﻿WEBVTT

00:00:00.079 --> 00:00:50.199
[เสียงดนตรี]

00:00:50.248 --> 00:00:51.022
(คุณครูสมชาติ) สวัสดีครับน้อง ๆ

00:00:51.046 --> 00:00:52.307
สำหรับในบทเรียนนี้

00:00:52.527 --> 00:00:55.135
เราจะมาเรียนรู้กันว่าเมื่อเราต้องการสั่งงาน

00:00:55.159 --> 00:00:57.112
ให้คอมพิวเตอร์ทำงานตามคำสั่ง

00:00:57.368 --> 00:01:00.882
สิ่งสำคัญ คือ การระบุข้อมูลเข้า ข้อมูลออก

00:01:01.075 --> 00:01:02.784
และเงื่อนไขของปัญหา

00:01:03.070 --> 00:01:05.387
เรามาศึกษาจากตัวอย่างต่อไปนี้กันเลยครับ

00:01:05.417 --> 00:01:09.077
[เสียงดนตรี]

00:01:10.183 --> 00:01:12.794
(นักเรียนชาย) เรียนมาทั้งวันเลย เหนื่อยก็เหนื่อย

00:01:13.124 --> 00:01:14.496
การบ้านก็เยอะ

00:01:14.744 --> 00:01:18.133
ครูแต่ละคนก็เอาแต่สั่งการบ้านกันดีจัง

00:01:20.096 --> 00:01:22.070
กินน้ำให้ชื่นใจก่อนดีกว่า

00:01:26.817 --> 00:01:31.613
[เสียงเอฟเฟกต์]

00:01:34.147 --> 00:01:36.194
(นักเรียนชาย) ได้น้ำมากินให้ชื่นใจแล้ว

00:01:37.702 --> 00:01:38.960
[เสียงเอฟเฟกต์]

00:01:38.984 --> 00:01:40.287
[เสียงดนตรี]

00:01:40.311 --> 00:01:41.690
(คุณครูสมชาติ) จากตัวอย่างน้อง ๆ จะเห็นว่า

00:01:41.714 --> 00:01:43.825
เพื่อนของเราใส่เงินเข้าไปในตู้ 10 บาท

00:01:44.040 --> 00:01:45.460
นั่นคือข้อมูลเข้า

00:01:45.746 --> 00:01:48.063
หลังจากนั้น ระบบจะทำขั้นตอนบางอย่าง

00:01:48.459 --> 00:01:51.166
เพื่อให้เงิน 10 บาท สามารถซื้อน้ำได้ 1 ขวด

00:01:51.576 --> 00:01:53.168
ซึ่งน้ำ 1 ขวดที่ได้นั้น

00:01:53.192 --> 00:01:55.136
เราเรียกว่า "ข้อมูลออก" นั่นเองครับ

00:01:55.175 --> 00:02:00.543
[เสียงดนตรี]

00:02:00.567 --> 00:02:01.757
(คุณครูสมชาติ) ข้อมูลเข้า Input

00:02:02.142 --> 00:02:04.923
เป็นข้อมูลที่ใช้สำหรับการดำเนินการในขั้นตอนวิธี

00:02:05.317 --> 00:02:07.048
และข้อมูลออก Output

00:02:07.388 --> 00:02:09.284
เป็นข้อมูลผลลัพธ์ที่ต้องการนั่นเองครับ

00:02:09.562 --> 00:02:11.453
และการจะได้มาซึ่งข้อมูลออกนั้น

00:02:11.763 --> 00:02:14.088
ต้องผ่านการดำเนินการตามขั้นตอนวิธี

00:02:14.383 --> 00:02:16.405
และทำงานตามเงื่อนไขของปัญหาครับ

00:02:16.442 --> 00:02:18.962
[เสียงดนตรี]

00:02:18.986 --> 00:02:19.861
(คุณครูสมชาติ) สถานการณ์ที่ 1

00:02:19.885 --> 00:02:21.785
ครูตรวจข้อสอบของนักเรียนชั้น ม. 4

00:02:21.809 --> 00:02:22.897
จำนวน 40 คน

00:02:23.132 --> 00:02:25.000
เสร็จแล้ว ครูต้องการหาคะแนนเฉลี่ย

00:02:25.500 --> 00:02:27.902
ข้อมูลที่ครูต้องใช้สำหรับการหาคะแนนเฉลี่ย

00:02:28.128 --> 00:02:30.338
หรือข้อมูลเข้า คืออะไรครับ

00:02:30.547 --> 00:02:31.881
ลองช่วยครูคิดทีนะครับ

00:02:33.353 --> 00:02:40.764
[เสียงนาฬิกานับถอยหลัง]

00:02:40.789 --> 00:02:41.777
[เสียงเอฟเฟกต์]

00:02:41.801 --> 00:02:43.262
(คุณครูสมชาติ) ใช่แล้วครับ ข้อมูลเข้า

00:02:43.286 --> 00:02:45.720
คือ คะแแนนสอบของนักเรียนชั้น ม. 4

00:02:45.890 --> 00:02:49.591
ทั้ง 40 คน ซึ่งครูต้องกรอก 40 ครั้งนั่นเองครับ

00:02:51.150 --> 00:02:52.878
เมื่อครูนำคะแนนสอบของนักเรียน

00:02:52.902 --> 00:02:54.529
ทั้ง 40 คน ไปดำเนินการ

00:02:54.860 --> 00:02:55.997
เมื่อดำเนินการเสร็จแล้ว

00:02:56.120 --> 00:02:57.465
ข้อมูลออกที่ได้คืออะไรครับ

00:02:59.152 --> 00:03:06.528
[เสียงนาฬิกานับถอยหลัง]

00:03:07.039 --> 00:03:07.714
[เสียงเอฟเฟกต์]

00:03:07.738 --> 00:03:08.509
(คุณครูสมชาติ) ข้อมูลออกที่ได้

00:03:08.533 --> 00:03:10.311
คือ คะแนนสอบเฉลี่ย

00:03:10.335 --> 00:03:12.681
ของนักเรียนทั้ง 40 คนนั่นเองครับ

00:03:14.215 --> 00:03:15.617
เมื่อนักเรียนเข้าใจดังนี้แล้ว

00:03:16.044 --> 00:03:17.428
ถ้าครูต้องการหาคะแนน

00:03:17.452 --> 00:03:18.886
ของนักเรียนที่ได้คะแนนสูงสุด

00:03:19.267 --> 00:03:20.320
ว่ามีค่าเท่าไร

00:03:20.565 --> 00:03:23.724
นักเรียนคิดว่าข้อมูลเข้าและข้อมูลออก

00:03:24.080 --> 00:03:26.594
ที่จำเป็นต้องใช้ในการหาคะแนนสูงสุดนี้

00:03:26.894 --> 00:03:29.330
คืออะไรบ้างครับ ลองคิดดูนะครับ

00:03:29.354 --> 00:03:52.376
[เสียงดนตรี]

00:03:52.400 --> 00:03:53.588
(คุณครูสมชาติ) สถานการณ์ที่ 2 นะครับ

00:03:53.775 --> 00:03:56.171
โรงเรียนแห่งหนึ่งทำระบบรดน้ำต้นไม้

00:03:56.195 --> 00:03:57.625
รดน้ำแปลงผักอัตโนมัติ

00:03:57.870 --> 00:03:59.894
โดยใช้เซนเซอร์ตรวจจับความชื้นในดิน

00:03:59.918 --> 00:04:02.851
เซนเซอร์วัดค่าแสงและเซนเซอร์วัดอุณหภูมิ

00:04:04.326 --> 00:04:06.301
โดยค่าความชื้นในดินน้อยกว่าที่กำหนด

00:04:06.584 --> 00:04:08.180
ค่าแสงน้อยกว่าที่กำหนด

00:04:08.425 --> 00:04:10.071
และอุณหภูมิมากกว่าที่กำหนด

00:04:10.442 --> 00:04:13.475
ระบบควบคุมน้ำสปริงเกอร์ก็จะทำงานนั่นเองครับ

00:04:16.455 --> 00:04:17.988
จากระบบรดน้ำต้นไม้

00:04:18.013 --> 00:04:19.948
รดน้ำแปลงผักอัตโนมัติดังกล่าว

00:04:19.972 --> 00:04:21.783
นักเรียนคิดว่าข้อมูลเข้า

00:04:22.105 --> 00:04:24.385
และข้อมูลออกของระบบนี้คืออะไรครับ

00:04:26.428 --> 00:04:34.724
[เสียงนาฬิกานับถอยหลัง]

00:04:34.748 --> 00:04:36.151
[เสียงเอฟเฟกต์]

00:04:36.175 --> 00:04:37.068
(คุณครูสมชาติ) ใช่แล้วครับ

00:04:37.281 --> 00:04:39.701
ข้อมูลเข้า คือ ค่าความชื้นในดิน

00:04:39.725 --> 00:04:41.969
ซึ่งได้จากเซนเซอร์ตรวจจับความชื้น

00:04:42.582 --> 00:04:44.777
ค่าแสง ซึ่งได้จากเซนเซอร์วัดค่าแสง

00:04:44.937 --> 00:04:46.241
และค่าอุณหภูมิ

00:04:46.463 --> 00:04:49.377
ซึ่งได้จากตรวจวัดอุณหภูมินั่นเองครับ

00:04:50.818 --> 00:04:53.414
และข้อมูลออก คือ สัญญาณควบคุม

00:04:53.438 --> 00:04:55.583
การเปิด-ปิดน้ำสปริงเกอร์นั่นเองครับ

00:04:55.667 --> 00:05:14.457
[เสียงดนตรี]

00:05:14.481 --> 00:05:15.537
(คุณครูสมชาติ) สถานการณ์ที่ 3

00:05:15.754 --> 00:05:17.085
ระบบรถยนต์อัตโนมัติ

00:05:17.463 --> 00:05:19.974
น้อง ๆ ลองสังเกตสถานการณ์ต่อไปนี้กันดูนะครับ

00:05:20.968 --> 00:05:22.143
ระบบรถยนต์อัตโนมัติ

00:05:22.167 --> 00:05:23.678
สามารถควบคุมระยะห่าง

00:05:23.702 --> 00:05:25.146
ระหว่างรถคันข้างหน้าได้

00:05:25.518 --> 00:05:27.949
ถ้ามีรถยนต์อยู่ข้างหน้าในระยะ 3 เมตร

00:05:28.291 --> 00:05:29.684
รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ

00:05:29.841 --> 00:05:31.186
จะชะลอความเร็วไม่เกิน

00:05:31.381 --> 00:05:33.021
30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

00:05:33.449 --> 00:05:35.757
น้อง ๆ ลองระบุข้อมูลเข้า ข้อมูลออก

00:05:36.053 --> 00:05:37.654
และน้อง ๆ ลองทำรายงาน

00:05:37.678 --> 00:05:38.719
ในบทเรียนกันดูนะครับ

00:05:38.744 --> 00:05:44.248
[เสียงดนตรี]

00:05:44.272 --> 00:05:46.434
(อาจารย์สมชาติ) สรุปนะครับ การคิดเชิงคำนวณ

00:05:46.618 --> 00:05:49.037
เป็นพื้นฐานของการแก้ปัญหาด้วยคอมพิวเตอร์

00:05:49.362 --> 00:05:50.785
สำหรับการออกแบบขั้นตอน

00:05:50.809 --> 00:05:52.540
วิธีการแก้ปัญหาด้วยคอมพิวเตอร์นั้น

00:05:52.885 --> 00:05:54.709
จำเป็นต้องระบุขั้นตอนการทำงาน

00:05:55.036 --> 00:05:57.378
และเงื่อนไขต่าง ๆ ที่ชัดเจน

00:05:57.570 --> 00:06:01.249
เช่น ข้อมูลเข้า ข้อมูลออก ขอบเขตของข้อมูล

00:06:01.547 --> 00:06:03.131
มนุษย์จึงจะสามารถเขียนโปรแกรม

00:06:03.155 --> 00:06:05.353
ให้คอมพิวเตอร์ทำงานตามคำสั่งได้ครับ

00:06:06.102 --> 00:06:07.121
สวัสดีครับ

00:06:07.145 --> 00:06:33.926
[เสียงดนตรี]