(เ()จ(()้(อ)าหน้(จ)าท(ร)ี(ย)่(์))สวัสดีพี่ล่ามหรือยัง(อาจารย์)สวัสดีค่ะโอ.เค.นะเรียนต่อ(อาจารย์)จากคราวที่แล้วนะคะรู้สึกไมค์ไม่ดังได้ยินชัดไหมคะ(ล่าม)ได้ยินค่ะ(อาจารย์)ได้ยินนะโอ.เค.เดี๋ยวเช็ค(ก)ชื่อทีหลังนะเรียนก่อนเรียนเลยเราเรียนไปแล้ว2บทนะคะจาก2-3สัปดาห์ที่ผ่านมาคราวนี้นะคะสัปดาห์นี้จะพูดถึงการจัดการความรู้ก(น)็(ะ)คะก็คือก่อนหน้านี้เราพูดถึงระบบสารสนเทศที่มีการใช้งานในองค์กรไปแล้วนะคะสัปดาห์ที่แล้วนี่ก็ให้นำเสนอไปเกี่ยวกัใ(บ)น(ก)เ(า)รจัื(ด)่(ก)อ(า)ง(ร)สารสนเทศก(ใ)ร(น)ะ(อ)บ(ง)ว(ค)น(์)การนะคะแล้วอาจารย์ก็บอกไปแล้วว่าองค์กรกับองค์การมันต่างกันอย่างไรนะคะวันนี้เรามาพูดถึงการจัดการความรู้นะคะknowledgemanagementเดี๋ยวตัวสไลด์นะคะเดี๋ยวตัวอาจารย์ค่อยกc(๊)o(อ)p(ป)y(ก)ไ(๊)ว(อ)c(ป)o(ป)p(ี)y(้)ไว้ให้ที่เครื่องแล้วน้(เ)อ(ร)ง(า)ค่อยดูทำไมจะต้องพูดถึงการจัดการความรู้นะคะเดี๋ยวเราจะได้รู้ของรายวิชาด้วยความที่เราเรียนการจัดการนะคะฉะนั้นเราจะไม่ได้จัดการแค่resourceในองค์กรนะคะเราจะต้องจัดการความรู้ที่อยู่ในบุคคลด้วยนะคะฉะนั้นเราต้องรู้การ(ห)จ(ล)ัด(ก)การของมันก่อนนะคะknowledgemanagementหรือเราจะเรียกสั้นๆว่าkmนะคะภาษาไทยคือการจัดการความรู้เชิญค่ะเข้ามาเลยคืออะไรนะคะพูดภาพรวมก่อนนะคะหน่วยงานหน่วยงานหน่ว(ึ)ย(่)งานหนึ(ะ)่(ค)ง(ะ)ในการดำเนินงานนี่ก็จะประกอบด้วยขั้นตอนวิธีนะคะในการดำเนินงานคือทุกคนที่อยู่ในองค์กรนี่จะมีบทบาทหน้าที่นะคะซึ่งการดำเนินงานมันก็จะมีระเบียบมีขั้นตอนวิธีในการดำเนินงานนะคะภายใต้งบประมาณนะคะที่ได้รับอนุมัติมาในแต่ละปีการใช้วัสดุอุปกรณ์ที่เราเรียกว่าresourceนีะ(่)ค่ะก็จะขึ้นอยู่กับโครงการที่เราขออนุมัติไปตอนที่ตั้งงบนะคะว่าโครงการไหนจะมีการใช้วัสดุอุปกรณ์อะไรบ้างใช้งบประมาณเท่าไหร่นะคะแล้วเราจะมีการบริหารจัดการโครงการนั้นๆน่ะให้แล้วเสร็จทันอย่างไรบ้างแล้วก็อื่นๆอีกนะคะซึ่งการบริหารจัดการโครงการต่างๆที่บุคลากรดำเนินการไปตามบทบาทหน้าที่ของตัวเองนี่ภายใต้หน่วยงานที่ตัวเองอยู่นีะ(่)ค่ะเราจะำดำเนินงานภายใต้วิสัยทัศน์ขององค์กรพันธกิืจยุทธศาสตร์แล้วก็เป้าหมายนะคะที่ชัดเจนเพื่อให้ได้ผลสำเร็จของงานนะคะตามที่ตั้งเป้าเอาไว้ในตลอดปีนะคะก็จะดูว่าหน่วยงานตั้งเป้าอะไรไ(ใ)ป(น)แต่ละปีนะคะเราก็จะขออนุมัติโครงการไปตามนั้นฉะนั้นการบริหารจัดการนี่เราจะมองหลายมุมไม่ว่าจะเป็นการบริหารจัดการคนบริหารจัดการงบบริหารจัดการทรัพยากรที่มีนะคะในองค์กรวันนี้เราจะพูดถึงคนนะคะการบริหารจัดการความรู้ที่ที่อยู่ในบุคคลากรในองค์กรนะคะซึ่งการดำเนินงใ(า)นของหน่วค(ย)์(ง)ก(า)ร(น)นี่จะประสบความสำเร็จนะคะมากน้อยเพียงใดนี้(่)ขึ้นอยู่กับบุคลากรในองค์กรนั้นเป็นหลักนะคะฉะนั้นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดในการบริหารจัดการงานในองค์กรนี่ก็คือคนนะคะคนในองค์กรจะต้องมีการพัฒนาเพิ่มพูนทักษะความรู้อยู่เสมอนะคะให้เท่าทันความรู้ที่ทันสมัยน่ะนะคะฉะนั้นการจัดการความรู้ที่อาจารย์จะพูดถึงในวันนี้นะจ(ค)ะเป็นตัวที่จะมาช่วยพัฒนาความรู้และทักษะของบุคลากรที่ทำงานในองค์กรนะคะจะทำหให้หน่วยงานหรือองค์กรนี่ประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้นก็คือถ้าคนพร้อมที่จะเเรียนรู้น่ะค่ะแล้วมีการพัฒนาทักษะของบุคคลนะคะมันก็คือความสำเร็จขององค์กรนั่นเองนะคะความรู้นะคะถ้าพูดถึงความรู้knowledgeน่ะค่ะจะมีการแบ่งออกเป็น2ประเภทใหญ่ๆเลยนะคะก็คือexplicitknowledgeนะคะเราใช้คำว่าความรู้ที่เราเห็นชัดแจ้งนะคะเดี๋ยวจะอธิพ(บ)ู(า)ด(ย)ว่าความรู้ชัดแจ้งเป็นอย่างไรและความรู้ที่ฝังลึกนะคะเป็นอย่างไรถ้าพูดถึงความรู้ที่ไหนก็แล้วแต่นี่ค่ะจะมีแค่2ประเภทใหญ่ๆเท่านี้่(น)ค(ะ)่(ค)ะก็คือความรู้แบบชัดแจ้งแล้วก็ความรู้ที่ฝังลึกนะคะความรู้ชัดแจ้งเป็นอย่างไรนะคะความรู้ชัดแจ้งนี่เป็นความรู้ที่เห็นได้ชัดเจนนะคะเป็นรูปธรรมเป็นความรู้ที่อยู่ในตำรับตำรานะคะเป็นศาสตร์เป็นหลักวิชาเป็นทฤษฎีพวกนี้ค่ะเราจะเรียกว่าความรู้ชัดแจ้งคือเห็นได้เช่นรายวิชาอย่างนี้ค่ะก็จะมีกา(ค)ร(ำ)อธิบายที่ชัดเจนว่ารายวิชานี้นะคะเรียนแล้วจะต้องได้อะไรแล้วเราจะต้องรู้เกี่ยวกับอะไรนะคะซึ่งความรู้ชัดแจ้งจะได้มาจากการวิเคราะห์นะคะสังเคราะห์ผ่านกระบวนการในการทำวิจัยมาแล้วว่าถ้าเรียนหลักสูตรเทคโนโลยีสารสนเทศนี่จะต้องเรียนรายวิชา12345ต่อไปนี้นะคะพอจบสำเร็จการศึกษาแล้วก็ต้องสามารถทำิอะไรได้บ้างอย่างนี้ค่ะภายใต้หลักวิชาก็คือเทคโนโลยีสารสนเทศแต่ถ้าเกิดเราไปเรียนวิศวะคอมพิวเตอร์เป้าหมายก็จะต่างกันนะคะปลายทางจะต่างกันก็คือจบมาแล้วก็จะเปต(็)่(น)า(อ)ง(ี)กแบบั(ห)นึ่งหรือเราไปเรียนวิทยาการคอมพิวเตอร์อยแ(่)บ(า)บ(ง)นี้ค่ะซึ่งหลักของวิชานั้นนะคะของศาสตร์นั้นมันจะต่างกันทำให้outน(c)ะ(o)ค(m)ะ(e)ก็คือปลายทางของผลสำเร็จที่ได้นี่ต่างกันนะคะอันนี้เราเรียกว่าความรู้ชัดแจ้งนะคะส่วนความหมายของความรู้ที่มันฝังลึกคร่(า)ะ(ว)นี่(้)ตามตัวเลยนะคะตามรากทร(ศ)ัพย(ท)์มันความรู้ที่ฝังลึกก็คือความรู้ที่อยู่ในตตัวคนแต่ละบุคคลนะคะจะมีความรู้ที่ฝังลึกอยู่นะคะพอมันอยู่ในแต่ละบุคคลนี่มันก็เลยเป็นสิ่งที่มันเห็นได้ไม่ชัดเจนนะคะมองไม่เห็นไม่ได้เป็นรูปธรรมนะคะแต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าคนนี้มีความรู้ฝังลึกเรด(ื)้(่)ว(อ)ย(ง)อะไรเราก็จะดูจากการปฏิบัติที่เขาประพฤติปฏิร(บ)ะ(ั)ติออกมานะคะจากสิ่งที่เขาทำนะคะบางทีเราจะเรียกว่ามันเป็นแบบtacticเป็นเคล็ดวิชาเป็นเทคนิคของแต่ละคนอย่างนี้ค่ะอาจารย์อาจค(จ)ะสอนเรื่องเดียวกันแต่วิธีการที่แต่ละคนรับรู้ไปแล้วก็แสดงออกมานี่มันจะต่างกันอันนี้เราเรียกความรู้ที่มันฝังลึกนะคะบางทีเราจะเรียกว่าภูมิปัญญานะคะอย่างการมัดย้อมครามของจังหวัดสกลนครอย่างนี้ค่ะภูมิปัญญามันจะมีหลายระดับนะคะที่เราได้ยินคุ้นๆชินกันอยู่บ่อยๆก็คือภูมิปัญญาท้องถิ่นภูมิปัญญาชาวบ้านอันนี้คือความรู้ที่มันอยู่ในตัวคนนะคะเขาก็จะรู้ว่าวิธีการย้อมมัดย้อมครามนี่ค่ะวิธีการสร้างวิธีการก่อหม้อครามนี่มันจะต้องประกอบไปด้วยอะไรบ้างมันเป็นสิ่งที่เขาไม่ได้เรียนมาไม่ได้เรียนจากศาสตร์วิชาจบสาขาไหนแล้วมาย้อมครามไม่ได้เรียนแบบนั้ำ(น)ไม่ได้เรียนแบบความรู้ชัดแจ้งนะคะแต่ชาวบ้านนี่ปู่ย่าตาต(ย)ายนะคะหรือกลุ่มแม่บ้านที่เขาก่อก่อหม้อครามย้อมครามมัดหม(ย)้อมครามไม(ด)า(้)นี่มันเป็นภูมิปัญี(ญ)่(า)ที่มีการบอกเล่าสืบต่อกันมาว่าต้(ใ)อ(ห)ง(้)ทำแอ(บ)ย(บ)่(น)า(ี)ง(้)นะี(ค)้(ะ)แล้วก็จะสามารถย้อมได้แล้วทีนี้มันไม่ใช่ทุกภาคจะสามารถย้อมได้นะคะครามนี่มันมันเป็นว(ล)ักส(ษ)ด(ณ)ุ(ะ)ภูมิปัญญาจริงๆที่แม(บ)ี(บ)ปัญ(จ)จัยที่มันมีผลทำใหน(้)การมัดย้อมใ(ต)ห(ิ)้(ด)กับผ้าประเภทไหนอันนี้ก็เป็นอีกๆภูมิปัญญาหนึ่งนะคะซึ่งมันเป็นสิ่งที่มาจากการใช้วิจารณญาณเราเรียกปฏิพ(ภ)าณไหวพริบก็ได้นะคะหรือเป็นเทคนิคเฉพาะตัวอันนี้คือความรู้ที่มันฝังลึกอยู่ในแต่ละคบ(น)ุ(น)ค(ะ)คล(ะ)คว(ร)าม(ว)นี้ถามแล้วนักศึกษารู้มั(ไ)้(ห)ย(ม)ว่าความรู้ฝังลึกอยู่ในตัวเองน่ะตัวเราตอนนี้น่ะมีไหมให้บอกถึงความรู้ที่มันฝังลึกในตัวเองโค้กโค้กรหัสไหนน่ะ(น(เ)ั(ห)ก(็)ศ(น)ึ(ห)ก(น)ษ(้)า)(โ)ค้กว(ห)า(น)ม(่)ร(อ)ู(ย)้(แ)((ล)อ(้)า(ว)จ(ก)า(ั)ร(น)ย(น)์(ะ))(6)ค(เ)รู(า)ต้องคลิกตรงไหนถึ(จ)ง(ะ)เห็นหน้านักศึกษาที่ตรงนี้ด้วยเปล(ิ)่(ด)า(ก)น(ล)ั(้)ก(อ)เ(ง)ร(ด)ี(้)ย(ว)น(ย)คลิ(่)ก(ะ)แ(เ)ล(ป)้(ิ)ว(ด)((ค)อา(ม)จ(ด)า(้)ร(ว)ย์)เ(จ)ป(ะ)ิ(ไ)ดกล้องด(เ)้(ห)ว(็)ย(น)ค(ห)่(น)ะ(้)เ(า)ป(ก)ิ(ั)ด(น)ค(พ)อ(ี)ม(่)ด(ล)้(่)ว(า)ย(ม)จะได้เห็นด้วยว่าอาจารย์ถามคนไหนนะคะถามโค้กเดี๋ยวรอแป๊บหนึ่งนะทุกคนเปิดคอมพิวเตอร์ของตัวเองไว้ค่ะเพราะวันนี้เราจะมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้คุยกันไปด้วยการใช้ล่ามนี้ดีเพราะว่านักศึกษาจะได้ไม่คุยกันแล้วก็จะได้ตั้งใจถามภาสกรณ์ค่ะให้ภาสกรณ์บอกถึงความรู้ฝังลึกที่อยู่ในตัวเองมา1อย่าง(นักศึกษา)มารยาทครับ(อาจารย์)ที่มีมารยาทเป็นอย่างไร(นักศึ(ค)ก(ะ)ษ(ต)า(ั))(ว)เจอผ(ง)ู(เ)้(ป)ใ(็)ห(น)ญ(ค)่(น)ต(ท)้(ี)อ(่)ง(ม)ไ(ี)ห(ม)ว(า)้(ร)ก(ย)้(า)ม(ท)ห(เ)ั(ป)ว(็)((น)อา(ย)จ(่)ารย(ง)์(ไ))(ร)เป็นคนมีสัมมาคารวะโอ.เค.นะคะถามน้องหูบ้างแล้วกันถามกุ้งรอบ(ด)เครื่องกุ้งเปิดอยู่หรือเปล่าเปิดอยู่ไหมคะมันค้าง(อาจารย์)มันค้างได้ไหมไม่ได้เปิดถามเปิ้ลได้ไหมคะครูจะถามทุกคนนั่นล่ะฉะนั้นคิดเอาไว้ว่าตัวเองมีความรู้ฝังลึกฉะนั้นให้มองทางสร้างสรรค์นะคะคือความรู้ฝังลึกนี่มันมีหลายด้านน่ะฉะนั้ืนให้มองแบบpositiveว่าเรามีอะไรดีที่เป็นความรู้ฝังลึกนะคะอย่ามองด้านลบโอ.เค.นะคะถามถามอรทัยกุ้งชืื่ออรทัยนะถามว่าให้บอกข้อดีของตัวเองมา1ข้อ(ล่าม)เหมือนเขาแจ้งว่าคือถ้าสมมุติว่าอะไรที่ไม่ดีอย่างนี้ค่ะก็จะแก้ไขได้ง่ายขึ้นแล้วก็ทำให้ดีขึ้นอย่างนี้ค่ะ(อาจารย์)ครูไม่ได้ยิน(ล่าม)แล้วทีนี้อะไรที่ไม่ดีของตนเองก็จะปรับเปลี่ยนให้ดีขึ้นอย่างนี้ค่ะ(อาจารย์)เป็นคนที่ปรับปรุงเขาเรียกว่าอะไรคือยอมรับฟังเสียงพี่ล่ามนี่ดังกว่านี้ได้ไหมบ๊อบเดี๋ยวลองพูดอีกทีค่ะ(ล่าม)ค่ะได้ยินไหมคะ(อาจารย์)ค่ะกุ้งตอบว่าอย่างไรนะคะ(ล่าม)แล้วเขาก็ตอบว่าตอบต่อไม่ไดร(้)น่ะค่ะ(อาจารย์)อือหืม(ล่าม)ยังๆไม่ได้ตอบค่ะขอโทษค่ะก็คือยังไม่ได้คิดน่ะค่ะ(อาจารย์)อือหืมงั้นเดี๋ยวให้คิดก่อนนว(ะ)่(ค)า(ะ)ตัวเองมีข้อดีอะไรทุกคนต้องมีข้อดีในตัวเองจริงไหมไม่มีเลยหรือสั่นหัวคือข้อดีที่อาจารย์พูดถึงนี่หมายถึงว่าเราสามารถดึงออกมาใช้แล้วมันจะเกิดประโยชน์ต(ก)่(ั)อ(บ)ตัวเราเองและคนรอบข้างอย่างนี้ค่ะเขาจะเรียกความรู้ฝังลึกฉะนั้นถ้าให้บอกถึงความรู้ฝังลึกนี่มันจะดูเข้าใจยากก็เลยให้บอกถึงข้อดีความสามรถพิเศษอย่างนี้น่ะค่ะที่เรามีกุ้ง็ก็มีความสามารถพิเศษอะไรบ้างทำอะไรได้บ้างพิมพ์คอมพิวเตอร์ได้เร็วอันนี้ถึือเป็นเทคนิคนะคะเป็นความสามารถแต่ลร(ะ)แต่ละคนนะคะพิมพ์สัมผัสได้อย่างนี้มีไหมคะแก้ปัญหาฉะเพ(ฉ)ร(พ)าะหน้าได้ได้อย่างนี้ค่ะเ(ถ)ร(ื)ี(อ)ย(เ)ก(ป)ม(็)ี(น)ปฏิพ(ภ)าน(ณ)ไหวพริบถือเป็นความรู้ฝังลึกที่แบบอยู่ในตัวแต่ละคนอะไส(ร)ง(น)ส(ะ)ั(ค)ย(ะ)อาศัยพี่เก๋เป็นล่ามเฉ(ช)พ(่)า(ว)ะ(ย)ในห้องคิดบ(อ)อกหรือยังบอว(ก)่(ม)า1อย่างตื่นสายไหม(ล่าม)ก็สามารถวาดรูปได้ค่ะมีความสามารถในด้านของการวาดรูปค่ะ(อาจารย์)อ๋อโอ.เค.ค่ะถือเป็นความสามารถเฉพาะเฉพาะตัวนะอย่างอาจารย์นี่วาดรูปเต่านี่เป็นลิงอย่างนี้ครูมีความสามารถขั้นสูงกว่ากุ้งไงนะคะใหอ(้)า(โ)จทย์มาร(ใ)ย(ห)์(้)วาดรูปเต่อ(า)อก(้)ม(า)า(ว)ทำไมออกมาเป็นลิงอย่างนี้ค่ะฉะนั้นกุ้งมีความสามารถเฉพาะตัวก็คือสามช(า)อ(ร)บ(ถ)วาดรูปเป็ส(น)า(ค)ม(น)า(ช)ร(อ)ถ(บ)วาดรูปแปน(ล)ะ(ว)ค(่)ะ(า)เป็นคนที่มีจินตนาการนะคะถ้าคนที่ชอบวาดรูปนะคะถามเดี๋ยวๆๆชัยณรงค์(นักเรียนง())ครับ(อาจารย์)มีความรู้ฝังลึกอะไรบ้างคะในตัวที่เป็นด้านpositiveอะไรนะ(นักศึกษา)เล่นดนตรีครับ(อาจารย์)เล่นดนตรีโอ.เค.นะคะภาสกรรณ์ไม่ใช่พ(ภ)ง(า)ษ(ส)กรณ์ชอบจำชื่อ2คนนี้น่ะสลับกันชัยณรงค์เป็นคนที่มีความสามารถพิเศษเล่นดนตรีได้อย่างนี้น่ะค่ะคราวนี้เดี๋ยวอาจารย์จะบอกจะอธิบายไปถึงว่าเราจะนำเอาความรู้ฝังลไ(ึ)ป(ก)พั(ว)ฒ(ก)นี้มาทำให้เกิดประโยชน์ต่อบุคคลอื่นในองค์กรอย่างไรนะคะเดี๋ยวถามอีกถามๆๆถามเปิ้ลนะคะเปิ้ลชื่อสุธีกานต์ๆสุธีกานตร(์)ให้บอกข้อดีของตัวเองมา1ข้อหรือความสามารถพิเศษที่ตัวเองทำที่ตัวเองทำได้ดีมา1อย่างค่ะมีไหมเอ่ยมีทุกคนมีข้อดีทั้งนั้นล่ะ(ล่าม)ความชำนาญใช่ไหมคะคือเขาแจ้งว่าเหมือนเชียร์ลีดเดอร์อะไรอย่างนี้ค่ะ(อาจารย์)อ๋อโอ.เค.นะคะมีความสามารถในการแสดงออกทางด้าน(ล่าม)ใช่ค่ะ(อาจารย์)อือหืมโอ.เค.ค่ะเป็นเชียร์ลีดเดอร์นะเชียร์ลีดเดอร์นี่ไม่ใช่ทุกคนจะเป็นได้นะภาสกรณ์อยากเป็นนี่ก็ไม่ได้นะมันต้องใช้ความใช้skillนะคะในการฝึกอย่างนี้ค่ะถามประวิทย์ประวิทย์มีความสามารถพิเศษอะไรบ้างลูก1อย่างทำอะไรนะสามารถแกะสลักผลไม้ได้นี่ถือเป็นความสามารถเฉพาะตัวนะคะมันไม่ใช่ทุกคนจะทำได้นะ(ก)ค(า)ะ(ร)แกะสลักผลไม้นะคะโอ.เี(ค)ค(.)ถามไม่ครบอยากถามใครอีกถามบรีสเครื่องบรีสมีกล้องไหมเดี๋ยวบริ(ี)สจะน้อยใจบริ(ี)สมีความสามารถพิเศษอะไรลูกเลือก1อย่างทำขนมทำกับข้าวได้ไหมอย่างหนึ่งทำอะไรนะคะอ๋อบริ(ี)สชอบทำงานบ้านงานบ้านนี่มีหลายอย่างกวาดเ(บ)ช(้)่(า)นถูบก(้)าร(น)ซักผ้าล้างถ้วยล้างชามอย่างนี้ค่ะบรีสชอบทำอันนี้นะคะซึ่งมันไม่ใช่ทุกคนจะชอบนะคะแล้วถามว่าทุกคนทำได้ไหมทำได้ค่ะแต่ถ้าว่าคนที่จะทำได้ดีคือถ้น(า)ท(เ)ี(ร)่(า)ชอบอะไรเราจะทำสิ่งนัท(้)ำ(น)ได้ดีนะคะอันนี้คือลักษณะให้เจ้าหญิงเครื่องไหนล่ะถามหญิงถามหญิงค่ะให้บอกความสามารถพิเศษของตัวเองมา1ข้อตัวเองมีความสามารถอะไรบ้างเอ่ย(นักศึ(ล)ก(่)ษ(า)า(ม))มารยาทไทยค่ะ(อาจารย์)โอ.เค.ค่ะหญิงเป็นคนที่มีมารยาทดีเป็นคนที่มีมารยาทคือเมื่อก่อนนะคะสมัยที่อาจารย์คือา(ต)จ(อ)า(น)ร(น)ย(ี)์(้)ไม่มั่นใจว่ามีไส(ห)มั(ม)ย(ั)นี(จ)้(ะ)มีรายวไ(ิ)ห(ช)ม(า)ที่เป็นแบบมารยาทไทยแล้วก็จะมีการประกวดแต่แต่ละก(โ)ั(ร)น(ง)เรล(ี)ยนนะคะก็จะเป็นระดับโรงเรียนเป็นระดับอำเภอเป็นระดับจังหวัดเป็นการประกวดมารยาทไทยนะคะอันนี้ถือเป็นความรู้ฝังลึกนะคะซึ่งอาจารย์เชื่อว่าทุกคนน่ะมีมันเป็นไปไม่ได้ที่เราจะไม่มีข้อดีในตัวเองนะคะแต่บางทีเราอาจจะไม่รู้หรือม(เ)ั(ร)น(า)อาจจะแสดงออกมาคือเพื่อนรู้แต่เราตัวเราน่ะยังไม่รู้ว่าเราทำอย่างนี้ได้บางคนนี่เรามาเรียนศาสตร์สาขานี้ก็จริงแต่เรามีความสามารถในอีกศาสตร์หนึ่งซึ่งเราทำสิ่งนั้นได้ดีด้วยนะคะบางทีจบไปนี่เราอาจจะไม่ได้ทำงานทางด้านคอมพิวเตอร์อย่างนี้ค่ะแต่เราไปทำในด้านทีเ่เราชอบเราถนัดเราก็จะทำได้ดีนะคะฉะนั้นความรู้ฝังลึกนะคะก็คือความรู้ที่มันอยู่ในตัวแต่ละบุคคลนั่นล่ะก็คือข้อดีให้มองฝั่งที่เป็นด้านบวกนะคะอันนี้คือความรู้ฝังลึกนะคะคราวนี้นะคะถึงแม้ว่าความรู้ประเภทนี้มันจะเห็นไม่ชัดเจนนะคะไม่เหมือนกับความรู้ป(ท)ร(ี)ะ(่)เภทแ(ป)ร(็)ก(น)ท(แ)ี(บ)่(บ)ชัดแจ้งประเภทแรกแต่สิ่งสำคัญนะคะแต่มันก็ค(ถ)ือเป็นสิ่งที่สำคัญที่จะทำให้งานสำเร็จได้อย่างเช่นเราบอกว่าเราเป็นคนขยันแต่เ(ม)ร(ั)า(น)มองไม่เห็นน่ะแต่เราก็จะเห็นจากสิ่งที่เขาทำขยันก็คืออย่างไรล่ะขยันมีความรับผิดชอบอย่างนี้ค่ะมันจะมาด้วยกันนะคะแล้วก็ตื่นเช้ามาเรียนนี่คือขยันมาเีรียนสมำ่ำเสมอเราไม่ค่อยขาดเรียนส่งงานครบพยายามฝึกทำงานอะไรที่อาจารย์ให้ไปด้วยตัวเองอย่างนี้คะที่นี่พอขยันหมั่นเพียรเราก็จข(ะ)ย(ค)ั(้)นคว้านี่คือสิ่งที่อยู่ในตัวเองนะถ(ค)ึ(ะ)ง(ม)จ(ั)ะ(น)มองไม่เห็นชัดก็จริงแต่มันจะมันถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้งานที่ทำนี่มันประสบความสำเร็จนะคะความรู้ฝังลึกอะเราดูภาพนี้นะคะภูเขาน้ำแข็งในภาพนี้นะคะแสดงถึงความรู้ทั้ง2ประเภทในภาพส่วนไหนมากกว่ากันเราดูexplicitก็คือความรู้แบบชัดแจ้งมองมาปุ๊บมันจะมีน้ำใช่ไหมคะชี้ตรงนี้นะคะเป็นลักษณะภูเขาน้ำแข็งที่มองจากมองด้วยตาเปล่านี่เห็นเลยมันโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำขึ้นมานะคะเป็นน้ำอันนี้คือผิวน้ำนะคะอันนี้คือภูเขาน้ำแข็งที่มันขึ้(โ)น(ผ)ม(ล)า(่)ขึ้นมาเีราเรียกภูเขาน้ำแข็งe(น)x(ะ)p(ค)l(ะ)i(ส)c(่)i(ว)t(น)k(น)n(ี)o(้)w(อ)l(ั)e(น)d(น)g(ี)e(้)คือความรู้ชัดแจ้งคือเห็นแล้วอ๋อรู้เลยว่ามันมีปริมาณเท่านี้นะคะว่ามันโผล่เหนือน้ำขึ้นมาแต่ส่วนที่มันอยู่ใต้น้ำล่ะอันนี้มันเป็นน้ำแข็งนะคะลักษณะขอภ(ง)4(ภ)ูเขาน้ำแข็งเหมือนกันแต่มันจมอยู่ใต้น้ำเป(ค)็(ื)น(อ)ความรู้ฝังลึกที่อยู่ในตัวแต่ละคนนะคะมันอาจจะมีปริมาณมากน้อยก็แล้วแต่แต่ในภาพนี้นี่มันมีปริมาณมากกว่าความรู้ชัดแจ้งที่เรามองเห็นได้นะคะฉะนั้นอธิบายว่าความรู้ที่มันเห็นได้ง่ายน่ะมันก็คือส่วนยอดของภูเขาน้ำแข็งที่อยู่พ้นน้ำเป็นรูปธรรมอย่างที่บอกไปนะคะอ(แ)ย(ต)่ความรู้แฝงความรู้ฝังลึกบางทีเราอาจจะเรียกว่าความรู้แฝงนะคะมันจะอยู่ในตัวคนแต่ละคนมองไม่เห็นนะคะเราจะดูได้จากพฤติกรรมการแสดงออกสิ่งที่เขาทำออกมานะคะโอ.เค.คราวนี้เมื่อนำมาเทียบกันนะกับภาพเมื้อกี้นะคะภูเขาน้ำแข็งเมื่อกีง(้)ส่วนที่อยู่ใต้น้ำนี่มันมีปริมาณมากกว่าเห็นไหมส่วนที่พ้นน้ำขึ้นมานะคะการเข้าใจความแตกต่างระหว่างความรู้ทั้ง2อันนี้นะคะถ้าเราเข้าใจจริงๆนี่เราจะสามารถจัดการได้ดีคือถ้าให้อธิบายความหมายของคำว่าmanageนะคะหรือคำว่าการจัดการนี่มันจะอธิบายเป็นเป็นรูปธรรมยากนะคะแต่ถ้าเกิดเราเข้าใจความรู้ที่มันแฝงอยู่น่ะค่ะกับความรู้ที่มันเห็นเป็นรูปธรรมน่ะเราจะเข้าใจคำว่า“จัดการ”ได้ดียิ่งขึ้นนะคะว่าเราจะจัดการตรงไหนส่วนไหนอย่างไรนะคะคราวนี้เรามาดูการจัดการพอตอนนี้เรารู้แล้วว่าม(ต)ั(อ)นม(น)ี้นะคะความรู้นี่มันมี2ประเภทใหญ่ๆนะคะก็คือความรู้ชัดแจ้งกับความรู้ฝังลึกแล้วเราจะจัดการกับความรู้ฝ(แ)ั(ต)ง(่)ละประเึ(ภ)ก(ท)อย่างไรนะคะอะมาดูประเภทแรกก่อนความรู้แบบชัดแจ้งเราจะมีกระบวนการนะคะในการจัดการอยู่4ขั้นตอนนะคะกับการจัดการความรู้ที่เป็นแบบชัดแจ้งนะคะ1.ก็คือการเข้าถึงตีความสิ่งนั้นเพราะเราเห็นแล้วไงต้องเข้าให้ถึงนะคะจะได้ตีความ2นะคะ(.)เราจะนำไปปรับใช้applyในชีวิตอย่างไรนะคะเราจะเรียนรู้ความรู้นนั้นเพื่อยกระดับตัวเองศักยภาพในตัวเองอย่างไรนะคะและมีการรวบรวมจัดเก็บรวบรวมไว้อย่างไรนะคะเขาถึงตีความหมายถึงการเข้าถึงความรู้ที่มีอยู่นะคะอย่างเช่นความรู้มันอยู่ที่ใดม(ท)ี่อ(ห)ย(น)ู(ึ)่ั(ง)สักที่หนึ่งนะคะถ้าเราเข้าอ(ไ)ย(ม)่ถา(ึ)งสมเ(ม)ช(ุ)่(ต)น(ิ)ความรู้ตำรับตำรานี่มันอยู่ที่ห้องสมุดเมื่อก่อนนี่มันไม่ได้มีเครรือข่ายที่มันแบบทั่วถึงเหมือนทุกวันนี้นะคะการที่เราจะศึกษาหาความรู้เรื่องใดเรื่องหนึ่งเราจะต้องไปถึงแหล่งที่ที่มันจัดเก็บเอาไว้นะคะอย่างที่ชอบไปกันก็คือร้านขายหนังสือหรือห้องสมุดฉะนั้นการเข้าถึงก็คือเราต้องไปถึงแหล่งนะคะถ้าเราไปไม่ได้ถึงมันไม่มีประโยชน์นะคะมันไม่มีความหมายไม่มีประโยชน์อะไรเราต้องไปให้ถึงแหล่งนั้นนะคะฉะนั้นนะคะขั้นตอนแรกเลยนะคะในการจัดการความรู้ที่อยู่ในเอกสารหรือไฟล์นี่ก็คือเราจะต้องเข้าให้ถึงนะคะโดยเข้าให้ถึงถ้ามันอยู่ห้องสมุดเราก็ต้องไปถึงห้องสมุดถ้าความรู้หรือเนื้อหานั้นมัีนอยู่ในไฟล์อย่างเช่นอาจารย์ให้ไฟล์เอกสารไปนะื(ค)อ(ะ)contentมันอยู่ในนั้นนะคะมันมีเนื้อหาความรู้อยู่ในนั้นเราก็ต้องเปิดไฟล์นัอ(้)า(น)ขึ้นมาอ่านทำความเข้าใจตีความนะคะวิเคราะห์ตีความนะคะว่าเนื้อหาที่ครูให้ไปมันหมายถึงอะไรอันนี้คือการเข้าถึงตีความคราวนี้เมื่อเราเข้าถึงแล้วนะคะเราจะต้องไมป(่)ใจร้อนเข้าใช้คจ(ำ)ว่าเราจะต้องไมป(่)บุ่มบ่ามในการนำความรู้นั้นไปใช้นะคะคือไม่ใช่นำไปใช้แบบไม่ลืมหูลืมตาน่ะค(เ)ะ(ร)ค(า)ื(จ)อ(ะ)ต้องมีวิจารณญาณในการนำไปใช้นะคะความรู้ประเภทนี้มันจะมีอยู่2ส่วนด้วยกันนะคะส่วนแรกก็คือcontentcontentก็คือตัวเนื้อหาสาระเราอ่านเนื้อหาสาระน่ะค่ะส่วนที่2ก็คือองค์ประกอบนะคะองค์ประกอบที่มันครอบเนื้อหาสาระนั้ื(น)อยู่เราเรียกว่าcontextหรือบริบทนะคะcontentคือตัวเราอย่างนี้นะคะบริบทก็คือเสื้อผ้านะคะเขาเปรียบเทียง(บ)แบบนี้ให้เราเห็นภาพในรูปแบบที่เป็นรูปธรรมนะคะcontentก็ฃคือนิสัยใจคอเนื้อหนังมังสาเรานะคะแต่ตัวบริบทก็คือสิ่งที่ครอบเราอยู่อันนี้ก็คือเสื้อผ้านะคะการเข้าุถึงสิ(่)่(ว)ง(น)ที่เป็นcontentหรือเป็นเนื้อหาสาระนะคะนั้นนะคะมันจะต้องตีความฃเราถึงจะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้นะคะฉะนั้นการเข้าถึงcontentฃเราจะต้องถอดบริบทออกเพื่อให้เข้าถึงตัวcontentที่แท้จริงอย่างวันนี้ครูพูดถึงเรื่องของการจัดการความรู้เราจะต้องจับประเด็นให้ได้ว่าครูพูดถึง1.ความหมายของการจัดการความรู้นะแล้วก็มาพูดถึงว่าความรู้มีกี่ประเภทใหญ่ๆนะคะแต่ละประเภทเป็ใ(น)ห(อ)ญ(ย)่างไๆ(ร)หมายถึงอะไรจัดการอย่างไรนะคะเราถึงจะสามารถนำเนื้อหาเหล่านี้ไปใช้ประโยชน์สูงสุดได้นะคะคราวนี้พอเราเข้าถึงแล้วนะคะตีความได้แล้วการนำไปใช้การนำไปใช้นี่ก้(็)คือการเรียนรู้การรอบรู้รับรู้แล้วก็เรียนรู้นะคะเสร็จแล้วเราก็นำความรู้นั้นไปใช้ในแก้ปัญหาในองค์กรนะคะทีเ(่)่(เ)กิดขึ้นเพื่อยกระัดับการแก้ปัญหาคือการยกระดับยกระดับทั้งบุคลากรที่ไปแก้ปัญหาแล้วก็ยกระดับทั้งปัญหางานนะคะถ้าเราแก้ไขปัญหานั้นได้ปัญหานั้นทะลุคือแก้ไขได้แ้ล้วน่ะถ้ามีใคร(น)เจอปัญหาแบบนี้อีกนะคะก็สามารถใช้วิธีการแนวทางที่เราเคยทำนะคะแล้วมันประสบความสำา(เ)ร็จในกาถ(ร)แก้ไขปัญหานั้นได้แบบนีะ(้)ค่ะเขาเรียกการนำไปใช้จนไปถึงการเรียนรู้ที่เป็นการยกระดับนะคะถือว่าเป็นสิ่งที่มีความสำคัญนะคะฉะนั้นก็เลยยกตัวอย่างว่าสิ่งทีเ(่)่(เ)ราทำนะคะก็คือในการปฏิบัติงานนี่สิ่งที่มันเกิดขึ้นนะคะไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จหรือความผิดพลาดนี่มันก็คือโอกาสที่ทำให้เราได้เกิดการเรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆนะคะถ้าเราทำแล้วนี่มันเกิดผลดีหรืือประสบความสำเร็จนะคะสิ่งนั้นเราจะเีรัียกว่าbestpracticesbestpracticesก็คือวิธีการที่ถ้าใครทำตามวิธีการนี้จะประสบความสำเร็จในเรื่องนี้อย่างนี้ค่ะทำอย่างไรเรียนแล้วจะได้เกียรตินิยมมันมีbestpracticesไหมbestpracticesของการเรียนแล้วได้เกียรตินิยมมีไหมคะเรียนแล้วประสบความสำเร็จออันนี้มันพูดมันยากมันมองไม่เห็นมันกว้างนะคะแต่ถ้าเกิดเรามองว่าเรียนแล้วเราเรียนเอกเทคโนโ,(ล)ยีสารสนเทศทำอย่างไรให้จบภายใน4ปีอย่างนี้ค่ะมันก็จะมี1(นักศึกษา)(.)ตั้งใจเรียน(อาจารย์)(2)2(.)ทำอย่างไรส่งงานให้ครบ3อันนี้คือขั้นตอนน่ะค่ะถ้าใครทำตามนี้ก็จบภ(ะ)า(จ)ย(บ)ใน4ปีนึกออกไหมคะหรือเจ(ร)ะ(า)บอกว่าจบภายใน4ปีก็จริงแต่เราอยากได้เกียรตด(ิ)นิยมอันดับ1มีbestpracticesให้ดูไหมว่าให้ทำตามนี้นะแล้วเราจะได้เกียรตินิยมอันดับ1ก็คือแนวทางปฏิบัติที่ดีที่เราสามารถเผยแพร่ให้ใครรู้ได้ว่าอย่างเราประสบความสำเร็จนี่ภาสกรณ์จบไปจบ4ปีไพ(ด)ง(้)ษ(เ)กียรตินส(ิ)า(ย)มอันดับ1ภาสกรณ์สถ(า)ก(ม)ล(า)ั(ร)บ(ถ)มาเขียนเป็นstoryของตัวเองนะคะเผยแพร่ไปว่าให้ทำตามผมนะขั้นตอน12345พอถึงปี3แล้วทุกคนต้องไปบวชในช่วงปิดเทอม3สัปดาห์อันนี้คือbestpracticesของภาสกรณ์ไงซึ่งแต่ละคนมันจะไม่เหมือนกันใี(ช)่ไหมคะฉะนั้นใครที่อยากประสบความสำเร็จเรียนจบ4ปีได้เกียรตด(ิ)นิยมอันดับ1เหมือนภาสกรณ์นี่ต้องไปบวชตอนที่ปิดเทอมปี3อย่างนี้ค่ะนึกออกไหมซึ่งมันจะต่างจากคนอื่นคนอื่นเรียนมาปี1ปี2ปี3แต่ถ้าเป็นโมเดลอันนี้ห(เ)รียกโมเดลเลยเปื(็)อ(น)รูปแบบเฉพาะของแต่ละบุคคลแต่ลก(ะ)า(ค)ร(น)ประสบความสำเร็จมันต่างไงคะภาสกรณ์ประสบความสำเร็จโดยการต้องไปบวชช่วงั(ห)นึ่งเพื่ง(อ)ษ(ฝ)ก(ึ)ร(ก)ไปบวชแล้วได้อะไรนะคะก็บอกถึงข้อดีของการไปบวชมาอย่างนีะ(้)ค่ะก็เป็นโมเดลของภาสกรณ์ซึ่งมันไม่เหมือนคนอื่นถือเป็นbestpracticesก็คือทำแล้วประสบความสำเร็จอย่างนี้นะคะคราวนี้ให้เรายกตัวอย่างbestpracticesbestpracticesขึ้นมาให้หน่อยเมื่อกี้ครูยกตัวอย่างให้แล้วเช่นภาสกรณ์ไปบวชดีขึ้นไหม(อาจารย์)ชีวิต(นักเรียน)ดีขึ้นครับ(อาจารย์)ดีขึ้นได้อะไรจากการไปบวชไปมาบ้างใจเย็นอย่างน้อยตอนนี้พ(ภ)ง(า)ษ(ส)กรณ์ก็มาเรียนทันทุกคาบตื่นเช้าขึ้นไม่นอนดึกเิลิกเล่นเกมส่งงานครบอย่างนี้ค่ะช่วยกันคิดว่าbestpracticesเราเคยได้ยินไหมคะsearchก็ได้ว(ค)่า(ะ)ในอินเทอร์เนi(็)n(ต)t(s)earchในเครือข่ายแล้n(ว)e(น)t(ำ)เสนอมาร(ส)ิว่าsearcส(h)ในโb(ล)e(ก)s(อ)t(ิ)p(น)r(เ)a(ท)c(อ)t(ร)i(์)c(เ)e(น)s(็)ู(ต)ดูสิว่าเขามีตัวอย่างนะคะเขามีbestpracticesเรื่องอะไรบ้างมันต้องมีประเด็ร(น)ื(ก)่อนก็คง(ื)อทำแล้ะ(ว)ไ(ป)ระสบค้(ว)ามสำเร็ง(จ)ทำแล้วแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างนี้ค่ะถือเป็นbestpracticesมีไหมคะลองค้นดูแล้วช่วยกันคิดนำเสนอไอเดียมาสิเรื่องอื่นก็ได้นะคะbestpracticesอันอื่นก็ได้ก็คือแนวทางปฏิบัติที่ดีน่ะสำหรับเรื่องใดเรื่องหนึ่งอาจารย์พูดถึงเรื่องขใ(อ)น(ง)การเรียนนะคี(ะ)ชีวิตเรามันมีตั้งหลายเรื่องนะมันไม่ไดใ(้)ช(ม)่(ี)แค่เรื่องของการเรียนนะคะการทำงานพูดถึงอาชีพใดอาชีพหนึ่งก็ได้ภาสกรณ์อยากเป็นโปรแกรมเมอร์bestpracticesในการเป็นโปรแกรมเมอร์คือ1.เรียนให้ตรงสาย2.ฝึกงานให้ตรงสาย3.ไปทำงานที่ตรงสายก็คือโปรแกรมเมอร์คือเขียนโปรแกรมใช่ไหมคะเราอยากเป็นโปรแกรมเมอร์แต่ว่าเราจะมีความสามารถีมีความชอบในการเขียนโปรแกรมนะคะอันดับแรกเลยภาสกรณ์ก็เลื(ย)อ(เ)ก(ล)ก(ื)า(อ)ร(ก)มาเรียนทางด้านคอมพิวเตอรต(์)นะคะ2.ตอนไปฝึกงานพ(ภ)ง(า)ษ(ส)กรณ์ก็เลือกไปฝึกงานที่ได้เขียนโปรแกรมตรงกับสายที่ตัวเองชอบตรงกับสายที่ตัวเองเรียน3.นะคะพอสำเร็จการศึกษาแล้วภาสกรณ์ก็ไปทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์อยู่ในงานไหนก็ได้ค่ะนี่คือตั้งเป้าไว้แล้วก็ไปให้ถึงปลายทางภายใต้แนวปฏิบัตินี้คนอื่นลล่ะท(ก)ี่(้)วันนี้กี้เงียบมากเรื่องไหนก็ได้เรื่องไหนก็ได้ค่ะยกตัวอย่างมาเลยการประสบความสำเร็จในครอบครับมี(ว)แนวปฏิบัติอย่างไรบ้าง(นักศึกษา)เรียนให้จบ(อาจารย์)1.เรียนให้จบ2.(นักศึกษา)มีงานทำ(อาจารย์)มีงานทำที่มั่นคง3.(นักศึกษา)พ่อแม่สบาย(อาจารย์)คนที่อุปการะเลี้ยงดูเรว(า)ก็จะได้อานิสงส์สบายไปด้วย4.หมดหรือยัง(นักศึกษา)หาแฟน(อาจารย์)ฝ(ห)าแฝ(ฟ)ด(น)พ(ท)ี่มีลักษน(ณ)ะอย่างไร(นักศึกษา)เป็นคนจบๆ(อาจารย์)นิยามความหมายของคำว่าจบๆจบๆนี่มันเป็นภาษาอีสานนะ(นักศึกษา)แม่บอกว่าให้เอาคนจบๆ(อาจารย์)จบๆนี่ไม่ได้แปลว่าเรียนจบนะเดี๋ยวพี่ล่ามจะงงต้องอธิบายให้พี่ล่ามเข้าใจด้วยว่าแม่พ(ภ)ง(า)ษ(ส)กรณ์บอกว่าให้หาให้หาแฟนที่จบๆนะลูกนะคะแต่ถ้าเกิดแม่ชา(ั)ญ(ย)น(ณ)รงค์จะบอกใ(ว)ห(่)้(า)หาแฟนจบเจื้อดูพี่ล่ามด้วยพี่ล่ามกำลังคิดว่าจะอธิบายอย่างไรคนดี(นักศึกษา)คนดี(อาจารย์)เลืู(อ)กคู่ครองที่เป็นคนดีโอ.เค.โอ.เคๆ(.)ไหมอย่าทับศัพท์เยอะนะคะอันนี้ก็จะเป็นเขาเรียกอะไรนะสูตรสำเร็จนะคะในการประสบความสำเร็จในชีวิตครอบครัวคือพงษกรบ(ม)องว่าถ้าเรก(า)เจอคนดีในเมื่อblackgroundเรามาดีแล้วน่ะมันก็ต้องดีต่อไปเลือกคนดีนะคะคราวนี้ประเด็นคือแล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าใครเป็นคนดี(นักศึกษา)เราจะต้องเอามาเท(t)ส(e)ท(s)์(t)ก่อน(อาจารย์)พอถึงจุดหนึ่งแล้วนะคะเหตุผลจะหายไปเราจำ(ะ)ทำตามใจตัวเองตามอาน(ร)ะ(ม)ค(ณ)ะ(์)อาจจะเป็นแบบนี้เอ้าคนอื่นบ้างbestpracticesเรื่องอื่นบ้างรู็(้)สึกภาสกรณ์จะไป2เรื่องแล้วประสบความสำเร็จทั้งเป็นโปรแกรมเมอร์แล้วก็หาเมียจนจ(บ)บ(ๆ)ถามใครดีเบนโหวันนี้เบนไม่พูดเลยเป็นอย่างไง(ร)บ้างเบน(อาจารย์)ทำไมทำ(ๆ)ห้องนี้มีแต่แบบถามแก้มละกันbestpractices1เรื่องให้ยกตัวอย่างมา(อาจารย์)แก้ว(ม)นำเสนอโมเดลทำอย่างไรถึงจะรวย1.(นักศึกษา)เรียนให้จบ(อาจารย์)เรียนหนังสือให้จบ(นักศึกษา)แล้วก็มีงานทำ(อาจารย์)2.ทำงาน3.(นักศึกษา)หางานเสริมเพิ่ม(อาจารย์)เราต้องบริหารจัดการเวลานะคะทำงานเสริมด้วยทำอาชีพหลักทำอาชีพเสริม4.ประหยัดอดออมนี่สำคัญนะคะถึงเราจะหาได้มากแค่ไหนก็ตามแต่ถ้าเกิดเราไม่ประหยัดไม่อดออมไม่เก็บเราไม่มีทางมีเงินเก็บค่ะอันนี้มันเป็นสูตรสำเร็จเป็นbestpracticesจริงอย่างใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายเกินตัวนะภาสกรณ์นะคะคือเราจะหาได้มากแค่ไหนก็ตามจริงๆอันนี้เค(ป)ื(็)อ(น)สูตรสำเร็จเลยนะคือเราหาได้10บาทเราใช้15บาทนี่เราไม่มีทางมีเงินเก็บเราหาได้10บาทเราต้องใช้แค่แบ่งเลยค่ะ5บาทอีก5บาททำอะไรเก็บเก็บ5บาทเลยไหมหรือเก็บ3บาทแล้วอีก2บาททำอะไรอันนี้คือการบริหารจัดการอันนี้พูดถึงปริมาณเงินเท่านี้นะแต่ครูให้เทียะ(บ)สัดส่วนนะคะbestpracticesของแก้มแก้มโมเดลคือทำอย่างไรให้รวย1.คือเรียนให้จบ2.ทำงาน3.ทำอาชีพเสริมทำอาชีพเสริม4.ประหยัดอดออมนะคะรวยไหมทีนี้(นักศึกษา)รวย(อาจารย์)นะคะมันจะเห็นช่องทางนะคะในการที่จะรวยเห็นไหมมีโมเดลไหนอีกมีอีกไหมคะมีเรื่องอื่นไหมมีอ(ท)ีกไ(่)ห(เ)ม(ป)ค(็)่(น)ะ(.)ม(.)ี(.)เรื่องเลอ(็)ื(ก)่(ๆ)น้อยี(ๆ)ก็เป็นbestpractiไ(c)ห(e)ม(s)ได้นะคะก็ึคือคือแนวทางที่มันดีๆในการดำเนินชีวิตน่ะ(นักศึกษา)ทำกับข้าว(อาจารย์)bestpracticesพูดถึงว่าถ้าเราทำแบบนี้แล้วเราสำเร็จเราสามารถไปเผยแพร่ให้คนอื่นรับรู้ได้ว่าเ(ใ)ร(ห)า(้)ทำตามขั้นตอนนี้ทำตามวิธีของเรานี่ซึ่งถ้าวิธีของเราอย่างที่โค้กก็คืำ(อ)ต้า(อ)ม(ง)ภ(บ)า(ว)ส(ช)ก(ต)ร(อ)นปี3น่(ี)้(่)เป็นโมเดลเฉพาะของโค้กเลยของภาสกรณ์เลยถ้าใครทำตามผลแบบนี้จะประสบความสำเร็จแบบนี้ค่ะมันก็จะเป็นโมเดลของเราที่ไม่ได้เหมือนคนอื่นโมเดลของชัยณรงค์อาจจะเป็นโค้กบวชปี3ใช่ไหมชัยณรงค์อาจจะบวชปี2ปี3ปี4บวชตลอดซัมเมอร์อย่างนี้ค่ะทุกซัมเมอร์นี่ไปบวชอย่างนี้ช(ค)่ะมันก็จะเป็นโมเดลของชัยณรงค์ซึ่งใครทำตามนี้ก็จะประสบความสำเร็จตามแนวทางของชัยน(ณ)รงค์อย่างนี้ค่ะอันนี้คือbestpracticesคืะ(อ)แนวทางที่เราสามารถเผยแพร่ให้คนอื่นรับรู้ได้ว่านี่ถ้าทำตามนี้แล้วมัน่(จ)า(ะ)ประสบความสำเร็จนะแล้วมันจะดีอย่างนี้ค่ะเป็นแบบนี้นะคะหรือมีแนวทางแบบ(นักศึกษา)เหมือนๆกับชงๆกาแฟน่ะครับ(อาจารย์)ชงก(อ)า(ะ)แ(ท)ฟ(ำ)อย่างไรชงกาแฟถึงจะอร่อยมันไม่ใช่ทุกคนจะสามารถชงกาแฟอร่อยจริงไหม(นักศึกษา)ใช่ครับ(อาจารย์)มันจะต้องมีมันจะต้องมีสูตรสำเร็จอันนี้ล่ะคือbestpracticesอันนี้คือเขาผ่านการทำมาหลายรอบแล้วเหมือนการทำวิจัยค่ะbestpracticesก็คือการทำวิจัยทำไปหลายรอบแล้วรอบที่1อาจจะไม่ประสบความสำเร็จรอบที่2345จนสุแ(ด)ล(ท)้ายว(แ)ค(ล)ื(้)อ(ว)รอบที่1นี่เราอาจจะใส่ส่วนประกอบสัดส่วนนี้(ๆ)ส่วนประกอบสัดส่วนนี้ใช่ไหมคะอย่างเช่นครูไปสั่งที่เ(ร)อ(้)านค(ภ)อ(า)ป(ส)ู(ก)ช(ร)ี(ณ)โ(์)น(ว)ร(่)้(า)อ(เ)น(อ)((า)น(ค)ั(า)ก(ป)ศ(ู)ึ(ช)ก(ิ)ษ(โ)า(น))(่)ผ(ร)ม(้)ไ(อ)ป(น)เรียนนี่ชงน้ำชามาครับ(อาจารย์)ชงน้ำชา(นักศึกษา)ชาเขียวชาโกโก้(อาจารย์)อ๋อโอซ(.)ึ(เ)่(ค)ง(.)มันก็จะมีสูตรมันก็(่)จ(ะ)ะ(เ)ม(ห)ี(็)ส(น)ู(ไ)ต(ห)ร(ม)ซึ่งแต่ละที่น่ะค่ะแต่ละโรงเรียนน่ะที่เราไม(ป)ั(ก)น(็)จะไม่เหมือนกันอันนี้คือสูตรแบบ(อาจารย์)มันจะไม่เหมือนกันๆถน(ื)ี(อ)้(ว)ค(่)ื(า)อ(เ)ก(ข)าทำจนแบร(บ)ประสบความสำเร็จนะคะแล้วถ้าเผยแพร่เป็นวิทยาธ(ท)านไปมันก็จะเป็นไม่ต้องเก็บค่าอะไรใช่หรือเปล่าแต่ถ้าเขาเกิดแต่ถ้าเกิดเขาไม่ทำเป็นวิทยาทานเขาทำเป็นแบบขายความรู้ขายแฟรนซ์(ไ)ชา(ส)ย(์)อย่างนี้มันก็จะออกไปแนวเชิงธุรกิจนะคะผลตอบแทนที่ได้มาก็จะออ(เ)ก(ป)ม(็)า(น)เป็นเม็ดเงินนะคะเป็นถ้าให้ไปฟรีมันก็ได้บุญนะมองไม่เห็นแต่ได้บุญมัน(แ)ก(บ)็(บ)ไ(น)ด(ี)้บุญ(ค)น(่)ะซึ่งแบบนี้นะคะถ้าเขาทำซ้ำๆใส่อะไรปริมาณเท่าไรประม(ต)าณ(ม)นี้ซึ่งลำดับการใส่มันจะมีผลต(ก)่(ั)อ(บ)รสชาตินะคะอันนี้ครูก็พอรู้อยู่อ(ฉ)ย(ะ)่(น)า(ั)ง(้)นี้(น)เ(ะ)ข(ค)า(ะ)เรียกว่าเป็นbestpracticesเหมือนกันอยา่กชงชาเขียวร้อนให้อร่อยก็ตาม1.ส่วนประกอบนะคะสัดส่วนตามที่เขาบอก2.ลำดับในการใส่มีความสำคัญต่อรสชาตินะคะโอ.เค.เรามีความเข้าใจในคำว่าbestpracticesแล้วนะคะก็คือแนวทางปฏิบัติที่ดีที่จะทำให้ประสบความสำเร็จในเรื่องอะไ(ใ)ร(ด)ก็แล้วแต่นะคะต้องผ่านการทดลองมาแล้วหลายรอบนะคะก็คือเป็นการทำวิจัยนั้(่)นแห(ล)ล(่)ะเก็บผลจนม(แ)ั(บ)น(บ)โอ.เคอ(.)อ(จ)ก(น)ม(ไ)า(ด)เ(้)ป(ร)็(ู)น(ป)โ(แ)ม(บ)เ(บ)ด(ม)ล(า)รูปแบบหนึ่งเราีเรียกว่าmodelนใ(ะ)คะแล้วเราก็สอ(า)ย(ม)ารถก(เ)ท(ผ)ำ(ย)แบ(พ)บ(ร)น(่)ี(ไ)้(ป)ใครอยห(า)้(ก)ทำอันนี้ให้ได้รสชาติแบบนี้จะต้องทำตามโมแ(เ)บ(ด)บ(ล)นี้นะเราเรียกว่าbestpracticesนะคะแื(น)อ(ว)ก(ท)าร(ง)ปฏิบัติที่ดีเราจะเห็นว่านะคะความรู้เดิมๆที่เคยที่เคยมีมานี่แต่เราผ่านเราผ่านการทำวิจัยผ่านการทดลองมาหลายรอบนะคะอันนี้เราจะเรียกว่าlessonslearnedlessonslearnedนะคะหรือbestก็คือทำจนมันดีที่สุดแล้วเขาเรียกว(ก)่(า)า(ร)ถอดบทเรียนในแต่ละเรื่องเลยนะคะbestpracticesก็คือการถอดบทเรียนฉะนั้นนะคะสิ่งที่หน่วยงานหลายๆหน่วยงานนี่จะต้องให้ความสนใจและไม่มองข้ามไปก็คือเรื่องเหล่านี้ก็คือการให้ความสำคัญกับความรู้แฝงที่อยู่ในตัวแต่ละคนนะคะแล้วก็เน(อ)ำ(า)มาศึกษาวิจัยอย่างจริงจังนะคะใส่ใจจริงๆว่าคนนี้ทำไมเขาประสบความสำต(เ)้(ร)อ(็)ง(จ)ทำไมคนนี้เขามีความสุขอย่างนี้ค่ะทำอย่างไรถึงจะมีความสุขทำอย่างไรถึงจะประสบความสำเร็จในชีวิตทำอย่างไรจะรวยอะไรอย่างนี้นค(ะ)่(ค)ะคราวนี้การจัดเก็บหลังจากที่เราได้เรียนรู้ได้ยกระดับความรู้ขึ้นมาแล้วนะคะก็จะมีการจัดเก็บเอาไว้เพื่อเผยแพร่เพื่อส่งต่อข้อมูลนี้ให้คนอื่นนี้(ะ)ค่ะ่ไม่อย่างนั้นถ้าสมมุติว่าสูตรสำเร็จขพ(อ)งภาษ(ส)กรณ์นี่จ(ภ)าสกรณ์เ(จ)ร(า)ื(ก)่(โ)อ(ล)ง(ก)นี้ไปความรู้มันก็จะไปด้วยนะคะถ้าไม่มีการถ่ายทอดเอาไว้ว่าให้ทำแบบนี้นะคะมันก็จะจบไปด้วยนะคะเหมือนภูมิปัญญาที่เราเห็นชัดๆอ(เ)ย(ช)่นภูมิปัญา(ญ)ง(า)การถ(ท)อผ้าอย่างนี้ค่ะการทำอะไรที่แบบคนเฒ่าคนแก่ทำน่ะคนเฒ่า่คนแก่ทำน่ะคนที่เรียนรู้ได้ก็คือลูกหลานในบ้านนั้นแต่ถ้าเกิดหมดยุคของผู้เฒ่าผู้แก่ในยุคนั้นไปความรู้มันก็หายไปด้วยนะคะถ้าเราไม่มีการจัดเก็บรวบรวมเอาไว้แต่ถ้าเกิดมีการstoreเอาไว้คือจัดเก็บเอาไว้นี่คนรุ่นหลังก็สามารถมาอ่านอ๋อถ้าทำแบบนี้แลก(้)็(ว)จะประสบความสำเร็จถ้าทำแบบนี้แ้ล้วจะทอผ้าได้ถ้าแบบอย่างนี้ค่ะคือจัดเก็บความรู้เอาไว้นะคะคราวนี้นะคะอันนี้ที่พูดไปนี้(่)มันเป็นความรู้ชัดแจ้งเราเห็นชัดเจนแต่คราวนี้ถ้ามันเป็นการจัดการคึวามรู้ที่มันฝังลึกล่ะนะคะการจัดการความรู้ฝังลึกนะคะมันไม่ได้งา่ายเหมือนการจัดการความรู้ที่เรามองเห็นชัดเจนนะคะเนื่องจากว่าความรู้ฝังลึกนี้(่)มันเป็นความรู้มที่มีที่มันมีชีวิตจิตใจที่มันอยู่ในตัวเราน่ะเรารู้ว่าอันนี้มันถูกถูกใจกับถูกต้องน่ะเลือกอันไหนๆถามตัวเองมีเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึั้นนะคะเราจะเลือกทำอะไรสักอย่างหนึ่งตามใจตัวเองเขาเรียกถูกใจแต่สิ่งที่ทำน่ะมันไม่ถูกต้องทำไหมแต่บางคนก็อาจจะทำนะคะแต่บางคนก็นึกได้ฉุดคิดได้ก็ไม่ทำนะคะคือไม่ทำแต่มันฝืนใจมันรู้สึกฝืนใจแต่มันก็ต้องฝืนใจนะคะฉะนั้นนะคะถูกใจกับถูกต้องนี่มันจะๆไม่ไปด้วยกันมันจะยากถูกใจแล้วถูกต้องด้วยนี้มันจะดีมากนะคะเราทำแบบนี้เราชอบแล้วมันเป็นสิ่งที่ถูกต้องอย่างนี้ค่ะอันนั้นควรทำเป็นสิ่งที่ดีนะคะเป็นbestนะคะbestpracticesได้แต่ถ้าเกิดเราถูกใจแต่มันไม่ถูกต้องถ้าเกิดเรามีวิจารณญาณเรามีสติอย่างนี้ค่ะเราก็จะไม่ทำนะคะคราวนี้นะคะถ้าความรู้ที่มันอยู่ในแต่ละคนน่ะที่มันเป็นแบบฝัก(ง)ลึกน่ะแล้วเราไม่มีการถ่ายทอดมีจ(ก)ั(า)ด(ร)เก็บเอาไว้เป็นรูปเป็นลักษณะของรูปธรรมเช่นเก็บไว้เป็นไฟล์บันทึกทำวิดีโอไว้อัดวิดีโอไว้ถ่ายทอดค(ไ)วามรู้เขียนตำรับตำราอะไรไว้ม(เ)ั(ร)น(า)ไม่ได้เก็บไว้น่ะค่ะความรู้มันก็จะหายไปออย่างที่อาจารย์บอกไปเหมือนกับความรู้องค์ความรู้ที่อยู่กับผู้เฒ่าผู้แก่ที่ทอเสื่อทอผ้าอะไรพวกนี้นะคะพอๆหมดยุคไปความรู้ก็ผู้เฒ่าผู้แก่ล้มหายตายจากไปนะคะความรู้มันก็จะหายไปด้วยคราวนี้การจัดการความรู้ที่เป็นแบบฝังลึกนะคะก็จะเริ่มตั้งแต่พอมันอยู่ในตัวนะคะอยู่ในตัวแต่ละคนฉะนั้นถ้าเราอยากถ่ายทอดต่อแบบไม่ฝืนใจก็คือถ่า(ม)ย(ี)ท(ใ)อ(จ)ด(แ)ฉ(บ)ะ(่)น(ง)เ(ป)ั้นถ้าเ(ใ)ร(ห)า(้)ย(ค)า(น)ก(อ)ถ(ื)่ายทอ(น)ด(น)ต(ะ)่(ค)อ(ะ)คนอื่นก็จะมาเรียนรู้ร่วมกันอ(เ)ย(ช)่าง(น)โค้กมีเทคนิคดีง(ๆ)ในการชงชาอย่างนี้คะต้องถามว่าโค้กไปเรียนมาแล้วหรือโค้กรู้เกิดมาแล้วรู้เลยมันเก(ป)็นอันนี้คือรู้โดยไปเรียนแต่บางความรู้นี้(่)อย่างบ้านเบนมีการปู่ย่าตายายมีความรู้เกี่ยวกับการทอเสื่ออย่างนี้นะสมมุตินะคะเบนก็เลยมีความรู้เกี่ยวกับงานถ(ท)อเสื่อถามว่าเบนอยากถ่ายทอดให้คนอื่นไหมถจ(้)ะ(า)มีใจอยากแบ่งปันให้คนอื่นนะคะวิธีการที่จะแบ่งปันน่ะมันมีวิธีการไหนบ้างอาจจะเรียนรู้ร่วมกันนะคะหรือสร้างองค์ความรู้ขึ้นมาแล้วก็อันนี้เป็นอธฺ(ิ)บายเกี่ยวกับการจัดการความรู้ที่เป็นแบบฝังลึกนะคะมีใจแบ่งปันหมายถึงว่ามีความเป็นห่วงว่าอันนี้มันเป็นองค์ความรู้ทีเ(่)่(เ)รามีนะคะมันเป็นความสามารถพิเศษเฉพาะตัวเราหรือมันเป็นเทคนิคที่เราค้ฉ(น)พบเราอยากแบ่ะ(ง)ต(ป)ันให้คนอื่นไหว(ม)เรามีความเป็นห่วงเพื่อนเรามีเทคนิคในการเรียนหนังสือให้เก่งทำอย่างไรเราถึงจะเรียนเก่งน่ะค่ะโค้กก็มีเทคนิคว่า1.เราต้องอ่านหนังสือก่อนนอนวันละ1ชั่วโมงอันนี้คือเทคนิคนะคะก่อนนอนนี่อยู่ที่ไหนก็ตามเราต้องมีการทบทวนเนื้อหาตำรับตำราทำการบ้านนะคะคือมีเทคนิคแต่ละคนนี่มันก็จะต่างกันไปนะคะทีนี้เพื่อนแ(อ)ต(ี)่(ก)ล(ค)ะ(น)ค(ห)นึ่งนะคะคือวิชาไหนก็ตกวิชาไหนก็ไม่ผ่านโค้กก็เลยมีความชัยณรงค์นี่ล่ะมันสนิทกันชัยณรงค์เรียนวิชาไหนก็ติดfอย่างนี้ค่ะพอไปด้วยกันกับภาสกรณ์เรียนวิชาไหนก็ได้aนี้(่)มันต่างกันนะอ(ช)ัน(ย)น(ณ)ี(ร)้(ง)ค์ก็เลยื(ม)อ(ี)ความเป็นห่วงนะคะเอ๊ย!พ(ภ)ง(า)ษ(ส)กรณ์มีความเป็นห่วงชัยณรงค์ว่าทำอย่าญ(ง)น(ไ)รดีจะทำอย่างไรนะค์(ะ)มีความเป็นห่วงเป็นใยมันต้องเริ่มจากท(ม)ี่(ใ)ม(จ)ี(ท)ค(ี)ว(่)า(จ)ม(ะ)แบ่งปันองค์ความรู้ที่อยู่ในตัวเองให้คนอื่นก่อนนะเขาเรียกการsแ(h)บ(a)่(r)ง(e)ป(ก)ันนะคะจริงๆแล้วอ(พ)ั(ว)น(ก)นี้มันเป็นวัฒนธรรมไทยอยู่แล้วนะคะ(น(ค)ั(ร)ก(า)ศ(ว)ึ(น)ก(ี)ษ(้)า(เ))(ม)ต(ื)้(่)องแ(ๆ)ช(เ)ร์นะ(อาจา(ม)ร(ี)ย(ใ)์(จ))(ท)ค(ี)ร(่)า(จ)ว(ะ)น(แ)ี(บ)้(่)เ(ง)ม(ป)ื(ั)่(น)อ(แ)เ(ล)ร(้)า(ว)ม(น)ี(ะ)ใ(ค)จ(ะ)พร้อมที่จะแบ่งแปันแล้วนะคะเราก็พร้อมที่จะเกิดการเรียนะคะ(ร)เ(ู)ข(้)า(ร)เ(่)ร(ว)ี(ม)ย(ก)ก(ั)ก(น)า(น)ร(ะ)ท(ค)อ(ะ)ด(เ)บ(ข)ท(า)เรียน(ก)การถอดบทเรียนบางทีอาจจะถอดบทเรียนจากข้อผิดพลาดนะคะเราสามารถเกิดการเรียนรู้จากได้จากข้อผิดพลาดก็ได้อย่างเช่นเบนพึ่งเกิดอุบัติเหตุมาตอนนี้ก็รู้แล้วว่าต่อไปจะต้องไม่ขับรถเร็วถ้าเจอสุนัขนอนอยู๋(่)หมานอนอยู่กลางถนนเราก็อย่าขับไปใกล้มันเราก็ขับเลี่ยงไปอย่างนี้ค่ะอันนี้คือประสบการณ์ตรงนะ่(ค)ะที่มันเกิดขึ้นแล้วเราก็จะระวังเราจะมีระมัดระวังมากขึ้นเบนก็จะมาเตือนเพื่อนให้ระวังอย่าขับรถเร็วอย่าว(ง)นี้นะคะเราสามารถเรียนรู้ได้จากประสบการณ์ตรงของต(เ)ั(ร)ว(า)เองหรือเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงของคนอื่นประสบการณ์คนอื่นน่ะแล้วเราเห็นเราก็เกิดการเรียนรู้เราก็ต้องระมัดระวังนะอย่างนี้นะคะสร้างองค์ความรู้ให้กับตัวเองแล้วนำไปใช้งานนะคะคราวนี้เรามาดูโมเดลปลาทูนะคะปลาทูไม่ใช่ปลาวาฬการทำkmนะคะถามว่ามันเป็นเรื่องที่เข้าใจง่ายไหมสามารถสอ(ื)ธ(่)ิ(อ)บ(ส)าย(ร)ไ้ด้ไหมมันก็เป็นเรื่องที่อธิบายยากถ้ามันไม่มีโมเดลที่เห็นชัดเจนนะคะก็เลยยกตัวอย่างโมเดลปลาทูมาให้ดูนะคะในการการทำkmเป็นการอุปมานะคะkmท(น)ำ(ั)ไ(้)ม(น)เป็นปลาทูตัวหนึ่งทำไมถึงเอาปลาทูทำไมไม่เอาปลาฉลามใครไม่รู้จักปลาทูบ้างยกมือไม่มีเคยทานไหมคะปลาทูมีรสชาติอย่างไรถ้าสมมุติอาจารย์เอาเนื้อปลามาวาง((ใ)อ(ห)า(้)จ(ช)า(ิ)ร(ม)ย(น)์(ี))(่)แล้วให้ชิมน่ะเราจะรู้ไหมว่าอันนี้คือปลาทูอันนี้คือปลาหมออันนี้คือปลาช่อนอันนี้คือปลาหมึกอันนี้อย่างนี้ค่ะเราสามารถแยกได้ไหมว่าอันไหนคือปลาทู(ไ(น)ห(ั)น(ก)บ(ศ)อ(ึ)กม(ษ)า)ไส(ด)ิ(้)ว(ค)่ะได้ครับ(อาจารยป(์)ล())า(ง)ท(ั)ู(้)ม(น)ี(บ)ร(อ)ส(ก)ช(ม)าต(ส)ิว่าย(ป)ั(ล)ง(า)ไ(ท)ง(ู)มัีนมีรสชาติอย่างไร(นักศึกษา)ปลาทูเนื้อมันจะเป็นเค็มๆ(อาจารย์)เนื้อมันจะเป็นเค็มๆ(อาจารย์)ปลาทูจะมีกลิ่นเฉพาะตัวจ(1)ะ(.)รับรู้ได้โว(ด)ยจมูกมีรสชาติเฉพาะตัวทุกคนต้องเคยกินเพราะเคยยกตัวอย่างโมเดลปลาทูคือปลาทูอ๋อถ้าพูดถึงปลาทูทุกคนก็จะอ๋อปลาทูนะปลาทูประกอบด้วยส่วนไหนบ้าง(นักศึกษา)หัว(อาจารย์)หัวนะคะ(นักศึกษา)ตัว(อาจารย์)ตัวนะคะแล้วก็ส่วนหางอันนี้คือmodelปลาทูนะคะคราวนี้เรามาด่(ู)ส่วนหัวทำหน้าที่อะไรส่วนหัวปลานี่มันคือเป้าหมายของการจัดการความรู้นะคะคือเวลาที่เราจะจัดการความรู้เรื่องอะไรนี่เราจะต้องรู้ก่อนว่าเราจะทำไปเพื่ออะไรทำไมต้องทำอย่างนี้ค่ะเราต้องด(ร)ู้ก่อนมันมีปัญหาใช่ไหมถึงทำหรือมันไม่ปัญหาแต่มันน่าสนใจเหมือนหัวข้อโครงงานเราน่ะเหมือนโปรเจ็กต์เอกเทศที่เราทำอยู่ตอนนี้น่ะmodelปลาทูทำอย่างไรทำไมเรทำไมเราถึงอย่าง(ก)ทำเรื่องนี้ต้องตอบได้ก่อนมันมีปัญหาใช่ไหมระบบเดิมหรือมันไม่มีปัญหาแต่ตอนนี้มันเป็ฯ(น)เทรนดั(์)มันน่าสนใจแล้วเราก็เลยหยิบขึ้นมาทำหรือมันเป็นความชอบส่วนตัวครับผมผมชอบเล่นเกมผมก็เลยสนใจจะพัฒนาเกมผมชอบiotผมก็เลยสนใจที่จะทำiotอย่างนี้ค่ะฉะนั้นเราต้องรู้เป้าหมายก่อนค่ะว่าเราจะทำไปเพื่ออะไรนะคะหัวก็คือเป้าหมายหรือวิศ(ส)ัยทัศน์ขท(อ)ี(ง)่(ก)จ(า)ะ(ร)จัดการความรู้นะคะประเด็นที่เรานำมาจัดการความรู้นั้นมันเป็นๆประเด็นเรื่องอะไรต้องตอบได้ก่อนนะคะมันสอดคล้องกับอะไรบ้างเป้าหมายขององค์กรไหมยุทธศาสตร์ไหมต้องตอบได้ก่อนนะคะถ้าเราตอบได้แล้วโอ.เค.การทำkm.นะคะส่วนหัวปลาทูก็คือคนที่ทำหน้าที่เขาเรียกคนเอื้อคนเอื้อหมายถึงคนที่คอยช่วยดูแลสอดส่องหัวปลาลองสังเกตเวลาปลาว่ายน้ำไปนี้(่)ส่วนไหนไปก่อน(นักศึกษา)ส่วนหาง(อาจารย์)ปลาว่ายน้ำถอยหลังไหม(นักศึกษา)ส่วนที่เอาอย่างนี้แข่งขันเรือยาวส่วนไหนเข้าเส้นชัยก่อน(นักศึกษา)ส่วนหัว(อาจารย์)เห็นไหมมันสอดคล้องกันไงถ้ามีแค่หัวไปได้ไหม(นักศึกษา)ไม่ได้(อาจารย์)ไม่ได้นะคะไม่มีตัวไม่มีหางก็ไปไม่ได้นะคะแต่ส่วนแรกที่จะทำหน้าที่ให้การจัดการkmเกิดขึ้นนี่ส่วนหัวนี่คนที่ทำหน้าที่เอื้อนะคะดูแลจัดการควบคุมให้เกิดไม่ให้ไปผิดทางน่ะเอาอย่างนี้แล้วกันคือส่วนเ(ห)ร(ั)า(ว)ต้องรู้ก่อนว่าเราจะทำโครงงานเอกเทศเรื่องนี้ไปเำพื่ออะไรทำไปทำไมนะคะอันนี้คือส่วนหัวทำหน้าที่ควบคุมตัวนี้นะคะสอดส่องดูแลนะคะไม่ให้ไปผิดทางอันนี้คือหน้าที่ของส่วนหัวปลาทูนะคราวนีะ(้)ส่วนตัวนะคะknowledgesharingนะคะksืถือว่าเป็นส่วนที่มีความสำคัญนะเพราะว่าการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ถือเป็นหัวใจของการทำkmนะคะกระบวนการนี้มันจะเริ่มต้นที่การทำกิจกรรมเท(พ)ี(ื)่อสร้างความคุ้นเคยกันก่อนเราเคยไปร่วมกิจกรรมที่ไหนที่เขามีการละลายพฤติกรรมกันไหมเคยไหมคะอะเข้าค่ายลูกเสือก็ได้ค่ะจะต้องมีการทำกิจกรรมแบบให้รู้จักคุ้นเคยกันก่อนอย่างน้อยคนที่นั่งข้างเราก็ต้องรู้จักกันก่อนอย่างนี้ค่ะสร้างความคุ้นเคยกันก่อนพอเริ่มคุ้นเคยนะคะบรรยากาศการแลกเปลี่ยนเรียนรู้มันก็จะ(นักศึกษา)ดีขึ้น((ม)อ(ั)า(น)จ(ไ)า(ม)ร(่)ย(เ)์(ค))(ร)ด(ี)ี(ย)ข(ด)ึ(น)้(่)น(ะ)มันไม่ตึงเครียดบรรยากาศในการในห้องน่ท(ะ)ี(ค)่ะบรรแ(ย)ล(า)กาเ(ศ)ป(ห)ล(้)ี(อ)่(ง)ย(ใ)นการที่ค(เ)ว(ร)าม(จ)ร(ะ)ู(แ)้(ล)กเปลี่น(ย)ั(น)เรียนรู้กันที่(ใ)เ(น)ร(ก)าจะ(ร)ทำkmน่(ี)ะ(่)มันควรจะเป็นต(ห)้องที่แส(บ)บนั่า(ง)ย(แ)ต(ล)้วสบอ(า)ง(ย)โล่งนะคะเป็นกันเองไม่เครียดไม่เป็นบรรยากาศแบบเป็นทางการมากเวลาที่เราจะจัดกิจกรรมที่เป็นkmนะคะเป็นที่โล่งตึกนี้จะจัดkmอยู่เรื่อยๆห้องโถงข้างล่างเคยมาดูไหมคะมหาวิทยาล่(ั)ะ(ย)จะมีการจัดกิจกรรมkmอยู่ทุกปีนะคะเราต้องเราี(เ)รียนอยู่ตึกนี้อยู่แล้วเราต้องสังเกตว่าช่วงนี้เขาจัดkmนะเราก็มุ(า)ดูนะคะแต่ละหน่วยงานจะนำเสนอkmของตัวเองขึ้นมาปีนี้ซึ่งส่วนที่นำมาจัดkmก็คือส่วนที่มันเป็ี(น)ปัญหาหรือส่วนที่มันเป็นเทรนด์ที่สนใจอย่างที่ครูบ(พ)อ(ู)ก(ด)ไปนะคะเราจะนำมาๆจัดเป็นการจัดการความรู้นะคะพอเราจัดkm.เสร็จปุ๊บมันเป็นแนวทางปฏิบัติทุกสามารถนำไปปฏิบัติตามแนวทางนี้ได้เราเรียกว่าbestpracticesนะคะอันนี้คือกลุ่มแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซ(เ)ึ(ช)่ง(น)เราอยากเรียนรู้เรื่องเดียวกันทำอะไรดีล่ะทำสื่อกลุ่มสืื่อก็แเ(ย)ล(ก)ื(อ)อกไเ(ป)อ(น)า(ะ)ไ(ค)ป(ะ)เราก็สามารถคุยกันจัดการล(ค)ุ(ว)่(า)มรู้แบบแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันได้นะคะในกลุ่มเล็กๆก็จะมีคนที่ทำหน้าที่เป็นหัวปลาทูนะคะควบคุมให้วันนี้เราจะคุยกันเรื่องรูปแบบในการทำสื่อนะแบบนี้ค่ะก็ต้องไปในทิศทางเดียวกันอีกกลุ่มหนึ่งไม่ทำสื่อค่ะทำระบบก็ต้องแยกกลุุ่่มออกไปจัดการเกี่ยวกับการทำระบบนะคะเราก็จะคุยกันเรื(s)่(t)อ(e)ง(p)ของการทำระบบนะคะซึ่งมันก็จะต่างกันกับกลุ่มที่ทำสื่อนะคะสื่อตเ(้)ร(อ)า(ง)ทำอะไรบ้างเริ่มจากการวาดstoryboardการทำระบบมันไม่ต้องวาดstoryboardไงนะคะมันก็จะเป็นรูปแบบนี้นะคะคราวนี้การสร้างกลุ่่มแลกเปลี่ยนเรียนรู้นะคะในการจัดการความรู้นี่อาจจะเป็นกลุ่มเล็กๆนะคะลากเก้าอี้มาคุยกันได้เลย3456คนนะคะไม่ควรเป็นรูปแบบที่เป็นทางการมากใ(เ)น(ว)ก(ล)ารที่เราจะทำkmนะคะจะเป็นรูปแบบการเล่าสู่กันฟังมากกว่านะคะผลัีดกันเล่าในประสบการณ์ที่ไปในเรื่องเดียวกันนคะอย่างการท่องเที่ยวอย่างเช่นkmเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเราก็มาแชร์กันว่าเ(ใ)ร(ค)า(ร)ชอบแนวไหนการท่องเที่ยวมันมีหลายแนวนะคะสมมุติวันนี้ครูจะจัดกิจกรรมkmนะคะแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับงานอดิเรกหรือสถานที่ท่องเที่ยวที่แต่ละคนชอบโดยแจ(บ)ั(่)ด(ง)กลุ่่มตามท(ป)ี(ร)่(ะ)แ(เ)ต(ภ)่(ท)ล(ข)ะ(อ)ค(ง)น(ส)ช(ถ)อ(า)บ(น)โ(ท)ด(ี)ย(่)แ(ท)บ(่)่(อ)งก(เ)ล(ท)ุ(ี)่ยวสมมุตินะา(ค)ม(ะ)ใครที่ชอบไปเที่ยวทะเลแยกไปอีกกลุ่มหนึ่งนะคะใครที่ชอบไปเที่ยวมันมีอะไรไปวัดไปไหว้พระพ(ภ)ง(า)ษ(ส)กรณ์ก็จะนำทีมไปเพราะภง(า)ษ(ส)กรณ์ชอบไปไหว้พร(ั)ะ(ด)นะคะก็แยกไปอีกกลุ่มหนึ่งกลุ่มที่ชอบไปเที่ยวทะเลก็ไปกลุ่มที่ชอบไปเที่ยวต่างประเทศก็แยกออกไปกลุ่มที่ชอบไปเที่ยวน้ำตกภูเขาก็จะแยกออกไปอย่างนี้ค่ะก็จะแยกเป็นกลุ่มตามคท(ว)ี(า)่(ม)สนใจนะคะแล้วเราก็แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันว่าใครเร(ค)า(ย)ไปเที่ยวที่ไหนอะไรอย่าก(ง)ั(ไ)น(ร)มาบ้างนะคะให้รู้จักblackgroundของแต่ละคนบ(แ)ล้วเราถึงจะเริ่มแ็(ล)กเก(ป)ลี่ยนเรียนรูา(้)ว(ก)ด(ั)์(น)นะคะคราวนี้เป็นปัจจัยนะคะที่จะทำให้จัดกิจกรรมkmประสบความสำเร็จนะคะมีหลายตัวก็คือการสร้างความเป็นกันเองในกลุ่มนะคะสร้างบรรยากาศให้เกิดขึ้นเวลาทน(ี)ะ(่)คุยกันนะให้คุยกันมันมีรสชาติน่ะค่ะใครไปแล้วเป็นอย่างไรไปเที่ยวที่ไหนอะไรอย่างไรอย่างนี้ค่ะอันนี้ครูยกตัวอย่างเรื่องที่มันใกล้ตัวนะส่วนมากการจัดการความรู้ท(น)ี่เราก็จะยกตัวอย่างอย่างที่คณะเราทำคณะวิทยาศาสตร์ทำอย่างเช่นส่งเสริมสนับสนุนให้เรียนภาษาอังกฤษสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษอย่างนี้ค่ะก็จะมีวิธีการมีขั้นตอนที่สอดคล้องกับการสนับสนุนให้บุคคลากรเก่งภาษาอัง(น)ก(ะ)ฤ(ค)ษ(ะ)ให้นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์นี่เก่งภาษาอังกฤษต้อ็(ง)ไปคิดกระบวนการมาอันนี้คือการจัดการความรู้นะคะอีกกลุ่มหนึ่งคือของคณะเรามี2เรื่องนะคะอีกเรื่องหนึ่งก็คือการพัฒนาตัวเองเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการนะคะก็คือเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์รองศาสผ(ต)ู(ร)้(า)ช(จ)่(า)ว(ร)ย์ศาสตราจารย์นี่ค่ะทำอย่างไรให้มันมีผลงานทางวิชาการตีพิมพ์ทำวิจัยก็จะมีขั้นตอนนะคะก็จะคม(ุ)ี(ย)กา(ั)ร(น)แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันก็จะเป็นแนวประมาณนี้นะคะคราวนี้สำคั(่)ญ(ว)ไ(น)หม(า)ค(ง)ะ(ส)ส(ำ)่(ค)ว(ั)น(ญ)ห(ไ)า(ห)ง(ม)ปลาทูอย่างที่บอกไปถ้ามีแค่หัวกับตัวมันก็ไปไม่ได้นะว่ายน้ำไม่ได้นะส่วนหางก็คือคลังความรู้ค่ะที่เราศึกษามาแล้วเราจะท(น)ำไปใช้ในการทำทำอย่างา(ไ)น(ร)นะคะkm(a)นะคะac(s)c(s)ess(t)knowledgeac(s)c(s)etนะคะเขาหมายความว่าคลังความรู้ที่ได้จs(า)s(ก)การเสาะแสวงหาค้นคว้านะคะโดยความรู้คลังความรู้นี้จะมาทั้งจากcontentความรู้ชัดแจ้งก็คืเ(อ)เราไปค้นมาจากแหล่งที่น่าสนใจแหล่งนี่อาจจะไม่เใ(ป)ช(็)่(น)ห้องสมุดนะคะถ้าเกิดมีคนบอกว่ามีปราชญ์ชาวบ้านอยู่เราก็ลงไปค่ะไปคุยไปเก็บข้อมูลนะคะเพื่อให้ได้ความรู็(้)ฝึ(ั)ก(ง)ลึกอันนี้เป(ค)็(ื)น(อ)ลักษณะของการไปเก็บข้อมูลนะคะสำหรับให้บุคคลากรได้ศึกษาและนำไปใช้ศ(ใ)ึ(น)การทำษ(ง)านในองค์กรนะคะฉะนั้นนะคะคลังความรู้เก(ร)็(า)จะมาทั้งจากความรู้ชัดแจ้งก็คือไปดูมาจากตำรับตำราหนังสือศาสตร์วิชานะคะหรือไปสอบถามความรู้ที่อยู่ในตัวบุคคลนะคะแล้วก็นำมาเก็บเป็นคลังความรู้ไว้สร้างเป็นbeastpracticesแล้วใครจะทำงานตรงนี้ต้องทำตามขั้นตอนนี้นะนี้นะอย่างนี้ค่ะตัวหางปลาก็เปรียบเขาเปรียบเสมือนถังความรู้นะคะนะคะถังน่ะสำหรับเก็บความรู้นะคะจัดเก็บไว้เป็นหมวดหมู่มันจะได้ง่ายตอนที่ค้นเราอยากรู้เรื่องอะา(ไ)รเห(ร)าก็ค้นว(ต)ามนร(ะ)ู(ค)้(ะ)ค้นตามหมวดหมู่นั้นอาจจะรวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้วยนะคะเราอย่าลืมว่าสิ่งสำคัญที่สุดของการทำkmก็คือการนำควาส(ม)ิ(ร)่(ู)ง(้)ที่ได้นี่ไปสู่การปฏิบัตินะคะคือพูดให้ชัดๆก็คือจะต้องมีการactionเกิดน(ข)่(ึ)ะ(้)นะ(น)ค(่)ะมันถึงจะเกิดประโยชน์เราพูดแต่เ(ว)ร(่)าทำตามขั้นตอน12345นี้เราก็ต้องทำนะคะุถ้ามีแค่หลักการเ(ม)ร(ั)า(น)จะไม่เห็นผลที่ทำอย่างเช่นครูบอกว่าการเขียนโปรแกรมนะคะใครอยากเขียนโปรแกรมได้ให้ทำตามขั้นตอนที่12345ทุกคนก็อ่านอ่านจบปุ๊บเราเขียนโปรแกรมได้ไหมไม่ได้นะคะเราต้องลงมือทำเช่นขั้นตอนที่1เราจะเขียนโปรแกรมได้ก็ต่อเมื่อเราต้องฝึกทำโจทย์เยอะๆอย่างนี้ค่ะฉะนั้นเราจะเขียนโปรแกรมได้เราก็ต้องมาทำโจทย์น(ค)่ะต้องมาฝึกเขียนโปรแกรมมันerค(r)่(o)ะ(r)บ้างมันมีบ(b)ั(u)ค(g)เราก็แก้ฝึกแก้ไขไปเราจะได้เก่งขึ้นตัวนี้คือประสบการณ์นะคะเขาเรียกว่าจะต้องมีการกระทำลงมือทำน่ะมีactionนะคะมันถึงจะเกิดประโยชน์คุ้ม(ณ)ค่านะคะในการทำkmคราวนี้วิธีการจัดการนะคะทั้งความรู้ชัดแจ้งแล้วก็(ะ)ความรู้ฝังลึกนี่(ะ)ค่ะจัีดการถ่ายทอดให้คนอื่นรู้แล้วนำไปใช้ประโยชน์ให้เหมาะสมนะคะทั้งแ่ก่ตัวเราเองแล้วก็แก่หน่วยงานเป้าหมายปลายทางของการจัดการความรู้ก็เพื่อนำไปเผยแพร่ต่อเป็นแนวทางปฏิบัติที่ดีให้คนอื่นทำตามทำตามได้นะคะแก้ไขปัญหาในองค์กรได้อย่างนีะ(้)ค่ะอันนี่(้)คือการจัดการความรู้นะคะทำอย่างไรคราวนี้วิธีการยกตัวอย่างเช่นเราจัดการความรู้โดยการจัดประชุมอบรมสัมมนาน่ะค่ะเราจะผลักดันให้บุคคลากรเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการนะคะก็จัดประชุมเชิงปว(ฏ)ิบัช(ต)า(ิ)การขึ้นมาอย่างนี้ค่ะเป็นตัวอย่างหรือไม่จัดในสถานที่พาไปดูงานจัดให้มีการศึกษาดูงานนะคะหรือแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันทำได้หลายวิธีนะคะหรือถ้าในองค์กรเองเราอาจจะแบบทำเป็นมุมกาแฟทุกวันพุธให้มาคุยกันเรื่องการทำเอกสารตำราก็จะมีพี่เลี้ยงคนที่เคยทำไปแล้วประสบความสำเร็จมาแชร์ให้ฟังว่าทำอย่างไรมีคนมาบอกแนวทางน่ะค่ะอันนี้คือวิธีการนะคะถ้าเห(ก)า(ิ)ก(ด)เป็นนอกหน่วยงานเราก(อ)็(า)จะ(จ)ิ(ะ)เชิญๆมาสร้างแรงบันดาลใจห้องไ(เ)ห(ร)ม(า)ไ(น)ม(ี)่เคยเข้าฟัล(ง)ย(ก)ห(า)รมาพื(ู)อ(ด)กรณีที่แบบสร้างแรงบันดาลใจไหมไม่เคยเลยเหรือก็สาขาก็ทำอยู่บ่อยๆนะสร้างแรงบันดาลใจในการประกอบอาชีพทางด้านคอมพิวเตอร์อย่างนี้ค่ะรุ่นของบ๊อบบี้มีไหมมีทำไมรุ่นนี้ไม่มีหลังๆไม่ค่อยจัดนะไม่ค่อยมีแต่มหาลัยน่ะมีนะคะการพูดเพื่อสร้างแรงบันดาลใจนะคะก็คือการเชิญผู(ค)้(น)ที่ประสบความสำเร็จในเรื่องนั้นๆน่ะมาเล่าให้ฟังนะคะเขาเรียกการสร้างแรงบันดาลใจนะคะเราก็จะมีกำลังใจบางทีนะคะเราเจอปัญหาในชีวิตอย่างนี้ค่ะมันมีคนมาจุดประเด็นเรื่องใดเรื่องหนึ่งหรือทำให้เราฉุกคิดได้มันจะทำให้เราหันหันเหแนวคิดไปในทิศทางที่มันถูกต้องแก้ปัญหาได้ดีขึ้นอย่างนี้นะคะหรือไม่ก็ไม่อยากคุยกับใครนะก(ค)็(ะ)จัดเป็นมุมหนังสือไว้ให้ไปอ่านไปค้นคว้าบางทีไม่อยากคุยกับใครแต่มันมีเอกสารเขียนเป็นแนวทางปฏิบัติไว้เราก็ไปอ่านนะคะหรือไปดูมีคลิปมีวิดีโอมีอิส(น)ื(เ)่(ท)อร์เน็ตให้searด(c)ู(h)อย่างนี้ค่ะเราสามารถทำอย่างนี้ก็ได้ตอนนี้มันมีสื่อมากมายให้เราสามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันได้นะคะอะโอ.เค.ประเด็นสุดท้ายนะคะให้นักศึกษาคิดประเด็นการจัดการความรู้นะคะทำเป็นกลุ่(ร)ม(า)อยากจัดการความรู้เรีื่องอะไรทำเป็นกลุ่มนะคะ1.ชื่อเรื่องที่เราสนใจที่เราจะจัดการความรู้เราอยากจัดการเรื่องอะไร2.วิธีการเราอยากจัดการเรื่องอ(น)ะไร2ว(ค)ิ(ะ)ธ(ใ)ี(น)การจัดการทำอย่างไรจอมันดับไปแล้วบ๊อบแล้วเราจะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันนะคะว่าแต่ละเรื่องที่ทำกลุ่มหนึ่งกี่คนดี4คน12344คนพอดีครูว่าช่วยกันคิดประเด็นในการจัดการความรู้คิดเรื่องขึ้นมาก่อนค่ะเราอยากจัดการความรู้เรื่องนี้ยกตัวอย่างเช่นทำอย่างไรเ(ถ)ธ(ึ)อ(ง)จะเก่งภาษาอังกฤษหรือทำอย่างไรถึงจะเขียนโปรแกรมหร(ไ)ื(ด)อ(้)ทำอย่างไรจะพัฒนาappได้อันนี้ถือเป็นการจัดการความรู้หมดนะคะหรือเอาเรื่องที่แบบเราชอบก็ได้ทำอย่างไรถึงจะเล่นกีฬาเก่งจัดการความรู้แบบนี้หรือเอาโครงงานดีไหมมันก็จะเป็นรูปธรรมอันน(เ)ี(อ)้จะ(า)ไม่บังคับเอาเรื่องที่เราสนใจนักศึกษาสนใจนะคะแบ่งกลุ่มตามความสนใจน(แ)ะ(ล)ค(้)ะ(ว)เสนอหัวข้อมาก่อนเรีื่องที่เราอยากไปจัดการเอาชื่อเรื่องแล้วก็วิธีการว่าจะทำอย่างไรนะคะในการจัดการความรู้เรื่องนั้นๆน่ะกลุ่มละ1เรื่องเราอยากบริหารจัดการเรื่องอะไรบอกชื่อเรื่องมาแล้วบอ(ก)ก(็)วิธีการที่เราจะไปจัดการอย่างที่โค้กเหมือนตัวอย่างที่โค้กพูดมาน่ะอันนั้นเป็นตัวอย่างวิธีการเอ(ห)ย(ม)่(ื)า(อ)ง(น)bestpracticesน่ะค่ะเหมือนกันนั่นล่ะการจัดการความรู้ก็คือเพื่อให้ได้แนวทางปฏิบัติที่ดีที่เป็นแบบbestpracticeนั้(่)นแหละนะคะต้องคิดเรื่องขึ้นมาก่อน(นักเรียน)เรื่องอะไรก็ได้หรือครับ(อาจารย์)ได้เรื่องอะไรก็ได้ค่ะเรื่องที่เราสนใจ1เรื่องแล้วเราก็ชวนสมาชิกนะคะกลุ่มหนึ่ง4คนกลุ่มละ4คนพอนะพ(ค)อ(ะ)ก็จะมีหูดี2หูไม(ห)่(น)ด(ว)ี(ก)2อยู่ด้วยกันนะคะเรียนรู้ด(ร)้(่)วย(ม)กันเรื่องน(อ)ะไรก็ได้ค่ะที่เราสนใจ1เรื่องแล้ะ(ว)ให้บอกวิธีการอย่างโค้กบอกว่าผมจะจัดเ(ก)ป(า)็(ร)น(ค)วามรู้เรืิ(่)ธ(อ)ี(ง)การปลูกกุหปลูกกุหลาบครับให้บอกวิธีการทำอย่างไรปลูกกุหลาบป(แ)ลู้(ว)กอ(ุ)ย(ห)่(ล)างไร(บ)มันถึงจะงาท(ม)มันจะไม่ตายนะคะต้องเตรียมอะไรปลูกอย่างไรที่ไหนสภาพอากาศอย่างไรอะไรอย่างไรแปัจจัยอะไรอย่างนี้ค่ะใช้เวลาแลกเปลี่ยนใช้เวลาคิดนานไหมทุกเรื่องเลยทุกกลุ่มเลยอ(ต)ั(อ)นนี้4โมงครึ่ง30นาทีเสนอเรื่องมาก่อนเดี๋ยวอาจารย์พิมพ์หัวข้อไว้ให้นะเราจะได้เลือกอะเดี๋ยวช่วงนี้เบรกก่อนนะ10นาทีค่ะเบรค(ก)ก่อนไปทานน้ำไปเข้าห้องน้ำได้ค่ะเดี๋ยวเบรกก่อนพี่ล่ามจะได้เบรกด้วยนะคะโอ.เค.อะช่วงนี้เสนอประเด็นมาค่ะแล้วอาจารย์จะพิมพ์หัวข้อไว้บนกระดานให้มีเรื่องอะไรบ้างใ(ท)ห(ี)้(่)เราสนใจจะไปจัดการคำว่า“ไปจัดการ”ก็คือเสนอแนวทางที่เป็นวิธีการขึ้นมาเพื่อให้เรื่องนั้นสามารถแก้ปัญหาหรือไปสได้นะคะเสนอเรื่องอะไรบ้างว(ู)่า(ป)ม(ล)าเลยค่ะตอนนี(ท)้(า)เ(ง)บ(ป)รคนะสัก1(บ)0(ค)น(ว)าที(นักศึกษ(ม)า(ส))(ำ)เรื่องอะไรก(็)็(จ)ได้(อาจารย์)(น)ใ(่)ช(ะ)่(เ)ค(ส)่(น)ะ(อ)เรื่องอะไรก็ได(บ)้ในกล(า)่(ง)ุ(ว)่มเสนอ(า)มาคะเดี๋ยวอาจาร(ล)ย์(ค)จ(่)ะพิมพ์หัวข้(ต)อไว้(น)ใ(น)ห(ี)้เืนกล่ล่่กลุุ่มกลุุ่มกลุุ่มกลุุุ่่มกลุุุ่่(บ)ม(ร)กลุ่ก(น)ล(ะ)่(ค)ุ(ะ)่(ส)ม(ั)กล่(1)ุ(0)ุ(น)ุ(า)่(ท)ม(ี)
Public file