1
00:00:00,019 --> 00:00:25,810
[เสียงดนตรี]

2
00:00:28,029 --> 00:00:30,370
(คุณณรงค์ฤทธิ์) สวัสดีครับคุณผู้ชมครับ
พบกับรายการพักคุยครับ

3
00:00:30,394 --> 00:00:32,735
วันนี้พบกับผม ต้น ณรงค์ฤทธิ์ คิดเห็น ครับ

4
00:00:33,015 --> 00:00:36,110
เช่นเคยทุกวันอาทิตย์
ก่อนที่เราจะไปทานมื้อกลางวันกัน

5
00:00:36,295 --> 00:00:37,583
เวลาประมาณ 11.00 น. นะครับ

6
00:00:37,607 --> 00:00:41,530
เจอกันผ่านทางหน้าจอช่อง 10
TPTV โทรทัศน์รัฐสภาครับ

7
00:00:41,554 --> 00:00:45,602
และทางออนไลน์ Fanpage
Facebook วิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา

8
00:00:45,778 --> 00:00:50,353
แล้วก็ช่องทางต่าง ๆ
ถ้าอยากจะไปติดตาม EP ไหนย้อนหลังนะครับ

9
00:00:50,571 --> 00:00:53,112
เข้าไปใน YouTube TPchannel ครับ

10
00:00:53,184 --> 00:00:57,720
คอนเซปต์รายการพักคุย เหมือนเดิม
ตอนนี้ผมนั่งอยู่ที่ลานข้าง ๆ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

11
00:00:57,885 --> 00:00:59,668
บรรยากาศแบบว่าเย็นสบายมากเลยนะครับ

12
00:00:59,885 --> 00:01:03,286
ในพื้นที่ของสถานีวิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา

13
00:01:03,398 --> 00:01:07,306
วันนี้ผมจะพาคุณผู้ชม
มาพูดคุยกับฉายา สว. ท่านหนึ่ง

14
00:01:07,512 --> 00:01:10,571
บอกว่าเป็น สว. 
ที่หลายคนบอกดุหรือเปล่านะ

15
00:01:10,968 --> 00:01:13,477
บู๊ ในสภาบอก สว. ตัวตึง

16
00:01:13,600 --> 00:01:16,615
แล้วตอนที่เข้าสภามาใหม่ ๆ
บอกว่าเป็น สว. พันธุ์ใหม่ด้วย

17
00:01:16,714 --> 00:01:20,058
เป็นใครไม่ได้ครับ
นอกจากอาจารย์ นันทนา นันทวโรภาส ครับ

18
00:01:20,083 --> 00:01:21,839
(คุณณรงค์ฤทธิ์) อาจารย์สวัสดีครับ
(ดร.นันทนา) สวัสดีคุณต้นค่ะ

19
00:01:22,073 --> 00:01:24,861
(คุณณรงค์ฤทธิ์) ครับ อาจารย์
อาจารย์ดุไหม [เสียงหัวเราะ]

20
00:01:24,885 --> 00:01:28,133
(ดร.นันทนา) ดุไหม ก็แล้วแต่บทบาทนะคะ
(คุณณรงค์ฤทธิ์) อย่างไรบ้างครับอาจารย์

21
00:01:28,157 --> 00:01:32,598
(ดร.นันทนา) คือถ้าเผื่อว่า
เป็นบทบาทที่สอนหนังสือ

22
00:01:32,622 --> 00:01:39,197
ก็จะเป็นคนที่บรรยายสนุก นักศึกษาก็จะเฮฮา
มีเสียงหัวเราะกันเป็นระยะ ๆ

23
00:01:39,940 --> 00:01:43,568
ถ้ามาเป็นบทบาทของการที่เป็น สว.

24
00:01:43,746 --> 00:01:48,201
ก็ขึ้นอยู่กับเรื่องที่เรากำลังทำ
แบบเรากำลังอภิปราย

25
00:01:48,225 --> 00:01:54,779
ถ้าเป็นเรื่องที่ซีเรียสจริงจัง
ก็ดุดันตามเนื้อหาของเรื่องที่อภิปราย

26
00:01:54,804 --> 00:01:57,685
(คุณณรงค์ฤทธิ์) ต้องดุดัน
ไม่เกรงใจใคร ใช้คำนี้ได้ไหม

27
00:01:57,890 --> 00:02:03,577
(ดร.นันทนา) เป็นหน้าที่ของเราไงคะ
ในการที่จะผลักดันพันธกิจต่าง ๆ ให้กับประชาชน

28
00:02:03,601 --> 00:02:05,083
เพราะฉะนั้น ตรงนี้ก็ต้องจริงจัง

29
00:02:05,387 --> 00:02:08,376
แล้วก็หลายเรื่องที่อภิปรายไปนี่

30
00:02:08,400 --> 00:02:12,701
ก็ต้องการให้ประชาชนนี่
ได้รับรู้ถึงปัญหาต่าง ๆ นี่

31
00:02:12,725 --> 00:02:14,853
เราก็คงจะต้องจริงจังกับเรื่องนั้นน่ะ

32
00:02:14,897 --> 00:02:16,525
(คุณณรงค์ฤทธิ์) ครับ
ย้อนกลับไปนิดหนึ่งครับอาจารย์

33
00:02:16,549 --> 00:02:19,884
หลายคนจะเห็นภาพอาจารย์
ก่อนจะมาเป็นสมาชิกวุฒิสภานี่นะ

34
00:02:20,120 --> 00:02:24,615
คืออาจารย์ก็สอนหนังสือหนังหา
ลูกศิษย์ลูกหา มีชื่อเสียงเยอะแยะมากมายเลย

35
00:02:25,173 --> 00:02:29,206
อาจารย์ แวดวงวิชาการ
อาจารย์เติบโตมาเส้นทางนี้ ประมาณกี่ปีครับ

36
00:02:29,560 --> 00:02:35,421
(ดร.นันทนา) ก็สอนหนังสือมาตลอดเลยนะคะ
ก็ประมาณสัก 30 กว่าปีได้แล้วมั้งคะ

37
00:02:35,445 --> 00:02:38,467
ค่ะ ๆ ก็ 30-40 ปีประมาณนี้ค่ะ

38
00:02:38,537 --> 00:02:42,725
คือก่อนหน้าที่จะมาเป็น
อาจารย์สอนหนังสือจริง ๆ นี่

39
00:02:42,956 --> 00:02:45,417
ก็จะเป็นนักฝึกอบรมนะคะ

40
00:02:45,441 --> 00:02:51,768
ก็ฝึกอบรมในเรื่องของ Public Speaking
การพูดในที่สาธารณะ บุคลิกภาพอะไรแบบนี้นะคะ

41
00:02:51,793 --> 00:02:55,781
ก็เป็นวิทยากรฝึกอบรม
แล้วก็มาสอนหนังสือในมหาวิทยาลัย

42
00:02:55,805 --> 00:03:01,846
ก็น่าจะเกือบ ๆ 40 ปีนะคะ
เราก็บทบาทตรงนี้ ก็ทำมาอย่างต่อเนื่องน่ะค่ะ

43
00:03:01,870 --> 00:03:03,838
(คุณณรงค์ฤทธิ์) ครับ
ในมุมวิชาการ อาจารย์คิดว่า

44
00:03:03,955 --> 00:03:06,750
อะไรทำให้อาจารย์ได้พัฒนาตัวเอง

45
00:03:06,774 --> 00:03:10,542
แล้วก็เข้ามาอยู่ในแวดวงตรงนี้
30-40 ปีครับอาจารย์

46
00:03:11,099 --> 00:03:13,167
(ดร.นันทนา) ตอนที่สอนหนังสือนี่นะคะ

47
00:03:13,785 --> 00:03:16,820
ตอนนั้นนี่ ก็สอนทางด้านรัฐศาสตร์

48
00:03:17,178 --> 00:03:22,324
แล้วก็มีความเชี่ยวชาญชำนาญ
เกี่ยวกับทางด้านการเมืองโดยเฉพาะนะคะ

49
00:03:22,348 --> 00:03:23,934
แล้วพอไปจบปริญญาเอก

50
00:03:24,846 --> 00:03:30,008
ที่เรียนปริญญาเอกตอนนั้นนี่
มันคาบเกี่ยวกับวิชาสื่อสารการเมือง

51
00:03:30,032 --> 00:03:35,108
แล้วเราก็ไปศึกษาเกี่ยวกับศาสตร์
ทางด้านการสื่อสารทางการเมืองของต่างประเทศ

52
00:03:35,132 --> 00:03:38,580
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลักสูตรของสหรัฐอเมริกา

53
00:03:38,717 --> 00:03:45,919
ที่ฮาร์วาร์ดนี่ เขาจะมีหลักสูตรสื่อสารการเมือง
ที่ฝึกให้คนนี่ เข้าไปเป็นนักการเมือง

54
00:03:45,943 --> 00:03:50,031
แล้วพูดเก่งสื่อสารดี เรียบเรียงเนื้อหาได้

55
00:03:50,055 --> 00:03:52,748
(คุณณรงค์ฤทธิ์) คือเฉพาะทางเลย
(ดร.นันทนา) ใช่ค่ะ ใช่ ๆ

56
00:03:52,772 --> 00:03:59,366
(ดร.นันทนา) ก็เลยสนใจ
แล้วก็มาพัฒนาหลักสูตรนี้ในประเทศไทยนะคะ

57
00:03:59,390 --> 00:04:03,658
ก็ทำหลักสูตรสื่อสารการเมือง
เมื่อ 20 ปีที่แล้วนะคะ

58
00:04:03,682 --> 00:04:08,750
ก็คือเปิดเป็นวิทยาลัยสื่อสารการเมือง
ที่มหาวิทยาลัยเกริกนะคะ

59
00:04:08,854 --> 00:04:13,142
ก็ทำการสอนในระดับปริญญาโท ปริญญาเอก

60
00:04:13,766 --> 00:04:21,694
ให้คนที่เข้ามาเรียนนี่มีศักยภาพทางด้าน
การพูดการเขียนเกี่ยวกับเรื่องการเมืองนะคะ

61
00:04:21,718 --> 00:04:26,979
เพราะฉะนั้น ตรงนี้ก็เลยพัฒนามา
กลายเป็นศาสตร์ที่ตอนนี้ได้รับความสนใจมาก ๆ

62
00:04:27,003 --> 00:04:30,651
เพราะว่าคนที่เป็นนักการเมืองนี่
ถ้าพูดไม่เป็น สื่อสารไม่เป็น

63
00:04:30,675 --> 00:04:34,416
ก็ไม่รู้ว่าจะโน้มน้าวใจคนให้มาเลือกอย่างไร

64
00:04:34,440 --> 00:04:41,688
หรือว่าจะเอาปัญหาของเขา
เข้ามาให้ประชาชน ให้สภาได้รับทราบอย่างไร

65
00:04:41,712 --> 00:04:46,445
เพราะฉะนั้น เรื่องสื่อสารการเมือง
จึงกลายเป็นศาสตร์ที่มีความสำคัญขึ้นมาในขณะนี้ค่ะ

66
00:04:46,472 --> 00:04:48,885
(คุณณรงค์ฤทธิ์) ผมมองว่า
มันเป็นเรื่องของสาธารณะด้วยนะ

67
00:04:48,919 --> 00:04:54,227
เพราะว่าบางที คือถ้าพูดกัน 2 คน
อาจจะพอเข้าใจได้ในบางบริบท

68
00:04:54,551 --> 00:04:57,419
แต่ถ้าพูดกับคนจำนวนมาก และสื่อสารสาธารณะนี่

69
00:04:57,764 --> 00:05:02,185
จำเป็นไหมครับอาจารย์
ที่คนจะต้องมีองค์ความรู้ด้านนี้ในปัจจุบันนี่

70
00:05:02,209 --> 00:05:05,877
จะต้องเป็นเฉพาะนักการเมือง
หรือจริง ๆ ทุกคนก็ควรจะรู้ได้แล้ว

71
00:05:05,901 --> 00:05:10,948
(ดร.นันทนา) คือเรื่องการสื่อสารนี่นะคะ
มันเป็นทั้งศาสตร์แล้วก็ศิลป์นะคะ

72
00:05:10,972 --> 00:05:15,388
ถ้าสมมติว่าเรามีศาสตร์ ก็คือเรามีองค์ความรู้ล่ะ

73
00:05:15,665 --> 00:05:21,393
ว่าจะต้องเรียบเรียงเนื้อหาแบบนี้นะคะ
จะต้องถ่ายทอดแบบนี้

74
00:05:21,486 --> 00:05:28,732
แต่พอถึงเวลา เราไม่มีศิลปะในการที่จะประยุกต์
ให้เข้ากับผู้รับสาร ให้เข้ากับสถานการณ์

75
00:05:28,981 --> 00:05:31,684
บางครั้งการสื่อสารออกไป
มันไม่ประสบความสำเร็จ

76
00:05:31,708 --> 00:05:32,797
(คุณณรงค์ฤทธิ์) อันนี้จริง

77
00:05:32,822 --> 00:05:36,423
(ดร.นันทนา) เพราะฉะนั้นจะต้องใช้ทั้งศาสตร์
คือต้องมีความรู้ มีองค์ความรู้

78
00:05:36,447 --> 00:05:39,489
แล้วก็มีศิลปะ ในการที่จะประยุกต์ใช้

79
00:05:39,513 --> 00:05:42,319
ยิ่งถ้าเผื่อว่าเรามีประสบการมากเท่าไร

80
00:05:43,018 --> 00:05:48,193
ตรงนี้นี่ มันก็จะช่วยทำให้
การสื่อสารของเรานี่พัฒนาได้มากขึ้นเรื่อย ๆ

81
00:05:48,416 --> 00:05:52,311
เพราะฉะนั้น ตรงนี้
คนที่เกี่ยวข้องกับแวดวงทางการเมืองนี่

82
00:05:52,335 --> 00:05:54,976
จะต้องมีองค์ความรู้ด้านการสื่อสารทางการเมือง

83
00:05:55,000 --> 00:05:59,361
แล้วก็มีศิลปะ
ฝึกฝนตัวเองให้มีประสบการณ์ให้มาก

84
00:05:59,385 --> 00:06:03,406
ก็จะสามารถถ่ายทอด
สิ่งที่เราอยากจะบอกกับประชาชน

85
00:06:03,617 --> 00:06:05,992
ให้ออกไปบรรลุเป้าหมายได้มากเท่านั้นนะค่ะ

86
00:06:06,017 --> 00:06:08,685
(คุณณรงค์ฤทธิ์) ผมเห็น
ลูกศิษย์อาจารย์หลาย ๆ คนเติบโตมา

87
00:06:08,709 --> 00:06:10,148
ทั้งเส้นทางการเมือง

88
00:06:10,362 --> 00:06:14,815
บางคนก็ทำงานด้านสาธารณะ
เป็นผู้มีชื่อเสียงน่ะ พูดง่าย ๆ

89
00:06:15,152 --> 00:06:17,268
ความภูมิใจในฐานะคนเป็นอาจารย์เป็นครู

90
00:06:17,385 --> 00:06:18,633
เป็นอย่างไรบ้างอาจารย์

91
00:06:18,851 --> 00:06:23,832
(ดร.นันทนา) คือตั้งใจไว้เลยนะคะ
ว่าเราอยากจะสร้างคนที่มีศักยภาพ

92
00:06:23,983 --> 00:06:26,198
แล้วไปทำงานการเมืองนะคะ

93
00:06:26,995 --> 00:06:31,410
เขาสามารถที่จะเอาสิ่งที่เขามีความรู้
ประสบการณ์ของเขานี่

94
00:06:32,187 --> 00:06:40,318
ไปทำหน้าที่ในฐานะ สส. สว.
รัฐมนตรี นายก อบต. นายก อบจ.

95
00:06:40,485 --> 00:06:42,580
ทั้งท้องถิ่น ทั้งสวนกลางนี่

96
00:06:42,731 --> 00:06:49,363
สามารถที่จะเข้าไปทำงาน
ที่ตอบสนองเจตจำนงของประชาชนได้

97
00:06:49,387 --> 00:06:53,355
แล้วเราก็รู้สึกว่า
หลักสูตรสื่อสารการเมืองนี้มันตอบโจทย์

98
00:06:53,379 --> 00:06:58,226
แล้วเราก็ได้คนที่เข้ามาเรียนนี่
เป็นคนที่สนใจการเมือง

99
00:06:58,359 --> 00:07:01,338
แล้วหลังจากที่เขาจบไป
แล้วเขาก็ใช้องค์ความรู้วันนี้

100
00:07:02,021 --> 00:07:06,563
ไปรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง
จนกระทั่งได้เข้าไปสู่แวดวงการเมือง

101
00:07:06,847 --> 00:07:11,986
ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่เป็นเจตจำนงของเรา

102
00:07:12,010 --> 00:07:16,998
ในการที่จะส่งคนที่มีศักยภาพ
เข้าไปสู่แวดวงการเมือง

103
00:07:17,022 --> 00:07:19,663
(ดร.นันทนา) ก็ถือว่าบรรลุเป้าหมาย
(คุณณรงค์ฤทธิ์) บรรลุเป้าหมายนะ

104
00:07:19,687 --> 00:07:21,243
(คุณณรงค์ฤทธิ์) แล้วเราก็พูดง่าย ๆ คือ สร้างคน

105
00:07:21,432 --> 00:07:23,794
(คุณณรงค์ฤทธิ์) แล้วคนก็ไปสร้างสังคมที่ดีได้
(ดร.นันทนา) ใช่ค่ะ

106
00:07:23,819 --> 00:07:25,614
(คุณณรงค์ฤทธิ์) ทีนี้อาจารย์
คุยมาถึงจุดนี้แล้วนี่

107
00:07:25,638 --> 00:07:27,774
จากประสบการณ์อาจารย์อยู่ในแวดวงวิชาการ

108
00:07:28,006 --> 00:07:29,241
อยู่ในแวดวงการเมือง

109
00:07:29,265 --> 00:07:33,479
เพราะว่าสื่อทุกสื่อ ตอนอาจารย์เป็นอาจารย์
ก็ต้องวิ่งไปหาอาจารย์ สัมภาษณ์ประเด็นนู่นนี่นั่น

110
00:07:34,103 --> 00:07:36,625
อะไรดลใจให้อาจารย์มาสมัคร สว.

111
00:07:38,279 --> 00:07:45,206
(ดร.นันทนา) ที่จริงนี่ตั้งใจเอาไว้
ว่าจะทำหน้าที่เป็นเขาเรียกว่า "ดันดารา"

112
00:07:45,230 --> 00:07:47,250
(คุณณรงค์ฤทธิ์) อ๋อ เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง
(ดร.นันทนา) ก็คือเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง

113
00:07:47,275 --> 00:07:48,518
(คุณณรงค์ฤทธิ์) เบื้องหลังความสำเร็จ
(ดร.นันทนา) แล้วก็ส่งลูกศิษย์

114
00:07:48,542 --> 00:07:51,278
(คุณณรงค์ฤทธิ์) ครับ
(ดร.นันทนา) ไปเป็นนักการเมืองนะคะ

115
00:07:51,302 --> 00:07:54,284
(ดร.นันทนา) ซึ่งก็มีลูกศิษย์
อยู่ทุกพรรคการเมืองนะคะ

116
00:07:54,402 --> 00:07:57,143
สามารถที่จะแบบเข้าไปทำงานการเมือง

117
00:07:57,167 --> 00:08:00,923
แล้วก็ไปผลักดันนโยบายอะไรของเขา
ให้ประสบความสำเร็จ

118
00:08:00,947 --> 00:08:04,642
ไม่ได้คิดว่าตัวเองจะมาอยู่ตรงนี้นะคะ

119
00:08:04,954 --> 00:08:11,602
แต่พอมันเกิดมีเรื่องของการเปิดรับสมัคร สว. นะ

120
00:08:11,666 --> 00:08:17,027
ซึ่งตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้
กติกามันประหลาดมาก ก็คือให้เลือกกันเองนะคะ

121
00:08:17,838 --> 00:08:24,205
แล้วเราก็รู้สึกว่ากติกามันไม่ถูกต้อง
เนื่องจากว่า สว. ควรเป็นผู้แทนของประชาชน

122
00:08:24,336 --> 00:08:29,311
แต่กลายเป็นว่าตัวกติกานี่
บอกว่าให้ สว. นี่ มาจากการเลือกกันเอง

123
00:08:29,335 --> 00:08:32,356
แล้วที่สำคัญ
คนที่เข้ามาเลือกต้องจ่ายเงิน 2,500 บาท

124
00:08:32,380 --> 00:08:34,775
(คุณณรงค์ฤทธิ์) สมัครเข้ามา ครับ
(ดร.นันทนา) ใช่ ต้องสมัคร แล้วจ่ายเงิน

125
00:08:34,853 --> 00:08:37,621
(ดร.นันทนา) แล้วมาเลือกตัวเอง
แล้วไปเลือกคนอื่น

126
00:08:37,645 --> 00:08:40,326
เราก็มีความคิดว่าอันเนี้เป็นปัญหา

127
00:08:40,415 --> 00:08:43,952
ประกอบกับตัวรัฐธรรมนูญที่เราคิดว่า

128
00:08:44,250 --> 00:08:48,203
มันมีข้อบกพร่องอยู่มากมายเลย
รัฐธรรมนูญฉบับนี้นะคะ

129
00:08:48,495 --> 00:08:51,851
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอำนาจขององค์กรอิสระ

130
00:08:52,069 --> 00:08:57,477
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการ...
อำนาจของประชาชน สิทธิเสรีภาพของประชาชน

131
00:08:57,549 --> 00:09:04,384
ก็เลยคิดว่าคนที่เป็น สว. นี่
สามารถที่จะเข้ามาในการแก้รัฐธรรมนูญได้

132
00:09:04,408 --> 00:09:05,989
เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้บอกว่า

133
00:09:06,013 --> 00:09:10,741
ถ้าคุณจะแก้รัฐธรรมนูญ
คุณต้องมีเสียง สว. 1 ใน 3

134
00:09:10,839 --> 00:09:13,285
จาก 200 คนก็จะต้องมีอย่างน้อย 67 คน

135
00:09:13,724 --> 00:09:18,059
ก็คิดเลยว่า เอาล่ะ
กติกามันจะวิปริตขนาดไหน ไม่เป็นไร

136
00:09:18,083 --> 00:09:24,210
ดิฉันขอเข้ามา แล้วถ้าเข้าไปได้
มิชชันสำคัญก็คือจะต้องเข้าไปแก้รัฐธรรมนูญ

137
00:09:24,536 --> 00:09:27,904
ก็เลยตัดสินใจมาเป็นผู้เล่น
จากการที่อยู่เบื้องหลัง

138
00:09:27,929 --> 00:09:29,556
(คุณณรงค์ฤทธิ์) อยู่เบื้องหลัง มาเป็นผู้เล่นแล้ว
(ดร.นันทนา) เป็นผู้เล่นแล้ว

139
00:09:29,580 --> 00:09:30,941
(คุณณรงค์ฤทธิ์) เปลี่ยนหมากด้วย
(ดร.นันทนา) ก็คือ

140
00:09:31,006 --> 00:09:36,501
(ดร.นันทนา) คิดว่าตัวเองนี่ น่าจะเข้ามาตรงนี้
เพื่อที่จะมาผลักดันการแก้รัฐธรรมนูญ

141
00:09:36,538 --> 00:09:43,691
อันนี้คือ ตั้งความตั้งใจสูงสุดเลย
ว่านี่เป็นมิชชันที่จะต้องมาทำให้สำเร็จให้ได้

142
00:09:43,716 --> 00:09:44,897
(คุณณรงค์ฤทธิ์) ครับ ผมจำภาพได้

143
00:09:44,921 --> 00:09:48,268
ผมเคยมีโอกาสสัมภาษณ์อาจารย์
ตอนเข้ามาสภาใหม่ ๆ เลย

144
00:09:48,752 --> 00:09:51,092
อาจารย์บอกว่าอาจารย์เป็น สว. พันธุ์ใหม่

145
00:09:51,399 --> 00:09:53,720
(ดร.นันทนา) ค่ะ
(คุณณรงค์ฤทธิ์) อันนิยามนะ ผมย้อนกลับไปนิดหนึ่ง

146
00:09:53,860 --> 00:09:56,692
(คุณณรงค์ฤทธิ์) นิยามคำว่า "สว. พันธุ์ใหม่"
ในมุมของอาจารย์คืออะไรครับ

147
00:09:57,560 --> 00:10:05,015
(ดร.นันทนา) คิดง่าย ๆ ว่า สว. ชุดที่ผ่านมานี่
มันเป็น สว. ที่แต่งตั้งโดย คสช. 250 คน

148
00:10:05,171 --> 00:10:07,733
แล้วก็ สว. ชุดนั้นนี่

149
00:10:07,954 --> 00:10:12,695
ทำให้คนไทยผิดหวังอย่างมาก
โดยการที่ไม่เลือกคุณพิธา

150
00:10:12,719 --> 00:10:18,132
ซึ่งได้คะแนนเสียง
ว่าเป็นอันดับ 1 ของประเทศนี่ เป็นนายกรัฐมนตรี

151
00:10:18,156 --> 00:10:23,004
เราก็รู้สึกว่า โอ้โห ถ้าเป็น สว. แบบนี้
ทำให้ประชาชนผิดหวังแบบนี้นี่

152
00:10:23,382 --> 00:10:27,057
เป็นรุ่นเก่าที่แบบประชาชนเขาไม่อยากได้

153
00:10:27,081 --> 00:10:31,109
เราก็คิดว่าถ้าเราเข้ามา
เราจะทำที่ตรงกันข้ามและแตกต่าง

154
00:10:31,133 --> 00:10:35,121
ก็เลยคิดว่า อย่างนั้นตั้งชื่อตรงข้ามไปเลย
ว่าเป็น "สว. พันธุ์ใหม่"

155
00:10:35,145 --> 00:10:37,066
(คุณณรงค์ฤทธิ์) อ๋อ 
(ดร.นันทนา) ที่แตกต่างจากของเก่า

156
00:10:37,090 --> 00:10:38,551
(ดร.นันทนา) แล้วไม่เหมือนเดิม
(คุณณรงค์ฤทธิ์) ครับ

157
00:10:38,735 --> 00:10:44,110
คุยมาถึงจุดนี้หลายคนบอกว่า
อาจารย์ทำงานมา เหมือนกับทำงานทุกวันนะครับ

158
00:10:44,134 --> 00:10:48,788
ทั้งสอนหนังสือ ยิ่งเข้ามาเป็นสมาชิกวุฒิสภา
ก็รับเรื่องราวต่าง ๆ เยอะแยะมากมาย

159
00:10:48,946 --> 00:10:53,934
อาจารย์ดูแลสุขภาพจะอย่างไร
หลายคนบอกอาจารย์ยังสมาร์ตอยู่เลย

160
00:10:53,958 --> 00:10:56,828
กินอยู่อย่างไรบ้างครับอาจารย์
สุขภาพความเฮลที

161
00:10:56,901 --> 00:11:03,906
(ดร.นันทนา) โดยทั่วไปนี่นะคะ
ก็เป็นคนที่พยายามออกกำลังกายนะคะ

162
00:11:04,110 --> 00:11:07,898
(ดร.นันทนา) ออกกำลังกายด้วยการว่ายน้ำ
(คุณณรงค์ฤทธิ์) อ๋อ ว่ายน้ำ ได้ครบเลยนะ

163
00:11:07,922 --> 00:11:10,310
(คุณณรงค์ฤทธิ์) ทั้ง Cardio
ทั้งมีความ Weight Training

164
00:11:10,334 --> 00:11:16,209
(ดร.นันทนา) คือว่ายน้ำนี่
พยายามให้ได้สัปดาห์ละ 2 ครั้งนะคะ

165
00:11:16,233 --> 00:11:18,302
แล้วก็ว่ายอยู่เป็นประจำ

166
00:11:18,375 --> 00:11:26,604
ซึ่งก็เชื่อว่าการที่เราร่างกายได้เคลื่อนขยับอยู่ตลอด
มันจะทำให้เลือดในร่างกายนี่ มันหมุนเวียน

167
00:11:26,628 --> 00:11:35,316
แล้วเราก็คิดว่ามันจะเป็นส่วนช่วย
ในการที่จะทำให้สุขภาพเรานี่ ไม่แย่ ไม่ทรุดนะคะ

168
00:11:35,340 --> 00:11:40,785
ถ้าคนที่เคยว่ายน้ำ
จะรู้ว่าเลือดในร่างกายนี่ มันจะหมุนเวียน

169
00:11:40,911 --> 00:11:45,173
แล้วก็คนที่สูงวัยนี่ จะมีปัญหาเรื่องกระดูก

170
00:11:45,197 --> 00:11:47,165
(คุณณรงค์ฤทธิ์) อ๋อ
(ดร.นันทนา) ปวดหลังนะคะ

171
00:11:47,337 --> 00:11:50,418
(ดร.นันทนา) ปวดเข่า ปวดหลัง
ปวดเมื่อยไปทั้งตัว

172
00:11:50,442 --> 00:11:55,697
แต่ถ้าคนที่ว่ายน้ำ
จะไม่มีอาการแบบนี้เลย จะไม่ปวดเลย

173
00:11:55,722 --> 00:11:57,397
(คุณณรงค์ฤทธิ์) เหมือนคือบริหารจัดการร่างกาย
(ดร.นันทนา) เพราะว่า

174
00:11:57,421 --> 00:11:58,869
(ดร.นันทนา) การว่ายน้ำเป็นการจัดกระดูกค่ะ

175
00:11:59,565 --> 00:12:03,002
เป็นการจัดกระดูก
เขาเรียกว่า "ธาราบำบัด" นะคะ

176
00:12:03,026 --> 00:12:08,634
เพราะฉะนั้น อยากจะแนะนำว่า
ถ้าเผื่อว่าออกกำลังกายด้วยการว่ายน้ำได้นี่

177
00:12:08,658 --> 00:12:09,659
มันได้ทุกส่วน

178
00:12:09,856 --> 00:12:14,151
แล้วก็ที่สำคัญก็คือว่า
เลือดนี่ มันจะหมุนเวียนในร่างกาย

179
00:12:14,175 --> 00:12:16,997
แล้วก็สมองนี่ มันจะ... มัน...

180
00:12:17,357 --> 00:12:20,607
(คุณณรงค์ฤทธิ์) มันโฟลว์ใช่ไหมอาจารย์
(ดร.นันทนา) ด้วยเลือดที่มันเลี้ยงไปถึงสมองนี่

181
00:12:20,639 --> 00:12:24,540
(ดร.นันทนา) มันจะทำให้เราสมองแจ่มใส
แล้วคิดอะไรต่ออะไรได้ออก

182
00:12:24,631 --> 00:12:27,246
(คุณณรงค์ฤทธิ์) โอ้ นี่เป็นทริกนะ
ผมได้ทริก ทริกหนึ่งแล้ว

183
00:12:27,376 --> 00:12:30,178
ไม่ว่าจะอายุวัยไหนนี่ เอาไปใช้กันได้เลย

184
00:12:30,302 --> 00:12:35,857
ทีนี้ เรื่องของสุขภาพใจอาจารย์
คือบางที ทำงานเพื่อคนส่วนใหญ่คนส่วนรวมน่ะ

185
00:12:36,036 --> 00:12:40,462
มันมีทั้งความกดดัน มีทั้งความหวัง
มีทั้งความเครียด มีทั้งอะไรต่อมิอะไร

186
00:12:40,579 --> 00:12:45,167
อาจารย์บริหารจัดการความเครียด
อย่างไรบ้างครับอาจารย์

187
00:12:45,191 --> 00:12:50,886
(ดร.นันทนา) เรื่องความเครียดนี่
เป็นปัญหาใหญ่มาก น่าจะใหญ่กว่าเรื่องสุขภาพ

188
00:12:50,910 --> 00:12:56,931
สุขภาพกายนี่ มีความรู้สึกว่าตัวเองนี่
ออกกำลังกายแล้วก็แข็งแรงดี

189
00:12:56,955 --> 00:13:01,050
แต่สุขภาพใจนี่ เป็นเรื่องที่มีความสำคัญมาก ๆ

190
00:13:01,074 --> 00:13:04,715
แล้วก็ความเครียดนี่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา

191
00:13:05,560 --> 00:13:11,662
วิธีการในการที่จะลดความเครียด
หรือความคับข้องใจลงไปนี่ ก็คือเป้าหมาย

192
00:13:11,686 --> 00:13:13,767
(คุณณรงค์ฤทธิ์) เป้าหมาย
(ดร.นันทนา) ก็คือเราต้องตั้งเป้าหมาย

193
00:13:13,791 --> 00:13:17,646
(ดร.นันทนา) ว่าเราจะต้องทำเรื่องนี้ให้สำเร็จ
ทำเรื่องนี้ให้สำเร็จ แล้วทำไปทีละเรื่อง

194
00:13:17,983 --> 00:13:20,191
ถ้าเผื่อว่าเราเครียด

195
00:13:20,215 --> 00:13:24,908
จนกระทั่งเราไม่สามารถที่จะบริหาร
จัดการเรื่องต่าง ๆ ให้ไปบรรลุเป้าหมายได้นี่

196
00:13:24,933 --> 00:13:25,790
(คุณณรงค์ฤทธิ์) ครับ

197
00:13:25,814 --> 00:13:29,242
(ดร.นันทนา) มันก็ไม่สามารถ
ที่จะทำให้เราถึงเป้าหมาย

198
00:13:29,266 --> 00:13:35,107
เพราะฉะนั้น ก็คือจัดการความเครียด
ด้วยการทำให้เป้าหมายของเรานี่บรรลุ

199
00:13:35,427 --> 00:13:40,106
แล้วก็ทำทีละเรื่อง
ทำทีละอย่างที่ถ้าเราคิดว่าเราจะทำ

200
00:13:40,131 --> 00:13:42,213
เรื่องนี้เราก็จะผลักดันเรื่องนี้ไปก่อน

201
00:13:42,480 --> 00:13:44,475
แล้วก็วางเรื่องอื่นไว้ก่อนนะคะ

202
00:13:44,653 --> 00:13:48,048
แล้วก็คิดว่าเป้าหมายของเรานี่
เราจะต้องทำให้สำเร็จ

203
00:13:48,158 --> 00:13:49,813
ถ้าเราเป็นอะไรไปก่อน

204
00:13:49,837 --> 00:13:52,260
(ดร.นันทนา) เราจะไม่สามารถทำให้สำเร็จ
(คุณณรงค์ฤทธิ์) ไม่สามารถทำได้เลย

205
00:13:52,284 --> 00:13:58,098
(ดร.นันทนา) ใช่ ๆ ใช่ เพราะฉะนั้นตรงนี้
ก็คือ พยายามทำให้คิดว่าเรามีเป้าหมาย

206
00:13:58,122 --> 00:14:02,050
ที่เราจะต้องผลักดันให้สำเร็จ
ก็จะต้องทำให้สำเร็จ

207
00:14:02,180 --> 00:14:04,276
(คุณณรงค์ฤทธิ์) อาจารย์ถ้าสมมติ
โอเคแหละ แน่นอนแหละ

208
00:14:04,394 --> 00:14:07,889
ความสำเร็จ ไม่สำเร็จ
มันก็อาจจะอยู่ที่ปัจจัยหลาย ๆ อย่าง

209
00:14:07,913 --> 00:14:10,761
สมมติว่าอาจารย์ทำสักอย่างหนึ่ง
แล้วมันไม่สำเร็จ

210
00:14:10,785 --> 00:14:16,773
เราจะมีวิธีการรับมือกับผลของมันอย่างไรได้บ้าง
ว่าเราเต็มที่แล้ว แต่เราไม่สำเร็จ

211
00:14:16,797 --> 00:14:18,717
แล้วมันอาจจะใช้ตรงนี้

212
00:14:18,970 --> 00:14:21,823
เป็นบทเรียนให้กับคุณผู้ชมได้ด้วย
ในการเตรียมความพร้อมต่าง ๆ

213
00:14:22,906 --> 00:14:28,361
(ดร.นันทนา) คือคนทั่วไป
อาจจะชื่นชมกับความสำเร็จ

214
00:14:28,464 --> 00:14:31,044
ว่า โอ้ สำเร็จแล้ว มีความสุขอะไรอย่างนี้

215
00:14:31,760 --> 00:14:38,667
แต่โดยส่วนตัวแล้วนี่ เมื่อทำไม่สำเร็จ
ก็จะบอกกับตัวเองว่าเสียใจไปได้

216
00:14:39,180 --> 00:14:40,641
(ดร.นันทนา) แต่เสียใจวันเดียว
(คุณณรงค์ฤทธิ์) วันเดียว

217
00:14:40,665 --> 00:14:45,740
(ดร.นันทนา) คือจมอยู่กับความเสียใจ
ผิดหวังอันนั้นวันเดียว

218
00:14:45,764 --> 00:14:46,494
(คุณณรงค์ฤทธิ์) ครับ

219
00:14:46,519 --> 00:14:51,667
(ดร.นันทนา) ให้ถึงที่สุด
แล้วก็บอกว่า แล้วจะลุกขึ้นมาอย่างไร

220
00:14:51,777 --> 00:14:56,226
จะแก้ปัญหานี้อย่างไร มองในเชิงเหตุและผล

221
00:14:56,250 --> 00:14:59,784
ถ้าเผื่อว่ามันล้มเหลวอย่างนี้ ก็ต้องหาทางใหม่

222
00:15:00,232 --> 00:15:03,700
ที่เราจะไม่กลับไปทางเดิมที่มันไม่สำเร็จ

223
00:15:04,145 --> 00:15:06,824
ก็ให้เปิดโอกาสให้ตัวเองได้เสียใจ

224
00:15:07,279 --> 00:15:08,566
แต่ก็เสียใจวันเดียว

225
00:15:08,792 --> 00:15:09,987
(ดร.นันทนา) [เสียงหัวเราะ]
(คุณณรงค์ฤทธิ์) หู คือ

226
00:15:10,011 --> 00:15:13,346
(ดร.นันทนา) แล้วก็ปาดน้ำตา
สะบัดบ๊อบแล้วก็เดินต่อ

227
00:15:13,370 --> 00:15:16,924
(คุณณรงค์ฤทธิ์) คือเห็นแบบนี้นี่
ภาษาวัยรุ่นเราอาจจะเรียกว่าแบบสตรองมากเลย

228
00:15:16,948 --> 00:15:19,483
(ดร.นันทนา) [เสียงหัวเราะ]
(คุณณรงค์ฤทธิ์) อาจจะต้องให้เวลาเสียใจได้นะ

229
00:15:19,507 --> 00:15:20,415
(คุณณรงค์ฤทธิ์) แต่จำกัด

230
00:15:20,579 --> 00:15:23,441
ถ้าพูดถึงขณะนี้
อาจารย์มีคติประจำใจอย่างไรบ้างไหมครับอาจารย์

231
00:15:23,479 --> 00:15:28,228
ไปมีวลีเด็ด หรือว่าเอาแนวคิดนักปราชญ์อะไร
มาใช้ไหมในการดำเนินชีวิต

232
00:15:28,758 --> 00:15:30,632
ในดวงใจสักคน มีไหมครับอาจารย์ครับ

233
00:15:30,665 --> 00:15:35,320
(ดร.นันทนา) คือจริง ๆ แล้วนี่
เป็นคนที่จริงจังกับการทำงาน

234
00:15:35,344 --> 00:15:40,912
แล้วก็มีหลายคนมองว่าตัวเองนี่
เป็นพวก Perfectionist

235
00:15:40,936 --> 00:15:42,116
(คุณณรงค์ฤทธิ์) อ๋อ
(ดร.นันทนา) ก็คือพวก...

236
00:15:42,502 --> 00:15:44,463
(ดร.นันทนา) พวกที่จะต้องทุกอย่างจะต้องเป๊ะ
(คุณณรงค์ฤทธิ์) เพอร์เฟกต์

237
00:15:44,487 --> 00:15:48,026
(ดร.นันทนา) ต้องสมบูรณ์แบบ
อะไรประมาณนี้นะคะ

238
00:15:48,440 --> 00:15:50,295
เป็นเพราะว่าเราเองนี่

239
00:15:50,466 --> 00:15:57,661
เราพยายามที่จะทำให้ทุกอย่างนี่
มันไปบรรลุเป้าหมาย

240
00:15:57,766 --> 00:16:04,559
มันก็เลยต้องทำให้เส้นทางที่เดินไปนี่
มันจะต้องไม่ผิดพลาด

241
00:16:04,800 --> 00:16:08,581
เพราะผิดพลาดแล้ว
เราจะเสียเวลาที่จะต้องไปแก้ตรงนู้นแก้ตรงนี้

242
00:16:08,605 --> 00:16:12,907
(คุณณรงค์ฤทธิ์) ฉะนั้นมันต้องเริ่มจากการวางแผน
และคิดอย่างเป็นระบบก่อนไหมครับอาจารย์

243
00:16:13,510 --> 00:16:16,565
เพื่อป้องกันความผิดพลาด
ระหว่างที่เรากำลังจะเดินไป

244
00:16:16,589 --> 00:16:20,609
(ดร.นันทนา) ถูกต้องค่ะ ในชีวิตมี Plan B เสมอ
(คุณณรงค์ฤทธิ์) อู้

245
00:16:20,959 --> 00:16:25,707
(ดร.นันทนา) คือจะมองว่าเดี๋ยวจะไปตรงนี้
แล้วก็คิดจนครบลูปเลยว่า

246
00:16:25,770 --> 00:16:30,746
เมื่อไปถึงตรงนี้แล้วนี่
ถ้ามันไม่ถึง Plan B คืออะไร

247
00:16:30,770 --> 00:16:35,784
แล้วก็จริง ๆ ถ้ามันเป็นเรื่อง
ที่ซับซ้อนมาก ๆ นี่เราจะไปถึง Plan C

248
00:16:36,257 --> 00:16:39,263
ถ้า Plan B ไม่สำเร็จจะต้องไปถึง Plan C

249
00:16:39,287 --> 00:16:45,288
ก็จะบอกกับตัวเองว่า
เราจะให้มันล้มเหลวไปตรงนั้นไม่ได้

250
00:16:45,312 --> 00:16:47,154
เราจะต้องไปบรรลุให้ได้

251
00:16:47,178 --> 00:16:52,839
เพราะฉะนั้นนี่ มันจะต้องเดินให้เป๊ะมากที่สุด

252
00:16:52,863 --> 00:16:56,691
แต่ถ้าเป๊ะแล้วมันไม่ได้ มี Plan B

253
00:16:56,715 --> 00:16:57,743
(ดร.นันทนา) พร้อมไว้เลย
(คุณณรงค์ฤทธิ์) เปลี่ยนวิธีการหน่อย

254
00:16:57,767 --> 00:17:02,108
(ดร.นันทนา) ทันทีที่คิดว่ามี Plan B นี่
เราจะแก้ปัญหาได้

255
00:17:02,132 --> 00:17:08,867
แล้วเราจะไม่รู้สึกแบบทันที เหมือนตกจากที่สูง
แบบเราตั้งใจไว้อย่างนี้ แล้วมันไม่ได้ มันพลาด

256
00:17:09,097 --> 00:17:13,292
แต่จะไม่เป็นอย่างนั้น
เพราะเรารู้ว่า มันมีโอกาสที่จะพลาด

257
00:17:13,316 --> 00:17:16,708
แม้จะแบบ 0.01% มันจะมีโอกาสพลาด

258
00:17:16,918 --> 00:17:21,327
เพราะฉะนั้น Plan B ของเรารอไว้แล้ว
ถ้ามันเกิดขึ้นอย่างนี้ ไป Plan B

259
00:17:21,698 --> 00:17:23,579
แล้วเราเตรียม Plan B ไว้แล้ว

260
00:17:23,844 --> 00:17:30,988
อย่างนั้นมันก็จะเป็นอะไรที่
ถ้าเรียกว่าเป็นภาษิตประจำใจก็คือว่า

261
00:17:31,165 --> 00:17:35,720
"ต้องทำทุกวันให้ดีที่สุด ทำทุกอย่างให้ดีที่สุด"

262
00:17:35,744 --> 00:17:36,805
(คุณณรงค์ฤทธิ์) ทำทุกอย่างให้ดีที่สุด

263
00:17:37,090 --> 00:17:40,908
เพราะว่าฟังอาจารย์มานี่
ผมเข้าใจเลยนะครับ คือบางคนนี่เราใช้ชีวิต

264
00:17:41,205 --> 00:17:45,047
คือ เป้าหมายแพชชัน
ผมเชื่อว่าทุกคนมี คุณผู้ชมมี ทุกคนมี

265
00:17:45,071 --> 00:17:48,745
แต่อยู่ที่ว่าพอเรามีแล้วบางอย่างเราแบบ
เอ๊ย อาจจะสมมติฝันไว้ว่า

266
00:17:49,036 --> 00:17:51,057
อยากมีบ้านสักหลังหนึ่งภายใน 3 ปี

267
00:17:51,468 --> 00:17:52,983
3 ปีแล้วยังไม่ได้

268
00:17:53,221 --> 00:17:56,649
แต่พอมองกลับมา
อย่างแนวคิดของอาจารย์นี่คือ 3 ปี

269
00:17:56,673 --> 00:17:59,508
1. ถ้าเราจะมีบ้านสักหลัง
วิธีการที่ 1 คือทำอย่างไร

270
00:18:00,090 --> 00:18:03,986
วิธีการที่ 2 ทำอย่างไร
ถ้าไม่ไหวจริง ๆ วิธีการที่ 3 เราทำอย่างไร

271
00:18:04,310 --> 00:18:07,505
เอ้า 1 ไม่สำเร็จ ไม่เป็นไร
เรายังมีวิธีการที่ 2

272
00:18:07,762 --> 00:18:12,070
2 ยังไม่ไหว ยังมีวิธีการที่ 3
เหมือนกับมันก็เจ็บน้อยลงนะ

273
00:18:12,487 --> 00:18:14,108
(คุณณรงค์ฤทธิ์) อารมณ์ประมาณนั้นใช่ไหมอาจารย์
(ดร.นันทนา) ใช่

274
00:18:14,132 --> 00:18:17,960
(ดร.นันทนา) แล้วก็จริง ๆ แล้ว
อันนี้ก็อาจจะเป็นวิธีคิด

275
00:18:17,984 --> 00:18:23,166
ที่จะทำให้เส้นทางการเดินของชีวิตนี่
มันไม่ประมาท

276
00:18:23,599 --> 00:18:27,404
ก็คือว่าเราจะคิดทุกอย่างนี่ครบลูป

277
00:18:27,439 --> 00:18:28,292
(คุณณรงค์ฤทธิ์) ครับ

278
00:18:28,956 --> 00:18:31,704
(ดร.นันทนา) ถ้าเราจะจัดงาน
อะไรสักงานหนึ่งขึ้นมานี่

279
00:18:31,728 --> 00:18:34,811
เราจะคิดเลยตั้งแต่เริ่มต้นจนกระทั่งไปจบ

280
00:18:35,107 --> 00:18:35,768
(คุณณรงค์ฤทธิ์) ครับ

281
00:18:35,994 --> 00:18:39,235
(ดร.นันทนา) มันจะเป็นอย่างไร
แล้วเราเตรียมทุกอย่างให้พร้อม

282
00:18:39,259 --> 00:18:40,180
(ดร.นันทนา) ครับ

283
00:18:40,974 --> 00:18:46,602
(ดร.นันทนา) เมื่อเกิดขึ้นเผชิญ
กับเหตุการณ์จริง ๆ นี่ เราจะรู้ว่าตรงนี้มันจะ...

284
00:18:46,626 --> 00:18:50,661
เรามีแม็ปของเราที่จะไปครบลูปแล้ว

285
00:18:51,104 --> 00:18:58,468
แล้วอย่างที่บอกว่าถ้าเผื่อว่าเราเตรียมไว้
ว่าสุดท้ายแล้วนี่มันก็อาจจะมีอะไรที่แบบฉุกเฉินขึ้นมา

286
00:18:58,492 --> 00:19:00,527
(ดร.นันทนา) แล้วเราไม่ได้เตรียมใจ
(คุณณรงค์ฤทธิ์) ครับ

287
00:19:00,551 --> 00:19:07,752
(ดร.นันทนา) เราก็เตรียมแผนที่จะไปรองรับ
การที่มันไม่คาดคิด สิ่งที่มันไม่คาดคิดจะเกิดขึ้นมาได้

288
00:19:07,942 --> 00:19:11,784
อันนี้ก็จะทำให้คนนี่
เดินโดยเขาเรียกว่า "ใช้ชีวิตโดยไม่ประมาท"

289
00:19:11,808 --> 00:19:13,449
(คุณณรงค์ฤทธิ์) ครับ
(ดร.นันทนา) ไม่ประมาท

290
00:19:13,473 --> 00:19:18,875
(ดร.นันทนา) ไม่ทำอะไร
ที่เราคิดไม่ครบ แล้วเราไปทำ

291
00:19:19,218 --> 00:19:20,907
(ดร.นันทนา) เราคิดครบแล้ว
(คุณณรงค์ฤทธิ์) ครับ

292
00:19:20,931 --> 00:19:25,019
(ดร.นันทนา) แล้วเราก็รู้แล้วว่า
ถ้าเดินไป มีโอกาสที่จะผิดพลาดตรงไหน

293
00:19:25,237 --> 00:19:29,043
หาทางที่จะเตรียมพร้อม
รับกับความผิดพลาดอันนั้น

294
00:19:29,369 --> 00:19:33,655
แล้วก็เดินไป
สุดท้ายมันก็ไม่เจอ A มันก็จะเจอ B

295
00:19:33,742 --> 00:19:39,268
แล้วถ้าเลวร้ายมาก ๆ นี่ ไปเจอ B แล้วนี่
เราก็ต้องคิดต่อไปว่าแล้ว C จะทำอย่างไร

296
00:19:39,293 --> 00:19:43,699
(คุณณรงค์ฤทธิ์) อู้หู ละเอียดรอบคอบมาก
ทีมงานบอกเป๊ะมาก

297
00:19:44,039 --> 00:19:45,054
(ดร.นันทนา) [เสียงหัวเราะ]
(คุณณรงค์ฤทธิ์) ฝากถามมาด้วยอาจารย์

298
00:19:45,078 --> 00:19:47,453
(คุณณรงค์ฤทธิ์) คือเราคิดอย่างเป็นกระบวนการ
ผมใช้คำนี้นะ

299
00:19:47,477 --> 00:19:49,058
คิดอย่างเป็นกระบวนการ

300
00:19:49,082 --> 00:19:51,758
วิธีการผ่อนคลายสุขภาพกาย
อาจารย์บอกไปแล้ว

301
00:19:52,058 --> 00:19:58,215
สุขภาพใจก็ทำอย่างไรก็ได้
คือเราเครียดได้ เสียใจได้ แต่ลุกขึ้นมาให้เร็วที่สุด

302
00:19:58,575 --> 00:20:02,428
ปกติอาจารย์ฟังเพลงแนวไหน
อะไรอย่างไรบ้างไหมครับอาจารย์

303
00:20:02,880 --> 00:20:05,375
(ดร.นันทนา) คือตอนนี้ฟังเพลงไม่ค่อยรู้เรื่องแล้ว

304
00:20:05,399 --> 00:20:06,893
(ดร.นันทนา) [เสียงหัวเราะ]
(คุณณรงค์ฤทธิ์) ครับอาจารย์ เพราะอะไรครับ

305
00:20:06,917 --> 00:20:10,479
(คุณณรงค์ฤทธิ์) ฟังเพลงไม่ค่อยรู้เรื่อง
(ดร.นันทนา) ไม่รู้ว่าคนสมัยนี้เขาฟังอะไรกันน่ะนะ

306
00:20:10,480 --> 00:20:15,468
(ดร.นันทนา) แล้วก็เนื่องจากว่าวิทยุอะไรต่าง ๆ
เราก็ไม่ได้ฟังผ่านวิทยุแล้วนะ

307
00:20:15,492 --> 00:20:19,673
(คุณณรงค์ฤทธิ์) เป็นทางออนไลน์ ส่วนใหญ่
(ดร.นันทนา) ก็คือสิ่งที่จะเป็นความบันเทิง

308
00:20:19,697 --> 00:20:20,759
(ดร.นันทนา) คือฟัง
(คุณณรงค์ฤทธิ์) ความบันเทิง

309
00:20:21,395 --> 00:20:25,824
(ดร.นันทนา) ฟังคลิปการสนทนาทางการเมือง
(คุณณรงค์ฤทธิ์) โอ้

310
00:20:25,848 --> 00:20:28,463
(คุณณรงค์ฤทธิ์) อันนี้คือบันเทิง
ของอาจารย์นันทนานะ

311
00:20:28,487 --> 00:20:30,348
(ดร.นันทนา) คนอื่นไม่น่าจะคิดว่ามันบันเทิงนะ
(คุณณรงค์ฤทธิ์) ครับ ๆ ครับ

312
00:20:30,372 --> 00:20:31,620
(คุณณรงค์ฤทธิ์) ครับ
(ดร.นันทนา) แต่มันเหมือนกับเรา

313
00:20:31,644 --> 00:20:35,996
(ดร.นันทนา) อัปเดตสถานการณ์ด้วย
ว่าคนเขาคิดอย่างไรอะไรต่ออะไร

314
00:20:36,036 --> 00:20:39,238
คลิปที่มันเป็นการสนทนาทางการเมือง

315
00:20:39,262 --> 00:20:40,823
เหมือนที่ตัวเอง

316
00:20:40,847 --> 00:20:42,870
(ดร.นันทนา) ไปออกรายการนู้นรายการนี้
(คุณณรงค์ฤทธิ์) อ๋อ เวลาอาจารย์วิเคราะห์

317
00:20:42,894 --> 00:20:45,348
(ดร.นันทนา) ใช่ ๆ แต่เราดูคนอื่นด้วยไงคะ

318
00:20:45,372 --> 00:20:47,693
นั่นก็คือความบันเทิงอย่างหนึ่ง

319
00:20:47,797 --> 00:20:48,692
(คุณณรงค์ฤทธิ์) ที่บอกว่า
(คุณณรงค์ฤทธิ์) ความบันเทิงแต่ละคน

320
00:20:48,716 --> 00:20:49,619
(คุณณรงค์ฤทธิ์) ไม่เหมือนกันแหละ

321
00:20:49,682 --> 00:20:54,437
(ดร.นันทนา) แต่ไม่ใช่บันเทิงชนิดที่แบบ
อินฟลูเอนเซอร์ไปปะทะกับใครอย่างไร ไม่ใช่นะ

322
00:20:54,461 --> 00:20:57,589
คือเราจะอัปเดต ว่าตอนนี้เขาคิดกันอย่างไร

323
00:20:57,613 --> 00:21:02,934
แล้วก็เรื่องนี้มันมีมุมมองที่แตกต่างกันอย่างไร
อะไรประมาณนี้นะคะ

324
00:21:02,958 --> 00:21:04,473
อันนี้ก็เป็นความบันเทิงอย่างหนึ่ง

325
00:21:04,497 --> 00:21:13,553
หรือไม่ก็ดูซีรีส์ ดูภาพยนตร์
ซึ่งก็เลือกที่มันประเทืองปัญญานิดหนึ่ง

326
00:21:13,577 --> 00:21:17,038
ประเภทที่แบบ Based on true story
อะไรอย่างนี้ จะชอบดู

327
00:21:17,062 --> 00:21:18,357
(คุณณรงค์ฤทธิ์) อ๋อ
(ดร.นันทนา) ก็คือมันเหมือนกับแบบ

328
00:21:18,593 --> 00:21:23,089
(ดร.นันทนา) เออ อันนี้มันเป็นเรื่องจริง ๆ
แล้วเขาแก้ปัญหาอย่างนี้ เขาทำแบบนี้

329
00:21:23,113 --> 00:21:27,908
(คุณณรงค์ฤทธิ์) เหมือนมันได้ลับคมสมอง
ได้... ทำให้เราได้ฝึกคิดวิเคราะห์

330
00:21:28,148 --> 00:21:29,693
(ดร.นันทนา) ใช่ค่ะ
(คุณณรงค์ฤทธิ์) แล้วก็ประเทืองปัญญาจริง ๆ นะคือ

331
00:21:30,050 --> 00:21:31,188
(คุณณรงค์ฤทธิ์) ผมก็มีมุมนี้เหมือนกันนะอาจารย์

332
00:21:31,212 --> 00:21:35,021
เพราะผมมองว่าการที่เราได้ดูอะไร
แล้วมันทำให้เราได้คิดน่ะ

333
00:21:35,205 --> 00:21:39,915
มันเหมือนกับบางทีเราวิเคราะห์ตัวละคร
วิเคราะห์ฉากนี้ในมุมซีรีส์นะ

334
00:21:40,066 --> 00:21:45,001
หรือวิเคราะห์เส้นเรื่องว่า เออ เขาจะมาอย่างไร
เขาจะหักมุมอย่างไร แล้วเป็นอย่างไร

335
00:21:45,025 --> 00:21:46,828
มันทำให้เรามีความคิดที่ดีขึ้น

336
00:21:47,084 --> 00:21:49,018
ทีนี้ ปกติอาจารย์เที่ยวไหมครับ

337
00:21:50,005 --> 00:21:53,534
(ดร.นันทนา) สมัยก่อนที่ไม่ได้มาเป็น สว.
(คุณณรงค์ฤทธิ์) สถานที่ที่ชอบไป ส่วนใหญ่

338
00:21:53,567 --> 00:21:56,067
(ดร.นันทนา) ก็ไปเที่ยวต่างประเทศอะไรแบบนี้ค่ะ
(คุณณรงค์ฤทธิ์) ต่างประเทศ

339
00:21:56,091 --> 00:21:57,831
(ดร.นันทนา) ค่ะ ๆ
(คุณณรงค์ฤทธิ์) เป็นท่องเที่ยวธรรมชาติ

340
00:21:58,497 --> 00:21:59,811
(คุณณรงค์ฤทธิ์) หรือแนวไหนครับอาจารย์

341
00:22:00,556 --> 00:22:06,716
(ดร.นันทนา) ชอบไปประเทศ
ที่มันมีอารยธรรมโบราณ อะไรประมาณนี้ค่ะ

342
00:22:06,755 --> 00:22:09,556
(คุณณรงค์ฤทธิ์) อ๋อ มี History ประวัติศาสตร์
(ดร.นันทนา) ใช่ค่ะ ใช่ ๆ ใช่

343
00:22:09,581 --> 00:22:13,508
(คุณณรงค์ฤทธิ์) ให้อะไรกับเราบ้างครับอาจารย์
(ดร.นันทนา) ไปดูปราสาท ไปดูพระราชวัง

344
00:22:13,532 --> 00:22:16,673
(ดร.นันทนา) อะไรต่ออะไรนี่นะ
อย่างบางทีเราก็เห็น

345
00:22:16,697 --> 00:22:22,025
อย่าง... อย่างรัสเซียนี่
อู้หูย พระราชวังใหญ่มาก

346
00:22:22,049 --> 00:22:29,074
แล้วเราก็รู้สึกว่าเขาบอกพูดถึงเรื่องของ
งบประมาณในการที่จะมาจัดสร้างอะไรต่ออะไร

347
00:22:29,151 --> 00:22:35,539
เราก็มานั่งคิดว่า
สุดท้ายสิ่งที่มันเกิดขึ้นมาก็คือว่า

348
00:22:35,563 --> 00:22:39,588
การใช้เงินมากมายไป แล้วประชาชนอดอยาก

349
00:22:39,773 --> 00:22:45,961
สุดท้ายมันก็ไม่สามารถ
ที่จะรักษาสิ่งเหล่านั้นเอาไว้ได้อะไรประมาณนี้นะคะ

350
00:22:45,986 --> 00:22:50,861
แต่ถามว่าในเชิงศิลปะชื่นชมไหม ค่ะ แน่นอน

351
00:22:51,584 --> 00:22:59,725
มันเป็นอารยธรรมที่มันเกิดขึ้นมา
จากครีเอทีฟของมนุษย์อะไรต่ออะไรนี่ เราก็ได้เห็น

352
00:22:59,749 --> 00:23:05,290
แต่ในขณะเดียวกัน เราก็ได้บทเรียน
จากประวัติศาสตร์ ก็ชอบไปแนว ๆ นั้น

353
00:23:05,314 --> 00:23:21,873
[เสียงดนตรี]

354
00:23:21,960 --> 00:23:25,181
(คุณณรงค์ฤทธิ์) การที่สนใจการเมือง
การสนใจประวัติศาสตร์

355
00:23:25,205 --> 00:23:28,760
การสนใจเรื่องราวที่มันมีความลุ่มลึก

356
00:23:29,318 --> 00:23:33,751
ทำให้เรามองและประเมินคน
ได้เฉียบขาดขึ้นไหมครับอาจารย์

357
00:23:34,505 --> 00:23:41,264
(ดร.นันทนา) ในแง่ของการเรียนรู้ประวัติศาสตร์
แล้วก็ในเรื่องของรัฐศาสตร์นี่

358
00:23:41,664 --> 00:23:46,963
มันทำให้เรามองสถานการณ์จากอดีตนี่นะคะ

359
00:23:46,987 --> 00:23:49,675
(ดร.นันทนา) มันทำให้เราเข้าใจปัจจุบัน
(คุณณรงค์ฤทธิ์) ครับ

360
00:23:49,699 --> 00:23:51,734
(ดร.นันทนา) แล้วมันก็สามารถทำให้เรานี่

361
00:23:52,306 --> 00:23:58,141
ไปพยากรณ์หรือคาดการณ์
สิ่งที่มันจะเกิดขึ้นในอนาคตได้

362
00:23:58,387 --> 00:24:05,048
ในแง่ของบุคคลนี่ เรา...
ถ้าเราเทียบเคียงไปถึงผู้คนในประวัติศาสตร์

363
00:24:05,072 --> 00:24:07,787
เราก็อาจจะมาวิเคราะห์เขาได้

364
00:24:07,811 --> 00:24:11,307
แต่มันจะไม่ได้ลงลึก
ไปในรายละเอียดของแต่ละบุคคล

365
00:24:11,331 --> 00:24:13,912
(คุณณรงค์ฤทธิ์) มันจะไม่ได้เป็น
เชิงจิตวิทยาใช่ไหมครับ

366
00:24:14,183 --> 00:24:15,784
(ดร.นันทนา) มันไม่ได้เข้าไปขนาดนั้น
(คุณณรงค์ฤทธิ์) ไม่ได้ขนาดนั้น

367
00:24:15,808 --> 00:24:21,428
(ดร.นันทนา) แต่ว่าเราจะวิเคราะห์ภาพ
เราใช้คำว่า "Big picture" ทางการเมืองได้

368
00:24:21,452 --> 00:24:26,879
ว่าจากจากเหตุการณ์อย่างนี้
มันเคยเกิดขึ้นมาในประวัติศาสตร์

369
00:24:27,078 --> 00:24:31,719
แล้วก็วันนี้มันเป็นอย่างนี้
ในอนาคตมันจะเป็นอย่างไร

370
00:24:31,970 --> 00:24:37,330
เราสามารถที่จะมองอดีตไป
ทะลุไปถึงอนาคตได้

371
00:24:37,355 --> 00:24:39,068
(คุณณรงค์ฤทธิ์) ครับ ทีมงานฝากถามมาว่า

372
00:24:39,092 --> 00:24:44,251
อาจารย์เป๊ะมาก ทั้งความคิด
ทั้งวิธีการวิเคราะห์อะไรต่าง ๆ นี่

373
00:24:44,674 --> 00:24:45,943
ไลฟ์สไตล์การแต่งตัว

374
00:24:45,967 --> 00:24:49,887
อาจารย์ต้องมีลุกประจำตัวไหมครับ
หรือว่าชอบแบบไหน อะไรอย่างไร

375
00:24:51,080 --> 00:24:58,488
(ดร.นันทนา) เนื่องจากบุคลิกของตัวเองนี่นะคะ
เป็นคนที่แบบว่าคิดเร็วทำเร็ว

376
00:24:58,892 --> 00:25:04,557
เมื่อสักครู่นี้ ตอนที่ช่างภาพเก็บภาพ
ก็จะบอกว่าเดินช้า ๆ หน่อยอะไรประมาณนี้นะ

377
00:25:04,610 --> 00:25:06,738
คือเป็นคนที่แบบเดินเร็วฉับ ๆ ฉับ ๆ ฉับ ๆ

378
00:25:07,643 --> 00:25:14,473
ก็จะคิดว่าเลือกเสื้อผ้า
ที่มันสอดคล้องกับบุคลิกของตัวเอง

379
00:25:14,497 --> 00:25:16,837
(คุณณรงค์ฤทธิ์) ทะมัดทะแมง
(ดร.นันทนา) ทะมัดทะแมงแล้วก็

380
00:25:17,210 --> 00:25:22,670
(ดร.นันทนา) ไม่... โดยส่วนตัวไม่ค่อยมีความ...
ไม่ค่อยมีใครบอกว่าเราเป็นผู้หญิงสักเท่าไร

381
00:25:22,778 --> 00:25:26,423
คือเรา... เราจะไม่ได้ออกแบบแนวอ่อนหวาน

382
00:25:26,448 --> 00:25:28,329
(คุณณรงค์ฤทธิ์) เอ้า แต่เราก็มีหญิงบู๊ไง
(ดร.นันทนา) แนวหญิงอะไรอย่างนี้

383
00:25:28,353 --> 00:25:30,687
(คุณณรงค์ฤทธิ์) หญิงบู๊ หญิงสตรองไงอาจารย์
(ดร.นันทนา) เออ ก็ประมาณนั้นน่ะ

384
00:25:30,884 --> 00:25:33,633
(ดร.นันทนา) เพราะฉะนั้น
เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายนี่

385
00:25:33,657 --> 00:25:37,478
มันก็จะสะท้อนตัวตนของเราที่ทะมัดทะแมง

386
00:25:37,736 --> 00:25:42,217
แล้วก็เป็นความเป็นคนที่ทำงาน

387
00:25:42,242 --> 00:25:49,702
เป็นคนที่บุคลิกแบบแข็ง ๆ
มั่น ๆ อะไรประมาณนี้มากกว่า

388
00:25:49,795 --> 00:25:56,049
อาจารย์ครับเราทำงานในสภา
ก็จะเห็นว่าก็ทุ่มเทเวลาตลอดทุก ๆ วัน

389
00:25:56,500 --> 00:25:58,322
เพื่อเรื่องราวของประชาชน

390
00:25:58,981 --> 00:26:02,827
ว่างเว้นจากการทำงานในสภา
เหมือนรายการพักคุยอย่างนี้

391
00:26:02,933 --> 00:26:06,172
หลายคนอยากจะทราบว่า
เวลาอาจารย์พักผ่อนอาจารย์ทำอะไรบ้าง

392
00:26:06,196 --> 00:26:11,831
อยู่บ้านทำอะไร เป็นอย่างไร เหมือนในสภาไหม
หรือจริง ๆ แล้วการพักผ่อนคืออะไรครับอาจารย์

393
00:26:12,683 --> 00:26:13,811
(ดร.นันทนา) ต้องบอกว่า
(คุณณรงค์ฤทธิ์) [เสียงหัวเราะ]

394
00:26:13,835 --> 00:26:15,450
(ดร.นันทนา) มีเวลาพักผ่อนน้อยมาก
(คุณณรงค์ฤทธิ์) มีเวลาพักไหม

395
00:26:15,474 --> 00:26:16,862
(ดร.นันทนา) น้อยมาก น้อยมาก
(คุณณรงค์ฤทธิ์) ครับ

396
00:26:16,886 --> 00:26:19,440
(คุณณรงค์ฤทธิ์) ครับ
(ดร.นันทนา) คือถ้าเป็นเมื่อก่อนนี้นะคะ

397
00:26:19,464 --> 00:26:24,839
(ดร.นันทนา) ที่ลูกยังเล็ก
แล้วก็ยังต้องใช้เวลากับลูกให้มากที่สุดนี่

398
00:26:24,863 --> 00:26:27,711
ก็จะ... ก็จะไม่อาสามาทำงานการเมือง

399
00:26:27,735 --> 00:26:34,483
เพราะรู้ว่าในช่วงเวลา
ที่เราจะฟูมฟักเด็กสักคนหนึ่ง

400
00:26:34,507 --> 00:26:39,233
ที่ให้เขาเติบโตขึ้นมาแบบเป็นคนที่มีคุณภาพ

401
00:26:39,699 --> 00:26:43,547
แล้วก็จะเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าของประเทศนี่

402
00:26:43,571 --> 00:26:48,599
เราควรจะต้องให้ความรักความอบอุ่นกับเขา
แล้วก็ดูแลเขาอย่างดีที่สุด

403
00:26:48,623 --> 00:26:52,059
เพราะฉะนั้น ก็จะ... ในช่วงที่ลูกยังเล็กนี่

404
00:26:52,616 --> 00:26:56,264
จริง ๆ ก็ต้องบอกว่า
20 ปีแรกของชีวิตนี่ทุ่มเทให้เขามาก

405
00:26:56,675 --> 00:27:01,670
ทำงานที่ดูแลลูกได้เต็มที่นะคะ

406
00:27:01,694 --> 00:27:07,415
แต่ตอนนี้ลูกโตหมดแล้ว รับผิดชอบตัวเองได้
ทำงานแล้ว ไปเป็นทรัพยากรของประเทศได้แล้วนี่

407
00:27:07,512 --> 00:27:10,647
ก็มีเวลาในการที่มาทำงานการเมือง

408
00:27:10,671 --> 00:27:11,320
เพราะฉะนั้น

409
00:27:12,719 --> 00:27:14,348
(คุณณรงค์ฤทธิ์) อาจารย์กำลังจะบอกว่าพักน้อยลง
(ดร.นันทนา) ถ้าจะถามว่า

410
00:27:14,372 --> 00:27:16,667
(ดร.นันทนา) พัก
(คุณณรงค์ฤทธิ์) ทุ่มเท... ทุ่มเทงานมากขึ้น

411
00:27:16,691 --> 00:27:19,346
(ดร.นันทนา) เรื่องพักนี่ เราไม่ค่อยคิดถึงเท่าไร

412
00:27:19,696 --> 00:27:23,504
แต่ว่าเมื่อมาถึงตรงนี้ ในบทบาทนี้ ก็คือทำเต็มที่

413
00:27:23,528 --> 00:27:27,403
แล้วก็โดยบทบาทของเราเป็น สว. นี่คือแค่ 5 ปี

414
00:27:27,784 --> 00:27:33,363
5 ปีนี้ เราก็คิดว่าทำเต็มที่
เรามีเวลาพักอีกเยอะหลังจากนี้นะคะ

415
00:27:33,387 --> 00:27:39,068
เพราะฉะนั้น ก็คือ
ใช้เวลากับการทำหน้าที่ตรงนี้ค่อนข้างมาก

416
00:27:39,092 --> 00:27:43,960
เวลาพักก็คือทำให้นอนหลับได้นะคะ

417
00:27:43,984 --> 00:27:47,772
รับประทานอาหารให้
ครบเพื่อที่จะทำให้สุขภาพไม่แย่

418
00:27:47,796 --> 00:27:52,257
แล้วก็ผ่อนคลายทางด้านสมองบ้าง แค่นั้นล่ะค่ะ

419
00:27:52,281 --> 00:27:55,285
(คุณณรงค์ฤทธิ์) แล้วลูก ๆ
คุณลูกให้กำลังใจคุณแม่อย่างไรบ้าง

420
00:27:55,309 --> 00:27:57,143
กับการเข้ามาในพื้นที่ตรงนี้ครับ

421
00:27:57,583 --> 00:28:01,023
(ดร.นันทนา) ก่อนที่จะมาสมัคร สว. นี่
ทางครอบครัวเห็นด้วย

422
00:28:01,322 --> 00:28:03,847
แล้วเราก็ตกลงกันในครอบครัวแล้วว่า

423
00:28:04,280 --> 00:28:09,908
จะเข้ามา แล้วก็
เราปลดพันธกิจทั้งหมดแล้วในเรื่องอื่น ๆ

424
00:28:10,300 --> 00:28:16,501
รวมทั้งเรื่องของงานสอน
ก็คือไม่ต้องสอน ไม่ต้องอะไรแล้วนะคะ

425
00:28:16,525 --> 00:28:21,275
ก็มาถึงตรงนี้ก็ทำเต็มที่
แล้วก็ครอบครัวก็สนับสนุนเต็มที่

426
00:28:21,299 --> 00:28:24,254
ทุกวันนี้ก็มีกำลังใจจากครอบครัว

427
00:28:24,599 --> 00:28:31,054
ที่เขาดูคลิปจากการอภิปราย
จากการไปออกรายการอะไรต่าง ๆ นี่

428
00:28:31,079 --> 00:28:33,637
ก็ให้กำลังใจกันใน LINE กลุ่มของครอบครัว

429
00:28:33,662 --> 00:28:34,453
(คุณณรงค์ฤทธิ์) อ๋อมี LINE กลุ่มครอบครัว

430
00:28:34,477 --> 00:28:35,445
(คุณณรงค์ฤทธิ์) อุ๊ย น่ารักมากเลย
(ดร.นันทนา) ใช่ค่ะ

431
00:28:35,529 --> 00:28:39,444
(คุณณรงค์ฤทธิ์) อาจารย์พูดถึง
ช่องทางการติดตามนะครับ ที่เป็น Public

432
00:28:39,769 --> 00:28:42,844
สามารถจะติดตามอาจารย์นันทนา
ได้ช่องทางไหนบ้างครับอาจารย์

433
00:28:42,868 --> 00:28:48,649
(ดร.นันทนา) ก็มี Facebook นะคะ
ซึ่งสามารถที่จะติดตามได้นะคะ

434
00:28:48,673 --> 00:28:51,634
(คุณณรงค์ฤทธิ์) เดี๋ยวทีมงานขึ้นแถบบาร์ให้
(ดร.นันทนา) Facebook ดร.นันทนานะคะ

435
00:28:51,695 --> 00:28:54,367
(ดร.นันทนา) เช่นเดียวกับ Twitter
หรือ X นะคะ

436
00:28:54,391 --> 00:28:57,739
ก็ติดตามได้ ชื่อเดียวกันนะคะ Dr.Nantana

437
00:28:57,763 --> 00:29:01,798
เพราะฉะนั้น ตรงนี้ก็สามารถติดต่อสื่อสารกันได้

438
00:29:01,916 --> 00:29:06,478
แต่ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมีเวลา
ที่จะเข้าไปตอบคอมเมนต์

439
00:29:06,502 --> 00:29:08,663
แต่อ่านทุกคอมเมนต์นะคะ

440
00:29:08,687 --> 00:29:15,373
เพียงแต่ว่าเวลาในการที่จะตอบอาจจะน้อยหน่อย
เพราะว่าต้องมาบู๊ในสภาเยอะน่ะค่ะ

441
00:29:15,397 --> 00:29:18,439
(คุณณรงค์ฤทธิ์) ครับ เป็นกำลังใจให้
แล้วก็วันนี้ขอบคุณมากครับ พิเศษสุด ๆ เลยนะครับ

442
00:29:18,463 --> 00:29:20,271
ที่ได้คุยกับอาจารย์ ขอบคุณมากครับอาจารย์ครับ

443
00:29:20,295 --> 00:29:21,757
(คุณณรงค์ฤทธิ์) มาพักคุยด้วยกัน ขอบคุณครับ
(ดร.นันทนา) ยินดีค่ะ

444
00:29:21,916 --> 00:29:24,064
(คุณณรงค์ฤทธิ์) เอาล่ะครับคุณผู้ชมครับ
หมดเวลาของพักคุยแล้ว

445
00:29:24,088 --> 00:29:25,348
ก็จะเห็นบรรยากาศแบบนี้ครับ

446
00:29:25,372 --> 00:29:29,193
นอกจากเรื่องราวในสภา ตัวตนของสมาชิกรัฐสภา

447
00:29:29,357 --> 00:29:34,352
เราก็จะได้เห็นว่าแนวคิดของแต่ละคนแต่ละท่าน
มีความเป็นมาเป็นไปอย่างไร

448
00:29:34,376 --> 00:29:35,624
หรือการใช้ชีวิตเป็นอย่างไร

449
00:29:35,648 --> 00:29:38,396
ทั้งหมดนี้คือพักคุยครับ
ผม ต้น ณรงค์ฤทธิ์ คิดเห็น

450
00:29:38,420 --> 00:29:42,015
พร้อมทางอาจารย์ นันทนา นันทวโรภาส
สมาชิกวุฒิสภา

451
00:29:42,171 --> 00:29:45,347
ต้องลาคุณผู้ชมไปก่อนนะครับ
วันนี้หมดเวลาของพักคุยครับ สวัสดีครับ

452
00:29:45,472 --> 00:29:53,373
[เสียงดนตรี]

