﻿WEBVTT

00:00:07.156 --> 00:00:08.624
(อาจารย์สุรีย์พัชร) สวัสดีค่ะ

00:00:10.969 --> 00:00:12.876
สวัสดีค่ะ นักศึกษาทุกคนนะคะ

00:00:14.026 --> 00:00:19.166
จากครั้งที่แล้วสอบนะ อยากทราบคะแนนไหม

00:00:19.440 --> 00:00:22.021
ถ้าอยากทราบหนูยกมือให้อาจารย์ดูหน่อยค่ะ

00:00:25.041 --> 00:00:26.210
ได้สอบไหม

00:00:27.556 --> 00:00:33.206
โอเค 1 กุ้งเต้น 2 โอเคครับ มาร์กอีกคนไม่อยากทราบคะแนนหรือคะ

00:00:34.298 --> 00:00:35.652
โต๊ะ 7 คะ

00:00:38.710 --> 00:00:40.880
หนูไม่ยกมือแสดง... ไม่บอกคะแนนนะ

00:00:45.730 --> 00:00:47.990
หนูไม่อยากทราบคะแนนไม่บอก 1 คน

00:00:52.066 --> 00:00:54.218
ใครทักท้วงคะแนนได้นะคะ

00:00:54.242 --> 00:00:59.605
ทำไมหนูถึงได้คะแนนไม่เท่าเพื่อนทั้ง ๆ ที่หนูนั่งสอบข้าง ๆ กัน

00:01:00.045 --> 00:01:04.490
หนูท้วงได้นะคะ อาจารย์มีเหตุผล มีเหตุผลหมดเลย

00:01:04.614 --> 00:01:08.455
เพราะข้อแรกเลย คือ เวลาที่หนูสอบ รู้ค่ะ ว่าหนูค้น

00:01:08.745 --> 00:01:09.792
แต่หนูตอบ

00:01:09.866 --> 00:01:16.486
1. ล่ะ อาจารย์บอกให้ออกแบบหน้าจอ แต่หนูเขียนมาเป็นข้อ ๆ ๆ ๆ ๆ

00:01:16.860 --> 00:01:19.140
แต่ใครเขียนได้หน้าจอ

00:01:19.164 --> 00:01:24.390
ถ้าอาจารย์อ่านแล้วมีได้หน้าจอ โอเคตัดไปค่ะ เราให้คะแนนกึ่งหนึ่ง

00:01:24.976 --> 00:01:27.988
แต่ถ้าบางคนเขียนมาแล้วไม่ได้หน้าจอเลย

00:01:28.850 --> 00:01:30.541
คือ เหมือนหนูต้องวาดหน้าจอ

00:01:31.148 --> 00:01:34.356
แต่หนูกลับไม่วาดหนู Copy ข้อความมาวาง

00:01:34.708 --> 00:01:38.678
และมี 2 คนเหมือนกันแม้แต่จุดผิด

00:01:39.920 --> 00:01:47.402
จำเป็นต้องเอาคะแนนน้อยที่สุดตั้งหารด้วยจำนวนคนเหมือน นั่นคือคะแนนของหนู

00:01:48.460 --> 00:01:54.631
รู้สึกจะ 4 คนด้วยนะคะ แล้วคะแนนก็น้อยด้วยนะ ดูนะคะ

00:01:59.347 --> 00:02:00.839
ใจเย็นนะ ใจเย็น

00:04:02.531 --> 00:04:04.079
ไม่ทราบหนูเห็นคะแนนไหมคะ

00:04:06.323 --> 00:04:09.019
ดูเฉพาะข้อ... ช่อง Mid นะคะ Midterm

00:04:09.043 --> 00:04:12.443
หนูดูเฉพาะช่อง Midterm คือ ช่องนี้ช่อง I

00:04:16.903 --> 00:04:22.433
วุฒิชัย 17 เต็ม 30 นะ เต็ม 30 นะคะ

00:04:23.261 --> 00:04:25.272
เดชมงคล 27

00:04:25.477 --> 00:04:28.927
ถามว่าทำไมเดชมงคลถึงทำได้มาก

00:04:29.199 --> 00:04:31.641
ข้อที่อาจารย์พูดนั่นแหละค่ะ ที่ออกแบบหน้าจอ

00:04:31.666 --> 00:04:40.761
มีเขาคนเดียวเท่านั้นที่สามารถเขียนรายละเอียดออกมาเป็นหน้าจอได้ตามต้องการนะคะ

00:04:41.090 --> 00:04:45.215
ต่อมาค่ะ กฤตกรนะคะ 22

00:04:47.187 --> 00:04:49.711
แล้วก็ทัตเทพ 23

00:04:50.629 --> 00:04:55.934
อนงค์นาฏ 19 นะ ปรางหทัย 23

00:04:55.958 --> 00:04:58.803
และภัทรภรณ์ 19

00:04:59.984 --> 00:05:04.058
ภัทรภรณ์ตอบคำตอบสลับข้อ

00:05:05.537 --> 00:05:10.530
และองุ่นก็ตอบคำถามไม่ตรงคำถาม

00:05:13.136 --> 00:05:16.094
อาจารย์จะส่งข้อสอบกลับข้อที่หนูผิดนะคะ

00:05:16.118 --> 00:05:19.216
จะส่งกลับให้ดูเลยนะ ว่าเป็นอย่างไรนะ

00:05:19.920 --> 00:05:23.820
จะได้รู้แล้วแก้ไขนะคะ แก้ไขเพื่อมีคะแนนแก้ด้วย

00:05:27.060 --> 00:05:30.030
หนูเห็นนะคะ ช่อง D Dog จะเป็นช่องตอบคำถาม

00:05:30.570 --> 00:05:35.920
หนูตอบคำถามอยู่ในกระดาษของอาจารย์เรียบร้อยแล้วคะแนนจะมาปรากฏขึ้นที่นี่

00:05:36.250 --> 00:05:41.329
คะแนนเข้าเรียนอาจารย์วัดอยู่ที่ 70 เปอร์เซ็นต์ไม่ได้วัด 100 เปอร์เซ็นต์นะคะ ตามที่แจ้ง

00:05:41.354 --> 00:05:46.359
คะแนนงานจำได้ใช่ไหมคะ ทุกท้ายบทจะมีงานทั้งหมดเลยนะคะ

00:05:46.525 --> 00:05:49.349
ส่วนโปรเจกต์จะเป็นการออกแบบหน้าจอ

00:05:49.428 --> 00:05:52.717
แล้วหนูต้องตอบให้ได้ว่าหนูจะสื่อถึงใคร

00:05:52.741 --> 00:06:02.040
เช่นนะคะ เช่น ตี๋น้อยต้องการจะออกแบบให้กับผู้พิการทางสายตา

00:06:02.224 --> 00:06:06.588
แต่หนูไม่สามารถที่จะทำคีย์บอร์ดเป็นอักษรเบรลล์ได้

00:06:06.985 --> 00:06:09.881
ถามว่าครั้งนี้สำเร็จไหมคะ

00:06:10.036 --> 00:06:13.387
ใครว่าสำเร็จยกมือขึ้นสิคะ ตี๋น้อยทำโปรเจกต์นี้

00:06:16.804 --> 00:06:21.853
ทำไมถึงไม่สำเร็จอาจารย์ข้อคำตอบของหมายเลข 2 ลูก กุ้งเต้น

00:06:23.173 --> 00:06:24.421
เพราะ...

00:06:27.505 --> 00:06:28.766
กุ้งเต้นตอบอาจารย์หน่อยค่ะ

00:07:24.801 --> 00:07:26.704
ค่ะ หนูตอบอาจารย์หน่อยค่ะน้องกุ้งเต้น

00:07:26.728 --> 00:07:30.760
ทำไมถึงไม่สำเร็จค่ะ ตี๋น้อยทำเพราะ...

00:07:53.156 --> 00:07:57.775
กุ้งเต้นตอบสิคะลูก ตอบหรือยังคะ เพราะอะไรเอ่ย

00:08:02.121 --> 00:08:07.707
ตี๋น้อยเขียนโปรแกรมนะลูกนะ ให้กับผู้พิการทางสายตา

00:08:07.966 --> 00:08:11.571
แต่คีย์บอร์ดของตี๋น้อยไม่ใช่อักษรเบรลล์

00:08:13.489 --> 00:08:16.870
ถือว่าตี๋น้อยทำสำเร็จไหมคะ การออกแบบครั้งนี้

00:08:18.650 --> 00:08:22.203
และถ้าสำเร็จ สำเร็จเพราะอะไร ไม่สำเร็จเพราะอะไร

00:08:26.130 --> 00:08:27.792
(ล่าม) คิดว่าสำเร็จค่ะ

00:08:30.004 --> 00:08:31.234
(อาจารย์สุรีย์พัชร) เพราะ...

00:08:33.913 --> 00:08:35.513
(ล่าม) เพราะออกแบบเรียบร้อยค่ะ

00:08:36.540 --> 00:08:37.711
(อาจารย์สุรีย์พัชร) ออกแบบเรียบร้อย

00:08:37.735 --> 00:08:40.114
แล้วผู้พิการทางสายตาใช้งานได้ไหมคะ

00:09:01.639 --> 00:09:02.854
(ล่าม) สามารถพิมพ์ได้ค่ะ

00:09:03.171 --> 00:09:04.039
(อาจารย์สุรีย์พัชร) สามารถพิมพ์ได้

00:09:04.138 --> 00:09:09.829
แต่อาจารย์บอกว่าคีย์บอร์ดนั้นตี๋น้อยไม่ได้ออกแบบมาเป็นอักษรเบรลล์นะคะ

00:09:11.935 --> 00:09:15.000
แสดงว่าในคีย์บอร์ดนั้นเป็นคีย์บอร์ดธรรมดา

00:09:15.220 --> 00:09:20.768
ก็คือไม่มีตัวอักษรเบรลล์ให้กับผู้พิการทางสายตาเลย

00:09:20.792 --> 00:09:25.504
แล้วเขาจะพิมพ์ได้หรือคะ ได้ไหมลูก

00:09:46.020 --> 00:09:50.650
(ล่าม) หนูไม่... ไม่แน่ใจน่ะค่ะ ว่าต้องคนตาบอด...

00:09:50.675 --> 00:09:52.236
(อาจารย์สุรีย์พัชร) ไม่แน่ใจ

00:09:53.315 --> 00:09:57.564
กุ้งเต้นลองหลับตาดูนะคะลูก ถ้าหนูหลับตาแล้วหนูพิมพ์

00:10:03.620 --> 00:10:04.758
คืออ่านว่า...

00:10:11.648 --> 00:10:13.317
ก็เลยสงสัยว่าทำได้อย่างไร

00:10:14.203 --> 00:10:16.660
ความสงสัยตรงนี้มันเกิดเลย

00:10:18.487 --> 00:10:22.791
กุ้งเต้นหนูลองคิดดี ๆ สิคะ ถ้าคีย์บอร์ดเป็นธรรมดา

00:10:22.815 --> 00:10:25.859
หนูลองมองคีย์บอร์ดของหนูนะคะ ที่โต๊ะนะ

00:10:25.987 --> 00:10:30.288
พอหนูมองปั๊บหนูจะเห็นเลยว่าหนูต้องมองใช่ไหมคะ

00:10:30.422 --> 00:10:32.953
หนูต้องเห็นหนูถึงจะสามารถพิมพ์ได้

00:10:33.760 --> 00:10:37.567
แต่ถ้าหนูหลับตาหนูมองไม่เห็นเลย

00:10:37.591 --> 00:10:40.330
หนูจะเห็นไหมลูก อักขระที่อยู่บนคีย์บอร์ด

00:10:51.870 --> 00:10:53.150
(ล่าม) ค่ะ ใช่ค่ะ

00:10:53.820 --> 00:10:55.055
(อาจารย์สุรีย์พัชร) แปลว่าอย่างไรคะลูก

00:10:57.777 --> 00:11:00.595
ตกลงออกแบบนี้ครั้งนี้สำเร็จไหม

00:11:12.080 --> 00:11:16.231
ผู้ที่มีคะแนนสูงนะนี่ อาจารย์ถามคนที่มีคะแนนสูงนะ

00:11:23.857 --> 00:11:25.040
กุ้งเต้นตอบว่าอะไรคะ

00:11:29.790 --> 00:11:31.050
(ล่าม) ไม่แน่ใจค่ะ

00:11:31.320 --> 00:11:33.010
(อาจารย์สุรีย์พัชร) ไม่แน่ใจ

00:11:33.892 --> 00:11:37.778
แสดงไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจคำถาม ไม่เป็นไร

00:11:38.144 --> 00:11:40.573
อาจารย์ขอโยนไปให้โต๊ะที่ 8

00:11:41.605 --> 00:11:46.661
มาร์กี้ มาร์กี้ครับ คำถามเดิม

00:11:47.120 --> 00:11:52.652
ตี๋น้อยเขียนนะคะ เขียนงานโดยการออกแบบหน้าจอ

00:11:53.013 --> 00:11:58.047
เพื่อที่จะ Support ให้กับสนับสนุนให้กับผู้พิการทางสายตา

00:11:58.370 --> 00:12:04.943
แต่เขาจะต้องทำให้คีย์บอร์ดนั้น หรือหน้าจอมีอักษรเบรลล์ถูกไหมคะ

00:12:05.470 --> 00:12:10.350
แต่ตี๋น้อยไม่ได้ออกแบบตัวนั้นเลยเป็นการออกแบบธรรมดา

00:12:10.470 --> 00:12:17.051
ถามว่าการออกแบบครั้งนี้ผู้พิการทางสายตาได้รับผลประโยชน์หรือไม่

00:12:17.380 --> 00:12:22.720
ถ้าไม่ได้ ไม่ได้เพราะอะไรคะ มาร์กี้ตอบเลยลูก 2 แต้มเป็นของหนูค่ะ

00:12:24.712 --> 00:12:25.836
ได้ไม่ได้คะ

00:12:27.921 --> 00:12:31.393
คิดว่าครั้งนี้สำเร็จไหมคะ ตี๋น้อยออกแบบได้สำเร็จไหม

00:12:35.246 --> 00:12:36.301
หนูลองคิดสิคะ

00:12:36.653 --> 00:12:42.371
ถ้าหนูมองไม่เห็นคีย์บอร์ดเลยหนูจะสามารถพิมพ์ได้ไหมคะ

00:12:49.920 --> 00:12:52.220
(ล่าม) น่าจะได้นิดหน่อยครับ ผมไม่แน่ใจครับ

00:12:53.851 --> 00:12:58.340
(อาจารย์สุรีย์พัชร) ใช้ความจำ แสดงน้องใช้ความจำ

00:12:58.478 --> 00:13:03.390
โอเค โอเค หนูมีความจำเป็นเลิศโอเคค่ะ เข้าใจ เข้าใจแล้ว

00:13:03.446 --> 00:13:04.250
(ล่าม) ครับ ใช่ครับ

00:13:04.862 --> 00:13:07.688
(อาจารย์สุรีย์พัชร) โอเค หนูใช้ความจำ

00:13:09.877 --> 00:13:11.810
คือ... คืออันว่า...

00:13:13.165 --> 00:13:20.410
หนูต้องตอบว่าคำถามข้อนี้นะ ถ้าหนูตอบว่าได้อันดับแรกเลยค่ะ อาจารย์กากบาทให้หนูทันทีเลยลูก

00:13:20.831 --> 00:13:24.588
การออกแบบครั้งนี้ถ้าหนูจะออกแบบให้ผู้พิการทางสายตา

00:13:24.678 --> 00:13:27.733
ขาดซึ่งองค์ประกอบหลัก คือ อักษรเบรลล์

00:13:27.980 --> 00:13:33.392
นั่นแสดงว่าการตอบครั้งนี้ตี๋น้อยได้... ไม่มีคะแนนเลย

00:13:33.831 --> 00:13:36.914
เพราะไม่ได้ Support ให้กับผู้พิการทางสายตา

00:13:37.053 --> 00:13:42.982
ในขณะเดียวกันนะคะ กุ้งเต้นกำลังจะออกแบบนิทานอันหนึ่ง

00:13:43.191 --> 00:13:48.409
ให้กับผู้พิการทางหูกับการได้ยิน เขาไม่ได้ยินเสียงเลยน่ะ

00:13:49.140 --> 00:13:53.201
แต่กุ้งเต้นไม่ได้เอาเสียงเข้าไปข้างในระบบนั้น

00:13:53.225 --> 00:13:58.676
ถามว่ากุ้งเต้นออกแบบครั้งนี้จะได้คะแนนหรือไม่คะ

00:13:59.330 --> 00:14:01.521
อาจารย์ขอหมายเลข 7 ตอบค่ะ

00:14:04.269 --> 00:14:05.775
หมายเลข 7 ลูก

00:14:09.227 --> 00:14:10.464
ค่ะ ได้ไหมคะ

00:14:24.510 --> 00:14:27.510
(ล่าม) สำหรับคนตาบอดจะต้องใช้อักษรเบรลล์น่ะค่ะ

00:14:27.963 --> 00:14:28.988
แต่ว่าถ้า...

00:14:32.784 --> 00:14:36.603
ต่างจากคนปกติน่ะค่ะ คือ ใช้สายตาดูได้ค่ะ

00:14:47.904 --> 00:14:50.492
แต่คนตาบอดสามารถใช้อักษรเบรลล์น่ะค่ะ

00:14:50.516 --> 00:14:53.450
แล้วก็สามารถฟังเสียงไปด้วยได้เหมือนกันค่ะ

00:15:08.758 --> 00:15:10.515
(อาจารย์สุรีย์พัชร) มั่นใจว่าน้องตอบได้นะ

00:15:12.093 --> 00:15:14.421
มั่นใจอยู่นะว่าน้องตอบได้

00:15:18.060 --> 00:15:19.299
โอ้โห มองไม่เห็น

00:15:23.930 --> 00:15:25.910
เบามากค่ะ ไม่ได้ยินเลย

00:15:30.740 --> 00:15:34.188
พี่ล่ามช่วยแปลของน้องใหม่ได้ไหมคะ คำตอบน่ะค่ะ

00:15:35.398 --> 00:15:37.659
เสียงเบามาก ๆ เลยเมื่อสักครู่

00:15:47.090 --> 00:15:48.635
(ล่าม) สำหรับคนตาบอดนะคะ

00:15:48.659 --> 00:15:51.926
จะสามารถใช้มือคลำอักษรเบรลล์ได้ค่ะ

00:15:52.204 --> 00:15:54.698
แล้วก็ได้ยินเสียงไปพร้อม ๆ กันค่ะ

00:15:57.924 --> 00:16:01.722
แต่ว่าสำหรับตัวคอมพิวเตอร์น่ะค่ะ

00:16:08.150 --> 00:16:11.020
ถ้ามีประโยชน์จะต้องมีเสียงด้วยค่ะ

00:16:12.920 --> 00:16:16.540
(อาจารย์สุรีย์พัชร) ก็แสดงว่ากุ้งเต้นทำไม่สำเร็จถูกไหมคะ

00:16:16.564 --> 00:16:20.810
เพราะขาดเสียงจริงไหม ใช่ไหมคะ

00:16:23.580 --> 00:16:24.290
(ล่าม) ค่ะ ใช่ค่ะ

00:16:24.320 --> 00:16:27.830
(อาจารย์สุรีย์พัชร) โอเคค่ะ มาเข้าบทเรียน

00:16:28.090 --> 00:16:32.900
หนูเข้าไปดูใน Classroom นะคะ อาจารย์ให้สไลด์เรียบร้อยแล้ว

00:16:32.900 --> 00:16:36.470
วันนี้เราจะอยู่ในเรื่องของ Universal Design

00:16:37.360 --> 00:16:40.855
หนูเรียนมาทั้งหมดเป็นในลักษณะของการเตรียม Implement

00:16:40.921 --> 00:16:43.240
ในการ Connect กับผู้ใช้

00:16:43.760 --> 00:16:48.072
เราจะทำอย่างไรทุกสิ่งทุกอย่างเราต้องสัมผัสรู้ได้

00:16:48.377 --> 00:16:51.987
เช่น หนูจับเมาส์ กุ้งเต้นจับเมาส์พอดีเลย

00:16:52.241 --> 00:16:57.520
กุ้งเต้นจับเมาส์ปุ๊บคอมพิวเตอร์รู้ทันทีเลยค่ะ ว่าตอนนี้เมาส์ถูกการขยับ

00:16:58.168 --> 00:17:00.377
นั่นคือการตอบโต้ทันที

00:17:00.598 --> 00:17:05.021
แต่ถ้าเมื่อไรก็ตามที่ตี๋น้อยมาจับเมาส์เดียวกับกุ้งเต้นปั๊บ

00:17:05.986 --> 00:17:07.318
เกิดอะไรเกิดขึ้นคะ

00:17:07.724 --> 00:17:10.945
สิ่งแวดล้อมเกิดขึ้นก็เกิดทำไมคะ

00:17:11.284 --> 00:17:16.535
เกิดการหน่วงของเวลาเกิดการคุยกัน นั่นเขาเรียกว่าอะไรคะ

00:17:18.453 --> 00:17:23.462
พูดง่าย ๆ คือ มีความคิดมากขึ้นก็เกิดการโต้เถียงมากขึ้นนะ

00:17:24.914 --> 00:17:26.229
เข้าไปดูสไลด์ได้เลยค่ะ

00:18:05.070 --> 00:18:07.388
หนูเปิดใน Classroom ได้เลยนะคะ

00:18:07.412 --> 00:18:10.052
อาจารย์เปิดให้เรียบร้อยแล้วนะคะ เปิดดูได้เลย

00:18:10.718 --> 00:18:12.821
Universal Design

00:18:13.920 --> 00:18:15.351
คราวนี้ภาษาอังกฤษมาล่ะ

00:18:17.455 --> 00:18:24.451
ขอตี๋น้อยได้ไหมคะ Universal แปลว่าอะไรลูก

00:18:27.097 --> 00:18:28.142
Universal

00:18:44.190 --> 00:18:46.166
ตามความเข้าใจของตี๋น้อยเลยนะคะ

00:18:46.411 --> 00:18:49.408
ตามความเข้าใจของหนูเลยลูกไม่ต้องค้นก็ได้ค่ะ ตอบเลยลูก

00:18:51.290 --> 00:18:54.891
เป็นกว้าง หรือแคบก็ได้ค่ะ Universal กว้างหรือแคบ

00:18:57.879 --> 00:19:00.659
ลักษณะจะกว้างหรือแคบคะ Universal

00:19:06.050 --> 00:19:08.369
(ล่าม) กว้างครับ (อาจารย์สุรีย์พัชร) โอเค เยี่ยม

00:19:09.334 --> 00:19:11.721
(อาจารย์สุรีย์พัชร) เดี๋ยวอาจารย์หาดินสอปากกาก่อนแป๊บหนึ่ง

00:19:12.879 --> 00:19:13.936
ขอติ๊กคะแนนให้

00:19:14.720 --> 00:19:18.681
เมื่อกี้มาร์กี้นะ กับใครนะคะ อีกคนหนึ่ง

00:19:24.322 --> 00:19:28.159
กุ้งเต้นด้วยอีก 1 ค่ะ ข้าง ๆ มาร์กี้ องุ่น

00:19:49.397 --> 00:19:52.002
มาอาจารย์ขอเขียนก่อนนะ

00:20:00.633 --> 00:20:04.655
กุ้งเต้น 1 แต้มค่ะ

00:20:07.934 --> 00:20:12.005
มาร์กี้เมื่อสักครู่นี้นะคะ 2 แต้มค่ะ

00:20:12.298 --> 00:20:14.915
และข้าง ๆ มาร์กี้ค่ะ ชื่ออะไรนะลูก

00:20:15.720 --> 00:20:20.383
องุ่นนะคะ องุ่น 1 แต้มค่ะ โอเค

00:20:21.666 --> 00:20:26.326
ตี๋น้อยตอบได้ครึ่งเดียวนะคะ อาจารย์ขอให้ตี๋น้อยครึ่งคะแนนค่ะ

00:20:33.790 --> 00:20:35.478
ทัตเทพนะคะ ตี๋น้อย

00:20:37.170 --> 00:20:39.278
เดี๋ยวอาจารย์ถ่ายรูปให้ดูค่ะวันนี้นะ

00:20:39.303 --> 00:20:42.410
สิ้นคาบจะถ่ายรูปคะแนนการตอบคำถามให้

00:20:42.450 --> 00:20:48.490
แล้วหนูก็ไปบวกกันคะแนนกลางภาคนะ หนูจะได้รู้คะแนนเบื้องต้นนะ

00:20:50.000 --> 00:20:50.757
มา

00:20:51.989 --> 00:20:59.218
พอกว้างปุ๊บการออกแบบตอนแรกเมื่อสักครู่ที่เราก่อนสอบไปนี่หนูรู้กฎในการออกแบบแล้ว

00:20:59.880 --> 00:21:01.748
เมื่อหนูรู้กฎในการออกแบบ

00:21:02.373 --> 00:21:05.990
กฎก็คือกฎค่ะ หนูไม่สามารถที่จะดิ้นออกจากกฎได้

00:21:06.067 --> 00:21:11.888
แต่กฎมันก็มีโอกาสที่จะขยับ หรือการขยายได้เช่นเดียวกัน

00:21:12.543 --> 00:21:14.268
หนูมาดูในแต่ละข้อ

00:21:14.917 --> 00:21:23.043
เขาบอกว่าถ้า Equitable Use ถ้าหนูจะใช้ข้อมูลหนูจะใช้อย่างไรนะคะ

00:21:23.778 --> 00:21:28.620
หรือ Flexibility In Use ข้อมูลอะไรก็ตามที่มัน Split

00:21:28.805 --> 00:21:31.570
เช่น อาจารย์ยกตัวอย่างนะคะ

00:21:31.931 --> 00:21:38.687
อากาศหนาวหนูเดินออกมาหน้าบ้านปั๊บหนูคว้าร่ม หรือเสื้อกันหนาว

00:21:40.593 --> 00:21:43.190
เสื้อกันหนาวถูกไหมคะ หนูคว้าเสื้อกันหนาว

00:21:43.215 --> 00:21:48.705
แต่ถ้าหนูเดินออกมาจากบ้านปุ๊บได้ยินเสียงฟ้าร้อง อ๋อ ฝนจะต้องตกแน่ ๆ

00:21:49.799 --> 00:21:55.250
คว้าร่มใส่กระเป๋า นั่นคือตัว Flexibility เป็นข้อมูลจำเพาะ

00:21:55.970 --> 00:21:59.970
หนูจะกรอกหมายเลขโทรศัพท์หนูจะกรอกเป็นตัวเลขไม่ได้

00:22:00.200 --> 00:22:03.201
เพราะหมายเลขโทรศัพท์ไม่ได้นำมาบวกกัน

00:22:03.726 --> 00:22:06.466
จะต้องกรอกเป็นตัวหนังสือ

00:22:06.529 --> 00:22:07.717
หรือเขียนว่า Text

00:22:08.355 --> 00:22:11.008
T-e-x-t Text นะคะ

00:22:11.772 --> 00:22:15.630
Simple ค่ะ Simple and Intuitive to Use

00:22:16.455 --> 00:22:22.065
ตัวที่ยกตัวอย่างไม่ว่าอะไรก็ตามเวลาที่หนูเขียนลงไปปั๊บให้เขากรอกข้อมูล

00:22:22.090 --> 00:22:28.004
เช่น หนูจะให้เขากรอกหมายเลขบัตรประชาชน

00:22:30.020 --> 00:22:31.967
หนูจะต้องใส่ข้างหลังให้ใช่ไหมคะ

00:22:31.991 --> 00:22:37.661
เช่น แล้วหนูก็ใส่ตัว X X X X X X เท่ากับจำนวน 13 หลัก

00:22:38.057 --> 00:22:43.387
เพื่อเป็นตัวอย่างให้กับผู้กรอกข้อมูลนั้นนะ กรอกข้อมูลได้

00:22:43.950 --> 00:22:46.128
นั่นน่ะ เขาเรียกว่า "ตัวอย่างด้านหลัง"

00:22:46.240 --> 00:22:49.660
ทุกอย่างที่หนูออกแบบอย่าคิดว่าทุกคนรู้นะคะ

00:22:49.790 --> 00:22:51.791
ทุกคนไม่รู้ลูก ทุกคนไม่รู้

00:22:51.815 --> 00:22:55.700
ให้คิดว่าทุกคนไม่รู้ หนูจะต้องมีตัวอย่างด้านหลังให้ดูนะ

00:22:56.070 --> 00:22:58.088
เหมือนอย่างที่อาจารย์พูดไป 1 คำปั๊บ

00:22:58.387 --> 00:23:00.809
อาจารย์จะยกตัวอย่างให้หนูทันทีนะคะ

00:23:02.574 --> 00:23:09.344
ตัว Percentile ตัวนี้เป็นข้อมูลที่เมื่อไรก็ตามที่เกิดการเข้ามาใช้งาน

00:23:09.437 --> 00:23:13.721
เช่น หนูใช้วิธีการในการออกแบบหน้าจอในเรื่องของการค้นหา

00:23:14.339 --> 00:23:17.085
พอพ้นเดือนมกราคมปุ๊บ

00:23:17.965 --> 00:23:19.400
หนูกำลังจะหา Percentile

00:23:19.424 --> 00:23:24.735
ว่าภาคใดเป็นภาคที่มีการใช้ Google มากที่สุด

00:23:25.950 --> 00:23:30.810
เอาค่านั้นออกมาเป็น Percentile คิดออกมาเป็นเปอร์เซ็นต์ได้นะคะ

00:23:31.162 --> 00:23:35.538
หรือหนูจะหาค่า Error คือ ใครที่กรอกข้อมูลผิด

00:23:36.524 --> 00:23:38.924
หนูเข้าใจคำว่า "Tally" ไหมลูก Tally

00:23:39.264 --> 00:23:41.914
เช่น คนตอบได้ 1 คะแนนหนูขีด 1

00:23:42.280 --> 00:23:48.960
ตอบได้ 2 คะแนนหนูขีดได้ 2 ล่ะ พอ 3 หนูขีดเป็นอะไรคะ 3

00:23:49.040 --> 00:23:54.520
พอ 4 ปั๊บหนูขีดทิ้งหนูกลายเป็น IV โอเคไหมคะ

00:23:54.690 --> 00:23:57.355
5 หนูขีด 1 ทิ้งทั้งหมดเลยค่ะ

00:23:57.379 --> 00:24:02.438
หนูกลายเป็น V อักษรโรมัน นั่นคือการ Tally คะแนนนะคะ

00:24:03.192 --> 00:24:08.437
แต่ถ้าการยกรวมขึ้นมาเมื่อไรปุ๊บหนูต้องทำการคำนวณ

00:24:08.468 --> 00:24:10.719
เหมือนที่อาจารย์ทำเมื่อสักครู่นี้ตาราง Excel

00:24:11.340 --> 00:24:12.882
อาจารย์คำนวณมาแล้วค่ะเกรด

00:24:12.994 --> 00:24:15.077
ตอนนี้เกรดทุกคนเป็น F ถูกไหมคะ

00:24:15.239 --> 00:24:19.758
เพราะมีคะแนนเพียงแค่ Midterm นะ เต็ม 30

00:24:19.858 --> 00:24:22.733
ยอดมันต้องเต็ม 100 อย่างไรหนูก็ต้องเป็น F นะคะ

00:24:22.992 --> 00:24:24.851
ไม่ต้องห่วงค่ะ เดี๋ยวเกรดจะปรับ

00:24:26.720 --> 00:24:29.073
ส่วนทางด้านของ Low Physical Effort

00:24:29.532 --> 00:24:34.758
ตัวนี้จะเป็นในการออกแบบที่ถ้าหนูจะออกแบบข้อมูล

00:24:35.310 --> 00:24:39.308
ในการออกแบบของ Universal นี่จะเป็นการออกแบบแนวกว้างเลย

00:24:40.390 --> 00:24:45.661
เราไม่รู้หรอกค่ะ ว่าคนที่จะใช้ระบบของเรานี่เขาเป็นใคร

00:24:46.720 --> 00:24:50.436
เขาเป็นผู้พิการไหม หรือเขาเป็นคนปกติหรือไม่

00:24:50.515 --> 00:24:54.163
หรือเขาเป็นคนสายตาสั้น หรือเขาเป็นสายตายาว

00:24:54.589 --> 00:24:57.942
เราต้องมีมาตรฐานให้กับเขาเวลาออกแบบนะคะ

00:24:58.150 --> 00:25:03.250
เลยมาถึงข้อนี้เรื่องของ Size และช่องว่าที่เขาจะใช้

00:25:03.586 --> 00:25:07.336
ถ้าหนูออกแบบตัวกรอกข้อมูลติด ๆ ๆ ๆ ๆ กันปุ๊บนี่

00:25:07.534 --> 00:25:10.476
ไม่มีใครใช่ไหมลูก ไม่มีใครหรอกที่จะทำ

00:25:10.704 --> 00:25:14.221
เหมือนกับหนูนำเสนอหนูจำได้ไหมคะ ที่หนูมานำเสนอกัน

00:25:14.845 --> 00:25:16.707
สไลด์ของหนูติดพรืดเลย

00:25:17.027 --> 00:25:18.958
แล้วหนูก็มี Banner ออกมา

00:25:18.982 --> 00:25:25.204
ไม่สื่อถึงตัวละครในนั้นที่หนูบอกว่าเป็นเกมอะไรนะคะ

00:25:25.767 --> 00:25:30.720
เกม... เกมการ์ดน่ะค่ะลูก เป็นที่เกมการ์ดหนูจำได้ใช่ไหมคะ ที่นำเสนอกันเป็นเกมการ์ด

00:25:31.140 --> 00:25:34.821
แต่หนูกลับไม่มีตัวสไลด์เป็นเกมการ์ดเลย

00:25:34.953 --> 00:25:37.310
เป็นภาพตัว... เขาเรียกว่าอะไรนะคะ

00:25:37.547 --> 00:25:42.870
ผลไม้บ้างอย่างนี้ค่ะ เป็นรูปสัตว์บ้างเป็นรูปอะไรบ้างนะ นี่ตัวนี้นะคะ

00:25:47.572 --> 00:25:51.138
Multi-Sensory Systems นะคะ

00:25:51.517 --> 00:25:57.020
เขาจะมองว่าเมื่อไรก็ตามที่หนูกำลังจะกรอกข้อมูลลงไป

00:25:57.020 --> 00:26:02.050
มันมีข้อมูลมากมาย ยกตัวอย่างเช่น เสียง Sound นะคะ

00:26:02.610 --> 00:26:08.675
Text ข้อความ Hypertext ข้อความที่ขีดเส้นใต้นะคะ

00:26:08.973 --> 00:26:13.350
หรือ Animation มีภาพดุ๊กดิ๊ก ๆ ๆ เด็ก ๆ ชอบใช่ไหมคะ

00:26:13.520 --> 00:26:15.986
หรือหนูจะเอาวิดีโอเหมือนโปรเจกต์ของหนูน่ะค่ะ

00:26:16.010 --> 00:26:18.748
ที่หนูจะไปถ่ายทำวิดีโอขึ้นมานะคะ

00:26:19.020 --> 00:26:24.960
หรือภาพกว้าง ๆ ที่อาจารย์ท่านบอกว่านี่หนูจะไปทำเรื่องของวัดนี่

00:26:25.144 --> 00:26:28.179
หนูจะต้องถ่ายแนวกว้างนะ สลับกันถ่ายนะ

00:26:28.203 --> 00:26:30.920
ไม่ใช่ถ่ายเฉพาะตัวบุคคล เฉพาะตัวผู้พูด

00:26:31.120 --> 00:26:36.531
จะต้องถ่ายภาพให้มันกว้างให้เห็นด้านหลังว่าหนูกำลังพูดถึงอะไรด้วยนะคะ

00:26:37.520 --> 00:26:40.656
ทีนี้พอมาดูในเรื่องของตัวควบคุม

00:26:41.682 --> 00:26:43.561
ทุกครั้งหนูสังเกตไหมคะ

00:26:43.585 --> 00:26:49.220
ว่าถ้าหนูเปิดเครื่องแล้วใช้เวลานานหนูจะเริ่มเกิดอาการหงุดหงิดนะคะ

00:26:49.300 --> 00:26:55.498
เขาถึงได้ทุกอย่างในหน้าจอไม่สมควรจะวางไว้บนหน้าจอ

00:26:56.390 --> 00:27:01.028
หน้าจอ คือ หน้าจอที่หนูเปิดขึ้นมาเลยนะคะ ตัว Taskbar

00:27:01.758 --> 00:27:08.080
หนูจะ... ถ้าหนูใส่ไว้เยอะกว่าเขาโหลดขึ้นมาเยอะพอสมควรนะคะ

00:27:08.559 --> 00:27:11.614
แต่ถ้าอีกอันหนึ่ง คือ Handwriting

00:27:11.638 --> 00:27:15.169
หนูเคยรู้จักไหมคะ ที่ใช้การเซ็นแบบ...

00:27:38.440 --> 00:27:42.391
นะคะ ต่อมาลูกต่อมาเป็น Consider

00:27:42.415 --> 00:27:45.918
Considering Applications as well as Principles

00:27:48.110 --> 00:27:53.470
อาจารย์ขอโทษทีนะคะ ที่อาจารย์ใช้ตัวสไลด์เป็นภาษาอังกฤษ

00:27:53.510 --> 00:27:55.788
หนูจะได้คุ้นกับภาษามากขึ้น

00:27:55.812 --> 00:27:58.600
ถ้าใช้ภาษาไทยหนูก็จะได้เห็นแต่ภาษาไทย

00:27:58.799 --> 00:28:01.062
เราจะได้เห็นภาษาที่แตกต่างไปนะ

00:28:01.327 --> 00:28:03.839
แล้วก็เป็นภาษาที่เข้าใจง่ายด้วยนะคะ

00:28:05.770 --> 00:28:08.388
ลองมาดูในเรื่องของ Usable Senses

00:28:09.786 --> 00:28:15.187
อันนี้หนูรู้ตั้งแต่หนูเสนอหัวข้อแล้วค่ะ 5 Senses ที่หนูรู้

00:28:16.715 --> 00:28:22.210
Sight Sound Touch Taste and Smell

00:28:25.150 --> 00:28:32.421
Sound เสียง Touch สัมผัส Taste ทดสอบ and Smell

00:28:34.338 --> 00:28:35.657
Smell คืออะไรลูก

00:28:42.300 --> 00:28:45.513
นั่งเลขที่ 10 ลูกตอบอาจารย์หน่อยได้ไหมคะ เลขที่ 10

00:28:48.640 --> 00:28:51.055
ตี๋สั้นใช่ไหมคะลูก ชื่อตี๋

00:28:53.355 --> 00:28:57.110
ตอบอาจารย์ได้ไหมคะ เลขที่ 10 ลูกโต๊ะที่ 10

00:28:59.920 --> 00:29:02.296
ครับผม ถูกต้องลูก ถูกต้อง

00:29:08.590 --> 00:29:09.797
อ๋อ

00:29:18.910 --> 00:29:21.563
ค่อย ๆ นะคะ ค่อย ๆ เป็นห่วง

00:29:26.442 --> 00:29:27.774
หนูตอบอาจารย์หน่อยนะคะ

00:29:27.798 --> 00:29:34.784
อาจารย์อยากถามว่า Touch แปลว่าอะไรคะ

00:29:36.600 --> 00:29:38.421
การสัมผัส Taste

00:29:40.708 --> 00:29:46.868
Smell การอะไรนะครับ ได้กลิ่น

00:29:47.330 --> 00:29:53.161
แสดงว่า Senses ทั้งหมด 5 Senses ทุกคนเป็นพื้นฐานต้องรับรู้ล่ะ

00:29:54.560 --> 00:29:57.597
อาหาร 1 จานวางเอาไว้บนโต๊ะ

00:29:59.976 --> 00:30:02.204
หนูเห็นแต่หนูไม่ได้ยินเสียง

00:30:03.210 --> 00:30:07.930
แต่หนูสัมผัสได้หนูได้กลิ่นอย่างน้อยก็อยู่ภายใน 5 นั้น ๆ

00:30:08.390 --> 00:30:12.931
หนูได้ใช้ทุก ๆ วันแต่ไม่รู้ว่าหนูใช้หรือไม่นะคะ

00:30:13.460 --> 00:30:19.190
ส่วนตัวคอมพิวเตอร์เขาจะเป็นในลักษณะ Rich Interaction

00:30:21.240 --> 00:30:24.960
ยกตัวอย่าง A Rich Interaction

00:30:25.463 --> 00:30:34.589
อาจารย์ถามหมายเลข 8 ได้ไหมคะ Rich ตัวนี้แปลว่าอะไรลูก

00:30:37.770 --> 00:30:38.583
Rich

00:30:39.495 --> 00:30:44.644
R-i-c-h แปลลูกตรงตัวเลยค่ะลูก

00:30:55.670 --> 00:30:57.580
มาร์กี้ตอบว่าอะไรนะครับ อีกทีสิลูก

00:31:01.851 --> 00:31:03.873
Rich ตัวนี้แปลว่าอะไรครับ มาร์กี้ครับ

00:31:18.821 --> 00:31:21.202
ใช้ Hiht Technology ด้วย

00:31:22.081 --> 00:31:25.149
โทรศัพท์ Translate ส่องแปล

00:31:27.961 --> 00:31:28.967
ตอบลูกตอบ

00:31:53.910 --> 00:31:55.422
พี่ล่ามพูดดัง ๆ ได้ไหมคะ

00:31:56.590 --> 00:31:59.061
(ล่าม) พอดีน้อง... น้องยังไม่ได้แปลนะครับ สักครู่นะครับ

00:32:01.090 --> 00:32:04.688
เหมือนน้องยังสับสนอยู่น่ะครับ ว่าภาษาอังกฤษตัว R

00:32:07.230 --> 00:32:09.111
เดี๋ยวน้องกดจิ้มดูอยู่นะครับ สักครู่ครับ

00:32:15.131 --> 00:32:17.356
(อาจารย์สุรีย์พัชร) มาร์กี้จะตอบว่าอะไรลูก ลองอีกทีสิคะ

00:32:24.820 --> 00:32:27.421
(ล่าม) ครับ น้องสะกด R-i...

00:32:33.672 --> 00:32:35.688
R-i-c-h รวยครับ

00:32:39.292 --> 00:32:40.403
ครับ แปลว่ารวยครับ

00:32:40.428 --> 00:32:45.688
(อาจารย์สุรีย์พัชร) โอเคค่ะ อ๋อ น้องกำลังสะกดอยู่

00:32:50.696 --> 00:32:55.723
หนูดูบรรทัดสุดท้ายค่ะ พวกเราสามารถใช้อะไรได้บ้าง

00:32:58.790 --> 00:33:04.400
Sight Sound Touch เป็นบางครั้งถูกไหมลูกเป็นบ้างครั้ง

00:33:04.810 --> 00:33:08.621
แต่พวกเราไม่สามารถที่จะใช้ตัวนี้ได้ค่ะ

00:33:08.818 --> 00:33:11.250
Taste หรือ Smell ได้ทุกอย่าง

00:33:11.650 --> 00:33:17.355
ยกตัวอย่างเช่น หนูออกแบบหน้าจอหนูจะสัมผัสได้ไหม

00:33:17.515 --> 00:33:18.965
หนูจะได้กลิ่นไหม

00:33:19.280 --> 00:33:22.191
นอกเสียจากว่าเทคโนโลยีเรามาถึงแล้ว

00:33:22.470 --> 00:33:26.911
โรงหนังมีแล้วใช่ไหมลูก 4G เข้าใจใช่ไหมคะ 4G

00:33:26.935 --> 00:33:30.584
พอเวลามีน้ำตกมาปุ๊บก็มีน้ำเข้ามาหาเราได้เลย

00:33:30.608 --> 00:33:34.830
พอเวลาเขาตกเหวเก้าอี้เราก็จะโยกเหมือนเราตกเหว

00:33:35.078 --> 00:33:41.190
เพราะเราใส่แว่นตัวหนึ่งเหมือนเราเข้าไปอยู่ในหนังนั้นนะ

00:33:43.825 --> 00:33:45.555
เดี๋ยวอาจารย์พิเชนทร์จะพาไปลูก

00:33:46.372 --> 00:33:49.790
เดี๋ยวอาจารย์พิเชนทร์พาไป ไปดูหนัง 4G

00:33:57.361 --> 00:34:00.450
มันเป็นการออกแบบทั้งนั้นเลยอย่างไรคะ พี่เรื่องหน้านี้

00:34:01.100 --> 00:34:04.631
Multi-Modal กับ Multi-Media ต่างกันอย่างไรลูก

00:34:05.330 --> 00:34:08.353
จากหน้าสไลด์นี้ดูนะคะ

00:34:09.040 --> 00:34:15.080
Multi-Modal Systems เขาจะใช้มากกว่าใช่ไหมคะ

00:34:15.113 --> 00:34:20.400
More Than One Sense หรือ Mode Interaction

00:34:20.896 --> 00:34:23.648
ยังจำได้ไหมคะ Interaction คืออะไรลูก

00:34:25.470 --> 00:34:27.230
ใครตอบได้หนูยกมือเลยค่ะ

00:34:27.254 --> 00:34:29.470
ใครตอบได้ยกมืออาจารย์ให้ 2 คะแนนค่ะ

00:34:29.900 --> 00:34:32.819
เราผ่านมาแล้วลูกถึง 10 บท

00:34:33.365 --> 00:34:36.503
Interaction อาจารย์พูดมาตลอดนะคะ คำนี้

00:34:37.455 --> 00:34:41.640
แปลว่าอะไรคะลูก ใครตอบได้ยกมือเลยค่ะลูก 2 แต้มเป็นของหนู

00:34:47.058 --> 00:34:49.500
Interaction ค่ะ Interaction

00:34:59.170 --> 00:35:02.811
ใครได้ยกมือค่ะลูก เร็วอาจารย์นับเวลาถอยหลังนะ

00:35:06.339 --> 00:35:10.000
โอเคค่ะ มาร์กี้จะตอบลูกเชิญค่ะลูก มาร์กี้ตอบเลย

00:35:10.238 --> 00:35:14.863
2 แต้มเป็นของมาร์กี้ค่ะ ตอบได้ Interaction

00:35:19.120 --> 00:35:20.030
(ล่าม) จำไม่ได้ครับ

00:35:20.621 --> 00:35:24.510
(อาจารย์สุรีย์พัชร) จำไม่ได้ ใครจำได้ยกมือสิลูก Interaction

00:35:30.431 --> 00:35:34.321
Action คือ การแสดงใช่ค่ะ Action คือ การแสดงแน่ ๆ แล้ว

00:35:34.885 --> 00:35:36.179
Interaction

00:35:42.567 --> 00:35:43.994
Inter ทำมาจากนานาชาติ

00:35:46.190 --> 00:35:49.115
เป็นการโต้ตอบไหมคะ Interaction

00:35:51.153 --> 00:35:52.680
เป็นการโต้ตอบกันไหม

00:35:52.705 --> 00:35:56.084
เช่น อาจารย์บอกให้กุ้งเต้นไปซื้อราดหน้า

00:35:56.576 --> 00:36:00.505
กุ้งเต้นตอบว่าแถวนี้เขาไม่ทำราดหน้ากันค่ะ

00:36:01.248 --> 00:36:03.821
แล้วกุ้งเต้นจะต้องไปหาไหมคราวนี้

00:36:04.130 --> 00:36:06.086
กุ้งเต้นบอกว่าหนูไม่มีรถ

00:36:06.780 --> 00:36:08.998
นี่ค่ะ คือ การ Interaction ซึ่งกันและกัน

00:36:10.323 --> 00:36:11.857
อย่างนี้เขาเรียกว่าการ "Interaction"

00:36:11.881 --> 00:36:14.381
หนูเคยทำแล้วนะคะ การบ้านหนูก็ทำแล้ว

00:36:14.870 --> 00:36:19.957
การ Interaction ถ้ามีสิ่งแวดล้อมเข้ามาเกี่ยวข้องแล้วผลจะเกิดขึ้น

00:36:19.981 --> 00:36:22.813
คือ เวลาจะมากขึ้นในการตัดสินใจ

00:36:22.837 --> 00:36:24.316
เพราะเรามีอะไรคะ

00:36:24.340 --> 00:36:30.010
เรามีหัวข้อหรือเรามีความคิดอื่น ๆ แทรกเข้ามาจำได้ไหม

00:36:31.153 --> 00:36:34.209
อยู่บทที่ 6 มั้งถ้าอาจารย์จำไม่ผิดนะคะ อยู่บทที่ 6

00:36:34.874 --> 00:36:39.874
ส่วน Multi-Media Systems เหมือนหนูเปิด YouTube

00:36:41.054 --> 00:36:46.890
เปิด YouTube ด้วยหนูเปิด Facebook ด้วยดู Real ด้วย

00:36:47.481 --> 00:36:53.235
ถ้าเครื่องคอมพิวเตอร์ของหนูศักยภาพไม่พอ เขาก็จะทำไมคะ

00:36:53.259 --> 00:36:56.188
หน้าจอเหมือนกับเน็ตน่ะค่ะ มันก็จะหมุนใช่ไหมคะ

00:36:56.523 --> 00:36:58.249
หน้า... หน้าจอก็จะค้าง

00:36:58.881 --> 00:37:03.830
นั่นล่ะค่ะ เข้าจะเรียกว่า "Multi-Modal" กับ "Multi-Media Systems"

00:37:06.230 --> 00:37:09.371
ถ้าหนูออกแบบออกมาปั๊บนะคะ หน้าจอ

00:37:09.655 --> 00:37:11.019
เพราะว่าโปรเจกต์ของหนูน่ะ

00:37:11.043 --> 00:37:14.265
อาจารย์ไม่ได้ให้หนูเขียนเป็นโปรแกรมอยู่แล้วค่ะ ในรายวิชานี้

00:37:14.520 --> 00:37:16.264
แต่หนูต้องออกแบบหน้าจอ

00:37:16.288 --> 00:37:18.990
แล้วหนูต้องตอบอาจารย์ได้ว่าหนูออกแบบไปเพื่อใคร

00:37:19.250 --> 00:37:23.840
การออกแบบหน้าจอ คือ หนูจะต้องวาดรูปนะคะ วาดรูปออกมา

00:37:24.000 --> 00:37:27.711
หนูจะมีเมนูอะไรบ้าง หนูจะให้เขากรอกอะไรบ้าง

00:37:27.983 --> 00:37:30.630
หน้าจอนี้เป็นหน้าจอเพื่อทำอะไร

00:37:31.370 --> 00:37:36.240
พอหนูทำเสร็จปุ๊บอาจารย์จะถามว่าหนูใช้ Multi-Modal Systems

00:37:36.276 --> 00:37:39.185
หรือ Multi-Media Systems

00:37:39.843 --> 00:37:49.373
ถ้าหนูใช้ Multi-Model Systems แสดงว่าหนูใช้มากกว่า 1 โอเคนะคะ หนูใช้มากกว่า 1

00:37:49.713 --> 00:37:51.955
แต่ถ้าเป็น Multi-media Systems

00:37:51.979 --> 00:37:56.088
หนูจะใช้ตัวเลขที่มีความแตกต่าง ของ Media

00:37:56.112 --> 00:37:59.369
ในการติดต่อสื่อสารกับสารสนเทศ

00:37:59.740 --> 00:38:03.596
ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคอมพิวเตอร์เป็นระบบการสอน

00:38:04.227 --> 00:38:09.366
เขาจะใช้วิดีโอใช้ Animation ใช้ข้อความ

00:38:09.553 --> 00:38:11.436
หรือรูปภาพต่าง ๆ

00:38:11.460 --> 00:38:17.872
ซึ่งมีความแตกต่างในการใช้งานในแต่ละ Interaction ในการโต้ตอบ

00:38:19.430 --> 00:38:26.560
บางทีเขาอาจจะใช้เสียง หรือใช้ความเร็ว หรือใช้ความเร็วที่ช้าลง

00:38:26.940 --> 00:38:32.168
ซึ่ง 2 Media นั้นเราสามารถที่จะใช้ในโหมดที่แตกต่างกันได้

00:38:32.857 --> 00:38:34.821
หนู... จำได้ไหมคะ เกม

00:38:35.047 --> 00:38:38.388
เกมไม่ได้เป็นแบบเดียวทั้งหมดถูกไหมคะ ตลอดเกม

00:38:38.742 --> 00:38:40.007
มันจะมีการแทรก

00:38:40.080 --> 00:38:44.074
พอหนูได้ด่านที่ 2 อาจที่จะมีเสียง Effect เกิดขึ้น

00:38:44.353 --> 00:38:47.488
พอได้ด่านที่ 3 หนูอาจจะได้อะไรคะ

00:38:47.658 --> 00:38:49.585
เขาเรียกว่า "เครื่องมือ" หรือเปล่า หรืออะไร

00:38:51.407 --> 00:38:53.560
อาวุธน่ะค่ะ ได้อาวุธเกิดขึ้นมา

00:38:53.820 --> 00:38:58.835
หนูสามารถที่จะสู้กับตัวละครตัวใหญ่ได้ อย่างนี้เป็นต้นนะคะ

00:38:58.859 --> 00:39:00.800
นั่นคือ Multi-Media Systems

00:39:03.980 --> 00:39:10.790
ตัว Speech นะคะ ตัวนี้ Human เขาเริ่มต้น Human คือ บุคคล

00:39:11.040 --> 00:39:15.363
บุคคลเริ่มต้นที่จะเติบโตและทำไมคะ

00:39:15.562 --> 00:39:18.265
เริ่มต้นที่จะหาความเร็วให้เกิดขึ้น

00:39:18.290 --> 00:39:24.648
เขาเลยสร้างความ Difficult ให้เกิดขึ้นแบบ Complexities

00:39:24.840 --> 00:39:26.430
ให้เกิดความซับซ้อน

00:39:26.493 --> 00:39:29.828
แต่มันง่ายต่อการติดต่อสื่อสาร

00:39:29.852 --> 00:39:37.524
ยกตัวอย่างเช่น หนูกำลังที่จะติดต่อกับพี่ล่ามเห็นไหมคะ

00:39:37.643 --> 00:39:40.708
ก็มีทำไมคะ มี Software เกิดขึ้น

00:39:40.732 --> 00:39:45.391
ให้หนูสามารถ Connect กับอาจารย์ได้ด้วยนะคะ โดยผ่านพี่ล่าม

00:39:45.637 --> 00:39:51.683
นี่ไงคะ นี่ล่ะค่ะ เขาเป็นความซับซ้อนถูกไหมคะ เป็นความซับซ้อน

00:39:51.708 --> 00:39:55.176
แต่มันก็ดูง่ายสำหรับการใช้งาน

00:39:55.828 --> 00:39:59.396
นั่นล่ะคือเป้าหมายของ HCI

00:39:59.753 --> 00:40:03.704
เราจะทำอย่างไรให้ความซับซ้อนทั้งหลายแหล่ที่มันมีอยู่นี่

00:40:03.728 --> 00:40:05.898
มันง่ายนี่ค่ะ เหมือนกับระบบเห็นไหมคะ

00:40:06.084 --> 00:40:09.811
หนูจะมีพี่ล่าม หนู Connect ได้หนูมี Software

00:40:09.980 --> 00:40:12.293
พอเวลาหนูจะตอบปั๊บ ทำไมคะ

00:40:12.317 --> 00:40:15.355
ภาพหนูขึ้น หนูทำการตอบคำถาม

00:40:15.739 --> 00:40:17.657
พี่ล่ามทำการแปลภาษาให้

00:40:17.682 --> 00:40:22.780
อาจารย์รู้เรื่องทันทีนะคะ ว่าหนูตอบว่าอะไรคะแนนจึงเกิด

00:40:23.060 --> 00:40:27.950
นี่ค่ะ คือการ Interaction ระหว่างนักศึกษากับอาจารย์ โอเคนะคะ

00:40:30.988 --> 00:40:32.584
โครงสร้างของ Speech

00:40:33.329 --> 00:40:37.511
อาจารย์ถามดีกว่าว่า Speech แปลว่าอะไรเดี๋ยวไม่กระจ่าง

00:40:38.318 --> 00:40:40.636
ตี๋น้อย ตี๋น้อยครับ

00:40:42.015 --> 00:40:47.282
ตี๋น้อยลูก ตี๋น้อยตอบอาจารย์หน่อยค่ะ Speech ตัวนี้แปลว่าอะไรคะ

00:40:48.534 --> 00:40:52.655
S-p-e-e-c-h

00:40:54.249 --> 00:40:55.936
Speech ตัวนี้แปลว่าอะไรลูก

00:41:03.834 --> 00:41:06.288
ลองดูสิคะ ลองตอบดูสิลูกลองตอบดู

00:41:06.447 --> 00:41:08.436
กุ้งเต้นจะช่วยใช่ไหม

00:41:08.625 --> 00:41:13.169
กุ้งเต้นอยากช่วยใช่ไหม กุ้งเต้นอยากช่วยใช่ไหม

00:41:13.194 --> 00:41:14.674
ถ้าหนูอยากช่วยพยักหน้า

00:41:15.906 --> 00:41:17.699
แบ่งคะแนนกับตี๋น้อยคนละคะแนน

00:41:21.450 --> 00:41:23.692
พร้อมตอบหรือยังครับ ตี๋น้อยครับ พร้อมตอบหรือยังลูก

00:41:25.999 --> 00:41:27.403
Speech ตัวนี้แปลว่าอะไรคะ

00:41:41.245 --> 00:41:42.309
(ล่าม) แปลว่าพูดครับ

00:41:43.730 --> 00:41:45.475
(อาจารย์สุรีย์พัชร) อะไรนะคะ พี่ล่ามอีกทีสิคะ

00:41:46.880 --> 00:41:49.384
(ล่าม) แปลว่าพูดครับ (อาจารย์สุรีย์พัชร) ผู้พิทักษ์

00:41:51.780 --> 00:41:53.940
(ล่าม) พูดครับ คำพูดครับ

00:41:56.893 --> 00:41:58.075
(อาจารย์สุรีย์พัชร) ใช่เหรอ

00:41:58.687 --> 00:42:00.190
กุ้งเต้นจะตอบว่าอะไรลูก (ล่าม) แปลว่าคำพูด

00:42:01.080 --> 00:42:01.971
(ล่าม) คำพูดครับ

00:42:05.930 --> 00:42:07.570
(อาจารย์สุรีย์พัชร) มีใครคิดต่างไหมคะ

00:42:09.510 --> 00:42:13.523
มีใครคิดต่างไหมลูกยกมือเลยค่ะลูก ใครคิดต่างจากคำว่า "ผู้พิทักษ์"

00:42:15.230 --> 00:42:17.688
(ล่าม) อาจารย์ครับ น้องแปลว่าพูดค่ะ

00:42:19.536 --> 00:42:20.799
ได้ยินชัดเจนไหมคะ

00:42:23.724 --> 00:42:24.706
แปลว่าพูดค่ะ

00:42:32.160 --> 00:42:33.642
(อาจารย์สุรีย์พัชร) ใครอยากตอบไหมคะ

00:42:34.514 --> 00:42:36.070
Speech ตัวนี้แปลว่าอะไรลูก

00:42:36.774 --> 00:42:39.688
Structure of Speech อาจารย์ไม่ถาม Structure นะคะ

00:42:39.927 --> 00:42:41.270
ไม่ถาม Structure of

00:42:41.530 --> 00:42:44.567
แต่ถามแค่ตัว Speech ตัวนี้แปลว่าอะไรคะ

00:42:49.655 --> 00:42:51.688
โครงสร้างผู้พิทักษ์

00:42:53.974 --> 00:42:57.421
มาร์กี้ตอบลูก มาร์กี้ตอบว่าอะไรลูก มาร์กี้หนูจะตอบว่าอะไรคะ

00:43:02.932 --> 00:43:05.440
(ล่าม) พูด พูดครับ

00:43:14.367 --> 00:43:15.680
อาจารย์ได้ยินไหมคะ

00:43:15.770 --> 00:43:17.650
(อาจารย์สุรีย์พัชร) ไม่ได้ยินค่ะ ขออีกทีค่ะ

00:43:18.985 --> 00:43:20.755
(ล่าม) แปลว่าพูดค่ะ

00:43:20.852 --> 00:43:24.896
แต่ว่าน่าจะจับว่าเป็นผู้พิทักษ์น่ะค่ะ แต่ว่าแปลว่าพูด

00:43:26.485 --> 00:43:28.494
(อาจารย์สุรีย์พัชร) อ๋อ น้องจะตอบว่าผู้พิทักษ์ใช่ไหมคะ

00:43:29.866 --> 00:43:31.327
(ล่าม) ไม่ใช่ค่ะ พูดค่ะ

00:43:37.293 --> 00:43:40.669
น้องตี๋น้อยเขาแปลว่าคำพูดครับอาจารย์

00:43:45.584 --> 00:43:50.190
น้องตี๋น้อยแปลว่าคำพูด มาร์กี้ก็ตอบว่าคำพูดครับ

00:43:50.480 --> 00:43:51.280
(อาจารย์สุรีย์พัชร) พระพูด

00:43:52.350 --> 00:43:53.836
(ล่าม) คำพูดครับ

00:43:53.912 --> 00:43:55.864
(อาจารย์สุรีย์พัชร) คำพูดใช่ไหมคะ

00:43:55.888 --> 00:43:57.823
คำพูด โอเคขอบคุณมากค่ะ พี่ล่ามคะ

00:43:58.142 --> 00:43:59.153
ค่ะ ขอบคุณมากค่ะ

00:43:59.430 --> 00:44:02.300
(ล่าม) ครับ ตอบเหมือนกันทั้งตี๋น้อยแล้วก็น้องมาร์กี้ครับผม

00:44:02.560 --> 00:44:04.350
(อาจารย์สุรีย์พัชร) ทั้ง 2 คนตอบเหมือนกันเลยใช่ไหมคะ

00:44:04.410 --> 00:44:06.755
(ล่าม) ใช่ ๆ ครับ แปลว่าคำพูดเหมือนกันทั้ง 2 คน

00:44:06.788 --> 00:44:09.250
(อาจารย์สุรีย์พัชร) โอเคค่ะ ขอบคุณค่ะ พี่ล่ามคะ

00:44:10.214 --> 00:44:14.521
1 คะแนนค่ะ มาร์กี้และน้องตี๋น้อยค่ะ

00:44:15.344 --> 00:44:18.708
ค่ะ อาจารย์ขอโทษนะคะ อาจารย์ฟังไม่ชัดเจนเอง

00:44:19.730 --> 00:44:26.383
อย่างนั้นแสดงว่าเขาเป็นโครงสร้างของเนื้อความ หรือข้อความนั้น ๆ

00:44:26.938 --> 00:44:28.421
เป็นอย่างไรล่ะ

00:44:29.257 --> 00:44:32.890
Phonemes ค่ะ มันมีถึง 40 Them เลยนะ

00:44:33.510 --> 00:44:36.618
แล้วก็มีถึง Basic Atomic

00:44:36.723 --> 00:44:41.934
ก็คือมีพื้นฐานมีทั้งเสียงที่มีความแตกต่างในการเกิดขึ้น

00:44:43.000 --> 00:44:46.448
เสียงแต่ละเสียงอาจจะมีขนาดใหญ่ขนาดเล็ก

00:44:46.844 --> 00:44:50.941
คือ เสียงที่หนูบันทึกน่ะค่ะ เวลาที่หนูทำโปรเจกต์ใช่ไหมคะ

00:44:50.965 --> 00:44:54.711
บางช่วงอาจจะมีปริมาณมาก

00:44:55.408 --> 00:45:00.932
ไฟล์นะคะ ค่าของไฟล์ เช่น ตรงนี้ 4 Mbps ตรงนี้ 2 Mbps ตรงนี้ 1 Mbps เป็นต้น

00:45:01.217 --> 00:45:02.619
นั่นคือตัวของ Phonemes นะคะ

00:45:02.961 --> 00:45:05.855
ตัว Allophones นะคะ

00:45:05.986 --> 00:45:12.681
ตัวนี้จะเป็นเสียงที่มีช่วงระหว่าง 120 และ 130 นะคะ

00:45:13.057 --> 00:45:18.604
120-130 ระยะเสียงของเราที่เราจะได้ยินนะ

00:45:19.908 --> 00:45:21.488
ตัวของ Morphemes

00:45:21.759 --> 00:45:23.171
Morphemes จะเป็นในเรื่องของ

00:45:23.195 --> 00:45:28.211
Smallest unit of language that has meaning

00:45:28.355 --> 00:45:31.285
เป็นความหมายของภาษาเล็ก ๆ

00:45:32.962 --> 00:45:38.700
Smallest เล็ก ๆ ภาษาเล็ก ๆ ตัวน้อย ๆ เป็นคำพูดตัวเล็ก ๆ

00:45:38.871 --> 00:45:41.357
ที่มีการเขียนเอาไว้ตัวด้านล่าง

00:45:41.381 --> 00:45:43.256
หนูเคยเห็นไหมคะ ตัวหนังสือที่...

00:45:43.522 --> 00:45:45.888
หนังสือน่ะค่ะ ที่มีด้านล่างเป็นเชิงอรรถ

00:45:46.430 --> 00:45:49.677
แล้วเขาจะมีคำอธิบายด้านล่างไว้ให้นะคะ

00:45:50.460 --> 00:45:54.764
หนูลองไปดูนะคะ ในหนังสือบางหนังสือเขาจะมีด้านล่างเลยค่ะ

00:45:54.803 --> 00:45:57.893
เขาเรียกว่า "เชิงอรรถ" นะคะ จะมีคำตัวเล็ก ๆ ค่ะ

00:45:58.220 --> 00:46:02.021
เป็นการอธิบายความหมายในคำในหน้านั้นนะคะ

00:46:03.303 --> 00:46:04.741
พูดง่าย ๆ คือ เชิงอรรถนั่นเอง

00:46:05.800 --> 00:46:10.623
ต่อค่ะ ถ้าหากว่าเป็นในแง่ของ Prosody นะคะ

00:46:10.655 --> 00:46:16.296
ก็คือเป็น Alteration ก็คือเส้นทางของตัวปริมาณ

00:46:16.750 --> 00:46:22.026
หรือตัวของ Variations ที่เป็น เช่น ถนน เป็นต้นนะคะ

00:46:23.880 --> 00:46:27.251
แต่ถ้าทำการ Co-articulation

00:46:27.882 --> 00:46:31.581
มันจะเป็นค่าของค่า Effect ของคอนเทนต์นั้น ๆ

00:46:31.612 --> 00:46:35.807
เสียงน่ะค่ะ เวลาที่หนูอัดเดี๋ยวหนูไปอัดหนูจะรู้เลยค่ะ

00:46:35.831 --> 00:46:40.170
ว่าทำไมเสียงหมาเห่าแทรกเข้ามาใช่ไหมคะ

00:46:40.170 --> 00:46:42.590
หนูต้องการไหมคะลูก เวลาที่หนูจะบันทึกเสียง

00:46:42.744 --> 00:46:45.001
หนูไม่ต้องการเสียงใด ๆ เลยใช่หรือไม่คะ

00:46:45.200 --> 00:46:49.962
ที่เสียงนั้นน่ะ จะเข้ามาหาตัวหนูเองนะ น่าจะมีแต่เสียงของหนู

00:46:49.987 --> 00:46:54.708
เช่น หนูไปที่วัด ที่วัดต้องมีหมาแน่ ๆ แหละท่านนะคะ

00:46:55.048 --> 00:46:58.788
นี่พอหมา หมาเห่าพอดีเป๊ะเลย หนูต้องทำไมคะ

00:46:59.000 --> 00:47:04.544
ตัดเสียงส่วนที่มีเสียงหมาตัวนั้นน่ะออกนะคะ

00:47:04.750 --> 00:47:07.160
นั่นคือส่วนหนึ่งเลยนะคะ ในการทำโปรเจกต์

00:47:10.520 --> 00:47:13.588
ปัญหาที่เกิดขึ้นเวลาที่หนูใช้คำพูด

00:47:15.531 --> 00:47:18.060
เกิดข้อแตกต่างของคนล่ะ

00:47:18.490 --> 00:47:23.855
คนแต่ละคนจะมีคำพูดที่แตกต่างกันนะคะ จะมีคำพูดที่แตกต่างกัน

00:47:24.090 --> 00:47:28.766
ซึ่งคำพูดนั้น ๆ ที่แตกต่างกันน่ะ อาจจะเป็นในเรื่องของ Accent

00:47:29.610 --> 00:47:34.690
หรือ Intonation ของเรานะคะ หรือ Stress ของเรา หรือ Volume

00:47:34.930 --> 00:47:37.889
เสียงน่ะค่ะ เสียงแต่ละคนไม่เหมือนกันถูกไหมคะ

00:47:37.913 --> 00:47:39.634
มี Volume ไม่เท่าเทียมกัน

00:47:43.530 --> 00:47:45.355
Syntax นะคะ Syntax

00:47:45.864 --> 00:47:49.920
Syntax จะเป็นในลักษณะของข้อมูลที่หนูจะทำการกรอกข้อมูลลงไป

00:47:49.945 --> 00:47:52.805
ว่าหนูจะทำการ Similar นะ

00:47:52.829 --> 00:47:58.006
หนูจะทำการเปรียบเทียบว่าตัว ก ไก่ ที่หนูพิมพ์ลงไปในหน้าจอ

00:47:59.530 --> 00:48:04.555
ระบบคอมพิวเตอร์เขามอง ก ไก่ เป็นเลขฐานนะคะ

00:48:04.725 --> 00:48:08.070
เป็นตัวปิด-เปิด 0 1 0 1

00:48:08.570 --> 00:48:14.179
ซึ่งของเขาเป็นเลขฐาน 16 นะ แต่อาจารย์ไม่สอนนะคะ

00:48:14.204 --> 00:48:15.585
เลขฐาน 2 ไม่สอนนะ

00:48:15.609 --> 00:48:17.920
อันนี้ไม่สอน ไม่ขอสอนเลขฐาน 2 นะคะ

00:48:18.430 --> 00:48:22.790
Background ค่ะ หนูรู้จักคำว่า "Background" กันไหมคะ นะคะ

00:48:23.040 --> 00:48:27.403
Background Noises Interfere นะคะ

00:48:27.721 --> 00:48:31.199
ตัว Background คือ พื้นหน้าจอของหนูน่ะค่ะ

00:48:31.920 --> 00:48:36.790
หนูจะออกแบบหน้าจออย่างไรให้มันเหมาะสมกับผู้ใช้

00:48:37.160 --> 00:48:40.700
ยกตัวอย่างเช่น หนูต้องการออกแบบหน้าจอให้ อบต.

00:48:42.079 --> 00:48:45.943
แล้วคราวนี้ อบต. เขาต้องใช้สีอะไร

00:48:45.967 --> 00:48:50.671
หนูต้องรู้ไว้เลยว่า อบต. นี้เขามีสีประจำของเขานี่ใช้สีอะไร

00:48:50.783 --> 00:48:53.173
หนูก็ต้องใช้โทนสีนั้นให้กับเขา

00:48:53.424 --> 00:48:58.330
หรือหนูกำลังจะคิดออกแบบหน้าจอการติดต่อสื่อสารให้กับมหาวิทยาลัย

00:48:58.970 --> 00:49:02.600
มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครใช้สีอะไรเป็นสีประจำ

00:49:02.691 --> 00:49:06.554
หนูก็ต้องมีโทนสีนั้นถูกไหมคะ มีโทนสีนั้นใส่เข้าไปด้วย

00:49:07.790 --> 00:49:09.287
หนูลองมาดูตรงนี้ค่ะ

00:49:11.414 --> 00:49:13.127
คำนะคะ

00:49:13.359 --> 00:49:18.315
คำที่หนูมีความต้องการที่จะให้เขาเข้าใจใน Sentence นั้น ๆ

00:49:18.340 --> 00:49:23.020
ถ้าอาจารย์บอกว่านักศึกษากรุณาออกแบบหน้าจอ

00:49:23.380 --> 00:49:33.190
เพื่อ... เพื่อสนับสนุนให้คนที่ไม่สามารถมองเห็นได้ใช้งานได้

00:49:33.370 --> 00:49:36.521
แต่นักศึกษาเขียนมาเป็นข้อ ๆ ๆ ๆ

00:49:36.975 --> 00:49:41.100
อันนี้แสดงว่าเรา Interaction ไม่ตรงกันถูกไหมคะ

00:49:41.420 --> 00:49:45.650
ไม่ตรงกันเพราะหนูไม่ออกแบบหน้าจอมาสักคนเลยลูกคำตอบข้อนี้

00:49:46.150 --> 00:49:49.250
นี่ค่ะ เขาเรียกว่า "Words not enough" นะคะ

00:49:51.490 --> 00:49:56.950
มายกตัวอย่างเช่น Even if เหตุการณ์นี้นะคะ

00:49:57.160 --> 00:50:00.214
ถ้า Error เกิดขึ้นกับฉัน

00:50:00.612 --> 00:50:02.870
ฉันก็จะบอกว่า Don't like this

00:50:03.668 --> 00:50:05.988
โอ้โห ฉันไม่ชอบสิ่งนี้เลย

00:50:06.329 --> 00:50:09.731
หรือหนูจะทำการ Recognise ก็ได้นะคะ ตัวนี้

00:50:11.160 --> 00:50:14.010
หนูเคยเห็นไหมคะ เขาขึ้นคำว่า "Ignore"

00:50:14.170 --> 00:50:16.495
เวลาหนูทำอะไรไม่ได้ระบบมันจะขึ้น...

00:50:16.741 --> 00:50:19.263
ขึ้นมา Pop-up ขึ้นมาให้เลยค่ะ คำว่า "Ignore"

00:50:19.690 --> 00:50:22.427
Ignore แปลว่าอะไรหนอ ใครตอบได้ไหมคะ

00:50:23.632 --> 00:50:28.320
Ignore นะคะ

00:50:29.868 --> 00:50:35.241
Phonetic Typewriter เป็นการพัฒนาตัวสิ้นสุดแล้วตัวนี้นะคะ

00:50:35.354 --> 00:50:37.356
หนูพัฒนามาจนสุดทางล่ะ

00:50:37.380 --> 00:50:41.027
ก็คือ Universal ตอนแรกน่ะ หนูออกแบบแค่เฉพาะบุคคล

00:50:41.309 --> 00:50:47.521
แต่ตอนนี้หนูออกแบบให้สากลรับรู้รับทราบแล้วว่านี่นะ

00:50:47.657 --> 00:50:50.609
เราออกแบบให้กับหลาย ๆ ศาสตร์

00:50:51.020 --> 00:50:52.553
แล้วหนูจะทำอย่างไรให้รู้ล่ะค่ะ

00:50:52.577 --> 00:50:56.652
ว่าหนูออกแบบให้... มีเป็น Universal

00:50:56.880 --> 00:50:58.997
หนูก็ต้องมี Choice ให้เขาเลือกใช่ไหมคะ

00:50:59.427 --> 00:51:03.243
คุณเป็นคน... เหมือนเขาขายแว่นน่ะลูก เหมือนเขาขายแว่น

00:51:03.610 --> 00:51:06.491
แว่นตามีทั้งหมดแว่นปกติ

00:51:06.941 --> 00:51:11.180
แว่นสายตาสั้น แว่นสายตายาวเขาก็ให้หนูเลือก

00:51:11.512 --> 00:51:14.705
ถ้าหนูเลือกว่าเป็นสายตาปกตินะคะ

00:51:14.729 --> 00:51:19.062
สายตาปกติปั๊บ คำในหน้าจอก็จะเป็นอักษรปกติ

00:51:19.670 --> 00:51:22.840
แต่ถ้าหากว่าหนูบอกเป็นสายตาสั้นปั๊บ

00:51:22.864 --> 00:51:27.200
เขาก็จะเริ่มปรับหน้าจอให้เหมือนกันคนสายตาสั้น

00:51:27.427 --> 00:51:30.111
แต่ถ้าหนูเลือก Choice ให้เป็นสายตายาว

00:51:30.473 --> 00:51:34.494
เขาก็จะปรับหน้าจอของตัวของเขาเองนี่นะคะ ที่หนูออกแบบ

00:51:34.736 --> 00:51:37.050
ให้เป็นเหมาะสมกับสายตายาว

00:51:37.322 --> 00:51:41.137
แบบนี้ล่ะค่ะ เขาเรียกว่า "Developed for Finnish"

00:51:41.580 --> 00:51:46.870
เป็นไปตามข้อความ หรือคำพูดที่เขาร้องขอนะคะ

00:51:48.100 --> 00:51:53.555
ฉะนั้น เราจะทำการทดสอบกันนะคะ ตอนนี้นะคะ

00:51:53.579 --> 00:51:57.177
ไม่ใช่... ไม่เชิงทดสอบ จะเป็นในลักษณะของการทำงานของคำ

00:51:57.201 --> 00:51:59.790
เขาเลยใช้คำว่า "Neural Network"

00:52:00.487 --> 00:52:02.640
Neural คือ สมอง

00:52:02.907 --> 00:52:07.884
สมองของเรามีเส้นประสาทมากมายเยอะแยะเลยนะคะ เป็นสายของ Network

00:52:08.343 --> 00:52:11.673
ซึ่งมันจะบรรจุ Cluster นะคะ

00:52:11.697 --> 00:52:16.420
มีทั้งเสียงนะคะ มีทั้งชื่อและ Corresponding

00:52:16.445 --> 00:52:20.620
และ Character มากมายในสมองของเรานะคะ

00:52:22.620 --> 00:52:26.080
เมื่อไรก็ตามที่หนูทำการ Recognise คำพูด

00:52:26.130 --> 00:52:29.347
ก็คือหนูจะทำการจำเพราะกับคำพูด

00:52:29.756 --> 00:52:33.792
เสียงนะคะ เขาจะต้องอนุญาตให้การปิดได้

00:52:34.439 --> 00:52:38.034
หนูเคยเห็นไหมคะลูก ในการอ่านหรืออะไรก็ตาม

00:52:38.058 --> 00:52:41.335
เขาจะให้เรากดที่ตัวลำโพงได้

00:52:41.360 --> 00:52:45.303
หนูไม่ต้องการฟังเสียงหนูจะดูแต่ภาพก็ทำได้

00:52:45.535 --> 00:52:48.865
หนูจะทำการ Print out ตัวนี้ทำได้ไหม

00:52:49.115 --> 00:52:52.570
ก็ได้อีกโดยการอะไรคะ Capture หน้าจอ

00:52:53.115 --> 00:52:57.780
ก็ทำได้เช่นเดียวกันนะนะคะ

00:52:58.271 --> 00:53:00.788
หนูลองมาดูในภาพในหน้าจอนี้ดูบ้างค่ะ

00:53:01.788 --> 00:53:06.220
อันนี้คือ Phonetic Typewriter

00:53:07.520 --> 00:53:08.921
หนูดูหน้าจอนะคะ

00:53:11.468 --> 00:53:13.350
หน้าจอหนูเห็นอะไรคะ

00:53:16.615 --> 00:53:18.400
ในหน้าจอหนูเห็นอะไรลูกตอนนี้

00:53:25.880 --> 00:53:29.480
ใครจะตอบอาจารย์ไหมคะ ในหน้าจอหนูเห็นอะไรคะ

00:53:43.050 --> 00:53:46.540
ตอบได้ไหมคะ น้ององุ่นขา น้องมาร์กี้ตอบได้ไหมคะ

00:54:11.330 --> 00:54:14.339
หนูเห็นไหมคะ มันเป็นคำพูดทั้งนั้นเลยน่ะค่ะ

00:54:14.598 --> 00:54:20.630
a a a a h a

00:54:22.297 --> 00:54:27.464
ขึ้นอยู่กับว่าอะไรคะ คำพูดนั้น ๆ นะ อยู่ที่ไหน

00:54:27.488 --> 00:54:30.300
หนูใช้กับประเทศอะไรก็ได้ค่ะ

00:54:40.160 --> 00:54:45.482
ใครจะตอบยกมือทีค่ะลูก ครับผมเอาเลยครับ

00:54:54.070 --> 00:54:58.050
(ล่าม) เป็นภาษาอังกฤษที่ช่วยสำหรับคนตาบอดด้วยครับ

00:55:00.660 --> 00:55:03.281
(อาจารย์สุรีย์พัชร) พี่ล่ามคะ ขออีกทีสิคะ เป็นภาษาอังกฤษที่อะไรนะคะ

00:55:13.698 --> 00:55:14.481
ช่วยสำหรับ...

00:55:15.150 --> 00:55:18.240
(ล่าม) สำหรับคนพิการทางสายตาครับ

00:55:18.470 --> 00:55:21.010
(อาจารย์สุรีย์พัชร) โอ้โห มองข้ามชอร์ตเลยนะนี่

00:55:28.466 --> 00:55:30.798
เอาตรง ๆ เลยนะคะ คำตอบในสไลด์นี้

00:55:31.297 --> 00:55:37.584
คือ มันเป็นคำคำหนึ่งที่มีการออกเสียงแตกต่างกันเท่านั้นค่ะ

00:55:38.720 --> 00:55:45.752
เป็นแค่คำที่มันลอยน่ะค่ะ คำที่... ที่ให้เห็นเป็นกลม ๆ ๆ ๆ หนูลองอ่านดูนะคะลูก

00:55:46.780 --> 00:55:52.419
a a a h เห็นไหมคะ h

00:55:53.486 --> 00:55:57.257
ตัว a หายไปแล้วก็เลยกลายมาเหลือเป็นตัว h ตัวเดียว

00:55:58.744 --> 00:56:02.905
พอหนูมาถึงคำตัวนี้ค่ะ ซึ่งอาจารย์ก็ไม่ทราบจริง ๆ ค่ะ

00:56:02.929 --> 00:56:06.580
ว่าเป็นประเทศไหนใช้นะคะ ตัวนี้ไม่ทราบจริง ๆ น่ะค่ะนะ

00:56:06.750 --> 00:56:12.487
หนูลองดูตัว r เห็นไหมคะ r r r ในหน้านี้นะ

00:56:13.613 --> 00:56:21.862
ในสัปดาห์หน้าอาจารย์จะให้หนูมาโยงความสัมพันธ์ให้เป็น Neural Network

00:56:22.534 --> 00:56:26.688
เดี๋ยวจะพรินต์มาให้แล้วหนูโยงตัวที่เหมือนกัน

00:56:26.712 --> 00:56:30.042
หรือเป็นคำพูดที่เป็นคำพูดเดียวกัน

00:56:32.090 --> 00:56:36.726
อะไรที่เป็นคำพูดเดียวกันหนูนำเส้นเชื่อมต่อกัน

00:56:36.750 --> 00:56:47.555
ยกตัวอย่างเช่นนะคะ a a a a a a โอเคไหมคะ เชื่อมกันนะคะ

00:56:47.585 --> 00:56:50.426
ลากเส้นต่อเนื่องกันมาเรื่อย ๆ นะคะ

00:56:50.456 --> 00:56:53.932
ในคาบหน้าอาจารย์จะพาเล่น Neural Network

00:56:57.930 --> 00:57:02.850
ต่อมาค่ะ ใกล้... ใกล้หมดแล้วนะคะ หนูจะถึงแถว ๆ การบ้านแล้วนะคะ

00:57:03.070 --> 00:57:06.088
หนูจะ Useful หนูจะใช้ตัวนี้

00:57:06.235 --> 00:57:08.373
คำพูดในนี้หนูจะ Recognise เขาได้อย่างไร

00:57:08.398 --> 00:57:11.288
หนูจะทำการปรับเทียบเขาได้อย่างไร

00:57:13.644 --> 00:57:17.500
Single User Limited Vocabulary Systems

00:57:17.750 --> 00:57:24.230
ยกตัวอย่างเช่น คอมพิวเตอร์ Dictionary เด็ก ๆ ใช้ไหมคะ

00:57:24.813 --> 00:57:30.790
Translate ของ Google ทำไมคะ Copy คำมาวางกดแปล

00:57:30.814 --> 00:57:32.843
หรือหนูกดกล้องส่อง

00:57:33.390 --> 00:57:36.921
แต่ทำไมคะ ต้องมีแสงเกิดขึ้นถูกไหมคะ

00:57:37.172 --> 00:57:41.140
ต้องมีแสงช่วยถึงจะสามารถแปลได้

00:57:41.434 --> 00:57:45.390
และภาษาบางภาษาเราก็คงไม่รู้เหมือนกันน่ะนะ

00:57:45.414 --> 00:57:48.944
ว่าภาษานั้น ๆ น่ะประเทศนี้มีหรือไม่

00:57:48.990 --> 00:57:56.310
เพราะบางทีเราก็ไม่รู้ว่ามีประเทศ... เหมือนประเทศแคเมอรูน

00:57:57.000 --> 00:58:00.920
อาจารย์ยังไม่รู้เลยว่าแคเมอรูนนี่เป็นประเทศหรือเป็นรัฐเป็นอะไรนะ

00:58:01.450 --> 00:58:07.495
ก็รู้แต่สหรัฐฯ นี่ล่ะค่ะ ตอนนี้ค่ะ กำลังจะมีผลต่อแคนาดากับอะไรนี่ประเทศหนึ่งนะ

00:58:07.526 --> 00:58:09.979
เรื่องของภาษี อาจารย์รู้แค่นี้แหละตอนนี้นะคะ

00:58:10.560 --> 00:58:16.788
แต่ถ้าหนูเปิดใช้ปั๊บมันจะเกิด Limit Vocabulary Systems

00:58:16.812 --> 00:58:19.841
ที่หนูสามารถที่จะใช้ทางสถิติได้

00:58:20.063 --> 00:58:24.021
ยกตัวอย่างเช่น หนูใช้เสียงกับโทรศัพท์

00:58:24.624 --> 00:58:27.320
หนูเคยไหมคะ แปลโดยการใช้เสียง

00:58:28.409 --> 00:58:33.056
หนูเคยรู้จักหูฟังที่พูด

00:58:33.181 --> 00:58:37.254
หนูกดพูดปั๊บมันจะมีฟังก์ชันหนึ่งอาจารย์ก็โหลดมาแล้วนะคะ ลองเล่นแล้ว

00:58:37.443 --> 00:58:42.686
กดปุ๊บอาจารย์พูดเป็นภาษาไทยแต่เราต้องพูดให้ชัดเจนด้วยนะ

00:58:42.845 --> 00:58:48.660
ถ้าเราพูดไม่ชัดเจนเขาก็จะพิมพ์ออกมาในคำพูดที่เขาคิดว่าใช่นะคะ

00:58:48.840 --> 00:58:55.004
แล้วเขาจะแปลออกมาตามภาษาที่หนูเลือกแต่แอปนี้มั่นใจว่าจีนเป็นคนพัฒนา

00:58:55.030 --> 00:59:00.900
เพราะอาจารย์เลือกภาษาไทยแล้วแต่หัวข้อยังเป็นภาษาจีนอยู่

00:59:02.375 --> 00:59:03.751
ทั้ง ๆ ที่เราเลือกภาษาไทยแล้ว

00:59:03.775 --> 00:59:08.035
นี่ล่ะค่ะ มันคือคำที่ถูกการบล็อกเอาไว้นะคะ

00:59:08.150 --> 00:59:11.450
บล็อกเอาไว้ให้รู้ว่านี่จีนเป็นคนพัฒนานะคะ

00:59:12.930 --> 00:59:16.226
ต่อมาค่ะ ถ้าหนูจะทำการ General User

00:59:16.250 --> 00:59:18.830
User โดยทั่ว ๆ ไปเลยทำอย่างไรล่ะ

00:59:19.199 --> 00:59:24.568
ก็เป็น Vocab กว้าง ๆ เลยนะคะ Vocab กว้าง ๆ เลย

00:59:24.877 --> 00:59:29.958
โดยยกตัวอย่างอย่างไรล่ะ ก็การขับเคลื่อนของเครื่องจักร

00:59:30.954 --> 00:59:32.751
การขับเคลื่อนของเครื่องจักร

00:59:32.775 --> 00:59:37.910
หนูจะทำการผลิตรองเท้า หนูแค่กดปุ่ม Start มันวิ่งตื๊ด ๆ ๆ ทำ

00:59:37.955 --> 00:59:42.771
หนูจะทำการออกแบบผลิตภัณฑ์ หนูจะทำฮอตด็อกสักฮอตด็อกหนึ่งน่ะค่ะ

00:59:43.529 --> 00:59:47.869
การที่จะลอกไส้ออก เอาหมูเข้าไปใส่เอาไปมัดช่างน้ำหนัก

00:59:47.894 --> 00:59:51.660
ทุกอย่างหนูกดทำงานปั๊บ สับสวิตช์ให้มัน On

00:59:52.199 --> 00:59:55.547
มันก็จะเริ่มทำแล้วมันก็ตัด ๆ ๆ ๆ แล้วมันก็ลงบล็อก

00:59:55.619 --> 00:59:57.419
ลงบล็อกปุ๊บเขาก็ปิดกล่อง

00:59:57.470 --> 01:00:03.860
ปิดกล่องไหลปุ๊บลากปุ๊บจบ ลงเก็บส่งออกได้เลย

01:00:04.080 --> 01:00:08.988
นี่ค่ะ นี่คือการ Driving ของ Manufacturing

01:00:09.159 --> 01:00:11.869
มาจากอะไรคะ มาจากคำพูดนั่นเอง

01:00:12.086 --> 01:00:17.278
แต่คำพูดทุกคำพูดนั้น ๆ เขาจะต้องมีตัวสังเคราะห์มาก่อน

01:00:17.640 --> 01:00:21.655
ยกตัวอย่าง ถ้าหนูบอกว่าให้บ้านเปิดไฟเอง

01:00:22.045 --> 01:00:24.240
บอกหนูบอกว่าเปิดไฟ

01:00:24.330 --> 01:00:30.470
แต่วันนี้หนูเป็นหวัดเอาล่ะ เสียงของหนูไม่เหมือนเดิมไฟจะเปิดไหมคะ

01:00:31.000 --> 01:00:32.114
หนูคิดว่าเปิดไหมคะ

01:00:32.138 --> 01:00:35.010
ถ้าหนูคิดว่าเปิดใครคิดว่าเปิดหนูยกมือให้อาจารย์หน่อยค่ะ

01:00:38.240 --> 01:00:43.700
ย้ำนะคะ หนูเป็นหวัด หนูเสียงแหบ หนูพูดไม่ได้

01:00:44.120 --> 01:00:48.980
คือ หนูพูดออกมาเสียงพูดได้ แต่เสียงที่หนูพูดนั้นไม่เหมือนเดิม

01:00:49.770 --> 01:00:55.590
หรือหนูกำลังใช้ภาษามือแต่หนูเจ็บแขน

01:00:55.693 --> 01:00:57.933
หนูยกขึ้นมาไม่ได้น่ะแขนน่ะ

01:00:57.957 --> 01:01:04.293
หนูไม่สามารถที่จะทำการแปลภาษามือได้นะคะ

01:01:04.437 --> 01:01:08.322
หนูก็เกิดขึ้นแล้วคราวนี้ไม่สามารถที่จะทำไมคะ ออกแบบขึ้นมาได้

01:01:08.613 --> 01:01:12.162
นี่ค่ะ อาจารย์เห็นล่ะ อากาศหนาวเด็กกอดอก

01:01:12.528 --> 01:01:17.781
เด็กเลยแปลภาษามือไม่ได้ นี่ค่ะ นี่คือการปรับนี่ค่ะ

01:01:18.020 --> 01:01:21.415
เพราะฉะนั้น เครื่องมันก็เลยบอกว่าถ้าเครื่องมันเย็นจัด

01:01:21.555 --> 01:01:26.640
คุณต้อง Boot เครื่องให้ร้อนก่อนนะ ถึงจะทำงานได้

01:01:26.826 --> 01:01:31.663
แต่ถ้าเครื่องร้อนจนเกินไป ร้อนเท่าไรล่ะ ก็ต้องมาดูอีกว่า

01:01:31.748 --> 01:01:37.357
เอ๊ะ เครื่องร้อนร้อนนี่ร้อนสูงเท่าไรถึงเครื่องจะทำงานไม่ได้

01:01:37.381 --> 01:01:38.808
เหมือนเครื่องคอมพิวเตอร์น่ะค่ะ

01:01:39.420 --> 01:01:43.629
หนูสังเกตไหมคะ ว่าเปิดทั้งวันแล้วหนูลองจับที่ตัวเครื่องดู

01:01:43.761 --> 01:01:46.321
มันจะร้อนเลย เหมือนโทรศัพท์ของหนูน่ะค่ะ

01:01:47.233 --> 01:01:52.141
หนูก็จะจับใช่ไหม โทรศัพท์ร้อนไหมคะลูก เวลาใช้นาน ๆ ร้อนนะ

01:01:52.370 --> 01:01:56.240
หนูลองจับตัวที่อยู่หลัง... หลังหน้าจอก็ได้ค่ะ

01:01:56.378 --> 01:01:58.377
ถ้าหนูใช้นาน ๆ ในช่วงหน้าร้อนนะ

01:01:58.401 --> 01:02:00.628
อันนี้หน้าหนาวก็คงไม่ร้อนหรอกมั้งคะ

01:02:01.332 --> 01:02:06.033
ไอ้เป็นก้อน ๆ น่ะลูก หลังหน้าจอหนูน่ะ มันจะออกอุ่น ๆ นะคะ

01:02:06.058 --> 01:02:08.021
จะออกอุ่น ๆ นิดหนึ่งนะ

01:02:10.297 --> 01:02:12.155
ตัวของ Synthesis นะคะ

01:02:12.396 --> 01:02:16.366
ตัวนี้จะเป็นในเรื่องของ Generation Speech นะคะ

01:02:16.530 --> 01:02:20.584
เป็นข้อมูลของเขาเรียกว่าคำพูดที่โดยทั่ว ๆ ไป

01:02:21.050 --> 01:02:25.081
Useful เราใช้ ใช้อย่างไรล่ะ ก็ใช้แบบปกตินี่แหละ

01:02:25.488 --> 01:02:30.220
ก็ใช้ในเรื่องของ Information ทั่ว ๆ ไปในการรับข้อมูลมา

01:02:30.480 --> 01:02:34.700
หนูต้องการเอาข้อมูลอะไรใส่ข้อมูลในเรื่องของปราสาทผึ้งใส่ก็ Copy มาวาง

01:02:34.910 --> 01:02:37.276
เหมือนหนูตอบคำถามให้อาจารย์แอนในข้อสอบน่ะค่ะ

01:02:37.462 --> 01:02:39.360
อาจารย์มีข้อมูลคำถามเกิดขึ้น

01:02:39.760 --> 01:02:45.190
แต่เด็กบางคนไม่อ่านคำถามให้ละเอียดหนู Copy คำตอบมาวางปุ๊บแล้วหนูกดส่ง

01:02:45.519 --> 01:02:47.369
อาจารย์บังคับให้ส่งแค่ครั้งเดียว

01:02:47.675 --> 01:02:52.583
ใครที่เข้าไปทำอีกครั้งหนึ่งหนูจะไม่สามารถทำข้อสอบข้อนั้นได้

01:02:52.608 --> 01:02:58.514
และข้อสอบที่หนูส่งไปแล้วก็จะไม่ได้ส่งด้วย มันจะหายอัตโนมัติเลย

01:02:59.023 --> 01:03:03.196
อาจารย์บล็อกไว้ขนาดนั้นนะคะ เพราะให้หนูทำเพียงแค่ครั้งเดียวนะ

01:03:03.950 --> 01:03:07.217
ถามว่าทำไมอาจารย์อยากให้หนูมีความมั่นใจก่อนส่ง

01:03:07.328 --> 01:03:10.054
เพราะอาจารย์ให้เวลาหนูเยอะมากค่ะลูก เยอะมาก

01:03:10.360 --> 01:03:12.049
แล้วให้หนูค้นด้วยนะคะ

01:03:12.633 --> 01:03:15.899
ปัญหาที่เกิดขึ้น เกิดขึ้นจากอะไรบ้างล่ะ

01:03:17.151 --> 01:03:20.163
เยอะแยะมากมายค่ะ การวิเคราะห์แบบ Similar

01:03:20.690 --> 01:03:22.333
อาจารย์จะวิเคราะห์ได้อย่างไร

01:03:22.491 --> 01:03:26.840
เสียงของคนแต่ละคนไม่เหมือนกันแม้แต่เสียงภาษาไทยนะคะ

01:03:26.865 --> 01:03:30.989
ที่เขาพูด ๆ กันนี่เห็นไหมคะ เสียงของอาจารย์แอน เสียงของพี่ล่ามนะคะ

01:03:31.085 --> 01:03:34.595
เสียงของอาจารย์แม่ ของอาจารย์พ่อไม่เหมือนกันเห็นไหมลูก

01:03:34.979 --> 01:03:38.186
ก็จะทำไมคะ โทนเสียงก็จะไม่เหมือนกัน

01:03:38.236 --> 01:03:41.523
นี่ล่ะค่ะ คือปัญหาที่เกิดขึ้นล่ะ

01:03:41.804 --> 01:03:45.242
เช่น จะให้พูดแค่คำว่า "เปิดไฟ"

01:03:46.520 --> 01:03:51.503
เสียง Noise ที่เขาจะต้องได้ ก็คือ 120-130 นะคะ

01:03:51.749 --> 01:03:56.688
ถ้าความดังไม่ได้เท่ากับเท่านั้นทำไมคะ หูเราก็จะ...

01:03:56.955 --> 01:03:58.860
แก้วหูจะระเบิดเหมือนกันนะคะ

01:04:00.295 --> 01:04:02.795
Additional Problems ดูปัญหาด้านนี้บ้าง

01:04:03.108 --> 01:04:06.751
เขาเลยบอกว่านี่ถ้าหากเป็น Headphones

01:04:07.376 --> 01:04:10.357
ตัวโทรศัพท์นี่เราต้องการมาก ๆ เลย

01:04:10.502 --> 01:04:14.873
แต่เขาไม่กรอกโทรศัพท์ให้เราเขากรอกตัวเลขให้ไม่ครบ

01:04:15.260 --> 01:04:20.884
หรือเขา Creates Noise Noise ก็คือในเรื่องของทำไมคะ

01:04:21.499 --> 01:04:24.990
ข้อมูลที่ไม่สามารถนำมาใช้งานได้นะ

01:04:25.014 --> 01:04:28.016
มันมี Noise เข้ามานะคะ ใน Workplace

01:04:28.910 --> 01:04:32.157
หรือเขาในการ Review หรือการ Browse

01:04:32.237 --> 01:04:35.177
การแก้ไขข้อมูลมันแก้ไขได้ไม่หมด

01:04:35.680 --> 01:04:38.949
หนูต้องเคยเจอบ้างน่ะค่ะ เวลาหนูใช้ระบบนะคะ พวกนี้

01:04:39.039 --> 01:04:42.686
แต่หนูไม่รู้ว่าตัวนี้เขาเรียกว่า "Synthesis" นะคะ

01:04:44.242 --> 01:04:48.663
แล้วหนูจะใช้อย่างไรล่ะ ถ้าจะให้มันสำเร็จนะคะ

01:04:49.140 --> 01:04:56.465
เมื่อไรก็ตามที่ User ทำการ Overcome Problems ครอบคลุมทุกปัญหา

01:04:56.615 --> 01:05:02.260
หนูจะทำการ Motivation หนูจะทำการกำหนดทิศทางของมันได้

01:05:02.670 --> 01:05:07.148
และหนูจะมีหนทางในการแก้ปัญหาได้ด้วย

01:05:07.223 --> 01:05:12.377
ยกตัวอย่างเช่น Screen Readers หน้าจอของผู้นำ

01:05:13.179 --> 01:05:18.747
เขาจะอ่านนะคะ อ่าน Text แล้วก็ Display ให้กับ User

01:05:19.010 --> 01:05:24.077
นี่ค่ะ เหมือนอาจารย์แอนพูดแล้วก็มีข้อความขึ้นนี่ค่ะ ตัวนี้ Screen Readers นะคะ

01:05:24.573 --> 01:05:28.590
หรือตัว Warning นะคะ Warning Signals จะเป็น Spoken

01:05:28.614 --> 01:05:33.863
ก็คือเป็น Information ที่เป็นตัวของ Spoken เกิดขึ้นในของข้อมูล

01:05:34.360 --> 01:05:39.918
ยกตัวอย่างเช่น ถ้าหนูกรอกข้อมูลผิดมันต้องขึ้นมาใช่ไหมคะ

01:05:40.110 --> 01:05:42.040
กรุณากรอกข้อมูลให้ครบ

01:05:42.890 --> 01:05:45.313
มีไหมคะ เคยเห็นไหมลูก Pop-up ที่เกิดขึ้นมา

01:05:45.337 --> 01:05:47.999
ขึ้นมาปุ๊บกรุณากรอกข้อมูลให้ครบ

01:05:48.727 --> 01:05:52.293
อีเมลของท่านผิดทั้ง ๆ ที่เรากรอกถูกน่ะค่ะ

01:05:52.445 --> 01:05:56.197
อีเมลของท่านผิด หมายเลขโทรศัพท์ของท่านไม่ถูก

01:05:56.750 --> 01:06:01.750
มีหมดเลยเห็นไหมคะ มีครบเลย นี่ล่ะค่ะ ตัวนี้คือการใช้นะคะ

01:06:01.940 --> 01:06:09.780
Non-Speech Sounds คือการ Boings Bangs Squeaks Clicks เป็นต้น

01:06:10.020 --> 01:06:13.166
ทั้งหมดมีคำศัพท์อยู่ 4 คำ

01:06:13.804 --> 01:06:17.440
อาจารย์จะเรียก 4 คนอาจารย์จะให้คนละคะแนนนะคะ

01:06:19.050 --> 01:06:22.145
เริ่มจากอาจารย์ขอตี๋สั้นก่อนได้ไหมคะลูก

01:06:23.637 --> 01:06:29.913
Clicks แปลว่าอะไรคะ C-l-i-c-k-s

01:06:33.981 --> 01:06:39.280
โอเคถูกต้องครับ Clicks ตี๋สั้นได้แล้วเก่งมากครับ

01:06:40.300 --> 01:06:44.021
Boings ค่ะ อาจารย์ขอเลขที่ 7 ค่ะ

01:06:45.152 --> 01:06:46.338
Boings ค่ะ

01:06:47.670 --> 01:06:51.330
น้ององุ่นตอบว่าอะไรคะ องุ่นคะ

01:07:00.670 --> 01:07:03.421
องุ่นคะ กล้ององุ่นอยู่ไหนเอ่ย

01:07:04.756 --> 01:07:06.088
เบอร์ 7 ค่ะ

01:07:08.215 --> 01:07:09.166
ค่ะ

01:07:13.478 --> 01:07:15.141
หนูจะตอบว่าอะไรคะ Boings

01:07:27.780 --> 01:07:28.754
ค่ะ ตอบเลยลูกองุ่น

01:07:44.000 --> 01:07:49.840
กุ้งเต้นเตรียมนะคะ ตัวที่ 2 ค่ะ ตัวที่ 2 นะคะ Bangs

01:07:50.983 --> 01:07:55.652
ตัวที่ 3 ค่ะ Squeaks ค่ะ ตี๋น้อยค่ะ เตรียมนะคะ

01:07:56.398 --> 01:07:57.469
เชิญค่ะ น้ององุ่นค่ะ

01:08:11.283 --> 01:08:15.885
(ล่าม) Boings ค่ะ ไม่เจอคำแปลค่ะ

01:08:19.640 --> 01:08:21.489
(อาจารย์สุรีย์พัชร) แสดงว่าหนูใช้ Google Translate

01:08:24.181 --> 01:08:25.908
กุ้งเต้นหนูจะตอบ ตอบอะไรคะ

01:08:27.156 --> 01:08:32.921
(อาจารย์เกวลี) เดี๋ยวค่ะ อย่างเช่น ข้อมูลสมมุติว่าอาจารย์เขียนเป็น 15

01:08:34.166 --> 01:08:35.859
11 65

01:08:37.596 --> 01:08:39.940
อันนี้คือข้อมูลนะคะ

01:08:40.458 --> 01:08:48.378
แต่มันคืออะไรล่ะหมายเลขรหัสสินค้าหรือเปล่า หรือรหัสไปรษณีย์ หรือเลข...

01:09:00.408 --> 01:09:06.748
หนังสือภาพข้อมูลเสียงวิดีโอสามารถไปตัดต่อ หรือเอามาสามารถในการวิเคราะห์

01:09:07.544 --> 01:09:12.613
หรือช่วยให้ทำให้ Big Data นี่มันสามารถประมวลผลได้ดีขึ้น

01:09:14.144 --> 01:09:19.327
กับ V สุดท้ายนะคะ Veracity นะคะ ก็คือคุณภาพของข้อมูล

01:09:20.604 --> 01:09:24.921
คุณภาพของข้อมูลนี่มันยังสามารถไปวิเคราะห์ต่อได้

01:09:26.014 --> 01:09:29.727
บางครั้งข้อมูลที่ยังไม่ผ่านการวิเคราะห์นี่ก็เอามาทำ Big Data ได้เหมือนกัน

01:09:29.751 --> 01:09:33.337
เพราะว่าถือว่าเป็นข้อมูลดิบนะคะ

01:09:33.680 --> 01:09:37.749
ข้อมูลดิบนี่จะมาจากหลายแหล่งเพื่อจะไปประมวลผลทั้ง Facebook YouTube

01:09:38.638 --> 01:09:41.090
แล้วก็ที่นิยมกันตอนนี้ ก็คือ Twitter

01:09:42.568 --> 01:09:45.751
การเอาข้อมูลตัวอักษรใน Twitter มาประมวลผลนะคะ

01:09:46.102 --> 01:09:54.349
เป็นเทร็นด์ Twitter บ้างอะไรบ้างนะคะ เป็นการส่งต่อข้อมูลซึ่งกันและกัน

01:09:55.440 --> 01:09:59.962
มีการรีทวิตอะไรอย่างนี้พวกคุณน่าจะเข้าใจนะคะ

01:10:00.247 --> 01:10:02.560
ในการเล่นโซเชียลพวกนี้นะคะ

01:10:02.906 --> 01:10:08.176
แต่ข้อมูลจะต้องมีการคัดกรองความน่าเชื่อถือของข้อมูลก่อนนะคะ

01:10:09.590 --> 01:10:15.410
อันนี้ก็จะเป็นสิ่งที่เอามาประกอบกันจนเรียกว่าเป็น Big Data นะคะ

01:10:16.040 --> 01:10:19.621
Twitter นี่เยอะนะคะ ว่า... แต่ละคนให้ข้อมูลมา

01:10:20.544 --> 01:10:22.921
ยิ่งกว่าสำนักข่าวอีกก็มีนะคะ

01:10:24.780 --> 01:10:28.510
กระบวนการทำงานของ Big Data มีอยู่ 3 ขั้นตอนหลัก ๆ นะคะ

01:10:28.860 --> 01:10:35.533
ก็คือการจัดเก็บข้อมูลหลังจากนั้นก็เอามาประมวลผลแล้วก็จะมีสิ่งที่เรียกว่า "การวิเคราะห์ข้อมูล"

01:10:36.670 --> 01:10:39.799
พอเราได้กราฟกราฟหนึ่งมาออกจาก Big Data

01:10:40.311 --> 01:10:46.060
เราต้องมาวิเคราะห์แล้วว่าข้อมูลที่ได้นี่มันบอกอะไรเราได้บ้างนะคะ

01:10:46.465 --> 01:10:51.700
เช่น ดูข้อมูล Real Time อย่างเช่น เวลาบ่ายโมงถึงบ่ายสอง

01:10:52.650 --> 01:10:58.088
สถิติการใช้อินเทอร์เน็ตในมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร ในเวลาเรียน

01:10:58.698 --> 01:11:00.960
เว็บไซต์ไหนที่นักศึกษาเข้าเยอะที่สุด

01:11:02.886 --> 01:11:05.297
เป็น Big Data ไหม Big Data นะคะ

01:11:08.402 --> 01:11:10.440
เพราะข้อมูลเราเก็บเป็นหน่วยวินาที

01:11:12.726 --> 01:11:15.936
แล้วเครื่องคอมพิวเตอร์กี่เครื่องล่ะ ในมหาวิทยาลัย

01:11:17.355 --> 01:11:20.655
แล้วใช้รหัสอินเทอร์เน็ตนักศึกษา

01:11:21.250 --> 01:11:26.115
1 ชั่วโมงมีคนใช้งานกี่คน เข้าเว็บไซต์อะไรบ้าง

01:11:26.730 --> 01:11:30.550
ถามว่ามหาวิทยาลัยเก็บไหม เก็บนะคะ

01:11:30.820 --> 01:11:34.107
เพราะว่าอินเทอร์เน็ตมหาวิทยาลัยมันก็จะมีเหมือนมีประตูประตูหนึ่ง

01:11:34.131 --> 01:11:38.370
สำหรับตรวจดูว่ามีเว็บไซต์อะไรผ่านเข้าออกในมหาวิทยาลัยบ้าง

01:11:39.000 --> 01:11:41.891
อันนี้ก็เอามาทำ Big Data ได้เหมือนกันนะคะ

01:11:41.915 --> 01:11:45.770
ว่าสรุปแล้วในเวลาเรียนเข้าเว็บไซต์ไหนมากที่สุด

01:11:46.120 --> 01:11:47.588
อาจจะเป็นอันดับ 1 Google

01:11:48.088 --> 01:11:50.859
อันดับต่อมาจะเป็น Facebook รองลงมาเป็น TikTok

01:11:52.292 --> 01:11:56.270
YouTube Instagram อะไรพวกนี้นะคะ

01:11:56.650 --> 01:12:00.620
ก็สามารถดูข้อมูลพวกนี้ได้เพราะถือว่าเป็น Big Data เช่นเดียวกัน

01:12:03.680 --> 01:12:07.933
ประโยชน์ของการใช้งาน Big Data นะคะ

01:12:08.286 --> 01:12:12.150
Big Data นี่มันก็สามารถเอาไปประยุกต์ใช้ในหลายภาคส่วน

01:12:12.638 --> 01:12:16.250
แน่นอนภาครัฐ ภาคเอกชนใช้หมดนะคะ

01:12:17.078 --> 01:12:22.320
สามารถเข้าใจ User หรือเข้าใจผู้ช่วยงานกับลูกค้ามากขึ้น

01:12:23.710 --> 01:12:28.480
อย่างเช่นอะไร สังเกตไหมคะ ว่าเวลาเราดูคลิปใน YouTube

01:12:30.220 --> 01:12:32.621
หรือ Search อะไรใด ๆ ก็ตามใน Google

01:12:33.660 --> 01:12:36.830
หรือแค่นั่งดูคลิปสักอย่าง

01:12:38.540 --> 01:12:44.666
มันจะต้องมีโฆษณาแนะนำสินค้าที่เรากำลังสนใจพอดีเลยทำไมเขารู้

01:12:46.810 --> 01:12:47.958
เช่น คุณดู...

01:12:47.982 --> 01:12:54.650
คุณอาจจะค้นข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ดูแลรักษารถยนต์ใน Google

01:12:55.650 --> 01:12:59.962
หลังจากนั้นโฆษณาใน Facebook จะเป็นเกี่ยวกับน้ำยาล้างรถ

01:13:00.295 --> 01:13:03.115
น้ำยาเคลือบสีรถ ขัดเงาล้อ

01:13:05.040 --> 01:13:07.600
เขารู้ได้อย่างไรนะคะ

01:13:08.080 --> 01:13:12.996
เพราะว่าระบบพวกนี้นี่เขาก็จะติดตามพฤติกรรมของผู้บริโภคนะคะ

01:13:13.661 --> 01:13:14.833
ก็จะมาศึกษา...

01:14:29.940 --> 01:14:32.393
(อาจารย์สุรีย์พัชร) ต่อมาลูกต่อมานะคะ

01:14:32.732 --> 01:14:35.930
อาจารย์ขอกุ้งเต้นค่ะ กุ้งเต้นคะ

01:14:36.880 --> 01:14:38.288
Bangs ค่ะลูก Bangs

01:14:40.653 --> 01:14:44.730
B-a-n-g-s ค่ะ กุ้งเต้นตอบว่าอะไรคะ

01:14:48.200 --> 01:14:50.955
อาจารย์ขอกุ้งเต้นลูกกุ้งเต้นอยู่ไหน

01:14:52.437 --> 01:14:54.780
โอเคค่ะ หนูเปิดกล้องขึ้นมาลูก

01:15:00.552 --> 01:15:02.621
กุ้งเต้นอยู่เลขที่... เลขไหนคะ

01:15:02.801 --> 01:15:06.966
เครื่องไหน เครื่อง 1 หรือเครื่อง 2 เครื่อง 2 มา ๆ ๆ

01:15:14.330 --> 01:15:15.691
เจ้าบาสขยับไปทั่ว

01:15:18.520 --> 01:15:20.388
เชิญเลยค่ะ น้องกุ้งเต้นคะ

01:15:21.410 --> 01:15:25.079
B-a-n-g-s ค่ะ Bangs แปลว่าอะไรคะ

01:15:28.095 --> 01:15:29.629
เดี๋ยวอาจารย์กลับมาทวนให้ใหม่ค่ะ

01:15:43.090 --> 01:15:46.070
(ล่าม) เป็นคำเหมือน... สักครู่นะคะ

01:15:46.696 --> 01:15:48.331
(อาจารย์สุรีย์พัชร) ค่ะ ๆ

01:15:50.950 --> 01:15:52.300
กุ้งเต้นหนูตอบหน่อยลูก

01:15:57.415 --> 01:16:02.690
(ล่าม) เหมือนหน้าม้าค่ะ หน้าม้า

01:16:05.840 --> 01:16:09.826
(อาจารย์สุรีย์พัชร) หนูจะหมายถึงคนที่เหมือนกับรับรู้คำตอบไว้แล้ว

01:16:09.850 --> 01:16:13.998
แล้วก็ตอบขึ้นมาประมาณนี้ใช่ไหมคะ เป็นหน้าม้าในงานนั้น ๆ

01:16:19.500 --> 01:16:22.111
ไม่ผิดและก็ไม่ถูกความหมายอยู่ในคำนั้น

01:16:23.683 --> 01:16:29.289
บาสครับ บาสอยู่ไหนแล้วนี่เลขที่ 1 หรือเปล่าบาสครับ

01:16:32.329 --> 01:16:33.343
บาสครับ บาสครับ

01:16:35.600 --> 01:16:37.399
เลข... หมายเลข 1 ครับ

01:16:42.011 --> 01:16:43.440
โอเค บาสครับ

01:16:43.830 --> 01:16:49.840
Squeaks ตัวนี้แปลว่าอะไรลูก S-q-u-e-a-k-s

01:16:56.283 --> 01:16:57.023
ตัวนี้ค่ะ

01:17:18.000 --> 01:17:20.688
(ล่าม) เป็นตัวการ์ตูนเหมือนหนูครับ

01:17:22.393 --> 01:17:23.662
หนูในตลาดครับ

01:17:25.894 --> 01:17:27.782
หนูตัวสีน้ำตาลเล็ก ๆ ครับ

01:17:31.416 --> 01:17:32.399
(อาจารย์สุรีย์พัชร) Squeaks นะคะ

01:17:43.497 --> 01:17:48.055
สังเกตหัวข้อนะลูกนะ หัวข้อตัวนี้ไม่ใช่คำพูด

01:17:49.090 --> 01:17:53.090
ไม่ใช่เสียงที่เป็นคำพูด แสดงว่าเป็นปฏิกิริยา

01:17:54.250 --> 01:17:56.553
ถ้าบาสบอกว่าเป็นหนู

01:17:56.818 --> 01:18:03.740
นั่นแสดงว่าเขาเป็นตัวที่วิ่งอยู่ในระบบเหรอคะ ถ้าอย่างนั้น

01:18:04.970 --> 01:18:08.192
เป็นตัวที่วิ่งเหมือนกับตัว Animation ที่อยู่ในระบบ

01:18:09.440 --> 01:18:10.320
(ล่าม) ครับ ใช่ครับ

01:18:13.360 --> 01:18:14.953
(อาจารย์สุรีย์พัชร) ใช่ไหม ถ้าหนูบอกว่าเป็นหนูน่ะค่ะ

01:18:17.580 --> 01:18:18.990
(ล่าม) ครับ เป็นตัวที่เคลื่อนไหวครับ

01:18:19.340 --> 01:18:21.640
(อาจารย์สุรีย์พัชร) ตัวที่เคลื่อนไหวเหมือน Animation นะ

01:18:21.736 --> 01:18:25.115
(ล่าม) ครับ เป็นหนูที่วิ่ง ๆ เหมือนขึ้นต้นไม้ปีนต้นไม้

01:18:25.916 --> 01:18:27.175
(อาจารย์สุรีย์พัชร) โอเค (ล่าม) ตัวการ์ตูนครับ

01:18:27.385 --> 01:18:30.499
(อาจารย์สุรีย์พัชร) โอเค จะลงคะแนนค่ะ

01:18:30.523 --> 01:18:36.100
เมื่อสักครู่นี้บาส 1 แต้ม ใครอีกคนหนึ่งนะคะ ใครตอบลูก

01:18:40.970 --> 01:18:45.055
ตี๋น้อย ตี๋น้อยอีก 1 ค่ะ

01:18:48.564 --> 01:18:50.150
อีกคนหนึ่งค่ะ อีกคนหนึ่ง

01:18:54.640 --> 01:18:57.757
คนหนึ่งใช่กุ้งเต้นหรือเปล่าลูก ใช่ไหม กุ้งเต้นนะ

01:18:58.829 --> 01:19:01.440
กุ้งเต้นนะ โอเค

01:19:07.211 --> 01:19:08.738
ยังค่ะ ยังไม่ได้ให้คำตอบค่ะ

01:19:08.762 --> 01:19:11.730
พอดีว่าอยู่ในช่วงของ Non-Speech Sounds ค่ะ

01:19:12.830 --> 01:19:15.221
คราวนี้หนูมาดูตรงช่วงของ Alarms

01:19:15.518 --> 01:19:19.188
รู้จักคำว่า "Alarms" ใช่ไหมคะ เสียงเตือนระวัง

01:19:19.212 --> 01:19:23.510
เช่น ตึ๊ด ๆ เหมือนหนูพิมพ์เกินน่ะค่ะ ก็จะมีเสียงดังขึ้นมาตึ๊ด ๆ

01:19:26.596 --> 01:19:29.088
นาฬิกานะ ครบเวลาใช่ไหมคะ

01:19:29.466 --> 01:19:35.168
ครบเวลา 12 ชี้เลข 12 เข็มสั้นชี้เลข 3 ร้องกุ๊กกู 3 ครั้ง

01:19:36.750 --> 01:19:41.536
หนูเคยเห็นไหมคะ ในระบบที่หนูกรอกข้อมูลลงไปแล้วหนูกรอกเกิน

01:19:41.631 --> 01:19:45.530
แล้วมันจะมีเสียงตึ๊ด ๆ ติ๊ด ๆ สักอย่างหนึ่ง

01:19:48.123 --> 01:19:51.793
เหมือนในระบบที่หนูกรอกเพื่อกรอกเกรดน่ะค่ะ เพื่อดูเกรดของตัวเอง

01:19:51.817 --> 01:19:53.283
แล้วหนูใส่รหัสเกิน

01:19:53.658 --> 01:19:56.258
ต้องมีแน่ ๆ แหละ อันนี้นะคะ มีเสียงเตือน

01:19:57.240 --> 01:19:59.405
หรือในเรื่องของ Language นะคะ

01:19:59.719 --> 01:20:04.758
Language ที่มันเกิดขึ้นที่เขาเป็นในลักษณะของ Unlike Speech

01:20:05.265 --> 01:20:11.975
ก็คือเป็นข้อความที่ไม่ดีน่ะค่ะ เป็นข้อความที่ไม่ดีนะคะ

01:20:12.000 --> 01:20:15.770
เป็นข้อความบ้าง... บ้างข้อความเขาไม่ให้ขึ้นบนหน้าจอ

01:20:15.874 --> 01:20:21.257
เป็นคำส่อหรือคำส่อเสียดได้นะคะ มีเนื้อความพวกนั้นอยู่นะคะ

01:20:21.510 --> 01:20:23.750
เด็ก ๆ น่าจะยังไม่ถึงตรงนั้นนะ

01:20:25.264 --> 01:20:28.418
ในเรื่องของ Dual Modal Displays เป็น Information

01:20:28.443 --> 01:20:33.661
ในการนำเสนอข้อมูล 2 ความแตกต่าง 2 ช่องทาง

01:20:33.685 --> 01:20:36.445
ที่เขาทำการนำเสนอข้อมูล

01:20:36.790 --> 01:20:43.361
ให้ข้อมูลนั้นทำงานได้ในการ Display Dual

01:20:43.750 --> 01:20:47.355
หนูเคยเห็นไหมคะ ที่โมเด็มเขาทำการ Connect

01:20:47.822 --> 01:20:48.890
Connect เน็ตน่ะค่ะ

01:20:49.398 --> 01:20:52.600
เขาทำอะไรคะ เสียงติ๊ด ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ในการ Connect เน็ต

01:20:52.715 --> 01:20:55.538
เคยได้ยินนะ ตัวนี้ในการ Connect เน็ตนะคะ

01:20:55.950 --> 01:21:02.712
Sound good for เป็นอย่างไรเสียงที่ดี เป็น Information Transient

01:21:02.930 --> 01:21:07.040
เช่น ถ้าเป็นเสียงลมต้องเป็นเสียงอย่างไร

01:21:07.990 --> 01:21:13.800
เสียงแมวร้องต้องเป็นเสียงอย่างไร เสียงหมาเห่า

01:21:14.810 --> 01:21:19.292
คนมา หมาจะกัดกันโอเคไหมคะ

01:21:19.316 --> 01:21:21.593
เสียงจะมีความแตกต่างกันนะคะ

01:21:21.711 --> 01:21:25.649
ถ้าหนูจำแนกเสียงตัวนี้ได้ ได้อยู่แล้วล่ะค่ะนะ

01:21:25.969 --> 01:21:27.886
เสียงหมาจะกัดกันก็เสียงอย่างหนึ่งนะ

01:21:29.001 --> 01:21:36.086
เขาถึงได้บอกว่าเสียงที่ดีก็ต้องเป็นเสียงที่ทำการสื่อถึงที่ทุกคนรู้ได้ว่า

01:21:36.187 --> 01:21:40.682
เช่น ถ้าอาจารย์บอกว่าไก่ประเทศไทยร้องเอ้กอี๊เอ้กเอ๊ก

01:21:42.690 --> 01:21:46.570
ไก่ของต่างชาติสายยุโรปเขาเรียกว่า "Cock-A-Doodle-Doo"

01:21:47.583 --> 01:21:50.533
เสียงไก้ร้อง Cock-A-Doodle-Doo เห็นไหมคะ

01:21:50.870 --> 01:21:54.206
สำเนียงของเสียงของเรานั้นไม่เหมือนกันนะ

01:21:54.298 --> 01:21:56.250
อันนี้จะไม่ถือเป็น Universal

01:21:56.749 --> 01:21:58.591
ฉะนั้น ข้อสอบของอาจารย์ต้องมีแน่ ๆ

01:21:58.615 --> 01:22:03.313
ว่าคำใดหรือเสียงใดเป็น Universal

01:22:04.730 --> 01:22:10.530
หนูต้องดูให้ได้นะคะ ว่าเสียงไหนทุก ๆ ประเทศเขารับรู้รับทราบเป็นเสียงเดียวกัน

01:22:10.830 --> 01:22:16.777
เสียงผิดพลาดต้องเป็นเสียงอย่างไร เสียงถูกต้องเป็นเสียงอย่างไรนะคะ

01:22:20.850 --> 01:22:22.555
Auditory Icons

01:22:24.330 --> 01:22:31.360
เขาจะใช้เสียงตัวนี้เพื่อนำเสนอชนิดที่มีความแตกต่างนะคะ

01:22:31.570 --> 01:22:38.790
โดยทั่ว ๆ ไปแล้วเสียงของเรานี่จะมีการ Match เข้ากับความหมายนั้น ๆ

01:22:38.866 --> 01:22:44.496
ยกตัวอย่างเช่น Throwing Something Away

01:22:46.090 --> 01:22:47.834
เสียงที่หนูกำลังเดินน่ะ

01:22:48.260 --> 01:22:53.001
ถ้าอาจารย์บอกว่าหนูกำลังเดินอยู่บนหินเสียงจะเป็นอย่างไร

01:22:54.086 --> 01:22:57.655
ถ้าหนูกำลังเดินอยู่บนพื้นเสียงจะเป็นอย่างไร

01:22:57.865 --> 01:23:01.766
ถ้าหนูวิ่งลักษณะของเสียงวิ่งจะเป็นอย่างไร

01:23:02.010 --> 01:23:04.880
จะแตกต่างกันนะคะ พวกนี้เสียงแตกต่างกันแล้วนะคะ

01:23:07.014 --> 01:23:08.940
หนูมาดูในหน้าอีกสไลด์หนึ่งค่ะ

01:23:10.830 --> 01:23:17.780
สไลด์นี้จะบอกบอกว่าหนูจะทำการทำเสียง Sonic กับเครื่อง Macintosh

01:23:17.920 --> 01:23:21.788
แต่ด้วยความที่เราไม่ได้ใช้เครื่องของ Macintosh นะ

01:23:21.901 --> 01:23:23.650
เราใช้เครื่องของ Lenovo

01:23:23.650 --> 01:23:27.105
อาจารย์ขอข้ามตัวนี้นะคะ เพราะตัวนี้เป็น...

01:23:27.537 --> 01:23:29.081
เป็นเขาเรียกว่าเป็น Concept

01:23:29.105 --> 01:23:32.355
หรือเป็นของ Macintosh จริง ๆ นะ

01:23:33.007 --> 01:23:34.161
เพราะ For Macintosh

01:23:36.910 --> 01:23:41.284
ตัวนี้หนูเรียนผ่านมาเมื่อตอน ม. ต้น หรือ ม. ปลาย

01:23:41.482 --> 01:23:46.167
ตัวเขบ็ต เคยรู้จักไหมคะ

01:23:47.370 --> 01:23:53.820
ครึ่งเสียง 1 ขั้น 2 เสียงเขบ็ต 1 ชั้น เขบ็ต 2 ชั้น

01:23:54.900 --> 01:23:58.655
โน้ตดนตรีใช่ค่ะ เป็นของโน้ตดนตรี

01:23:58.847 --> 01:24:02.882
เราสามารถ Create ไฟล์ตัวนั้นออกมาได้เป็นโน้ตดนตรี

01:24:03.597 --> 01:24:07.602
เด็กที่เล่นกีตาร์ได้แล้วเขามีโปรแกรม Support

01:24:07.883 --> 01:24:11.856
หนูขีดกีตาร์ปั๊บ ๆ ๆ ๆ ๆ มันออกมาเป็นตัวโน้ตให้เห็นเลยค่ะ

01:24:11.880 --> 01:24:13.463
เป็นโน้ตดนตรีให้เห็นเลย

01:24:13.700 --> 01:24:17.321
มีนะคะ แอปนี้ก็มีแล้วเรียบร้อยแล้วนะคะ ตัวนี้มีให้

01:24:18.162 --> 01:24:20.365
เขาเรียกว่า "Earcons" นะคะ

01:24:22.444 --> 01:24:25.132
หนูมาดูตัว Touch ค่ะ ตัวสัมผัส

01:24:26.320 --> 01:24:32.014
Haptic Interaction หนูจะทำการสัมผัสเขาได้นี่หนูจะต้องทำไมคะ

01:24:32.470 --> 01:24:39.250
Force Feedback สามารถที่จะ Movement ได้สามารถเคลื่อนที่ได้

01:24:39.250 --> 01:24:43.400
และตำแหน่งนั้น ๆ น่ะค่ะ สามารถที่จะเคลื่อนเหมือนหมุดน่ะค่ะ

01:24:43.599 --> 01:24:46.917
หนูเข้าไปใน Google หนูสามารถที่จะทำการทำไมคะ

01:24:47.695 --> 01:24:52.022
ฉันอยู่ตรงนี้โดยการกดปุ่มคล้าย ๆ กับเหมือนเป้ายิงน่ะค่ะ

01:24:52.046 --> 01:24:54.030
ที่เป็นตัวกลม ๆ เหมือนเป้ายิงน่ะนะ

01:24:54.320 --> 01:25:00.030
พอหนูกดปุ๊บเขาก็จะย้ายตำแหน่งมา หาตำแหน่งที่หนูยืนอยู่ตรงนั้นนะคะ

01:25:01.160 --> 01:25:04.547
หรือเป็นลักษณะของ Feedback ที่ตอบกลับมาให้หนู

01:25:04.785 --> 01:25:10.500
หนูสังเกตไหมว่าเวลาที่หนูดูใน Real ใน Facebook หนูดูอะไร

01:25:11.432 --> 01:25:15.808
บางครั้งเขาจะขึ้นมาเลยว่าคุณสนใจหรือไม่สนใจ

01:25:15.832 --> 01:25:20.515
ถ้าคุณคลิกคำว่า "สนใจ" ปุ๊บฉันสนใจ มันจะขึ้นข้อมูลที่หนูดูตลอด

01:25:20.539 --> 01:25:25.240
เช่น อาจารย์ชอบดูในเรื่องของคนเวียดนามที่เขาใช้ชีวิตในภูเขา

01:25:25.440 --> 01:25:28.576
อาจารย์ก็จะเห็นแต่คนเวียดนามใช้ชีวิตในภูเขาเต็มไปหมดเลย

01:25:29.120 --> 01:25:31.400
คุณแม่อาจารย์แอนดูในเรื่องของการทำอาหาร

01:25:31.531 --> 01:25:35.521
เพราะฉะนั้น ในหน้าจอของเธอก็จะมีแต่การทำอาหารเต็มไปหมดเลย

01:25:36.200 --> 01:25:44.540
ทั้ง ๆ ที่เราไม่ได้กด Like แค่เราหยุดดูนี่ค่ะ เขาทำการ Signal ได้แล้วนะคะ

01:25:44.600 --> 01:25:51.909
Simulate การ Simulate คือ การปรับเทียบหรือการปรับเหมือนให้รู้ว่าเขาต้องการอะไร

01:25:52.034 --> 01:25:54.655
นี่คือ AI ค่ะ นะคะ

01:25:54.904 --> 01:25:57.199
ยกตัวอย่างในเรื่องของเทคโนฯ บ้างค่ะ

01:25:58.013 --> 01:26:02.430
Electronic Display For Feedback Phantom นะคะ

01:26:02.454 --> 01:26:05.394
หรือ Tech to โอเคไหมคะ

01:26:06.216 --> 01:26:08.570
Handwriting Recognition เป็นอย่างไร

01:26:08.810 --> 01:26:15.133
เทคโนโลยีสมัยใหม่ตอนนี้เรามีการเขียนลงไปในหน้าจอแล้วเห็นไหมคะ

01:26:16.219 --> 01:26:18.521
หน้าจอมือถือของหนูแต่ละคน

01:26:18.545 --> 01:26:22.479
เครื่องแท็บเล็ตของหนูสามารถใช้ปากกาได้

01:26:22.510 --> 01:26:25.802
เห็นไหมคะ เทคโนโลยีสมัยนี้สามารถใช้ปากกาได้

01:26:26.173 --> 01:26:30.558
นั่นแหละค่ะ นั่นคือตัวของ Handwriting Recognise

01:26:31.337 --> 01:26:34.204
หนูเขียน... หนูสังเกตไหมคะ มีแอปแอปหนึ่ง

01:26:34.228 --> 01:26:37.740
แต่ถ้าหนูมั่นใจในลายมือตัวเองหนูไม่ต้องใช้แอปนี้ก็ได้นะคะ

01:26:38.153 --> 01:26:42.588
หนูเขียนตอบอาจารย์ปั๊บแล้วมันปรับให้เป็นอักษรที่หนูเลือก

01:26:42.674 --> 01:26:44.493
เช่น หนูเลือก Angsana

01:26:45.160 --> 01:26:47.948
เขาก็จะปรับจากภาษาเขียนของหนูน่ะค่ะ

01:26:47.972 --> 01:26:51.408
ลายมืออันสวยสดงดงามของหนูกลายมาเป็นฟอนต์ Angsana

01:26:51.902 --> 01:26:54.573
มีนะคะ ตอนนี้มีแล้วนะคะ เปลี่ยนได้แล้ว

01:26:55.138 --> 01:26:58.530
เอื้อคนที่ลายมือสวยเกินไปค่ะ นะ

01:27:00.410 --> 01:27:03.621
ปัญหาที่เกิดขึ้นที่เกิดขึ้นในการใช้ Handwriting

01:27:03.645 --> 01:27:07.590
คือ ข้อความแตกต่างในลายมือของแต่ละคน

01:27:07.610 --> 01:27:08.873
เช่น ก ไก่

01:27:09.718 --> 01:27:13.521
เอาแค่ ก ไก่ เขียนใครเขียน ก ไก่ มีหัว

01:27:14.242 --> 01:27:17.326
บางคนเขียน ก ไก่ ไม่มีหัวใช่ไหมคะ

01:27:17.540 --> 01:27:22.070
ข ไข่ เหมือน บ ใบไม้ ไม่ได้กินข้าวใช่ไหมลูก

01:27:23.173 --> 01:27:26.492
ข ไข่ ไม่มีหัวกลายเป็น บ ใบไม้ ไม่กินข้าว

01:27:27.615 --> 01:27:29.550
โอเคนะ เข้าใจความหมายอาจารย์นะคะ ตรงนี้

01:27:29.583 --> 01:27:35.140
ก ไก่ ไม่มีหัวก็เป็น ก ไก่ ทำไมคะ เส้นโค้งเฉย ๆ นะคะ

01:27:36.080 --> 01:27:45.250
แต่ถ้า Current State หนูใช้อยู่ประจำเลยแต่มันไม่ได้เป็น Perfer บนคีย์บอร์ดของหนู

01:27:45.433 --> 01:27:49.040
บางทีในคีย์บอร์ดที่หนูมองอยู่นี่ค่ะ หนูต้องทำไมคะ

01:27:49.065 --> 01:27:50.885
ต้องใช้ถึง 2 ตัวใช่ไหม

01:27:51.110 --> 01:27:57.217
เช่น หนูจะทำการ Copy หนูใช้อะไรคะ Ctrl บวกด้วยตัว C

01:27:57.510 --> 01:28:02.841
หนูจะวางหนูกด Ctrl ด้วยตัว V โอเคไหมคะ

01:28:03.200 --> 01:28:06.588
แต่ถ้าหนูจะทำการ Copy แล้วตัดเลย

01:28:06.612 --> 01:28:11.220
หนูใช้ Ctrl+X นะ อันนี้ก็คือทาง...

01:28:11.570 --> 01:28:16.450
แต่เด็กตอบข้อสอบของอาจารย์แอนบางคนใช้คำ Copy

01:28:16.635 --> 01:28:19.393
แต่บางคนใช้ X Copy

01:28:20.040 --> 01:28:25.100
X Copy คือ Copy แม้แต่ชื่อเขาก็เอามานะคะ

01:28:25.238 --> 01:28:29.532
บางคน Cop คำว่า "Copy" คือ มีการเปลี่ยนบ้างเล็กน้อยนะ

01:28:29.946 --> 01:28:31.909
อาจารย์ก็มีคะแนนให้นะคะ เปลี่ยนเล็กน้อย

01:28:33.250 --> 01:28:35.903
Gesture ค่ะ เป็นการวางตำแหน่ง

01:28:35.975 --> 01:28:39.486
หรือการใส่ตำแหน่งลงไปเป็นภาษาค่ะ

01:28:39.755 --> 01:28:45.388
เช่น หนูจะออกแบบหน้าจอให้เขารู้ได้ว่านี่คือเป้าหมาย

01:28:46.193 --> 01:28:51.845
หนูจะทำอย่างไรคะ ใส่เป็นเหรียญ หรือว่าทำเป็นเส้นชัยเห็นไหมคะ

01:28:51.869 --> 01:28:56.434
เป็นสัญลักษณ์ให้เขาได้นะ นี่เป้าหมายเราก็คงต้องเส้นชัยนะ

01:28:56.841 --> 01:28:59.975
เทคโนโลยีเดี๋ยวนี้เขาก็เลยมี Data Glove

01:29:00.046 --> 01:29:04.532
ก็คือเป็นลักษณะของคู่มือนะคะ เป็นคู่มือให้เห็น

01:29:04.749 --> 01:29:10.467
มีตำแหน่งนะคะ เช่น ห้องของ Media Room นะคะ

01:29:10.836 --> 01:29:14.636
ซึ่งโปรเจกต์ของพวกหนูต้องใช้ห้อง Media Room นะคะ

01:29:15.020 --> 01:29:20.510
ประโยชน์ของเขาค่ะ คืออะไรบ้างล่ะ ก็เป็นการหาตำแหน่งได้นะคะ

01:29:20.800 --> 01:29:22.548
เป็นการ Enhance Comma...

01:29:23.084 --> 01:29:29.500
Communication Between Signing And Non-Signing Users

01:29:29.630 --> 01:29:34.960
ใช้ทั้งตัว Signing และไม่ใช้ Signing นะคะ User

01:29:35.240 --> 01:29:41.733
ปัญหาที่เกิดขึ้น คือ User Dependent เขามีตัวแปร

01:29:41.758 --> 01:29:45.498
และประเด็นที่จะเอานำมาใช้งาน

01:29:45.522 --> 01:29:48.142
นี่น่ะค่ะ คือ Gesture นะคะ

01:29:48.693 --> 01:29:54.543
แต่ User ทุกคนก็มีความรู้สึกทุกคนเลยค่ะ ว่าฉันจะต้องใช้นะ ใช้อะไรล่ะ

01:29:54.760 --> 01:29:59.120
ฉันจะใช้ Screen Readers SonicFinder นะคะ

01:29:59.232 --> 01:30:04.760
หรือใช้ข้อความที่ทำการติดต่อสื่อสาร หรือการ Caption

01:30:05.510 --> 01:30:07.823
เข้าใจคำว่า "Caption" อยู่นะคะลูก Caption

01:30:08.510 --> 01:30:14.819
หรือหนูใช้ Input Output นะคะ คำพูด Input Output นะคะ

01:30:14.843 --> 01:30:17.161
เช่น หนู React Keyboard

01:30:18.727 --> 01:30:20.467
หนู Speech Impairment

01:30:20.491 --> 01:30:24.808
คือ หนู Speech ใน Synthesis และข้อความต่าง ๆ

01:30:25.626 --> 01:30:29.931
แต่ Dyslexia คือตัว Speech ข้อความ

01:30:29.955 --> 01:30:32.861
ข้อความที่หนู Input เข้าไปกับ Output ออกมา

01:30:33.233 --> 01:30:36.973
Autism คือ Communication กับ Education

01:30:37.032 --> 01:30:41.517
คือ การติดต่อสื่อสาร และการเรียนรู้นั่นเองนะคะ

01:30:42.069 --> 01:30:45.165
หน้านี้ไม่... ไม่มีความสำคัญอะไรอาจารย์ขอผ่านนะคะ

01:30:45.490 --> 01:30:47.344
แต่หน้านี้สำคัญค่ะ

01:30:48.662 --> 01:30:51.190
หน้านี้สำคัญนะคะ เกือบหน้าสไลด์สุดท้ายล่ะ

01:30:51.320 --> 01:30:53.996
Plus ถัดมาค่ะ Age groups

01:30:54.575 --> 01:30:59.390
เขาทำการเก็บกลุ่มนะคะ กลุ่มของคนนะคะ

01:30:59.430 --> 01:31:06.590
คนนี่จัดกลุ่ม เช่น เขาจัดกลุ่ม Gen X Gen Y Gen Z จำได้ไหมคะ เคยคุ้นหูไหม

01:31:06.850 --> 01:31:10.184
เขาจะพูดกันว่า Gen N อะไรนะ Gen X Gen Y Gen Z

01:31:11.040 --> 01:31:14.578
โดยที่เขามีการแยกอย่างไร

01:31:14.797 --> 01:31:16.400
อันนี้อาจารย์ไม่พูดถึงนะคะลูก

01:31:16.500 --> 01:31:19.884
ไม่พูดถึงเพราะมีการแยกของแต่ละ... เขาตั้งมาแล้วนะ

01:31:19.977 --> 01:31:25.831
ว่า Gen X คือช่วงคนเกิดปีเท่าไรถึงปีเท่าไร Gen Y คนเกิดปีเท่าไรเกิดปีเท่าไรนะคะ

01:31:26.460 --> 01:31:31.260
และคนที่ว่าเป็นเด็กที่หนูบอกว่าเกมนี้เหมาะสำหรับเด็ก

01:31:31.350 --> 01:31:35.970
อาจารย์ถึงย้อนหนูว่าคำว่า "เด็ก" เด็กกี่ขวบ

01:31:37.100 --> 01:31:43.860
แรกเกิดเขาขึ้นมาตั้งแต่ 0 ถึงกี่ขวบ แล้วเด็กนี่เขาคิดอายุเท่าไร

01:31:44.070 --> 01:31:48.770
แล้วเกมของหนูเหมาะกับเด็ก เด็กขนาดอายุเท่าไรถึงเท่าไร

01:31:49.190 --> 01:31:51.545
ถ้าหนูบอกคำว่า "เด็ก" เฉย ๆ มันกว้าง

01:31:51.569 --> 01:31:56.080
หรือหนูบอกว่าผู้คนทั่วไปแสดงว่าเด็กอนุบาลก็ต้องใช้ได้

01:31:57.043 --> 01:31:59.328
แต่ถ้าหนูบอกว่าผู้คนที่สนใจ

01:32:00.472 --> 01:32:05.193
แต่การสนใจมั่นใจว่าถ้าอะไรก็ตามที่มันมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น

01:32:05.450 --> 01:32:11.076
คนชราคงไม่สนใจ เด็กเล็ก ๆ ก็คงไม่สนใจดูถ้าไม่มีตัวละคร

01:32:11.490 --> 01:32:15.440
หรือไม่มีเสียงหวาน ๆ เล็ก ๆ เด็กน้อยก็จะไม่ชอบ

01:32:15.748 --> 01:32:19.491
อะไรก็ตามที่มีการเต้นดุ๊กดิ๊ก ๆ ๆ แล้วก็มีเสียงร้องเพลง

01:32:20.148 --> 01:32:23.074
เด็กขวบเดียวชอบแน่นอน 100 เปอร์เซ็นต์ค่ะ

01:32:23.164 --> 01:32:27.737
เพราะเขาทำไมคะ เขาได้ยินเสียงเขาเห็นสีสัน

01:32:28.240 --> 01:32:33.970
แต่ถ้าพวกหนูให้มานั่งดู... เป็ดกระดุ๊กกระดิ๊กก้นค่ะ แล้วก็ร้องเพลง

01:32:34.050 --> 01:32:36.555
เป็ดอาบน้ำในคลองตาก็จ้องแลมอง

01:32:36.579 --> 01:32:40.250
เพราะในคลองมีหอยปูปลา หนูก็คงไม่ชอบถูกไหมคะ

01:32:40.373 --> 01:32:43.356
มันเกิน... เกินวัยแล้ว เขาเรียกว่า "Age group"

01:32:44.487 --> 01:32:45.821
Cultural Differences

01:32:46.367 --> 01:32:49.210
ตัวนี้จะเป็นในลักษณะของอาจารย์ขอยกตัวอย่างเลยนะคะ

01:32:49.520 --> 01:32:54.629
เป็นในลักษณะของ Interpretation หรือ Acceptation ของ Language

01:32:54.980 --> 01:32:59.748
ภาษาที่เกิดการ Interpretation ในการแปลภาษา

01:33:00.106 --> 01:33:03.586
หรือ Symbols ต่าง ๆ นะคะ

01:33:03.891 --> 01:33:07.891
ก็คือในเรื่องสัญลักษณ์นะ หรือ Colour นั่นเอง

01:33:09.751 --> 01:33:13.959
สีต่าง ๆ มีผลต่อการใช้งานของแต่ละบุคคลนะคะ

01:33:14.412 --> 01:33:16.502
ยกตัวอย่างเช่น อาจารย์เป็นไมเกรน

01:33:16.574 --> 01:33:19.753
ตอนช่วงอาจารย์เป็นไมเกรน ในห้องของอาจารย์ไม่มีแสงเลย

01:33:20.573 --> 01:33:24.306
แสงมีผลต่อคนเป็นไมเกรนสูงมากนะคะ

01:33:24.385 --> 01:33:27.788
นี่ค่ะ สีมีผลนะคะ

01:33:28.051 --> 01:33:32.590
สีไม่มีผลก็ต่อเมื่อคนคนนั้นเขามองไม่เห็นสี

01:33:32.615 --> 01:33:35.475
แต่เขาได้ยินเสียงโอเคไหมคะ

01:33:35.901 --> 01:33:43.090
การได้ยินเสียงแสดงว่าเสียงนั้นจะต้องเป็นเสียงที่เขาเข้าใจ โอเคนะคะ

01:33:43.176 --> 01:33:45.717
หรือการมองเห็น พวกหนูมองเห็น

01:33:45.990 --> 01:33:48.557
หนูจะมองเห็นเลยว่าหน้าจอที่หนูมองเห็นนั่นนะ

01:33:48.589 --> 01:33:49.967
เขาเรียกว่า "จอคอมพิวเตอร์"

01:33:50.399 --> 01:33:56.204
ที่มันว่าอยู่กับพื้นตรงนั้นนะ มีสีแดง ๆ เขาเรียกว่า "เมาส์" นะ เห็นไหมคะ

01:33:56.620 --> 01:34:02.036
แล้วตัวที่เป็นที่หนูนั่งนะ เขาเรียกว่า "เก้าอี้" หรือ "Chair"

01:34:02.060 --> 01:34:04.988
ทุกคนรู้จักหมดเห็นไหมคะ ทุกคนรู้หมด

01:34:05.558 --> 01:34:08.553
อันนี้เขาเรียกว่า "Symbols" โอเคนะคะ

01:34:09.569 --> 01:34:13.214
ตัวหน้าจอสี่เหลี่ยม ๆ ที่ทุกคนเขามองว่าทำไมคะ

01:34:13.447 --> 01:34:18.050
อยู่กับจอสี่เหลี่ยม ๆ ก็โทรศัพท์โอเคนะคะ ตรงนี้

01:34:21.390 --> 01:34:27.161
คราวนี้นะคะ ตัวสไลด์นี้จะเป็นสไลด์สุดท้าย

01:34:27.225 --> 01:34:31.287
เพราะตัวสุดท้ายนี้จะเป็นเรื่องของ Cultural Differences

01:34:31.312 --> 01:34:33.907
ที่อาจารย์บอกว่าข้อมูลมีความแตกต่าง

01:34:34.350 --> 01:34:37.375
สรุปวันนี้หนูเรียน Universal Design

01:34:37.540 --> 01:34:40.673
หนูออกแบบให้ทุกคนมีการใช้งานได้

01:34:40.990 --> 01:34:43.688
การออกแบบให้ทุกคนใช้งานได้

01:34:43.712 --> 01:34:46.340
หนูจะต้องมี Choice โอเคไหมคะ

01:34:46.520 --> 01:34:48.540
หนูควรมี Choice ให้เขาเลือก

01:34:48.781 --> 01:34:50.741
เมื่อ Choice ถูกการเลือกปุ๊บ

01:34:50.765 --> 01:34:53.186
มันจะต้องทำการ Recognise ข้อมูลนั้น

01:34:53.448 --> 01:35:00.021
ให้ทำการ Simulate ข้อมูลที่มันเหมาะกับ Choice นั้นขึ้นมาหาที่เขาเลือก

01:35:00.680 --> 01:35:01.800
โอเคนะคะ ตรงนี้

01:35:03.380 --> 01:35:06.038
หนูกลับไปดูใน Classroom ค่ะ

01:35:06.062 --> 01:35:08.648
อาจารย์ให้การบ้านเอาไว้หนูกลับไปดูสิ

01:35:09.140 --> 01:35:12.380
มีปัญหาอะไรไหมคะ การบ้านหนูดูการบ้านตัวเองสิคะ

01:35:13.193 --> 01:35:17.590
เข้าไปใน Classroom สิลูก กลับเข้าไปใน Classroom ของตัวเองค่ะ

01:35:30.966 --> 01:35:32.506
เห็นงานไหมคะวันนี้

01:35:43.449 --> 01:35:47.883
อาจารย์ให้หนูนะคะ ทำการออกแบบ Icon

01:35:47.907 --> 01:35:51.222
หนูเข้าใจคำว่า "Icon" ใช่ไหมคะ Icon

01:35:51.822 --> 01:35:53.433
รู้จักคำว่า "Icon" ไหมเอ่ย

01:35:54.179 --> 01:35:56.709
ถ้าหนูรู้จักหนูพยักหน้าให้อาจารย์หน่อยค่ะลูก Icon

01:35:59.840 --> 01:36:04.476
Icon Icon พยักหน้าให้หน่อยลูก โอเค กุ้งเต้นพยักหน้าแล้วนะคะ

01:36:04.695 --> 01:36:07.406
เมนูลูกเมนูรู้จักคำว่า "เมนู" ไหมคะ

01:36:09.433 --> 01:36:13.765
เป็นรายการที่ทำไมคะ List เอาไว้ด้านบนนะ ใช่ไหมคะ บาสนะ

01:36:14.336 --> 01:36:16.587
หรือตี๋น้อยคะ ใครตอบ หรือตี๋สั้นคะ

01:36:18.277 --> 01:36:19.688
รายการโอ...

01:36:21.435 --> 01:36:22.310
ตี๋สั้น

01:36:25.890 --> 01:36:26.784
หัวหนูร้อนเลย

01:36:28.910 --> 01:36:31.355
ของ Application ที่กำหนด

01:36:32.179 --> 01:36:33.655
อาจารย์กำหนดเลยค่ะ ว่า...

01:36:34.522 --> 01:36:39.738
แต่ตอนนี้นะคะ ตอนนี้ Adobe Photoshop อาจารย์ไม่บังคับ

01:36:40.479 --> 01:36:43.640
หรือหนูจะใช้ Microsoft Word อาจารย์ก็ไม่บังคับ

01:36:43.847 --> 01:36:49.997
แต่หนูจะต้องใช้นะคะ ทำการเปรียบเทียบถึงข้อแตกต่างจากเดิม

01:36:51.010 --> 01:36:56.595
ฟังคำถามดี ๆ นะคะ ให้นักศึกษาทำการออกแบบ Icon

01:36:57.070 --> 01:37:02.500
เมนูของ Application ออกแบบแค่ Icon นะคะ ไม่ได้ออกแบบเมนู

01:37:02.830 --> 01:37:10.021
ออกแบบ Icon เมนูของ Application ที่กำหนดให้ต่อไปนี้

01:37:10.240 --> 01:37:16.693
เช่น Icon ของ Adobe Photoshop Microsoft Word เป็นต้น

01:37:17.168 --> 01:37:21.191
และเปรียบเทียบข้อแตกต่างจากเดิม

01:37:25.078 --> 01:37:31.839
ดูจาก Icon ที่เป็นโปรแกรมเก่า ๆ โอเคไหมคะ

01:37:31.940 --> 01:37:35.470
โปรแกรมเก่า ๆ 1 Icon อาจารย์ขอแค่ Icon เดียว

01:37:37.167 --> 01:37:43.686
วาดรูปออกมานะคะ ไม่ได้เขียนเป็นขั้นตอนออกแบบ Icon ย้ำ Icon

01:37:44.350 --> 01:37:47.518
นี่ค่ะ อาจารย์ถามว่าเมาส์นี่เป็น Icon ไหม

01:37:50.156 --> 01:37:52.584
เป็นตัว I ตอนนี้ค่ะ เป็น Icon อะไรเอ่ย

01:37:55.380 --> 01:38:01.215
เป็นการพิมพ์ได้ถูกไหมคะ แต่มันเป็น PDF มันพิมพ์ไม่ได้

01:38:03.130 --> 01:38:10.323
ถ้าหนูมีโปรแกรมอะไรอยู่ในเครื่องหนูลองเปิดขึ้นมา 2 อย่างในการใช้งานเหมือนกัน

01:38:10.444 --> 01:38:12.921
เช่น เขาใช้ในการคลิก

01:38:13.650 --> 01:38:18.495
Adobe Photoshop เป็นเมาส์แบบตัวลูกศรทึบ

01:38:18.880 --> 01:38:24.490
ยกตัวอย่างนะคะ Microsoft Word เป็นเมาส์แบบลูกศรโปร่งแสง

01:38:25.592 --> 01:38:28.890
นี่ค่ะ เขาแตกต่างกันอย่างไรอาจารย์ตอบได้แล้วค่ะ

01:38:29.024 --> 01:38:34.252
ว่าของ Photoshop เป็นอักษรขอโทษค่ะ เป็น Icon ลูกศรทึบ

01:38:34.560 --> 01:38:38.807
แต่ Microsoft Word เป็นลูกศรโปร่งแสงดัง

01:38:39.759 --> 01:38:41.384
ภาพเสร็จแล้วค่ะ คำตอบเรียบร้อย

01:38:44.880 --> 01:38:49.210
เปิดโปรแกรมขึ้นมาเลยก็ได้ค่ะลูก มีโปรแกรมอะไรเปิดขึ้นมาเลยนะคะ

01:38:49.680 --> 01:38:55.027
นี่ค่ะ เห็นไหมคะ ถ้าหนูเอาเมาส์เห็นไหมคะ ตัวชี้อยู่ที่หน้าจอ

01:38:55.927 --> 01:38:59.388
Icon รูปมือ คือ ตัวคลิกได้โอเคไหมคะ

01:39:00.278 --> 01:39:05.815
เห็นไหมคะ รูปมือเป็นตัวคลิกได้ โอเคนะ เป็นตัวคลิกได้

01:39:06.098 --> 01:39:11.020
แต่ทำไมคะ พออาจารย์ไปชี้ที่ตัวของ Favorite

01:39:11.323 --> 01:39:15.333
หนูมองที่หน้าจอของอาจารย์นะคะลูก มองที่หน้าจอนะ มองที่หน้าจอ

01:39:15.531 --> 01:39:20.549
อาจารย์ชี้แบบนี้คลิกได้ใช่ไหมคะ อาจารย์สามารถคลิกได้เห็นไหมคะ

01:39:20.890 --> 01:39:24.483
แต่พออาจารย์มาชี้ที่นี่ก็คลิกได้เหมือนกัน

01:39:25.120 --> 01:39:31.384
เห็นไหมคะ ว่า Icon Click มีความแตกต่างกันทั้งที่อยู่บนหน้า Webpage

01:39:33.580 --> 01:39:37.935
หนูต้องวาดรูปแล้วต้องบอกอาจารย์ให้ได้นะคะ ว่าหนูชี้อะไรอยู่

01:39:39.531 --> 01:39:42.181
นี่ค่ะ ยกตัวอย่าง นี่อาจารย์ชี้ให้หนูดูก็ได้ค่ะ

01:39:42.931 --> 01:39:48.934
คลิกเห็นไหมคะ เข้ามาล่ะเห็นไหมคะ คลิกเข้ามาล่ะ

01:39:49.899 --> 01:39:57.021
หนูสังเกตนะคะ ถ้าเมาส์เป็นตัวลูกศร... เขาเรียก "ตัวมือ"

01:39:57.217 --> 01:39:58.978
เป็นตัวมือต้องคลิกได้

01:40:00.234 --> 01:40:02.555
ในหน้า Page อาจารย์คลิกนะ

01:40:03.259 --> 01:40:07.040
โอเคไหม สังเกตไหมคะ คลิกไม่ได้ หนูเห็นไหมลูก

01:40:07.299 --> 01:40:09.621
หนูลองเอาเมาส์ไปวางในตรงนี้ค่ะ

01:40:10.010 --> 01:40:12.779
แล้วหนูลองคลิกดูสิมันไม่ไปไหนเลย

01:40:14.250 --> 01:40:19.980
ลองดูสิคะ ทั้ง ๆ ที่เมาส์เป็นรูปมือเห็นไหมคะ คลิกไม่ได้ โอเคไหมนะ

01:40:22.240 --> 01:40:26.360
อย่างนี้ทำไมคะ เกิดการเปลี่ยนแปลงแล้วเห็นไหมคะ

01:40:26.470 --> 01:40:31.020
เมาส์เป็นตัวมือแต่ชี้ใน Information บนหน้า Page

01:40:31.477 --> 01:40:38.219
แล้วอะไรเปลี่ยนคะ Color บน Text เปลี่ยนเป็นสีเขียวโอเคไหมคะ

01:40:39.450 --> 01:40:43.702
แต่ตัวใด... คลิกประชาสัมพันธ์ค่ะ แล้วก็คลิกย้อน

01:40:44.975 --> 01:40:53.770
เมื่อคลิกย้อนมาปั๊บสีของ Information นั้นหายไปเห็นไหม

01:40:54.443 --> 01:41:00.798
เวลาเราจะคลิกเห็นไหมคะ เราจะคลิกค่ะ เมาส์ชี้เมาส์กลายเป็นรูปมือ

01:41:02.040 --> 01:41:09.871
แล้วตัวหนังสือเปลี่ยนสีเป็นสีเขียวในหน้า Webpage ย้ำนะคะ ในหน้า Webpage

01:41:10.082 --> 01:41:19.559
เมื่อคลิกแล้วกลับเข้ามา มาในหน้าถัดไป แต่พอหนูคลิกย้อนไม่มี

01:41:19.772 --> 01:41:23.626
แต่หนูจะคลิกอะไรสังเกตนะคะ ว่าเห็นไหมคะ

01:41:23.920 --> 01:41:29.747
อันนี้เปลี่ยนสีไหมคะ เปลี่ยนไหมลูกเปลี่ยนไหม ไม่เปลี่ยนสีเห็นไหมลูก

01:41:31.219 --> 01:41:33.887
เมนูด้านบนเห็นไหมคะ ไม่เปลี่ยนสี

01:41:33.912 --> 01:41:35.640
อันนี้หนูก็ให้คำตอบอาจารย์ได้แล้วค่ะ

01:41:35.782 --> 01:41:38.199
วาดรูปมือออกมานะคะ

01:41:38.321 --> 01:41:43.386
แล้วหนูก็ทำไมคะ เขียนเมนูให้อาจารย์หน่อยสักเมนูหนึ่งน่ะค่ะลูก

01:41:43.410 --> 01:41:44.768
เมนู 2 เมนูให้อาจารย์หน่อย

01:41:44.792 --> 01:41:49.948
ให้เห็นว่าเวลาชี้แล้วมันไม่เปลี่ยนเห็นไหมคะ ชี้แล้วไม่เปลี่ยน

01:41:50.280 --> 01:41:56.221
แต่ในตัวกดลิงก์นั้นชี้แล้วถูกการเปลี่ยนสี

01:41:56.502 --> 01:41:58.707
โอเค เข้าใจความหมายนะคะ

01:41:59.166 --> 01:42:00.788
นี่คือคำตอบได้แล้วค่ะ

01:42:00.957 --> 01:42:07.377
ถามมันแตกต่างตรงไหน ตรงนี้คือ Information ตรงนั้นคือ เมนู

01:42:07.860 --> 01:42:12.945
การคลิกเมนูจะเป็นในเรื่องของเมาส์ที่เป็นลูกศร

01:42:13.280 --> 01:42:16.888
คลิก Information เมาส์จะกลายเป็นรูปมือ

01:42:17.717 --> 01:42:20.166
ลองใช้เมาส์ชี้ดูนะคะ แล้วหนูจะเห็นนะ

01:42:24.180 --> 01:42:26.421
ใครสงสัยการบ้าน

01:42:28.836 --> 01:42:31.080
ใครสงสัยการบ้านหนูยกมือให้อาจารย์หน่อยค่ะลูก

01:42:31.560 --> 01:42:33.701
ใครสงสัยยกมือถามได้เลยนะคะ

01:42:42.710 --> 01:42:45.288
ใครสงสัยยกมือขึ้นมาค่ะลูก ถามได้เลย

01:42:46.383 --> 01:42:49.453
ย้ำนะคะ วาดรูปนะลูกนะ ไม่ได้เขียน

01:42:49.477 --> 01:42:56.083
เขียน คือ การบอกว่าแตกต่างอย่างไรรูปนี้หนูใช้บนอะไร

01:42:56.653 --> 01:42:58.006
บน Webpage

01:42:58.525 --> 01:43:05.193
Webpage ก็จริงแต่ทำไมคะ เป็นตัวเมนูตรงนี้เป็น Information

01:43:06.230 --> 01:43:10.487
ด้านบนน่ะค่ะ แถบด้านบนเขาเรียกว่า "แถบเมนู" โอเคนะคะ

01:43:11.544 --> 01:43:21.108
ชี้เมนูเมาส์เป็นลูกศร ชี้ Information เมาส์เป็นรูปมือ และสีเปลี่ยน

01:43:22.330 --> 01:43:23.583
จบแล้วค่ะ คำตอบนี้

01:43:25.670 --> 01:43:27.288
แต่อย่าตอบเหมือนของอาจารย์นะคะ

01:43:27.420 --> 01:43:31.461
หนูไปเข้าเว็บอื่นดูนะลูกนะ ไปเข้าเว็บอื่นดูนะ

01:43:32.090 --> 01:43:37.209
หนูลองเข้า... เว็บอะไรก็ได้ค่ะ ใน Google ก็ได้ใน Hotmail ก็ได้นะ

01:43:37.234 --> 01:43:40.065
ใน Scholar ก็ได้ หรือใน Facebook ก็ได้

01:43:40.970 --> 01:43:44.597
แล้วลองใช้ Icon ที่หนูชี้น่ะค่ะ มันแตกต่างกันไหม

01:43:45.040 --> 01:43:50.940
Icon หนึ่งหนูเปิด Facebook อีกอันหนูเปิดใน Webpage ก็ต่างกันแล้วนะคะ ตรงนี้

01:43:52.240 --> 01:43:59.309
มีใครสงสัยตรงนี้ไหมคะ ย้ำนะ วาดรูปอย่าเขียนขั้นตอนย้ำวาดรูป

01:44:01.360 --> 01:44:03.556
เดี๋ยวหนูเขียนขั้นตอนมาส่งอาจารย์อีกไงคะ

01:44:10.857 --> 01:44:13.736
ไหนมีใครสงสัยไหมคะ มา ๆ

01:44:18.282 --> 01:44:20.050
นี่คำตอบพวกหนูค่ะ นี่

01:44:24.158 --> 01:44:28.414
ค่ะ สวัสดีค่ะ ยินดีค่ะ ยินดี

01:44:29.313 --> 01:44:31.607
ไม่ได้เดี๋ยว เดี๋ยวทำการบ้านมาผิดอีก

01:44:33.750 --> 01:44:37.421
นี่ค่ะ คือความหมายของอาจารย์แอนอาจารย์เก็บไว้หมดนะคะ เห็นไหม

01:44:37.925 --> 01:44:39.161
หนูสังเกตดูนะลูกนี่

01:44:40.857 --> 01:44:43.550
อาจารย์นำเอาคะแนนทั้งหมดมาใส่ไว้ตรงนี้

01:44:44.345 --> 01:44:48.600
อาจารย์เอารหัสของหนูมาวางตรงนี้ทั้งที่รหัสของหนูอยู่ตรงนี้นะคะ

01:44:48.700 --> 01:44:51.346
โดยการทำการไม่ได้ Copy นะคะ

01:44:51.370 --> 01:44:54.430
ทำการย้ายข้อมูลโดยการ Simulate

01:44:55.308 --> 01:45:00.177
แล้วตรงนี้ คือ คะแนนที่หนูได้ในแต่ละช่องแต่ละบุคคล

01:45:00.400 --> 01:45:04.669
สังเกตนะคะ ว่าคนแรกได้ 2 เพราะอะไรหนูดูนะลูก

01:45:13.452 --> 01:45:19.143
นี่อาจารย์ถามบอกว่าจงบอกความแตกต่างของ UI กับ HCI

01:45:19.221 --> 01:45:23.367
อาจารย์ถามความแตกต่างแต่หนูบอกความหมายของ UI

01:45:23.441 --> 01:45:25.988
คือนู่นนี่นั่น เช่น นั่น ๆ ๆ

01:45:26.025 --> 01:45:31.391
UI ต้องทำนั่นนี่นู่นนั่น แต่หนูไม่ได้บอกความแตกต่างเลย

01:45:32.604 --> 01:45:38.000
อาจารย์ถามแค่ความแตกต่างเฉย ๆ แต่หนู Copy ความหมายของ UI มาตอบ

01:45:39.147 --> 01:45:42.168
อาจารย์ก็เลยได้ UI อันหนึ่งนะ ก็ให้ 2 แต้ม

01:45:44.896 --> 01:45:48.288
แล้วทำไมเพื่อนถึงได้ 5 ดูนะคะ คนที่ได้ 5

01:45:48.319 --> 01:45:50.288
เดี๋ยวคนที่ 3

01:45:53.167 --> 01:45:56.741
1 2 3 นี่ค่ะ

01:45:57.990 --> 01:46:07.026
UI เขาบอกว่า UI ที่มีความเป็นมิตรนั้นจะต้องเกิดจากการทำสิ่งต่าง ๆ ของระบบคอมพิวเตอร์

01:46:07.416 --> 01:46:09.887
น่าใช้และเป็นที่พึงพอใจ

01:46:10.000 --> 01:46:15.061
ส่วน HCI จะเกี่ยวข้องกับการทำอย่างไรให้คอมพิวเตอร์ช่วยงาน

01:46:15.086 --> 01:46:17.955
และชีวิตของคนให้สะดวกมากขึ้น

01:46:18.640 --> 01:46:22.807
นี่ไงคะ ทำไมเขาได้ 5 แล้วทำไมคนนั้นได้ 2

01:46:23.138 --> 01:46:28.108
เข้าใจความหมายหรือยังคะลูก นะอาจารย์มีเหตุผลนะ ทำไม

01:46:30.723 --> 01:46:36.668
นี่ค่ะ แล้วก็เด็กนี้ทำไมถึงได้ 3 เขาได้ 5 กันหมดเลยนี่นะคะ อันนี้

01:46:42.180 --> 01:46:43.331
เปิดให้เห็นเลยค่ะ

01:46:44.989 --> 01:46:48.531
ผู้ใช้เปิดโปรแกรมไฟล์ PDF เป็นไฟล์ Word ขึ้นมา

01:46:48.555 --> 01:46:51.440
เพื่อแก้ไขขั้นตอนซึ่งมีผลลัพธ์ดังต่อไปนี้

01:46:54.745 --> 01:46:56.628
มันไม่ตรงคำถามลูก

01:46:58.710 --> 01:47:02.915
โอเค ทำไมเพื่อนเขาได้กันล่ะ ไปดูคนสุดท้ายเลยค่ะ

01:47:07.680 --> 01:47:11.205
นี่ค่ะ อาจารย์ถามปฏิสัมพันธ์

01:47:12.984 --> 01:47:17.160
แต่หนูตอบอะไรไม่รู้นะ หนูตอบอะไรไม่รู้นะคะ

01:47:17.616 --> 01:47:20.255
อันนี้เป็น... ให้หนูดูถึงว่าทำไม...

01:47:20.452 --> 01:47:23.556
ทำไมหนูถึงได้คะแนนเท่านั้น ๆ ๆ นะลูกนะ

01:47:25.252 --> 01:47:30.740
ใครสงสัยหนูสามารถมาหาอาจารย์ได้นะคะ มาได้นะลูกนะ

01:47:30.740 --> 01:47:34.480
เราติดต่อสื่อสารโดยการพิมพ์แชตกันได้ลูกพิมพ์แชตกันได้นะ

01:47:34.790 --> 01:47:39.430
อย่างนั้นวันนี้ถ้าหนูไม่สงสัยอะไรอาจารย์เอาไว้แค่นี้ไหมคะ

01:47:39.903 --> 01:47:43.292
แล้วสัปดาห์หน้าเราจะเรียนทฤษฎีกันอีกครั้งเดียว

01:47:43.316 --> 01:47:48.261
แล้วเราจะเริ่มทำโปรเจกต์กันแล้วนะคะ สัปดาห์ถัดไปนะ โอเค

01:47:48.930 --> 01:47:51.951
แต่อาจารย์จะพาหนูเล่นในเรื่องของ Neural Network ก่อน

01:47:52.765 --> 01:47:56.388
โอเคนะ โอเคกุ้งเต้นโอเค ๆ เยี่ยม

01:47:56.482 --> 01:47:57.617
องุ่นโอเค

01:47:58.909 --> 01:48:03.638
องุ่นโอเค ที่พูดกันเมื่อกี้โอเค โอเค

01:48:03.940 --> 01:48:04.843
ตี๋น้อย

01:48:06.082 --> 01:48:06.970
บาส

01:48:08.382 --> 01:48:11.646
ไม่โอเคด้วย บาสไม่โอเค บาสไม่เข้าใจ

01:48:13.025 --> 01:48:17.280
โอเค บังคับขู่เข็ญให้โอเค

01:48:17.807 --> 01:48:20.927
อย่างนั้นวันนี้อาจารย์แอนเอาไว้แค่นี้นะคะ มีอะไรถามได้

01:48:21.063 --> 01:48:24.108
ขอบคุณพี่ล่ามมากนะคะ ขอบคุณค่ะ

01:48:28.310 --> 01:48:30.094
ขอบคุณเด็ก ๆ ทุกคนลูก