﻿WEBVTT

00:00:00.124 --> 00:00:34.385
[เสียงดนตรี]

00:00:34.416 --> 00:00:36.271
(คุณครูวิศวัฒน์) สวัสดีครับ นักเรียนทุกคน

00:00:36.295 --> 00:00:38.114
มาพบกับครูฟิวอีกแล้วนะครับ

00:00:38.138 --> 00:00:40.577
และคลิปนี้ก็เป็นคลิปในตอนที่ 3 นะครับ

00:00:40.601 --> 00:00:42.604
สำหรับการเรียนวิชาคณิตศาสตร์

00:00:42.628 --> 00:00:44.783
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 นะครับ

00:00:45.260 --> 00:00:47.515
ซึ่งคลิปที่แล้วนี่เราเรียนเกี่ยวกับ

00:00:48.262 --> 00:00:50.257
การเชื่อมประพจน์ด้วยตัวเชื่อม

00:00:50.298 --> 00:00:52.599
"นิเสธ" ,"และ" แล้วก็ตัวเชื่อม

00:00:52.623 --> 00:00:53.275
"หรือ" นะครับ

00:00:53.934 --> 00:00:56.556
สำหรับวันนี้เราจะเรียนเกี่ยวกับอะไรนะครับ

00:00:56.989 --> 00:00:58.791
ไปรับชมพร้อมกับครูฟิวได้เลยครับ

00:01:01.578 --> 00:01:03.582
สำหรับเนื้อหาการเรียนในครั้งนี้นะครับ

00:01:03.606 --> 00:01:06.301
เราจะมีวัตถุประสงค์เพียง 2 ข้อเท่านั้นนะครับ

00:01:07.023 --> 00:01:08.802
ก็คือข้อแรกนะครับก็คือ

00:01:08.826 --> 00:01:10.258
เราจะหาค่าความจริงของ

00:01:10.282 --> 00:01:13.404
ประพจน์ที่มีตัวเชื่อม "ถ้า...แล้ว..." นะครับ

00:01:13.978 --> 00:01:15.787
และข้อที่ 2 นะครับก็คือ

00:01:15.811 --> 00:01:17.413
หาค่าความจริงของประพจน์

00:01:17.823 --> 00:01:20.460
ที่มีตัวเชื่อม "ก็ต่อเมื่อ" นะครับก่อนอื่นนะครับ

00:01:22.476 --> 00:01:24.860
ก่อนอื่นนะครับนักเรียน นักเรียนอาจจะเคยเจอ

00:01:25.093 --> 00:01:26.644
การเชื่อมประโยค 2 ประโยค

00:01:26.668 --> 00:01:27.737
ด้วยตัวเชื่อม "ถ้า...แล้ว..."

00:01:27.761 --> 00:01:29.589
ในชีวิตประจำวันของนักเรียนแล้วนะครับ

00:01:29.613 --> 00:01:31.360
ตัวอย่างเช่นประโยคนี้ครับ

00:01:31.787 --> 00:01:35.906
ถ้านักเรียนตั้งใจเรียนแล้วนักเรียนจะสอบผ่าน

00:01:36.751 --> 00:01:37.382
ใช่ไหมครับ

00:01:38.117 --> 00:01:39.733
เพราะฉะนั้นนี่การเชื่อมประพจน์

00:01:39.757 --> 00:01:41.052
ด้วยตัวเชื่อม "ถ้า...แล้ว..." นะครับ

00:01:41.401 --> 00:01:43.938
ถ้าเกิดครูฟิวกำหนดประพจน์ p และประพจน์ q

00:01:43.974 --> 00:01:45.296
เป็นประพจน์ใด ๆ นะครับ

00:01:45.794 --> 00:01:47.844
การเชื่อมประพจน์ p และประพจน์ q

00:01:47.868 --> 00:01:49.123
ด้วยตัวเชื่อม "ถ้า...แล้ว..."

00:01:49.147 --> 00:01:51.460
เราจะเขียนด้วยสัญลักษณ์อย่างนี้นะครับ

00:01:53.042 --> 00:01:55.043
ซึ่งสัญลักษณ์นี้ครับแทนข้อความ

00:01:55.077 --> 00:01:57.862
ถ้า p แล้ว q  นะครับ

00:01:58.324 --> 00:02:01.108
ซึ่งเราจะเรียกประพจน์ p ว่าเหตุนะครับ

00:02:01.514 --> 00:02:04.266
แล้วก็เรียกประพจน์ q  ว่าผลนะครับ

00:02:06.285 --> 00:02:08.616
ต่อไปเรามาดูตัวอย่างเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

00:02:08.640 --> 00:02:10.488
การเชื่อมประพจน์ด้วยตัวเชื่อม

00:02:10.512 --> 00:02:11.278
"ถ้า...แล้ว..." กันดีกว่านะครับ

00:02:11.380 --> 00:02:13.221
ถ้าครูฟิวให้มาพจน์ p

00:02:13.249 --> 00:02:14.983
แทนข้อความวันนี้ฝนตกนะครับ

00:02:15.496 --> 00:02:17.198
และประพจน์ q  แทนข้อความ

00:02:17.488 --> 00:02:18.988
หลังคาบ้านเปียกนะครับ

00:02:19.013 --> 00:02:21.381
เพราะฉะนั้นครูฟิวจะได้ประพจน์

00:02:22.063 --> 00:02:24.894
ถ้า p แล้ว q  แทนข้อความอะไรครับนักเรียน

00:02:25.527 --> 00:02:27.274
เราก็จะได้ประพจน์

00:02:27.298 --> 00:02:29.131
ถ้า p แล้ว q  แทนข้อความอะไรครับ

00:02:29.679 --> 00:02:33.179
ถ้าวันนี้ฝนตกแล้วหลังคาบ้านเปียก

00:02:34.267 --> 00:02:37.159
ต่อไปนะครับถ้าเกิดประพจน์ p แทนข้อความ

00:02:37.539 --> 00:02:42.425
2 + 3 = 3 + 2 และประพจน์ q แทนข้อความ

00:02:42.968 --> 00:02:49.034
4 คูณกับ 2 + 3  = 4 คูณกับ 3 + 2

00:02:49.549 --> 00:02:52.302
เพราะฉะนั้นเราจะได้ประพจน์ ถ้า p แล้ว q

00:02:52.326 --> 00:02:53.671
แทนข้อความอะไรครับนักเรียน

00:02:54.690 --> 00:02:57.633
เราจะได้ประพจน์ ถ้า p แล้ว q แทนข้อความ

00:02:58.145 --> 00:03:01.956
ถ้า 2 + 3 = 3 + 2 แล้ว

00:03:02.315 --> 00:03:07.139
4 คูณกับ 2 + 3 จะเท่ากับ 4 คูณกับ 3 + 2

00:03:08.453 --> 00:03:09.366
ง่าย ๆ ใช่ไหมครับ

00:03:11.291 --> 00:03:13.602
นักเรียนครับซึ่งค่าความจริงของประพจน์

00:03:13.626 --> 00:03:15.333
ที่มีตัวเชื่อม "ถ้า...แล้ว..." นี่ครับ

00:03:15.850 --> 00:03:17.867
เราอาจจะพิจารณาจากสถานการณ์

00:03:17.891 --> 00:03:19.752
ในชีวิตจริงของนักเรียนก็ได้นะครับ

00:03:20.260 --> 00:03:22.611
ตัวอย่างเช่นถ้าเกิดครูฟิวกำหนดให้

00:03:22.635 --> 00:03:24.266
ประพจน์ p แทนข้อความ

00:03:24.290 --> 00:03:26.129
จิ๋วกวาดบ้านเสร็จนะครับ

00:03:26.374 --> 00:03:28.501
และประพจน์ q  แทนข้อความ

00:03:28.525 --> 00:03:29.883
พ่อจะให้ขนมนะครับ

00:03:30.422 --> 00:03:33.686
ดังนั้นนี่ครูฟิวจะได้ประพจน์ ถ้า p แล้ว q

00:03:33.730 --> 00:03:34.512
แทนข้อความ

00:03:35.039 --> 00:03:38.626
ถ้าจิ๋วกวาดบ้านเสร็จแล้วพ่อจะให้ขนมนะครับ

00:03:40.599 --> 00:03:43.433
ซึ่งการรักษาสัญญาของพ่อนี่จะเทียบกับ

00:03:43.458 --> 00:03:44.929
ค่าความจริงของประพจน์

00:03:44.953 --> 00:03:46.334
ถ้า p แล้ว q  นะครับ

00:03:46.872 --> 00:03:50.676
ในกรณีที่ประพจน์ ถ้า p แล้ว q  เป็นจริงนี่

00:03:50.850 --> 00:03:53.465
จะหมายถึงการที่พ่อรักษาสัญญานะครับ

00:03:53.876 --> 00:03:55.771
และในกรณีที่ประพจน์

00:03:55.795 --> 00:03:57.846
ถ้า p แล้ว q  เป็นเท็จนี่

00:03:58.221 --> 00:04:01.483
จะหมายถึงกรณีที่พ่อไม่รักษาสัญญานะครับนักเรียน

00:04:02.815 --> 00:04:04.510
นักเรียนครับครูฟิวอยากให้นักเรียนนะครับ

00:04:04.534 --> 00:04:07.013
ช่วยครูฟิวในการพิจารณา

00:04:07.570 --> 00:04:10.374
ค่าความจริงของประพจน์ถ้า p แล้ว q นะครับ

00:04:10.398 --> 00:04:13.412
จากสถานการณ์ที่ครูฟิวได้กำหนดให้นะครับ

00:04:14.399 --> 00:04:17.408
ที่ประพจน์ p แทนข้อความจิ๋วกวาดบ้านเสร็จ

00:04:17.836 --> 00:04:19.471
และประพจน์ q แทนข้อความ

00:04:20.073 --> 00:04:21.369
พ่อจะให้ขนมนะครับ

00:04:21.868 --> 00:04:23.875
ก่อนอื่นประพจน์ "ถ้า p แล้วq"

00:04:23.907 --> 00:04:26.965
จะมีค่าความจริงเป็นจริงถ้าพ่อรักษาสัญญานะครับ

00:04:27.682 --> 00:04:29.888
แล้วก็จะมีค่าความจริงเป็นเท็จ

00:04:29.912 --> 00:04:31.950
ในกรณีที่พ่อไม่รักษาสัญญานะครับ

00:04:32.604 --> 00:04:35.358
มาดูในกรณีแรกดีกว่านะครับกรณี

00:04:36.115 --> 00:04:38.199
ถ้าประพจน์ p มีค่าความจริงเป็นจริง

00:04:38.223 --> 00:04:40.743
และประพจน์ q มีค่าความจริงเป็นจริงนะครับ

00:04:41.232 --> 00:04:42.340
นั่นก็คือประพจน์

00:04:42.364 --> 00:04:44.834
ถ้า p แล้ว q  จะแทนข้อความเลยครับ

00:04:45.412 --> 00:04:48.330
ถ้าจิ๋วกวาดบ้านแล้วพ่อจะให้ขนม

00:04:48.971 --> 00:04:51.229
ตรงกับการที่พ่อได้สัญญาไว้ไหมครับ

00:04:52.106 --> 00:04:52.615
ตรงไหมครับ

00:04:53.379 --> 00:04:56.047
ตรงนะครับ นั่นก็คือจิ๋วกวาดบ้านเสร็จ

00:04:56.217 --> 00:04:58.371
แล้วพ่อจะให้ขนมถูกไหมครับ

00:04:59.888 --> 00:05:01.561
มาดูในกรณีที่ 2 ครับ

00:05:02.282 --> 00:05:04.334
ประพจน์ p มีค่าความจริงเป็นจริง

00:05:04.422 --> 00:05:07.566
ประพจน์ q  มีค่าความจริงเป็นเท็จใช่ไหมครับ

00:05:08.234 --> 00:05:09.012
เพราะฉะนั้นนี่

00:05:09.743 --> 00:05:10.929
ประพจน์ ถ้า p แล้ว q

00:05:10.953 --> 00:05:11.974
จะแทนข้อความอะไรครับ

00:05:12.721 --> 00:05:16.715
ถ้าจิ๋วกวาดบ้านเสร็จแล้วพ่อไม่ให้ขนม

00:05:17.374 --> 00:05:18.567
พ่อรักษาสัญญาไหมครับ

00:05:19.493 --> 00:05:21.202
พ่อไม่รักษาสัญญาใช่ไหมครับ

00:05:21.674 --> 00:05:24.359
เพราะฉะนั้นนี่การที่พ่อไม่รักษาสัญญา

00:05:24.795 --> 00:05:27.011
ค่าความจริงของประพจน์ ถ้า p แล้ว q

00:05:27.035 --> 00:05:28.840
มีค่าความจริงเป็นจริงหรือเป็นเท็จครับ

00:05:29.654 --> 00:05:32.575
มีค่าความจริงเป็นเท็จถูกไหมครับ

00:05:35.034 --> 00:05:38.046
ต่อไปกรณี 2 ข้อข้างล่างที่เหลือนะครับ

00:05:39.115 --> 00:05:40.376
มันจะเป็นอะไรครับ

00:05:40.915 --> 00:05:43.213
p มีค่าความจริงเป็นเท็จทั้งคู่นะครับ

00:05:43.242 --> 00:05:46.257
ก็คือจิ๋วกวาดบ้านยังไม่เสร็จนะครับ

00:05:47.720 --> 00:05:49.740
การที่เราทำสัญญาไว้กับพ่อนี่

00:05:49.764 --> 00:05:51.284
พ่อสัญญากับจิ๋วไว้ว่าอะไรครับ

00:05:51.414 --> 00:05:53.972
ถ้าจิ๋วกวาดบ้านเสร็จพ่อถึงจะให้ขนม

00:05:53.996 --> 00:05:54.830
ใช่ไหมครับ

00:05:54.862 --> 00:05:57.360
แต่กรณีนี้จิ๋วกวาดบ้านยังไม่เสร็จ

00:05:57.691 --> 00:05:59.051
พ่อให้ขนมจิ๋วได้ไหมครับ

00:06:00.215 --> 00:06:01.146
ให้ได้ใช่ไหมครับ

00:06:01.657 --> 00:06:04.514
งั้นให้ได้เพราะฉะนั้นจิ๋วชอบเลยใช่ไหมครับ

00:06:04.542 --> 00:06:07.180
กวาดบ้านไม่เสร็จพ่อให้ขนมนี่

00:06:08.065 --> 00:06:10.594
ส่วนอีกกรณี 1 จิ๋วกวาดบ้านไม่เสร็จ

00:06:10.849 --> 00:06:11.874
พ่อเลยไม่ให้ขนม

00:06:15.104 --> 00:06:16.246
นักเรียนคิดว่ามีค่าความจริง

00:06:16.270 --> 00:06:17.330
เป็นจริงหรือเป็นเท็จครับ

00:06:19.494 --> 00:06:21.504
กรณีนี้ก็มีข้อความจริงเป็น

00:06:21.532 --> 00:06:22.821
จริงเหมือนกันนะครับ

00:06:22.846 --> 00:06:24.690
กวาดบ้านไม่เสร็จพ่อไม่ให้ขนม

00:06:24.910 --> 00:06:25.721
ก็ได้ถูกไหมครับ

00:06:25.976 --> 00:06:28.332
พ่อไม่ได้สัญญาอะไรไว้กับจิ๋วถูกไหมครับ

00:06:28.835 --> 00:06:31.128
พ่อผิดสัญญาแค่กรณีเดียวก็คืออะไรครับ

00:06:31.453 --> 00:06:33.790
จิ๋วกวาดบ้านเสร็จแต่เป็นอย่างไรครับ

00:06:34.431 --> 00:06:36.071
พ่อไม่ให้ขนมใช่ไหมครับ

00:06:36.771 --> 00:06:37.486
เพราะฉะนั้นนี่

00:06:37.660 --> 00:06:40.686
พ่อจะผิดสัญญาเพียงแค่ 1 กรณีเท่านั้นนะครับ

00:06:42.771 --> 00:06:45.077
ดังนั้นนะครับนักเรียนในการเชื่อมประพจน์

00:06:45.315 --> 00:06:46.930
ด้วยตัวเชื่อม "ถ้า...แล้ว..." นะครับ

00:06:47.420 --> 00:06:51.066
เราจะมีข้อตกลงว่าประพจน์ใหม่จะเป็นเท็จ

00:06:51.570 --> 00:06:52.711
ในกรณีที่

00:06:53.206 --> 00:06:55.884
เหตุนะครับมีค่าความจริงเป็นจริง

00:06:56.393 --> 00:06:58.480
และผลมีค่าความจริงเป็นเท็จ

00:06:58.676 --> 00:07:00.410
เพียงกรณีเดียวเท่านั้นนะครับ

00:07:00.883 --> 00:07:03.843
ส่วนกรณีอื่นจะเป็นจริงทุกกรณีนะครับ

00:07:04.421 --> 00:07:07.466
เราจะได้ตารางค่าความจริงของประพจน์

00:07:07.494 --> 00:07:09.317
ถ้า p แล้ว q  ดังที่เห็นเลยนะครับ

00:07:09.920 --> 00:07:10.817
ก็คือเป็นอย่างไรครับ

00:07:10.882 --> 00:07:12.728
ประพจน์ p มีค่าความจริงเป็นจริง

00:07:13.401 --> 00:07:15.403
ประพจน์ q  มีค่าจริงเป็นเท็จ

00:07:16.102 --> 00:07:17.659
ประพจน์ ถ้า p แล้ว q

00:07:17.683 --> 00:07:19.104
จึงมีค่าความจริงเป็นเท็จ

00:07:19.395 --> 00:07:20.371
กรณีเดียวนะครับ

00:07:20.878 --> 00:07:22.186
ส่วนกรณีอื่น ๆ

00:07:22.210 --> 00:07:23.856
ค่าความจริงจะเป็นอะไรหมดเลยครับ

00:07:24.494 --> 00:07:25.955
เป็นจริงหมดเลยนะครับ

00:07:26.591 --> 00:07:27.385
ไม่ยากใช่ไหมครับ

00:07:29.635 --> 00:07:31.778
ต่อไปนะครับนักเรียนจะเป็นตัวอย่างเกี่ยวกับ

00:07:31.802 --> 00:07:33.562
การหาค่าความจริงของประพจน์

00:07:33.906 --> 00:07:35.127
ที่เชื่อมด้วยตัวเชื่อม

00:07:35.151 --> 00:07:35.899
"ถ้า...แล้ว..." แล้วนะครับ

00:07:36.303 --> 00:07:38.833
ซึ่งครูฟิวจะมีตัวอย่างให้ดู 2 ข้อนะครับ

00:07:38.857 --> 00:07:41.553
ให้นักเรียนพิจารณาไปพร้อมกับครูฟิวเลยนะครับ

00:07:42.203 --> 00:07:43.618
มาดูข้อที่ 1 ดีกว่าครับ

00:07:44.414 --> 00:07:47.009
ข้อที่ 1 ประพจน์อะไรครับ

00:07:47.734 --> 00:07:51.394
ถ้า 5 เป็นจำนวนคี่แล้ว 5 ยกกำลัง 4

00:07:51.419 --> 00:07:52.331
เป็นจำนวนคี่

00:07:52.745 --> 00:07:55.642
ประพจน์นี้มีค่าความจริงเป็นจริงหรือเป็นเท็จครับ

00:07:57.941 --> 00:07:59.876
เราก็จะต้องมาพิจารณา

00:07:59.900 --> 00:08:01.787
ค่าความจริงของประพจน์ย่อย

00:08:02.322 --> 00:08:05.833
แต่ละประพจน์นะครับเริ่มจาก 5 เป็นจำนวนคี่

00:08:06.722 --> 00:08:08.829
เราก็จะรู้ว่า 5 เป็นจำนวนคี่

00:08:08.853 --> 00:08:10.841
มีค่าความจริงเป็นจริงนะครับ

00:08:10.957 --> 00:08:12.790
ครูฟิวก็จะเขียนแทนด้วยสัญลักษณ์

00:08:12.814 --> 00:08:14.069
ตัว T ใหญ่นะครับ

00:08:15.537 --> 00:08:17.786
และอีกประพจน์นึงก็คือ 5 ยกกำลัง 4

00:08:17.810 --> 00:08:19.328
เป็นจำนวนคี่ใช่ไหมครับ

00:08:19.845 --> 00:08:21.403
5 ยกกำลัง 4 คืออะไรครับ

00:08:21.706 --> 00:08:26.397
5 ยกกำลัง 4  ก็คือ 5 คูณกัน 4 ตัว

00:08:26.426 --> 00:08:27.040
ใช่ไหมครับ

00:08:27.690 --> 00:08:31.612
ดังนั้น 5 ยกกำลัง 4 มีค่าเท่ากับ 625

00:08:32.146 --> 00:08:35.419
ซึ่ง 625 เป็นจำนวนคี่ใช่ไหมครับนักเรียน

00:08:36.136 --> 00:08:38.929
นั่นก็คือ 5 ยกกำลัง 4

00:08:39.357 --> 00:08:40.239
เป็นจำนวนคี่

00:08:40.387 --> 00:08:44.079
ก็จะมีค่าความจริงเป็นจริงเหมือนกันใช่ไหมครับ

00:08:44.769 --> 00:08:48.440
ดังนั้นถ้าเกิดเราพิจารณาบนตารางค่าความจริงนี่

00:08:48.917 --> 00:08:50.187
เราก็จะพบว่าอะไรครับ

00:08:50.762 --> 00:08:53.173
มันจะตรงกับกรณีที่ประพจน์ p

00:08:53.198 --> 00:08:55.215
มีค่าความจริงเป็นจริงแล้วประพจน์ q

00:08:55.363 --> 00:08:57.706
มีค่าความจริงเป็นจริงถูกไหมครับนักเรียน

00:08:58.378 --> 00:08:59.338
นั่นก็คืออะไรครับ

00:08:59.731 --> 00:09:02.631
เราจะได้ว่าประพจน์ ถ้า p แล้ว q

00:09:03.072 --> 00:09:06.296
ก็ต้องมีค่าความจริงเป็นจริงถูกไหมครับ

00:09:06.658 --> 00:09:07.389
เพราะว่าอะไรครับ

00:09:07.901 --> 00:09:09.606
เพราะว่า 5 เป็นจำนวนคี่

00:09:09.630 --> 00:09:12.143
และ 5 ยกกำลัง 4 เป็นจำนวนคี่

00:09:12.167 --> 00:09:14.983
มีค่าความจริงเป็นจริงทั้งคู่นั่นเอง

00:09:17.478 --> 00:09:19.190
ส่วนในข้อที่ 2 นะครับ

00:09:19.310 --> 00:09:21.444
ที่แทนข้อความ

00:09:21.952 --> 00:09:25.791
"ถ้า 0 เป็นจำนวนเต็มแล้ว 0 เป็นจำนวนลบ"

00:09:26.694 --> 00:09:28.983
เราก็ต้องมาพิจารณาหาค่าความจริง

00:09:29.007 --> 00:09:31.214
ของประพจน์ย่อยแต่ละประพจน์นะครับ

00:09:31.997 --> 00:09:33.295
0 เป็นจำนวนเต็ม

00:09:33.319 --> 00:09:35.055
มีค่าความจริงเป็นจริงหรือเป็นเท็จครับ

00:09:35.598 --> 00:09:37.723
0 เป็นจำนวนเต็ม 0 ถูกไหมครับนักเรียน

00:09:38.191 --> 00:09:39.786
เพราะฉะนั้น 0 เป็นจำนวนเต็ม

00:09:39.810 --> 00:09:42.160
จึงมีค่าความจริงเป็นจริง

00:09:43.019 --> 00:09:45.709
0 เป็นจำนวนลบ 0 เป็นจำนวนลบ

00:09:45.733 --> 00:09:47.851
มีค่าความจริงเป็นจริงหรือเป็นเท็จครับนักเรียน

00:09:48.861 --> 00:09:51.857
0 เป็นจำนวนลบมีค่าความจริงเป็นเท็จนะครับ

00:09:52.649 --> 00:09:54.140
ตรงกับกรณีไหนครับ

00:09:54.634 --> 00:09:57.868
ตรงกับกรณีที่ p มีค่าความจริงเป็นจริง

00:09:58.163 --> 00:10:00.298
และ q  มีค่าความจริงเป็นเท็จ

00:10:00.896 --> 00:10:04.311
นั่นก็คือเราจะได้ประพจน์ ถ้า p แล้ว q

00:10:05.446 --> 00:10:07.732
มีค่าความจริงเป็นเท็จใช่ไหมครับ

00:10:08.097 --> 00:10:11.205
เพราะว่าอะไรครับเพราะว่า 0 เป็นจำนวนเต็ม

00:10:11.420 --> 00:10:15.043
และ 0 เป็นจำนวนเต็มลบมีค่าความจริงเป็นจริง

00:10:15.067 --> 00:10:18.353
และเป็นเท็จตามลำดับนั่นเองนะครับ

00:10:19.242 --> 00:10:21.286
จะได้เป็นเท็จอย่างนี้นะครับ

00:10:23.478 --> 00:10:24.902
เป็นยังอย่างไรกันบ้างครับนักเรียนสำหรับ

00:10:24.926 --> 00:10:27.070
การเชื่อมประพจน์ด้วยตัวเชื่อม"ถ้า...แล้ว..."

00:10:27.659 --> 00:10:28.512
ไม่ยากใช่ไหมครับ

00:10:29.344 --> 00:10:31.254
เรามาถึงการเชื่อมประพจน์

00:10:31.278 --> 00:10:33.798
ด้วยตัวเชื่อมตัวสุดท้ายของเรานะครับนั่นก็คือ

00:10:34.108 --> 00:10:35.825
การเชื่อมประพจน์ด้วยตัวเชื่อม

00:10:35.849 --> 00:10:39.114
"ก็ต่อเมื่อ" ซึ่งไม่ยากเหมือนกันนะครับนักเรียน

00:10:39.631 --> 00:10:41.799
สมมติว่าถ้าเกิดครูฟิวนี่ให้ประพจน์ p

00:10:41.824 --> 00:10:43.143
และประพจน์ q นะครับ

00:10:43.167 --> 00:10:44.743
เป็นประพจน์ใด ๆ นะครับ

00:10:45.251 --> 00:10:46.623
การเชื่อมประพจน์ p

00:10:46.648 --> 00:10:48.299
และประพจน์ q  ด้วยตัวเชื่อม

00:10:48.323 --> 00:10:49.368
"ก็ต่อเมื่อ" นะครับ

00:10:49.809 --> 00:10:52.136
เราจะเขียนแทนด้วยสัญลักษณ์นี้ครับ

00:10:53.773 --> 00:10:57.924
p ก็ต่อเมื่อ q  แบบนี้ครับ

00:10:59.730 --> 00:11:01.260
สำหรับตัวอย่างการเชื่อมประพจน์

00:11:01.284 --> 00:11:03.480
ด้วยตัวเชื่อม "ก็ต่อเมื่อ" ที่นักเรียนอาจจะเจอ

00:11:03.504 --> 00:11:05.388
ในชีวิตประจำวันนะครับเช่น

00:11:05.416 --> 00:11:07.734
ถ้าเกิดประพจน์ p แทนข้อความ

00:11:07.758 --> 00:11:08.913
ดาวเรียนจบนะครับ

00:11:08.937 --> 00:11:11.077
และประพจน์ q แทนข้อความ

00:11:11.101 --> 00:11:12.970
ดาวสอบผ่านทุกวิชานะครับ

00:11:13.358 --> 00:11:14.892
เพราะฉะนั้นนักเรียนจะได้ประพจน์ p

00:11:14.916 --> 00:11:17.449
ก็ต่อเมื่อ q แทนข้อความอะไรครับนักเรียน

00:11:18.228 --> 00:11:20.782
แทนข้อความดาวเรียนจบ

00:11:20.988 --> 00:11:24.675
ก็ต่อเมื่อดาวสอบผ่านทุกวิชานั่นเองนะครับ

00:11:25.511 --> 00:11:28.236
ต่อไปครูฟิวอยากนักเรียนช่วยกันทำนะครับ

00:11:29.303 --> 00:11:31.839
ข้อที่ 2 ประพจน์ p แทนข้อความอะไรครับ

00:11:32.381 --> 00:11:36.169
รูปสามหลี่ยม ABC เป็นรูปสามเหลี่ยมหน้าจั่ว

00:11:36.552 --> 00:11:38.219
และประพจน์ q  แทนข้อความ

00:11:38.659 --> 00:11:43.163
รูปสามเหลี่ยม ABC มีด้านยาวเท่ากัน 2 ด้าน

00:11:43.711 --> 00:11:45.421
เพราะฉะนั้นครูฟิวจะได้ประพจน์

00:11:45.907 --> 00:11:48.522
p ก็ต่อเมื่อ q แทนข้อความอะไรครับนักเรียน

00:11:50.110 --> 00:11:52.895
เราจะได้ประพจน์ p ก็ต่อเมื่อ q แทนข้อความ

00:11:53.407 --> 00:11:57.169
รูปสามเหลี่ยม ABC เป็นรูปสามเหลี่ยมหน้าจั่ว

00:11:57.508 --> 00:12:00.449
ก็ต่อเมื่อรูปสามเหลี่ยม ABC

00:12:00.832 --> 00:12:03.410
มีด้านยาวเท่ากัน 2 ด้านนั่นเอง

00:12:04.833 --> 00:12:07.389
และข้อสุดท้ายนะครับประพจน์ p ของครูฟิว

00:12:07.417 --> 00:12:08.328
แทนข้อความอะไรครับ

00:12:08.886 --> 00:12:11.721
2 + 3 = 3 + 2

00:12:12.246 --> 00:12:14.780
และประพจน์ q ของครูฟิวแทนข้อความอะไรครับ

00:12:15.394 --> 00:12:20.752
4 คูณกับ 2 + 3 = 4 คูณกับ 3 + 2

00:12:22.189 --> 00:12:23.805
เพราะฉะนั้นครูฟิวจะได้ประพจน์

00:12:24.442 --> 00:12:27.033
p ก็ต่อเมื่อ q แทนข้อความอะไรครับนักเรียน

00:12:27.821 --> 00:12:28.672
แทนข้อความ

00:12:29.433 --> 00:12:33.487
2 + 3 = 3 + 2 ก็ต่อเมื่อ

00:12:33.870 --> 00:12:39.678
4 คูณกับ 2 + 3 เท่ากับคูณกับ 3 + 2 นั่นเอง

00:12:40.590 --> 00:12:42.588
ไม่ยากใช่ไหมครับสำหรับการเชื่อมประพจน์

00:12:42.612 --> 00:12:44.290
ด้วยตัวเชื่อมก็ต่อเมื่อนะครับ

00:12:45.545 --> 00:12:47.322
ต่อไปนะครับ ครูฟิวอยากให้นักเรียนสังเกต

00:12:47.346 --> 00:12:50.148
สัญลักษณ์ของประพจน์ p ก็ต่อเมื่อ q นะครับ

00:12:50.687 --> 00:12:52.634
ซึ่งสัญลักษณ์ของ p ก็ต่อเมื่อ q นี่

00:12:52.672 --> 00:12:54.642
มันจะเป็นลูกศร 2 ทางใช่ไหมครับ

00:12:54.928 --> 00:12:56.606
อันนี้เป็นเทคนิคการดูเลยนะครับ

00:12:56.631 --> 00:12:59.592
ก็จะได้ว่าอะไรครับ p ไป q ก็ได้นะครับ

00:12:59.616 --> 00:13:02.736
แล้วก็ q สามารถไปหา p ก็ได้นะครับ

00:13:03.040 --> 00:13:05.166
ซึ่งประพจน์ p ก็ต่อเมื่อ q นะครับ

00:13:05.190 --> 00:13:07.426
จริง ๆ แล้วมีความหมายก็คืออะไรครับ

00:13:07.805 --> 00:13:12.230
ถ้า p แล้ว q และถ้า q แล้ว p นะครับ

00:13:12.969 --> 00:13:16.025
ดังนั้นเรามาพิจารณาประพจน์ต่อไปนี้นะครับ

00:13:16.421 --> 00:13:19.319
ซึ่งครูฟิวกำหนดให้ประพจน์ p แทนข้อความ

00:13:19.890 --> 00:13:23.869
2 คูณกับ 3 + 2 มีค่าเท่ากับ 2 คูณ 5

00:13:24.462 --> 00:13:26.268
และประพจน์ q  แทนข้อความ

00:13:27.149 --> 00:13:29.565
3 + 2 เท่ากับ 5 นะครับ

00:13:31.513 --> 00:13:33.221
เมื่อเราเชื่อมประพจน์ทั้ง 2

00:13:33.245 --> 00:13:34.466
ด้วยตัวเชื่อมก็ต่อเมื่อนะครับ

00:13:34.791 --> 00:13:37.529
เราก็จะได้ว่าประพจน์ p ก็ต่อเมื่อ q

00:13:37.553 --> 00:13:38.686
จะแทนข้อความ

00:13:39.172 --> 00:13:42.766
2 คูณกับ 3 + 2 = 2 คูณ 5

00:13:42.790 --> 00:13:46.849
ก็ต่อเมื่อ 3 + 2 เท่ากับ 5 นั่นเองนะครับ

00:13:47.704 --> 00:13:49.919
ซึ่งประโยคนี้นะครับ

00:13:49.943 --> 00:13:51.765
จะมีความหมายเป็นอะไรครับนักเรียน

00:13:52.243 --> 00:13:53.755
จะมีความหมายก็คือ

00:13:54.165 --> 00:13:59.043
ถ้า 2 คูณกับ 3 + 2 = 2 คูณ 5 แล้ว

00:13:59.418 --> 00:14:06.097
3 + 2 = 5 และอะไรครับและถ้า 3 + 2 = 5

00:14:06.534 --> 00:14:12.235
แล้ว 2 คูณกับ 3 + 2 = 2 คูณ 5 นั่นเอง

00:14:14.498 --> 00:14:16.758
นักเรียนครับสำหรับค่าความจริงของประพจน์

00:14:16.793 --> 00:14:19.422
ที่มีตัวเชื่อมก็ต่อเมื่อนี่บางทีนี่

00:14:19.446 --> 00:14:21.688
เราสามารถพิจารณาจากสถานการณ์

00:14:21.715 --> 00:14:24.349
ที่นักเรียนอาจจะเจอในชีวิตจริงก็ได้นะครับ

00:14:24.737 --> 00:14:26.798
ตัวอย่างเช่นโรงเรียนแห่งหนึ่งเขากำหนดกฎ

00:14:26.822 --> 00:14:30.404
ไว้ว่านักเรียนได้เกรด 4 วิชาคณิตศาสตร์

00:14:30.534 --> 00:14:33.421
ก็ต่อเมื่อนักเรียนได้คะแนนตั้งแต่

00:14:33.445 --> 00:14:35.629
80 เปอร์เซ็นต์ของคะแนนทั้งหมดนะครับ

00:14:36.203 --> 00:14:39.352
ถ้าปุยนุ่นเป็นนักเรียนโรงเรียนแห่งนี้นะครับ

00:14:39.376 --> 00:14:42.553
แล้วครูฟิวกำหนดให้ว่าประพจน์ p แทนข้อความ

00:14:43.064 --> 00:14:45.385
ปุยนุ่นได้เกรด 4 วิชาคณิตศาสตร์

00:14:45.520 --> 00:14:47.158
และประพจน์ q แทนข้อความ

00:14:47.639 --> 00:14:49.002
ปุยนุ่นได้คะแนนตั้งแต่

00:14:49.026 --> 00:14:50.642
80 เปอร์เซ็นต์ของคะแนนทั้งหมด

00:14:51.332 --> 00:14:54.570
ดังนั้นครับครูฟิวจะได้ประพจน์ p ก็ต่อเมื่อ q

00:14:54.887 --> 00:14:55.880
แทนข้อความอะไรครับ

00:14:56.295 --> 00:14:59.670
ปุยนุ่นได้เกรด 4 วิชาคณิตศาสตร์ก็ต่อเมื่อ

00:15:00.139 --> 00:15:02.411
ปุยนุ่นได้คะแนนตั้งแต่ 80 เปอร์เซ็นต์

00:15:02.435 --> 00:15:03.609
ของคะแนนทั้งหมดนะครับ

00:15:04.152 --> 00:15:05.104
และนักเรียนครับ

00:15:06.345 --> 00:15:09.096
นักเรียนต้องมาช่วยครูฟิวนะครับในการพิจารณา

00:15:09.120 --> 00:15:10.447
ค่าความจริงของประพจน์

00:15:10.960 --> 00:15:12.677
ที่มีตัวเชื่อมก็ต่อเมื่อนะครับ

00:15:12.701 --> 00:15:15.010
จากสถานการณ์ของปุยนุ่นนะครับ

00:15:16.301 --> 00:15:17.113
นักเรียนนะครับ

00:15:17.137 --> 00:15:19.105
ครูฟิวอยากให้นักเรียนนึกถึงกฎของโรงเรียน

00:15:19.129 --> 00:15:20.295
ที่ตั้งไว้ว่าอะไรครับ

00:15:21.194 --> 00:15:24.198
ปุยนุ่นจะได้เกรด 4 วิชาคณิตศาสตร์

00:15:24.457 --> 00:15:26.589
ก็ต่อเมื่อปุยนุ่นได้คะแนนตั้งแต่

00:15:26.613 --> 00:15:28.517
80 เปอร์เซ็นต์ของคะแนนทั้งหมดนะครับ

00:15:29.079 --> 00:15:30.512
มาดูกรณีแรกนะครับ

00:15:30.536 --> 00:15:32.531
ประพจน์ p มีค่าความจริงเป็นจริง

00:15:32.888 --> 00:15:35.389
และประพจน์ q มีค่าความจริงเป็นจริงนะครับ

00:15:35.715 --> 00:15:37.848
นั่นก็คือประพจน์ p ก็ต่อเมื่อ q

00:15:37.872 --> 00:15:38.786
แทนข้อความอะไรครับ

00:15:39.578 --> 00:15:40.509
แทนข้อความ

00:15:40.533 --> 00:15:43.648
ปุยนุ่นได้เกรด 4 วิชาคณิตศาสตร์ก็ต่อเมื่อ

00:15:44.009 --> 00:15:45.301
ปุยนุ่นได้คะแนนตั้งแต่

00:15:45.326 --> 00:15:46.833
80 เปอร์เซ็นต์ของคะแนนทั้งหมด

00:15:47.293 --> 00:15:49.893
ดังนั้นประพจน์ p ก็ต่อเมื่อ q

00:15:49.917 --> 00:15:51.624
มีค่าความจริงเป็นจริงหรือเป็นเท็จครับ

00:15:52.403 --> 00:15:55.506
มีค่าความจริงเป็นจริงถูกต้องไหมครับ

00:15:56.472 --> 00:15:57.889
สำหรับกรณีที่ 2

00:15:57.913 --> 00:15:59.756
ประพจน์ p มีค่าความจริงเป็นจริง

00:16:00.153 --> 00:16:02.626
ประพจน์ q มีค่าความจริงเป็นเท็จนะครับ

00:16:03.450 --> 00:16:06.829
นั่นก็คือก็ต่อเมื่อ q จะแทนข้อความอะไรครับ

00:16:07.315 --> 00:16:08.382
จะแทนข้อความ

00:16:08.779 --> 00:16:10.992
ปุยนุ่นได้เกรด 4 วิชาคณิตศาสตร์

00:16:11.105 --> 00:16:13.818
ก็ต่อเมื่อปุยนุ่นไม่ได้คะแนน

00:16:13.843 --> 00:16:15.940
ตั้งแต่ 80 เปอร์เซ็นต์ของคะแนนทั้งหมด

00:16:16.567 --> 00:16:18.596
ถ้าปุยนุ่นไม่ได้คะแนน 80 เปอร์เซ็นต์

00:16:18.781 --> 00:16:19.792
จะได้เกรด 4 ไหมครับ

00:16:20.713 --> 00:16:21.793
ไม่ได้ถูกไหมครับ

00:16:22.123 --> 00:16:23.686
เพราะฉะนั้นสำหรับกรณีนี้

00:16:23.710 --> 00:16:25.955
ประพจน์ p ก็ต่อเมื่อ q

00:16:25.979 --> 00:16:27.285
มีค่าความจริงเป็นจริงหรือเป็นเท็จครับ

00:16:28.109 --> 00:16:31.547
จึงมีความจริงเป็นเท็จนั่นเองนะครับ

00:16:33.006 --> 00:16:34.778
สำหรับกรณีที่ 3 นะครับ

00:16:34.802 --> 00:16:36.984
ประพจน์ p มีค่าความจริงเป็นเท็จ

00:16:37.461 --> 00:16:40.030
และประพจน์ q มีค่าความจริงเป็นจริง

00:16:40.587 --> 00:16:42.920
นั่นก็คือประพจน์ p ก็ต่อเมื่อ q

00:16:42.944 --> 00:16:44.127
จะแทนข้อความอะไรครับ

00:16:44.594 --> 00:16:47.693
ปุยนุ่นไม่ได้เกรด 4 วิชาคณิตศาสตร์

00:16:48.111 --> 00:16:50.465
ก็ต่อเมื่อปุยนุ่นได้คะแนน

00:16:50.489 --> 00:16:52.909
ตั้งแต่ 80 เปอร์เซ็นต์ของคะแนนทั้งหมด

00:16:53.474 --> 00:16:54.861
ทีนี้ปุยนุ่นได้คะแนนตั้งแต่

00:16:54.885 --> 00:16:56.656
80 เปอร์เซ็นต์ของคะแนนทั้งหมดแล้วนี่

00:16:56.806 --> 00:16:59.773
แต่ไม่ได้เกรด 4 เพราะฉะนั้นกรณีนี้

00:16:59.798 --> 00:17:00.862
p ก็ต่อเมื่อ q

00:17:00.886 --> 00:17:02.757
มีค่าความจริงเป็นจริงหรือเป็นเท็จครับ

00:17:03.541 --> 00:17:06.245
มีค่าความจริงเป็นเท็จถูกไหมครับ

00:17:06.459 --> 00:17:08.186
คะแนนถึง 80 เปอร์เซ็นต์แล้วน่ะ

00:17:08.210 --> 00:17:10.941
แต่ไม่ได้เกรด 4 เป็นไปไม่ได้นะครับ

00:17:12.298 --> 00:17:14.704
ต่อไปครับกรณีสุดท้าย

00:17:14.906 --> 00:17:18.713
กรณีที่ประพจน์ p มีค่าความจริงเป็นเท็จ

00:17:19.113 --> 00:17:21.598
และประพจน์ q มีค่าความจริงเป็นเท็จ

00:17:22.022 --> 00:17:22.824
นั่นก็คือ

00:17:23.323 --> 00:17:26.230
ปุยนุ่นไม่ได้เกรด 4 วิชาคณิตศาสตร์

00:17:26.467 --> 00:17:29.769
ก็ต่อเมื่อปุยนุ่นไม่ได้คะแนนตั้งแต่

00:17:29.802 --> 00:17:31.386
80 เปอร์เซ็นต์ของคะแนนทั้งหมด

00:17:32.045 --> 00:17:33.477
ถ้าคะแนนไม่ถึง 80 เปอร์เซ็นต์

00:17:33.502 --> 00:17:34.949
เลยไม่ได้เกรด 4 ถูกไหมครับ

00:17:35.670 --> 00:17:38.168
ก็ถูกใช่ไหมครับเพราะฉะนั้นสถานการณ์

00:17:38.219 --> 00:17:40.426
p ก็ต่อเมื่อ q สำหรับกรณีนี้

00:17:40.450 --> 00:17:42.550
จึงมีค่าความจริงเป็นจริงหรือเป็นเท็จครับ

00:17:43.355 --> 00:17:45.908
มีค่าความจริงเป็นจริงถูกไหมครับ

00:17:46.114 --> 00:17:48.017
คะแนนไม่ถึงก็เลยไม่ได้เกรด 4

00:17:48.170 --> 00:17:50.083
ไม่ได้เกรด 4 ก็เลยเป็นอย่างไรครับ

00:17:50.676 --> 00:17:51.611
เพราะว่าคะแนนเรา

00:17:51.635 --> 00:17:53.687
ไม่ถึง 80 เปอร์เซ็นต์นั่นเอง

00:17:55.155 --> 00:17:56.021
โอเคไหมครับ

00:17:58.013 --> 00:17:58.818
ไม่ยากนะครับ

00:18:00.775 --> 00:18:03.246
นักเรียนครับจากสถานการณ์ของปุยนุ่นนี่

00:18:03.270 --> 00:18:06.271
เราก็นำมาสรุปเป็นตารางค่าความจริง

00:18:06.295 --> 00:18:10.908
ของประพจน์ p ก็ต่อเมื่อ q ได้ดังตารางที่ขึ้นอยู่

00:18:11.308 --> 00:18:12.647
ในหน้าจอนี้นะครับ

00:18:13.208 --> 00:18:15.973
ซึ่งการเชื่อมประพจน์ด้วยตัวเชื่อมก็ต่อเมื่อนี่

00:18:15.997 --> 00:18:17.480
เราจะมีข้อตกลงว่า

00:18:17.740 --> 00:18:19.947
ประพจน์ใหม่จะเป็นจริงในกรณีที่

00:18:19.971 --> 00:18:21.697
ประพจน์ที่นำมาเชื่อมกันนั้น

00:18:22.018 --> 00:18:24.954
มีค่าความจริงเป็นจริงทั้งคู่

00:18:25.160 --> 00:18:27.885
หรือไม่ก็ประพจน์ที่นำมาเชื่อมกันนั้น

00:18:27.909 --> 00:18:31.415
มีค่าความจริงเป็นเท็จทั้งคู่ใช่ไหมครับ

00:18:31.776 --> 00:18:33.160
ส่วนกรณีอื่น ๆ นั้น

00:18:33.192 --> 00:18:34.789
ประพจน์ p ก็ต่อเมื่อ q

00:18:34.813 --> 00:18:37.917
จะมีค่าความจริงเป็นเท็จหมดเลยนะครับ

00:18:37.941 --> 00:18:40.063
ดังตารางที่นักเรียนเห็นอยู่นั่นเอง

00:18:41.246 --> 00:18:42.584
เป็นอย่างไรกันบ้างครับนักเรียน

00:18:42.613 --> 00:18:45.745
สำหรับสิ่งที่ครูฟิวเตรียมนำมาสอนนักเรียนในวันนี้

00:18:46.143 --> 00:18:47.190
ไม่ยากใช่ไหมครับ

00:18:47.214 --> 00:18:49.796
แล้วก็เป็นเรื่องที่ใกล้ตัวนักเรียนมาก ๆ เลย

00:18:50.988 --> 00:18:51.675
ต่อไปนะครับ

00:18:51.699 --> 00:18:55.563
ครูฟิวจะให้นักเรียนช่วยกันสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้

00:18:55.818 --> 00:18:57.455
ไปพร้อม ๆ กับครูฟิวนะครับ

00:18:57.816 --> 00:19:00.062
เริ่มจากประพจน์ที่มีตัวเชื่อม

00:19:00.086 --> 00:19:01.177
"ถ้า...แล้ว..." ก่อนนะครับ

00:19:02.045 --> 00:19:02.934
ในการเชื่อมประพจน์

00:19:02.958 --> 00:19:03.984
ด้วยตัวเชื่อม "ถ้า...แล้ว..."

00:19:04.009 --> 00:19:06.533
นี่เราจะมีข้อตกลงว่าประพจน์ใหม่

00:19:06.561 --> 00:19:09.207
จะมีค่าความจริงเป็นเท็จ

00:19:09.785 --> 00:19:11.155
ในกรณีที่อะไรครับ

00:19:11.499 --> 00:19:13.282
เหตุมีค่าความจริงเป็นจริง

00:19:13.306 --> 00:19:15.348
และผลมีค่าความจริงเป็นเท็จ

00:19:15.706 --> 00:19:17.116
กรณีเดียวเท่านั้นนะครับ

00:19:17.579 --> 00:19:20.995
สำหรับกรณีอื่น ๆ ของประพจน์ถ้า p แล้ว q

00:19:21.392 --> 00:19:24.405
ก็จะมีค่าความจริงเป็นจริงนั่นเองนะครับ

00:19:25.256 --> 00:19:27.084
และในส่วนของประพจน์ที่มี

00:19:27.108 --> 00:19:28.657
ตัวเชื่อมก็ต่อเมื่อนะครับ

00:19:29.378 --> 00:19:32.039
ประพจน์ p ก็ต่อเมื่อ q จะเป็นจริง

00:19:32.279 --> 00:19:34.878
ในกรณีที่ประพจน์ที่นำมาเชื่อมนั้น

00:19:34.902 --> 00:19:40.521
เป็นจริงทั้งคู่หรือไม่ก็เป็นเท็จทั้งคู่นะครับ

00:19:40.967 --> 00:19:42.524
ส่วนในกรณีอื่น ๆ

00:19:42.703 --> 00:19:44.904
เราจะได้ประพจน์ p ก็ต่อเมื่อ q

00:19:45.340 --> 00:19:48.218
มีค่าความจริงเป็นเท็จเสมอนะครับ

00:19:49.300 --> 00:19:51.218
เป็นอย่างไรกันบ้างครับไม่ยากใช่ไหมครับ

00:19:52.174 --> 00:19:54.868
ครูฟิวอยากให้นักเรียนกลับไปทบทวนนะครับแล้วก็

00:19:55.464 --> 00:19:58.629
จำค่าความจริงของการเชื่อมประพจน์

00:19:58.653 --> 00:20:00.622
ด้วยตัวเชื่อมต่าง ๆ ให้ได้นะครับ

00:20:01.097 --> 00:20:03.616
แล้วเราจะมาพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ

00:20:03.641 --> 00:20:06.460
สำหรับตอนนี้ในคลิปนี้

00:20:06.485 --> 00:20:08.248
ครูฟิวขอลาไปก่อนนะครับ

00:20:08.276 --> 00:20:09.844
พบกันใหม่ในครั้งหน้านะครับ

00:20:09.868 --> 00:20:10.806
สวัสดีครับ

00:20:10.830 --> 00:23:48.329
[เสียงดนตรี]