﻿WEBVTT

00:00:00.127 --> 00:00:31.967
[เสียงดนตรี]

00:00:33.946 --> 00:00:35.215
(คุณครูวิศวัฒน์) สวัสดีครับทุกคน

00:00:35.472 --> 00:00:37.402
วันนี้ทุกคนอยู่กับครูฟิวอีกแล้วนะครับ

00:00:37.784 --> 00:00:40.266
แล้ววันนี้ครูฟิวมีเนื้อหาที่น่าสนใจอะไร

00:00:40.290 --> 00:00:41.593
มาให้ทุกคนติดตาม

00:00:42.109 --> 00:00:43.288
ไปดูพร้อมกันดีกว่าครับ

00:00:45.280 --> 00:00:46.921
สำหรับเนื้อหาในครั้งนี้นะครับ

00:00:46.989 --> 00:00:49.750
เราจะมีวัตถุประสงค์อยู่ 3 ข้อด้วยกันนะครับ

00:00:50.191 --> 00:00:52.329
ก็คือ 1. หาค่าความจริง

00:00:52.378 --> 00:00:53.988
ของนิเสธของประพจน์นะครับ

00:00:54.587 --> 00:00:56.956
2. หาค่าความจริงของประพจน์

00:00:56.980 --> 00:00:58.421
ที่มีตัวเชื่อม "และ"

00:00:58.706 --> 00:01:01.573
และ 3. หาค่าความจริงของประพจน์

00:01:01.598 --> 00:01:03.148
ที่มีตัวเชื่อม "หรือ"

00:01:04.963 --> 00:01:07.036
ก่อนอื่นเรามาดูการเชื่อมประพจน์

00:01:07.060 --> 00:01:08.188
กันดีกว่านะครับนักเรียน

00:01:08.828 --> 00:01:11.321
นักเรียนอาจจะเคยสังเกตนะครับ ว่าบางทีนี่

00:01:11.529 --> 00:01:12.598
ในวิชาคณิตศาสตร์

00:01:12.622 --> 00:01:14.316
หรือแม้กระทั่งในชีวิตประจำวัน

00:01:14.340 --> 00:01:15.088
ของนักเรียนนะครับ

00:01:15.528 --> 00:01:18.588
เราจะพบประโยคที่ได้จากการเชื่อมประโยค

00:01:18.612 --> 00:01:20.121
มากกว่า 1 ประโยคนะครับ

00:01:20.613 --> 00:01:23.755
ด้วยคำว่า "และ", "หรือ",

00:01:24.241 --> 00:01:26.705
"ถ้าแล้ว", "ก็ต่อเมื่อ" นะครับ

00:01:27.151 --> 00:01:28.818
หรือบางทีนักเรียนอาจจะพบประโยค

00:01:28.897 --> 00:01:31.045
ซึ่งเปลี่ยนแปลงมาจากประโยคเดิมนะครับ

00:01:31.463 --> 00:01:33.421
โดยเติมคำว่า "ไม่" นะครับ

00:01:33.778 --> 00:01:35.655
ซึ่งคำดังกล่าวนี่ครับ

00:01:37.040 --> 00:01:40.488
จะเรียกคำเหล่านี้ว่า "ตัวเชื่อม" นะครับ

00:01:41.095 --> 00:01:42.413
เรามาดูตัวอย่างนะครับ

00:01:42.511 --> 00:01:45.501
ประโยคที่ใช้ตัวเชื่อมดังกล่าว

00:01:45.525 --> 00:01:46.755
ที่ครูฟิวพูดถึงนะครับ

00:01:47.458 --> 00:01:50.213
ตัวอย่างเช่น 1 เป็นจำนวนคี่

00:01:50.446 --> 00:01:52.588
และ 4 เป็นจำนวนคู่

00:01:53.066 --> 00:01:54.821
ถ้า 3 เป็นจำนวนคี่

00:01:54.893 --> 00:01:59.021
แล้ว 3 ยกกำลัง 2 เป็นจำนวนคี่

00:01:59.724 --> 00:02:01.353
รูป 3 เหลี่ยม A B C

00:02:01.377 --> 00:02:02.988
เป็นรูป 3 เหลี่ยมด้านเท่า

00:02:03.012 --> 00:02:05.625
ก็ต่อเมื่อรูป 3 เหลี่ยม A B C

00:02:05.649 --> 00:02:07.588
มีความยาวของด้านเท่ากันทุกด้าน

00:02:08.244 --> 00:02:08.920
เป็นอย่างไรครับ

00:02:08.945 --> 00:02:10.904
บางคนอาจจะเคยเจอประโยคพวกนี้แล้ว

00:02:10.928 --> 00:02:11.609
ใช่ไหมครับ

00:02:13.149 --> 00:02:13.817
นักเรียนครับ

00:02:14.200 --> 00:02:15.226
เราจะเรียกประพจน์

00:02:15.250 --> 00:02:17.555
ที่นำมาเชื่อมกันด้วยตัวเชื่อมต่าง ๆ นี่ครับ

00:02:17.579 --> 00:02:18.952
ว่าเป็น "ประพจน์ย่อย"

00:02:19.324 --> 00:02:20.488
หรือไม่ก็เรียกว่าเป็น

00:02:20.630 --> 00:02:21.921
"ประพจน์เชิงเดียว" นะครับ

00:02:22.564 --> 00:02:23.602
และประพจน์

00:02:23.626 --> 00:02:25.879
ที่เกิดจากการเชื่อมประพจน์เชิงเดียว

00:02:25.917 --> 00:02:27.014
ด้วยตัวเชื่อมนะครับ

00:02:27.380 --> 00:02:29.921
เราเรียกว่าเป็น "ประพจน์เชิงประกอบ" นะครับ

00:02:30.653 --> 00:02:32.753
ตัวอย่างเช่น 1 เป็นจำนวนคี่

00:02:32.777 --> 00:02:34.521
และ 4 เป็นจำนวนคู่

00:02:34.871 --> 00:02:35.655
เป็นประพจน์

00:02:35.679 --> 00:02:38.088
ที่เชื่อมด้วยตัวเชื่อม และ ใช่ไหมครับ

00:02:38.697 --> 00:02:41.121
เพราะฉะนั้นนี่ 1 เป็นจำนวนคี่

00:02:41.145 --> 00:02:42.655
4 เป็นจำนวนคู่ตรงนี้

00:02:42.945 --> 00:02:44.721
เราจะเรียกว่าเป็น "ประพจน์เชิงเดียว"

00:02:45.295 --> 00:02:48.255
และทั้งประโยคที่พูดว่าอะไรครับ

00:02:48.798 --> 00:02:51.821
1 เป็นจำนวนคี่ และ 4 เป็นจำนวนคู่

00:02:52.286 --> 00:02:54.788
ตรงนี้จะเป็นประพจน์เชิงประกอบนะครับ

00:02:58.660 --> 00:03:01.551
เราจะนิยมใช้ภาษาอังกฤษตัวพิมพ์เล็กนะครับ

00:03:01.575 --> 00:03:03.988
เช่น p, q, r, s

00:03:04.327 --> 00:03:06.388
แทนประพจน์ที่นำมาเชื่อมกันนะครับ

00:03:06.824 --> 00:03:08.921
ถ้า p เป็นประพจน์ใดๆ นะครับ

00:03:08.945 --> 00:03:11.111
แล้วเราจะแบ่งค่าความจริงของ p

00:03:11.135 --> 00:03:12.617
ได้เป็น 2 กรณีนะครับ

00:03:12.641 --> 00:03:15.688
ก็คือเป็นจริงและเป็นเท็จนะครับ

00:03:16.104 --> 00:03:17.821
แสดงได้ดังตารางนี้นะครับ

00:03:18.491 --> 00:03:19.864
ซึ่งตารางนี้ครับ

00:03:20.528 --> 00:03:23.834
จะเป็นตารางที่แสดงกรณีเกี่ยวกับค่าความจริง

00:03:23.859 --> 00:03:26.488
ที่จะเกิดขึ้นได้ทั้งหมดของประพจน์ p นะครับ

00:03:26.920 --> 00:03:27.787
ซึ่งเราเรียกว่า

00:03:27.811 --> 00:03:31.388
"ตารางค่าความจริงของ p" นะครับ

00:03:34.105 --> 00:03:36.920
เรามาลองดูกรณีที่มี 2 ประพจน์นะครับ

00:03:36.944 --> 00:03:39.321
ก็คือประพจน์ p และประพจน์ q นะครับ

00:03:39.852 --> 00:03:42.588
แล้วเราจะมีกรณีเกี่ยวกับค่าความจริง

00:03:42.795 --> 00:03:45.155
ที่จะเกิดขึ้นได้ทั้งหมด 4 กรณีนะครับ

00:03:45.890 --> 00:03:48.521
ซึ่ง ค่าความจริงที่เป็นจริง

00:03:48.545 --> 00:03:50.121
ของประพจน์ p นะครับ

00:03:50.458 --> 00:03:53.488
และค่าความจริงที่เป็นเท็จของประพจน์ p นี่

00:03:53.872 --> 00:03:56.248
ต่างก็จะไปจับคู่กับค่าความจริง

00:03:56.272 --> 00:03:57.814
ที่เป็นจริงของประพจน์ q

00:03:57.838 --> 00:04:00.188
และค่าความจริงที่เป็นเท็จของประพจน์ q

00:04:00.472 --> 00:04:01.388
ดังนี้นะครับ

00:04:01.925 --> 00:04:03.508
T จับคู่ T

00:04:03.854 --> 00:04:05.255
T จับคู่ F นะครับ

00:04:05.938 --> 00:04:07.471
แล้วก็ F จับคู่ T

00:04:07.750 --> 00:04:09.621
F จับคู่ F นะครับ

00:04:10.090 --> 00:04:11.905
ซึ่งเราจะได้ตาราง

00:04:11.929 --> 00:04:14.298
ค่าความจริงของประพจน์ p กับ q

00:04:14.543 --> 00:04:15.721
ดังต่อไปนี้นะครับ

00:04:18.838 --> 00:04:20.341
หลังจากที่นักเรียนนะครับ

00:04:20.365 --> 00:04:22.955
ได้รู้จักค่าความจริงของประพจน์ไปแล้วนะครับ

00:04:23.331 --> 00:04:26.327
เรามารู้จักนิเสธของประพจน์กันดีกว่านะครับ

00:04:27.113 --> 00:04:28.755
ถ้าครูฟิวให้ประพจน์ p

00:04:28.779 --> 00:04:30.121
เป็นประพจน์ใด ๆ นะครับ

00:04:30.518 --> 00:04:31.800
นิเสธของประพจน์ p (~p)

00:04:31.824 --> 00:04:33.914
เราจะเขียนแทนด้วยสัญลักษณ์นี้ครับ

00:04:34.801 --> 00:04:36.588
ตัวอย่าง ~p นะครับ

00:04:36.613 --> 00:04:37.755
ลองดูตารางนะครับ

00:04:38.159 --> 00:04:39.355
ถ้าประพจน์ p

00:04:39.498 --> 00:04:42.255
แทนข้อความประจิมชอบวิชาคณิตศาสตร์

00:04:43.083 --> 00:04:45.617
~p ก็จะแทนข้อความ

00:04:45.942 --> 00:04:49.087
ประจิมไม่ชอบวิชาคณิตศาสตร์นะครับ

00:04:50.811 --> 00:04:52.766
ถ้าเกิดประพจน์ p แทนข้อความ

00:04:52.852 --> 00:04:54.721
2 + 3 = 5

00:04:55.298 --> 00:04:57.488
~p จะเป็นอะไรครับนักเรียน

00:04:59.213 --> 00:05:04.755
~p ก็จะเป็น 2 + 3 ≠ 5 นะครับ

00:05:05.882 --> 00:05:08.021
ข้อนี้ครูฟิวอยากให้นักเรียนคิดนิดหนึ่งครับ

00:05:08.723 --> 00:05:10.195
2 &lt; 3

00:05:10.574 --> 00:05:12.721
~p จะเป็นอะไรครับ

00:05:14.913 --> 00:05:20.121
~p จะเป็น 2 ≮ 3 นะครับ

00:05:20.615 --> 00:05:23.121
หรือเขียนอีกแบบหนึ่งได้เป็นอะไรครับ

00:05:23.463 --> 00:05:25.855
2 ≥ 3

00:05:26.189 --> 00:05:27.730
หลายคนอาจจะสงสัยนะครับ

00:05:27.754 --> 00:05:31.055
ว่าทำไมต้องเป็นมากกว่าหรือเท่ากับนะครับ

00:05:31.460 --> 00:05:33.321
เพราะว่าถ้าเกิดน้อยกว่านี่

00:05:34.051 --> 00:05:36.123
น้อยกว่าก็ไม่ได้เท่ากันใช่ไหมครับ

00:05:36.462 --> 00:05:38.655
แล้วก็ไม่ได้มากกว่าด้วยใช่ไหมครับ

00:05:39.073 --> 00:05:42.449
เพราะฉะนั้น นิเสธของ 2 ≮ 3

00:05:42.474 --> 00:05:47.221
จึงเป็น 2 ≥ 3 นั่นเองนะครับ

00:05:49.160 --> 00:05:51.271
นักเรียนครับ ครูฟิวอยากให้นักเรียน

00:05:51.295 --> 00:05:53.755
มาช่วยกันพิจารณาค่าความจริงของประพจน์

00:05:54.002 --> 00:05:56.588
จากสถานการณ์ที่ครูฟิวกำหนดให้ต่อไปนี้นะครับ

00:05:57.413 --> 00:06:00.821
ถ้าครูฟิวให้ p แทนข้อความหนูดีอ่านหนังสือ

00:06:01.252 --> 00:06:02.755
~p คืออะไรครับ

00:06:03.247 --> 00:06:05.921
หนูดีไม่ได้อ่านหนังสือใช่ไหมครับ

00:06:06.704 --> 00:06:08.733
และมาช่วยครูฟิวหาค่าความจริง

00:06:08.757 --> 00:06:10.747
จากรูปภาพที่ครูฟิวมีให้นะครับ

00:06:11.252 --> 00:06:12.288
รูปภาพที่ 1

00:06:12.759 --> 00:06:14.855
เป็นรูปภาพหนูดีกำลังอ่านหนังสืออยู่ใช่ไหมครับ

00:06:15.864 --> 00:06:18.465
เพราะฉะนั้น ในส่วนของหนูดีอ่านหนังสือ

00:06:18.544 --> 00:06:19.720
เป็นจริงหรือเป็นเท็จครับ

00:06:21.046 --> 00:06:23.088
เป็นจริงใช่ไหมครับ

00:06:24.268 --> 00:06:26.063
แต่นิเสธของประพจน์นี้

00:06:26.087 --> 00:06:28.221
คือ หนูดีไม่ได้อ่านหนังสือใช่ไหมครับ

00:06:28.968 --> 00:06:30.668
รูปภาพแรกเป็นหนูดีอ่านหนังสือ

00:06:30.692 --> 00:06:32.988
แล้วถ้าครูฟิวบอกว่าหนูดีไม่ได้อ่านหนังสือ

00:06:33.351 --> 00:06:35.155
ข้อความนี้เป็นจริงหรือเป็นเท็จครับ

00:06:35.775 --> 00:06:38.155
เป็นเท็จใช่ไหมครับ

00:06:40.783 --> 00:06:42.308
ต่อไปมาดูรูปภาพที่ 2

00:06:42.332 --> 00:06:44.188
หนูดีกำลังฟังเพลงอยู่ใช่ไหมครับ

00:06:44.746 --> 00:06:46.488
เพราะฉะนั้น หนูดีอ่านหนังสือไหมครับ

00:06:47.634 --> 00:06:49.219
หนูดีไม่ได้อ่านหนังสือ

00:06:49.505 --> 00:06:51.134
ถ้าครูฟิวพูดว่าหนูดีอ่านหนังสือ

00:06:51.158 --> 00:06:52.188
เป็นจริงหรือเป็นเท็จครับ

00:06:52.832 --> 00:06:54.821
เป็นเท็จใช่ไหมครับ

00:06:55.581 --> 00:06:57.974
แล้วถ้าครูฟิวพูดว่าหนูดีไม่ได้อ่านหนังสือ

00:06:58.140 --> 00:06:59.228
เป็นจริงหรือเป็นเท็จครับ

00:07:00.213 --> 00:07:01.888
เป็นจริง

00:07:03.156 --> 00:07:05.688
ไม่ยากใช่ไหมครับ ง่ายมากเลยนะครับ

00:07:07.539 --> 00:07:09.333
ซึ่งการพิจารณาค่าความจริง

00:07:09.432 --> 00:07:11.912
ของประพจน์ที่เป็นนิเสธของประพจน์เดิมนะครับ

00:07:12.244 --> 00:07:13.749
ทำได้ง่ายมากเลยนะครับ

00:07:13.828 --> 00:07:16.214
โดยที่ค่าความจริงของนิเสธ

00:07:16.238 --> 00:07:17.855
จะตรงข้ามกับค่าความจริง

00:07:17.879 --> 00:07:19.368
ของประพจน์เดิมเสมอนะครับ

00:07:19.786 --> 00:07:21.421
เราจะเขียนค่าความจริง

00:07:21.445 --> 00:07:25.988
ของ ~p ได้ดังตารางที่ขึ้นอยู่ตรงนี้เลยนะครับ

00:07:26.673 --> 00:07:28.388
ถ้าเกิดนักเรียนจำไม่ได้นะครับ

00:07:28.412 --> 00:07:30.766
ก็ให้นึกถึงตัวอย่างหนูดีอ่านหนังสือ

00:07:30.790 --> 00:07:32.588
กับหนูดีไม่ได้อ่านหนังสือนะครับ

00:07:35.527 --> 00:07:37.778
หลังจากจบนิเสธของประพจน์ไปแล้วนะครับ

00:07:38.101 --> 00:07:40.377
เรามาดูการเชื่อมประพจน์ 2 ประพจน์

00:07:40.410 --> 00:07:42.888
ด้วยตัวเชื่อม "และ" กันดีกว่านะครับ

00:07:43.369 --> 00:07:46.088
ถ้าเกิด p และ q เป็นประพจน์ใด ๆ นะครับ

00:07:46.483 --> 00:07:49.255
แล้วการเชื่อมประพจน์ p และประพจน์ q

00:07:49.279 --> 00:07:51.355
ด้วยตัวเชื่อม "และ" นะครับ

00:07:51.844 --> 00:07:56.221
เราจะเขียนแทนด้วยสัญลักษณ์ p∧q

00:07:56.382 --> 00:07:57.330
อย่างนี้นะครับ

00:07:58.362 --> 00:07:59.168
ต่อไปนี้นะครับ

00:07:59.192 --> 00:08:00.948
จะเป็นตัวอย่างของการเชื่อมประพจน์

00:08:00.972 --> 00:08:02.279
ด้วยตัวเชื่อม "และ" นะครับ

00:08:03.127 --> 00:08:04.888
ถ้าเกิดประพจน์ p แทนข้อความ

00:08:04.912 --> 00:08:06.555
ประจิมชอบวิชาคณิตศาสตร์

00:08:06.945 --> 00:08:08.821
และประพจน์ q ข้อความ

00:08:09.074 --> 00:08:10.821
นุชชอบวิชาภาษาอังกฤษ

00:08:11.222 --> 00:08:13.438
ดังนั้น เราจะได้ประพจน์ p∧q

00:08:13.462 --> 00:08:14.521
แทนข้อความอะไรครับ

00:08:15.106 --> 00:08:18.188
แทนข้อความประจินชอบวิชาคณิตศาสตร์

00:08:18.277 --> 00:08:21.255
และนุชชอบวิชาภาษาอังกฤษนะครับ

00:08:22.237 --> 00:08:23.153
ต่อไปนะครับ

00:08:23.518 --> 00:08:26.955
ประพจน์ p แทนข้อความ 2 + 3 = 5

00:08:27.417 --> 00:08:29.555
และประพจน์ q แทนข้อความ

00:08:29.900 --> 00:08:33.488
√2 เป็นจำนวนตรรกยะ

00:08:33.978 --> 00:08:36.555
เพราะฉะนั้น ประพจน์ p∧q

00:08:36.579 --> 00:08:38.255
จะแทนข้อความอะไรครับนักเรียน

00:08:39.720 --> 00:08:44.604
ประพจน์ p∧q ก็จะแทนข้อความ 2 + 3 = 5

00:08:44.856 --> 00:08:48.490
และ √2 เป็นจำนวนตรรกยะ

00:08:49.140 --> 00:08:50.055
ตามนี้นะครับ

00:08:52.240 --> 00:08:53.160
นักเรียนครับ

00:08:53.299 --> 00:08:56.621
สำหรับภาษาที่เราใช้ในชีวิตประจำวันกันนี่ครับ

00:08:57.014 --> 00:09:00.150
บางทีเราอาจจะแทนตัวเชื่อม "และ" นะครับ

00:09:00.174 --> 00:09:02.788
ด้วยคำที่มีความหมายเดียวกัน ดังต่อไปนี้นะครับ

00:09:03.243 --> 00:09:06.288
เช่น คำว่า "แต่", "นอกจากนั้นแล้ว",

00:09:06.689 --> 00:09:09.288
"ถึงแม้ว่า", "ในขณะที่" นะครับ

00:09:09.699 --> 00:09:11.734
ซึ่งครูฟิวได้ยกตัวอย่างประโยค

00:09:11.758 --> 00:09:13.628
ที่พบในชีวิตประจำวันนะครับ

00:09:13.849 --> 00:09:16.355
เช่น วรรณชอบวิชาคณิตศาสตร์

00:09:16.557 --> 00:09:18.455
แต่นุชชอบวิชาภาษาอังกฤษ

00:09:19.605 --> 00:09:21.170
สมศักดิ์เป็นหัวหน้าห้อง

00:09:21.194 --> 00:09:22.303
นอกจากนั้นแล้ว

00:09:22.327 --> 00:09:24.121
เขายังเป็นประธานนักเรียนด้วย

00:09:24.907 --> 00:09:28.523
วิชัยทำงานหนักถึงแม้ว่าเขาป่วย

00:09:29.442 --> 00:09:33.321
น้ำผึ้งอ่านหนังสือในขณะที่น้ำฝนดูโทรทัศน์

00:09:33.822 --> 00:09:36.287
สังเกตไหมครับ ว่าคำที่ครูฟิวเน้นไว้นี่

00:09:36.615 --> 00:09:38.788
มีความหมายเดียวกับคำว่า "และ" เลยนะครับ

00:09:39.215 --> 00:09:40.851
และเราก็พบคำพวกนี้

00:09:40.875 --> 00:09:43.321
ในชีวิตประจำวันของเราอีกด้วยนะครับ

00:09:43.690 --> 00:09:44.921
จำให้ดีนะครับนักเรียน

00:09:47.371 --> 00:09:48.099
ต่อไปนะครับ

00:09:48.123 --> 00:09:50.385
ครูฟิวจะให้พวกเราช่วยกันพิจารณา

00:09:50.409 --> 00:09:51.526
สถานการณ์ตัวอย่าง

00:09:51.717 --> 00:09:53.455
ตามที่ครูฟิวกำหนดมาให้นะครับ

00:09:54.379 --> 00:09:56.395
ครูฟิวให้ประพจน์ p แทนข้อความ

00:09:56.419 --> 00:09:57.888
ลูกปัดใส่เสื้อสีขาว

00:09:58.291 --> 00:09:59.873
และประพจน์ q แทนข้อความ

00:09:59.897 --> 00:10:01.588
ลูกปัดใส่กางเกงสีฟ้านะครับ

00:10:02.150 --> 00:10:04.688
เราจะได้ว่าประพจน์ p∧q

00:10:04.878 --> 00:10:07.755
จะแทนข้อความ ลูกปัดใส่เสื้อสีขาว

00:10:07.779 --> 00:10:09.788
และลูกปัดใส่กางเกงสีฟ้านะครับ

00:10:10.343 --> 00:10:12.722
หรือเราเขียนโดยย่อได้เป็นอะไรครับ

00:10:13.120 --> 00:10:17.121
ลูกปัดใส่เสื้อสีขาวและกางเกงสีฟ้านะครับ

00:10:19.041 --> 00:10:19.719
ต่อไปนะครับ

00:10:19.743 --> 00:10:21.050
ครูฟิวจะให้นักเรียนนะครับ

00:10:21.074 --> 00:10:23.524
ช่วยกันพิจารณาค่าความจริงของประพจน์

00:10:23.548 --> 00:10:25.855
จากสถานการณ์ที่ครูกำหนดให้นะครับ

00:10:26.494 --> 00:10:27.821
ในรูปภาพที่ 1 นี่

00:10:29.435 --> 00:10:31.644
เราจะเห็นว่าการแต่งกายของลูกปัด

00:10:31.668 --> 00:10:33.031
คือ ลูกปัดใส่เสื้อสีขาว

00:10:33.055 --> 00:10:34.581
และกางเกงสีฟ้าใช่ไหมครับ

00:10:35.076 --> 00:10:36.263
เพราะฉะนั้น ประพจน์ p

00:10:36.287 --> 00:10:38.121
แทนข้อความลูกปัดใส่เสื้อสีขาว

00:10:38.617 --> 00:10:40.480
มีค่าความจริงเป็นจริงหรือเป็นเท็จครับ

00:10:41.638 --> 00:10:43.588
มีค่าความจริงเป็นจริงนะครับ

00:10:44.013 --> 00:10:45.235
และประพจน์ q

00:10:45.494 --> 00:10:47.888
ที่แทนข้อความลูกปัดใส่กางเกงสีฟ้า

00:10:49.111 --> 00:10:52.255
มีค่าความจริงเป็นจริงใช่ไหมครับ

00:10:53.511 --> 00:10:55.755
ดังนั้น ประพจน์ p∧q

00:10:56.501 --> 00:10:58.619
ที่แทนข้อความลูกปัดใส่เสื้อสีขาว

00:10:58.643 --> 00:10:59.655
และกางเกงสีฟ้า

00:11:00.244 --> 00:11:01.355
เป็นจริงหรือเป็นเท็จครับ

00:11:02.887 --> 00:11:05.190
มีค่าความจริงเป็นจริง

00:11:06.422 --> 00:11:07.255
โอเคไหมครับ

00:11:08.886 --> 00:11:10.613
ต่อไปมาดูข้อที่ 2 ครับ

00:11:10.939 --> 00:11:14.521
ข้อที่ 2 เราจะสังเกตเห็นว่าลูกปัดใส่เสื้อสีขาว

00:11:14.750 --> 00:11:16.488
แต่ใส่กางเกงสีเขียวนะครับ

00:11:17.112 --> 00:11:19.523
เพราะฉะนั้น ประพจน์ p ที่แทนข้อความ

00:11:19.547 --> 00:11:21.808
ลูกปัดใส่เสื้อสีขาว เป็นจริงหรือเป็นเท็จครับ

00:11:22.587 --> 00:11:24.354
เป็นจริง ถูกไหมครับ

00:11:24.379 --> 00:11:25.855
ลูกปัดใส่เสื้อสีขาวนะครับ

00:11:26.612 --> 00:11:28.563
และประพจน์ q ที่แทนข้อความ

00:11:28.587 --> 00:11:30.248
ลูกปัดใส่กางเกงสีฟ้า

00:11:30.553 --> 00:11:31.555
เป็นจริงหรือเป็นเท็จครับ

00:11:32.846 --> 00:11:34.055
เป็นเท็จนะครับ

00:11:34.138 --> 00:11:36.088
เพราะว่าลูกปัดใส่กางเกงสีเขียว

00:11:36.749 --> 00:11:38.474
ดังนั้น ประพจน์ p∧q

00:11:38.512 --> 00:11:40.155
ซึ่งแทนข้อความลูกปัดใส่กาง...

00:11:40.548 --> 00:11:42.824
ใส่เสื้อสีขาวและกางเกงสีฟ้า

00:11:43.200 --> 00:11:44.321
เป็นจริงหรือเป็นเท็จครับ

00:11:45.600 --> 00:11:47.056
เป็นเท็จนะครับ

00:11:47.140 --> 00:11:50.227
เพราะว่าลูกปัดไม่ได้กางเกงสีฟ้านะครับ

00:11:50.252 --> 00:11:52.521
แต่ใส่กางเกงสีเขียว

00:11:53.326 --> 00:11:55.188
โอเคนะครับ ตามนั้นนะครับ

00:11:57.380 --> 00:11:59.255
ต่อไปเรามาดูข้อที่ 3 นะครับ

00:11:59.806 --> 00:12:01.821
ข้อที่ 3 การแต่งกายของลูกปัดนี่

00:12:01.845 --> 00:12:04.221
จะสังเกตเห็นว่าลูกปัดใส่เสื้อสีดำ

00:12:04.481 --> 00:12:06.188
แต่ใส่กางเกงสีฟ้านะครับ

00:12:06.496 --> 00:12:08.489
เพราะฉะนั้น ประพจน์ p ที่แทนข้อความ

00:12:08.513 --> 00:12:09.921
ลูกปัดใส่เสื้อสีขาว

00:12:10.232 --> 00:12:12.155
มีค่าความจริงเป็นจริงหรือเป็นเท็จครับ

00:12:13.090 --> 00:12:14.855
มีค่าความจริงเป็นเท็จนะครับ

00:12:14.879 --> 00:12:16.921
เพราะว่าลูกปัดใส่เสื้อสีดำ ถูกไหมครับ

00:12:17.542 --> 00:12:19.431
ส่วนประพจน์ q ที่แทนข้อความ

00:12:19.455 --> 00:12:21.055
ลูกปัดใส่กางเกงสีฟ้า

00:12:21.436 --> 00:12:23.221
มีค่าความจริงเป็นจริงหรือเป็นเท็จครับ

00:12:24.763 --> 00:12:27.628
มีค่าความจริงเป็นจริง ถูกไหมครับ

00:12:28.299 --> 00:12:31.356
ดังนั้น ประพจน์ p∧q ที่แทนข้อความ

00:12:31.835 --> 00:12:34.413
ลูกปัดใส่เสื้อสีขาวและกางเกงสีฟ้า

00:12:34.558 --> 00:12:35.681
เป็นจริงหรือเป็นเท็จครับ

00:12:36.365 --> 00:12:37.855
เป็นเท็จใช่ไหมครับ

00:12:37.879 --> 00:12:41.221
เพราะว่าลูกปัดไม่ได้ใส่เสื้อสีขาวนะครับ

00:12:43.730 --> 00:12:46.174
และข้อสุดท้าย มาดูข้อสุดท้ายนะครับ

00:12:46.198 --> 00:12:49.560
ข้อที่ 4 จะเห็นว่าลูกปัดใส่เสื้อสีดำ

00:12:49.790 --> 00:12:51.888
และลูกปัดใส่กางเกงสีเขียวนะครับ

00:12:52.291 --> 00:12:54.296
เพราะฉะนั้น p ที่แทนข้อความ

00:12:54.320 --> 00:12:55.556
ลูกปัดใส่เสื้อสีขาว

00:12:55.925 --> 00:12:58.921
จึงมีค่าความจริงเป็นเท็จนะครับ

00:12:59.638 --> 00:13:02.188
และลูกปัดใส่กางเกงสีฟ้า ของประพจน์ q

00:13:02.212 --> 00:13:03.988
มีค่าความจริงเป็นจริงหรือเท็จครับ

00:13:04.792 --> 00:13:07.555
มีค่าความจริงเป็นเท็จใช่ไหมครับ

00:13:07.965 --> 00:13:09.523
เพราะฉะนั้น ประพจน์ p∧q

00:13:09.547 --> 00:13:10.723
ที่แทนข้อความ

00:13:11.055 --> 00:13:13.297
ลูกปัดใส่เสื้อสีขาวและกางเกงสีฟ้า

00:13:13.329 --> 00:13:15.123
มีค่าความจริงเป็นจริงหรือเป็นเท็จครับ

00:13:15.901 --> 00:13:18.478
มีค่าความจริงเป็นเท็จ

00:13:20.050 --> 00:13:20.921
โอเคนะครับ

00:13:23.030 --> 00:13:25.589
นักเรียนครับ หลังจากที่นักเรียนนะครับ

00:13:25.613 --> 00:13:26.935
ช่วยครูฟิวพิจารณาหา

00:13:26.959 --> 00:13:29.855
ค่าความจริงของประพจน์ p∧q

00:13:29.879 --> 00:13:31.406
จากสถานการณ์ตัวอย่าง

00:13:31.766 --> 00:13:33.186
ลูกปัดใส่เสื้อสีขาว

00:13:33.210 --> 00:13:35.088
และกางเกงสีฟ้าไปแล้วนั้นนะครับ

00:13:35.485 --> 00:13:38.181
เราก็สามารถเขียนเป็นตารางค่าความจริง

00:13:38.205 --> 00:13:41.303
ของประพจน์ p∧q ได้ดังข้างล่างนี้นะครับ

00:13:41.850 --> 00:13:43.552
ซึ่งนักเรียนจะพบว่าอะไรครับ

00:13:43.798 --> 00:13:46.699
ประพจน์ p∧ q มีค่าความจริงเป็นจริง

00:13:46.723 --> 00:13:48.421
เพียง 1 กรณี

00:13:48.586 --> 00:13:51.288
เมื่อ p มีค่าความจริงเป็นจริง

00:13:51.312 --> 00:13:54.788
และ q มีค่าความจริงเป็นจริงใช่ไหมครับ

00:13:55.040 --> 00:13:56.616
ส่วนกรณีอื่นๆ นั้น

00:13:56.640 --> 00:13:58.888
นักเรียนจะเห็นได้ว่าเป็นอะไรหมดเลยครับ

00:13:59.352 --> 00:14:02.088
มีค่าความจริงเป็นเท็จหมดเลยนะครับ

00:14:02.654 --> 00:14:05.114
ถ้านักเรียนจะจำค่าความจริง

00:14:05.145 --> 00:14:06.979
ของประพจน์ p∧q นะครับ

00:14:07.304 --> 00:14:10.491
ก็ให้นักเรียนนึกถึงกรณีลูกปัดใส่เสื้อสีขาว

00:14:10.515 --> 00:14:12.221
และกางเกงสีฟ้าเอาไว้นะครับ

00:14:13.855 --> 00:14:15.250
หลังจากที่นักเรียนนะครับ

00:14:15.280 --> 00:14:16.563
ได้เรียนการเชื่อมประพจน์

00:14:16.587 --> 00:14:18.461
ด้วยตัวเชื่อม "และ" กันไปแล้วนะครับ

00:14:18.842 --> 00:14:22.055
เราจะถึงหัวข้อสุดท้ายของเราในวันนี้นะครับ

00:14:22.358 --> 00:14:24.269
ก็คือการเชื่อมประพจน์

00:14:24.448 --> 00:14:26.388
ด้วยตัวเชื่อม "หรือ" นั่นเองนะครับ

00:14:26.834 --> 00:14:29.148
ถ้าครูฟิวให้ประพจน์ p และประพจน์ q

00:14:29.172 --> 00:14:30.521
แทนประพจน์ใด ๆ นะครับ

00:14:30.998 --> 00:14:32.871
การเชื่อมประพจน์ p และประพจน์ q

00:14:32.895 --> 00:14:34.255
ด้วยตัวเชื่อม "หรือ" นะครับ

00:14:34.527 --> 00:14:37.034
เราจะเขียนแทนด้วยสัญลักษณ์ p∨q

00:14:37.058 --> 00:14:37.888
แบบนี้นะครับ

00:14:38.537 --> 00:14:40.068
ซึ่งตัวอย่างการเชื่อมประพจน์

00:14:40.092 --> 00:14:41.355
ด้วยตัวเชื่อม "หรือ" นะครับ

00:14:41.666 --> 00:14:42.820
มีดังต่อไปนี้นะครับ

00:14:43.338 --> 00:14:44.830
ถ้าครูฟิวให้ประพจน์ p

00:14:44.854 --> 00:14:47.155
แทนข้อความ 3 เป็นจำนวนคู่

00:14:47.397 --> 00:14:51.320
และประพจน์ q แทนข้อความ -1 &lt; 0 นะครับ

00:14:51.645 --> 00:14:54.360
ครูฟิวจะได้ประพจน์ p∨q

00:14:54.384 --> 00:14:55.420
แทนข้อความอะไรครับ

00:14:56.025 --> 00:14:57.508
3 เป็นจำนวนคู่

00:14:57.532 --> 00:15:00.255
หรือลบ -1 &lt; 0 นะครับ

00:15:01.102 --> 00:15:02.237
และข้อที่ 2

00:15:02.261 --> 00:15:04.454
ประพจน์ p แทนข้อความอากาศร้อน

00:15:04.859 --> 00:15:06.467
และประพจน์ q แทนข้อความ

00:15:06.491 --> 00:15:08.055
เครื่องปรับอากาศเสียนะครับ

00:15:08.754 --> 00:15:10.788
ครูฟิวก็จะได้ประพจน์ p∨q

00:15:10.812 --> 00:15:11.855
แทนข้อความอะไรครับ

00:15:12.362 --> 00:15:13.588
อากาศร้อน

00:15:13.612 --> 00:15:16.488
หรือเครื่องปรับอากาศเสียนั่นเองนะครับ

00:15:17.124 --> 00:15:19.255
และถ้าเกิดประพจน์ p แทนข้อความ

00:15:19.585 --> 00:15:21.855
1 + 5 = 5 + 1

00:15:21.879 --> 00:15:23.588
และประพจน์ q แทนข้อความ

00:15:23.984 --> 00:15:30.188
4 (2 + 3) = (4 x 2) + (4 x 3)

00:15:30.591 --> 00:15:32.229
เราจะได้ประพจน์ p∨q

00:15:32.253 --> 00:15:33.288
แทนข้อความอะไรครับ

00:15:34.054 --> 00:15:37.621
แทนข้อความ 1 + 5 = 5 + 1

00:15:37.828 --> 00:15:43.826
หรือ 4 (2 + 3) = (4 x 2) + (4 x 3)

00:15:43.850 --> 00:15:45.547
นั่นเองนะครับนักเรียน

00:15:48.241 --> 00:15:49.737
ต่อไปนะครับ ครูฟิวอยากให้นักเรียนมา

00:15:49.761 --> 00:15:51.921
ดูหมายเหตุตรงนี้กันหน่อยนะครับ

00:15:52.422 --> 00:15:55.455
เขาบอกว่าคำว่า "หรือ" นะครับ โดยทั่วไปแล้ว

00:15:55.479 --> 00:15:57.619
จะมี 2 กรณีนะครับ

00:15:58.025 --> 00:15:59.394
ซึ่งกรณีที่ 1 นะครับ

00:15:59.418 --> 00:16:01.820
หมายถึง อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น

00:16:01.844 --> 00:16:06.255
เช่น การโยนเหรียญครั้งละ 1 เหรียญ

00:16:06.584 --> 00:16:10.214
แต่ละครั้งเหรียญจะขึ้นหัวหรือก้อย

00:16:10.239 --> 00:16:11.821
เพียงอย่างเดียวเท่านั้นใช่ไหมครับ

00:16:12.117 --> 00:16:13.321
เวลาเราโยนเหรียญน่ะ

00:16:13.345 --> 00:16:16.455
เราไม่สามารถทำให้เหรียญขึ้นทั้งหัวทั้งก้อย

00:16:16.618 --> 00:16:17.955
พร้อมกันได้ใช่ไหมครับ

00:16:18.165 --> 00:16:19.597
เพราะฉะนั้นต้องเป็นอย่างใดอย่างหนึ่ง

00:16:19.622 --> 00:16:20.355
เท่านั้นนะครับ

00:16:21.090 --> 00:16:22.664
แต่ส่วนกรณี 2 นี่

00:16:23.102 --> 00:16:25.088
หมายถึง อย่างใดอย่างหนึ่ง

00:16:25.112 --> 00:16:26.655
หรือว่าทั้ง 2 อย่างก็ได้

00:16:26.879 --> 00:16:31.087
เช่น ครูจะให้รางวัลแก่นักเรียนที่เรียนดี

00:16:31.482 --> 00:16:34.666
หรือนักเรียนที่ช่วยกิจกรรมของโรงเรียนนะครับ

00:16:35.091 --> 00:16:36.500
เพราะฉะนั้น นักเรียนที่เรียนดี

00:16:36.524 --> 00:16:37.921
ก็จะได้รางวัลใช่ไหมครับ

00:16:38.230 --> 00:16:40.468
และนักเรียนที่ช่วยกิจกรรมของโรงเรียน

00:16:40.492 --> 00:16:41.821
ก็จะได้รางวัลนะครับ

00:16:42.340 --> 00:16:44.304
และถ้าเกิดนักเรียนทั้งเรียนดี

00:16:44.328 --> 00:16:46.355
และช่วยกิจกรรมของโรงเรียนด้วยนี่

00:16:46.796 --> 00:16:48.688
ก็ต้องได้รางวัลเหมือนกันใช่ไหมครับ

00:16:49.289 --> 00:16:51.172
ดังนั้นนะครับ ดูตรงนี้ครับ

00:16:51.570 --> 00:16:54.321
ในทางตรรกศาสตร์นะครับ เขาบอกว่าอะไรครับ

00:16:54.723 --> 00:16:57.221
มีข้อตกลงว่าตัวเชื่อม หรือ นี่

00:16:57.482 --> 00:16:59.307
จะหมายถึงกรณีที่ 2

00:16:59.331 --> 00:17:03.255
คือ อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือว่าทั้ง 2 อย่างก็ได้

00:17:03.625 --> 00:17:06.021
จำให้ดีนะครับนักเรียน อย่าสับสนนะครับ

00:17:06.462 --> 00:17:08.721
อย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้ง 2 อย่างก็ได้นะครับ

00:17:10.607 --> 00:17:11.276
ต่อไปนะครับ

00:17:11.301 --> 00:17:12.470
ครูฟิวจะให้นักเรียน

00:17:12.495 --> 00:17:15.035
มาดูสถานการณ์ตัวอย่างต่อไปนี้นะครับ

00:17:15.687 --> 00:17:18.052
ถ้าเกิดครูฟิวให้ประพจน์ p แทนข้อความ

00:17:18.076 --> 00:17:19.368
ต้นน้ำเลี้ยงแมว

00:17:19.877 --> 00:17:21.901
และประพจน์ q แทนข้อความอะไรครับ

00:17:22.328 --> 00:17:24.588
ต้นน้ำเลี้ยงนกใช่ไหมครับ

00:17:24.944 --> 00:17:27.418
ครูฟิวก็จะได้อะไรครับ

00:17:27.531 --> 00:17:30.080
ประพจน์ p∨q แทนข้อความอะไรครับ

00:17:31.165 --> 00:17:32.672
ต้นน้ำเลี้ยงแมว

00:17:32.696 --> 00:17:34.555
หรือต้นน้ำเลี้ยงนกนะครับ

00:17:34.924 --> 00:17:36.433
หรือบางทีเราจะเขียนโดยย่อ ๆ

00:17:36.457 --> 00:17:37.391
ได้เป็นอะไรครับ

00:17:37.545 --> 00:17:39.915
ต้นน้ำเลี้ยงแมวหรือนกใช่ไหมครับ

00:17:40.922 --> 00:17:42.665
ต่อไปครูฟิวจะให้นักเรียน

00:17:42.957 --> 00:17:44.811
พิจารณาค่าความจริงนะครับ

00:17:44.916 --> 00:17:46.621
จากรูปภาพของครูฟิวนะครับ

00:17:47.076 --> 00:17:50.867
รูปที่ 1 นี่ เราจะสังเกตเห็นว่าอะไรครับ

00:17:51.183 --> 00:17:52.455
ต้นน้ำเลี้ยงทั้งแมว

00:17:52.479 --> 00:17:54.257
แล้วก็เลี้ยงทั้งนกด้วยใช่ไหมครับ

00:17:54.716 --> 00:17:57.555
เพราะฉะนั้นนี่ ประพจน์ p ค่าความจริง

00:17:58.088 --> 00:17:59.220
เป็นจริงหรือเป็นเท็จครับ

00:17:59.619 --> 00:18:00.955
เพราะเมื่อกี้เขาบอกว่าอะไรครับ

00:18:01.108 --> 00:18:02.547
ต้นน้ำเลี้ยงแมว

00:18:03.245 --> 00:18:05.488
เพราะฉะนั้น ต้นน้ำมีแมวอยู่ตรงนี้ใช่ไหมครับ

00:18:05.512 --> 00:18:08.602
แมวมีค่าความจริงเป็นจริง

00:18:09.028 --> 00:18:12.395
และประพจน์ q แทนข้อความต้นน้ำเลี้ยงนก

00:18:12.893 --> 00:18:13.688
เห็นนกไหมครับ

00:18:14.195 --> 00:18:17.955
เพราะฉะนั้น ประพจน์ q มีค่าความจริงเป็นจริง

00:18:18.543 --> 00:18:20.151
เพราะฉะนั้น ต้นน้ำเลี้ยงทั้ง 2 อย่างเลย

00:18:20.175 --> 00:18:20.721
ใช่ไหมครับ

00:18:22.157 --> 00:18:23.721
ต้นน้ำเลี้ยงแมวหรือนก

00:18:23.986 --> 00:18:25.888
จะมีค่าความจริงเป็นจริงหรือเป็นเท็จครับ

00:18:26.233 --> 00:18:28.355
ก็ต้นน้ำเลี้ยงทั้ง 2 อย่างเลยใช่ไหมครับ

00:18:28.825 --> 00:18:31.588
ดังนั้น จึงมีค่าความจริงเป็นจริง

00:18:32.235 --> 00:18:32.988
โอเคนะครับ

00:18:34.948 --> 00:18:37.455
ต่อไปมาดูรูปภาพรูปที่ 2 นะครับ

00:18:37.938 --> 00:18:39.052
เพราะฉะนั้นนี่

00:18:39.204 --> 00:18:41.521
รูปภาพรูปที่ 2 แทนสถานการณ์อะไรนี่

00:18:41.977 --> 00:18:43.388
ต้นน้ำเลี้ยงแมวเฉย ๆ

00:18:43.419 --> 00:18:45.521
รอบนี้ต้นน้ำไม่มีนกแล้วนะครับ

00:18:45.935 --> 00:18:47.379
เพราะฉะนั้น ตรงนี้นะครับ

00:18:48.010 --> 00:18:50.616
p ที่แทนข้อความต้นน้ำเลี้ยงแมว

00:18:50.640 --> 00:18:52.414
มีค่าความจริงเป็นจริงหรือเป็นเท็จครับ

00:18:53.036 --> 00:18:55.388
มีค่าความจริงเป็นจริง

00:18:56.291 --> 00:18:58.255
ส่วนประพจน์ q ต้นน้ำเลี้ยงนก

00:18:58.873 --> 00:19:00.588
มีค่าความจริงเป็นจริงหรือเท็จครับ

00:19:00.910 --> 00:19:02.455
ต้นน้ำไม่ได้เลี้ยงนกใช่ไหมครับ

00:19:02.753 --> 00:19:04.855
เพราะฉะนั้น มีค่าความจริงเป็นเท็จ

00:19:05.908 --> 00:19:08.748
มาดูตรงนี้ครับ ต้นน้ำเลี้ยงแมวหรือนก

00:19:10.212 --> 00:19:12.748
ตัวเชื่อม "หรือ" ครูฟิวได้บอกไปแล้วใช่ไหมครับ

00:19:12.773 --> 00:19:14.421
ว่าอย่างใดอย่างหนึ่ง

00:19:14.445 --> 00:19:16.100
หรือทั้ง 2 อย่างก็ได้ใช่ไหมครับ

00:19:16.465 --> 00:19:17.588
เพราะฉะนั้น เราเห็นว่า

00:19:17.612 --> 00:19:19.255
ต้นน้ำเลี้ยงแมวถูกไหมครับ

00:19:19.679 --> 00:19:21.788
ดังนั้น ประพจน์ p∨q

00:19:21.812 --> 00:19:23.988
มีค่าความจริงเป็นจริงหรือเป็นเท็จครับนักเรียน

00:19:24.984 --> 00:19:27.267
มีค่าความจริงเป็นจริง

00:19:27.291 --> 00:19:30.088
เพราะว่าต้นน้ำเลี้ยงแมวแล้วใช่ไหมครับ

00:19:32.680 --> 00:19:35.133
ต่อไปรูปภาพที่ 3

00:19:35.157 --> 00:19:37.760
แทนสถานการณ์ต้นน้ำเลี้ยงนก

00:19:37.963 --> 00:19:39.521
ต้นน้ำไม่มีแมวแล้วนะครับ

00:19:40.038 --> 00:19:41.252
เพราะฉะนั้น ประพจน์ p

00:19:41.276 --> 00:19:43.165
ที่แทนข้อความต้นน้ำเลี้ยงแมวนี่

00:19:43.499 --> 00:19:45.255
มีค่าความจริงเป็นจริงหรือเป็นเท็จครับ

00:19:46.475 --> 00:19:49.488
มีค่าความจริงเป็นเท็จถูกไหมครับ

00:19:50.435 --> 00:19:52.521
ส่วนประพจน์ q ต้นน้ำเลี้ยงนก

00:19:52.983 --> 00:19:54.855
มีค่าความจริงเป็นจริงหรือเป็นเท็จครับ

00:19:55.890 --> 00:19:58.188
มีค่าความจริงเป็นจริง

00:19:58.921 --> 00:20:01.055
และเราจะได้ประพจน์ p∨q

00:20:01.079 --> 00:20:03.355
ที่แทนข้อความต้นน้ำเลี้ยงแมวหรือนก

00:20:03.840 --> 00:20:05.488
มีค่าความจริงเป็นจริงหรือเท็จครับ

00:20:06.334 --> 00:20:08.284
ต้นน้ำเลี้ยงนกอย่างหนึ่งแล้วใช่ไหมครับ

00:20:08.572 --> 00:20:10.378
เพราะฉะนั้น คำว่า "หรืออย่างใดอย่างหนึ่ง"

00:20:10.402 --> 00:20:12.255
"หรือทั้ง 2 อย่าง" ก็ได้ใช่ไหมครับ

00:20:12.599 --> 00:20:14.931
เพราะฉะนั้น ประพจน์ p∨q

00:20:15.176 --> 00:20:17.655
จึงมีค่าความจริงเป็นจริง

00:20:18.860 --> 00:20:19.888
แบบนี้นะครับ

00:20:21.644 --> 00:20:23.488
ส่วนข้อที่ 4 นะครับ

00:20:25.298 --> 00:20:27.588
ต้นน้ำไม่มีสัตว์เลี้ยงเลยนะครับ

00:20:28.157 --> 00:20:30.655
เพราะฉะนั้นนี่ ประพจน์ p

00:20:30.679 --> 00:20:33.088
ที่แทนข้อความต้นน้ำเลี้ยงแมว

00:20:33.440 --> 00:20:35.055
มีค่าความจริงเป็นจริงหรือเท็จครับ

00:20:35.739 --> 00:20:36.959
เป็นเท็จ

00:20:37.605 --> 00:20:40.555
และประพจน์ q ที่แทนข้อความต้นน้ำเลี้ยงนก

00:20:41.030 --> 00:20:42.588
มีค่าความจริงเป็นจริงหรือเท็จครับ

00:20:43.399 --> 00:20:45.055
ก็เป็นเท็จเหมือนกันใช่ไหมครับ

00:20:45.618 --> 00:20:47.023
เพราะฉะนั้น ประพจน์ p∨q

00:20:47.047 --> 00:20:49.210
ที่แทนข้อความต้นน้ำเลี้ยงแมวหรือนก

00:20:49.595 --> 00:20:51.588
มีแมวมีนกไหมครับในรูปภาพ

00:20:52.070 --> 00:20:53.179
ไม่มีใช่ไหมครับ

00:20:53.498 --> 00:20:55.156
เพราะฉะนั้น ต้นน้ำเลี้ยงแมวหรือนก

00:20:55.180 --> 00:20:56.855
มีค่าความจริงเป็นจริงหรือเท็จครับ

00:20:57.632 --> 00:20:59.788
มีค่าความจริงเป็นเท็จ

00:21:00.586 --> 00:21:03.517
โอเคไหมครับ ไม่ยากนะครับ ตามทันนะครับ

00:21:05.315 --> 00:21:07.946
หลังจากที่นักเรียนนะครับ ได้ช่วยครูฟิวนะครับ

00:21:07.971 --> 00:21:10.879
หาค่าความจริงของประพจน์ p∨q นะครับ

00:21:10.903 --> 00:21:14.055
จากสถานการณ์ต้นน้ำเลี้ยงแมวหรือนกนะครับ

00:21:14.503 --> 00:21:16.785
นักเรียนก็จะสามารถเขียนสรุป

00:21:16.970 --> 00:21:20.155
เป็นตารางค่าความจริงของประพจน์ p∨q

00:21:20.476 --> 00:21:21.821
ได้ดังที่เห็นนะครับ

00:21:22.263 --> 00:21:23.804
ซึ่งนักเรียนสังเกตอะไรไหมครับ

00:21:23.989 --> 00:21:25.234
ประพจน์ p∨q

00:21:25.258 --> 00:21:28.955
ก็จะมีค่าความจริงเป็นเท็จเพียงกรณีเดียว

00:21:29.223 --> 00:21:33.988
ในกรณีที่ p เป็นเท็จ และ q เป็นเท็จนะครับ

00:21:35.108 --> 00:21:39.603
ให้นึกถึงตัวอย่างที่ต้นน้ำไม่ได้เลี้ยงทั้งแมว

00:21:39.627 --> 00:21:41.614
แล้วก็ไม่ได้เลี้ยงทั้งนกนะครับ

00:21:42.057 --> 00:21:43.444
ส่วนกรณีอื่น ๆ

00:21:43.468 --> 00:21:46.655
จะมีค่าความจริงเป็นจริงหมดเลยนะครับ

00:21:50.679 --> 00:21:51.940
เป็นอย่างไรกันบ้างครับนักเรียน

00:21:51.965 --> 00:21:54.988
สำหรับสิ่งที่เราได้เรียนกันในวันนี้นะครับ

00:21:55.304 --> 00:21:57.185
ครูฟิวอยากให้นักเรียนช่วยกันสรุป

00:21:57.209 --> 00:21:59.588
สิ่งที่ได้เรียนรู้กันอีกหนึ่งครั้งนะครับ

00:22:00.117 --> 00:22:02.121
เริ่มจากนิเสธของประพจน์นะครับ

00:22:02.494 --> 00:22:04.094
ค่าความจริงของนิเสธของประพจน์

00:22:04.118 --> 00:22:04.954
จะเป็นอย่างไรครับ

00:22:05.426 --> 00:22:07.821
จะตรงข้ามกับค่าความจริง

00:22:07.845 --> 00:22:09.355
ของประพจน์เดิมเสมอนะครับ

00:22:09.985 --> 00:22:11.833
ตัวอย่างเช่น ถ้าเกิดประพจน์ p

00:22:11.857 --> 00:22:13.514
มีค่าความจริงเป็นจริงนะครับ

00:22:13.890 --> 00:22:16.888
นิเสธของประพจน์ p ก็จะมีค่าความจริงเป็นเท็จ

00:22:17.147 --> 00:22:18.755
ดังตารางที่นักเรียนเห็นนะครับ

00:22:19.713 --> 00:22:22.421
และประพจน์ที่มีตัวเชื่อม "และ" นะครับ

00:22:23.416 --> 00:22:27.055
จะมีค่าความจริงเป็นจริงเพียง 1 กรณี

00:22:28.150 --> 00:22:29.088
กรณีไหนครับ

00:22:29.590 --> 00:22:32.321
ก็เป็นกรณีที่ประพจน์ที่นำมาเชื่อมกัน

00:22:32.345 --> 00:22:35.155
มีค่าความจริงเป็นจริงทั้งคู่นะครับ

00:22:35.434 --> 00:22:37.311
ส่วนกรณีอื่นๆ นอกเหนือจากนี้

00:22:37.335 --> 00:22:40.688
จะมีค่าความจริงเป็นเท็จหมดเลยนะครับ

00:22:41.858 --> 00:22:44.055
และตัวเชื่อมสุดท้ายคือตัวเชื่อมอะไรครับ

00:22:44.701 --> 00:22:46.955
ตัวเชื่อมสุดท้าย ก็คือตัวเชื่อม "หรือ"

00:22:47.310 --> 00:22:49.555
สำหรับการเชื่อมประพจน์ด้วยตัวเชื่อม "หรือ" นี่

00:22:50.437 --> 00:22:53.888
จะมีค่าความจริงเป็นเท็จเพียง 1 กรณีนะครับ

00:22:55.540 --> 00:22:56.463
กรณีไหนครับ

00:22:56.702 --> 00:22:59.788
กรณีที่ค่าความจริงของประพจน์

00:23:00.399 --> 00:23:02.612
ที่นำมาเชื่อมกันด้วยตัวเชื่อม "หรือ"

00:23:02.636 --> 00:23:05.421
มีค่าความจริงเป็นเท็จทั้งคู่นะครับ

00:23:05.785 --> 00:23:08.600
ส่วนกรณีอื่น ๆ ของการเชื่อมประพจน์

00:23:08.624 --> 00:23:09.488
ด้วยตัวเชื่อม "หรือ"

00:23:09.512 --> 00:23:11.788
ก็จะมีค่าความจริงเป็นจริงนะครับ

00:23:13.150 --> 00:23:14.755
อย่าลืมกลับไปทบทวนนะครับ

00:23:15.073 --> 00:23:17.358
แล้วพบกันใหม่ในคลิปหน้านะครับ

00:23:17.383 --> 00:23:18.855
สำหรับวันนี้ สวัสดีครับ

00:23:21.941 --> 00:23:40.872
[เสียงดนตรี]