﻿WEBVTT

1
00:00:00.000 --> 00:00:04.000

2
00:00:04.003 --> 00:00:08.003

3
00:00:08.005 --> 00:00:12.005

4
00:00:12.008 --> 00:00:16.008

5
00:00:16.009 --> 00:00:20.009

6
00:00:20.013 --> 00:00:24.013

7
00:00:24.014 --> 00:00:28.014

8
00:00:28.016 --> 00:00:32.016
โอเคค่ะ

9
00:00:32.020 --> 00:00:36.020
(อาจารย์) สวัสดีค่ะ สวัสดี

10
00:00:36.021 --> 00:00:40.021
คราวที่

11
00:00:40.021 --> 00:00:44.021
แล้วไม่ได้ติดค้างอะไรกันใช่ไหม

12
00:00:44.023 --> 00:00:48.023
อ๋อไม่ได้ติดห้องนี้ ติด

13
00:00:48.025 --> 00:00:52.025
อีกห้องหนึ่ง

14
00:00:52.029 --> 00:00:56.029

15
00:00:56.029 --> 00:01:00.029

16
00:01:00.031 --> 00:01:04.031

17
00:01:04.035 --> 00:01:08.035
Ց

18
00:01:08.038 --> 00:01:12.038

19
00:01:12.040 --> 00:01:16.040
โอเคค่ะ สัญญาณรบกวนหายไป

20
00:01:16.042 --> 00:01:20.042
พร้อมนะคะ

21
00:01:20.043 --> 00:01:24.043
พร้อมนะคะ

22
00:01:24.044 --> 00:01:28.044
วันนี้เราจะพูดถึงหลักการ

23
00:01:28.046 --> 00:01:32.046
การบริหารจัดการให้องค์กรนะคะ พูดถึงหลักการ

24
00:01:32.046 --> 00:01:36.046
จะได้รู้จักองค์กรด้วยว่า เราจะใช้

25
00:01:36.048 --> 00:01:40.048
ในองค์กรนะคะเรามีหลักการหรือ

26
00:01:40.049 --> 00:01:44.049
มีองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องอะไรบ้าง

27
00:01:44.050 --> 00:01:48.050
คราวนี้พอพูดถึงองค์กร บุคลากร

28
00:01:48.051 --> 00:01:52.051
ที่สำคัญขององค์กรเลย ก็คือผู้บริหาร

29
00:01:52.052 --> 00:01:56.052
ทุกหน่วยงานนะคะ จะมีการแบ่งแผนก

30
00:01:56.052 --> 00:02:00.052
ในการทำงานนะคะ 1 แผนกที่มีความสำคัญ

31
00:02:00.053 --> 00:02:04.053
นะคะ บุคลากรกลุ่มนั้นก็คือผู้บริหารนะคะ

32
00:02:04.053 --> 00:02:08.053
ซึ่งการแบ่งประเภทของผู้บริหารจำลอง

33
00:02:08.054 --> 00:02:12.054
เป็น 4 กลุ่มด้วยกัน 4 ประเภท

34
00:02:12.055 --> 00:02:16.055
ผู้บริหารกลุ่มแรกเราจะเรียกว่า CEO

35
00:02:16.055 --> 00:02:20.055
เคยได้ยินไหมคะ เคยนะ ก็คือ

36
00:02:20.056 --> 00:02:24.056
เป็นผู้บริหารสูงสุดขององค์กรก็คือ CEO

37
00:02:24.057 --> 00:02:28.057
จะได้ยินอยู่แต่บางที่เราจะได้ยิน

38
00:02:28.058 --> 00:02:32.058
CIO อย่างนี้ค่ะ ซึ่ง

39
00:02:32.060 --> 00:02:36.060
บางคนอาจจะมองว่ามันต่างกันอย่างไร

40
00:02:36.062 --> 00:02:40.062
ถ้าเป็น CEO นี่เราดูจาก

41
00:02:40.062 --> 00:02:44.062
คำเต็มนะคะ E อ่ะคือ

42
00:02:44.063 --> 00:02:48.063
คือสูงสุดนะคะ

43
00:02:48.064 --> 00:02:52.064
Exevutive คือผู้บริหารสูงสุด

44
00:02:52.079 --> 00:02:56.079
ขององค์กรแล้ว ถ้าเป็นราชภัฎ

45
00:02:56.080 --> 00:03:00.080
ใครเป็นผู้บริหารสูงสุด

46
00:03:00.080 --> 00:03:04.080
เราคิดว่าใครเป็น CEO

47
00:03:04.082 --> 00:03:08.082
ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครของเรา

48
00:03:08.084 --> 00:03:12.084
ใครคะ ใครเป็นผู้บริหารสูงสุด

49
00:03:12.085 --> 00:03:16.085
อันนี้ถาม

50
00:03:16.086 --> 00:03:20.086
ปี 4 เราคิดว่า

51
00:03:20.088 --> 00:03:24.088
ใครเป็นผู้บริหารสูงสุดของราชภัฏ

52
00:03:24.089 --> 00:03:28.089
อธิการบดี

53
00:03:28.092 --> 00:03:32.092
มีกี่คน

54
00:03:32.092 --> 00:03:36.092
ราชภัฏสกลนครมีอธิการบดีกี่คนคะ

55
00:03:36.095 --> 00:03:40.095
อ๋อ ไม่มีเลยหรอ

56
00:03:40.096 --> 00:03:44.096
เราเคยเข้าไปดูในเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยไหม

57
00:03:44.097 --> 00:03:48.097
เคย แล้วเคยเข้าไปดูใน Menu

58
00:03:48.098 --> 00:03:52.098
ผู้บริหารไหมคะ ไม่เคยเลยเหรอ

59
00:03:52.100 --> 00:03:56.100
ลองเข้าไปดูนะคะ ปกติแล้วผู้บริหารสูงสุดนี่

60
00:03:56.100 --> 00:04:00.100
จะมีคนเดียวนะคะ แล้วก็จะมีทีม

61
00:04:00.101 --> 00:04:04.101
นะคะ ที่เป็นทีมบริหารที่จะรองลงมา

62
00:04:04.102 --> 00:04:08.102
แต่ถ้าเกิดเป็น CEO ของราชภัฏฯ ก็คือ

63
00:04:08.103 --> 00:04:12.103
อธิการ ถ้ากรมอย่างนี้ก็จะเป็น

64
00:04:12.118 --> 00:04:16.118
อธิบดีนะคะ ชื่อตำแหน่งจะเป็นประมาณนี้

65
00:04:16.120 --> 00:04:20.120
แต่ถ้าเกิดเป็น CIO ก็เป็นผู้บริหารเหมือนกัน

66
00:04:20.122 --> 00:04:24.122
จะดูแลทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศขององค์กรนั้น

67
00:04:24.123 --> 00:04:28.123
นะคะ เพราะ I คือ Information นะคะ

68
00:04:28.124 --> 00:04:32.124
แต่ถ้าเป็น E คือ Exclusive

69
00:04:32.126 --> 00:04:36.126
แต่ CIO นี่จะดูแลพวกระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ

70
00:04:36.128 --> 00:04:40.128
ขององค์กรนะคะเป็นหลัง ก็จะมี

71
00:04:40.129 --> 00:04:44.129
CFOF

72
00:04:44.131 --> 00:04:48.131
เกี่ยวกับทางด้านการเงิน ของทางด้านหน่วยงาน

73
00:04:48.131 --> 00:04:52.131
ก็คือ Operation Officer

74
00:04:52.133 --> 00:04:56.133
ผอ. คณะบดี อย่างนี้ค่ะ

75
00:04:56.133 --> 00:05:00.133
ก็คือถือว่าอยู่ในส่วนของผู้บริหารของ

76
00:05:00.133 --> 00:05:04.133
ในแต่ละภาคส่วนของคณะบดี

77
00:05:04.134 --> 00:05:08.134
ก็จะเป็นอันนี้คือผContextMenuู้บริหารนะคะของแต่ละองค์กร

78
00:05:08.135 --> 00:05:12.135
คราวนี้

79
00:05:12.137 --> 00:05:16.137
งานของผู้บริหารมีอะไรบ้างนะคะ ถ้าเป็นผู้บริหารใหม่

80
00:05:16.137 --> 00:05:20.137
ก็จะมีหน้าที่

81
00:05:20.137 --> 00:05:24.137
ส่วนหนึ่ง อย่างหนึ่ง หรือผู้บริหารที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ

82
00:05:24.139 --> 00:05:28.139
ก็จะมีนะคะ ผู้บริหารทีม

83
00:05:28.139 --> 00:05:32.139
เรียกผู้บริหารนะคะ ผู้ประกอบการ ผู้บริหารทางด้านการเมืองนะคะ

84
00:05:32.141 --> 00:05:36.141
อันนี้คืองาน งานกว้าง ๆ

85
00:05:36.144 --> 00:05:40.144
นะคะ และบทบาทของผู้บริหารนะคะ

86
00:05:40.144 --> 00:05:44.144
มองว่าผู้บริหารก็คือคนที่ทำ

87
00:05:44.147 --> 00:05:48.147
ให้องค์การนะคะ ไปถึงจุดสูงสุด

88
00:05:48.148 --> 00:05:52.148
หรือประสบความสำเร็จโดยอาศัยคนอื่น

89
00:05:52.149 --> 00:05:56.149
ทำงานร่วมกันนะคะ ผู้บริหารจึงต้องมีทักษะ

90
00:05:56.149 --> 00:06:00.149
มีประสบการณ์นะคะ ถึงจะทำให้องค์กร

91
00:06:00.150 --> 00:06:04.150
ไปถึงเป้าหมายปลายทางที่ตั้งเอาไว้

92
00:06:04.151 --> 00:06:08.151
สิ่งที่ผู้บริหารควรมีคือ มีทักษะ

93
00:06:08.153 --> 00:06:12.153
แล้วมีประสบการณ์นะคะ ทักษะนี่ทางด้าน

94
00:06:12.154 --> 00:06:16.154
การสื่อสารนะคะ การสร้างแรงจูงใจนะคะ

95
00:06:16.155 --> 00:06:20.155
การมีบุคลิกภาพที่มีความเป็นผู้นำนะคะ

96
00:06:20.156 --> 00:06:24.156
มีความรู้ ความคิดสร้างสรรค์

97
00:06:24.161 --> 00:06:28.161
ควรจะมีความสามารถทางด้านบริหารจัดการ

98
00:06:28.161 --> 00:06:32.161
ในองค์กรเองนะคะ ซึ่ง

99
00:06:32.162 --> 00:06:36.162
องค์ประกอบขององค์กร ไม่ว่าจะเป็นการจัดการด้านงบประมาณ

100
00:06:36.163 --> 00:06:40.163
นะคะ เทคโนโลยีสารสนเทศในองค์กร

101
00:06:40.165 --> 00:06:44.165
จัดการเกี่ยวกับการวางแผน ติดตาม การดำเนินงาน

102
00:06:44.166 --> 00:06:48.166
นะคะ ให้เป็นไปตามแผนนะคะ

103
00:06:48.167 --> 00:06:52.167
อันนี้เป็นข้อมูลบางส่วนสำหรับหน้าที่ที่ผู้บริหารควรมี

104
00:06:52.169 --> 00:06:56.169
คราวนี้ประเภทของงานหรือกิจกรรม

105
00:06:56.170 --> 00:07:00.170
การจัดการ ควรจะมองอะไรบ้าง

106
00:07:00.171 --> 00:07:04.171
อาจจะจัดการให้มีการทำงานเป็นทีม

107
00:07:04.172 --> 00:07:08.172
แล้วแต่องค์กรนะคะ แต่ส่วนมาก

108
00:07:08.173 --> 00:07:12.173
ขององค์กรนี่จะเน้นการทำงานเป็นทีม

109
00:07:12.175 --> 00:07:16.175
อย่างเราจบไป เราไปทำงานเราไปทำ

110
00:07:16.176 --> 00:07:20.176
วิเคราะห์ระบบอย่างนี้ค่ะ เราก็ไปทำสว่นวิเคราะห์ระบบ

111
00:07:20.176 --> 00:07:24.176
มันก็คือส่วนงานหนึ่ง ซึ่งในทีม

112
00:07:24.177 --> 00:07:28.177
คือตอนเรียนนี้ เราอาจจะทำเองทุกอย่าง

113
00:07:28.179 --> 00:07:32.179
มาวิเคราะห์ระบบเอง มาเขียนเอง

114
00:07:32.179 --> 00:07:36.179
ไปทำงานในหน่วยงานจริง ๆ แล้ว นักศึกษา

115
00:07:36.181 --> 00:07:40.181
จะได้ทำงานแค่ส่วนที่เราถนัด ถ้า

116
00:07:40.182 --> 00:07:44.182
เราถนัดวิเคราะห์ระบบ เราก็วิเคราะห์แต่ละบบ

117
00:07:44.182 --> 00:07:48.182
เราก็ไม่ได้ไปเขียนโปรแกรม แต่ถ้าเราถนัด

118
00:07:48.183 --> 00:07:52.183
เขียนโปรแกรม นักศึกษาไปเขียนโปรแกรม

119
00:07:52.184 --> 00:07:56.184
มันก็จะมีแผนกนะคะ แล้วแต่ความถนัดความสามารถ

120
00:07:56.186 --> 00:08:00.186
ของแต่ละคน ในองค์กร ผู้บริหารก็มีหน้าที่

121
00:08:00.187 --> 00:08:04.187
จัดการให้แต่ละแผนกนี่ทำงานเป็นทีม

122
00:08:04.191 --> 00:08:08.191
มีหน้าที่ในการมองบุคลากร

123
00:08:08.191 --> 00:08:12.191
แต่ละคนว่าควรพัฒนาไปในทิศทางใด

124
00:08:12.192 --> 00:08:16.192
มีความสามารถในการสร้าง หรือรักษามาตรฐานขององค์กร

125
00:08:16.193 --> 00:08:20.193
ที่ควรเป็นนะคะ กำหนดระดับ

126
00:08:20.194 --> 00:08:24.194
ผลงาน หรือติดตามผลการดำเนินงาน

127
00:08:24.208 --> 00:08:28.208
ของแต่ละฝ่าย ให้วิสัยทัศที่ชัดเจน

128
00:08:28.209 --> 00:08:32.209
นะคะ มีการวางวิสัยทัศน์ขององค์กร

129
00:08:32.210 --> 00:08:36.210
นะคะ ป้องกันหรือหยุดการขัดแย้งหรือ

130
00:08:36.211 --> 00:08:40.211
ความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นนะคะ อันนี้

131
00:08:40.212 --> 00:08:44.212
เป็นประเภทงานหรือกิจกรรม บริหารจัดการในองค์กร

132
00:08:44.226 --> 00:08:48.226
กระตุ้นคนในองค์กร

133
00:08:48.227 --> 00:08:52.227
นะคะ ให้มีความกระตือรือร้น

134
00:08:52.228 --> 00:08:56.228
Active ในการทำงาน มีความสามารถ

135
00:08:56.229 --> 00:09:00.229
ในการบริหารจัดการในสภาพวิกฤติที่เกิดขึ้น

136
00:09:00.230 --> 00:09:04.230
ของผู้บริหาร จัดการความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ขององค์กร

137
00:09:04.231 --> 00:09:08.231
นะคะ ไม่ว่าความเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นมาจาก

138
00:09:08.232 --> 00:09:12.232
สภาพเศราฐกิจ สภาพกฎหมาย

139
00:09:12.237 --> 00:09:16.237
ข้อมูลภายนอกองค์กร หรือภายในองค์กร

140
00:09:16.237 --> 00:09:20.237
เองนะคะ ผู้บริหารก็จะต้องมีหน้าที่

141
00:09:20.239 --> 00:09:24.239
ที่เกิดขึ้นนะคะ มีความสามารถใน

142
00:09:24.241 --> 00:09:28.241
เพราะเราไม่รู้ว่าคนหลากหลายประเภท

143
00:09:28.241 --> 00:09:32.241
มาอยู่ในองค์กรเดียวกัน แต่ละคนเป็นอย่างไร

144
00:09:32.241 --> 00:09:36.241
ในการบริหารจัดการได้ มีความสามารถในการ

145
00:09:36.243 --> 00:09:40.243
ตัดสินใจ นะคะ ทุกกรณีที่เกิดขึ้น

146
00:09:40.243 --> 00:09:44.243
เพราะเราจะเห็นว่า เวลาที่เขียนกฎหมายนี้ค่ะ

147
00:09:44.244 --> 00:09:48.244
หรือร่างระเบียบกติกาอะไรก็แล้วแต่นี่ ก็จะ

148
00:09:48.244 --> 00:09:52.244
ขึ้นอยู่กับใคร ก็คือขึ้นอยู่กับผู้บริหาร

149
00:09:52.245 --> 00:09:56.245
ของคนที่สูงสุดในเรื่องนั้นน่ะ

150
00:09:56.245 --> 00:10:00.245
คนที่มีหน้าที่บริหารนี่มีหน้าที่ตัดสินใจ

151
00:10:00.246 --> 00:10:04.246
ในการวางแผนนะคะ แล้วก็

152
00:10:04.246 --> 00:10:08.246
การวางแผนมันมีหลายส่วน

153
00:10:08.247 --> 00:10:12.247
การจัดสรรทรัพยากรในองค์กร ให้

154
00:10:12.248 --> 00:10:16.248
มีความพอเพียง เพียงพอ และ

155
00:10:16.251 --> 00:10:20.251
มีความเป็นธรรมนะคะ อันนี้เป็นกิจกรรมแล้วการบริหาร

156
00:10:20.253 --> 00:10:24.253
ในองค์กร นี่พูดถึงภาพรวม

157
00:10:24.254 --> 00:10:28.254
ไม่ได้เฉพาะว่าเป็นราชฏัช

158
00:10:28.255 --> 00:10:32.255
ที่ลิสต์ออกมาให้ดูว่า งานในองค์กร

159
00:10:32.256 --> 00:10:36.256
มันก็จะมีกิจกรรมประมาณนี้แหละ พัฒนาคน

160
00:10:36.258 --> 00:10:40.258
พัฒนางานนะคะ คราวนี้สารสนเทศเพื่อการบริหาร

161
00:10:40.260 --> 00:10:44.260
นะคะ MIS ประกอบด้วยองค์ประกอบ

162
00:10:44.260 --> 00:10:48.260
3 ส่วน ทำไมพูดถึง MIS มาก่อน

163
00:10:48.262 --> 00:10:52.262
เพราะว่า MIS ถือเป็นระบบสารสนเทศ

164
00:10:52.263 --> 00:10:56.263
ที่ทุกองค์กรต้องมี หรือถ้ายังไม่มี

165
00:10:56.264 --> 00:11:00.264
ก็คือควรมี นะคะ เพราะมันเป็นการนำข้อมูล

166
00:11:00.265 --> 00:11:04.265
ที่มีการจัดเก็บแต่ละวันนี่ค่ะ

167
00:11:04.267 --> 00:11:08.267
มาทำเป็น Information ที่ใช้ประโยชน์ได้มากกว่า

168
00:11:08.279 --> 00:11:12.279
แค่เก็บไว้นะคะ เขาเรียกว่าระบบ MIS

169
00:11:12.279 --> 00:11:16.279
ความหมายไปก่อนนะ แล้วจะให้ทำงานทีหลัง

170
00:11:16.279 --> 00:11:20.279
ว่าถ้าครูพูดถึง MIS

171
00:11:20.290 --> 00:11:24.290
อาจารย์จะให้เราไปค้นข้อมูล

172
00:11:24.291 --> 00:11:28.291
องค์กรไหนก็ได้ที่เรามีความสนใจ

173
00:11:28.293 --> 00:11:32.293
นะคะ ว่าพอเราไป เราอาจจะไปค้นโดย

174
00:11:32.294 --> 00:11:36.294
ไปดูในเว็บไซ๖์ หรือ ถ้าเราไป

175
00:11:36.295 --> 00:11:40.295
Ցสอบถามดูว่าในองค์กรนี้มีการแชร์ระบบอะไรบ้าง

176
00:11:40.296 --> 00:11:44.296
นะคะ แต่ถ้าเราเกิดไม่สะดวกในการเดินทางไป

177
00:11:44.298 --> 00:11:48.298
แต่เรารู้แหล่งว่าเขามีการประชาสัมพันธ์

178
00:11:48.300 --> 00:11:52.300
องค์กรผ่านเว็บไซต์นี้ เราลองเข้าไปดูสิ

179
00:11:52.301 --> 00:11:56.301
ที่เราสนใจน่ะ มีการใช้ระบบสารสนเทศ

180
00:11:56.302 --> 00:12:00.302
ด้านไหนบ้างนะคะ ที่แต่แน่ ๆ จะต้องมี

181
00:12:00.303 --> 00:12:04.303
นะคะ เป็นตัวจัดการงาน ลูทีน

182
00:12:04.319 --> 00:12:08.319
งานย่อยสุดขององค์กรนั่นละ นะคะ

183
00:12:08.327 --> 00:12:12.327
MIS นะคะ จะพูดถึงอยู่ 3 ส่วนก็คือ

184
00:12:12.328 --> 00:12:16.328
ลักษณะโครงสร้างขององค์กร และเทคโนโลยี

185
00:12:16.328 --> 00:12:20.328
แล้วก็การจัดการนะคะ โดยในองค์กรจ

186
00:12:20.328 --> 00:12:24.328
บุคลากรนะค คนนั่นล่ะ

187
00:12:24.329 --> 00:12:28.329
ก็คือพูดโดยภาพรวมก็คือบุคลากรขององค์กร

188
00:12:28.329 --> 00:12:32.329
นะคะ โครงสร้างขององค์กรเป็นอย่างไร

189
00:12:32.330 --> 00:12:36.330
ที่รวมกันก่อตั้งขึ้นมา มีหน้าที่หลักอะไร

190
00:12:36.331 --> 00:12:40.331
มีวัฒนธรรมองค์กร การเมือง สิ่งแวดล้อม

191
00:12:40.332 --> 00:12:44.332
การทำงานเป็นอย่างไรนะคะ อันนี้คือภาพรวมขององค์กร

192
00:12:44.333 --> 00:12:48.333
คราวนี้เทคโนโลยี คราวนี้พูดถึงเทคโนโลยี

193
00:12:48.335 --> 00:12:52.335
Hardware Software

194
00:12:52.346 --> 00:12:56.346
นะคะ รวมถึงการติดต่อสื่อสารโทรคมนาคม

195
00:12:56.346 --> 00:13:00.346
กับหน่วยงานภายนอกนะคะ ส่วนการจัดการ จะพูดถึง

196
00:13:00.348 --> 00:13:04.348
บทบาทของผู้บริหารเป็นอย่างไร ระบบการ

197
00:13:04.348 --> 00:13:08.348
เป็นอย่างไร การวางแผนเป็นอย่างไร

198
00:13:08.349 --> 00:13:12.349
อันนี้ก็จะดูที่แผน

199
00:13:12.350 --> 00:13:16.350
คราวนี้ สารานเทศกับองค์กรนะคะ

200
00:13:16.351 --> 00:13:20.351
ก็คือทำอย่างไรระบบสารสนเทศ

201
00:13:20.352 --> 00:13:24.352
เป็นเรื่องของการออกแบบให้เกิดประโยชน์และประสิทธิภาพ

202
00:13:24.368 --> 00:13:28.368
และมีประสิทธิภาพสูงสุดนะคะ โดยจะต้องมองถึง

203
00:13:28.369 --> 00:13:32.369
ทั้งโครงสร้างขององค์กรนั้น ๆ

204
00:13:32.370 --> 00:13:36.370
วัฒนธรรมหมายถึงการทำงาน

205
00:13:36.371 --> 00:13:40.371
ของคนในองค์กรที่เคยปฏิบัติมา

206
00:13:40.372 --> 00:13:44.372
อันนั้นคือวัฒนธรรมนะคะ ซึ่งเวลาเราจะเอาระบบ

207
00:13:44.372 --> 00:13:48.372
เข้าไปในองค์กรใดก็แล้วแต่นี่ วัฒนธรรมขององค์กร

208
00:13:48.374 --> 00:13:52.374
มีผลกับการใช้ระบบกับไม่ใช้ระบบ

209
00:13:52.374 --> 00:13:56.374
ยกตัวอย่างเช่น หน่วยงานหนึ่ง

210
00:13:56.376 --> 00:14:00.376
ปกติแล้วเวลาไปทำงาน

211
00:14:00.377 --> 00:14:04.377
เขาก็จะมีการเซ็นต์เวลา หน่วยงานราชการส่วนมาก

212
00:14:04.377 --> 00:14:08.377
เรียกง่าย ๆ ราชการ โรงเรียน

213
00:14:08.392 --> 00:14:12.392
เคยทำงานผ่านมานะคะ อย่างโรงเรียนนี่เราต้องไปทำงานก่อน

214
00:14:12.393 --> 00:14:16.393
ก่อนแปดโมงครึ่ง

215
00:14:16.395 --> 00:14:20.395
คือทุกคนต้องไปลงเวลาก่อน 8.30

216
00:14:20.396 --> 00:14:24.396
เขาก็จะมีการขีดเส้น อันนี้คือวัฒนธรรม

217
00:14:24.397 --> 00:14:28.397
ของไทยเลยนะ โรงเรียนนี่ ใคร

218
00:14:28.398 --> 00:14:32.398
แดง ใครเซนเวลาหลังเส้นแดงแปลว่ามาสาย

219
00:14:32.399 --> 00:14:36.399
อันนี้คือวัฒนธรรมองค์กรนะคะ วันดีคืนดี

220
00:14:36.407 --> 00:14:40.407
เราสนใจที่จะพัฒนาระบบรูดบัตรเลยค่ะ

221
00:14:40.408 --> 00:14:44.408
ทำบัตรให้บุคลากรให้ทุกคนในโรงเรียน

222
00:14:44.409 --> 00:14:48.409
เราก็เอาบัตรนี้ไปเสียบ แล้วมันก็จะตอก

223
00:14:48.410 --> 00:14:52.410
ตอกเวลาใส่บัตรน่ะ เคยเห็นบัตรรูดไหม

224
00:14:52.412 --> 00:14:56.412
แล้วมันก็จะมีเครื่องตอกบัตร

225
00:14:56.413 --> 00:15:00.413
ที่ ที่เราไปถึง เราก็ไปตอกบัตร

226
00:15:00.415 --> 00:15:04.415
อันนี้คือวัฒนธรรมเปลี่ยนไปนะคะ

227
00:15:04.416 --> 00:15:08.416
แล้วก็จะเก็บข้อมูลในระบบนะคะ ว่าใครมาสายไม่สาย

228
00:15:08.424 --> 00:15:12.424
ในบัตรนะคะ ในเดือน ๆ หนึ่งก็จะมีการขาดลามาสาย

229
00:15:12.425 --> 00:15:16.425
กี่คน ใครบ้างอะไรอย่างนี้ มีผลต่อการประเมิณ

230
00:15:16.426 --> 00:15:20.426
ความดีความชอบปลายปีมา อะไรอย่างนี้

231
00:15:20.427 --> 00:15:24.427
คือการเปลี่ยน เปลี่ยนจากแบบหนึ่งไปอีกแบบหนึ่ง คราวนี้

232
00:15:24.429 --> 00:15:28.429
ถ้าคนในองค์กรเขาโอเค เขาแฮปปี้

233
00:15:28.430 --> 00:15:32.430
นะคะ ไม่มีปัญหา แต่ถ้าเกิดองค์กรเขาไม่ O.K

234
00:15:32.431 --> 00:15:36.431
เขาใช้แบบนี้ดีอยู่แล้ว เหมือนเวลาเราทำ

235
00:15:36.432 --> 00:15:40.432
หรืออะไรก็แล้วแต่ ที่เราไปติดต่อเขาแล้วบอกว่าดีมาก

236
00:15:40.433 --> 00:15:44.433
แต่เขากลับไม่เห็นว่ามันดี แต่ระบบเดิมที่เขามีอู่

237
00:15:44.435 --> 00:15:48.435
นี่มันดีอยู่แล้ว คือมันเป็นไปไม่ได้

238
00:15:48.436 --> 00:15:52.436
ที่เขาจะมาใช้ระบบเรา ถ้าเขามองระบบเรา

239
00:15:52.436 --> 00:15:56.436
มันไม่ได้ดีจริงนะคะ อันนี้คือความยากในการปรับเปลี่ยนวัฒนธรรม

240
00:15:56.437 --> 00:16:00.437
นะคะ พูดถึงวัฒนธรรมองค์กร

241
00:16:00.437 --> 00:16:04.437
คนเคยทำเคยเป็นนี่ถ้าเราจะไปเปลี่ยนนี่มันยาก

242
00:16:04.439 --> 00:16:08.439
คราวนี้นะคะ พูดถึงคาวมสัมพันธ์นะคะ

243
00:16:08.440 --> 00:16:12.440
ถ้าเป็นกลยุทธข้อบังคับ

244
00:16:12.455 --> 00:16:16.455
ขั้นตอนนี้ ทุกองค์กรต้องมีถ้า

245
00:16:16.455 --> 00:16:20.455
จะใช้ระบบสารสนเทศก็ต้องมองไปที่ ฮาร์ดแวร์

246
00:16:20.467 --> 00:16:24.467
และการเผยแพร่ข้อมูลข่าสาร การสื่อสาร

247
00:16:24.472 --> 00:16:28.472
โทรคมนาคม อันนี้คือความสัมพันธ์กันแยกไม่ออกนะคะ

248
00:16:28.472 --> 00:16:32.472
ถ้ามีกลยุทธมีแผน

249
00:16:32.473 --> 00:16:36.473
ให้ทุกหน่วยงานนี่ใช้ระบบสารสนเทศ

250
00:16:36.473 --> 00:16:40.473
ที่เป็นแบบออนไลน์อย่างนี้ค่ะ

251
00:16:40.475 --> 00:16:44.475
ต้องไปดูแล้วว่าหน่วยงานหรือแผนกนั้นมีอุปกรณ์

252
00:16:44.475 --> 00:16:48.475
ที่ซัพพอร์ตเกี่ยวกับระบบออนไลน์ไหม

253
00:16:48.477 --> 00:16:52.477
มี Internet มีอะไรที่พร้อมกับระบบออนไลน์หรือเปล่า

254
00:16:52.478 --> 00:16:56.478
อันนี้คือความสัมพันธ์กันนะคะ

255
00:16:56.479 --> 00:17:00.479
ผู้บริหารก็ต้องดูนะคะว่าถ้าไม่มี

256
00:17:00.481 --> 00:17:04.481
มันก็คือการลงทุน อยากให้ใช้แต่ไม่มี

257
00:17:04.482 --> 00:17:08.482
ต้องไปหามา นะคะ หาทั้ง Software ฐานข้อมูล

258
00:17:08.482 --> 00:17:12.482
แล้วก็การติดต่อสื่อสาร อันนี้คือความสัมพันธ์กัน

259
00:17:12.483 --> 00:17:16.483
ซึ่งการใช้ระบบสารสนเทศในองค์กร

260
00:17:16.484 --> 00:17:20.484
มันก็ขึ้นอยู่กับนโยบายขององค์กรนั้นด้วยนะคะ

261
00:17:20.485 --> 00:17:24.485
เห็นว่าควรมีนะคะ ผู้บริหารก็จะ

262
00:17:24.486 --> 00:17:28.486
มีในแผน มีในนโยบายว่าสนับสนุน

263
00:17:28.486 --> 00:17:32.486
ยกตัวอย่างมหาวิยาลัยเรา กำลังสนับสนุน

264
00:17:32.487 --> 00:17:36.487
เกี่ยวกับ การจัดการเรียนการสอนแบบ Active

265
00:17:36.488 --> 00:17:40.488
นะคะ การเรียนแบบ Active Learnning ก็คือ

266
00:17:40.489 --> 00:17:44.489
การจัดการเรียนการสอนที่ให้นักศึกษาปฏิบัติเยอ

267
00:17:44.503 --> 00:17:48.503
ให้นักศึกษาเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้

268
00:17:48.511 --> 00:17:52.511
นะคะ ให้นักศึกษาได้ปฏิบัติ ได้ทำ

269
00:17:52.512 --> 00:17:56.512
ทางเรานี่มันได้ทำอยู่แล้ว มันไม่ใช่สายที่แบบ

270
00:17:56.517 --> 00:18:00.517
บรรยายน่ะ ถ้าเป็นทาง

271
00:18:00.521 --> 00:18:04.521
มนุษย์ทางสังคมอย่างนี้

272
00:18:04.521 --> 00:18:08.521
มันก็จะเป็นบรรยายส่วนมาก

273
00:18:08.522 --> 00:18:12.522
เราจะมีห้อง Lab มีห้องปฏิบัติมี

274
00:18:12.528 --> 00:18:16.528
ให้ได้ทำอยู่แล้ว ฉะนั้น Active Learning

275
00:18:16.529 --> 00:18:20.529
มันจะไม่มีปัญหาตอนนี้

276
00:18:20.531 --> 00:18:24.531
ถ้าระบบเครือข่ายมันเสถียร อย่างครู

277
00:18:24.531 --> 00:18:28.531
จะใช้ Google Classroom นะ ครูจะเข้า

278
00:18:28.532 --> 00:18:32.532
ผ่านระบบ Kahood.com อย่างนี้ค่ะ

279
00:18:32.534 --> 00:18:36.534
ครูเข้า Cloud ไม่ได้

280
00:18:36.536 --> 00:18:40.536
นะคะ ก็จะเป็นแบบนี้ ฉะนั้น

281
00:18:40.538 --> 00:18:44.538
เราต้องดูด้วยว่า เวลาที่เราจะมีการปรับเปลี่ยน

282
00:18:44.539 --> 00:18:48.539
มาใช้ระบบอะไรสักอย่างหนึ่ง

283
00:18:48.542 --> 00:18:52.542
มันไม่สามารถเปลี่ยนไปได้เลยในเวลาสั้น ๆ นะคะ

284
00:18:52.543 --> 00:18:56.543
มันต้องใช้อาจจะต้องใช้ช่วงเวลาหนึ่ง

285
00:18:56.544 --> 00:19:00.544
นะคะ อย่างตอนนี้ครูอยากใช้ระบบหลายระบบ

286
00:19:00.545 --> 00:19:04.545
แต่เราก็ต้องดู อย่างเราใช้ระบบล่างออนไลน์

287
00:19:04.546 --> 00:19:08.546
มันก็จะมีบางช่วงที่มันดีเลย์

288
00:19:08.547 --> 00:19:12.547
แต่ถ้าวันไหนสภาพอากาศ หรือไม่มีปัญหา

289
00:19:12.548 --> 00:19:16.548
เราก็ใช้งานได้อย่างราบรื่นนะคะ

290
00:19:16.552 --> 00:19:20.552
ด้วยความที่ เราใช้แบบมัลติมีเดีย

291
00:19:20.552 --> 00:19:24.552
มันจะเห็นทั้งภาพทั้งเสียงใช่ไหม อันนั้นก็ระบบเครือข่าย

292
00:19:24.553 --> 00:19:28.553
นะคะ ฉะนั้นถ้าระบบมันเวิร์ก มันเสถียร

293
00:19:28.554 --> 00:19:32.554
มันก็จะราบรื่น แต่คราวนี้ครูบอกครูจะใช้

294
00:19:32.555 --> 00:19:36.555
ระบบสอบออนไลน์

295
00:19:36.556 --> 00:19:40.556
แต่วันที่สอบระบบตาย เน็ตใช้ไม่ได้

296
00:19:40.557 --> 00:19:44.557
มันก็ไม่มีประโยชน์นะคะ เพราะฉะนั้นมันต้องดูองค์

297
00:19:44.557 --> 00:19:48.557
ประกอบกันนะคะ ต้องใช้สารสนเทศในองค์กร

298
00:19:48.557 --> 00:19:52.557
คราวนี้นะคะ ถ้า

299
00:19:52.558 --> 00:19:56.558
มองถึงองค์ประกอบพื้นฐานนะคะ

300
00:19:56.559 --> 00:20:00.559
ของ MIS จะมองอยู่ 2 แนวทาง

301
00:20:00.560 --> 00:20:04.560
คือ ระบบสารสนเทศนี่

302
00:20:04.561 --> 00:20:08.561
เราจะมองเป็นสหวิทยาการ

303
00:20:08.561 --> 00:20:12.561
แปลว่า การศึกษาระบบมี 2 แนวทาง

304
00:20:12.562 --> 00:20:16.562
ก็คือศึกษาทั้งทาง

305
00:20:16.562 --> 00:20:20.562
หมายถึงว่า พฤติกรรมของการใช้

306
00:20:20.564 --> 00:20:24.564
Ցพฤติกรรมของการใช้

307
00:20:24.566 --> 00:20:28.566
เรามาดูรายละเอียด มาดูตัวนี้

308
00:20:28.566 --> 00:20:32.566
ระบบ MIS แบ่งเป็น 2 Part

309
00:20:32.567 --> 00:20:36.567
นะคะ Part ที่เป็นส่วนของเทคนิค

310
00:20:36.568 --> 00:20:40.568
พูดถึงวิทยาการจัดการ

311
00:20:40.570 --> 00:20:44.570
คอมพิวเตอร์ไซน์นะคะ

312
00:20:44.570 --> 00:20:48.570
การวิจัยที่เป็นการประกอบการ ส่วนจิตวิทยา

313
00:20:48.571 --> 00:20:52.571
อันนี้ พูดถึงส่วนของพฤติกรรมนะคะ

314
00:20:52.572 --> 00:20:56.572
เรามาดูทางด้านเทคนิคก่อน

315
00:20:56.573 --> 00:21:00.573
เทคนิคจะเน้นเทคโนโลยีทางด้านกายภาพ

316
00:21:00.578 --> 00:21:04.578
หรือความสามารถทางเทคนิค

317
00:21:04.578 --> 00:21:08.578
จัดการหมายถึงเราจะเน้นในเรื่องการพัฒนา

318
00:21:08.580 --> 00:21:12.580
นะคะ ให้พัฒนา MIS ที่

319
00:21:12.581 --> 00:21:16.581
เกี่ยวข้องกับวิทยาการจัดการ คือเน้นไปที่โมเดล

320
00:21:16.582 --> 00:21:20.582
พัฒนารูปแบบหรือตัวแบบพิมพ์เขียวในการ

321
00:21:20.593 --> 00:21:24.593
ตัดสินใจ มาช่วยในการจัดการอย่างใดอย่างหนึ่ง

322
00:21:24.594 --> 00:21:28.594
นะคะ นี่เราเรียกวิทยาการจัดการ

323
00:21:28.594 --> 00:21:32.594
คอมพิวเตอร์ไซน์ ก็จะเน้นไปทางด้านทฏษดี

324
00:21:32.598 --> 00:21:36.598
หรือวิธีการ หรืออัลกอริทึม

325
00:21:36.603 --> 00:21:40.603
การจัดเก็บรวมถึงการเข้าถึง

326
00:21:40.605 --> 00:21:44.605
ถ้าเรามีการจัดเก็บข้อมูลที่ดีการเข้าถึงจะง่าย และ

327
00:21:44.605 --> 00:21:48.605
สะดวกอย่างนี้ค่ะ ก็จะต้องไปด้วยกัน

328
00:21:48.605 --> 00:21:52.605
ส่วนการวิจัยที่เป็นเชิงวิชาการ

329
00:21:52.607 --> 00:21:56.607
ทางการใช้หลักการทาง

330
00:21:56.608 --> 00:22:00.608
คณิศาสตร์มันจะมี เรียนกมานานแล้ว

331
00:22:00.608 --> 00:22:04.608
Ցยังจำได้ไหมคะ คณิตศาสตร์มันจะมี

332
00:22:04.609 --> 00:22:08.609
ทางเลือกที่ดีที่สุดให้เลือกนะคะ

333
00:22:08.610 --> 00:22:12.610
ก็คือคณิตศาสตร์โดยคิดคำนวณตามกฏ

334
00:22:12.612 --> 00:22:16.612
ของคณิตศาสตร์นั่นล่ะ ภายใต้การทำงานก็จะมี

335
00:22:16.614 --> 00:22:20.614

336
00:22:20.615 --> 00:22:24.615
ทางด้านเขาเรียก ตระกะทางคณิตศาสตร์

337
00:22:24.620 --> 00:22:28.620
ถ้าเป็นแนวทางทางด้านพฤติกรรมจะเน้น

338
00:22:28.621 --> 00:22:32.621
ทัศนคติ

339
00:22:32.636 --> 00:22:36.636
ทัศนคติ พูดภาษาเราก็คือ

340
00:22:36.637 --> 00:22:40.637
แนวความคิดนะคะ หรือพฤติกรรม นี่คือทัศนคตินะคะ

341
00:22:40.637 --> 00:22:44.637
อย่างองค์กรและการจัดการ

342
00:22:44.638 --> 00:22:48.638
จะพูดถึงการพัฒนาระบบนะคะ

343
00:22:48.639 --> 00:22:52.639
ว่าระบบที่พัฒนาขึ้นมามันมีผลกับใครบ้างในองค์กร

344
00:22:52.640 --> 00:22:56.640
สร้างระบบมาแล้ว

345
00:22:56.640 --> 00:23:00.640
นะคะ ใครบ้างต้องใช้ระบบนี้ คือกระทบ

346
00:23:00.640 --> 00:23:04.640
กับใครบ้างนะคะ หรือจิตวิทยา

347
00:23:04.641 --> 00:23:08.641
สื่อสารพฤติกรรมของคน เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี

348
00:23:08.641 --> 00:23:12.641
จากที่เขาใช้การเขียนลงในกระดาษ

349
00:23:12.652 --> 00:23:16.652
ให้เปลี่ยนมาใช้แบบยิง Barcode อันนี้

350
00:23:16.654 --> 00:23:20.654
คนที่ใช้เขามีความสุขในการใช้ระบบไหม

351
00:23:20.654 --> 00:23:24.654
พูดถึงทางด้านจิตวิทยานะคะ ทางด้านพฤติกรรม

352
00:23:24.655 --> 00:23:28.655
ส่วนทางด้านสังคม ผลกระทบต่อสารสนเทศต่อกลุ่ม

353
00:23:28.655 --> 00:23:32.655
คนในองค์กรนะคะ และคนรอบข้างว่า

354
00:23:32.657 --> 00:23:36.657
มีผลกระทบอะไรบ้าง คราวนี้นะคะ

355
00:23:36.657 --> 00:23:40.657
ถ้าพูดถึงเทคโนโลยีสารสนเทศ

356
00:23:40.658 --> 00:23:44.658
จริง ๆ มันคือชื่อของสาขาวิชาของเราเลย

357
00:23:44.660 --> 00:23:48.660
คือมันหลีกเลี่ยงไม่ได้ตอนนี้มันถือ

358
00:23:48.662 --> 00:23:52.662
เป็นเหมือนกับส่วนหนึ่งของชีวิต ในการ

359
00:23:52.662 --> 00:23:56.662
ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเราตื่นขึ้นมา

360
00:23:56.663 --> 00:24:00.663
เราก็มีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ

361
00:24:00.664 --> 00:24:04.664
ไปแล้วนะคะ อันนี้คือเทคโนโลยีสารสนเทศ

362
00:24:04.666 --> 00:24:08.666
เขาก็เลยนิยามว่าโลกมันไรพรมแดน

363
00:24:08.666 --> 00:24:12.666
เราไปดูข้อมูลที่ไหนก็ได้ ลืมตาขึ้นมานี่

364
00:24:12.669 --> 00:24:16.669
สิ่งแรกที่ทำคืออะไร ก็คือ ลืมตา

365
00:24:16.669 --> 00:24:20.669
จับ SmartPhone ก่อน

366
00:24:20.669 --> 00:24:24.669
นะคะ มีความสนใจโลก วันนี้อากาศ

367
00:24:24.671 --> 00:24:28.671
เป็นอย่างไร สภาพอากาศเป็นอย่างไร ฝนจะตกตอนไหน

368
00:24:28.671 --> 00:24:32.671
นะคะ อันนี้คือเขาเรียกว่าโลกยุคใหม่

369
00:24:32.671 --> 00:24:36.671
นะคะ มันจะไร้พรมแดน เราจะดูข้อมูลที่ไหนก็ได้

370
00:24:36.673 --> 00:24:40.673
ผ่านตัวอุปกรณ์สมาร์ทที่เรามี

371
00:24:40.673 --> 00:24:44.673
ดังนั้นถ้าพูดถึงเทคโนโลยีสารสนเทศคือการจัด

372
00:24:44.674 --> 00:24:48.674
เก็บและประมวลผลนะคะ แล้วก็

373
00:24:48.676 --> 00:24:52.676
ถ่ายทอด เผยแพร่ ผ่านทาง

374
00:24:52.690 --> 00:24:56.690
โทคมนาคม ผ่านอุปกรณ์

375
00:24:56.691 --> 00:25:00.691
ที่รองรับนะคะ พวกนี้

376
00:25:00.692 --> 00:25:04.692
คราวนี้ระบบสารสนเทศในองค์กร

377
00:25:04.694 --> 00:25:08.694
หมายถึงอะไร มีคนนิยามมาให้

378
00:25:08.695 --> 00:25:12.695
หลายแนวทางนะคะ

379
00:25:12.696 --> 00:25:16.696
ครูเลือกมาตัวที่น่าสนใจ สารสนเทศตัวแรกนะคะ

380
00:25:16.702 --> 00:25:20.702
ถ้าพูดถึงสารสนเทศ

381
00:25:20.704 --> 00:25:24.704
กลุ่มของงานนะคะที่จะต้องมีการใช้ทรัพยากร

382
00:25:24.705 --> 00:25:28.705
ที่เป็นฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์

383
00:25:28.706 --> 00:25:32.706
จัดเก็บข้อมูลที่สำคัญขององค์กรและมีการประมวลผล

384
00:25:32.710 --> 00:25:36.710
เสร็จแล้วมีการเผยแพร่

385
00:25:36.713 --> 00:25:40.713
หรือเผยแพร่ออกไปยังหน่วยงานภายนอก

386
00:25:40.714 --> 00:25:44.714
อีกแนวคิดหนึ่ง บอกว่า ระบบสารสนเทศคือ

387
00:25:44.714 --> 00:25:48.714
การใช้คน ข้อมูล และวิธีการ

388
00:25:48.715 --> 00:25:52.715
ให้บรรลุเป้าหมายขององค์กร

389
00:25:52.716 --> 00:25:56.716
มันคือภาพรวม ๆ นั่นแหละ เพราะว่า Software Hardware

390
00:25:56.718 --> 00:26:00.718
มันทำงานเองไม่ได้อยู่แล้ว ก็ต้องอาศัยคนใน

391
00:26:00.719 --> 00:26:04.719
การเข้าไปบริหารจัดการนะคะ 2 แนวทางนี้ไปด้วยกัน

392
00:26:04.719 --> 00:26:08.719

393
00:26:08.721 --> 00:26:12.721
เพื่อแก้ปัญหาในองค์กรนะคะ

394
00:26:12.722 --> 00:26:16.722
คราวนี้นะคะ ระบบสารนเทศ

395
00:26:16.723 --> 00:26:20.723
สร้างขึ้นมาเพื่ออะไร ก็เพื่อประมวลผลข้อมูลให้เป็นสารสนเทศ

396
00:26:20.724 --> 00:26:24.724
นะคะ แต่ถ้าเราสามารถ

397
00:26:24.725 --> 00:26:28.725
Apply ไปจนถึงสารสนเทศได้

398
00:26:28.725 --> 00:26:32.725
มันเป็น Knoladge นะคะ

399
00:26:32.727 --> 00:26:36.727
แล้วนำไปแก้ปัญหาได้นี่ อันนี้ถือว่าเป็นปลายทาง

400
00:26:36.728 --> 00:26:40.728
นะคะ คือเราเห็นปุ๊บเรามองเป็นข้อมูล

401
00:26:40.729 --> 00:26:44.729
แต่มันไม่เกี่ยวกับเรามันไม่เกิดประโยชน์

402
00:26:44.729 --> 00:26:48.729
เอาไปใช้อย่างไร อย่างเช่นเรา

403
00:26:48.730 --> 00:26:52.730
จะเลือกสาขาที่เรียนอย่างนี่ค่ะ

404
00:26:52.730 --> 00:26:56.730
เรามาเรียนหลักสูตรนี้ 4 ปี จบไปเราจะไปทำอะไร

405
00:26:56.731 --> 00:27:00.731
หรือเรียนเอกอะไรจบไปแล้วจะไม่ตกงาน

406
00:27:00.732 --> 00:27:04.732
ข้อมูลสารสนเทศ ถ้าเราบอก เออไม่สนใจ

407
00:27:04.733 --> 00:27:08.733
เพื่อนพาเรียนอะไรก็เรียนไป อันนี้คือเราใช้สารสนเทศ

408
00:27:08.735 --> 00:27:12.735
แต่ถ้าเราเกิดเรียนเอกด้านคอมพิวเตอร์นี้แหละ

409
00:27:12.735 --> 00:27:16.735
คอม เรียนเทคโนโลยีสารสนเทศ วิทยาการคอม

410
00:27:16.740 --> 00:27:20.740
ทางด้านคอมพิวเตอร์นี่ล่ะ เพราะต่อไป

411
00:27:20.742 --> 00:27:24.742
เขาจะมีการใช้เทคโนโลยีเป็นหลัก เราก็เรียนศาสตร์ตรงนี้แหละ

412
00:27:24.742 --> 00:27:28.742
มันจะได้มีงานทำ หน่วยงานไหนก็มีการใช้เทคโนโลยีทั้งนั้น

413
00:27:28.744 --> 00:27:32.744
อันนี้คือการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ แล้วก็มาปรับ

414
00:27:32.755 --> 00:27:36.755
จูนเป็นความรู้ของเรานะคะ

415
00:27:36.756 --> 00:27:40.756
เราก็นำมาใช้ประโยชน์นะคะ คราวนี้

416
00:27:40.757 --> 00:27:44.757
ระบบสารสนเทศ แบ่งการตามการใช้งาน

417
00:27:44.758 --> 00:27:48.758
ในองค์กรนี่มี 2 ประเภท เราเคยเรียนมาแล้วในตอนพื้นฐาน

418
00:27:48.760 --> 00:27:52.760
แต่ตอนนั้นไม่ได้แบ่งเป็นประเภทการสนับสนุนการทำงาน

419
00:27:52.760 --> 00:27:56.760
เราจะแบ่งเป็นประเภทย่อย ๆ 6 ประเภทนะคะ จำไม่ได้แล้ว

420
00:27:56.760 --> 00:28:00.760
เรียนตั้งแต่ปี 1 แล้ว แต่

421
00:28:00.761 --> 00:28:04.761
มันคือระบบสารสนเทศนี่แหละ

422
00:28:04.761 --> 00:28:08.761
ถ้าครูจะพูดถึง ตอนนั้นไม่ได้บอกว่า

423
00:28:08.763 --> 00:28:12.763
ใช้ในองค์กร ใช้ในการสนับสนุนการทำงานนี่

424
00:28:12.763 --> 00:28:16.763
นะคะ ประเภทแรกก็คือ ระบบสารสนเทศ

425
00:28:16.764 --> 00:28:20.764
สำหรับผู้ปฏิบัติงานในแต่ละวัน

426
00:28:20.765 --> 00:28:24.765
Processing system หริแ

427
00:28:24.766 --> 00:28:28.766
TPS นะคะ 2 เป็นระบบ

428
00:28:28.767 --> 00:28:32.767
สนับสนุนการทำงาน การบริหาร

429
00:28:32.768 --> 00:28:36.768
นะคะ ให้มันให้งานมันง่ายขึ้น

430
00:28:36.770 --> 00:28:40.770
ช่วยแก้ปัญหาต่าง ๆ ยกตัวอย่าง เช่น

431
00:28:40.771 --> 00:28:44.771
MIS นะคะ ระบบ DSS

432
00:28:44.771 --> 00:28:48.771
OAS พวกนี้เป็น

433
00:28:48.772 --> 00:28:52.772
เรื่องที่เราเคยเรียนมาแล้ว แต่ว่าตอนที่เรียนปี 1 นี่

434
00:28:52.773 --> 00:28:56.773
ประเภทของสารสนเทศ ในสารสนเทศมี 6 ประเภท

435
00:28:56.775 --> 00:29:00.775
ไม่ได้บอกว่าจะเอาไปใช้ในองค์กรจริง ๆ เอาไปใช้อย่างไร

436
00:29:00.775 --> 00:29:04.775
แต่ในรายวิชานี้จะบอกว่า การแยกประเภท

437
00:29:04.775 --> 00:29:08.775
ของสารสนเทศนี่มันจะแยกไปตามการใช้งาน

438
00:29:08.776 --> 00:29:12.776
ถ้าเป็นฝ่ายปฏิบัติงานจริง ๆ

439
00:29:12.777 --> 00:29:16.777
งานรูทีน ก็คืองานที่ทำทุกวันน่ะ

440
00:29:16.778 --> 00:29:20.778
งาน Rutin

441
00:29:20.779 --> 00:29:24.779
งานลูทีน อะไรที่เป็นงานลูที แต่

442
00:29:24.779 --> 00:29:28.779
ถ้าเป็นแบงก์ ถ้าเป็นธนาคาร

443
00:29:28.781 --> 00:29:32.781
เจ้าหน้าที่ธนาคารคืออะไร ไปธนาคารทีไร ก็เห็นเขาทำแบบนี้น่ะ

444
00:29:32.782 --> 00:29:36.782
เขาทำอะไร ฝาก ถอน โอน

445
00:29:36.783 --> 00:29:40.783
หรือ ทำข้อมูลสินเชื่อ เปปิดบัญชีใหม่

446
00:29:40.785 --> 00:29:44.785
อะไรอย่านี้ คือ

447
00:29:44.785 --> 00:29:48.785
งานที่เขาทำเป็นประจำน่ะ ก็คืองาน Rutin นะคะ

448
00:29:48.788 --> 00:29:52.788
เราใกล้เข้ามา

449
00:29:52.789 --> 00:29:56.789
งานลูทีนของทะเบียนคือทำอะไร งานลง

450
00:29:56.790 --> 00:30:00.790
ระบบทะเบียน เจ้าหน้าที่ทะเบียนทำอะไรบ้าง

451
00:30:00.792 --> 00:30:04.792
ก็ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการลงทะเบียนนะคะ

452
00:30:04.794 --> 00:30:08.794
ย้ายโอน เพิ่ม ถอน รายวิชา

453
00:30:08.795 --> 00:30:12.795
คืองานที่เขาทำ นะคะ ที่เขาทำทุกวัน

454
00:30:12.797 --> 00:30:16.797
งานลูทีนของกองคลัง

455
00:30:16.797 --> 00:30:20.797
งานคลังของเรา เขาทำอย่างไร

456
00:30:20.798 --> 00:30:24.798
ก็มี รับค่าเทอม จ่ายค่า

457
00:30:24.817 --> 00:30:28.817
ปรับ ทำอะไรอีก เกี่ยวกับการเงินน่ะ

458
00:30:28.818 --> 00:30:32.818
อันนี้คืองานลูทีนนะคะ

459
00:30:32.818 --> 00:30:36.818
ตัวนี้นะคะ

460
00:30:36.819 --> 00:30:40.819
เป็นแผนภาพแสดงถึงระดับ

461
00:30:40.820 --> 00:30:44.820
การใช้สารสนเทศของผู้บริหารของแต่ละระดับ

462
00:30:44.822 --> 00:30:48.822
เราดูนะ ระบบ EIS

463
00:30:48.823 --> 00:30:52.823
นักศึกษาจำชื่อเต็มได้ไหมคะ Exculsive

464
00:30:52.841 --> 00:30:56.841
นะคะ ใช้สำหรับทำอะไร ใช้สำหรับ CEO

465
00:30:56.841 --> 00:31:00.841
นะคะ โค้กมาไม่ทัน CEO นะ

466
00:31:00.842 --> 00:31:04.842
ผู้บริหารมี 4 ระดับ มี CEO

467
00:31:04.843 --> 00:31:08.843
CIO CFO แล้วก็ COO นะคะ ลอง

468
00:31:08.844 --> 00:31:12.844
เข้าไปดูในสไลด์นะคะ ถ้าเป็น CEO

469
00:31:12.845 --> 00:31:16.845
ก็คือผู้บริหารสูงสุด ถาม

470
00:31:16.863 --> 00:31:20.863
โค้กเพิ่งมา ราชภัฏนี่ใครเป็นผู้

471
00:31:20.864 --> 00:31:24.864

472
00:31:24.871 --> 00:31:28.871
เอาเรียกอะไร

473
00:31:28.872 --> 00:31:32.872

474
00:31:32.881 --> 00:31:36.881
Ցอันนั้นเป็นกลุ่มเปล่า

475
00:31:36.883 --> 00:31:40.883
พี่แกอุส่า

476
00:31:40.884 --> 00:31:44.884
ใบ้มา

477
00:31:44.885 --> 00:31:48.885
(นักศึกษา) ผมคิดไม่ออก  (อาจารย์)

478
00:31:48.886 --> 00:31:52.886
อันนี้คือนักศึกษา

479
00:31:52.887 --> 00:31:56.887
COO ของมหาวิทยาลัยก็คือ อธิการบดี

480
00:31:56.887 --> 00:32:00.887
นะคะ เออ

481
00:32:00.897 --> 00:32:04.897
อันนี้จบแล้วอันนี้ปี 4 นะ

482
00:32:04.897 --> 00:32:08.897
ถา้เกิดเป็นผู้บริหารสูงสุดของ

483
00:32:08.904 --> 00:32:12.904
คณะล่ะคะ เรียกอะไร

484
00:32:12.904 --> 00:32:16.904
(นักศึกษา) หัวหน้าสื่อ (อาจารย์)

485
00:32:16.904 --> 00:32:20.904
แต่ละคณะก็จะมีคนหนึ่ง

486
00:32:20.905 --> 00:32:24.905
เรียกว่า

487
00:32:24.906 --> 00:32:28.906
ถ้าเป็นครูนะ ครูก็จะเปิดคอมขึ้นมาแล้วก็ดู

488
00:32:28.908 --> 00:32:32.908
โครงสร้างองค์กรนี้ เพราะว่าถ้าเราพยายาม

489
00:32:32.909 --> 00:32:36.909
คิดนึกออกไหมคะ แสดงว่าความรู้นั้นเรามีอยู่แล้ว แต่ถ้า

490
00:32:36.909 --> 00:32:40.909
แล้วเราลืม แต่ถ้าเกิดเราไม่เคยรู้เลย

491
00:32:40.910 --> 00:32:44.910
พยายามคิดแล้วมันก็นึกไม่ออกนะ เพราะเราไม่รู้

492
00:32:44.911 --> 00:32:48.911
ฉะนั้นเราต้องหา เราต้องค้น

493
00:32:48.913 --> 00:32:52.913
สูงสุดถ้าเป็นระดับกรมนี่ เราจะเรียกคณะ

494
00:32:52.913 --> 00:32:56.913
อธิบดีค่ะ แต่ถ้าเกิดเป็นมหาวิทยาลัย

495
00:32:56.914 --> 00:33:00.914
เขาไม่เรียกอธิบดี

496
00:33:00.915 --> 00:33:04.915
ผู้บริหารสูงของประเทศเรียกอะไร

497
00:33:04.916 --> 00:33:08.916
นี่  (นี่  (นักศึกษา

498
00:33:08.918 --> 00:33:12.918
(นักศึกษา) นายกรัฐมนตรี  (อาจารย์)

499
00:33:12.920 --> 00:33:16.920
เราดูจากภาพนะคะ การใช้

500
00:33:16.935 --> 00:33:20.935
ระบบสารสนเทศกับการบริหารงานนะคะ

501
00:33:20.936 --> 00:33:24.936
ถ้าเป็น CEO ก็จะเป็นระบบสารสนเทศหรือ

502
00:33:24.937 --> 00:33:28.937

503
00:33:28.940 --> 00:33:32.940
สารสนเทศสำหรับผู้บริหารระดับสูงนะคะ

504
00:33:32.940 --> 00:33:36.940
รวมทั้งใช้ระบบ

505
00:33:36.951 --> 00:33:40.951
System Support นะคะ

506
00:33:40.952 --> 00:33:44.952
ถ้าเป็นผู้บริหารระดับกลาง

507
00:33:44.953 --> 00:33:48.953
Ցระดับกลาง ก็คือระดับคณะนี่ เราจะเรียก

508
00:33:48.953 --> 00:33:52.953
คณะบดี ก็มี

509
00:33:52.953 --> 00:33:56.953
เขาเรียกว่าอะไร อำนาจเทียบเท่า เท่ากับผู้อำนวยการ

510
00:33:56.954 --> 00:34:00.954
ผู้อำนวยการ ถ้าเป็นศูนย์สำนักเราจะไม่เรียกคระบ

511
00:34:00.955 --> 00:34:04.955
เพราะมันไม่ใช่คณะ เขาจะเรียกผู้อำนวยการ

512
00:34:04.956 --> 00:34:08.956
ผอ. ถ้าเป็นศูนย์สำนักนะ

513
00:34:08.960 --> 00:34:12.960
ระดับกลางนะคะ ก็จะใช้ MIS หรือ

514
00:34:12.960 --> 00:34:16.960
บางหน่วยงานจะใช้ CIS ร่วมด้วย

515
00:34:16.961 --> 00:34:20.961
ส่วนระดับปฏิบัติการ ทำงานทุกวันเก็บข้อมูล

516
00:34:20.962 --> 00:34:24.962
นำข้อมูลเข้าสู่ระบบ เราเรียว

517
00:34:24.963 --> 00:34:28.963
ตัวนี้ว่า Transaction processing Transaction processing ก็คืองานลูทีน

518
00:34:28.963 --> 00:34:32.963
งานที่ทำเป็นประจำทุกวันนะคะ

519
00:34:32.964 --> 00:34:36.964
ที่เรียกว่า TPS เราต้องแบ่งให้ออก

520
00:34:36.965 --> 00:34:40.965
ว่า บุคลากรในองค์กรนี่ค่ะ

521
00:34:40.975 --> 00:34:44.975
เกี่ยวข้องกับระบบสารสนเทศ ส่วนไหนบ้าง นะคะ

522
00:34:44.976 --> 00:34:48.976
มี TPS ไล่ขึ้นไปเลย ตามภาพ

523
00:34:48.977 --> 00:34:52.977
สูงสุดนะคะ ผู้บริหารสูงสุดก็จะใช้

524
00:34:52.986 --> 00:34:56.986
ระบบ EIS นะคะ

525
00:34:56.986 --> 00:35:00.986
นอกจากนี้นะคะ

526
00:35:00.988 --> 00:35:04.988
นอกจาก EIS ยังมี ES

527
00:35:04.990 --> 00:35:08.990
ก็คือ Expert System ระบบผู้เชี่ยวชาญ

528
00:35:08.991 --> 00:35:12.991
เดี๋ยวเราค่อยดูว่าระบบผู้เชี่ยว

529
00:35:12.992 --> 00:35:16.992
นะคะ อันนี้เป็นภาพอธิบายขยายมาจากภาพเมื่อกี้แหละค่ะ

530
00:35:16.994 --> 00:35:20.994
นอกจากใช้ EIS ก็ใช้ ES ด้วย

531
00:35:20.994 --> 00:35:24.994
ผู้บริหารระดับสูง ที่เพิ่มขึ้นมา

532
00:35:24.998 --> 00:35:28.998
ในหน้านี้ก็คือ ระดับปฏิบัติการนี่ค่ะ นอกจาก

533
00:35:28.999 --> 00:35:32.999
มีการใช้ แล้วยัง

534
00:35:33.001 --> 00:35:37.001
จำชื่อระบบนี้ได้ไหมคะ

535
00:35:37.003 --> 00:35:41.003
ลืมไปหมดแล้วครับ

536
00:35:41.005 --> 00:35:45.005
ՑOffice information system นะคะ

537
00:35:45.007 --> 00:35:49.007
ระบบสำนักงานอัตโนมัติน่ะ เคยเรียนตั้งแต่คอมพื้นฐานแล้ว ทีนี้

538
00:35:49.008 --> 00:35:53.008
คราวนี้เรามาดู

539
00:35:53.009 --> 00:35:57.009
ระบบ Expert System นะคะ คือระบบที่

540
00:35:57.010 --> 00:36:01.010
เป็นอย่างไร

541
00:36:01.011 --> 00:36:05.011
ระบบ Expert System

542
00:36:05.012 --> 00:36:09.012
จริง ๆ เราไม่เคยใช้ระบบนี้นะ

543
00:36:09.015 --> 00:36:13.015
ใช้ระบบนี้นะ จริง ๆ มันควรมี เรียกว่า

544
00:36:13.016 --> 00:36:17.016
ระบบ ES

545
00:36:17.018 --> 00:36:21.018
การที่จะสร้างระบบนี้ขึ้นมา

546
00:36:21.019 --> 00:36:25.019
เราจะต้องใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญของ

547
00:36:25.019 --> 00:36:29.019
บุคลากรหรือของคนเฉพาะด้านนั้น ๆ เช่น

548
00:36:29.020 --> 00:36:33.020
สมมุติว่าครูมีความสนใจจะทำ

549
00:36:33.022 --> 00:36:37.022
ระบบ ES ขึั้นมาระบบหนึ่ง ระบบการให้ความรู

550
00:36:37.023 --> 00:36:41.023
เกี่ยวกับผ้าย้อมครามของจังหวัดสกลนคร

551
00:36:41.024 --> 00:36:45.024
และจังหวัดอื่นแต่มันมี แต่มันน้อย

552
00:36:45.026 --> 00:36:49.026
เป็นสินค้าแบบเศรษฐกิจน่ะ

553
00:36:49.026 --> 00:36:53.026
ในการย้อมคลาม เคยเห็นไหมคะ

554
00:36:53.027 --> 00:36:57.027
แล้วเรามีความรู้ไหมว่า ผ้าอะไรที่จะไป

555
00:36:57.028 --> 00:37:01.028
ย้อมครามติด รู้ไหม

556
00:37:01.028 --> 00:37:05.028
ทราบไหมคะ

557
00:37:05.029 --> 00:37:09.029
เราเคยไป เราเคยเห็นใช่ไหมคะ

558
00:37:09.031 --> 00:37:13.031
เคยเห็นเขาย้อมนะ เคยเห็นเขาขายใช่ไหมค่ะ

559
00:37:13.031 --> 00:37:17.031
ผลิตภัณฑ์จากครามนี่

560
00:37:17.033 --> 00:37:21.033
สามารถย้อมครามแล้วติด ที่เราเห็นจะเห็นผ้า

561
00:37:21.034 --> 00:37:25.034
ประเภทไหนบ้าง ที่เราเห็นเขาเอาไปย้อมแล้วติด

562
00:37:25.035 --> 00:37:29.035
ฝ้าย

563
00:37:29.037 --> 00:37:33.037
Ց

564
00:37:33.039 --> 00:37:37.039
คอตตอนสังเคราะห์

565
00:37:37.040 --> 00:37:41.040
ผ้าฝ้าย ฝ้ายมันมีหลายประเภทด้วยนะ

566
00:37:41.040 --> 00:37:45.040
เวลาเราเห็นผ่าครามเราเคยสังเกตไหมคะว่า

567
00:37:45.041 --> 00:37:49.041
มันจะมีความแตกต่างของผ้า ของเส้นด้าย

568
00:37:49.042 --> 00:37:53.042
บางทีคือเป็นผ้าผืนเหมือนกัน คือผ้า

569
00:37:53.044 --> 00:37:57.044
ใหญ่ ๆ สังเกตุไหม บางทีก็เป็นเส้นถี่ ๆ

570
00:37:57.045 --> 00:38:01.045
ยิบย่อย ๆ เลย เล็ก ๆ

571
00:38:01.059 --> 00:38:05.059
ไปจับมันก็จะแข็ง ๆ บางทีไปจับมันก็จะนิ่ม

572
00:38:05.060 --> 00:38:09.060
เป็นนุ่มมืออย่างนี้ค่ะ อันนี้คือ

573
00:38:09.063 --> 00:38:13.063
นะคะ แม้แต่เป็นฝ้ายเองมันก็มี

574
00:38:13.064 --> 00:38:17.064
หลายประเภทนะคะ

575
00:38:17.077 --> 00:38:21.077
ทำไมครูรู้ เพราะอาจารย์ทำวิจัยอยู่

576
00:38:21.085 --> 00:38:25.085
ใครเป็นคนให้ข้อมูล ก็เป็นผู้เฒ่าผู้แก่

577
00:38:25.088 --> 00:38:29.088
ที่เขาทำอันนี้มาตั้งแต่เกิดอย่างนี้ค่ะ

578
00:38:29.089 --> 00:38:33.089
ทำสืบทอดกันมา เป็นรุ่นต่อรุ่น

579
00:38:33.090 --> 00:38:37.090
นะคะ เราถือว่าเขานี่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องนี้นะ

580
00:38:37.092 --> 00:38:41.092
พอเราไปถามเขาก็ให้ข้อมูล

581
00:38:41.093 --> 00:38:45.093
จะทำเกี่ยวกับ Expert System ผ้าย้อมครามนี่ เราก็ต้องไปถาม

582
00:38:45.094 --> 00:38:49.094
คนพวกนี้ คนที่เขารู้ ปู่ ย่า ตา ยาย

583
00:38:49.096 --> 00:38:53.096
Ցบ้านไหนที่มีการทำค่ะ เขาก็บอก

584
00:38:53.096 --> 00:38:57.096
ฝ้าย ฝ้ายแบบไหน อาจารย์ มันจะมีฝ้าย

585
00:38:57.098 --> 00:39:01.098
ฝ้ายเขียนมือ ว่าฝ้ายเขียนมือคืออะไร

586
00:39:01.098 --> 00:39:05.098
เคยเห็นไหมค่ะ เด็กสมัยใหม่เคยเห็น

587
00:39:05.113 --> 00:39:09.113
ต้นฝ้ายไหม ดอกฝ้ายเคยเห็นไหมคะ

588
00:39:09.125 --> 00:39:13.125
ทำอย่างไรมันถึงมาเป็นเส้น

589
00:39:13.126 --> 00:39:17.126
ไอ้ตัวนั้นมันเรียกว่าอะไร มันผ่านมา

590
00:39:17.127 --> 00:39:21.127
เยอะมากนะ อันนี้ ถือเป็นภูมิปัญญาท้องถื่นเ

591
00:39:21.128 --> 00:39:25.128
ท้องถิ่นเลยนะ

592
00:39:25.130 --> 00:39:29.130
เขาเรียกว่าอะไร เด็กรุ่นนี้รู้จักไหม อุปกรณ์ทั้งหมด

593
00:39:29.132 --> 00:39:33.132
ที่จะทำตั้งแต่ดอกฝ้าย ดอกฝ้ายรู้จักไหมคะ

594
00:39:33.147 --> 00:39:37.147
มาจนเป็นเส้น รู้ไหมว่า

595
00:39:37.148 --> 00:39:41.148
ทำอย่างไร

596
00:39:41.148 --> 00:39:45.148
เคยทำไหม (นักศึกษา) แล้วอันนั้นที่เขาเล้ย

597
00:39:45.149 --> 00:39:49.149
อันนั้นไหม  (นักศึกษา) อันนั้นไหม  (อาจารย์) โค้กกลับมา

598
00:39:49.150 --> 00:39:53.150
ตอนนี้พูดถึงฝ้าย

599
00:39:53.152 --> 00:39:57.152
โค้ก โค้กไปไกลมากน่ะ

600
00:39:57.152 --> 00:40:01.152
โค้กรู้จักต้นฝ้ายไหม (นักศึกษา) ไม่

601
00:40:01.153 --> 00:40:05.153
ว่าอย่างไร  (นักศึกษา) มันคือต้นไหม  (นักศึกษา) แปปนึง  (อาจารย์)

602
00:40:05.153 --> 00:40:09.153
โค้ด เสิร์ชอินเทอร์เน็ตลูก ต้อน

603
00:40:09.153 --> 00:40:13.153
ฝ้ายนะคะ

604
00:40:13.154 --> 00:40:17.154
เป็นพืชล้มลุก เป็นเครือไหม

605
00:40:17.156 --> 00:40:21.156
เป็นต้นค่ะ ใหญ่ไหม

606
00:40:21.168 --> 00:40:25.168
มันจะแตกกิ่งก้านสาขานะ

607
00:40:25.170 --> 00:40:29.170
ไม่ได้เป็นต้น ไม่ใช่ไม้ยืนต้นที่

608
00:40:29.172 --> 00:40:33.172
จะใหญ่ ๆ เหมือนยางพารา เจอหรือยังโค้ก (นักศึกษา)

609
00:40:33.173 --> 00:40:37.173
เป็นพุ่มไหม  (นักศึกษา) เป็นพุ่มเลยหรอ  (อาจารย์) ใช่

610
00:40:37.174 --> 00:40:41.174
แล้วแบบมีดอก เห็นดกมันไหมคะ

611
00:40:41.176 --> 00:40:45.176
และทีนี้

612
00:40:45.176 --> 00:40:49.176
ไอ้ดอกฝุยฝ้ายนี้ นี้คือดอกฝ้ายนะ

613
00:40:49.178 --> 00:40:53.178
เขาทำอย่างไรมันถึงเป็นเส้น  (นักศึกษา

614
00:40:53.178 --> 00:40:57.178
Ց

615
00:40:57.179 --> 00:41:01.179
กระบวนการทำนะคะ ครูนี่เคยทำเพราะว่า

616
00:41:01.181 --> 00:41:05.181
เคยอยู่กับยายไง พอยายเสียไปนี่ทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง

617
00:41:05.198 --> 00:41:09.198
เมื่อก่อนยายอยู่ทำเป็นหมดค่ะ เมื่อก่อน

618
00:41:09.198 --> 00:41:13.198
ทอเสื่อ กกเสื่อ

619
00:41:13.199 --> 00:41:17.199
ง่ายมากค่ะ มัดย้อมอะไรนี่เป็นหมด อยู่กับ

620
00:41:17.199 --> 00:41:21.199
คนแก่น่ะ แล้วคนแก่ก็จะขยันใช่ไหม

621
00:41:21.210 --> 00:41:25.210
เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มาสอนเราค่ะ

622
00:41:25.211 --> 00:41:29.211
ทอเสื่อนี่ง่ายมาก ทอผ้าห่ม

623
00:41:29.212 --> 00:41:33.212
คราวนี้ผ้าห่มจะมีหลายแบบนะ

624
00:41:33.213 --> 00:41:37.213
ทอมือใช่ ๆ เป็นหัตถกรรม

625
00:41:37.214 --> 00:41:41.214
นะคะ เขาเรียกอะไร กี่ ลืมไปแล้ว

626
00:41:41.216 --> 00:41:45.216
แบบกี่กับกกนะ

627
00:41:45.216 --> 00:41:49.216
ทำเองหมด ใช่สอดไปเองเส้น ตอนนี้มันเป็นกระตุ

628
00:41:49.218 --> 00:41:53.218
มันก็ขึ้นมาจากตรงนั้นแหละ มันก็ผลิต

629
00:41:53.220 --> 00:41:57.220
พวกนี้ได้เร็วขึ้นเท่านั้นเอง แต่เมื่อก่อน

630
00:41:57.230 --> 00:42:01.230
คือทำเองนะคะ กว่าที่เราจะได้เส้นฝ่ายมา

631
00:42:01.230 --> 00:42:05.230
มันไม่ได้ง่าย ๆ นะคะ เอาดอกฝ้ายมานะคะ

632
00:42:05.231 --> 00:42:09.231
เอามาตากแดดก่อน เพราะว่าในดอกฝ้ายมี

633
00:42:09.232 --> 00:42:13.232
เมล็ด เราต้องเอาเมล็ดมันออกก่อน ทำอย่างไรจึงจะเอาออก

634
00:42:13.245 --> 00:42:17.245
รู้จักต้นงิ้วไหม

635
00:42:17.246 --> 00:42:21.246
เยอะไหมเคยปีนไหม

636
00:42:21.247 --> 00:42:25.247
ยังไม่เคย ยังไม่รู้จัก อารมณ์

637
00:42:25.247 --> 00:42:29.247
เดียวกันแต่ว่าดอกฝ้ายนี่มันจะให้คุณภาพของเส้นดีกว่า

638
00:42:29.249 --> 00:42:33.249
นะคะ ดีกว่า

639
00:42:33.251 --> 00:42:37.251
ต้นงิ้วเขาไม่ได้เอามาทำเป็นเส้น

640
00:42:37.251 --> 00:42:41.251
แต่เขาเอามาทำเป็นไส้ในของ

641
00:42:41.254 --> 00:42:45.254
หมอนผ้าห่มอย่างนี้ค่ะ แต่เขาก็จะเอาเมล็ดมันออกเหมือนกัน

642
00:42:45.254 --> 00:42:49.254
ใช่ไหม เม็ดดำ ๆ น่ะ ฝ้ายเหมือนกัน

643
00:42:49.254 --> 00:42:53.254
แต่ไอ้เม็ดฝ้ายนี่มันจะห่ออยู่กับ

644
00:42:53.256 --> 00:42:57.256
ไอ้เส้นใยมันน่ะ มันก็จะไม่เห็นเม็ดดำ ๆ

645
00:42:57.257 --> 00:43:01.257
ตากแดดใช่ไหม อย่างโค้กไปเก็บดอกฝ้ายมานี่

646
00:43:01.258 --> 00:43:05.258
เอามาปุ๊บมาแกะเม็ดมันออกไหม มันไม่ได้ง่ายอย่างนั้นค่ะ

647
00:43:05.272 --> 00:43:09.272
เพราะดอกมันไม่ได้แห้งใช่ไหม

648
00:43:09.274 --> 00:43:13.274
นะคะ ตากแดดจนมันแห้งดี เราก็ต้องมาผ่าน

649
00:43:13.274 --> 00:43:17.274
กระบวนการครูจำไม่ได้แล้วว่าเขาเรียกว่าอะไร แต่เข็ม

650
00:43:17.279 --> 00:43:21.279
มันจะรีดเม็ดมันออก มันจะเหลือเฉพาะ

651
00:43:21.281 --> 00:43:25.281
ดอกขาว ๆ มันน่ะ เส้นขาว ๆ มันน่ะ

652
00:43:25.283 --> 00:43:29.283
นะคะ เส้นขาว เสร็จแล้วเอาไปตี

653
00:43:29.284 --> 00:43:33.284
เขาเรียกอะไรแก้ม  (นักศึกษา) ตีให้มันแบน ๆ เท่า ๆ กัน

654
00:43:33.284 --> 00:43:37.284
เอาไปดีด บ้านครูเรียกเอาไปดีด

655
00:43:37.297 --> 00:43:41.297
มันจะเป็นเหมือนกับ เขาเรียกว่าอะไรนะ อุปกรณ์ที่ดีด

656
00:43:41.298 --> 00:43:45.298
ให้ฝ้ายนี้มันพองขึ้น เขาเรียกว่าอะไร

657
00:43:45.299 --> 00:43:49.299
มันเหมือนธนูน่ะ จำไม่ได้ว่าเขาเรียกว่าอะไร เอามาดีด

658
00:43:49.301 --> 00:43:53.301
มันจะเป็นเหมือนธนูเลยค่ะ

659
00:43:53.302 --> 00:43:57.302
ให้ฝ้ายมันฟูขึ้นเต็มเลย

660
00:43:57.302 --> 00:44:01.302
เสร็จแล้วเราค่อยเอามันไปทำให้เป็น

661
00:44:01.304 --> 00:44:05.304
เป็นเส้น นะคะ มันเป็นภูมิปัญญาของชาวบ้าน

662
00:44:05.305 --> 00:44:09.305
นะคะ ตอนนี้มีอยู่ เราไปดูกระบวนการ

663
00:44:09.306 --> 00:44:13.306
ผลิตจากดอกฝ้ายหรือเส้นฝ้ายก็ได้ เขาทำเป็น

664
00:44:13.307 --> 00:44:17.307
นะคะ คือเด็กรุ่นนี้คงยังไม่เห็นหรอกค่ะ

665
00:44:17.307 --> 00:44:21.307
ฝ้ายอย่างนี้ค่ะ เราไปดูที่เขาเก็บไว้เอาไว้เป็นข้อมูล

666
00:44:21.312 --> 00:44:25.312
ในการให้ข้อมูล ระบบExpert Syste Expert System เด

667
00:44:25.313 --> 00:44:29.313
เราอยากได้ข้อมูลตรงนี้มา เราก็ต้องมี

668
00:44:29.313 --> 00:44:33.313
การไปเก็บการไปสอบถามผู้รู้นะคะ

669
00:44:33.321 --> 00:44:37.321
สิ่งที่ได้นี่มาวิเคราะห์ลง Computer oี่

670
00:44:37.324 --> 00:44:41.324
นะคะ ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญนี่ล่ะ

671
00:44:41.329 --> 00:44:45.329
เราถือว่าปู่ย่า ตาทวนนี่เป็นผู้เชี่ยวชาญเลยน

672
00:44:45.329 --> 00:44:49.329
นะคะ เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น

673
00:44:49.338 --> 00:44:53.338
เสร็จแล้วพอเก็บไว้ Program ก็จะหาคำตอบ

674
00:44:53.339 --> 00:44:57.339
ที่ดีที่สุดให้เรา

675
00:44:57.340 --> 00:45:01.340
เวลาที่เรามาค้น ครูเคยใช้ระบบที่เป็น

676
00:45:01.340 --> 00:45:05.340
ประมาณนี้นะคะ ไม่ว่าจะเป็น ES หรือ

677
00:45:05.348 --> 00:45:09.348
DSS ก็คือระบบวินิจฉัยโรคเบื้องต้น เวลาเราไป

678
00:45:09.348 --> 00:45:13.348
นะคะ การคัดกรอง

679
00:45:13.349 --> 00:45:17.349
ตอนนี้ส่วนมากเราไปนี่ ส่วนมากเขาจะใช้คนใช่ไหมคะ

680
00:45:17.350 --> 00:45:21.350
บางที่เขามีการคัดกรองใช้ระบบ

681
00:45:21.359 --> 00:45:25.359
แล้วระบบก็จะบอกมาเบื้องต้นว่าเราเป็นอะไร

682
00:45:25.359 --> 00:45:29.359
ในเบื้องต้นนะ แต่สุดท้ายแล้ว

683
00:45:29.360 --> 00:45:33.360
แต่หมายถึงว่าระบบพวกนี้จะบอกข้อมูลในเบื้องต้นให้

684
00:45:33.361 --> 00:45:37.361
ระบบ

685
00:45:37.370 --> 00:45:41.370
(นักศึกษาExpert System นี่เป็นการกระจายความรู้ของคนที่ ผู้เฒ่าผุ้แก่

686
00:45:41.371 --> 00:45:45.371
นะคะ ของคนที่

687
00:45:45.372 --> 00:45:49.372
คือถ้าผู้เฒ่าผู้แก่ล้มหายตายจากไป ความรู้ก

688
00:45:49.379 --> 00:45:53.379
เพราะลูกหลานไม่ได้ถ่ายทอดส่งต่อ

689
00:45:53.379 --> 00:45:57.379
ส่งต่อกันเป็นรุ่นต่อรุ่นกัน ความรู้มันก็จะหายไป

690
00:45:57.381 --> 00:46:01.381
เรื่อย ๆ นะค

691
00:46:01.390 --> 00:46:05.390
ฉะนั้น ES จะเก็บข้อมูลผู้เชี่ยวชาญประเภทนี้

692
00:46:05.391 --> 00:46:09.391
แล้วตอนนี้เราอยากรู้วิธีการ ทำเส้น

693
00:46:09.392 --> 00:46:13.392
ทำฝ้ายน่ะ ทำด้าย เขาเรียกอะไรเส้นฝ้าย

694
00:46:13.393 --> 00:46:17.393
เราก็ต้องไปดูวิธีการ

695
00:46:17.394 --> 00:46:21.394
ซึ่งมีการจัดทำเอาไว้ แต่มันไม่ได้เป็นระบบ

696
00:46:21.395 --> 00:46:25.395
ที่ไม่ได้เป็นศูนย์รวมของระบบ

697
00:46:25.396 --> 00:46:29.396
นะคะที่ครูเคยเห็นนี่มันเป็น Animation

698
00:46:29.397 --> 00:46:33.397
จริง ๆ เราทำเป้นโปรเจกต์ก็ได้

699
00:46:33.398 --> 00:46:37.398
เลือกมาเรื่องหนึ่งนะคะ แล้วก็ทำ

700
00:46:37.408 --> 00:46:41.408
ทำได้หลายเรื่อง ทำได้หลายแนวทาง

701
00:46:41.408 --> 00:46:45.408
ในการสร้างระบบ Expert System ขึ้นอยู่กับว่าเรามีผู้เชี่ยวชาญ

702
00:46:45.409 --> 00:46:49.409
ทางด้านไหนนะคะ พอดีของเรานี่ สกลนคร

703
00:46:49.411 --> 00:46:53.411
เป็นแหล่งผลิตผ้าครามนะคะ

704
00:46:53.412 --> 00:46:57.412
เราก็เลยเน้นมาที่ พวกผ้า พวกอะไรเป็นหลัก

705
00:46:57.413 --> 00:47:01.413
จริง ๆ นอกจากครามแล้วบ้านเราทำอะไรอีกเยอะ ๆ  (นักศึกษา) ข้าว  (อาจารย์)

706
00:47:01.415 --> 00:47:05.415
พวกผลิตพัณฑ์จากไม้ไผ่ก็มี

707
00:47:05.415 --> 00:47:09.415
นะคะ ก็มีแต่เราไม่ได้มีการสร้างและเก็บ

708
00:47:09.418 --> 00:47:13.418
เราสังเกตว่า ไอ้

709
00:47:13.419 --> 00:47:17.419
วิธีการหรือลวดลายในการทำน่ะ มันจะมีหลากหลายลาย นะคะ

710
00:47:17.420 --> 00:47:21.420
มันจะมีหลากหลายรายนะคะ

711
00:47:21.421 --> 00:47:25.421
อันนี้ควรเก็บเอาไว้นะคะ ถ้าเกิดคนที่ทำสารเป็นนะคะ

712
00:47:25.423 --> 00:47:29.423
อันที่เกิดที่ทำ

713
00:47:29.438 --> 00:47:33.438
พวกนี้ก็จะหายไป ถ้าเราไม่มีการการเก็บเอาไว้ในอนาคตนะคะ

714
00:47:33.440 --> 00:47:37.440
รุ่นลูกหลานในอนาคต ก็จะไม่มีแล้ว

715
00:47:37.440 --> 00:47:41.440
ขนาดรุ่นเรา อย่าเพิ่งพูดถึงอนาคตเลย รุ่นเรา

716
00:47:41.443 --> 00:47:45.443
เรายังรู้น้อยเลย ข้อมูลพวกนี้น่าเสียดาย

717
00:47:45.443 --> 00:47:49.443
นะ คราวนี้ถ้าพูดถึงว่า ระบบของผู้เชี่ยวชาญ

718
00:47:49.444 --> 00:47:53.444
ตัวอย่างของระบบผู้เชี่ยวชาญ มีด้านไหนบ้าง

719
00:47:53.445 --> 00:47:57.445
ระบบผู้เชี่ยวชาฐทางด้านการแพทย์

720
00:47:57.447 --> 00:48:01.447
เบื้องต้นนะคะ ก็มีด้านการผลิต

721
00:48:01.447 --> 00:48:05.447
นะคะ ก็มีระบบผู้เชี่ยวชาญทางธรณีวิทยา

722
00:48:05.462 --> 00:48:09.462
หรือกฎหมายการค้า ในระบบผู้เชี่ยวชาญค่ะ

723
00:48:09.463 --> 00:48:13.463
อย่างเช่นเราสนใจจะซื้อ

724
00:48:13.465 --> 00:48:17.465
ลงทุนซื้อหุ้น หรือกองทุนก็ได้

725
00:48:17.465 --> 00:48:21.465
เห็นไหมคะ เขาก็จะบอกตลอดว่า ถ้าเราจะซื้อนี่เราต้องศึกษาข้อมูลมา

726
00:48:21.466 --> 00:48:25.466
ข้อมูลให้ดีก่อนนะ ว่ากองทุกนนี้มีการปันผลอย่างไร

727
00:48:25.468 --> 00:48:29.468
อะไรอย่างไร รวมไปถึงการซื้อหุ้นอย่างนี้นะคะ

728
00:48:29.469 --> 00:48:33.469
ใช่อารมณ์ประมาณนั้น

729
00:48:33.472 --> 00:48:37.472
คราวนี้ ES ไปแล้ว เรามาดู

730
00:48:37.480 --> 00:48:41.480
ՑEIS บ้าง

731
00:48:41.481 --> 00:48:45.481
ก็คือระบบสารสนเทศที่ทำขึ้นมาสำหรับผู้บริหารระดับสูง

732
00:48:45.482 --> 00:48:49.482
นะคะ โดย EIS จะเอามาจากข้อมูล

733
00:48:49.492 --> 00:48:53.492
ที่เป็น Data Warehouse

734
00:48:53.493 --> 00:48:57.493
ที่ใหญ่ขึ้นมากกว่าฐานข้อมูลนะคะ

735
00:48:57.494 --> 00:49:01.494
ก็คือ Data Warehouse

736
00:49:01.495 --> 00:49:05.495
ทั้งจากภายในและจากภายนอกองค์กรเอง

737
00:49:05.495 --> 00:49:09.495
เอามาพัฒนาเป็นระบบ EIS ระบบ

738
00:49:09.495 --> 00:49:13.495
EIS สำหรับผู้บริหาร ใช้ในการวิเคราะห์ตัดสินใจ

739
00:49:13.496 --> 00:49:17.496
ในการวางแผน

740
00:49:17.497 --> 00:49:21.497
กลยุทธ นโยบายขององค์กรเอง

741
00:49:21.498 --> 00:49:25.498
อันนั้นคือ EIS คราวนี้เรามาดูระบบ

742
00:49:25.500 --> 00:49:29.500
ՑDecision supporting system บ้าง

743
00:49:29.502 --> 00:49:33.502
ระบบบ DSS นะคะ เป็นอย่างไร

744
00:49:33.503 --> 00:49:37.503
ก็เป็นระบบที่ช่วยตัดสินใจต่าง ๆ

745
00:49:37.504 --> 00:49:41.504
ส่วนมากแล้วนะคะ สถานการณ์

746
00:49:41.505 --> 00:49:45.505
ที่ระบบ DSS ใช้ มันจะเป็นสถาการณ์

747
00:49:45.506 --> 00:49:49.506
ที่มันไม่มีโครงสร้างตายตัว

748
00:49:49.507 --> 00:49:53.507
ไม่มีโครงสร้างตายตัว จะใช้

749
00:49:53.508 --> 00:49:57.508
วิจารญาณของมนุษย์มาตัดสินใจ

750
00:49:57.508 --> 00:50:01.508
ตายตัว ปัญหา

751
00:50:01.509 --> 00:50:05.509
ที่ไม่มีโครงสร้างตายตัว ปัญหาที่ไม่มีโครงสร้างตายตัว

752
00:50:05.510 --> 00:50:09.510
ครูเคยยกตัวอย่างที่มีโครงสร้างตายตัว

753
00:50:09.510 --> 00:50:13.510
อะไรคือปัญหาที่มีโครงสร้าง อะไรบ้าง เช่น

754
00:50:13.524 --> 00:50:17.524
ติด F ถือว่าเป็นปัญหาไหม

755
00:50:17.524 --> 00:50:21.524
เป็นไหมคะ เราสอบไม่ผ่าน

756
00:50:21.526 --> 00:50:25.526
เราได้เกรด F นี้ ถือว่าเป็นปัญหาชีวิตอย่างหนึ่ง

757
00:50:25.539 --> 00:50:29.539
แล้วการแก้ปัญหานี้ต้องทำอย่างไรบ้าง

758
00:50:29.539 --> 00:50:33.539
มีขั้นตอนชัดเจนไหม

759
00:50:33.541 --> 00:50:37.541
ถ้ามีขึ้นตอนชัดเจน แปลว่าปัญหานี้มีโครงสร้าง

760
00:50:37.542 --> 00:50:41.542
1 ต้องไปลงทะเบียนใหม่

761
00:50:41.544 --> 00:50:45.544
นะคะ ไปลงทะเบียนใหม่ เสร็จแล้วก็ต้องไปเรียน ก็คือ

762
00:50:45.544 --> 00:50:49.544
เข้าสู่สเ็ปการเรียนใหม่

763
00:50:49.545 --> 00:50:53.545
แล้วถ้าติด I ถือว่าเป็นปัญหาไหม

764
00:50:53.546 --> 00:50:57.546
เป็นปัญหาเหมือนกัน แล้ว

765
00:50:57.547 --> 00:51:01.547
การแก้ปัญหาติด I เหมือนกับ F ไหมคะ

766
00:51:01.548 --> 00:51:05.548
ไม่เหมือน

767
00:51:05.550 --> 00:51:09.550
นะคะ แล้วก็กระบวนการแก้ I นี่

768
00:51:09.551 --> 00:51:13.551
ต้องลงทะเบียนใหม่ไหม ไม่ต้อง

769
00:51:13.553 --> 00:51:17.553
ติดต่ออาจารย์ผู้สอน นะคะ เราอาจจะขาดสอบ

770
00:51:17.554 --> 00:51:21.554
หรือ สอบครบแต่ส่งงานไม่ครบ

771
00:51:21.562 --> 00:51:25.562
อันนี้คือการแก้ปัญหานะคะ คือพวกนี้

772
00:51:25.563 --> 00:51:29.563
เรียกปัญหาเหล่านี้ว่าปัญหาที่มีโครงสร้าง

773
00:51:29.564 --> 00:51:33.564
เพราะวิธีการแก้คือ เราต้องทำตามขั้นตอนเหล่านี้ ไม่มี

774
00:51:33.564 --> 00:51:37.564
ตายตัว เราจะทำตัวไหนก่อนก็ได้ค่ะ เรา

775
00:51:37.565 --> 00:51:41.565
ต้องทำตามขั้นตอน 1, 2, 3, 4, 5 คะ

776
00:51:41.566 --> 00:51:45.566
แต่ปัญหาที่มันไม่มีโครงสร้าง ครูเคยยกตัวอย่างอะไรนะ

777
00:51:45.580 --> 00:51:49.580
ภาสกร อกหักค่ะ

778
00:51:49.581 --> 00:51:53.581
เป็บปัญหาไหม  (นักศึกษา) เป็นครับ  (อาจารย์)

779
00:51:53.581 --> 00:51:57.581
มีวิธีการแก้ปัญหาตายตัวไหม  (นักศึกษา) (นักศึกษา)

780
00:51:57.582 --> 00:52:01.582
ไม่มี แล้วแต่

781
00:52:01.595 --> 00:52:05.595
คน  (นักศึกษา) ครับ  (อาจารย์) อันนี้คือปัญหาไมม

782
00:52:05.597 --> 00:52:09.597
นะคะ เราจะใช้ประสบการณ์ หรือวิจารณญาน

783
00:52:09.598 --> 00:52:13.598
ของแต่ละคนในการแก้ปัญหา

784
00:52:13.599 --> 00:52:17.599
ของแต่ละบุคคลไป นี้คือ DSS นะคะ

785
00:52:17.601 --> 00:52:21.601
สำหรับช่วยแก้ปัญหาที่ไม่มีโครงสร้าง นะคะ

786
00:52:21.602 --> 00:52:25.602

787
00:52:25.603 --> 00:52:29.603
การมีระบบนี้มันก็ช่วยให้ตัดสินใจได้

788
00:52:29.603 --> 00:52:33.603
เร็วขึ้น เพราะอย่างน้อยก็จะช่วย

789
00:52:33.605 --> 00:52:37.605
นะคะ เมื่อข้อมูลที่นำเสนอมาผ่าน DSS นะคะ

790
00:52:37.607 --> 00:52:41.607
มันอาจจะอยู่ในรูปแบบของตาราง

791
00:52:41.607 --> 00:52:45.607
แล้วแต่เราดีไซน์นะคะ แต่ระบบนี้จะช่วยให้ผู้บริหาร

792
00:52:45.614 --> 00:52:49.614
สามารถตัดสินใจได้มากขึ้น เพราะมีข้อมูลเดิมมา

793
00:52:49.638 --> 00:52:53.638
เรียกระบบ DSS นะคะ  คราวนี้เรามาดู

794
00:52:53.639 --> 00:52:57.639
ระบบ MIS บ้าง มันถือเป็น

795
00:52:57.640 --> 00:53:01.640
ระบบย่อยที่แต่ละองค์กรต้องมีนะคะ

796
00:53:01.645 --> 00:53:05.645
เดี๋ยวครูค่อยเล่าให้ฟัง ว่าระบบมหาวิทยาลัมีอะไรบ้าง

797
00:53:05.645 --> 00:53:09.645
นะคะ อย่างเช่น MIS ก็คือระบบ

798
00:53:09.646 --> 00:53:13.646
จัดการทางด้านงานธุรกิจ

799
00:53:13.648 --> 00:53:17.648
ก็จะมีชื่อต่างกันออกไปนะ ขึ้นอยู่กับ

800
00:53:17.649 --> 00:53:21.649
ระบบนั้นใช้ทำอะไร ระบบนั้นก็ขึ้นอยู่ตาม

801
00:53:21.650 --> 00:53:25.650
หน้าที่ของงานนั้นเลย บางที่นะคะ ใช้

802
00:53:25.651 --> 00:53:29.651
เป็นส่วนย่อยของ MIS ด้วย

803
00:53:29.652 --> 00:53:33.652
เป็นงานย่อย ๆ หรือ

804
00:53:33.652 --> 00:53:37.652
ระบบใช้งานอัตโนมัติ พวก pepre rent

805
00:53:37.653 --> 00:53:41.653
รู้จักระบบ Paper less สำนักงานที่

806
00:53:41.653 --> 00:53:45.653
สำนักงานที่ไม่มีการมช้กระดาษ

807
00:53:45.654 --> 00:53:49.654
ถ้าไม่มีการใช้กระดาษเลย แล้วเรารับส่งเอกสารกันอย่างไร

808
00:53:49.654 --> 00:53:53.654
ก็ส่งเป็นไฟล์ ส่งเป็นเมล

809
00:53:53.655 --> 00:53:57.655
ส่งผ่าน Social Media หรือระบบที่ไม่มี

810
00:53:57.656 --> 00:54:01.656
ออกมานะ นะคะ เขาเรียกระบบสำนักงานอัตโนมัติเหมือนกัะ

811
00:54:01.658 --> 00:54:05.658
คราวนี้อีกระบบหนึ่ง

812
00:54:05.659 --> 00:54:09.659
ที่น่าสนใจก็คือระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์

813
00:54:09.660 --> 00:54:13.660
นะคะ เคยได้ยินไหมคะ GIS

814
00:54:13.661 --> 00:54:17.661
Ցมาจากคำว่า

815
00:54:17.662 --> 00:54:21.662
เป็นระบบ GIS

816
00:54:21.675 --> 00:54:25.675
GIS คือ การทำอย่างไร

817
00:54:25.677 --> 00:54:29.677
การนำระบบคอมพิวเตอร์มาทำเป็นระบบการเก็บข้อมูล

818
00:54:29.677 --> 00:54:33.677
แผนที่ สถิตินะคะ

819
00:54:33.679 --> 00:54:37.679
แล้วก็นำมาบรรยาย นำมาอธิบาย

820
00:54:37.679 --> 00:54:41.679
เพื่อความสะดวกและแสดงผลในการเรียกดู

821
00:54:41.681 --> 00:54:45.681
ของผู้ใช้งานเลย พวกเรารู้จักระบบ GIS อะไรบ้าง

822
00:54:45.682 --> 00:54:49.682
เคยได้ยินไหมคะ ระบบ GIS

823
00:54:49.683 --> 00:54:53.683
อันนี้แหละเป็นระบบ GIS เคยรู้ไหมคะ

824
00:54:53.684 --> 00:54:57.684
ที่ไหนมีระบบ GIS บ้าง

825
00:54:57.685 --> 00:55:01.685
GIS ไม่ใช่ระบบ Navigator นะคะ

826
00:55:01.687 --> 00:55:05.687
แยกกันให้ออกนะ

827
00:55:05.687 --> 00:55:09.687
รู้จักระบบ Navigator ไหมค่ะ

828
00:55:09.692 --> 00:55:13.692
เช่น โค้กอยากไปบิ๊กซี โค้กก็ตั้ง

829
00:55:13.693 --> 00:55:17.693
อันนี้ไม่ใช่ GIS นะคะ

830
00:55:17.695 --> 00:55:21.695
โอเคไหม เราอย่าไปจำสับสนกัน

831
00:55:21.697 --> 00:55:25.697
อันนี้คือระบบแผนที่นำทาง ระบบการนำทาง

832
00:55:25.698 --> 00:55:29.698
นะคะ โค้กก็ตั้งฉันอยู่ตรงนี้ แล้วฉันจะไป

833
00:55:29.700 --> 00:55:33.700
ตำแหน่ง ห้างน่ะ ไปอย่างไร

834
00:55:33.702 --> 00:55:37.702
นะคะ เหมือนกับเราไปที่ที่เราไม่รู้จักน่ะ

835
00:55:37.702 --> 00:55:41.702
เราก็จะตั้งแผนที่ไปนะคะ

836
00:55:41.704 --> 00:55:45.704
อันนี้คือระบบนำทาง แต่ถ้าเป็นระบบ GIS

837
00:55:45.706 --> 00:55:49.706
มันจะต้องบอกข้อมูลได้ลึกกว่านั้น

838
00:55:49.706 --> 00:55:53.706
ครูเคยทำระบบ GIS ตอนที่เรียนปริญญาโท

839
00:55:53.707 --> 00:55:57.707
นะคะ

840
00:55:57.713 --> 00:56:01.713
ลักษณะการทำ เราต้องมีข้อมูลแผนที่ก่อนค่ะ แต่ก่อนอาจารย์ทำ

841
00:56:01.715 --> 00:56:05.715
แผนที่ของจังหวัด ร้อยเอ็ดนะคะ

842
00:56:05.724 --> 00:56:09.724
พอดีมีข้อมูลแผนที่ของจังหวัดร้อยเอ็ด

843
00:56:09.739 --> 00:56:13.739
Ցเฝ้าระวังไข้เลือดออก เพราะครูมีแผนที่จังหวัด

844
00:56:13.741 --> 00:56:17.741
ร้อยเอ็ดและมีข้อมูลตาราง

845
00:56:17.741 --> 00:56:21.741
ข้อมูลข่าว ที่อยู่ใน

846
00:56:21.743 --> 00:56:25.743
ตอนนี้เก็บอยู่ใน Access

847
00:56:25.744 --> 00:56:29.744
ที่ใช้ก็คือ Access นะคะ

848
00:56:29.744 --> 00:56:33.744
มันจะได้ข้อมูลที่แมพของแผนที่

849
00:56:33.746 --> 00:56:37.746
อำเภอหรือตำบลไหน เป็นไข้เลือดออก

850
00:56:37.749 --> 00:56:41.749
เอาข้อมูลมาแม็ปกัน มั

851
00:56:41.750 --> 00:56:45.750
แค่การนำทางนะคะ ฉะนั้นเมื่อพูดถึง GIS

852
00:56:45.759 --> 00:56:49.759
เราต้องบอกได้ว่ามันไม่ใช่การนำทางนะ เพราะมันคือข้อมูล

853
00:56:49.761 --> 00:56:53.761
เชิงลึกกว่านั้น นะคะ

854
00:56:53.762 --> 00:56:57.762
อันนี้คือภาพรวมนะคะ

855
00:56:57.763 --> 00:57:01.763
GIS ก็มีการใช้คน

856
00:57:01.764 --> 00:57:05.764
พัฒนาระบบเหมือนกัน ใช้ข้อมูล

857
00:57:05.765 --> 00:57:09.765
ถือว่ามีความสำคัญ แล้วก็ข้อมูลเป็นการสร้างข้อมูล GIS

858
00:57:09.766 --> 00:57:13.766
ตัวนี้คือองค์ประกอบของ GIS

859
00:57:13.768 --> 00:57:17.768
ก็มีการใช้ทรัพย์ยากรพวกนี้

860
00:57:17.769 --> 00:57:21.769
เหมือนกัน แล้วเรานำไปใช้

861
00:57:21.770 --> 00:57:25.770
ทำอะไร อันนี้อย่างที่ครูบอกไป ครูอธิบายเป็นภาพรวม

862
00:57:25.770 --> 00:57:29.770
ถ้า GIS จะต้องอบก Location ได้

863
00:57:29.772 --> 00:57:33.772
จะต้องมีข้อมูลที่เป็นแผนที่น่ะ ต้อง

864
00:57:33.772 --> 00:57:37.772
บอกว่า ใคร อย่างเช่น ยกตัวอย่างเช่น

865
00:57:37.773 --> 00:57:41.773
อยากรู้ว่าใครเป็นเจ้าของบ้าน นะคะ GIS ต้องบอกได้

866
00:57:41.774 --> 00:57:45.774
ค้นหาตำแหน่งได้นะคะ หรืออยากรู้ว่า

867
00:57:45.775 --> 00:57:49.775
บ้านของพศกรอยู่ตรงไหน

868
00:57:49.775 --> 00:57:53.775
อันนี้คือโลเคชัน GIS

869
00:57:53.776 --> 00:57:57.776
จะบอก Condition Contidion ก็คือเงื่อนไข

870
00:57:57.779 --> 00:58:01.779
เช่น ให้แสดงข้อมูลเงื่อนไข

871
00:58:01.780 --> 00:58:05.780
เราเคยดูหนังไหมคะ ดูหนังที่เขา

872
00:58:05.782 --> 00:58:09.782
ใช้ระบบค้นหาอาชยากร

873
00:58:09.783 --> 00:58:13.783
GIS ร่วมกับระบบอื่น แต่อย่างอื่นก็เป็นระบบพื้นฐานของ

874
00:58:13.803 --> 00:58:17.803
เป็น GIS ค่ะ เราอยากรู้ว่า

875
00:58:17.804 --> 00:58:21.804
บ้านเรานี่ทำได้ไหม ไม่เห็นหนังทางบ้านเราทำ

876
00:58:21.816 --> 00:58:25.816
ไม่ค่อ ส่วนมากเราจะดูหนังฝรั่งนะ

877
00:58:25.817 --> 00:58:29.817
หนังฝรั่งเขาจะมีฐานข้อมูลเดี่ยวค่ะ ฐานข้อมูลเดี่ยว

878
00:58:29.821 --> 00:58:33.821
แล้วเราอยากรู้ว่า

879
00:58:33.822 --> 00:58:37.822
ค้นหาข้อมูลอาชญากรน่ะ

880
00:58:37.824 --> 00:58:41.824
คนนี้อยู่ที่ไหน คนนี้เป็นใคร

881
00:58:41.824 --> 00:58:45.824
ทำไมบ้านเราไม่ทำหนังแนวนี้ เพราะมันเกี่ยวกับความมั่นคงของประทเ

882
00:58:45.825 --> 00:58:49.825
เพราะมันเกี่ยวกับข้อมูล ความมั่นคงของประเทศ

883
00:58:49.825 --> 00:58:53.825
แต่ถ้าเกิดเป็นทางยุโรป

884
00:58:53.827 --> 00:58:57.827
ทางตะวันออก ทางตะวันตก

885
00:58:57.828 --> 00:59:01.828
เขายังเอาประธานาธิบดี

886
00:59:01.830 --> 00:59:05.830
นายกมาโดนระเบิดตายได้ไหม

887
00:59:05.832 --> 00:59:09.832
ก็จะแบบนี้ ฉะนั้น

888
00:59:09.832 --> 00:59:13.832
ถ้าเป็นข้อมูล Condition

889
00:59:13.834 --> 00:59:17.834
ในข้อมูลนี้ ให้แสดงข้อมูลของคนที่มีรายได้

890
00:59:17.836 --> 00:59:21.836
อันนี้คือCondition เหมือนเราเขียนโปรแกรม

891
00:59:21.838 --> 00:59:25.838
ให้มันได้ นั้นน่ะคือ GIS ทำได้นะคะ

892
00:59:25.839 --> 00:59:29.839
หรือ Trends คือการวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลง

893
00:59:29.840 --> 00:59:33.840
นะคะ ที่เกิดขึ้นเราบอกให้แสดงข้อมูลจากปีนี้ถึงปีนี้

894
00:59:33.841 --> 00:59:37.841
ตั้งแต่ปีนี้ ถึงปีนี้ ตั้งแต่วั

895
00:59:37.842 --> 00:59:41.842
ถึงเดือนกรกฎาคม ถึงธันวาคม

896
00:59:41.843 --> 00:59:45.843
คือบอกเป็น Trends เป็นช่วงได้

897
00:59:45.845 --> 00:59:49.845
หรือแสดงข้อมูลที่เป็นในรูปแบบแพทเทิร์น

898
00:59:49.846 --> 00:59:53.846
นะคะ ให้บอก

899
00:59:53.847 --> 00:59:57.847
เป็นรูปแบบที่เราระบุลงไปให้แสดงข้อมูลแบบนี้นะ

900
00:59:57.848 --> 01:00:01.848
อันนี้คือการนำ GIS ไปใช้งาน

901
01:00:01.850 --> 01:00:05.850
ประเทศไทยมีการใช้ระบบ GIS ไหม

902
01:00:05.853 --> 01:00:09.853
ถ้าครูถามแบบนี้ เราจะค้นข้อมูลได้ที่ไหน

903
01:00:09.853 --> 01:00:13.853
GIS ในประเทศไทยมีไหมคะ

904
01:00:13.854 --> 01:00:17.854
ยกตัวอย่างมาสัก 1 ระบบสิ

905
01:00:17.854 --> 01:00:21.854
GIS ในไทย

906
01:00:21.855 --> 01:00:25.855
นี่นะคะ ชื่อระบบ

907
01:00:25.857 --> 01:00:29.857
ที่เป็น GIS ของไทย

908
01:00:29.857 --> 01:00:33.857
มีที่ไหน

909
01:00:33.859 --> 01:00:37.859
เขาทำเยอะแยะ เจอไหมคะ ค้นเจอไหม

910
01:00:37.862 --> 01:00:41.862

911
01:00:41.866 --> 01:00:45.866
เจอไหมคะ ค้นเจอไหม

912
01:00:45.867 --> 01:00:49.867
ยกตัวอย่างมาสัก 1 ตัวอย่างสิ

913
01:00:49.868 --> 01:00:53.868
ที่เป็น GIS นะคะ

914
01:00:53.868 --> 01:00:57.868
ชื่อระบบว่า

915
01:00:57.869 --> 01:01:01.869
คนอื่นเจอไหมคะ

916
01:01:01.869 --> 01:01:05.869
คนอื่นเจอไหมคะ แตงเจอไหมคะ

917
01:01:05.869 --> 01:01:09.869
ระบบ GIS ในไทย หน่วยงาไหนก็ได้ค่ะ

918
01:01:09.870 --> 01:01:13.870
ยกตัวอย่างมา 1 ตัวอย่างสิ ครูอยากรู้ว่าค้น

919
01:01:13.872 --> 01:01:17.872
ที่ไหน ใช้คีย์เวิร์ดว่าอะไร

920
01:01:17.872 --> 01:01:21.872
ในการค้น

921
01:01:21.872 --> 01:01:25.872
เขาใช้ชื่อว่าอะไร GIS นะ

922
01:01:25.872 --> 01:01:29.872

923
01:01:29.873 --> 01:01:33.873

924
01:01:33.873 --> 01:01:37.873
ส่วนมากเขาก็จะใช้ระบบสารสนเทศ

925
01:01:37.875 --> 01:01:41.875
สารสนเทศของ

926
01:01:41.876 --> 01:01:45.876
ของอะไร

927
01:01:45.878 --> 01:01:49.878
เป็นภูมิสารสนเทศนะคะ

928
01:01:49.880 --> 01:01:53.880
ภูมิศาสตร์ ข้อมูลเชิงลึก

929
01:01:53.880 --> 01:01:57.880
เกี่ยวกับภูมิสนเทศ ซึ่งมันจะเกี่ยวกับการนำทาง

930
01:01:57.883 --> 01:02:01.883
มีไหมคะ

931
01:02:01.884 --> 01:02:05.884
เงียบเลย

932
01:02:05.895 --> 01:02:09.895
หรือเยอะมากไม่รู้จะเอาตัวอย่างไหน

933
01:02:09.907 --> 01:02:13.907
มี มี ชื่อตัวอย่าง อย่าง

934
01:02:13.907 --> 01:02:17.907
สำนักงานตำรวจใช่ไหมคะ เขาก็จะมีการ

935
01:02:17.909 --> 01:02:21.909
สร้างระบบภูมิสารสนเทศทางด้านอา

936
01:02:21.911 --> 01:02:25.911
นะคะ แต่เราไม่สามารถเข้าไปดูข้อมูลนี้

937
01:02:25.912 --> 01:02:29.912
นะคะ เราคิดว่าอย่างในประเทศไทยนี่

938
01:02:29.912 --> 01:02:33.912
มันจะมีแหล่ง

939
01:02:33.921 --> 01:02:37.921
แร่ แหล่งน้ำมัน

940
01:02:37.924 --> 01:02:41.924
หรือแหล่งทรัพยากรของประเทศ

941
01:02:41.926 --> 01:02:45.926
เราคิดว่ามันจะมีข้อมูลที่เก็บไหมว่าที่มี

942
01:02:45.928 --> 01:02:49.928
มีไหนมี

943
01:02:49.929 --> 01:02:53.929
แต่เราไม่รู้

944
01:02:53.930 --> 01:02:57.930
คือ แต่เขาไม่บอก เขากลัวเรา

945
01:02:57.931 --> 01:03:01.931
(นักศึกษา) เขากลัวเรารวย  (อาจารย์) เราก็คิดไปนู่น

946
01:03:01.933 --> 01:03:05.933
Ցประเทศเราเป็นประชาธิปไตยค่ะ

947
01:03:05.934 --> 01:03:09.934

948
01:03:09.936 --> 01:03:13.936
GIS เป็น Modeling ก็ได้นะคะ

949
01:03:13.936 --> 01:03:17.936
เช่น พื้นที่ที่เหมาะสมในการทำอะไร

950
01:03:17.937 --> 01:03:21.937
เช่นพื้นที่ที่เหมาะสมในการปลูกข้าว

951
01:03:21.937 --> 01:03:25.937
อันนี้คือใส่

952
01:03:25.938 --> 01:03:29.938
ให้ระบบมันโชว์ขึ้นมา

953
01:03:29.939 --> 01:03:33.939
สวนยาง ทำสวนยาง พื้นที่ไหนเหมาะแก่การทำสวน

954
01:03:33.941 --> 01:03:37.941
อันนี้คือใช้ขอมูล GIS

955
01:03:37.942 --> 01:03:41.942
นะคะ โอเค

956
01:03:41.943 --> 01:03:45.943
คราวนี้มาระบบ TPS ล่ะ

957
01:03:45.944 --> 01:03:49.944
แล้วครูจะให้หาตัวอย่างนะคะ

958
01:03:49.944 --> 01:03:53.944
ՑTPS มันคือ

959
01:03:53.945 --> 01:03:57.945
คือลักษณะงานที่ทำเป็นประจำทุกวัน

960
01:03:57.946 --> 01:04:01.946
งานลูทีน

961
01:04:01.948 --> 01:04:05.948
นะคะ เช่นถ้าเป็นห้างก็เป็นการซื้อขาย

962
01:04:05.949 --> 01:04:09.949
บันทึกข้อมูลอะไรพวกนี้นะคะ

963
01:04:09.949 --> 01:04:13.949
งานย่อย ๆ ที่ต้องทำทุกวัน

964
01:04:13.949 --> 01:04:17.949
จำนวนสินค้า จำนวนที่ขายต่อวัน

965
01:04:17.949 --> 01:04:21.949
ทุกวันที่เขาทำ นี่คือลูทีเราเรียกระบบ

966
01:04:21.950 --> 01:04:25.950
แบบประมวลผลรายการ หรือ TPS

967
01:04:25.951 --> 01:04:29.951

968
01:04:29.952 --> 01:04:33.952
ทำไมต้องมีระบบ TPS

969
01:04:33.954 --> 01:04:37.954
นะคะ คำนวณ จัดเรียง นะคะ แล้วก็สรุป

970
01:04:37.956 --> 01:04:41.956
เก็บเอาไว้

971
01:04:41.957 --> 01:04:45.957
การจัดการกับข้อมูล TPS จะมีการจัดการ

972
01:04:45.957 --> 01:04:49.957
มีอยู่ 3 วิธี

973
01:04:49.958 --> 01:04:53.958
มันเป็นระบบเก็บใช่ไหมคะ แล้วเก็บมาแล้วจะจัดการ

974
01:04:53.960 --> 01:04:57.960
กับข้อมูลที่เก็บอย่างไร มี 3 วิธี ก็คือ 1

975
01:04:57.960 --> 01:05:01.960
การจัดกับข้อมูลกับข้อมูลที่เก็บแบบ แบต

976
01:05:01.961 --> 01:05:05.961
แบบออนไลน์ แบบไฮบริด

977
01:05:05.970 --> 01:05:09.970
เราลองเดาดูสิว่าแบบ Bath มันเป็นอย่างไร มันเป็น

978
01:05:09.970 --> 01:05:13.970
เป็นการประมวลผล

979
01:05:13.971 --> 01:05:17.971
Ցแบบกลุ่มนะคะ แบบแบต

980
01:05:17.972 --> 01:05:21.972
แบบกลุ่มเป็นอย่างไร

981
01:05:21.974 --> 01:05:25.974
ก็คือเก็บข้อมูลเอาไว้ช่วงหนึ่งก่อน

982
01:05:25.976 --> 01:05:29.976
แล้วค่อยประมวลผลล่ะค่ะ

983
01:05:29.976 --> 01:05:33.976
นักศึกษารู้จักบัตรเครดิตนะ

984
01:05:33.984 --> 01:05:37.984
เรานี่มีบัตรเครดิตหรือยัง ต้องมีเงินได้ก่อนนะ

985
01:05:37.984 --> 01:05:41.984
อย่างเช่น ข้อม

986
01:05:41.985 --> 01:05:45.985
เวลาที่เรามีการรูดซื้อของนี่

987
01:05:45.986 --> 01:05:49.986
จะเก็บข้อมูลไว้ ๆ

988
01:05:49.987 --> 01:05:53.987
ไม่ได้เรียกเก็บเงินกับเราไปเรื่อย ๆ นะ

989
01:05:53.988 --> 01:05:57.988
เป็นรอบตัดบิลน่ะ เขาเรียกรอบตัดบิล ก็คือวันที่

990
01:05:57.989 --> 01:06:01.989
ที่รวบรวมข้อมูลแล้วแจ้งยอดกับลูกค้าว่า

991
01:06:01.991 --> 01:06:05.991
เดือนนี้มีการใช้ข้อมูลไปเท่าไร อันนี้คือแบบแบต

992
01:06:06.000 --> 01:06:10.000
นะคะ ทั้งเดือนมีการใช้เท่านี้

993
01:06:10.001 --> 01:06:14.001
แล้วก็แจ้งมาเราก็ไปจ่าย อันนี้ค่ะ เขาเรียกการเก็บข้อมุล

994
01:06:14.003 --> 01:06:18.003
ถึงเวลาแล้วก็ส่งข้อมูลเป็นกลุ่ม

995
01:06:18.008 --> 01:06:22.008
เป็นรอบไปน่ะ รอบหนึ่ง 1 เดือน

996
01:06:22.009 --> 01:06:26.009
หรือรอบนึงหนึ่งอาทิตย์ก็ได้ แล้วแต่เราตั้ง

997
01:06:26.010 --> 01:06:30.010
เงื่อนไขที่เราตั้งขึ้นมานะคะ แต่มันไมได้ทำทันทีน่ะ

998
01:06:30.011 --> 01:06:34.011
มันต้องเก็บไว้ก่อน เป็นกลุ่มข้อมูลนะคะ

999
01:06:34.011 --> 01:06:38.011
บัตรเครดิตน่ะชัดเจนสุด

1000
01:06:38.014 --> 01:06:42.014
ก็คือ สะสมไว้ ก็ถึงวันที่

1001
01:06:42.015 --> 01:06:46.015
ตัดยอดมันก็แจ้งมาเลยว่า สรุปแล้ว

1002
01:06:46.016 --> 01:06:50.016
เราก็ไปจ่ายตอนสิ้นเดือน อย่างนี้

1003
01:06:50.018 --> 01:06:54.018
คือเก็บข้อมูลเอาไว้ก่อนแล้วประมวลผลตอนครบรอบ

1004
01:06:54.018 --> 01:06:58.018
ก็คือกระบวนการทำงาน

1005
01:06:58.018 --> 01:07:02.018
ประมวลผลแบบ Bath แบบ Bath

1006
01:07:02.019 --> 01:07:06.019
คราวนี้ ถ้าเป็น Online ล่ะ

1007
01:07:06.021 --> 01:07:10.021
เก็บข้อมูลแบบออนไลน์ เอาที่ใกล้ตัวเรา

1008
01:07:10.022 --> 01:07:14.022
การทำธุรกรรมทางการเงิน

1009
01:07:14.023 --> 01:07:18.023
นะคะ เราเอาบัตรเอทีเอ็ม

1010
01:07:18.025 --> 01:07:22.025
ไปกดที่ตู้ ATM

1011
01:07:22.025 --> 01:07:26.025
ในบัญชีมันปรับยอดเลยไหม

1012
01:07:26.026 --> 01:07:30.026
หรือปรับยอดสิ้นเดือน

1013
01:07:30.028 --> 01:07:34.028
มีเงินอยู่ พันหนึ่ง

1014
01:07:34.028 --> 01:07:38.028
ในบัญชีมันเหลือเท่าไรคะ

1015
01:07:38.029 --> 01:07:42.029
500 ณ ต้อนนั้นเลยหรื

1016
01:07:42.030 --> 01:07:46.030
500 ทันทีนะคะ อันนี้ตัดทันที

1017
01:07:46.032 --> 01:07:50.032
แต่ว่าเป็นแบบออนไลน์ Online Prc

1018
01:07:50.042 --> 01:07:54.042
มันไม่ได้เก็บไว้เป็นกลุ่มข้อมูล ไม่เก็บแบบ

1019
01:07:54.044 --> 01:07:58.044
ไม่ได้ประมวลผลทุกวัน 5 เดือนหนึ่ง

1020
01:07:58.045 --> 01:08:02.045
ออนไลน์คือทำทันที อัพเดท

1021
01:08:02.046 --> 01:08:06.046
แฟ้มข้อมูลหลักทันที เอทีเอ็ม

1022
01:08:06.047 --> 01:08:10.047
ถ้าเป็นแบบ Hybrid

1023
01:08:10.047 --> 01:08:14.047
ก็คือการทำผสมผสานกันกับแบบแบต

1024
01:08:14.049 --> 01:08:18.049
แล้วก็ประมวลผลเป็นแบบออนไลน์

1025
01:08:18.050 --> 01:08:22.050
Ց

1026
01:08:22.051 --> 01:08:26.051
ยกตัวอย่างนะคะ เช่น ตัวอย่างเช่น

1027
01:08:26.054 --> 01:08:30.054
บริษัทมีการป้อนข้อมูลแบบสแกนอาร์โค้ด

1028
01:08:30.055 --> 01:08:34.055
นะคะ สแกนบาร์โค้ดสินค้า

1029
01:08:34.057 --> 01:08:38.057
เพื่อลดข้อผิดพลาดในการ เราต้องรู้เหตุผลที่

1030
01:08:38.058 --> 01:08:42.058
ถึงต้องสแกนนะ เรารู้

1031
01:08:42.059 --> 01:08:46.059
การทำงานของการแสกนอาร์โค้ดนะคะ

1032
01:08:46.060 --> 01:08:50.060
เราต้องรู้ว่าการสแกน มันจะลดการผิดพลาด

1033
01:08:50.061 --> 01:08:54.061
ในการกรอกข้อมูลที่เป็นตัวเลขเยอะ ๆ

1034
01:08:54.065 --> 01:08:58.065
ทำไมถึงใช้การแสกนบาร์โค้ด

1035
01:08:58.066 --> 01:09:02.066
สแกนคิวอาร์โค้ด แทนที่เราจะต้องกรอกตัวล

1036
01:09:02.067 --> 01:09:06.067
ตัวอักษรเยอะ ๆ แต่ถ้าเราใช้การ

1037
01:09:06.068 --> 01:09:10.068
ยิงหรืออ่าน มันเป็นตัวอ่านนะคะ ก็คือการ

1038
01:09:10.070 --> 01:09:14.070
ลดความผิดพลาดในการคีย์ข้อมูล

1039
01:09:14.071 --> 01:09:18.071
อันนี้คือหลักการของมันนะคะ ไม่ว่าเราไปเสนองานที่ไหนก็แล้วแต่

1040
01:09:18.072 --> 01:09:22.072
เขาถามว่าทำไมถึงใช้อันนี้เราต้องบอกถึงหลักการของมันได้

1041
01:09:22.074 --> 01:09:26.074
ได้อย่างนี้ครูยกตัวอย่างถึงการทำงาน

1042
01:09:26.080 --> 01:09:30.080
ทำไมถึงใช้การแสกนบาร์โค้ด

1043
01:09:30.081 --> 01:09:34.081
ในการกรอกข้อมูล อันนี้คือหลักการนะคะ

1044
01:09:34.081 --> 01:09:38.081
ของใบสั่งซื้อ นะ

1045
01:09:38.082 --> 01:09:42.082
นี้เป็นการยกตัวอย่างแบบการประมวลผลแบบ Hybrid

1046
01:09:42.084 --> 01:09:46.084
นะคะ คราวนี้ถ้าเป็นระบบ

1047
01:09:46.085 --> 01:09:50.085
ให้ทาย ระบบสารสนเทศสำหรับสำนักงาน

1048
01:09:50.085 --> 01:09:54.085
สำหรับสำนักงานคือใช้อะไร

1049
01:09:54.087 --> 01:09:58.087
เมื่อกี้ TPS DSS

1050
01:09:58.089 --> 01:10:02.089
ՑMIS EIS OAS

1051
01:10:02.089 --> 01:10:06.089
เราคิดว่าลองทายดูว่าเป็นระบบสารสนเทศสำหรับ

1052
01:10:06.091 --> 01:10:10.091
สำนักงาน มันใช้ชื่อตัวย่อว่าอะไร

1053
01:10:10.091 --> 01:10:14.091
อะไร สารสนเทศสำหรับ

1054
01:10:14.092 --> 01:10:18.092
สำนักงาน

1055
01:10:18.092 --> 01:10:22.092
สำนักงานภาษาอังกฤษใช้คำว่าอะไรคะ

1056
01:10:22.093 --> 01:10:26.093

1057
01:10:26.094 --> 01:10:30.094
องค์กรนี่ใช้ Organization แล้วถ้าเป็น

1058
01:10:30.095 --> 01:10:34.095
หน่วยงานสำนักงานล่ะ

1059
01:10:34.096 --> 01:10:38.096
Office

1060
01:10:38.097 --> 01:10:42.097
ออฟฟิศ

1061
01:10:42.099 --> 01:10:46.099
เป็นระบบสารสนเทศสำหรับสำนักงานมันจะต้องใช้

1062
01:10:46.099 --> 01:10:50.099
สารสนเทศตัวไหนคะ

1063
01:10:50.100 --> 01:10:54.100
ก่อนหน้านี้น่ะ EIS

1064
01:10:54.110 --> 01:10:58.110
พูดไปแล้ว GIS พูดไปแล้ว TPS พูดไปแล้ว

1065
01:10:58.111 --> 01:11:02.111
มันเหลืออะไรบ้างน่ะ

1066
01:11:02.112 --> 01:11:06.112
มันคือ

1067
01:11:06.113 --> 01:11:10.113
OAS A ตัวนั้นก็คือ Automation นะคะ

1068
01:11:10.114 --> 01:11:14.114
O คือ ออฟฟิศใช่ไหมคะ

1069
01:11:14.116 --> 01:11:18.116
ระบบสารสนเทศสำหรับสำนักงาน เช่น

1070
01:11:18.117 --> 01:11:22.117
เอกสารในสำนักงาน หนังสือเข้า

1071
01:11:22.118 --> 01:11:26.118
หนังสือออก พวกเอกสารต่าง ๆ

1072
01:11:26.118 --> 01:11:30.118
นะคะ หนังสือภายนอกภายใน รวมถึงการ

1073
01:11:30.120 --> 01:11:34.120
ติดต่อส่งข่าว สื่อถึงกัน

1074
01:11:34.120 --> 01:11:38.120
นะคะ ระบบ Conferrance

1075
01:11:38.121 --> 01:11:42.121
อยู่ในระบบสารสนเทศสำหรับสำนักงานด้วย

1076
01:11:42.122 --> 01:11:46.122
ถ้าเราไปค้นของหน่วยงานแล้วมีการประชุมของ

1077
01:11:46.122 --> 01:11:50.122
นะคะ มันจะอยู่ประเภทของ OAS นะ

1078
01:11:50.124 --> 01:11:54.124
เพราะครูจะให้ไปค้นข้อมูลของหน่วยงาน

1079
01:11:54.125 --> 01:11:58.125
แล้วบอกว่ามาระบบนี้อยู่ส่วนไหน มันจัดอยู่

1080
01:11:58.126 --> 01:12:02.126
ในกลุ่มไหน ของกลุ่มสารสนเทศไหน

1081
01:12:02.128 --> 01:12:06.128
หรือบอกว่าถ้าเป็นระบบ Video Conference

1082
01:12:06.131 --> 01:12:10.131
ของสำนักงานอัตโนมัติ

1083
01:12:10.132 --> 01:12:14.132
วิดีโอคอนเฟอร์เลนใช้ทำอะไร

1084
01:12:14.133 --> 01:12:18.133
คือการประชุมทางไกล นะคะ

1085
01:12:18.149 --> 01:12:22.149
ไม่ต้องเดินทางไปที่เดียวกัน แต่นัดวันเวลา

1086
01:12:22.161 --> 01:12:26.161
สถานที่ ทุกคนก็ไปอยู่จุดที

1087
01:12:26.168 --> 01:12:30.168
ก็คือประชุมอยู่ที่

1088
01:12:30.171 --> 01:12:34.171
อย่างเช่น จะใช้กับหน่วยงานที่มีสาขา

1089
01:12:34.172 --> 01:12:38.172
มีหลายส่วน

1090
01:12:38.183 --> 01:12:42.183
มีระดับ มีหลายระดับ

1091
01:12:42.185 --> 01:12:46.185
เช่นระดับพื้นที่ ภาคระดับ

1092
01:12:46.185 --> 01:12:50.185
เตรียมขึ้นไปหน่วยงานย่อย ถึงหน่วยงานใหญ่

1093
01:12:50.187 --> 01:12:54.187
เขาก็จะมีระบบนี้ ระบบการประชุมทางไกล เขา

1094
01:12:54.203 --> 01:12:58.203
ก็จะมีห้อง VDO Conferrance

1095
01:12:58.203 --> 01:13:02.203
Ցระบบสนับสนุนการตัดสินใจในการทำงาน

1096
01:13:02.204 --> 01:13:06.204
ก็จะมี อยู่ในส่วนขอ OAS นะคะ

1097
01:13:06.204 --> 01:13:10.204
ระบบพวกนี้ ถ้าพูดย่อยไปจนถึง

1098
01:13:10.205 --> 01:13:14.205
ระบบการจัดการเอกสารทำอะไรบ้าง

1099
01:13:14.205 --> 01:13:18.205
การทำเอกสาร

1100
01:13:18.210 --> 01:13:22.210
ก็ประมวลผลคำ เราจำ

1101
01:13:22.210 --> 01:13:26.210
ประมวลผลคำได้ไหมคะ เราใช้

1102
01:13:26.211 --> 01:13:30.211
ซอฟต์แวร์ตัวไหนในการประมวลผลคำบ้าง

1103
01:13:30.212 --> 01:13:34.212
Microsoft Word

1104
01:13:34.212 --> 01:13:38.212
อันนั้นแหละเป็นตัวอย่างของซอฟต์แวร์

1105
01:13:38.213 --> 01:13:42.213
ประมวลผลคำ ประมวลรูปภาพ

1106
01:13:42.215 --> 01:13:46.215
ตัวนี้ค่ะ ก็คือการจัดการเอกสาร

1107
01:13:46.217 --> 01:13:50.217

1108
01:13:50.218 --> 01:13:54.218
อันนี้

1109
01:13:54.222 --> 01:13:58.222
เป็นตัวอย่างของการประชุมทางไกล

1110
01:13:58.223 --> 01:14:02.223
การ Conferrence

1111
01:14:02.224 --> 01:14:06.224
ทั้งแบบได้ยินแค่เสียงก็ได้ เป็น คอนเฟอร์เลน

1112
01:14:06.225 --> 01:14:10.225
ประชุมกันฟังแค่เสียง

1113
01:14:10.226 --> 01:14:14.226
ก็เป็น VDO Conference เหมือนกัน

1114
01:14:14.227 --> 01:14:18.227
พวกเราเคยมาดู หรือมีส่วนร่วม

1115
01:14:18.228 --> 01:14:22.228
ในการทำงานในช่วงงาน

1116
01:14:22.229 --> 01:14:26.229
หรือพระราชทานปริญญาบัตรนะคะ

1117
01:14:26.233 --> 01:14:30.233
แล้วในหน่วยงานเรานี่ค่ะ ในมหาวิทยาลัย

1118
01:14:30.233 --> 01:14:34.233
เราจะมีระบบที่

1119
01:14:34.234 --> 01:14:38.234
ญาติของบัณฑิตก็จะดู

1120
01:14:38.236 --> 01:14:42.236
นั้นน่ะ เราเรียกระบบโทรทัศน์วงจรปิด

1121
01:14:42.237 --> 01:14:46.237
ข้างนอกเห็นไหม  (นักศึกษา) เห็น (อาจารย์) ข้างนอกหมายถึง

1122
01:14:46.237 --> 01:14:50.237
นอกมหาวิทยาลัย เราดูที่บ้านได้ไหม

1123
01:14:50.238 --> 01:14:54.238
ไม่ได้ อันนี้คือเราส่งผ่านข้อมูล

1124
01:14:54.245 --> 01:14:58.245
ผ่านทีวีนะคะ แต่เป็นแบบ

1125
01:14:58.247 --> 01:15:02.247
ภายในบริเวณที่กำหนด แบบวงจรปิด

1126
01:15:02.248 --> 01:15:06.248
เราอยู่จุดไหน เราก็ดูผ่านทีวีจุดนั้น

1127
01:15:06.249 --> 01:15:10.249
กลับไปที่บ้านเราดูไม่ได้ อันนี้ก็อยู่ในคอนเฟอร์เลน

1128
01:15:10.250 --> 01:15:14.250
นะคะ การติดต่อสื่อสารกันทางไกลนะคะ

1129
01:15:14.252 --> 01:15:18.252
ฉะนั้นถ้าถามว่าความสัมพันธ์

1130
01:15:18.253 --> 01:15:22.253
ระหว่างระบบ

1131
01:15:22.254 --> 01:15:26.254
แต่ละระบบที่ครูพูดไปในองค์กรนี่

1132
01:15:26.255 --> 01:15:30.255
แต่ละระบบเกี่ยวข้องกันอย่างไร

1133
01:15:30.255 --> 01:15:34.255
ผู้บริหารจะใช้แค่ระบบ

1134
01:15:34.256 --> 01:15:38.256
EIS ก็ไม่ได้ เพราะข้อมูล EIS มาจากข้อมูล

1135
01:15:38.256 --> 01:15:42.256
ย่อยสุด

1136
01:15:42.257 --> 01:15:46.257
ก็คือข้อมูลที่เป็นการประมวลผลรายการ

1137
01:15:46.257 --> 01:15:50.257
Ցก็คือ TPS นี่แหละ แล้วนำข้อมูลมาสร้าง

1138
01:15:50.259 --> 01:15:54.259
นะคะ มาเป็นส่วนหนึ่งในการ

1139
01:15:54.259 --> 01:15:58.259
ทำระบบสำนักงาน มาใช้ในการเป็น

1140
01:15:58.259 --> 01:16:02.259
ระบบการตัดสินใจ แล้วก็

1141
01:16:02.260 --> 01:16:06.260
เอาเฉพาะข้อมูลที่เป็นข้อมูล

1142
01:16:06.260 --> 01:16:10.260
สุดท้ายของแต่ละระบบน่ะ

1143
01:16:10.260 --> 01:16:14.260
ไปนำเสนอผู้บริหาร เพื่อให้ผู้บริหารได้วางแผนนโยบายการบริหาร

1144
01:16:14.261 --> 01:16:18.261
นะคะ อันนี้คือความสัมพันธ์

1145
01:16:18.261 --> 01:16:22.261
ของระบบสารสนเทศในองค์กรทั้งหมด

1146
01:16:22.261 --> 01:16:26.261
มันบอกไม่ได้ว่า

1147
01:16:26.263 --> 01:16:30.263
ถ้าพูดถึงความสัมพันธ์นี่

1148
01:16:30.264 --> 01:16:34.264
แต่พูดถึงสิทธิ์ EIS ก็จะเข้าได้

1149
01:16:34.265 --> 01:16:38.265
ได้เฉพาะผู้บริหารระดับสูง คือการเข้าถึง

1150
01:16:38.267 --> 01:16:42.267
แต่ถ้าพูดถึงความสัมพันธ์ของข้อมูลสัมพันธ์ทุก

1151
01:16:42.269 --> 01:16:46.269
โอเค

1152
01:16:46.271 --> 01:16:50.271
ถ้าแยกย่อยตามองค์กร

1153
01:16:50.271 --> 01:16:54.271
การวางแผนกลยุทธ วางแผนนโยบาย

1154
01:16:54.272 --> 01:16:58.272
อะไรพวกนี้นะคะ มันเกี่ยวข้องกับอะไรบ้าง

1155
01:16:58.272 --> 01:17:02.272
อธิบายมาจากภาพนี้น่ะค่ะ ว่ามันเกี่ยว

1156
01:17:02.273 --> 01:17:06.273
การวางแผนกลยุทธ์ ก็ต้องมาจากการวางแผน

1157
01:17:06.275 --> 01:17:10.275
งาน กำหนดแผนนะคะ บุคลากรเป็นอย่างไร

1158
01:17:10.277 --> 01:17:14.277
งบประมาณพอไหม อย่างนี้ค่ะ

1159
01:17:14.277 --> 01:17:18.277
Ցมาวางแผนนโยบายต่อไป

1160
01:17:18.286 --> 01:17:22.286
นะคะ การควบคุมการปฏิบัติงาน

1161
01:17:22.287 --> 01:17:26.287
จัดการเวลาที่มีความเสี่ยง

1162
01:17:26.287 --> 01:17:30.287
อันนี้คือระบบงานย่อย แยกย่อยตามกิจกรรม

1163
01:17:30.287 --> 01:17:34.287
Activity System

1164
01:17:34.298 --> 01:17:38.298
นะคะ ก็จะเกี่ยวข้องกันหมด

1165
01:17:38.298 --> 01:17:42.298
ของบุคลากรนะคะ ในองค์กร

1166
01:17:42.314 --> 01:17:46.314
คราวนี้ครูจะให้ทำงานนะคะ

1167
01:17:46.314 --> 01:17:50.314
กลุ่มหนึ่งกี่คนก็ได้คะ เอาที่เราสะดวก

1168
01:17:50.315 --> 01:17:54.315
เราอยากอยู่กับคนนี้ กลุ่มนี้ 2 คน 3 คน 4 คน

1169
01:17:54.316 --> 01:17:58.316
คือพอแบ่งแล้วจะกี่กลุ่มก็ได้

1170
01:17:58.319 --> 01:18:02.319
ไม่เป็นไรนะคะ แต่ทุกคนในกลุ่มต้องช่วยกัน

1171
01:18:02.320 --> 01:18:06.320
นะคะ ในกลุ่มมีเงื่อนไขแค่ว่าต้องมีหูดีหูหนวก

1172
01:18:06.321 --> 01:18:10.321
ช่วยกันทำงาน ครูไม่ได้ให้นำเสนอตอนนี้

1173
01:18:10.321 --> 01:18:14.321
ตอนนี้แหละ เขาโทรมาตามแล้ว

1174
01:18:14.321 --> 01:18:18.321
จะบอกว่า ตอนสิบโมงครึ่ง ตอนนี้ล่ะ

1175
01:18:18.321 --> 01:18:22.321
เดี๋ยวครูจะให้ง่ายไว้ก่อน แล้วนำเสนอด้วยนะคะคาบหน้า

1176
01:18:22.322 --> 01:18:26.322
แล้วก็เอามาเล่าให้ฟัง แล้วจะเอามาให้ดูว่าทำอย่างไร

1177
01:18:26.323 --> 01:18:30.323
ก็คือ 1 กลุ่มนะคะ ให้เราค้นข้อมูล

1178
01:18:30.323 --> 01:18:34.323
หรือศึกษาดูว่า เราสนใจที่

1179
01:18:34.323 --> 01:18:38.323
จะศึกษาข้อมู

1180
01:18:38.323 --> 01:18:42.323
หรือข้างนอกก็ได้ แล้วให้เราศึกษาดูว่า

1181
01:18:42.324 --> 01:18:46.324
หน่วยงานนั้นมีการใช้ระบบสารสนเทศอะไรบ้าง

1182
01:18:46.325 --> 01:18:50.325
ให้บอกชื่อสารสนเทศ

1183
01:18:50.326 --> 01:18:54.326
ตัวนั้นและจัดกลุ่มให้ได้ว่าสารสนเทศที่เราพูดถึงนี่

1184
01:18:54.327 --> 01:18:58.327
มันอยู่ในกลุ่มของ GIS หรือในกลุ่ม TIS

1185
01:18:58.327 --> 01:19:02.327
EIS ES OAS DSS MIS

1186
01:19:02.327 --> 01:19:06.327
AOS ระบบที่เราไปค้นเจอ

1187
01:19:06.337 --> 01:19:10.337
มันอยู่ในกลุ่มงานไหนนะคะ

1188
01:19:10.337 --> 01:19:14.337
เราจะรู้ได้อย่างไร เราต้องย้อนไปดู คนที่ฟังครู

1189
01:19:14.347 --> 01:19:18.347
มาตลอดเราจะรู้ว่าขอบเขต

1190
01:19:18.348 --> 01:19:22.348
มีระบบการประชุมทางไกล

1191
01:19:22.360 --> 01:19:26.360
ครูบอกไปแล้วว่าถ้าประชุมทางไกล

1192
01:19:26.360 --> 01:19:30.360
นะคะ มันอยู่ในกลุ่มสารสนเทศไหน

1193
01:19:30.361 --> 01:19:34.361
นะคะ

1194
01:19:34.363 --> 01:19:38.363
คราวนี้ถ้าเป็น บอก Keyword ไปแ

1195
01:19:38.364 --> 01:19:42.364
ถ้าหน่วยงานหรือองค์กรที่เราศึกษานะคะ

1196
01:19:42.365 --> 01:19:46.365
เราถ้าเราไปไม่ได้ ให้เราดูในเว็บไซต์

1197
01:19:46.365 --> 01:19:50.365
ของหน่วยงานนั้นเขาจะมีการประชาสัมพันธ์

1198
01:19:50.372 --> 01:19:54.372
ว่าหน่วยงานเขามีการใช้ระบบ

1199
01:19:54.373 --> 01:19:58.373
อะไรบ้าง เราก็ต้องมาแปลความ แล้วเราก็มาคิดระบบนั้นว่า

1200
01:19:58.374 --> 01:20:02.374
มันทำอะไรได้บ้าง เราก็มาเทียบกับทฤษฎี

1201
01:20:02.376 --> 01:20:06.376
ว่า อ๋อ มันทำแบบนี้ได้ว่ามันจัดอยู่ในสารสนเทศนี้

1202
01:20:06.376 --> 01:20:10.376
ถ้าเป็น GIS นะคะ จะ

1203
01:20:10.377 --> 01:20:14.377
ใช้คำว่าภูมิสารสนเทศแล้วก็ต่อค่ะว่า

1204
01:20:14.378 --> 01:20:18.378
ด้านไหน ด้านทรัพยากร ด้านบุคคล

1205
01:20:18.380 --> 01:20:22.380
ด้านแล้วแต่ว่าเขาจะไปจัดการแบบไหน

1206
01:20:22.381 --> 01:20:26.381
GIS มันทำได้หลายด้านนะคะ

1207
01:20:26.381 --> 01:20:30.381
ถ้าเป็น TPS น่าจะมีทุกที่

1208
01:20:30.383 --> 01:20:34.383
องค์กรจะต้องมี

1209
01:20:34.385 --> 01:20:38.385
ลูทีน นะคะ งานย่อยสุด

1210
01:20:38.386 --> 01:20:42.386
ที่องค์กรต้องมี อย่างเช่น

1211
01:20:42.386 --> 01:20:46.386
หน่วยงานที่เราไปดูมันมีระบบการตอกบัตร

1212
01:20:46.387 --> 01:20:50.387
เวลามาทำงาน ตอกบัตร

1213
01:20:50.389 --> 01:20:54.389
อันนั้นคือระบบ TPS เพราะระบบตอกบัตร

1214
01:20:54.389 --> 01:20:58.389
มันจะมีเก็บข้อมูลเวลาที่มา และกลับ

1215
01:20:58.391 --> 01:21:02.391
Ցก็เก็บไว้เสร็จแล้ว

1216
01:21:02.391 --> 01:21:06.391
พอสิ้นเดือนมาจะมีรายงานมาเลยว่า

1217
01:21:06.392 --> 01:21:10.392
ใครลา มาสาย กี่วัน อันนี้คือระบบ

1218
01:21:10.395 --> 01:21:14.395
รายวันนะคะ ระบบ TPS

1219
01:21:14.396 --> 01:21:18.396
DSS นะคะ ก็จะเป็นระบบสนับสนุน

1220
01:21:18.397 --> 01:21:22.397
ระบบสนับสนุนการตัดสินใจขององค์กร

1221
01:21:22.415 --> 01:21:26.415
ในการสนับสนุการตัดสินใจอันนี้คือ DSS

1222
01:21:26.416 --> 01:21:30.416
ถ้า MIS ก็จะเป็นงานย่อย

1223
01:21:30.416 --> 01:21:34.416
เช่น ระบบการจองห้องประชุม

1224
01:21:34.417 --> 01:21:38.417
ระบบการจองรถ อะไรพวกนี้ค่ะ ครูก็เลยมีตัวอย่าง

1225
01:21:38.419 --> 01:21:42.419
มาให้เช่น อันนี้ครูเอามาจาก

1226
01:21:42.419 --> 01:21:46.419
เว้บไซต์ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง

1227
01:21:46.435 --> 01:21:50.435
ในสกลนคคร เราอาจจะไม่รู้จัก

1228
01:21:50.436 --> 01:21:54.436
ของราชภัฎไม่คุ้นเคยเลยอย่างนี้

1229
01:21:54.438 --> 01:21:58.438
ก็คือเอาหน่วยงานเราเองครูเข้าไปดูใน Website หน้าแรกเลย

1230
01:21:58.440 --> 01:22:02.440
นะคะ เราสังเกตง่าย ๆ

1231
01:22:02.448 --> 01:22:06.448
เช่น ก็บอกเลยว่าองค์กรมีระบบอะไรบ้าง

1232
01:22:06.450 --> 01:22:10.450
ครูเอามาจากหัวข้อนี้ ก็คือ

1233
01:22:10.452 --> 01:22:14.452
ระบบสารสนเทศและบริการเราก็ไปดู

1234
01:22:14.453 --> 01:22:18.453
ระบบบริหารการศึกษา

1235
01:22:18.454 --> 01:22:22.454
อยู่ในส่วนไหนนะคะ เราก็คลิกเข้าไปดู

1236
01:22:22.456 --> 01:22:26.456
แต่ทีนี่ครูยกตัวอย่างมาให้ 2 อันคือ

1237
01:22:26.457 --> 01:22:30.457
ชัดเจนค่ะ ว่าเป็นสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการตัดสิน

1238
01:22:30.457 --> 01:22:34.457
การตัดสินใจ อันนี้คือ DSS เลย

1239
01:22:34.458 --> 01:22:38.458
เราแคปรูปมาเหมือนที่ครูทำเลย

1240
01:22:38.460 --> 01:22:42.460
แล้วเราก็มาบอกว่าหน่วยงานนั้น

1241
01:22:42.463 --> 01:22:46.463
ค่ะ ทำ Power Point ส่วน

1242
01:22:46.463 --> 01:22:50.463
เลขที่หนังสือ จองห้อง ระบบสืบค้น

1243
01:22:50.466 --> 01:22:54.466
จองโน้นนี่นั้นอันนี้เป็นระบบ MIS

1244
01:22:54.466 --> 01:22:58.466
มันอยู่ในกลุ่มของการจัดการระบบงานส่วนย่อย

1245
01:22:58.467 --> 01:23:02.467
นะ อันนี้คือครูเอามาในส่วนของมหาวิทยาลัย

1246
01:23:02.469 --> 01:23:06.469
เราฟิตเข้าไปเป็นหน่วยงานย่อยก็ได้

1247
01:23:06.471 --> 01:23:10.471
เราไม่ทำของราชภัฏสกล

1248
01:23:10.471 --> 01:23:14.471
เราไปทำราชภัฎเชียงใหม่ได้ไหม ได้ เพราะมันคนละหน่วยงาน

1249
01:23:14.472 --> 01:23:18.472
นะคะ แล้วแต่ละที่ก็จะมีระบบบริหารจัดการ

1250
01:23:18.473 --> 01:23:22.473
เยอะนะคะ เดี๋ยวครูจะเปิด

1251
01:23:22.474 --> 01:23:26.474
หน่วยงาน

1252
01:23:26.475 --> 01:23:30.475
คือมีระบบอะไรบ้าง เสร็จแล้ว บอกระบบนั้นมา

1253
01:23:30.477 --> 01:23:34.477
บอกหน้าที่มันมาคร่าว ๆ มาหน้าที่มันคืออะไร

1254
01:23:34.480 --> 01:23:38.480
นะคะ อย่างระบบบริหารการศึกษา

1255
01:23:38.481 --> 01:23:42.481
ของมหาวิทยาลัยเรานี่ มีไว้เพื่ออะไร

1256
01:23:42.487 --> 01:23:46.487
ระบบการบริหารการศึกษา เราก็เคย

1257
01:23:46.488 --> 01:23:50.488
ใช้งานในส่วนที่เป็นของเรา

1258
01:23:50.488 --> 01:23:54.488
ครูเอามาจากตรงนี้ ระบบสารสนเทศ เรา

1259
01:23:54.490 --> 01:23:58.490
ลองดู ม

1260
01:23:58.490 --> 01:24:02.490
ที่เป็น เดี๋ยวดูก่อน

1261
01:24:02.492 --> 01:24:06.492

1262
01:24:06.495 --> 01:24:10.495
ลองดูที่อื่นสิ

1263
01:24:10.496 --> 01:24:14.496

1264
01:24:14.496 --> 01:24:18.496
อันนี้เป็นราชภัฎเหมือนกัน แต่เป็นของมหาสารคาม

1265
01:24:18.499 --> 01:24:22.499
เราก็ไปดู เพราะเราไม่ได้ไปไง

1266
01:24:22.501 --> 01:24:26.501
นะคะ เขาจะแบ่งเป็นสารสนเทศ

1267
01:24:26.501 --> 01:24:30.501
สำหรับนักศึกษากับสารสนเทศสำหรับบุคลากรนะคะ

1268
01:24:30.502 --> 01:24:34.502
เราไปดูสำหรับนักศึกษาทำอะไรได้บ้าง

1269
01:24:34.503 --> 01:24:38.503
นะคะ ทำอะไรได้บ้าง บริหารจัดการ

1270
01:24:38.505 --> 01:24:42.505
เกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ เราก็ต้อง

1271
01:24:42.515 --> 01:24:46.515
ไปดูว่า ชื่อระบบนี้

1272
01:24:46.515 --> 01:24:50.515
มันอยู่ในกลุ่มไหนของสารสนเทศ แล้วสำหรับ

1273
01:24:50.516 --> 01:24:54.516
บุคลากรล่ะ พวกเราลองดูระบบของพวกเขา

1274
01:24:54.518 --> 01:24:58.518
อันนี้ของมหาสารคามค่ะ

1275
01:24:58.519 --> 01:25:02.519
อันนี้คือสารสนเทศของเขานะ อันนี้คือ 1 อัน

1276
01:25:02.519 --> 01:25:06.519
จะมีทั้งระบบ

1277
01:25:06.521 --> 01:25:10.521
สารบัญอิเล็กทรอนิกส์

1278
01:25:10.521 --> 01:25:14.521
ระบบสลิปเงินเดือน เยอะเลย

1279
01:25:14.522 --> 01:25:18.522
ทุกที่น่ะ จะมีการใช้ระบบสารสนเทศทั้งนั้น แต่

1280
01:25:18.523 --> 01:25:22.523
เราสามารถแยกแยะสารสนเทศได้ไหม

1281
01:25:22.524 --> 01:25:26.524
ว่าสารสนเทศที่มีมันอยู่กลุ่มไหน

1282
01:25:26.525 --> 01:25:30.525
นะคะ เราลองไปดู

1283
01:25:30.525 --> 01:25:34.525
ถ้าไม่เป็นหน่วยงานทางการศึกษา แต่หน่วยงานอื่น

1284
01:25:34.535 --> 01:25:38.535
มีหรือเปล่า

1285
01:25:38.535 --> 01:25:42.535
ไม่งั้นก็เลือกไปคนละมหาวิทยาลัย

1286
01:25:42.536 --> 01:25:46.536
เอาง่ายใช่ไหม

1287
01:25:46.537 --> 01:25:50.537
ห้ามซ้ำกันนะคะ มีไม่กี่กลุ่ม แบ่งกลุ่ม

1288
01:25:50.538 --> 01:25:54.538
ก็ว่าไป แล้วทุกกลุ่มก็ทำสไลด์ขึ้นมาเสนอ

1289
01:25:54.540 --> 01:25:58.540
นำเสนอก่อนว่าเราสนใจที่จะนำเสนอหน่วยงานนี้

1290
01:25:58.540 --> 01:26:02.540
โดยการไปดูที่เว็บไซต์ประชาสัมพันธ์หน่วยงาน

1291
01:26:02.554 --> 01:26:06.554
แล้วพบว่ามีการใช้ระบบสารสนเทศต่อไปนี้ เราก็บอกคร่าว ๆ

1292
01:26:06.555 --> 01:26:10.555
แล้วก็บอกคร่าว ๆ มาว่าอยู่

1293
01:26:10.556 --> 01:26:14.556
ว่าเรารู้ประเภทของสารสนเทศไหม

1294
01:26:14.558 --> 01:26:18.558
ว่าคืออะไร ยิ่งเป็น

1295
01:26:18.559 --> 01:26:22.559
หน่วยงานใหญ่ ๆ เช่น

1296
01:26:22.560 --> 01:26:26.560
TOT ดูหน่วยงาน TOT สิ

1297
01:26:26.561 --> 01:26:30.561

1298
01:26:30.563 --> 01:26:34.563
Ց

1299
01:26:34.565 --> 01:26:38.565
ถ้าเป็น TOT นี่จะดอทอะไร

1300
01:26:38.567 --> 01:26:42.567
ถ้าเป็น TOT นี่จะดอทอะไร

1301
01:26:42.569 --> 01:26:46.569

1302
01:26:46.570 --> 01:26:50.570
ขอดูก่อน นี่ ปึ๊บ

1303
01:26:50.571 --> 01:26:54.571
ขอดูหน่อยสิ มีบริหารอะไรบ้าง

1304
01:26:54.571 --> 01:26:58.571
อันนี้คือของ TOT นะคะ นี่ก็จะเข้าไปดู

1305
01:26:58.572 --> 01:27:02.572
TOT มีการใช้ระบบอะไรบ้าง เขาก็จะมี

1306
01:27:02.573 --> 01:27:06.573
หน้าหลัก

1307
01:27:06.574 --> 01:27:10.574
Ցเป็นตัวนี้นะ ด้วยความที่เขา

1308
01:27:10.577 --> 01:27:14.577
คือเราต้องรู้พันธกิจของหน่วยงานนั้นก่อน

1309
01:27:14.577 --> 01:27:18.577
เราจะได้ประเมิณออกได้ว่า

1310
01:27:18.580 --> 01:27:22.580
เขาเน้นในการให้บริการหรือใช้สารสนเทศไหน

1311
01:27:22.580 --> 01:27:26.580
สำหรับลูกค้า เขาทำอย่างไรนี่

1312
01:27:26.582 --> 01:27:30.582
มันมีลูกค้ากับองค์กรทั่วไป

1313
01:27:30.584 --> 01:27:34.584
มีระบบอะไรบ้าง

1314
01:27:34.584 --> 01:27:38.584
หรืออาเซียน

1315
01:27:38.585 --> 01:27:42.585
ของ TOT มีระบบ Comunication Service

1316
01:27:42.599 --> 01:27:46.599
แล้วก็ไปดูว่าบริการนี้ มันอยู่ใน

1317
01:27:46.600 --> 01:27:50.600
สารสนเทศประเภทไหน นะคะ

1318
01:27:50.602 --> 01:27:54.602
มีเยอะเลย TOT นี่

1319
01:27:54.603 --> 01:27:58.603
เป็นรัฐวิสาหกิจนะคะ

1320
01:27:58.603 --> 01:28:02.603
เราหามาเลยทั้งเอกชนนี่

1321
01:28:02.604 --> 01:28:06.604
เอกชน เป็นรัฐวิสาหกิจ

1322
01:28:06.605 --> 01:28:10.605
เราจะได้เห็นข้อมูลนะคะ

1323
01:28:10.607 --> 01:28:14.607
ว่า

1324
01:28:14.609 --> 01:28:18.609
เขาจะมีสารสนเทศกลุ่มงานไหนบ้างนะคะ

1325
01:28:18.609 --> 01:28:22.609
ของ TOT นี่เยอะมาก

1326
01:28:22.611 --> 01:28:26.611
ให้บริการเยอะแยะมากมาย

1327
01:28:26.612 --> 01:28:30.612
มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันว่า มาเล่าสู่กันฟังว่า

1328
01:28:30.613 --> 01:28:34.613
ไม่ต้องเต็มนะคะ

1329
01:28:34.613 --> 01:28:38.613
นะคะ ทำเป็น Slide ถ้าทำมาแล้ว

1330
01:28:38.614 --> 01:28:42.614
มันไม่สวยงาม

1331
01:28:42.615 --> 01:28:46.615
เอาแบบนำเสนอขึ้น ครูจำได้ว่าครูเคยสอน

1332
01:28:46.615 --> 01:28:50.615
เกี่ยวกับการนำเสนอข้อมูลสารสนเทศ

1333
01:28:50.617 --> 01:28:54.617
โดยใช้ Software

1334
01:28:54.618 --> 01:28:58.618
ที่เป็นแบบอนไลน์มาแล้ว เทอมที่แล้วนะคะ

1335
01:28:58.619 --> 01:29:02.619
นะคะ ฉะนั้นถ้าไม่ใช่พาวเวอร์พอยน์

1336
01:29:02.621 --> 01:29:06.621
ให้ใช้ตัวอื่นที่เป็นฟรี

1337
01:29:06.623 --> 01:29:10.623
จำได้ไหมคะ เรานำเสนอกันไปตั้งหลายกลุ่ม

1338
01:29:10.624 --> 01:29:14.624
มีวาดกาตงการ์ตูน มี

1339
01:29:14.625 --> 01:29:18.625
เยอะ

1340
01:29:18.625 --> 01:29:22.625
เอาซอฟต์แวร์ที่เป็นฟรี จำได้ไหม

1341
01:29:22.626 --> 01:29:26.626
Ց

1342
01:29:26.626 --> 01:29:30.626
ลองไปสมัครใหม่นะคะ ตอนนั้นมันเป็นทดลองใช้

1343
01:29:30.628 --> 01:29:34.628
ถ้าไม่ใช้พาวเวอร์พอยน์

1344
01:29:34.630 --> 01:29:38.630
Ցถ้าหาไม่ได้จริง ๆ ค่ะ อาจารย์ มันสุดความสามารถ

1345
01:29:38.631 --> 01:29:42.631
ก็ใช้ Power Point นะคะ

1346
01:29:42.632 --> 01:29:46.632
ครูเชื่อว่า IT ปี 4 ต้องมีความสามารถแน่ๆ

1347
01:29:46.633 --> 01:29:50.633

1348
01:29:50.641 --> 01:29:54.641
ลองหามา อันนี้ TOT มีหลายระบบ

1349
01:29:54.641 --> 01:29:58.641
เทียบดูสิว่า มันมีอยู่ในประเภทไหน

1350
01:29:58.642 --> 01:30:02.642
ที่เราเรียนนะคะ นอกจากหน่วยงาน

1351
01:30:02.644 --> 01:30:06.644
ที่เป็นราชการ หน่วยงานอื่นบ้างไหม

1352
01:30:06.644 --> 01:30:10.644
เว็บไซต์ของเซิร์ฟแบบนี้ก็ได้ค่ะ

1353
01:30:10.646 --> 01:30:14.646
พิมพ์เลยว่าเราอยากดูของ Website อะไร

1354
01:30:14.647 --> 01:30:18.647
เราอยากเข้าไปดูเว็บไซต์ไหน

1355
01:30:18.648 --> 01:30:22.648

1356
01:30:22.649 --> 01:30:26.649
เว็บไซต์

1357
01:30:26.650 --> 01:30:30.650
ตำรวจแห่งชาติ มีความผูกพันธ์กับตำร

1358
01:30:30.651 --> 01:30:34.651
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

1359
01:30:34.652 --> 01:30:38.652

1360
01:30:38.654 --> 01:30:42.654

1361
01:30:42.659 --> 01:30:46.659

1362
01:30:46.661 --> 01:30:50.661
Ց

1363
01:30:50.664 --> 01:30:54.664
RTPGO นี่น่ะค่ะ

1364
01:30:54.666 --> 01:30:58.666
ตัวนี้ควรสนในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

1365
01:30:58.668 --> 01:31:02.668
ว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีอะไรบ้าง

1366
01:31:02.669 --> 01:31:06.669
Ցนะคะ ดูสิ

1367
01:31:06.675 --> 01:31:10.675
Ցระบบ

1368
01:31:10.675 --> 01:31:14.675
อันนี้มี

1369
01:31:14.676 --> 01:31:18.676

1370
01:31:18.677 --> 01:31:22.677
Ց

1371
01:31:22.680 --> 01:31:26.680
ระบบสารสนเทศที่ตำรวจแห่งชาติใช้งานนะคะ

1372
01:31:26.681 --> 01:31:30.681

1373
01:31:30.692 --> 01:31:34.692
มีหลายตัว

1374
01:31:34.693 --> 01:31:38.693
มีให้ข้อมูลโน่นนี่นั่น

1375
01:31:38.695 --> 01:31:42.695
ภารกิจ ข่าว

1376
01:31:42.695 --> 01:31:46.695
เอาไปค้นเองแล้วกัน

1377
01:31:46.696 --> 01:31:50.696
จะแบ่ง แบ่งได้ประมาณกี่กลุ่ม

1378
01:31:50.698 --> 01:31:54.698
เด๊่ยวครูพิมพ์ไว้ก่อน จองหัวข้อมาก่อนค่ะ

1379
01:31:54.698 --> 01:31:58.698

1380
01:31:58.699 --> 01:32:02.699

1381
01:32:02.701 --> 01:32:06.701

1382
01:32:06.704 --> 01:32:10.704
กลุ่มแรก

1383
01:32:10.707 --> 01:32:14.707
เอาหน่วยงานไหนดี

1384
01:32:14.707 --> 01:32:18.707
บอกชื่อหน่วยงานที่เราสนใจมาก่อน

1385
01:32:18.708 --> 01:32:22.708
เสร็จแล้วพอเราไปค้นนี่จะได้ไม่ซ้ำกัน

1386
01:32:22.709 --> 01:32:26.709
นะคะ มีใครจองที่ไหนบ้าง

1387
01:32:26.711 --> 01:32:30.711
งานกลุ่ม กลุ่มละกี่คนก็ได้เอาตามสะดวก

1388
01:32:30.715 --> 01:32:34.715

1389
01:32:34.716 --> 01:32:38.716
นำเสนออาทิตย์หน้านะคะ ทำ Presentation

1390
01:32:38.717 --> 01:32:42.717
มาอย่างสวยงาม

1391
01:32:42.719 --> 01:32:46.719
กลุ่มไหนจองก่อนได้ก่อน แตง

1392
01:32:46.720 --> 01:32:50.720
มหาวิทยาลัยไหน (นักศึกษา) ม.เกษตร (

1393
01:32:50.720 --> 01:32:54.720
เอาม. เกษตร นะค

1394
01:32:54.721 --> 01:32:58.721
คนที่จองที่หลังเอาชื่ออื่นนะคะ

1395
01:32:58.724 --> 01:33:02.724

1396
01:33:02.735 --> 01:33:06.735

1397
01:33:06.736 --> 01:33:10.736

1398
01:33:10.737 --> 01:33:14.737

1399
01:33:14.740 --> 01:33:18.740

1400
01:33:18.746 --> 01:33:22.746

1401
01:33:22.749 --> 01:33:26.749
มีโค้กด้วยหรอ

1402
01:33:26.750 --> 01:33:30.750
มีโค้กด้วยใช่ไหม

1403
01:33:30.751 --> 01:33:34.751
โอเคค่ะ

1404
01:33:34.755 --> 01:33:38.755

1405
01:33:38.756 --> 01:33:42.756

1406
01:33:42.759 --> 01:33:46.759
กลุ่มแรกนะคะ

1407
01:33:46.764 --> 01:33:50.764
สนใจเกี่ยวกับสารสนเทศของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

1408
01:33:50.765 --> 01:33:54.765
ก็จะมีแตงกวา เปิ้ล โค้ก อ้อ 4 คน

1409
01:33:54.769 --> 01:33:58.769
ต่อไป หน่วยงานไหนอีก

1410
01:33:58.770 --> 01:34:02.770

1411
01:34:02.776 --> 01:34:06.776

1412
01:34:06.777 --> 01:34:10.777

1413
01:34:10.779 --> 01:34:14.779
หมดแล้วหรอ

1414
01:34:14.782 --> 01:34:18.782
ลองค้นดู

1415
01:34:18.784 --> 01:34:22.784

1416
01:34:22.785 --> 01:34:26.785

1417
01:34:26.788 --> 01:34:30.788

1418
01:34:30.790 --> 01:34:34.790

1419
01:34:34.793 --> 01:34:38.793

1420
01:34:38.794 --> 01:34:42.794

1421
01:34:42.795 --> 01:34:46.795

1422
01:34:46.799 --> 01:34:50.799

1423
01:34:50.804 --> 01:34:54.804

1424
01:34:54.807 --> 01:34:58.807

1425
01:34:58.811 --> 01:35:02.811

1426
01:35:02.811 --> 01:35:06.811

1427
01:35:06.813 --> 01:35:10.813

1428
01:35:10.816 --> 01:35:14.816

1429
01:35:14.818 --> 01:35:18.818

1430
01:35:18.821 --> 01:35:22.821

1431
01:35:22.823 --> 01:35:26.823

1432
01:35:26.826 --> 01:35:30.826
กลุ่มไหน

1433
01:35:30.827 --> 01:35:34.827
กลุ่ม ออมนะ การประปา

1434
01:35:34.828 --> 01:35:38.828
ส่วนภูมิภาคนะคะ

1435
01:35:38.829 --> 01:35:42.829
Ց

1436
01:35:42.830 --> 01:35:46.830
มีใครบ้างเอ่ย

1437
01:35:46.832 --> 01:35:50.832
สมาชิกมีใครบ้าง มีแก้ม

1438
01:35:50.832 --> 01:35:54.832
ค่ะ แก้ม ๆ ๆ

1439
01:35:54.834 --> 01:35:58.834
ไม้โทหาย ค่ะ

1440
01:35:58.836 --> 01:36:02.836
ออมน้ำ

1441
01:36:02.836 --> 01:36:06.836
มี 3 สาวนะ นกด้วย

1442
01:36:06.836 --> 01:36:10.836
โอเคค่ะ

1443
01:36:10.838 --> 01:36:14.838
กลุ่มต่อไป กลุ่มไหน

1444
01:36:14.840 --> 01:36:18.840
กลุ่มกี้

1445
01:36:18.841 --> 01:36:22.841
กฟผ. ใช่ไหม ใช่ไหมคะ

1446
01:36:22.841 --> 01:36:26.841
การไฟฟ้าส่วนไหน

1447
01:36:26.842 --> 01:36:30.842
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

1448
01:36:30.843 --> 01:36:34.843
โอเค

1449
01:36:34.844 --> 01:36:38.844

1450
01:36:38.845 --> 01:36:42.845

1451
01:36:42.846 --> 01:36:46.846

1452
01:36:46.848 --> 01:36:50.848

1453
01:36:50.851 --> 01:36:54.851
มีใครบ้างคะ

1454
01:36:54.854 --> 01:36:58.854
กลุ่มกี่ก็จะมีกี้ค่ะ

1455
01:36:58.855 --> 01:37:02.855
รอด มี

1456
01:37:02.855 --> 01:37:06.855
เมย์ หมดหรือยังคะ

1457
01:37:06.859 --> 01:37:10.859
(นักศึกษา) แล้วก็กุ้งค่ะ (อาจารย์) มีกุ้ง

1458
01:37:10.859 --> 01:37:14.859
กุ้งใช่ไหม

1459
01:37:14.861 --> 01:37:18.861
ค่ะ อ๋อ แล้วก็มุก

1460
01:37:18.862 --> 01:37:22.862
โอเค มุก

1461
01:37:22.864 --> 01:37:26.864
กลุ่มต่อไป

1462
01:37:26.866 --> 01:37:30.866
มียีนด้วยค่ะ ค่ะ

1463
01:37:30.867 --> 01:37:34.867
โอเค

1464
01:37:34.867 --> 01:37:38.867
นี่นะ ไหนเหลือกลุ่มไหน พลอย

1465
01:37:38.868 --> 01:37:42.868
เอาเรื่องอะไรลูก  (นักศึกษา) (ล่าม  (นักศึกษา)

1466
01:37:42.868 --> 01:37:46.868
ปตท. ค่ะ

1467
01:37:46.880 --> 01:37:50.880
กลุ่มพลอยมีใครบ้าง มีพลอย

1468
01:37:50.882 --> 01:37:54.882
มีประวิทย์ มีป๊อบ เบน

1469
01:37:54.882 --> 01:37:58.882
โอเค  (นักศึกษา) เบน (อาจารย์) ป็อป

1470
01:37:58.900 --> 01:38:02.900
ค่ะ ป๊อป ๆ ๆ ๆ พิมพ์ผิด

1471
01:38:02.918 --> 01:38:06.918
ป๊อปค่ะ นิล

1472
01:38:06.918 --> 01:38:10.918
เค

1473
01:38:10.919 --> 01:38:14.919
เบน แล้วก็บิ๊ก

1474
01:38:14.919 --> 01:38:18.919

1475
01:38:18.920 --> 01:38:22.920
แล้วชัยนรงค์ล่ะ

1476
01:38:22.921 --> 01:38:26.921
แตงกวาใช่ไหม

1477
01:38:26.921 --> 01:38:30.921
Ց (นักศึกษา) ใช่ เอาโน้ตไปด้วย (อาจารย์

1478
01:38:30.922 --> 01:38:34.922
(นักศึกษา) ใครจะมาอยู่กับผมก็ได้ครับ

1479
01:38:34.923 --> 01:38:38.923
อยู่กลุ่มไหน

1480
01:38:38.925 --> 01:38:42.925

1481
01:38:42.925 --> 01:38:46.925

1482
01:38:46.927 --> 01:38:50.927

1483
01:38:50.929 --> 01:38:54.929

1484
01:38:54.929 --> 01:38:58.929

1485
01:38:58.933 --> 01:39:02.933
(อาจารย์) โน้ตอยู่กลุ่มพลอยใช่ไหม

1486
01:39:02.934 --> 01:39:06.934
ทำโน้ตหรือยัง ถามโน้ตแล้ว

1487
01:39:06.938 --> 01:39:10.938
โอเค ให้โน้ตเลือกเลยค่ะ

1488
01:39:10.939 --> 01:39:14.939
ไหน ๆ ใครยังไม่มีกลุ่ม ชัยณรงค์ไปไ

1489
01:39:14.941 --> 01:39:18.941
ไปไหน  (นักศึกษา) สงสัยไป(อาจารย์)

1490
01:39:18.941 --> 01:39:22.941
ไปเลี้ยงหมู  (นักศึกษา) ไปให้อาหารหมู

1491
01:39:22.942 --> 01:39:26.942
1, 2, 3, 4

1492
01:39:26.944 --> 01:39:30.944
เลี้ยงหมูที่จะทำหมูหันหรอ

1493
01:39:30.945 --> 01:39:34.945
(นักศึกษา) อาจารย์จองล่วงหน้าได้นะครับ (อาจารย์)

1494
01:39:34.946 --> 01:39:38.946
ตอนนี้เลี้ยงหรือยัง

1495
01:39:38.947 --> 01:39:42.947
อ๋อ คอกนี้หมดแล้ว ธุรกิจดีน

1496
01:39:42.951 --> 01:39:46.951
เดี๋ยว เหลือใคร

1497
01:39:46.951 --> 01:39:50.951
(นักศึกษา) ก็ไม่รู้เหมือนกัน (อาจารย์) เก๋ง

1498
01:39:50.953 --> 01:39:54.953
กับเต้ย

1499
01:39:54.953 --> 01:39:58.953
เก๋งอยู่กลุ่มไหน ๆ ต้องถามเก๋งว่าอยู่

1500
01:39:58.954 --> 01:40:02.954
กลุ่มไหนสิ กลุ่มนี้

1501
01:40:02.954 --> 01:40:06.954
อยู่กับโค้ก โอเค

1502
01:40:06.959 --> 01:40:10.959
เต้ยด้วยไหม

1503
01:40:10.960 --> 01:40:14.960
ก็คงจะเป็นเช่นนั้น เพราะเต้ยเป็นติดสอยห้อยตาม

1504
01:40:14.961 --> 01:40:18.961
เก๋งเนอะ โอเค ทำงานให้เสร็จเลยก็ได้นะ

1505
01:40:18.962 --> 01:40:22.962
เลยก็ได้นะ เพราะอาทิย

1506
01:40:22.963 --> 01:40:26.963
เพิ่งฟังเนื้อหาจบ มันจะยังไม่ลืม

1507
01:40:26.964 --> 01:40:30.964
ถ้าออกจากห้องไม่ทำแน่นอนครูเชื่อเลย

1508
01:40:30.971 --> 01:40:34.971

1509
01:40:34.983 --> 01:40:38.983
ไม่เคยเปลี่ยนแปลง ไอ้ที่ดี ๆ น่ะ

1510
01:40:38.984 --> 01:40:42.984
เปลี่ยนไปหมดแล้ว เป็นอย่างไรล่ะ

1511
01:40:42.986 --> 01:40:46.986
อายล่ามไหมละ โอเค

1512
01:40:46.988 --> 01:40:50.988
รบกวนพี่เก๋ก่อนนะคะ ขอบคุณล่ามก่อน

1513
01:40:51.004 --> 01:40:55.004
ขอบคุณนะคะ  (นักศึกษา) ค่ะ (อาจารย์) ขอบคุณค่ะ

1514
01:40:55.004 --> 01:40:59.004

1515
01:40:59.005 --> 01:41:03.005
[สิ้นสุดการถอดความ]

1516
01:41:03.005 --> 01:41:07.005

1517
01:41:07.007 --> 01:41:11.007

1518
01:41:11.010 --> 01:41:15.010

1519
01:41:15.014 --> 01:41:19.014

1520
01:41:19.016 --> 01:41:23.016

1521
01:41:23.018 --> 01:41:25.018

1522
01:41:27.022 --> 01:41:29.023

1523
01:41:35.026 --> 01:41:37.029

1524
01:41:31.024 --> 01:41:33.027


