﻿WEBVTT

00:00:00.062 --> 00:00:14.118
[เสียงดนตรี]

00:00:14.253 --> 00:00:15.152
(คุณครูปาณิก) สวัสดีค่ะ

00:00:15.213 --> 00:00:17.154
ยินดีต้อนรับเข้าสู่วีดิทัศน์

00:00:17.179 --> 00:00:19.733
รายวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ

00:00:20.060 --> 00:00:21.788
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4

00:00:21.993 --> 00:00:22.721
บทที่ 2

00:00:22.745 --> 00:00:26.188
เรื่อง การรักษาดุลยภาพของร่างกายมนุษย์นะคะ

00:00:27.121 --> 00:00:30.172
วันนี้เราจะศึกษากันในหัวข้อย่อยที่ 2.1

00:00:30.553 --> 00:00:32.392
เรื่องการรักษาดุลยภาพของน้ำ

00:00:32.416 --> 00:00:33.475
และสารในร่างกาย

00:00:33.578 --> 00:00:35.278
โดยครูปราณิก เวียงชัยค่ะ

00:00:36.981 --> 00:00:38.421
หัวข้อ 2.1 นี้นะคะ

00:00:38.854 --> 00:00:42.174
เป็น 1 ในหัวข้อย่อยจากทั้งหมด 4 หัวข้อ

00:00:42.341 --> 00:00:44.790
ซึ่งอยู่ในบทที่ 2 ดังรูปนี้เลยนะคะ

00:00:46.798 --> 00:00:48.912
สำหรับจุดประสงค์การเรียนรู้ในหัวข้อนี้นะคะ

00:00:48.937 --> 00:00:51.571
ก็คือ 1 ระบุโครงสร้าง

00:00:51.886 --> 00:00:53.752
และอธิบายการทำงานของไตมนุษย์

00:00:54.573 --> 00:00:58.151
2. อธิบายกลไกการรักษาดุลยภาพของน้ำ

00:00:58.175 --> 00:00:59.455
และสารในร่างกาย

00:00:59.479 --> 00:01:01.221
รวมทั้งการกำจัดของเสีย

00:01:01.245 --> 00:01:03.422
ที่เกิดจากกระบวนการเมแทบอลิซึม

00:01:03.648 --> 00:01:05.220
โดยการทำงานของไตค่ะ

00:01:06.034 --> 00:01:07.221
นักเรียนพร้อมแล้วหรือยังคะ

00:01:07.640 --> 00:01:09.788
ถ้าพร้อมแล้ว เรามาเริ่มเรียนกันเลยค่ะ

00:01:12.390 --> 00:01:15.102
ก่อนอื่นนะคะ นักเรียนรู้จักคำนี้ไหมคะ

00:01:15.468 --> 00:01:17.221
คำว่า "การรักษาดุลยภาพ"

00:01:17.245 --> 00:01:18.804
หรือ (Homeostasis)

00:01:21.201 --> 00:01:24.253
ครูให้นักเรียนคิดสัก 5 วินาทีนะคะ

00:01:24.408 --> 00:01:26.753
แล้วเดี๋ยวเรามาฟังคำตอบกันค่ะ

00:01:26.778 --> 00:01:36.995
[เสียงดนตรี]

00:01:37.020 --> 00:01:38.176
(คุณครูปาณิก) ค่ะ หมดเวลานะคะ

00:01:38.449 --> 00:01:40.022
ทีนี้เรามาลองฟังคำตอบกันนะคะ

00:01:40.872 --> 00:01:42.083
เรามาลองดูสิว่า

00:01:42.732 --> 00:01:44.521
คำตอบที่นักเรียนจะได้รับฟัง

00:01:44.545 --> 00:01:46.207
ได้ตรงจากที่เคยคิดไว้ไหมนะคะ

00:01:47.093 --> 00:01:48.182
การรักษาดุลยภาพ

00:01:48.206 --> 00:01:49.759
หรือ Homeostasis นะคะ

00:01:50.230 --> 00:01:51.084
ก็จะหมายถึง

00:01:51.632 --> 00:01:54.255
การรักษาสภาพแวดล้อมภายในสิ่งมีชีวิต

00:01:54.841 --> 00:01:57.760
ให้สมดุล และเหมาะสมต่อการดำรงชีวิตค่ะ

00:01:59.145 --> 00:02:00.695
นักเรียนอาจจะยังนึกไม่ออกนะคะ

00:02:01.036 --> 00:02:02.611
ว่าร่างกายมนุษย์เรานี่

00:02:02.873 --> 00:02:05.601
มีการรักษาดุลยภาพเกิดขึ้นตอนไหน

00:02:06.200 --> 00:02:07.892
และทำได้อย่างไร

00:02:09.671 --> 00:02:12.921
คุณครูนะคะ ก็จะขอยกตัวอย่างสถานการณ์

00:02:13.163 --> 00:02:14.775
มาให้นักเรียนลองขบคิดกันนะคะ

00:02:15.888 --> 00:02:17.335
อาจจะเป็นขณะที่นักเรียนนี่

00:02:17.470 --> 00:02:18.718
กำลังเล่นกีฬานะคะ

00:02:18.948 --> 00:02:23.755
เช่น เล่นฟุตบอล หรือเล่นแบดมินตัน

00:02:24.910 --> 00:02:26.550
นักเรียนลองดูสิคะ ว่าขณะนั้นนี่

00:02:26.685 --> 00:02:29.386
ร่างกายของนักเรียนนี่ เกิดอะไรขึ้นบ้าง

00:02:29.822 --> 00:02:32.188
แล้วนักเรียนปฏิบัติตัวอย่างไร

00:02:32.422 --> 00:02:34.481
ให้ร่างกายกลับเข้าสู่ในภาวะปกติ

00:02:35.489 --> 00:02:37.292
ลองตอบคำถามครูในใจก่อนนะคะ

00:02:37.776 --> 00:02:39.429
ครูให้เวลาคิด 5 วินาทีนะคะ

00:02:39.625 --> 00:02:40.173
เริ่มค่ะ

00:02:40.197 --> 00:02:47.941
[เสียงดนตรี]

00:02:47.966 --> 00:02:48.889
(คุณครูปาณิก) หมดเวลาค่ะ

00:02:49.750 --> 00:02:51.043
เรามารอฟังคำตอบกันนะคะ

00:02:51.668 --> 00:02:53.021
หลังจากที่นักเรียนนะคะ

00:02:53.045 --> 00:02:54.888
ออกกำลังกาย หรือเล่นกีฬามา

00:02:54.888 --> 00:02:56.487
นักเรียนก็น่าจะรู้สึกเหนื่อย

00:02:56.638 --> 00:02:58.639
ร้อน หายใจเร็วกว่าปกติ

00:02:58.873 --> 00:03:01.601
มีเหงื่อไหลเป็นจำนวนมาก และกระหายน้ำ

00:03:02.014 --> 00:03:03.484
พฤติกรรมที่นักเรียนส่วนใหญ่ทำถัดมา

00:03:03.509 --> 00:03:04.755
ก็คือการหาน้ำดื่ม

00:03:05.222 --> 00:03:06.669
การทำให้อุณหภูมิร่างกายลดลง

00:03:06.931 --> 00:03:09.502
อาจจะทำได้โดยการพัด หรือแม้กระทั่งอาบน้ำ

00:03:10.118 --> 00:03:11.292
แต่เมื่อเวลาผ่านไปสักพัก

00:03:11.827 --> 00:03:14.121
ร่างกายก็จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติค่ะ

00:03:16.018 --> 00:03:17.207
ร่างกายของเรานะคะ

00:03:17.402 --> 00:03:19.043
มีการรักษาดุลยภาพหลายอย่าง

00:03:19.067 --> 00:03:21.743
เช่น การรักษาดุลยภาพของน้ำ

00:03:21.767 --> 00:03:23.248
และสารในร่างกาย

00:03:23.947 --> 00:03:25.063
การรักษาดุลยภาพ

00:03:25.088 --> 00:03:27.808
ของความเป็นกรด-เบสของเลือด

00:03:27.808 --> 00:03:30.083
การรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิ

00:03:30.581 --> 00:03:32.983
สำหรับวันนี้นะคะ เราก็จะเรียนในหัวข้อ

00:03:33.253 --> 00:03:35.888
การรักษาดุลยภาพของน้ำและสารในร่างกายค่ะ

00:03:38.304 --> 00:03:39.293
ร่างกายมนุษย์นะคะ

00:03:39.317 --> 00:03:40.255
ประกอบไปด้วยน้ำ

00:03:40.279 --> 00:03:43.688
ปริมาณร้อยละ 65-70 ของน้ำหนักตัว

00:03:44.384 --> 00:03:45.392
ในแต่ละวันนะคะ

00:03:45.548 --> 00:03:46.908
ร่างกายมนุษย์ก็มีการได้รับ

00:03:46.932 --> 00:03:48.927
และสูญเสียน้ำออกไปอยู่เสมอ

00:03:49.396 --> 00:03:53.227
นักเรียนคิดว่ากิจกรรมในชีวิตประจำวันใดบ้าง

00:03:53.378 --> 00:03:56.121
ที่ทำให้ปริมาณน้ำในร่างกายเปลี่ยนแปลงไป

00:03:57.015 --> 00:04:01.321
ครูให้เวลานักเรียนคิดคำตอบนี้สัก 5 วินาทีนะคะ

00:04:02.583 --> 00:04:03.088
เริ่มค่ะ

00:04:03.112 --> 00:04:13.267
[เสียงดนตรี]

00:04:13.292 --> 00:04:14.555
(คุณครูปาณิก) ตัวอย่างในชีวิตประจำวัน

00:04:14.579 --> 00:04:16.497
ที่ทำให้ร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลง

00:04:16.870 --> 00:04:19.088
ปริมาณน้ำ เช่น การรับประทานอาหาร

00:04:19.862 --> 00:04:24.610
การดื่มน้ำ การขับถ่ายปัสสาวะ หรืออุจจาระ

00:04:26.665 --> 00:04:28.788
นอกจากกิจกรรมที่ยกตัวอย่างไปแล้ว

00:04:29.086 --> 00:04:31.418
ในแต่ละวัน ร่างกายของเรายังมีการได้รับ

00:04:31.442 --> 00:04:33.821
และสูญเสียน้ำออกไปในรูปอื่น ๆ อีก

00:04:34.282 --> 00:04:34.859
โดยภาพนี้นะคะ

00:04:34.883 --> 00:04:37.955
ก็จะแสดงปริมาณน้ำโดยเฉลี่ยที่ร่างกายได้รับ

00:04:37.979 --> 00:04:40.488
และสูญเสียออกไปจากร่างกายผู้ใหญ่ใน 1 วัน

00:04:41.202 --> 00:04:43.091
โดยเฉลี่ยแล้วนะคะ ร่างกายได้รับน้ำ

00:04:43.115 --> 00:04:45.788
จากเมแทบอลิซึม 2 ร้อยมิลลิลิตร

00:04:46.660 --> 00:04:48.288
อาหาร 700 มิลลิลิตร

00:04:49.053 --> 00:04:51.155
เครื่องดื่ม 1,600 มิลลิลิตร

00:04:51.992 --> 00:04:53.855
และสูญเสียน้ำออกไปโดยเหงื่อ

00:04:55.375 --> 00:04:56.288
100 มิลลิลิตร

00:04:57.258 --> 00:04:59.045
อุจจาระ 200 มิลลิลิตร

00:05:00.037 --> 00:05:02.588
การระเหย ซึ่งเป็นการระเหยจากผิวหนัง

00:05:02.612 --> 00:05:04.755
และการหายใจ 700 มิลลิลิตร

00:05:05.877 --> 00:05:08.188
ปัสสาวะ 1,500 มิลลิลิตร

00:05:08.888 --> 00:05:10.359
ซึ่งรวมแล้วร่างกาย

00:05:10.383 --> 00:05:13.655
จะได้รับน้ำโดยเฉลี่ยวันละ 2,500 มิลลิลิตร

00:05:14.281 --> 00:05:15.342
และสูญเสียออกไป

00:05:15.366 --> 00:05:18.321
วันละ 2,500 มิลลิลิตร เช่นเดียวกันค่ะ

00:05:20.569 --> 00:05:22.190
นักเรียนเคยตั้งคำถามกับตัวเองไหมคะ

00:05:22.215 --> 00:05:23.349
ว่าในแต่ละวัน

00:05:23.523 --> 00:05:24.755
นักเรียนได้รับน้ำ

00:05:24.779 --> 00:05:26.696
เพียงพอกับความต้องการของร่างกายหรือไม่

00:05:27.783 --> 00:05:29.783
และถ้าไม่มีการสูญเสียน้ำออกไปเลย

00:05:30.397 --> 00:05:31.322
นักเรียนคิดว่า

00:05:31.794 --> 00:05:34.288
ร่างกายยังคงรักษาดุลยภาพของน้ำ

00:05:34.312 --> 00:05:36.005
และสารต่าง ๆ ได้หรือไม่

00:05:36.282 --> 00:05:37.101
อย่างไร

00:05:39.097 --> 00:05:40.713
ในการรักษาดุลยภาพของน้ำ

00:05:40.737 --> 00:05:41.972
และสารในร่างกายนะคะ

00:05:42.267 --> 00:05:45.068
อวัยวะที่มีบทบาทที่สำคัญคือ ไต

00:05:45.698 --> 00:05:49.273
นักเรียนคิดว่า ไตมีกลไกการทำงานอย่างไร

00:05:49.488 --> 00:05:51.511
จึงสามารถรักษาดุลยภาพของน้ำ

00:05:51.536 --> 00:05:53.655
และสารต่าง ๆ ในร่างกายของมนุษย์ได้

00:05:55.471 --> 00:05:57.252
ครูให้เวลาคิดสัก 5 วินาทีนะคะ

00:05:57.912 --> 00:05:59.341
แล้วเรามาศึกษาไปพร้อม ๆ กันค่ะ

00:05:59.365 --> 00:06:12.412
[เสียงดนตรี]

00:06:12.437 --> 00:06:14.240
(คุณครูปาณิก) หน้าที่หลักของไตในระบบขับถ่ายนะคะ

00:06:14.264 --> 00:06:17.437
ก็คือ 1. การกำจัดของเสีย

00:06:17.708 --> 00:06:19.421
ที่เกิดจากกระบวนการเมแทบอลิซึม

00:06:19.445 --> 00:06:21.055
และกระบวนการสลายสารอาหาร

00:06:21.871 --> 00:06:24.171
2. การรักษาดุลยภาพของน้ำ

00:06:24.195 --> 00:06:25.796
และสารต่าง ๆ ในร่างกาย

00:06:25.821 --> 00:06:29.614
ได้แก่ การรักษาปริมาณของน้ำในร่างกาย

00:06:30.463 --> 00:06:32.962
การรักษาดุลยภาพของแร่ธาตุในร่างกาย

00:06:33.430 --> 00:06:36.155
การรักษาอวัยวะของกรด-เบสของเลือด

00:06:37.680 --> 00:06:38.400
นักเรียนทราบหรือไม่คะ

00:06:38.424 --> 00:06:42.006
ว่าของเสียในระบบขับถ่ายคืออะไร

00:06:43.628 --> 00:06:45.568
ครูให้เวลาคิดสัก 5 วินาทีนะคะ

00:06:46.230 --> 00:06:46.821
เริ่มค่ะ

00:06:46.845 --> 00:06:55.733
[เสียงดนตรี]

00:06:55.758 --> 00:06:57.255
(คุณครูปาณิก) ของเสียในระบบขับถ่าย

00:06:57.279 --> 00:07:00.474
ก็คือของเสียที่เกิดจากกระบวนการเมแทบอลิซึม

00:07:00.776 --> 00:07:02.485
และกระบวนการสลายสารอาหาร

00:07:02.510 --> 00:07:05.855
ได้แก่ ของเสียที่มีไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบ

00:07:06.550 --> 00:07:08.888
เกิดจากการสลายโปรตีน และกรดนิวคลีอิก

00:07:09.187 --> 00:07:14.655
อยู่ในรูปของ ยูเรีย กรดยูริก แอมโมเนีย

00:07:16.464 --> 00:07:17.321
นักเรียนลองคิดดูนะคะ

00:07:17.345 --> 00:07:21.085
ว่าอุจจาระจัดเป็นของเสียในระบบขับถ่ายหรือไม่

00:07:21.655 --> 00:07:23.490
ครูให้เวลาคิด 5 วินาทีนะคะ

00:07:23.768 --> 00:07:24.455
เริ่มค่ะ

00:07:24.479 --> 00:07:32.103
[เสียงดนตรี]

00:07:32.128 --> 00:07:33.021
(คุณครูปาณิก) หมดเวลาค่ะ

00:07:33.399 --> 00:07:34.588
นักเรียนได้คำตอบหรือยังคะ

00:07:35.454 --> 00:07:36.767
มาฟังคำตอบพร้อมกันเลยค่ะ

00:07:37.870 --> 00:07:41.114
อุจจาระนะคะ ไม่เป็นของเสียในระบบขับถ่าย

00:07:41.558 --> 00:07:44.009
เพราะอุจจาระคือกากอาหาร

00:07:44.033 --> 00:07:46.755
ที่เกิดจากการที่ร่างกายย่อยอาหารไม่ได้

00:07:47.039 --> 00:07:48.255
หรือย่อยไม่หมดค่ะ

00:07:49.153 --> 00:07:50.021
นอกจากนี้นะคะ

00:07:50.828 --> 00:07:52.686
ร่างกายก็ยังมีของเสียอย่างอื่นอีก

00:07:52.710 --> 00:07:54.954
เช่น แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์

00:07:55.508 --> 00:07:59.020
ซึ่งเป็นของเสียที่ได้จากกระบวนการเมแทบอลิซึม

00:07:59.298 --> 00:08:02.832
และจะถูกกำจัดออก โดยระบบหายใจค่ะ

00:08:07.909 --> 00:08:10.476
และอวัยวะในระบบขับถ่ายของร่างกายมนุษย์

00:08:10.501 --> 00:08:11.288
มีอะไรบ้าง

00:08:12.795 --> 00:08:16.255
อวัยวะที่สำคัญในระบบขับถ่ายของมนุษย์นะคะ

00:08:16.385 --> 00:08:20.755
ก็ประกอบด้วย ไต ทำหน้าที่รักษาดุลยภาพของน้ำ

00:08:20.779 --> 00:08:22.257
และสารต่าง ๆ ในร่างกาย

00:08:22.599 --> 00:08:25.055
และกำจัดของเสียที่มีไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบ

00:08:26.207 --> 00:08:29.082
ท่อไต ทำหน้าที่ลำเลียงของเสีย

00:08:29.154 --> 00:08:30.208
น้ำ และสารต่าง ๆ

00:08:30.232 --> 00:08:32.288
ที่เกินความต้องการของร่างกาย

00:08:32.312 --> 00:08:33.504
ไปที่กระเพาะปัสสาวะ

00:08:34.818 --> 00:08:37.807
กระเพาะปัสสาวะ ทำหน้าที่สะสมของเสีย

00:08:38.078 --> 00:08:39.588
น้ำ และสารต่าง ๆ

00:08:39.612 --> 00:08:41.621
ที่เกินความต้องการของร่างกาย

00:08:42.177 --> 00:08:43.438
ให้อยู่ในรูปของปัสสาวะ

00:08:44.822 --> 00:08:46.008
ท่อปัสสาวะ

00:08:46.008 --> 00:08:49.421
ทำหน้าที่ลำเลียงปัสสาวะออกนอกร่างกาย

00:08:50.810 --> 00:08:53.955
โดยมีหลอดเลือดรีนัลอาร์เทอรี นำเลือดเข้าสู่ไต

00:08:54.489 --> 00:08:57.655
และหลอดเลือดรีนัลเวน นำเลือดออกจากไตค่ะ

00:09:00.209 --> 00:09:02.088
เมื่อนำไตมาผ่าตามยาว

00:09:03.272 --> 00:09:05.621
สามารถแบ่งเนื้อไตออกได้เป็น 2 ส่วน

00:09:05.645 --> 00:09:08.688
คือ เนื้อไตส่วนนอก ซึ่งมีสีจาง

00:09:09.357 --> 00:09:12.221
และเนื้อไตส่วนใน ที่มีสีเข้มกว่า

00:09:12.631 --> 00:09:14.791
และมีส่วนที่คล้ายรูป 3 เหลี่ยม

00:09:15.500 --> 00:09:17.021
โดยที่ส่วนปลาย 3 เหลี่ยม

00:09:17.380 --> 00:09:19.721
จะยื่นเข้าไปจรดกับกรวยไต

00:09:20.288 --> 00:09:23.221
ซึ่งมีลักษณะเป็นโพรง และต่อกับท่อไต

00:09:24.474 --> 00:09:27.755
ภายในเนื้อไต ประกอบด้วยหน่วยไตจำนวนมาก

00:09:28.448 --> 00:09:29.655
ซึ่งเป็นส่วนสำคัญ

00:09:29.679 --> 00:09:32.288
ในการทำหน้าที่รักษาดุลยภาพของน้ำ

00:09:32.312 --> 00:09:33.284
และสารต่าง ๆ

00:09:33.641 --> 00:09:36.221
รวมทั้งการกำจัดของเสียออกจากร่างกาย

00:09:36.245 --> 00:09:37.422
ในรูปของปัสสาวะ

00:09:38.788 --> 00:09:40.988
แต่ละหน่วยไตประกอบด้วย โกลเมอรูลัส

00:09:41.832 --> 00:09:43.288
โบว์แมนส์แคปซูล

00:09:44.437 --> 00:09:45.481
ท่อหน่วยไต

00:09:49.003 --> 00:09:50.855
โดยส่วนที่เรียกว่า "โกลเมอรูลัส"

00:09:52.107 --> 00:09:54.021
จะมีลักษณะเป็นกลุ่มหลอดเลือดฝอย

00:09:54.045 --> 00:09:56.441
ที่ล้อมรอบด้วย โบว์แมนส์แคปซูล

00:09:58.820 --> 00:10:01.988
ส่วนท่อหน่วยไต อยู่ต่อจากโบว์แมนส์แคปซูล

00:10:02.450 --> 00:10:04.802
มีลักษณะเป็นท่อยาว ขดไปมา

00:10:05.208 --> 00:10:06.755
อยู่แนบชิดกับหลอดเลือดฝอย

00:10:06.779 --> 00:10:08.455
ที่มาพันตามท่อหน่วยไต

00:10:09.812 --> 00:10:11.833
และที่ปลายสุดของท่อหน่วยไต

00:10:12.253 --> 00:10:16.164
จะเปิดออกสู่ท่อรวม ที่จะเปิดออกสู่กรวยไต

00:10:18.952 --> 00:10:22.355
เมื่อนักเรียนได้ทราบถึงโครงสร้างของไตไปแล้ว

00:10:22.851 --> 00:10:27.224
ทีนี้ เรามาลองศึกษาการทำงานของหน่วยไต

00:10:27.454 --> 00:10:30.151
ในการรักษาดุลยภาพของน้ำ และสารต่าง ๆ

00:10:30.949 --> 00:10:32.270
รวมทั้งการกำจัดของเสีย

00:10:32.294 --> 00:10:33.730
ออกจากร่างกายกันนะคะ

00:10:35.344 --> 00:10:36.788
การทำงานของหน่วยไต

00:10:36.812 --> 00:10:38.755
ประกอบด้วย 3 ขั้นตอนดังนี้

00:10:39.273 --> 00:10:40.539
1. การกรอง

00:10:40.768 --> 00:10:43.559
เกิดที่บริเวณโกลเมอรูลัส และโบว์แมนส์แคปซูล

00:10:44.491 --> 00:10:46.321
2. การดูดกลับ

00:10:47.207 --> 00:10:49.280
และ 3. การหลั่ง

00:10:51.650 --> 00:10:53.455
โดยการดูดกลับและการหลั่ง

00:10:53.479 --> 00:10:56.908
จะเกิดขึ้นตลอดตามความยาวของท่อหน่วยไต

00:11:01.202 --> 00:11:02.644
การทำงานของหน่วยไต

00:11:02.668 --> 00:11:04.221
เริ่มจากเลือด

00:11:04.453 --> 00:11:06.952
ไหลผ่านเข้าหลอดเลือดรีนัลอาร์เทอรี

00:11:07.412 --> 00:11:10.320
และผ่านหลอดเลือดเข้าสู่โกลเมอรูลัส

00:11:12.779 --> 00:11:16.121
เมื่อถึงโกลเมอรูลัส สารที่มีขนาดเล็ก

00:11:16.837 --> 00:11:22.621
เช่น น้ำ กลูโคส กรดอะมิโน ยูเรีย

00:11:22.818 --> 00:11:24.055
และไอออนส่วนหนึ่ง

00:11:24.392 --> 00:11:26.121
จะถูกกรองที่โกลเมอรูลัส

00:11:26.289 --> 00:11:27.978
และผนังของโบว์แมนส์แคปซูล

00:11:28.002 --> 00:11:29.321
ที่ติดกับโกลเมอรูลัส

00:11:29.770 --> 00:11:31.891
และเข้าสู่ช่องของโบว์แมนส์แคปซูล

00:11:32.405 --> 00:11:34.452
ส่วนเซลล์เม็ดเลือด เกล็ดเลือด

00:11:34.607 --> 00:11:36.788
และสารที่มีขนาดใหญ่ เช่น โปรตีน

00:11:37.094 --> 00:11:38.610
ยังคงอยู่ในหลอดเลือด

00:11:40.884 --> 00:11:43.416
ของเหลวที่กรองได้ จะผ่านไปยังท่อหน่วยไต

00:11:43.546 --> 00:11:45.668
ซึ่งบริเวณนี้สารที่มีประโยชน์

00:11:45.668 --> 00:11:47.689
จะถูกดูดกลับเข้าสู่หลอดเลือดฝอยทั้งหมด

00:11:47.713 --> 00:11:50.099
เช่น กลูโคส กรดอะมิโน

00:11:50.228 --> 00:11:51.655
และมีการดูดกลับบางส่วน

00:11:51.679 --> 00:11:53.264
เช่น น้ำ ไอออนต่าง ๆ

00:11:53.647 --> 00:11:55.054
ตัวอย่างไอออนที่มีการดูดกลับ

00:11:55.079 --> 00:11:56.788
เช่น ไฮโดรเจน คาร์บอนเนตไอออน

00:11:56.982 --> 00:11:57.968
โซเดียมไอออน

00:11:58.342 --> 00:12:00.728
ทำให้ร่างกายยังรักษาดุลยภาพของ...

00:12:00.728 --> 00:12:02.591
ต่าง ๆ ในร่างกายไว้ได้

00:12:05.237 --> 00:12:06.918
นอกจากนี้ที่บริเวณท่อรวม

00:12:06.942 --> 00:12:09.826
ยังมีการดูดกลับ น้ำ ยูเรีย

00:12:10.128 --> 00:12:11.519
และไอออนต่าง ๆ บางส่วน

00:12:11.543 --> 00:12:13.389
กลับเข้าสู่หลอดเลือดฝอยอีกด้วย

00:12:16.031 --> 00:12:19.553
บางกรณีมีการหลั่งสารบางชนิดจากเลือด

00:12:19.835 --> 00:12:21.263
เข้าสู่ท่อหน่วยไต

00:12:21.288 --> 00:12:24.355
เช่น ไฮโดรเจนไอออน แอมโมเนียมไอออน

00:12:24.945 --> 00:12:27.479
รวมทั้งสารพิษอื่น ๆ หรือยาบางชนิด

00:12:27.773 --> 00:12:31.853
ทำให้สามารถตรวจพบสารเสพติดจากปัสสาวะได้

00:12:34.234 --> 00:12:35.801
ของเหลวในท่อหน่วยไต

00:12:36.043 --> 00:12:37.988
จะถูกขับถ่ายออกจากร่างกาย

00:12:38.020 --> 00:12:39.927
ผ่านทางท่อรวมเป็นปัสสาวะ

00:12:40.355 --> 00:12:42.861
แล้วเข้าสู่กรวยไต ท่อไต

00:12:43.182 --> 00:12:45.346
และสะสมในกระเพาะปัสสาวะ

00:12:45.838 --> 00:12:49.237
ก่อนจะขับออกนอกร่างกาย ทางท่อปัสสาวะ

00:12:51.729 --> 00:12:53.855
เรามาลองตรวจสอบความเข้าใจกันบ้างนะคะ

00:12:54.977 --> 00:13:00.563
นักเรียนคิดว่าหน่วยไตทำหน้าที่ กรอง ดูดกลับ

00:13:01.096 --> 00:13:02.344
และหลั่งสารใดบ้าง

00:13:03.082 --> 00:13:05.155
ครูให้เวลาคิดสัก 10 วินาทีนะคะ

00:13:05.749 --> 00:13:06.222
เริ่มค่ะ

00:13:06.246 --> 00:13:16.703
[เสียงดนตรี]

00:13:16.728 --> 00:13:17.583
(คุณครูปาณิก) หมดเวลาค่ะ

00:13:18.190 --> 00:13:19.816
เรามาลองฟังคำตอบกันบ้างนะคะ

00:13:21.142 --> 00:13:22.553
สำหรับการกรองนะคะ

00:13:23.580 --> 00:13:25.583
ก็จะมีการกรองสารที่มีขนาดเล็ก

00:13:25.848 --> 00:13:29.854
ที่อยู่ในหลอดเลือด เช่น กลูโคส น้ำ ยูเรีย

00:13:30.126 --> 00:13:32.332
กรดอะมิโน และไอออนบางชนิด

00:13:32.470 --> 00:13:33.955
เข้าสู่โบว์แมนส์แคปซูล

00:13:34.561 --> 00:13:36.391
ส่วนเซลล์เม็ดเลือด เกล็ดเลือด

00:13:36.688 --> 00:13:37.788
โปรตีนขนาดใหญ่

00:13:37.812 --> 00:13:40.030
จะยังคงอยู่ในหลอดเลือดต่อไป

00:13:41.589 --> 00:13:42.855
การดูดกลับนะคะ

00:13:42.980 --> 00:13:44.921
ก็จะมีการดูดกลับสารที่มีประโยชน์

00:13:44.945 --> 00:13:46.045
เข้าสู่หลอดเลือด

00:13:46.236 --> 00:13:51.098
เช่น กรดอะมิโน กลูโคส น้ำและไอออนต่าง ๆ

00:13:51.123 --> 00:13:54.372
เช่น โซเดียมไอออน โพแทสเซียมไอออน

00:13:54.825 --> 00:13:56.288
ไฮโดรเจนคาร์บอนเนตไอออน

00:13:58.145 --> 00:13:59.300
และการหลั่งนะคะ

00:13:59.325 --> 00:14:01.788
ก็จะมีการหลั่งสารที่ร่างกายไม่ต้องการ

00:14:01.812 --> 00:14:03.121
หรือมีมากเกินไป

00:14:03.145 --> 00:14:06.799
เช่น ไฮโดรเจนไอออน แอมโมเนียมไอออน

00:14:07.014 --> 00:14:09.821
รวมทั้งสารพิษอื่น ๆ หรือยาบางชนิดค่ะ

00:14:11.189 --> 00:14:14.205
นักเรียนน่าจะพอทราบถึงกลไกการทำงานของไต

00:14:14.229 --> 00:14:15.161
มาพอสมควรแล้วนะคะ

00:14:15.859 --> 00:14:19.046
แหม ตอนนี้ ครูรู้สึกกระหายน้ำจัง

00:14:19.696 --> 00:14:21.516
ขอครูดื่มน้ำสักแป๊บนะคะ

00:14:32.610 --> 00:14:33.987
นักเรียนเคยสงสัยไหมคะ

00:14:34.011 --> 00:14:36.412
ว่าร่างกายมนุษย์รู้ได้อย่างไร

00:14:36.437 --> 00:14:40.921
ว่าปริมาณน้ำที่รับเข้า และขับออกมีเท่าใด

00:14:41.870 --> 00:14:44.618
จึงจะรักษาดุลยภาพของน้ำในร่างกายไว้ได้

00:14:45.476 --> 00:14:47.388
แล้วไตเกี่ยวข้องอย่างไร

00:14:47.412 --> 00:14:49.621
กับการรักษาดุลยภาพของน้ำในร่างกาย

00:14:51.203 --> 00:14:52.763
เราจะมาศึกษาไปด้วยกันนะคะ

00:14:54.428 --> 00:14:56.331
การรักษาดุลยภาพของน้ำนะคะ

00:14:56.601 --> 00:14:58.123
ก็จะเกี่ยวข้องกับการทำงานร่วมกัน

00:14:58.147 --> 00:14:59.155
ของระบบประสาท

00:14:59.866 --> 00:15:02.937
ระบบหมุนเวียนเลือด ระบบต่อมไร้ท่อ

00:15:03.312 --> 00:15:04.618
และระบบขับถ่ายค่ะ

00:15:06.177 --> 00:15:07.988
โดยมีอวัยวะที่เกี่ยวข้อง

00:15:08.615 --> 00:15:11.655
คือ สมองส่วนไฮโพทาลามัส

00:15:12.640 --> 00:15:14.088
ต่อมใต้สมองส่วนหลัง

00:15:14.112 --> 00:15:17.688
ซึ่งหลั่งแอนติไดยูเรติกฮอร์โมน หรือ ADH

00:15:18.783 --> 00:15:21.021
และอวัยวะที่สำคัญนะคะ ไตค่ะ

00:15:24.107 --> 00:15:25.166
เรามาศึกษากลไก

00:15:25.190 --> 00:15:27.154
การรักษาดุลยภาพของน้ำกันนะคะ

00:15:27.964 --> 00:15:29.755
เมื่อร่างกายสูญเสียน้ำ

00:15:29.780 --> 00:15:31.950
เช่น เหงื่อออกมาก

00:15:32.286 --> 00:15:35.089
ทำให้ความเข้มข้นของเลือดเพิ่มขึ้น

00:15:36.368 --> 00:15:39.021
ซึ่งจะไปกระตุ้นสมองส่วนไฮโพทาลามัส

00:15:39.765 --> 00:15:43.452
ทำให้ต่อมใต้สมองส่วนหลังหลั่ง ADH มากขึ้น

00:15:44.516 --> 00:15:47.916
ADH นี้ จะไปกระตุ้นท่อหน่วยไตและท่อรวม

00:15:48.262 --> 00:15:51.238
ให้เพิ่มการดูดกลับน้ำ เข้าสู่หลอดเลือดฝอย

00:15:52.659 --> 00:15:56.088
ทำให้ปัสสาวะที่ขับออกมา มีปริมาณน้อย

00:15:56.854 --> 00:15:59.091
ขณะเดียวกัน ไฮโพทาลามัส

00:15:59.266 --> 00:16:00.442
ที่ถูกกระตุ้น

00:16:01.616 --> 00:16:03.736
จะทำให้เกิดการกระหายน้ำ

00:16:04.067 --> 00:16:06.254
และเกิดพฤติกรรมการดื่มน้ำ

00:16:07.480 --> 00:16:08.791
กลไกทั้งหมดที่กล่าวมานะคะ

00:16:08.816 --> 00:16:11.416
ก็จะทำให้ ปริมาณน้ำในร่างกาย

00:16:11.515 --> 00:16:13.414
กลับเข้าสู่ภาวะสมดุล

00:16:15.981 --> 00:16:17.567
เรามาดูอีกกรณีบ้างนะคะ

00:16:18.499 --> 00:16:20.962
เมื่อร่างกายมีน้ำมากกว่าปกติ

00:16:21.335 --> 00:16:24.006
เช่น การดื่มน้ำครั้งละมาก ๆ

00:16:25.104 --> 00:16:27.929
ทำให้ความเข้มข้นของเลือดลดลง

00:16:29.068 --> 00:16:33.155
ส่งผลให้ลดการกระตุ้นสมองส่วนไฮโพทาลามัส

00:16:34.650 --> 00:16:38.621
ทำให้ต่อมใต้สมองส่วนหลัง หลั่ง ADH น้อยลง

00:16:39.307 --> 00:16:40.835
ท่อหน่วยไตและท่อรวม

00:16:41.811 --> 00:16:44.488
จึงลดการดูดกลับน้ำเข้าสู่หลอดเลือดฝอย

00:16:45.004 --> 00:16:48.188
ส่งผลให้ปัสสาวะที่ขับออกมามีปริมาณมาก

00:16:48.895 --> 00:16:52.123
ทำให้ร่างกายกลับเข้าสู่ภาวะสมดุล

00:16:53.965 --> 00:16:55.642
ไตยังช่วยรักษาดุลยภาพ

00:16:55.729 --> 00:16:58.411
ของแร่ธาตุบางชนิดที่สำคัญนะคะ

00:16:58.436 --> 00:17:01.308
เช่น โซเดียม โพแทสเซียม

00:17:02.113 --> 00:17:04.661
ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน

00:17:04.685 --> 00:17:06.606
ของระบบประสาทและกล้ามเนื้อค่ะ

00:17:07.463 --> 00:17:09.576
ในครั้งนี้นะคะ ครูก็จะขอยกตัวอย่าง

00:17:09.949 --> 00:17:11.814
กลไกการรักษาดุลยภาพของโซเดียม

00:17:11.838 --> 00:17:13.283
มาให้นักเรียนได้ศึกษากันค่ะ

00:17:14.738 --> 00:17:18.539
ในกรณีที่มีปริมาณโซเดียมในเลือดต่ำนะคะ

00:17:19.067 --> 00:17:22.618
ก็จะไปกระตุ้นให้ต่อมหมวกไตหลั่งฮอร์โมนชนิดหนึ่ง

00:17:22.642 --> 00:17:24.415
ที่ชื่อว่า "แอลโดสเตอโรน"

00:17:25.220 --> 00:17:27.421
ฮอร์โมนนี้นะคะ จะไปกระตุ้น

00:17:28.565 --> 00:17:30.613
ที่บริเวณท่อหน่วยไตและท่อรวม

00:17:30.953 --> 00:17:33.204
ให้มีการดูดกลับโซเดียมและน้ำ

00:17:33.229 --> 00:17:34.451
เข้าสู่ระบบหมุนเวียนเลือด

00:17:35.384 --> 00:17:37.958
ส่งผลให้ปริมาณโซเดียมในร่างกาย

00:17:38.173 --> 00:17:39.814
กลับเข้าสู่ภาวะสมดุลค่ะ

00:17:41.183 --> 00:17:43.858
นักเรียนชอบรับประทานอาหารที่มีรสเค็มไหมคะ

00:17:43.961 --> 00:17:47.755
เช่น การเติมเกลือ หรือน้ำปลา

00:17:48.703 --> 00:17:51.431
ลงไปในอาหารครั้งละมาก ๆ

00:17:52.448 --> 00:17:53.279
นักเรียนทราบหรือไม่คะ

00:17:53.303 --> 00:17:55.730
ว่าการรับประทานอาหารที่มีรสเค็มบ่อย ๆ

00:17:56.269 --> 00:17:58.521
ส่งผลกระทบต่อการทำงานของไตได้

00:17:59.733 --> 00:18:00.955
ครูมีคำถามชวนคิด

00:18:00.979 --> 00:18:04.021
ให้นักเรียนช่วยกันหาคำตอบให้คุณครูหน่อยนะคะ

00:18:05.172 --> 00:18:06.922
นักเรียนคิดว่า ถ้ารับประทานอาหาร

00:18:06.946 --> 00:18:08.513
ที่มีรสเค็มอยู่เป็นประจำ

00:18:09.029 --> 00:18:11.406
ในปริมาณที่เกินความต้องการ

00:18:11.430 --> 00:18:13.021
ของร่างกายจะเกิดอะไรขึ้น

00:18:14.299 --> 00:18:16.167
ลองใช้เวลาคิดสัก 10 วินาทีนะคะ

00:18:16.664 --> 00:18:17.171
เริ่มค่ะ

00:18:17.195 --> 00:18:27.790
[เสียงดนตรี]

00:18:27.815 --> 00:18:28.688
(คุณครูปาณิก) หมดเวลาค่ะ

00:18:28.997 --> 00:18:30.755
เราลองมาฟังคำตอบดูนะคะ

00:18:32.017 --> 00:18:34.308
ในกรณีที่ไตนะคะ ยังทำงานได้เป็นปกติ

00:18:34.808 --> 00:18:36.292
จะขับโซเดียมออกไปทางปัสสาวะ

00:18:36.316 --> 00:18:38.055
ได้ในปริมาณครั้งละมาก ๆ

00:18:38.663 --> 00:18:40.888
ซึ่งปริมาณที่ขับออกมานี้นะคะ ก็จะขึ้นอยู่กับ

00:18:40.912 --> 00:18:43.440
ปริมาณโซเดียมที่มีอยู่ในอาหาร

00:18:43.983 --> 00:18:45.161
ที่รับประทานเข้าไป

00:18:46.313 --> 00:18:48.683
แต่กรณีที่ไตไม่สามารถทำงานได้

00:18:49.091 --> 00:18:51.382
จะเกิดการสะสมของโซเดียมและน้ำ

00:18:51.613 --> 00:18:52.920
ในอวัยวะต่าง ๆ

00:18:53.361 --> 00:18:56.355
ส่งผลให้มีอาการแขน ขา บวม

00:18:57.275 --> 00:18:59.458
แน่นหน้าอก เหนื่อยง่าย

00:19:00.501 --> 00:19:01.988
และอาจมีความเสี่ยง

00:19:02.012 --> 00:19:03.760
ต่อการเกิดโรคความดันโลหิตสูง

00:19:04.133 --> 00:19:07.021
ทำให้ไตมีความผิดปกติในการกรอง

00:19:07.045 --> 00:19:10.055
เช่น อาจจะพบโปรตีนในปัสสาวะได้ค่ะ

00:19:12.032 --> 00:19:14.143
นอกจากนี้ ยังมีอาหารบางอย่าง

00:19:14.223 --> 00:19:16.721
ที่มีส่วนผสมของโซเดียมในปริมาณที่ค่อนข้างสูง

00:19:16.745 --> 00:19:19.363
เช่น ขนมกรุบกรอบ

00:19:20.221 --> 00:19:23.495
บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป หรืออาหารแช่แข็งค่ะ

00:19:25.329 --> 00:19:28.379
นักเรียนก็ได้ศึกษาหัวข้อนี้มา พอสมควรแล้วนะคะ

00:19:28.657 --> 00:19:31.359
เรามาสรุปสาระสำคัญในหัวข้อที่ 2.1 กันค่ะ

00:19:32.776 --> 00:19:35.140
ไตทำหน้าที่รักษาดุลยภาพของน้ำ

00:19:35.164 --> 00:19:36.770
และสารต่าง ๆ ในร่างกาย

00:19:37.188 --> 00:19:38.406
รวมทั้งกำจัดของเสีย

00:19:38.430 --> 00:19:39.755
ที่มีไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบ

00:19:41.292 --> 00:19:43.725
ภายในเนื้อไต ประกอบด้วยหน่วยไตจำนวนมาก

00:19:44.088 --> 00:19:45.835
แต่ละหน่วยไตประกอบด้วย

00:19:46.952 --> 00:19:51.809
โกลเมอรูลัส โบว์แมนส์แคปซูล ท่อหน่วยไต

00:19:54.044 --> 00:19:56.621
การทำงานของหน่วยไต แบ่งได้เป็น 3 ขั้นตอน

00:19:56.645 --> 00:20:00.688
คือ 1. การกรอง เกิดที่โกลเมอรูลัส

00:20:00.712 --> 00:20:02.052
และโบว์แมนส์แคปซูล

00:20:03.078 --> 00:20:04.289
โดยสารที่มีขนาดเล็ก

00:20:04.840 --> 00:20:06.919
จะถูกกรองเข้าสู่โบว์แมนส์แคปซูล

00:20:07.192 --> 00:20:09.421
และลำเลียงไปยังท่อหน่วยไตต่อไป

00:20:10.391 --> 00:20:14.121
2. การดูดกลับ เกิดขึ้นที่ท่อหน่วยไต

00:20:15.003 --> 00:20:17.074
โดยดูดกลับสารที่ยังมีประโยชน์

00:20:17.688 --> 00:20:19.499
รวมทั้งน้ำและไอออนต่าง ๆ

00:20:21.713 --> 00:20:25.443
3. การหลั่ง เกิดที่ท่อหน่วยไต

00:20:25.999 --> 00:20:27.349
โดยจะหลั่งสารบางชนิด

00:20:27.373 --> 00:20:29.755
ที่ได้จากเลือด เข้าสู่ท่อหน่วยไต

00:20:31.868 --> 00:20:32.888
หัวข้อถัดมา

00:20:33.293 --> 00:20:36.988
คือ กลไกการรักษาดุลยภาพของน้ำในร่างกาย

00:20:37.327 --> 00:20:40.330
เกิดจากการทำงานร่วมกันของระบบขับถ่าย

00:20:40.727 --> 00:20:43.221
ระบบหมุนเวียนเลือด ระบบประสาท

00:20:43.603 --> 00:20:45.142
และระบบต่อมไร้ท่อ

00:20:47.597 --> 00:20:49.788
โดยถ้าปริมาณน้ำในเลือด

00:20:50.022 --> 00:20:51.999
มีการเปลี่ยนแปลงไปจากปกติ

00:20:53.357 --> 00:20:56.488
จะกระตุ้น หรือยับยั้งสมองส่วนไฮโพทาลามัส

00:20:57.264 --> 00:21:00.836
ทำให้การหลั่ง ADH จากต่อมใต้สมองส่วนหลัง

00:21:01.256 --> 00:21:05.228
เปลี่ยนแปลง ทำให้ท่อหน่วยไตและท่อรวม

00:21:05.548 --> 00:21:09.921
ดูดกลับน้ำเข้าหลอดเลือดเพิ่มขึ้น หรือลดลง

00:21:13.134 --> 00:21:14.070
หัวข้อถัดมานะคะ

00:21:14.094 --> 00:21:16.984
ก็คือกลไกการรักษาดุลยภาพ

00:21:17.008 --> 00:21:18.659
ของแร่ธาตุในร่างกายนะคะ

00:21:19.231 --> 00:21:22.425
ซึ่งก็จะขอเสนอปริมาณโซเดียมในเลือดค่ะ

00:21:23.433 --> 00:21:26.212
เมื่อร่างกายมีปริมาณโซเดียมในเลือดต่ำนะคะ

00:21:26.922 --> 00:21:28.872
ก็จะไปกระตุ้นให้ต่อมหมวกไต

00:21:29.392 --> 00:21:30.921
หลั่งแอลโดสเตอโรน

00:21:31.402 --> 00:21:34.410
ไปกระตุ้นท่อหน่วยไต ท่อรวม

00:21:34.799 --> 00:21:36.321
ให้เกิดการดูดกลับโซเดียม

00:21:36.345 --> 00:21:37.907
และน้ำเข้าสู่หลอดเลือดค่ะ

00:21:40.764 --> 00:21:42.182
และก่อนจบหัวข้อนี้นะคะ

00:21:42.206 --> 00:21:44.600
ก็อยากให้นักเรียนทำใบงานที่ 2.1

00:21:45.060 --> 00:21:46.881
เรื่องการรักษาดุลยภาพของน้ำ

00:21:46.905 --> 00:21:48.188
และสารในร่างกาย

00:21:48.710 --> 00:21:51.118
โดยสามารถ Download ใบงานนี้ได้ที่

00:21:51.528 --> 00:21:53.988
Link หรือ QR code ในภาพนะคะ

00:21:54.731 --> 00:21:58.128
นักเรียนอาจจะสืบค้น และตอบคำถามด้วยตนเอง

00:21:58.128 --> 00:22:00.599
หรือทำงานเป็นกลุ่มร่วมกันกับเพื่อนก็ได้ค่ะ

00:22:03.424 --> 00:22:05.755
สำหรับในหัวข้อต่อไปนะคะ

00:22:05.779 --> 00:22:07.988
ที่จะได้ศึกษาในคลิปต่อ ๆ ไป

00:22:08.012 --> 00:22:09.582
ก็จะเป็นหัวข้อที่ 2.2

00:22:10.128 --> 00:22:13.051
การรักษาดุลยภาพของกรด-เบส

00:22:13.447 --> 00:22:15.420
ของเลือด และ 2.3

00:22:15.768 --> 00:22:18.521
การรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิในร่างกายค่ะ

00:22:19.136 --> 00:22:23.820
สำหรับคลิปนี้ คุณครูก็ขอตัวลาไปก่อนนะคะ

00:22:24.022 --> 00:22:25.985
พบกันใหม่คลิปหน้า สวัสดีค่ะ

00:22:26.944 --> 00:22:45.380
[เสียงดนตรี]