﻿WEBVTT

00:00:00.001 --> 00:00:38.735
[เสียงดนตรี]

00:00:38.760 --> 00:00:41.059
(คุณครูดวงใจ) สวัสดีค่ะ จากคลิปที่ผ่านมา

00:00:41.261 --> 00:00:43.987
เราได้เรียนรู้หลักการคิดเชิงคำนวณมาแล้ว

00:00:44.320 --> 00:00:47.045
คลิปนี้ เราจะนำหลักการคิดเชิงคำนวณ

00:00:47.116 --> 00:00:49.810
มาประยุกต์ใช้ในการออกแบบขั้นตอนพิธี

00:00:50.135 --> 00:00:52.669
สำหรับการแก้ปัญหาด้วยคอมพิวเตอร์กันค่ะ

00:00:53.637 --> 00:00:55.970
ปัจจุบันนี้ เราคงปฏิเสธไม่ได้น่ะค่ะ

00:00:55.995 --> 00:00:58.399
ว่าคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี

00:00:58.463 --> 00:01:00.836
เข้ามามีบทบาทในวิถีชีวิตของเรา

00:01:01.347 --> 00:01:03.351
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน

00:01:03.736 --> 00:01:05.685
ลดภาระงานที่ซ้ำซ้อน

00:01:06.082 --> 00:01:08.033
แต่นักเรียนเคยตั้งคำถามไหมคะ

00:01:08.058 --> 00:01:10.792
ว่าคอมพิวเตอร์เหล่านี้ ทำงานอย่างไร

00:01:11.727 --> 00:01:13.765
เรามาลองดูสถานการณ์นี้กันค่ะ

00:01:17.528 --> 00:01:19.634
(คุณครูธนายุส) ใกล้เที่ยงแล้ว กินอะไรดีนะ

00:01:20.269 --> 00:01:21.303
คอมพิวเตอร์จ๋า

00:01:21.414 --> 00:01:22.737
ช่วยเลือกอาหารกลางวัน

00:01:22.761 --> 00:01:24.243
ที่เหมาะสมกับฉันให้หน่อยสิ

00:01:25.278 --> 00:01:27.403
(คอมพิวเตอร์) สวัสดีค่ะ ฉันคือคอมพิวเตอร์

00:01:27.516 --> 00:01:29.945
ฉันไม่สามารถเลือกอาหารให้คุณได้หรอกค่ะ

00:01:29.970 --> 00:01:31.951
เพราะไม่มีข้อมูล และเงื่อนไขอะไร

00:01:31.975 --> 00:01:33.787
ในระบบของฉันเลย

00:01:33.812 --> 00:01:34.497
(คุณครูธนายุส) นั่นไง

00:01:34.969 --> 00:01:36.730
โดนคอมพิวเตอร์ดุเลยนะครับ

00:01:38.250 --> 00:01:41.156
แสดงว่าถ้าเราไม่มีข้อมูลและเงื่อนไข

00:01:41.623 --> 00:01:43.458
คอมพิวเตอร์ก็ไม่สามารถ

00:01:43.482 --> 00:01:44.954
ทำงานให้เราได้น่ะสิครับ

00:01:45.899 --> 00:01:48.024
แล้วเราจะต้องกำหนดข้อมูล

00:01:48.049 --> 00:01:49.108
และเงื่อนไขอย่างไร

00:01:49.448 --> 00:01:51.800
เพื่อให้คอมพิวเตอร์ทำงานให้เราได้ครับนี่

00:01:53.009 --> 00:01:53.619
(คอมพิวเตอร์) ก่อนอื่นเลย

00:01:53.643 --> 00:01:55.389
ก็ต้องป้อนข้อมูลรายการอาหาร

00:01:55.413 --> 00:01:57.123
ให้คอมพิวเตอร์กันก่อนนะคะ

00:01:57.435 --> 00:01:58.902
ยกตัวอย่างรายการอาหาร

00:01:58.926 --> 00:02:02.944
เช่น ข้าวผัด, ข้าวไข่เจียว, ขนมพุดดิ้ง,

00:02:03.185 --> 00:02:07.232
ไอศกรีมกะทิ, ขนมปังสังขยา, ข้าวยำ

00:02:07.359 --> 00:02:08.313
และข้าวซอยไก่

00:02:08.662 --> 00:02:11.667
โดยแต่ละรายการ อาจมีข้อมูลประกอบเพิ่มเติม

00:02:11.792 --> 00:02:17.258
ได้แก่ ประเภท คุณภาพ, ความนิยม และราคา

00:02:17.653 --> 00:02:20.849
ซึ่งอาจมีรายละเอียดของรายการต่าง ๆ ดังนี้ค่ะ

00:02:24.257 --> 00:02:26.013
จากนั้นก็ต้องกำหนดเงื่อนไข

00:02:26.148 --> 00:02:27.681
ซึ่งในสถานการณ์นี้นะคะ

00:02:27.706 --> 00:02:30.796
คำว่า "เหมาะสม" เป็นคำที่มีความคลุมเครือ

00:02:31.088 --> 00:02:33.626
ทำให้คอมพิวเตอร์ไม่สามารถตัดสินใจได้

00:02:33.977 --> 00:02:36.102
ดังนั้น จึงต้องจัดการความคลุมเครือนี้

00:02:36.126 --> 00:02:38.344
โดยการระบุเงื่อนไขให้ชัดเจนขึ้น

00:02:38.660 --> 00:02:39.880
ยกตัวอย่างเงื่อนไข

00:02:39.905 --> 00:02:42.737
เช่น เลือกประเภทเป็นอาหารหลัก

00:02:43.062 --> 00:02:44.545
จากนั้นเลือกมา 1 อย่าง

00:02:45.018 --> 00:02:47.150
ซึ่งจากเงื่อนไขนี้ นักเรียนคิดว่า

00:02:47.174 --> 00:02:49.822
คอมพิวเตอร์จะเลือกรายการอาหารใดให้บ้างคะ

00:02:49.846 --> 00:03:00.690
[เสียงนาฬิกาจับเวลา]

00:03:00.715 --> 00:03:01.398
(คอมพิวเตอร์) แน่นอนค่ะ

00:03:01.422 --> 00:03:04.291
คอมพิวเตอร์ก็อาจจะเลือกข้าวผัด, ข้าวไข่เจียว

00:03:04.481 --> 00:03:06.769
ข้าวยำ หรือข้าวซอยไก่ก็ได้ค่ะ

00:03:08.874 --> 00:03:10.947
มาพิจารณาอีกเงื่อนไขกันนะคะ

00:03:11.208 --> 00:03:13.448
ถ้าเงื่อนไขในการเลือกถูกกำหนดเป็น

00:03:13.665 --> 00:03:15.141
เลือกประเภทอาหารหลัก

00:03:15.500 --> 00:03:18.762
ราคาไม่เกิน 40 บาท และมีความนิยมสูงสุด

00:03:19.198 --> 00:03:20.758
จากเงื่อนไขนี้ นักเรียนคิดว่า

00:03:20.782 --> 00:03:23.508
คอมพิวเตอร์จะเลือกรายการอาหารใดให้คะ

00:03:23.532 --> 00:03:32.519
[เสียงนาฬิกาจับเวลา]

00:03:32.544 --> 00:03:33.810
(คอมพิวเตอร์) จากเงื่อนไขนี้นะคะ

00:03:33.834 --> 00:03:34.779
นักเรียนจะพบว่า

00:03:34.803 --> 00:03:37.811
มันประกอบไปด้วยเงื่อนไขย่อย ๆ หลายเงื่อนไข

00:03:38.128 --> 00:03:40.786
ซึ่งการแยกเงื่อนไขเป็นเงื่อนไขย่อย ๆ นี้

00:03:41.170 --> 00:03:44.293
ก็เป็นกระบวนการแยกส่วนประกอบของปัญหา

00:03:44.368 --> 00:03:45.747
ในแนวคิดเชิงคำนวณ

00:03:45.771 --> 00:03:47.737
ที่นักเรียนได้เรียนมาแล้วนั่นเองค่ะ

00:03:48.233 --> 00:03:48.975
โดยเงื่อนไขนี้

00:03:48.999 --> 00:03:52.052
ก็สามารถแยกได้เป็น 3 เงื่อนไขย่อยดังนี้ค่ะ

00:03:52.768 --> 00:03:54.494
เงื่อนไขประเภทอาหารหลัก

00:03:55.101 --> 00:03:57.058
ซึ่งเมื่อเราพิจารณาเงื่อนไขนี้

00:03:57.082 --> 00:04:00.098
ก็จะเหลือรายการที่สามารถเลือกได้ดังนี้ค่ะ

00:04:00.694 --> 00:04:03.031
จากนั้นพิจารณาเงื่อนไขถัดไป

00:04:03.214 --> 00:04:05.111
คือ ราคาไม่เกิน 40 บาท

00:04:05.648 --> 00:04:08.229
ซึ่งทุกรายการที่เลือกไว้ในเงื่อนไขแรก

00:04:08.344 --> 00:04:10.152
เป็นไปตามเงื่อนไขนี้ทั้งหมด

00:04:10.489 --> 00:04:13.087
จึงไม่มีรายการใดถูกตัดออกค่ะ

00:04:13.563 --> 00:04:16.836
สุดท้ายค่ะ เงื่อนไขมีความนิยมสูงสุด

00:04:17.228 --> 00:04:18.287
ตอนนี้จะพบว่า

00:04:18.311 --> 00:04:20.915
คอมพิวเตอร์จะเลือกข้าวไข่เจียวแน่นอนค่ะ

00:04:21.414 --> 00:04:24.681
เป็นอย่างไรคะ ตรงกับที่นักเรียนคิดไว้หรือไม่คะ

00:04:25.690 --> 00:04:28.723
(คุณครูธนายุส) อืม ผมเข้าใจแล้วล่ะครับ

00:04:29.111 --> 00:04:30.851
คอมพิวเตอร์นี่ฉลาดจังเลยนะครับ

00:04:31.368 --> 00:04:34.454
สามารถพิจารณาข้อมูล และเงื่อนไขที่กำหนด

00:04:35.077 --> 00:04:37.374
และเลือกรายการอาหารได้เหมือนมนุษย์เลย

00:04:38.074 --> 00:04:41.747
เอ๊ะ แล้วคอมพิวเตอร์นี่คิดอย่างไรล่ะครับ

00:04:42.473 --> 00:04:44.603
จะคิดเหมือนมนุษย์หรือเปล่าครับ

00:04:45.720 --> 00:04:47.201
(คอมพิวเตอร์) จริง ๆ แล้วนอกจากข้อมูล

00:04:47.225 --> 00:04:48.569
และเงื่อนไขแล้วนะคะ

00:04:48.593 --> 00:04:50.425
คอมพิวเตอร์ยังต้องมีขั้นตอน

00:04:50.449 --> 00:04:53.219
วิธีในการแก้ปัญหาที่ชัดเจนด้วยค่ะ

00:04:53.401 --> 00:04:55.551
เพื่อให้คอมพิวเตอร์สามารถตัดสินใจ

00:04:55.575 --> 00:04:58.386
เลือกรายการอาหารตามเงื่อนไขได้ถูกต้อง

00:04:59.135 --> 00:05:01.676
เราลองมาพิจารณาเงื่อนไขนี้กันนะคะ

00:05:01.925 --> 00:05:04.590
ถ้าเราให้คอมพิวเตอร์เลือกประเภทอาหารหลัก

00:05:04.682 --> 00:05:07.337
และมีคะแนนสูงสุดจากการคำนวณ

00:05:07.362 --> 00:05:12.114
จากสมการ (0.6 x คุณภาพ) บวกด้วย 0.4

00:05:12.138 --> 00:05:13.768
คูณด้วยคะแนนความนิยม

00:05:14.121 --> 00:05:15.895
นักเรียนคิดว่า จากเงื่อนไขนี้

00:05:15.919 --> 00:05:17.272
คอมพิวเตอร์จะตัดสินใจ

00:05:17.296 --> 00:05:19.007
เลือกรายการอาหารใดให้

00:05:19.340 --> 00:05:22.221
และมีขั้นตอนในการเลือกอย่างไรคะ

00:05:22.254 --> 00:05:30.333
[เสียงนาฬิกาจับเวลา]

00:05:30.357 --> 00:05:31.503
(คอมพิวเตอร์) จากเงื่อนไขดังกล่าว

00:05:31.527 --> 00:05:34.236
จะพบว่าสามารถแบ่งขั้นตอนการทำงาน

00:05:34.261 --> 00:05:36.024
เป็น 3 ขั้นตอน ดังนี้ค่ะ

00:05:36.335 --> 00:05:38.459
1. เลือกรายการอาหารทั้งหมด

00:05:38.483 --> 00:05:40.241
ที่เป็นประเภทอาหารหลัก

00:05:40.265 --> 00:05:46.087
[เสียงดนตรี]

00:05:46.111 --> 00:05:47.749
(คอมพิวเตอร์) 2. จากรายการอาหารหลัก

00:05:47.864 --> 00:05:51.280
คำนวณคะแนนของอาหารแต่ละชนิด ตามเงื่อนไข

00:05:51.305 --> 00:06:00.421
[เสียงดนตรี]

00:06:00.445 --> 00:06:02.114
(คอมพิวเตอร์) 3. จากรายการอาหารหลัก

00:06:02.138 --> 00:06:04.011
ที่ได้คำนวณคะแนนแล้ว

00:06:04.035 --> 00:06:06.551
เลือกอาหารที่มีคะแนนสูงที่สุด

00:06:07.810 --> 00:06:09.667
ซึ่งจากขั้นตอนดังกล่าวนะคะ

00:06:09.723 --> 00:06:13.527
ก็จะสรุปได้ว่า รายการอาหารที่ตรงตามเงื่อนไข

00:06:13.552 --> 00:06:15.430
ก็คือข้าวยำนั่นเองค่ะ

00:06:17.073 --> 00:06:19.574
โดยสามารถเขียนลำดับการทำงานดังกล่าว

00:06:19.606 --> 00:06:21.609
เป็นขั้นตอนวิธีได้ ดังนี้ค่ะ

00:06:21.634 --> 00:06:31.412
[เสียงดนตรี]

00:06:32.508 --> 00:06:34.498
(คุณครูธนายุส) นอกจากข้อมูล และเงื่อนไขแล้ว

00:06:35.028 --> 00:06:38.086
ยังต้องมีขั้นตอนวิธีที่ชัดเจนให้คอมพิวเตอร์ด้วย

00:06:38.525 --> 00:06:40.913
จึงจะสามารถแก้ปัญหาได้น่ะสิครับ

00:06:41.614 --> 00:06:42.687
แล้วแบบนี้

00:06:42.711 --> 00:06:46.072
คอมพิวเตอร์จะทำงานได้ดีกว่ามนุษย์หรือเปล่าครับ

00:06:47.111 --> 00:06:48.795
(คอมพิวเตอร์) นักเรียนต้องลองคิดว่า

00:06:48.820 --> 00:06:51.011
ถ้าเรามีรายการอาหารเป็น 1,000

00:06:51.035 --> 00:06:52.138
เป็น 10,000 รายการ

00:06:52.455 --> 00:06:54.702
นักเรียนจะสามารถคำนวณไหวไหมคะ

00:06:55.298 --> 00:06:58.524
แต่คอมพิวเตอร์สามารถทำขั้นตอนเหล่านี้ซ้ำ ๆ

00:06:58.548 --> 00:07:01.075
ได้อย่างถูกต้อง และรวดเร็ว

00:07:01.310 --> 00:07:03.095
ผ่านการเขียนโปรแกรมทำซ้ำ

00:07:03.119 --> 00:07:04.942
ด้วยภาษาคอมพิวเตอร์ค่ะ

00:07:07.969 --> 00:07:10.312
(คุณครูธนายุส) แบบนี้ผมจะต้องไปศึกษา

00:07:10.336 --> 00:07:11.428
ภาษาคอมพิวเตอร์

00:07:11.839 --> 00:07:13.963
อย่างเช่น ภาษา C, ภาษา Java

00:07:14.254 --> 00:07:15.915
หรือภาษา Phyton แล้วล่ะครับ

00:07:16.510 --> 00:07:18.822
ผมจะได้สั่งงานคอมพิวเตอร์ได้

00:07:19.774 --> 00:07:22.051
[เสียงปรบมือ]

00:07:22.075 --> 00:07:23.086
(คุณครูดวงใจ) ใช่เลยค่ะ

00:07:23.276 --> 00:07:25.471
ถ้าอยากให้คอมพิวเตอร์แก้ปัญหาได้

00:07:25.575 --> 00:07:28.269
นักเรียนต้องมีข้อมูล ระบุเงื่อนไข

00:07:28.640 --> 00:07:31.196
และเขียนขั้นตอนวิธีที่ชัดเจนนะคะ

00:07:31.588 --> 00:07:33.933
ที่สำคัญหากเราจะเรียนรู้เกี่ยวกับ

00:07:33.958 --> 00:07:34.776
การเขียนโปรแกรม

00:07:35.115 --> 00:07:38.146
ก็ควรมีความรู้เรื่องการใช้งานตัวแปรด้วย

00:07:38.605 --> 00:07:42.537
จากตัวอย่างที่ผ่านมา จะพบว่าขั้นตอนวิธีนี้

00:07:42.628 --> 00:07:46.148
ก็มีการกำหนดตัวแปร Q, R, S ด้วย

00:07:46.779 --> 00:07:48.303
โดยตัวแปรในทางคอมพิวเตอร์

00:07:48.327 --> 00:07:50.258
ก็จะหมายถึงการเก็บข้อมูล

00:07:50.578 --> 00:07:52.760
ซึ่งจะใช้สัญลักษณ์เป็นลูกศร

00:07:52.784 --> 00:07:54.575
ในการกำหนดค่าให้กับตัวแปรค่ะ

00:07:55.325 --> 00:07:56.830
จากสถานการณ์ข้างต้น

00:07:56.855 --> 00:08:00.798
จะพบว่ามีการกำหนดข้อมูล เงื่อนไข

00:08:01.108 --> 00:08:02.809
ทำให้เราเข้าใจขั้นตอนวิธี

00:08:02.833 --> 00:08:05.039
ในการแก้ปัญหาด้วยคอมพิวเตอร์แล้วนะคะ

00:08:05.725 --> 00:08:07.348
หลังจากดูคลิปนี้แล้ว

00:08:07.373 --> 00:08:10.411
ให้นักเรียนทำกิจกรรมคณะที่ใช่

00:08:10.668 --> 00:08:12.065
ในหนังสือเรียนกันค่ะ

00:08:12.508 --> 00:08:14.382
แล้วพบกันใหม่ในคลิปถัดไป

00:08:14.821 --> 00:08:19.120
ทุกปัญหามีทางแก้ เพียงแค่เข้าใจขั้นตอนวิธี

00:08:19.208 --> 00:08:20.054
สวัสดีค่ะ

00:08:20.078 --> 00:08:40.395
[เสียงดนตรี]