﻿WEBVTT

00:00:01.754 --> 00:00:30.887
[เสียงดนตรี]

00:00:31.497 --> 00:00:33.181
(ดร.อรสา) สวัสดีค่ะนักเรียนทุกคน

00:00:33.759 --> 00:00:34.774
พร้อมหรือยังคะ

00:00:34.908 --> 00:00:36.560
จะเข้าสู่การเรียนรู้

00:00:36.649 --> 00:00:39.701
ถ้านักเรียนมีหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ชีวภาพ

00:00:39.725 --> 00:00:42.339
ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 นะคะ

00:00:42.707 --> 00:00:44.533
นักเรียนสามารถนำมาศึกษา

00:00:44.557 --> 00:00:46.992
ควบคู่ไปกับวีดิทัศน์นี้ได้เลยนะคะ

00:00:47.974 --> 00:00:49.720
และที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งค่ะ

00:00:50.028 --> 00:00:52.123
ครูอยากให้นักเรียนเตรียมสมุดบันทึก

00:00:52.448 --> 00:00:54.392
และก็ปากกาให้พร้อมด้วยนะคะ

00:00:55.548 --> 00:00:58.505
สำหรับรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ชีวภาพ

00:00:58.970 --> 00:01:01.903
ประกอบไปด้วยบทเรียนจำนวน 5 บท ดังนี้นะคะ

00:01:02.410 --> 00:01:06.006
บทที่ 1 ลำเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์

00:01:06.473 --> 00:01:10.185
บทที่ 2 การรักษาดุลยภาพของร่างกายมนุษย์

00:01:10.792 --> 00:01:13.979
บทที่ 3 การดำรงชีวิตของพืช

00:01:14.575 --> 00:01:17.843
บทที่ 4 พันธุกรรมและวิวัฒนาการ

00:01:18.228 --> 00:01:21.631
และบทสุดท้ายนะคะ ชีวิตในสิ่งแวดล้อม

00:01:22.743 --> 00:01:24.351
สำหรับในบทที่ 1

00:01:24.396 --> 00:01:25.455
เรื่อง การลำเลียงสารเข้า

00:01:25.479 --> 00:01:27.082
และออกจากเซลล์นะคะ

00:01:27.268 --> 00:01:29.369
จะประกอบไปด้วย 2 ตอนนะคะ

00:01:29.493 --> 00:01:31.825
คือตอนที่ 1 และตอนที่ 2

00:01:34.500 --> 00:01:38.760
โดยที่หัวข้อที่นักเรียนจะได้ศึกษาในวีดิทัศน์นี้นะคะ

00:01:39.454 --> 00:01:41.494
จะเป็นหัวข้อย่อย 1.1

00:01:41.868 --> 00:01:44.926
เรื่อง การลำเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์

00:01:46.486 --> 00:01:47.744
โดยคุณครูนะคะ

00:01:47.768 --> 00:01:51.011
คาดหวังว่าเมื่อนักเรียนได้ศึกษาวิดิทัศน์

00:01:51.035 --> 00:01:54.976
ตอนที่ 1 จบแล้ว นักเรียนจะสามารถอธิบาย

00:01:55.188 --> 00:01:58.523
โครงสร้างและสมบัติของเยื่อหุ้มเซลล์

00:01:58.856 --> 00:02:00.385
ที่สัมพันธ์กับการลำเลียง

00:02:00.409 --> 00:02:02.443
สารเข้าและออกจากเซลล์ได้ค่ะ

00:02:03.768 --> 00:02:06.990
ก่อนที่จะเข้าสู่เนื้อหาในส่วนถัดไปนะคะ

00:02:07.457 --> 00:02:08.940
นักเรียนลองถามตัวเองดูนะคะ

00:02:08.964 --> 00:02:11.202
ว่าจริงๆ แล้วนี่

00:02:11.297 --> 00:02:14.090
นักเรียนชอบเรียนวิชาชีววิทยาหรือไม่

00:02:15.928 --> 00:02:17.959
บางคนอาจจะตอบว่าชอบเรียน

00:02:18.252 --> 00:02:21.496
บางคนอาจจะตอบว่าก็ไม่ค่อยชอบเรียนสักเท่าไร

00:02:22.288 --> 00:02:24.466
สำหรับคนที่ไม่ค่อยชอบเรียนนะคะ

00:02:24.943 --> 00:02:26.956
ครูมีวิธีการที่จะทำอย่างไร

00:02:27.208 --> 00:02:29.387
ให้เรียนชีววิทยาได้อย่างสนุก

00:02:29.538 --> 00:02:31.315
และได้ความรู้ไปด้วยค่ะ

00:02:32.788 --> 00:02:35.101
นักเรียนพยายามฝึกทำ 3 ส. นะคะ

00:02:35.851 --> 00:02:37.251
ส. แรกคืออะไรคะ

00:02:37.648 --> 00:02:40.106
ส. แรกก็คือการสังเกตนะคะ

00:02:40.687 --> 00:02:43.860
ให้นักเรียนฝึกสังเกตสิ่งที่อยู่รอบ ๆ ตัว

00:02:44.115 --> 00:02:46.774
สิ่งที่นักเรียนมีความอยากรู้

00:02:46.828 --> 00:02:48.907
นักเรียนลองสังเกตดูนะคะ

00:02:49.618 --> 00:02:53.995
ส. ที่ 2 คือ สงสัยและหัดตั้งคำถามนะคะ

00:02:54.814 --> 00:03:00.460
ส่วน ส. ที่ 3 นักเรียนก็จะไปสืบค้นและก็หาข้อมูล

00:03:00.484 --> 00:03:03.608
มาเพื่อจะอธิบายในสิ่งที่นักเรียนสงสัย

00:03:03.821 --> 00:03:06.488
และนักเรียนตั้งคำถามไว้ตั้งแต่ตอนแรกนะคะ

00:03:07.214 --> 00:03:10.136
ซึ่งเมื่อนักเรียนฝึกทำ 3 ส. แบบนี้ไปเรื่อย ๆ

00:03:11.112 --> 00:03:12.021
ครูเชื่อเลยค่ะ

00:03:12.045 --> 00:03:16.267
ว่านักเรียนจะสามารถเรียนชีววิทยาได้อย่างสนุก

00:03:16.588 --> 00:03:18.263
และก็ได้รับความรู้ไปด้วย

00:03:18.770 --> 00:03:19.957
ซึ่งการเรียนรู้นั้น

00:03:19.981 --> 00:03:22.524
ก็จะเป็นการเรียนรู้ที่มีความหมายค่ะ

00:03:25.212 --> 00:03:26.658
โดยวันนี้นะคะ

00:03:26.771 --> 00:03:31.574
ในหัวข้อนี้คุณครูก็อยากให้นักเรียนฝึกสังเกตนะคะ

00:03:32.079 --> 00:03:33.959
ภาพถ่าย 2 ภาพนี้นะคะ

00:03:34.768 --> 00:03:37.747
นักเรียนจะเห็นว่าทางด้านซ้ายมือนะคะ

00:03:38.092 --> 00:03:42.502
เป็นภาพถ่ายสมองที่ไม่ได้ฉีดสารใด ๆ เข้าไป

00:03:43.422 --> 00:03:45.422
ส่วนทางด้านขวามือนะคะ

00:03:45.692 --> 00:03:49.056
เป็นภาพสมองที่ได้ฉีดสารบางอย่างเข้าไป

00:03:49.471 --> 00:03:50.813
เพื่อเพิ่มความชัดเจน

00:03:50.837 --> 00:03:53.388
ระหว่างหลอดเลือดและเนื้อเยื่ออื่น ๆ

00:03:54.696 --> 00:03:56.073
นักเรียนเคยสงสัยไหมคะ

00:03:56.097 --> 00:03:58.768
ว่าเพราะเหตุใดสารดังกล่าว

00:03:58.792 --> 00:04:00.562
จึงยังคงอยู่ในหลอดเลือด

00:04:01.176 --> 00:04:03.613
ไม่ลำเลียงเข้าสู่เซลล์ผนังหลอดเลือด

00:04:04.997 --> 00:04:06.943
ในบทเรียนทั้ง 2 ตอนนี้นะคะ

00:04:07.165 --> 00:04:09.432
ครูจะพานักเรียนไปหาคำตอบกันค่ะ

00:04:11.545 --> 00:04:13.450
ในหัวข้อเรื่องการลำเลียง

00:04:13.474 --> 00:04:15.326
สารเข้าและออกจากเซลล์นะคะ

00:04:15.770 --> 00:04:18.516
นักเรียนจำเป็นจะต้องรู้จักเซลล์ก่อนค่ะ

00:04:18.928 --> 00:04:20.915
ซึ่งนักเรียนได้ศึกษามาแล้ว

00:04:21.204 --> 00:04:23.710
ในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นนะคะ

00:04:24.625 --> 00:04:26.128
โดยที่เซลล์สัตว์นะคะ

00:04:26.128 --> 00:04:28.464
จะประกอบไปด้วยออร์แกเนลล์ต่าง ๆ

00:04:29.168 --> 00:04:31.408
เช่น นิวเคลียสนะคะ

00:04:31.848 --> 00:04:34.139
ทำหน้าที่ควบคุมการทำงาน

00:04:34.244 --> 00:04:36.346
และกิจกรรมต่างต่างของเซลล์

00:04:37.061 --> 00:04:40.435
ไมโทคอนเดรีย ทำหน้าที่สลายสารอาหาร

00:04:40.514 --> 00:04:41.847
เพื่อให้ได้พลังงาน

00:04:42.212 --> 00:04:44.823
และก็นำไปใช้ในกิจกรรมต่าง ๆ ของเซลล์

00:04:45.588 --> 00:04:46.937
ส่วนเซลล์พืชล่ะคะ

00:04:47.322 --> 00:04:50.297
เซลล์พืชก็จะมีนิวเคลียสเหมือนกันนะคะ

00:04:50.748 --> 00:04:52.822
แล้วก็จะมีส่วนออร์แกเนลล์

00:04:52.846 --> 00:04:54.616
ที่เรียกว่า "คลอโรพลาสต์"

00:04:55.002 --> 00:04:57.743
ซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวกับการสังเคราะห์ด้วยแสง

00:04:59.090 --> 00:05:01.664
ซึ่งทั้งเซลล์พืชและเซลล์สัตว์นะคะ

00:05:02.140 --> 00:05:05.348
ก็จะมีส่วนที่เรียกว่า "เยื่อหุ้มเซลล์" นะคะ

00:05:06.336 --> 00:05:08.922
เมื่อเราขยายโครงสร้างของเยื่อหุ้มเซลล์

00:05:09.117 --> 00:05:12.036
ก็จะพบว่ามีโครงสร้างหลักประกอบไปด้วยลิพิด

00:05:12.411 --> 00:05:13.565
และโปรตีน

00:05:14.490 --> 00:05:17.263
แล้วเยื่อหุ้มเซลล์ล่ะคะ ทำหน้าที่อะไร

00:05:18.137 --> 00:05:20.770
[เสียงดนตรี]

00:05:20.795 --> 00:05:21.893
(นักวิทยาศาสตร์หญิง) สิ่งมีชีวิตทุกชนิด

00:05:21.995 --> 00:05:23.520
มีเซลล์เป็นหน่วยพื้นฐาน

00:05:24.135 --> 00:05:25.355
เซลล์ส่วนมากมีขนาดเล็ก

00:05:25.568 --> 00:05:27.608
จึงต้องศึกษาภายใต้กล้องจุลทรรศน์

00:05:28.288 --> 00:05:31.871
เมื่อนำเซลล์ เช่น พารามีเซียม อะมีบา

00:05:32.011 --> 00:05:35.448
มาดูใต้กล้องจุลทรรศน์จะเห็นส่วนที่ล้อมรอบเซลล์

00:05:35.952 --> 00:05:38.159
ซึ่งกั้นระหว่างองค์ประกอบภายในเซลล์

00:05:38.278 --> 00:05:40.144
และสิ่งแวดล้อมภายนอกเซลล์

00:05:40.828 --> 00:05:43.574
ส่วนที่ห่อหุ้มเซลล์นี้คือเยื่อหุ้มเซลล์

00:05:44.968 --> 00:05:46.963
เซลล์ทุกชนิดมีเยื่อหุ้มเซลล์

00:05:47.728 --> 00:05:50.588
ถ้าเซลล์ไม่มีเยื่อหุ้มเซลล์จะเกิดผลอย่างไร

00:05:51.139 --> 00:05:54.217
ทำไมเยื่อหุ้มเซลล์ จึงมีความสำคัญกับเซลล์

00:05:55.706 --> 00:05:58.263
เยื่อหุ้มเซลล์ทำหน้าที่เป็นแนวกั้น

00:05:58.456 --> 00:06:01.283
ระหว่างสารที่อยู่ภายในและภายนอกเซลล์

00:06:01.848 --> 00:06:03.537
หากเซลล์ไม่มีเยื่อหุ้มเซลล์

00:06:03.952 --> 00:06:05.073
จะไม่สามารถควบคุม

00:06:05.097 --> 00:06:07.063
การผ่านเข้าออกของสารต่าง ๆ

00:06:07.485 --> 00:06:09.941
ที่อยู่ระหว่างภายในกับภายนอกเซลล์ได้

00:06:10.701 --> 00:06:13.343
ทำให้ไม่สามารถรักษาสมดุลภายในเซลล์

00:06:14.028 --> 00:06:16.060
ส่งผลกระทบต่อการทำกิจกรรม

00:06:16.084 --> 00:06:18.241
และการดำรงชีวิตของเซลล์

00:06:19.461 --> 00:06:22.620
เยื่อหุ้มเซลล์ประกอบด้วยลิพิดและโปรตีน

00:06:23.038 --> 00:06:26.138
โดยลิพิดส่วนเป็นสารพวกฟอสโฟลิพิด

00:06:26.768 --> 00:06:30.609
ซึ่งจัดเรียงตัวเป็น 2 ชั้น โดยหันด้านที่มีขั้ว

00:06:30.908 --> 00:06:34.930
ซึ่งมีสมบัติชอบน้ำออกด้านนอกและด้านที่ไม่มีขั้ว

00:06:35.228 --> 00:06:38.136
ซึ่งมีสมบัติไม่ชอบน้ำเข้าหากันด้านใน

00:06:38.949 --> 00:06:41.448
ส่วนโปรตีนจะแทรกและเกาะอยู่ทั่วไป

00:06:42.308 --> 00:06:44.809
นอกจากนี้ยังพบคอเลสเตอรอล

00:06:44.833 --> 00:06:46.686
และคาร์โบไฮเดรตด้วย

00:06:47.156 --> 00:06:49.063
(ดร.อรสา) เมื่อนักเรียนได้รู้หลักการแล้วว่า

00:06:49.387 --> 00:06:51.578
เยื่อหุ้มเซลล์ทำหน้าที่เป็นแนวกั้น

00:06:51.602 --> 00:06:54.318
ระหว่างสารที่อยู่ภายในและภายนอกเซลล์

00:06:54.679 --> 00:06:56.939
และควบคุมปริมาณและชนิดของสาร

00:06:56.963 --> 00:06:58.906
ที่ผ่านเข้าและออกจากเซลล์

00:06:59.889 --> 00:07:02.383
ครูอยากให้นักเรียนได้ทดลองกิจกรรมนี้นะคะ

00:07:02.408 --> 00:07:04.746
เพื่อพิสูจน์สมบัติการเป็นเยื่อเลือกผ่าน

00:07:04.770 --> 00:07:07.248
ของเยื่อหุ้มเซลล์ด้วยตัวของนักเรียนเองนะคะ

00:07:07.485 --> 00:07:09.438
เมื่อนักเรียนได้กลับสู่ชั้นเรียนแล้ว

00:07:09.908 --> 00:07:12.378
ซึ่งจุดประสงค์ของกิจกรรมนี้นะคะ

00:07:12.667 --> 00:07:14.609
ครูต้องการให้นักเรียนได้ศึกษา

00:07:14.828 --> 00:07:17.884
สมบัติของการเป็นเยื่อเลือกผ่านของเยื่อหุ้มเซลล์

00:07:18.199 --> 00:07:20.522
รวมทั้งนักเรียนสามารถวิเคราะห์ผล

00:07:20.546 --> 00:07:21.954
จากการทำกิจกรรม

00:07:22.160 --> 00:07:24.139
และสรุปสมบัติการเป็นเยื่อเลือกผ่าน

00:07:24.164 --> 00:07:25.788
ของเยื่อหุ้มเซลล์ได้ค่ะ

00:07:26.262 --> 00:07:27.334
แต่ตอนนี้นะคะ

00:07:27.472 --> 00:07:29.938
คุณครูขอให้นักเรียนศึกษากิจกรรมนี้

00:07:30.313 --> 00:07:31.748
จากวีดิทัศน์นี้ไปก่อน

00:07:32.080 --> 00:07:35.568
โดยที่นักเรียนควรจดบันทึกผลของการทำกิจกรรม

00:07:35.826 --> 00:07:38.242
และตอบคำถามจากวีดิทัศน์ด้วยนะคะ

00:07:38.772 --> 00:07:48.528
[เสียงดนตรี]

00:07:48.553 --> 00:07:49.916
(นักวิทยาศาสตร์หญิง) วิธีการทดลอง

00:07:50.417 --> 00:07:53.498
เตรียมนำแหนที่มีรากติดอยู่มาเพื่อย้อมสี

00:07:55.785 --> 00:07:58.091
ใส่น้ำกลั่นในจานเพาะเชื้อ 2 จาน

00:07:59.392 --> 00:08:02.248
เราก็จะเริ่มย้อมรากแหนด้วยสีต่าง ๆ นะคะ

00:08:02.868 --> 00:08:05.932
โดยชุดแรกก็จะหยดสี Neutral red ลงไป

00:08:06.040 --> 00:08:08.713
ในน้ำกลั่นในจานเพาะเชื้อนะคะ

00:08:09.173 --> 00:08:10.055
ประมาณ 1 หยด

00:08:13.341 --> 00:08:16.526
ในชุดที่ 2 เราก็จะหยดสีผสมอาหารลงไปค่ะ

00:08:16.600 --> 00:08:18.653
เช่นเดียวกันประมาณ 1 หยดนะคะ

00:08:24.057 --> 00:08:26.827
จากนั้น ก็หมุนแก้วนะคะ

00:08:26.852 --> 00:08:28.454
ให้สีผสมเข้ากันดี

00:08:29.688 --> 00:08:32.542
ขั้นต่อมาก็นำแหนที่ยังมีรากติดอยู่นะคะ

00:08:32.566 --> 00:08:34.581
ไปย้อมลงในน้ำสีที่เตรียมเอาไว้

00:08:42.856 --> 00:08:45.858
โดยใส่แหน่ให้รากจมลงไปใต้น้ำสีนะคะ

00:08:53.423 --> 00:08:55.754
จากนั้น ก็ทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาทีค่ะ

00:08:58.240 --> 00:08:59.999
เมื่อเวลาผ่านไป 5-10 นาที

00:09:00.037 --> 00:09:02.363
เราก็นำแหนที่ย้อมไว้มาเตรียมสไลด์สด

00:09:02.387 --> 00:09:03.865
เพื่อดูใต้กล้องจุลทรรศน์ค่ะ

00:09:20.032 --> 00:09:21.074
(บรรยาย) ลักษณะของรากแหน

00:09:21.098 --> 00:09:22.592
ที่เห็นภายใต้กล้องจุลทรรศน์

00:09:22.786 --> 00:09:25.136
หลังจากการย้อมสีนั้นเป็นอย่างไร

00:09:25.226 --> 00:09:34.754
[เสียงนาฬิกานับถอยหลัง]

00:09:34.779 --> 00:09:35.716
(นักวิทยาศาสตร์หญิง) รากแหน

00:09:35.740 --> 00:09:37.732
ที่แช่ในสี Neutral red นั้น

00:09:38.093 --> 00:09:39.670
จะเห็นสีแดงภายในราก

00:09:40.448 --> 00:09:42.904
ส่วนรากแหนที่แช่ในสีผสมอาหาร

00:09:43.274 --> 00:09:45.614
จะเห็นเป็นสีใสหรือเขียว

00:09:45.944 --> 00:09:47.695
เหมือนรากแหนก่อนทำการทดลอง

00:09:50.143 --> 00:09:53.206
(บรรยาย) เอ๊ะ ทำไมสีบางชนิดจึงย้อมเซลล์ติด

00:09:53.452 --> 00:09:54.805
บางชนิดย้อมไม่ติด

00:09:55.368 --> 00:09:58.127
ถ้าอย่างนั้น เรามาลองทดลองสมบัติการละลาย

00:09:58.151 --> 00:09:59.736
ของสีดังกล่าวดูกันครับ

00:10:01.263 --> 00:10:03.397
(นักวิทยาศาสตร์หญิง) ขั้นแรกก็หยดสารละลาย

00:10:03.421 --> 00:10:06.636
Neutral red ใน PBS ลงไปในหลอดแรกค่ะ

00:10:07.233 --> 00:10:08.617
ประมาณ 1 ซีซีนะคะ

00:10:11.769 --> 00:10:14.495
ส่วนหลอดที่ 2 ก็จะใส่สีผสมอาหาร

00:10:14.715 --> 00:10:16.938
ที่ละลายอยู่ใน PBS ลงไปเช่นเดียวกันค่ะ

00:10:23.537 --> 00:10:25.279
จากนั้น ก็หยดน้ำมันพืช

00:10:25.390 --> 00:10:26.745
ประมาณ 1 ลูกบาศก์เซนติเมตร

00:10:26.769 --> 00:10:28.113
ลงไปในทั้ง 2 หลอดนะคะ

00:10:44.312 --> 00:10:46.006
จากนั้น ก็ปิดปากหลอดค่ะ

00:10:47.212 --> 00:10:48.886
เราจะเขย่าให้เข้ากันนะคะ

00:11:02.141 --> 00:11:05.653
ตั้งหลอดทดลองทั้ง 2 ทิ้งไว้ 10-20 นาที

00:11:05.946 --> 00:11:07.906
สังเกตการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

00:11:08.348 --> 00:11:10.825
เปรียบเทียบผลที่ได้ระหว่างทั้ง 2 หลอด

00:11:21.728 --> 00:11:24.172
(บรรยาย) ในการทดลองสมบัติการละลายของสี

00:11:24.259 --> 00:11:25.631
การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

00:11:25.655 --> 00:11:27.175
ระหว่างหลอดทดลองทั้ง 2

00:11:27.333 --> 00:11:29.473
เหมือนหรือว่าแตกต่างกันอย่างไร

00:11:29.768 --> 00:11:31.553
และสามารถสรุปสมบัติการละลาย

00:11:31.577 --> 00:11:34.140
ของสีทั้ง 2 ได้อย่างไร

00:11:34.232 --> 00:11:43.862
[เสียงนาฬิกานับถอยหลัง]

00:11:43.887 --> 00:11:44.712
(นักวิทยาศาสตร์หญิง) ในหลอด

00:11:44.736 --> 00:11:46.444
ที่หยดสี Neutral red ลงไป

00:11:46.823 --> 00:11:48.446
จะเห็นสีเหลืองเข้มในน้ำมัน

00:11:48.886 --> 00:11:51.752
และอาจเห็นสีแดงจาง ๆ ในสารละลาย PBS

00:11:52.508 --> 00:11:55.036
ซึ่งสรุปได้ว่าสี Neutral red

00:11:55.094 --> 00:11:58.075
ละลายได้ในน้ำและน้ำมันหรือลิพิด

00:11:58.979 --> 00:12:00.905
โดยจะละลายในน้ำมันได้ดีกว่า

00:12:01.988 --> 00:12:04.879
ส่วนในหลอดทดลองที่หยดสีผสมอาหารลงไป

00:12:05.161 --> 00:12:07.197
จะเห็นสีแดงในส่วนน้ำเท่านั้น

00:12:07.748 --> 00:12:11.844
ซึ่งสรุปได้ว่าสีผสมอาหารละลายได้ในน้ำ

00:12:12.115 --> 00:12:14.430
แต่ไม่ละลายในน้ำมันหรือลิพิด

00:12:16.881 --> 00:12:19.106
(บรรยาย) จากสมบัติการละลายของสีทั้ง 2

00:12:19.130 --> 00:12:22.012
สามารถอธิบายผลการทดลองย้อมสีรากแหน

00:12:22.036 --> 00:12:25.024
โดยใช้สมบัติของเยื่อหุ้มเซลล์ได้อย่างไร

00:12:25.508 --> 00:12:34.930
[เสียงดนตรี]

00:12:35.750 --> 00:12:36.786
(นักวิทยาศาสตร์หญิง) ผลการทดลอง

00:12:36.810 --> 00:12:38.854
สอดคล้องกับการที่เยื่อหุ้มเซลล์

00:12:38.878 --> 00:12:40.373
มีลิพิดเป็นองค์ประกอบ

00:12:40.702 --> 00:12:42.449
และมีสมบัติเป็นเยื่อเลือดผ่าน

00:12:43.143 --> 00:12:45.294
ซึ่งทำให้สารที่ละลายได้ดีในลิพิด

00:12:45.946 --> 00:12:48.807
เช่นสี Neutral red ผ่านเข้าสู่เซลล์ได้

00:12:49.468 --> 00:12:52.814
ส่วนสารที่ไม่ละลายในลิพิด หรือสารที่ชอบน้ำ

00:12:53.200 --> 00:12:54.800
เช่น สีผสมอาหาร

00:12:55.080 --> 00:12:56.982
จะไม่สามารถผ่านเข้าสู่เซลล์ได้

00:12:57.995 --> 00:12:59.475
ทำการทดลองเพิ่มเติม

00:12:59.739 --> 00:13:00.862
โดยนำแหนต้นใหม่

00:13:00.940 --> 00:13:03.720
มาแช่ในเอทิลแอลกอฮอล์ ประมาณ 10 นาที

00:13:04.094 --> 00:13:06.730
แล้วนำไปย้อมสารละลายสีผสมอาหาร

00:13:06.881 --> 00:13:08.648
ประมาณ 5-10 นาที

00:13:09.634 --> 00:13:11.904
(บรรยาย) เอ๊ะ แล้วการแช่แอลกอฮอล์

00:13:11.928 --> 00:13:14.200
มีผลต่อรากแหนอย่างไรนะ

00:13:14.703 --> 00:13:24.088
[เสียงนาฬิกานับถอยหลัง]

00:13:24.501 --> 00:13:26.252
(นักวิทยาศาสตร์หญิง) แอลกอฮอล์ไปละลายลิพิด

00:13:26.276 --> 00:13:29.224
ในเยื่อหุ้มเซลล์ออกมา ทำให้เซลล์ตาย

00:13:29.828 --> 00:13:32.591
สีผสมอาหารจึงสามารถเข้าสู่เซลล์ได้

00:13:33.166 --> 00:13:34.969
ภายในรากแหนจึงย้อมติดสี

00:13:35.434 --> 00:13:37.765
นั่นคือสมบัติการเป็นเยื่อเลือกผ่าน

00:13:37.789 --> 00:13:39.640
ของเยื่อหุ้มเซลล์ถูกทำลายไป

00:13:40.765 --> 00:13:43.477
จากการทดลองนี้ สามารถสรุปได้ว่า

00:13:43.501 --> 00:13:46.263
เยื่อหุ้มเซลล์มีสมบัติเป็นเยื่อเลือกผ่าน

00:13:47.030 --> 00:13:48.852
โดยสารที่ละลายได้ดีในลิพิด

00:13:48.876 --> 00:13:50.948
จะสามารถผ่านเข้าออกได้

00:13:50.948 --> 00:13:52.888
โดยการแพร่ผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ค่ะ

00:13:54.608 --> 00:13:57.109
(บรรยาย) และคุณผู้ชมคิดว่าผลการทดลองนี้

00:13:57.133 --> 00:13:59.535
สามารถนำไปอธิบายถึงความปลอดภัย

00:13:59.559 --> 00:14:01.871
ของสีผสมอาหารได้อย่างไร

00:14:02.247 --> 00:14:11.684
[เสียงนาฬิกานับถอยหลัง]

00:14:11.920 --> 00:14:13.422
(นักวิทยาศาสตร์หญิง) เนื่องจากสีผสมอาหาร

00:14:13.446 --> 00:14:16.201
ละลายได้ดีในน้ำ แต่ไม่ละลายในลิพิด

00:14:16.668 --> 00:14:18.554
จึงไม่สามารถผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ได้

00:14:19.062 --> 00:14:21.357
ทำให้ไม่มีการนำเข้าสู่เซลล์ร่างกาย

00:14:21.948 --> 00:14:24.060
ดังนั้น การใช้สีผสมอาหาร

00:14:24.084 --> 00:14:25.496
น่าจะมีความปลอดภัย

00:14:25.788 --> 00:14:27.851
ถ้าใช้สีที่รับรองโดย อย.

00:14:28.078 --> 00:14:29.806
และใช้ไม่เกินปริมาณที่กำหนด

00:14:32.536 --> 00:14:34.153
(ดร.อรสา) เป็นอย่างไรกันคะนักเรียน

00:14:34.485 --> 00:14:36.517
ตอบคำถามได้ครบทุกข้อไหมคะ

00:14:37.128 --> 00:14:38.774
ถ้าเรียนยังตอบไม่ครบนะคะ

00:14:38.809 --> 00:14:40.981
นักเรียนสามารถย้อนกลับไปดูกิจกรรม

00:14:41.005 --> 00:14:42.298
ได้ใหม่อีกครั้งค่ะ

00:14:42.933 --> 00:14:44.372
สำหรับในตอนนี้นะคะ

00:14:44.631 --> 00:14:46.321
นักเรียนลองสรุปเนื้อหา

00:14:46.828 --> 00:14:48.323
ในตอนที่หนึ่งนะคะ

00:14:48.347 --> 00:14:50.053
ว่าได้เหมือนของครูหรือเปล่า

00:14:52.755 --> 00:14:54.223
สำหรับคุณครูนะคะ

00:14:54.550 --> 00:14:57.051
ครูสรุปเนื้อหาได้ 2 ข้อ ดังนี้ค่ะ

00:14:57.699 --> 00:14:59.579
ข้อแรก เยื่อหุ้มเซลล์

00:14:59.603 --> 00:15:02.625
มีสมบัติเป็นเยื่อเลือกผ่านในการลำเลียงสาร

00:15:03.665 --> 00:15:06.733
ข้อที่ 2 สารที่ละลายได้ดีในลิพิด

00:15:07.017 --> 00:15:08.509
สามารถผ่านเข้าออกได้

00:15:08.533 --> 00:15:10.556
โดยการแพร่ผ่านเยื่อหุ้มเซลล์

00:15:12.495 --> 00:15:14.307
ค่ะ ในหัวข้อการลำเลียง

00:15:14.331 --> 00:15:17.154
สารเข้าและออกจากเซลล์ยังไม่จบนะคะนักเรียน

00:15:17.669 --> 00:15:20.430
อย่าลืมติดตามต่อในตอนที่ 2 นะคะ

00:15:21.308 --> 00:15:22.461
สวัสดีค่ะ

00:15:23.394 --> 00:15:37.176
[เสียงดนตรี]