﻿WEBVTT

00:00:00.053 --> 00:00:46.031
[เสียงดนตรี]

00:00:46.482 --> 00:00:47.338
(คุณครูวิทูลย์) สวัสดีครับ

00:00:47.720 --> 00:00:50.439
วันนี้คุณครูจะมาพาพวกเราเรียนรู้

00:00:50.463 --> 00:00:52.290
เกี่ยวกับการคิดเชิงนามธรรม

00:00:52.860 --> 00:00:54.021
แต่ก่อนจะไปเรียน

00:00:54.152 --> 00:00:56.429
คุณครูอยากให้พวกเราเตรียมกระดาษ

00:00:56.509 --> 00:00:59.830
ปากกา ดินสอ แล้วเรามาวาดรูปกันก่อนครับ

00:01:00.311 --> 00:01:03.130
[เสียงดนตรี]

00:01:03.750 --> 00:01:05.039
(คุณครูวิทูลย์) เมื่อพร้อมแล้วนะครับ

00:01:05.130 --> 00:01:07.572
เดี๋ยวให้นักเรียนลงมือวาดกันได้เลยนะครับ

00:01:07.944 --> 00:01:09.437
ภาพที่ครูต้องการนะครับ

00:01:09.461 --> 00:01:12.792
ก็คือเป็นภาพที่มีภูเขานะครับ

00:01:12.816 --> 00:01:17.211
แล้วก็บนท้องฟ้าก็มีก้อนเมฆลอยไปมานะครับ

00:01:17.236 --> 00:01:18.831
มีนกบินอยู่บนท้องฟ้า

00:01:19.148 --> 00:01:21.546
มีดวงอาทิตย์ส่องแสงนะครับ

00:01:21.775 --> 00:01:25.342
เบื้องล่างนะครับ ก็จะเป็นภาพทุ่งนานะครับ

00:01:25.367 --> 00:01:27.421
มีลำธาร มีต้นไม้

00:01:27.997 --> 00:01:30.785
เอาล่ะ เราเริ่มลงมือวาดกันได้เลยครับ

00:01:31.363 --> 00:01:36.846
[เสียงนาฬิกาจับเวลา]

00:01:37.117 --> 00:01:38.366
(คุณครูวิทูลย์) ภาพที่นักเรียนวาดออกมา

00:01:38.391 --> 00:01:39.205
เป็นอย่างไรบ้างครับ

00:01:39.230 --> 00:01:41.090
ไหนลองยกโชว์เพื่อน ๆ ดูหน่อยครับ

00:01:42.386 --> 00:01:44.035
ภาพที่วาดออกมาส่วนใหญ่

00:01:44.060 --> 00:01:45.617
จะเป็นลักษณะแบบนี้หรือเปล่าครับ

00:01:45.757 --> 00:01:55.860
[เสียงดนตรี]

00:01:55.896 --> 00:01:58.620
(คุณครูวิทูลย์) ถึงแม้ว่ารายละเอียดของภาพนะครับ

00:01:58.760 --> 00:01:59.799
จะไม่ชัดเจนนะครับ

00:01:59.824 --> 00:02:01.728
แต่เราก็ยังสามารถระบุได้

00:02:01.752 --> 00:02:04.751
ว่าวัตถุในภาพนั้นคือภาพอะไร

00:02:05.451 --> 00:02:07.148
เรามาดูอีกตัวอย่างหนึ่งนะครับ

00:02:07.174 --> 00:02:08.680
ในวิชาวิทยาศาสตร์

00:02:09.286 --> 00:02:10.689
นักเรียนจะพบแบบจำลอง

00:02:10.714 --> 00:02:13.846
ที่ใช้แทนการทำงานของอุปกรณ์การทดลองต่าง ๆ

00:02:14.194 --> 00:02:17.007
เช่น แบบจำลองของวงจรไฟฟ้า

00:02:17.329 --> 00:02:20.442
ซึ่งแทนด้วยสัญลักษณ์ที่เป็นหลอดไฟ

00:02:20.480 --> 00:02:22.999
แบตเตอรี่ ตัวต้านทานนะครับ

00:02:23.415 --> 00:02:25.387
แบบจำลองนี้จะทำให้นักเรียนเข้าใจ

00:02:25.412 --> 00:02:27.786
หรืออธิบายระบบการทำงานของอุปกรณ์

00:02:27.810 --> 00:02:28.924
ได้ง่ายยิ่งขึ้น

00:02:29.819 --> 00:02:32.185
หรือการทำงานของระบบโซ่จักรยาน

00:02:32.461 --> 00:02:34.976
นักเรียนสามารถสร้างเป็นแบบจำลองการทำงาน

00:02:35.000 --> 00:02:36.834
ของชุดเฟือง 2 ตัว

00:02:37.136 --> 00:02:39.392
ที่เคลื่อนที่ด้วยแรงดึงจากโซ่

00:02:39.734 --> 00:02:40.728
โดยแบบจำลองนี้

00:02:40.759 --> 00:02:43.028
จะลดทอนรายละเอียดที่ไม่จำเป็นออกไป

00:02:43.257 --> 00:02:45.645
และสื่อให้เห็นเฉพาะจุดที่สำคัญ

00:02:46.740 --> 00:02:49.505
กระบวนการคัดแยกคุณลักษณะที่สำคัญ

00:02:49.530 --> 00:02:51.755
ออกจากรายละเอียดในโจทย์ปัญหา

00:02:51.780 --> 00:02:53.908
หรืองานที่กำลังพิจารณา

00:02:54.429 --> 00:02:57.224
เพื่อให้ได้องค์ประกอบที่จำเป็นเพียงพอ

00:02:57.513 --> 00:02:58.677
และกระชับที่สุด

00:02:58.786 --> 00:03:00.871
ภายใต้สถานการณ์ที่สนใจ

00:03:01.070 --> 00:03:04.297
เรียกว่า "การคิดเชิงนามธรรม"

00:03:05.996 --> 00:03:07.603
ในชีวิตประจำวันของเรา

00:03:07.876 --> 00:03:09.322
การคิดเชิงนามธรรม

00:03:09.351 --> 00:03:11.286
จะช่วยให้การแก้ปัญหาต่าง ๆ

00:03:11.314 --> 00:03:12.931
สามารถทำได้ง่ายยิ่งขึ้น

00:03:13.677 --> 00:03:16.109
การวาดแผนที่ถือเป็นตัวอย่างหนึ่ง

00:03:16.134 --> 00:03:18.413
ที่นำการคิดเชิงนามธรรมมาใช้

00:03:19.157 --> 00:03:20.462
จากภาพถ่ายดาวเทียม

00:03:20.486 --> 00:03:24.338
จะเห็นว่าวัตถุต่าง ๆ ในภาพมีจำนวนมาก

00:03:24.658 --> 00:03:26.920
ทำให้ยากต่อการค้นหาสถานที่

00:03:27.614 --> 00:03:29.883
เมื่อลดรายละเอียดที่ไม่จำเป็นออกไปแล้ว

00:03:29.964 --> 00:03:33.280
จะได้แผนที่ที่แสดงสถานที่ต่าง ๆ อย่างชัดเจน

00:03:36.843 --> 00:03:37.565
ต่อไปนะครับ

00:03:37.589 --> 00:03:39.729
ให้นักเรียนนำกระดาษมาแผ่นหนึ่งครับ

00:03:40.069 --> 00:03:42.066
แล้วลองวาดแผนที่เส้นทาง

00:03:42.090 --> 00:03:44.443
จากโรงเรียนไปยังบ้านของนักเรียนนะครับ

00:03:44.751 --> 00:03:47.156
ถ้าพร้อมแล้วลงมือวาดได้เลยครับ

00:03:47.180 --> 00:03:52.785
[เสียงนาฬิกาจับเวลา]

00:03:53.242 --> 00:03:55.311
(คุณครูวิทูลย์) เมื่อนักเรียนวาดแผนที่เสร็จแล้ว

00:03:55.764 --> 00:03:58.292
เรามาทดลองเดินทางตามแผนที่กันครับ

00:03:58.317 --> 00:04:15.886
[เสียงดนตรี]

00:04:16.248 --> 00:04:18.292
[เสียงเอฟเฟ็กต์]

00:04:18.585 --> 00:04:24.815
[เสียงดนตรี]

00:04:25.055 --> 00:04:26.847
(คุณครูวิทูลย์) ให้นักเรียนยกตัวอย่างนะครับ

00:04:26.878 --> 00:04:28.667
การนำการคิดเชิงนามธรรม

00:04:29.168 --> 00:04:31.581
ไปใช้ในการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน

00:04:32.021 --> 00:04:33.852
เช่น การสร้างแบบจำลอง

00:04:33.876 --> 00:04:35.353
ของเกมที่นักเรียนเคยเล่น

00:04:35.845 --> 00:04:37.040
หรือแบบจำลอง

00:04:37.065 --> 00:04:40.027
ของการเดินทางท่องเที่ยวกับครอบครัวนะครับ

00:04:40.051 --> 00:04:40.898
ในวันหยุด

00:04:41.214 --> 00:04:42.990
เสร็จแล้วก็มานำเสนอ

00:04:43.014 --> 00:04:45.335
และก็อภิปรายให้เพื่อนในกลุ่มฟังนะครับ

00:04:45.807 --> 00:04:48.514
หลังจากนั้นก็แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกันนะครับ

00:04:48.538 --> 00:04:51.152
ว่าถ้าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น

00:04:51.176 --> 00:04:54.247
เราไม่ได้เอาการคิดเชิงนามธรรมไปใช้

00:04:54.271 --> 00:04:57.495
จะให้ผลลัพธ์ที่เหมือนหรือต่างกันอย่างไร

00:04:58.656 --> 00:05:05.003
[เสียงนาฬิกาจับเวลา]

00:05:06.600 --> 00:05:08.129
(คุณครูวิทูลย์) หลังจากที่นักเรียนได้เรียนรู้

00:05:08.154 --> 00:05:10.399
เกี่ยวกับการคิดเชิงนามธรรมแล้วนะครับ

00:05:10.577 --> 00:05:13.116
จะทำให้นักเรียนสามารถจัดการกับแนวคิด

00:05:13.140 --> 00:05:15.387
หรือปัญหาที่มีความซับซ้อนได้

00:05:15.745 --> 00:05:18.453
โดยการลดทอนสิ่งที่ไม่สำคัญออกไป

00:05:18.477 --> 00:05:21.336
แล้วก็คงไว้เฉพาะสาระสำคัญ

00:05:21.360 --> 00:05:23.580
ของแนวคิดหรือปัญหานั้น ๆ นะครับ

00:05:24.101 --> 00:05:27.228
สุดท้ายฝากเอาไว้ว่าตัดอะไรก็ตัดได้

00:05:27.513 --> 00:05:30.380
แต่อย่าตัดใจจากวิทยาการคำนวณ

00:05:30.853 --> 00:05:31.935
สวัสดีครับ

00:05:31.960 --> 00:05:50.113
[เสียงดนตรี]