﻿WEBVTT

00:00:28.720 --> 00:00:33.910
(อาจารย์สุรีย์พัชร) สวัสดีค่ะพี่ล่ามค่ะ สวัสดีค่ะ เขาก็ไม่เห็นหน้าอาจารย์แอนนะ

00:00:36.674 --> 00:00:40.090
ตอนแรกอาจารย์ว่าจะนั้นนะนี่น้องพลอย จะออนไลน์

00:00:40.360 --> 00:00:43.340
แต่อยากรู้ว่าอาจารย์ออนไลน์แล้วเด็กน้อยจะรู้เรื่องไหม

00:00:43.960 --> 00:00:47.670
คือ เขาจะเห็นหน้าอาจารย์แอน เขาจะเห็นเสียงไหม แล้วล่ามจะเห็นไหมอะไรอย่างนี้

00:00:48.217 --> 00:00:53.687
(เจ้าหน้าที่) อ๋อ ถ้าทางออนไลน์ได้ค่ะ ก็ส่ง... ส่งลิงก์ไปค่ะ ก็จะเชิญล่ามเข้าไปด้วย

00:00:54.190 --> 00:00:57.530
(อาจารย์สุรีย์พัชร) ไม่เฉพาะ... โอ้โห ถ้าออนไลน์ คือ เสียงไม่มีเลย

00:00:57.856 --> 00:01:01.098
ถ้า... ว่าจะออนไลน์นะ เสียงไม่มีเลย ก็ไม่รู้จะออนทำไมนะ

00:01:04.200 --> 00:01:08.140
เดี๋ยวแป๊บหนึ่งนะคะ เปิดหา Eva... เราก่อนค่ะ

00:03:30.405 --> 00:03:31.428
มาแล้วพลอย

00:03:36.055 --> 00:03:41.321
ได้แล้วค่ะ มันเป็นเพราะอะไรน่ะค่ะ ปลั๊กหลวม แสดงน้องต้องเอาเชือกมัด

00:03:43.414 --> 00:03:44.715
ติดแล้วมั้ง ไฟมาแล้ว

00:03:49.409 --> 00:03:52.456
ขอโทษนะคะ ขอโทษพี่ล่ามด้วยค่ะ ขอโทษด้วย

00:03:55.860 --> 00:04:08.680
น่าจะเตะสายกันด้วยน่ะค่ะนะ ไอ้เราก็ว่าเราไม่ใกล้แล้วนะ อุตส่าห์ขยับหนีแล้วนะนี่ บิดก่อน

00:04:13.370 --> 00:04:17.797
น้องเขาพร้อมแล้วนะ พร้อมแล้วตอบคำถามนะ ต้องให้เขาตอบคำถาม

00:04:21.040 --> 00:04:26.219
โอเคนะ นะ

00:04:34.310 --> 00:04:43.250
พร้อมนะคะ ไม่เรียงตามลำดับนะ นะไม่เรียงตามลำดับ แต่ไล่ตั้งแต่ข้างหลังมาข้างหน้า

00:04:44.190 --> 00:04:50.260
ไล่จากข้างหลังมาข้างหน้า ใครเสนอตัวก่อนยกมือเลยลูก จะได้ไม่เหมือนใคร

00:04:51.150 --> 00:05:00.690
ใครยกมือขึ้นก่อนตอบก่อน ถ้าหนูตอบก่อนแล้วเพื่อนตอบซ้ำเพื่อนต้องเปลี่ยนนะคะ

00:05:02.200 --> 00:05:11.290
ใครพร้อมยกมือแล้วตอบเลยลูก 2 แต้มเป็นของหนูลูก เร็วอาสาเลยลูก มาเร็ว ยกมือ

00:05:16.660 --> 00:05:21.910
ไม่ต้องเกรงใจกัน ยกมือเลย เอาเลย อุบลเอา

00:05:22.436 --> 00:05:33.570
บาสเอา มาร์กี้ องุ่น กุ้งเต้น ตี๋น้อยเร็ว เร็วยกมือลูกมา

00:05:37.350 --> 00:05:44.909
หนูเตรียมมา เอาเลยลูกมา บาสเหรอลูก บาสเหรอครับ บาสจะตอบเหรอลูก

00:05:49.200 --> 00:06:02.357
ใคร ยก... ยกมือก่อน ข้อดีน่ะ ข้อดี

00:06:15.720 --> 00:06:24.500
ไม่ยกเรียกชื่อแล้วนะ ตอบเอาแค่ข้อดีลูก ขอข้อดีเพิ่มข้อหนึ่งลูก

00:06:24.677 --> 00:06:26.860
ขอแค่ข้อเดียว ตอบข้อเดียวเลยลูก

00:06:29.270 --> 00:06:37.599
พร้อมไหม ให้เพื่อนก่อน นี่ลูกอาจารย์มีให้ 2 ข้อแล้วเห็นไหมคะ

00:06:37.624 --> 00:06:43.770
เป็นการกำหนดความต้องการกับตัว Environment ต่าง ๆ หนูจะทำการ Interrupt มัน

00:06:43.930 --> 00:06:46.397
ก็คือทำการควบคุมมันไว้ได้

00:06:47.076 --> 00:06:58.721
แล้วคราวนี้ข้อดีอีกอย่างหนึ่งคืออะไรลูก ใครยกมือให้ 3 คะแนน มาสิมา

00:07:04.760 --> 00:07:14.074
3 คะแนนอาจารย์ไม่เคยหักนะคะ ย้ำไม่เคยหักคะแนน ให้คะแนนดิบ ๆ ด้วย บวกลอยด้วย

00:07:16.440 --> 00:07:25.929
ตอบเลยลูกเตรียมมา ไม่ต้องกลัวผิด มันเป็นลักษณะของปลายเปิด โอเค อุบลตอบลูก

00:07:29.010 --> 00:07:35.990
ความ... ความแม่นยำและความน่าเชื่อถือ ทำไมหนูถึงตอบข้อนี้คะ

00:07:43.760 --> 00:07:50.669
มันเป็นการอยู่ในห้องควบคุม มันก็เลยมีความแม่นยำ โอเค จบ

00:07:51.730 --> 00:07:58.160
3 แต้ม บอกแล้วว่าให้ก็ให้ 3 แต้มเป็นของหนู

00:07:59.090 --> 00:08:02.390
สักครู่นะคะ เดี๋ยวอาจารย์ขอเอาปากกงปากกาปากกอน่ะก่อนลูก

00:08:03.600 --> 00:08:06.100
ไปเซ็นชื่อมาปากกาพังมาด้ามหนึ่งแล้ว

00:08:09.420 --> 00:08:18.320
อุบล เดี๋ยวอาจารย์หาอุบลแป๊บลูก แป๊บ ๆ ๆ ๆ 3 แต้มเรียบร้อยค่ะ

00:08:18.870 --> 00:08:27.418
ที่เหลืออาจารย์ให้ 2 แต้ม แต่ถ้าอาจารย์จิ้มนะคะ จิ้มเป็นรายชื่ออาจารย์ให้แต้มเดียวนะลูกนะ

00:08:28.900 --> 00:08:35.650
คือ ถ้าอาจารย์ชี้ใครคนนั้นได้แค่คะแนนเดียว แต่ถ้าหนูยกมือตอบ 2 คะแนนยังเป็นของหนูอยู่นะ

00:08:36.761 --> 00:08:45.301
มา ๆ ลูก หามาได้ตอบเลย โอเค การพัฒนานวัตกรรม

00:08:45.325 --> 00:08:48.800
ทำไมหนูถึงตอบการพัฒนานวัตกรรมลูก มันทำงานอยู่ในห้องแล็บ

00:08:49.928 --> 00:08:55.164
(มิ่งขวัญ) การทดลองในห้องปฏิบัติการสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์

00:08:55.493 --> 00:08:59.469
หรือวิธีการใหม่ ๆ เช่น การทดสอบยา วัตถุดิบ

00:09:00.041 --> 00:09:05.355
(อาจารย์สุรีย์พัชร) เพราะมันยังมีการควบคุม Environment เอาไว้ถูกไหมลูก โอเค จัดไป

00:09:06.720 --> 00:09:17.430
เยี่ยมมากค่ะ 2 แต้มเป็นของน้องมิ่งขวัญค่ะ มา กุ้งเต้นตอบไหมลูก

00:09:18.405 --> 00:09:23.783
อัน... อันนี้ไม่ได้ให้คะแนนเดียว แค่... แค่ชี้ ชี้นำ โอเค มายกมือแล้ว หนูตอบเลยลูก

00:09:25.030 --> 00:09:29.070
กุ้งเต้นลูกกุ้งเต้น ภาพนี้ขึ้นกุ้งเต้นค่ะน้องพลอย

00:09:31.230 --> 00:09:42.752
ขึ้นตี๋น้อย ขอภาพกุ้งเต้นนิดหนึ่ง กล้องกุ้งติดไหมลูก Connect ยังลูก

00:09:48.272 --> 00:09:54.152
Move ก็... ก็ไม่รู้หรอกเข้าใจไหม ไม่รู้หนูเข้าใจหรือเปล่า

00:09:58.547 --> 00:10:00.290
พร้อมตอบเลยลูกกุ้งเต้นคะ

00:10:35.140 --> 00:10:37.590
(ล่าม) เมื่อ... เมื่อสักครู่อาจารย์ได้ยินไหมคะ

00:10:40.864 --> 00:10:42.501
(อาจารย์สุรีย์พัชร) ทำไมเขาไม่แปลหรือไง

00:10:44.713 --> 00:10:46.891
(ล่าม) เมื่อสักครู่อาจารย์ได้ยินเสียงล่ามไหมคะ

00:10:47.460 --> 00:10:50.256
(อาจารย์สุรีย์พัชร) ค่ะ เพิ่งจะได้ยินเสียงนี่ค่ะ พูดอีกทีสิคะ

00:10:52.660 --> 00:11:00.680
(ล่าม) เกี่ยวกับเรื่องสิ่งแวดล้อม แล้วก็โครงสร้างในการปฏิบัติงานค่ะ

00:11:04.770 --> 00:11:08.625
แล้วก็ที่เหมาะสมในการ... กับการทดลองค่ะ

00:11:09.627 --> 00:11:13.940
(อาจารย์สุรีย์พัชร) เป็นการปฏิบัติงานในห้องทดลองเข้าใจความหมาย

00:11:17.441 --> 00:11:27.521
หาก่อน หา... หาชื่อคนก่อน เจอแล้ว มาเรียบร้อยหนึ่ง เชิญค่ะ

00:11:29.932 --> 00:11:36.162
แล้วและ อาจารย์เข้าใจใน... ในภาษามือของหนู แต่ไม่รู้ว่าแปลถูกหรือเปล่า

00:11:39.720 --> 00:11:53.548
มาตี๋น้อยไหม บาส โอเค โอเคครับบาสครับ เชิญตอบเลยลูก

00:12:07.540 --> 00:12:21.530
ภาพค้าง ภาพน้องค้างไหมน้องพลอย

00:12:24.470 --> 00:12:35.185
อ๋อ ได้ ๆ ๆ ค่ะ

00:13:25.470 --> 00:13:26.880
เออ น่า ๆ น่าจะ...

00:13:33.630 --> 00:13:37.699
สัญญาณกรุงเทพฯ เขาไอ้นั้นมั้ง ฝุ่นเยอะมั้งเลยทะลุทะลวงไม่ได้

00:14:07.384 --> 00:14:16.500
(ล่าม) เรื่องของการดูแลครับ วิธีในการ... วิธีในการปฏิบัติงานตามลำดับข้อที่ 1 ครับ

00:14:18.651 --> 00:14:21.920
(อาจารย์สุรีย์พัชร) ขออีกทีหนึ่งค่ะพี่ล่ามคะ แปลให้อีกทีหนึ่งค่ะ ไม่ค่อยได้ยินค่ะ

00:14:30.500 --> 00:14:32.627
(ล่าม) ในเรื่องของการดูแลครับ

00:14:33.644 --> 00:14:42.175
ใน... ในการปฏิบัติการทำงาน ดูวิธีในการปฏิบัติการทำงานครับ

00:14:57.870 --> 00:15:02.970
(อาจารย์สุรีย์พัชร) ความหมายของบาส คือ การทำงานแบบมีถูกการควบคุมใช่หรือไม่

00:15:07.082 --> 00:15:11.822
ใช่ไหมลูก การทำงานหรือการทดลองของหนู มันอยู่ในสภาวะการควบคุม

00:15:11.830 --> 00:15:17.190
มันก็เลยทำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นไหม ความหมายของหนูน่ะ ใช่ไหมครับ

00:15:21.690 --> 00:15:24.880
ใช่ไหมลูก ถ้าใช่หนูโอเคให้อาจารย์ก็ได้ค่ะ

00:15:30.030 --> 00:15:38.612
นั่นสิบาส พลังงานของคุณ... มันมีปัญหาหรือเปล่าลูก ใช่ไหม ใช่ โอเค อย่างนั้นอาจารย์เข้าใจ

00:15:39.378 --> 00:15:42.210
คือ กำลังแปลความหมายของหนูอยู่ด้วยลูก

00:15:45.006 --> 00:15:50.733
แว่นอยู่ไหนล่ะ ไม่มีแว่นก็เอาอันนี้ เริ่มมั่ว 2 ค่ะ บาสจบค่ะ

00:15:53.290 --> 00:16:00.500
มา องุ่นคะ องุ่นใช่ไหมลูก มา

00:16:14.440 --> 00:16:23.960
(ล่าม) ในเรื่องของการวิเคราะห์ข้อมูลและเรื่องของสิ่งแวดล้อมกับ...

00:16:54.853 --> 00:16:58.744
ในเรื่องของการ... การทำงานการวิเคราะห์ในเรื่องของการทดลอง

00:16:59.303 --> 00:17:01.343
การเรื่องของสิ่งแวดล้อมค่ะ

00:17:04.546 --> 00:17:19.920
เพื่อให้สะดวกในการทำงาน ซึ่งมีวิธีที่ถูก...

00:17:19.940 --> 00:17:24.410
(อาจารย์สุรีย์พัชร) ความหมายของน้ององุ่น คือ หนูทำงานในห้องปฏิบัติการ

00:17:24.434 --> 00:17:28.500
แล้วหนูมีการควบคุม Environment ทั้งหมด

00:17:28.608 --> 00:17:34.689
หรือควบคุมสิ่งแวดล้อมให้มันอยู่ภายใต้ความต้องการของผู้ทดลองใช่ไหมคะ

00:17:34.690 --> 00:17:36.085
ความหมายของหนูใช่ไหมลูก

00:17:36.880 --> 00:17:38.580
โอเค หนูพยักหน้าแล้ว

00:17:44.631 --> 00:17:58.139
องุ่นค่ะ เรียบร้อยค่ะ 2 แต้มค่ะ เอาแล้ว ใครหนอยังไม่ตอบ ใครหนอ มา มาร์กี้เชิญครับ

00:18:12.290 --> 00:18:28.361
เห็นแต่หัว หากล้องน้องไม่เจอ เอาข้างบนเลยนะ

00:18:46.280 --> 00:18:47.763
(ล่าม) สวัสดีค่ะ เห็นน้องแล้วค่ะ

00:18:54.033 --> 00:18:55.446
(อาจารย์สุรีย์พัชร) เชิญครับ มาร์กี้เชิญครับ

00:19:11.375 --> 00:19:16.875
(ล่าม) ก็จะมี... ในเรื่อง...

00:19:29.783 --> 00:19:36.376
ก็จะมีในส่วนของกำหนดมาตรฐานชุมชน

00:19:48.647 --> 00:19:52.482
ตามที่อบรมครับ

00:20:02.450 --> 00:20:03.880
(อาจารย์สุรีย์พัชร) เดี๋ยวนะครับมาร์กี้

00:20:04.080 --> 00:20:11.432
(ล่าม) น้อง... น้องทำ... น้องทำภาษามือตามประโยคไม่ได้น่ะค่ะ

00:20:15.933 --> 00:20:19.935
ทำได้แค่เป็นชุมชน แล้วก็คำว่า "กำหนด" ค่ะอาจารย์

00:20:20.218 --> 00:20:22.267
(อาจารย์สุรีย์พัชร) อ๋อ แค่คำว่า "ชุมชน" กับ "กำหนด"

00:20:24.512 --> 00:20:27.994
คำตอบก็ไม่ใช่อยู่ดีลูก เพราะว่ามันอยู่ในห้องแล็บ

00:20:29.347 --> 00:20:33.070
ทำงานในห้องแล็บน่ะค่ะ ข้อดีมันคืออะไร

00:21:36.458 --> 00:21:40.543
(ล่าม) ครับ ช่วยใน...

00:22:33.057 --> 00:22:37.793
(ล่าม) อาจารย์คะ น้องสะกดคำว่า "แปร" ค่ะ แ-ป-ร ค่ะ

00:22:38.810 --> 00:22:44.309
(อาจารย์สุรีย์พัชร) แปร ตัวแปร ควบคุมตัวแปรหรือเปล่าคะ

00:22:48.678 --> 00:22:51.287
ความหมายของหนูคือควบคุมตัวแปรไหม

00:22:59.165 --> 00:23:02.609
(ล่าม) ใช่ครับ (อาจารย์สุรีย์พัชร) โอเค ควบคุมตัวแปรได้

00:23:05.493 --> 00:23:10.805
(อาจารย์สุรีย์พัชร) หาก่อนมาร์กี้ มาร์กี้ครับ ตกลงเรียบร้อยครับ เหลืออีกหนึ่งหรือเปล่า

00:23:53.630 --> 00:23:58.890
ค่อย ๆ สะกดเดี๋ยวอาจารย์แอนสรุปเองก็ได้ค่ะ ขอแค่น้องพูดมาให้เข้าประเด็นนิดหนึ่งก็ยังดีค่ะ

00:24:06.400 --> 00:24:09.229
(เจ้าหน้าที่) เหลือตี๋น้อยคนเดียวใช่ไหมคะ (อาจารย์สุรีย์พัชร) ใช่ค่ะ เหลือตี๋น้อยคนเดียว

00:24:12.111 --> 00:24:19.050
(อาจารย์สุรีย์พัชร) ตี๋น้อยหนูเชิญตอบเลยลูก มาเร็ว เดี๋ยวอาจารย์แอนแปลได้ค่ะ ครับผม

00:24:22.900 --> 00:24:38.130
ล้นอีกแล้ว น้องต้องลุกขึ้นยืนไหม โอเคกลับมาแล้ว ย้ายกล้อง เดินให้ทั่วห้อง

00:24:41.050 --> 00:24:53.645
สรุปเบอร์ 7 ดีค่ะ เชิญตอบครับ ตี๋น้อยครับ

00:25:07.750 --> 00:25:09.549
(ล่าม) เกี่ยวกับการจัดการครับ

00:25:34.072 --> 00:25:36.770
น่าจะสะกดเป็นคำว่า "กระบวนการ" ค่ะอาจารย์

00:25:37.559 --> 00:25:38.930
(อาจารย์สุรีย์พัชร) กระบวนการ

00:25:40.560 --> 00:25:42.351
(ล่าม) ครับ เป็นการจัดการน่ะครับ

00:26:04.049 --> 00:26:05.739
แล้วก็เกี่ยวกับตัวแปรครับ

00:26:11.662 --> 00:26:18.309
(อาจารย์สุรีย์พัชร) อาจารย์สรุปได้ไหมตี๋น้อย คุณกำลังบอกว่าคุณกำลังจัดการกับตัวแปรได้

00:26:18.620 --> 00:26:27.848
และคุณจะควบคุมตัวแปร ไม่ให้ตัวแปรมันออกไปจากสิ่งที่คุณต้องการใช่หรือไม่

00:26:35.645 --> 00:26:37.826
(ล่าม) ครับ ใช่ครับ (อาจารย์สุรีย์พัชร) โอเคครับ

00:26:39.316 --> 00:26:44.422
(อาจารย์สุรีย์พัชร) หาไม่เจอตี๋น้อย โอเคเรียบร้อยครับ

00:26:49.468 --> 00:26:57.570
ครบ อาจารย์สรุปให้แค่ข้อเดียวแค่นั้นล่ะค่ะ

00:26:57.590 --> 00:27:05.462
จริง ๆ แล้วน่ะ อะไรก็ตามถ้าหนูอยู่ในห้องควบคุมทุกอย่างน่ะ มันจะถูกการกำหนด

00:27:06.128 --> 00:27:13.114
แต่มันก็มีข้อเสียอยู่ 1. ล่ะพื้นที่ ถ้าหนูต้องใช้อะไรที่มันมากมาย

00:27:13.139 --> 00:27:18.371
หรือมันมีวัตถุที่มันเกิดการเป็นควันเกิดขึ้น จบแล้วค่ะ คราวนี้

00:27:18.631 --> 00:27:22.493
ทำไมคะ เกิดความลำบากในการหายใจถูกไหมคะ

00:27:22.670 --> 00:27:26.933
มันก็เลยเกิดการ Observe ดูว่า User นี่

00:27:27.291 --> 00:27:32.223
เขาพึงพอใจไหมน่ะ กับการทำงานแค่เพียงในห้องแล็บ

00:27:34.530 --> 00:27:35.569
เข้าใจความหมายนะคะ

00:27:39.028 --> 00:27:47.883
ตัวการเรียนรู้ในแล็บนั้น อาจารย์แอนจะเน้นแค่เรื่องข้อดีกับข้อเสียนะคะ แค่ 2 เรื่องพอ

00:27:50.111 --> 00:28:01.650
แต่ถ้าการศึกษามัน Fail ล่ะ ข้อดี คือ หนูได้ธรรมชาติแน่ ๆ หนูได้การ Observe ข้อมูลที่ดี

00:28:02.355 --> 00:28:11.168
และหนูทำการเรียนรู้ที่มันเป็นไปได้ Field ที่ทำการ Study ได้ แต่ข้อเสีย คือ มันมี Noise

00:28:12.580 --> 00:28:20.095
หนูสังเกตนะคะ ว่าเวลาที่เราคุยโทรศัพท์นี่ แล้วมีคลื่นแทรก หรือหนูอยู่ใกล้ ๆ กับคลื่นวิทยุ

00:28:20.764 --> 00:28:25.010
หนูจะเห็นเลย ว่าสัญญาณในการคุยเริ่มมีปัญหา

00:28:25.274 --> 00:28:29.958
ถึงแม้นว่าต้นทางของหนูนี่ หนูกำลังคุย WI-FI หนูแรงมากเลย

00:28:30.770 --> 00:28:34.642
แต่ปลายทางนี่ ของเขานี่ เขามีลม เขามีพายุ

00:28:36.176 --> 00:28:43.649
เขาก็จะบอกว่าสัญญาณของเขาน่ะอ่อนแอ ระยะในการส่งนะคะ นั่นล่ะเขาเรียกว่า Noise นะคะ

00:28:43.674 --> 00:28:46.757
อะไรก็ตามที่วิ่งเข้ามาแทรกใน Interrupt ของเราน่ะ

00:28:46.781 --> 00:28:48.885
เขาเรียกว่า "Noise" หมดนะลูกนะอันนี้

00:28:55.890 --> 00:29:09.730
Experimental อาจารย์ถามดีกว่า... พันขา เปลี่ยนเป็นไมค์ลอยล่ะ

00:29:15.028 --> 00:29:22.131
ถามบาสดีกว่า บาสครับ Experimental แปลว่าอะไรลูก

00:29:30.760 --> 00:29:35.400
กล้องอุบลได้ไหม กล้องอุบลก็ไม่ได้

00:29:41.240 --> 00:29:55.499
บาสตอบก็ได้ลูก ตอบก็ได้ค่ะ Experimental แปลว่าอะไรลูก เปิดหรือลูก เปิดยังครับ

00:30:08.720 --> 00:30:16.113
ทำไมเล็กกระจิดจิ๋ว Resolution ให้หน่อย Resolution หน่อย

00:30:19.940 --> 00:30:27.739
น่าจะควบคุมด้วย Remote นะ เห็นหน้าบาสแล้ว เชิญครับ บาสตอบให้หน่อยลูกมา

00:30:30.600 --> 00:30:33.920
Experimental ตรงหน้า ข้างหน้าเลยลูกสีเหลือง ๆ เห็นไหมครับ

00:30:33.950 --> 00:30:47.288
E-X-P-E-R-I-M-E-N-T-A-L เป็นคำศัพท์ที่หนูต้องใช้ประจำลูกอันนี้ แปลว่า...

00:30:52.182 --> 00:30:56.491
ลองแปลอยู่หรือลูก ครับ ๆ ลูก เทคโนโลยีลูกเทคโนโลยี

00:31:18.410 --> 00:31:22.304
(ล่าม) แปลว่าทดลองครับ (อาจารย์สุรีย์พัชร) เก่งมากครับผม

00:31:24.490 --> 00:31:28.444
(อาจารย์สุรีย์พัชร) เดี๋ยวหาบาสแป๊บ 1 แต้มเป็นของคุณค่ะ

00:31:31.289 --> 00:31:36.491
เมื่อกี้เขาเรียนรู้ในห้องแล้ว เขาได้ Field แล้ว

00:31:37.578 --> 00:31:42.261
ตอนนี้เขาทำมาทำการทดลองแล้ว ว่าเขาจะทดลอง ทดลองอย่างไร

00:31:42.666 --> 00:31:44.896
อันนี้จะคล้าย ๆ กับหนูเรียนวิทย์นะคะ

00:31:45.990 --> 00:31:49.909
Class นี้จะคล้าย ๆ กับหนูเรียนวิทย์ แต่หนูเรียนไม่ครบ 40 สไลด์นะลูกอันนี้

00:31:50.480 --> 00:31:57.166
อันไหนที่อาจารย์ผ่านหนูไม่จำเป็นต้องอ่านนะ หนูจะสังเกตนะคะ อาจารย์ให้สไลด์ไปแล้ว

00:31:57.190 --> 00:32:01.902
อันไหนที่อาจารย์ไม่ได้เปิด แล้วสไลด์ผ่านให้หนูไม่ต้องอ่านได้เลยนะคะ

00:32:02.585 --> 00:32:08.686
ตัวนี้จะเป็นลักษณะของการทดลอง ทดลองทำอย่างไรล่ะ Control เขาควบคุม

00:32:09.940 --> 00:32:17.066
ควบคุมและกำหนดค่าของ Interactive Behavior พฤติกรรมต่าง ๆ

00:32:17.710 --> 00:32:28.872
แล้วเขายังเลือก Hypothesis นำมาทดสอบ Hypothesis สายนี้ไม่แม่น

00:32:31.770 --> 00:32:36.528
Hypothesis เป็นการสมมติฐานไหมลูก ใครว่าใช่ยกมือสิคะ

00:32:39.372 --> 00:32:48.049
Hypothesis แปลว่าสมมติฐานใช่หรือไม่

00:32:54.346 --> 00:33:03.466
Copy วาง Google Translate ค่ะ โทรศัพท์ค่ะ แปลภาษาค่ะ กดที่กล้องค่ะ ส่องค่ะ

00:33:10.691 --> 00:33:13.873
อาจารย์... อาจารย์แอนบอกเป็นทุกอย่างในการแปล

00:33:14.210 --> 00:33:20.106
ใครแปลได้ตอบเลย ถ้าว่าใช่ก็ยกมือโอเคให้อาจารย์หน่อยค่ะ ถ้าไม่ใช่ว่าอย่างไร

00:33:24.640 --> 00:33:29.914
น้ององุ่นจะบอกว่าอะไร มิ่งขวัญจะว่าอย่างไรคะ

00:33:30.090 --> 00:33:36.167
โอเคไหม แปลว่าสมมติฐานไหม Hypothesis โอเคจบค่ะ

00:33:41.620 --> 00:33:48.231
ไม่ เดี๋ยวต่อไปหนูก็ต้องได้ใช้ลูก ต่อมาค่ะ เป็นตัวเลขที่นำมาทดลอง

00:33:48.522 --> 00:33:54.480
นำมาทำการ Consider โดยการ Diff ค่าเขา แล้วทำการควบคุม

00:33:54.690 --> 00:34:00.916
อย่างเช่น หนูยกตัวอย่าง เช่น หนูกำหนดให้ A1 นะคะ ตัว A เท่ากับ Integer

00:34:02.160 --> 00:34:09.559
B เท่ากับ Text นั่นแสดงว่าถ้าเขากรอกข้อมูล A เป็นตัว ก ไก่

00:34:10.260 --> 00:34:14.127
ระบบต้องขึ้นคำว่า "Error" นึกออกไหมคะ

00:34:14.560 --> 00:34:23.380
แต่ถ้าหากว่าตัวที่หนู Control เอาไว้ อาจารย์ก็ไม่รู้จะเขียนอย่างไรนะ ในนี้มันเขียนได้ไหมนี่

00:34:31.778 --> 00:34:38.680
น่ะ Note Note Note Note Note Note Note หา Note แป๊บลูก Note

00:34:46.450 --> 00:34:53.548
ถ้าอาจารย์กำหนด A นะคะ ให้ A ตัวนี้เท่ากับค่าของ Integer

00:35:01.020 --> 00:35:13.115
และให้ B เท่ากับ Text ที่มีขนาด... ใช้มือเดียวอาจารย์ก็ใช้ไม่เป็นด้วยนะ

00:35:16.910 --> 00:35:35.296
50 แล้วกันค่ะ ; ถ้าอาจารย์ print print นะคะ print :

00:35:38.420 --> 00:35:59.967
print a โดยที่ให้ a รับค่า b ; คำถามหนูดูที่หน้าจอนะคะ

00:36:00.774 --> 00:36:07.569
ถ้าอาจารย์ให้เขา print : a ไม่ได้ print ตัว a นะคะ print ค่าของ a

00:36:07.593 --> 00:36:11.839
ซึ่ง a จะรับมาจากไหนเราไม่สนค่ะ ตอนนี้อาจารย์ไม่ได้สอนการเขียน Program นะคะ

00:36:12.607 --> 00:36:22.016
แต่นำค่าที่มาแสดง คือ b ถามว่าผลจะออกมาเป็น Integer หรือ Text หรือ Error คะ

00:36:22.490 --> 00:36:33.502
ใครตอบได้ยกมือลูก Error ครับ เพราะ... อุบลใช่ไหมลูกที่พูดออกมาเมื่อกี้ลูก

00:36:34.637 --> 00:36:42.193
ครับผม เพราะอะไรครับอุบล เดาล้วน ๆ เยี่ยมเดาล้วน ๆ

00:36:43.230 --> 00:36:45.860
มันเหมือนกันไหมลูก a กับ b ค่าเหมือนกันไหม

00:36:48.850 --> 00:36:54.723
ไม่เหมือน นั่นแสดงว่าเขาก็เทียบค่าไม่ได้ถูกไหมคะ ถูกไหม

00:36:55.090 --> 00:37:02.264
หนูจะ print ค่าที่เป็นตัวเลขแต่หนูกลับเอาค่าของตัวหนังสือมาแสดง

00:37:02.790 --> 00:37:06.270
มันไม่ทำไมคะ มันไม่ Simulate กัน มันไม่ตรงกันน่ะ

00:37:06.655 --> 00:37:13.266
พอมันไม่ตรงกันปุ๊บ มันก็บอกเลยทันทีบอกว่าฉันไม่รู้เรื่อง ระบบบางอันบอกว่า Ignore

00:37:14.373 --> 00:37:20.930
Ignore แปลว่าอะไรนะ อย่าแปลนะ ย้ำอย่าแปล อย่าแปลลูก Ignore น่ะ อย่าแปล

00:37:23.151 --> 00:37:25.825
อาจารย์ชอบเขียนให้เห็น ถ้าเขียนไม่เห็นหนูไม่รู้ค่ะลูก

00:37:26.567 --> 00:37:31.525
ต่อมาค่ะ เขาทำการเปลี่ยนพฤติกรรม โดยการใช้การค่าของการวัด

00:37:31.710 --> 00:37:37.946
วัดอย่างไร Measure วัดที่ค่า Attribute ที่มีความแตกต่างจาก Condition

00:37:39.780 --> 00:37:46.250
พฤติกรรมทั้งหมด เช่น อาจารย์กำลังจะทำการดูพฤติกรรมของหมา

00:37:47.220 --> 00:37:54.475
เวลาที่หมานี่ เราฝึกให้เขายกมือ เขายกมือขึ้นปุ๊บเขาจะได้ขนม 1 ชิ้น

00:37:54.943 --> 00:37:59.292
ถ้าเขายกมือ 2 ขึ้นมา 2 ข้างชู เขาจะได้ขนม 2 ชิ้น

00:37:59.580 --> 00:38:07.915
แล้วเราฝึกอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ เรื่อย ๆ ๆ ๆ ถึงเวลามาปั๊บหมาตัวนี้ถูกย้ายเจ้าของ

00:38:10.026 --> 00:38:19.679
เขายกมือเพื่อขอขนม แต่เจ้าของไม่ให้ ย้ำนะ เจ้าของไม่ให้ เพราะเจ้าของไม่รู้

00:38:20.796 --> 00:38:29.660
นั่นล่ะ คือ ความแตกต่างจากเงื่อนไข หมาตัวนั้นจะทำร้ายเจ้าของคนใหม่ไหม

00:38:30.727 --> 00:38:36.537
คิดว่าทำไหมคะ และเพราะอะไรด้วย

00:38:42.720 --> 00:38:50.779
อาจารย์มั่นใจนะ ถ้าเป็นหมาพันธุ์... พันธุ์ยิ้มน่ะ คือ ใครมาก็ยิ้มไปทั่วน่ะค่ะ

00:38:50.994 --> 00:38:54.478
ขโมยมาก็ยิ้มน่ะ มันก็คงไม่ทำอะไรหรอกนะ

00:38:55.093 --> 00:38:59.912
แต่ถ้าหมาพันธุ์ดุ ๆ น่ะค่ะ อาจารย์ไม่รู้นะ พันธุ์อะไรนะ Rottweiler นะ

00:39:00.065 --> 00:39:07.873
หรือพันธุ์... นึกอะไรไม่ออกน่ะค่ะ ที่มันดุ ๆ ก็แล้วกันค่ะ ไอ้หน้า... หน้าโหด ๆ ด้วยค่ะ

00:39:08.953 --> 00:39:13.791
มันก็คงกัดน่ะ เหมือนหมาบ้านอาจารย์แอนน่ะค่ะ มันก็กัด มันไม่กัดแต่อยู่คุณยายคนเดียว

00:39:14.540 --> 00:39:20.045
เพราะคุณยายให้อาหารเขาทุกวัน แต่อาจารย์แอนเป็นคนให้บ้างไม่ให้บ้าง

00:39:20.069 --> 00:39:29.412
แล้วกลิ่นน้ำหอมของอาจารย์เปลี่ยนไป หมามันจำไม่ได้มันก็กัดได้ทันที นี่ค่ะ นี่ระวังมาก ๆ นะคะ

00:39:29.580 --> 00:39:34.979
นี่เขาเรียกว่า "การเปลี่ยนพฤติกรรม" ในการวัดเขาเลยนำมาปรับเทียบ 2 อย่าง

00:39:34.980 --> 00:39:41.256
แล้วนำมาทำการเทียบเคียงกัน ว่าอย่างนั้นเราก็ทำการฝึกเขาใหม่

00:39:41.542 --> 00:39:48.957
แต่การฝึกนั้นมันก็ขึ้นอยู่กับว่าเหมือนไม้ดัดน่ะค่ะ ถ้าต้นไม้ที่แข็งแล้วดัดกิ่งก็หัก

00:39:49.338 --> 00:39:53.361
ถ้าต้นไม้ที่เป็นกิ่งอ่อนเขาจะดัดอย่างไรก็เป็นรูปได้

00:39:53.895 --> 00:39:57.831
หนูเคยเห็นใช่ไหมลูก ต้นข่อยนะ ต้นข่อยที่เขาดัดกันน่ะ

00:40:02.760 --> 00:40:13.038
Factor เขาถามเลย ว่า Who Subject แรกเลยค่ะ ใครที่ทำการ Represent

00:40:14.009 --> 00:40:23.780
ยกตัวอย่างขึ้นมาค่าตัวแปร ตัวแปรใดที่ทำการ Modify หรือทำการทำงาน และวัดค่านั้น ๆ

00:40:24.020 --> 00:40:30.591
Hypothesis ของเราเราจะได้รู้ไหมว่าสิ่งนั้นน่ะ มันจะแสดงขึ้นมาไหม

00:40:30.970 --> 00:40:42.509
และถ้าเราจะทำการทดลองดูนะคะ How you are going to do it. คุณจะทำมันอย่างไร

00:40:43.024 --> 00:40:48.291
ถ้าคุณจะทำการ Design อันนี้ขึ้นมา อันนี้คือค่า Factor นะคะ

00:40:48.292 --> 00:40:49.908
หนูกำลังจะต้องกรอง Factor

00:40:49.918 --> 00:40:54.878
Factor เขาก็มี Subject มี Variable มี Hypothesis แล้วก็มีการออกแบบ

00:40:57.620 --> 00:41:04.558
อาจารย์ใช้ภาษาอังกฤษที่บอกตามตรง ว่าชาวอเมริกันบางคนไม่รู้นะคะ

00:41:05.280 --> 00:41:10.309
อันนี้ไทยรู้ ๆ อันนี้... อันนี้ไทยรู้แน่นอนค่ะ ตรงตัวเป๊ะเลยลูก ตรงตัวเป๊ะ

00:41:11.848 --> 00:41:19.524
ตัวแปรมี Independent กับ Dependent Independent เป็นอย่างไรลูก

00:41:19.600 --> 00:41:31.987
เป็นตัวแปรที่แปรผันไปตามเขา หรือเป็นตัวแปรหลัก Independent ดูจากตัวอย่างก็ได้ค่ะ

00:41:35.717 --> 00:41:42.589
Character เปลี่ยน Product อยู่ที่ความแตกต่างและเงื่อนไข

00:41:44.101 --> 00:41:54.256
เช่น ตัวเลขใน Menu Independent เป็นตัวแปรตามไหมคะ หรือตัวแปรต้น

00:41:58.390 --> 00:42:06.145
ถ้าใครตอบตัวแปรตามหนูชูนิ้วเลข 1 ขึ้นมาลูก ถ้าใครตอบตัวแปรต้นให้ชู 2 นิ้ว

00:42:08.570 --> 00:42:15.786
ตัวแปรตามครับ เพราะอะไรลูกความหมาย เพราะอะไรลูก

00:42:17.211 --> 00:42:23.602
เพราะคำว่าอะไรคะ เห็นไหมลูกเห็นคำในนั้นไหม อุบลเห็นคำนั้นไหมคะ

00:42:23.756 --> 00:42:28.423
บรรทัดที่ 2 ของ Independent Variable น่ะค่ะ คำว่าอะไรลูก

00:42:32.240 --> 00:42:43.075
เห็นไหมคะ Characteristic Change ไหม เขาเปลี่ยนแปลงไปตามเงื่อนไข Condition

00:42:43.760 --> 00:42:50.826
แต่ Dependent สิคราวนี้ Character นั้นเป็นตัววัดค่าการทดลอง

00:42:50.881 --> 00:42:57.494
เช่น เวลาตัว เลขที่ Error ก็แสดงว่าตอนนี้หนูจำให้ขึ้นใจแล้ว

00:42:57.519 --> 00:43:05.037
ว่า Dependent คือ ตัวแปรต้นใช่ไหมคะ Independent เป็นตัวแปรตาม

00:43:06.334 --> 00:43:12.516
ฟ้าร้อง ฝนตก อะไรเป็นตัวแปรต้นอะไรเป็นตัวแปรตาม

00:43:17.334 --> 00:43:22.779
ฟ้าร้อง ข้างหน้าฟ้าร้องช่างหัวมันนะลูกไม่ต้องคิด เอาแค่ฟ้าร้องแล้วฝนตก

00:43:28.450 --> 00:43:39.004
ตัวแปรต้น คือ ใครตอบฟ้าร้องหนู... หนูชูเลข 1 ขึ้นมาลูก ชู 1 นิ้ว

00:43:39.725 --> 00:43:44.705
ใครตอบฝนตกหนูชูเลข 2 ค่ะ อาจารย์อยากรู้คำตอบตอนนี้

00:43:45.390 --> 00:43:52.247
ชูเลขให้อาจารย์ดูหน่อยลูก ชูนิ้วให้อาจารย์ดูหน่อยค่ะ 1 หรือ 2 1 ฝนตก

00:43:54.826 --> 00:44:03.556
โทษ ๆ ค่ะ 1 ฟ้าร้อง 2 ฝนตกฟ้าร้องเป็นตัวแปรต้นเยี่ยม

00:44:06.799 --> 00:44:16.371
อาจารย์หาคะแนนให้นะนี่ตอนนี้ค่ะ ครบ อาจารย์ไม่ได้ลืมน้องมิ่งขวัญนะคะ

00:44:16.395 --> 00:44:21.620
ถึงหนูจะอยู่ไม่ได้ติดเพื่อน ๆ อาจารย์... อาจารย์ก็เขียนให้หนูเหมือนกันนะ ไม่ต้องห่วงค่ะ

00:44:23.550 --> 00:44:30.769
จำไว้นะคะ In ก็คือทำไมคะ อยู่ภายในเป็น Subset ของ Dependent

00:44:31.404 --> 00:44:36.164
จำคำว่า "In" ไว้นะลูกนะ In ก็คือใน ใน ก็คืออยู่ด้านใน

00:44:36.188 --> 00:44:39.219
ด้านในมันก็ต้องแปรไปตามด้านนอกอยู่ดีนะคะ

00:44:40.191 --> 00:44:42.661
อันนี้ค่าของตัวแปร Hypothesis

00:44:43.999 --> 00:44:51.616
ค่าของ Hypothesis นั้นมันจะอยู่ในค่าของ Independent และก็ Dependent เสมอ ๆ

00:44:51.860 --> 00:44:59.018
ฉะนั้นแล้ว ค่า Null Hypothesis ก็คือค่าที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ทั้งสิ้น

00:44:59.460 --> 00:45:05.653
แต่ถ้าเป็นค่าของ Predict Outcome เขาจะเป็นในลักษณะของค่า Error Rate

00:45:06.023 --> 00:45:11.824
ที่จะทำการเพิ่มขึ้นในขณะที่หนูกำลังทำการ decreases ไปเรื่อย ๆ

00:45:12.047 --> 00:45:19.107
ยกตัวอย่างเช่น อาจารย์กำลังจะดูว่าการกระจายของโรควัณโรค

00:45:19.973 --> 00:45:31.740
มีผลนะคะ ต่อผู้ต้องขังจริงหรือไม่ ผู้ต้องขังอยู่อย่างไรหนูคงไม่เห็นน่ะลูกนะ

00:45:31.764 --> 00:45:36.444
แต่อาจารย์แอนเห็นประจำค่ะ เพราะว่าอาจารย์ทำงานเกี่ยวกับผู้ต้องขังบ่อยค่ะ

00:45:36.492 --> 00:45:39.333
เพราะชอบเขียนโปรแกรมให้ผู้ต้องขัง เพราะอยากเห็นผู้ต้องขังก็เลย...

00:45:39.870 --> 00:45:43.510
ก็... อยากเห็นอะไรอาจารย์ก็ทำโปรแกรมอันนั้นล่ะค่ะนะคะ อยากเห็น

00:45:43.910 --> 00:45:46.398
เขาจะอยู่ในห้องแล้วเขาใส่โซ่ตรวน

00:45:46.671 --> 00:45:54.580
เพราะฉะนั้น การที่เขาใส่โซ่ตรวนปุ๊บนี่ล่ะค่ะ เป็นผลของการเดา อาจารย์เดาว่าเขาอยู่กันแออัด

00:45:55.120 --> 00:45:58.537
ถ้ามีคนหนึ่งเป็นพาหะอีกคนหนึ่งก็ต้องระบาด

00:45:59.001 --> 00:46:02.774
เพราะพอระบาดปุ๊บการไอ เขาไม่สามารถที่จะยกขึ้นมาได้

00:46:02.799 --> 00:46:05.791
เพราะมือเขาถูกการตรึงเอาไว้ด้วยอะไรสักอย่าง

00:46:05.816 --> 00:46:09.405
อาจารย์ไม่รู้น่ะนะคะ เขาเรียกว่าอะไรไม่รู้น่ะค่ะ ที่มือเขาใส่เอาไว้ด้วย

00:46:09.429 --> 00:46:13.820
แล้วขาเขาก็ใส่ตัวล่ามโซ่ลูกตุ้มใหญ่ ๆ น่ะค่ะ

00:46:14.320 --> 00:46:18.314
แล้วคราวนี้เขาไอ อัตราในการไอนี่

00:46:18.338 --> 00:46:24.580
เพราะว่าพุ่งออกไปมันไปกระแทกกับเพดานหรือผนัง มันสะท้อนย้อนกลับ

00:46:24.915 --> 00:46:32.326
ขณะที่ใครร่างกายไม่แข็งแรงโรคนั้นมันก็เพิ่มขึ้น เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็วมาก

00:46:33.680 --> 00:46:37.465
อาจารย์ชอบทำการกระจายเชื้อนะคะ เพราะอาจารย์เป็นภูมิแพ้

00:46:37.489 --> 00:46:39.837
อาจารย์เลยอยากรู้เรื่องของเชื้อพอสมควร

00:46:40.515 --> 00:46:45.428
เป็นอะไรทำไอ้นั้นแล้วเราจะรู้คำตอบลูก ไม่จำเป็นต้องรอคุณหมอ

00:46:46.531 --> 00:46:48.910
นี่ Concept อาจารย์คนเดียวนะลูก อันนี้ Concept อาจารย์คนเดียว

00:46:48.910 --> 00:46:50.497
แต่ถ้า Null Hypothesis

00:46:52.416 --> 00:46:59.426
แสดงว่าพื้นที่ในจังหวัดสกลนครเท่าที่อาจารย์สังเกตนะคะ อาจารย์ทำมือ เท้า ปาก

00:46:59.890 --> 00:47:04.267
ส่วนใหญ่แล้วนี่ จะเกิดกับเด็กที่อยู่ในชุมชน

00:47:04.713 --> 00:47:08.133
หรือเป็นชุมชนที่เขาบ้านของเขานี่

00:47:08.239 --> 00:47:13.220
แม้แต่พื้นดินน่ะค่ะ ยังเป็นดินลูกรังอยู่เลยน่ะ

00:47:13.280 --> 00:47:20.856
อาจารย์เข้าไปตรงพื้นที่ แล้วพอไปวัดปุ๊บเจอค่านะคะ เจอค่าเค็มน่ะ ใช้คำว่า "ค่าเค็ม" นะคะ

00:47:20.880 --> 00:47:23.513
เป็นเหล็กทั้งหมดน่ะค่ะ เป็นค่าของเหล็ก

00:47:23.826 --> 00:47:29.183
ก็เลยส่งผลทำให้เป็นค่าที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง

00:47:30.360 --> 00:47:39.090
ไม่ว่าจะกี่ปีอาจารย์ก็เจอที่นั่นเสมอ และพื้นที่ที่เกิดอุบัติเหตุก็ Null Hypothesis

00:47:39.280 --> 00:47:45.130
อยู่ตรงไหนก็ตรงนั้นเดือนไหนก็เดือนนั้น นั่นคือ Null Hypothesis

00:47:46.000 --> 00:47:51.238
Hypothesis อาจารย์ออกข้อสอบนะคะ อาจารย์จะมีคำพูดมา 1 คำ

00:47:51.580 --> 00:48:00.799
แล้วอาจารย์จะถามหนู ว่าเขาเป็น Prediction of Outcome หรือ Null Hypothesis ค่ะ

00:48:02.120 --> 00:48:09.760
แค่ 2 เงื่อนไขนะคะ ข้อสอบหน้านี้ออกนะ อาจารย์จะมีเงื่อนไขให้หนู 1 ข้อ

00:48:12.450 --> 00:48:16.366
หนูจะทำการทดลองของการ Design หนูจะดูทดลองอย่างไร

00:48:17.240 --> 00:48:22.936
อันนี้เขาทดลองเป็นกลุ่มนะคะ เป็น Group โดยการแยก หรือระหว่าง Group

00:48:24.690 --> 00:48:33.688
กลุ่มของเด็กนะคะ กลุ่มของเด็กห้อง 2 นะคะ IT ห้อง 2 กับเด็กห้อง 1 ทำการทดสอบกัน

00:48:34.510 --> 00:48:38.099
หรือระหว่างกลุ่มนะคะ หรือระหว่างกลุ่ม

00:48:38.123 --> 00:48:44.867
เช่น ของหนูอยู่ปี 2 นะคะ เด็กห้อง 2 ปี 2 IT ห้อง 2 และเด็กปี 3 ของ IT ห้อง 3

00:48:44.891 --> 00:48:51.690
ทำการมาทดสอบกัน ว่าความรู้ที่ได้ในเรื่องของ Hypothesis นั้นได้อย่างไรนะ

00:48:51.944 --> 00:48:54.601
อันนี้อาจารย์ไม่ออกสอบนะคะ ออกสอบหน้านั้นหน้าเดียว

00:48:55.060 --> 00:49:01.840
การวิเคราะห์ Data ก่อนอื่นที่หนูจะเริ่มต้นวิเคราะห์ หนูต้องดูก่อนว่าข้อมูลของหนูเป็นอย่างไร

00:49:01.840 --> 00:49:08.121
แล้วหนูก็ดูข้อมูล Original ด้วย ที่ข้อมูลที่ได้มามันเป็นอย่างไรก่อน

00:49:08.250 --> 00:49:12.530
ถ้าข้อมูลที่ได้มามันมีแต่ตัวเลขเราจะเก็บอย่างไรให้มันดี

00:49:13.250 --> 00:49:19.786
แต่ถ้าหากว่ามันต้องการทำการเลือกสถิติที่นำมาใช้ให้เกิดขึ้น

00:49:19.994 --> 00:49:27.641
หนูต้องเลือกชนิดของ Data เลือกชนิดของข้อมูลก่อนนะ แล้วก็กำหนดค่าความต้องการนะคะ

00:49:28.070 --> 00:49:36.545
ชนิดของข้อมูล เช่น มีการ Discrete เช่น ค่าของตัวเลข หรือค่าของตัวเลขที่มีการเงื่อนไข

00:49:37.310 --> 00:49:40.576
ค่า Parametric Non-Parametric นะคะ

00:49:40.600 --> 00:49:44.008
อันนี้เป็นการวิเคราะห์เรื่องของ Test ทั้งนั้นเลยนะคะ

00:49:44.470 --> 00:49:49.754
Assume ค่านะคะ Power นะคะ Power ก็เป็น Parametric เหมือนกัน

00:49:50.120 --> 00:49:54.758
ถ้า Non-Parametric จะ Less Power ย้ำนะคะ

00:49:54.957 --> 00:49:58.614
Parametric หน้านี้หนูจำเอาไว้นะ อาจารย์จะออก

00:49:59.290 --> 00:50:05.828
ถามว่า Parametric นะคะ ข้อใดเป็น Parametric

00:50:06.478 --> 00:50:17.445
เช่น อาจารย์บอกว่า Robust More Reliable Assume Normal Distribution

00:50:20.530 --> 00:50:25.064
หนูตอบได้แล้วนะคะ อันนี้หนูต้องตอบได้แล้วนะคะ อาจารย์จะเขียน 2 ข้อนี้แหละ

00:50:25.131 --> 00:50:30.618
Parametric กับ Non-Parametric ย้ำนะคะ ดูไว้นะ 6 ข้อนี้

00:50:34.880 --> 00:50:38.440
อันนี้ไม่ค่ะ น่ะข้อนี้ค่ะ

00:50:40.732 --> 00:50:48.107
ความลำบากในการหา Single User นำมาทดลอง 1. ปัญหาแรกเลย คือ Subject Group

00:50:48.420 --> 00:50:59.064
2. งานที่มีแต่ละอันไม่... ไม่ได้น้อยเลยน่ะค่ะ หรือข้อมูลที่มันขยายใหญ่ขึ้น

00:50:59.242 --> 00:51:06.558
หรือในเรื่องของการทดลอง เราจะหาอะไรเครื่องมืออะไร เราจะหาสถิติอะไรมาใช้

00:51:07.090 --> 00:51:12.580
เช่น ถ้าข้อมูลอย่างนี้ หนูต้องใช้ T-Test ข้อมูลแบบนี้หนูต้องใช้ F-Test นะ

00:51:12.580 --> 00:51:19.003
จะเรื่องของสถิติวิจัยนะคะเรื่องนี้ อันนี้ไม่ได้ออกสอบนะคะ หน้านี้ไม่ออกสอบ

00:51:20.789 --> 00:51:27.248
Subject Group ถ้าข้อมูลขนาดใหญ่เราถือว่ามัน More Expensive

00:51:27.934 --> 00:51:32.267
Long time Settle Down เราถือว่ามันทำไมคะ

00:51:32.393 --> 00:51:35.993
More Variable Difficult Time นะคะ

00:51:36.062 --> 00:51:41.699
ตัวนี้อาจารย์ไม่ออกสอบ ไม่ มันไม่เกี่ยวกับพวกหนูมาก มันเป็นเกี่ยวกับทางด้านของสถิติ

00:51:42.964 --> 00:51:46.474
ในเรื่องของงาน ไม่... Data Gathering ค่ะ

00:51:47.287 --> 00:51:52.011
Data Gathering จะเป็นตัว Direct ค่าของ Application

00:51:52.035 --> 00:51:56.382
ปัญหา คือ การ Synchronize หรือการแชร์ Volume

00:51:56.876 --> 00:52:04.667
ซึ่ง 1 Solution นะคะ 1 Solution ของเรา คือ การบันทึกค่าที่มันเป็นไปได้

00:52:05.702 --> 00:52:09.967
Solution หนูคุ้นคำว่า "Solution" มาก

00:52:10.323 --> 00:52:13.981
หน้าจอหนูจะทำอย่างไรให้มันทำไมคะ เหมาะสมต่อ...

00:52:14.487 --> 00:52:18.087
ทำไมคะ เหมาะสมต่อที่เรามองได้นะคะ

00:52:22.378 --> 00:52:29.867
การวิเคราะห์มาหน้านี้ค่ะ

00:52:31.401 --> 00:52:38.772
Method มีอยู่ทั้งหมด Think Aloud Cooperation Protocol Automatic

00:52:38.818 --> 00:52:43.280
และ Post-Task Walkthrough ดูทีละอันค่ะ

00:52:44.254 --> 00:52:53.405
Think Aloud เขาบอกว่า User ทำการ Observe นะคะ User Observe เองเลย

00:52:53.994 --> 00:53:01.443
ข้อดีของเขา คือ เขากำหนดได้ เขาสามารถจัดเตรียมได้ เขาสามารถแสดงค่าในการใช้งานได้

00:53:01.563 --> 00:53:11.586
ข้อเสีย คือ Subjective และหนทางที่เลือกและค่า Performance อันนี้คือตรงตัวเป๊ะเลยลูก

00:53:12.455 --> 00:53:17.375
ถ้าหนูจะใช้ความคิดนะคะ ความคิดของมนุษย์นี่

00:53:17.490 --> 00:53:22.095
ข้อดี คือ มีตัวอย่างน่ะ คนน่ะ เราคิดตัวอย่างได้

00:53:22.809 --> 00:53:27.373
มีการจัดเตรียม Inside ได้ทุกอย่าง นั่นคือมนุษย์ค่ะ ความคิดของมนุษย์

00:53:27.567 --> 00:53:31.638
แล้วสามารถที่จะแสดงเป็นระบบขึ้นมาได้ด้วย นั่นน่ะคือมนุษย์

00:53:31.939 --> 00:53:38.936
แต่ข้อเสียของมนุษย์ คือ Subjective ค่ะ และหนทางเลือกอีกเยอะแยะเลย

00:53:39.905 --> 00:53:43.775
มนุษย์ไม่ได้มีความต้องการที่หยุดอยู่กับที่นะคะ

00:53:44.029 --> 00:53:52.271
ความต้องการของมนุษย์ ถ้าไม่เขียนลงไปลงในกระดาษแล้วเซ็น ว่าวันที่เท่ากับเท่าไรแล้วปิดท้าย

00:53:52.691 --> 00:53:56.934
รับรองได้ว่าความต้องการไม่... ไม่เคยหยุดเลย

00:53:56.974 --> 00:54:01.035
อาจารย์เคยรับจ้างเขียนโปรแกรมนะคะ อาจารย์โดนมาแล้วเลยจำได้

00:54:05.410 --> 00:54:13.376
ในเรื่องของ Cooperative นะคะ ตัวนี้จะเป็นค่าที่นำมาคิดและ User

00:54:17.358 --> 00:54:27.027
ตั้งคำถามได้ ข้อดีของเขา คือ Cooperative

00:54:27.051 --> 00:54:32.292
จะเป็นในลักษณะของการทำงานที่ให้ User ทำงานได้

00:54:32.317 --> 00:54:38.192
และสามารถ Classify ค่าที่เป็นไปได้ได้ด้วย นั่นคือ Cooperative

00:54:38.466 --> 00:54:41.715
คือ การทำงานร่วมกันนะคะ การทำงานร่วมกัน

00:54:42.775 --> 00:54:47.034
แต่ถ้าเป็น Protocol หนูเรียนเครือข่ายกันหรือยัง

00:54:48.751 --> 00:54:55.278
เคยเรียนเครือข่ายกันไหมคะ น่าจะไม่เคยเรียนนะ เครือข่าย

00:54:59.017 --> 00:55:05.364
ลืมแล้วค่ะ เยี่ยมค่ะ การวิเคราะห์ Protocol Protocol เป็นข้อตกลง

00:55:05.697 --> 00:55:09.247
เขาเลยบอกว่าเขามี Paper เขามี Pencil

00:55:10.088 --> 00:55:13.970
ใครไม่รู้จัก Paper ใครไม่รู้จัก Pencil นะ แย่ล่ะนะคะ

00:55:13.995 --> 00:55:19.789
มันก็คือ Cheap นั่นเอง เขาสามารถกำหนดให้เขียนได้ Protocol นี่ สามารถเขียนได้

00:55:20.205 --> 00:55:23.600
เขามี Audio รู้จักนะคะ คำว่า "Audio"

00:55:24.129 --> 00:55:29.667
Video Computer Logging อันนี้หนูรู้จักนะคะ

00:55:30.087 --> 00:55:35.902
User Notebook ใคร ๆ ก็รู้จักนะ User Notebook

00:55:36.236 --> 00:55:41.837
ก็คือที่ User ใช้ในการจดบันทึก Mixed use practice

00:55:42.440 --> 00:55:47.289
และ Audio Video ที่หนูกำลังทำ Project จบกันนั้นนะคะ

00:55:47.369 --> 00:55:55.076
มีทั้งเสียงมีทั้ง Video แล้วก็มีการทำไมคะ Automatic Support ค่าตัวแปลต่าง ๆ ด้วย

00:55:55.278 --> 00:55:58.637
เวลาที่หนูจะนำเสนองาน Project จบของตัวเองนั่นล่ะค่ะ

00:55:58.894 --> 00:56:00.982
นั่นล่ะหนูกำลังวิเคราะห์ Protocol อยู่

00:56:01.436 --> 00:56:05.663
แต่หนูจะวิเคราะห์หนูจะรู้ไหม ว่าหนูกำลังทำงาน Protocol

00:56:05.905 --> 00:56:11.779
เริ่มต้นมาหนูต้องทำไมคะ หนูต้องมีกระดาษ หนูต้องมีดินสอแล้วทำการทำไมคะ ออกแบบ

00:56:12.123 --> 00:56:17.069
พอออกแบบได้เสร็จปุ๊บ หนูก็ต้องทำการมาทำการหา Audio

00:56:17.093 --> 00:56:22.448
หาเสียงหาดนตรีที่มันเข้ากับเนื้อเรื่องที่หนูจะนำเสนอ

00:56:22.702 --> 00:56:27.050
ต่อมาหนูนำเอา Video เข้าใส่ พอนำ Video เข้ามาปุ๊บ

00:56:27.096 --> 00:56:30.656
หนูจะทำอย่างไร หนูก็ต้องหา Computer ทำไมคะ

00:56:30.680 --> 00:56:37.044
เอามา Support โดยการนำทั้งเสียงและภาพ วิดีโอ เข้ามาทำการทำไมคะ

00:56:37.068 --> 00:56:41.435
Analysis เอาออกมาในการนำเสนอนะคะ

00:56:41.661 --> 00:56:48.531
แล้วจากนั้นเอาออกมาให้ User ดูเป็นหนทางให้ดู ว่านี่ดีแล้วหรือยังที่ฉันทำ

00:56:49.511 --> 00:56:58.053
แล้วเขาทำการทำไมคะ รวบรวมคำที่เขาบอกเราว่าเอามาปรับแก้ไขเยอะ ๆ น่ะค่ะ

00:56:58.078 --> 00:57:04.840
มาการปรับแก้ไข แล้วก็ทำการส่งข้อมูลทั้ง Audio และ Video นะคะ

00:57:04.841 --> 00:57:13.102
ออกไปเป็น Automatic ที่หนูสามารถคลิกแล้วมันก็จะ Run ให้ได้ทันทีนะ เห็นไหมคะ

00:57:13.237 --> 00:57:16.291
นี่คือ Project ของหนูใช่ไหมนะ

00:57:17.485 --> 00:57:22.602
เมื่อหนูรู้ Automatic แล้วมันทำงานอย่างไรล่ะมัน ก็คือ Workplace Project

00:57:23.943 --> 00:57:26.933
Project ที่หนูเปิดหน้าจออยู่ทั้งหลายแหล่นี่ล่ะค่ะ

00:57:27.700 --> 00:57:31.855
เขาบอกว่าข้อดีเลยทำการวิเคราะห์ตามเวลาได้นะ

00:57:32.285 --> 00:57:36.930
แล้วมันก็ Avoid ได้ด้วย Avoid เกี่ยวกับทางด้านของงานได้

00:57:36.954 --> 00:57:44.848
แต่ข้อเสีย คือ มันเป็นลักษณะของ Post-Hoc Interpretation Event

00:57:45.043 --> 00:57:51.579
เกี่ยวกับทางด้านของพื้นที่ในการทำงานต่าง ๆ นะคะ Post-Hoc ตัวนี้

00:57:52.055 --> 00:57:56.287
อะไรก็ตามที่หนูทำ Automatic ได้ก็ดีทั้งนั้นค่ะนะคะ

00:57:56.440 --> 00:58:01.398
คลิก ๆ แล้วมันก็จะ Run ขึ้นมาทันที โดย Project ของหนูน่ะ ไม่น่าที่จะทำไมคะ

00:58:01.648 --> 00:58:07.284
คลิกเข้าไปแล้วก็ต้องไปกด F5 F4 นะ คลิก ๆ แล้วมันก็จะขึ้นมาให้ทันทีเลย

00:58:07.309 --> 00:58:10.534
เพราะงานของหนูเป็นงานทางด้านของ Video

00:58:11.973 --> 00:58:16.927
Post-Task ค่ะ Post-Task Walkthroug นะคะ

00:58:16.951 --> 00:58:20.609
ตัวนี้จะเป็นในเรื่องของความจำเป็นที่จะต้องใช้

00:58:22.911 --> 00:58:28.169
ส่วนตรงนี้สำคัญมาก ๆ นะคะ คือ Query Technique

00:58:29.945 --> 00:58:37.112
Query เด็กปกติก็ตายเรื่อง Query แต่เด็กพิเศษเราจะเก่ง Query ลูก

00:58:39.413 --> 00:58:49.347
Interview หนูทำการวิเคราะห์ข้อคำถามของ User One By One ทีละเรื่องทีละเรื่องเลย

00:58:49.437 --> 00:58:53.794
แล้วใช้ Base พื้นฐานในการตั้งคำถาม

00:58:54.442 --> 00:59:01.136
ข้อดีเลยหนูสามารถที่จะ Varied Suit Context ได้หนูสามารถที่จะควบคุมเขาได้

00:59:01.416 --> 00:59:09.756
หนูสามารถที่จะทำการกำหนดข้อมูลนั้นได้ แล้วสามารถที่จะ Identify ปัญหาต่าง ๆ ได้

00:59:09.802 --> 00:59:15.080
แต่ข้อเสีย คือ มัน Very Subjective แล้ว Time Consume

00:59:15.994 --> 00:59:20.905
คือเวลามันเยอะน่ะค่ะ เวลามันเยอะนะคะ ในการที่จะทำในเรื่องของ Interview

00:59:21.219 --> 00:59:26.515
หนูจะ Interview นานเท่ากับเท่าไร งานเรามันก็จะมากขึ้นเรื่อย ๆ นะคะ

00:59:29.243 --> 00:59:37.085
Questionary เขียนโปรแกรมเก่งไม่เก่งอยู่ที่ Questionary ค่ะ

00:59:38.704 --> 00:59:43.242
เขา Set คำถามให้กับ User อันดับแรกเลยค่ะ

00:59:43.742 --> 00:59:48.491
การเขียนโปรแกรมนะคะ ถ้าหนูไม่ Set คำถามเขาเรียกว่า Black Block

00:59:49.058 --> 00:59:52.486
เราจะไม่เรียกว่า White Block White Block คือ การถามปลายเปิด

00:59:52.637 --> 00:59:58.552
Black Block คือ การถามปลายปิด ถามใช่-ไม่ใช่ คำตอบมีแค่ใช่กับไม่ใช่เท่านั้น

00:59:58.878 --> 01:00:05.700
ข้อดี คือ เร็ว แล้วก็ข้อมูลของ User น่ะ ถึงแม้จะใหญ่มันก็ยังเป็น Group ได้

01:00:05.855 --> 01:00:07.921
สามารถวิเคราะห์ได้ด้วย

01:00:07.945 --> 01:00:12.931
แต่ข้อเสีย คือ มัน Fixable แล้วมันก็ทำการ Less Probing

01:00:12.955 --> 01:00:19.146
บางทีข้อมูลอาจจะหายไปได้ เพราะการ Fix ข้อมูลของเรานั่นเองนะคะ

01:00:20.007 --> 01:00:23.646
เด็กหิวแล้วนะนี่ กุ๊กกิ๊ก กุ๊กกิ๊ก

01:00:26.671 --> 01:00:32.315
ความต้องการของ Careful ค่ะ ต่อนะคะ Style ของคำถาม

01:00:32.872 --> 01:00:35.897
เป็นแบบ General ไหม เป็นแบบ... พื้นฐานไหม

01:00:35.898 --> 01:00:41.080
หรือแบบเป็น Open เลย หรือแบบเป็น Scalar หรือเป็น Multi-Choice

01:00:41.556 --> 01:00:46.839
อาจารย์ชอบทำข้อสอบแบบ Multi-Choice นะคะ ข้อคำถาม หรือทำเป็น Rank

01:00:46.903 --> 01:00:57.804
เป็นช่วงเลยค่ะ ว่าดูสิว่าเด็ก 7 คน ข้อ 1 นี่ หนูตอบถูกทั้งหมดกี่คน ข้อ 2 ตอบถูกกี่คนนะคะ

01:01:16.118 --> 01:01:19.319
กุ้งเต้นมีอะไร Eye Tracking

01:01:21.236 --> 01:01:26.356
การวัดค่าของ Eye Tracking ประกอบไปด้วยค่าของสายตา หนูดูนะคะตรงนี้

01:01:26.518 --> 01:01:31.420
อันนี้หนู... อาจารย์เน้นตรงนี้นะ Measure Include ค่าของสายตา

01:01:31.883 --> 01:01:39.056
แล้วก็การ Repeat ค่านะคะ ของสายตาที่ทำการน่าสนใจในสิ่งต่าง ๆ

01:01:39.095 --> 01:01:46.209
หรือการ Scan Paths Move ไปทางแนวตรงแล้ว Fix ค่าให้เขา Optimal

01:01:46.694 --> 01:01:57.215
นั่นแสดงว่าสายตาของเราสามารถที่จะทำไมคะ Movement จุด... ไปตามจุดต่าง ๆ ได้นะคะ

01:01:58.027 --> 01:02:03.664
ไม่เชื่อหนูก็ลองใช้สายตาของหนูน่ะ ย้ายไปทาง... กรอกไปทางซ้ายกรอกไปทางขวา

01:02:03.689 --> 01:02:09.467
หนูจะเห็นพื้นที่ขวาและพื้นที่ซ้าย นั่นเขาเรียกว่า Eye Tracking ค่ะนะคะ

01:02:09.792 --> 01:02:12.809
กรอกสายตาซ้าย-ขวา ซ้าย-ขวา นะคะ

01:02:18.261 --> 01:02:23.711
ให้ดูตัวอย่างระหว่าง Choosing นะคะ an Evaluation Method เป็นอย่างไร

01:02:24.044 --> 01:02:29.849
เมื่อคุณจะ Process แสดงว่าอยู่ที่การ Design กับการ Implement

01:02:29.873 --> 01:02:32.005
ทำการออกแบบกับการจัดเตรียม

01:02:32.435 --> 01:02:39.443
แต่ถ้าคุณกำลังทำการ Evaluation แสดงว่าคุณกำลังทำงานอยู่ในแล็บกับ Field

01:02:39.605 --> 01:02:40.923
อันนี้อาจารย์สรุปให้แล้วนะคะ

01:02:41.141 --> 01:02:50.677
40 สไลด์จะมีสไลด์นี้สรุปให้ เป็นสไลด์ที่ 40 พอดีลูก 40 พอดี สไลด์สุดท้าย

01:02:53.226 --> 01:02:56.849
How Objective วัตถุประสงค์ของเขาคืออะไร

01:02:56.874 --> 01:03:04.651
คือ Subjective กับ Objective Subjective อาจารย์ขอมาร์กี้ตอบดีกว่า

01:03:05.167 --> 01:03:14.577
Subjective คืออะไรครับ Subjective คืออะไรครับ สไลด์ที่ 40

01:03:21.664 --> 01:03:31.785
วิดีโอน้องค้าง F5 Refresh ได้ไหมคะ หรือ... หรือไม่ใช่

01:03:34.724 --> 01:03:38.557
ใช้ F5 ไหมลูกน้องพลอย ไม่ใช่ ต้องคลิก ๆ ใหม่เลย

01:03:39.274 --> 01:03:47.709
เหมือน Connect ใหม่ใช่ไหม เหมือน Dail Up เลย ใครหายใจไม่ออกใช้ตัวพิมเสนหรือเปล่า

01:03:49.880 --> 01:03:56.809
เหมือนได้กลิ่นพิมเสน เอาอีกแล้วบานอีกแล้ว

01:04:14.659 --> 01:04:20.842
กล้องของใครใช้ได้ไหมลูก อาจารย์ขอมาร์กี้ตอบให้หน่อยลูก Subjective

01:04:21.339 --> 01:04:29.145
อาจารย์ขอมิ่งขวัญตอบ Objective กล้ององุ่นลูก

01:04:32.080 --> 01:04:35.239
ขยับกันไปเรื่อย ๆ ลูก เชิญครับ

01:04:42.652 --> 01:04:45.343
อาจารย์ถามคำถามว่า Subjective คืออะไรครับ

01:04:48.372 --> 01:04:54.445
มันแปลว่าอะไรลูก Subjective บรรทัดที่ 3 ของ How Objective

01:04:57.550 --> 01:04:58.556
(ล่าม) สักครู่นะครับ

01:05:21.244 --> 01:05:35.759
(อาจารย์สุรีย์พัชร) อาจารย์สอนเด็กแปลดีไหมนี่ สำเนา เปิด Translate

01:05:42.993 --> 01:05:48.041
ภาษาอังกฤษ Click Paste จ้ะ

01:05:50.841 --> 01:05:58.928
อาจารย์สอนการแปลลูก อาจารย์สอนการแปล มาร์กี้ดูก็ได้ลูกน่ะ Subjective แปลว่า...

01:06:10.146 --> 01:06:17.376
(ล่าม) อ อ่าง ไม้หันอากาศ ต เต่า น หนู ไม้หันอากาศ ย ยักษ์ ครับ อัตนัยครับ

01:06:17.652 --> 01:06:26.264
(อาจารย์สุรีย์พัชร) ครับผม มาร์กี้ดูนะ อาจารย์แอนใช้วิธีเห็นไหมคะ สอนวิธีการแปลให้เลยค่ะ

01:06:26.748 --> 01:06:29.809
หนูใช้คอมพิวเตอร์ให้เป็นลูกใช้คอมพิวเตอร์ให้เป็นนะคะ

01:06:36.508 --> 01:06:50.151
แล้วอยู่ไหนล่ะ สไลด์อาจารย์อยู่ไหนนี่ ที่รักจ๋าสไลด์อาจารย์อยู่ไหนคะ อยู่นี่

01:06:50.703 --> 01:06:56.063
Objective ล่ะคะ เมื่อ Subjective เป็นอัตนัย Objective เป็น...

01:06:59.013 --> 01:07:07.388
เดาเลยลูก มิ่งขวัญคะ เดาเลยค่ะ น้องมิ่งขวัญตอบว่าอะไรคะ

01:07:12.585 --> 01:07:24.053
คลิกขวา สำเนา Translate กากบาท คลิกขวา Paste จ้ามาแล้วจ้า

01:07:27.178 --> 01:07:32.151
มิ่งขวัญตอบอาจารย์หน่อยค่ะ วัตถุประสงค์

01:07:40.770 --> 01:07:54.147
อันนี้มันเป็นวิธีในการแปลนะคะลูก แปลนะ อาจารย์แอนเน้นให้เฉย ๆ หนูจะได้ทำได้ ไหนล่ะ

01:08:14.638 --> 01:08:20.921
ต่อมานะคะ ในเรื่องของระดับของ Information Information คือ สารสนเทศ

01:08:20.961 --> 01:08:27.610
ระดับของสารสนเทศมีแบบทั้งแบบ High Level และ Low Level

01:08:28.610 --> 01:08:37.316
แต่ถ้า Interference จะมีในเรื่องของ Obtrusive กับ Unobtrusive

01:08:39.543 --> 01:08:42.735
อาจารย์ขอตี๋น้อยตอบค่ะ

01:08:43.755 --> 01:08:55.086
ระดับค่าของ Interference Obtrusive แปลว่า... อาจารย์แอนช่วยค่ะ

01:09:05.906 --> 01:09:10.897
อย่าตอบนะคะ คำว่า "เสือก" น่ะค่ะ อย่าตอบนะ

01:09:12.984 --> 01:09:14.108
(ล่าม) ไม่ใช่ครับ ไม่ใช่ครับ

01:09:16.975 --> 01:09:22.563
(ล่าม) แปลว่าเลือกครับ (อาจารย์สุรีย์พัชร) แปลว่า Obtrusive นะลูก

01:09:28.479 --> 01:09:30.998
(อาจารย์สุรีย์พัชร) ลุกล้ำไหมคะ (ล่าม) แปลว่าเลือกครับ

01:09:31.022 --> 01:09:33.109
(อาจารย์สุรีย์พัชร) เป็นการลุกล้ำเข้าไป

01:10:45.820 --> 01:10:46.732
(ล่าม) เลือกครับ

01:10:49.193 --> 01:10:56.528
(อาจารย์สุรีย์พัชร) Obtrusive นี่นะคะ แปลว่าเลือกใช่เหรอ ไม่ใช่ Select นะครับ

01:11:00.594 --> 01:11:08.426
เหมือนเป็นลักษณะของทุ่งหญ้าลูก แล้วหนูเดินเข้าไปน่ะ แล้วเขาก็หาว่าหนูเป็น Obtrusive

01:11:12.310 --> 01:11:18.591
หนูบุกรุกพื้นหญ้าของเขา เข้าไปโดยไม่ได้รับการอนุญาต

01:11:20.907 --> 01:11:31.016
อธิบายอย่างไรดีนะ ใช่ค่ะ มันคือการบุกรุกลูก เหมือนกับเขาห้ามให้ไม่ให้เดินข้ามสนามหญ้า

01:11:31.040 --> 01:11:35.821
แล้วหนูเดินเข้าไปแล้วหนูโดนปรับน่ะ อย่างนั้นนะ เขาเรียกว่า "Obtrusive" ลูก

01:11:41.936 --> 01:11:45.035
ก็ถึงบอกว่าอย่า... หนูอย่าตอบคำว่า "เสือก" ก็พอ

01:11:47.301 --> 01:11:53.737
แต่ถ้าตัวนี้ล่ะ เมื่อกี้เขาบอกบุกรุกแล้วลูก แล้วถ้าอันนี้ล่ะ ครับลูก ถ้าอันนี้ล่ะลูกนี่

01:11:56.016 --> 01:12:05.337
ถ้าอันนี้บุกรุก อันนี้ก็ทำไมคะ ไม่สร้างความรำคาญ ก็คือเขาใช้คำว่า "ไม่เสือก" น่ะ

01:12:06.795 --> 01:12:12.366
เสือกกับไม่เสือก คำมันดูมัน... มันแรงไปหน่อยลูก คำว่า "เสือก" น่ะ

01:12:13.694 --> 01:12:22.277
คือ... คือเราดูคำศัพท์อื่นก็ได้ลูกนะ สงบเสงี่ยมเรียบร้อยหนูอยู่ในกฎระเบียบอย่างนี้ค่ะ

01:12:22.465 --> 01:12:29.715
เมื่อกี้หนูอยู่นอกกฎ ครั้งนี้หนูอยู่ในกฎนะ ดีกว่านะ ไม่เสือกกับไม่เสือกนะโอเค

01:12:31.412 --> 01:12:33.482
อาจารย์ก็รับไม่ได้เหมือนกันลูกเมื่อกี้

01:12:36.003 --> 01:12:45.637
อันนี้ผลของค่าก็จะมีในเรื่องของเวลา อาจารย์ไม่ถามใคร ๆ ก็รู้ Subject ค่ะ Subject ค่ะ

01:12:46.998 --> 01:12:52.585
Equipment เอาแล้ว อาจารย์จะถามแล้ว 3 คนเตรียมตัวเอาคะแนนนะคะ

01:12:53.372 --> 01:12:58.154
3 คนเตรียมตัวเอาคะแนน Subject หมายถึงอะไร

01:13:01.502 --> 01:13:04.161
เดี๋ยวอาจารย์ทำ... ทำไว้ให้ดูอีกค่ะ มา

01:13:09.863 --> 01:13:17.182
Subject ตอบอะไรลูก มา ๆ ๆ ๆ เลยค่ะมา

01:13:20.282 --> 01:13:21.200
(ล่าม) วิชาค่ะ

01:13:21.236 --> 01:13:26.253
(อาจารย์สุรีย์พัชร) โอเค กุ้งเต้นเยี่ยม เดี๋ยวอาจารย์ใส่คะแนนให้กุ้งก่อน

01:13:28.603 --> 01:13:39.373
โอเค ๆ มี Subject แล้ว เมื่อมี Subject Equipment ล่ะคะ Equipment

01:13:41.450 --> 01:13:48.768
อุปกรณ์เสียงอุบลไหมลูกครับ อาจารย์หาแป๊บหนึ่งลูก

01:13:53.655 --> 01:14:02.197
Expertise ลูก มาใครพร้อมยกมือเลยนะคะ ยกมือก่อนเลยลูก Expertise

01:14:04.119 --> 01:14:10.475
ความเชี่ยวชาญ ใช่ ถูกต้อง หาก่อน

01:14:16.941 --> 01:14:24.712
อย่างนั้นแสดงว่าแหล่งของตัวแปรมันมาจากเวลา วิชา

01:14:25.144 --> 01:14:32.461
อะไรอีกนะคะ Equipment อุปกรณ์ และก็ความเชี่ยวชาญ

01:14:32.959 --> 01:14:43.016
นั่นคือ แหล่งของ Available หน้านี้นะคะ ในหน้าสไลด์ที่ 40 หนูจำเอาไว้นะลูกนะหน้านี้

01:14:44.542 --> 01:14:51.597
เวลาอาจารย์ให้สอบอาจารย์... อาจารย์ให้หนูสอบแบบ Form เหมือนเดิมดีกว่านะ

01:14:51.817 --> 01:14:57.590
หนูจะได้สบายแล้วก็ไม่ตรึงไม่เครียดด้วย หนูจะได้ใช้การพิมพ์ได้ด้วยนะคะ

01:14:57.979 --> 01:15:00.466
ในสไลด์หน้า 40 นะ อาจารย์จะย้ำนะ

01:15:00.866 --> 01:15:04.547
ในสไลด์นี้จะมีเยอะพอสมควร อาจารย์จะทวนให้อีกครั้งนะคะ

01:15:04.572 --> 01:15:15.983
ว่ามีหน้าไหนบ้างอาจารย์จะออกสอบนะคะ หนูเตรียมตัวนะ พร้อมนะคะ พร้อมนะ

01:15:25.983 --> 01:15:32.718
หน้าที่ 7 นะคะ ถ้าจะจดก็จดนะคะ ถ้าไม่จดเดี๋ยวอาจารย์แอนลืมนะ หน้าที่ 7

01:15:39.950 --> 01:15:45.145
หน้าที่ 10 ข้อดี-ข้อเสียที่ทำงานในแล็บ

01:15:49.953 --> 01:15:56.691
หน้าที่ 11 ข้อดี-ข้อเสียของการเรียนรู้ใน Field

01:16:02.640 --> 01:16:06.994
หน้าที่ 14 เรื่องของ Hypothesis

01:16:10.586 --> 01:16:16.823
หน้าที่ 15 จะมีตัวอย่างขึ้นมา 1 ตัว หรือประโยค 1 ประโยค

01:16:16.848 --> 01:16:24.182
แล้วถามว่าประโยคใด คือ Independent ประโยคใด คือ Dependent

01:16:25.670 --> 01:16:33.761
เช่น กบร้อง ฟ้าก็เลยร้อง

01:16:38.174 --> 01:16:43.443
อาจารย์แอนมั่วไปทั่วน่ะลูกอันนั้นน่ะ แล้วก็ในสไลด์ที่ 16

01:16:43.997 --> 01:16:49.916
ให้หนูจำคำว่า "Prediction" กับ "Null Hypothesis"

01:16:50.293 --> 01:16:53.458
มันแตกต่างกันอย่างไรนะคะ ในหน้านี้

01:16:54.631 --> 01:17:04.512
และมาที่หน้า 19 ในเรื่องของการวิเคราะห์ค่า Test

01:17:05.074 --> 01:17:09.586
อาจารย์เน้นในเรื่องของ Parametric กับ Non-Parametric เท่านั้น

01:17:13.953 --> 01:17:23.208
และมาที่ Data gathering สไลด์ที่ 24 ค่ะ

01:17:23.750 --> 01:17:33.427
หนูดูที่คำว่า "Problem" ปัญหาของเขามีอะไรบ้าง อาจารย์มี 2 ข้อแล้วนะคะ

01:17:33.530 --> 01:17:40.586
หนูแปล 2 ข้อนี้ก็ได้นะคะ แปล 2 ข้อนี้ก็ได้เป็นการ Synchronize กันหรือว่าการ Sheer

01:17:40.918 --> 01:17:55.724
ต่อมาลูกในเรื่องของหน้าที่ 29 นะคะ Additional Advantage ค่ะ ข้อดีของเขา

01:17:56.145 --> 01:18:03.516
แล้วก็ในหน้าที่ 30 เรื่องของ Protocol จำให้ได้นะคะ Protocol มีการอะไรบ้าง

01:18:04.080 --> 01:18:12.437
มีอะไรบ้างตั้งแต่ Paper Pencil Audio Video Computer Logging User Notebook

01:18:13.341 --> 01:18:16.682
การ Mixed ของ Practice หรือ Audio Video

01:18:16.707 --> 01:18:21.126
ในการ... ความเชี่ยวชาญของเขา หรือ Automatic ต่าง ๆ

01:18:22.351 --> 01:18:29.513
แล้วหนูก็มาอยู่ในเรื่องของการวิเคราะห์ Automatic เป็นอย่างไรข้อดี-ข้อเสียของเขานะคะ

01:18:29.936 --> 01:18:37.242
ตามมาด้วย Query Query ในหน้านี้ค่ะ หน้าที่ 35 นะคะ

01:18:39.915 --> 01:18:48.985
อาจารย์จะมีคำถามไว้ให้หนู 1 คำถาม แล้วถามว่าถ้าหนูใช้ในเรื่องของ Questionnaire

01:18:49.536 --> 01:18:58.367
อะไรคือข้อความที่ถูกต้อง อาจารย์เอาจาก 4 ตัวนี้ล่ะค่ะ

01:18:58.422 --> 01:19:05.364
นี่ค่ะ Quick and Reach Large User Group นะคะ หรือว่า Less Flexible

01:19:08.053 --> 01:19:13.293
และในหน้าที่ 36 Style ของ Question มีอะไรบ้าง

01:19:13.318 --> 01:19:16.751
จำไว้นะคะ Style ของ Question มีอะไรบ้าง

01:19:19.322 --> 01:19:25.985
แล้วก็มาที่สไลด์สุดท้ายเป็นปิดท้ายเลย

01:19:26.009 --> 01:19:36.649
อาจารย์จะถามแค่ว่าถ้าเราจะเลือกวิธีการของ Evaluation ในเรื่องของ...

01:19:38.280 --> 01:19:42.042
ทำอย่างไรถึงจะได้ตามวัตถุประสงค์

01:19:42.566 --> 01:19:56.026
หนูต้องตอบว่าทำไมคะ ตัว Subjective กับตัวของ Objective อยู่ในกฎกับไม่อยู่ในกฎ

01:19:57.407 --> 01:20:00.121
นี่ค่ะ อาจารย์จะถามแบบนี้ อาจารย์จะขึ้นหัวมาเลย

01:20:00.122 --> 01:20:05.853
ว่าถ้าเลือกในการวิเคราะห์แบบ Evaluation

01:20:06.587 --> 01:20:14.415
ในเรื่องของ Level of Information จะดูในเรื่องใดบ้าง

01:20:14.556 --> 01:20:19.937
หนูต้องตอบว่า High Level กับ Low Level

01:20:20.955 --> 01:20:27.720
ในหน้านี้อาจารย์ออกข้อสอบให้หนูได้ถึง 1 2 3 4 5 6 7 ข้อ

01:20:28.735 --> 01:20:33.668
แต่ 7 ข้อนั้นน่ะ มันจะอยู่ในนั้นหรือไม่อีกเรื่อง เรื่องหนึ่งนะคะ

01:20:34.240 --> 01:20:40.183
ฉะนั้นแล้ว ตอนนี้ตัวทฤษฎีของอาจารย์แอนหมดนะคะ

01:20:40.278 --> 01:20:49.440
ถามว่าสไลด์หมดไหม ไม่หมด แต่อาจารย์เอาแค่หนูทำงานใน Project ได้ หนูเริ่มจับกลุ่ม

01:20:55.535 --> 01:21:07.733
ที่ถามน่ะ 2 กับ 1 หรือ 2 กับ 3 เอา 2 กับ 3 โอ้โห รักเพื่อนนะ

01:21:11.850 --> 01:21:21.808
ใคร 2 ใคร 3 อาจารย์ดึงเข้ากลุ่มใน Classroom นะ

01:21:22.046 --> 01:21:25.776
หนูดูนะคะ เข้าไปใน Classroom แป๊บ

01:21:48.342 --> 01:21:59.364
เขาจัดกลุ่มไม่ได้เหรอในนี้ นี่ไงจัดได้แล้ว สร้างกลุ่ม ชื่อกลุ่มที่ 1 กลุ่มอะไรคะ

01:22:02.650 --> 01:22:06.790
เอาเป็นชื่อกลุ่ม กลุ่มอะไรคะ ตั้งอะไรมาก็ได้ลูกจะได้เป็นตัวแทนกลุ่มลูก

01:22:07.107 --> 01:22:13.300
หรือ... หรือเขียนว่ากลุ่มที่ 1 เลย กลุ่มที่เลยโอเคครับ

01:22:26.680 --> 01:22:35.601
อาจารย์ขอเป็น G1 นะคะ ใครอยู่ใน G1 ลูกบอกรหัสมาหน่อยลูก G1 ลูก G1

01:22:54.138 --> 01:22:58.464
Project อาจารย์ไม่ได้เรื่องใหญ่นะ แค่ Design หน้าจอเฉย ๆ ลูก

01:22:59.001 --> 01:23:05.001
แค่ออกแบบหน้าจอเฉย ๆ แต่บอกให้ได้ ว่าหนูออกแบบให้กับใคร ใครได้ประโยชน์เฉย ๆ นะคะ

01:23:06.085 --> 01:23:08.540
เพราะมันคือ HCI ลูกไม่ใช่เขียน Program

01:23:10.511 --> 01:23:15.159
แค่ออกแบบหน้าจอน่ะลูก นี่เหมือน Classroom น่ะค่ะ เขาออกแบบหน้าจอมาเห็นไหมคะ

01:23:15.184 --> 01:23:21.512
มี Form มีงานของนักเรียน มีบุคคล มีคะแนน นี่น่ะค่ะ เป็นพื้นที่ขาว ๆ

01:23:23.196 --> 01:23:26.966
กลุ่ม 1 โอเค มีชื่อ... มีรหัสอะไรบ้างนะลูก

01:23:28.796 --> 01:23:35.740
204 กับ... กับ 202 ใช่ไหม

01:23:38.025 --> 01:23:42.640
อนงค์นาฏ 207 ค่ะ โอเค

01:23:44.104 --> 01:23:48.322
3 ใช่ไหม ถูกไหมคะ ดูที่หน้าจอลูกถูกไหมคะ

01:23:50.643 --> 01:23:57.600
ถูก... ถูกนะ โอเค ทราบ เรียบร้อย 1 กลุ่ม

01:23:59.120 --> 01:24:07.822
สร้างกลุ่มใหม่ค่ะ G2 ค่ะ เดี๋ยวนะ เดี๋ยวนะ เดี๋ยวนะ อาจารย์ขอ...

01:24:14.263 --> 01:24:25.858
มีปรางหทัยกับทัตเทพ 2 นะคะ 2 นะ โอเคค่ะ

01:24:31.694 --> 01:24:37.871
ครบยัง เหลือกลุ่มสุดท้าย G3 ค่ะ

01:24:42.334 --> 01:24:52.515
น่าจะเหลือ 203 ไหมคะ 203 218 ไหมคะ กับ 206 ไหมคะ

01:24:58.382 --> 01:25:00.432
เอาไปแล้วเหรอคะลูก 218 เหรอ

01:25:08.110 --> 01:25:18.237
203 กับ 218 โอเค หมดนะคะ เรียบร้อย

01:25:21.482 --> 01:25:30.638
หนูดูตามกลุ่มเลยลูก หนูดูรายชื่อถูกต้องหรือไม่ ดูตามรายชื่อนะคะ ถูกต้องไหม

01:25:34.991 --> 01:25:43.358
แล้วหนูฟัง Project ดี ๆ นะคะ อาจารย์ยังไม่บอก Dead Line ในการส่ง

01:25:43.391 --> 01:25:48.904
แต่วิธีการทำให้หนู Design หน้าจอนึกถึงการ Design หน้าจอ

01:25:49.304 --> 01:26:01.372
เวลาที่หนูจะทำ... หนูจะทำการนำเสนอวัดน่ะ แค่หนูจะทำการเสนอวัดน่ะ

01:26:01.465 --> 01:26:05.678
หนูจะทำอย่างไรให้หน้าจอนี่ มันเหมาะสมกับให้คนเขาดูกันน่ะ

01:26:05.934 --> 01:26:10.508
เช่น หนูมีวัดต่าง ๆ วางป๊อก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ

01:26:11.289 --> 01:26:16.565
แล้วคนสนใจเขาก็จะเอาเมาส์ไปคลิก พอคลิกปั๊บ

01:26:16.679 --> 01:26:25.466
เมาส์ก็จะทำไมคะ ขยับให้ข้างในน่ะ มันเกิดขึ้นเป็นภาพวัดใหญ่ ๆ แค่นี้ค่ะ เสร็จแล้ว นั่นคืองาน

01:26:25.918 --> 01:26:28.510
อาจารย์ต้องการแค่นี้ คลิกแล้วมันไปไหน

01:26:28.892 --> 01:26:34.858
แล้วหนูตอบให้ได้ ว่างานนี้หนูทำเพื่ออะไร ใครได้ประโยชน์

01:26:36.030 --> 01:26:42.110
ไม่ได้เขียนเป็น Program นะคะ หนูจะใช้ Canva จะใช้ Adobes ก็ได้

01:26:42.634 --> 01:26:49.142
ใช้ Word ก็ได้ PowerPoint ก็ได้น่ะ นำเสนอใน Google ก็ได้

01:26:50.737 --> 01:26:55.459
ไม่ว่าเรื่องใด ๆ ก็ตาม ไม่ว่าหนูจะใช้เครื่องมืออะไรได้หมดทุกอย่าง

01:26:58.340 --> 01:27:05.667
คะแนนอาจารย์แอนจะให้ใน Line นะคะ ว่ามีอะไรบ้าง หนูจะได้รู้ว่าคะแนนมีอะไรบ้าง

01:27:05.853 --> 01:27:16.624
และเวลาสอบ ข้อสอบ Final จะถามว่าหนูพร้อมวันไหนอีกรอบหนึ่ง

01:27:17.378 --> 01:27:23.248
หนูจะสอบก่อนแล้วค่อยทำ Project ก็ได้เลือกเอา

01:27:23.762 --> 01:27:28.513
หรือหนูจะทำ Project ส่งก่อนแล้วค่อยไปสอบก็ได้อีก

01:27:29.853 --> 01:27:35.830
แต่ทั้งหมดทั้งมวลอาจารย์ขออย่ารั้งไปจนกระทั่งถึงวันสุดท้าย

01:27:35.854 --> 01:27:39.164
หนูจะได้เสร็จสิ้นวิชานี้ไปนะ เข้าใจนะคะ

01:27:42.048 --> 01:27:45.741
จะตอบอาจารย์ได้ไหมคะตอนนี้ ว่าระหว่าง Project กับสอบเอาอะไรก่อน

01:27:54.229 --> 01:28:00.070
ทำงานก่อน Project ดูน่ากลัวนะ สอบ... สอบกับทำงาน ใช่

01:28:03.967 --> 01:28:05.728
ถ้ายังเลือกไม่ได้ไม่เป็นไรนะ

01:28:21.051 --> 01:28:27.217
เยี่ยม เยี่ยม โอเค สอบก่อนไหม

01:28:33.064 --> 01:28:41.427
เยี่ยม ๆ วันไหน พร้อมวันไหน ไม่ต้องบอกเร็ว ๆ ก็ได้นะคะ

01:28:41.597 --> 01:28:45.505
ถัดอีกสัปดาห์ 2 สัปดาห์ก็ได้ อาจารย์ยังไม่ได้ทำข้อสอบเลย

01:28:49.501 --> 01:28:51.950
แต่ถ้าพรุ่งนี้คืนนี้อาจารย์ก็ทำเสร็จค่ะ

01:28:57.364 --> 01:29:00.301
ก็ปิดเลยค่ะ ใช่ค่ะ ก็ปิดเลยใช่ค่ะ

01:29:00.361 --> 01:29:06.086
ก็เหลือแค่ตอนที่ส่งงาน ส่งงานไม่ต้องนำเสนอ เพียงแค่ส่งเข้ามาใน Classroom เท่านั้น

01:29:15.468 --> 01:29:19.867
ไม่จำเป็นต้องในคาบก็ได้นะคะ หนูพร้อมอย่างไรก็ได้ เพราะอาจารย์ให้ใช้เน็ต

01:29:21.131 --> 01:29:27.985
หนูสอบที่ไหนก็ได้ลูก สอบที่ไหนก็ได้ เดี๋ยวแชร์ลิงก์ให้ค่ะ

01:29:33.947 --> 01:29:43.815
ไวจังนะ ยังไม่ทันได้อ่านเลย 24 24

01:30:01.177 --> 01:30:05.308
พฤหัสก็ได้นะคะ เพราะว่าแล้วแต่หนู หนูว่างวันไหนเอาวันนั้นเลยลูก

01:30:08.518 --> 01:30:12.317
ขอแค่ให้หนูสะดวก พฤหัสบดี

01:30:17.709 --> 01:30:18.819
22 วันเสาร์

01:30:31.045 --> 01:30:35.312
20 ชัวร์นะ โอเคนะ 20

01:30:43.351 --> 01:30:53.495
20 27 เอา 20 โอเค โอเค เวลาค่ะ

01:31:01.082 --> 01:31:08.728
10 โมง เอาเวลาลูก

01:31:15.283 --> 01:31:21.921
ไม่เป็นไร ถ้าเริ่ม 10 อาจารย์ก็เสร็จบ่ายโมงไง หนูทำนะคะ อาจารย์รอตรวจ

01:31:31.332 --> 01:31:33.441
09.00-12.00 น. 10.00-13.00 น.

01:31:56.204 --> 01:32:01.892
ออนไลน์ครับ อยู่ใน Form มีทั้งเลือก Multiple Choice แล้วก็ถาม-ตอบ

01:32:04.113 --> 01:32:12.486
โอเคไหม ตามสไลด์ที่บอกเมื่อกี้นี้น่ะค่ะ ออกตามนั้นเลย อาจารย์จะเขียนเอาไว้นะคะ Final

01:32:16.009 --> 01:32:20.887
Final วันที่ 20 พฤหัสบดีที่ 20

01:32:23.310 --> 01:32:37.174
เป็นแบบออนไลน์ เป็นแบบออนไลน์นะคะ เวลาเริ่ม 09.00-12.00 น.

01:32:39.405 --> 01:32:46.148
จัดตามนั้นนะ ใคร... ใครไม่สบาย

01:32:47.538 --> 01:32:52.219
ถ้าใครไม่สบายแจ้งได้นะคะ อาจารย์ไม่ได้โหดร้ายขนาดนั้น

01:32:52.469 --> 01:32:56.359
ย้ำนะ ใครไม่สบายหนูหยุดได้นะคะ

01:32:57.148 --> 01:33:03.418
คือ ถ้าถึงวันสอบมานี่ เราไม่สามารถบอกได้จริงไหม ว่าเราปกติดีหรือไม่

01:33:03.442 --> 01:33:06.096
เพราะมันตั้งอีกยาวไกลหนูเข้าใจนะคะ

01:33:06.458 --> 01:33:12.729
หนูแจ้งอาจารย์ได้เป็นการส่วนตัวได้เลย ว่าอาจารย์หนูไม่สบาย หนูไม่สามารถสอบได้

01:33:13.560 --> 01:33:20.307
อาจารย์ก็เห็นใจนะคะ เดี๋ยวไม่ทำข้อสอบใหม่หรอกค่ะ แค่ร่างใหม่เฉย ๆ อาจจะลดลง

01:33:21.306 --> 01:33:24.231
เพราะว่าด้วยความที่เด็กไม่สบายก็ต้องลดข้อสอบลง

01:33:24.432 --> 01:33:31.532
ข้อสอบเต็ม 30 นะคะ เต็ม 30 เต็ม 30 คะแนน

01:33:33.975 --> 01:33:41.515
หน้าสุดท้ายน่ะ ถ้าจำได้น่ะ หนูไปได้แล้ว 7 แต้ม สไลด์หน้าสุดท้ายย้ำ

01:33:43.391 --> 01:33:48.584
อย่างนั้นแสดงว่าใครตอบอาจารย์ได้คะ Final หนูเริ่มต้นตั้งแต่เรื่องอะไร

01:34:00.976 --> 01:34:04.930
บอกไปแล้ว บอกไปแล้ว

01:34:16.151 --> 01:34:20.228
ใช้วิธีการอย่างนี้สิลูก สไลด์น่ะ หนูเปิดที่หน้าจอใช่ไหม

01:34:20.323 --> 01:34:25.416
แล้วหนูก็เอากล้องน่ะ โทรศัพท์ตัวเองน่ะค่ะ เปิด Translate แล้วกดที่กล้อง

01:34:25.542 --> 01:34:29.423
แล้วส่อง ตอนช่วงมีแสงน่ะค่ะ มันก็จะแปลให้หนู

01:34:29.865 --> 01:34:35.405
แต่แปลออกมาหนูเลือกด้วยนะคะ คำแปล ไม่ใช่ดูคำแปลแรกนะ

01:34:59.294 --> 01:35:05.267
ย้ำอีกรอบหนึ่งนะ Final พฤหัสบดีที่ 20

01:35:05.451 --> 01:35:13.492
เวลาออนไลน์ อาจารย์ส่งลิงก์ Google Form ให้อาจารย์เริ่มส่งให้ตั้งแต่ 08.50 น.

01:35:14.876 --> 01:35:21.580
ใครตื่นแล้วก็ทำและหนูเสร็จไม่จำเป็นให้เสร็จตอนเที่ยงตรงนะคะ

01:35:21.719 --> 01:35:25.880
ถ้าหนูเที่ยงตรงแล้วหนูกดหนูอย่าคิดว่า Server ของหนู

01:35:25.904 --> 01:35:29.605
กับ Server ของมหาวิทยาลัยเวลาเดียวกันย้ำ

01:35:30.480 --> 01:35:37.919
อาจารย์ดูที่วินาทีนะคะ ถ้าวินาทีมันเกินวินาทีน่ะค่ะ เกินอาจารย์อนุโลม

01:35:37.944 --> 01:35:45.490
แต่ถ้านาทีเกินอาจารย์ตัดคะแนนนะ ตามนาที เกิน 1 นาทีตัด 1 นาที

01:35:46.093 --> 01:35:51.188
ข้อสอบอาจารย์ถือว่าเป็นออนไลน์หนูเปิดสไลด์ได้หมด

01:35:51.318 --> 01:35:54.718
แล้วอาจารย์จะเขียนหัวไว้ให้ด้วยว่าเรื่องอะไร

01:35:55.851 --> 01:36:01.447
ถ้าอาจารย์เขียนหัวเรื่องอะไรหนูเปิดสไลด์เรื่องนั้นขึ้นมา แต่หน้าไหนอาจารย์ไม่บอกเข้าใจนะ

01:36:01.793 --> 01:36:08.096
แต่สไลด์สุดท้ายมันเยอะไงคะ ตั้ง 40 สไลด์ อาจารย์จำเป็นต้องบอกแต่ละหน้าให้หนู

01:36:08.325 --> 01:36:14.779
ไม่อย่างนั้นอ่านไม่ไหวหรอกค่ะ เข้าใจ อันนี้เข้าใจเด็กค่ะ เข้าใจ

01:36:17.001 --> 01:36:23.015
เดี๋ยวสอบเสร็จแล้วค่อยตอบอาจารย์นะคะ ว่าหนูจะส่งงานอาจารย์วันไหนนะ

01:36:23.465 --> 01:36:29.426
สอบไปก่อนนะคะ ตอนนี้วาง... วางเรื่องงานก่อนนะ อ่าน... อ่านให้เรียบร้อยก่อน

01:36:29.612 --> 01:36:38.860
และใครก็ตามที่... เขาเรียกว่าอะไรนะคะ จะต้องส่งงานใหม่ตัวที่เป็น Neuron

01:36:39.779 --> 01:36:44.689
ตอนนี้อยู่ในรถอาจารย์แอนนะคะ เดี๋ยวลงไปก็เอาคืนได้เลย

01:36:44.943 --> 01:36:50.775
แต่เอากลับมาส่งเหมือนเดิมนะ ฝากกับพี่พลอยก็ได้ค่ะ เดี๋ยวอาจารย์มารับคืน

01:36:54.094 --> 01:36:59.131
วันนี้มีใครสงสัยไหมคะ หนูส่ง... หนูอย่าสงสัยในเรื่องของภาษาอังกฤษนะคะ

01:36:59.594 --> 01:37:07.137
ย้ำอย่าสงสัยคำว่า "ภาษาอังกฤษ" เราสามารถลากเอาเมาส์ไปวางแล้วลาก

01:37:07.265 --> 01:37:16.443
คลิกขวาสำเนาเปิด Google Translate คลิกขวา Paste เรียบร้อยค่ะ

01:37:16.557 --> 01:37:23.382
ขึ้นเลยค่ะ แปลว่าอะไร อาจารย์แอนแนะอย่างนี้แหละนะ ดีนะ

01:37:27.892 --> 01:37:32.850
มีคำถามไหมคะ ใคร... ใครที่เพิ่งมายังไม่เห็นคะแนนมีไหม

01:37:42.327 --> 01:37:57.892
นะครับ เห็นไหมลูก เดี๋ยวอาจารย์ Capture หน้าจอใส่ให้ดีไหม อะไรนะ

01:38:00.380 --> 01:38:05.119
อ๋อ ที่สีแดง คือ เลยกำหนด

01:38:06.663 --> 01:38:11.330
เป็นการเลยกำหนดลูก แล้วก็เลยเป็น 0 คะแนน เขายังไม่มีงานส่งค่ะ

01:38:11.618 --> 01:38:17.415
แต่ที่เป็นฉบับร่าง เพราะอาจารย์แอนยังไม่ได้ส่งคะแนนให้กับเด็กรู้เลยเป็นฉบับร่าง

01:38:17.939 --> 01:38:22.476
ร่างหรือไม่ร่างมันก็ไม่มีผลอะไรถูกไหมลูก ขอแค่ให้หนูรู้

01:38:22.508 --> 01:38:29.476
อาจารย์ไม่ลบนะคะ คะแนนนี้ลงแล้วลงเลย และคะแนนที่อยู่ในนี้มันอยู่ใน Excel

01:38:31.738 --> 01:38:37.328
เยอะนะคะ ในนี้ก็เยอะ อาจารย์หมดแล้วนะคะ

01:38:37.467 --> 01:38:43.730
ใครที่มีคะแนนในกระดาษแผ่นนี้น้อยก็น้อยนะ เพราะอาจารย์ให้ได้เท่านี้นะคะ

01:38:44.409 --> 01:38:55.001
โอเคทุกคนนะนะ โอเค อย่างนั้นวันนี้อาจารย์แอนเอาไว้แค่นี้แล้วเทอมหน้าอาจได้พบกันนะ

01:38:57.588 --> 01:39:00.760
สวัสดีพี่ล่ามค่ะ สวัสดีค่ะ