﻿WEBVTT

00:00:00.015 --> 00:00:31.998
[เสียงดนตรี]

00:00:32.228 --> 00:00:33.656
(คุณครูวิศวัฒน์) สวัสดีครับนักเรียนทุกคน

00:00:33.763 --> 00:00:36.296
วันนี้นะครับ นักเรียนทุกคนอยู่กับครูฟิวนะครับ

00:00:36.820 --> 00:00:37.628
แล้ววันนี้นะครับ

00:00:37.628 --> 00:00:39.952
ครูฟิวจะมาสอนในวิชาคณิตศาสตร์

00:00:39.976 --> 00:00:42.721
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 นะครับ

00:00:43.073 --> 00:00:45.788
สำหรับหัวข้อที่ครูฟิวเตรียมมาสอนนักเรียนในวันนี้

00:00:45.812 --> 00:00:46.745
มีอะไรกันบ้าง

00:00:47.108 --> 00:00:49.548
ขอเชิญนักเรียนทุกคน ไปรับชมกันเลยดีกว่าครับ

00:00:50.913 --> 00:00:51.725
นักเรียนรู้ไหมครับ

00:00:51.750 --> 00:00:53.215
ว่าตรรกศาสตร์นี่ครับ

00:00:53.239 --> 00:00:56.408
มีความสำคัญต่อวิชาคณิตศาสตร์มากเลย

00:00:56.408 --> 00:00:57.911
เพราะว่าตรรกศาสตร์นี่

00:00:58.121 --> 00:01:00.155
เป็นรากฐาน และเครื่องมือสำคัญ

00:01:00.179 --> 00:01:02.221
ที่ใช้ในการสื่อสาร และสื่อความหมาย

00:01:02.245 --> 00:01:03.482
ในวิชาคณิตศาสตร์ครับ

00:01:03.908 --> 00:01:06.155
ซึ่งผู้ที่ริเริ่มศึกษาตรรกศาสตร์

00:01:06.179 --> 00:01:07.422
อย่างเป็นระบบนะครับ

00:01:07.664 --> 00:01:09.121
และได้รับการยกย่อง

00:01:09.145 --> 00:01:10.995
ว่าเป็นบิดาของวิชาตรรกศาสตร์

00:01:11.130 --> 00:01:12.888
ก็คือ Aristotle นะครับ

00:01:13.098 --> 00:01:14.228
ซึ่งเป็นนักปรัชญา

00:01:14.252 --> 00:01:16.600
และนักวิทยาศาสตร์ชาวกรีกนั่นเอง

00:01:17.468 --> 00:01:19.301
สำหรับการเรียนในครั้งนี้นะครับ

00:01:19.471 --> 00:01:21.530
จะมีวัตถุประสงค์อยู่ 2 ข้อนะครับ

00:01:21.649 --> 00:01:24.818
ซึ่งข้อ 1 คือ บอกความหมายของประพจน์นะครับ

00:01:25.206 --> 00:01:29.003
และข้อ 2 คือ จำแนกข้อความว่าเป็นประพจน์

00:01:29.028 --> 00:01:30.840
หรือว่าไม่เป็นประพจน์นะครับ

00:01:32.635 --> 00:01:33.278
นักเรียนครับ

00:01:33.488 --> 00:01:34.928
ก่อนที่นักเรียนนะครับ

00:01:35.170 --> 00:01:37.561
จะเข้าสู่บทเรียนของเรานะครับ

00:01:37.937 --> 00:01:39.798
ครูฟิว อยากให้นักเรียนช่วยกัน

00:01:39.822 --> 00:01:41.650
พิจารณาประโยคต่อไปนี้นะครับ

00:01:41.675 --> 00:01:43.861
ว่าประโยคที่ครูฟิวกำหนดให้นี่

00:01:44.163 --> 00:01:45.392
เป็นจริง หรือเป็นเท็จ

00:01:45.737 --> 00:01:46.855
หรือว่าไม่สามารถบอกได้

00:01:46.879 --> 00:01:48.412
ว่าเป็นจริง หรือเป็นเท็จนะครับ

00:01:48.872 --> 00:01:50.878
สำหรับประโยคที่ครูฟิวกำหนดให้นะครับ

00:01:51.358 --> 00:01:52.307
มี 3 ประโยค

00:01:52.477 --> 00:01:54.584
ได้แก่ ค้างคาวเป็นสัตว์ปีก

00:01:55.270 --> 00:01:56.747
1 + 1 = 2

00:01:57.288 --> 00:01:58.755
เพื่อนของผมเป็นคนดี

00:01:59.120 --> 00:02:00.752
ถ้าพร้อมแล้วช่วยกันคิดด้วยนะครับ

00:02:04.124 --> 00:02:05.977
ต่อไป ครูฟิวจะเริ่มเฉลยแล้วนะครับ

00:02:08.132 --> 00:02:09.603
สำหรับประโยคที่เป็นจริง

00:02:09.722 --> 00:02:12.251
คือ 1 + 1 = 2 นะครับ

00:02:12.667 --> 00:02:15.197
และประโยคที่เป็นเท็จ คือ ค้างคาวเป็นสัตว์ปีก

00:02:15.750 --> 00:02:17.768
จริง ๆ ค้างคาวไม่ใช่สัตว์ปีกนะครับ

00:02:17.768 --> 00:02:20.155
ค้างคาว คือ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมนะครับ

00:02:20.719 --> 00:02:22.255
และประโยคที่ไม่สามารถบอกได้

00:02:22.279 --> 00:02:23.528
ว่าเป็นจริง หรือเป็นเท็จ

00:02:23.616 --> 00:02:26.778
ได้แก่ เพื่อนของผมเป็นคนดีนั่นเอง

00:02:27.603 --> 00:02:29.562
เป็นอย่างไรครับ ถูกกันหมดทุกคนไหมครับ

00:02:31.601 --> 00:02:34.054
นักเรียนครับ นักเรียนอาจจะสงสัยใช่ไหมครับ

00:02:34.078 --> 00:02:37.226
ว่าครูฟิวนี่ ให้นักเรียนพิจารณากันไปทำไม

00:02:37.250 --> 00:02:39.726
ว่าประโยคที่ครูกำหนดให้เป็นจริง หรือเป็นเท็จ

00:02:40.101 --> 00:02:41.821
เพราะฉะนั้น เรามารู้จักคำศัพท์

00:02:41.845 --> 00:02:43.032
คำศัพท์นี้กันดีกว่าครับ

00:02:43.342 --> 00:02:44.523
คำว่า "ประพจน์"

00:02:45.072 --> 00:02:47.886
ประพจน์ ก็คือประโยค หรือข้อความที่เป็นจริง

00:02:47.910 --> 00:02:50.056
หรือเป็นเท็จอย่างใดอย่างหนึ่ง เท่านั้นนะครับ

00:02:50.543 --> 00:02:52.260
ซึ่งประโยค หรือข้อความดังกล่าว

00:02:52.285 --> 00:02:53.911
จะอยู่ในรูปประโยคบอกเล่า

00:02:53.935 --> 00:02:55.344
หรือประโยคปฏิเสธก็ได้

00:02:55.668 --> 00:02:57.671
นี่คือความหมายของคำว่า "ประพจน์" นะครับ

00:03:01.470 --> 00:03:02.468
ตอนนี้เรารู้ความหมาย

00:03:02.492 --> 00:03:03.889
ของประพจน์กันแล้วใช่ไหมครับ

00:03:04.352 --> 00:03:06.154
เราลองย้อนกลับมาดูตัวอย่าง

00:03:06.179 --> 00:03:08.483
ที่ครูให้เมื่อสักครู่นี้นะครับ

00:03:09.108 --> 00:03:10.829
ประโยคที่เป็นจริงนะครับ

00:03:10.944 --> 00:03:13.724
ก็ได้แก่ 1 + 1 = 2 ถูกไหมครับ

00:03:13.968 --> 00:03:15.121
และประโยคที่เป็นเท็จ

00:03:15.224 --> 00:03:16.915
ได้แก่ ค้างคาวเป็นสัตว์ปีก

00:03:17.272 --> 00:03:19.687
2 ประโยคนี้ เราสามารถบอกได้อย่างแน่ชัด

00:03:19.711 --> 00:03:20.775
ว่าเป็นจริง หรือเป็นเท็จ

00:03:20.886 --> 00:03:21.351
ถูกไหมครับ

00:03:21.799 --> 00:03:23.188
เพราะฉะนั้นนี่ 2 ประโยคนี้

00:03:23.213 --> 00:03:25.939
เราถือว่าเป็นประพจน์นะครับ

00:03:26.288 --> 00:03:27.296
เป็นประพจน์

00:03:32.128 --> 00:03:34.592
และในส่วนประโยค ที่ไม่สามารถบอกได้

00:03:34.616 --> 00:03:36.334
ว่าเป็นจริง หรือเป็นเท็จนะครับ

00:03:36.499 --> 00:03:39.221
เป็นจริง หรือเป็นเท็จ อย่างใดอย่างหนึ่งนะครับ

00:03:39.721 --> 00:03:41.563
ก็คือเพื่อนของผมเป็นคนดี

00:03:42.090 --> 00:03:45.109
เราจึงถือว่าประโยคนี้ไม่เป็นประพจน์

00:03:54.141 --> 00:03:55.555
ถามว่าบางคนอาจจะรู้สึก

00:03:55.579 --> 00:03:58.147
ว่าทำไมเพื่อนของผมเป็นคนดี ถึงไม่เป็นประพจน์

00:03:58.575 --> 00:04:00.898
บางคนอาจจะคิด ว่าเพื่อนเราก็เป็นคนดีนะ

00:04:00.984 --> 00:04:03.005
เป็นจริง แต่อย่าลืมนะครับ

00:04:03.199 --> 00:04:05.921
การเป็นคนดีนี่ แต่ละคนมีเกณฑ์

00:04:05.945 --> 00:04:08.612
และความรู้สึกในการตัดสิน ไม่เท่ากัน

00:04:08.659 --> 00:04:09.643
เพราะฉะนั้นนี่

00:04:09.723 --> 00:04:12.592
เราจึงไม่สามารถบอกได้อย่างแน่ชัดครับ

00:04:12.624 --> 00:04:14.970
ว่าเป็นจริง หรือเป็นเท็จอย่างใดอย่างหนึ่ง

00:04:15.688 --> 00:04:16.830
โอเคนะครับนักเรียน

00:04:20.264 --> 00:04:20.883
นักเรียนครับ

00:04:21.236 --> 00:04:22.420
ในตรรกศาสตร์นี่

00:04:22.918 --> 00:04:26.156
การที่เป็นจริง หรือเป็นเท็จของแต่ละประพจน์นี่

00:04:26.468 --> 00:04:27.288
เราเรียกว่า

00:04:27.394 --> 00:04:29.529
"ค่าความจริงของประพจน์" ครับนักเรียน

00:04:29.956 --> 00:04:32.059
เช่น 3 = 1 + 2

00:04:32.084 --> 00:04:33.494
ซึ่งเรารู้อยู่แล้วใช่ไหมครับ

00:04:33.518 --> 00:04:34.988
ว่า 1 + 2 ได้ 3

00:04:35.455 --> 00:04:38.042
เพราะฉะนั้นนี่ 3 = 1 + 2

00:04:38.066 --> 00:04:41.049
จึงเป็นประพจน์ที่มีค่าความจริง เป็นจริง

00:04:41.311 --> 00:04:44.615
หรือเรากล่าวสั้น ๆ ได้ว่า 3 = 1 + 2

00:04:44.972 --> 00:04:46.786
เป็นประพจน์ที่เป็นจริง

00:04:47.242 --> 00:04:48.848
นอกจากนี้นะครับนักเรียน

00:04:48.848 --> 00:04:49.873
ข้อความ หรือประโยค

00:04:49.897 --> 00:04:52.248
ที่ไม่ได้อยู่ในรูปของประโยคบอกเล่า

00:04:52.272 --> 00:04:53.478
หรือประโยคปฏิเสธ

00:04:54.025 --> 00:04:55.988
ไม่เป็นประพจน์นะครับ

00:04:56.379 --> 00:05:01.459
เช่น คำถาม, คำสั่ง, ห้าม, ขอร้อง, อ้อนวอน

00:05:01.968 --> 00:05:04.039
ประโยคแสดงความปรารถนา

00:05:04.337 --> 00:05:05.829
หรือประโยคอุทาน

00:05:06.160 --> 00:05:08.194
ประโยคพวกนี้ จะไม่เป็นพระพจน์

00:05:08.842 --> 00:05:10.234
จำให้ดีนะครับนักเรียน

00:05:13.100 --> 00:05:14.588
นักเรียนครับ ต่อไปนี้

00:05:14.612 --> 00:05:16.459
จะเป็นตัวอย่างของประโยค

00:05:16.483 --> 00:05:18.468
หรือข้อความที่เป็นประพจน์ใช่ไหมครับ

00:05:18.766 --> 00:05:20.687
แต่ครูฟิวนี่ อยากให้นักเรียน

00:05:21.103 --> 00:05:23.035
ช่วยกันมีส่วนร่วมนะครับ

00:05:23.060 --> 00:05:24.825
ในการพิจารณาว่าข้อความ

00:05:24.849 --> 00:05:26.618
ที่ครูฟิวกำหนดมาให้นั้นนี่

00:05:26.963 --> 00:05:28.849
มีค่าความจริง เป็นจริง

00:05:28.874 --> 00:05:30.220
หรือค่าความจริงเป็นเท็จ

00:05:30.786 --> 00:05:32.616
เพราะฉะนั้น ขอให้นักเรียนทุกคน

00:05:32.641 --> 00:05:36.821
Pause วิดีโอไว้นะครับ แล้วก็ช่วยกันพิจารณานะ

00:05:36.846 --> 00:05:38.427
ว่าเป็นจริง หรือเป็นเท็จนะครับ

00:05:42.748 --> 00:05:44.526
ต่อไปครูฟิวจะเฉลยแล้วนะครับ

00:05:46.220 --> 00:05:47.457
ดาวพุธเป็นดาวเคราะห์

00:05:47.639 --> 00:05:49.813
เป็นประพจน์ที่มีค่าความจริง เป็นจริง

00:05:49.838 --> 00:05:50.691
หรือเป็นเท็จครับ

00:05:51.457 --> 00:05:52.917
ดาวพุธเป็นดาวเคราะห์ไหมครับ

00:05:53.909 --> 00:05:54.792
เป็นใช่ไหมครับ

00:05:55.136 --> 00:05:56.729
เพราะฉะนั้น ดาวพุธเป็นดาวเคราะห์

00:05:56.753 --> 00:06:00.629
จึงเป็นประพจน์ที่มีค่าความจริง เป็นจริง

00:06:06.981 --> 00:06:10.451
จังหวัดเชียงใหม่ไม่อยู่ในภาคใต้ของประเทศไทย

00:06:11.097 --> 00:06:13.275
จังหวัดเชียงใหม่อยู่ทางภาคเหนือใช่ไหมครับ

00:06:13.601 --> 00:06:14.234
เพราะฉะนั้น

00:06:14.896 --> 00:06:18.611
เป็นประพจน์ที่มีค่าความจริงเป็นจริง

00:06:19.153 --> 00:06:19.915
โอเคนะครับ

00:06:20.817 --> 00:06:23.244
เป็นประพจน์ที่มีค่าความจริงเป็นจริงนะครับ

00:06:25.454 --> 00:06:27.165
9 ≠ 3 ถูกไหมครับ

00:06:27.919 --> 00:06:28.796
ถูกแล้วนะครับ

00:06:29.149 --> 00:06:30.963
เพราะฉะนั้น 9 ≠ 3

00:06:31.188 --> 00:06:33.954
เป็นประพจน์ที่มีค่าความจริงเป็นจริง

00:06:39.637 --> 00:06:43.415
17 + 8 ≠ 25 เราลองมาคิดดูครับ

00:06:44.089 --> 00:06:45.765
17 + 8 = เท่าไรครับ

00:06:46.634 --> 00:06:48.946
17 + 8 = 25 ใช่ไหมครับ

00:06:49.354 --> 00:06:51.731
แล้ว 25 ≠ 25 ได้ไหมครับ

00:06:53.341 --> 00:06:54.468
ไม่จริงแล้วใช่ไหมครับ

00:06:54.865 --> 00:06:58.021
เพราะฉะนั้น 17 + 8 ≠ 25

00:06:58.351 --> 00:07:01.442
เป็นปรากฏที่มีค่าความจริงเป็นเท็จครับ

00:07:07.815 --> 00:07:09.488
พายเป็นจำนวนตรรกยะ

00:07:09.762 --> 00:07:12.583
จริง ๆ แล้วพายเป็นจำนวนอตรรกยะนะครับ

00:07:12.890 --> 00:07:13.671
เพราะฉะนั้น

00:07:13.705 --> 00:07:16.403
เป็นประพจน์ที่มีค่าความจริงเป็นเท็จ

00:07:22.966 --> 00:07:25.520
เซตว่าง เป็นสับเซตของเซตทุกเซต

00:07:26.065 --> 00:07:27.784
อันนี้เป็นความรู้ในบทที่แล้วนะครับ

00:07:28.268 --> 00:07:30.717
เซตว่างเป็นสับเซตของเซตทุกเซต จริงไหมครับ

00:07:31.760 --> 00:07:32.570
จริงนะครับ

00:07:32.827 --> 00:07:35.150
เพราะฉะนั้น เป็นประพจน์ที่มีค่าความจริง

00:07:35.175 --> 00:07:36.639
เป็นจริงครับ

00:07:39.021 --> 00:07:40.334
ไม่ยากใช่ไหมครับนักเรียน

00:07:44.093 --> 00:07:44.712
นักเรียนครับ

00:07:45.773 --> 00:07:48.182
ต่อไปจะเป็นตัวอย่างของประโยค หรือข้อความ

00:07:48.206 --> 00:07:49.527
ที่ไม่เป็นประพจน์นะครับ

00:07:50.360 --> 00:07:52.055
มีอะไรบ้าง เรามาดูกันดีกว่าครับ

00:07:53.220 --> 00:07:54.274
ฝนตกหรือเปล่า

00:07:55.055 --> 00:07:56.308
อย่าเดินลัดสนาม

00:07:56.973 --> 00:07:57.660
ช่วยด้วย

00:07:58.417 --> 00:07:59.988
กรุณาเปิดหน้าต่างด้วย

00:08:00.491 --> 00:08:01.378
ได้โปรดเถิด

00:08:02.136 --> 00:08:03.074
น่ากลัวจริง

00:08:03.867 --> 00:08:04.802
ออกไปให้พ้น

00:08:05.782 --> 00:08:07.211
ขออภัยในความไม่สะดวก

00:08:07.842 --> 00:08:09.021
อยากไปเที่ยวเหลือเกิน

00:08:10.151 --> 00:08:11.572
นักเรียนสังเกตเห็นอะไรไหมครับ

00:08:12.425 --> 00:08:13.588
ประโยคพวกนี้

00:08:13.981 --> 00:08:15.800
เราบอกได้ไหมครับว่าเป็นจริงหรือเป็นเท็จ

00:08:17.088 --> 00:08:18.523
เราบอกไม่ได้นะครับ

00:08:18.563 --> 00:08:20.538
ว่าเป็นจริง หรือเป็นเท็จอย่างใดอย่างหนึ่ง

00:08:20.983 --> 00:08:23.110
และนอกจากนี้ บางประโยคในนี้ครับ

00:08:23.443 --> 00:08:25.096
มาอยู่ในรูปของประโยคบอกเล่า

00:08:25.121 --> 00:08:26.976
และประโยคปฏิเสธด้วยใช่ไหมครับ

00:08:27.328 --> 00:08:29.355
เพราะฉะนั้น เราจึงสามารถสรุป

00:08:29.379 --> 00:08:31.292
ได้อย่างง่ายดายเลยทีเดียวว่า

00:08:31.572 --> 00:08:34.005
ประโยคพวกนี้ ไม่เป็นประพจน์

00:08:34.683 --> 00:08:36.546
โอเคนะครับ ไม่ยากใช่ไหมครับ

00:08:39.419 --> 00:08:41.770
สำหรับตัวอย่างสุดท้ายของเราในวันนี้นะครับ

00:08:42.512 --> 00:08:44.048
ครูฟิวอยากให้นักเรียนทุกคน

00:08:44.072 --> 00:08:45.572
ช่วยกันพิจารณาประโยค

00:08:45.596 --> 00:08:47.106
หรือข้อความต่อไปนี้นะครับ

00:08:47.130 --> 00:08:48.902
ว่าเป็นประพจน์หรือไม่

00:08:49.179 --> 00:08:51.349
แต่นักเรียนไม่ต้องหาค่าความจริงก็ได้นะครับ

00:08:51.374 --> 00:08:52.763
ว่าเป็นจริงหรือเป็นเท็จนะครับ

00:08:53.100 --> 00:08:54.791
ซึ่งมี 5 ข้อต่อไปนี้นะครับ

00:08:55.068 --> 00:08:58.250
ข้อที่ 1 เดือนสิงหาคม มี 30 วัน

00:08:58.838 --> 00:09:02.455
ข้อที่ 2 เซตว่าง เป็นสับเซตของเซต

00:09:02.479 --> 00:09:04.927
ที่มีสมาชิกคือ 1, 2 และ 3

00:09:05.826 --> 00:09:09.655
ข้อที่ 3 ทศนิยมของตำแหน่งที่ 80 ของ 22

00:09:09.679 --> 00:09:10.990
หารด้วย 7 คือ 6

00:09:11.871 --> 00:09:15.288
ข้อที่ 4 บนดาวอังคารมีสิ่งมีชีวิต

00:09:16.066 --> 00:09:18.705
ข้อที่ 5 เปิดประตูให้หน่อยครับ

00:09:21.101 --> 00:09:23.050
ครูฟิวอยากให้นักเรียนทุกคนนะครับ

00:09:23.164 --> 00:09:24.391
Pause วิดีโอไว้

00:09:24.415 --> 00:09:27.057
แล้วก็ลองหาคำตอบดูก่อนนะครับ

00:09:27.164 --> 00:09:29.104
ก่อนที่ครูฟิวจะเฉลยให้พวกเรานะครับ

00:09:32.942 --> 00:09:35.124
เรามาดูเฉลยข้อที่ 1 กันดีกว่านะครับ

00:09:35.148 --> 00:09:37.087
เดือนสิงหาคม มี 30 วัน

00:09:37.112 --> 00:09:38.019
เป็นประพจน์ไหมครับ

00:09:39.295 --> 00:09:41.998
เรารู้ว่าเดือนสิงหาคมจริง ๆ แล้วมีกี่วันครับ

00:09:42.335 --> 00:09:43.859
31 วันใช่ไหมครับ

00:09:44.303 --> 00:09:46.359
เพราะฉะนั้น ประโยคหรือข้อความต่อไปนี้

00:09:46.549 --> 00:09:47.996
เป็นจริง หรือเป็นเท็จครับ

00:09:48.746 --> 00:09:50.190
เป็นเท็จใช่ไหมครับ

00:09:50.654 --> 00:09:52.253
เพราะฉะนั้น ถ้าเกิดเราสามารถบอกได้

00:09:52.277 --> 00:09:53.364
ว่าเป็นจริงหรือเป็นเท็จ

00:09:54.146 --> 00:09:57.872
ดังนั้น ประโยคนี้ จึงเป็นประพจน์

00:10:05.172 --> 00:10:05.991
ไม่ยากใช่ไหมครับ

00:10:07.399 --> 00:10:09.022
ข้อที่ 2 เซตว่าง

00:10:09.173 --> 00:10:11.021
เป็นสับเซตของเซตที่มีสมาชิก

00:10:11.045 --> 00:10:12.853
คือ 1, 2 และ 3 ไหมครับ

00:10:13.746 --> 00:10:14.994
นักเรียนจำอะไรได้ไหมครับ

00:10:15.391 --> 00:10:18.080
เซตว่างเป็นสับเซตของเซตทุกเซต

00:10:18.528 --> 00:10:20.586
เพราะฉะนั้น เซตว่างก็ต้องเป็นสับเซต

00:10:20.670 --> 00:10:23.514
ของเซตที่มีสมาชิกคือ 1, 2 และ 3 ใช่ไหมครับ

00:10:23.828 --> 00:10:25.836
เพราะฉะนั้น ข้อนี้เป็นจริงหรือเป็นเท็จครับ

00:10:26.231 --> 00:10:27.000
เป็นจริง

00:10:29.385 --> 00:10:30.543
เพราะฉะนั้น ถ้าเป็นจริง

00:10:30.567 --> 00:10:31.840
เราสามารถบอกได้ว่าเป็นจริง

00:10:31.865 --> 00:10:32.788
หรือเป็นเท็จใช่ไหมครับ

00:10:33.442 --> 00:10:36.251
เราจึงสามารถสรุปได้เลย

00:10:36.275 --> 00:10:39.953
ว่าข้อความนี้เป็นประพจน์นะครับ

00:10:49.454 --> 00:10:51.266
นักเรียนครับ สำหรับข้อที่ 3 นี่ครับ

00:10:51.291 --> 00:10:52.937
จะมีความพิเศษหน่อยหนึ่งนะครับ

00:10:53.131 --> 00:10:54.420
เรามาดูกันดีกว่านะครับ

00:10:54.948 --> 00:10:56.735
ทศนิยมตำแหน่งที่ 80

00:10:56.890 --> 00:10:59.061
ของ 22 หารด้วย 7 คือ 6

00:10:59.866 --> 00:11:02.833
คือตอนนี้ เรายังไม่ได้คำนวณใช่ไหมครับ

00:11:02.858 --> 00:11:03.921
เราจึงไม่รู้ว่า

00:11:04.309 --> 00:11:06.688
ทศนิยมตำแหน่งที่ 80 ของ 22 หารด้วย 7

00:11:06.798 --> 00:11:08.511
คือ 6 จริง ๆ หรือเปล่าใช่ไหมครับ

00:11:08.866 --> 00:11:10.727
แต่ครูฟิวถามหน่อยหนึ่งครับ

00:11:11.270 --> 00:11:13.770
หลังจากที่เราคำนวณเสร็จเรียบร้อยแล้ว

00:11:14.429 --> 00:11:15.504
เราจะรู้ไหมครับ

00:11:15.529 --> 00:11:18.087
ว่าตำแหน่งที่ 80 คือ 6 จริง ๆ ไหม

00:11:19.614 --> 00:11:21.028
รู้แน่ ๆ ใช่ไหมครับ

00:11:21.425 --> 00:11:23.733
เพราะฉะนั้นนี่ ถ้าเราคำนวณเสร็จ

00:11:23.757 --> 00:11:25.621
เราสามารถบอกได้อย่างแน่ชัด

00:11:25.919 --> 00:11:28.375
ว่าเป็นจริง หรือเป็นเท็จใช่ไหมครับ

00:11:28.780 --> 00:11:33.313
เพราะฉะนั้น ประโยคนี้จึงเป็นประพจน์นะครับ

00:11:38.536 --> 00:11:39.400
เพียงแต่ว่าตอนนี้

00:11:39.424 --> 00:11:41.755
เรายังไม่ทราบค่าความจริงใช่ไหมครับ

00:11:41.991 --> 00:11:43.605
แต่ถ้าเราคำนวณเสร็จแล้วนี่

00:11:44.121 --> 00:11:45.974
เราก็จะทราบค่าความจริงนะครับ

00:11:46.359 --> 00:11:47.623
ครูฟิวก็อยากรู้เหมือนกันนะครับ

00:11:47.648 --> 00:11:48.693
ว่าตำแหน่งที่ 80

00:11:49.308 --> 00:11:51.071
จะเป็น 6 จริง ๆ หรือเปล่านะครับ

00:11:52.330 --> 00:11:53.636
แล้วตัวอย่างที่ 4 นะครับ

00:11:54.004 --> 00:11:56.173
บนดาวอังคารมีสิ่งมีชีวิต

00:11:56.840 --> 00:11:59.517
ตัวอย่างนี้ก็คล้าย ๆ กับข้อที่ 3 เลยนะครับ

00:12:00.073 --> 00:12:00.819
เพราะว่าอะไรครับ

00:12:01.370 --> 00:12:02.996
ถ้าเกิดเรามีการสำรวจ

00:12:03.020 --> 00:12:06.130
โดยใช้นักวิทยาศาสตร์ขึ้นไปสำรวจบนดาวอังคาร

00:12:06.454 --> 00:12:08.434
หรือว่าทำการทดลองอะไรสักอย่างนี่

00:12:08.656 --> 00:12:10.938
สุดท้ายแล้วเราจะทราบแน่ชัดใช่ไหมครับ

00:12:10.962 --> 00:12:13.441
ว่าสรุปแล้วดาวอังคารมีสิ่งมีชีวิต

00:12:13.465 --> 00:12:14.846
หรือไม่มีสิ่งมีชีวิตใช่ไหมครับ

00:12:15.310 --> 00:12:18.731
เพราะฉะนั้น ประโยคนี้ก็เป็นประพจน์นะครับ

00:12:19.571 --> 00:12:20.921
แต่เพียงแค่เป็นอย่างไรครับ

00:12:21.250 --> 00:12:23.106
ต้องรอการสำรวจใช่ไหมครับ

00:12:24.776 --> 00:12:25.804
ค้นหาความจริง

00:12:28.450 --> 00:12:30.263
แต่สุดท้ายแล้วเราจะสามารถบอกได้ว่า

00:12:30.287 --> 00:12:32.982
สุดท้ายมีสิ่งมีชีวิต หรือไม่มีสิ่งมีชีวิตกันแน่

00:12:33.408 --> 00:12:35.754
แล้วก็จะสามารถสรุปได้ว่าเป็นจริงหรือเป็นเท็จ

00:12:36.093 --> 00:12:37.138
อย่างแน่ชัดนะครับ

00:12:38.511 --> 00:12:39.765
และข้อสุดท้ายนะครับ

00:12:40.276 --> 00:12:41.453
เปิดประตูให้หน่อยครับ

00:12:42.533 --> 00:12:44.024
เปิดประตูให้หน่อยครับนี่

00:12:44.337 --> 00:12:45.996
เราบอกได้ไหมครับว่าเป็นจริงเป็นเท็จ

00:12:47.105 --> 00:12:48.255
บอกไม่ได้นะครับ

00:12:48.343 --> 00:12:49.824
แล้วก็เปิดประตูให้หน่อยครับ

00:12:49.849 --> 00:12:51.101
ไม่เป็นทั้งประโยคบอกเล่า

00:12:51.126 --> 00:12:52.528
และประโยคปฏิเสธใช่ไหมครับ

00:12:52.997 --> 00:12:55.128
เพราะฉะนั้น ข้อที่ 5 เปิดประตูให้หน่อยครับ

00:12:55.314 --> 00:12:57.761
จึงไม่เป็นประพจน์นะครับ

00:13:04.737 --> 00:13:05.960
ไม่ยากใช่ไหมครับนักเรียน

00:13:05.984 --> 00:13:06.955
ง่ายนิดเดียวนะครับ

00:13:09.776 --> 00:13:11.362
เป็นอย่างไรกันบ้างครับนักเรียน

00:13:11.437 --> 00:13:13.228
สำหรับการเรียนในครั้งนี้นะครับ

00:13:13.738 --> 00:13:15.921
ซึ่งวันนี้นะครับ นักเรียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับ

00:13:16.004 --> 00:13:18.373
การบอกความหมายของประพจน์

00:13:18.687 --> 00:13:20.322
แล้วก็จำแนกข้อความ

00:13:20.429 --> 00:13:22.040
ว่าเป็นประพจน์หรือไม่เป็นพระพจน์

00:13:22.072 --> 00:13:22.635
ถูกไหมครับ

00:13:23.051 --> 00:13:24.186
ซึ่งประพจน์คืออะไรครับ

00:13:24.432 --> 00:13:26.121
ประพจน์ก็คือข้อความ

00:13:26.474 --> 00:13:29.803
หรือประโยคที่เป็นจริงหรือเป็นเท็จ

00:13:29.898 --> 00:13:31.821
อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้นนะครับ

00:13:32.082 --> 00:13:33.860
ซึ่งประโยคหรือข้อความดังกล่าวนี่

00:13:33.892 --> 00:13:36.144
จะอยู่ในรูปของประโยคบอกเล่า

00:13:36.169 --> 00:13:38.154
หรือประโยคปฏิเสธก็ได้ใช่ไหมครับ

00:13:38.559 --> 00:13:39.797
และในทางตรรกศาสตร์

00:13:39.824 --> 00:13:40.995
เราจะเรียกการเป็นจริง

00:13:41.019 --> 00:13:42.749
หรือเป็นเท็จของแต่ละประพจน์

00:13:42.773 --> 00:13:45.488
ว่าค่าความจริงของประพจน์ใช่ไหมครับ

00:13:46.531 --> 00:13:48.252
และก่อนจากกันในวันนี้นะครับ

00:13:48.277 --> 00:13:52.039
ครูฟิวขอฝากแบบฝึกหัดไว้ให้นักเรียน

00:13:52.158 --> 00:13:54.222
ลองไปทำดูสัก 5 ข้อนะครับ

00:13:54.844 --> 00:13:57.699
และพบกับครูฟิวได้ใหม่ ในคลิปหน้านะครับ

00:14:06.586 --> 00:14:25.642
[เสียงดนตรี]