﻿WEBVTT

1
00:00:00.000 --> 00:00:04.000

2
00:00:05.002 --> 00:00:09.002

3
00:00:10.003 --> 00:00:14.003

4
00:00:15.007 --> 00:00:19.007

5
00:00:20.010 --> 00:00:24.010
(เจ้าหน้าที่) สวัสดีพี่

6
00:00:25.015 --> 00:00:29.015

7
00:00:30.017 --> 00:00:34.017
(อาจารย์) สวัสดีค่ะ

8
00:00:35.017 --> 00:00:39.017
โอเคนะ เรียนต่อ

9
00:00:40.018 --> 00:00:44.018
(อาจารย์) จากคราวที่แล้วนะคะ รู้สึก

10
00:00:45.019 --> 00:00:49.019
ไมค์ไม่ดัง ได้ยินชัดไหมคะ

11
00:00:50.020 --> 00:00:54.020
ได้ยินนะ โอเค เดี๋ยวเช็คชื่อทีหลังนะ

12
00:00:55.022 --> 00:00:59.022
เราเรียนไปแล้ว 2 บทนะคะ จาก

13
00:01:00.026 --> 00:01:04.026
2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา

14
00:01:05.027 --> 00:01:09.027
คราวนี้นะคะ สัปดาห์นี้

15
00:01:10.028 --> 00:01:14.028
จะพูดถึงการจัดการความรู้ ก็ค็คือ

16
00:01:15.030 --> 00:01:19.030
ก่อนหน้านี้เราพูดถึงสารสนเทศที่

17
00:01:20.030 --> 00:01:24.030
มีการใช้งานในองค์กรไปแล้ว สัปดาห์ที่แล้ว

18
00:01:25.031 --> 00:01:29.031
นี่ ก็ให้นำเสนอไป ในเรื่องสารสนทศกระบวนการ

19
00:01:30.033 --> 00:01:34.033
นะคะ แล้วอาจารย์ก็บอกไปแล้วว่า องค์กรกับองค์การมันต่างกันอย่างไร

20
00:01:35.034 --> 00:01:39.034
วันนี้เรามาพูดถึง

21
00:01:40.036 --> 00:01:44.036
การจัดการความรู้นะคะ

22
00:01:45.036 --> 00:01:49.036

23
00:01:50.037 --> 00:01:54.037
เดี๋ยวตัวสไลด์ เดี๋ยวตัวอาจารย์ค่อย Copy ไว

24
00:01:55.039 --> 00:01:59.039
Copy ไว้ให้ที่เครื่องแล้วน้องค่อยดู

25
00:02:00.041 --> 00:02:04.041
ท

26
00:02:05.041 --> 00:02:09.041
จะต้องพูดถึงการจัดการความรู้นะคะ

27
00:02:10.042 --> 00:02:14.042
เดี๋ยวเราจะได้รู้ของรายวิชานะคะ

28
00:02:15.044 --> 00:02:19.044
ฉะนั้นเราจะไม่ได้จัดการแค่ Resource ในองค์กร

29
00:02:20.044 --> 00:02:24.044
เราจะต้องจัดการความรู้ที่อยู่ในบุคคล

30
00:02:25.045 --> 00:02:29.045
ด้วยนะคะ ฉะนั้นเราต้องรู้การจัดการของมันก่อน

31
00:02:30.046 --> 00:02:34.046
Knowledge Management หรือเรียกสั้น ๆ ว่า KM

32
00:02:35.048 --> 00:02:39.048
ภาษาไทยคือการจัดการความรู้

33
00:02:40.048 --> 00:02:44.048
คืออะไร

34
00:02:45.049 --> 00:02:49.049
นะคะ พูดภาพรวมก่อนนะคะ หน่วยงาน

35
00:02:50.049 --> 00:02:54.049
หน่วยงานหน่วยงานหนึ่งในการดำเนินงานนี่ก็จะประกอบ

36
00:02:55.051 --> 00:02:59.051
ด้วย

37
00:03:00.052 --> 00:03:04.052
ขั้นตอนวิธีนะคะ ในการดำเนินงาน

38
00:03:05.053 --> 00:03:09.053
จะมีบทบาทหน้าที่นะคะ

39
00:03:10.055 --> 00:03:14.055
ซึ่งการดำเนินงานก็จะมีระเบียบขั้นตอน

40
00:03:15.056 --> 00:03:19.056
ในการดำเนินงานนะคะ ภายใต้งบประมาณในแต่

41
00:03:20.058 --> 00:03:24.058
ละปี การใช้วัสดุอุปกรณ์ที่เรียกว่า

42
00:03:25.058 --> 00:03:29.058
นะคะ ก็จะขึ้นอยู่กับโครงการที่เรา

43
00:03:30.059 --> 00:03:34.059
ขออนุมัติไปตอนที่ตั้งงบว่าจะใช้วัสดุ

44
00:03:35.061 --> 00:03:39.061
อุปกรณ์อะไรบ้าง ใช้งบประมาณเท่าไหร่

45
00:03:40.062 --> 00:03:44.062
้นั้นน่ะ ให้แล้วเสร็จอย่างไรบ้างนะคะ

46
00:03:45.062 --> 00:03:49.062
ซึ่งการบริหารจัดการโครงการต่าง ๆ  บุคลากร

47
00:03:50.064 --> 00:03:54.064
ดำเนินการไปตามบทบาทหน้าที่ของตัวเองนี่ ภายใต้หน่วยงานที่ตัวเอง

48
00:03:55.065 --> 00:03:59.065
อยู่นะคะ เราจะำดำเนินงานภายใต้วิสัยทัศน์

49
00:04:00.066 --> 00:04:04.066
พันธกิืจ ยุทธศาสตร์ แล้วก็เป้าหมาย

50
00:04:05.067 --> 00:04:09.067
สำเร็จของนะคะ ตามที่ตั้งเป้าเอาไว้ตลอดปี

51
00:04:10.069 --> 00:04:14.069
ก็จะดูว่าหน่วยงานตั้งเป้าอะไรไปแต่ละปี เราก็จะขอ

52
00:04:15.070 --> 00:04:19.070
อนุมัติโครงการไปตามนั้น ฉะนั้นการบริหารจัดการนี่

53
00:04:20.071 --> 00:04:24.071
เราจะมองหลายมุม ไม่ว่าจะเป็นการบริหารจัดการคน

54
00:04:25.072 --> 00:04:29.072
บริหารจัดการงบ บริหารจัดการทรัพยากรที่มีในองค์กร

55
00:04:30.073 --> 00:04:34.073
วันนี้เราจะพูดถึงคน การบริหารจัดการความรู้

56
00:04:35.074 --> 00:04:39.074
ที่อยู่ในบุคคลากรในองค์กร ซึ่งในองค์กรนี่

57
00:04:40.074 --> 00:04:44.074
จะประสบความสำเร็จมากน้อย

58
00:04:45.076 --> 00:04:49.076
เพียงใดนี้ ขึ้นอยู่กับบุคลากรนั้นเป็นหลัก

59
00:04:50.078 --> 00:04:54.078
นะคะ ฉะนั้นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดในการ

60
00:04:55.080 --> 00:04:59.080
บริหารจัดการงานในองค์กร ก็คือคน

61
00:05:00.080 --> 00:05:04.080
เพิ่มพูนทักษะความรู้อยู่เสมอ

62
00:05:05.081 --> 00:05:09.081
ให้เท่าทันความรู้ที่ทันสมัยน่ะ

63
00:05:10.081 --> 00:05:14.081
ฉะนั้นการจัดการความรู้ที่อาจารย์จะพูดถึงในวันนี้ จะเป็น

64
00:05:15.082 --> 00:05:19.082
ตัวที่จะมาช่วยพัฒนาความรู้ในองค์กร

65
00:05:20.084 --> 00:05:24.084
นะคะ จะทำหให้หน่วยงานหรือองค์กรนี่ประสบความสำเร็

66
00:05:25.085 --> 00:05:29.085
มากยิ่งขึ้น ก็คนพร้อมที่จะเเรียนรู้น่ะคะ

67
00:05:30.087 --> 00:05:34.087
แล้วมีการพัฒนาทักษะของบุคคล มันก็คือความสำเร็จ

68
00:05:35.088 --> 00:05:39.088
ขององค์กรนั่นเอง นะคะ

69
00:05:40.089 --> 00:05:44.089
ความรู้ถ้าพูดถึงความรู้ Knowledge นี่

70
00:05:45.090 --> 00:05:49.090
นะคะ ก็คือ Explicit Knowledge

71
00:05:50.091 --> 00:05:54.091
เราใช้คำว่าความรู้ที่เราเห็นชัดแจ้ง จะพูดว่า

72
00:05:55.093 --> 00:05:59.093
เป็นอย่างไรและความรู้ที่ฝังลึกเป็นอย่างไร

73
00:06:00.093 --> 00:06:04.093
้ก็แล้วแต่นี่ค่ะ จะมี 2 ประเภทใหญ่ ๆ นี่ค่ะ

74
00:06:05.094 --> 00:06:09.094
ก็คือความรู้แบบชัดแจ้ง แล้วก็ความรู้ที่ฝังลึก

75
00:06:10.095 --> 00:06:14.095
ความรู้ชัดแจ้งเป็นอย่างไรนะคะ ความรู้

76
00:06:15.096 --> 00:06:19.096
ชัดแจ้งนี่เป็นความรู้ที่เห็นได้ชัดเจน เป็นรูปธรรม

77
00:06:20.097 --> 00:06:24.097
เป็นความรู้ที่อยู่ในตำรับตำรา

78
00:06:25.097 --> 00:06:29.097
เป็นหลักวิชา เป็นทฤษฎีพวกนี้ค่ะ

79
00:06:30.098 --> 00:06:34.098
เรียกว่าความรู้ชัดแจ้ง คือเห็นได้ เช่น

80
00:06:35.099 --> 00:06:39.099
รายวิชาอย่างนี้ค่ะ ก็จะมีการอธิบายว่า

81
00:06:40.101 --> 00:06:44.101
รายวิชานี้เรียนแล้วจะต้องได้อะไร

82
00:06:45.101 --> 00:06:49.101
เกี่ยวกับอะไรนะคะ ซึ่งความรู้ชัดแจ้งจะได้มาจาก

83
00:06:50.102 --> 00:06:54.102
การวิเคราะห์ สังเคราะห์ผ่านกระบวนการ

84
00:06:55.102 --> 00:06:59.102
ในการทำวิจัยมาแล้วว่าถ้าเรียนหลักสูตรเทคโนโลยีสารสนเทศ

85
00:07:00.103 --> 00:07:04.103
นี่จะต้องเรียนรายวิชา 1 2 3 4 5 ต่อไปนี้

86
00:07:05.104 --> 00:07:09.104
นะคะ พอจบ สำเร็จการศึกษาแล้ว ก็ต้อง

87
00:07:10.105 --> 00:07:14.105
ทำิอะไรได้บ้าง อย่างนี้คะ ภายใต้วิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ

88
00:07:15.106 --> 00:07:19.106
แต่ถ้าเกิดเราไปเรียนวิศวะคอมพิวเตอร์เป้าหมายก็จะต่างกัน

89
00:07:20.106 --> 00:07:24.106
ปลายทางจะต่างกัน ก็คือจบมาแล้วจะต่างกัน

90
00:07:25.107 --> 00:07:29.107
หรือเราไปเรียนวิทยาการคอมพิวเตอร์แบบนี้ค่ะ

91
00:07:30.108 --> 00:07:34.108
หลักของวิชานั้น ศาสตร์นั้นจะต่างกันนะคะ

92
00:07:35.108 --> 00:07:39.108
ก็คือปลายทางของผลสำเร็จนี่ต่างกัน

93
00:07:40.109 --> 00:07:44.109
เรียกว่าความรู้ชัดแจ้ง ส่วนความหมายของความรู้

94
00:07:45.110 --> 00:07:49.110
ที่มันฝังลึกค่ะนี่ ตามตัวเลย ตามรากทรัพย์มัน

95
00:07:50.111 --> 00:07:54.111
ความรู้ที่ฝังลึกคือความรู้ที่อยู่ในตตัวคน

96
00:07:55.112 --> 00:07:59.112
แต่ละบุคคล จะมีความรู้ที่ฝังลึกอยู่

97
00:08:00.114 --> 00:08:04.114
พอมันอยู่ในแต่ละบุคคลนี่

98
00:08:05.115 --> 00:08:09.115
มันเห็นได้ไม่ชัดเจน มองไม่เห็น ไม่ได้เป็นรูปธรรม

99
00:08:10.115 --> 00:08:14.115
แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าคนนี้มีความรู้ฝังลึก

100
00:08:15.115 --> 00:08:19.115
ด้วยอะไร เราก็จะดูจากการปฏิบัติที่เขาประพฤติประติ

101
00:08:20.116 --> 00:08:24.116
ออกมานะคะ จากสิ่งที่เขาทำนะคะ บางที

102
00:08:25.117 --> 00:08:29.117
ราจะเรียกว่ามันเป็นแบบ Tatic

103
00:08:30.118 --> 00:08:34.118
เป็นเทคนิคของแต่ละคนนะคะ

104
00:08:35.120 --> 00:08:39.120
แต่วิธีการที่แต่ละคนรับรู้ไป จะต่างกันอันนี้

105
00:08:40.120 --> 00:08:44.120
เรียกความรู้ที่มันฝังลึก บางทีเราเรียก

106
00:08:45.121 --> 00:08:49.121
ภูมิปัญญา อย่างการมัดย้อมคราม

107
00:08:50.123 --> 00:08:54.123

108
00:08:55.123 --> 00:08:59.123
ที่เราได้ยินคุ้น ๆ ชินกันอยู่บ่อย ๆ ก็คือ

109
00:09:00.124 --> 00:09:04.124
ภูมิปัญญาท้องถิ่น

110
00:09:05.126 --> 00:09:09.126
เขาก็จะรู้ว่าการมัดย้อมคราม

111
00:09:10.127 --> 00:09:14.127
สร้างวิธีการก่อหม้อคาม

112
00:09:15.127 --> 00:09:19.127
มา ไม่ได้เรียนจากศาสตร์วิชาไหนแล้วมาย้อมคำ

113
00:09:20.129 --> 00:09:24.129
ไม่ได้เรียนแบบความรู้ชัดแจ้งนะคะ แต่

114
00:09:25.130 --> 00:09:29.130
ปู่ ย่า ตา ตาย หรือ กลุ่มแม่บ้าน

115
00:09:30.131 --> 00:09:34.131
ก่อหม้อคาม ย้อมคาม มัดหม้อคามมานี่

116
00:09:35.132 --> 00:09:39.132
ี่ที่มีการบอกเล่าสืบต่อกันมา ว่าต้องทำอย่างนี้

117
00:09:40.134 --> 00:09:44.134
แล้วก็สามารถย้อมได้ ทีนี้มันไม่ใช่ทุกภาค

118
00:09:45.134 --> 00:09:49.134
จะสามารถย้อมได้ นะคะ ครามนี่มันเป็นวัสดุ

119
00:09:50.135 --> 00:09:54.135
ภูมิปัญญาจริง ๆ ที่มีปัญจัยในการย้อมให้

120
00:09:55.136 --> 00:09:59.136
กับผ้าประเภทไหน อันนี้ก็เป็นอีกภูมิปัญญาหนึ่ง

121
00:10:00.138 --> 00:10:04.138
ซึ่งมันเป็นสิ่งที่มาจากการใช้วิจารณญาณ

122
00:10:05.138 --> 00:10:09.138
ปฏิพาณไหวพริบก็ได้ หรือเทคนิคเฉพาะตัว

123
00:10:10.140 --> 00:10:14.140
อันนี้คือความรู้ที่ฝังลึกอยู่ในแต่ละบุคคล ความนี้

124
00:10:15.142 --> 00:10:19.142
ถาม แล้วนักศึกษารู้มั้ยว่าความรู้ฝังลึกอยู่ใน

125
00:10:20.142 --> 00:10:24.142
ตัวเองน่ะ ตัวเราตอนนี้น่ะ มีไหม

126
00:10:25.143 --> 00:10:29.143
ให้บอกถึงความรู้ที่มันฝังลึกในตัวเอง

127
00:10:30.144 --> 00:10:34.144

128
00:10:35.146 --> 00:10:39.146
โค้กรหัสไหนน่ะ

129
00:10:40.146 --> 00:10:44.146
(นักศึกษา) ความรู้  (อาจารย์)

130
00:10:45.148 --> 00:10:49.148
ครูต้องคลิกตรงไหนถึงเห็นหน้านักศึกษา

131
00:10:50.151 --> 00:10:54.151

132
00:10:55.153 --> 00:10:59.153
ที่ตรงนี้ด้วยเปล่า นักเรียนคลิกแล้ว

133
00:11:00.154 --> 00:11:04.154
(อาจารย์)

134
00:11:05.155 --> 00:11:09.155
เปิดกล้องด้วยค่ะ เปิดคอมด้วย

135
00:11:10.158 --> 00:11:14.158
จะได้เห็นด้วยว่าอาจารย์ถามคนไหน ถามโค้ก

136
00:11:15.159 --> 00:11:19.159
รอ

137
00:11:20.161 --> 00:11:24.161
ทุกคนเปิดคอมพิวเตอร์ของตัวเองไว้ค่ะ เพราะวันนี้

138
00:11:25.162 --> 00:11:29.162
เราจะมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ คุยกันไปด้วย

139
00:11:30.163 --> 00:11:34.163
การใช้ล่ามนี้ดี

140
00:11:35.163 --> 00:11:39.163
เพราะว่านักศึกษาจะได้ไม่คุยกัน

141
00:11:40.165 --> 00:11:44.165
บอกถึงความรู้ฝังลึกที่อยู่ใน

142
00:11:45.166 --> 00:11:49.166
ตัวเอง มา 1 อย่าง

143
00:11:50.166 --> 00:11:54.166
(นักศึกษา) มารยาทครับ  (อาจารย์)

144
00:11:55.167 --> 00:11:59.167
ที่มีมารยาทเป็นอย่างไร  (นักศึกษา) เจอผู้ใหญ่ต้องไหว้ ก้มหัว

145
00:12:00.169 --> 00:12:04.169
(อาจารย์)

146
00:12:05.169 --> 00:12:09.169
เป็นคนมีสัมมาคารวะ โอเค

147
00:12:10.171 --> 00:12:14.171
ถาม

148
00:12:15.172 --> 00:12:19.172
น้องบ้างแล้วกัน

149
00:12:20.174 --> 00:12:24.174

150
00:12:25.175 --> 00:12:29.175
ถามกุ้ง

151
00:12:30.178 --> 00:12:34.178
รอบเครื่องกุ้งเปิดอยู่หรือเปล่า

152
00:12:35.180 --> 00:12:39.180
เปิดอยู่ไหมคะ มันค้าง

153
00:12:40.180 --> 00:12:44.180
(อาจารย์) มันค้าง

154
00:12:45.181 --> 00:12:49.181
ได้ไหม

155
00:12:50.184 --> 00:12:54.184
ไม่ได้เปิด ถามเปิ้ล

156
00:12:55.185 --> 00:12:59.185
ได้ไหมคะ

157
00:13:00.186 --> 00:13:04.186

158
00:13:05.186 --> 00:13:09.186
ครูจะถามทุกคนนั่นล่ะ ฉะนั้นคิดเอาไว้ว่าตัวเองมีความรู้ฝังลึก

159
00:13:10.187 --> 00:13:14.187
ฉะนั้นให้มองทางสร้างสรรนะคะ

160
00:13:15.188 --> 00:13:19.188
นี่มันมีหลายด้านน่ะ ฉะนั้ืนให้มองแบบ Positive

161
00:13:20.189 --> 00:13:24.189
ที่เป็นความรู้ฝังลึก อย่ามองด้านลบ

162
00:13:25.191 --> 00:13:29.191
โอเค นะคะ

163
00:13:30.192 --> 00:13:34.192
ถามอรทัย กุ้งชืื่ออรทัยนะ

164
00:13:35.193 --> 00:13:39.193
ถามว่าให้บอกข้อดีของตัวเอง

165
00:13:40.195 --> 00:13:44.195
มา 1 ข้อ

166
00:13:45.196 --> 00:13:49.196

167
00:13:50.196 --> 00:13:54.196

168
00:13:55.197 --> 00:13:59.197

169
00:14:00.204 --> 00:14:04.204
(อาจารย์) ไม่ได้ยิน

170
00:14:05.204 --> 00:14:09.204
เป็นคนที่ปรับปรุง

171
00:14:10.205 --> 00:14:14.205
เขาเรียกว่าอะไร คือยอมรับฟัง

172
00:14:15.205 --> 00:14:19.205
เสียงพี่ล่ามนี่ดัง

173
00:14:20.209 --> 00:14:24.209
กว่านี้ได้ไหม บ๊อบ

174
00:14:25.210 --> 00:14:29.210
ค่ะ

175
00:14:30.211 --> 00:14:34.211
กุ้งตอบว่าอะไรนะคะ

176
00:14:35.213 --> 00:14:39.213

177
00:14:40.214 --> 00:14:44.214

178
00:14:45.216 --> 00:14:49.216

179
00:14:50.216 --> 00:14:54.216

180
00:14:55.217 --> 00:14:59.217

181
00:15:00.223 --> 00:15:04.223

182
00:15:05.224 --> 00:15:09.224

183
00:15:10.226 --> 00:15:14.226
อย่างนั้นเดี๋ยวให้คิดก่อน ว่าตัวเอง

184
00:15:15.227 --> 00:15:19.227
มีข้อดีในตัวเอง จริงไหม

185
00:15:20.229 --> 00:15:24.229
ไม่มีเลยหรือ สั่นหัว

186
00:15:25.231 --> 00:15:29.231
คือข้อดีที่อาจารย์พูดถึง หมายถึงว่า

187
00:15:30.231 --> 00:15:34.231
ดึงออกมาใช้แล้วมันจะเกิดต่อตัวเอง

188
00:15:35.232 --> 00:15:39.232
และคนรอบข้างอย่างนี้ค่ะ เขาเรียกความรู้ฝังลึก

189
00:15:40.232 --> 00:15:44.232
ให้บอกถึงความรู้ฝังลึกนี่ มันจะดูเข้าใจยาก ให้

190
00:15:45.233 --> 00:15:49.233
บอกถึงข้อดี ความสามรถพิเศษ อย่างนี้ค่ะ

191
00:15:50.235 --> 00:15:54.235
ที่เรามี กุ้ง

192
00:15:55.235 --> 00:15:59.235
็ก็มีความสามารถพิเศษอะไรบ้าง ทำอะไรได้บ้าง

193
00:16:00.236 --> 00:16:04.236
พิมพ์คอมพิวเตอร์ได้เร็ว อันนี้ถึือเป็นเทคนิค ความสามารร

194
00:16:05.237 --> 00:16:09.237
แต่ละคนนะคะ

195
00:16:10.238 --> 00:16:14.238
พิมพ์สัมผัสได้อย่างนี้ แก้ปัญหาฉะเพราะหน้าได้

196
00:16:15.238 --> 00:16:19.238
ได้ อย่างนี้ค่ะ เรียกมีปฏิพานไหวพริบ

197
00:16:20.239 --> 00:16:24.239
ที่แบบอยู่ในตัวแต่ละคน สงสัย

198
00:16:25.241 --> 00:16:29.241
อาศัยพี่เก๋เป็นล่ามเฉพาะในห้อง

199
00:16:30.241 --> 00:16:34.241
บอกว่า 1 อย่าง

200
00:16:35.243 --> 00:16:39.243
ตื่นสายไหม

201
00:16:40.243 --> 00:16:44.243
(ล่าม)

202
00:16:45.245 --> 00:16:49.245
โอเค ค่ะ

203
00:16:50.245 --> 00:16:54.245
ถือเป็นความสามารถเฉพาะตัวนะ อย่างอาจารย์

204
00:16:55.246 --> 00:16:59.246
วาดรูปเต่านี่เป็นลิงอย่างนี้

205
00:17:00.248 --> 00:17:04.248
ครูมีความสามารถขั้นสูงกว่ากุ้ง

206
00:17:05.249 --> 00:17:09.249
อาจารย์วาดออกมาทำไมเป็นลิง อย่างนี้ค่ะ

207
00:17:10.249 --> 00:17:14.249
กุ้งมีความสามารถเฉพาะตัวคือ ชอบวาดรูป สามารถวาดรูปนะคะ

208
00:17:15.250 --> 00:17:19.250
เป็นคนที่มีจินตนาการ

209
00:17:20.252 --> 00:17:24.252
ถ้าคนที่ชอบวาดรูปนะคะ ถาม

210
00:17:25.253 --> 00:17:29.253

211
00:17:30.255 --> 00:17:34.255

212
00:17:35.255 --> 00:17:39.255
ชัยนรงค์

213
00:17:40.256 --> 00:17:44.256
มีความรู้ฝังลึกอะไรบ้างคะ

214
00:17:45.257 --> 00:17:49.257

215
00:17:50.258 --> 00:17:54.258
อะไรนะ  (นักศึกษา) เล่นดนตรีครับ  (อาจารย์)

216
00:17:55.259 --> 00:17:59.259
พงษกร ชอบจำชื่อ 2 คนนี้

217
00:18:00.261 --> 00:18:04.261
สลับกัน ชัยณรงค์ เป็นคนที่

218
00:18:05.262 --> 00:18:09.262
อย่างนี้ค่ะ คราวนี้ เดี๋ยวอาจารย์

219
00:18:10.263 --> 00:18:14.263
จะบอกอธิบายไปถึงว่า เราจะนำเอาไปพัฒนา

220
00:18:15.265 --> 00:18:19.265
ต่อบุคคลอื่นในองค์กรอย่างไร เดี๋ยวถามอีก

221
00:18:20.265 --> 00:18:24.265
ถาม ๆ

222
00:18:25.267 --> 00:18:29.267
ถามเปิ้ล

223
00:18:30.269 --> 00:18:34.269
นะคะ

224
00:18:35.269 --> 00:18:39.269
เปิ้ลชื่อสุธีการ ให้บอก

225
00:18:40.270 --> 00:18:44.270
ข้อดีของตัวเองมา 1 ข้อ

226
00:18:45.272 --> 00:18:49.272
หรือความสามารถพิเศษที่ตัวเองทำ

227
00:18:50.273 --> 00:18:54.273
ทำได้ดีมา 1 อย่างคะ มีไหมเอ่ย

228
00:18:55.273 --> 00:18:59.273
มีทุกคนมีข้อดีทั้งนั้นแหละ

229
00:19:00.273 --> 00:19:04.273

230
00:19:05.274 --> 00:19:09.274

231
00:19:10.277 --> 00:19:14.277

232
00:19:15.279 --> 00:19:19.279
อ๋อ โอเคนะคะ มีความสามารถในการแสดงออก

233
00:19:20.280 --> 00:19:24.280
ทางด้าน โอเคค่ะ เป็น

234
00:19:25.282 --> 00:19:29.282
เชียร์ลีดเดอร์นี่ ไม่ใช่ทุกคนจะเป็นได้นะ

235
00:19:30.282 --> 00:19:34.282
มันต้องใช้ความ ใช้ Skill นะคะ ในการ

236
00:19:35.283 --> 00:19:39.283
ฝึกอย่างนี้ค่ะ

237
00:19:40.284 --> 00:19:44.284
ถาม

238
00:19:45.286 --> 00:19:49.286
ประวิทย์ ประวิทย์

239
00:19:50.287 --> 00:19:54.287
มีความสามารถพิเศษอะไรบ้างลูก

240
00:19:55.288 --> 00:19:59.288
1 อย่าง

241
00:20:00.289 --> 00:20:04.289
ทำอะไรนะ

242
00:20:05.290 --> 00:20:09.290
สามารถแกะสลัก

243
00:20:10.293 --> 00:20:14.293
ผลไม้ได้ นี่ถือเป็นความสามารถเฉพาะตัว

244
00:20:15.293 --> 00:20:19.293
มันไม่ใช่ทุกคนจะทำได้ นะคะ แกะสลักผลไม้นะคะ

245
00:20:20.295 --> 00:20:24.295
โอเีค ถามไม่ครบ อยากถามใครอีก ถามบรีส

246
00:20:25.296 --> 00:20:29.296
เครื่องบรีสมีกล้องไหม

247
00:20:30.297 --> 00:20:34.297
เดี๋ยวบิสจะน้อยใจ บิสมี

248
00:20:35.298 --> 00:20:39.298
อะไร 1 อย่าง ทำขนม

249
00:20:40.298 --> 00:20:44.298
ทำกับข้าวได้ไหม

250
00:20:45.298 --> 00:20:49.298
อย่างหนึ่ง

251
00:20:50.300 --> 00:20:54.300

252
00:20:55.301 --> 00:20:59.301

253
00:21:00.303 --> 00:21:04.303
ทำอะไรนะคะ

254
00:21:05.304 --> 00:21:09.304

255
00:21:10.305 --> 00:21:14.305
บิสชอบทำงานบ้าน งานบ้านมีหลายอย่าง เช่น การ

256
00:21:15.308 --> 00:21:19.308
ซักผ้า ล้างถ้วยล้างชามอย่างนี้

257
00:21:20.309 --> 00:21:24.309
ซึ่งไม่ใช่ทุกคนจะชอบ ถามว่าทุกคน

258
00:21:25.310 --> 00:21:29.310
ทำได้ไหม แต่ถ้าคนที่ได้ดี คนที่ชอบจะททำได้ดี

259
00:21:30.311 --> 00:21:34.311
นะคะ อันนี้คือลักษณะ ให้เจ้าหญิง เครื่องไหนล่ะ

260
00:21:35.312 --> 00:21:39.312
ถามหญิง

261
00:21:40.312 --> 00:21:44.312
ถามหญิงค่ะ

262
00:21:45.314 --> 00:21:49.314
ให้บอกความสามารถพิเศษของตัวเอง

263
00:21:50.315 --> 00:21:54.315
มา 1 ข้อ ตัวเองมีความสามารถอะไรบ้างเอ่ย

264
00:21:55.315 --> 00:21:59.315
(นักศึกษา) มารยาทไทยค่ะ  (อาจารย์) โอเคค่ะ

265
00:22:00.316 --> 00:22:04.316
หญิงเป็นคนที่มีมารยาทดี เป็นคนที่มีมารยาท คือ

266
00:22:05.317 --> 00:22:09.317
สมัยที่อาจารย์ อาจารย์ไม่มันใจว่าสมัยนี้มีไหม

267
00:22:10.319 --> 00:22:14.319
ที่เป็นแบบมารยาทไทย แล้วจะมีการประกวดกันเลย

268
00:22:15.320 --> 00:22:19.320
นะคะ ก็จะเป็นระดับโรงเรียนเป็นระดับอำเภอ เป็นระดับจังหวัด

269
00:22:20.320 --> 00:22:24.320
อันนี้ถือเป็นความรู้ฝังลึกนะคะ ซึ่งอาจารย์เชื่อว่า

270
00:22:25.320 --> 00:22:29.320
ทุกคนน่ะมี มันเป็นไปไม่ได้ที่ไม่มีในตัวเอง

271
00:22:30.321 --> 00:22:34.321
นะคะ บางทีเราอาจจะไม่รู้ มันอาจจะแสดงออกมา เพื่อนรู้

272
00:22:35.322 --> 00:22:39.322
แต่เรา ตัวเราน่ะยังไม่รู้ ว่าเราทำอย่างนี้ได้

273
00:22:40.323 --> 00:22:44.323
เรามาเรียนศาสตร์สาขานี้ก็จริง

274
00:22:45.325 --> 00:22:49.325
ซึ่ง เราทำสิ่งนั้นได้ดีด้วย

275
00:22:50.326 --> 00:22:54.326
บางทีจบไป เราอาจจะไม่ได้ทำงานทางด้านคอมพิวเตอร์

276
00:22:55.327 --> 00:22:59.327
แต่เราไปทำในด้านทีเ่เราชอบ

277
00:23:00.329 --> 00:23:04.329
เราถนัด เราก็จะทำได้ดี

278
00:23:05.329 --> 00:23:09.329
นะคะ ฉะนั้นความรู้ฝังลึก

279
00:23:10.331 --> 00:23:14.331
นะคะ ก็คือ ความรู้ที่อยู่ในตัวแต่ละบุคคล

280
00:23:15.331 --> 00:23:19.331
ก็คือข้อดีให้มองฝั่งที่เป็นด้านบวก อันนี้คือความรู้ฝังลึก

281
00:23:20.333 --> 00:23:24.333
นะคะ คราวนี้นะคะ ถึงแม้ว่าความรู้ประเภทนี้

282
00:23:25.334 --> 00:23:29.334
ไม่ชัดเจนนะคะ ไม่เหมือนความรู้ประเภทแรกที่ชัดแจ้ง

283
00:23:30.335 --> 00:23:34.335
สิ่งสำคัญ แต่มันก็คือเป็นสิ่งที่สำคัญที่จะทำให้งาน

284
00:23:35.335 --> 00:23:39.335
สำเร็จได้ อย่างเช่นเราบอกว่าเราเป็นคนขยันแต่เรามองไม่เห็นน่ะ

285
00:23:40.337 --> 00:23:44.337
แต่เราก็จะเห็นจากสิ่งที่เขาทำ ขยันอย่างไรล่ะ

286
00:23:45.338 --> 00:23:49.338
ขยัน มีความรับผิดชอบ

287
00:23:50.340 --> 00:23:54.340
มันจะมาด้วยกันนะคะ แล้วก็ตื่นเช้ามาเรียน

288
00:23:55.341 --> 00:23:59.341
นี่คือขยัน มาเีรียนสมำ่ำเสมอ

289
00:24:00.341 --> 00:24:04.341
ส่งงานครบ

290
00:24:05.342 --> 00:24:09.342
พยายามฝึกทำงานอะไรอาจารย์ให้ไป

291
00:24:10.343 --> 00:24:14.343
ด้วยตัวเองอย่างนี้คะ พอเราขยัน

292
00:24:15.344 --> 00:24:19.344
นี่คือสิ่งที่อยู่ในตัวเอง ถึงจะมองไม่เห็นชัด แต่

293
00:24:20.345 --> 00:24:24.345
มันถือเป็นสิ่งสำคัญที่ให้งานที่ทำนี่

294
00:24:25.346 --> 00:24:29.346
นะคะ ความรู้ฝังลึก

295
00:24:30.347 --> 00:24:34.347
เราดูภาพนี้นะคะ ภูเขาน้ำแข็ง ภาพนี้นะคะ

296
00:24:35.349 --> 00:24:39.349
แสดงถึงความรู้ทั้ง 2 ประเภท ในภาพ

297
00:24:40.351 --> 00:24:44.351
ส่วนไหนมากกว่ากัน

298
00:24:45.351 --> 00:24:49.351
เราดู  Explicit

299
00:24:50.353 --> 00:24:54.353
ก็คือความแบบชัดแจ้ง มองมาปุ๊บมันจะมีน้ำใช่ไหมคะ

300
00:24:55.355 --> 00:24:59.355
ชี้

301
00:25:00.356 --> 00:25:04.356
นะคะ เป็นลักษณะภูเขาน้ำแข็งที่

302
00:25:05.357 --> 00:25:09.357
มองด้วยตาเปล่านี่เห็นเลย มันโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำ

303
00:25:10.358 --> 00:25:14.358
นะคะ เป็นนำ อันนี้คือผิวน้ำ อันนี้คือภูเขาน้ำแข็งที่มันขึ้นมา

304
00:25:15.359 --> 00:25:19.359
ขึ้นมาเีราเรียกภูเขาน้ำแข็ง  Explicit Knowledge

305
00:25:20.360 --> 00:25:24.360
คือความรู้ชัดแจ้ง คือเห็นเลย

306
00:25:25.361 --> 00:25:29.361
เท่านี้ นะคะ ว่ามันโผล่เหนือน้ำขึ้นมา

307
00:25:30.363 --> 00:25:34.363
แต่ส่วนที่มันอยู่ใต้น้ำล่ะ อันนี้มันเป็นน้ำแข็ง

308
00:25:35.364 --> 00:25:39.364
ภ๔ูเขาน้ำแข็งเหมือนกันแต่อยู่ใต้น้ำ เป็นความรู้ฝังลึกใน

309
00:25:40.365 --> 00:25:44.365
แต่ละคนนะคะ มันอาจจะมีปริมาณมากน้อยก็แล้วแต่

310
00:25:45.366 --> 00:25:49.366
แต่ในภาพนี้นี่ มันมีปริมาณมากกว่าความรู้ชัดแจ้งที่เรามองเห็นได้

311
00:25:50.367 --> 00:25:54.367
นะคะ ฉะนั้นอธิบายว่า ความรู้ที่มันเห็นได้ง่ายน่ะ

312
00:25:55.368 --> 00:25:59.368
มันก็คือส่วนยอดของภูเขาน้ำแข็งที่อยู่พ้นน้ำ

313
00:26:00.370 --> 00:26:04.370
อย่างที่บอกไป อย่างความรู้แฝง

314
00:26:05.370 --> 00:26:09.370
นะคะ มันจะอยู่ในตัวคน แต่ละคน

315
00:26:10.371 --> 00:26:14.371
มองไม่เห็นนะคะ เราจะดูได้จากพฤติกรรมการแสดง

316
00:26:15.372 --> 00:26:19.372
ออกมา นะคะ โอเค คราวนี้เมื่อนำมาเทียบกัน

317
00:26:20.373 --> 00:26:24.373
กับภาพเมื้อกี้นะคะ ภูเขาน้ำแข็งเมื่อง

318
00:26:25.375 --> 00:26:29.375
ส่วนที่อยู่ใต้น้ำนี่ มันมีปริมาณมากกว่าเห็นไหม ส่วนที่พ้นน้ำ

319
00:26:30.375 --> 00:26:34.375
ขึ้นมานะคะ การเข้าใจความแตกต่างระหว่างความรู้ทั้ง 2 อันนี้

320
00:26:35.376 --> 00:26:39.376
ถ้าเราเข้าใจจริง ๆ นี่จะสามารถจัดการ

321
00:26:40.376 --> 00:26:44.376
ได้ดี

322
00:26:45.378 --> 00:26:49.378
คือถ้าให้อธิบายคำว่า Manage

323
00:26:50.380 --> 00:26:54.380
มันจะอธิบายเป็นรูปธรรมยาก แต่ถ้าเกิด

324
00:26:55.381 --> 00:26:59.381
เราเข้าใจความรู้ที่มันแฝงอยู่น่ะค่ะ

325
00:27:00.381 --> 00:27:04.381
ที่มันเห็นเป็นรูปธรรม เราจะเข้าใจ

326
00:27:05.382 --> 00:27:09.382
ได้ดียิ่งขึ้น ว่าเราจะจัดการส่วนไหน อย่างไร

327
00:27:10.383 --> 00:27:14.383
คราวนี้เรามาดูการจัดการ พอตอนนี้เรารู้ว่ามันมีความรู้

328
00:27:15.384 --> 00:27:19.384
นี่มันมี 2 ประเภทใหญ่ ก็คือความรู้ชัดแจ้งกับ

329
00:27:20.384 --> 00:27:24.384
ความรู้ฝังลึก แล้วเราจะจัดการกับความรู้ฝังลึกอย่างไร

330
00:27:25.386 --> 00:27:29.386
นะคะ มาดูประเภทแรกก่อน

331
00:27:30.387 --> 00:27:34.387
ความรู้แบบชัดแจ้งเราจะมีกระบวนการจัดการอยู่ 4

332
00:27:35.387 --> 00:27:39.387
ขั้นตอน นะคะ กับการจัดการความรู้

333
00:27:40.388 --> 00:27:44.388
ที่เป็นแบบชัดแจ้งนะคะ 1. ก็คือการเข้าถึว

334
00:27:45.390 --> 00:27:49.390
สิ่งนั้น เพราะเราเห็นแล้วไง

335
00:27:50.390 --> 00:27:54.390
ต้องเข้าให้ถึงนะคะ จะได้ตีความ 2

336
00:27:55.391 --> 00:27:59.391
นะคะ เราจะนำไปปรับใช้ Apply ในชีวิตอย่างไร

337
00:28:00.391 --> 00:28:04.391
เราจะเรียนรู้ความรู้นนั้นเพื่อยกระดับ

338
00:28:05.393 --> 00:28:09.393
ศักยภาพในตัวเองอย่างไร และมีการจัดเก็บรวบรวม

339
00:28:10.395 --> 00:28:14.395
ไว้อย่างไรนะคะ เขาถึงตีความ หมายถึงการเข้าถึง

340
00:28:15.396 --> 00:28:19.396
ความรู้ที่มีอยู่นะคะ อย่างเช่นความรู้มันมีอยู่

341
00:28:20.397 --> 00:28:24.397
ัสักที่หนึ่งนะคะ อย่างเช่นความรู้ตำรับ

342
00:28:25.398 --> 00:28:29.398
มันอยู่ที่ห้องสมุด เมื่อก่อนนี่ มัน

343
00:28:30.400 --> 00:28:34.400
ไม่ได้มีเครรือข่ายที่มันทั่วถึงเหมือนทุกวันนี้ เรา

344
00:28:35.401 --> 00:28:39.401
จะศึกษาหาความรู้เรื่องใดเรื่องหนึ่ง

345
00:28:40.403 --> 00:28:44.403
ี่ที่มันจัดเก็บเอาไว้นะคะ

346
00:28:45.404 --> 00:28:49.404
หรือห้องสมุด ฉะนั้นการเข้าถึง

347
00:28:50.404 --> 00:28:54.404
เราต้องไปถึงแหล่งนะคะ ถ้าเราไปไม่ได้ถึง มันไม่มีประโยชน์นะคะ

348
00:28:55.406 --> 00:28:59.406
มันไม่มีความหมายไม่มีประโยชน์อะไร ต้องไปให้ถึงแหล่งนั้นนะคะ

349
00:29:00.407 --> 00:29:04.407
ฉะนั้นนะคะ ขั้นตอนแรกเลย

350
00:29:05.408 --> 00:29:09.408
ในการจัดการความรู้ ที่อยู่ในเอกสารหรือไฟล

351
00:29:10.409 --> 00:29:14.409
เราจะต้องเข้าให้ถึงนะคะ โดย

352
00:29:15.410 --> 00:29:19.410
เข้าให้ถึง ถ้ามันอยู่ห้องสมุดเราก็ต้องไปห้องสมุด

353
00:29:20.411 --> 00:29:24.411
หรือเนื้อหานั้นมัีนอยู่ในไฟล์ หรือ

354
00:29:25.412 --> 00:29:29.412
Content มันอยู่ในนั้น เราต้องเอา

355
00:29:30.414 --> 00:29:34.414
ขึ้นมาอ่านทำความเข้าใจ ตีความ วิเคราะห์ตีความ

356
00:29:35.416 --> 00:29:39.416
นะคะ ว่าเนื้อหาที่ครูให้ไปมันหมายถึงอะไร

357
00:29:40.418 --> 00:29:44.418
การเข้าถึงตีความ คราวนี้เมื่อ

358
00:29:45.419 --> 00:29:49.419
เราจะต้องไปใจร้อน เข้าใจว่า เราจะต้องไปบุ่มบ่าม

359
00:29:50.419 --> 00:29:54.419
นั้นไปใช้นะคะ คือไม่ใช่นำไปใช้แบบไม่ลืมหูลืมตานะคะ คือต้อง

360
00:29:55.420 --> 00:29:59.420
มีวิจารณญาณในการนำไปใช้ นะคะ

361
00:30:00.420 --> 00:30:04.420
ความรู้ประเภทนี้มันจะมีอยู่ 2 ส่วนด้วยกัน

362
00:30:05.421 --> 00:30:09.421
Content ก็คือตัวเนื้อหาสาระ

363
00:30:10.421 --> 00:30:14.421
เราอ่านเนื้อหาสาระน่ะค่ะ ส่วนที่

364
00:30:15.423 --> 00:30:19.423
2 ก็คือองค์ประกอบหรือ context

365
00:30:20.425 --> 00:30:24.425
หรือบริบทนะคะ

366
00:30:25.426 --> 00:30:29.426
Content คือตัวเรา อย่างนี้

367
00:30:30.427 --> 00:30:34.427
บริบทก็คือเสื้อผ้า เขาเทียงแบบนี้

368
00:30:35.428 --> 00:30:39.428
ให้เราเห็นภาพในรูปแบบรูปธรรม content ก็ฃ

369
00:30:40.430 --> 00:30:44.430
คือนิสัยใจคอ เนื้อหนังมังสาเรา

370
00:30:45.430 --> 00:30:49.430
นะคะ แต่ตัวบริบทคือสิ่งที่ครอบเราอยู่

371
00:30:50.432 --> 00:30:54.432
นะคะ การเข้าุถึงสิ่งที่เป็น Content หรือเนื้อหาสาระนะคะ

372
00:30:55.432 --> 00:30:59.432
นั้นนะคะ มันจะต้องตีความ ฃ

373
00:31:00.433 --> 00:31:04.433
เราถึงจะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้

374
00:31:05.435 --> 00:31:09.435
ฉะนั้น การเข้าถึง Content ฃ

375
00:31:10.437 --> 00:31:14.437
เราต้องถอดบริบทออกเพื่อให้เข้าถึง Content ที่แท้จริง

376
00:31:15.437 --> 00:31:19.437
อย่างวันนี้ครูพูดถึงการจัดการความรู้

377
00:31:20.439 --> 00:31:24.439
ให้ได้ว่า ครูพูดถึง 1 การจัดการความรู้

378
00:31:25.439 --> 00:31:29.439
ความรู้มีกี่ประเภท ประเภทใหญ่ ๆ

379
00:31:30.440 --> 00:31:34.440
หมายถึงอะไร จัดการอย่างไร เราถึงจะนำเนื้อหาเหล่านี้ไปใช้ประโยชน์สูงสุด

380
00:31:35.441 --> 00:31:39.441
ได้ นะคะ คราวนี้พอเราเข้าถึงแล้ว ตีความแล้ว

381
00:31:40.441 --> 00:31:44.441
การนำไปใช้

382
00:31:45.443 --> 00:31:49.443
การนำไปใช้นี้ คือการเรียนรู้ การรอบรู้

383
00:31:50.444 --> 00:31:54.444
รับรู้แล้วก็เรียนรู้นะคะ เสร็จแล้วเราก็นำความรู้นั้นไปแก้ปัญหา

384
00:31:55.445 --> 00:31:59.445
ในองค์กรนะคะทีเ่กิดขึ้น เพื่อ

385
00:32:00.446 --> 00:32:04.446
ยกระัดับ การแก้ปัญหาคือการยกระดับ

386
00:32:05.447 --> 00:32:09.447
ยกระดับทั้งบุคลากรที่ไปแก้ปัญหา

387
00:32:10.448 --> 00:32:14.448
ทั้งปัญหางานนะคะ ถ้าเราแก้ปัญหานั้นได้

388
00:32:15.449 --> 00:32:19.449
คือแก้ไขได้แ้ล้วน่ะ ถ้ามีใครเจอปัญหาแบบนี้

389
00:32:20.450 --> 00:32:24.450
แนวทางที่เราเคยทำ แล้วมันสามารถแก้ปัญหานั้นได้

390
00:32:25.452 --> 00:32:29.452
นะคะ เขาเรียกการนำไปใช้ จนไปถึงการเรียนรู้ที่ยกระดับ

391
00:32:30.452 --> 00:32:34.452
นะคะ ถือว่าเป็นสิ่งที่มีความสำคัญ

392
00:32:35.453 --> 00:32:39.453
ฉะนั้นก็เลยยกตัวอย่างว่าสิ่งทีเ่ราทำ

393
00:32:40.454 --> 00:32:44.454
สิ่งที่มันเกิดขึ้น

394
00:32:45.457 --> 00:32:49.457
มันก็คือโอกาสที่ทำเราได้เกิดการเรียนรู้ในสิ่งใหม่ ๆ

395
00:32:50.457 --> 00:32:54.457
ถ้าเราทำแล้วนี่มันเกิดผลดีหรืือประสบความสำเร็จ

396
00:32:55.459 --> 00:32:59.459
สิ่งนั้นเราจะเีรัียกว่า  Best Practices

397
00:33:00.460 --> 00:33:04.460
Best Practices ก็คือวิธีการที่

398
00:33:05.461 --> 00:33:09.461
จะประสบความสำเร็จในเรื่องนี้ อย่างนี้ค่ะ

399
00:33:10.462 --> 00:33:14.462
ทำอย่างไร เรียนแล้วจะได้เกียรตินิยม มันมี

400
00:33:15.462 --> 00:33:19.462
Best Practices

401
00:33:20.462 --> 00:33:24.462
เรียนแล้วประสบความสำเร็จ ออันนี้มันยาก

402
00:33:25.464 --> 00:33:29.464
นะคะ แต่ถ้าเกิดเรามองว่า เรียนแล้ว เราเรียนเอก เทคโนโ,ยีสารสนเทศ

403
00:33:30.466 --> 00:33:34.466
ทำอย่างไรให้จบภายใน 4 ปี อย่างนี้คะ

404
00:33:35.467 --> 00:33:39.467
มันก็จะมี 1  (นักศึกษา) ตั้งใจเรียน (อาจารย์) 2

405
00:33:40.467 --> 00:33:44.467
ทำอย่างไร ส่งงานให้ครบ

406
00:33:45.469 --> 00:33:49.469
3 อันนี้คือขั้นตอนค่ะ

407
00:33:50.469 --> 00:33:54.469
ทำตามนี้ก็จบภายใน 4 ปี นึกออกไหมคะ หรือจะ

408
00:33:55.469 --> 00:33:59.469
บอกว่าจบภายใน 4 ปีก็จริง แต่อยากได้เกรดนิยมอันดับ 1

409
00:34:00.469 --> 00:34:04.469
ให้ดูไหมว่า ให้ทำตามนี้นะ

410
00:34:05.469 --> 00:34:09.469
ก็คือแนวทางปฏิบัติที่ดี

411
00:34:10.469 --> 00:34:14.469
เราประสบความสำเร็จนี่

412
00:34:15.470 --> 00:34:19.470
พงษกรสามารถกลับมาเขียนเป็น Story ของตัวเอง

413
00:34:20.472 --> 00:34:24.472
เผยแพร่ไปว่า ให้ทำตามผมนะ 1 2 3 4 5

414
00:34:25.473 --> 00:34:29.473
พอถึงปี 3 แล้ว ทุกคนต้องไปบวชในช่วงปิดเทอม 3 สัปดาห

415
00:34:30.473 --> 00:34:34.473
อันนี้คือ  Best Practices นี่

416
00:34:35.475 --> 00:34:39.475
ใครที่อยากประสบความสำเร็จเรียน 4 ปีได้เกรดนิยม

417
00:34:40.476 --> 00:34:44.476
ต้องไปบวชตอนที่ปิดเทอมปี 3

418
00:34:45.477 --> 00:34:49.477
ซึ่งมันจะต่างจากคนอื่น คนอื่นเรียนมา ปี 1 ปี 2 ปี 3

419
00:34:50.479 --> 00:34:54.479
แต่ถ้าเป็นโมเดลหรือรูปแบบเฉพาะของแต่ละบุคคล การ

420
00:34:55.480 --> 00:34:59.480
ประสบความสำเร็จมันต่างกัน พงษกรไปบวช

421
00:35:00.480 --> 00:35:04.480
ได้อะไร ก็บอกข้อดีของการไปบวชมานะคะ

422
00:35:05.480 --> 00:35:09.480
ก็เป็นโมเดลของภาสกร

423
00:35:10.481 --> 00:35:14.481
ก็คือทำแล้วประสบความสำเร็จอย่างนี้นะคะ คราวนี้

424
00:35:15.483 --> 00:35:19.483
ให้เรายกตัวอย่าง  Best Practices   Best Practices ขึ้นมา

425
00:35:20.485 --> 00:35:24.485
ให้หน่อย เมื่อกี้ครูยกตัวอย่างให้แล้ว

426
00:35:25.486 --> 00:35:29.486
ดีขึ้นไหม ชีวิต

427
00:35:30.486 --> 00:35:34.486
ได้อะไรจากการไปบวชไปบ้าง ใจเย็น

428
00:35:35.488 --> 00:35:39.488
อย่างน้อยตอนนี้พงษกรก็มาเรียนทันทุกคาบ

429
00:35:40.490 --> 00:35:44.490
ตื่นเช้าขึ้น ไม่นอนดึก เิลิกเล่นเกม

430
00:35:45.491 --> 00:35:49.491
ส่งงานครบ อย่างนี้ค่ะ

431
00:35:50.493 --> 00:35:54.493
ช่วยกันคิดว่า  Best Practices เราเคยได้ยินไหมคะว่า

432
00:35:55.493 --> 00:35:59.493
ใน Internet เสริสใน  Best Practices

433
00:36:00.495 --> 00:36:04.495
ูดูสิว่า เขามีตัวอย่าง เขามี Best Practices เรื่อง

434
00:36:05.496 --> 00:36:09.496
เรื่องอะไรบ้าง

435
00:36:10.498 --> 00:36:14.498
ทำแล้วแก้ไขปัญหานี้ได้ ถือเป็น  Best Practices

436
00:36:15.500 --> 00:36:19.500
มีไหมคะ

437
00:36:20.502 --> 00:36:24.502
ลองค้นดู แล้วช่วยกันคิด นำเสนอไอเดีย

438
00:36:25.502 --> 00:36:29.502
เรื่องอื่นก็ได้

439
00:36:30.503 --> 00:36:34.503
นะคะ  Best Practices อันอื่นก็ได้ ก็คือแนวทางปฏิบัติที่ดีน่ะ

440
00:36:35.504 --> 00:36:39.504
เรื่องใดเรื่องหนึ่งอาจารย์พูดถึงเรื่องในการเรียน

441
00:36:40.504 --> 00:36:44.504
ีชีวิตเรามันมีตั้งหลายเรื่องนะ ไม่ใช่แค่การเรียน

442
00:36:45.506 --> 00:36:49.506
การทำงาน

443
00:36:50.508 --> 00:36:54.508
พูดถึงอาชีพใดอาชีพหนึ่งก็ได้

444
00:36:55.508 --> 00:36:59.508
Best Practices ในการเป็นโปรแกรมเมอร์คือ 1 เรียนให้

445
00:37:00.509 --> 00:37:04.509
ตรงสาย 2.

446
00:37:05.510 --> 00:37:09.510
ฝึกงานให้ตรงสาย

447
00:37:10.511 --> 00:37:14.511
ไปทำงานที่ตรงสาย ก็คือโปรแกรมเมอร์ คือเขียนโปรแกรม

448
00:37:15.513 --> 00:37:19.513
ใช่ไหมคะ เราอยากเป็นโปรแกรมเมอร์แต่เรามีความสามารถ

449
00:37:20.513 --> 00:37:24.513
ีมีความชอบในการเขียนโปรแกรม

450
00:37:25.513 --> 00:37:29.513
อันดับแรกเลย ภาสกรเลือกการมาเรียนด้านคอมพิวเอต

451
00:37:30.514 --> 00:37:34.514
นะคะ 2 ตอนไปฝึกงานพงษกรก็เลือก

452
00:37:35.516 --> 00:37:39.516
ไปฝึกงานที่เขียนโปรแกรมตรงกับสายที่ตัวเองชอบ

453
00:37:40.517 --> 00:37:44.517
ตรงกับสายที่ตัวเองเรียน 3.

454
00:37:45.517 --> 00:37:49.517
เป็นโปรแกรมเมอร์อยู่ในงานไหนก็ได้ค่ะ

455
00:37:50.519 --> 00:37:54.519
แล้วก็ไปให้ถึงปลายทาง ภายใต้แนวปฏิบัตินี้ คนอื่นลล่ะ

456
00:37:55.521 --> 00:37:59.521
ที่วันนี้กี้เงียบมาก

457
00:38:00.521 --> 00:38:04.521
เรื่องไหนก็ได้ค่ะ ยกตัวอย่างมาเลย

458
00:38:05.522 --> 00:38:09.522
ในครอบครับ มีแนวปฏิบัติอย่างไรบ้าง

459
00:38:10.524 --> 00:38:14.524
(นักศึกษา) เรียนให้จบ  (อาจารย์) 1 เรียนให้จบ

460
00:38:15.525 --> 00:38:19.525
2 มีงานทำ มีงานทำที่มั่นคง

461
00:38:20.526 --> 00:38:24.526
3.  (นักศึกษา) พ่อแม่สบาย  (อาจารย์) คนที่อุปการะเลี้ยว

462
00:38:25.527 --> 00:38:29.527
ก็จะได้อานิสงส์ สบายไปด้วย

463
00:38:30.527 --> 00:38:34.527
4 หมดหรือยัง ฝาแฝดพี่มีลักษนะอย่าง

464
00:38:35.529 --> 00:38:39.529

465
00:38:40.529 --> 00:38:44.529
นิยามความหมายของคำว่า จบ ๆ

466
00:38:45.531 --> 00:38:49.531

467
00:38:50.531 --> 00:38:54.531
จบ ๆ นี่มันเป็นภาษาอีสานนะ

468
00:38:55.532 --> 00:38:59.532
(นักศึกษา) แม่บอกว่าให้เอาคนจบ ๆ   (อาจารย์)

469
00:39:00.534 --> 00:39:04.534
เดี๋ยวพี่ล่ามจะงง ต้องอธิบายให้พี่ล่ามเข้าใจ

470
00:39:05.535 --> 00:39:09.535

471
00:39:10.535 --> 00:39:14.535
แม่พงษกรบอก

472
00:39:15.537 --> 00:39:19.537
ให้หาแฟนที่จบ ๆ นะลูก แต่ถ้าชาญนรงค์ให้

473
00:39:20.538 --> 00:39:24.538
หาแฟนจบเจื้อ

474
00:39:25.540 --> 00:39:29.540
พี่ล่ามด้วย พี่ล่ามจะ

475
00:39:30.542 --> 00:39:34.542
อธิบายอย่างไร คนดี  (นักศึกษา) คนดี  (อาจารย์)

476
00:39:35.544 --> 00:39:39.544
ลูกคู่ครองที่เป็นคนดี

477
00:39:40.545 --> 00:39:44.545
โอเค ๆ ไหม อย่าทับศัพท์เยอะ

478
00:39:45.546 --> 00:39:49.546
อันนี้ก็จะเป็น เขาเรียกอะไรนะ

479
00:39:50.547 --> 00:39:54.547
สูตรสำเร็จนะคะ ในการประสบความสำเร็จในชีวิตครอบครัว

480
00:39:55.548 --> 00:39:59.548
คือพงษกรบอกเจอคนดี เมื่อ Black

481
00:40:00.550 --> 00:40:04.550
มันก็ต้องดีต่อไป เลือกคนดีนะคะ คราวนี้เราจะร

482
00:40:05.550 --> 00:40:09.550
ว่าใครเป็นคนดี  (นักศึกษา) เราจะต้องเอามาเทสท์ก่อน

483
00:40:10.551 --> 00:40:14.551
พอถึงจุดหนึ่งแล้ว เหตุผลจะหายไป

484
00:40:15.552 --> 00:40:19.552
เราจำทำตามใจตัวเอง นะคะ

485
00:40:20.553 --> 00:40:24.553
อาจจะเป็นแบบนี้

486
00:40:25.555 --> 00:40:29.555
เรื่องอื่นบ้าง รู็สึกภาสกรจะไป 2 เรื่องแล้ว

487
00:40:30.555 --> 00:40:34.555
หาเมียจนจบ ถามใครดี เบน

488
00:40:35.555 --> 00:40:39.555
โหวันนี้ เบนไม่พูดเลย เป็นไงบ้างเบน

489
00:40:40.556 --> 00:40:44.556
(อาจารย์) ทำไม

490
00:40:45.557 --> 00:40:49.557
ทำห้องนี้

491
00:40:50.559 --> 00:40:54.559
มีแต่แบบ ถามแก้มละกัน  Best Practices

492
00:40:55.561 --> 00:40:59.561
1 เรื่องให้ยกตัวอย่างมา

493
00:41:00.561 --> 00:41:04.561
(อาจารย์)

494
00:41:05.564 --> 00:41:09.564
แก้วนำเสนอโมเดล ทำอย่างไรถึงจะรวย

495
00:41:10.567 --> 00:41:14.567
1  (นักศึกษา) เรียนจบ  (อาจารย์) เรียนหนังสือให้จบ

496
00:41:15.568 --> 00:41:19.568
(นักศึกษา) แล้วก็มีงานทำ  (อาจารย์) 2 ทำงาน 3  (นักศึกษา) หางานเสริมเพิ่ม

497
00:41:20.569 --> 00:41:24.569
เราต้องบริหารจัดการเวลานะคะ

498
00:41:25.571 --> 00:41:29.571
ทำงานเสริมด้วย ทำอาชีพหลัก อาชีพเสริม

499
00:41:30.571 --> 00:41:34.571
4 ประหยัดอดออม นี่สำคัญ

500
00:41:35.572 --> 00:41:39.572
ถึงเราจะหาได้มากแค่ไหนก็ตาม แต่เราไม่อดออม ไม่เก็บ

501
00:41:40.573 --> 00:41:44.573
เราไม่มีทางมีเงินเก็บค่ะ อันนี้มันเป็นสูตรสำเร็จ

502
00:41:45.574 --> 00:41:49.574
จริง อย่างใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายเกินตัวนะภาสกร

503
00:41:50.576 --> 00:41:54.576
คือเราจะหาได้มากแค่ไหนก็ตาม อันนี้คือสูตรสำเร็จเลยนะ คือ

504
00:41:55.576 --> 00:41:59.576
เราหาได้ 10 บาท เราใช้ 15 บาท นี่เราไม่มีเงินเก็บ

505
00:42:00.577 --> 00:42:04.577
เราหาได้ 10 บาท เราต้องใช้แค่

506
00:42:05.577 --> 00:42:09.577
5 บาท อีก 5 บาททำอะไร เก็บ

507
00:42:10.578 --> 00:42:14.578
เก็บ 5 บาทเลยไหม หรือเก็บ 3 บาท แล้วอีก 2 บาท ทำอะไร

508
00:42:15.579 --> 00:42:19.579
อันนี้พูดถึงปริมาณเงินเท่านี้นะคะ สัดส่วน

509
00:42:20.580 --> 00:42:24.580
Best Practices

510
00:42:25.581 --> 00:42:29.581
1. เรียนให้จบ 2. ทำงาน 3. ทำอาชีพเสริม

511
00:42:30.582 --> 00:42:34.582
ทำอาชีพเสริม 4.

512
00:42:35.584 --> 00:42:39.584
ประหยัดอดออมนะคะ รวยไหมทีนี้  (นักศึกษา) รวย  (อาจารย์) นะคะ

513
00:42:40.586 --> 00:42:44.586
มันจะเห็นช่องทางในการที่จะ

514
00:42:45.586 --> 00:42:49.586
เห็นไหม มีโมเดลไหนอีก มีอีกไหมคะ มีเรื่องอื่นไหม

515
00:42:50.587 --> 00:42:54.587
มีอีกไหมค่ะ มีเรื่องอื่นอีกไหม

516
00:42:55.588 --> 00:42:59.588
ได้นะคะ ก็ึคือ คือแนวทางที่มันดี ๆ ในการดำเนินชีวิตน่ะ  (นักศึกษา) ทำกับข้าว

517
00:43:00.589 --> 00:43:04.589

518
00:43:05.590 --> 00:43:09.590
Best Practices พูดถึงว่า

519
00:43:10.592 --> 00:43:14.592
ถ้าเราทำแบบนี้แล้วเราสำเร็จ เราสามารถไปเผยแพร่

520
00:43:15.592 --> 00:43:19.592
ให้คนอื่นรับรู้ได้ว่า เราทำตามขั้นตอน

521
00:43:20.593 --> 00:43:24.593
ทำตามวิธีของเรานี่ ถ้าเราทำตามภาสกรนี่

522
00:43:25.593 --> 00:43:29.593
้เป็นโมเดลเฉพาะของโค้กเลย

523
00:43:30.594 --> 00:43:34.594
จะประสบความสำเร็จแบบนี้คะ มันก็จะเป็นโมเดลของเรา

524
00:43:35.594 --> 00:43:39.594
อาจจะเป็นโค้กบวชปี 3 ใช่ไหม บวช

525
00:43:40.596 --> 00:43:44.596
ปี 3 ปี 4 บวชตลอดซัมเมอร์นี่

526
00:43:45.598 --> 00:43:49.598
ไปบวช อย่างนี้ช่ะ เป็นโมเดลของชัยณรงค์

527
00:43:50.598 --> 00:43:54.598
ทำตามนี้ก็จะประสบความสำเร็จตามแนวทางของ ชัยนรงค์

528
00:43:55.599 --> 00:43:59.599
นะคะ แนวทางที่เราสามารถเผยแพร่ให้คนอื่นรับรู้ได้นี่ ว่า

529
00:44:00.601 --> 00:44:04.601
ประสบความสำเร็จนะ แล้วมันจะดี

530
00:44:05.601 --> 00:44:09.601
หรือมีแนวทางแบบ

531
00:44:10.603 --> 00:44:14.603
(นักศึกษา) เหมือนกับชงกาแฟ  (อาจารย์) ชงกาแฟอย่างไรถึงอร่อย

532
00:44:15.604 --> 00:44:19.604
มันไม่ใช่ทุกคนจะสามารถชงกาแฟอร่อย จริงไหม  (นักศึกษา) ใช่ครับ  (อาจารย์)

533
00:44:20.605 --> 00:44:24.605
มันจะต้องมีสูตรสำเร็จ อันล่ะ Best Practices

534
00:44:25.607 --> 00:44:29.607
อันนี้คือ เขาผ่านการทำมาหลายรอบแล้ว

535
00:44:30.608 --> 00:44:34.608
การทำวิจัย ทำหลายรอบแล้วอาจจะไม่ประสบความสำเร็จ

536
00:44:35.608 --> 00:44:39.608
แล้ว คือรอบที ่1 นี่เราอาจจะใส่ส่วนประกอบสัดส่วนนี้

537
00:44:40.610 --> 00:44:44.610
ส่วนประกอบ สัดส่วนนี้ใช่ไหมคะ อย่างครูไปสั่งที่

538
00:44:45.611 --> 00:44:49.611
เอาคอปูชีโนร้อน

539
00:44:50.613 --> 00:44:54.613
(นักศึกษา) ผมไปเรียนชงน้ำชามาครับ  (อาจารย์) ชงน้ำชา

540
00:44:55.614 --> 00:44:59.614
(นักศึกษา) ชาเขียวชาโกโก้  (อาจารย์) ซึ่งมันก็มีสูตร

541
00:45:00.615 --> 00:45:04.615
มันก็จะมีสูตร ซึ่งแต่ละที่น่ะค่ะ

542
00:45:05.616 --> 00:45:09.616
แต่ละโรงเรียนน่ะ มันจะไม่เหมือนกัน

543
00:45:10.618 --> 00:45:14.618
อันนี้คือสูตรแบบ  (อาจารย์) มันจะไม่เหมือนกัน นี้คือการ

544
00:45:15.620 --> 00:45:19.620
ประสบความสำเร็จนะคะ แล้วถ้าเผยแพร่เป็นวิทยาธานไป

545
00:45:20.620 --> 00:45:24.620
ไม่ต้องเก็บค่าอะไรใช่หรือเปล่า

546
00:45:25.622 --> 00:45:29.622
เขาทำเป็นแบบขายความรู้ ขายแฟรนซ์ชาย

547
00:45:30.623 --> 00:45:34.623
อย่างนี้มันก็จะออกไปแนวเชิงธุรกิจ ผลตอบแทนก็จะออกมา

548
00:45:35.624 --> 00:45:39.624
เป็นเม็ดเงิน นะคะ เป็นถ้าให้ไปฟรีมันก็มองไม่เห็น แต่ได้บุญ

549
00:45:40.625 --> 00:45:44.625
มันก็ได้บุญนะ ซึ่งแบบนี้

550
00:45:45.627 --> 00:45:49.627
ถ้าเขาทำซ้ำ ๆ ใส่อะไรปริมาณเท่าไรประมาณนี้

551
00:45:50.633 --> 00:45:54.633
ลำดับการใส่จะมีผลต่อรสชาตินะคะ อันนี้ครูก็พอรู้อยู่ อย่างนี้เขา

552
00:45:55.634 --> 00:45:59.634
เรียกว่าเป็น  Best Practices  เหมือนกัน อยา่กชงชาเขียวร้อนให้อร่อย

553
00:46:00.635 --> 00:46:04.635
ก็ตาม 1.

554
00:46:05.637 --> 00:46:09.637
ส่วนประกอบ สัดส่วนตามที่เขาบอก 2.

555
00:46:10.638 --> 00:46:14.638
ลำดับในการใส่ มีความสำคัญต่อรสชาตินะคะ

556
00:46:15.639 --> 00:46:19.639
โอเค เรามีความเข้าใจใน  Best Practices แล้วนะคะ ก็คือแนวทางปฏิบัติ

557
00:46:20.639 --> 00:46:24.639
ที่ดี ที่จะทำให้ประสบความสำเร็จในเรื่องอะไรก็แล้วแต่นะคะ

558
00:46:25.640 --> 00:46:29.640
ต้องผ่านการทดลองมาแล้วหลายรอบ ก็คือ

559
00:46:30.642 --> 00:46:34.642
ทำวิจัยนั้นแหละ เก็บผลจนมันโอเค ออกมาเป็นโมเดล

560
00:46:35.642 --> 00:46:39.642
รูปแบบหนึ่ง เราีเรียก Model ใครอยากทำแบบนี้ให้

561
00:46:40.644 --> 00:46:44.644
ทำอันนี้ให้ได้รสชาติแบบนี้ ต้องทำแบบนี้

562
00:46:45.645 --> 00:46:49.645
เราเรียกว่า Best Practices คือการปฏิบัติที่ดี

563
00:46:50.646 --> 00:46:54.646
จะเห็นว่านะคะ ความรู้เดิม ๆ ที่เคย

564
00:46:55.646 --> 00:46:59.646
ที่เคยมีมานี่ แต่เราผ่าน

565
00:47:00.648 --> 00:47:04.648
เราผ่านการทำวิจัย การทดลองมาหลายรอบนะคะ

566
00:47:05.649 --> 00:47:09.649
Lessons Learned หรือ Best

567
00:47:10.650 --> 00:47:14.650
ทำจนมันดีที่สุดแล้ว เขาเรียกว่าถอดบทเรียน

568
00:47:15.651 --> 00:47:19.651
ในแต่ละเรื่องเลยก็คือการถอดบทเรียน

569
00:47:20.651 --> 00:47:24.651
ฉะนั้นนะคะ สิ่งที่หน่วยงานหลาย ๆ หน่วยงาน

570
00:47:25.651 --> 00:47:29.651
จะต้องให้ความสนใจ และไม่มองข้ามไป

571
00:47:30.652 --> 00:47:34.652
ก็คือเรื่องเหล่านี้ ก็คือให้ความสำคัญกับความรู้

572
00:47:35.652 --> 00:47:39.652
แฝงที่อยู่ในตัวแต่ละคน แล้วนำมาศึกษาวิจัยอย่างจริงจัง

573
00:47:40.654 --> 00:47:44.654
ใส่ใจจริง ๆ ว่าคนนี้ทำไมต้องทำ

574
00:47:45.655 --> 00:47:49.655
อย่างนี้ค่ะ ทำอย่างไรถึงจะมีความ ทำอย่างไรถึงจะประสบความสำเร

575
00:47:50.655 --> 00:47:54.655
ในชีวิต ทำอย่างไรจะรวย อย่างนี้ค่ะ คราวนี้การ

576
00:47:55.657 --> 00:47:59.657
จัดเก็บหลังจากที่เราได้เรียนความรู้มาแล้วนะคะ ก็จะมาจัดเก็บ

577
00:48:00.658 --> 00:48:04.658
เอาไว้ เพื่อเผยแพร่

578
00:48:05.659 --> 00:48:09.659
เพื่อส่งต่อข้อมูลนี้ให้คนอื่น นี้ค่ะ

579
00:48:10.660 --> 00:48:14.660
่ไม่อย่างนั้น สมมุติว่า พงษกรนี่

580
00:48:15.661 --> 00:48:19.661
จากเรื่องนี้ไปความรู้มันก็จะไปด้วย ถ้าไม่มี

581
00:48:20.662 --> 00:48:24.662
การถ่ายทอดเอาไว้ว่าให้ทำแบบนี้ มันก็จะจบ

582
00:48:25.664 --> 00:48:29.664
ไปด้วยนะคะ เหมือนภูมิปัญญาที่เราเห็นชัด ๆ อย่าง

583
00:48:30.665 --> 00:48:34.665
การถอผ้าอย่างนี้คะ การทำอะไรที่แบบคนเฒ่าคนแก่ทำน่ะ

584
00:48:35.665 --> 00:48:39.665
คนเฒ่า่คนแก่ทำน่ะ คนที่เรียนรู้ได้ก็คือลูกหลาน

585
00:48:40.666 --> 00:48:44.666
แต่ถ้าเกิดหมดยุคของผู้เฒ่าผู้แก่ในยุคนั้

586
00:48:45.667 --> 00:48:49.667
หายไปด้วยนะคะ ถ้าเราไม่มีการจัดเก็บรวบรวมเอาไว้

587
00:48:50.667 --> 00:48:54.667
มีการ จัดเก็บเอาไว้คนรุ่นหลังมาอ่าน ก็จะ

588
00:48:55.668 --> 00:48:59.668
ประสบความสำเร็จ ทำแบบนี้แ้ล้วจะทอผ้าได้

589
00:49:00.669 --> 00:49:04.669
คราวนี้นะคะ อันนี้ที่พูดไปนี้มันเป็นความรู้

590
00:49:05.670 --> 00:49:09.670
เราเห็นชัดเจน แต่คราวนี้ถ้ามันเป็นการจัดการคึวาม

591
00:49:10.671 --> 00:49:14.671
ฝังลึกล่ะ นะคะ การจัดการความรู้ฝังลึก

592
00:49:15.672 --> 00:49:19.672
นะคะ มันไม่ได้งา่ายเหมือนการจัดการความรู้ชัดเจน นะคะ

593
00:49:20.673 --> 00:49:24.673
เนื่องจากว่าความรู้ฝังลึกนี้ มันเป็นความรู้มที่มี

594
00:49:25.674 --> 00:49:29.674
ที่มันมีชีวิตจิตใจ ที่มันอยู่ในตัวเราน่ะ เรารู้ว่า

595
00:49:30.675 --> 00:49:34.675
อันนี้มันถูก ถูกใจกับถูกต้อง

596
00:49:35.677 --> 00:49:39.677
เลือกอันไหน ถามตัวเอง

597
00:49:40.677 --> 00:49:44.677
มีเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึั้นนะคะ เราจะเลือกทำ

598
00:49:45.679 --> 00:49:49.679
อะไรสักอย่างหนึ่งตามใจตัวเอง เขาเรียกถูกใจ

599
00:49:50.688 --> 00:49:54.688
แต่สิ่งที่ทำน่ะ มันไม่ถูกต้อง ทำไหม แต่

600
00:49:55.689 --> 00:49:59.689
บางคนก็อาจจะทำนะคะ แต่บางคน

601
00:50:00.691 --> 00:50:04.691
ก็นึกได้ฉุดคิดได้ ก็ไม่ทำ

602
00:50:05.692 --> 00:50:09.692
คือไม่ทำแต่มันฝืนใจ มันรู้สึกฝืนใจ

603
00:50:10.692 --> 00:50:14.692
แต่มันก็ต้องฝืนใจนะคะ ฉะนั้น

604
00:50:15.693 --> 00:50:19.693
ถูกใจกับถูกต้องนี่มันจะไม่ไปด้วยกัน

605
00:50:20.695 --> 00:50:24.695
มันจะยาก ถูกใจแล้วถูกต้องด้วยนี้ มันจะดีมากนะคะ

606
00:50:25.696 --> 00:50:29.696
เราทำแบบนี้เราชอบ แล้วมันเป็นสิ่งที่ถูกต้อง

607
00:50:30.697 --> 00:50:34.697
อันนั้นควรทำ เป็นสิ่งที่ดีนะคะ เป็น  Best Practices

608
00:50:35.698 --> 00:50:39.698
ถูกใจแต่มันไม่ถูกต้อง ถ้าเกิดเรามีวิจารณญาณนี่

609
00:50:40.700 --> 00:50:44.700
เราก็จะไม่ทำนะคะ คราวนี้นะคะ

610
00:50:45.700 --> 00:50:49.700
ถ้าความรู้ที่มันอยู่ในแต่ละคนน่ะ ที่มัน

611
00:50:50.701 --> 00:50:54.701
เป็นแบบฝักลึกน่ะ แล้วเราไม่มีการถ่ายทอดจัดเก็บเอาไว้

612
00:50:55.702 --> 00:50:59.702
เป็นรูป เป็นลักษณะของรูปธรรม เป็นไฟล์

613
00:51:00.704 --> 00:51:04.704
บันทึกทำวิดีโอไว้ ถ่ายทอดความรู้

614
00:51:05.705 --> 00:51:09.705
เขียนตำรับตำราไว้ มันไม่ได้หายไป

615
00:51:10.706 --> 00:51:14.706
ออย่างที่อาจารย์บอกไป เหมือนกับองค์ความรู้ที่อยู่กับผู้เฒ่าผู้แก่

616
00:51:15.707 --> 00:51:19.707
ทอผ้า อะไรพวกนี้นะคะ พอหมดยุคไป

617
00:51:20.708 --> 00:51:24.708
ก็ผู้เฒ่าผู้แก่ล้ม

618
00:51:25.709 --> 00:51:29.709
หายไปด้วย คราวนี้การจัดการความรู้ที่เป็นแบบฝังลึก

619
00:51:30.710 --> 00:51:34.710
ก็จะเริ่มตั้งแต่ พอมันอยู่ในตัวนะคะ อยู่ในตัว

620
00:51:35.710 --> 00:51:39.710
แต่ละคน ฉะนั้น ถ้าเราอยากถ่ายทอดต่อ แบบไม่ฝืนใจก็คือถ่ายทอด

621
00:51:40.712 --> 00:51:44.712
ฉะนเั้นถ้าเรายากถ่ายทอดต่อ

622
00:51:45.712 --> 00:51:49.712
คนอื่นก็จะมาเรียนรู้ร่วมกัน อย่างโค้ง

623
00:51:50.714 --> 00:51:54.714
ในการชงชาอย่างนี้คะ ถามว่า โค้กไปเรียนมาแล้ว

624
00:51:55.715 --> 00:51:59.715
หรือโค้กรู้ เกิดมาแล้วรู้เลย ก็คือไปเรียน

625
00:52:00.715 --> 00:52:04.715
แต่บางความรู้นี้ อย่างบ้านเบน

626
00:52:05.715 --> 00:52:09.715
มีความรู้เกี่ยวกับการทอเสื่อ

627
00:52:10.716 --> 00:52:14.716
มีความรู้เกี่ยวกับงานถอเสื่อ อยากจะ

628
00:52:15.718 --> 00:52:19.718
มีใจอยากแบ่งปันให้คนอื่น วิธีการแบ่งปันมีวิธีไหนบ้าง

629
00:52:20.721 --> 00:52:24.721
อาจจะเรียนรู้ร่วมกัน หรือสร้างองค์รู้

630
00:52:25.722 --> 00:52:29.722
อันนี้อธฺบายเกี่ยวกับการจัดการความรู้ที่เป็นแบบฝังลึก

631
00:52:30.723 --> 00:52:34.723
มีใจแบ่งปันหมายถึงว่า มีความเป็นห่วงว่า

632
00:52:35.724 --> 00:52:39.724
อันนี้มันเป็นองค์ความรู้ทีเ่รามี เป็นความสามารถพิเศษ

633
00:52:40.724 --> 00:52:44.724
เฉพาะตัวเรา หรือมันเป็นเทคนิคเฉพาะตัวเรา

634
00:52:45.725 --> 00:52:49.725
มีความเป็นห่วงเพื่อน เรามีเทคนิค

635
00:52:50.726 --> 00:52:54.726
ในการเรียนหนังสือให้เก่ง ทำอย่างไรเราจะเรียนเก่งน่ะค่ะ

636
00:52:55.728 --> 00:52:59.728
โค้กก็มีเทคนิคว่า ต้องอ่านหนังสือก่อนนอน

637
00:53:00.730 --> 00:53:04.730
อันนี้คือเทคนิคนะคะ ก่อนนอนนี่

638
00:53:05.730 --> 00:53:09.730
เราต้องมีการทบทวนเนื้อหา ตำรับตำรา ทำการบ้าน

639
00:53:10.731 --> 00:53:14.731
คือมีเทคนิคแต่ละคนก็จะต่างกันไป เพื่อนแต่ละคน

640
00:53:15.732 --> 00:53:19.732
นะคะ คือวิชาไหนก็ตก วิชาไหนก็ไม่ผ่าน

641
00:53:20.733 --> 00:53:24.733
โค้กก็เลยมีความ

642
00:53:25.734 --> 00:53:29.734
ชัยณรงค์ เรียนวิชาไหนก็ติด F

643
00:53:30.736 --> 00:53:34.736
เรียนวิชาไหนก็ได้ A นี้มันต่างกันนะ อันนี้คือความเป็นห่วง

644
00:53:35.736 --> 00:53:39.736
นะคะ พงษกรมีความเป็นห่วงชาญนรงค์

645
00:53:40.737 --> 00:53:44.737
มีความเป็นห่วงเป็นใย มันต้องเริ่มจากที่มีความแบ่งปัน

646
00:53:45.738 --> 00:53:49.738
องค์ความรู้ที่อยู่ในตัวเองน่ะ การแบ่งปัน

647
00:53:50.739 --> 00:53:54.739
จริง ๆ แล้วอันนี้มันเป็นวัฒนธรรมไทยอยู่แล้วนะคะ

648
00:53:55.739 --> 00:53:59.739
(นักศึกษา) ต้องแชร์นะ  (อาจารย์) คราวนี้เมื่อเรามีใจ

649
00:54:00.740 --> 00:54:04.740
พร้อมที่จะแบ่งแปันแล้วนะคะ เราก็พร้อมที่จะเกิดการเรีย

650
00:54:05.741 --> 00:54:09.741
นะคะ เขาเรียกการทอดบทเรียน การถอดบทเรียน

651
00:54:10.741 --> 00:54:14.741
บางทีอาจจะถอดบทเรียนจากข้อผิดพลาด การเรียนรู้จาก

652
00:54:15.742 --> 00:54:19.742
ได้จากข้อผิดพลาดก็ได้ อย่างเช่น เบนพึ่งเกิดอุบัติเหตุมา

653
00:54:20.743 --> 00:54:24.743
ตอนนี้ก็รู้แล้วว่าต่อไป จะต้องขับรถเร็ว

654
00:54:25.744 --> 00:54:29.744
ถ้าเจอสุนัขนอนอยู๋ หมานอนอยู่

655
00:54:30.745 --> 00:54:34.745
เราก็ขับเลี่ยงไปน่ะค่ะ

656
00:54:35.745 --> 00:54:39.745
ที่มันเกิดขึ้นแล้วเราก็ระวัง จะระมัดระวังมากขึ้น

657
00:54:40.746 --> 00:54:44.746
ให้ระวัง อย่าขับเร็วอย่าวนี้นะคะ เราสามารถเ

658
00:54:45.747 --> 00:54:49.747
รียนรู้ได้จากประสบการณ์ตรงของตัวเอง ประสบการณ

659
00:54:50.748 --> 00:54:54.748
ของคนอื่น ประสบการณ์คนอื่นแล้วเราเห็น เราก็ระวัง

660
00:54:55.749 --> 00:54:59.749
อย่างนี้นะคะ สร้างองค์ความรู้ให้กับตัวเองแล้วนำไปใช้งาน

661
00:55:00.750 --> 00:55:04.750
คราวนี้ เรามาดูโมเดล

662
00:55:05.751 --> 00:55:09.751
ปลาทู นะคะ ปลาทู

663
00:55:10.753 --> 00:55:14.753
ไม่ใช่ปลาวาฬ การทำ KM

664
00:55:15.755 --> 00:55:19.755
นะคะ ถามว่ามันเป็นเรื่องที่เข้าใจง่ายไหม อธิบายไ้ด้ไหม

665
00:55:20.756 --> 00:55:24.756
มันก็เป็นเรื่องที่อธิบายยาก ถ้ามันไม่เห็นชัดเจน

666
00:55:25.757 --> 00:55:29.757
นะคะ ก็เลยยกตัวอย่างโมเดลปลาทูมาให้ดู

667
00:55:30.759 --> 00:55:34.759
การทำ KM เป็นการอุปมานะคะ ทำไม

668
00:55:35.761 --> 00:55:39.761
เป็นปลาทูตัวหนึ่ง ทำไมถึงเอาปลาทู ทำไมไม่เอาปลาฉลาม

669
00:55:40.762 --> 00:55:44.762
ใครไม่รู้จักปลาทูบ้าง ยกมือ

670
00:55:45.763 --> 00:55:49.763
ไม่มี

671
00:55:50.763 --> 00:55:54.763
เคยทานไหมคะ ปลาทูมีรสชาติอย่างไร

672
00:55:55.764 --> 00:55:59.764
ถ้าสมมุติอาจารย์เอาเนื้อปลามา

673
00:56:00.764 --> 00:56:04.764
(อาจารย์) แล้วให้ชิม เราจะรู้ไหมว่า

674
00:56:05.766 --> 00:56:09.766
อันนี้คือปลาทู อันนี้คือปลาหมอ อันนี้คือปลาช่อน

675
00:56:10.767 --> 00:56:14.767
อันนี้คือปลาหมึก อย่างนี้คะ เราสามารถแยกได้ไหม

676
00:56:15.768 --> 00:56:19.768
ว่าอันไหนคือปลาทู ไหนบอกมาสิว่าปลาทูมีรสชาติยังไง

677
00:56:20.770 --> 00:56:24.770
มัีนมีรสชาติอย่างไร  (นักศึกษา) ปลาทู

678
00:56:25.770 --> 00:56:29.770
เนื้อมันจะเป็นเค็ม ๆ

679
00:56:30.771 --> 00:56:34.771
(อาจารย์) ปลาทูจะมีกลิ่นเฉพาะตัว จะรับรู้ด้วยจมูก

680
00:56:35.771 --> 00:56:39.771
มีรสชาติเฉพาะตัว ทุกคนเคยกิน

681
00:56:40.772 --> 00:56:44.772
ตัวอย่างโมเดลปลาทู อ๋อ ถ้าพูดถึงปลาทู

682
00:56:45.773 --> 00:56:49.773
ปลาทูนะ ปลาทูประกอบด้วยส่วนไหนบ้าง

683
00:56:50.773 --> 00:56:54.773
หัว นะคะ  (นักศึกษา) ตัว  (อาจารย์) ตัว

684
00:56:55.774 --> 00:56:59.774
แล้วก็ส่วนหาง อันนี้คือ Model ปลาทู

685
00:57:00.774 --> 00:57:04.774
่ส่วนหัวทำหน้าที่อะไร

686
00:57:05.776 --> 00:57:09.776
ส่วนหัวปลานี่ มันคือเป้าหมายของการจัดการความรู้

687
00:57:10.777 --> 00:57:14.777
นะคะ คือเวลาที่เราจะจัดการความรู้เรื่องอะไร เราจะต้องรู้ว่า

688
00:57:15.779 --> 00:57:19.779
เราจะทำไปเพื่ออะไร ทำไมต้องทำ เราต้องดูก่อน

689
00:57:20.781 --> 00:57:24.781
มันมีปัญหาใช่ไหม ถึงทำ

690
00:57:25.783 --> 00:57:29.783
หรือมันไม่ปัญหา มันน่าสนใจ เหมือน

691
00:57:30.784 --> 00:57:34.784
โครงงานเราน่ะ เหมือนโปรเจ็กต์เอกเทศที่เราทำอยู่

692
00:57:35.785 --> 00:57:39.785
ตอนนี้น่ะ Model ปลาทู ทำอย่างไร ทำไมเร

693
00:57:40.787 --> 00:57:44.787
ทำไมเราถึงอย่างทำเรื่องนี้

694
00:57:45.787 --> 00:57:49.787
มันมีปัญหาใช่ไหมระบบเดิม หรือมันไม่มีปัญหาแต่มันเป็ฯเทรนด

695
00:57:50.788 --> 00:57:54.788
ัมันน่าสนใจแล้วเราก็หยิบขึ้นมาทำ หรือมันเป็นความชอบส่วนตัว

696
00:57:55.789 --> 00:57:59.789
คับผม ผมชอบเล่นเกม ก็เลยสนใจจะพัฒนาเกม

697
00:58:00.790 --> 00:58:04.790
ผมก็เลยสนใจที่จะทำ

698
00:58:05.791 --> 00:58:09.791
ว่าเราจะทำไปเพื่ออะไรนะคะ

699
00:58:10.792 --> 00:58:14.792
หัวก็คือ เป้าหมายหรือวิศัยทัศ ที่จะจัดการความรู้

700
00:58:15.794 --> 00:58:19.794
ประเด็นที่เรานำมาจัดการความรู้

701
00:58:20.794 --> 00:58:24.794
มันสอดคล้องกับอะไรบ้าง เป้าหมายขององค์ไหม

702
00:58:25.795 --> 00:58:29.795
ต้องตอบได้ก่อน

703
00:58:30.796 --> 00:58:34.796

704
00:58:35.797 --> 00:58:39.797
การทำ KM. นะคะ เขาเรียกคนเอื้อ

705
00:58:40.798 --> 00:58:44.798
หมายถึง คนที่คอยช่วยดูแลสอดส่องหัวปลา

706
00:58:45.800 --> 00:58:49.800
เวลาปลาว่ายน้ำไปนี้ ส่วนไหนไปก่อน

707
00:58:50.802 --> 00:58:54.802

708
00:58:55.803 --> 00:58:59.803
(นักศึกษา) ส่วนหาง  (อาจารย์) ปลาว่ายน้ำถอยหลังไหม

709
00:59:00.803 --> 00:59:04.803
(นักศึกษา)

710
00:59:05.804 --> 00:59:09.804
ส่วนที่ เอาอย่างนี้ แข่งขันเรือยาว

711
00:59:10.805 --> 00:59:14.805
ส่วนไหนเข้าเส้นชัยก่อน  (นักศึกษา) ส่วนหัว  (อาจารย์)

712
00:59:15.806 --> 00:59:19.806
เห็นไหม มันสอดคล้องกันไง ถ้ามีแค่หัวไปได้ไหม  (นักศึกษา) ไม่ได้

713
00:59:20.807 --> 00:59:24.807
(อาจารย์) ไม่มีตัวไม่มีหางก็ไปไม่ได้นะคะ

714
00:59:25.807 --> 00:59:29.807
ให้การจัดการ KM เกิดขึ้นนี่ คนที่ทำหน้าที่เอื้อ

715
00:59:30.808 --> 00:59:34.808
นะคะ ดูแลจัดการควบคุมให้เกิด

716
00:59:35.810 --> 00:59:39.810
ไม่ให้ไปผิดทางน่ะ เอาอย่างนี้แล้วกัน เราต้องรู้ก่อนว่า

717
00:59:40.812 --> 00:59:44.812
เราจะทำโครงงานเอกเทศนี้ไปเำพื่ออะไร

718
00:59:45.813 --> 00:59:49.813
อันนี้คือส่วนหัว ทำหน้าที่ควบคุมตัวนี้

719
00:59:50.814 --> 00:59:54.814
นะคะ ไม่ให้ไปผิดทาง อันนี้คือหน้าที่ของหัวปลาทูนะคะ

720
00:59:55.814 --> 00:59:59.814
ส่วนตัว นะคะ  Knowledge Sharing KS

721
01:00:00.814 --> 01:00:04.814
ืถือว่าเป็นส่วนที่มีความสำคัญนะ

722
01:00:05.816 --> 01:00:09.816
ถือเป็นหัวใจของการทำ KM กระบวนการนี้

723
01:00:10.817 --> 01:00:14.817
ทำกิจกรรมที่สร้างความคุ้นเคยกันก่อน เราเคยไปร่วมกิจกรรมที่

724
01:00:15.817 --> 01:00:19.817
ไหนที่เขามีการละลายพฤติกรรม เคยไหม

725
01:00:20.818 --> 01:00:24.818
ก็ได้ค่ะ จะต้องมีการทำกิจกรรมให้คุ้นเคยกันก่อน

726
01:00:25.819 --> 01:00:29.819
อย่างน้อยคนที่นั่งข้างเราก็ต้องรู้จักกันก่อน

727
01:00:30.821 --> 01:00:34.821
อย่างนี้คะ สร้างความคุ้นเคยกันก่อน พอเริ่มคุ้นเคย

728
01:00:35.821 --> 01:00:39.821
การแลกเปลี่ยนเรียนรู้มันก็จะ  (นักศึกษา) ดีขึ้น  (อาจารย์)

729
01:00:40.822 --> 01:00:44.822
ดีขึ้น มันไม่เครียด

730
01:00:45.824 --> 01:00:49.824
บรรยากาศในห้องที่แลกเปลี่ยนความรู้กนั

731
01:00:50.824 --> 01:00:54.824
เรียนรู้กันที่เราจะทำ KM น่ะ มันจะต้องสบาย ต้อง

732
01:00:55.824 --> 01:00:59.824
โล่ง นะคะ เป็นกันเองไม่เครียดไม่

733
01:01:00.825 --> 01:01:04.825
เป็นบรรยากาศแบบเป็นทางการมาก

734
01:01:05.826 --> 01:01:09.826
ตึกนี้จะจัด KM อยู่เรื่อย ๆ

735
01:01:10.827 --> 01:01:14.827
เคยมาดูไหมค่ะ จะมีการจัดกิจกรรม KM อยู่ทุกปี

736
01:01:15.827 --> 01:01:19.827
เราเีรียนอยู่ตึกนี้อยู่แล้ว เราต้องสังเกตุดู

737
01:01:20.828 --> 01:01:24.828
แต่ละหน่วยงานจะนำเสนอ KM ของตัวเองขึ้นมา

738
01:01:25.828 --> 01:01:29.828
ซึ่ง ส่วนที่นำมาจัด KM ก็คือมีปัญหา

739
01:01:30.829 --> 01:01:34.829
หรือส่วนที่มันเป็นเทรนที่สนใจอย่างที่ครูบอกไปนะคะ นำ

740
01:01:35.830 --> 01:01:39.830
มาจัดเป็นการจัดการความรู้ พอเราจัด KM. เสร็จ

741
01:01:40.832 --> 01:01:44.832
มันเป็นแนวทางปฏิบัติ ทุกสามารถนำไปปฏิบัต

742
01:01:45.833 --> 01:01:49.833
นะคะ อันนี้คือกลุ่มแลกเปลี่ยน

743
01:01:50.834 --> 01:01:54.834
เรียนรู้ ซึ่งเราอยากเรียนรู้เรื่องเดียวกัน

744
01:01:55.834 --> 01:01:59.834
กลุ่มสืื่อก็เลือกเอาไป เราก็คุยกัน จัดกลุ่ม

745
01:02:00.836 --> 01:02:04.836
แบบแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันได้นะคะ

746
01:02:05.837 --> 01:02:09.837
คนที่ทำหน้าที่เป็นหัวปลาทู ควบคุม

747
01:02:10.839 --> 01:02:14.839
วันนี้เราคุยกันเรื่องรูปแบบการทำสื่อนะคะ อีกกลุ่มหนึ่ง

748
01:02:15.840 --> 01:02:19.840
ไม่ทำสื่อค่ะ ทำระบบก็ต้องแยกกลุุ่่มออกไป

749
01:02:20.841 --> 01:02:24.841
เราก็จะคุยกัน เรื่องของการทำระบบ

750
01:02:25.842 --> 01:02:29.842
กับกลุ่มที่ทำสื่อ เราทำอะไรบ้าง

751
01:02:30.844 --> 01:02:34.844
การทำระบบมันไม่ต้องวาด Story Bord

752
01:02:35.844 --> 01:02:39.844
คราวนี้การสร้างกลุ่่มแลกเปลี่ยนเรียนรู้

753
01:02:40.845 --> 01:02:44.845
ความรู้นี่ อาจจะเป็นกลุ่มเล็ก ๆ

754
01:02:45.847 --> 01:02:49.847
3 4 5 6 คน ไม่ควรเป็นรูปแบบที่ทางการมาก ในการที่

755
01:02:50.847 --> 01:02:54.847
จะทำ KM นะคะ จะเป็นรูปแบบการเล่าสู่กันฟังมากกว่า

756
01:02:55.847 --> 01:02:59.847
ผลัีดกันเล่า ในประสบการณ์ที่ไปในเรื่องเดียวกันนคะ อย่างการท่องเที่ยว

757
01:03:00.848 --> 01:03:04.848
อย่างเช่น KM เกี่ยวกับการท่องเที่ยว

758
01:03:05.850 --> 01:03:09.850
เราก็มาแชร์กันว่า เราชอบแนวไหน การท่องเที่ยวมีหลายแนว

759
01:03:10.852 --> 01:03:14.852
สมมุติวันนี้ครูจะจัดกิจกรรม KM แลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับ

760
01:03:15.853 --> 01:03:19.853
งานอดิเรก หรือสถานที่ท่องเที่ยวโดยจัดกลุ่่มตาม

761
01:03:20.854 --> 01:03:24.854
ที่แต่ละคนชอบโดยแบ่งกลุ่มตาม

762
01:03:25.856 --> 01:03:29.856
ใครที่ชอบไปเที่ยวทะเล แยกไปอีกกลุ่มหนึ่ง

763
01:03:30.856 --> 01:03:34.856
ใครที่ชอบไปเที่ยว มันมีอะไร ไปวัด

764
01:03:35.857 --> 01:03:39.857
ไปไหว้พระ พงษกรก็จะนำทีมไป พงษกรชอบไปไหว้พระ

765
01:03:40.858 --> 01:03:44.858
นะคะ ก็แยกไปอีกกลุ่มหนึ่ง กลุ่มที่ไปทะเล

766
01:03:45.862 --> 01:03:49.862
กลุ่มที่ชอบไปเที่ยวต่างประเทศ ก็แยกออกไป กลุ่มที่ชอบ

767
01:03:50.864 --> 01:03:54.864
ไปเที่ยวน้ำตก ภูเขาก็จะแยกออกไป แยกเป็นกลุ่มที่สนใจ

768
01:03:55.865 --> 01:03:59.865
นะคะ แล้วเราก็แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันว่าเราไปที่ไหนกันมาบ้าง

769
01:04:00.865 --> 01:04:04.865
นะคะ ให้รู้จักแบล็กกลาวด์

770
01:04:05.866 --> 01:04:09.866
นะคะ

771
01:04:10.866 --> 01:04:14.866
คราวนี้เป็นปัจจัยนะคะ ที่จะทำให้จัดกิจกรรม KM ประสบความสำเร็จ

772
01:04:15.868 --> 01:04:19.868
นะคะ มีหลายตัว ก็คือการสร้างความเป็นกันเองในกลุ่ม

773
01:04:20.869 --> 01:04:24.869
สร้างบรรยากาศให้เกิดขึ้นนะคะ

774
01:04:25.869 --> 01:04:29.869
ให้คุยกันมันมีรสชาติน่ะค่ะ

775
01:04:30.870 --> 01:04:34.870
นะคะ อันนี้ครูยกตัวอย่างที่มันใกล้ตัว

776
01:04:35.871 --> 01:04:39.871
การจัดการความรู้ที่เราก็จะยกตัวอย่างอย่างที่คณะเราทำ

777
01:04:40.871 --> 01:04:44.871
อย่างเช่น ส่งเสริม

778
01:04:45.872 --> 01:04:49.872
สนับสนุนให้เรียนภาษาอังกฤษ

779
01:04:50.873 --> 01:04:54.873
สื่อสารเป็นภาษาอังกฤษอย่างนี้ค่ะ ก็จะมีวิธีการ มี

780
01:04:55.874 --> 01:04:59.874
ขั้นตอนที่สอดคล้องกับการสนับสนุนให้บุคคลากร เก่งภาษาอังกฤษ

781
01:05:00.875 --> 01:05:04.875
ให้นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์นี่

782
01:05:05.875 --> 01:05:09.875
ก็ไปคิดกระบวนการมา อันนี้คือการจัดการความรู้

783
01:05:10.877 --> 01:05:14.877
ของคณะเรามี 2 เรื่องนะคะ อีกเรื่องหนึ่งคือ การ

784
01:05:15.878 --> 01:05:19.878
พัฒนาตัวเองเข้าสู่ ศาสตราจารย์ ผู้ช่วย

785
01:05:20.878 --> 01:05:24.878
ศาสตราจารย์นี่ค่ะ ทำอย่างไร

786
01:05:25.879 --> 01:05:29.879
ตีพิมพ์ทำวิจัย ก็จะมีขั้นตอน ก็จะมีการแลกเปลี่ยนกัน

787
01:05:30.880 --> 01:05:34.880
ก็จะเป็นแนวประมาณนี้นะคะ คราวนี้สำคัญไหมคะ ส่วนหางปลาทู

788
01:05:35.881 --> 01:05:39.881
อย่างที่บอกไป ถ้ามีแค่หัวกับตัว

789
01:05:40.885 --> 01:05:44.885
มันก็ไปไม่ได้นะ ส่วนหางก็คือคลังความรู้

790
01:05:45.886 --> 01:05:49.886
ค่ะ ที่เราศึกษามา

791
01:05:50.886 --> 01:05:54.886
แล้วเราจะทำไปใช้ในการทำงานนะคะ KM นะคะ

792
01:05:55.887 --> 01:05:59.887
Access Knowledge Access

793
01:06:00.888 --> 01:06:04.888
การแสวงหาค้นคว้า โดยความรู้นี้

794
01:06:05.889 --> 01:06:09.889
จะมาทั้งจาก Content ความรู้ชัดแจ้ง

795
01:06:10.889 --> 01:06:14.889
เเราไปค้นมาจากแหล่งที่น่าสนใจ

796
01:06:15.894 --> 01:06:19.894
แหล่งนี่อาจจะไม่ใช่ห้องสมุด

797
01:06:20.895 --> 01:06:24.895
เราก็ลงไป ไปคุยไปเก็บข้อมูล

798
01:06:25.896 --> 01:06:29.896
เพื่อให้ได้ความรู็ฝึกลึก อันนี้เป็นลักษณะของข้อม

799
01:06:30.898 --> 01:06:34.898
สำหรับบุคคลากร นำไปศึกษา

800
01:06:35.898 --> 01:06:39.898
นะคะ ฉะนั้นนะคะ คลังความรู้ก็จะมาจากความรู้ชัดแจ้ง

801
01:06:40.899 --> 01:06:44.899
ตำรับตำรา หนังสือ ศาสตร์วิชา

802
01:06:45.900 --> 01:06:49.900
ที่อยู่ในตัวบุคคล แล้วก็นำมาเก็บเป็นคลังความรู้ไว้

803
01:06:50.901 --> 01:06:54.901
สร้างเป็น Beast Practice ใครจะทำงาน ทำตามขั้นตอนนี้นะ

804
01:06:55.902 --> 01:06:59.902
นี้นะ อย่างนี้ค่ะ

805
01:07:00.904 --> 01:07:04.904
ตัวหางปลา ก็เปรียบเสมือนถังความรู้นะคะ

806
01:07:05.904 --> 01:07:09.904
นะคะ ถังน่ะ สำหรับเก็บความรู้

807
01:07:10.905 --> 01:07:14.905
จัดเป็นหมวดหมู่มันจะได้ง่ายต่อการหาความรู้

808
01:07:15.906 --> 01:07:19.906
ค้นตามหมวดหมู่นั้น

809
01:07:20.906 --> 01:07:24.906
อาจจะรวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้วย เราอย่าลืมว่า

810
01:07:25.907 --> 01:07:29.907
สิ่งสำคัญที่สุดของการทำ KM คือการนำสิ่งที่ได้

811
01:07:30.908 --> 01:07:34.908
การปฏิบัตินะคะ คือพูดให้ชัดคือต้องมีการ Action

812
01:07:35.908 --> 01:07:39.908
น่ะ นะคะ มันถึงจะเกิดประโยชน์ เราพูดเรา

813
01:07:40.908 --> 01:07:44.908
ทำตามขั้นตอน 1 2 3 4 5 นี้ เราก็ต้องทำ

814
01:07:45.910 --> 01:07:49.910
ุถ้ามีแค่หลักการ เราจะไม่เห็นผลที่ทำ

815
01:07:50.910 --> 01:07:54.910
นะคะ ใครอยากเขียนโปรแกรมได้ ให้ทำตามขั้นตอนที่ 1 2 3 4 5

816
01:07:55.910 --> 01:07:59.910
ทุกคนก็อ่าน อ่านจบปุ๊บเราเขียนโปรแกรมได้ไหม ไม่ได้

817
01:08:00.912 --> 01:08:04.912
เราต้องลงมือทำ เช่น ขั้นตอนที่ 1

818
01:08:05.914 --> 01:08:09.914
เราต้องฝึกทำโจทย์เยอะ ๆ อย่างนี้ค่ะ

819
01:08:10.914 --> 01:08:14.914
ฉะนั้นเราจะเขียนโปรแกรมได้ เราต้องทำโจทย์น่ะค่ะ

820
01:08:15.915 --> 01:08:19.915
บ้างมันมีบัค เราก็ฝึกแก้ไข

821
01:08:20.916 --> 01:08:24.916
เขาเรียกว่า จะต้องมีการกระทำ

822
01:08:25.917 --> 01:08:29.917
ลงมือทำ มี Action มันถึงเกิดประโยชน์คุ้มค่า

823
01:08:30.918 --> 01:08:34.918
การทำ KM คราวนี้วิธีการจัดการความรู้ชัดแจ้ง แล้วก็ความรู้ฝังลึก

824
01:08:35.920 --> 01:08:39.920
นี่ค่ะ จัีดการถ่ายทอดให้คนอื่นรู้แล้วนำไปใช้

825
01:08:40.920 --> 01:08:44.920
ให้เหมาะสมนะคะ ทั้งแ่ก่ตัวเราเอง

826
01:08:45.922 --> 01:08:49.922
แก่หน่วยงาน เป้าหมายปลายทางของการจัดการความรู้

827
01:08:50.922 --> 01:08:54.922
ก็เพื่อนำไปเผยแพร่ต่อ เป็นแนวทางปฏิบัติให้คนอื่น

828
01:08:55.923 --> 01:08:59.923
ทำตามได้นะคะ แก้ไขปัญหาในองค์กรได้ นะคะ นี่คือการจัดการ

829
01:09:00.924 --> 01:09:04.924
ความรู้นะคะ ทำอย่างไร คราวนี้วิธีการ

830
01:09:05.926 --> 01:09:09.926
ยกตัวอย่างเช่น เราจัดการความรู้

831
01:09:10.927 --> 01:09:14.927
โดยการจัดประชุมอบรมสัมมนาน่ะค่ะ เราจะ

832
01:09:15.927 --> 01:09:19.927
ผลักดันให้บุคคลากรเข้าสู่ตำแหน่ง

833
01:09:20.928 --> 01:09:24.928
ทางวิชาการนะคะ ก็จัดประชุมเชิงวิชาการขึ้นมา

834
01:09:25.930 --> 01:09:29.930
หรือ ไม่จัดในสถานที่ พาไปดูงาน

835
01:09:30.933 --> 01:09:34.933
จัดให้มีการศึกษาดูงานหรือแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน

836
01:09:35.934 --> 01:09:39.934
ทำได้หลายวิธีนะคะ หรือในองค์กร

837
01:09:40.935 --> 01:09:44.935
เราอาจจะแบบทำเป็นมุมกาแฟ ทุกวันพุธมาคุยกัน

838
01:09:45.935 --> 01:09:49.935
เรื่อง การทำเอกสารตำรา ก็จะมีพี่เลี้ยงคนที่

839
01:09:50.937 --> 01:09:54.937
ทำไปแล้วประสบความสำเร็จ มาแชร์ให้ฟัง

840
01:09:55.937 --> 01:09:59.937
อันนี้คือวิธีการนะคะ ถ้าหากเป็นนอกหน่วยงานก็จะ

841
01:10:00.939 --> 01:10:04.939
ิเชิญมาสร้างแรงบันดาลใจไหม ไม่เคยเลยหรือ

842
01:10:05.940 --> 01:10:09.940
กรณีที่แบบสร้างแรงบันดาลใจไหม ไม่เคยเลยเหรอ

843
01:10:10.943 --> 01:10:14.943
ก็สาขาก็ทำอยู่บ่อย ๆ นะ สร้างแรงบันดาลใจในการ

844
01:10:15.944 --> 01:10:19.944
ประกอบอาชีพทางด้านคอมพิวเตอร์ รุ่นบ๊อบมีไหม

845
01:10:20.944 --> 01:10:24.944
ทำไมรุ่นนี้ไม่มี

846
01:10:25.946 --> 01:10:29.946
หลัง ๆ ไม่ค่อยจัดนะ แต่มหาลัยน่ะมี

847
01:10:30.947 --> 01:10:34.947
การพูดเพื่อสร้างแรงบันดาลใจนะคะ ก็คือการเชิญผู้ที่ประสบความสำเร็จ

848
01:10:35.948 --> 01:10:39.948
นะคะ เขาเรียกการสร้างแรงบันดาลใจ นะคะ

849
01:10:40.948 --> 01:10:44.948
เราเจอปัญหาในชีวิต อย่างนี้ค่ะ

850
01:10:45.950 --> 01:10:49.950
มันมีคนมาจุดประเด็น เรื่องใดเรื่องหนึ่ง ทำให้เราฉุก

851
01:10:50.951 --> 01:10:54.951
คิดได้ ทำให้เราหัน หันเห

852
01:10:55.952 --> 01:10:59.952
แนวคิด ไปในทิศทางที่มันถูกต้อง แก้ปัญหาได้ ดีขึ้น

853
01:11:00.953 --> 01:11:04.953
อย่างนี้นะคะ

854
01:11:05.954 --> 01:11:09.954
หรือไม่ก็ไม่อยากคุยกับใคร ก็จัดเป็นมุมหนังสือไว้

855
01:11:10.955 --> 01:11:14.955
บางทีไม่อยากคุยกับใคร แต่มันมีเอกสารเขียนเป็นแนวทาง

856
01:11:15.957 --> 01:11:19.957
ปฏิบัติไว้ เราก็ไปอ่าน หรือมีคลิปวิดีโอ มีสื่อให้ดู

857
01:11:20.957 --> 01:11:24.957
อย่างนี้ค่ะ เราสามารถทำอย่างนี้ก็ได้

858
01:11:25.958 --> 01:11:29.958
ตอนนี้มันมีสื่อมากมายให้เราแลกเปลี่ยน

859
01:11:30.959 --> 01:11:34.959
เรียนรู้กันได้นะคะ โอเค ประเด็นสุดท้าย

860
01:11:35.961 --> 01:11:39.961
นะคะ นักศึกษาคิดประเด็นการจัดการความรู้ นะคะ ทำเป็นกลุ่ม

861
01:11:40.961 --> 01:11:44.961
อยากจัดการความรู้เรีื่องอะไร ทำเป็นกลุ่มนะคะ 1.

862
01:11:45.962 --> 01:11:49.962
ที่เราจะจัดการความรู้ เราอยากจัดการเรื่องอะไร 2. วิธีการ เรา

863
01:11:50.962 --> 01:11:54.962
อยากจัดการเรื่องอะไร 2 วิธีการจัดการ ทำอย่างไร

864
01:11:55.964 --> 01:11:59.964
จอมันดับไปแล้วบ๊อบ

865
01:12:00.965 --> 01:12:04.965

866
01:12:05.965 --> 01:12:09.965
แล้วเราจะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน

867
01:12:10.966 --> 01:12:14.966
แต่ละเรื่องที่ทำ กลุ่มหนึ่งกี่คนดี 4 คน

868
01:12:15.967 --> 01:12:19.967
1 2 3 4

869
01:12:20.968 --> 01:12:24.968
4 คน พอดีครูว่า

870
01:12:25.970 --> 01:12:29.970
ช่วยกันคิดประเด็นในการจัดการความรู้

871
01:12:30.971 --> 01:12:34.971
เราอยากจัดการความรู้เรื่องนี้ ยกตัวอย่างเช่น

872
01:12:35.971 --> 01:12:39.971
ทำอย่างไรเธอจะเก่งภาษาอังกฤษ หรือทำอย่างไร

873
01:12:40.972 --> 01:12:44.972
ถึงจะเขียนโปรแกรม หรือทำอย่างไร

874
01:12:45.973 --> 01:12:49.973
นะคะ หรือเอาเรื่องที่แบบเราชอบก็ได้ ทำอย่างไร

875
01:12:50.975 --> 01:12:54.975
ถึงจะเล่นกีฬาเก่ง จัดการความรู้แบบนี้

876
01:12:55.975 --> 01:12:59.975
หรือเอาโครงงานดีไหม

877
01:13:00.976 --> 01:13:04.976
มันก็จะเป็นรูปธรรม อันนี้จะไม่บังคับ

878
01:13:05.978 --> 01:13:09.978
เอาเรื่องที่เราสนใจ นักศึกษาสนใจ

879
01:13:10.979 --> 01:13:14.979
นะคะ แบ่งกลุ่มตามความสนใจนะคะ เสนอหัวข้อ

880
01:13:15.980 --> 01:13:19.980
มาก่อน เรีื่องที่เราอยากไปจัดการ เอาชื่อเรื่อง

881
01:13:20.981 --> 01:13:24.981
ว่าจะทำอย่างไรนะคะ ในการจัดการความรู้

882
01:13:25.983 --> 01:13:29.983
เรื่องนั้น ๆ น่ะ กลุ่มละ 1 เรื่อง

883
01:13:30.984 --> 01:13:34.984
เราอยากบริหารจัดการเรื่องอะไร บอกชื่อเรื่องมา แล้วบอกวิธีการ

884
01:13:35.986 --> 01:13:39.986
ไปจัดการอย่างที่โค้ก ตัวอย่างที่โค้กพูดมาน่ะ

885
01:13:40.987 --> 01:13:44.987
อันนั้นเป็นตัวอย่าง วิธีการ อย่าง Best Practice น่ะ

886
01:13:45.988 --> 01:13:49.988
เหมือนกันนั่นล่ะ การจัดการความรู้ เพื่อให้ได้

887
01:13:50.988 --> 01:13:54.988
แนวทางปฏิบัติที่ดี ที่เป็นแบบ Best Practice นั้นแหละ

888
01:13:55.989 --> 01:13:59.989
ต้องคิดเรื่องขึ้นมาก่อน

889
01:14:00.990 --> 01:14:04.990
(อาจารย์) ได้ เรื่องอะไรก็ได้ค่ะ

890
01:14:05.990 --> 01:14:09.990
เรื่องที่เราสนใจ 1 เรื่อง แล้วเราก็

891
01:14:10.991 --> 01:14:14.991
ชวนสมาชิก กลุ่มหนึ่ง 4 คน

892
01:14:15.993 --> 01:14:19.993
กลุ่มละ 4 คนนะ พอ ก็จะมีหูดี 2 หูไม่ดี 2

893
01:14:20.993 --> 01:14:24.993
อยู่ด้วยกันนะคะ เรียนรู้ด้วยกันนะคะ

894
01:14:25.993 --> 01:14:29.993
และให้บอกวิธีการ อย่างโค้กบอกว่าเป็นวิธีการปลูกกุห

895
01:14:30.995 --> 01:14:34.995
ปลูกกุหลาบครับ ให้บอกวิธีการปลูกกุหลาบ ปลูกอย่างไรมันถึงจะงาท

896
01:14:35.997 --> 01:14:39.997
มันจะไม่ตาย นะคะ ต้องเตรียมอะไร ปลูกอย่างไร สภาพอากาศอย่างไร

897
01:14:40.999 --> 01:14:44.999
อะไรอย่างไร แปัจจัยอะไร อย่างนี้ค่ะ

898
01:14:46.000 --> 01:14:50.000
ใช้เวลาแลกเปลี่ยน ใช้เวลาคิดนานไหม

899
01:14:51.000 --> 01:14:55.000
ทุกเรื่องเลย ทุกกลุ่มเลย

900
01:14:56.002 --> 01:15:00.002
อันนี้ 4 โมงครึ่ง 30 นาที

901
01:15:01.004 --> 01:15:05.004
เสนอเรื่องมาก่อน

902
01:15:06.004 --> 01:15:10.004
เดี๋ยวอาจารย์พิมพ์หัวข้อไว้ให้นะ เราจะได้เลือก

903
01:15:11.005 --> 01:15:15.005

904
01:15:16.005 --> 01:15:20.005

905
01:15:21.009 --> 01:15:25.009
เดี๋ยวช่วงนี้เบรกก่อนนะ 10 นาที

906
01:15:26.010 --> 01:15:30.010
ค่ะ เบรคก่อน

907
01:15:31.010 --> 01:15:35.010
ไปทานน้ำ ไปเข้าห้องน้ำก่อน พี่ล่ามจะได้เบรก

908
01:15:36.010 --> 01:15:40.010
ด้วย นะคะ ช่วงนี้

909
01:15:41.011 --> 01:15:45.011
เสนอประเด็นมาค่ะ แล้วอาจารย์จะพิมพ์หัวข้อ

910
01:15:46.012 --> 01:15:50.012
ไว้บนกระดานให้ มีเรื่องอะไรบ้างให้เราไปจัดการ

911
01:15:51.013 --> 01:15:55.013
คำว่าไปจัดการคือเสนอแนวทางวิธีการขึ้นมา

912
01:15:56.014 --> 01:16:00.014
เพื่อให้เรื่องนั้นสามารถแก้ปัญหาหรือไปส

913
01:16:01.015 --> 01:16:05.015
ได้นะคะ

914
01:16:06.017 --> 01:16:10.017
เสนอเรื่องอะไรบ้าง ว่ามาเลยค่ะ ตอนนี้เบรคนะ

915
01:16:11.018 --> 01:16:15.018
สัก 10 นาที  (นักศึกษา) เรื่องอะไรก็ได้  (อาจารย์) ใช่ค่ะ เรื่องอะไรก็ได้

916
01:16:16.019 --> 01:16:20.019
ในกลุ่่ม

917
01:16:21.021 --> 01:16:25.021

918
01:16:26.022 --> 01:16:30.022

919
01:16:31.023 --> 01:16:35.023
เสนอมาคะ เดี๋ยวอาจารย์จะพิมพ์หัวข้อไว้ให้

920
01:16:36.023 --> 01:16:40.023

921
01:16:41.024 --> 01:16:45.024

922
01:16:46.024 --> 01:16:50.024

923
01:16:51.025 --> 01:16:55.025

924
01:16:56.027 --> 01:17:00.027

925
01:17:01.028 --> 01:17:05.028

926
01:17:06.028 --> 01:17:10.028

927
01:17:11.032 --> 01:17:15.032

928
01:17:16.036 --> 01:17:20.036

929
01:17:21.043 --> 01:17:25.043

930
01:17:26.044 --> 01:17:30.044

931
01:17:31.047 --> 01:17:35.047

932
01:17:36.053 --> 01:17:40.053
เ

933
01:17:41.058 --> 01:17:45.058

934
01:17:46.060 --> 01:17:50.060

935
01:17:51.061 --> 01:17:55.061

936
01:17:56.065 --> 01:18:00.065

937
01:18:01.072 --> 01:18:05.072

938
01:18:06.073 --> 01:18:10.073

939
01:18:11.076 --> 01:18:15.076

940
01:18:16.077 --> 01:18:20.077

941
01:18:21.079 --> 01:18:25.079

942
01:18:26.083 --> 01:18:30.083

943
01:18:31.088 --> 01:18:35.088

944
01:18:36.092 --> 01:18:40.092

945
01:18:41.093 --> 01:18:45.093

946
01:18:46.097 --> 01:18:50.097

947
01:18:51.099 --> 01:18:55.099

948
01:18:56.101 --> 01:19:00.101

949
01:19:01.103 --> 01:19:05.103

950
01:19:06.104 --> 01:19:10.104

951
01:19:11.108 --> 01:19:15.108

952
01:19:16.114 --> 01:19:20.114

953
01:19:21.119 --> 01:19:25.119

954
01:19:26.122 --> 01:19:30.122

955
01:19:31.124 --> 01:19:35.124

956
01:19:36.124 --> 01:19:40.124

957
01:19:41.127 --> 01:19:45.127

958
01:19:46.130 --> 01:19:50.130
ืน

959
01:19:51.134 --> 01:19:55.134

960
01:19:56.136 --> 01:20:00.136

961
01:20:01.139 --> 01:20:05.139

962
01:20:06.141 --> 01:20:10.141

963
01:20:11.144 --> 01:20:15.144

964
01:20:16.149 --> 01:20:20.149

965
01:20:21.153 --> 01:20:25.153

966
01:20:26.156 --> 01:20:30.156

967
01:20:31.160 --> 01:20:35.160

968
01:20:36.163 --> 01:20:40.163

969
01:20:41.167 --> 01:20:45.167

970
01:20:46.169 --> 01:20:50.169

971
01:20:51.173 --> 01:20:55.173

972
01:20:56.174 --> 01:21:00.174

973
01:21:01.178 --> 01:21:05.178

974
01:21:06.179 --> 01:21:10.179

975
01:21:11.180 --> 01:21:15.180

976
01:21:16.183 --> 01:21:20.183

977
01:21:21.187 --> 01:21:25.187

978
01:21:26.190 --> 01:21:30.190

979
01:21:31.194 --> 01:21:35.194

980
01:21:36.196 --> 01:21:40.196

981
01:21:41.200 --> 01:21:45.200

982
01:21:46.203 --> 01:21:50.203

983
01:21:51.207 --> 01:21:55.207

984
01:21:56.211 --> 01:22:00.211

985
01:22:01.213 --> 01:22:05.213

986
01:22:06.217 --> 01:22:10.217

987
01:22:11.221 --> 01:22:15.221

988
01:22:16.224 --> 01:22:20.224

989
01:22:21.228 --> 01:22:25.228

990
01:22:26.230 --> 01:22:30.230

991
01:22:31.233 --> 01:22:35.233

992
01:22:36.235 --> 01:22:40.235

993
01:22:41.239 --> 01:22:45.239

994
01:22:46.243 --> 01:22:50.243

995
01:22:51.244 --> 01:22:55.244

996
01:22:56.248 --> 01:23:00.248

997
01:23:01.254 --> 01:23:05.254

998
01:23:06.258 --> 01:23:10.258

999
01:23:11.263 --> 01:23:15.263

1000
01:23:16.264 --> 01:23:20.264

1001
01:23:21.268 --> 01:23:25.268

1002
01:23:26.270 --> 01:23:30.270

1003
01:23:31.274 --> 01:23:35.274

1004
01:23:36.278 --> 01:23:40.278

1005
01:23:41.280 --> 01:23:45.280

1006
01:23:46.283 --> 01:23:50.283

1007
01:23:51.287 --> 01:23:55.287

1008
01:23:56.291 --> 01:24:00.291

1009
01:24:01.297 --> 01:24:05.297

1010
01:24:06.299 --> 01:24:10.299

1011
01:24:11.303 --> 01:24:15.303

1012
01:24:16.307 --> 01:24:20.307

1013
01:24:21.310 --> 01:24:25.310

1014
01:24:26.312 --> 01:24:30.312

1015
01:24:31.314 --> 01:24:35.314

1016
01:24:36.319 --> 01:24:40.319

1017
01:24:41.323 --> 01:24:45.323

1018
01:24:46.330 --> 01:24:50.330

1019
01:24:51.332 --> 01:24:55.332

1020
01:24:56.334 --> 01:25:00.334

1021
01:25:01.338 --> 01:25:05.338

1022
01:25:06.339 --> 01:25:10.339

1023
01:25:11.344 --> 01:25:15.344

1024
01:25:16.347 --> 01:25:20.347

1025
01:25:21.349 --> 01:25:25.349

1026
01:25:26.352 --> 01:25:30.352

1027
01:25:31.358 --> 01:25:35.358

1028
01:25:36.359 --> 01:25:40.359

1029
01:25:41.362 --> 01:25:45.362

1030
01:25:46.363 --> 01:25:50.363

1031
01:25:51.367 --> 01:25:55.367

1032
01:25:56.371 --> 01:26:00.371

1033
01:26:01.375 --> 01:26:05.375

1034
01:26:06.378 --> 01:26:10.378

1035
01:26:11.380 --> 01:26:15.380

1036
01:26:16.384 --> 01:26:20.384

1037
01:26:21.388 --> 01:26:25.388

1038
01:26:26.392 --> 01:26:30.392

1039
01:26:36.400 --> 01:26:40.400

1040
01:26:41.404 --> 01:26:45.404

1041
01:26:46.407 --> 01:26:50.407

1042
01:26:51.411 --> 01:26:55.411

1043
01:26:56.411 --> 01:27:00.411

1044
01:27:01.414 --> 01:27:05.414

1045
01:27:06.418 --> 01:27:10.418

1046
01:27:11.422 --> 01:27:15.422

1047
01:27:16.426 --> 01:27:20.426

1048
01:27:21.429 --> 01:27:25.429

1049
01:27:26.432 --> 01:27:30.432

1050
01:27:31.434 --> 01:27:35.434

1051
01:27:36.438 --> 01:27:40.438

1052
01:27:41.439 --> 01:27:45.439

1053
01:27:46.445 --> 01:27:50.445

1054
01:27:51.447 --> 01:27:55.447

1055
01:27:56.450 --> 01:28:00.450

1056
01:28:01.454 --> 01:28:05.454

1057
01:28:06.459 --> 01:28:10.459

1058
01:28:11.464 --> 01:28:15.464

1059
01:28:16.465 --> 01:28:20.465

1060
01:28:21.469 --> 01:28:25.469

1061
01:28:26.471 --> 01:28:30.471

1062
01:28:31.475 --> 01:28:35.475

1063
01:28:36.477 --> 01:28:40.477

1064
01:28:41.480 --> 01:28:45.480

1065
01:28:46.482 --> 01:28:50.482

1066
01:28:51.485 --> 01:28:55.485

1067
01:28:56.488 --> 01:29:00.488

1068
01:29:01.490 --> 01:29:05.490

1069
01:29:06.493 --> 01:29:10.493

1070
01:29:11.495 --> 01:29:15.495

1071
01:29:16.499 --> 01:29:20.499

1072
01:29:21.502 --> 01:29:25.502

1073
01:29:26.503 --> 01:29:30.503

1074
01:29:31.506 --> 01:29:35.506

1075
01:29:36.508 --> 01:29:40.508

1076
01:29:41.510 --> 01:29:45.510

1077
01:29:46.513 --> 01:29:50.513

1078
01:29:51.516 --> 01:29:55.516

1079
01:29:56.519 --> 01:30:00.519

1080
01:30:01.523 --> 01:30:05.523

1081
01:30:06.523 --> 01:30:10.523

1082
01:30:11.524 --> 01:30:15.524

1083
01:30:16.528 --> 01:30:20.528

1084
01:30:21.529 --> 01:30:25.529

1085
01:30:26.536 --> 01:30:30.536

1086
01:30:31.540 --> 01:30:35.540

1087
01:30:36.544 --> 01:30:40.544

1088
01:30:41.547 --> 01:30:45.547

1089
01:30:46.549 --> 01:30:50.549

1090
01:30:51.553 --> 01:30:55.553

1091
01:30:56.556 --> 01:31:00.556

1092
01:31:01.560 --> 01:31:05.560

1093
01:31:06.564 --> 01:31:10.564

1094
01:31:11.567 --> 01:31:15.567

1095
01:31:16.572 --> 01:31:20.572

1096
01:31:21.574 --> 01:31:25.574

1097
01:31:26.576 --> 01:31:30.576

1098
01:31:31.577 --> 01:31:35.577

1099
01:31:36.581 --> 01:31:40.581

1100
01:31:41.583 --> 01:31:45.583

1101
01:31:46.588 --> 01:31:50.588

1102
01:31:51.592 --> 01:31:55.592

1103
01:31:56.595 --> 01:32:00.595

1104
01:32:01.598 --> 01:32:05.598

1105
01:32:06.604 --> 01:32:10.604

1106
01:32:11.608 --> 01:32:15.608

1107
01:32:16.611 --> 01:32:20.611

1108
01:32:21.614 --> 01:32:25.614

1109
01:32:26.617 --> 01:32:30.617

1110
01:32:31.620 --> 01:32:35.620

1111
01:32:36.624 --> 01:32:40.624

1112
01:32:41.628 --> 01:32:45.628

1113
01:32:46.632 --> 01:32:50.632

1114
01:32:51.635 --> 01:32:55.635

1115
01:32:56.639 --> 01:33:00.639

1116
01:33:01.641 --> 01:33:05.641

1117
01:33:06.646 --> 01:33:10.646

1118
01:33:11.647 --> 01:33:15.647

1119
01:33:16.650 --> 01:33:20.650

1120
01:33:21.652 --> 01:33:25.652

1121
01:33:26.657 --> 01:33:30.657

1122
01:33:31.659 --> 01:33:35.659

1123
01:33:36.663 --> 01:33:40.663

1124
01:33:41.666 --> 01:33:45.666

1125
01:33:46.669 --> 01:33:50.669

1126
01:33:51.674 --> 01:33:55.674

1127
01:33:56.677 --> 01:34:00.677

1128
01:34:01.680 --> 01:34:05.680

1129
01:34:06.682 --> 01:34:10.682

1130
01:34:11.688 --> 01:34:15.688

1131
01:34:16.692 --> 01:34:20.692

1132
01:34:21.695 --> 01:34:25.695

1133
01:34:26.699 --> 01:34:30.699

1134
01:34:31.700 --> 01:34:35.700

1135
01:34:36.704 --> 01:34:40.704

1136
01:34:41.708 --> 01:34:45.708

1137
01:34:46.713 --> 01:34:50.713

1138
01:34:51.718 --> 01:34:55.718

1139
01:34:56.721 --> 01:35:00.721

1140
01:35:01.725 --> 01:35:05.725

1141
01:35:06.729 --> 01:35:10.729

1142
01:35:11.734 --> 01:35:15.734

1143
01:35:16.738 --> 01:35:20.738

1144
01:35:21.740 --> 01:35:25.740

1145
01:35:26.747 --> 01:35:30.747

1146
01:35:31.752 --> 01:35:35.752

1147
01:35:36.755 --> 01:35:40.755

1148
01:35:41.757 --> 01:35:45.757

1149
01:35:46.758 --> 01:35:50.758

1150
01:35:51.762 --> 01:35:55.762

1151
01:35:56.766 --> 01:36:00.766

1152
01:36:01.769 --> 01:36:05.769

1153
01:36:06.773 --> 01:36:10.773

1154
01:36:11.776 --> 01:36:15.776

1155
01:36:16.777 --> 01:36:20.777

1156
01:36:21.779 --> 01:36:25.779

1157
01:36:26.780 --> 01:36:30.780

1158
01:36:31.784 --> 01:36:35.784

1159
01:36:36.786 --> 01:36:40.786

1160
01:36:41.791 --> 01:36:45.791

1161
01:36:46.795 --> 01:36:50.795

1162
01:36:51.797 --> 01:36:55.797

1163
01:36:56.799 --> 01:37:00.799

1164
01:37:01.801 --> 01:37:05.801

1165
01:37:06.808 --> 01:37:10.808

1166
01:37:11.811 --> 01:37:15.811

1167
01:37:16.812 --> 01:37:20.812

1168
01:37:21.814 --> 01:37:25.814

1169
01:37:26.816 --> 01:37:30.816

1170
01:37:31.823 --> 01:37:35.823

1171
01:37:36.826 --> 01:37:40.826

1172
01:37:41.830 --> 01:37:45.830

1173
01:37:46.834 --> 01:37:50.834

1174
01:37:51.838 --> 01:37:55.838

1175
01:37:56.841 --> 01:38:00.841

1176
01:38:01.845 --> 01:38:05.845

1177
01:38:06.846 --> 01:38:10.846

1178
01:38:11.850 --> 01:38:15.850

1179
01:38:16.851 --> 01:38:20.851

1180
01:38:21.856 --> 01:38:25.856

1181
01:38:26.858 --> 01:38:30.858

1182
01:38:31.860 --> 01:38:35.860

1183
01:38:36.865 --> 01:38:40.865

1184
01:38:41.868 --> 01:38:45.868

1185
01:38:46.873 --> 01:38:50.873

1186
01:38:51.876 --> 01:38:55.876

1187
01:38:56.878 --> 01:39:00.878

1188
01:39:01.879 --> 01:39:05.879

1189
01:39:06.881 --> 01:39:10.881

1190
01:39:11.884 --> 01:39:15.884

1191
01:39:16.888 --> 01:39:20.888

1192
01:39:21.891 --> 01:39:25.891

1193
01:39:26.896 --> 01:39:30.896

1194
01:39:31.898 --> 01:39:35.898

1195
01:39:36.901 --> 01:39:40.901

1196
01:39:41.904 --> 01:39:45.904

1197
01:39:46.905 --> 01:39:50.905

1198
01:39:51.908 --> 01:39:55.908

1199
01:39:56.911 --> 01:40:00.911

1200
01:40:01.914 --> 01:40:05.914

1201
01:40:06.918 --> 01:40:10.918

1202
01:40:11.919 --> 01:40:15.919

1203
01:40:16.923 --> 01:40:20.923

1204
01:40:21.927 --> 01:40:25.927

1205
01:40:26.927 --> 01:40:30.927

1206
01:40:31.931 --> 01:40:35.931

1207
01:40:36.935 --> 01:40:40.935

1208
01:40:41.939 --> 01:40:45.939

1209
01:40:46.942 --> 01:40:50.942

1210
01:40:51.944 --> 01:40:55.944

1211
01:40:56.948 --> 01:41:00.948

1212
01:41:01.950 --> 01:41:05.950

1213
01:41:06.955 --> 01:41:10.955

1214
01:41:11.958 --> 01:41:15.958

1215
01:41:16.960 --> 01:41:20.960

1216
01:41:21.963 --> 01:41:25.963

1217
01:41:26.966 --> 01:41:30.966

1218
01:41:31.966 --> 01:41:35.966

1219
01:41:36.969 --> 01:41:40.969

1220
01:41:41.970 --> 01:41:45.970

1221
01:41:46.976 --> 01:41:50.976

1222
01:41:51.979 --> 01:41:54.479

1223
01:42:06.986 --> 01:42:10.986

1224
01:42:11.986 --> 01:42:15.986

1225
01:42:16.991 --> 01:42:20.991

1226
01:42:21.993 --> 01:42:25.993

1227
01:42:26.995 --> 01:42:30.995

1228
01:42:31.996 --> 01:42:35.996

1229
01:42:37.000 --> 01:42:41.000

1230
01:42:42.005 --> 01:42:46.005

1231
01:42:47.011 --> 01:42:51.011

1232
01:42:52.013 --> 01:42:56.013

1233
01:42:57.014 --> 01:43:01.014

1234
01:43:02.016 --> 01:43:06.016

1235
01:43:07.019 --> 01:43:11.019

1236
01:43:12.021 --> 01:43:16.021

1237
01:43:17.023 --> 01:43:21.023

1238
01:43:22.027 --> 01:43:26.027

1239
01:43:27.033 --> 01:43:31.033

1240
01:43:32.037 --> 01:43:36.037

1241
01:43:37.038 --> 01:43:41.038

1242
01:43:42.041 --> 01:43:46.041

1243
01:43:47.046 --> 01:43:51.046

1244
01:43:52.049 --> 01:43:56.049

1245
01:43:57.052 --> 01:44:01.052

1246
01:44:02.053 --> 01:44:06.053

1247
01:44:07.055 --> 01:44:11.055

1248
01:44:12.058 --> 01:44:16.058

1249
01:44:17.061 --> 01:44:21.061

1250
01:44:22.066 --> 01:44:26.066

1251
01:44:27.069 --> 01:44:31.069

1252
01:44:32.071 --> 01:44:36.071

1253
01:44:37.072 --> 01:44:41.072

1254
01:44:42.077 --> 01:44:46.077

1255
01:44:47.082 --> 01:44:51.082

1256
01:44:52.086 --> 01:44:56.086

1257
01:44:57.088 --> 01:45:01.088

1258
01:45:02.092 --> 01:45:06.092

1259
01:45:07.098 --> 01:45:11.098

1260
01:45:12.103 --> 01:45:16.103

1261
01:45:17.107 --> 01:45:21.107

1262
01:45:22.110 --> 01:45:26.110

1263
01:45:27.114 --> 01:45:31.114

1264
01:45:32.119 --> 01:45:36.119

1265
01:45:37.122 --> 01:45:41.122

1266
01:45:42.127 --> 01:45:46.127

1267
01:45:47.130 --> 01:45:51.130

1268
01:45:52.134 --> 01:45:56.134

1269
01:45:57.138 --> 01:46:01.138

1270
01:46:02.141 --> 01:46:06.141

1271
01:46:07.145 --> 01:46:11.145

1272
01:46:12.148 --> 01:46:16.148

1273
01:46:17.150 --> 01:46:21.150

1274
01:46:22.153 --> 01:46:26.153

1275
01:46:27.157 --> 01:46:31.157

1276
01:46:32.162 --> 01:46:36.162

1277
01:46:37.164 --> 01:46:41.164

1278
01:46:42.167 --> 01:46:46.167

1279
01:46:47.173 --> 01:46:51.173

1280
01:46:52.175 --> 01:46:56.175

1281
01:46:57.177 --> 01:47:01.177

1282
01:47:02.180 --> 01:47:06.180

1283
01:47:07.184 --> 01:47:11.184

1284
01:47:12.189 --> 01:47:16.189

1285
01:47:17.191 --> 01:47:21.191

1286
01:47:22.195 --> 01:47:26.195

1287
01:47:27.197 --> 01:47:31.197

1288
01:47:32.202 --> 01:47:36.202

1289
01:47:37.207 --> 01:47:41.207

1290
01:47:42.210 --> 01:47:46.210

1291
01:47:47.214 --> 01:47:51.214

1292
01:47:52.217 --> 01:47:56.217

1293
01:47:57.218 --> 01:48:01.218

1294
01:48:02.222 --> 01:48:06.222

1295
01:48:07.226 --> 01:48:11.226

1296
01:48:12.231 --> 01:48:16.231

1297
01:48:17.233 --> 01:48:21.233

1298
01:48:22.234 --> 01:48:26.234

1299
01:48:27.237 --> 01:48:31.237

1300
01:48:32.242 --> 01:48:36.242

1301
01:48:37.246 --> 01:48:41.246

1302
01:48:42.247 --> 01:48:46.247

1303
01:48:47.251 --> 01:48:51.251

1304
01:48:52.257 --> 01:48:56.257

1305
01:48:57.258 --> 01:49:01.258

1306
01:49:02.261 --> 01:49:06.261

1307
01:49:07.264 --> 01:49:11.264

1308
01:49:12.269 --> 01:49:16.269

1309
01:49:17.270 --> 01:49:21.270

1310
01:49:22.274 --> 01:49:26.274

1311
01:49:27.280 --> 01:49:31.280

1312
01:49:32.282 --> 01:49:36.282

1313
01:49:37.285 --> 01:49:41.285

1314
01:49:42.287 --> 01:49:46.287

1315
01:49:47.288 --> 01:49:51.288

1316
01:49:52.293 --> 01:49:56.293

1317
01:49:57.296 --> 01:50:01.296

1318
01:50:02.298 --> 01:50:06.298

1319
01:50:07.300 --> 01:50:11.300

1320
01:50:12.304 --> 01:50:16.304

1321
01:50:17.308 --> 01:50:21.308

1322
01:50:22.310 --> 01:50:26.310

1323
01:50:27.311 --> 01:50:31.311

1324
01:50:32.315 --> 01:50:36.315

1325
01:50:37.318 --> 01:50:41.318

1326
01:50:42.322 --> 01:50:46.322

1327
01:50:47.323 --> 01:50:51.323

1328
01:50:52.326 --> 01:50:56.326

1329
01:50:57.328 --> 01:51:01.328

1330
01:51:02.331 --> 01:51:06.331

1331
01:51:07.337 --> 01:51:11.337

1332
01:51:12.340 --> 01:51:16.340

1333
01:51:17.344 --> 01:51:21.344

1334
01:51:22.348 --> 01:51:26.348

1335
01:51:27.352 --> 01:51:31.352

1336
01:51:32.354 --> 01:51:36.354

1337
01:51:37.356 --> 01:51:41.356

1338
01:51:42.358 --> 01:51:46.358

1339
01:51:47.364 --> 01:51:51.364

1340
01:51:52.366 --> 01:51:56.366

1341
01:51:57.368 --> 01:52:01.368

1342
01:52:02.371 --> 01:52:06.371

1343
01:52:07.372 --> 01:52:11.372

1344
01:52:12.373 --> 01:52:16.373

1345
01:52:17.374 --> 01:52:21.374

1346
01:52:22.377 --> 01:52:26.377

1347
01:52:26.870 --> 01:52:30.870

1348
01:52:31.875 --> 01:52:35.875

1349
01:52:36.878 --> 01:52:40.878

1350
01:52:41.880 --> 01:52:45.880

1351
01:52:46.882 --> 01:52:50.882

1352
01:52:51.883 --> 01:52:55.883
กล่ล่

1353
01:52:56.885 --> 01:53:00.885

1354
01:53:01.888 --> 01:53:05.888
่

1355
01:53:06.890 --> 01:53:10.890

1356
01:53:11.890 --> 01:53:15.890

1357
01:53:16.892 --> 01:53:20.892

1358
01:53:21.896 --> 01:53:25.896

1359
01:53:26.902 --> 01:53:30.902

1360
01:53:31.904 --> 01:53:35.904

1361
01:53:36.907 --> 01:53:40.907
กลุุ่ม

1362
01:53:41.909 --> 01:53:45.909

1363
01:53:46.912 --> 01:53:50.912

1364
01:53:51.916 --> 01:53:55.916

1365
01:53:56.921 --> 01:54:00.921

1366
01:54:01.922 --> 01:54:05.922
กลุุ่ม

1367
01:54:06.925 --> 01:54:10.925

1368
01:54:11.928 --> 01:54:15.928

1369
01:54:16.931 --> 01:54:20.931

1370
01:54:21.937 --> 01:54:25.937

1371
01:54:26.938 --> 01:54:30.938

1372
01:54:31.941 --> 01:54:35.941

1373
01:54:36.943 --> 01:54:40.943
กลุุ่ม

1374
01:54:41.946 --> 01:54:45.946

1375
01:54:46.946 --> 01:54:50.946

1376
01:54:51.949 --> 01:54:55.949

1377
01:54:56.951 --> 01:55:00.951
กลุุุ่่ม

1378
01:55:01.951 --> 01:55:05.951

1379
01:55:06.952 --> 01:55:10.952

1380
01:55:11.955 --> 01:55:15.955

1381
01:55:16.959 --> 01:55:20.959
กลุุุ่่ม

1382
01:55:21.961 --> 01:55:25.961

1383
01:55:26.963 --> 01:55:30.963
กลุ่

1384
01:55:31.964 --> 01:55:35.964

1385
01:55:36.964 --> 01:55:40.964

1386
01:55:41.965 --> 01:55:45.965

1387
01:55:46.966 --> 01:55:50.966
กลุ่่ม

1388
01:55:51.967 --> 01:55:55.967

1389
01:55:56.969 --> 01:56:00.969
กลุุุ่่ม

1390
01:56:01.969 --> 01:56:05.969

1391
01:56:06.971 --> 01:56:10.971

1392
01:56:11.972 --> 01:56:15.972

1393
01:56:16.975 --> 01:56:20.975

1394
01:56:21.978 --> 01:56:25.978

1395
01:56:26.984 --> 01:56:30.984

1396
01:56:31.986 --> 01:56:35.986

1397
01:56:36.988 --> 01:56:40.988

1398
01:56:41.992 --> 01:56:45.992

1399
01:56:46.996 --> 01:56:50.996

1400
01:56:51.999 --> 01:56:55.999

1401
01:56:57.002 --> 01:57:01.002

1402
01:57:02.004 --> 01:57:06.004

1403
01:57:07.007 --> 01:57:09.508

1404
01:57:12.010 --> 01:57:14.510

1405
01:57:17.011 --> 01:57:19.513

1406
01:57:22.014 --> 01:57:24.515

1407
01:57:27.018 --> 01:57:29.520


