﻿WEBVTT

00:00:00.023 --> 00:00:10.265
[เสียงดนตรี]

00:00:10.290 --> 00:00:11.721
(ดร.นันทยา) สวัสดีค่ะนักเรียน

00:00:11.882 --> 00:00:14.187
ในคลิปนี้นะคะ เราจะเรียนหัวข้อเกี่ยวกับ

00:00:14.528 --> 00:00:16.511
การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม

00:00:16.848 --> 00:00:19.305
โดยครูนันทยา อัครอารีย์ค่ะ

00:00:20.231 --> 00:00:23.218
ในหัวข้อ การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมนะคะ

00:00:23.530 --> 00:00:25.992
มีจุดประสงค์ เพื่อให้นักเรียนสามารถที่จะ

00:00:26.087 --> 00:00:28.730
อธิบายหลักการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม

00:00:29.201 --> 00:00:31.327
จากกรณีของมัลติเพิลแอลลีล

00:00:31.351 --> 00:00:33.681
แล้วก็ยีนที่อยู่บนโครโมโซมเพศ

00:00:34.088 --> 00:00:35.776
ซึ่งทั้ง 2 กรณีนะคะ

00:00:35.800 --> 00:00:38.221
เป็นส่วนขยายของพันธุศาสตร์อย่างเดียวค่ะ

00:00:39.433 --> 00:00:41.371
มนุษย์เรานะคะ มีคำถามเกี่ยวกับ

00:00:41.395 --> 00:00:43.321
การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมนะคะ

00:00:43.345 --> 00:00:45.855
ว่าทำไม คนในครอบครัวเดียวกันนี่

00:00:45.879 --> 00:00:47.237
ถึงมีหน้าตาเหมือนกัน

00:00:47.650 --> 00:00:49.205
แล้วก็ลักษณะเหล่านี้นี่

00:00:49.533 --> 00:00:52.179
ก็จากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่งได้อย่างไรนะคะ

00:00:53.148 --> 00:00:54.755
ผู้ที่ศึกษาหลักท่านหนึ่งนะคะ

00:00:54.779 --> 00:00:56.383
ก็คือ  ค่ะ

00:00:56.683 --> 00:00:59.549
เขาได้ทำการศึกษา... ลักษณะทางพันธุกรรม

00:00:59.573 --> 00:01:01.237
ของถั่วลันเตาหลาย ๆ ลักษณะ

00:01:01.563 --> 00:01:04.237
แล้วนำมาวิเคราะห์ผลที่ได้นะคะ

00:01:04.659 --> 00:01:05.454
จนสรุปออกมา

00:01:05.479 --> 00:01:07.852
เป็นหลักการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม

00:01:08.420 --> 00:01:11.524
เดี๋ยวเราจะมาลองเรียนรู้นะคะ กับกรณีตัวอย่าง

00:01:11.549 --> 00:01:13.683
ที่ใช้หลักการของพันธุศาสตร์ Mendel

00:01:13.707 --> 00:01:14.798
ในการอธิบาย

00:01:15.028 --> 00:01:16.821
จากนั้นนะคะ จะมาเรียนรู้

00:01:17.027 --> 00:01:19.337
ส่วนขยายของพันธุศาสตร์ Mendel กันต่อค่ะ

00:01:19.361 --> 00:01:25.418
[เสียงดนตรี]

00:01:25.443 --> 00:01:26.764
ลักษณะทางพันธุกรรมนะคะ

00:01:26.788 --> 00:01:30.559
มีหลากหลายเลย ตั้งแต่หน้าตา สีผิว สีตานะคะ

00:01:30.584 --> 00:01:32.688
รวมทั้งโรคทางพันธุกรรมด้วย

00:01:33.187 --> 00:01:34.106
โรคทางพันธุกรรม

00:01:34.130 --> 00:01:36.141
ที่มีความสำคัญในประเทศไทยโรคหนึ่ง

00:01:36.166 --> 00:01:38.236
ก็คือ ธาลัสซีเมียนะคะ

00:01:38.663 --> 00:01:42.405
ผู้ป่วยนี่ จะมีอาการซีด โลหิตจาง ตาเหลือง

00:01:42.429 --> 00:01:43.755
ตับน้ำโตค่ะ

00:01:44.303 --> 00:01:46.082
ที่มีความสำคัญกับประเทศไทยนี่

00:01:46.107 --> 00:01:48.850
ก็เพราะว่า มีบุคคลที่เป็นพาหะของโรค

00:01:48.874 --> 00:01:51.458
มากกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ของประชากรนะคะ

00:01:52.006 --> 00:01:55.018
ถ้าหากว่าเราขาดการป้องกัน แล้วก็ดูแลแล้วนี่

00:01:55.656 --> 00:01:57.948
เราก็อาจจะทาให้มีเด็กเกิดใหม่นะคะ

00:01:57.972 --> 00:01:59.440
ที่ป่วยเป็นโรคนี้มากขึ้น

00:01:59.464 --> 00:02:02.021
ก็ควรจะมีการวางแผนครอบครัวค่ะ

00:02:04.049 --> 00:02:05.803
เรามาลองดูโจทย์นี้กันนะคะ

00:02:06.232 --> 00:02:09.214
ถ้าสามีภรรยาคู่หนึ่ง ไปปรึกษาแพทย์ก่อนมีบุตร

00:02:09.598 --> 00:02:11.637
และแพทย์ตรวจพบว่าทั้งคู่นี่

00:02:11.662 --> 00:02:13.671
เป็นพาหะของธาลัสซีเมีย

00:02:14.426 --> 00:02:15.938
ถ้าเราจะต้องอธิบายเกี่ยวกับ

00:02:15.962 --> 00:02:18.088
การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมของโรคนี้

00:02:18.112 --> 00:02:19.926
ให้ทั้งคู่เข้าใจมากขึ้นนะคะ

00:02:20.220 --> 00:02:21.925
จะต้องอธิบายว่าอย่างไรบ้าง

00:02:23.181 --> 00:02:24.745
ประเด็นแรก ก็คือโรคนี้

00:02:24.769 --> 00:02:26.163
เป็นโรคทางพันธุกรรมนะคะ

00:02:26.188 --> 00:02:28.954
สามารถที่จะถ่ายทอดจากพ่อแม่ไปสู่ลูกได้

00:02:29.950 --> 00:02:32.192
แล้วการถ่ายทอดผ่านกระบวนการอะไรคะ

00:02:33.637 --> 00:02:34.572
ถูกต้องค่ะ

00:02:34.901 --> 00:02:36.808
ผ่านการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศนะคะ

00:02:36.808 --> 00:02:39.488
โดยการถ่ายทอดยีนที่อยู่บนโครโมโซม

00:02:39.512 --> 00:02:41.038
ไปกับเซลล์สืบพันธุ์ค่ะ

00:02:42.257 --> 00:02:43.321
เรามาทบทวนกันนะคะ

00:02:43.345 --> 00:02:44.467
ว่ายีนคืออะไร

00:02:45.182 --> 00:02:48.264
ยีนทำหน้าที่เป็นหน่วยควบคุมลักษณะทางพันธุกรรม

00:02:48.572 --> 00:02:49.863
ยกตัวอย่างเช่น

00:02:49.888 --> 00:02:52.638
การเป็นโรค หรือไม่เป็นโรคธาลัสซีเมียนะคะ

00:02:53.537 --> 00:02:56.156
โดยยีนนี่ จะเป็นช่วงหนึ่งของ DNA

00:02:56.680 --> 00:02:59.405
DNA จะขดพันกับโปรตีนเกิดเป็นโครงสร้าง

00:02:59.429 --> 00:03:01.105
ที่เรียกว่า "โครโมโซม"

00:03:01.590 --> 00:03:03.908
ดังนั้นนี่ ยีนก็จะอยู่บนโครโมโซมนะคะ

00:03:05.234 --> 00:03:08.276
ในมนุษย์เรานี่ มีโครโมโซมคู่เหมือน

00:03:08.300 --> 00:03:11.238
หรือฮอมอโลกัสโครโมโซม จำนวน 23 คู่

00:03:12.180 --> 00:03:13.286
โดยทั่วไปแล้วนี่

00:03:13.311 --> 00:03:15.974
ยีนที่ควบคุมลักษณะหนึ่ง จะอยู่เป็นคู่แอลลีล

00:03:15.998 --> 00:03:18.395
บนตำแหน่งเดียวกันของฮอมอโลกัสโครโมโซม

00:03:19.918 --> 00:03:21.662
ยีนหนึ่งอาจจะมีหลายรูปแบบ

00:03:21.686 --> 00:03:23.762
เรียกรูปแบบนี้ว่า "แอลลีล"

00:03:23.932 --> 00:03:26.538
เช่น T แทน แอลลีลเด่น

00:03:26.878 --> 00:03:29.769
ก็จะมีเซลล์เม็ดเลือดแดงที่มีลักษณะปกตินะคะ

00:03:29.794 --> 00:03:30.938
ก็จะไม่เป็นโรค

00:03:31.764 --> 00:03:35.000
และแอลลีล t ซึ่งเป็นแอลลีลด้อย

00:03:35.341 --> 00:03:37.288
ที่จะก่อให้เกิดธาลัสซีเมีย

00:03:38.240 --> 00:03:39.900
จะเห็นได้ว่าแอลลีลทั้ง 2 นี่

00:03:39.925 --> 00:03:42.625
จะมีข้อมูลทางพันธุกรรมที่แตกต่างกันนะคะ

00:03:43.101 --> 00:03:45.095
ซึ่งอาจจะแตกต่างกันเพียงเล็กน้อย

00:03:46.572 --> 00:03:47.888
โดยลักษณะของคู่แอลลีล

00:03:47.912 --> 00:03:49.650
บนฮอมอโลกัสโครโมโซมนี่

00:03:50.085 --> 00:03:51.588
เราจะเรียกว่า "จีโนไทป์"

00:03:51.612 --> 00:03:55.496
เช่น TT, Tt และ tt ค่ะ

00:03:56.608 --> 00:03:59.210
ส่วนลักษณะภายนอกที่ปรากฏออกมาให้เห็นนี่

00:03:59.234 --> 00:04:00.668
การเป็นโรค หรือไม่เป็นโรคนะคะ

00:04:00.668 --> 00:04:02.599
เราเรียกว่า "ฟีโนไทป์" ค่ะ

00:04:04.995 --> 00:04:07.256
ถ้ามีคู่แอลลีลที่มีรูปแบบเดียวกันนะคะ

00:04:07.281 --> 00:04:10.279
เราจะจัดจีโนไทป์แบบนั้นเป็น ฮอมอไซกัส

00:04:10.808 --> 00:04:12.738
แต่ถ้าหากว่ามีคู่ของแอลลีล

00:04:12.762 --> 00:04:14.220
ที่มีรูปแบบแตกต่างกันนี่

00:04:14.414 --> 00:04:16.836
เราจะเรียกว่า "เฮเทอโรไซกัส" ค่ะ

00:04:17.768 --> 00:04:19.153
โดย... บุคคลนี้นะคะ

00:04:19.177 --> 00:04:20.998
เขาจะไม่เป็นธาลัสซีเมีย

00:04:21.023 --> 00:04:22.888
แต่ว่าเขาจะเป็นพาหะของโรค

00:04:23.237 --> 00:04:24.765
โดยสามารถจะถ่ายทอด

00:04:24.828 --> 00:04:26.886
แอลลีลด้อยไปสู่รุ่นลูกได้ค่ะ

00:04:28.671 --> 00:04:30.107
จะเห็นได้ว่าฟีโนไทป์นี่

00:04:30.131 --> 00:04:32.957
ก็จะขึ้นกับแอลลีลที่เรามีอยู่นะคะ

00:04:33.547 --> 00:04:36.428
ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเกิดว่าเป็นแอลลีลเด่น

00:04:36.428 --> 00:04:38.530
ก็จะแสดงลักษณะของแอลลีลเด่น

00:04:38.554 --> 00:04:39.588
ก็คือปกติ

00:04:39.986 --> 00:04:43.027
แต่ถ้าหากว่าได้รับแอลลีลด้อยมาทั้งคู่นะคะ

00:04:43.208 --> 00:04:46.911
ก็จะแสดงลักษณะด้อย ก็คือเป็นธาลัสซีเมียค่ะ

00:04:49.387 --> 00:04:50.253
ฟีโนไทป์นะคะ

00:04:50.277 --> 00:04:52.788
นอกจากจะขึ้นกับจีโนไทป์แล้วนี่

00:04:52.788 --> 00:04:55.171
ก็ยังขึ้น... อาจจะขึ้นกับสิ่งแวดล้อมด้วย

00:04:55.562 --> 00:04:57.352
ยกตัวอย่างเช่น ความสูงค่ะ

00:04:57.765 --> 00:04:59.692
ถ้าพ่อแม่เรามีลักษณะสูง

00:04:59.716 --> 00:05:02.214
เราก็จะมีลักษณะสูงใช่ไหมคะ

00:05:02.501 --> 00:05:05.672
แต่ถ้าหากว่าเราได้รับอาหารที่ไม่เหมาะสม

00:05:05.696 --> 00:05:07.325
หรือออกกำลังกายไม่เหมาะสมนะคะ

00:05:07.349 --> 00:05:09.905
ก็อาจจะส่งผลต่อลักษณะความสูงของเราได้ค่ะ

00:05:11.782 --> 00:05:13.246
จากกรณีข้างต้นนะคะ

00:05:13.270 --> 00:05:14.844
ทั้งคู่นี่เป็น พาหะ

00:05:14.869 --> 00:05:16.772
แสดงว่ามีจีโนไทป์แบบใดคะ

00:05:18.304 --> 00:05:18.955
ถูกต้องค่ะ

00:05:19.093 --> 00:05:21.743
เป็นแบบเฮเทอโรไซกัส หรือ Tt นะคะ

00:05:22.839 --> 00:05:24.888
โดยการคาดคะเนว่าทั้งคู่นี่

00:05:24.912 --> 00:05:27.655
จะมีโอกาสมีลูกเป็นโรคเป็นเท่าไรนี่

00:05:27.891 --> 00:05:30.088
(ดร.นันทยา) เราสามารถนำความรู้ที่ Mendel

00:05:30.088 --> 00:05:31.755
ค้นพบเกี่ยวกับหลักการถ่ายทอดลักษณะ

00:05:31.779 --> 00:05:33.805
ทางพันธุกรรมมาอธิบายได้ค่ะ

00:05:35.297 --> 00:05:38.413
จะเห็นได้ว่ายีนที่ควบคุมลักษณะโรคธาลัสซีเมียนี่

00:05:38.445 --> 00:05:40.030
จะอยู่เป็นคู่แอลลีลนะคะ

00:05:40.438 --> 00:05:42.028
ซึ่งแต่ละเซลล์สืบพันธุ์นี่

00:05:42.028 --> 00:05:44.083
จะได้รับเพียงแอลลีลเดียวของยีนนั้น

00:05:44.380 --> 00:05:46.621
เช่น T หรือ t

00:05:47.659 --> 00:05:49.511
โดยลูกนะคะ จะได้รับแอลลีลหนึ่ง

00:05:49.535 --> 00:05:51.338
จากแม่ผ่านทางเซลล์ไข่

00:05:51.564 --> 00:05:52.680
แล้วก็อีกแอลลีลหนึ่ง

00:05:52.704 --> 00:05:54.565
จากพ่อผ่านทางเซลล์สืบพันธุ์ค่ะ

00:05:55.295 --> 00:05:56.477
ในการปฏิสนธินี่

00:05:56.501 --> 00:05:58.830
เซลล์ไข่แล้วก็สเปิร์ม จะรวมกันแบบสุ่ม

00:05:59.288 --> 00:06:01.504
ทาให้ลูกจะได้รับแอลลีลใดนี่

00:06:01.528 --> 00:06:03.486
ก็จะเกิดขึ้นแบบสุ่มด้วยนะคะ

00:06:04.574 --> 00:06:07.147
เช่น เขาอาจจะได้รับแอลลีล t จากแม่

00:06:07.409 --> 00:06:09.407
แล้วก็รับแอลลีล T จากพ่อ

00:06:09.879 --> 00:06:11.738
หรือเขาอาจจะได้รับแอลลีล t

00:06:12.532 --> 00:06:14.605
จากทั้งพ่อ แล้วก็แม่นะคะ

00:06:15.932 --> 00:06:16.938
เราสามารถจะคำนวณ

00:06:16.962 --> 00:06:20.364
หาโอกาสที่ลูกจะเป็นโรคหรือไม่เป็นโรคได้นะคะ

00:06:20.824 --> 00:06:21.838
ถ้าสังเกตนะคะ

00:06:21.862 --> 00:06:24.130
ถ้าเกิดว่าเขาได้รับแอลลีล T มานี่

00:06:24.154 --> 00:06:25.992
ก็จะแสดงลักษณะไม่เป็นโรค

00:06:26.467 --> 00:06:28.573
ในที่นี้ก็จะเป็น 3 ใน 4

00:06:29.468 --> 00:06:31.696
ส่วนถ้าหากว่าลูกได้รับแอลลีลด้อย

00:06:31.721 --> 00:06:33.205
ทั้งจากพ่อแล้วก็แม่นี่

00:06:33.229 --> 00:06:35.790
เขาก็แสดงลักษณะเป็นโรคธาลัสซีเมีย

00:06:36.317 --> 00:06:38.832
ในที่นี้ก็จะเห็น ว่าเป็นโอกาส 1 ใน 4

00:06:38.856 --> 00:06:40.766
หรือคิดเป็น 25 เปอร์เซ็นต์นั่นเองค่ะ

00:06:42.862 --> 00:06:44.027
ถ้าหากมีคนกล่าวว่า

00:06:44.051 --> 00:06:47.713
ลูกคนแรกของสามีคู่นี้ เกิดมาเป็นธาลัสซีเมียแล้ว

00:06:48.062 --> 00:06:51.155
ลูกคนที่ 2
ไม่มีโอกาสจะเกิดมาเป็นธาลัสซีเมียอีก

00:06:51.514 --> 00:06:53.705
นักเรียนเห็นด้วยหรือไม่ เพราะอะไรคะ

00:06:54.749 --> 00:06:57.109
สำหรับคุณครูนะคะ คุณครูไม่เห็นด้วยค่ะ

00:06:57.426 --> 00:06:58.639
เพราะว่าการพิจารณานี้

00:06:58.663 --> 00:06:59.988
เป็นเพียงการหาโอกาส

00:07:00.319 --> 00:07:02.488
เป็นโรคของลูกที่จะเกิดขึ้นนะคะ

00:07:02.855 --> 00:07:05.332
ถึงแม้ว่าลูกคนแรกจะเป็นโรคไปแล้วนี่

00:07:05.578 --> 00:07:07.339
ลูกคนที่ 2 ก็ยังมีโอกาสเท่าเดิม

00:07:07.363 --> 00:07:08.982
ก็คือ 25 เปอร์เซ็นต์ค่ะ

00:07:09.445 --> 00:07:11.288
โอกาสนี้นี่ จะเท่ากันทุกครั้ง

00:07:11.312 --> 00:07:13.443
ไม่ว่าจะตั้งครรภ์กี่ครั้งก็ตามนะคะ

00:07:14.014 --> 00:07:16.481
เพราะว่าแอลลีลที่... ก่อโรคได้นี่

00:07:16.505 --> 00:07:19.128
ยังคงสามารถถ่ายทอดจากพ่อแม่นะคะ

00:07:19.153 --> 00:07:20.421
ไปสู่ลูกได้ค่ะ

00:07:21.631 --> 00:07:23.738
เช่นเดียวกับการพิจารณาเพศของลูก

00:07:23.762 --> 00:07:25.004
ที่จะเกิดมานะคะ

00:07:25.345 --> 00:07:27.395
โดยอาจจะมีโอกาสเกิดมาเป็นเพศชาย

00:07:27.420 --> 00:07:28.436
50 เปอร์เซ็นต์

00:07:28.674 --> 00:07:30.140
หรืออาจจะเกิดมาเป็นเพศหญิง

00:07:30.164 --> 00:07:31.255
50 เปอร์เซ็นต์ค่ะ

00:07:32.467 --> 00:07:33.844
เรามาลองทาโจทย์

00:07:33.868 --> 00:07:35.502
ตรวจสอบความเข้าใจกันนะคะ

00:07:35.929 --> 00:07:38.486
ถ้าหากว่าผู้หญิงที่มีลักษณะเผือก

00:07:38.541 --> 00:07:40.933
แต่งงานกับผู้ชายที่ไม่มีลักษณะเผือกนะคะ

00:07:41.228 --> 00:07:44.804
จะมีโอกาสเกิดลูกที่มีลักษณะเผือกเป็นเท่าใด

00:07:45.042 --> 00:07:46.268
ลองทาดูนะคะ

00:07:46.268 --> 00:07:49.707
หรือว่าอาจจะลองกดหยุดพัก
เพื่อลองทาดูก็ได้ค่ะ

00:07:49.731 --> 00:08:02.841
[เสียงดนตรี]

00:08:02.866 --> 00:08:04.493
(ดร.นันทยา) ค่ะ เรามาดูเฉลยกันเลยนะคะ

00:08:05.513 --> 00:08:07.062
ผู้หญิงที่มีลักษณะเผือกนี่

00:08:07.086 --> 00:08:09.298
จะมีจีโนไทป์เป็น aa

00:08:09.774 --> 00:08:13.138
ส่วนผู้ชายที่มีลักษณะ... ไม่เผือกนะคะ

00:08:13.162 --> 00:08:14.871
อาจจะมีจีโนไทป์ได้ 2 รูปแบบ

00:08:14.895 --> 00:08:18.112
ก็คือเป็น AA หรือ Aa

00:08:18.605 --> 00:08:20.501
เพราะฉะนั้นนะคะ เราจะต้องพิจารณา

00:08:20.525 --> 00:08:22.419
โอกาสของลูกน่ะ ทั้ง 2 รูปแบบ

00:08:22.483 --> 00:08:24.881
ก็คือ แม่เป็น aa

00:08:25.316 --> 00:08:29.290
พ่อเป็น AA หรือแม่เป็น aa

00:08:29.322 --> 00:08:31.059
และพ่อเป็น Aa ค่ะ

00:08:31.713 --> 00:08:32.927
มาลองทาดูกันนะคะ

00:08:33.819 --> 00:08:35.121
กรณีแรกนี่...

00:08:35.644 --> 00:08:38.029
แม่จะสร้างเซลล์สืบพันธุ์ได้ดังนี้นะคะ

00:08:38.370 --> 00:08:41.007
ส่วนพ่อนี่ ก็จะสร้างเซลล์สืบพันธุ์ได้ดังนี้ค่ะ

00:08:43.106 --> 00:08:45.233
เมื่อเราพิจารณาลักษณะของลูกนะคะ

00:08:45.681 --> 00:08:47.525
จะเห็นได้ว่าลูกทุกคนนี้

00:08:47.549 --> 00:08:51.071
จะมีจีโนไทป์เป็น Aa นะคะ

00:08:51.349 --> 00:08:53.749
เพราะฉะนั้นนี่ ก็จะไม่มีลักษณะเผือกค่ะ

00:08:54.606 --> 00:08:56.431
ส่วนในกรณีที่ 2 นะคะ

00:08:56.720 --> 00:08:59.428
ถ้าแม่มีจีโนไทป์เป็น aa นะคะ

00:08:59.428 --> 00:09:01.421
พ่อมีจีโนไทป์เป็น Aa นี่

00:09:01.891 --> 00:09:03.663
ก็จะสร้างเซลล์สืบพันธุ์ได้ดังนี้

00:09:05.638 --> 00:09:09.020
หากเราพิจารณาลักษณะของลูกที่เกิดมานะคะ

00:09:09.566 --> 00:09:11.836
ก็จะเห็นว่าจีโนไทป์นะคะ

00:09:11.860 --> 00:09:17.821
จะมีทั้ง Aa, aa, Aa, และ aa ค่ะ

00:09:18.653 --> 00:09:21.680
เพราะฉะนั้น โอกาสที่ลูกจะมีลักษณะเผือกนะคะ

00:09:22.425 --> 00:09:23.987
ก็จะเกิดขึ้นในกรณีที่ 2

00:09:24.012 --> 00:09:26.170
คิดเป็น 50 เปอร์เซ็นต์ค่ะ

00:09:29.035 --> 00:09:30.696
นอกจากโรคธาลัสซีเมียแล้วนะคะ

00:09:30.720 --> 00:09:33.274
ยังมีผู้ศึกษาพบว่า มีอีกหลายกรณีเลยค่ะ

00:09:33.520 --> 00:09:36.071
ที่สอดคล้องกับกรณีที่ Mendel ศึกษา

00:09:36.887 --> 00:09:39.068
แต่ก็มีอีกหลายกรณีเช่นกันนะคะ

00:09:39.068 --> 00:09:40.770
ที่มีความแตกต่างออกไป

00:09:41.131 --> 00:09:43.988
แต่ก็ยังสามารถที่จะใช้หลักการของ Mendel

00:09:43.988 --> 00:09:46.702
มาอธิบายการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมได้ค่ะ

00:09:47.484 --> 00:09:48.848
เราจัดกรณีนี้นะคะ

00:09:48.848 --> 00:09:51.438
เป็นส่วนขยายของพันธุศาสตร์ Mendel ค่ะ

00:09:51.920 --> 00:09:53.303
เรามาลองดูในกรณีแรก

00:09:53.390 --> 00:09:55.234
ของมัลติเพิลแอลลีลกันเลยนะคะ

00:09:58.472 --> 00:10:01.122
ลักษณะหมู่เลือดในระบบ ABO ของมนุษย์นี่

00:10:01.146 --> 00:10:05.544
จะมีเลือด 4 แบบก็คือ A B AB และ O ค่ะ

00:10:06.205 --> 00:10:08.488
นักเรียนคิดว่าเซลล์เม็ดเลือดแดงของแต่ละหมู่นี่

00:10:08.512 --> 00:10:09.692
แตกต่างกันอย่างไรคะ

00:10:11.148 --> 00:10:13.619
ใช่ค่ะ บนผิวเซลล์เม็ดเลือดแดงของแต่ละหมู่นี่

00:10:13.894 --> 00:10:16.437
จะมีชนิดของแอนติเจนที่แตกต่างกันนะคะ

00:10:17.191 --> 00:10:19.088
สังเกตไหม ว่าฟีโนไทป์นะคะ

00:10:19.112 --> 00:10:20.655
ของหมู่เลือดนี่ จะมี 4 แบบ

00:10:21.218 --> 00:10:23.383
แต่ลักษณะก่อนหน้านี้ที่เราศึกษามานี่

00:10:23.407 --> 00:10:24.486
จะมีเพียงแค่ 2 แบบ

00:10:24.510 --> 00:10:25.426
เป็นเพราะอะไรคะ

00:10:27.617 --> 00:10:29.339
ยีนที่ Mendel ศึกษานะคะ

00:10:29.364 --> 00:10:31.288
จะมีแอลลีลที่เกี่ยวข้อง 2 รูปแบบ

00:10:31.650 --> 00:10:35.111
ยกตัวอย่างเช่น ยีนที่ควบคุมลักษณะสีกลีบดอก

00:10:35.136 --> 00:10:37.940
จะมีแอลลีล T ควบคุมสีม่วง

00:10:37.965 --> 00:10:40.306
แอลลีล t ควบคุมดอกสีขาว

00:10:40.782 --> 00:10:43.445
แต่ในกรณีของหมู่เลือดระบบ ABO นี่

00:10:43.470 --> 00:10:46.024
จะมีแอลลีลที่ควบคุมมากกว่า 2 แอลลีล

00:10:46.837 --> 00:10:50.481
เช่น แอลลีล IA ควบคุมการสร้างแอนติเจน A

00:10:50.746 --> 00:10:52.568
บนเยื่อหุ้มเซลล์เม็ดเลือดแดง

00:10:53.426 --> 00:10:55.985
แอลลีล IB ควบคุมการสร้างแอนติเจน B

00:10:56.429 --> 00:10:57.494
และแอลลีล i

00:10:58.061 --> 00:11:00.055
จะไม่มีการสร้างทั้งแอนติเจน A

00:11:00.079 --> 00:11:01.425
แล้วก็แอนติเจน B ค่ะ

00:11:03.215 --> 00:11:06.021
เราเรียกกรณีที่ยีนควบคุมลักษณะทางพันธุกรรม

00:11:06.045 --> 00:11:08.176
มีแอลลีลที่เกี่ยวข้องมากกว่า 2 รูปแบบ

00:11:08.200 --> 00:11:10.314
ว่ามัลติเพิลแอลลีล

00:11:13.834 --> 00:11:16.431
ถึงแม้มีแอลลีลที่เป็นไปได้ถึง 3 รูปแบบนะคะ

00:11:16.456 --> 00:11:19.514
ในแต่ละคนนี้ จะมีเพียงแค่ 2 แอลลีล

00:11:19.848 --> 00:11:22.343
ซึ่งแต่ละแอลลีลจะอยู่บนคนละโครโมโซม

00:11:22.367 --> 00:11:24.038
ของฮอมอโลกัสโครโมโซม

00:11:24.466 --> 00:11:26.350
เช่นเดียวกับกรณีที่ Mendel ศึกษา

00:11:27.310 --> 00:11:29.423
โดยยีนควบคุมลักษณะหมู่เลือด ABO นะคะ

00:11:29.448 --> 00:11:32.083
จะอยู่บนฮอมอโลกัสโครโมโซมคู่ที่ 9

00:11:32.710 --> 00:11:34.338
อาจจะมีจีโนไทป์ได้หลายรูปแบบ

00:11:34.362 --> 00:11:41.938
ยกตัวอย่างเช่น IA, IA, IBi หรือ ii ค่ะ

00:11:43.036 --> 00:11:44.427
ครูจะลองเปรียบเทียบให้ฟังนะคะ

00:11:44.452 --> 00:11:45.984
ในกรณีของ Mendel นี่

00:11:46.333 --> 00:11:48.962
ก็เหมือนกับเรามีถุงเท้าให้เลือกอยู่ 2 สี

00:11:48.987 --> 00:11:50.531
คือสีม่วงและสีขาว

00:11:51.213 --> 00:11:53.222
เราอยากจะเลือกใส่เป็นสีม่วงสีม่วง

00:11:53.675 --> 00:11:56.466
สีม่วงสีขาว หรือสีขาวสีขาวนะคะ

00:11:57.216 --> 00:11:59.178
แต่ในกรณีของมัลติเพิลแอลลีลนี่

00:11:59.825 --> 00:12:02.606
เรามีถุงเท้าให้เลือกถึง 3 สี

00:12:02.883 --> 00:12:05.589
คือ สีแดง สีเขียว หรือสีเหลืองนะคะ

00:12:06.039 --> 00:12:08.490
ซึ่งเราก็อาจจะเลือกใส่ได้หลากหลายออกไป

00:12:08.514 --> 00:12:11.414
แต่เราก็จะใส่ได้เพียงแค่ 2 ข้างเท่านั้นค่ะ

00:12:14.081 --> 00:12:16.106
การที่มีแอลลีลที่เป็นไปได้ 3 รูปแบบ

00:12:16.130 --> 00:12:18.322
ทาให้มีจีโนไทป์ แล้วก็ฟีโนไทป์

00:12:18.346 --> 00:12:21.055
ที่เป็นไปได้มากกว่ากรณีที่ Mendel ศึกษานะคะ

00:12:21.867 --> 00:12:24.640
จากตารางจะเห็นได้ว่าบุคคลที่มีเลือดหมู่ O

00:12:24.928 --> 00:12:27.393
จะมีเฉพาะแอลลีล i นะคะ

00:12:27.766 --> 00:12:31.473
ส่วนคนที่มีแอลลีล IA ก็จะมีเลือดหมู่ A

00:12:32.017 --> 00:12:34.897
คนที่มีแอลลีล IB ก็จะมีเลือดหมู่ B

00:12:36.283 --> 00:12:39.388
ส่วนคนที่มีจีโนไทป์เป็น IA, IB

00:12:40.140 --> 00:12:41.784
ก็จะมีเลือดหมู่ AB

00:12:42.311 --> 00:12:44.149
ซึ่งบนผิวเซลล์เม็ดเลือดแดงนี่

00:12:44.173 --> 00:12:46.721
จะมีทั้งแอนติเจน A แล้วก็แอนติเจน B

00:12:47.400 --> 00:12:48.684
นี่ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งนะคะ

00:12:48.708 --> 00:12:51.021
ที่แตกต่างจากกรณีที่ Mendel ศึกษาค่ะ

00:12:52.770 --> 00:12:54.813
ค่ะ นักเรียนเราลองมาดูโจทย์นี้กันนะคะ

00:12:55.209 --> 00:12:57.931
ถ้าแม่มีเลือดหมู่ A และพ่อมีเลือดหมู่ B

00:12:58.221 --> 00:13:00.208
โดยทั้งคู่นี่เป็น เฮเทอโรไซกัส

00:13:00.661 --> 00:13:02.946
จะมีโอกาสมีลูกที่มีเลือดหมู่ใดบ้าง

00:13:04.144 --> 00:13:05.780
ทั้งคู่นะคะเป็นเฮเทอโรไซกัส

00:13:05.804 --> 00:13:08.934
แสดงว่าแม่มีจีโนไทป์เป็น IAi

00:13:09.370 --> 00:13:11.902
และพ่อมีจีโนไทป์เป็น IBi ค่ะ

00:13:12.728 --> 00:13:15.912
จะเห็นได้ว่า หมู่เลือดระบบ ABO นี่...

00:13:15.937 --> 00:13:17.371
ยีนที่ควบคุมลักษณะดังกล่าวนะคะ

00:13:17.395 --> 00:13:18.771
จะอยู่กันเป็นคู่แอลลีล

00:13:19.146 --> 00:13:20.955
ซึ่งคู่แอลลีล จะแยกออกจากกัน

00:13:20.979 --> 00:13:22.740
เมื่อมีการสร้างเซลล์สืบพันธุ์

00:13:23.244 --> 00:13:25.208
ลูกจะได้รับแอลลีลหนึ่งจากพ่อ

00:13:25.208 --> 00:13:27.048
แล้วก็อีกอันหนึ่งจากแม่ค่ะ

00:13:29.044 --> 00:13:30.366
หมู่เลือดระบบ ABO นี่

00:13:30.391 --> 00:13:31.800
ถึงแม้จะมีหลายแอลลีล

00:13:31.824 --> 00:13:34.097
แตกต่างจากกรณีที่ Mendel ศึกษา

00:13:34.335 --> 00:13:36.038
แต่การพิจารณารูปแบบการถ่ายทอด

00:13:36.062 --> 00:13:37.148
ลักษณะพันธุกรรมนี่

00:13:37.243 --> 00:13:39.387
ก็ยังคงใช้หลักการของ Mendel ได้นะคะ

00:13:39.938 --> 00:13:41.021
จึงเรียกว่าเป็นส่วนขยาย

00:13:41.045 --> 00:13:42.330
ของพันธุศาสตร์ Mendel ค่ะ

00:13:45.004 --> 00:13:46.846
เอาล่ะค่ะ เรามาลองตรวจสอบความเข้าใจ

00:13:46.870 --> 00:13:48.205
จากโจทย์นี้กันดูนะคะ

00:13:48.720 --> 00:13:50.703
นักเรียนอาจจะลองกดหยุดพักนะคะ

00:13:50.727 --> 00:13:52.079
เพื่อลองทาโจทย์นี้ดู

00:13:52.405 --> 00:13:54.859
แล้วเดี๋ยวเรามาดูกันค่ะ
ว่าเฉลยเป็นอย่างไรนะคะ

00:13:54.883 --> 00:14:05.461
[เสียงดนตรี]

00:14:05.486 --> 00:14:05.971
(ดร.นันทยา) เอาล่ะค่ะ

00:14:05.995 --> 00:14:07.848
เรามาดูเฉลยพร้อม ๆ กันเลยนะคะ

00:14:09.862 --> 00:14:12.695
แม่นะคะมีจีโนไทป์เป็น IA, IB

00:14:13.024 --> 00:14:15.678
ส่วนพ่อมีจีโนไทป์เป็น IBi

00:14:16.048 --> 00:14:17.555
สร้างเซลล์สืบพันธุ์ได้ดังนี้ค่ะ

00:14:18.426 --> 00:14:20.933
โดยเราอาจจะใช้ตารางในการช่วยหาโอกาส

00:14:20.957 --> 00:14:23.421
ของจีโนไทป์ที่จะเกิดขึ้นในรุ่นลูกนะคะ

00:14:24.249 --> 00:14:27.474
แม่นี่ สามารถสร้างเซลล์สืบพันธุ์ได้เป็น IA, IB

00:14:27.839 --> 00:14:29.458
ส่วนพ่อนี่ สามารถสร้างเซลล์สืบพันธุ์

00:14:29.482 --> 00:14:31.128
ได้เป็น IB และ i

00:14:32.194 --> 00:14:33.627
จีโนไทป์ของลูกเป็นดังนี้

00:14:35.686 --> 00:14:36.454
โดยลูกนะคะ

00:14:36.479 --> 00:14:39.255
จะมีโอกาสที่จะมีเลือดหมู่ดังนี้ค่ะ

00:14:39.589 --> 00:14:43.750
AB A และเลือดหมู่ B ค่ะ

00:14:49.219 --> 00:14:51.545
สักครู่เราทาตรวจสอบความเข้าใจกันแล้วนะคะ

00:14:51.868 --> 00:14:53.933
อันนี้เรามาลองดูอีกกรณีหนึ่งค่ะ

00:14:54.500 --> 00:14:56.375
ถ้านักเรียนนะคะ จะต้องเขียน

00:14:56.399 --> 00:14:59.074
เพื่อให้ข้อมูลทางวิชาการเกี่ยวกับกรณีนี้

00:14:59.098 --> 00:15:00.990
นักเรียนจะเขียนว่าอย่างไรบ้าง

00:15:01.530 --> 00:15:03.405
เลยอาจจะลองกดพักนะคะ

00:15:03.429 --> 00:15:04.888
เพื่อลองทากิจกรรมนี้ดู

00:15:04.913 --> 00:15:07.094
แล้วเดี๋ยวเรามาดูเฉลย ว่าเป็นอย่างไรค่ะ

00:15:09.466 --> 00:15:11.783
นักเรียน เรามาดูเฉลยพร้อม ๆ กันเลยนะคะ

00:15:12.466 --> 00:15:14.395
พ่อและแม่นี่ มีเลือดหมู่ A

00:15:14.648 --> 00:15:15.889
แสดงว่าอาจจะมีจีโนไทป์

00:15:15.913 --> 00:15:20.689
เป็น IA, IA หรือ IAi

00:15:21.340 --> 00:15:23.388
ส่วนลูกนี่ มีเลือดหมู่ AB

00:15:23.412 --> 00:15:26.727
แสดงว่ามีจีโนไทป์เป็น IA, IB ค่ะ

00:15:27.648 --> 00:15:30.208
จะเห็นได้ว่าเป็นไปไม่ได้เลยนะคะ

00:15:30.233 --> 00:15:32.454
ที่พ่อกับแม่นี่ จะถ่าย...

00:15:32.479 --> 00:15:36.471
ถ่ายทอดลักษณะแอลลีล IB มาให้ลูกได้นะคะ

00:15:37.031 --> 00:15:39.708
แสดงว่าอาจจะเกิดข้อผิดพลาดบางประการขึ้นค่ะ

00:15:41.002 --> 00:15:42.021
ในปัจจุบันนี้นะคะ

00:15:42.045 --> 00:15:43.668
นอกจากการตรวจหมู่เลือดแล้วนี่

00:15:43.693 --> 00:15:45.236
เรายังมีเทคโนโลยีทาง DNA

00:15:45.560 --> 00:15:47.155
ช่วยในการพิสูจน์ความสัมพันธ์

00:15:47.179 --> 00:15:48.655
ระหว่างพ่อแม่ลูกด้วยค่ะ

00:15:52.700 --> 00:15:54.009
ค่ะ เรามาดูกรณีของยีน

00:15:54.033 --> 00:15:55.900
ที่อยู่บนโครโมโซมเพศกันต่อนะคะ

00:15:56.815 --> 00:15:57.888
จากตารางทั้ง 2 นี่

00:15:57.912 --> 00:16:00.330
สัดส่วนของลักษณะทางพันธุกรรมในเพศชาย

00:16:00.354 --> 00:16:02.858
และเพศหญิงเป็น อย่างไรคะ

00:16:04.342 --> 00:16:06.792
จะสังเกตได้ว่าลักษณะหมู่เลือด ABO นี่

00:16:07.069 --> 00:16:09.724
ทั้งเพศชาย และเพศหญิงจะมีสัดส่วนใกล้เคียงกัน

00:16:10.042 --> 00:16:12.859
แต่ในกรณีของลักษณะตาบอดสีนี่

00:16:13.132 --> 00:16:15.230
เพศชายจะพบมากกว่าเพศหญิงนะคะ

00:16:16.135 --> 00:16:17.380
เพราะเหตุใดถึงเป็นแบบนั้น

00:16:17.404 --> 00:16:18.995
เราจะได้มาเรียนรู้กันค่ะ

00:16:21.773 --> 00:16:23.154
โครโมโซมของมนุษย์นะคะ

00:16:23.178 --> 00:16:26.515
จะมีทั้งหมด 23 คู่ของฮอมอโลกัสโครโมโซม

00:16:26.919 --> 00:16:29.236
โดยแบ่งเป็นออโตโซม 22 คู่

00:16:29.490 --> 00:16:31.288
และโครโมโซมเพศ 1 คู่

00:16:31.976 --> 00:16:34.484
ถ้าหากว่ามีโครโมโซมเพศเป็น XY

00:16:34.517 --> 00:16:35.835
ก็จะเป็นเพศชาย

00:16:36.136 --> 00:16:38.390
แต่ถ้ามีโครโมโซมเพศเป็น XX

00:16:38.415 --> 00:16:39.741
ก็จะเป็นเพศหญิงนะคะ

00:16:43.018 --> 00:16:44.816
การที่โครโมโซมเพศของผู้ชาย

00:16:44.840 --> 00:16:47.288
และผู้หญิง มีลักษณะแตกต่างกันนะคะ

00:16:47.664 --> 00:16:48.771
ทาให้ยีนบางยีน

00:16:48.795 --> 00:16:50.922
อาจจะไม่อยู่เป็นคู่แอลลีลเสมอไป

00:16:51.330 --> 00:16:54.430
เช่น ยีนที่ควบคุมลักษณะตาบอด สีเขียว-แดง

00:16:54.898 --> 00:16:57.171
ซึ่งจะอยู่บนโครโมโซม X ของมนุษย์นะคะ

00:16:57.559 --> 00:16:59.521
จะเห็นได้ว่าเพศหญิงนี่

00:16:59.545 --> 00:17:00.743
จะมี 2 แอลลีล

00:17:00.906 --> 00:17:02.055
แต่ในเพศชายนี่

00:17:02.298 --> 00:17:04.907
ก็จะมีแอลลีลของยีนนี้เพียงแค่หนึ่งแอลลีล

00:17:05.204 --> 00:17:07.861
แตกต่างจากกรณีของลักษณะหมู่เลือดนะคะ

00:17:07.886 --> 00:17:09.138
ที่อยู่บนออโตโซม

00:17:10.524 --> 00:17:12.988
บุคคลที่มีลักษณะตาบอดสีเขียว-แดงนะคะ

00:17:12.988 --> 00:17:14.776
จะยังคงมองเห็นภาพได้ปกติ

00:17:15.189 --> 00:17:17.788
แต่ว่ามีความบกพร่องที่เซลล์รับแสงในตา

00:17:18.192 --> 00:17:20.663
ทาให้แยกสีเขียวและสีแดงนะคะ

00:17:20.687 --> 00:17:21.730
ออกจากกันได้ยาก

00:17:22.397 --> 00:17:23.621
แต่ว่าระดับความรุนแรงนี่

00:17:23.646 --> 00:17:25.658
ก็จะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

00:17:26.121 --> 00:17:27.009
จากภาพนะคะ

00:17:27.033 --> 00:17:30.237
จะเห็นได้ว่าสามารถที่จะแยกสีออกจากกันได้ยาก

00:17:30.760 --> 00:17:32.994
เราอาจจะใช้ตัวอักษร หรือลวดลายนะคะ

00:17:33.019 --> 00:17:33.988
มากำกับเพิ่ม

00:17:34.012 --> 00:17:37.095
เพื่อให้สามารถที่จะสื่อสารกับผู้อื่นได้เข้าใจ

00:17:37.535 --> 00:17:38.395
นอกจากนี้นะคะ

00:17:38.661 --> 00:17:40.088
ในการออกแบบเว็บไซต์

00:17:40.112 --> 00:17:41.477
หรือการออกแบบต่าง ๆ นะคะ

00:17:41.501 --> 00:17:43.779
ก็จะต้องคำนึงถึงสีที่เหมาะสมด้วย

00:17:45.412 --> 00:17:48.566
แล้วแบบนี้จะเห็นไฟสัญญาณจราจรเป็นอย่างไรนะ

00:17:50.217 --> 00:17:51.671
เรามาดูภาพตัวอย่างกันค่ะ

00:17:52.150 --> 00:17:54.887
ถึงแม้บุคคลที่มีลักษณะตาบอดสีเขียว-แดงนี่

00:17:54.911 --> 00:17:57.265
จะแยกสีเขียวและแดงออกจากกันยากนะคะ

00:17:57.710 --> 00:18:00.368
แต่ว่าแต่ละสีของไฟจราจรนี่

00:18:00.392 --> 00:18:01.905
จะอยู่คนละตำแหน่งกัน

00:18:02.042 --> 00:18:03.995
จึงทาให้สามารถระบุได้ค่ะ

00:18:05.772 --> 00:18:07.684
ลักษณะตาบอดสีเขียว-แดงนะคะ

00:18:07.708 --> 00:18:10.761
ควบคุมโดยแอลลีลด้อย c บนโครโมโซม X

00:18:11.428 --> 00:18:14.300
ดังนั้นเพศหญิงที่มีแอลลีลด้อย 2 แอลลีล

00:18:14.324 --> 00:18:16.211
ก็จะแสดงลักษณะตาบอดสี

00:18:16.877 --> 00:18:19.071
แต่ในเพศชายจะแตกต่างกันออกไปนะคะ

00:18:19.095 --> 00:18:21.744
เพราะว่ามีโครโมโซม X เพียงโครโมโซมเดียว

00:18:22.220 --> 00:18:23.647
จึงมีลักษณะตาบอดสี

00:18:23.679 --> 00:18:26.723
ถึงแม้ว่าจะมีแอลลีลด้อยเพียงแอลลีลเดียวค่ะ

00:18:30.068 --> 00:18:31.804
การพิจารณารูปแบบการถ่ายทอด

00:18:31.828 --> 00:18:34.056
สามารถใช้หลักการของ Mendel ได้นะคะ

00:18:34.848 --> 00:18:36.821
จะเห็นได้ว่ายีนที่ควบคุมลักษณะ

00:18:37.584 --> 00:18:38.989
ตาบอดสีเขียว-แดงนี่

00:18:39.326 --> 00:18:40.932
จะอยู่กันเป็นคู่ของแอลลีล

00:18:41.268 --> 00:18:42.524
โดยแอลลีลจะแยกออกจากกัน

00:18:42.548 --> 00:18:44.138
เมื่อมีการสร้างเซลล์สืบพันธุ์

00:18:44.662 --> 00:18:46.887
แล้วลูกนี่ ก็จะได้รับแอลลีลหนึ่งจากพ่อ

00:18:47.229 --> 00:18:48.584
และอีกแอลลีลหนึ่งจากแม่

00:18:49.518 --> 00:18:52.361
แต่ถ้าหากว่า เราสลับลักษณะของพ่อและแม่นะคะ

00:18:52.968 --> 00:18:54.837
โอกาสที่จะมีลูกมีลักษณะตาบอดสี

00:18:54.861 --> 00:18:57.738
ใน 2 กรณีนี่ ก็จะแตกต่างกันออกไป

00:18:58.714 --> 00:18:59.643
กรณีแรก

00:19:00.103 --> 00:19:01.647
ไม่ว่าลูกจะเกิดเป็นเพศใด

00:19:01.671 --> 00:19:03.571
ก็จะไม่มีลักษณะตาบอดสีค่ะ

00:19:04.637 --> 00:19:06.021
แต่ในกรณีที่ 2 นี่

00:19:06.608 --> 00:19:08.451
โอกาสที่ลูกจะมีตาบอดสี

00:19:08.753 --> 00:19:09.967
เป็น 50 เปอร์เซ็นต์

00:19:10.851 --> 00:19:12.021
โดยลูกสาวทุกคน

00:19:12.203 --> 00:19:14.303
จะเป็นพาหะของลักษณะตาบอดสี

00:19:15.595 --> 00:19:18.826
และลูกชายทุกคน ก็จะเกิดมามีลักษณะตาบอดสี

00:19:20.150 --> 00:19:21.294
ที่เป็นแบบนี้นะคะ

00:19:21.599 --> 00:19:23.424
ก็เป็นผลมาจากการที่เพศชายนี่

00:19:23.449 --> 00:19:25.651
มีโครโมโซม X 1 โครโมโซม

00:19:28.459 --> 00:19:29.995
วิธีหนึ่งในการทดสอบ

00:19:30.019 --> 00:19:31.967
ว่ามีลักษณะตาบอดสีหรือไม่นะคะ

00:19:32.014 --> 00:19:35.530
ก็คือใช้ชุดกระดาษแผ่นทดสอบที่มีลักษณะดังภาพค่ะ

00:19:36.228 --> 00:19:38.671
บุคคลที่มีลักษณะตาบอดสีเขียว-แดงนะคะ

00:19:38.695 --> 00:19:41.155
ก็จะไม่สามารถอ่านตัวเลข 74

00:19:41.179 --> 00:19:42.786
หรือ 6 ได้ชัดเจนค่ะ

00:19:44.286 --> 00:19:46.326
เอาล่ะค่ะ เรามาลองตรวจสอบความเข้าใจ

00:19:46.351 --> 00:19:49.158
เกี่ยวกับยีนที่อยู่บนโครโมโซมเพศกันนะคะ

00:19:49.960 --> 00:19:53.121
จากโจทย์ตัวอย่างนี่
ก็จะเป็นลักษณะของฮีโมฟิเลีย

00:19:53.461 --> 00:19:55.763
ซึ่งควบคุมโดย... แอลลีลด้อย

00:19:55.787 --> 00:19:57.255
บนโครโมโซม X นะคะ

00:19:57.546 --> 00:19:59.952
นักเรียนลองเติมแผนภาพให้สมบูรณ์ดู

00:20:00.319 --> 00:20:02.608
อาจจะกดหยุดพัก

00:20:02.941 --> 00:20:05.739
แล้วก็ลองทาแล้วเดี๋ยวมาฟังเฉลยพร้อม ๆ กันค่ะ

00:20:05.764 --> 00:20:18.613
[เสียงดนตรี]

00:20:18.638 --> 00:20:21.559
(ดร.นันทยา) น่ะเป็น อย่างไรกันบ้างคะ
ทากันได้รึเปล่า

00:20:22.440 --> 00:20:23.660
เรามาดูเฉลยกันนะคะ

00:20:25.203 --> 00:20:27.364
จากจีโนไทป์ของพ่อและแม่นะคะ

00:20:27.776 --> 00:20:30.644
จะสามารถสร้างเซลล์สืบพันธุ์ได้ดังนี้ค่ะ

00:20:33.148 --> 00:20:35.938
แล้วก็สามารถที่จะมีจีโนไทป์ของรุ่นลูกนะคะ

00:20:35.962 --> 00:20:36.965
ได้เป็นดังนี้

00:20:39.473 --> 00:20:40.355
เราจะเห็นได้นะคะ

00:20:40.379 --> 00:20:43.787
ว่าผู้หญิงที่ได้รับแอลลีลด้อยจากแม่นี่

00:20:44.287 --> 00:20:45.363
ก็จะไม่เป็นโรค

00:20:45.970 --> 00:20:48.394
เพราะว่าได้รับแอลลีลเด่นจากพ่อด้วยค่ะ

00:20:49.354 --> 00:20:52.446
แต่ในกรณีของผู้ชายนะคะ จะแตกต่างออกไป

00:20:52.988 --> 00:20:55.521
ได้รับเพียงแอลลีลด้อย จากแม่หนึ่งแอลลีลนะคะ

00:20:55.545 --> 00:20:57.299
ก็จะแสดงลักษณะเป็นโรค

00:20:58.164 --> 00:20:59.171
เพราะว่าผู้ชายนี่

00:20:59.376 --> 00:21:01.896
จะมีโครโมโซม X เพียงหนึ่งโครโมโซมค่ะ

00:21:05.570 --> 00:21:08.150
เอาล่ะค่ะ เรามาสรุปเนื้อหาที่เราได้เรียนกัน

00:21:08.198 --> 00:21:09.198
ในคลิปนี้กันนะคะ

00:21:09.988 --> 00:21:11.202
ลักษณะทางพันธุกรรมนี่

00:21:11.226 --> 00:21:12.788
เป็นลักษณะที่สามารถถ่ายทอด

00:21:12.812 --> 00:21:14.776
จากรุ่นพ่อแม่มาสู่รุ่นลูกได้

00:21:15.216 --> 00:21:17.171
โดยผ่านยีนในเซลล์สืบพันธุ์ค่ะ

00:21:18.012 --> 00:21:19.924
ซึ่งรูปแบบการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม

00:21:19.948 --> 00:21:21.075
ก็มีหลากหลายนะคะ

00:21:21.545 --> 00:21:23.424
บางกรณีนี่ ก็เป็นส่วนที่

00:21:23.449 --> 00:21:25.408
เป็นส่วนขยายของพันธุศาสตร์ Mendel

00:21:25.808 --> 00:21:28.050
ซึ่งยังคงสามารถใช้หลักการที่ Mendel ค้นพบ

00:21:28.074 --> 00:21:29.403
ในการอธิบายได้

00:21:30.125 --> 00:21:31.171
ยกตัวอย่างเช่น

00:21:31.738 --> 00:21:34.801
ลักษณะที่มีการควบคุมโดยมียีนนะคะ

00:21:34.826 --> 00:21:36.591
ที่มีแอลลีลมากกว่า 2 รูปแบบ

00:21:37.746 --> 00:21:39.573
ก็จะเรียกว่า "มัลติเพิลแอลลีล"

00:21:40.160 --> 00:21:42.333
เช่น ระบบหมุนเลือด ABO

00:21:43.512 --> 00:21:45.659
ส่วนลักษณะที่ควบคุมโดยยีน

00:21:45.683 --> 00:21:47.432
ที่อยู่บนโครโมโซมเพศนะคะ

00:21:47.845 --> 00:21:50.188
จะมีโอกาสพบในเพศชายกับเพศหญิงนี่

00:21:50.213 --> 00:21:51.075
ไม่เท่ากัน

00:21:51.904 --> 00:21:52.823
ยกตัวอย่างเช่น

00:21:52.848 --> 00:21:55.388
ลักษณะตาบอดสี หรือโรคฮีโมฟิเลียนะคะ

00:21:56.667 --> 00:21:58.928
ซึ่งนอกจาก... ลักษณะที่เป็นส่วนขยาย

00:21:58.953 --> 00:21:59.870
ของพันธุศาสตร์ Mendel

00:21:59.894 --> 00:22:01.468
ที่เราเรียนกันไปวันนี้แล้วนะคะ

00:22:01.468 --> 00:22:04.524
ยังมีลักษณะที่มีรูปแบบแตกต่างกันไปอีก

00:22:04.548 --> 00:22:05.544
มากมายเลยค่ะ

00:22:06.167 --> 00:22:08.294
บางกรณีก็มีความซับซ้อนมากขึ้น

00:22:08.776 --> 00:22:11.808
เช่น ลักษณะที่ควบคุมด้วยยีนหลาย ๆ ยีน

00:22:12.117 --> 00:22:14.306
หรือลักษณะที่มีอิทธิพลของสิ่งแวดล้อม

00:22:14.330 --> 00:22:15.614
เข้ามาเกี่ยวข้องนะคะ

00:22:17.463 --> 00:22:19.571
แต่หลักการพื้นฐานก็ยังคงเหมือนกันค่ะ

00:22:19.924 --> 00:22:21.609
ก็คือลักษณะทางพันธุกรรมนี่

00:22:21.697 --> 00:22:23.935
มีการถ่ายทอดจากรุ่นหนึ่งไปสู่รุ่นหนึ่ง

00:22:24.252 --> 00:22:25.816
ผ่านทางเซลล์สืบพันธุ์นะคะ

00:22:26.998 --> 00:22:29.471
วันนี้นะคะ เราก็สามารถจะนำความรู้

00:22:29.681 --> 00:22:32.355
ไปประยุกต์ใช้ในการวางแผนครอบครัว

00:22:32.808 --> 00:22:34.557
ว่าลูกที่เกิดมานะคะ

00:22:34.582 --> 00:22:36.955
จะมีลักษณะเป็นโรคหรือไม่นะคะ

00:22:36.979 --> 00:22:38.101
มีโอกาสเท่าไร

00:22:38.545 --> 00:22:39.506
นอกจากนี้นะคะ

00:22:39.531 --> 00:22:41.171
ก็ยังสามารถที่จะนำความรู้นี่

00:22:41.195 --> 00:22:43.171
ไปประยุกต์ใช้ในการปรับปรุงพันธุ์พืช

00:22:43.195 --> 00:22:44.222
แล้วก็ปรับปรุงพันธุ์สัตว์

00:22:44.246 --> 00:22:46.214
ให้มีลักษณะตามต้องการได้ค่ะ

00:22:47.586 --> 00:22:48.716
ค่ะในคลิปนี้นะคะ

00:22:48.741 --> 00:22:49.792
นักเรียนก็ได้เรียนรู้เกี่ยวกับ

00:22:49.816 --> 00:22:51.761
การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม

00:22:52.304 --> 00:22:53.848
และในหัวข้อต่อ ๆ ไปนะคะ

00:22:53.873 --> 00:22:55.360
ก็จะได้เรียนรู้ว่ายีนนี่

00:22:55.384 --> 00:22:56.577
ทำหน้าที่ในการควบคุม

00:22:56.601 --> 00:22:58.238
ลักษณะทางพันธุกรรมอย่างไร

00:22:58.631 --> 00:23:00.639
รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม

00:23:01.671 --> 00:23:03.559
เราก็จะได้เรียนรู้ถึงการนำความรู้

00:23:03.583 --> 00:23:05.399
ทางพันธุศาสตร์นะคะ ไปประยุกต์ใช้

00:23:05.651 --> 00:23:07.368
ในเทคโนโลยีทาง DNA

00:23:07.900 --> 00:23:10.724
ยกตัวอย่างเช่น การหาแอลลีลก่อโรค

00:23:10.748 --> 00:23:11.955
เพื่อวินิจฉัยโรค

00:23:12.468 --> 00:23:14.488
หรือนำไปใช้ทางการเกษตรนะคะ

00:23:15.284 --> 00:23:17.404
สำหรับคลิปนี้ สวัสดีค่ะ

00:23:17.451 --> 00:23:42.784
[เสียงดนตรี]