()เกือบบ่ายนะครับก็เลยมาช้าหน่อยต้องขออถึงเรื่อง(protocol)มันเป็นศัพท์ทับศัพท์นะpr(โ)o(ป)t(ร)o(โ)c(ต)o(ค)r(อ)e(ล)นะครับเหมือนถ้าเป็นคนก็คือฏ(น)ระเบียบเหมือนแนวปฏื(้)คนสื่อสารกันได้อย่างนี้นะครับโปรโตคอลในระบบการสื่อสารข้อมูลในเรื่องการสื่อสารข้อมูลก็จะต้องมีมาตรฐาที่จะส่งข้อมูลจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งให้ได้นะแล้วก็ต้องส่งอย่างมีประสิทธิภาพด้วยต้องส่งแบบมีประสิทธิภาพแล้วก็เป็นที่ยอมรับได้นะครับเราก็มาดูทีละตัวกันนะครับถ้าสไลด์นี้จะบอกว่าwhatisaprotocal?o(ร)นะนะครับนักศึกษาลองดูภาพนี้ก่อภาพฝั่งทางด้านซ้ายมือภาพซ้ายมือที่เป็นรูปคนะคนนี่เวลาสื่อสารกันใช่ไหมผู้หญิงคนนี้เขาก็(ง)จะบอกว่า"hi"หาผู้ชายผู้ชายห(เ)ร(ม)ผู้หญิงเขาส่งคำพูดมาบอกว่า"สวัสดี"นะผู้ชายเมื่อได้ยินเมื่อรับรู้แล้วนี่เขาก็สวัสดีกลั"สวัสดี"ผู้ชายก็บอก"สวัสดี"กลับเช่นเดียวกันนะครับแล้วก็จากนั้นก็เกิดการติดต่อสื่อสารกันเกิดขึ้นไปเรื่อยๆเช่นผู้หญิงถามว่า"นี่เวลาเท่า"ไรใช่ไหมผู้ชายก็บ(ต)ก(บ)ว่า"2"นะนั่นหมายถึงถ้าผู้หญิงถามอะไรมก็จะต้องตอบไปก็เปรียบเสมือนผู้หญิงขอร้องอยากได้ข้อมูลชุดไหนมคนนี้ผู้ชายคนนี้ก็ต้องเตรียมข้อมูลชุดนั้นให้ผู้หญิงเมื่อเทียบกับฝั่งทางด้านขวาก็คือเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องนี้กับอีกเครื่องหนึ่งอาจจเป็นเครื่องแม่ข่ายอย่างนี้นะครับไว้คอยให้บริกาเครื่องคอมพิวเตอร์ก็ต้องส่งสัญญาณร้องขอมาบอกเครื่องแม่ข่ายว่า"สวัสดี"ประมาณนั้นะเครื่องแม่ข่ายก็จะรู้วามีเครื่องเขาติดต่อสื่อสารมาเครื่องแม่ข่ายก็บอกว่า"ฉันพร้อมให้ข้อมูล"นะครับส่งสัญญาณไปบอกเครื่องปลายทางนะครับจากนั้นเครื่องปลายทางบอกว่าต้องการ...ข้อมูลชุดนี้นะก็คืชุดที่เราร้องขอไปเช่นwww.snru.ac.thserverมหาวิทยาลัยก็ส่งสัญญาณให้ส่งไฟล์ให้เหมือนกับเราเข้าเว็บไซต์ใดๆยกตัวอย่างนะเ(ก)ห(ต)ม(ั)ื(ว)นเรเข้าเว็บไซต์อะไให้เขาว่าเราต้องการเข้าเว็บไซต์นี้...ในทางเขาเรียกว่าอะไรการสื่อสารของมนุษย์กับสารสื่อสารก(่)ั(ใ)บ(น)ระบบเครื่อข่ายคอมพิวเตอร์ก็ต่างกันนะครับเห็นไหมครับมันก็จะมีมาตรฐานของมันอยู่นะครับเมื่อเทียบกับp(โ)r(ป)o(ร)t(โ)o(ต)c(ค)o(อ)l(ล)ในเครือขายคอมพิวเตอร์กับพฤติกรรมของมนุษย์ก็มีความคล้ายกันนะครับก็มีความคล้ายกันะครับทีนี้มาตรฐานอย่างที่ว่านี่ผมก็ได้เล่าไปคร่าวๆในบทที่1ไปแล้วเท่าที่พวกเราจำได้นะครับเขาเรียกว่า"osimodel"osimodelนะครับซึ่งคำเต็มๆopensysteminterconnectionก็เป็นผู้ที่กำหนดก็คือisoนะครับก็คือองค์กรที่กำหนดมาตรฐาองค์กรที่1นะจริงๆมันมีหลายองค์กน(ต)ะ(่)osiร(น)ื(ี)อ(่)isoี(น)่(ด)นะครับเขากำหนดขึ้นเพื่ออะไรกำหนดเพื่อ1.ในโลกนี้มีเครื่องคอมพิวเตอร์ต่างชนิดกันมากมายเลยฉะนั้นเราจะทำอย่างไรให้คอมพิวเตอร์ต่างชนิดกัมีระบบปฏิบัติการต่างกันมีapplicationต่างกันนะครับสามารถคุยกันได้นะครับก็ต้องมีระเบียบกร(ง)ไว้ก็คือโมเดลนี้นะครับกำหนดขึ้นมาว่าฮาร์ดแวร์ที่ต่างยี่ห้อกันนี่ก็ใช้ด(ร)้(่)ย(ม)กันได้เช่นในแล็บนี้เป็นhpแล็บ...อีกแล็บหนึ่งก็อาจจะเป็นยี่ห้ออื่นเป็นdellเป็นอะไรก็ว่ากันไปเป็นasusนะครับซึ่งต่ายี่ห้อกันก็ต้องสามารที่จะใช้ร่วมกันได้นะครับแล้วก็กำหนดขึ้นเพื่อกำหนดขั้นตอนการสื่อสารให้ทุกคนปฏิบัติแบบเดียวกัแล้วก็ลดปัญหาการผูกขาดสินค้าด้วยนะครับไม่ใช่ว่ายี่ห้อhpจ(ก)ะ(็)ต้องติดต่อสื่อสารกับhpเท่านั้นจะไม่ใช่ก็จะเป็นลักษณะของยี่ห้อใดๆก็สามารถที่จะสื่อสารเข้าใจกันได้นะครับอย่างนั้นสินค้าทั(ย)้(ี)ง(่)ม(้)ด(อ)ก็สามารถที่จะใช้ระบบเครือข่ายร่วมกันไดต่อมานะครับคำว่า"opensystems"opensystemsก็แปลตามตัวนะopenแปลเปิดนะครับsystemว(ค)่(ื)า(อ)ระบบนะครับก็หมายถึงอะไหมายความว่าอนุญาตให้ระบบสามารถสื่อสารกันได้ถึงแม้ว่าจะต่างยี่ห้อกันจะต่างระบบปฏิบัติการต่างกันนะครับแต่ว่าใช้มาตรฐานในการสื่อสารนี่ให้เป็นตัวเดียวกัให้เป็นสากลนะครับโดยไม่ต้องไปแก้ไขอะไรมากมายก็สามารถที่จะไปสื่อสารกันได้เลยป(ร)จ(บ)ุ(ำ)บ(ล)ั(อ)น(ง)นี้osiนี่นะครัไม่ใชp(พ)o(ี)t(ย)o(ง)c(แ)o(บ)l(บ)แนวคิดนะเป็นแบบจำลองแนวความคิดเป็นแนวความคิดที่จะสร้างให้ทุกยี่ห้อทุกระบบปฏิบัติการนะครับสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับพวกนี้เกี่ยวกับการทำงานของแต่ละชั้นของการสื่อสารนะ(่)ครับให้ทุกยี่ห้อได้เข้าใจตรงกันนะครับแล้วก็อำนวยความสะดวกให้กับผู้ออกแบบการสื่อสารบนระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์นะครับทีนี่(้)ยังจำได้ไหมครับosimodelมีกี่ชั้นนะมีกี่ชั้นนะครับมีกี่ชั้นเอ่ยมีกี่ชั้นคิดๆๆคิดแล้วตอบมามีกี่ชั้นตอนบทที่1เราคุยกัอยู่มlayerกี่layerตรงนี้ใช่ไหมครับที่เราเ(.)ร(.)า(.)จริงๆเรารู้จักคร่าวๆแเราคุยกันตั้งแต่ครั้งแรกนะครับก็จะมีทั้งหมด7layerนะ7layerเยอะรู้สึกจะจำไม่ได้เลยนะนี่มันก็มีเทคนิคช่วยในการจำใช่ไหมก็จะมีphysicallayerอันที่1นะอันที่2datalinklayerอันที่3layerที่3คือnetworklayerlayer4คือtransportlayer5.sessionlayer6.presentationlayerท้ายสุดคือapplicationlayerทำอย่างไรพวกเราจะจำได้ท่องนะต้องท่องแล้วน(ล)่ะแล้วก็บัดดี้ที่อยู่ข้างกันจะต้องช่วยเพื่อนแล้วล่เราจะต้องทำความเข้าใจแล้วก็ให้ความสำคัญนเรียนเอกนี้เรียนเอกitก็เลยมีหลักการจำอยู่นะ...เราใช้คำนี้ก็ได้ครับหลักการจำก็คือ"allpeopleseemtoneeddataprocessing"แปลว่าอะไรครับนี่allpeopleทุกคนนะร(ไ)ั(ห)บ(ม)ทุกคนก(น)า(ี)ร(่)เหมือนจะมีความต้องการdataprocessingdataprocessingก็คือการประมวลผลข้อมูลทุกคนนี่ต้องการที่จะประมวลผลข้อมูลน่ะมีความต้องการท(ใ)ี(น)่(ก)จ(า)ะ(ร)ประมวลผลข้อมูลนะก็เลยใช้worร(d)ะ(i)บ(n)บ(g)นี้(่)แ(ะ)ห(ม)ล(ั)ะ(น)จะได้จำง่ายเขาบอกว่า"allpeopleseem"allก็applicationpeopleก็presentationseemsec(s)t(s)iondataprosessingtotransportneednetworkdataก็ตรงตัวพอดีนะdatadataprocessingก็physicalก็allpeopleseemtoneeddataprocessingก็กลายเป็นapplicl(a)p(t)e(i)on,pl(r)esene(t)m(a)tion,sesse(i)d(o)d(n)a(,)transport,network,c(d)e(a)s(t)s(a)i(.)n(.)g(.)datalinkแล้วก็physicall(น)a(ี)y(้)e(ก)r(็)จะจำง่ายขึ้นแล้วก็ไม่สับสนนะเพราะมันจะเรียงลำดับอยู่นะจะเรียงลำดับอยู่นะครับเดี๋ยวท้ายคาบเรามาfoll(r)o(a)w(l)presentationกัtest...oraltestเรียงลำดับlayerพวกนี้ให้เข้าใจตรงกันหน่อยนะครับซึ่งก็ถือว่าสำคัญเป็นข้อมูลที่สำคัญที่เราจะต้องรู้นะครับทีนี้เรามาดูการทำงานของเขานะครับซึ่งจะแบ่งการทำงานออกเป็น3กลุ่มด้วยกันนะครับmodelนี้นะครับก็จะมีที่สนับสนุนด้านเครือข่ายนะครับก็จะมี3ชั้นครับคือphysical,datalinkแล้วก็networkนะครับประเภทต่อมาสื่อสารเคลื่อนย้ายข้อมูลจะทำหน้าที่ในการเคลื่อนย้ายข้อมูลก็คือชั้transportแล้วก็อีกกลุ่มหนึ่งคือชั้นสื่อสารที่สนับสนุนงานผู้ใช้ก็จะอยู่ใกล้ชิดกับผู้ใช้นะก็จะมีชั้นsec(s)t(s)ion,presentationapplicationก็จะมี3กลุ่มหลักๆนะครับทีนี่(้)เราก็มาดูแต่ละlayersกันว่ามันทำงานอย่างไพยายามมองภาพตามมองภาพตามนะทำงานอย่างไรนะครับมาดูชั้นแรกครับpf(h)i(y)c(s)icallayerชั้นแรกนะครับที่จะนำเสนอชั้นนี้ทำอะไชั้นนี้ก็จะทำหน้าที่ในการประสานการทำงานในการส่งสัญญาณในระดับb(บ)i(ิ)t(ต)นะเขาเรียกกระแสb(ื)i(อ)t(")bitstream"อันนี้คำศัพท์นะก็เป็นสื่อกร(ง)ที่เกี่ยวข้องกับข้อกำหนก(ด)ทางกลไกทางไฟฟ้าของการinterfaceแล้วก็ส่งข้อมูลนะครับก็จะทำหน้าที่ด(ใ)ย(น)การเคลื่อนย้ายข้อมูลระดับb(บ)i(ิ)t(ต)b(บ)i(ิ)t(ต)ก็มีอะไรบ้างนะมีอะไรบ้างb(บ)i(ิ)t(ต)ก็มี0กับ101010011ตรงนี้นะครับlayerนี้ก็จะเคลื่อนย้ายข้อมูลพวกนี้ห(ล)ล(่)ะครับจากโ(n)ห(o)น(d)ด(e)หนึ่งไปยังอีกnodโ(e)nodด(e)หนึ่งไปยังโ(n)ห(o)น(d)ด(e)ถัดไปนะครับอันนี้ก็คือphysicallayerนะครับและลักษณะเขาทำหน้าที่อะไรบ้างตัวที่1.ก็คือท(ก)า(ษ)ง(ณ)ด(ะ)้(ท)น(ง)กายภาพinterfaceและสื่อกลางก็จะเป็นการกำหนดของinterfaceครับก(ค)ำ(ุ)ห(ณ)น(ส)ด(ม)ล(บ)ษ(ร)ข(่)งอุปกรณ์ก็ค(ส)ในการส่งข้อมูลนะครับรวมถึงกำหนดส(ช)ื(น)่(ิ)อ(ด)ของสื่อส่งข้อมูลด้วยเช่นว่าจะเป็นสื่อชนิดสายหรือสื่อชนิดไร้สายอะไรอย่างนี้ครับชั้นนี้กที่จะทำหน้าที่ในการกำหนดคุณสมบัติว่าสื่อชนิดจะเป็นอย่างไรถ้าสื่อชนิด...คลื่นจะเป็นอย่างไรนะครับก็เป็น...layerนี้แล้วก็การแทนค่าของb(บ)i(ิ)t(ต)ข้อมูลนะครับอันนี้เรียน(ก)ว่า"representationofbits"ก็เป็นเรื่องของกระแสb(บ)i(ิ)t(ต)ก็ค00หรือ10หรือ1นะครับก็ที่ไม่ต้องแปลความหมายใดๆอีกแล้วในการส่งผ่านข้อมูลข้อมูลด(บ)บ(ต)จะต้องแปลงโดยการเข้ารหัสนะมันก็จะมีการเข้าจากอะไรนะครับ0101ก็จะถูกแปลงเป็นสัญญาณส่งไปนะครับซึ่งก็จะมีเทคนิคการเข้ารหัสในการแปลงข้อมูลจะมีเทคนิคอะไรบ้างซึ่งphysicallayerก็จะทำหน้าที่นะครับต่อมานะครับมีการกำหนดเรื่องของb(บ)i(ิ)t(ต)ข้อมูลที่สามารถส่งไปได้จำนวนเท่าไรต่อวินาทีด้วยเช่นถ้าเป็นชนิดสายจะส่งบิตจะต้องกำหนดนะครับว่าะ(ม)ต(ี)้(ก)อ(า)ง(ร)ส่งข้อมูลต่อวินาทีนี่ได้กี่b(ค)i(ร)t(ั)่(บ)แล้วก็มีการsynchronizesyna(c)t(h)i(r)onizeคำว่า"synchronize"คืออะไคือทั้งฝั่งส่งและฝั่งรับก(า)็(ะ)มันจะมี2ฝั่งนฝั่งส่งก(แ)ั(ล)บ(ะ)ฝั่งรับนี่นะครับให้สอดคล้องกันในการรับส่งข้อมูลในระดับบิตพูดง่ายๆนะฝา(่)ก(ง)ส่งกับฝา(่)ก(ง)รับจะต้องมีข้อตกลงมีกติกาการส่งข้อมูลในระดับบิตให้ตรงกันให้เข้าใจให้ตรงกัก็จะมีสิ่งที่เรียกว่าน(ส)า(ั)ฬ(ญ)ิ(ญ)ก(า)า(ณ)ก(น)็(า)จ(ฬ)ะ(ิ)ม(ก)ี(า)หรือภาษาอังกฤษก็คือclockนั่นเองclockซ(น)ึ(ี)งทั้งฝั่งส่งและฝั่งรับต้องทำงานสอดคล้องกลักษณะแบบนี้เขาเรียกว่าการsynchronizซ(e)ิ(น)ง(ะ)synchronize์(น)โ(ะ)ไ(ั)น(บ)ต่อมายังทำหน้าที่ในการกำหนดการเชื่อมโยงอุปกรณ์เข้ากับสื่อกลางนะครับก(ซ)็(ึ)ค(่)ื(ง)จะเป็นการเชื่อมโยงแบบที่เราเรียนมาจุดต่อจุดก็คือ...หรือก็คือการนำอุปกรณ์มาลิงก์เชื่อมโยงกันผ่านสายใช่ไหมครับผ่านสายเพื่อรับส่งข้อมูลกันหรืจะเป็นการเชื่อมโยงแบบหลายจุดที่เรียนมาใช่ไหมครับที่ใช้สายเส้นเดียวกันเพื่อเชื่อมต่อเข้ากับหลายๆอุปกรณ์อย่างนี้ครับแล้วก็การแชร์ม(ก)ู(ั)ล(น)รับส่งข้อมูลร่วมกัพวกนี้ก็เป็นหน้าที่ของชั้นphysicallayerนะครับหน้าที่ต่อมานะครับรูปแบบการเชื่อมต่อของการสื่อสารนะครับก็จะต้องถูกกำหนดนะครับเช่นเดียวกัเช่นเราจะเชื่อมต่อแบบbusไหมรู้จักแบบbusไหอยู่ตรงกลางแล้วก็มีเครื่องอยู่ด้านข้างซ้ายและขวาใช่ไหมครับอันนี้เขาเรียกว่าการเชื่อมต่อแบบbusนะ...หรือจะต่อแบบไหนแบบดาวแบบstarโดยก็จะมีอุปกรณ์ตัวหนึ่งอยู่ตรงกลางใช่ไหมแล้วก็มีหลายๆตัวอยู่รอบๆ(็)เชื่อมต่อด้วยสายอย่างนี้เป็นต้นนะครับอันนี้ก็จะถูกกำหนดเช่นเดียวกันในชั้นนี้นะครับแล้วก็ทิศทางในการส่งผ่านข้อมูลในชั้นนี้ก็จะกำหนดเป็นทิศทางแบบไหนเป็นแบบs(า)i(เ)g(ร)n(ี)t(ย)e(น)x(ม)t(า)ตอนบทที่1ใช่ไหมถ้าเป็นแบบอะไรครับการสื่อสารทางเดียวใช่ไหมคือผู้ส่งทำหน้าที่ในการส่งฝั่งรับก็ทำหน้าที่ในการรับแต่ถ้าเป็นh(ณ)a(ข)l(ณ)f(ะ)หนึ่งฝั่งส่งก็ส่งไปอีกช่วงเวลาหนึ่งฝั่งส่งก็จะเปลี่ยเป็นฝั่งรับอย่างนี้เป็นต้นนะครับหรือในเวลาเดียวกัก็คือเ(ง)ป(ฝ)็(ั)น(่)เ(ง)ป(ส)็(่)น(ง)บ(ง)บ(ร)f(ั)u(บ)l(ม)l(ี)เ(ก)ล(า)ย(ร)สื่อสารโต้ตอบกันในห้วงเวลาเดียวกันได้ก็ทิศทางในการส่งผ่านข้อมูลจะต้องถูกกำหนดในชphysi่(c)ว(a)ง(l)layerเช่นเดียวกัอันนี้คือหน้าที่ของชั่(้)นphysicallayerผมขอย้อนขึ้นไปนิดหนึ่งนะครับภาระหน้าที่ของชั้นนี้คือเคลื่อนย้ายในระดับb(บ)i(ิ)t(ต)ก็คือ00(1)11(0)0011อะไรอย่างนี้นะครับจากnodeหนึ่งไปยังnodeถัดไปอันนี้หน้าที่โดยสรุปนะครับต่อมาlayerถัดไปเรียกว่าdatalinklayer่(น)า(ะ)datalinklayerเมื่อกี้เรามีคำศัพท์ตัวหนึ่งเรียกว่าโ(n)ห(o)น(d)ด(e)ใช่ไหมเป็นโหนดๆนะทีนี่(้)ชั้นนี้นี่เราจะเล(ร)ื(ี)อ(ย)กหน่วยข้อมูลว่า"frameframe(")นะครับframeนะครับตัวนี้นะครับอ่านว่าf(ร)r(ม)a(เ)m(ล)e(ย)นะครับแต่ละlayerก็จะมีหน่วยที่เรียกแตกต่างกันออกไปนะครับแตกต่างกันออกไปซึ่งชั้นนี้หน้าที่ในการส่งมอบข้อมูลในร(ษ)ู(ณ)ป(ะ)แ(ข)บ(อ)บ(ง)hop-to-hopnode-to-nodeเหมือนกันเลยเพียงแค่เรียกหน่วยใหม่ว่าเป็นframeเมื่อกี้ชั้นphysicalเรียกเป็นb(บ)i(ใ)t(น)ระดับบิตก็คือ0110พอมาdataร(l)ะ(i)ด(n)ั(k)บ(ป)บ(ึ)ิ(๊)ต(บ)นะครับหน่วยข้อมูลจะถูกเปลี่ยนนะครับเรียกว่าframeนะครับframeทำอะไก็จะรับหน้าที่ว่าจะร(จ)บ(ด)ส่งframeไปยังเครือข่ายได้อย่างไรนะครับไปยังเครือข่ายได้อย่างไรโดยแต่ละframeถูกส่งไปโดยปราศจากข้อผิดพลาดห้ามผิดแต่ละfเ(r)ฟ(a)ร(m)ม(e)นะครับอันนี้คือการทำงานของdatalinklayerของเขาคือเคลื่อนย้ายframeจากโ(n)ห(o)น(d)ด(e)หนึ่งไปยังnodeถัดไปนะครับถ้าphysicalคืออะไรนะส่งข้อมูลในระดับbitจ(บ)า(ิ)ก(ต)จากโ(n)ห(o)น(d)ด(e)หนึ่งไปยังโ(n)ห(o)น(d)ด(e)ถัดไปเช่นเดียวกัถ้าdatalinkหน่วยของข้อมูลจะเรียกว่าfเ(r)ฟ(a)ร(m)ม(e)ก็เคลื่อนย้ายfเ(r)ฟ(a)ร(m)ม(e)จากโ(n)ห(o)น(d)ด(e)หนึ่งไปยังโ(n)ห(o)น(d)ด(e)ถัดไปนะครับมันทำอะไรอีกในdatalinkมาดูกันนะครับพอมา(ม)อ(า)ย(ถ)ู(ึ)่(ง)ในระดับชั้นนี้นี่เขาก็จะจัดหน่วยข้อมูลจากระดับบิตใช่ไหมหรือระดับไ(ใ)ร(ด)ก็แล้วแต่พอมาถึงชั้นนี้ปุ๊บเขาา(้)อยู่ในรูปแบบของframeนะครับนะครับซึ่งจะแบ่งส่วนของข้อมูลที่อ(ร)ย(ั)ู(บ)่(จ)ใ(า)น(ก)ชั้นnetworkมาอยู่ในรูปแบบของfเ(r)ฟ(a)ร(m)ม(e)นั้(่)นเองframeก็จะมีคำศัพท์หนึ่งเรียกว่า"physicaladdressing(")นะครับเกิดขึ้นนะครับเนื่องจากว่าframeก็จะถูกส่งข้อมูลนะครับไปบนเครือข่ายใช่ไหมถูกส่งไปยังเครือข่ายฃ(็)จำเป็นที่จะต้องรู้ว่าframeนี้ส่งมาจากที่ใดแล้วจะส่งไปที่ไหนนะครับแต่ละframeนะ(่)ครับถูกส่งมาจากไหนจะส่งไปที่ไหนนะครับดังนั้นชั้นนี้ก็จะมีการกำหนดชุดข้อมูลชุดหนึ่งขึ้นมานะครับที่เรียกว่า"header"headerแปลว่าอะไรนะheadheadแปลว่าอะไรหัวนะก็จะมีชุดข้อมูลชุดหนึ่งนะครับเรียกว่าheaderไปพร้อมกับframeด้วยนะครับเพื่อระบุตำแหน่งที่อยู่ของผู้ส่งครับว่าจะส่งไปที่ไหนเหมือนอะไรดีเหมือนเราส่งอีเมลล(ร)์(า)ซ(ต)ึ(้)่(อ)ห(ี)น(ข)า(อ)ท(ม)ี(ู)่(ล)ชุดหนึ่งทำหน้าที่ในการบอกว่าจะต้องส่งเมลไปที่ใครใช่ไหมครับเหมือนการส่งจดหมายเราก็ต้องข้อมูลจ่าหน้าซองใช่ไหมครับว่าจะต้องส่งไปที่ไหนให้มันถูกต้องนะครับก็เช่นเดียวกก็fเ(r)ฟ(a)ร(m)ม(e)นี่ก็จะมีชุดข้อมูลชุดหนึ่งเรียกว่าheaderน่(ะ)ครับเพื่อที่จะเก็บที่อยของผู้ส่งนะครับแล้วก็ตำแหน่งของผู้รับนะถ้าเป็นจดหมายก็คือจ่าหน้าซองนั้(่)นเองจะได้รู้ว่าจะส่งไปที่ไหนแล้วก็ผู้ที่ส่งนี่คือใในframeก็จะมีheaderเข้าม(น)า(ะ)ทีนี้ทำอะไรต่อนะครับในdatalinkนะครับก็จะเ(ี)ป(่)็(ใ)นการควบคุมการไหลของข้อมูลด้วยนะครับนะควบคุมการไหลของข้อมูลเขาเรียกว่า"flowcontrol"นะครับมันทำอะไรนะครับบางทีการส่งข้อมูลแต่ลframeไม่สัมพันธ์กันระหว่ากับฝั่งส่งนะครับเช่นคือข้อมูลชุดหนึ่งนะครับมันก็จะถูกตัดๆๆตัดเป็นก้อนๆแต่ละก้อนนี่เขาเรียกว่าframeframeframeframeก็จะมีheaderประกบอยู่บอกว่าfเ(r)ฟ(a)ร(m)ม(e)นี้จะส่งไปที่คนนี้นะนะครับอะไรอย่างนี้ครับแล้วแต่ละframeซึ่งฝั่งส่งก็จ(ด)ะ(้)ส่งข้อมูลไปอย่างต่อเนื่องก็ส่งไปในขณะที่ฝั่งรับก็อาจรับข้อมูลไม่ทันก็อาจจะเป็นได้นะครับดังนั้นก็จะต้องมีการควบคุมการไหลของข้อมูลนี่ให้สัมพันธ์กันนะครับเพื่อป้องกันไม่ให้ฝ่ายรับข้อมูลนี่รับข้อมูลจนมากเกินไปนะครับในชั้นนี้ก็จะมีการควบคุมการไหลของข้อมูลให้นะครับฉะนั้นฝั่งรับกับฝั่งส่งก็จะต้องมีการทำงานสัมพันนะครับแล้วก็นอกจากจะควบคุมการไหลของข้อมูลแล้วยังต้องควบคุมข้อผิดพลาดด้วยนะครับควบคุมข้อผิดพลาดของการส่งข้อมูลด้วยก็ในlayerนี้จะต้องสร้างความน่าเชื่อถือให้ว่าข้อมูลที่ส่งไปยังปลายทางนี่มันจะต้องถูกส่งไปจนครบนะก(า)็(ก)ข้อมูลชุดหนึ่งใช่ไหมครับแล้วถูกframeง(่)มันก็จะมีหลายframeหลายก้อนเพราะฉะนั้ัframeถ(เ)ู(ร)ก(า)ส่ไปยังผู้รับแล้วนี่ก็จะต้องถูกส่งไปจนครบเช่นเดียวกันั่นแปลว่าจะต้องควบคุมทีนี้การส่งข้อมูลเพื่อเช็กว่าผิดพลาดไม่ผิดพลาดนะ(่)ครับก็จะมีชุดข้อมูลชุดหนึ่งขึ้นมาก่อนหน้านั้นheaderมีheaderถ้ากรณีที่การควบคุมข้อผิดพลาดนี่ก็จะมีชุดข้อมูลที่เรียกว่า"t(ล)r(เ)a(ล)i(อ)l(ร)e(์)r(")แปลว่าอะไน(ร)ะ(์)แปลว่น(อ)ข(ไ)า(ร)เ(น)ร(ะ)ี(แ)ย(ป)ก(ล)ว่าส(ห)่(า)ว(ง)ง(ะ)เขาเรียกว่าส่วนหางของข้อมูลฝ่ายรับนี่สามารถตรวจสอบไ(่)ด(า)้(เ)ว(อ)่(๊)า(ย)frameนี้ได้รับมาหรือยังก็จะเช็ค(ก)ดูที่หางแปลว่า1frameนี่จะมีข้อมูลที่เรียกว่า"header"แล้วก็มีชุดข้อมูลท"ป(ท)็(ร)น(ล)t(เ)a(ล)i(อ)l(ร)e(์)r(")ด้วยเพื่อให้เป็นการส่งข้อมูลframeไม่ผิดพลาดสมบูรณ์มีประสิทธิภาพนะครับต่อมานอกจากจะควบคุมการไหลแล้วนอกจากจะควบคุมข้อผิดพลาดแล้วก็มีการควบคุมการเข้าถึงด้วยเมื่อมีอุปกรณ์มากกว่า2อุปกรณ์ขึ้นไปเชื่อมต่อภายในเครือข่ายนี่(้)ะครับอีกทั้งยังใช้สายใช่ไหมสายเส้นเดียวกัก็จะมีระเบียบบอกว่าในชั้นนี้นี่จะต้องตัดสินให้อุปกรณ์ตัวใดตัวหนึ่งทำหน้าที่ในการให้สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลด้วยไม่อย่างนั้นนี่ก็จะวุ่นวายกันไปหมดนะครับกรณีนี้เ(อ)พ(ย)ร(่)ชั้ก็จะค(น)ว(้)บ(า)ค(ท)ุ(ี)ม(่)ในการควบคุมการเข้าถึงด้วยนะครับสรุปชั้นนี้ผมกลับไปที่สไลด์หน้าแรกก่อหน้าที่ของเขาก็คือจะทำหน้าที่ในการเคลื่อนย้ายชุดข้อมูลที่เรียกว่าfเ(r)ฟ(a)ร(m)ม(e)จากnodeหนึ่งไปยังอีกnodeหนึ่งframe1frameก็จะheaderทำหน้าที่ในการระบุว่าผู้ส่งคือใครจะส่งไปที่ไหนนะครับนอกจากนี้ยังควบคุมมีควบคุมอะไรบ้างควบคุมการ...ไหลของข้อมูลให้เป็นไปด้วยความราบล(ร)ื่นการไหลเสร็จต้องควบคุมชุดข้อมูลต่างๆห้ามตกหล่นจะต้องสมบูรณ์นะครับรับประกันว่ามันต้องสมบูรณ์โดยมีเทลเลอร์ประกอบไปอยู่กับframeด้วยแ(ค)ล(ร)้(ั)ว(บ)ก็มีheaderframeแล้วก็มีเทลเลอร์ด้วยแล้วก็นอกจากนี้กรณีที่อุปกรณ์มันมีมากกว่า2ชุดในlayerนี้ก็จะทำหน้าที่ก(ค)็(ร)จ(ั)ะ(บ)ท(ก)ำหนา(อ)ท(ุ)ี(ป)่(ก)น(ร)ะ(ณ)ค(์)ร(ต)บ(ต)ก(ั)ำ(ว)หนด(เ)ใ(ป)ห(็)้(น)อุปกรณ์ที่จำหน้าที่ในการควบคุมให้อุปกรณ์มันทำงานอย่างไผ่านมากี่layerแล้วครับ2นะ2แล้วนะครับต่อไปlayerที่3ครับที่เราจะต้องรู้จั"networklayer"นะครับnetworklayerนะครับdatalinkนี่ชุดของข้อมูลเรียกว่าอะไรนะชุดข้อมูลเรียกว่าframeต่อมาlayerนี้ครับเราจะเปลี่ยนชุดข้อมูลที่เรียกว่าframeเป็นpacketแ(น)พ(ะ)"packetจ(")ครับpacketครับก็ในlayerที่ชื่อว่าnetworklayerรับผิดชอบนะครับทำหน้าที่ในการส่งแ(p)พ(a)ค(c)เ(k)ก(e)จ(t)จากต้นทางไปยังปลายทางนะครับผ่านเครือข่ายที่มีความหลาย(ก)หลายและแตกต่างกันนะครับซึ่งแ(p)พ(a)ค(c)เ(k)ก(e)จ(t)นี่ก็จะถูกส่งไปยังปลายทางแล้วก็ในระหว่างทางก็จะมีเครือข่ายย่อยมาเลยอย่างนั้นแต่ละpacka(e)te(ง)ไปยังปลายทางนี่คนละเส้นทางกัเหมือนอะไรดีเปรียบเทียบอะ(ง)ไรดีเหมือนเราจะส่งข้อมูลไปอุดรธานีะ(้)ครับpacketแ(่)พ(ง)เ(จ)ก(ะ)ถูกพาขึ้นรถไปผ่านอำเภอบ(พ)ังโคนสว่าอีกpacketก็ไปถึแล้วก(ข)็(า)อาจจะเลี้ยวขวาอ้อมอ้อมหน่อยแต่ก็ถึงอุดรเหมือนกันนะแต่อ้อมหน่อยอีกเส้นทางหนึ่งอาจจะขึ้นอำเภอโ(ภ)ภ(ู)พานไปขอนแก่นแล้วก็อ้อมมาอุดรซึ่งมันสามารถเป็นอย่างนั้นได้ทั้งๆที่เป็นข้อมูลเดียวแต่เขาจะถูกแบ่งใช่ไหมครับถูกแบ่งออกมาในlayerนี้เขาเรียกว่าpackแ(e)พ(t)packetจ(ะ)ครับสังเกตว่าpacketก็จะถูกส่งไปยังห(ป)ลายทางแล้วก็มีเครือข่ายที่มีความหลากหลายนะครับรวมถึงการส่งข้อมูลที่มีความแตกต่างกันต่างชนิดกันด้วยนะครับซึ่งdatalinkนี่หน่วยข้อมูลของเขาเรียกว่าframeเรียนรู้ไปเมื่อกี้นะครับซึ่งจะ(ด)ส่งไปยังnodeปลายทางภายในลิงก์เดียวกันเท่านั้นที่มันมีชนิดต่างกัlayernetworkก็จะเป็นคนทำหน้าที่ให้นะครับอย่างนั้นโดยสรุปหน้าที่ของชั้นนี้ก็คือใช้คำนี้ครับการส่งมอบpacketจากh(ฮ)o(ส)s(ต)t(์)ต้นทางไปยังh(ฮ)o(ส)s(ต)t(์)ปลายทางเปลี่ยนจากfเ(r)ฟ(a)ร(m)ม(e)มาเป็นแ(p)พ(a)ค(c)เ(k)ก(e)จ(t)นะครับมาดูรายละเอียดของlayerนี้กัครับนักศึกษาจะต้องรู้จักคำนี้ว(ร)่(ั)า(บ)ว่า"logicaladdress"i(ร)n(ั)g(บ)logicaladdresslogicaladdren(s)g(s)นะครับต่างจากpf(h)i(y)c(s)icaladdressi(่)n(า)g(ง)ป(บ)ในชั้นdatalinkนี่จะมีphysicaladressนะครับส่วนlogicaladdressคืออะไมาดูถ้าphysicaladdressมันคือตำแหน่งที่อยู่ของnodeโ(n)ห(o)น(d)ด(e)ในเครือข่ายก็จะมีตำแหน่งก็เหมือนมีอะไรดีบ้านเลขที่นะ(บ)ไม่ใช่ๆเลขที่ของ...จะเรียกว่าอย่างไรดีเลขที่บัตรประจำตัวประชาชพูดง่ายๆเกิดมาปุ๊บมีหมายเลขนี้เลยเช่นเดียวกันอุปกรณ์นีครับอุปกรณ์ใดๆที่เป็นnodeพอถูกผลิตขึ้นมามันก็จะมีรหัสของมเขาเรียกว่า"physicaladdress"เปลี่ยนแปลงค่าได้ตัวเลขนี้มีแล้วมีเลยอันนี้เขาเรียกphyf(s)icaladdresslogicaladdressก็จะใช้งานอยู่ในชั้นสื่อสารที่สูงขึ้นไปอีกนะครับโดยนำมาใช้ระบุตำแหน่งของอุปกรณ์เหมือนกันเลยนะครับแต่logicaladdressi(น)n(ี)g(่)ไม่ยึดติดกับอุปกรณ์เช่นคำศัพท์ที่เรียกว่า"protocalip""ipaddress"หมายถึงอะไรครับหมายถึงเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งอันนี้เขาเรียกว่าnodeหนึ่งนะครับจะมีpf(h)i(y)c(s)icaladdressตายตัวเปลียนแปลงไม่ได้แต่logicaladdressแต่ละห้วงเวลาเปลี่ยนแปลงได้เปลี่ยนแปลงได้ไม่ยึดติดกับอุปกรณ์เลยนั่นแปลว่าถ้าเทียบกับมนุษย์เราpl(h)o(y)g(s)icaladdressก็คือเลขที่บัตรนะเลขที่บัตรเกิดมาปุ๊บมีหมายเลขประจำตัวประชาชน13หลักเปลี่ยนแปลงไม่ได้เลยชุดนี้น(ใ)ะ(ช)ค(่)ร(ไ)ั(ห)บ(ม)จนตายนะครับจนตายผลิตขึ้นมาปุ๊บก็จะมีหมายเลขนี้อยู่เลยอันนี้เขาเรียกว่า"phyf(s)icaladdress"logicaladdressเหมือนอะไรเปรียบเหมือนบ้านเลขที่แล้วกันนะครับที่บางครั้งเราอาจจะย้ายบ้านเลขทีไปเรื่อยๆซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงได้ไม่ได้ยึดติดกับตัวคนนะอันนี้เล่าให้ฟังเพื่อให้มองเห็นภานะครับก็ตัวlogicaladdressi(ร)n(ั)g(บ)หรือipaddressชั้นนี้มันทำอะไรอยู่มันก็จะเลือกเส้นทางครับที่ดีและเหมาะสมที่สุดในการส่งชุดข้อมูลที่เรียกว่าpacketนีครับไปยังปลายทางเมื่อเครื่อข่ายได้มีการเชื่อมต่อกับเครือข่ายที่มีinternetอะไรอย่างนี้นะครับเส้นทางเป็ฯ(น)อย่างไรครับมันก็จะเป็นโยงใยเหมือน...ใยแมงมุมเต็มไปหมดเป็นnodenodenodeนะครับเป็นnetworkนะเป็นเครือข่ายอย่างนั้นการส่งข้อมูลต้นทางไปยังปลายทางนีแ(่)ห(ล)ล(่)ะครับจึงจำเป็นต้องเลือกเส้นทางการส่งที่ดีที่สุดที่เหมาะสมที่สุดโดยการส่งข้อมูลจะอาศัยสิ่งที่เรียกว่า"logicaladdress"นะครับเป็นตัวชี้ตำแหน่งของคอมพิวเตอร์ต้นทางและปลายทางดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีอุปกรณ์ที่เรียกว่า"router"ใครนะกลุ่มไหนนะนำเสนอrouterวันนั้นอาทิตย์ที่ผ่านมากลุ่มไหนนำเสนอrouterกลุ่มไหนเป็นผู้เชี่ยวชาญด(ื)้(่)า(อ)น(ง)routerครับหายไปไหนแล้วมีกลุ่มนำเสนอrouterนะใช่ไหมนะครับมีกลุ่มๆนำเสนอrouterอยู่นะrouterก็จะเป็นอุปกรณ์ที่อยู่ในlayerนี้นะครับใช้สำหรับการกำหนดเส้นทางเลือกเส้นทางที่ดีที่สุดในการที่จะส่งข้อมูลออกไปนะครับนะเนื่องจากว่าในเครือข่ายนี่มันจะมีการเชื่อมโยงเยอะแยะไปหมดเลยเต็มไปหมดนะครับข้อมูลที่ถูกส่งไปยังปลายทางก็อาจจะไม่จำเป็นต้องเป็นเส้นทางเดียวกันเสมอไปนะครับแล้วก็ข้อมูลที่ถูกส่งไปก่อมันอาจจะมีการเดินทางของข้อมูลผ่านnodeแต่ละnodeที่มีความต่างกัเมื่อpacketได้เดินทางมาถึงปลายทางนี่ปลายทางจะต้องมีกระบวนการมีการจัข้อมูลใหม่นะครับนั่นแปลว่ามันถูกส่งเป็นpackeแ(t)พ(p)ค(a)เ(c)ก(k)จ(e)ๆ(t)เป็นส่วนๆแล้วนีแต่ละชุดก็จะส่งไปตามเส้นทางที่ต่างกันพอไปถึงปลายทางก็จะต้องมีการจัดลำดับข้อมูลใหม่ให้เรียงลำดับกันเหมือนเดิมนะครับอย่างนี้เป็นต้นนะครับอันนี้ก็คือลักษณะของการทำงานในlayerนี้นะครับสรุปนิดหนึ่งlayerนี้ชุดข้อมูลนะครับที่เลือกนะครับเขาเรียกว่า"pแ(a)พ(c)ค(k)เ(e)ก(t)จ(")ซึ่งจะทำหน้าที่ในการส่งแ(p)พ(a)ค(c)เ(k)ก(e)จ(t)จากh(ฮ)o(ส)s(ต)t(์)ต้นทางไปยังh(ฮ)o(ส)s(ต)t(์)ปลายทางโดยใช้สิ่งที่เรียกว่า"logicaladdress"โ(ั)ร(ว)จ(ก)ิ(ำ)ค(ห)อ(น)ล(ด)แล้วก็หาเส้นทางที่ดีที่สุดที่เหมาะสมที่สุดในการส่งข้อมูลแต่ละครั้งlayerถัดมาอันนี้layerที่เท่าไรแล้วนlayerี่4layerที่4นะที่เราจะต้องรู้จักlayerนะครับเรียกว่า"transportlayer"transporttransportแปลว่าการขนส่งการขนส่งชั้นนี้ก็จะทำหน้าที่ในการส่งข้อมูprocess-to-processนะครับprocessก็runเขาเรียกว่า"process"นะครับหมายถึงโปรแกรมประยุกต์โปรแกรมประยุกต์ใดๆนะครับอย่างนั้นภาระหน้าที่ของชั้นtransportท(ื)ร(อ)า(จ)น(ะ)ป(ม)proces์(s)ไปยังprocessปลายทางนะครับจะส่งdar(t)aจากprocessprocessหนึ่งเรียกว่า"process-to-process"นะครับprocess-to-processนะครับทีนี่(้)ทำอะไรบ้างlayerที่เป็นnetworklayerเขาจะใช้logicaladdressใช่ไหมนะครับทีนี้พอมาชั้นtranspท(o)ร(r)า(t)ด(ี)์(่)ส(น)ป(ะ)อ(ค)์(ั)ต(บ)ก็จะมีหนึ่งท(เ)ี(ข)่(า)เรียกว่าport"portaddres"p(ต)o(ำ)r(แ)t(ห)a(น)d(่)d(ง)r(ท)e(ี)s(่)s(อ)ใ(ย)ช(ู)ไ(ร)ห(ั)ม(บ)รู้จักพอร์ตไหมครับเออพอร์ตเ(ะ)น(โ)อ(ด)ะ(ย)ปกติเครื่องคอมก็จะร(r)ั(u)น(n)โปรแกรมได้หลายโปรแกรมใช่ไหมนะครับมันก็จะสามารถrunโปรแกรมเยอะๆพร้อมกันได้นะครับนีแ(่)ห(ล)ล(่)ะครับก็เลยเป็นำ(ท)เ(ี)ป(่)็(จ)น(ะ)ต้องมีพอร์ตต่างๆไว้คอยให้บริการในการสื่อสารนะครับโดยชั้นนี้นี่ก็จะมีheaderที่ภ(ถ)ือเป็นaddressชนิดหนึ่งห(เ)ื(ย)อ(ก)ว่า"service-pointaddress""portaddress"เพื่อให้ชั้ต(n)เ(e)ว(t)ิ(w)ร(o)์(r)ก(k)สามารถส่งpacketชั้นnetอ(w)ะ(o)ไ(r)ร(k)ย(บ)ก็จะส่งpacketa(้)g(อ)e(ง)และก็ชั้นtransportจะได้รับข้อมูลข่าวสารอย่างครบถ้วนเช่นเดียวกัครับก็จะมีportaddressเพิ่มเข้ามานะครับทีนี้มันทำงานอะไรบ้างนะครับต่อนะครับแบ่งและรวมนะครับก็จะมีหน้าที่2ตัวแบ่งและรวมชั้นนี้เมื่อtransportนะ(่)ครับได้รับข่าวสารจากชั้นสื่อสารที่เป็นsessionชั้นที่ผมกำลังจะเอ่ยถึงนี่ครับก็แบ่งออกเป็นs(ซ)e(ก)c(เ)m(ม)e(น)n(ต)t(์)ย่อยๆเขาเรียกว่า"เซกเม"นชัย่อยๆก็จะมีลำดับเรียงลำดับให้1,2,3,4,5เรียงไปนะครับจากนั้นเลขลำดับดังกล่าวจะทำให้processฝั่งรับนำ(น)ก(ำ)ล(เ)ั(อ)บ(า)มารวมกับเหมือนเดิมได้ก(้)็(ว)จ(ก)ะ(็)ส่งข้อมูยังชั้นnetworkต่อไปะ(้)ครับพอไปถึงชั้นnetworkชั้นnetworkมีชุดข้อมูลตัวนี้แล้วก็เรียกว่าpacketแ(น)พ(ะ)packetจ(บ)ขึ้นไปบรรจุยังชั้นถัดไปได้เ(ะ)พ(ค)า(ั)ะ(บ)อย่างนั้นชั้นtransportก็จะแบ่งๆๆเป็นชุดๆเรียกว่าs(ะ)e(ไ)c(ร)m(ค)e(ร)n(ั)t(บ)มีการ...มีตัวเลขการเรียงลำดับไว้นะครับแล้วก็sequencenumberบรรจุเข้าไปด้วยต่อมายังมีหน้าที่ในการควบคุมการเชื่อมต่อซึ่งการติดต่อก(่)ั(า)บ(ง)processชั้นบนนี่รูปแบบของ...ร(ข)าเรียกว่า"udp""tcp"ซึ่งเดี๋ยวผมจะพูดในท้ายสไลด์นะครับก็จะมีการควบคุมการเชื่อมต่อเชื่อมต่ออย่างมีประสิทธิภาพราบรืนก็ให้อยู่ในชั้นtransportด้วยนอกจากนี้ยังมีการควบคุมการไหlayerการไหลของข้อมูลนอกจากtransport็(น)คือlayerอะไรlayerอะไรครับda...datalink่(น)ไ(ะ)ห(น)ม(ะ)ครับก็ควบคุมการไหลของข้อมูลเห(เ)ม(ด)ื(ี)อ(ย)น(ว)กัมันคล้ายกันเขาก็บอกอยู่ซ(น)ึ(ี)ง(ี)ม(ล)น(ร)ทำงานคล้ายกันเลยกับdatalinkนะครัของฝั่งส่งกับฝั่งรับนี่ให้มีการอะไรครับมีการรับส่งข้อมุ(ู)ลอย่างราบล(ร)ื่นไม่ใชฝั่งรับรับข้อมูลจนoverจนล้นนะครับก็ไม่ใช่นะครับแต่ในชั้นtransportจะกระทำในลักษณะprocess-to-processนะครับซึ่งที่แตกต่างกันก็ป(ค)็(ื)น(อ)datalinkนี่จะส่งผ่านเดียวกัในลักษณะhopb(-)to-hob(p)แตtransportใ(็)นลักษณะprocess-to-processนะครับจะมีพอร์ตนะครับและนะครับมีการควบคุมข้อผิดพลาดเหมือนกันกับdatalinkเลยdatalinkอย่างที่ว่าครับdatalinkจะเป็นhop-to-hopนะครับtransportจะเป็นprocess-to-processซึ่งควบคุมข้อผิดพลาดว่าฝั่งรับจะรับข้อมูลจากฝั่งส่งที่ครบถ้วที่ครบถ้วนนะครับอย่างนี้เป็นต้นนะครับง(่)ั(า)้(ง)ถ(ั)า(น)ในชั้นtranท(s)ร(p)า(o)น(r)ด(t)์(โ)ส(ด)ป(ย)อ(ส)์(ุ)ต(ป)นะครับtransportก็จะส่งมอบข่าวสารจากprocessต้นทางไปยังprocessปลายทางซึ่งข้อมูลในั(ร)ก(ะ)ษ(ด)ณ(ั)ะ(บ)ของprocessเหมือนกับเป็นโปรแกรมประยุกต์runก็เลยจำเป็นที่จะต้องมีสิ่งที่เรียกว่า"portaddress"เข้ามาเพื่อจำแนกการส่งของข้อมูลให้มันมีการเรียงลำดับแล้วก็ส่งไปยังผู้รับอย่างมีประสิทธิภาพนะครับอันนี้น(t)ด(r)์(a)ส(n)ป(s)อ(p)ร(o)์(r)ต(t)ครับและlayerถัดมาครับรอพี่ล่ามด้วยพี่ล่ามเปลี่ยนคนนะlayerถัดมาเรียกว่า"sessionlayer"อันนlayerlayer5layerที่5นะเขาเรียกว่าsessionlayerlayerก็หน้าที่ของเขาคือควบคุมการสื่อสารนะครับแลsynchronizeการsynchronizeนะครับทีนี่(้)ชั้นนี้ก็จะควบคุมแลกเปลี่ยนข่าวสารระหว่างh(ฮ)o(ส)s(ต)t(์)นะครับซึ่งอาจจะมีการโต้ตอบกันชนิดหลายแบบนะไ(เ)แบบs(้)y(ง)n(3)c(ป)h(ร)r(ะ)o(เ)n(ภ)i(ท)นี่อาจจะเป็นแบบไหนก็ได้โดยการณขณะใดขณะหนึ่ง"session"เขาเรียกว่าsessionนะครับหลายๆsessionคนเพียงคนเดียวหรือหลายคนก็ได้อันนี้เขาเรียกว่าsec(s)t(s)ionเป็นชื่อของชั้นนี้เลยครับsessionlayerทีนี่(้)มันควบคุมอะไรบ้างไ(ค)า(ั)ง(บ)ในlayerนี้ก็จะทำหน้าที่ควบคุมdialogซึ่งชั้นนี้ก็จะให้2ระบบนี้(่)มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกันตั้งแต่เริ่มต้นกระทั่งสิ้นสุดการสื่อสาก็จะมีขั้นตอนมีการเปิดsec(s)t(s)ionแล้วก็มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกันอย่างต่อเนื่องพอจะยุติก็จะsessionอันนี้เรียกว่าsessionsessionเป็นsec(s)t(s)ionsec(s)t(s)ionไปแล้วก็อีกหน้าที่หนึ่งก็คือการsynchronizesynchronizeนะครับคืออะไรนะครับการสื่อสารในsessionนี่บางทีก็อาล้มเหลวหรือมีความผิดพลาดเกิดขึ้นก็จะทำให้มีการเปิดsessionใหม่แบบนี้นะครับsessionในsessionlayerนี้(่)ก็จะมีการอนุญาตให้processเขาเรียกว่าจุด"checkpoints"มีการเปิดsessionแล้วมันล้มเหวจะทำอย่างไรพอล้มเหลวก็ต้องเปิดsessionเ(ย)ข(่)ก็จะม"การsynchronize"ต้นทางกับปลายทางจะต้องมีการทำความเข้าใจเรื่องของการsynchronizeร่วมกก็อาจจะมีก(ว)ร(ม)ล้มเหลวเกิดขึ้นได้นะครับlayerต่อมาก่อนไปถึงlayerนี้sessionlayerภาระหน้าที่ของเขาคืออะไรนะครับโดยสรุปนะครับก็คือการควบคุมการสื่อสารและการsynchronizeนะครับในsessionนี้ก็จะมีการส่งข้อมูลโต้ตอบกันในรูปแบบใดๆก็แล้วแต่นะครับซึ่งการสื่อสารข้อมูลเขาเรียกว่าsessionขณะใดขณะหนึ่ง...ก่อนจะมีการส่งข้อมูลหากันนี่ก็ต้องseม(s)ี(s)ก(i)า(o)ร(n)เปิดsessionส่งข้อมูลเสร็จแล้วก็ยกเลิกsessionนะครับหรือบางทีก็อาจจะความผิดพลาดเกิดขึ้นเปิดsessionอยูแต่เกิดความล้มเหลวก็sessiจ(o)ะ(n)เ(ใ)ป(ห)็(ม)น(่)ลักษณะแบบนี้นะครับอันนี้เขาเรียกว่า"sessionlayer"และlayerถัดมานะครับคือ"presentationlayer"presentationlayerนะครับชั้นนี้ทำอะไรนะครับชั้นนี้มีหน้าที่ในการแปลงข้อมูล,การเข้ารหัสข้อมูลแล้วก็การบีบอัดข้อมูลแ(บ)ล(เ)้(ร)ว(า)ก็มาดูแต่ละหน้าทีมันแปลงอย่างไรนะครับก็จะมีการแปลงข้อมูลในรูปแบบต่างๆนะครับเพราะว่าคอมพิวเตอร์นี่ก็อาจจะใช้รหัสแทนข้อมูลที่แตกต่างกันได้ก็มีกระบวนการแปลงข้อมูลใส่เข้าไปด้วยมาดูตัวแปลงข้อมูลก่อนนะครับเช่นโปรแกรมที่runอยู่อาจจะมีระบบร(r)ั(u)น(n)อยู่ระบบที่แตกต่างกันนี่เมื่อต้องการข้อมูลปุ๊บนะครับก็จะต้องนำข้อมูลดังกล่าวมาแปลงให้เป็นสัญญาณผ่านสื่อ...ส่งไปใช่ไหมครับผ่านสื่อกลางแล้วระบบทั้ง2ใช้ความต่างกันก็จะใช้รหัสแทนข้อมจะทำหน้าที้(่)ในการแปลงรหัสแตกต่างกันเหล่านี้นะครับให้อยู่ในรูปแบบเดียวกันให้ไดเข้าใจซึ่งกันและกัก็ภาระหน้าที่ในการแปลงข้อมูลก็จะอย4(น)presentationlayerนะครับนอกจากแปลงแล้วต้องเข้ารหัสด้วยนะครับทำไมต้องเข้ารหัสรู้จักการเข้ารหัสไหมครับเช่นข้อมูลที่มีความสำคัญๆข้อมูลก็สำคัญโ(บ)ด(อ)ก(่)ร(า)ส่งข้อมูลจากผู้รับไปยังผู้ส่งในระหว่างทางนี่ครับความปลอดภัยความอะไรล่ะอาจจะมีการโดนอะไรครับที่เป็นข่าวอยู่โดนhackโดนhackข้อมูลโดนขโมยโดนผู้ไ่ประสงค์ทั้งหลายนี่...มาเอาข้อมูลเราไประหว่างทางก็เป็นได้นะครับภาระหน้าที่ของlayerนี้เรื่องของการเข้ารหัสขึ้นเพื่อที่จะทำให้ผู้ที่ไม่ประสงค์ดีนี่สมมุติเขามาเอาข้อมูลเราไปจริงๆนี่เขาก็ไม่สามารถที่จะลุล่วงได้เลlayerpresentationlayerก็จะทำหน้าที่ในการเข้ารหัสให้ก็ไม่รู้เรื่องอยู่ดีนะครับแต่อย่าลืมว่าเมื่อเข้าจากฝั่งรับพอไปถึงฝั่งส่...ก็ต้องถอดรหัสนะครับเพื่อให้ฝั่งส่งเข้าใจในข้อมูลที่ส่งไปนะครับแล้วอีกหน้าที่หนึ่งของlayerนี้ก็คือการบีบอัดข้อมูลนะครับการบีบอัดข้อมูลทำไมต้องบีบครับทำไมต้องบีบอัดข้อมูลครับ(า(อ))(ะ)ั(ร)่(ะ)((เ))ไฟล์มันใหญ่ๆเวลาที่จะส่งข้อมูลจากทีหนึ่งไปอีกที่หนึ่งถ้ามันมีความสามารถทำให้เล็กลงใช่ไหมครับการส่งข้อมูลก็จะเร็วขึ้นก็ชั้นนี้ทำหน้าที่นี้ครัท(ู)ำ(ล)ให้ข้อมูลมันเล็กลงเวลาที่จะส่งข้อมูลออกไปมันก็จะเร็วขึ้น...ลดหลายอย่างลดbandwidthลดอะไรด้วยนะครับอันนี้คือภาระหน้าที่ของpresentationlayerอย่างนั้นชั้นpresentationlayerก็จะมีหน้าที่อยู่3อย่างนะแปลงเข้ารหัสและ(ว)ก็บีบอัดนะครับมี3หน้าที่นะครับและเราก็มาถึงlayerสุดท้ายก็คือapplicationlayerapplicationlayerครับlayerนี้ทำอะไรก็จัดการงานบริการให้แก่ผู้ใช้ก็เป็นlayerที่อยู่ใกล้ชิดมนุษย์กับผู้ใช้มากที่สุดแล้วชั้นนี้ก็จะเป็นชั้ระดับประยุกต์ทีอนุญาตให้ผู้ใช้เข้าถึงเครือข่ายได้โดยมีสิ่งที่เรียกว่า"userinterface"ก็คืออะไรครับคือหน้าจอโปรแกรมต่างๆนั้(่)นเองให้ผู้ใช้นี่สามารถที่จะสัมผัสข้อมูลได้นะครับเขาเรียกว่าuserinterfaceนะครับบริการต่างๆเชemailemailอย่างนี้เป็นต้การแชร์การอะไรก็ว่ากันไปการใช้internetนั่นเองนะครับก็บริการให้ผู้ใช้เขาเรียกว่า"applicationlayer"นะครับก็มาดูแต่ละอย่างกัเช่นโปรแกรมจำลองterminalบนเครือข่ายเสมือนจริงแปลว่าอะไรก็เหมือนกับ...ก็จะมีหน้าจอเหมือนที่อยู่ข้างหน้าเราตอนนี้ห(น)ล(ไ)ะ(ป)ทำงานกับข้อมูลของเราไปแต่จริงๆของเรามันไม่ได้อยู่ที่เครื่องนี้ครับข้มูลของเราไปอยู่อีกเครื่องหนึ่งนะครับซึ่งมันเหมือนเป็นโปรแกรมจำลองว่าเรากำลังทำงานอยู่กับเครื่องของเราอยู่นะแต่จริงๆมันไม่ใช่อย่างนี้ก็มีนะครับแล้วก็มีการจัดการไฟล์นะครับมีการ...ซอฟต์แวร์ที่จะให้เข้าถึงไฟล์แบบระยะไกลได้นะครับรีโมตได้ไหมเรานั่งอยู่ที่นีน(้)ั(ล)ง(ะ)อยู่ท(ร)ี(ื)่(อ)เครื่องอยู่ที่แล็บที่เราเรียนอยู่แตเราสามารที่จะรู้ว่าเครื่องที่หอพักเรานี่ตอนนี้มันเปิดอยู่มันมีหน้าจออะไรอย่างไรบ้างนะครับก็จะมีโปรแกรมที่เขาเรียกว่าแชร์เหมือนกับเราใช้คอมพิวเตอร์ที่หอพักแต่จริงๆเรใช้อยู่ในแล็บนี้ก็controlเครื่องที่หอพักได้นะครับสั่งมันปิดเครื่องได้สั่งใช้พิมพ์งานได้แต่เครืงอยู่ที่ห(ี)อ(่)พ(ล)ั(่)ก(ะ)อะไรอย่างนี้ครับแบบนี้ก็มีอย่างที่บอกไปมีบริการmailอย่างนี้เป็นต้นนะครับ...หรือบริการdirectoryนะครับคำว่า"บริการdirectory"ค(ถ)ื(ึ)อ(ง)อะไรก็อาจจะเป็นแบบว่ามีเครื่องหนึ่งที่ทำหน้าที่ในการให้บริการการให้พื้นที่ในการให้ข้อมูลในการเก็บข้อมูลแต่อยู่อีกที่หนึเราก็สามารถที่จะนำไฟล์ที่เราต้องการไปเก็บไว้ในเครื่องที่ว่าก็มีนะครับเขาเรียกว่าการให้บริการdirectoryนะครับอันนี้กภาพโดยภาพรวมเวลาที่แนวคิดนะในการส่งข้อมูลยกตัวอย่างเช่นเรามี...สมมุติว่ามีการร้องขอไปเพราะอยากได้ข้อมูลฝั่งผู้ส่งก็จะนำข้อมูลมาใส่โปรแกรมประยุกต์แน่ๆก็คือlayerที่เป็นapplicationพอข้อมูลผ่านapplicationlayerต่อมายังpresentationทำหน้าที่อะไรครับpresentationอะไรครับpresentationทำหน้าที่อะไร3ค(่)ร(น)ั(่)บ(ะ)บีบอัดข้อมูล,เข้ารหัสง(,)แปลงอย่างนี้ใช่ไหมpresentationก็จะส่งมาที่sessionsessionจะท(ิ)ำ(ด)ห(s)น(e)้(s)า(s)ท(i)ี(o)่(n)ให้บริการใช่ไหมครับเปิดsessionปิดsessiionยกเลิกsessiontransporttransportทำหน้าที่อะไรนะทำหน้าที่อะไรอะไรนะส่งมอบอะไรนะครับ()...()tarnsportก็จะทำหน้าท...มีหน้าที่ควบคุมข้อผิดพลาดบ้างการขนส่งของข้อมูลนะครับผ่านมาที่networknetworkข้อมูลก็จะเรียกว่าเป็นpacketและเลือกแ(ส)ล(ุ)ะ(ด)พ(ใ)ิ(น)จ(ก)ารณ(่)า(ง)ข้อมูลนะครับไปยังเสท(ๆ)า(ว)เป็นpackag(e)e(t)แล้วก็ส่งdatalinkdatalinkก็จะ้(ท)า(ำ)ข้อมูลจากแ(p)พ(a)ค(c)เ(k)ก(e)จ(t)นีว(่)ใส่อะไรเข้าไปใส่หัวใส่headerใส่t(ล)e(เ)r(ล)r(อ)e(ร)r(์)แล้วเรียกข้อมูลนี้frameใช่ไหมนะครับแล้วก็จะถูกส่งมาที่physicalซึ่งphysicalก็จะพิจารณส่งข้อมูลไปในรูปแบบสื่อแบบไหนแบบอะไรนะไม่สายแบบอะไรในระดับb(บ)i(ิ)t(ต)ใช่ไหมครับก็ส่งข้อมูลไปผ่านตัวกลางก็มาถึงเครื่องอะไรครับผู้รับผู้ร(ก)ั(็)บ(จ)จ(า)ะ(ก)ต(ข)้อง(ใ)ป(น)ข(ต)้(ก)อ(็)ม(จ)ู(ะ)ล(ถ)ใ(ู)น(ก)ร(จ)ะ(ั)ั(ก)บ(ล)b(ุ)i(่)t(ม)มาในระดับที่เป็นframeถูกต้องนะถึงผู้รับแน่ๆframeก็จะnetwork...ส่งไปที่networknetworkก็จะถอดfเ(r)ฟ(a)ร(m)ม(e)ออกครับเหลือเป็นpacketจ(็)packetถ(ส)ึ(่)transpop(r)l(t)i(s)c(e)a(s)t(s)ionpresentapplicationถ(ะ)ึ(น)ง(ี)ส(้)ุ(น)ด(ะ)ท(ค)่(ร)า(ั)ย(บ)ข้อมูลที่จากเครื่องผู้รับไปยังผู้ส่งนี่จากเครื่องผู้รับนี่ข้อมูลล้วนๆก็จะถูกอะไรครับถูกแบ่งออกเป็นกลุ่มๆและก็แปะหัวแปะท้ายเหมือนc(แ)a(ค)p(ป)s(ซ)u(ู)l(ล)เลยนะครับมีกรป้องกันบีบอัดโน่นนี่นั่ใส่หัวใส่หางใส่t(์)a(ส)i(่)l(ง)e(ม)r(า)แสดงว่าไอ้ที่เป็นตัวกลางมันไม่ได้มีแค่ข้อมูลใ(้)ช(อ)่(ง)ไหมครับมีอื่นที่เกิดจากอะไรครับแนวคิดของทั้ง7ชั้นนี่ตามมาด้วยพอมาถึงเครื่องปลายทางหรือเครื่องผู้รับแต่ละแคปซูลก็จะถูกถอดออกถอดออกถอดออกจนไปถึงapplicationก็จะเหลือข้อมูลเพียวๆใช่ไหมครับผ(ใ)ู(ห)ใ(ผ)ห(ู)้ส่งไดโทษทีให้ผู้รับได้รับข้อมูลมีการบีบอัดที่ฝั่งรับที่ฝั่งส่งฝั่งรับก็รับข้อมูลที่บีบอัดมาแตกไฟล์ออั้นแต่ละlayerก็จะทำงานตรงกันเสมอเช่นฝั่งส่งบีบฝั่งรับก็แตกไฟล์ฝั่งส่งเขาอะไรนะให(ส)้(่)headerใส่t(ล)a(เ)i(ล)l(อ)e(ร)r(์)ฝั่งรับก็อ๋อรู้แล้วนี่headerนี้t(ล)e(เ)l(ล)l(อ)e(ร)r(์)นี้แล้วก็ส่งไปที่layerถัดไปท้ายสุดก็จะเป็นลักษณะแบบนี้นะอันนี้คือp(โ)r(ป)o(ร)t(โ)o(ต)c(ค)a(อ)l(ล)ตามosiนะครับนะที่ว่ามาทั้ง7layerมีใครจะถามหรือยากจ(น)ะเสริมอะไรไหมครับเปลี่ยนกันเปลี่ยนกันมาจนเหนื่อยถ(ร)า(ิ)มอะไรไหมครับในบทที่3ี(ใ)่(น)วันนี้ผมจะพูดแค่นี้ก่อนนะเดี๋ยวา(p)ร(a)์(r)ท(t)หลังจะเป็นงานแล้วของพวกเรานะครับ..เราเบรกกันก่อนะเราเบรกแล้วเดี๋ยวมาคุยเรื่องงานกันแล้วในส่วนเ(ข)ร(อ)ื(ง)่(พ)อ(ี)ง(่)ข(.)อ(.)ง(.)ท(พ)ี่จากส่วนกลางผมจะใช้ผมจะรบกวนล่ามทางนี้นะครับโอ.เค.ครับขอบคุณมากครับเดี๋ยวเบรกก่อนนะครับในระหว่างที่เบรกนะครับผมจะอย่างนี้ครับให้พวกเราไดเ(.)ร(.)า(.)ได้ท่องหน่อยครับทั้ง7layerนี้ห้ามสับสนกันนะapplication,presem(n)tation,session,transport,nes(t)p(w)ork,datalink,physicalบัดดี้ต้องช่วยเพื่อนแล้วล่ะครับเพราะการที่จะถูกกลับบ้านในวันนี้ต้องบ(ท)้(่)า(อ)น(ง)ั(ห)น(้)น(ไ)ี(ด)ะ(ป)ต(า)้(ก)อ(เ)ง(ป)ท(ล)อ(า)ง(เ)ใ(ล)ห(ย)้(ค)ไ(ร)ด(ั)้(บ)เอาแค่ชื่อนี้ั(่)บ(ะ)เรียงลำดับให้มันถูกนะแล้วก่อนออกจากประตูนี้(่)ก็จะให้ทั้งคู่นี่ครับมาเรียงลำดับทั้ง7layerให้ฟังใครคู่ไหนเรียงลำดับโอ.เค.ก็กลับบ้านได้คู่ไหนไม่โอ.เค.ก็เอาให้โอ.เค.คร..แตเบรกก่อนช่วงนี้เบรกก่อน[ด(ะ)า(ร)ม(ั)](บ)