 --> 01:09:45,751
การเอาข้อมูลตัวอักษรใน Twitter มาประมวลผลนะคะ

782
01:09:46,102 --> 01:09:54,349
เป็นเทร็นด์ Twitter บ้างอะไรบ้างนะคะ เป็นการส่งต่อข้อมูลซึ่งกันและกัน

783
01:09:55,440 --> 01:09:59,962
มีการรีทวิตอะไรอย่างนี้พวกคุณน่าจะเข้าใจนะคะ

784
01:10:00,247 --> 01:10:02,560
ในการเล่นโซเชียลพวกนี้นะคะ

785
01:10:02,906 --> 01:10:08,176
แต่ข้อมูลจะต้องมีการคัดกรองความน่าเชื่อถือของข้อมูลก่อนนะคะ

786
01:10:09,590 --> 01:10:15,410
อันนี้ก็จะเป็นสิ่งที่เอามาประกอบกันจนเรียกว่าเป็น Big Data นะคะ

787
01:10:16,040 --> 01:10:19,621
Twitter นี่เยอะนะคะ ว่า... แต่ละคนให้ข้อมูลมา

788
01:10:20,544 --> 01:10:22,921
ยิ่งกว่าสำนักข่าวอีกก็มีนะคะ

789
01:10:24,780 --> 01:10:28,510
กระบวนการทำงานของ Big Data มีอยู่ 3 ขั้นตอนหลัก ๆ นะคะ

790
01:10:28,860 --> 01:10:35,533
ก็คือการจัดเก็บข้อมูลหลังจากนั้นก็เอามาประมวลผลแล้วก็จะมีสิ่งที่เรียกว่า "การวิเคราะห์ข้อมูล"

791
01:10:36,670 --> 01:10:39,799
พอเราได้กราฟกราฟหนึ่งมาออกจาก Big Data

792
01:10:40,311 --> 01:10:46,060
เราต้องมาวิเคราะห์แล้วว่าข้อมูลที่ได้นี่มันบอกอะไรเราได้บ้างนะคะ

793
01:10:46,465 --> 01:10:51,700
เช่น ดูข้อมูล Real Time อย่างเช่น เวลาบ่ายโมงถึงบ่ายสอง

794
01:10:52,650 --> 01:10:58,088
สถิติการใช้อินเทอร์เน็ตในมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร ในเวลาเรียน

795
01:10:58,698 --> 01:11:00,960
เว็บไซต์ไหนที่นักศึกษาเข้าเยอะที่สุด

796
01:11:02,886 --> 01:11:05,297
เป็น Big Data ไหม Big Data นะคะ

797
01:11:08,402 --> 01:11:10,440
เพราะข้อมูลเราเก็บเป็นหน่วยวินาที

798
01:11:12,726 --> 01:11:15,936
แล้วเครื่องคอมพิวเตอร์กี่เครื่องล่ะ ในมหาวิทยาลัย

799
01:11:17,355 --> 01:11:20,655
แล้วใช้รหัสอินเทอร์เน็ตนักศึกษา

800
01:11:21,250 --> 01:11:26,115
1 ชั่วโมงมีคนใช้งานกี่คน เข้าเว็บไซต์อะไรบ้าง

801
01:11:26,730 --> 01:11:30,550
ถามว่ามหาวิทยาลัยเก็บไหม เก็บนะคะ

802
01:11:30,820 --> 01:11:34,107
เพราะว่าอินเทอร์เน็ตมหาวิทยาลัยมันก็จะมีเหมือนมีประตูประตูหนึ่ง

803
01:11:34,131 --> 01:11:38,370
สำหรับตรวจดูว่ามีเว็บไซต์อะไรผ่านเข้าออกในมหาวิทยาลัยบ้าง

804
01:11:39,000 --> 01:11:41,891
อันนี้ก็เอามาทำ Big Data ได้เหมือนกันนะคะ

805
01:11:41,915 --> 01:11:45,770
ว่าสรุปแล้วในเวลาเรียนเข้าเว็บไซต์ไหนมากที่สุด

806
01:11:46,120 --> 01:11:47,588
อาจจะเป็นอันดับ 1 Google

807
01:11:48,088 --> 01:11:50,859
อันดับต่อมาจะเป็น Facebook รองลงมาเป็น TikTok

808
01:11:52,292 --> 01:11:56,270
YouTube Instagram อะไรพวกนี้นะคะ

809
01:11:56,650 --> 01:12:00,620
ก็สามารถดูข้อมูลพวกนี้ได้เพราะถือว่าเป็น Big Data เช่นเดียวกัน

810
01:12:03,680 --> 01:12:07,933
ประโยชน์ของการใช้งาน Big Data นะคะ

811
01:12:08,286 --> 01:12:12,150
Big Data นี่มันก็สามารถเอาไปประยุกต์ใช้ในหลายภาคส่วน

812
01:12:12,638 --> 01:12:16,250
แน่นอนภาครัฐ ภาคเอกชนใช้หมดนะคะ

813
01:12:17,078 --> 01:12:22,320
สามารถเข้าใจ User หรือเข้าใจผู้ช่วยงานกับลูกค้ามากขึ้น

814
01:12:23,710 --> 01:12:28,480
อย่างเช่นอะไร สังเกตไหมคะ ว่าเวลาเราดูคลิปใน YouTube

815
01:12:30,220 --> 01:12:32,621
หรือ Search อะไรใด ๆ ก็ตามใน Google

816
01:12:33,660 --> 01:12:36,830
หรือแค่นั่งดูคลิปสักอย่าง

817
01:12:38,540 --> 01:12:44,666
มันจะต้องมีโฆษณาแนะนำสินค้าที่เรากำลังสนใจพอดีเลยทำไมเขารู้

818
01:12:46,810 --> 01:12:47,958
เช่น คุณดู...

819
01:12:47,982 --> 01:12:54,650
คุณอาจจะค้นข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ดูแลรักษารถยนต์ใน Google

820
01:12:55,650 --> 01:12:59,962
หลังจากนั้นโฆษณาใน Facebook จะเป็นเกี่ยวกับน้ำยาล้างรถ

821
01:13:00,295 --> 01:13:03,115
น้ำยาเคลือบสีรถ ขัดเงาล้อ

822
01:13:05,040 --> 01:13:07,600
เขารู้ได้อย่างไรนะคะ

823
01:13:08,080 --> 01:13:12,996
เพราะว่าระบบพวกนี้นี่เขาก็จะติดตามพฤติกรรมของผู้บริโภคนะคะ

824
01:13:13,661 --> 01:13:14,833
ก็จะมาศึกษา...

825
01:14:29,940 --> 01:14:32,393
(อาจารย์สุรีย์พัชร) ต่อมาลูกต่อมานะคะ

826
01:14:32,732 --> 01:14:35,930
อาจารย์ขอกุ้งเต้นค่ะ กุ้งเต้นคะ

827
01:14:36,880 --> 01:14:38,288
Bangs ค่ะลูก Bangs

828
01:14:40,653 --> 01:14:44,730
B-a-n-g-s ค่ะ กุ้งเต้นตอบว่าอะไรคะ

829
01:14:48,200 --> 01:14:50,955
อาจารย์ขอกุ้งเต้นลูกกุ้งเต้นอยู่ไหน

830
01:14:52,437 --> 01:14:54,780
โอเคค่ะ หนูเปิดกล้องขึ้นมาลูก

831
01:15:00,552 --> 01:15:02,621
กุ้งเต้นอยู่เลขที่... เลขไหนคะ

832
01:15:02,801 --> 01:15:06,966
เครื่องไหน เครื่อง 1 หรือเครื่อง 2 เครื่อง 2 มา ๆ ๆ

833
01:15:14,330 --> 01:15:15,691
เจ้าบาสขยับไปทั่ว

834
01:15:18,520 --> 01:15:20,388
เชิญเลยค่ะ น้องกุ้งเต้นคะ

835
01:15:21,410 --> 01:15:25,079
B-a-n-g-s ค่ะ Bangs แปลว่าอะไรคะ

836
01:15:28,095 --> 01:15:29,629
เดี๋ยวอาจารย์กลับมาทวนให้ใหม่ค่ะ

837
01:15:43,090 --> 01:15:46,070
(ล่าม) เป็นคำเหมือน... สักครู่นะคะ

838
01:15:46,696 --> 01:15:48,331
(อาจารย์สุรีย์พัชร) ค่ะ ๆ

839
01:15:50,950 --> 01:15:52,300
กุ้งเต้นหนูตอบหน่อยลูก

840
01:15:57,415 --> 01:16:02,690
(ล่าม) เหมือนหน้าม้าค่ะ หน้าม้า

841
01:16:05,840 --> 01:16:09,826
(อาจารย์สุรีย์พัชร) หนูจะหมายถึงคนที่เหมือนกับรับรู้คำตอบไว้แล้ว

842
01:16:09,850 --> 01:16:13,998
แล้วก็ตอบขึ้นมาประมาณนี้ใช่ไหมคะ เป็นหน้าม้าในงานนั้น ๆ

843
01:16:19,500 --> 01:16:22,111
ไม่ผิดและก็ไม่ถูกความหมายอยู่ในคำนั้น

844
01:16:23,683 --> 01:16:29,289
บาสครับ บาสอยู่ไหนแล้วนี่เลขที่ 1 หรือเปล่าบาสครับ

845
01:16:32,329 --> 01:16:33,343
บาสครับ บาสครับ

846
01:16:35,600 --> 01:16:37,399
เลข... หมายเลข 1 ครับ

847
01:16:42,011 --> 01:16:43,440
โอเค บาสครับ

848
01:16:43,830 --> 01:16:49,840
Squeaks ตัวนี้แปลว่าอะไรลูก S-q-u-e-a-k-s

849
01:16:56,283 --> 01:16:57,023
ตัวนี้ค่ะ

850
01:17:18,000 --> 01:17:20,688
(ล่าม) เป็นตัวการ์ตูนเหมือนหนูครับ

851
01:17:22,393 --> 01:17:23,662
หนูในตลาดครับ

852
01:17:25,894 --> 01:17:27,782
หนูตัวสีน้ำตาลเล็ก ๆ ครับ

853
01:17:31,416 --> 01:17:32,399
(อาจารย์สุรีย์พัชร) Squeaks นะคะ

854
01:17:43,497 --> 01:17:48,055
สังเกตหัวข้อนะลูกนะ หัวข้อตัวนี้ไม่ใช่คำพูด

855
01:17:49,090 --> 01:17:53,090
ไม่ใช่เสียงที่เป็นคำพูด แสดงว่าเป็นปฏิกิริยา

856
01:17:54,250 --> 01:17:56,553
ถ้าบาสบอกว่าเป็นหนู

857
01:17:56,818 --> 01:18:03,740
นั่นแสดงว่าเขาเป็นตัวที่วิ่งอยู่ในระบบเหรอคะ ถ้าอย่างนั้น

858
01:18:04,970 --> 01:18:08,192
เป็นตัวที่วิ่งเหมือนกับตัว Animation ที่อยู่ในระบบ

859
01:18:09,440 --> 01:18:10,320
(ล่าม) ครับ ใช่ครับ

860
01:18:13,360 --> 01:18:14,953
(อาจารย์สุรีย์พัชร) ใช่ไหม ถ้าหนูบอกว่าเป็นหนูน่ะค่ะ

861
01:18:17,580 --> 01:18:18,990
(ล่าม) ครับ เป็นตัวที่เคลื่อนไหวครับ

862
01:18:19,340 --> 01:18:21,640
(อาจารย์สุรีย์พัชร) ตัวที่เคลื่อนไหวเหมือน Animation นะ

863
01:18:21,736 --> 01:18:25,115
(ล่าม) ครับ เป็นหนูที่วิ่ง ๆ เหมือนขึ้นต้นไม้ปีนต้นไม้

864
01:18:25,916 --> 01:18:27,175
(อาจารย์สุรีย์พัชร) โอเค (ล่าม) ตัวการ์ตูนครับ

865
01:18:27,385 --> 01:18:30,499
(อาจารย์สุรีย์พัชร) โอเค จะลงคะแนนค่ะ

866
01:18:30,523 --> 01:18:36,100
เมื่อสักครู่นี้บาส 1 แต้ม ใครอีกคนหนึ่งนะคะ ใครตอบลูก

867
01:18:40,970 --> 01:18:45,055
ตี๋น้อย ตี๋น้อยอีก 1 ค่ะ

868
01:18:48,564 --> 01:18:50,150
อีกคนหนึ่งค่ะ อีกคนหนึ่ง

869
01:18:54,640 --> 01:18:57,757
คนหนึ่งใช่กุ้งเต้นหรือเปล่าลูก ใช่ไหม กุ้งเต้นนะ

870
01:18:58,829 --> 01:19:01,440
กุ้งเต้นนะ โอเค

871
01:19:07,211 --> 01:19:08,738
ยังค่ะ ยังไม่ได้ให้คำตอบค่ะ

872
01:19:08,762 --> 01:19:11,730
พอดีว่าอยู่ในช่วงของ Non-Speech Sounds ค่ะ

873
01:19:12,830 --> 01:19:15,221
คราวนี้หนูมาดูตรงช่วงของ Alarms

874
01:19:15,518 --> 01:19:19,188
รู้จักคำว่า "Alarms" ใช่ไหมคะ เสียงเตือนระวัง

875
01:19:19,212 --> 01:19:23,510
เช่น ตึ๊ด ๆ เหมือนหนูพิมพ์เกินน่ะค่ะ ก็จะมีเสียงดังขึ้นมาตึ๊ด ๆ

876
01:19:26,596 --> 01:19:29,088
นาฬิกานะ ครบเวลาใช่ไหมคะ

877
01:19:29,466 --> 01:19:35,168
ครบเวลา 12 ชี้เลข 12 เข็มสั้นชี้เลข 3 ร้องกุ๊กกู 3 ครั้ง

878
01:19:36,750 --> 01:19:41,536
หนูเคยเห็นไหมคะ ในระบบที่หนูกรอกข้อมูลลงไปแล้วหนูกรอกเกิน

879
01:19:41,631 --> 01:19:45,530
แล้วมันจะมีเสียงตึ๊ด ๆ ติ๊ด ๆ สักอย่างหนึ่ง

880
01:19:48,123 --> 01:19:51,793
เหมือนในระบบที่หนูกรอกเพื่อกรอกเกรดน่ะค่ะ เพื่อดูเกรดของตัวเอง

881
01:19:51,817 --> 01:19:53,283
แล้วหนูใส่รหัสเกิน

882
01:19:53,658 --> 01:19:56,258
ต้องมีแน่ ๆ แหละ อันนี้นะคะ มีเสียงเตือน

883
01:19:57,240 --> 01:19:59,405
หรือในเรื่องของ Language นะคะ

884
01:19:59,719 --> 01:20:04,758
Language ที่มันเกิดขึ้นที่เขาเป็นในลักษณะของ Unlike Speech

885
01:20:05,265 --> 01:20:11,975
ก็คือเป็นข้อความที่ไม่ดีน่ะค่ะ เป็นข้อความที่ไม่ดีนะคะ

886
01:20:12,000 --> 01:20:15,770
เป็นข้อความบ้าง... บ้างข้อความเขาไม่ให้ขึ้นบนหน้าจอ

887
01:20:15,874 --> 01:20:21,257
เป็นคำส่อหรือคำส่อเสียดได้นะคะ มีเนื้อความพวกนั้นอยู่นะคะ

888
01:20:21,510 --> 01:20:23,750
เด็ก ๆ น่าจะยังไม่ถึงตรงนั้นนะ

889
01:20:25,264 --> 01:20:28,418
ในเรื่องของ Dual Modal Displays เป็น Information

890
01:20:28,443 --> 01:20:33,661
ในการนำเสนอข้อมูล 2 ความแตกต่าง 2 ช่องทาง

891
01:20:33,685 --> 01:20:36,445
ที่เขาทำการนำเสนอข้อมูล

892
01:20:36,790 --> 01:20:43,361
ให้ข้อมูลนั้นทำงานได้ในการ Display Dual

893
01:20:43,750 --> 01:20:47,355
หนูเคยเห็นไหมคะ ที่โมเด็มเขาทำการ Connect

894
01:20:47,822 --> 01:20:48,890
Connect เน็ตน่ะค่ะ

895
01:20:49,398 --> 01:20:52,600
เขาทำอะไรคะ เสียงติ๊ด ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ในการ Connect เน็ต

896
01:20:52,715 --> 01:20:55,538
เคยได้ยินนะ ตัวนี้ในการ Connect เน็ตนะคะ

897
01:20:55,950 --> 01:21:02,712
Sound good for เป็นอย่างไรเสียงที่ดี เป็น Information Transient

898
01:21:02,930 --> 01:21:07,040
เช่น ถ้าเป็นเสียงลมต้องเป็นเสียงอย่างไร

899
01:21:07,990 --> 01:21:13,800
เสียงแมวร้องต้องเป็นเสียงอย่างไร เสียงหมาเห่า

900
01:21:14,810 --> 01:21:19,292
คนมา หมาจะกัดกันโอเคไหมคะ

901
01:21:19,316 --> 01:21:21,593
เสียงจะมีความแตกต่างกันนะคะ

902
01:21:21,711 --> 01:21:25,649
ถ้าหนูจำแนกเสียงตัวนี้ได้ ได้อยู่แล้วล่ะค่ะนะ

903
01:21:25,969 --> 01:21:27,886
เสียงหมาจะกัดกันก็เสียงอย่างหนึ่งนะ

904
01:21:29,001 --> 01:21:36,086
เขาถึงได้บอกว่าเสียงที่ดีก็ต้องเป็นเสียงที่ทำการสื่อถึงที่ทุกคนรู้ได้ว่า

905
01:21:36,187 --> 01:21:40,682
เช่น ถ้าอาจารย์บอกว่าไก่ประเทศไทยร้องเอ้กอี๊เอ้กเอ๊ก

906
01:21:42,690 --> 01:21:46,570
ไก่ของต่างชาติสายยุโรปเขาเรียกว่า "Cock-A-Doodle-Doo"

907
01:21:47,583 --> 01:21:50,533
เสียงไก้ร้อง Cock-A-Doodle-Doo เห็นไหมคะ

908
01:21:50,870 --> 01:21:54,206
สำเนียงของเสียงของเรานั้นไม่เหมือนกันนะ

909
01:21:54,298 --> 01:21:56,250
อันนี้จะไม่ถือเป็น Universal

910
01:21:56,749 --> 01:21:58,591
ฉะนั้น ข้อสอบของอาจารย์ต้องมีแน่ ๆ

911
01:21:58,615 --> 01:22:03,313
ว่าคำใดหรือเสียงใดเป็น Universal

912
01:22:04,730 --> 01:22:10,530
หนูต้องดูให้ได้นะคะ ว่าเสียงไหนทุก ๆ ประเทศเขารับรู้รับทราบเป็นเสียงเดียวกัน

913
01:22:10,830 --> 01:22:16,777
เสียงผิดพลาดต้องเป็นเสียงอย่างไร เสียงถูกต้องเป็นเสียงอย่างไรนะคะ

914
01:22:20,850 --> 01:22:22,555
Auditory Icons

915
01:22:24,330 --> 01:22:31,360
เขาจะใช้เสียงตัวนี้เพื่อนำเสนอชนิดที่มีความแตกต่างนะคะ

916
01:22:31,570 --> 01:22:38,790
โดยทั่ว ๆ ไปแล้วเสียงของเรานี่จะมีการ Match เข้ากับความหมายนั้น ๆ

917
01:22:38,866 --> 01:22:44,496
ยกตัวอย่างเช่น Throwing Something Away

918
01:22:46,090 --> 01:22:47,834
เสียงที่หนูกำลังเดินน่ะ

919
01:22:48,260 --> 01:22:53,001
ถ้าอาจารย์บอกว่าหนูกำลังเดินอยู่บนหินเสียงจะเป็นอย่างไร

920
01:22:54,086 --> 01:22:57,655
ถ้าหนูกำลังเดินอยู่บนพื้นเสียงจะเป็นอย่างไร

921
01:22:57,865 --> 01:23:01,766
ถ้าหนูวิ่งลักษณะของเสียงวิ่งจะเป็นอย่างไร

922
01:23:02,010 --> 01:23:04,880
จะแตกต่างกันนะคะ พวกนี้เสียงแตกต่างกันแล้วนะคะ

923
01:23:07,014 --> 01:23:08,940
หนูมาดูในหน้าอีกสไลด์หนึ่งค่ะ

924
01:23:10,830 --> 01:23:17,780
สไลด์นี้จะบอกบอกว่าหนูจะทำการทำเสียง Sonic กับเครื่อง Macintosh

925
01:23:17,920 --> 01:23:21,788
แต่ด้วยความที่เราไม่ได้ใช้เครื่องของ Macintosh นะ

926
01:23:21,901 --> 01:23:23,650
เราใช้เครื่องของ Lenovo

927
01:23:23,650 --> 01:23:27,105
อาจารย์ขอข้ามตัวนี้นะคะ เพราะตัวนี้เป็น...

928
01:23:27,537 --> 01:23:29,081
เป็นเขาเรียกว่าเป็น Concept

929
01:23:29,105 --> 01:23:32,355
หรือเป็นของ Macintosh จริง ๆ นะ

930
01:23:33,007 --> 01:23:34,161
เพราะ For Macintosh

931
01:23:36,910 --> 01:23:41,284
ตัวนี้หนูเรียนผ่านมาเมื่อตอน ม. ต้น หรือ ม. ปลาย

932
01:23:41,482 --> 01:23:46,167
ตัวเขบ็ต เคยรู้จักไหมคะ

933
01:23:47,370 --> 01:23:53,820
ครึ่งเสียง 1 ขั้น 2 เสียงเขบ็ต 1 ชั้น เขบ็ต 2 ชั้น

934
01:23:54,900 --> 01:23:58,655
โน้ตดนตรีใช่ค่ะ เป็นของโน้ตดนตรี

935
01:23:58,847 --> 01:24:02,882
เราสามารถ Create ไฟล์ตัวนั้นออกมาได้เป็นโน้ตดนตรี

936
01:24:03,597 --> 01:24:07,602
เด็กที่เล่นกีตาร์ได้แล้วเขามีโปรแกรม Support

937
01:24:07,883 --> 01:24:11,856
หนูขีดกีตาร์ปั๊บ ๆ ๆ ๆ ๆ มันออกมาเป็นตัวโน้ตให้เห็นเลยค่ะ

938
01:24:11,880 --> 01:24:13,463
เป็นโน้ตดนตรีให้เห็นเลย

939
01:24:13,700 --> 01:24:17,321
มีนะคะ แอปนี้ก็มีแล้วเรียบร้อยแล้วนะคะ ตัวนี้มีให้

940
01:24:18,162 --> 01:24:20,365
เขาเรียกว่า "Earcons" นะคะ

941
01:24:22,444 --> 01:24:25,132
หนูมาดูตัว Touch ค่ะ ตัวสัมผัส

942
01:24:26,320 --> 01:24:32,014
Haptic Interaction หนูจะทำการสัมผัสเขาได้นี่หนูจะต้องทำไมคะ

943
01:24:32,470 --> 01:24:39,250
Force Feedback สามารถที่จะ Movement ได้สามารถเคลื่อนที่ได้

944
01:24:39,250 --> 01:24:43,400
และตำแหน่งนั้น ๆ น่ะค่ะ สามารถที่จะเคลื่อนเหมือนหมุดน่ะค่ะ

945
01:24:43,599 --> 01:24:46,917
หนูเข้าไปใน Google หนูสามารถที่จะทำการทำไมคะ

946
01:24:47,695 --> 01:24:52,022
ฉันอยู่ตรงนี้โดยการกดปุ่มคล้าย ๆ กับเหมือนเป้ายิงน่ะค่ะ

947
01:24:52,046 --> 01:24:54,030
ที่เป็นตัวกลม ๆ เหมือนเป้ายิงน่ะนะ

948
01:24:54,320 --> 01:25:00,030
พอหนูกดปุ๊บเขาก็จะย้ายตำแหน่งมา หาตำแหน่งที่หนูยืนอยู่ตรงนั้นนะคะ

949
01:25:01,160 --> 01:25:04,547
หรือเป็นลักษณะของ Feedback ที่ตอบกลับมาให้หนู

950
01:25:04,785 --> 01:25:10,500
หนูสังเกตไหมว่าเวลาที่หนูดูใน Real ใน Facebook หนูดูอะไร

951
01:25:11,432 --> 01:25:15,808
บางครั้งเขาจะขึ้นมาเลยว่าคุณสนใจหรือไม่สนใจ

952
01:25:15,832 --> 01:25:20,515
ถ้าคุณคลิกคำว่า "สนใจ" ปุ๊บฉันสนใจ มันจะขึ้นข้อมูลที่หนูดูตลอด

953
01:25:20,539 --> 01:25:25,240
เช่น อาจารย์ชอบดูในเรื่องของคนเวียดนามที่เขาใช้ชีวิตในภูเขา

954
01:25:25,440 --> 01:25:28,576
อาจารย์ก็จะเห็นแต่คนเวียดนามใช้ชีวิตในภูเขาเต็มไปหมดเลย

955
01:25:29,120 --> 01:25:31,400
คุณแม่อาจารย์แอนดูในเรื่องของการทำอาหาร

956
01:25:31,531 --> 01:25:35,521
เพราะฉะนั้น ในหน้าจอของเธอก็จะมีแต่การทำอาหารเต็มไปหมดเลย

957
01:25:36,200 --> 01:25:44,540
ทั้ง ๆ ที่เราไม่ได้กด Like แค่เราหยุดดูนี่ค่ะ เขาทำการ Signal ได้แล้วนะคะ

958
01:25:44,600 --> 01:25:51,909
Simulate การ Simulate คือ การปรับเทียบหรือการปรับเหมือนให้รู้ว่าเขาต้องการอะไร

959
01:25:52,034 --> 01:25:54,655
นี่คือ AI ค่ะ นะคะ

960
01:25:54,904 --> 01:25:57,199
ยกตัวอย่างในเรื่องของเทคโนฯ บ้างค่ะ

961
01:25:58,013 --> 01:26:02,430
Electronic Display For Feedback Phantom นะคะ

962
01:26:02,454 --> 01:26:05,394
หรือ Tech to โอเคไหมคะ

963
01:26:06,216 --> 01:26:08,570
Handwriting Recognition เป็นอย่างไร

964
01:26:08,810 --> 01:26:15,133
เทคโนโลยีสมัยใหม่ตอนนี้เรามีการเขียนลงไปในหน้าจอแล้วเห็นไหมคะ

965
01:26:16,219 --> 01:26:18,521
หน้าจอมือถือของหนูแต่ละคน

966
01:26:18,545 --> 01:26:22,479
เครื่องแท็บเล็ตของหนูสามารถใช้ปากกาได้

967
01:26:22,510 --> 01:26:25,802
เห็นไหมคะ เทคโนโลยีสมัยนี้สามารถใช้ปากกาได้

968
01:26:26,173 --> 01:26:30,558
นั่นแหละค่ะ นั่นคือตัวของ Handwriting Recognise

969
01:26:31,337 --> 01:26:34,204
หนูเขียน... หนูสังเกตไหมคะ มีแอปแอปหนึ่ง

970
01:26:34,228 --> 01:26:37,740
แต่ถ้าหนูมั่นใจในลายมือตัวเองหนูไม่ต้องใช้แอปนี้ก็ได้นะคะ

971
01:26:38,153 --> 01:26:42,588
หนูเขียนตอบอาจารย์ปั๊บแล้วมันปรับให้เป็นอักษรที่หนูเลือก

972
01:26:42,674 --> 01:26:44,493
เช่น หนูเลือก Angsana

973
01:26:45,160 --> 01:26:47,948
เขาก็จะปรับจากภาษาเขียนของหนูน่ะค่ะ

974
01:26:47,972 --> 01:26:51,408
ลายมืออันสวยสดงดงามของหนูกลายมาเป็นฟอนต์ Angsana

975
01:26:51,902 --> 01:26:54,573
มีนะคะ ตอนนี้มีแล้วนะคะ เปลี่ยนได้แล้ว

976
01:26:55,138 --> 01:26:58,530
เอื้อคนที่ลายมือสวยเกินไปค่ะ นะ

977
01:27:00,410 --> 01:27:03,621
ปัญหาที่เกิดขึ้นที่เกิดขึ้นในการใช้ Handwriting

978
01:27:03,645 --> 01:27:07,590
คือ ข้อความแตกต่างในลายมือของแต่ละคน

979
01:27:07,610 --> 01:27:08,873
เช่น ก ไก่

980
01:27:09,718 --> 01:27:13,521
เอาแค่ ก ไก่ เขียนใครเขียน ก ไก่ มีหัว

981
01:27:14,242 --> 01:27:17,326
บางคนเขียน ก ไก่ ไม่มีหัวใช่ไหมคะ

982
01:27:17,540 --> 01:27:22,070
ข ไข่ เหมือน บ ใบไม้ ไม่ได้กินข้าวใช่ไหมลูก

983
01:27:23,173 --> 01:27:26,492
ข ไข่ ไม่มีหัวกลายเป็น บ ใบไม้ ไม่กินข้าว

984
01:27:27,615 --> 01:27:29,550
โอเคนะ เข้าใจความหมายอาจารย์นะคะ ตรงนี้

985
01:27:29,583 --> 01:27:35,140
ก ไก่ ไม่มีหัวก็เป็น ก ไก่ ทำไมคะ เส้นโค้งเฉย ๆ นะคะ

986
01:27:36,080 --> 01:27:45,250
แต่ถ้า Current State หนูใช้อยู่ประจำเลยแต่มันไม่ได้เป็น Perfer บนคีย์บอร์ดของหนู

987
01:27:45,433 --> 01:27:49,040
บางทีในคีย์บอร์ดที่หนูมองอยู่นี่ค่ะ หนูต้องทำไมคะ

988
01:27:49,065 --> 01:27:50,885
ต้องใช้ถึง 2 ตัวใช่ไหม

989
01:27:51,110 --> 01:27:57,217
เช่น หนูจะทำการ Copy หนูใช้อะไรคะ Ctrl บวกด้วยตัว C

990
01:27:57,510 --> 01:28:02,841
หนูจะวางหนูกด Ctrl ด้วยตัว V โอเคไหมคะ

991
01:28:03,200 --> 01:28:06,588
แต่ถ้าหนูจะทำการ Copy แล้วตัดเลย

992
01:28:06,612 --> 01:28:11,220
หนูใช้ Ctrl+X นะ อันนี้ก็คือทาง...

993
01:28:11,570 --> 01:28:16,450
แต่เด็กตอบข้อสอบของอาจารย์แอนบางคนใช้คำ Copy

994
01:28:16,635 --> 01:28:19,393
แต่บางคนใช้ X Copy

995
01:28:20,040 --> 01:28:25,100
X Copy คือ Copy แม้แต่ชื่อเขาก็เอามานะคะ

996
01:28:25,238 --> 01:28:29,532
บางคน Cop คำว่า "Copy" คือ มีการเปลี่ยนบ้างเล็กน้อยนะ

997
01:28:29,946 --> 01:28:31,909
อาจารย์ก็มีคะแนนให้นะคะ เปลี่ยนเล็กน้อย

998
01:28:33,250 --> 01:28:35,903
Gesture ค่ะ เป็นการวางตำแหน่ง

999
01:28:35,975 --> 01:28:39,486
หรือการใส่ตำแหน่งลงไปเป็นภาษาค่ะ

1000
01:28:39,755 --> 01:28:45,388
เช่น หนูจะออกแบบหน้าจอให้เขารู้ได้ว่านี่คือเป้าหมาย

1001
01:28:46,193 --> 01:28:51,845
หนูจะทำอย่างไรคะ ใส่เป็นเหรียญ หรือว่าทำเป็นเส้นชัยเห็นไหมคะ

1002
01:28:51,869 --> 01:28:56,434
เป็นสัญลักษณ์ให้เขาได้นะ นี่เป้าหมายเราก็คงต้องเส้นชัยนะ

1003
01:28:56,841 --> 01:28:59,975
เทคโนโลยีเดี๋ยวนี้เขาก็เลยมี Data Glove

1004
01:29:00,046 --> 01:29:04,532
ก็คือเป็นลักษณะของคู่มือนะคะ เป็นคู่มือให้เห็น

1005
01:29:04,749 --> 01:29:10,467
มีตำแหน่งนะคะ เช่น ห้องของ Media Room นะคะ

1006
01:29:10,836 --> 01:29:14,636
ซึ่งโปรเจกต์ของพวกหนูต้องใช้ห้อง Media Room นะคะ

1007
01:29:15,020 --> 01:29:20,510
ประโยชน์ของเขาค่ะ คืออะไรบ้างล่ะ ก็เป็นการหาตำแหน่งได้นะคะ

1008
01:29:20,800 --> 01:29:22,548
เป็นการ Enhance Comma...

1009
01:29:23,084 --> 01:29:29,500
Communication Between Signing And Non-Signing Users

1010
01:29:29,630 --> 01:29:34,960
ใช้ทั้งตัว Signing และไม่ใช้ Signing นะคะ User

1011
01:29:35,240 --> 01:29:41,733
ปัญหาที่เกิดขึ้น คือ User Dependent เขามีตัวแปร

1012
01:29:41,758 --> 01:29:45,498
และประเด็นที่จะเอานำมาใช้งาน

1013
01:29:45,522 --> 01:29:48,142
นี่น่ะค่ะ คือ Gesture นะคะ

1014
01:29:48,693 --> 01:29:54,543
แต่ User ทุกคนก็มีความรู้สึกทุกคนเลยค่ะ ว่าฉันจะต้องใช้นะ ใช้อะไรล่ะ

1015
01:29:54,760 --> 01:29:59,120
ฉันจะใช้ Screen Readers SonicFinder นะคะ

1016
01:29:59,232 --> 01:30:04,760
หรือใช้ข้อความที่ทำการติดต่อสื่อสาร หรือการ Caption

1017
01:30:05,510 --> 01:30:07,823
เข้าใจคำว่า "Caption" อยู่นะคะลูก Caption

1018
01:30:08,510 --> 01:30:14,819
หรือหนูใช้ Input Output นะคะ คำพูด Input Output นะคะ

1019
01:30:14,843 --> 01:30:17,161
เช่น หนู React Keyboard

1020
01:30:18,727 --> 01:30:20,467
หนู Speech Impairment

1021
01:30:20,491 --> 01:30:24,808
คือ หนู Speech ใน Synthesis และข้อความต่าง ๆ

1022
01:30:25,626 --> 01:30:29,931
แต่ Dyslexia คือตัว Speech ข้อความ

1023
01:30:29,955 --> 01:30:32,861
ข้อความที่หนู Input เข้าไปกับ Output ออกมา

1024
01:30:33,233 --> 01:30:36,973
Autism คือ Communication กับ Education

1025
01:30:37,032 --> 01:30:41,517
คือ การติดต่อสื่อสาร และการเรียนรู้นั่นเองนะคะ

1026
01:30:42,069 --> 01:30:45,165
หน้านี้ไม่... ไม่มีความสำคัญอะไรอาจารย์ขอผ่านนะคะ

1027
01:30:45,490 --> 01:30:47,344
แต่หน้านี้สำคัญค่ะ

1028
01:30:48,662 --> 01:30:51,190
หน้านี้สำคัญนะคะ เกือบหน้าสไลด์สุดท้ายล่ะ

1029
01:30:51,320 --> 01:30:53,996
Plus ถัดมาค่ะ Age groups

1030
01:30:54,575 --> 01:30:59,390
เขาทำการเก็บกลุ่มนะคะ กลุ่มของคนนะคะ

1031
01:30:59,430 --> 01:31:06,590
คนนี่จัดกลุ่ม เช่น เขาจัดกลุ่ม Gen X Gen Y Gen Z จำได้ไหมคะ เคยคุ้นหูไหม

1032
01:31:06,850 --> 01:31:10,184
เขาจะพูดกันว่า Gen N อะไรนะ Gen X Gen Y Gen Z

1033
01:31:11,040 --> 01:31:14,578
โดยที่เขามีการแยกอย่างไร

1034
01:31:14,797 --> 01:31:16,400
อันนี้อาจารย์ไม่พูดถึงนะคะลูก

1035
01:31:16,500 --> 01:31:19,884
ไม่พูดถึงเพราะมีการแยกของแต่ละ... เขาตั้งมาแล้วนะ

1036
01:31:19,977 --> 01:31:25,831
ว่า Gen X คือช่วงคนเกิดปีเท่าไรถึงปีเท่าไร Gen Y คนเกิดปีเท่าไรเกิดปีเท่าไรนะคะ

1037
01:31:26,460 --> 01:31:31,260
และคนที่ว่าเป็นเด็กที่หนูบอกว่าเกมนี้เหมาะสำหรับเด็ก

1038
01:31:31,350 --> 01:31:35,970
อาจารย์ถึงย้อนหนูว่าคำว่า "เด็ก" เด็กกี่ขวบ

1039
01:31:37,100 --> 01:31:43,860
แรกเกิดเขาขึ้นมาตั้งแต่ 0 ถึงกี่ขวบ แล้วเด็กนี่เขาคิดอายุเท่าไร

1040
01:31:44,070 --> 01:31:48,770
แล้วเกมของหนูเหมาะกับเด็ก เด็กขนาดอายุเท่าไรถึงเท่าไร

1041
01:31:49,190 --> 01:31:51,545
ถ้าหนูบอกคำว่า "เด็ก" เฉย ๆ มันกว้าง

1042
01:31:51,569 --> 01:31:56,080
หรือหนูบอกว่าผู้คนทั่วไปแสดงว่าเด็กอนุบาลก็ต้องใช้ได้

1043
01:31:57,043 --> 01:31:59,328
แต่ถ้าหนูบอกว่าผู้คนที่สนใจ

1044
01:32:00,472 --> 01:32:05,193
แต่การสนใจมั่นใจว่าถ้าอะไรก็ตามที่มันมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น

1045
01:32:05,450 --> 01:32:11,076
คนชราคงไม่สนใจ เด็กเล็ก ๆ ก็คงไม่สนใจดูถ้าไม่มีตัวละคร

1046
01:32:11,490 --> 01:32:15,440
หรือไม่มีเสียงหวาน ๆ เล็ก ๆ เด็กน้อยก็จะไม่ชอบ

1047
01:32:15,748 --> 01:32:19,491
อะไรก็ตามที่มีการเต้นดุ๊กดิ๊ก ๆ ๆ แล้วก็มีเสียงร้องเพลง

1048
01:32:20,148 --> 01:32:23,074
เด็กขวบเดียวชอบแน่นอน 100 เปอร์เซ็นต์ค่ะ

1049
01:32:23,164 --> 01:32:27,737
เพราะเขาทำไมคะ เขาได้ยินเสียงเขาเห็นสีสัน

1050
01:32:28,240 --> 01:32:33,970
แต่ถ้าพวกหนูให้มานั่งดู... เป็ดกระดุ๊กกระดิ๊กก้นค่ะ แล้วก็ร้องเพลง

1051
01:32:34,050 --> 01:32:36,555
เป็ดอาบน้ำในคลองตาก็จ้องแลมอง

1052
01:32:36,579 --> 01:32:40,250
เพราะในคลองมีหอยปูปลา หนูก็คงไม่ชอบถูกไหมคะ

1053
01:32:40,373 --> 01:32:43,356
มันเกิน... เกินวัยแล้ว เขาเรียกว่า "Age group"

1054
01:32:44,487 --> 01:32:45,821
Cultural Differences

1055
01:32:46,367 --> 01:32:49,210
ตัวนี้จะเป็นในลักษณะของอาจารย์ขอยกตัวอย่างเลยนะคะ

1056
01:32:49,520 --> 01:32:54,629
เป็นในลักษณะของ Interpretation หรือ Acceptation ของ Language

1057
01:32:54,980 --> 01:32:59,748
ภาษาที่เกิดการ Interpretation ในการแปลภาษา

1058
01:33:00,106 --> 01:33:03,586
หรือ Symbols ต่าง ๆ นะคะ

1059
01:33:03,891 --> 01:33:07,891
ก็คือในเรื่องสัญลักษณ์นะ หรือ Colour นั่นเอง

1060
01:33:09,751 --> 01:33:13,959
สีต่าง ๆ มีผลต่อการใช้งานของแต่ละบุคคลนะคะ

1061
01:33:14,412 --> 01:33:16,502
ยกตัวอย่างเช่น อาจารย์เป็นไมเกรน

1062
01:33:16,574 --> 01:33:19,753
ตอนช่วงอาจารย์เป็นไมเกรน ในห้องของอาจารย์ไม่มีแสงเลย

1063
01:33:20,573 --> 01:33:24,306
แสงมีผลต่อคนเป็นไมเกรนสูงมากนะคะ

1064
01:33:24,385 --> 01:33:27,788
นี่ค่ะ สีมีผลนะคะ

1065
01:33:28,051 --> 01:33:32,590
สีไม่มีผลก็ต่อเมื่อคนคนนั้นเขามองไม่เห็นสี

1066
01:33:32,615 --> 01:33:35,475
แต่เขาได้ยินเสียงโอเคไหมคะ

1067
01:33:35,901 --> 01:33:43,090
การได้ยินเสียงแสดงว่าเสียงนั้นจะต้องเป็นเสียงที่เขาเข้าใจ โอเคนะคะ

1068
01:33:43,176 --> 01:33:45,717
หรือการมองเห็น พวกหนูมองเห็น

1069
01:33:45,990 --> 01:33:48,557
หนูจะมองเห็นเลยว่าหน้าจอที่หนูมองเห็นนั่นนะ

1070
01:33:48,589 --> 01:33:49,967
เขาเรียกว่า "จอคอมพิวเตอร์"

1071
01:33:50,399 --> 01:33:56,204
ที่มันว่าอยู่กับพื้นตรงนั้นนะ มีสีแดง ๆ เขาเรียกว่า "เมาส์" นะ เห็นไหมคะ

1072
01:33:56,620 --> 01:34:02,036
แล้วตัวที่เป็นที่หนูนั่งนะ เขาเรียกว่า "เก้าอี้" หรือ "Chair"

1073
01:34:02,060 --> 01:34:04,988
ทุกคนรู้จักหมดเห็นไหมคะ ทุกคนรู้หมด

1074
01:34:05,558 --> 01:34:08,553
อันนี้เขาเรียกว่า "Symbols" โอเคนะคะ

1075
01:34:09,569 --> 01:34:13,214
ตัวหน้าจอสี่เหลี่ยม ๆ ที่ทุกคนเขามองว่าทำไมคะ

1076
01:34:13,447 --> 01:34:18,050
อยู่กับจอสี่เหลี่ยม ๆ ก็โทรศัพท์โอเคนะคะ ตรงนี้

1077
01:34:21,390 --> 01:34:27,161
คราวนี้นะคะ ตัวสไลด์นี้จะเป็นสไลด์สุดท้าย

1078
01:34:27,225 --> 01:34:31,287
เพราะตัวสุดท้ายนี้จะเป็นเรื่องของ Cultural Differences

1079
01:34:31,312 --> 01:34:33,907
ที่อาจารย์บอกว่าข้อมูลมีความแตกต่าง

1080
01:34:34,350 --> 01:34:37,375
สรุปวันนี้หนูเรียน Universal Design

1081
01:34:37,540 --> 01:34:40,673
หนูออกแบบให้ทุกคนมีการใช้งานได้

1082
01:34:40,990 --> 01:34:43,688
การออกแบบให้ทุกคนใช้งานได้

1083
01:34:43,712 --> 01:34:46,340
หนูจะต้องมี Choice โอเคไหมคะ

1084
01:34:46,520 --> 01:34:48,540
หนูควรมี Choice ให้เขาเลือก

1085
01:34:48,781 --> 01:34:50,741
เมื่อ Choice ถูกการเลือกปุ๊บ

1086
01:34:50,765 --> 01:34:53,186
มันจะต้องทำการ Recognise ข้อมูลนั้น

1087
01:34:53,448 --> 01:35:00,021
ให้ทำการ Simulate ข้อมูลที่มันเหมาะกับ Choice นั้นขึ้นมาหาที่เขาเลือก

1088
01:35:00,680 --> 01:35:01,800
โอเคนะคะ ตรงนี้

1089
01:35:03,380 --> 01:35:06,038
หนูกลับไปดูใน Classroom ค่ะ

1090
01:35:06,062 --> 01:35:08,648
อาจารย์ให้การบ้านเอาไว้หนูกลับไปดูสิ

1091
01:35:09,140 --> 01:35:12,380
มีปัญหาอะไรไหมคะ การบ้านหนูดูการบ้านตัวเองสิคะ

1092
01:35:13,193 --> 01:35:17,590
เข้าไปใน Classroom สิลูก กลับเข้าไปใน Classroom ของตัวเองค่ะ

1093
01:35:30,966 --> 01:35:32,506
เห็นงานไหมคะวันนี้

1094
01:35:43,449 --> 01:35:47,883
อาจารย์ให้หนูนะคะ ทำการออกแบบ Icon

1095
01:35:47,907 --> 01:35:51,222
หนูเข้าใจคำว่า "Icon" ใช่ไหมคะ Icon

1096
01:35:51,822 --> 01:35:53,433
รู้จักคำว่า "Icon" ไหมเอ่ย

1097
01:35:54,179 --> 01:35:56,709
ถ้าหนูรู้จักหนูพยักหน้าให้อาจารย์หน่อยค่ะลูก Icon

1098
01:35:59,840 --> 01:36:04,476
Icon Icon พยักหน้าให้หน่อยลูก โอเค กุ้งเต้นพยักหน้าแล้วนะคะ

1099
01:36:04,695 --> 01:36:07,406
เมนูลูกเมนูรู้จักคำว่า "เมนู" ไหมคะ

1100
01:36:09,433 --> 01:36:13,765
เป็นรายการที่ทำไมคะ List เอาไว้ด้านบนนะ ใช่ไหมคะ บาสนะ

1101
01:36:14,336 --> 01:36:16,587
หรือตี๋น้อยคะ ใครตอบ หรือตี๋สั้นคะ

1102
01:36:18,277 --> 01:36:19,688
รายการโอ...

1103
01:36:21,435 --> 01:36:22,310
ตี๋สั้น

1104
01:36:25,890 --> 01:36:26,784
หัวหนูร้อนเลย

1105
01:36:28,910 --> 01:36:31,355
ของ Application ที่กำหนด

1106
01:36:32,179 --> 01:36:33,655
อาจารย์กำหนดเลยค่ะ ว่า...

1107
01:36:34,522 --> 01:36:39,738
แต่ตอนนี้นะคะ ตอนนี้ Adobe Photoshop อาจารย์ไม่บังคับ

1108
01:36:40,479 --> 01:36:43,640
หรือหนูจะใช้ Microsoft Word อาจารย์ก็ไม่บังคับ

1109
01:36:43,847 --> 01:36:49,997
แต่หนูจะต้องใช้นะคะ ทำการเปรียบเทียบถึงข้อแตกต่างจากเดิม

1110
01:36:51,010 --> 01:36:56,595
ฟังคำถามดี ๆ นะคะ ให้นักศึกษาทำการออกแบบ Icon

1111
01:36:57,070 --> 01:37:02,500
เมนูของ Application ออกแบบแค่ Icon นะคะ ไม่ได้ออกแบบเมนู

1112
01:37:02,830 --> 01:37:10,021
ออกแบบ Icon เมนูของ Application ที่กำหนดให้ต่อไปนี้

1113
01:37:10,240 --> 01:37:16,693
เช่น Icon ของ Adobe Photoshop Microsoft Word เป็นต้น

1114
01:37:17,168 --> 01:37:21,191
และเปรียบเทียบข้อแตกต่างจากเดิม

1115
01:37:25,078 --> 01:37:31,839
ดูจาก Icon ที่เป็นโปรแกรมเก่า ๆ โอเคไหมคะ

1116
01:37:31,940 --> 01:37:35,470
โปรแกรมเก่า ๆ 1 Icon อาจารย์ขอแค่ Icon เดียว

1117
01:37:37,167 --> 01:37:43,686
วาดรูปออกมานะคะ ไม่ได้เขียนเป็นขั้นตอนออกแบบ Icon ย้ำ Icon

1118
01:37:44,350 --> 01:37:47,518
นี่ค่ะ อาจารย์ถามว่าเมาส์นี่เป็น Icon ไหม

1119
01:37:50,156 --> 01:37:52,584
เป็นตัว I ตอนนี้ค่ะ เป็น Icon อะไรเอ่ย

1120
01:37:55,380 --> 01:38:01,215
เป็นการพิมพ์ได้ถูกไหมคะ แต่มันเป็น PDF มันพิมพ์ไม่ได้

1121
01:38:03,130 --> 01:38:10,323
ถ้าหนูมีโปรแกรมอะไรอยู่ในเครื่องหนูลองเปิดขึ้นมา 2 อย่างในการใช้งานเหมือนกัน

1122
01:38:10,444 --> 01:38:12,921
เช่น เขาใช้ในการคลิก

1123
01:38:13,650 --> 01:38:18,495
Adobe Photoshop เป็นเมาส์แบบตัวลูกศรทึบ

1124
01:38:18,880 --> 01:38:24,490
ยกตัวอย่างนะคะ Microsoft Word เป็นเมาส์แบบลูกศรโปร่งแสง

1125
01:38:25,592 --> 01:38:28,890
นี่ค่ะ เขาแตกต่างกันอย่างไรอาจารย์ตอบได้แล้วค่ะ

1126
01:38:29,024 --> 01:38:34,252
ว่าของ Photoshop เป็นอักษรขอโทษค่ะ เป็น Icon ลูกศรทึบ

1127
01:38:34,560 --> 01:38:38,807
แต่ Microsoft Word เป็นลูกศรโปร่งแสงดัง

1128
01:38:39,759 --> 01:38:41,384
ภาพเสร็จแล้วค่ะ คำตอบเรียบร้อย

1129
01:38:44,880 --> 01:38:49,210
เปิดโปรแกรมขึ้นมาเลยก็ได้ค่ะลูก มีโปรแกรมอะไรเปิดขึ้นมาเลยนะคะ

1130
01:38:49,680 --> 01:38:55,027
นี่ค่ะ เห็นไหมคะ ถ้าหนูเอาเมาส์เห็นไหมคะ ตัวชี้อยู่ที่หน้าจอ

1131
01:38:55,927 --> 01:38:59,388
Icon รูปมือ คือ ตัวคลิกได้โอเคไหมคะ

1132
01:39:00,278 --> 01:39:05,815
เห็นไหมคะ รูปมือเป็นตัวคลิกได้ โอเคนะ เป็นตัวคลิกได้

1133
01:39:06,098 --> 01:39:11,020
แต่ทำไมคะ พออาจารย์ไปชี้ที่ตัวของ Favorite

1134
01:39:11,323 --> 01:39:15,333
หนูมองที่หน้าจอของอาจารย์นะคะลูก มองที่หน้าจอนะ มองที่หน้าจอ

1135
01:39:15,531 --> 01:39:20,549
อาจารย์ชี้แบบนี้คลิกได้ใช่ไหมคะ อาจารย์สามารถคลิกได้เห็นไหมคะ

1136
01:39:20,890 --> 01:39:24,483
แต่พออาจารย์มาชี้ที่นี่ก็คลิกได้เหมือนกัน

1137
01:39:25,120 --> 01:39:31,384
เห็นไหมคะ ว่า Icon Click มีความแตกต่างกันทั้งที่อยู่บนหน้า Webpage

1138
01:39:33,580 --> 01:39:37,935
หนูต้องวาดรูปแล้วต้องบอกอาจารย์ให้ได้นะคะ ว่าหนูชี้อะไรอยู่

1139
01:39:39,531 --> 01:39:42,181
นี่ค่ะ ยกตัวอย่าง นี่อาจารย์ชี้ให้หนูดูก็ได้ค่ะ

1140
01:39:42,931 --> 01:39:48,934
คลิกเห็นไหมคะ เข้ามาล่ะเห็นไหมคะ คลิกเข้ามาล่ะ

1141
01:39:49,899 --> 01:39:57,021
หนูสังเกตนะคะ ถ้าเมาส์เป็นตัวลูกศร... เขาเรียก "ตัวมือ"

1142
01:39:57,217 --> 01:39:58,978
เป็นตัวมือต้องคลิกได้

1143
01:40:00,234 --> 01:40:02,555
ในหน้า Page อาจารย์คลิกนะ

1144
01:40:03,259 --> 01:40:07,040
โอเคไหม สังเกตไหมคะ คลิกไม่ได้ หนูเห็นไหมลูก

1145
01:40:07,299 --> 01:40:09,621
หนูลองเอาเมาส์ไปวางในตรงนี้ค่ะ

1146
01:40:10,010 --> 01:40:12,779
แล้วหนูลองคลิกดูสิมันไม่ไปไหนเลย

1147
01:40:14,250 --> 01:40:19,980
ลองดูสิคะ ทั้ง ๆ ที่เมาส์เป็นรูปมือเห็นไหมคะ คลิกไม่ได้ โอเคไหมนะ

1148
01:40:22,240 --> 01:40:26,360
อย่างนี้ทำไมคะ เกิดการเปลี่ยนแปลงแล้วเห็นไหมคะ

1149
01:40:26,470 --> 01:40:31,020
เมาส์เป็นตัวมือแต่ชี้ใน Information บนหน้า Page

1150
01:40:31,477 --> 01:40:38,219
แล้วอะไรเปลี่ยนคะ Color บน Text เปลี่ยนเป็นสีเขียวโอเคไหมคะ

1151
01:40:39,450 --> 01:40:43,702
แต่ตัวใด... คลิกประชาสัมพันธ์ค่ะ แล้วก็คลิกย้อน

1152
01:40:44,975 --> 01:40:53,770
เมื่อคลิกย้อนมาปั๊บสีของ Information นั้นหายไปเห็นไหม

1153
01:40:54,443 --> 01:41:00,798
เวลาเราจะคลิกเห็นไหมคะ เราจะคลิกค่ะ เมาส์ชี้เมาส์กลายเป็นรูปมือ

1154
01:41:02,040 --> 01:41:09,871
แล้วตัวหนังสือเปลี่ยนสีเป็นสีเขียวในหน้า Webpage ย้ำนะคะ ในหน้า Webpage

1155
01:41:10,082 --> 01:41:19,559
เมื่อคลิกแล้วกลับเข้ามา มาในหน้าถัดไป แต่พอหนูคลิกย้อนไม่มี

1156
01:41:19,772 --> 01:41:23,626
แต่หนูจะคลิกอะไรสังเกตนะคะ ว่าเห็นไหมคะ

1157
01:41:23,920 --> 01:41:29,747
อันนี้เปลี่ยนสีไหมคะ เปลี่ยนไหมลูกเปลี่ยนไหม ไม่เปลี่ยนสีเห็นไหมลูก

1158
01:41:31,219 --> 01:41:33,887
เมนูด้านบนเห็นไหมคะ ไม่เปลี่ยนสี

1159
01:41:33,912 --> 01:41:35,640
อันนี้หนูก็ให้คำตอบอาจารย์ได้แล้วค่ะ

1160
01:41:35,782 --> 01:41:38,199
วาดรูปมือออกมานะคะ

1161
01:41:38,321 --> 01:41:43,386
แล้วหนูก็ทำไมคะ เขียนเมนูให้อาจารย์หน่อยสักเมนูหนึ่งน่ะค่ะลูก

1162
01:41:43,410 --> 01:41:44,768
เมนู 2 เมนูให้อาจารย์หน่อย

1163
01:41:44,792 --> 01:41:49,948
ให้เห็นว่าเวลาชี้แล้วมันไม่เปลี่ยนเห็นไหมคะ ชี้แล้วไม่เปลี่ยน

1164
01:41:50,280 --> 01:41:56,221
แต่ในตัวกดลิงก์นั้นชี้แล้วถูกการเปลี่ยนสี

1165
01:41:56,502 --> 01:41:58,707
โอเค เข้าใจความหมายนะคะ

1166
01:41:59,166 --> 01:42:00,788
นี่คือคำตอบได้แล้วค่ะ

1167
01:42:00,957 --> 01:42:07,377
ถามมันแตกต่างตรงไหน ตรงนี้คือ Information ตรงนั้นคือ เมนู

1168
01:42:07,860 --> 01:42:12,945
การคลิกเมนูจะเป็นในเรื่องของเมาส์ที่เป็นลูกศร

1169
01:42:13,280 --> 01:42:16,888
คลิก Information เมาส์จะกลายเป็นรูปมือ

1170
01:42:17,717 --> 01:42:20,166
ลองใช้เมาส์ชี้ดูนะคะ แล้วหนูจะเห็นนะ

1171
01:42:24,180 --> 01:42:26,421
ใครสงสัยการบ้าน

1172
01:42:28,836 --> 01:42:31,080
ใครสงสัยการบ้านหนูยกมือให้อาจารย์หน่อยค่ะลูก

1173
01:42:31,560 --> 01:42:33,701
ใครสงสัยยกมือถามได้เลยนะคะ

1174
01:42:42,710 --> 01:42:45,288
ใครสงสัยยกมือขึ้นมาค่ะลูก ถามได้เลย

1175
01:42:46,383 --> 01:42:49,453
ย้ำนะคะ วาดรูปนะลูกนะ ไม่ได้เขียน

1176
01:42:49,477 --> 01:42:56,083
เขียน คือ การบอกว่าแตกต่างอย่างไรรูปนี้หนูใช้บนอะไร

1177
01:42:56,653 --> 01:42:58,006
บน Webpage

1178
01:42:58,525 --> 01:43:05,193
Webpage ก็จริงแต่ทำไมคะ เป็นตัวเมนูตรงนี้เป็น Information

1179
01:43:06,230 --> 01:43:10,487
ด้านบนน่ะค่ะ แถบด้านบนเขาเรียกว่า "แถบเมนู" โอเคนะคะ

1180
01:43:11,544 --> 01:43:21,108
ชี้เมนูเมาส์เป็นลูกศร ชี้ Information เมาส์เป็นรูปมือ และสีเปลี่ยน

1181
01:43:22,330 --> 01:43:23,583
จบแล้วค่ะ คำตอบนี้

1182
01:43:25,670 --> 01:43:27,288
แต่อย่าตอบเหมือนของอาจารย์นะคะ

1183
01:43:27,420 --> 01:43:31,461
หนูไปเข้าเว็บอื่นดูนะลูกนะ ไปเข้าเว็บอื่นดูนะ

1184
01:43:32,090 --> 01:43:37,209
หนูลองเข้า... เว็บอะไรก็ได้ค่ะ ใน Google ก็ได้ใน Hotmail ก็ได้นะ

1185
01:43:37,234 --> 01:43:40,065
ใน Scholar ก็ได้ หรือใน Facebook ก็ได้

1186
01:43:40,970 --> 01:43:44,597
แล้วลองใช้ Icon ที่หนูชี้น่ะค่ะ มันแตกต่างกันไหม

1187
01:43:45,040 --> 01:43:50,940
Icon หนึ่งหนูเปิด Facebook อีกอันหนูเปิดใน Webpage ก็ต่างกันแล้วนะคะ ตรงนี้

1188
01:43:52,240 --> 01:43:59,309
มีใครสงสัยตรงนี้ไหมคะ ย้ำนะ วาดรูปอย่าเขียนขั้นตอนย้ำวาดรูป

1189
01:44:01,360 --> 01:44:03,556
เดี๋ยวหนูเขียนขั้นตอนมาส่งอาจารย์อีกไงคะ

1190
01:44:10,857 --> 01:44:13,736
ไหนมีใครสงสัยไหมคะ มา ๆ

1191
01:44:18,282 --> 01:44:20,050
นี่คำตอบพวกหนูค่ะ นี่

1192
01:44:24,158 --> 01:44:28,414
ค่ะ สวัสดีค่ะ ยินดีค่ะ ยินดี

1193
01:44:29,313 --> 01:44:31,607
ไม่ได้เดี๋ยว เดี๋ยวทำการบ้านมาผิดอีก

1194
01:44:33,750 --> 01:44:37,421
นี่ค่ะ คือความหมายของอาจารย์แอนอาจารย์เก็บไว้หมดนะคะ เห็นไหม

1195
01:44:37,925 --> 01:44:39,161
หนูสังเกตดูนะลูกนี่

1196
01:44:40,857 --> 01:44:43,550
อาจารย์นำเอาคะแนนทั้งหมดมาใส่ไว้ตรงนี้

1197
01:44:44,345 --> 01:44:48,600
อาจารย์เอารหัสของหนูมาวางตรงนี้ทั้งที่รหัสของหนูอยู่ตรงนี้นะคะ

1198
01:44:48,700 --> 01:44:51,346
โดยการทำการไม่ได้ Copy นะคะ

1199
01:44:51,370 --> 01:44:54,430
ทำการย้ายข้อมูลโดยการ Simulate

1200
01:44:55,308 --> 01:45:00,177
แล้วตรงนี้ คือ คะแนนที่หนูได้ในแต่ละช่องแต่ละบุคคล

1201
01:45:00,400 --> 01:45:04,669
สังเกตนะคะ ว่าคนแรกได้ 2 เพราะอะไรหนูดูนะลูก

1202
01:45:13,452 --> 01:45:19,143
นี่อาจารย์ถามบอกว่าจงบอกความแตกต่างของ UI กับ HCI

1203
01:45:19,221 --> 01:45:23,367
อาจารย์ถามความแตกต่างแต่หนูบอกความหมายของ UI

1204
01:45:23,441 --> 01:45:25,988
คือนู่นนี่นั่น เช่น นั่น ๆ ๆ

1205
01:45:26,025 --> 01:45:31,391
UI ต้องทำนั่นนี่นู่นนั่น แต่หนูไม่ได้บอกความแตกต่างเลย

1206
01:45:32,604 --> 01:45:38,000
อาจารย์ถามแค่ความแตกต่างเฉย ๆ แต่หนู Copy ความหมายของ UI มาตอบ

1207
01:45:39,147 --> 01:45:42,168
อาจารย์ก็เลยได้ UI อันหนึ่งนะ ก็ให้ 2 แต้ม

1208
01:45:44,896 --> 01:45:48,288
แล้วทำไมเพื่อนถึงได้ 5 ดูนะคะ คนที่ได้ 5

1209
01:45:48,319 --> 01:45:50,288
เดี๋ยวคนที่ 3

1210
01:45:53,167 --> 01:45:56,741
1 2 3 นี่ค่ะ

1211
01:45:57,990 --> 01:46:07,026
UI เขาบอกว่า UI ที่มีความเป็นมิตรนั้นจะต้องเกิดจากการทำสิ่งต่าง ๆ ของระบบคอมพิวเตอร์

1212
01:46:07,416 --> 01:46:09,887
น่าใช้และเป็นที่พึงพอใจ

1213
01:46:10,000 --> 01:46:15,061
ส่วน HCI จะเกี่ยวข้องกับการทำอย่างไรให้คอมพิวเตอร์ช่วยงาน

1214
01:46:15,086 --> 01:46:17,955
และชีวิตของคนให้สะดวกมากขึ้น

1215
01:46:18,640 --> 01:46:22,807
นี่ไงคะ ทำไมเขาได้ 5 แล้วทำไมคนนั้นได้ 2

1216
01:46:23,138 --> 01:46:28,108
เข้าใจความหมายหรือยังคะลูก นะอาจารย์มีเหตุผลนะ ทำไม

1217
01:46:30,723 --> 01:46:36,668
นี่ค่ะ แล้วก็เด็กนี้ทำไมถึงได้ 3 เขาได้ 5 กันหมดเลยนี่นะคะ อันนี้

1218
01:46:42,180 --> 01:46:43,331
เปิดให้เห็นเลยค่ะ

1219
01:46:44,989 --> 01:46:48,531
ผู้ใช้เปิดโปรแกรมไฟล์ PDF เป็นไฟล์ Word ขึ้นมา

1220
01:46:48,555 --> 01:46:51,440
เพื่อแก้ไขขั้นตอนซึ่งมีผลลัพธ์ดังต่อไปนี้

1221
01:46:54,745 --> 01:46:56,628
มันไม่ตรงคำถามลูก

1222
01:46:58,710 --> 01:47:02,915
โอเค ทำไมเพื่อนเขาได้กันล่ะ ไปดูคนสุดท้ายเลยค่ะ

1223
01:47:07,680 --> 01:47:11,205
นี่ค่ะ อาจารย์ถามปฏิสัมพันธ์

1224
01:47:12,984 --> 01:47:17,160
แต่หนูตอบอะไรไม่รู้นะ หนูตอบอะไรไม่รู้นะคะ

1225
01:47:17,616 --> 01:47:20,255
อันนี้เป็น... ให้หนูดูถึงว่าทำไม...

1226
01:47:20,452 --> 01:47:23,556
ทำไมหนูถึงได้คะแนนเท่านั้น ๆ ๆ นะลูกนะ

1227
01:47:25,252 --> 01:47:30,740
ใครสงสัยหนูสามารถมาหาอาจารย์ได้นะคะ มาได้นะลูกนะ

1228
01:47:30,740 --> 01:47:34,480
เราติดต่อสื่อสารโดยการพิมพ์แชตกันได้ลูกพิมพ์แชตกันได้นะ

1229
01:47:34,790 --> 01:47:39,430
อย่างนั้นวันนี้ถ้าหนูไม่สงสัยอะไรอาจารย์เอาไว้แค่นี้ไหมคะ

1230
01:47:39,903 --> 01:47:43,292
แล้วสัปดาห์หน้าเราจะเรียนทฤษฎีกันอีกครั้งเดียว

1231
01:47:43,316 --> 01:47:48,261
แล้วเราจะเริ่มทำโปรเจกต์กันแล้วนะคะ สัปดาห์ถัดไปนะ โอเค

1232
01:47:48,930 --> 01:47:51,951
แต่อาจารย์จะพาหนูเล่นในเรื่องของ Neural Network ก่อน

1233
01:47:52,765 --> 01:47:56,388
โอเคนะ โอเคกุ้งเต้นโอเค ๆ เยี่ยม

1234
01:47:56,482 --> 01:47:57,617
องุ่นโอเค

1235
01:47:58,909 --> 01:48:03,638
องุ่นโอเค ที่พูดกันเมื่อกี้โอเค โอเค

1236
01:48:03,940 --> 01:48:04,843
ตี๋น้อย

1237
01:48:06,082 --> 01:48:06,970
บาส

1238
01:48:08,382 --> 01:48:11,646
ไม่โอเคด้วย บาสไม่โอเค บาสไม่เข้าใจ

1239
01:48:13,025 --> 01:48:17,280
โอเค บังคับขู่เข็ญให้โอเค

1240
01:48:17,807 --> 01:48:20,927
อย่างนั้นวันนี้อาจารย์แอนเอาไว้แค่นี้นะคะ มีอะไรถามได้

1241
01:48:21,063 --> 01:48:24,108
ขอบคุณพี่ล่ามมากนะคะ ขอบคุณค่ะ

1242
01:48:28,310 --> 01:48:30,094
ขอบคุณเด็ก ๆ ทุกคนลูก

