﻿WEBVTT

00:00:20.236 --> 00:00:22.131
(อาจารย์ธิดารัตน์) สวัสดีค่ะ

00:00:24.509 --> 00:00:28.298
สวัสดีค่ะ สวัสดีล่ามทางไกลด้วยนะคะ

00:00:30.193 --> 00:00:31.601
ค่ะ

00:00:32.690 --> 00:00:41.663
สำหรับสัปดาห์นี้นะคะ เราก็จะมาเรียนตัวมาตรฐานนะคะว่า

00:00:42.389 --> 00:00:49.134
โมเดลนะคะ เรามีโมเดลอะไรบ้างนะคะ เราก็จะมาดูว่าตัวมาตรฐานตัวไหน

00:00:49.577 --> 00:00:51.962
ทำหน้าที่อะไรนะคะ

00:00:53.010 --> 00:00:55.272
หน่วยงานไหนเป็นคนสร้างขึ้น

00:00:55.877 --> 00:00:59.713
แล้วใช้กับงานประเภทไหนบ้างนะคะ

00:00:59.713 --> 00:01:02.258
รวมถึงเราก็จะมาดูอีกว่า

00:01:02.258 --> 00:01:07.419
อาจจะมีบางโมเดลที่เรายังไม่ได้เรียนลงรายละเอียดลึกเข้าไปนะคะ

00:01:07.419 --> 00:01:09.706
เดี๋ยวเราจะมาดูกันนะคะ

00:01:13.093 --> 00:01:18.400
มาดูวัตถุประสงค์นะคะ ที่จะเรียนนะคะในครั้งนี้นะคะว่ามีอะไรบ้าง

00:01:19.126 --> 00:01:26.119
อันแรกก็จะมีธรรมาภิบาลนะคะ ทางสารสนเทศนะคะ เกี่ยวกับตัว

00:01:26.119 --> 00:01:29.315
รูปแบบหรือว่าตัวโครงสร้างของเขานั่นเอง

00:01:30.565 --> 00:01:36.029
ว่าธรรมาภิบาลทางด้านสนเทศของเรานี่ จะมีองค์ประกอบอะไรบ้าง

00:01:39.536 --> 00:01:43.958
สิ่งที่เกี่ยวข้องกรณีที่ทำในรูปแบบอุตสาหกรรม

00:01:44.845 --> 00:01:51.633
มาตรฐานที่เข้าไปจับ กรณีที่มีอุตสาหกรรมไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมการผลิตนะคะ

00:01:51.633 --> 00:01:56.557
อุตสาหกรรมเกี่ยวกับการให้บริการนะคะ ว่าเขามี

00:01:58.008 --> 00:02:05.801
แนวทางอย่างไรให้แต่ละอุตสาหกรรมผู้บริหารผู้ปฏิบัติ ทำอะไรได้บ้างนะคะ

00:02:07.978 --> 00:02:14.153
คราวนี้ก็จะมาดูโมเดลที่สร้างขึ้น รวมถึงการอ้างอิงว่า

00:02:14.153 --> 00:02:20.597
มีบริษัทหน่วยงานองค์กรไหนบ้างที่สร้างขึ้นนะคะ

00:02:20.597 --> 00:02:23.853
แล้วได้นำตัวมาตรฐานเหล่านี้ไปใช้

00:02:25.062 --> 00:02:32.963
รวมถึงการเลือกใช้งานนะคะ ตัวโมเดลต่าง ๆ ว่ามันเหมาะกับหน่วยงานของเราไหม

00:02:32.963 --> 00:02:35.617
เหมาะกับองค์กรของเราหรือเปล่านะคะ

00:02:38.076 --> 00:02:39.756
ถัดมา

00:02:41.006 --> 00:02:47.593
เรามาดูข้อจำกัดของตัวมาตรฐานนะคะว่า

00:02:48.439 --> 00:02:53.768
มาตรฐานที่เราจะใช้ต่าง ๆ นี่ เขาจะมีข้อจำกัดอะไรบ้าง

00:02:54.614 --> 00:03:00.294
เริ่มแรกนะคะ ตัวมาตรฐานนี่ บางตัวอาจจะไม่ครอบคลุม

00:03:00.818 --> 00:03:06.996
พูดง่าย ๆ คือไม่ครบวงจรนะคะ อาจจะเป็นมาตรฐานเฉพาะการบัญชี

00:03:06.996 --> 00:03:12.494
มาตรฐานเกี่ยวกับการตรวจคุณภาพ มาตรฐานเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ

00:03:12.494 --> 00:03:17.528
ซึ่งมันก็จะไม่ครบตามกระบวนการของการทำงานของแต่ละหน่วยงาน

00:03:17.528 --> 00:03:24.601
หรือว่าแต่ละองค์กรนะคะ เราก็สามารถที่จะหยิบตัวมาตรฐานตัวไหนที่มันเหมาะกับแผนก

00:03:25.125 --> 00:03:28.257
เหมาะกับงานนะคะ เหมาะกับองค์กรของเรามาใช้

00:03:30.595 --> 00:03:35.470
ไม่มีกระบวนการนะคะ How to

00:03:36.599 --> 00:03:38.561
ขั้นตอนนะคะ

00:03:39.730 --> 00:03:41.806
รูปแบบโครงสร้างนะคะ

00:03:43.459 --> 00:03:47.314
การเช็กว่าต้องปฏิบัติตามไหน หรือว่าตัวเครื่องมือ

00:03:48.564 --> 00:03:51.709
อาจจะมีข้อจำกัดพวกนี้เข้ามานะคะ

00:03:52.676 --> 00:03:56.908
รวมถึงตัวโมเดลของเรานี่

00:03:56.908 --> 00:04:00.215
บางอันก็จะมีทั้งด้วยรูปแบบ

00:04:00.981 --> 00:04:07.233
สามารถยืดหยุ่นนะคะ ยืดหยุ่นได้ไหม ใช้กับโครงการนี้หรือว่ามีการปรับตัวไหนได้

00:04:07.555 --> 00:04:10.535
หรือไม่ยืดหยุ่นก็คือติ๊กไปเลย

00:04:11.261 --> 00:04:14.655
ว่าต้องทำตามกระบวนการนี้ 1 2 3 นะคะ

00:04:15.824 --> 00:04:18.899
ก็คือ Too flexible กับ too rigid นั่นเอง

00:04:20.879 --> 00:04:30.000
ถัดมานะคะ ก็มาดูอีก ว่าไปเป็นตามโครงสร้างที่วางไว้ไหมนะคะ

00:04:31.008 --> 00:04:31.937
ตัว

00:04:33.791 --> 00:04:37.433
องค์ประกอบหลัก หรือว่าใจความสำคัญของเรานะคะ

00:04:37.957 --> 00:04:46.580
กฎหมายนะคะ ความมีวุฒิภาวะหรือว่าเป็นลักษณะของผู้นำ

00:04:46.741 --> 00:04:49.500
แล้วก็วัฒนธรรมนะคะ

00:04:52.926 --> 00:04:54.599
เราก็จะทำการนะคะ

00:04:55.929 --> 00:05:02.950
รวมนะคะ สิ่งเหล่านี้เข้ามาเพื่อให้เป็นตัวธรรมาภิบาลนะคะว่า

00:05:02.950 --> 00:05:04.924
แต่ในหน่วยงานของเรานี่

00:05:06.053 --> 00:05:11.320
มีวัตถุประสงค์ มีจุดมุ่งหมายอย่างไร ทำตามกฎหมายไหมนะคะ

00:05:11.763 --> 00:05:19.667
ทำตามกระบวนการนะคะ แล้วก็เป็นไปตามวัฒนธรรมองค์กรหรือเปล่านะคะ

00:05:22.368 --> 00:05:23.196
ถัดมา

00:05:25.493 --> 00:05:32.012
เราก็จะมาดู Maturity model ของเรานะคะ ก็จะมีทั้งหมด 5 ขั้นตอน

00:05:33.221 --> 00:05:37.797
มี Initial นะคะ ตั้งแต่เริ่มต้น จัดการ

00:05:39.651 --> 00:05:44.729
ให้ความหมายนะคะ จัดการคุณภาพ แล้วก็

00:05:46.382 --> 00:05:51.476
มอง แล้วก็พัฒนานะคะ ตัวไหนที่ไม่ต้องมีการปรับปรุงแก้ไขนั่นเอง

00:05:51.476 --> 00:05:53.622
ก็จะเป็นทั้งหมด 5 ขั้นตอน

00:05:55.325 --> 00:05:58.104
เริ่มแรก Initial นะคะก็ตั้งแต่

00:06:00.321 --> 00:06:07.588
การปฏิบัติงานนะคะ แล้วก็ควบคุมการทำงานต่าง ๆ

00:06:08.636 --> 00:06:12.486
ถัดมาเป็นขั้นตอนที่ 2 นะคะ ก็จะเป็นเกี่ยวกับ

00:06:14.904 --> 00:06:20.585
Process ขั้นตอนนะคะ ของการทำงานนั่นแหละ ว่าจะมีการจัดการควบคุม

00:06:20.585 --> 00:06:27.474
โดยใช้ผู้บริหารนะคะ ใช้ทรัพยากรตัวไหนมาจัดการมาดูแลให้มันเหมาะสม

00:06:27.474 --> 00:06:30.882
ตัวโครงการกับตัว Project นะคะ ที่สร้างขึ้น

00:06:33.421 --> 00:06:37.821
3. นะคะ Defined นะคะ ก็จะเป็นลักษณะของ

00:06:40.401 --> 00:06:43.030
Process ก็คือขั้นตอนเกี่ยวกับ

00:06:44.280 --> 00:06:50.524
การจัดบุคคลให้ตรงกับงานนะคะ การจัดทรัพยากรนะคะ ให้เพียงพอ

00:06:50.524 --> 00:06:52.350
ให้ Support กับตัวงานนั่นเอง

00:06:54.567 --> 00:06:58.332
และก็อันที่ 4 นะคะ Quantitatively Manage นะคะ

00:07:00.000 --> 00:07:06.195
ก็จะเป็นกับตัวควบคุม กรณีที่อาจจะ

00:07:06.759 --> 00:07:14.126
ประเมินนะคะ จำนวนคนที่จะใช้ในตัวโครงการของเรานี่มากเกินไป

00:07:14.972 --> 00:07:18.462
เราก็ต้องมีตัวเครื่องมือมาควบคุมว่า

00:07:18.744 --> 00:07:23.938
มันเกินตัวงบประมาณที่เราจ้างไว้ไหม

00:07:23.938 --> 00:07:30.457
มันเกินตัวทรัพยากรที่เรามีหรือเปล่า และก็ตัวสุดท้ายนะคะ Optimizing นะคะ

00:07:32.110 --> 00:07:35.794
ก็จะสามารถที่จะดำเนินโครงการต่อไปได้ไหม

00:07:35.996 --> 00:07:41.621
หรือกรณีที่ต้องมีการปรับปรุง หรือว่าแก้ไขเพื่อให้ตัว

00:07:42.064 --> 00:07:45.615
การดำเนินงานของเรานี่ มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นนั่นเองนะคะ

00:07:45.615 --> 00:07:51.497
อันนี้จะเป็นตัวโมเดลหนึ่งที่มาวัดกระบวนการการทำงานในองค์กร

00:07:51.497 --> 00:07:53.210
ในหน่วยงานของเรานั่นเอง

00:07:58.248 --> 00:08:05.178
ถัดมาเราจะมาดูสิ่งสำคัญแล้วก็ความจำเป็นนะคะในการใช้ Framework

00:08:05.178 --> 00:08:08.136
หรือว่าการนำตัวโมเดลของเรานี่ มาใช้งานนี่

00:08:08.781 --> 00:08:14.993
มันต้องมีสิ่งไหนบ้างนะคะ อันดับแรกแน่นอนก็คือ แผนธุรกิจของเรา

00:08:15.638 --> 00:08:19.202
ตามหน่วยงานนะคะก็ต้องมีการวางแผนธุรกิจ

00:08:19.686 --> 00:08:23.264
แผนธุรกิจ ถัดมาก็ต้องเป็นแผนทางเทคโนโลยีสารสนเทศ

00:08:23.264 --> 00:08:28.503
ที่มันจะได้สอดคล้องไปกับการทำงานขององค์กร ของหน่วย นะคะ

00:08:30.357 --> 00:08:38.929
แล้วก็ต้องมี Investment ก็คือพวกทรัพยากรต่าง ๆ ที่เรานำมาใช้นั่นเอง

00:08:40.179 --> 00:08:46.642
ว่าเรามีทรัพยากรตอนนี้ ณ ปัจจุบันมีเท่าไร มีเครื่องอุตสาหกรรม

00:08:46.884 --> 00:08:50.000
เครื่องจักรนะคะ หรือว่าตัวเครื่องมือ

00:08:50.000 --> 00:08:54.908
หรือว่าเครื่องเกี่ยวกับอุปกรณ์ IT ที่คอย Support อีกจะเท่าไรนะคะ

00:08:54.908 --> 00:09:03.320
เราก็มาสู่ข้อ 3 ก็คือ มีแผนในการนำตัวเทคโนโลยีสารสนเทศของเรานี่

00:09:03.320 --> 00:09:07.983
ไปปฏิบัติไปใช้งาน รวมถึงต้องมีแผนป้องกัน

00:09:08.910 --> 00:09:13.330
ความเสี่ยง ภัยธรรมชาตินะคะ ภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้น

00:09:13.612 --> 00:09:17.755
ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อกระบวนการทำงานทางเทคโนโลยีสารสนเทศ

00:09:17.755 --> 00:09:22.989
แล้วก็ส่งผลกระทบต่อกระบวนการทางธุรกิจของเรานั่นเองนะคะ

00:09:24.602 --> 00:09:27.730
ถัดมา ก็ต้องมีควบคุมแล้วก็มีการวัด

00:09:27.730 --> 00:09:33.995
เหมือนเราทำงานนะคะ ก็ต้องมีการวัดประสิทธิภาพด้วย Performance นะคะ

00:09:33.995 --> 00:09:41.089
การทำงาน อย่างทำงานวันหนึ่งนะคะ เสร็จงานไปกี่ Job นะคะ

00:09:41.089 --> 00:09:42.910
ปิด Project ไปได้กี่งาน

00:09:43.716 --> 00:09:47.629
เหมือนนักศึกษาเหมือนกัน เรียนหนังสือไปแต่ละเทอม

00:09:48.314 --> 00:09:53.426
เราจะสามารถวัดประสิทธิภาพของแต่ละรายวิชาอย่างไร ก็ต้องมีการสอบวัดผลถูกไหมคะ

00:09:53.708 --> 00:09:57.389
เรียนไปแล้ว ได้เกรดอะไร เกรดเฉลี่ยเท่าไร เช่นเดียวกัน

00:09:57.873 --> 00:10:01.498
ในการทำงานก็ต้องมีการวัดประสิทธิภาพประสิทธิผลด้วยนะคะ

00:10:03.916 --> 00:10:06.234
ถัดมา Vendor กับ Outsourcing

00:10:07.524 --> 00:10:13.731
กรณีที่เราเป็นบริษัทหรือว่าหน่วยงานนะคะ

00:10:13.731 --> 00:10:17.586
ที่อาจจะเล็งเห็นนะคะว่า

00:10:17.788 --> 00:10:23.226
อาจจะใช้หน่วยงานภายนอกมาช่วยสนับสนุน Support นะคะ

00:10:23.226 --> 00:10:29.365
ยกตัวอย่าง กรณีที่เป็นพวกบริษัทนะคะ

00:10:31.622 --> 00:10:34.161
อาจจะเป็นพวกใกล้ ๆ เราที่รู้จักพวก

00:10:34.766 --> 00:10:39.394
องค์การโทรศัพท์ พวก TrueMove นะคะ พวก Dtac นะคะ

00:10:40.644 --> 00:10:45.426
หรือว่าบริษัทที่มี Call Center ต่าง ๆ

00:10:45.587 --> 00:10:49.387
บริษัทใหญ่ ๆ บางทีเขาจะไม่จ้างบุคลากรนะคะ

00:10:49.387 --> 00:10:53.938
ที่เกี่ยวกับพวก Call Center นี่ มาใช้ในหน่วยงาน พูดง่าย ๆ ก็คือ

00:10:53.938 --> 00:10:56.190
จ้างบริษัทด้านนอกนะคะ

00:10:56.633 --> 00:11:02.403
มาให้บริการตรงนี้จะได้สะดวกมากขึ้นนะคะ ไม่ต้องคอยดูแลนะคะ

00:11:02.403 --> 00:11:03.943
เกี่ยวกับเงินงบประมาณ

00:11:04.870 --> 00:11:09.943
พูดง่าย ๆ ถ้าเรามีบุคลากรก็ต้องมี ไม่ว่าจะเป็นค่าประกันสังคมนะคะ

00:11:10.709 --> 00:11:18.406
ค่าอาคารสถานที่ ค่าไฟ ค่าต่าง ๆ ที่มันต้องคอยมารองรับค่าเช่าพื้นที่ต่าง ๆ

00:11:18.406 --> 00:11:23.221
ถ้าเราจ้างบริษัทอื่นมาดูแล มันก็จะประหยัดตัวงบประมาณตรงนี้มากขึ้น

00:11:23.664 --> 00:11:30.282
หรือกรณีถ้าเป็นหน่วยงานนะคะ ที่มีอุปกรณ์เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ

00:11:30.282 --> 00:11:35.889
ที่ค่อนข้างมีผลิตภัณฑ์ที่ใหม่นะคะ

00:11:35.889 --> 00:11:38.579
เนื่องจากจะไม่มีพวกบุคลากรที่มี Professional

00:11:38.579 --> 00:11:42.562
มาดูแลนี่ ก็สามารถจ้างองค์กรอื่นมาดูแล

00:11:43.005 --> 00:11:47.347
จะได้ประหยัดไม่ว่าจะเป็นการส่งบุคลากรไปอบรมนะคะ

00:11:48.032 --> 00:11:53.183
ส่งเกี่ยวกับการต่อสัญญาณเกี่ยวกับตัวอุปกรณ์ใหม่

00:11:53.183 --> 00:11:56.181
พวกนี้มันก็จะช่วยประหยัดมากยิ่งขึ้นนะคะ

00:11:56.181 --> 00:12:00.908
มันก็จะเป็นสิ่งสำคัญเกี่ยวกับตัวโมเดล

00:12:00.908 --> 00:12:02.909
หรือว่าตัว Framework ที่เรามาใช้นั่นเอง

00:12:03.313 --> 00:12:07.784
อันที่ 6 นะคะ ก็จะเป็นบุคลากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ

00:12:10.686 --> 00:12:15.687
เลือก Framework ตัวนี้แล้วมันสอดคล้อง บุคลากรเหล่านี้

00:12:16.009 --> 00:12:21.755
จัดการดูแลได้ตามที่ตัวโมเดลที่เราวางไว้หรือเปล่า

00:12:21.755 --> 00:12:25.681
ก็ต้องดูศักยภาพของแต่ละบุคคลด้วยนั่นเองนะคะ

00:12:25.681 --> 00:12:28.982
รวมถึงการพัฒนานะคะ

00:12:30.514 --> 00:12:32.622
หรือว่าการปรับปรุงนะคะ

00:12:33.106 --> 00:12:40.664
ให้ตัวหน่วยงานของเราหรือว่าหน่วยองค์กรของเรานี่ดีขึ้นไปด้วย

00:12:40.664 --> 00:12:44.568
กรณีที่เรานำตัวมาตรฐานเหล่านี้มาใช้

00:12:48.760 --> 00:12:53.743
ถัดมา เราก็จะมาดูสิ่งที่เรา

00:12:56.202 --> 00:12:58.773
มองแล้วเห็นเป็นจุดสำคัญมากที่สุด

00:12:58.773 --> 00:13:02.011
มันก็จะเป็นลักษณะคล้าย ๆ กับตัวเมื่อกี้นั่นเองนะคะ

00:13:04.832 --> 00:13:06.726
หลัก ๆ ก็จะเป็นลักษณะของ

00:13:06.726 --> 00:13:11.072
ตัวธรรมาภิบาลทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศนะคะ

00:13:11.072 --> 00:13:14.209
มีการจัดการเกี่ยวกับตัวโครงการนะคะ

00:13:14.693 --> 00:13:19.241
มีการพัฒนาไม่ว่าจะเป็นระบบหรือว่าตัวซอฟต์แวร์ที่นำมาใช้

00:13:20.249 --> 00:13:24.326
ทำให้ระบบงานดีขึ้น ซื้อซอฟต์แวร์มาตัวนี้

00:13:25.293 --> 00:13:27.818
การทำงานก็ดีขึ้นนะคะ

00:13:28.180 --> 00:13:34.145
คุณภาพงานที่ดีขึ้นรวมถึงความปลอดภัยของอุปกรณ์หรือข้อมูลต่าง ๆ นะคะ

00:13:34.790 --> 00:13:39.397
การให้บริการ รวมถึงโครงสร้างภายในองค์กร

00:13:39.397 --> 00:13:44.580
เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศก็มั่นคงปลอดภัยยิ่งขึ้นนั่นเองนะคะ

00:13:47.925 --> 00:13:54.590
หรือเกี่ยวกับการบริหารจัดการเกี่ยวกับ HR

00:13:54.590 --> 00:13:59.273
ก็คือบุคลากรภายในองค์กรนะคะ Performance นะคะ

00:13:59.273 --> 00:14:01.081
การทำงานนะคะ

00:14:02.693 --> 00:14:09.879
ข้อตกลงต่าง ๆ นะคะ ที่ทำระหว่างหน่วยงานกับองค์กรนะคะ

00:14:09.879 --> 00:14:14.536
Outsourcing Vendor ก็เมื่อกี้ก็กล่าวไปแล้วกรณี ที่จ้างบุคลากรด้านนอกนะคะ

00:14:14.536 --> 00:14:17.526
ที่เข้ามาช่วย Support หน่วยงานของเรา

00:14:18.292 --> 00:14:30.860
รวมถึงสิ่งที่สำคัญอีกตัวหนึ่งก็คือ เสียงที่มาจากลูกค้า หรือว่าผู้ใช้บริการนะคะ

00:14:30.860 --> 00:14:37.449
ว่าลูกค้ามีความมั่นใจยิ่งขึ้นมากไหมกรณีที่หน่วยงานของเรานี่มีมาตรฐานนะคะ

00:14:37.449 --> 00:14:41.516
มารองรับตรงนี้มีการให้บริการที่ดียิ่งขึ้นนะคะ

00:14:41.516 --> 00:14:44.591
ทำให้เกิดความพึงพอใจที่เป็นเสียงตอบกลับมา

00:14:44.591 --> 00:14:47.576
ให้กับหน่วยงานหรือว่าองค์กรของเรานั่นเอง

00:14:50.000 --> 00:14:55.431
ถัดมาเราจะมาดู ธรรมาภิบาลทางเทคโนโลยีสารสนเทศนะคะ

00:14:55.431 --> 00:14:59.500
ว่ามันจะมีตัวโมเดลตัวไหนบ้างนะคะ

00:14:59.500 --> 00:15:06.832
ตัวนี้ตัวแรกของเราก็จะเป็น COBIT นะคะ ตัวนี้ก็ได้กล่าวไปแล้ว ในบทก่อน ๆ นะคะ

00:15:07.678 --> 00:15:15.138
ก็ผู้ที่ทำการออกตัวมาตรฐานนี้มาก็จะเป็น ITGI นะคะ

00:15:16.508 --> 00:15:21.644
ตัว COBIT ของเราก็หลัก ๆ ก็จะไปโฟกัสตรงที่กระบวนการ

00:15:22.329 --> 00:15:29.043
เทคโนโลยีสารสนเทศนะคะ แล้วก็ช่วยมาสนับสนุนการตัดสินใจ

00:15:29.043 --> 00:15:32.737
ของผู้บริหารระดับสูงนะคะ

00:15:32.737 --> 00:15:36.682
เกี่ยวกับตัวเทคโนโลยีสารสนเทศของเรานะคะ

00:15:37.649 --> 00:15:44.246
สำหรับบุคลากรที่เข้าใจหรือว่ามีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับตัวมาตรฐานนะคะ

00:15:44.246 --> 00:15:50.262
ก็จะได้ตัว Certificate ที่เรียกว่า CISA กับ CISM นะคะ 2 ตัวตัวนี้

00:15:53.970 --> 00:16:04.435
ถัดมา ตัวถัดมานะคะ ก็จะเรียกว่า COSO C-O-S-O นะคะ

00:16:05.564 --> 00:16:12.240
ตัวนี้ก็จะเป็นนะคะ หน่วยงานเกี่ยวกับการบัญชี

00:16:13.288 --> 00:16:17.612
การบัญชีแน่นอน ก็จะเกี่ยวกับพวกเงิน ๆ ทอง ๆ นะคะ

00:16:17.894 --> 00:16:26.893
ที่เขาสร้างขึ้นไว้ดูแลเกี่ยวกับการจัดการรายรับรายจ่ายหน่วยงานขององค์กรนะคะ

00:16:30.000 --> 00:16:38.243
ว่าตัวเงินนะคะ หรือว่าพวกหลักบัญชีต่าง ๆ นี่

00:16:38.243 --> 00:16:43.127
สามารถทำงานได้อย่างถูกต้องโปร่งใสไหมนะคะ

00:16:43.570 --> 00:16:48.301
มีตัวข้อมูลนะคะ เงินเข้าเงินออกอย่างไรนะคะ

00:16:48.301 --> 00:16:52.365
อันนี้ก็จะเป็นมาตรฐานตัวหนึ่งที่ต้องมาดูแลนะคะ เนื่องจากเงินก็คือ

00:16:52.365 --> 00:16:55.862
เป็นทรัพยากรที่สำคัญภายในหน่วยงานของเรานะคะ

00:16:55.862 --> 00:17:00.746
ถ้าไม่มีตัวเงินลงทุนตัวนี้ก็ไม่สามารถที่จะบริหารหรือว่าจัดการ

00:17:00.746 --> 00:17:02.788
ตรงไหนได้นั่นเองนะคะ

00:17:06.536 --> 00:17:13.097
อันนี้ก็จะเป็นหน่วยงานนะคะที่ใช้เกี่ยวกับตัวมาตรฐาน

00:17:14.226 --> 00:17:19.340
COSO ของเรานะคะ เป็น American Accounting Association นะคะ

00:17:20.388 --> 00:17:26.627
ก็จะเป็นพวกของอเมริกาที่เกี่ยวกับการบัญชีนะคะ

00:17:32.189 --> 00:17:37.289
ตัวนี้นะคะก็จะเป็นเกี่ยวกับหน่วยงานนะคะ

00:17:38.256 --> 00:17:43.920
ที่ให้การันตีเกี่ยวกับใบ Certificate นะคะ เกี่ยวกับการบัญชีนะคะ

00:17:43.920 --> 00:17:47.529
ที่มารองรับเกี่ยวกับตัวมาตรฐานตัวนี้เช่นเดียวกัน

00:17:54.341 --> 00:17:57.828
ตัวมาตรฐานของ COSO นะคะ ก็จะมีอยู่

00:18:00.529 --> 00:18:06.622
5 components หรือว่า 5 อันนะคะ แต่อันนี้จะเพิ่มเข้ามาอีกตัวหนึ่งนะคะ

00:18:07.106 --> 00:18:11.943
เริ่มแรกจากนะคะ การควบคุมดูแลเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ก็คือ

00:18:12.507 --> 00:18:14.630
การใช้จ่าย พูดง่าย ๆ คือ

00:18:16.041 --> 00:18:22.562
การบริหารเงินนะคะในแต่ละแผนกแต่ละฝ่ายที่อยู่ในตัวองค์กรของเรานะคะ

00:18:22.562 --> 00:18:28.391
ความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น กรณีซึ่งมี Project อะไรที่มันมีปัญหา

00:18:28.391 --> 00:18:31.081
ต้องใช้เงินเข้ามาเพิ่มไหมนะคะ

00:18:31.775 --> 00:18:36.509
มันจะทำให้ส่งผลกระทบกับตัวองค์กรไหมหรือว่าหน่วยงานอื่นหรือเปล่า

00:18:38.121 --> 00:18:40.548
มาช่วยควบคุมกิจกรรม

00:18:42.322 --> 00:18:45.952
สมมติเราตรวจสอบกระบวนการการใช้เงิน

00:18:47.806 --> 00:18:53.921
ของแต่ละโครงการว่าให้ต้องใช้ตามตัวเงินงบประมาณที่วางเอาไว้ไม่ให้เกินนะคะ

00:18:53.921 --> 00:18:57.654
มันก็จะทำให้ไม่ส่งผลกระทบกับ  Project อื่น

00:18:57.654 --> 00:19:01.216
รวมถึงการทำงานภาพรวมขององค์กรด้วย

00:19:05.246 --> 00:19:07.529
การสื่อสารนะคะ

00:19:08.496 --> 00:19:14.908
เกี่ยวกับการส่งข้อมูลต่าง ๆ นะคะ และ Monitoring ก็คือการเฝ้าดูนะคะ

00:19:14.908 --> 00:19:19.103
กระบวนการทำงานภายในองค์กรของเรานะคะว่า

00:19:19.425 --> 00:19:25.323
ปฏิบัติตามขั้นตอนนะคะ ของหน่วยงานที่ได้วางไว้หรือเปล่านั่นเอง

00:19:25.766 --> 00:19:30.789
อันนี้ก็จะครบทั้งหมด 5 อย่างของเรา ถัดมา

00:19:33.530 --> 00:19:41.128
โมเดลถัดมาของเรา ITIM IT Investment Management

00:19:42.619 --> 00:19:49.870
ก็จะเป็นการจัดการ อันนี้ก็จะเป็นเกี่ยวกับตัว Account เหมือนกันนะคะ

00:19:52.127 --> 00:19:57.204
เกี่ยวกับพวกเงิน ๆ ทอง ๆ อยู่เหมือนเดิมนะคะ ก็จะเป็นการจัดการนะคะ

00:19:57.406 --> 00:20:03.517
ไม่ให้เกิด พูดง่าย ๆ เกิดตัวของเสีย ของเสียคืออะไร

00:20:03.799 --> 00:20:12.270
กรณีที่มีการจัดการเกี่ยวกับการใช้ทรัพยากร ใช้อย่างไรให้มันคุ้มค่า

00:20:12.270 --> 00:20:19.460
ใช้อย่างไรไม่ให้เกิดของที่เหลือในการผลิตไม่ให้เกิดของเสีย

00:20:19.460 --> 00:20:24.588
ผลิตมาร้อยชิ้นก็ต้องใช้ได้ 100 ชิ้นนะคะ

00:20:26.885 --> 00:20:35.897
โดยมีการเลือกแล้วก็ไล่ให้ลำดับความสำคัญของตัวเทคโนโลยีสารสนเทศ

00:20:35.897 --> 00:20:38.940
พูดง่าย ๆ คือ ตัวไหน

00:20:39.262 --> 00:20:41.840
สิ่งไหนต้องทำก่อนก็ให้เริ่มทำก่อน

00:20:41.840 --> 00:20:46.637
ทำ Project Project ไหนสำคัญเริ่มก่อน Project  ไหนที่ไม่สำคัญก็เริ่มทีหลัง

00:20:46.919 --> 00:20:52.495
ขั้นตอนไหนที่สามารถรอได้ ขั้นตอนไหนที่ไม่สามารถรอได้ก็ทำตามความสำคัญนะคะ

00:20:52.495 --> 00:20:57.653
เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบหรือว่าตัวผลเสียที่ตามมาที่ส่งผลต่อทรัพยากร

00:20:57.653 --> 00:20:59.841
ที่เราใช้ในองค์กรของเรานั่นเอง

00:21:01.091 --> 00:21:07.046
อันนี้ก็จะเป็นตัวมาตรฐาน ITIM ของเรานะคะ

00:21:11.722 --> 00:21:12.859
ถัดมา

00:21:16.124 --> 00:21:23.543
เราก็จะมาดู ITIM นะคะ ก็จะมีทั้งหมด 5 stages ของเรา

00:21:25.075 --> 00:21:27.143
Stage ที่ 1 นะคะ

00:21:28.674 --> 00:21:31.283
มีการเฝ้าระวังเกี่ยวกับ

00:21:33.782 --> 00:21:38.624
Investment การจัดการเกี่ยวกับเทคนิคนะคะ

00:21:41.808 --> 00:21:48.329
ว่าตัวไหนนะคะ ในการทำงานของเรานี่ ที่จะส่งผลกระทบ

00:21:50.425 --> 00:21:52.027
ต่อตัวอื่น ๆ บ้าง

00:21:53.559 --> 00:21:55.464
ขั้นตอนที่ 2 นะคะ

00:21:57.923 --> 00:22:02.261
ทำการนะคะ Repeatable ก็คือควบคุม

00:22:03.228 --> 00:22:10.304
กรณีที่เราเจอปัญหา เกี่ยวกับปัญหาที่จะสร้าง

00:22:10.586 --> 00:22:16.365
ที่จะเกิดเกี่ยวกับผลกระทบกับ Project นะคะ เราก็จะแก้ปัญหาตัวนั้นนะคะ

00:22:16.808 --> 00:22:19.390
อันที่ 3 พัฒนา

00:22:20.317 --> 00:22:26.854
พัฒนาเกี่ยวกับพวกเครื่องมือต่าง ๆ ที่เข้ามาช่วยแก้ปัญหาของเรา

00:22:28.507 --> 00:22:30.982
Improve ก็คือปรับปรุงนะคะ

00:22:31.385 --> 00:22:34.682
ให้ตัวขั้นตอนการทำงานของเรานี่

00:22:35.488 --> 00:22:39.369
มีรูปแบบที่ดีขึ้น และก็อันที่ 5 ของเรานะคะ

00:22:40.820 --> 00:22:48.323
ก็จะเป็นเกี่ยวกับ Outcome ก็คือตัวผลลัพธ์นะคะ ที่เราได้ออกมานี่

00:22:50.000 --> 00:22:54.906
จะเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ตามที่ตัว Input นี่เข้าไปหรือเปล่านะคะ

00:22:56.196 --> 00:23:03.587
ก็จะเป็นหลัก ๆ ทั้งหมด 5 ขั้นตอน ถัดมา

00:23:05.723 --> 00:23:12.797
ก็จะพูดถึงตัวโมเดลตัวถัดมานะคะ PMBOK

00:23:13.643 --> 00:23:19.138
Project Management Book of Knowledge นะคะ ก็จะเป็นลักษณะของ

00:23:19.420 --> 00:23:25.225
การจัดการนะคะ  Project นะคะ เกี่ยวกับหนังสือที่ให้ความรู้

00:23:25.709 --> 00:23:33.507
ตัวนี้ก็จะเป็นลักษณะเหมือนแหล่งรวบรวมองค์ความรู้

00:23:33.870 --> 00:23:37.178
ที่ใช้ในการจัดการขั้นตอนซึ่ง

00:23:38.266 --> 00:23:43.505
มีคนได้ถูกนำไปใช้ผ่านการทดสอบแล้ว ได้ผลลัพธ์ที่ดี

00:23:45.117 --> 00:23:51.253
มีอ้างอิงของจากบริษัทจากหน่วยงานอื่นที่ได้นำเอาตัวโมเดลตัวนี้

00:23:51.253 --> 00:23:53.694
ไปใช้แล้วเกิดผลลัพธ์ที่ดีนั่นเอง

00:23:58.168 --> 00:24:05.305
มันก็จะเป็นเกี่ยวกับ Project Management นะคะ ก็คือแต่ละองค์กรนะคะ

00:24:05.305 --> 00:24:10.194
ได้มารวมตัวกันนะคะ สร้างเป็นสมาคมขึ้นมานะคะ

00:24:10.637 --> 00:24:16.599
โดยจะมีทั้งหมด 5 Process 9 องค์ความรู้

00:24:19.259 --> 00:24:23.937
ก็จะจัดการเกี่ยวกับพวก Project Management นั่นแหละนะคะ

00:24:23.937 --> 00:24:27.119
ตัว Project Management คืออย่างไรก็คือการควบคุม

00:24:27.884 --> 00:24:31.560
จัดการเกี่ยวกับโครงการ ทำอย่างไรให้ตัวโครงการของเรา

00:24:33.172 --> 00:24:35.086
ทำงานตามระยะเวลาที่กำหนด

00:24:35.086 --> 00:24:39.511
ใช้งบประมาณที่ดี ไม่เปลืองงบประมาณ ไม่เปลืองทรัพยากร

00:24:39.511 --> 00:24:43.879
หรือใช้น้อยกว่าตัวงบประมาณที่ตั้งไว้ก็ได้

00:24:44.403 --> 00:24:49.533
ต้องควบคุมไม่ให้เกิดปัญหา ไม่ให้เกิดการล่าช้านะคะ

00:24:51.790 --> 00:24:53.007
ถัดมา

00:24:56.393 --> 00:25:05.778
อันนี้ก็จะเป็นตัวกราฟนะคะ ที่ให้เห็นเกี่ยวกับการใช้ตัว Framework

00:25:05.778 --> 00:25:08.146
หรือว่าตัวโมเดลขึ้นมานะคะ

00:25:08.912 --> 00:25:13.795
ถ้าเราเอาตัวโมเดลเข้ามานะคะ เป็นตัวแบบอย่างที่เรามี

00:25:13.795 --> 00:25:18.210
หนังสือที่องค์ความรู้นะคะ ที่มันมีแบบแผนมาให้ ว่าเราปฏิบัติตามนี้

00:25:18.210 --> 00:25:24.877
แล้วมันจะส่งผลลัพธ์ที่ดีขึ้นนะคะ ก็จะเห็นว่ามันมีความเพิ่มขึ้นของ

00:25:25.280 --> 00:25:34.036
Maturity ก็คือ ตัวโครงการหรือว่า Project ของเรานี่ ก็จะดำเนินการไปในทิศทางที่ดี

00:25:34.963 --> 00:25:40.082
ไม่ต้องเสียตัวเงินงบประมาณ เสียเงินทรัพยากรนะคะ

00:25:40.082 --> 00:25:43.548
ทำให้ตัวโครงการดำเนินต่อไปนะคะ

00:25:49.594 --> 00:25:50.599
ถัดมา

00:25:51.647 --> 00:25:59.935
โมเดล PMMM นะคะ Project Management Maturity Model นะคะ

00:25:59.935 --> 00:26:05.808
ก็จะเป็นรูปแบบของการจัดการนะคะ แต่เอาตัว Maturity Model นะคะ ด้านหน้านี่

00:26:05.808 --> 00:26:09.828
มารวมกับการจัดการโครงการนะคะ

00:26:11.682 --> 00:26:13.379
เพื่อจะได้เป็นแผน

00:26:14.951 --> 00:26:23.513
ที่มีทั้งตัวเครื่องมือ แล้วก็มีตัวคู่มือการทำงานนะคะ

00:26:24.319 --> 00:26:28.501
เพื่อจะส่งผลให้ตัวโครงการของเรานี่ บรรลุความสำเร็จแล้วก็

00:26:30.557 --> 00:26:34.056
อาจจะเกิดผลกำไรที่มันมากขึ้นนะคะ

00:26:34.580 --> 00:26:36.839
ไม่ต้องเสียตัวทรัพยากร

00:26:38.532 --> 00:26:42.138
พูดง่าย ๆ เหมือนมี Roadmap มีตัว Guideline เข้ามาชี้

00:26:47.055 --> 00:26:49.568
ถัดมา PRINCE2 นะคะ

00:26:50.858 --> 00:26:59.288
PRINCE2 ก็จะเป็นตัวโมเดลที่จัดการเกี่ยวกับตัวสารสนเทศนะคะ

00:27:00.000 --> 00:27:01.835
ในประเทศนะคะ

00:27:02.480 --> 00:27:05.965
อันนี้ก็จะเป็นลักษณะของอเมริกานะคะ

00:27:06.449 --> 00:27:08.789
คนเขียนนะคะ ก็คือหน่วยงานของ

00:27:08.789 --> 00:27:12.844
Central Computer and Telecommunications Agency หรือ CCTA

00:27:13.973 --> 00:27:18.143
หรือ Office of Governance Commerce นะคะ อันนี้ก็จะเป็นลักษณะ

00:27:18.143 --> 00:27:21.790
เหมือนของ NECTEC ที่เราจะไปดูงานนะคะ

00:27:22.274 --> 00:27:25.934
ก็จะเป็นหน่วยงานเดียวกันที่ดูแลเกี่ยวกับพวก

00:27:28.352 --> 00:27:30.344
สารสนเทศนะคะ

00:27:32.037 --> 00:27:37.986
มีการพัฒนา มีการวิจัยนะคะ เพื่อให้เกิดตัวเครื่องมือใหม่ ๆ

00:27:40.767 --> 00:27:45.288
เพื่อจะนำไปประยุกต์ใช้กับหน่วยงานกับองค์กรอื่น ๆ ได้นะคะ

00:27:46.014 --> 00:27:51.037
จัดการเกี่ยวกับพวกอุปกรณ์สารสนเทศแล้วก็รูปแบบของการสื่อสารนั่นเอง

00:27:58.673 --> 00:28:14.831
อันนี้ เป็นการนะคะ ดูความสามารถของการจัดการดูแลนะคะ ของตัวโมเดล

00:28:16.299 --> 00:28:21.945
โดยมหาวิทยาลัยนะคะ Carnegie Melon นี่ก็สร้างขึ้นนะคะ

00:28:22.711 --> 00:28:26.299
อาจจะมีลักษณะเกี่ยวกับพัฒนา

00:28:27.629 --> 00:28:29.237
system &amp; software

00:28:30.325 --> 00:28:32.028
พัฒนาขึ้นมาว่า

00:28:33.157 --> 00:28:38.243
โครงการนี้ ซอฟต์แวร์ตัวนี้นี่ ช่วยไป Support การทำงานนะคะ

00:28:38.243 --> 00:28:41.818
ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานที่ดีขึ้นนะคะ

00:28:41.818 --> 00:28:45.489
ลดการทำงานของบุคลากรลดลง

00:28:45.489 --> 00:28:48.744
ช่วยทำให้ระยะเวลาในการทำงานที่สั้นลง

00:28:48.744 --> 00:28:52.168
รวมถึงไม่สูญเสียทรัพยากรไป

00:28:52.168 --> 00:28:55.941
ก็จะเป็นรูปแบบการคิดค้นแล้วก็พัฒนามา

00:28:59.690 --> 00:29:05.358
ถัดมา โมเดล  ISO 9001

00:29:11.646 --> 00:29:17.657
ผู้เขียนก็จะเป็นบริษัท Motorola และ GE นะคะ

00:29:17.657 --> 00:29:21.800
ที่ทำงานร่วมกัน ก็คือพัฒนาตัวมาตรฐาน พูดง่าย ๆ คือ

00:29:21.800 --> 00:29:27.538
เขานำมาใช้ก่อนแล้วก็พัฒนาจนถูกเรียกว่าตัว ISO 9001 นะคะ

00:29:28.264 --> 00:29:33.901
ก็จะเป็นรูปแบบของการจัดการเกี่ยวกับนโยบายการทำงานไปในองค์กรของเรา

00:29:35.836 --> 00:29:39.488
เกี่ยวกับลักษณะของความปลอดภัยแล้วก็คุณภาพ

00:29:47.791 --> 00:29:58.523
ถัดมามาดู 8 คุณสมบัติเบื้องต้นของตัวมาตรฐาน ISO 9001-2000 นะคะ

00:29:59.487 --> 00:30:03.640
เริ่มต้นจากลูกค้า

00:30:06.099 --> 00:30:10.339
แน่นอน เราก็อยากใช้ตัวโมเดลนะคะ เพื่อ

00:30:11.105 --> 00:30:18.687
ผลลัพธ์ที่ดีต่อองค์กร แล้วมีผลลัพธ์ที่ดีต่อผู้ใช้บริการของเรานั่นเอง ก็คือ Customer

00:30:18.687 --> 00:30:23.372
ถูกไหมคะ ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้บริการหรือว่าผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ

00:30:24.017 --> 00:30:37.956
Leadership เป็นผู้นำนะคะ บุคลากรนะคะ กระบวนการ ระบบภายใน

00:30:39.810 --> 00:30:47.221
มีการพัฒนานะคะ มีการตัดสินใจที่อยู่ในฐานความจริงก็คือ

00:30:47.947 --> 00:30:55.481
ณ ตอนนั้นนะคะ เรามีข้อมูล ณ ปัจจุบัน เพื่อจะได้ตัดสินใจได้ ไม่ว่าจะเป็น

00:30:55.481 --> 00:31:00.190
การพัฒนาโครงการ เพิ่มลดบุคลากรต่าง ๆ

00:31:01.641 --> 00:31:07.571
และก็สามารถที่จะจัดการเกี่ยวกับ Supplier ก็คือ

00:31:08.055 --> 00:31:13.139
บริษัทหรือว่าหน่วยงานองค์กรที่เราไปติดต่อด้วยนั่นเองนะคะ

00:31:20.918 --> 00:31:25.106
ถัดมาเราจะมา โมเดล Six sigma

00:31:27.807 --> 00:31:33.717
ก็จะเป็น Motorola นะคะ แล้วก็ GE

00:31:33.717 --> 00:31:37.909
ที่ได้คิดแล้วก็พัฒนาขึ้นมา

00:31:39.199 --> 00:31:47.352
ตัวนี้นะคะ นำมาใช้เพื่อลดปัญหาการทำงานนะคะ

00:31:48.360 --> 00:31:57.571
แล้วก็ไม่เกิดพวกของเสีย หรือว่าไลน์ผลิตที่ผลิตของเสีย หรือว่าการปฏิบัติ

00:31:57.571 --> 00:32:04.598
อาจจะผลิตซอฟต์แวร์ที่ไม่ถูกต้องนะคะ ลดปัญหาพวกของเสียเหล่านี้ออกไป

00:32:04.598 --> 00:32:09.379
ก็แน่นอนก็จะทำให้ตัวกระบวนการการทำงานนี่ ดียิ่งขึ้นนั่นเอง

00:32:15.103 --> 00:32:21.415
ถัดมาโมเดล ISO 17799 แล้วก็

00:32:21.818 --> 00:32:25.335
ISO 27001 อันนี้ก็จะพูดไปแล้ว

00:32:25.617 --> 00:32:30.544
ในสัปดาห์ต้น ๆ นะคะ เกี่ยวกับพวก IT Security นะคะ

00:32:31.108 --> 00:32:35.092
ว่าตัวความปลอดภัยในเทคโนโลยีสารสนเทศนี่

00:32:35.092 --> 00:32:38.407
ต้องจัดการแล้วก็ดูแลอย่างไรนะคะ

00:32:38.810 --> 00:32:44.650
เวลาบุคลากรนะคะ ภายในองค์กรมีข้อมูลนะคะ

00:32:44.650 --> 00:32:49.874
บุคคลภายนอกนี่สามารถที่จะเข้ามาดูข้อมูลของเราภายในองค์กรได้หรือไม่

00:32:49.874 --> 00:32:55.136
หรือกรณีที่เรานำข้อมูลออกไป มีวิธีป้องกันอย่างไรนะคะ

00:32:55.136 --> 00:32:57.887
เพื่อความปลอดภัยเกี่ยวกับข้อมูลนี่ก็สำคัญ

00:32:58.330 --> 00:33:03.246
หรือในกรณีที่นักศึกษาใช้เครือข่ายนะคะ ของมหาวิทยาลัยนี่

00:33:04.190 --> 00:33:06.781
กรณีอาจจะมีการใช้เกี่ยวกับ

00:33:08.555 --> 00:33:09.897
ธุรกรรมออนไลน์

00:33:10.381 --> 00:33:14.611
เราจะป้องกันอย่างไรไม่ให้

00:33:15.901 --> 00:33:21.933
Username Password ของเรานี่ ถูกขโมย หรือว่ามีการดูดข้อมูลนะคะ

00:33:21.933 --> 00:33:24.240
ที่เป็นส่วนตัวของเราไปนะคะ

00:33:24.240 --> 00:33:27.781
ตัวนี้ก็จะเป็นตัวโมเดลที่เข้ามาช่วยกำกับแล้วก็ดูแล

00:33:31.409 --> 00:33:40.069
ตัวมาตรฐาน 17799 นะคะ ก็จะใช้ตัว PDCA model นะคะ

00:33:40.069 --> 00:33:43.543
Plan Do Check Act นะคะ ก็คือมีการวางแผน

00:33:43.946 --> 00:33:50.758
ลงมือปฏิบัตินะคะ ดูการทำงาน แล้วก็ปรับปรุงพัฒนาให้ดีขึ้นนั่นเองนะคะ

00:33:50.758 --> 00:33:54.675
ก็จะเป็นกระบวนการของตัวมาตรฐานแล้วก็เป็นการทำงานของ

00:33:54.675 --> 00:33:58.895
โครงการหรือว่ากระบวนการ ทุกอย่างทั่ว ๆ ไปนะคะ

00:33:58.895 --> 00:34:01.734
โดยจะมีทั้งหมดนะคะ

00:34:03.306 --> 00:34:08.163
11 security policy ก็คือจะมีหลัก ๆ นะคะ

00:34:08.163 --> 00:34:12.679
11 หัวข้อที่สำคัญเกี่ยวกับตัว security นะคะว่า

00:34:12.679 --> 00:34:17.249
วิธีการป้องกันเกี่ยวกับความปลอดภัยทางเทคโนโลยีสารสนเทศนี่ มันมีอะไรบ้าง

00:34:17.732 --> 00:34:21.897
เดี๋ยวสัปดาห์ถัด ๆ ไปเราจะมาดูกัน เจาะลึกนะคะ

00:34:21.897 --> 00:34:27.763
แต่ละหัวข้อ แล้วก็ให้นักศึกษานี่ลองไปหาข้อมูลนะคะ

00:34:27.763 --> 00:34:31.730
เดี๋ยวบางทีนี่จะให้ไปหาตามหน่วยงานนะคะ เพื่อจะได้เข้าใจมากขึ้น

00:34:31.730 --> 00:34:37.720
เกี่ยวกับตัวมาตรฐาน ว่าเขามีวิธีการป้องกันแล้วก็มีขั้นตอนอย่างไรนั่นเองนะคะ

00:34:41.025 --> 00:34:49.523
ถัดมา ISO 20000 นะคะ ตัวนี้ก็จะเป็นเกี่ยวกับ IT Service Management นะคะ

00:34:50.692 --> 00:34:57.063
10 ข้อ กรณีเราให้บริการเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ

00:34:57.869 --> 00:35:01.260
มันจะต้องมีการให้บริการอย่างไรบ้างตามหัวข้อไหน

00:35:01.260 --> 00:35:05.118
ที่จะถือว่าเป็นการให้บริการที่ดี

00:35:06.126 --> 00:35:15.090
ให้บริการแล้ว ลูกค้าเกิดความพึงพอใจ ให้บริการในระยะเวลาที่ลูกค้าพอใจ

00:35:15.090 --> 00:35:16.683
ไม่ช้าเกินไป

00:35:18.577 --> 00:35:20.951
ทำแล้วตอบโจทย์ลูกค้า

00:35:21.999 --> 00:35:28.388
ไม่มีการบ่นนะคะ กรณีที่ให้บริการไปแล้วนะคะ

00:35:28.388 --> 00:35:32.016
พูดง่าย ๆ คือ ทำอย่างไรให้ลูกค้าพอใจมากที่สุดนั่นเองนะคะ

00:35:32.822 --> 00:35:37.956
โดยนะคะ ก็จะมีหน่วยงานนะคะ IT Service Forum นะคะ

00:35:37.956 --> 00:35:42.511
ที่เป็นผู้สร้างตัวมาตรฐานตัวนี้ขึ้นมานั่นเอง

00:35:48.920 --> 00:35:54.552
โดย Key หลัก ๆ นะคะหรือหัวข้อหลัก ๆ ก็จะมีอะไรบ้าง

00:35:55.439 --> 00:35:59.530
อันที่ 1 อย่างที่บอกไปเราให้บริการทางเทคโนโลยีสารสนเทศนี่

00:35:59.772 --> 00:36:03.710
มันต้องมีอะไรบ้าง อันที่ 1 Service Level Management

00:36:05.000 --> 00:36:10.015
ในการจัดการนะคะ การให้บริการ

00:36:11.829 --> 00:36:16.715
ต้องมีระดับ ระดับไหน ระดับ 1 ระดับ 2 ระดับ 3

00:36:18.287 --> 00:36:27.297
งานที่เรารับมานี้มีปัญหาเป็นทั่วไปไหม หรือว่าต้องเร่ง เร่งรีบ เร่งพัฒนา เร่งทำ

00:36:27.821 --> 00:36:35.609
หรือว่าเร่งมากที่สุดมันก็ต้องมี Priority นะคะตามความสำคัญ

00:36:36.617 --> 00:36:39.892
ถัดมา Service Delivery

00:36:40.335 --> 00:36:46.018
กรณีที่ต้องไปให้บริการนะคะ เราต้องให้บริการอย่างไร

00:36:46.985 --> 00:36:52.116
รวดเร็วทันใจ พร้อมใช้งานหรือเปล่านะคะ

00:36:54.655 --> 00:37:00.344
ความสำคัญกับตัว Supplier กรณีไปจ้าง Supplier ข้างนอกมานะคะ

00:37:00.828 --> 00:37:04.237
เราต้องสร้างความสัมพันธ์ที่ดีนะคะ

00:37:07.260 --> 00:37:10.905
การจัดการเกี่ยวกับปัญหา

00:37:11.147 --> 00:37:13.144
เวลามีปัญหาขึ้นมา

00:37:14.353 --> 00:37:20.492
ในตัวระบบของเรา เรามีวิธีแก้ปัญหาอย่างไร

00:37:20.492 --> 00:37:24.616
วิธีที่ 1 วิธีที่ 2 วิธีที่ 3 วิธีที่ไหนที่ดีที่สุด

00:37:24.616 --> 00:37:27.519
วิธีที่ไหนที่ประหยัดสุด วิธีที่ไหนที่รวดเร็วที่สุด

00:37:27.519 --> 00:37:30.512
อันนี้ก็จะแล้วแต่กรณีไปนะคะ

00:37:30.512 --> 00:37:36.036
ตามหน้างานว่าเราต้องใช้วิธีไหนที่มันจะเหมาะสมที่สุดนั่นเอง

00:37:38.253 --> 00:37:44.403
แล้วก็สุดท้าย Control &amp; release ก็คือมีการปรับก็คือพัฒนา

00:37:46.338 --> 00:37:50.506
ความคิดไหม ปรับแก้ใหม่หรือเปล่า หรือไม่ต้องปรับแก้

00:37:52.562 --> 00:37:56.254
ก็จะได้เพื่อตัวงานได้ถูก

00:37:57.987 --> 00:38:03.569
ปรับแก้ตามที่ลูกค้า หรือผู้ใช้บริการร้องขอนั่นเองนะคะ

00:38:07.680 --> 00:38:09.111
ถัดมา

00:38:11.288 --> 00:38:16.941
ไอทิล หรือว่า ITIL ของเรานะคะ อันนี้ก็พูดไปแล้วนะ เป็นของ

00:38:17.344 --> 00:38:23.322
CCTA ให้บริการนะคะ เกี่ยวกับ IT Service Management นะคะ

00:38:23.886 --> 00:38:26.870
เกี่ยวกับการให้บริการก็จะมี 10 ขั้นตอน

00:38:27.837 --> 00:38:31.459
มีพูดไปแล้วเดี๋ยวเราค่อยกลับไปดูตัว ตัวเดิมนะคะ

00:38:32.185 --> 00:38:37.725
ที่พูดถึงรายละเอียดไว้ ถัดมา

00:38:41.796 --> 00:38:43.873
P-CMM

00:38:45.324 --> 00:38:47.374
ก็จะเป็นลักษณะของ

00:38:48.664 --> 00:38:53.100
เอาไปใช้กับบุคลากรของเรานะคะ

00:38:53.503 --> 00:38:57.599
Advancing people &amp; competencies นะคะ

00:38:59.695 --> 00:39:03.848
เป็นมหาวิทยาลัยนะคะ เกี่ยวกับการพัฒนาซอฟต์แวร์นะคะ

00:39:04.211 --> 00:39:09.389
เพื่อเอามาใช้นะคะ เกี่ยวกับหน่วยงาน เกี่ยวกับองค์กรของเรา

00:39:09.389 --> 00:39:14.857
เพื่อให้การทำงานขององค์กรของเรานี่ดียิ่งขึ้นนั่นเอง

00:39:18.726 --> 00:39:22.592
เราก็จะฟังเกี่ยวกับตัวโมเดลไปด้วยนะคะว่า

00:39:22.592 --> 00:39:28.149
มันมีโมเดลไหน ก็จะมีบางโมเดลที่อาจจะยังไม่ได้เรียนรายละเอียดเจาะลึกนะคะ

00:39:28.149 --> 00:39:33.951
ก็จะได้รู้ว่ามีโมเดลในสากลของเรานี่

00:39:33.951 --> 00:39:38.701
เขาได้หยิบยกตัวมาตรฐานตัวไหนมาใช้กันบ้างนั่นเองนะคะ

00:39:39.360 --> 00:39:43.291
ถัดมาตัว Balance Scored Card นะคะ

00:39:44.178 --> 00:39:46.425
พูดง่าย ๆ ก็คือจะมาวัดความสำเร็จ

00:39:48.077 --> 00:39:53.679
ของการทำงานขององค์กรของเราว่าเราทำงานไปแบบนี้นะคะ

00:39:53.961 --> 00:39:57.566
หน่วยงานของเรา จะได้ผลกำไรแบบนี้ไหม

00:39:57.969 --> 00:40:00.859
หรือเราทำงานทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ

00:40:01.181 --> 00:40:04.439
ผลสัมฤทธิ์หรือว่าผลลัพธ์ของเรานี่เกิดผลสำเร็จ

00:40:05.044 --> 00:40:11.619
มันก็จะมีตัวเครื่องมือ ก็คือตัว Balance Scored Card นี่มาจับแล้วก็มาวัดนั่นเองนะคะ

00:40:12.748 --> 00:40:20.117
อันนี้ก็จะเป็นหน่วยงานที่พัฒนาตัวมาตรฐานของเราขึ้นมา Kaplan &amp; Norton นะคะ

00:40:24.027 --> 00:40:25.435
ถัดมา

00:40:26.402 --> 00:40:32.223
มาตรฐานเราเยอะมาก คราวนี้เราจะมาดูนะคะ เกี่ยวกับ

00:40:37.479 --> 00:40:41.039
Outsourcing กับตัว Vendor

00:40:42.732 --> 00:40:49.208
ที่เราไปจ้างหน่วยงานข้างนอกมาช่วยบริหารจัดการนะคะ

00:40:49.208 --> 00:40:51.983
ก็จะมีตัวมาตรฐานตัวนี้ขึ้นมา

00:40:53.394 --> 00:40:59.499
OPBOK Book of Knowledge ของเราตัวนี้

00:41:03.973 --> 00:41:11.198
เขาจะมีวิธีการ ว่าทำอย่างไรที่จะจัดการดูแล กรณีที่เราจ้างวาน

00:41:11.440 --> 00:41:14.942
อาจจะเป็น Vendor หรือว่า Outsource พูดง่าย ๆ คือบริษัทข้างนอก

00:41:14.942 --> 00:41:20.869
เราอาจจะจ้างบริษัท Call Center มาให้บริการนะคะเกี่ยวกับ

00:41:21.232 --> 00:41:28.351
การรับบริการของลูกค้า หรือเราจ้างบริษัทข้างนอกมาดูแลเกี่ยวกับตัวระบบสารสนเทศ

00:41:28.351 --> 00:41:32.361
กรณีที่เราไม่มีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะ

00:41:33.127 --> 00:41:36.523
อันนี้ก็สามารถทำได้ แล้วเราจะทำอย่างไรให้

00:41:37.128 --> 00:41:42.708
หน่วยงานหรือว่าองค์กรที่เราประสานงานอยู่นี่ เกิดความมั่นใจแล้วเชื่อใจ

00:41:42.708 --> 00:41:49.769
แล้วก็ทำงานด้วยกัน แล้วส่งผลให้ตัวหน่วยงานของเรานี่ ทำงานได้อย่างราบรื่น

00:41:49.769 --> 00:41:51.996
ไม่มีปัญหานะคะ

00:41:55.986 --> 00:42:06.335
กรณีนะคะที่ มีใบรองรับหรือว่าใบ Certificate นะคะ รองรับเกี่ยวกับตัว

00:42:07.181 --> 00:42:13.905
จัดการเกี่ยวกับตัว Outsourcing นะคะ หรือว่าหน่วยงานภายนอกของเรานะคะ

00:42:13.905 --> 00:42:17.321
ก็จะเป็น COP นะคะ

00:42:18.490 --> 00:42:27.517
พูดง่าย ๆ ว่าหน่วยงานนี้ได้รับการรับรองนะคะ เราก็จะได้เชื่อใจได้ว่าเขามีกระบวนการ

00:42:27.517 --> 00:42:30.889
ดูแลจัดการภายในองค์กรของเขานี่เป็นอย่างดีนั่นเอง

00:42:37.096 --> 00:42:43.186
ถัดมานะคะ ก็จะเป็นเกี่ยวกับ Outsource กับ Vendor เหมือนเดิมนะคะ แต่ว่า

00:42:43.186 --> 00:42:47.842
ตอนนี้ก็จะเป็นตัว eSCM นะคะ อีกตัว

00:42:47.842 --> 00:42:51.172
Framework หรือว่าตัวโมเดลหนึ่งนะคะ

00:42:52.784 --> 00:42:56.434
ซึ่งตัว eSCM นี่ก็จะแบ่งเป็น 2 อัน

00:42:59.014 --> 00:43:04.683
เป็นการให้บริการ service provider กับ CL ก็คือ customer นะคะ

00:43:04.683 --> 00:43:10.055
แบ่งเป็น 2 ส่วนในกรณีที่ให้บริการ แล้วก็ให้บริการลูกค้านะคะ

00:43:10.055 --> 00:43:14.729
ว่าเขาจะมีกระบวนการขั้นตอนอย่างไรนะคะ

00:43:14.729 --> 00:43:18.585
ที่ปฏิบัติแล้วเกิดผลลัพธ์ที่ดี

00:43:22.011 --> 00:43:26.346
โดยนะคะ เขาก็จะมีลักษณะเป็น

00:43:27.716 --> 00:43:35.969
คู่มือนะคะ เกี่ยวกับองค์ความรู้ที่จะให้บริการนะคะ การทำงานตรงนี้

00:43:36.453 --> 00:43:42.172
นะคะว่ามีรูปแบบ หรือว่าข้อกำหนดตรงไหนที่เราต้องปฏิบัติ

00:43:47.976 --> 00:43:55.818
อย่างตัวนี้นะคะ ก็จะมีหน่วยงานนะคะ ที่ดูแลเกี่ยวกับตัว Outsource นั่นเอง

00:43:56.987 --> 00:43:59.692
IAOP ของเรานะคะ

00:43:59.692 --> 00:44:05.038
International Association of Outsourcing Professionals

00:44:05.038 --> 00:44:09.130
ก็คือดูแลเกี่ยวกับหน่วยงานที่เราติดต่อ

00:44:09.614 --> 00:44:12.918
หน่วยงานที่เราประสานงานด้วยนั่นเอง

00:44:19.690 --> 00:44:28.311
ถัดมาจะเป็นโมเดลนะคะ เกี่ยวกับการมองนะคะ

00:44:28.311 --> 00:44:33.303
จากเสียงตอบรับของลูกค้าก็คือ

00:44:34.069 --> 00:44:37.770
เราจะมองจากผู้ใช้บริการนะคะ

00:44:38.697 --> 00:44:41.720
ว่าลูกค้ามีความต้องการอย่างไร

00:44:42.446 --> 00:44:48.694
ความต้องการของลูกค้าจะเป็นหลักนะคะ ว่า

00:44:50.000 --> 00:44:56.604
เสียงตอบรับ ตอบกลับ การให้บริการหรือว่าความต้องการที่ลูกค้าอยากได้

00:44:56.604 --> 00:45:01.531
จากการให้บริการของเรา หรืออยากได้จากผลิตภัณฑ์ของเรานั่นเองนะคะ

00:45:02.095 --> 00:45:04.477
ก็จะเป็นโมเดล VOC

00:45:12.095 --> 00:45:14.561
คราวนี้เราจะมาดูเกี่ยวกับกฎหมาย

00:45:18.390 --> 00:45:26.239
กันบ้างนะคะ ก็จะใช้เกี่ยวกับพวกผู้บริหารเป็นผู้บริหารระดับสูง

00:45:26.239 --> 00:45:31.104
มององค์ภาพรวมขององค์กรแล้ว ว่าเวลาเขาทำงานนี่

00:45:32.112 --> 00:45:34.909
องค์กรของเรานี่ก็ต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย

00:45:34.909 --> 00:45:41.153
กระบวนการการทำงาน ขั้นตอนของแต่ละบุคคลก็ต้องภายใต้กฎหมายเช่นเดียวกันนะคะ

00:45:41.153 --> 00:45:43.708
เขาก็จะเอาตัวมาตรฐานตัวนี้

00:45:44.877 --> 00:45:51.349
มาจับเช่นเดียวกันนะคะ หรือที่เรียกว่า SOX

00:45:53.808 --> 00:45:56.516
อันนี้เป็นเกี่ยวกับกฎหมายนะคะ

00:45:57.403 --> 00:46:02.508
ผู้เขียนก็จะเป็นฝั่งอเมริกานะคะ

00:46:02.508 --> 00:46:05.480
ที่จัดตั้งตัวมาตรฐานตัวนี้นะคะ

00:46:05.843 --> 00:46:08.109
เกี่ยวกับกฎหมายขึ้นมา

00:46:11.696 --> 00:46:13.671
อันนี้ขอข้ามแล้วกัน

00:46:23.737 --> 00:46:32.612
จะจบแล้ว อีกโมเดลถัดมาที่เกี่ยวกับกฎหมาย ก็จะมี AS8000

00:46:32.612 --> 00:46:36.626
แล้วก็ AS8015 นะคะ

00:46:36.626 --> 00:46:41.751
อันนี้จะเป็นของประเทศออสเตรเลียที่ทำการพัฒนาขึ้นมานะคะ

00:46:41.751 --> 00:46:43.517
ก็จะไปดูเกี่ยวกับตัว

00:46:47.144 --> 00:46:52.540
Governance ก็คือของรัฐบาลทั้งหมดและก็อีกตัวหนึ่งนะคะ

00:46:52.540 --> 00:47:00.531
ก็จะเป็นเกี่ยวกับ ICT หรือว่าตัวสารสนเทศของเรานะคะ ก็จะแบ่งเป็น 2 ตัวนะคะ

00:47:00.531 --> 00:47:06.073
เข้ามาจัดการดูแลเกี่ยวกับกระบวนการทำงานเทคโนโลยีสารสนเทศ

00:47:06.073 --> 00:47:12.833
หรือว่ากระบวนการทำงานทั้งหมดของรัฐบาลว่าอยู่ภายใต้ตัวกฎหมายหรือไม่นั่นเองนะคะ

00:47:17.952 --> 00:47:22.643
ถัดมา ก็จะเป็นโมเดล

00:47:25.142 --> 00:47:30.299
FDA น่าจะ นักศึกษาน่าจะเคยคุ้น ๆ หรือเปล่า FDA นี่น่าจะเคยคุ้น

00:47:31.992 --> 00:47:37.941
ก็จะเป็นลักษณะเกี่ยวกับอุตสาหกรรม ว่าอุตสาหกรรมตัวไหนที่เรา

00:47:37.941 --> 00:47:40.847
จะนำตัวมาตรฐานมาใช้บ้าง

00:47:40.847 --> 00:47:45.580
เป็นอุตสาหกรรมเกี่ยวกับของบริโภคของอุปโภคหรือเปล่า

00:47:45.580 --> 00:47:52.698
หรือว่าการให้บริการ เราก็ต้องมาดูอีกว่าถ้าเป็นของอุปโภค กินได้ไหมนะคะ

00:47:53.182 --> 00:47:58.348
มีมาตรฐานสิ่งแวดล้อม มาตรฐานความสะอาดอะไรเกี่ยวกับยาหรือเปล่า

00:47:59.718 --> 00:48:06.348
มันก็จะมีมาตรฐานต่าง ๆ มารองรับนะคะ แล้วก็อยู่ภายใต้ตัวกฎหมายที่เกณฑ์กำหนด

00:48:06.348 --> 00:48:10.757
ผลิตออกมาแล้วไม่เป็นมลพิษกับสิ่งแวดล้อม

00:48:11.644 --> 00:48:14.841
ผลิตฮาร์ดดิสก์ขึ้นมา อุปกรณ์คอมพิวเตอร์

00:48:15.808 --> 00:48:19.997
ไม่ส่งของเสียภายในอากาศ

00:48:19.997 --> 00:48:23.117
หรือไม่ส่งของเสียลงไปในแม่น้ำ

00:48:24.286 --> 00:48:31.100
มันก็จะมีตัวมาตรฐานต่าง ๆ มารองรับนั่นเองนะคะ ตามกฎหมาย

00:48:35.654 --> 00:48:40.763
นี่ก็จะเป็นตัวเว็บไซต์ที่สามารถเข้าไปดูนะคะ

00:48:40.763 --> 00:48:43.951
เกี่ยวกับตัวมาตรฐานต่าง ๆ ที่ได้กล่าวเข้ามา

00:48:46.571 --> 00:48:50.242
ซึ่งก็จะเป็นมาตรฐานที่อาจารย์ยกตัวอย่าง ก็จะมีมาตรฐานหลายตัวเลย

00:48:50.242 --> 00:48:56.953
ที่เราไม่ได้เรียน ซึ่งก็ยกมาเพื่อจะได้รู้จักหรือคุ้นชื่อกันบ้างนะคะ

00:48:56.953 --> 00:49:00.249
เผื่อต่อไปอาจจะได้ใช้งานนะคะ

00:49:02.224 --> 00:49:03.944
คราวนี้นะคะ

00:49:05.113 --> 00:49:10.816
เราก็จะทราบตัวมาตรฐานไปแล้ว สำหรับสัปดาห์หน้านะคะ

00:49:14.081 --> 00:49:15.462
สัปดาห์หน้า ๆ

00:49:15.582 --> 00:49:25.562
เพราะสัปดาห์หน้าก็จะหยุด อาจารย์จะไปดูงานนะ ก็ข้ามไปอีก 1 สัปดาห์นะคะ

00:49:29.149 --> 00:49:34.555
กำลังคิดว่าเดี๋ยวจะให้ทำตัวมาตรฐานนะคะ เดี๋ยวอาจจะเป็นแบ่งเป็นกลุ่ม

00:49:34.837 --> 00:49:39.053
เพื่อเราจะได้เข้าใจ เห็นอาจารย์พูดมาหลายสัปดาห์เหลือเกิน

00:49:39.053 --> 00:49:45.549
พูดไปอาจจะไม่ค่อยเข้าใจ มันเป็นเหมือนหลักทฤษฎีนะ ถ้าเราไม่ได้ลงมือปฏิบัติเองนี่

00:49:45.549 --> 00:49:51.573
เราจะไม่รู้ว่า กระบวนการขั้นตอนการทำงานจริง ๆ อย่างไร

00:49:51.573 --> 00:49:56.733
เนื่องจากเราเรียนเกี่ยวกับสารสนเทศนะ เดี๋ยวอาจารย์จะให้เลือกเป็นมาตรฐาน

00:49:56.733 --> 00:50:01.032
ที่เกี่ยวกับสารสนเทศซึ่งน่าจะเข้าใจง่ายที่สุดนะคะ

00:50:01.556 --> 00:50:07.439
แล้วก็จะได้รู้ขั้นตอนน่ะ เดี๋ยวเราจะเอาตัวอย่างมาให้ดูกรณีศึกษารวมถึง

00:50:07.439 --> 00:50:11.959
กรณีที่เราต้องลงมือทำเองนี่ เราจะทำอย่างไรนะคะ

00:50:11.959 --> 00:50:17.369
สำหรับถ้าได้ลงไปขอข้อมูลจริง

00:50:17.369 --> 00:50:21.976
ตามหน่วยงานเดี๋ยวอาจารย์ขอคิดก่อนว่าเราจะได้ลงไปจริง ๆ ไหมนะคะ เพราะว่าเรามี

00:50:22.500 --> 00:50:28.249
หลายหมู่เรียนนะ แล้วก็อาจจะมีวิธีไหนนะคะ

00:50:28.733 --> 00:50:31.983
เดี๋ยวสัปดาห์ถัด ๆ ไปเดี๋ยวอาจารย์ก็จะเอาตัวอย่างมาให้ดู

00:50:31.983 --> 00:50:38.550
รวมถึงกระบวนการเขียนนะคะ แล้วก็การปฏิบัตินะคะ

00:50:38.550 --> 00:50:42.921
เกี่ยวกับการเช็กตัวมาตรฐานต่าง ๆ นี่เขามีเบื้องต้นอย่างไรนะคะ

00:50:42.921 --> 00:50:46.188
ที่จริงมันก็จะมีขั้นตอนที่ค่อนข้างเยอะ แต่ว่าเอามาบางส่วน

00:50:46.188 --> 00:50:50.028
แค่บางส่วนก็เยอะแล้วนะ เดี๋ยวเราจะมาดูกันนะคะ

00:50:50.028 --> 00:50:55.332
วันนี้เราก็จะรู้ถึงตัวมาตรฐานที่ค่อนข้างเยอะมากเลยนะคะ

00:50:55.332 --> 00:51:01.448
บางตัวอาจารย์ก็อาจจะไม่ได้ลงรายละเอียดรวมถึงก็อาจจะ ได้ใช้นะคะ

00:51:01.448 --> 00:51:06.539
กับทุก ๆ หน่วยงานนะคะ เพราะแต่ละหน่วยงานก็สามารถที่จะหยิบยกมาตรฐาน

00:51:06.539 --> 00:51:12.516
ที่มันเหมาะสม ตามมาตรฐานขององค์กร รวมถึงขนาดขององค์กรด้วยนั่นเองนะคะ

00:51:15.660 --> 00:51:22.225
วันนี้ก็จะมีคำถามท้ายบทนะคะ ทั้งหมด 2 ข้อ ก็จะมีข้อจำกัดกรณีที่เรา

00:51:22.830 --> 00:51:27.696
จะเอามาใช้ ว่าโมเดลนี้มันจะเหมาะกับหน่วยงานกับองค์กรของเราหรือเปล่า

00:51:27.696 --> 00:51:32.727
มีข้อจำกัดอะไรบ้าง แล้วก็มีโมเดลตัวไหนที่เราสนใจ

00:51:33.735 --> 00:51:35.886
ที่เราสนใจว่าเออ

00:51:36.208 --> 00:51:39.485
ตัวนี้เราเอาไปใช้กับอะไรได้บ้างนั่นเองนะคะ

00:51:41.379 --> 00:51:45.135
วันนี้จะค่อนข้างมีศัพท์เยอะมาก

00:51:45.740 --> 00:51:47.716
บางทีอาจารย์ก็ยังแบบโอ้เยอะจริง ๆ

00:51:48.724 --> 00:51:55.395
เหมือนเดิมก็จะมีเอกสารที่เป็นตัวอธิบายตัว PowerPoint ไว้แล้วนะ

00:51:55.395 --> 00:51:59.089
เป็นเอกสารแนบ ก็สามารถกลับไปอ่านได้นะ

00:51:59.089 --> 00:52:02.524
เพราะว่าไอ้ตัวนี้มันก็จะไม่มีคำอธิบายอะไรนะคะในตัวสไลด์

00:52:03.491 --> 00:52:09.408
ตัวไฟล์ pdf นี่เป็น Word นะคะ ก็สามารถที่จะไปอ่านย้อนหลัง

00:52:09.408 --> 00:52:12.124
แล้วจะได้เข้าใจนะคะ ตัวมาตรฐานมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

00:52:14.784 --> 00:52:19.534
วันนี้น่าจะมึน ๆ กันหน่อยนะ ใครมีคำถามอะไรไหมคะ

00:52:20.380 --> 00:52:24.890
เยอะมากเลย ตอนแรกว่าจะสอนไอ้ตัวรวมอันนี้ก่อนก็กลัวจะงง

00:52:24.890 --> 00:52:27.591
ก็เลยเอาไว้ตรงท้ายนะคะ

00:52:28.841 --> 00:52:33.683
เดี๋ยวสัปดาห์ถัดไปเดี๋ยวเราจะมาลองดูของจริงกันและ เราจะได้เข้าใจ

00:52:34.247 --> 00:52:38.095
อันนี้ที่เรียนมาก็จะเหมือนเชิงธุรกิจนิดหนึ่ง แต่ที่จริงมันก

00:52:38.417 --> 00:52:42.670
ธุรกิจมันก็รวมอยู่กับตัวสารสนเทศหรือว่าหน่วยงานของเรา

00:52:42.832 --> 00:52:46.624
รวมถึงการทำงานของเราด้วยนั่นเองนะคะ มันต้องไปด้วยกัน

00:52:46.987 --> 00:52:50.636
ถ้า IT เราไม่ดี

00:52:51.200 --> 00:52:53.715
หน่วยงานเราก็จะไม่ดีไปด้วยนั่นเองนะคะ

00:52:54.239 --> 00:52:57.266
โอเค ใครมีคำถามอะไรเพิ่มเติมไหม

00:52:59.120 --> 00:53:04.621
สำหรับเรื่องสรุปท้ายบทนะ เดี๋ยวอาจารย์

00:53:04.984 --> 00:53:09.544
จะขึ้นให้จริง ๆ แล้ว เดี๋ยวจะไม่ลืม ลืมมาหลายสัปดาห์แล้ว

00:53:09.544 --> 00:53:11.896
แต่ตรวจเรียบร้อยแล้วค่ะ เช็กแล้ว

00:53:12.138 --> 00:53:19.605
เดี๋ยวจะมาแจ้งว่าใครที่ยังไม่ได้ทำบทไหน ลืมบทไหนนะ จะได้

00:53:20.935 --> 00:53:23.147
ทำมาเพิ่มเติมได้นะคะ

00:53:28.629 --> 00:53:30.417
มีคำถามอะไรเพิ่มเติมไหมคะ

00:53:31.142 --> 00:53:36.101
ไม่มีนะ โอเค อย่างนั้นก็ขอบคุณพี่ล่ามนะคะ

00:53:37.068 --> 00:53:42.338
ก็เดี๋ยวก็ส่งท้ายบทแล้วก็เจอกันสัปดาห์ถัด ๆ ไปนะคะ

00:53:42.338 --> 00:53:48.276
ใครมีคำถามก็ค่อยมาเพิ่มเติมกับอาจารย์นะคะ อันนี้มันจะเชิงทฤษฎีหน่อยนะคะ

00:53:48.276 --> 00:53:51.528
เดี๋ยวสัปดาห์หน้าเราจะได้ลงมือทำกันอีก โอเคค่ะ

00:53:55.720 --> 00:54:00.296
อาทิตย์… อาทิตย์หน้ายังไม่ให้ค่ะ ก็หยุดเลย ค่ะ

00:54:06.987 --> 00:54:10.957
ลืม เช็กชื่อก่อน เกือบลืม ๆ