﻿WEBVTT

00:00:00.246 --> 00:00:08.944
[เสียงดนตรี]

00:00:09.328 --> 00:00:11.767
(คุณครูสุนัดดา) สวัสดีค่ะ วันนี้เราจะมาเรียนกัน

00:00:11.768 --> 00:00:14.181
ในตอนสารอินทรีย์ในพืช

00:00:14.562 --> 00:00:16.677
โดยมีครูสุนัดดาเป็นผู้สอนค่ะ

00:00:18.268 --> 00:00:21.006
หัวข้อที่ 3.1 สารอินทรีย์ในพืช

00:00:21.348 --> 00:00:25.144
เป็นหัวข้อแรกของบทที่ 3 การดำรงชีวิตของพืช

00:00:27.273 --> 00:00:28.467
ซึ่งตอนนี้นะคะ

00:00:28.468 --> 00:00:32.001
จะมีจุดประสงค์การเรียนรู้ทั้งหมด 3 ข้อ ดังนี้ค่ะ

00:00:34.006 --> 00:00:35.856
พืชต้องการสารอาหาร

00:00:35.857 --> 00:00:38.600
และพลังงานเช่นเดียวกับสิ่งมีชีวิตอื่น

00:00:39.222 --> 00:00:42.833
เพื่อใช้ในการเจริญเติบโตและการดำรงชีวิต

00:00:44.340 --> 00:00:46.811
โดยพืชสามารถสร้างอาหารได้เอง

00:00:47.368 --> 00:00:49.300
ผ่านการสังเคราะห์ด้วยแสง

00:00:51.115 --> 00:00:53.733
กระบวนการนี้ต้องการคลอโรฟิลล์

00:00:53.734 --> 00:00:55.567
ที่พบมากในใบพืช

00:00:56.329 --> 00:00:58.547
ทำหน้าที่ดูดกลืนพลังงานแสง

00:00:59.148 --> 00:01:01.400
มาใช้ตรึงคาร์บอนไดออกไซด์

00:01:01.738 --> 00:01:05.900
เพื่อนำมาสร้างสารอินทรีย์ ได้แก่ น้ำตาล

00:01:06.631 --> 00:01:08.754
น้ำตาลที่พืชสร้างขึ้นนี้

00:01:09.048 --> 00:01:11.733
ถูกนำไปใช้ในการหายใจระดับเซลล์

00:01:12.104 --> 00:01:13.558
ได้เป็นพลังงาน

00:01:13.941 --> 00:01:16.967
สำหรับนำไปใช้ในกระบวนการอื่น ๆ ต่อไป

00:01:17.642 --> 00:01:19.128
นอกจากนี้แล้ว

00:01:19.128 --> 00:01:21.700
น้ำตาลยังถูกนำไปใช้เป็นแหล่งคาร์บอน

00:01:21.971 --> 00:01:24.400
สำหรับสังเคราะห์สารอินทรีย์ต่าง ๆ

00:01:25.150 --> 00:01:29.431
นักเรียนคิดว่าสารอินทรีย์ที่พืชสร้างขึ้นมีอะไรบ้าง

00:01:29.848 --> 00:01:32.167
และมีความสำคัญต่อพืชอย่างไร

00:01:32.658 --> 00:01:37.106
พืชแต่ละชนิดมีสารอินทรีย์เหล่านี้เหมือนกันหรือไม่

00:01:37.708 --> 00:01:40.033
เดี๋ยวเราจะมาหาคำตอบด้วยกันนะคะ

00:01:40.322 --> 00:01:43.833
หัวข้อที่ 3.1 สารอินทรีย์ในพืช

00:01:44.350 --> 00:01:46.496
นักเรียนลองสังเกตรูปนี้นะคะ

00:01:46.728 --> 00:01:49.633
สามารถบอกได้ไหมคะ ว่านี่คือรูปของอะไร

00:01:50.667 --> 00:01:51.602
ใช่แล้วค่ะ

00:01:51.603 --> 00:01:53.467
นี่คือรูปของอาหารเจ

00:01:53.781 --> 00:01:57.172
ในทุก ๆ ปีนะคะ จะมีช่วงเทศกาลกินเจ

00:01:57.368 --> 00:01:59.633
ซึ่งจะละเว้นจากการกินเนื้อสัตว์

00:02:00.547 --> 00:02:03.967
แล้วก็กินอาหารเจ ซึ่งปรุงมาจากพืชค่ะ

00:02:05.007 --> 00:02:08.108
นักเรียนคิดว่าการรับประทานอาหารเจ

00:02:08.108 --> 00:02:10.393
จะได้รับสารอาหารครบถ้วนหรือไม่คะ

00:02:12.172 --> 00:02:15.599
เราสามารถนำความรู้เกี่ยวกับสารอินทรีย์ในพืช

00:02:15.877 --> 00:02:17.833
มาอธิบายคำถามนี้ได้ค่ะ

00:02:18.562 --> 00:02:20.200
โครงสร้างหลักของพืชดอก

00:02:20.201 --> 00:02:26.267
ประกอบด้วยราก, ลำต้น, ใบ, ดอก และผล

00:02:26.670 --> 00:02:28.788
ซึ่งอวัยวะต่าง ๆ เหล่านี้

00:02:28.788 --> 00:02:31.633
จะทำหน้าที่เฉพาะอย่างแตกต่างกันไป

00:02:32.320 --> 00:02:36.437
เช่น รากทำหน้าที่ยึดและค้ำจุน

00:02:36.908 --> 00:02:38.867
ดูดน้ำและธาตุอาหาร

00:02:39.462 --> 00:02:42.067
เพื่อไปยังส่วนต่าง ๆ ของพืช

00:02:43.061 --> 00:02:45.696
ใบทำหน้าที่สังเคราะห์ด้วยแสง

00:02:46.051 --> 00:02:49.026
แลกเปลี่ยนแก๊สและคายน้ำ

00:02:49.868 --> 00:02:51.733
การดำรงชีวิตของพืช

00:02:51.734 --> 00:02:54.105
จำเป็นต้องอาศัยการทำงานร่วมกัน

00:02:54.106 --> 00:02:56.432
ของอวัยวะต่าง ๆ เหล่านี้

00:02:56.888 --> 00:03:00.286
ซึ่งแต่ละอวัยวะจะประกอบด้วยเซลล์

00:03:00.668 --> 00:03:02.567
ที่มีรูปร่างแตกต่างกัน

00:03:03.469 --> 00:03:06.920
นี่คือรูปเซลล์พืชที่เราคุ้นชินกันนะคะ

00:03:07.308 --> 00:03:10.319
ภายในเซลล์จะมีสารอินทรีย์หลายชนิด

00:03:10.634 --> 00:03:13.735
บางชนิดทำหน้าที่เป็นโครงสร้างของเซลล์

00:03:13.928 --> 00:03:15.467
ในขณะที่บางชนิด

00:03:15.468 --> 00:03:18.749
ทำหน้าที่เกี่ยวกับกิจกรรมต่าง ๆ ภายในเซลล์

00:03:18.987 --> 00:03:23.556
เช่น ผนังเซลล์ ซึ่งก็คือบริเวณนี้นะคะ

00:03:23.928 --> 00:03:25.885
ที่เป็นส่วนนอกสุดของเซลล์

00:03:26.134 --> 00:03:29.093
เมื่อขยายดูจะเห็นเป็นลักษณะแบบนี้ค่ะ

00:03:29.868 --> 00:03:32.700
ผนังเซลล์มีส่วนประกอบเป็นเซลลูโลส

00:03:32.932 --> 00:03:34.750
ซึ่งเซลลูโลสนี้นะคะ

00:03:35.328 --> 00:03:37.400
เป็นสารประเภทคาร์โบไฮเดรต

00:03:39.066 --> 00:03:42.900
เยื่อหุ้มเซลล์ ซึ่งก็คือบริเวณนี้นะคะ

00:03:43.346 --> 00:03:45.921
อยู่ถัดจากผนังเซลล์เข้ามาด้านใน

00:03:46.608 --> 00:03:49.867
เมื่อขยายภาพจะมองเห็นเป็นแบบนี้ค่ะ

00:03:50.362 --> 00:03:53.633
เยื่อหุ้มเซลล์ ประกอบด้วยฟอสโฟลิพิด

00:03:54.137 --> 00:03:56.399
เรียงตัวกันเป็นชั้น 2 ชั้น

00:03:57.108 --> 00:04:01.400
มีโปรตีน ก็คือก้อนนี้นะคะ แทรกอยู่โดยทั่วไป

00:04:01.699 --> 00:04:05.300
นอกจากนี้แล้วยังมีคาร์โบไฮเดรตด้วยค่ะ

00:04:07.311 --> 00:04:10.800
ในไซโทพลาสซึม และออร์แกเนลล์ต่าง ๆ

00:04:11.697 --> 00:04:15.500
จะมีเอนไซม์ชนิดต่าง ๆ นะคะ ซึ่งเป็นโปรตีน

00:04:16.653 --> 00:04:21.214
นอกจากนี้แล้วยังพบสารพันธุกรรมในนิวเคลียส

00:04:21.906 --> 00:04:23.600
ซึ่งคือบริเวณนี้นะคะ

00:04:23.962 --> 00:04:27.767
สารพันธุกรรมดังกล่าว ก็คือกรดนิวคลีอิกค่ะ

00:04:28.490 --> 00:04:31.399
3.1.1 สารอินทรีย์ที่จำเป็น

00:04:31.400 --> 00:04:33.867
ต่อการเจริญเติบโตของพืชโดยตรง

00:04:34.743 --> 00:04:37.067
พืชสร้างและสะสมสารอินทรีย์

00:04:37.068 --> 00:04:39.143
ที่เป็นองค์ประกอบของเซลล์

00:04:39.408 --> 00:04:41.433
เพื่อใช้ในการเจริญเติบโต

00:04:41.434 --> 00:04:43.588
และกิจกรรมต่าง ๆ ภายในเซลล์

00:04:43.868 --> 00:04:46.225
เช่น การแบ่งเซลล์

00:04:46.828 --> 00:04:48.567
การขยายขนาดของเซลล์

00:04:49.465 --> 00:04:51.284
การสังเคราะห์ด้วยแสง

00:04:51.928 --> 00:04:53.900
การควบคุมการเจริญเติบโต

00:04:54.662 --> 00:04:56.805
และการตอบสนองต่อสิ่งเร้า

00:04:57.568 --> 00:05:02.133
สารกลุ่มนี้มีหลายชนิด เช่น คาร์โบไฮเดรต

00:05:02.437 --> 00:05:04.513
โปรตีน ลิพิด

00:05:04.968 --> 00:05:06.133
กรดนิวคลีอิก

00:05:07.125 --> 00:05:12.502
กรดอะมิโน วิตามิน คลอโรฟิลล์ และฮอร์โมนพืช

00:05:12.808 --> 00:05:16.942
ซึ่งสารต่าง ๆ เหล่านี้นะคะ จะพบได้ในพืชทุกชนิด

00:05:17.368 --> 00:05:18.422
และมีความจำเป็น

00:05:18.423 --> 00:05:21.133
ต่อการเจริญเติบโตของพืชโดยตรง

00:05:21.700 --> 00:05:24.256
พืชสร้างและสะสมสารอินทรีย์ต่าง ๆ

00:05:24.568 --> 00:05:28.399
ในปริมาณที่แตกต่างกันหรือไม่อย่างไร

00:05:29.128 --> 00:05:32.033
สามารถศึกษาได้จากกิจกรรม 3.1

00:05:32.906 --> 00:05:35.112
การทดสอบสารอาหารในพืช

00:05:35.553 --> 00:05:38.467
นักเรียนสามารถทำกิจกรรมนี้ได้ที่โรงเรียน

00:05:39.068 --> 00:05:40.349
หรือดูวิดีโอคลิป

00:05:40.819 --> 00:05:43.767
เพื่อศึกษาตัวอย่างการทำกิจกรรมได้ค่ะ

00:05:44.623 --> 00:05:46.308
ซึ่งในวิดีโอคลิปนี้นะคะ

00:05:46.308 --> 00:05:48.967
จะมีการทดสอบสารอาหาร 3 ชนิดค่ะ

00:05:49.230 --> 00:05:53.367
คือการทดสอบแป้ง โดยการใช้สารละลายไอโอดีน

00:05:53.913 --> 00:05:57.500
การทดสอบโปรตีน โดยใช้สารละลายไบยูเร็ต

00:05:58.345 --> 00:06:02.000
และการทดสอบลิพิด โดยใช้กระดาษขาวค่ะ

00:06:02.610 --> 00:06:04.344
ระหว่างการดูวิดีโอคลิป

00:06:04.668 --> 00:06:05.926
ครูอยากให้นักเรียนสังเกต

00:06:05.927 --> 00:06:08.133
การเปลี่ยนแปลงของสารต่าง ๆ

00:06:08.564 --> 00:06:11.633
ในตัวอย่างพืชที่เรานำมาใช้ในการทดสอบค่ะ

00:06:12.431 --> 00:06:15.268
จากนั้นบันทึกผลลงในตาราง

00:06:15.268 --> 00:06:19.000
ซึ่งนักเรียนสามารถดาวน์โหลดไปทำกิจกรรมได้ค่ะ

00:06:19.573 --> 00:06:21.503
(บรรยาย) การทดสอบสารอาหารในพืช

00:06:22.468 --> 00:06:24.765
พืชที่นำมาใช้ทดสอบสารอาหาร

00:06:25.019 --> 00:06:27.900
มะพร้าวแก่, มันฝรั่ง, ข้าวโพด,

00:06:27.901 --> 00:06:29.767
ถั่วลิสง, ถั่วเหลือง

00:06:30.538 --> 00:06:33.222
การเตรียมตัวอย่างพืชที่ต้องการทดสอบ

00:06:34.548 --> 00:06:36.267
นำพืชอย่างละ 10 กรัม

00:06:36.268 --> 00:06:38.328
มาหั่นให้เป็นชิ้นขนาดพอเหมาะ

00:06:38.610 --> 00:06:41.968
ใช้โกร่งบดพืชตัวอย่างแต่ละชนิดให้ละเอียด

00:06:41.968 --> 00:06:44.369
แล้วผสมน้ำ 30 ลูกบาศก์เซนติเมตร

00:06:49.916 --> 00:06:51.357
การทดสอบแป้ง

00:06:51.358 --> 00:06:54.567
ทดสอบโดยใช้สารละลายไอโอดีน ซึ่งมีสีน้ำตาล

00:06:54.810 --> 00:06:55.967
ผลการทดสอบ

00:06:55.968 --> 00:06:58.829
ส่วนที่มีแป้งจะเปลี่ยนแปลงเป็นสีน้ำเงินแกมม่วง

00:06:58.973 --> 00:07:00.800
นำหลอดทดลองมา 2 หลอด

00:07:00.801 --> 00:07:02.300
โดยหลอดที่ 1

00:07:02.301 --> 00:07:04.209
เติมน้ำกลั่น 2 ลูกบาศก์เซนติเมตร

00:07:04.368 --> 00:07:06.146
เพื่อใช้เป็น Nagative control

00:07:06.463 --> 00:07:09.443
หลอดที่ 2 เติมน้ำแป้ง 2 ลูกบาศก์เซนติเมตร

00:07:09.444 --> 00:07:11.170
เพื่อใช้เป็น Positive Control

00:07:12.043 --> 00:07:13.508
หยดสารละลายไอโอดีน

00:07:13.508 --> 00:07:15.767
ซึ่งมีสีน้ำตาลความเข้มข้น 2 เปอร์เซ็นต์

00:07:15.768 --> 00:07:18.900
จำนวน 2 หยด ลงในหลอดทดลองที่ 1 และ 2

00:07:18.901 --> 00:07:19.956
เขย่าให้เข้ากัน

00:07:21.458 --> 00:07:23.667
สังเกตการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

00:07:23.668 --> 00:07:26.500
จะพบว่าหลอดที่ 1 ที่เติมน้ำกลั่น

00:07:26.501 --> 00:07:27.954
ซึ่งเป็น Nagative Control

00:07:28.288 --> 00:07:30.567
สารละลายเป็นสีของสารละลายไอโอดีน

00:07:30.816 --> 00:07:32.429
หลอดที่ 2 ที่เติมน้ำแป้ง

00:07:32.430 --> 00:07:33.867
ซึ่งเป็น Positive Control

00:07:34.225 --> 00:07:36.099
สารละลายเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินแกนม่วง

00:07:41.026 --> 00:07:43.067
จากนั้นนำหลอดทดลอง 5 หลอด

00:07:43.068 --> 00:07:45.148
เติมน้ำค้างจากพืชที่ต้องการทดสอบ

00:07:45.148 --> 00:07:46.341
ลงไปในแต่ละหลอด

00:07:46.342 --> 00:07:48.039
อย่างละ 2 ลูกบาศก์เซนติเมตร

00:07:50.123 --> 00:07:51.567
หยดสารละลายไอโอดีน

00:07:51.568 --> 00:07:53.745
ซึ่งมีสีน้ำตาลความเข้มข้น 2 เปอร์เซ็นต์

00:07:53.746 --> 00:07:56.969
จำนวน 2 หยด ลงในหลอดทดลองที่ 3-7

00:08:02.603 --> 00:08:03.929
เขย่าให้เข้ากัน

00:08:05.418 --> 00:08:06.900
สังเกตการเปลี่ยนแปลงสี

00:08:06.901 --> 00:08:08.833
ของสารละลายในแต่ละหลอดทดลอง

00:08:08.834 --> 00:08:11.707
พบว่าหลอดที่ 3  มะพร้าวแก่

00:08:12.088 --> 00:08:14.300
สารละลายเป็นสีของสารละลายไอโอดีน

00:08:14.527 --> 00:08:16.014
หลอดที่ 4 มันฝรั่ง

00:08:16.468 --> 00:08:18.267
สารละลายเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินแกมม่วง

00:08:18.763 --> 00:08:20.178
หลอดที่ 5 ข้าวโพด

00:08:20.548 --> 00:08:22.367
สารละลายเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินแกนม่วง

00:08:22.996 --> 00:08:24.508
หลอดที่ 6 ถั่วเหลือง

00:08:24.699 --> 00:08:26.467
เห็นการเปลี่ยนแปลงไม่ชัดเจน

00:08:26.770 --> 00:08:30.074
หลอดที่ 7 ถั่วลิสง เห็นการเปลี่ยนแปลงไม่ชัดเจน

00:08:32.573 --> 00:08:34.852
ในกรณีที่เห็นการเปลี่ยนแปลงสี

00:08:34.853 --> 00:08:36.376
ของสารละลายไม่ชัดเจน

00:08:36.726 --> 00:08:39.371
สามารถนำชิ้นส่วนพืชมาทดสอบได้

00:08:39.628 --> 00:08:41.367
โดยนำชิ้นส่วนพืชจากโกร่ง

00:08:41.368 --> 00:08:43.153
มาวางบนจานเพาะเลี้ยงเชื้อ

00:08:43.266 --> 00:08:45.416
และหยดสารละลายไอโอดีนลงไปโดยตรง

00:08:51.488 --> 00:08:54.664
พบว่ามันฝรั่ง ข้าวโพด และถั่วลิสง

00:08:54.908 --> 00:08:57.867
สีของสารละลายไอโอดีนที่หยดลงบนชิ้นส่วนพืช

00:08:58.050 --> 00:09:00.512
จะเปลี่ยนจากสีน้ำตาลเป็นสีน้ำเงินแกมม่วง

00:09:01.666 --> 00:09:02.988
การทดสอบโปรตีน

00:09:03.353 --> 00:09:06.548
ทดสอบโดยใช้สารละลายไบยูเร็ต ซึ่งมีสีฟ้า

00:09:06.548 --> 00:09:09.933
ผลการทดสอบ ส่วนที่มีโปรตีนจะเปลี่ยนเป็นสีม่วง

00:09:10.796 --> 00:09:13.600
นำหลอดทดลองมา 2 หลอด โดยหลอดที่ 1

00:09:13.601 --> 00:09:15.989
เติมน้ำกลั่น 0.5 ลูกบาศก์เซนติเมตร

00:09:16.235 --> 00:09:17.933
เพื่อใช้เป็น Nagative Control

00:09:18.174 --> 00:09:21.424
หลอดที่ 2 เติมนมวัว 0.5 ลูกบาศก์เซนติเมตร

00:09:21.616 --> 00:09:23.354
เพื่อใช้เป็น Positive Control

00:09:24.568 --> 00:09:25.933
เติมสารละลายไบยูเร็ต

00:09:25.934 --> 00:09:28.025
ปริมาตร 2.5 ลูกบาศก์เซนติเมตร

00:09:28.288 --> 00:09:31.476
ลงในหลอดทดลองที่ 1 และ 2 เขย่าให้เข้ากัน

00:09:41.333 --> 00:09:42.867
30 นาทีต่อมา

00:09:44.200 --> 00:09:46.275
สังเกตการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

00:09:46.276 --> 00:09:48.567
จะพบว่าหลอดที่ 1 ที่เติมน้ำกลั่น

00:09:48.568 --> 00:09:50.200
ซึ่งเป็น Nagative control

00:09:50.201 --> 00:09:51.946
สารละลายจะยังคงเป็นสีฟ้า

00:09:51.947 --> 00:09:53.800
หลอดที่ 2 ที่เติมนมวัว

00:09:53.801 --> 00:09:55.294
ซึ่งเป็น Positive Control

00:09:55.295 --> 00:09:56.767
เสร็จแล้วจะเปลี่ยนเป็นสีม่วง

00:09:58.288 --> 00:09:59.623
นำหลอดทดลอง 5 หลอด

00:09:59.633 --> 00:10:01.767
เติมสารที่ต้องการทดสอบลงไปในแต่ละหลอด

00:10:01.768 --> 00:10:03.921
อย่างละ 0.5 ลูกบาศก์เซนติเมตร

00:10:05.783 --> 00:10:07.200
เติมสารละลายไบยูเร็ต

00:10:07.201 --> 00:10:09.268
ปริมาตร 2.5 ลูกบาศก์เซนติเมตร

00:10:09.528 --> 00:10:12.828
ลงในหลอดทดลองที่ 3-7 เขย่าให้เข้ากัน

00:10:12.828 --> 00:10:14.695
และตั้งทิ้งไว้ 30 นาที

00:10:16.999 --> 00:10:18.557
30 นาทีต่อมา

00:10:20.590 --> 00:10:22.333
สังเกตการเปลี่ยนแปลงสี

00:10:22.334 --> 00:10:24.126
ของสารละลายในแต่ละหลอดทดลอง

00:10:24.127 --> 00:10:27.748
พบว่าหลอดที่ 3  มะพร้าวแก่

00:10:28.108 --> 00:10:29.500
สารละลายเปลี่ยนเป็นสีม่วง

00:10:29.744 --> 00:10:31.528
หลอดที่ 4 มันฝรั่ง

00:10:31.528 --> 00:10:33.000
สารละลายเปลี่ยนเป็นสีม่วงอ่อน

00:10:33.215 --> 00:10:36.100
หลอดที่ 5 ข้าวโพด ไม่เกิดสารละลายสีม่วง

00:10:37.189 --> 00:10:40.200
หลอดที่ 6 ถั่วลิสง สารละลายเปลี่ยนเป็นสีม่วง

00:10:40.421 --> 00:10:43.223
หลอดที่ 7 ถั่วเหลือง สารละลายเปลี่ยนเป็นสีม่วง

00:10:46.856 --> 00:10:48.033
การทดสอบลิพิด

00:10:48.350 --> 00:10:50.888
ทดสอบโดยใช้ชิ้นส่วนของพืชที่ต้องการทดสอบ

00:10:50.888 --> 00:10:52.833
ถูบนกระดาษสีขาวทึบแสง

00:10:52.834 --> 00:10:54.701
ผลการทดสอบกระดาษจะเปลี่ยนไปเป็น

00:10:54.702 --> 00:10:55.880
มีลักษณะโปร่งแสง

00:10:57.006 --> 00:10:58.067
การทดสอบลิพิด

00:10:58.068 --> 00:11:00.936
ทำได้โดยตัดชิ้นส่วนของพืชทดลอง

00:11:00.937 --> 00:11:02.973
มาถูบนกระดาษสีขาวทึบแสง

00:11:03.268 --> 00:11:04.467
ผลการทดสอบลิพิด

00:11:04.647 --> 00:11:07.457
กระดาษจะเปลี่ยนไปเป็นมีลักษณะโปร่งแสง

00:11:09.383 --> 00:11:11.100
นำกระดาษขาว 1 แผ่น

00:11:11.304 --> 00:11:14.233
มาตีตารางให้ได้ 7-8 ช่องเท่ากัน

00:11:14.990 --> 00:11:17.648
นำน้ำเปล่า ซึ่งเป็น Nagative control

00:11:17.648 --> 00:11:19.233
มาถูกับกระดาษช่องที่ 1

00:11:19.686 --> 00:11:21.911
น้ำมันพืช ซึ่งเป็น Positive Control

00:11:22.134 --> 00:11:24.100
มาถูกับกระดาษช่องที่ 2

00:11:24.738 --> 00:11:27.692
ตัดชิ้นส่วนของมะพร้าวมาถูกับกระดาษช่องที่ 3

00:11:28.808 --> 00:11:31.807
ตัดชิ้นส่วนของมันฝรั่งมาถูกับกระดาษช่องที่ 4

00:11:33.438 --> 00:11:36.533
นำชิ้นส่วนของข้าวโพดมาถูกับกระดาษช่องที่ 5

00:11:37.352 --> 00:11:39.608
นำถั่วลิสงมาวางบนกระดาษช่องที่ 6

00:11:39.608 --> 00:11:41.800
และใช้สากตำ เพื่อบีบน้ำคั้นออกจากเมล็ด

00:11:42.018 --> 00:11:44.288
นำถั่วเหลืองมาวางบนกระดาษช่องที่ 7

00:11:44.288 --> 00:11:45.833
ทำเช่นเดียวกับถั่วลิสง

00:11:46.921 --> 00:11:48.333
ทิ้งไว้ให้แห้ง

00:11:50.247 --> 00:11:51.728
ผลการทดสอบลิพิด

00:11:51.728 --> 00:11:54.800
กระดาษจะเปลี่ยนไปเป็นมีลักษณะโปร่งแสง ดังนี้

00:11:55.713 --> 00:11:57.433
น้ำ ทึบแสง

00:11:57.434 --> 00:11:59.265
น้ำมันพืช โปร่งแสง

00:11:59.432 --> 00:12:01.293
มะพร้าวแก่ โปร่งแสง

00:12:01.534 --> 00:12:03.142
มันฝรั่ง ทึบแสง

00:12:03.401 --> 00:12:05.133
ข้าวโพด ทึบแสง

00:12:05.134 --> 00:12:06.967
ถั่วลิสง โปร่งแสง

00:12:07.210 --> 00:12:08.900
ถั่วเหลือง โปร่งแสง

00:12:09.617 --> 00:12:11.201
(คุณครูสุนัดดา) เมื่อทำกิจกรรมเสร็จแล้ว

00:12:11.455 --> 00:12:13.700
เรามาตอบคำถามท้ายกิจกรรมกันค่ะ

00:12:14.098 --> 00:12:17.800
คำถามท้ายกิจกรรม มีทั้งหมด 3 ข้อ ดังนี้ค่ะ

00:12:18.182 --> 00:12:22.167
ข้อ 1 ชิ้นส่วนของพืชแต่ละชนิดที่นำมาทดสอบ

00:12:22.472 --> 00:12:23.904
มีสารอาหารที่สะสม

00:12:23.905 --> 00:12:27.666
อยู่ในปริมาณที่แตกต่างกันหรือไม่

00:12:27.668 --> 00:12:28.899
ทราบได้อย่างไร

00:12:30.099 --> 00:12:32.357
ข้อ 2 เพราะเหตุใด

00:12:32.612 --> 00:12:36.767
จึงต้องใช้แป้งมัน นมจืด และน้ำมันพืช

00:12:37.225 --> 00:12:42.033
ในการทดสอบแป้ง โปรตีน และลิพิด ตามลำดับ

00:12:43.239 --> 00:12:47.533
ข้อ 3 เพราะเหตุใดในการทดลองนี้

00:12:47.759 --> 00:12:50.301
จึงต้องใช้น้ำในการทดสอบด้วย

00:12:52.089 --> 00:12:53.927
นักเรียนสามารถกดพัก

00:12:54.443 --> 00:12:56.800
เพื่อตอบคำถามท้ายกิจกรรม

00:12:57.491 --> 00:12:59.533
และเมื่อตอบคำถามเสร็จแล้ว

00:12:59.725 --> 00:13:02.784
ก็กดเล่นต่อ เพื่อมาดูคำตอบค่ะ

00:13:04.017 --> 00:13:06.333
เฉลยคำถามท้ายกิจกรรม

00:13:06.930 --> 00:13:08.369
คำถามข้อแรกนะคะ

00:13:08.668 --> 00:13:11.900
ชิ้นส่วนของพืชแต่ละชนิดที่นำมาทดสอบ

00:13:12.145 --> 00:13:13.606
มีสารอาหารที่สะสม

00:13:13.616 --> 00:13:16.594
อยู่ในปริมาณที่แตกต่างกันหรือไม่

00:13:16.824 --> 00:13:18.133
ทราบได้อย่างไร

00:13:19.047 --> 00:13:20.178
แตกต่างกันค่ะ

00:13:20.488 --> 00:13:23.267
เนื่องจากตัวอย่างพืชที่นำมาทดสอบ

00:13:23.268 --> 00:13:25.204
มีน้ำหนักเท่ากันทุกตัวอย่าง

00:13:25.494 --> 00:13:28.567
จึงสามารถเปรียบเทียบปริมาณของสารอาหาร

00:13:28.821 --> 00:13:32.333
ที่สะสมในแต่ละตัวอย่างพืชได้โดยประมาณ

00:13:32.856 --> 00:13:36.699
ซึ่งพิจารณาจากความเข้มของสีที่เปลี่ยนแปลง

00:13:37.128 --> 00:13:38.733
ถ้าความเข้มของสีมาก

00:13:38.734 --> 00:13:41.539
แสดงว่ามีปริมาณสารอาหารประเภทนั้น

00:13:41.540 --> 00:13:42.723
สะสมอยู่มาก

00:13:43.668 --> 00:13:47.367
แต่การทดสอบอาจจะให้ผลที่แตกต่างกันนะคะ

00:13:47.368 --> 00:13:51.381
ขึ้นกับตัวอย่างพืชที่เรานำมาใช้ในการทดสอบค่ะ

00:13:52.548 --> 00:13:54.067
คำถามข้อ 2 นะคะ

00:13:54.331 --> 00:13:57.067
เพราะเหตุใดจึงต้องใช้แป้งมัน

00:13:57.225 --> 00:14:00.767
นมจืด และน้ำมันพืชในการทดสอบแป้ง

00:14:00.768 --> 00:14:03.289
โปรตีน และลิพิด ตามลำดับ

00:14:05.479 --> 00:14:08.233
นั่นก็เพราะว่าการใช้น้ำแป้งมัน

00:14:08.234 --> 00:14:10.043
นมจืด และน้ำมันพืช

00:14:10.384 --> 00:14:12.570
เป็นการทำ Positive Control

00:14:12.847 --> 00:14:16.067
เพื่อยืนยันผลการทดสอบของตัวอย่างพืชแต่ละชนิด

00:14:16.068 --> 00:14:19.920
ว่ามีแป้ง โปรตีน และลิพิด ตามลำดับ

00:14:21.564 --> 00:14:23.297
คำถามข้อที่ 3 นะคะ

00:14:23.608 --> 00:14:25.767
เพราะเหตุใดในการทดลองนี้

00:14:25.768 --> 00:14:28.379
จึงต้องใช้น้ำในการทดสอบด้วย

00:14:29.368 --> 00:14:31.003
นั่นก็เพราะว่าการใช้น้ำ

00:14:31.004 --> 00:14:32.800
เพื่อเป็น Nagative Control

00:14:33.171 --> 00:14:34.396
ทำให้เปรียบเทียบได้

00:14:34.397 --> 00:14:38.261
ว่าผลการทดสอบที่ได้ควรจะเป็นเช่นไร

00:14:38.468 --> 00:14:40.967
หากไม่มีสารอาหารประเภทนั้น ๆ

00:14:41.273 --> 00:14:44.482
ในตัวอย่างที่เรานำมาใช้ในการทดสอบค่ะ

00:14:45.668 --> 00:14:49.286
นักเรียนคิดว่าสารอินทรีย์ต่าง ๆ ที่พืชสร้าง

00:14:49.611 --> 00:14:53.413
และสะสมอยู่ตามส่วนต่าง ๆ ของพืชนั้นมาจากไหน

00:14:54.456 --> 00:14:57.900
พืชจะนำน้ำตาลที่ได้จากการสังเคราะห์ด้วยแสง

00:14:58.521 --> 00:14:59.960
และธาตุอาหารต่าง ๆ

00:15:00.448 --> 00:15:02.767
มาใช้ในการสร้างสารอินทรีย์

00:15:03.082 --> 00:15:05.330
โดยน้ำตาลที่พืชสร้างขึ้นนี้

00:15:05.608 --> 00:15:08.267
จะผ่านปฏิกิริยาหลายขั้นตอน

00:15:08.268 --> 00:15:09.826
ได้เป็นคาร์โบไฮเดรต

00:15:10.408 --> 00:15:13.233
ที่สะสมไว้ตามส่วนต่าง ๆ ของพืช

00:15:13.608 --> 00:15:18.513
เช่น สะสมน้ำตาลในอ้อยและผลไม้

00:15:19.048 --> 00:15:24.563
หรือสะสมไว้ในรูปแป้ง เช่น ในข้าวหรือข้าวโพด

00:15:25.455 --> 00:15:28.267
นอกจากนี้น้ำตาลที่พืชสร้างขึ้น

00:15:28.417 --> 00:15:31.733
อาจถูกนำไปใช้ในการสร้างสารประเภทอื่น ๆ

00:15:31.776 --> 00:15:35.633
เช่น โปรตีนในเมล็ดถั่ว

00:15:36.742 --> 00:15:39.780
ลิพิดในเมล็ดทานตะวันและมะพร้าว

00:15:40.949 --> 00:15:45.046
และกรดนิวคลิอิก ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในนิวเคลียส

00:15:45.608 --> 00:15:48.300
พบมากในบริเวณที่มีการแบ่งเซลล์

00:15:48.301 --> 00:15:51.490
เช่น บริเวณปลายยอดพืช

00:15:52.628 --> 00:15:55.700
จากคำถามที่ครูถามไว้ในตอนแรกนะคะ

00:15:55.701 --> 00:15:58.472
ว่าถ้าเรารับประทานอาหารเจ

00:15:58.808 --> 00:16:01.300
จะได้รับสารอาหารครบหรือไม่

00:16:01.635 --> 00:16:02.853
เมื่อเรียนจบแล้ว

00:16:03.147 --> 00:16:05.900
เราก็น่าจะตอบคำถามนี้กันได้แล้วนะคะ

00:16:06.857 --> 00:16:09.432
ในกรณีที่รับประทานอาหารเจ

00:16:09.781 --> 00:16:12.537
เราจะได้รับสารอาหารต่าง ๆ ครบถ้วน

00:16:13.023 --> 00:16:15.067
แต่เนื่องจากพืชแต่ละชนิด

00:16:15.068 --> 00:16:17.433
จะสะสมสารอาหารประเภทต่าง ๆ

00:16:17.434 --> 00:16:19.467
ในปริมาณที่แตกต่างกัน

00:16:19.948 --> 00:16:23.627
ดังนั้น เราจึงควรเลือกรับประทานอาหารเจ

00:16:23.888 --> 00:16:26.667
ที่ผลิตจากวัตถุดิบที่หลากหลาย

00:16:27.146 --> 00:16:30.095
เพื่อที่ให้ได้รับสารอาหารในปริมาณที่เหมาะสม

00:16:30.668 --> 00:16:32.933
และเพียงพอต่อความต้องการค่ะ

00:16:34.630 --> 00:16:38.200
3.1.2 สารอินทรีย์ที่ไม่จำเป็น

00:16:38.201 --> 00:16:40.925
ต่อการเจริญเติบโตของพืชโดยตรง

00:16:41.639 --> 00:16:44.015
สารอินทรีย์บางชนิดไม่จำเป็น

00:16:44.016 --> 00:16:46.567
ต่อการเจริญเติบโตของพืชโดยตรง

00:16:46.993 --> 00:16:50.361
แต่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของพืช

00:16:50.758 --> 00:16:54.733
เช่น เพิ่มโอกาสในการมีชีวิตรอด

00:16:55.460 --> 00:16:57.312
และแพร่กระจายพันธุ์ได้ดี

00:16:58.228 --> 00:17:02.740
ซึ่งสารอินทรีย์เหล่านี้พบได้ในพืชต่างชนิดกัน

00:17:04.866 --> 00:17:06.334
สารอินทรีย์เหล่านี้

00:17:06.929 --> 00:17:09.850
มีประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตของพืชอย่างไร

00:17:10.568 --> 00:17:13.400
เราสามารถศึกษาได้จากตัวอย่างต่อไปนี้ค่ะ

00:17:14.179 --> 00:17:16.277
รูปแรกนะคะ เป็นรูปดอกบัว

00:17:16.928 --> 00:17:19.633
ดอกไม้บางชนิดมีสีหรือว่ามีกลิ่นหอม

00:17:20.185 --> 00:17:22.600
เพื่อล่อแมลงให้มาช่วยผสมเกสร

00:17:23.768 --> 00:17:25.867
รูปที่ 2 เป็นต้นยางพารา

00:17:26.232 --> 00:17:28.798
น้ำยางพาราสามารถช่วยปิดแผล

00:17:29.168 --> 00:17:31.933
และกระตุ้นการเจริญของเนื้อเยื่อเปลือก

00:17:32.555 --> 00:17:34.591
เมื่อเปลือกนั้นถูกกรีดค่ะ

00:17:35.593 --> 00:17:38.600
นอกจากนี้แล้วยังช่วยป้องกันจุลินทรีย์

00:17:38.601 --> 00:17:40.970
ที่อาจจะเข้ามาทางบาดแผลได้ด้วย

00:17:42.248 --> 00:17:44.133
รูปที่ 3 คือ มะละกอ

00:17:44.284 --> 00:17:45.567
ยางมะละกอมีสาร

00:17:45.568 --> 00:17:48.223
ที่สามารถช่วยป้องกันแมลงศัตรูพืช

00:17:48.728 --> 00:17:52.433
รวมทั้งป้องกันจุลินทรีย์บางชนิดได้

00:17:53.403 --> 00:17:55.422
ส่วนรูปสุดท้ายนี้ คือ กาแฟ

00:17:56.188 --> 00:18:00.008
คาเฟอีนจากกาแฟสามารถยับยั้งการเจริญเติบโต

00:18:00.009 --> 00:18:01.928
ของจุลินทรีย์บางชนิดได้

00:18:03.448 --> 00:18:06.489
ในปัจจุบันสารอินทรีย์กลุ่มนี้

00:18:06.754 --> 00:18:08.905
ถูกนำไปใช้ ประโยชน์มากมาย

00:18:09.608 --> 00:18:11.867
ยกตัวอย่าง คือ น้ำยางพารา

00:18:11.997 --> 00:18:14.856
ที่ถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมหลากหลาย

00:18:15.317 --> 00:18:18.433
เช่น อุตสาหกรรมยางรถยนต์

00:18:19.082 --> 00:18:24.406
ถุงมือยาง รองเท้ายาง และยางรัด

00:18:25.088 --> 00:18:27.000
หลังจากที่เรียนจบไปแล้วนะคะ

00:18:27.314 --> 00:18:30.301
เราก็มาสู่ช่วงสรุปเนื้อหาภายในบทเรียน

00:18:31.932 --> 00:18:34.729
พืชสร้างน้ำตาลจากการสังเคราะห์ด้วยแสง

00:18:35.054 --> 00:18:37.023
โดยน้ำตาลที่สร้างขึ้นนี้

00:18:37.268 --> 00:18:40.167
จะถูกนำไปใช้ในการหายใจระดับเซลล์

00:18:40.581 --> 00:18:43.807
เพื่อให้ได้เป็นพลังงานไปใช้ในกิจกรรมต่าง ๆ

00:18:44.908 --> 00:18:46.733
และใช้เป็นแหล่งคาร์บอน

00:18:47.120 --> 00:18:49.821
นำไปใช้ในการสังเคราะห์สารอินทรีย์

00:18:50.088 --> 00:18:51.767
และการเจริญเติบโต

00:18:53.270 --> 00:18:55.355
สารอินทรีย์ที่พืชสร้างขึ้น

00:18:55.728 --> 00:18:58.006
มีทั้งที่เป็นสารอินทรีย์ที่จำเป็น

00:18:58.007 --> 00:19:00.567
ต่อการเจริญเติบโตของพืชโดยตรง

00:19:01.098 --> 00:19:03.376
และสารอินทรีย์ที่ไม่จำเป็น

00:19:03.377 --> 00:19:05.760
ต่อการเจริญเติบโตของพืชโดยตรง

00:19:07.684 --> 00:19:08.986
สารอินทรีย์ที่จำเป็น

00:19:08.987 --> 00:19:11.600
ต่อการเจริญเติบโตของพืชโดยตรง

00:19:11.932 --> 00:19:13.633
พบได้ในพืชทุกชนิด

00:19:14.086 --> 00:19:18.300
สารเหล่านี้ เช่น คาร์โบไฮเดรต โปรตีน

00:19:18.645 --> 00:19:20.967
ลิพิด กรดนิวคลีอิก

00:19:21.668 --> 00:19:26.596
กรดอะมิโน วิตามิน คลอโรฟิลล์ และฮอร์โมนพืช

00:19:28.555 --> 00:19:30.067
สารอินทรีย์ที่ไม่จำเป็น

00:19:30.068 --> 00:19:32.600
ต่อการเจริญเติบโตของพืชโดยตรง

00:19:33.312 --> 00:19:34.814
พบได้ในพืชบางชนิด

00:19:35.868 --> 00:19:38.600
ช่วยให้พืชมีโอกาสรอดชีวิตเพิ่มขึ้น

00:19:39.175 --> 00:19:41.907
หรือช่วยในการแพร่กระจายพันธุ์ได้ดีขึ้น

00:19:42.408 --> 00:19:45.533
มนุษย์นำสารกลุ่มนี้มาใช้ประโยชน์หลากหลาย

00:19:46.011 --> 00:19:49.145
เช่น ผลิตภัณฑ์จากยางพารา

00:19:50.088 --> 00:19:53.253
และสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่ใช้เป็นยา

00:19:54.852 --> 00:19:58.400
สำหรับคลิปนี้ก็ขอจบการสอนแต่เพียงเท่านี้

00:19:58.655 --> 00:20:00.733
แล้วพบกันใหม่ในคลิปถัดไป

00:20:00.912 --> 00:20:03.160
เรื่องปัจจัยบางประการ

00:20:03.334 --> 00:20:06.187
ที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช

00:20:06.632 --> 00:20:07.873
สวัสดีค่ะ

00:20:09.117 --> 00:20:09.917
[เสียงดนตรี]