﻿WEBVTT

00:00:00.325 --> 00:00:08.936
[เสียงดนตรี]

00:00:09.571 --> 00:00:10.456
(ดร.สุนัดดา) สวัสดีค่ะ

00:00:10.738 --> 00:00:12.888
พบกับครูสุนัดดาอีกครั้งหนึ่งนะคะ

00:00:13.046 --> 00:00:14.201
วันนี้เราจะมาเรียนกัน

00:00:14.226 --> 00:00:16.570
ในตอนปัจจัยบางประการ

00:00:16.836 --> 00:00:19.755
ที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช ตอน 2

00:00:21.033 --> 00:00:23.872
ซึ่งเนื้อหาจะเป็นปัจจัยภายในนะคะ

00:00:24.114 --> 00:00:26.555
เรียนเกี่ยวกับฮอร์โมนพืช 5 ชนิดค่ะ

00:00:26.887 --> 00:00:29.721
แต่สำหรับคลิปนี้ เราจะเรียน 3 ชนิดก่อนนะคะ

00:00:29.800 --> 00:00:33.355
ก็คือออกซิน ไซโทไคนิน และจิบเบอเรลลิน ค่ะ

00:00:33.640 --> 00:00:35.056
สำหรับฮอร์โมนพืชอีก 2 ชนิด

00:00:35.080 --> 00:00:37.055
เราจะเรียนกันในคลิปถัดไปนะคะ

00:00:39.252 --> 00:00:41.255
มีจุดประสงค์การเรียนรู้ดังนี้ค่ะ

00:00:41.540 --> 00:00:42.755
ก็คือสืบค้นข้อมูล

00:00:42.779 --> 00:00:45.755
เกี่ยวกับสารควบคุมการเจริญเติบโตของพืช

00:00:45.779 --> 00:00:47.188
ที่มนุษย์สังเคราะห์ขึ้น

00:00:47.593 --> 00:00:50.488
เพื่อใช้ในการเกษตรและเพิ่มผลผลิตของพืช

00:00:50.852 --> 00:00:53.221
และนำเสนอข้อมูลในรูปแบบต่าง ๆ ค่ะ

00:00:54.673 --> 00:00:57.283
ที่บ้านของนักเรียนปลูกต้นมะม่วงไว้บ้างไหมคะ

00:00:57.886 --> 00:00:59.888
หรือเคยเห็นต้นมะม่วงมาบ้างหรือเปล่า

00:01:00.745 --> 00:01:02.355
ต้นมะม่วงที่นักเรียนเคยเห็น

00:01:03.363 --> 00:01:06.621
มีลักษณะต้นแบบในรูปนี้หรือไม่ อย่างไร

00:01:08.280 --> 00:01:10.923
ต้นมะม่วงบางต้น ที่นักเรียนปลูกไว้ที่บ้านนะคะ

00:01:10.947 --> 00:01:12.029
หรือว่าที่เคยเห็นมาก่อน

00:01:12.100 --> 00:01:13.905
อาจจะมีต้นที่สูงมาก

00:01:14.308 --> 00:01:16.321
ทำให้เมื่อมะม่วงออกผลนี่ค่ะ

00:01:16.575 --> 00:01:19.388
เราจะสามารถเก็บผลมะม่วงได้ลำบากนะคะ

00:01:19.784 --> 00:01:21.455
แต่ต้นมะม่วงบางต้นค่ะ

00:01:21.692 --> 00:01:24.655
จะมีลักษณะเหมือนกับในรูปนี้นะคะ

00:01:24.860 --> 00:01:28.821
ก็คือต้นไม่สูงมากและมีทรงพุ่มกว้างค่ะ

00:01:29.687 --> 00:01:31.488
ในการปลูกมะม่วงนะคะ

00:01:31.812 --> 00:01:34.581
นอกจากเราจะควบคุมปัจจัยภายนอก

00:01:34.605 --> 00:01:36.766
ที่เราเรียนมาแล้วในคลิปที่แล้วนะคะ

00:01:36.806 --> 00:01:39.504
อย่างเช่น แสง น้ำ ธาตุอาหาร

00:01:40.408 --> 00:01:43.227
ก็อาจจะมีการตัดยอดนะคะ

00:01:43.251 --> 00:01:47.216
เพื่อจะให้ต้นมะม่วงนี่ค่ะ แตกตาข้างมากขึ้น

00:01:47.648 --> 00:01:49.855
ทำให้เกิดกิ่งข้างมากขึ้น

00:01:50.719 --> 00:01:54.688
เป็นการเพิ่มผลผลิต แล้วก็ควบคุมทรงพุ่มค่ะ

00:01:56.140 --> 00:02:00.164
ทำให้ต้นมะม่วงที่เราปลูกนี่นะคะ ไม่สูงมาก

00:02:00.560 --> 00:02:01.997
เก็บผลผลิตสะดวก

00:02:02.680 --> 00:02:04.621
นอกจากต้นมะม่วงแล้ว

00:02:04.827 --> 00:02:06.921
เรายังสามารถตัดยอดพืชอื่น ๆ

00:02:07.122 --> 00:02:10.221
เพื่อควบคุมทรงพุ่มได้เช่นเดียวกันค่ะ

00:02:10.515 --> 00:02:14.907
อย่างเช่น มะนาว ทุเรียน เงาะ และมังคุด

00:02:16.874 --> 00:02:18.753
นักเรียนคิดว่า เพราะเหตุใด

00:02:18.777 --> 00:02:22.322
การตัดยอดพืชจึงส่งผลต่อการเจริญเติบโต

00:02:22.568 --> 00:02:24.788
และการให้ผลผลิตของพืชได้

00:02:26.041 --> 00:02:27.555
เดี๋ยวเราจะมาเรียนพร้อมกันเลยนะคะ

00:02:28.467 --> 00:02:31.219
3.2.2 ปัจจัยภายใน

00:02:32.353 --> 00:02:34.202
จากวิดีโอคลิปตอนที่แล้ว

00:02:34.467 --> 00:02:35.490
นักเรียนได้เรียนมาแล้ว

00:02:35.514 --> 00:02:39.684
ว่าปัจจัยภายนอกมีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช

00:02:40.579 --> 00:02:41.755
นอกจากปัจจัยภายนอก

00:02:41.779 --> 00:02:44.353
ที่พืชได้รับจากสภาพแวดล้อมแล้ว

00:02:44.664 --> 00:02:45.928
ยังมีปัจจัยภายใน

00:02:46.888 --> 00:02:48.588
ที่กำหนดให้พืชแต่ละชนิด

00:02:49.006 --> 00:02:51.254
มีการเจริญเติบโตที่แตกต่างกัน

00:02:51.714 --> 00:02:53.188
ปัจจัยภายในดังกล่าว

00:02:53.394 --> 00:02:56.421
เป็นสารควบคุมการเจริญเติบโตของพืช

00:02:56.976 --> 00:02:59.221
หรือ plant growth regulator

00:02:59.840 --> 00:03:01.755
ซึ่งพืชสร้างขึ้นภายในเซลล์

00:03:02.024 --> 00:03:03.455
เรียกว่า "ฮอร์โมนพืช"

00:03:04.494 --> 00:03:07.755
พืชจะสร้างฮอร์โมนเหล่านี้ในปริมาณน้อย

00:03:07.779 --> 00:03:08.855
ที่แหล่งสร้าง

00:03:09.132 --> 00:03:12.655
แล้วลำเลียงไปยังเนื้อเยื่อตามตำแหน่งต่าง ๆ

00:03:13.129 --> 00:03:14.364
ภายในต้นพืช

00:03:15.486 --> 00:03:18.055
มีผลควบคุมกระบวนการต่าง ๆ

00:03:18.443 --> 00:03:20.309
ในการเจริญเติบโตของพืช

00:03:21.856 --> 00:03:23.595
ฮอร์โมนพืชมี 5 กลุ่มหลัก

00:03:23.825 --> 00:03:27.955
คือ ออกซิน ไซโทไคนิน และจิบเบอเรลลิน

00:03:28.486 --> 00:03:31.288
เอทิลีน และกรดแอบไซซิก

00:03:32.613 --> 00:03:36.192
ในปัจจุบันนี้นะคะ มนุษย์สังเคราะห์สารหลายชนิด

00:03:36.216 --> 00:03:38.969
ซึ่งมีผลควบคุมการเจริญเติบโต

00:03:39.374 --> 00:03:41.021
เช่นเดียวกับฮอร์โมนพืช

00:03:42.053 --> 00:03:45.121
ซึ่งจัดเป็นสารควบคุมการเจริญเติบโต

00:03:45.454 --> 00:03:47.407
เพื่อใช้ประโยชน์ทางการเกษตร

00:03:47.867 --> 00:03:52.521
เช่น สารเร่งราก สารเพิ่มการติดดอกและผล

00:03:53.116 --> 00:03:55.147
โดยจะต้องให้สารสังเคราะห์เหล่านี้

00:03:55.171 --> 00:03:57.221
แก่พืชในปริมาณที่เหมาะสม

00:03:58.530 --> 00:04:00.721
นักเรียนคิดว่าฮอร์โมนพืชแต่ละชนิด

00:04:01.253 --> 00:04:03.234
มีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช

00:04:03.258 --> 00:04:04.621
แตกต่างกันอย่างไร

00:04:05.795 --> 00:04:09.021
และมีการนำสารควบคุมการเจริญเติบโตเหล่านี้

00:04:09.418 --> 00:04:11.188
ไปใช้ประโยชน์อย่างไรบ้าง

00:04:12.513 --> 00:04:14.288
เดี๋ยวเราจะมาเรียนพร้อมกันเลยนะคะ

00:04:17.074 --> 00:04:17.955
ออกซิน

00:04:18.827 --> 00:04:22.188
ออกซินเป็นฮอร์โมนพืชชนิดแรกที่มีการค้นพบ

00:04:23.037 --> 00:04:26.255
มีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นการยืดตัวของเซลล์

00:04:27.406 --> 00:04:30.827
นอกจากนี้แล้วยังมีบทบาทในด้านอื่น ๆ อีกนะคะ

00:04:30.851 --> 00:04:34.055
เช่น ยับยั้งการเจริญของตาข้าง

00:04:34.475 --> 00:04:37.355
โดยทำงานร่วมกับฮอร์โมนกลุ่มไซโทไคนิน

00:04:38.116 --> 00:04:40.497
ส่งเสริมการเจริญของราก

00:04:41.052 --> 00:04:42.755
กระตุ้นการเจริญของผล

00:04:43.556 --> 00:04:45.730
และชะลอการหลุดร่วงของใบ

00:04:47.729 --> 00:04:50.968
นักเรียนเคยปลูกพืชแล้วนำไปไว้ริมหน้าต่าง

00:04:51.388 --> 00:04:53.261
หรือว่าริมระเบียงบ้างหรือไม่คะ

00:04:53.904 --> 00:04:55.187
แล้วเคยสังเกตไหมคะ

00:04:55.448 --> 00:04:58.455
ว่าต้นพืชของนักเรียนมีลักษณะอย่างไร

00:05:00.359 --> 00:05:02.155
ถ้านักเรียนเคยปลูกพืชนะคะ

00:05:02.179 --> 00:05:04.324
อย่างเช่น มะเขือเทศหรือทานตะวัน

00:05:05.046 --> 00:05:07.102
และให้ได้รับแสงตามปกติ

00:05:07.657 --> 00:05:11.924
ลำต้นจะตั้งตรงแล้วก็สูงขึ้นไปทางด้านบนนะคะ

00:05:12.336 --> 00:05:15.420
แต่ว่าถ้าเรานำต้นไม้นี้ไปไว้ริมหน้าต่าง

00:05:15.638 --> 00:05:17.008
หรือว่าริมระเบียงค่ะ

00:05:17.498 --> 00:05:18.554
นักเรียนเคยสังเกตไหมคะ

00:05:18.579 --> 00:05:19.817
ว่าต้นไม้ของนักเรียน

00:05:19.841 --> 00:05:22.188
จะมีลักษณะที่ต่างไปจากเดิมอย่างไร

00:05:23.990 --> 00:05:25.622
ยอดของพืชเหล่านั้นนะคะ

00:05:26.007 --> 00:05:27.297
จะโค้งเข้าหาแสงเสมอ

00:05:28.082 --> 00:05:30.988
จากในรูปนี้นะคะ เป็นต้นทานตะวันค่ะ

00:05:31.337 --> 00:05:33.555
ถ้าสังเกตที่ตายอดนะคะ

00:05:33.809 --> 00:05:37.473
จะเห็นว่ามีการโค้งเข้าหาแสงค่ะ

00:05:37.790 --> 00:05:40.902
เพราะว่าตอนที่ครูปลูกต้นทานตะวันนี้นะคะ

00:05:40.926 --> 00:05:43.288
ครูนำไปไว้ที่ริมระเบียงค่ะ

00:05:44.954 --> 00:05:46.422
เดี๋ยวเรามาศึกษากันนะคะ

00:05:46.446 --> 00:05:49.694
ว่าปลายยอดพืชโค้งเข้าหาแสงได้อย่างไร

00:05:52.226 --> 00:05:55.055
การที่ปลายยอดพืชโค้งเข้าหาแสง

00:05:55.173 --> 00:05:57.988
ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่มากระตุ้น

00:05:58.607 --> 00:06:02.222
เป็นผลจากออกซิน ซึ่งเป็นปัจจัยภายใน

00:06:03.126 --> 00:06:06.179
โดยปกติแล้ว พืชจะสร้างออกซินมาก

00:06:06.203 --> 00:06:08.188
บริเวณปลายยอดและใบอ่อน

00:06:09.257 --> 00:06:12.555
เมื่อมีแสงส่องไปยังด้านใดด้านหนึ่งของปลายยอด

00:06:13.007 --> 00:06:14.110
จากในรูปนี้นะคะ

00:06:14.135 --> 00:06:16.186
ก็คือแสงส่องเข้ามาทางด้านนี้ค่ะ

00:06:18.210 --> 00:06:20.046
ด้านที่ได้รับแสงน้อย

00:06:20.268 --> 00:06:21.898
จะมีการสะสมของออกซิน

00:06:21.922 --> 00:06:23.851
มากกว่าด้านที่ได้รับแสงมาก

00:06:24.299 --> 00:06:25.835
นักเรียนสามารถศึกษาได้

00:06:25.859 --> 00:06:27.588
จากภาพขยายตรงนี้นะคะ

00:06:28.500 --> 00:06:30.945
ฝั่งนี้ คือ ด้านที่ได้รับแสงน้อย

00:06:31.174 --> 00:06:34.088
ส่วนด้านนี้ คือ ด้านที่ได้รับแสงมากค่ะ

00:06:35.231 --> 00:06:37.088
ด้านที่ได้รับแสงน้อย

00:06:37.596 --> 00:06:41.159
จะมีการสะสมออกซินมากกว่าด้านที่ได้รับแสงมาก

00:06:41.968 --> 00:06:44.575
ออกซินสามารถกระตุ้นการยืดตัวของเซลล์

00:06:45.058 --> 00:06:47.421
ทำให้ด้านที่ได้รับแสงน้อย

00:06:47.739 --> 00:06:49.655
ซึ่งมีการสะสมออกซินมาก

00:06:49.885 --> 00:06:51.259
มีการยืดตัว

00:06:51.438 --> 00:06:54.388
และขยายตัวมากกว่าด้านที่ได้รับแสงมาก

00:06:54.895 --> 00:06:58.141
จึงเกิดการโค้งงอของปลายยอดเข้าหาแสงเสมอ

00:06:59.047 --> 00:07:01.555
สารสังเคราะห์ที่มีสมบัติคล้ายออกซิน

00:07:01.579 --> 00:07:05.457
เช่น IBA (indolebutyric acid)

00:07:06.091 --> 00:07:08.755
NAA (naphthaleneacetic acid)

00:07:09.278 --> 00:07:10.821
มีการนำมาใช้

00:07:11.243 --> 00:07:14.821
เพื่อเร่งการเกิดรากของกิ่งตอหรือกิ่งปักชำ

00:07:15.845 --> 00:07:18.597
ในรูปนี้นะคะ คือ การปักชำกิ่งโมก

00:07:18.851 --> 00:07:21.559
โดยใช้สารสังเคราะห์ที่มีสมบัติคล้ายออกซิน

00:07:22.177 --> 00:07:24.188
เพื่อเร่งการเจริญของรากค่ะ

00:07:25.680 --> 00:07:26.868
ทางด้านซ้ายมือนี้ค่ะ

00:07:26.892 --> 00:07:29.576
จะเป็นก่อนปักชำกิ่งโมกนะคะ

00:07:29.766 --> 00:07:32.321
ส่วนทางด้านขวามือจะเป็นหลังปักชำค่ะ

00:07:33.407 --> 00:07:34.620
ซึ่งถ้าเราดูนะคะ

00:07:34.820 --> 00:07:36.973
กิ่งนี้ค่ะ จะไม่มีการใช้สาร

00:07:37.163 --> 00:07:38.751
ส่วนตรงนี้จะมีการใช้สาร

00:07:39.140 --> 00:07:40.921
เมื่อนำไปปักชำแล้วนะคะ

00:07:41.179 --> 00:07:42.334
จะเห็นว่า

00:07:42.607 --> 00:07:45.800
กิ่งที่ไม่มีการใช้สารจะไม่มีรากงอกออกมาค่ะ

00:07:46.514 --> 00:07:47.555
ส่วนกิ่งนี้นะคะ

00:07:47.579 --> 00:07:51.255
ที่มีการใช้สารสังเคราะห์ ที่มีสมบัติคล้ายออกซิน

00:07:51.788 --> 00:07:54.355
จะเห็นว่ามีรากงอกออกมาจากกิ่งค่ะ

00:07:55.473 --> 00:07:57.937
สังเคราะห์ที่มีสมบัติคล้ายออกซิน

00:07:58.255 --> 00:08:01.815
ยังสามารถใช้กระตุ้นให้พืชบางชนิดติดผล

00:08:01.929 --> 00:08:04.419
โดยไม่ต้องมีการปฏิสนธิได้ด้วยค่ะ

00:08:04.518 --> 00:08:09.088
เช่น องุ่น แตงโม สตรอว์เบอร์รี มะเขือเทศ

00:08:09.524 --> 00:08:11.848
ซึ่งทำให้ได้ผลที่ไม่มีเมล็ด

00:08:12.638 --> 00:08:15.681
นอกจากนี้แล้ว หากพืชได้รับสารสังเคราะห์

00:08:15.705 --> 00:08:17.955
ที่มีสมบัติคล้ายออกซินมากเกินไป

00:08:18.391 --> 00:08:20.794
จะมีผลยับยั้งการเจริญเติบโต

00:08:21.286 --> 00:08:23.992
ดังนั้น จึงมีการใช้สารกลุ่มนี้

00:08:24.373 --> 00:08:26.953
เพื่อกำจัดวัชพืชบางชนิดได้ด้วยค่ะ

00:08:28.040 --> 00:08:29.421
ช่วงชวนคิด

00:08:29.858 --> 00:08:32.192
ครูมีคำถามถามนักเรียน 1 คำถามนะคะ

00:08:32.516 --> 00:08:36.355
นั่นก็คือสารสังเคราะห์ที่มีสมบัติคล้ายฮอร์โมนพืช

00:08:36.934 --> 00:08:40.188
จัดเป็นปัจจัยภายนอกหรือปัจจัยภายใน

00:08:40.770 --> 00:08:43.255
ครูจะให้เวลานักเรียนคิด 10 วินาทีค่ะ

00:08:43.357 --> 00:08:45.570
แล้วเดี๋ยวเรามาดูเฉลยพร้อมกันนะคะ

00:08:56.118 --> 00:08:58.888
เป็นอย่างไรบ้างคะ น่าจะตอบกันได้

00:08:58.999 --> 00:09:02.286
นั่นก็คือออกซินที่สร้างขึ้นภายในพืช

00:09:02.706 --> 00:09:04.221
เป็นปัจจัยภายใน

00:09:04.649 --> 00:09:06.288
เพราะพืชสร้างขึ้นเอง

00:09:06.703 --> 00:09:09.321
เพื่อใช้ในกระบวนการต่าง ๆ ภายในเซลล์

00:09:10.639 --> 00:09:12.355
แต่ในทางการเกษตร

00:09:12.902 --> 00:09:15.133
ที่มีการนำสารสังเคราะห์

00:09:15.157 --> 00:09:18.496
ที่มีสมบัติคล้ายออกซินมาใช้นะคะ

00:09:18.821 --> 00:09:20.888
เป็นการให้จากภายนอก

00:09:21.388 --> 00:09:24.789
พืชต้องลำเลียงสารดังกล่าวเข้าสู่ภายในต้นพืช

00:09:25.590 --> 00:09:30.330
ดังนั้น จึงจัดว่าสารควบคุมการเจริญเติบโตเหล่านี้

00:09:30.655 --> 00:09:32.088
เป็นปัจจัยภายนอกค่ะ

00:09:33.794 --> 00:09:35.032
ไซโทไคนิน

00:09:36.397 --> 00:09:39.155
ไซโทไคนินเป็นฮอร์โมนพืชอีกชนิดหนึ่ง

00:09:39.599 --> 00:09:42.355
ที่มีบทบาทสำคัญเกี่ยวกับการแบ่งเซลล์

00:09:42.870 --> 00:09:44.818
และการเปลี่ยนสภาพของเซลล์

00:09:46.096 --> 00:09:48.480
นอกจากนี้ยังมีบทบาทเกี่ยวข้อง

00:09:48.504 --> 00:09:50.888
กับอีกหลายกระบวนการในพืชด้วยค่ะ

00:09:52.634 --> 00:09:54.755
นักเรียนเคยทานผักชนิดนี้ไหมคะ

00:09:55.389 --> 00:09:56.951
นี่คือผักหวานป่าค่ะ

00:09:57.450 --> 00:10:00.088
เกษตรกรจะปลูกต้นผักหวานป่า

00:10:00.112 --> 00:10:01.621
แล้วตัดยอดพืชนะคะ

00:10:01.986 --> 00:10:04.721
เพื่อให้เกิดการแตกกิ่งข้างมากมาย

00:10:05.102 --> 00:10:07.521
สามารถเก็บรับประทานได้เรื่อย ๆ

00:10:08.846 --> 00:10:11.108
นอกจากผักหวานป่าแล้วนะคะ

00:10:11.401 --> 00:10:12.675
ก็ยังมีพืชอื่น ๆ อีก

00:10:12.754 --> 00:10:16.017
ที่สามารถตัดยอดเพื่อให้แตกกิ่งข้างได้

00:10:16.278 --> 00:10:19.482
เช่น กะเพรา โหระพา และกระถิน

00:10:19.974 --> 00:10:23.125
จากรูปนี้นะคะ ก็คือการตัดยอดกะเพรา

00:10:23.299 --> 00:10:24.834
เพื่อให้แตกกิ่งมากขึ้น

00:10:25.103 --> 00:10:27.890
ซึ่งจะตัดปลายยอดบริเวณนี้ค่ะ

00:10:28.294 --> 00:10:29.636
เมื่อเวลาผ่านไป

00:10:29.905 --> 00:10:31.555
สังเกตดูจากตรงนี้นะคะ

00:10:32.554 --> 00:10:38.255
เมื่อขยาย จะเห็นว่าบริเวณที่เคยเป็นตาข้างนี้ค่ะ

00:10:38.301 --> 00:10:40.488
ก็จะเจริญขึ้นนะคะ

00:10:40.512 --> 00:10:44.732
แล้วหลังจากนั้น ตาข้างนี้จะเจริญเป็นกิ่งต่อไปค่ะ

00:10:45.446 --> 00:10:48.721
นักเรียนคิดว่าเพราะเหตุใด เมื่อมีการตัด

00:10:48.745 --> 00:10:50.833
หรือเด็ดปลายยอดพืชออก

00:10:51.254 --> 00:10:53.721
จึงทำให้มีตาข้างเกิดขึ้นได้

00:10:54.356 --> 00:10:56.288
การเจริญของตาข้าง

00:10:56.712 --> 00:10:58.479
เป็นผลจากการทำงานร่วมกัน

00:10:58.503 --> 00:11:00.388
ของออกซินและไซโทไคนิน

00:11:01.364 --> 00:11:04.488
ไซโทไคนินมีแหล่งสร้างหลักอยู่ที่ปลายราก

00:11:04.837 --> 00:11:07.807
และจะถูกลำเลียงขึ้นไปยังส่วนอื่น ๆ ของพืช

00:11:08.466 --> 00:11:11.151
ถ้าเราดูแถบสีน้ำเงินนี้นะคะ

00:11:11.365 --> 00:11:14.521
จะเห็นว่าแถบสีเข้มแทนปริมาณไซโทไคนิน

00:11:14.545 --> 00:11:16.521
ที่มีปริมาณมากนะคะ

00:11:16.712 --> 00:11:19.595
เมื่อใกล้บริเวณปลายราก

00:11:20.059 --> 00:11:22.955
และจะมีปริมาณน้อยลงนะคะ

00:11:22.980 --> 00:11:25.588
เมื่อใกล้สู่ปลายยอดค่ะ

00:11:26.111 --> 00:11:27.194
ส่วนออกซินนะคะ

00:11:27.218 --> 00:11:30.083
ที่บริเวณปลายยอดจะมีความเข้มข้นสูง

00:11:30.811 --> 00:11:34.755
ซึ่งจะค่อย ๆ ลดลงนะคะ เมื่อใกล้สู่ปลายรากค่ะ

00:11:36.157 --> 00:11:38.218
เมื่อเปรียบเทียบกันแล้วนะคะ

00:11:38.243 --> 00:11:40.955
ก็จะเห็นว่าบริเวณใกล้ยอด

00:11:41.711 --> 00:11:44.855
จึงมีปริมาณออกซินสูงกว่าไซโทไคนินค่ะ

00:11:46.424 --> 00:11:49.420
ทำให้มีผลยับยั้งการเจริญของตาข้าง

00:11:49.841 --> 00:11:52.188
ตาจึงไม่เจริญที่บริเวณดังกล่าว

00:11:53.131 --> 00:11:56.121
แต่ว่าเมื่อมีการตัดปลายยอดนะคะ

00:11:56.390 --> 00:11:59.677
จะเป็นการทำลายแหล่งสร้างหลักของออกซิน

00:12:00.143 --> 00:12:02.205
ปริมาณของออกซินจึงลดลง

00:12:02.665 --> 00:12:06.321
ทำให้อัตราส่วนของออกซินต่อไซโทไคนินลดลง

00:12:06.726 --> 00:12:07.919
ที่บริเวณดังกล่าว

00:12:08.506 --> 00:12:11.455
เป็นผลทำให้ตาข้างสามารถเจริญขึ้นได้ค่ะ

00:12:12.477 --> 00:12:14.341
นักเรียนสามารถสังเกตได้ว่า

00:12:14.809 --> 00:12:17.984
ในรูปแรกนี้นะคะ ก่อนที่จะมีการตัดปลายยอด

00:12:18.325 --> 00:12:19.849
จะเห็นตาข้างขนาดเล็กค่ะ

00:12:20.142 --> 00:12:22.255
แต่ว่าเมื่อมีการตัดปลายยอดแล้ว

00:12:22.461 --> 00:12:24.934
ตาข้างจะมีการเจริญมากขึ้นนะคะ

00:12:25.251 --> 00:12:28.121
แล้วก็สุดท้ายจะพัฒนากลายเป็นกิ่งค่ะ

00:12:29.779 --> 00:12:32.537
ไซโทไคนินกับการนำไปใช้

00:12:33.259 --> 00:12:36.321
สารสังเคราะห์ที่มีสมบัติคล้ายไซโทไซนิน

00:12:36.345 --> 00:12:40.588
เช่น BA (6-benzylamino acid purine)

00:12:41.382 --> 00:12:44.505
TDZ (thidiazurin)

00:12:45.076 --> 00:12:46.688
มีการนำมาใช้

00:12:47.045 --> 00:12:49.555
เพื่อช่วยเร่งการแตกตาข้างของพืช

00:12:50.363 --> 00:12:52.820
ควบคุมทรงพุ่มของไม้ดอกไม้ประดับ

00:12:52.844 --> 00:12:54.180
และไม้ผลบางชนิด

00:12:55.561 --> 00:12:58.764
และมีการนำมาใช้ เพื่อกระตุ้นการสร้างยอด

00:12:58.788 --> 00:13:00.521
ในการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช

00:13:00.973 --> 00:13:02.488
ในรูปที่เห็นนี้นะคะ

00:13:02.567 --> 00:13:05.855
เป็นการกระตุ้นการสร้างยอดของต้นพิทูเนียค่ะ

00:13:06.632 --> 00:13:07.655
จิบเบอเรลลิน

00:13:08.980 --> 00:13:11.221
จิบเบอเรลลินเป็นฮอร์โมนพืชอีกกลุ่มหนึ่ง

00:13:11.784 --> 00:13:15.221
ที่กระตุ้นให้เซลล์ที่ลำต้นมีการยืดตัว

00:13:15.245 --> 00:13:16.588
และแบ่งเซลล์มากขึ้น

00:13:16.873 --> 00:13:18.462
ทำให้ต้นสูงขึ้น

00:13:19.192 --> 00:13:22.355
และยังเกี่ยวข้องกับอีกหลายกระบวนการในพืช

00:13:22.521 --> 00:13:25.821
เช่น ควบคุมการงอกของเมล็ดพืชบางชนิด

00:13:26.710 --> 00:13:28.455
การออกดอกและการติดผล

00:13:30.049 --> 00:13:32.455
จิบเบอเรลลินกับการยืดตัวของลำต้น

00:13:33.172 --> 00:13:34.988
นักเรียนจำได้ไหมคะ ว่าตอน ม. 3

00:13:35.012 --> 00:13:37.021
เราเคยเรียนเรื่องเกี่ยวกับเมนเดล

00:13:37.045 --> 00:13:38.779
แล้วก็การปลูกถั่วนะคะ

00:13:39.208 --> 00:13:42.692
ซึ่งหนึ่งในลักษณะทางพันธุกรรมของถั่วลันเตา

00:13:42.716 --> 00:13:43.700
ที่เมนเดลศึกษา

00:13:43.724 --> 00:13:47.221
ก็คือลักษณะต้นสูงและต้นเตี้ย

00:13:47.936 --> 00:13:51.621
ซึ่งต่อมาพบว่าความสูงของต้นถั่วลันเตานั้น

00:13:51.946 --> 00:13:54.455
มีความสัมพันธ์กับปริมาณจิบเบอเรลลิน

00:13:54.479 --> 00:13:56.855
ที่ต้นถั่วสร้างขึ้นค่ะ

00:13:57.957 --> 00:14:00.952
โดยถั่วลันเตาที่มีต้นสูงนะคะ

00:14:01.158 --> 00:14:02.288
จะมีจิบเบอเรลลิน

00:14:02.312 --> 00:14:04.855
ปริมาณมากกว่าถั่วลันเตาต้นเตี้ย

00:14:06.672 --> 00:14:09.055
จิบเบอเรลลินกับการนำไปใช้

00:14:09.499 --> 00:14:12.188
สารสังเคราะห์ที่มีสมบัติคล้ายจิบเบอเรลลิน

00:14:12.212 --> 00:14:15.718
เช่น GA3 (gibberellic acid)

00:14:16.884 --> 00:14:19.146
ใช้เพื่อช่วยให้ช่อองุ่นยาว

00:14:19.384 --> 00:14:21.662
ทำให้ผลขยายขนาดใหญ่ขึ้นได้

00:14:22.051 --> 00:14:23.281
ถ้าเราดูจากรูปค่ะ

00:14:23.550 --> 00:14:25.621
องุ่นทางด้านซ้ายมือนี้นะคะ

00:14:25.796 --> 00:14:27.321
ไม่ได้ใช้สารสังเคราะห์

00:14:27.721 --> 00:14:30.988
ความยาวผลจะประมาณ 1.5 เซนติเมตรค่ะ

00:14:32.392 --> 00:14:34.288
ส่วนองุ่นทางด้านขวามือนะคะ

00:14:34.479 --> 00:14:36.088
จะมีการใช้สารสังเคราะห์

00:14:37.349 --> 00:14:38.505
ความยาวของผลองุ่น

00:14:38.529 --> 00:14:40.976
จะประมาณ 4 เซนติเมตรค่ะ

00:14:41.706 --> 00:14:43.404
หลังจากเรียนเนื้อหาเสร็จแล้วนะคะ

00:14:43.428 --> 00:14:46.755
เราก็มาถึงช่วงสรุปเนื้อหาภายในบทเรียนค่ะ

00:14:47.652 --> 00:14:50.269
ปัจจัยภายในที่มีผลต่อการเจริญเติบโต

00:14:50.293 --> 00:14:51.721
เช่น ฮอร์โมนพืช

00:14:52.078 --> 00:14:53.492
ซึ่งพืชสังเคราะห์ขึ้น

00:14:53.516 --> 00:14:57.016
เพื่อควบคุมการเจริญเติบโตในแต่ละช่วงชีวิต

00:14:57.864 --> 00:14:58.812
มนุษย์สังเคราะห์สาร

00:14:58.836 --> 00:15:00.913
ควบคุมการเจริญเติบโตของพืช

00:15:00.937 --> 00:15:02.746
โดยเลียนแบบฮอร์โมนพืช

00:15:03.333 --> 00:15:05.921
เพื่อนำมาใช้ควบคุมการเจริญเติบโต

00:15:06.302 --> 00:15:08.246
และเพิ่มผลผลิตของพืช

00:15:08.690 --> 00:15:12.095
ออกซินเป็นฮอร์โมนพืชชนิดแรกที่มีการค้นพบนะคะ

00:15:12.285 --> 00:15:14.784
มีบทบาทสำคัญเกี่ยวกับการกระตุ้น

00:15:14.808 --> 00:15:15.988
การยืดตัวของเซลล์

00:15:16.575 --> 00:15:17.506
นอกจากนี้แล้ว

00:15:17.795 --> 00:15:20.621
ยังยับยั้งการเจริญเติบโตของตาข้าง

00:15:21.184 --> 00:15:24.121
โดยทำงานร่วมกับฮอร์โมนกลุ่มไซโทไคนิน

00:15:25.058 --> 00:15:28.255
สารสังเคราะห์ที่มีสมบัติคล้ายออกซินนะคะ

00:15:28.429 --> 00:15:31.121
เช่น IBA NAA

00:15:31.256 --> 00:15:32.655
นิยมนำมาใช้

00:15:32.915 --> 00:15:36.388
เพื่อเร่งการเกิดรากของกิ่งตอนหรือกิ่งปักชำ

00:15:36.999 --> 00:15:39.596
และใช้กระตุ้นพืชบางชนิดให้ติดผล

00:15:39.620 --> 00:15:41.795
โดยไม่ต้องมีการปฏิสนธิค่ะ

00:15:42.016 --> 00:15:44.136
เช่น แตงโม สตรอว์เบอร์รี

00:15:44.715 --> 00:15:47.955
ไซโทไคนินมีบทบาทสำคัญเกี่ยวกับการแบ่งเซลล์

00:15:48.486 --> 00:15:50.319
และการเปลี่ยนสภาพของเซลล์

00:15:51.295 --> 00:15:52.321
นอกจากนี้แล้ว

00:15:52.480 --> 00:15:53.655
การเจริญของตา

00:15:53.679 --> 00:15:56.270
ก็ยังเป็นผลมาจากการทำงานร่วมกัน

00:15:56.294 --> 00:15:58.321
ของไซโทไคนินและออกซินค่ะ

00:15:59.369 --> 00:16:02.579
สารสังเคราะห์ที่มีสมบัติคล้ายไซโทไคนินนะคะ

00:16:02.634 --> 00:16:05.154
เช่น BA และ TDZ

00:16:05.463 --> 00:16:09.021
นิยมนำมาใช้ ช่วยเร่งการแตกตาข้างของพืช

00:16:09.323 --> 00:16:10.057
นอกจากนี้แล้ว

00:16:10.081 --> 00:16:12.723
ยังควบคุมทรงพุ่มของไม้ดอกไม้ประดับ

00:16:13.092 --> 00:16:14.354
และไม้ผลบางชนิด

00:16:15.227 --> 00:16:17.247
และใช้กระตุ้นการสร้างยอด

00:16:17.271 --> 00:16:19.121
ในการเพาะเลี้ยงในเยื่อพืชค่ะ

00:16:20.303 --> 00:16:23.275
จิบเบอเรลลิน มีบทบาทในการกระตุ้น

00:16:23.299 --> 00:16:27.268
ให้เซลล์ที่ลำต้นมีการยืดตัวและแบ่งเซลล์มากขึ้น

00:16:27.617 --> 00:16:29.211
ทำให้ต้นสูงขึ้น

00:16:29.513 --> 00:16:33.687
นอกจากนี้แล้วยังควบคุมการงอกของพืชบางชนิด

00:16:34.012 --> 00:16:35.603
และควบคุมการออกดอก

00:16:35.627 --> 00:16:37.888
และการติดผลของพืชด้วยค่ะ

00:16:38.221 --> 00:16:41.413
สารสังเคราะห์ที่มีสมบัติคล้ายจิบเบอเรลลินนะคะ

00:16:41.437 --> 00:16:42.921
อย่างเช่น GA3

00:16:43.405 --> 00:16:46.821
นิยมนำมาใช้ช่วยให้ช่อองุ่นยาว

00:16:47.123 --> 00:16:50.288
ทำให้ผลขยายขนาดใหญ่ขึ้นได้ค่ะ

00:16:51.756 --> 00:16:52.555
สำหรับคลิปนี้

00:16:52.579 --> 00:16:54.955
ก็ขอจบการสอนแต่เพียงเท่านี้ก่อนนะคะ

00:16:55.232 --> 00:16:58.167
แล้วพบกันใหม่ในคลิปถัดไป สวัสดีค่ะ

00:17:04.159 --> 00:17:18.857
[เสียงดนตรี]