﻿WEBVTT

00:00:00.087 --> 00:00:32.254
[เสียงดนตรี]

00:00:32.460 --> 00:00:34.022
(คุณครูนุกูล) สวัสดีค่ะ คลิปนี้นะคะ

00:00:34.046 --> 00:00:37.392
เราก็จะมาคุยกันในเรื่องของการหารูปแบบ

00:00:37.416 --> 00:00:39.432
หรือ Pattern Recognition นะคะ

00:00:39.456 --> 00:00:40.729
ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่ง

00:00:40.753 --> 00:00:43.231
ของการคิดเชิงคำนวณนั่นเองค่ะ

00:00:44.791 --> 00:00:47.274
หลังจากที่นักเรียนศึกษาคลิปนี้จบแล้วนะคะ

00:00:47.298 --> 00:00:50.005
นักเรียนก็จะต้องสามารถอธิบายรูปแบบ

00:00:50.030 --> 00:00:51.823
และระบุองค์ประกอบสำคัญ

00:00:51.847 --> 00:00:55.310
ที่สัมพันธ์กันของสิ่งของหรือปัญหาได้ค่ะ

00:00:56.949 --> 00:00:59.247
ก่อนที่เราจะไปรู้จักการหารูปแบบนะคะ

00:00:59.271 --> 00:01:00.542
นักเรียนลองมาสังเกต

00:01:00.566 --> 00:01:02.402
ลักษณะของพืชใบเลี้ยงเดี่ยว

00:01:02.426 --> 00:01:04.655
และใบเลี้ยงคู่ต่อไปนี้กันก่อนเลยค่ะ

00:01:05.348 --> 00:01:06.659
พืชใบเลี้ยงเดี่ยวนะคะ

00:01:06.683 --> 00:01:09.549
ก็จะมีลักษณะเส้นใบเรียงกันแบบขนาน

00:01:09.573 --> 00:01:11.642
แล้วก็ถ้าเป็นพืชดอกนะคะ

00:01:11.666 --> 00:01:14.345
ก็จะมีกลีบดอกมีจำนวนเป็น 3

00:01:14.369 --> 00:01:16.413
หรือทวีคูณของ 3 ค่ะ

00:01:18.541 --> 00:01:19.968
ส่วนพืชใบเลี้ยงคู่นะคะ

00:01:19.992 --> 00:01:22.488
ลักษณะเส้นใบก็จะเป็นรากแห

00:01:22.808 --> 00:01:25.772
กลีบดอกก็จะมีจำนวนเป็น 4-5

00:01:25.796 --> 00:01:28.410
หรือทวีคูณของ 4-5 ค่ะ

00:01:29.073 --> 00:01:30.779
จากลักษณะของพืชใบเลี้ยงเดี่ยว

00:01:30.803 --> 00:01:32.538
และใบเลี้ยงคู่ที่ผ่านมานะคะ

00:01:32.888 --> 00:01:36.418
นักเรียนลองมาพิจารณาพืชชนิดนี้กันดูสิคะ

00:01:37.192 --> 00:01:38.853
นักเรียนคิดว่าพืชชนิดนี้

00:01:38.877 --> 00:01:41.728
เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวหรือใบเลี้ยงคู่คะ

00:01:42.608 --> 00:01:44.826
เดี๋ยวเราลองมาคิดกันดูนะคะ

00:01:47.523 --> 00:01:50.190
ถูกต้องค่ะ เก่งมาก ๆ เลยนะคะ

00:01:50.492 --> 00:01:54.402
อย่างนั้น เราลองไปพิจารณาพืชต่อไปนี้กันเลยค่ะ

00:01:54.739 --> 00:02:38.035
[เสียงดนตรี]

00:02:38.059 --> 00:02:39.044
(คุณครูนุกูล) ค่ะ จากตัวอย่าง

00:02:39.068 --> 00:02:40.155
ของพืชใบเลี้ยงเดี่ยว

00:02:40.179 --> 00:02:41.970
และใบเลี้ยงคู่ที่ผ่านมานะคะ

00:02:41.995 --> 00:02:44.245
ก็เป็นตัวอย่างของการหารูปแบบ

00:02:44.545 --> 00:02:47.122
ซึ่งเป็นทักษะการหาความสัมพันธ์

00:02:47.146 --> 00:02:50.859
ที่เกี่ยวข้องแนวโน้มและลักษณะทั่วไป

00:02:50.883 --> 00:02:53.402
ของสิ่งของต่าง ๆ ค่ะ

00:02:54.103 --> 00:02:55.912
ซึ่งโดยปกตินะคะ

00:02:55.936 --> 00:02:58.690
ในการพิจารณาปัญหาใดปัญหาหนึ่งนะคะ

00:02:58.714 --> 00:03:00.167
เราก็มักจะใช้ทักษะ

00:03:00.191 --> 00:03:02.943
ในการแยกส่วนประกอบของปัญหา

00:03:02.968 --> 00:03:05.573
เพื่อแยกปัญหานั้น ออกเป็นปัญหาย่อย ๆ

00:03:05.959 --> 00:03:09.268
จากนั้น เราก็จะใช้ทักษะในการหารูปแบบนะคะ

00:03:09.268 --> 00:03:11.001
เพื่อพิจารณาความสัมพันธ์

00:03:11.312 --> 00:03:12.947
ขององค์ประกอบเหล่านั้นค่ะ

00:03:14.249 --> 00:03:16.513
ยกตัวอย่างเช่น การขับเคลื่อน

00:03:16.537 --> 00:03:18.953
โดยใช้เฟืองของรถจักรยานนะคะ

00:03:18.977 --> 00:03:20.722
ซึ่งจะประกอบไปด้วยเฟืองหน้า

00:03:20.746 --> 00:03:23.540
และเฟืองหลังที่เชื่อมต่อกันด้วยโซ่

00:03:23.848 --> 00:03:25.960
ซึ่งเราก็จะพบว่ามีลักษณะ

00:03:25.984 --> 00:03:28.963
เหมือนการผ่อนแรงของระบบรอกนั่นเอง

00:03:29.411 --> 00:03:31.653
ซึ่งการหารูปแบบในกรณีนี้นะคะ

00:03:31.678 --> 00:03:33.301
เราสามารถใช้รูปแบบ

00:03:33.325 --> 00:03:36.268
ที่เหมือนกันของการทำงานอย่างหนึ่งนะคะ

00:03:36.268 --> 00:03:38.749
เพื่อนำไปใช้ได้ในงานอีกอย่างหนึ่ง

00:03:39.027 --> 00:03:42.962
ที่มีวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันได้นั่นเองค่ะ

00:03:44.507 --> 00:03:46.581
การหารูปแบบอีกประเภทหนึ่งนะคะ

00:03:46.605 --> 00:03:49.611
ก็คือการหารูปแบบที่เหมือนหรือต่างกัน

00:03:49.636 --> 00:03:52.367
เช่น ถ้าเราพิจารณาเมาส์นะคะ

00:03:52.392 --> 00:03:55.090
เราก็จะพบว่ามีความแตกต่างกัน

00:03:55.114 --> 00:03:56.424
ของรูปร่างภายนอก

00:03:56.448 --> 00:03:59.928
แต่ก็มีการใช้งานที่เหมือนกันนั่นเองค่ะ

00:04:00.913 --> 00:04:02.797
หลังจากที่นักเรียนเรียนรู้

00:04:02.821 --> 00:04:05.066
เกี่ยวกับการหารูปแบบแล้วนะคะ

00:04:05.384 --> 00:04:07.235
ก็มาวัดความเข้าใจของเรา

00:04:07.259 --> 00:04:09.666
ในกิจกรรมเหมือนหรือต่างกันเลยค่ะ

00:04:10.128 --> 00:04:11.590
โดยในกิจกรรมนี้นะคะ

00:04:11.614 --> 00:04:14.603
ก็จะมียานพาหนะให้นักเรียนทั้งหมด 9 ชนิดค่ะ

00:04:14.628 --> 00:04:17.726
อยากให้นักเรียนลองพิจารณาหาความเหมือน

00:04:17.964 --> 00:04:21.357
หรือความต่างของยานพาหนะเหล่านี้กันดูนะคะ

00:04:21.396 --> 00:04:29.922
[เสียงดนตรี]

00:04:29.974 --> 00:04:31.373
(คุณครูนุกูล) นักเรียนแบ่งยานพาหนะ

00:04:31.397 --> 00:04:32.861
ได้ทั้งหมดกี่กลุ่มค่ะ

00:04:33.117 --> 00:04:34.395
แล้วนักเรียนตอบได้ไหมคะ

00:04:34.419 --> 00:04:37.801
ว่าทำไมนักเรียนถึงแบ่งยานพาหนะในรูปแบบนั้น

00:04:38.148 --> 00:04:41.669
แต่ละกลุ่มนี่ มีอะไรที่เหมือนหรือแตกต่างกัน

00:04:42.064 --> 00:04:43.608
ถ้านักเรียนตอบได้นะคะ

00:04:43.608 --> 00:04:45.774
ก็แปลว่านักเรียนมีความเข้าใจ

00:04:45.798 --> 00:04:47.809
เกี่ยวกับการหารูปแบบแล้วล่ะค่ะ

00:04:48.318 --> 00:04:49.987
แล้วเราจะนำการหารูปแบบนี้

00:04:50.011 --> 00:04:53.441
ไปใช้ในชีวิตประจำวันของเราได้อย่างไรบ้าง

00:04:53.783 --> 00:04:57.173
เราลองมาพิจารณาสถานการณ์ต่อไปนี้กันเลยค่ะ

00:04:58.130 --> 00:04:59.692
สมมุติสถานการณ์นะคะ

00:04:59.716 --> 00:05:02.482
ถ้าคุณครูนำสมุดการบ้านมาคืนนักเรียน

00:05:02.506 --> 00:05:03.658
จำนวน 10 เล่ม

00:05:04.059 --> 00:05:06.561
โดยให้นักเรียนค้นหาสมุดของตนเอง

00:05:06.585 --> 00:05:07.854
จากสมุดกองนั้น

00:05:08.248 --> 00:05:10.765
นักเรียนจะมีวิธีการในการหาสมุด

00:05:10.789 --> 00:05:13.001
ของตนเองได้อย่างไรบ้างคะ

00:05:13.599 --> 00:05:16.471
วิธีที่ง่ายที่สุด ก็คือเราอาจจะพิจารณา

00:05:16.495 --> 00:05:18.460
จากสมุดเล่มบนสุดก่อนนะคะ

00:05:18.808 --> 00:05:21.442
ถ้าใช่สมุดของเราก็เสร็จเรียบร้อยค่ะ

00:05:21.466 --> 00:05:23.766
เราอาจจะไม่ต้องทำอะไรอีกต่อไป

00:05:24.400 --> 00:05:25.513
แต่ถ้าไม่พบนะคะ

00:05:25.537 --> 00:05:28.421
เราก็ต้องหยิบสมุดเล่มบนสุดออกไปค่ะ

00:05:29.032 --> 00:05:32.429
เราก็จะพิจารณาสมุดเล่มบนสุดอีกครั้งนะคะ

00:05:32.453 --> 00:05:34.489
โดยที่คราวนี้ เราก็จะมีสมุด

00:05:34.516 --> 00:05:37.164
ที่ต้องพิจารณาทั้งหมดเพียง 9 เล่ม

00:05:37.868 --> 00:05:40.328
ถ้าพบว่าเล่มบนสุดเป็นของเรา

00:05:40.352 --> 00:05:42.114
ก็จบการทำงานได้เลยค่ะ

00:05:42.492 --> 00:05:43.868
แต่ถ้ายังไม่พบนะคะ

00:05:43.868 --> 00:05:47.302
เราก็ต้องหยิบสมุดเล่มบนสุดออกไปเหมือนเดิมค่ะ

00:05:48.149 --> 00:05:50.338
ตอนนี้เราก็เหลือสมุดเพียง 8 เล่ม

00:05:50.362 --> 00:05:52.436
ที่เราจะต้องพิจารณาแล้วนะคะ

00:05:52.723 --> 00:05:55.510
เราก็จะดูเล่มบนสุดเหมือนเดิมค่ะ

00:05:55.721 --> 00:05:56.787
ซึ่งมาถึงตรงนี้

00:05:56.811 --> 00:05:58.849
นักเรียนก็อาจจะมองเห็นแล้วนะคะ

00:05:58.873 --> 00:06:01.783
ว่าเริ่มมีรูปแบบของการแก้ปัญหา

00:06:01.807 --> 00:06:03.779
ที่ซ้ำ ๆ กันเกิดขึ้นค่ะ

00:06:04.288 --> 00:06:07.922
แตกต่างกันเพียงแค่จำนวนของสมุดเท่านั้นค่ะ

00:06:07.947 --> 00:06:14.045
[เสียงดนตรี]

00:06:14.070 --> 00:06:15.212
(คุณครูนุกูล) เริ่มเห็นประโยชน์

00:06:15.236 --> 00:06:17.332
ของการหารูปแบบแล้วใช่ไหมละคะ

00:06:17.632 --> 00:06:19.801
ซึ่งนักเรียนก็จะสังเกตเห็นนะคะ

00:06:19.825 --> 00:06:22.559
ว่าปัญหาที่มีรูปแบบเดียวกันนี่

00:06:22.583 --> 00:06:24.354
นักเรียนก็จะสามารถใช้วิธี

00:06:24.378 --> 00:06:26.163
การแก้ปัญหาแบบเดียวกัน

00:06:26.456 --> 00:06:30.478
ทำให้เราสามารถแก้ปัญหาได้เร็วขึ้นนั่นเองค่ะ

00:06:30.615 --> 00:06:47.573
[เสียงดนตรี]