(อาจารย์) นะคะ คราวนี้การแบ่งประเภทของ E-Commerce นะคะ Classification of E-commerce หมายถึง Classify หมายถึง การแบ่งนะคะ การทำธุรกิจ E-Commerce จะมีหลายแบบ นะคะ หลายประเภท เช่น Business-To-Consumer เราจะเรียกการทำธุรกิจ แบบ B2C B2C หมายถึง การค้า ระหว่างผู้ขายสินค้ากับผู้ บริโภคนะคะ B ก็คือ Business นะคะ C ก็คือ Consumer หมายถึง การค้าระหว่างบริษัท ผู้ขายสินค้านี่ค่ะ เขาจะขายสินค้าหรือขายบริการนะคะ กับผู้บริโภคโดยตรงนะคะ เช่น Amazon อีกประเภทหนึ่ง นะคะ ที่เราเคยได้ยิน B2B นะคะ เป็นการทำธุรกิจ แบบ Business-to-Business หมายถึง ค้าระหว่างบริษัทกับบริษัท นะคะ ทำธุรกิจกันระหว่างบริษัทนะคะ ส่วนมาก ที่เขาทำจะเป็น ระบบแบบ EDI นะคะ SMC เดี๋ยวเราค่อยดูว่า มันคืออะไรนะคะ ครูก็ยกตัวอย่างมาให้ แต่ว่าเว็บมันไม่คุ้นนะ ครูดูเว็บพวกนี้ มันเป็นการค้าระหว่างบริษัทน่ะ เราเป็นผู้บริโภคนะคะ เราแค่รับรู้ว่า อ๋อ มันมีการค้า แบบระหว่างบริษัท ที่ทำกับอีกบริษัทหนึ่งอย่างนี้ค่ะ แลกเปลี่ยนกันแบบ B2B นะคะ เราน่าจะคุ้นเคยที่เป็นแบบ C2C ก็คือ Consumer-to-Consumer เป็นการค้าระหว่างผู้บริโภค กับผู้บริโภคด้วยกันเองนะคะ อย่างเช่น eBay แต่ถ้าเกิดเป็นการค้าแบบ ทำเป็นเว็บขนาดใหญ่ขึ้นมานะคะ เราจะเรียกว่า "e-Auction" นะ การค้าแบบประมูลนะคะ แบบมีการประมูล ขายของมือ 2 ขายสินค้ามือ 2 อะไรพวกนี้นะคะ อย่างเช่น อยู่ ๆ โค้กมาขายสบู่หน้าขาวอย่างนี้ค่ะ เพราะดูคนขายแล้วไม่น่าขาวนะ สมมุติว่าโค้กขาย ถามว่า โค้กเป็นคนผลิตไหม ไม่ใช่ โค้กก็สั่งมา แต่โค้กเป็นผู้ขายนะคะ ก็ขายให้เพื่อนในห้อง ขายให้เพื่อนเอกอื่นอย่างนี้ค่ะ อันนี้คือ C2C เราก็ เป็นผู้บริโภค เราก็รับสินค้ามา แล้วก็ขายให้กับผู้บริโภคด้วยกันเองนะคะ อันนี้คือ Classify ของ E-Commerce นะคะ เป็นการแบ่งประเภท E-Commerce อันนี้เป็น ตัวอย่างนะคะ ถ้าเป็นแบบธุรกิจกับผู้บริโภคโดยตรง มีหลายเว็บนะคะ นอกจาก Amazon ยกตัวอย่างเว็บที่เราไปสั่งของให้ครูฟังหน่อย เบญเคยสั่งของออนไลน์ใช่ไหม สั่งผ่านเว็บไหน (นักศึกษา) Shopee (อาจารย์) Shopee นะคะ ก็คือ เขามี... เขาทำธุรกิจ แต่เราเป็นผู้บริโภค เราก็สั่ง มีเว็บอื่นไหมคะ เคยสั่งผ่านเว็บ ไหนอีก Lazada Lazada นี่มีร้านไหม Lazada นี่เป็นการทำธุรกิจแบบ เหมือน นายหน้าน่ะนะ เพราะเวลาเราสั่งซื้อของ เราจะสั่งผ่าน Lazada ก็จริงค่ะ แต่ว่าเราจะสั่งที่ร้าน คือ Lazada เป็นคนรวมน่ะ รวมร้านค้ามาให้ นะคะ แล้วเราก็... คือ ถ้าให้เราไปค้น เองทีละร้านน่ะ มันลำบากใช่หรือเปล่า แต่ถ้าเกิดเราเข้าไปที่ Lazada มันจะมี อย่างเช่น เราก็เลือกหมวดเลยว่า เราจะสั่งอะไร มันก็จะมีร้านค้าที่ขายสินค้าประเภทเดียวกันนี่ขึ้นมาเต็มเลย เราก็เลือกเอา ว่า เราจะเอาอะไร สั่งจากร้านไหน อะไรอย่างนี้นะคะ ข้อดีของแบบนี้นะคะ ก็คือ เราซื้อผ่าน ซื้อขายผ่านอินเทอร์เน็ตได้เลย ไม่ต้องมี... ไม่ต้องเสียค่าเช่าที่น่ะ ค่าเช่าหน้าร้านนะคะ บางทีนี่ มีพนักงานหรือไม่มีก็ยังได้เลย เจ้าของทำเอง เจ้าของสินค้าทำเอง หรือเจ้าของธุรกิจทำเอง หรือมีพนักงานก็มีไม่เยอะ นะคะ กรณีที่เขาต้องแบบแพคของเยอะ ๆ อะไรอย่างนี้ เขาจะมีพนักงาน แต่ไม่ต้องใช้พนักงานเยอะนะคะ ไม่มี สินค้าคลัง เขาเรียกอะไร ไม่มีคลังเก็บสินค้า นะคะ มันก็จะดีแบบนี้ คือหลายอย่างไม่ต้องลงทุนน่ะนะคะ ไม่ต้องลงทุนทั้งค่าเช่า ไม่ต้องจ้างพนักงานเยอะแยะมากมายเหมือนเราเปิดหน้าร้าน นะคะ ไม่ต้องกักตุน เก็บกักสินค้า เสียค่าเช่าที่เก็บสินค้าคงคลังอะไรอย่างนี้นะคะ อันนี้คือการทำธุรกิจแบบ B2C ถ้าแบบ B2B ล่ะนะคะ B2B เป็นการทำธุรกิจแบบระหว่างองค์กรที่ทำธุรกิจ ด้วยกันเองนะคะ เอาอย่างนี้แล้วกัน เขาจะเรียก "ระบบ EDI" นะคะ EDI ก็คือ Electronic Data นะคะ Interchange เป็นลักษณะแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารทางธุรกิจ ระหว่างกันนะคะ ระหว่างหน่วยงานกับหน่วยงานนะคะ ผ่านทางเทคโนโลยีที่เป็นแบบออนไลน์ ที่เราเรียกอินเทอร์เน็ตนั่นล่ะ นะคะ คือ เมื่อก่อนนี่ เล่าให้ฟังก่อน เมื่อก่อนระบบ EDI นี่ค่ะ การรับส่งข้อมูลข่าวสารระหว่าง องค์หนึ่งกับอีกองค์กรหนึ่งนี่ เราจะส่งผ่านข้อมูล ผ่านเครือข่าย VAN นะคะ ก็คือ ระหว่างผู้ค้านี่ค่ะ จะส่งข้อมูลผ่านเครือข่าย VAN เขาไม่ได้ใช้อินเทอร์เน็ต ค่าใช้จ่ายในการใช้ VAN นี่ มันค่อนข้างจะสูงนะคะ แต่ปัจจุบันนะคะ ด้วยความที่เครือข่ายอินเทอร์เน็ตนี่ มันมีความเสถียรมากขึ้น มีการวางเครือข่ายที่ครอบคลุมมากขึ้น การส่งผ่านข้อมูลนะคะ ก็เลย ทำได้ง่ายขึ้น การติดตั้งค่าใช้จ่ายนี่มันถูกลงนะคะ การบำรุงรักษาง่ายขึ้นอย่างนี้ค่ะ ก็เลยทำให้ไม่มีการใช้ผ่าน ระบบเครือข่ายแบบ VAN ก็มาใช้แบบอินเตอร์เน็ตนะคะ แล้วก็มีอีกหลาย ๆ รูปแบบนะคะ เช่น การ บริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน อันนี้พูดถึงการทำธุรกิจนะคะ หรือ การบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้านะคะ คราวนี้เรามาดู EDI ต่อ EDI ก็คือ การแลกเปลี่ยนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ นะคะ Electronic Data Interchange ระหว่างคู่ค้าในรูปแบบของมาตรฐานสากล หมายถึงอะไรนะคะ ระดับมาตรฐานสากล หมายถึงว่า เราต้องมีความเชื่อถือในตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ เหมือนใช้คอมพิวเตอร์ต้นทางปลายทางในการรับส่งข้อมูลน่ะนะคะ ว่ามันมี... ที่ใช้คำว่า "มาตรฐานสากล" เพราะว่าพอใช้ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต มันก็คือ ใครก็ได้ในโลกนี้นะคะ มาใช้งานร่วมกันนะคะ ฉะนั้นนะคะ เวลา รับส่งข้อมูลข่าวสารนี่ มันก็ต้องมีการรักษาความปลอดภัยระดับหนึ่ง นะคะ อย่างเช่น การเปิดตัวสินค้าตัวใหม่ โปรใหม่ อะไรพวกนี้นะคะ แต่ตัว EDI เขาใช้ในการรับส่งเอกสารที่เป็นอิเล็กทรอนิกส์นะคะ เช่น คำสั่งซื้อ ใบกำกับสินค้า ใบเสนอราคาอะไรพวกนี้ พวกเอกสารที่พรินต์ แทนที่จะส่งเป็นเอกสารไปน่ะค่ะ เขาจะส่งผ่านเป็นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์นะคะ รูปแบบการรับส่งจะเป็นแบบ Paperless Paperless ก็คือ ระบบการรับส่งเอกสารที่เป็นรูปแบบฟอร์มเอกสาร แต่ว่าไม่ได้พรินต์ออกมาเป็นฮาร์ดก๊อบปี้นะคะ เราเรียกว่า "Paperless" ก็คือ ไม่ได้ใช้กระดาษในการพรินต์ออกมานะคะ ส่งผ่านไปเป็นรูปแบบ Electronic นะคะ โดยนะคะ มันจะต้องมีองค์ประกอบที่สำคัญ 2 อย่างด้วยกันนะคะ ถ้าเป็น EDI ก็คือ 1. เป็นแบบ Paperless นะคะ 2. ลักษณะของ Paperless จะต้องเป็นมาตรฐานนะคะ หมายถึงอะไร หมายถึงว่า เรารับส่งเป็นเอกสาร ที่เป็นอิเล็กทรอนิกส์ แต่เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ นั้นไม่ใช่หน่วยงานไหน ก็คือ ทำขึ้นมาเองน่ะ ไม่ใช่ มันจะต้องเป็นรูปแบบที่เป็นมาตรฐาน สากลนะคะ อย่างเช่นใบเสร็จรับเงิน มันก็จะมีรูปแบบมาตรฐานของใบเสร็จรับเงินน่ะค่ะว่า ประกอบด้วย วันที่ เลขที่ใบเสร็จ ออกโดยบริษัทไหน ส่งถึงใคร อะไรอย่างนี้ค่ะ มีรูปแบบที่เป็นมาตรฐานนะคะ ฉะนั้น ระบบ EDI นะคะ จะต้องคำนึงถึง 2 อย่างด้วยกัน คือ 1. ไม่ Print เอกสารออกมาเป็น Hard Copy นะคะ เป็นลักษณะของเอกสารที่เป็นอิเล็กทรอนิกส์ 2. เอกสารตัวนั้น จะต้องอยู่ในรูปแบบที่เป็นมาตรฐานสากล อันนี้เราต้องจำนะคะ เราต้องจำให้ได้ว่า การแลกเปลี่ยนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่เราเรียกว่า EDI นี่ ก็คือ การรับส่งข้อมูลข่าวสารระหว่าง การทำธุรกิจที่เป็นแบบ B2B นะคะ ระหว่างองค์กรกับองค์กร ที่ทำธุรกิจด้วยกัน เขาก็รับส่งข้อมูลข่าวสารถึงกันนะคะ ซึ่งข้อมูลข่าวสารที่ส่งนี่ก็คือ เป็น รูปแบบของแบบฟอร์มค่ะ แต่เป็นไฟล์นะคะ ส่งเป็นไฟล์ไป เพราะมันไม่มีกระดาษน่ะ เป็นเอกสารแบบไร้กระดาษน่ะ นะคะ เป็นลักษณะการทำธุรกิจแบบไร้กระดาษ นะคะ แต่รูปแบบของเอกสารจะต้องเป็นสากล นะคะ คราวนี้นะคะ ประโยชน์ของ EDI EDI มาใช้ข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตนะคะ มันดีอย่างไร การรับส่งข้อมูลข่าวสาร ที่เป็นแบบไม่ต้องพรินต์ออกมานะคะ เป็นแบบ Paperless นะคะ ก็คือไม่มีกระดาษนี่ ก็คือลดขั้นตอน การรับส่งเอกสาร คือ เมื่อก่อน เวลาเราจะส่งเอกสารถึงบริษัทลูกนี่ เหมือนเราส่งไปรษณีย์น่ะค่ะ เราก็ต้องพรินต์เอกสารออกมา คนนั้นคนนู้นคนนี้เซ็นใช่ไหมคะ แล้วเราก็ต้องไปส่งที่บริษัท อาจจะเป็นที่ไปรษณีย์ หรือบริษัทที่เป็นเอกชนอะไรก็ว่าไปนะคะ แล้วก็ต้องรอ อีกฝ่ายหนึ่งก็ต้องรอนะคะ แต่ตอนนี้ ถ้าส่งผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตมันไม่ต้องทำแบบนั้น เราก็ส่งไฟล์ ทำเสร็จแล้วก็ส่งไฟล์ ใครเกี่ยวข้องเซ็น ลายเซ็นก็เป็นแบบ ลายเซ็นดิจิทัลได้เลยอย่างนี้ค่ะ มันก็ลดเวลานะคะ เพิ่มความถูกต้อง รวดเร็วเพิ่มขึ้น ในการรับส่งเอกสารนะคะ แล้วสามารถส่งไปให้กี่หน่วยงานพร้อมกันก็ได้นะคะ การใช้ประโยชน์ การกระจายข้อมูลข่าวสารนี่มันทำได้เร็วขึ้นนะคะ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการจัดส่ง เมื่อก่อนนี่ที่ครูบอกไป ถ้าส่งเอกสารเยอะ ๆ นะคะ หรือไม่เยอะก็แล้วแต่ แต่เรา ส่งผ่านไปรษณีย์นี่ เราก็ต้องพรินต์ออกมา เราก็ต้องไปทำสำเนา เราก็ต้องส่งอย่างนี้ค่ะ การทำธุรกิจก็ต้องรอ ถ้าต้องรอเอกสารก็คือรอไปค่ะ ไปรษณีย์ส่งกี่วัน ๆ ก็ว่าไป นะคะ แต่ตอนนี้ไม่ต้องนะคะ ลดเวลาในการดำเนินธุรกิจลงไปนะคะ ลูกค้าก็จะได้บริการที่เร็วขึ้นนะคะ อันนี้เป็นตัวอย่างเว็บนะคะ เป็นตัวอย่างของ อันนี้เป็น C2C เหมือนที่อาจารย์ บอกไปว่า การทำธุรกิจแบบผู้บริโภคกับผู้บริโภค ด้วยกันเองนะคะ อย่างห้องเรามีใครขายของออนไลน์ ไหมคะ มีไหม ลักษณะการทำของเรานี่ C2C ส่วนมาก อย่าง eBay นี่เขาทำเป็นแบบทำเว็บทำอะไร แต่ของเรานี่คือขายของออนไลน์ผ่านโซเชียลมีเดีย มีไหมคะ ขายสบู่ ขายครีม เคยไหมเบญ อันนี้คือ เป็นการทำธุรกิจเหมือนกันนะคะ แต่เราเลือกธุรกิจแบบ C2C เพราะ สินค้าตัวนั้น เบญทำเองไหม อันนี้คือผลิตเอง ผลิตเองใช่ไหมคะ ไม่ ๆ หมายถึงว่า ตัว Product น่ะ เราผลิตเอง หรือเปล่า ไม่ใช่ ก็คือสั่งมานะ โอ.เค. สั่งมา แล้วเราก็มาโฆษณา ผ่านโซเชียลตัวไหนก็ได้นะคะ เฟซฯ ไลน์ IG แล้วแต่นะคะ โซเชียลมีเดียตัวไหนก็ได้นะคะ เลือกมาตัวหนึ่ง แล้วเราก็โฆษณาสินค้าเราไปนะคะ เบญขายอะไร ขายอะไรนะ แอร์ แอร์คอนดิชันนี่หรือ ตอนนี้ยังขายอยู่ไหม หมายถึงว่า เหมือนเราช่วยเขาประชาสัมพันธ์ ใช่ไหม เราก็จะได้เปอร์เซ็นต์ เขาให้เป็นเปอร์เซ็นต์ใช่ไหมคะ อันนี้คือการทำธุรกิจแบบ เราไม่ได้ผลิตเอง แต่เหมือนไปสนับสนุนการขายนะคะ ผ่าน... เบญขายผ่านอะไร ขายผ่านเฟซฯ นะคะ ขายผ่าน Facebook ก็คือ ผ่านโซเชียลนะคะ เราไม่ได้ทำเป็นเว็บไซต์อะไรขึ้นมาเฉพาะของเรานะคะ เราใช้ช่องทางที่มันมีอยู่แล้วนะคะ ในการขายสินค้านะคะ ซึ่งสินค้าตัวนั้นเราไม่ได้ผลิตเองด้วยนะ เราก็คือ รับมาหรือเราเป็นตัวแทน นะคะ ในการขายอย่างนี้ค่ะ ให้กับผู้บริโภคด้วยกัน คราวนี้ อีกคำหนึ่งนะคะ ถ้าเป็นการทำธุรกิจ ที่เป็นแบบอิเล็กทรอนิกส์นะคะ เราจะต้องเคยได้ยินคำนี้นะคะ Electronic Auction เคย ได้ยินไหม เคยได้ยิน e-Auction ไหมคะ เหมือนช่วงหนึ่งบูมมาก แต่เหมือนช่วงนี้ก็เงียบ ๆ ไป แต่ถ้าเป็นหน่วยงานทาง... หน่วยงานที่เป็นรัฐบาลนี่ก็ยังทำอยู่ ยังมี e-Auction นะคะ e-Auction ก็คือการประมูลซื้อขายสินค้า หรือผลิตภัณฑ์ เป็นการขายเหมือนกัน แต่เป็นการขายแบบประมูลนะคะ เราเคยไปซื้อขายของแบบประมูลไหมคะ ถูกหรือแพงกว่าซื้อ ปลีกทั่วไป (นักศึกษา) ถูก (อาจารย์) อันนี้แล้วแต่ เทียบกับ เทียบกับการซื้อปกติ [เสียงโทรศัพท์] (อาจารย์) ขอโทษทีนะคะ มาพูดถึง e-Auction ต่อนะคะ อาจาย์ถามว่า การประมูลซื้อขายนี่กับการที่เราไปซื้อปลีก แบบไหนได้สินค้าราคาถูกกว่า ต้องถามคนที่เคยซื้อแบบประมูล เคยไหมคะ ห้องเรามีไหม โค้กเคย ไปซื้อของแบบประมูล หรือเคยขายของแบบประมูลไหมคะ (นักศึกษา) ไม่เคยครับ (อาจารย์) ไม่เคยซื้อขายแบบนี้เลยหรือ เออ อะไร 2-3 บาท 2-3 บาทนี่คือซื้ออะไรคะ (นักศึกษา) ขาตั้งโทรศัพท์ครับ (อาจารย์) อ๋อ เราประมูลได้ใช่ไหมคะ เต้ย (นักศึกษา) ผมไม่เคยครับ (อาจารย์) ไม่เคยเลยหรือ เริ่มต้นที่ 1 บาท แล้วไม่มีใครมาประมูลด้วยเลยหรือ โอ.เค. คือ ลักษณะของการประมูล หมายถึงว่า ประมูลมันจะมีทั้งประมูลซื้อและประมูลขาย นะคะ ก็คือ เป็นการ... เป็นการทำธุรกิจเหมือนกันนะคะ ทำแบบออนไลน์ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตนี่ล่ะนะคะ แตงกวานี่ทำบ่อยใช่ไหม ถามผิดคน จิราวรรณ เคยซื้อ แบบประมูลไหมแตงกวา (นักศึกษา) ไม่เคยค่ะ (อาจารย์) ไม่เคยเลยหรือ คือ ใครก่อนได้ก่อนไหม มันไม่ใช่การประมูลนะคะ ประมูลนี่ มันจะมีลักษณะของการประมูลนะคะ เดี๋ยวเล่าให้ฟัง ก็คือ โดยลักษณะของ e-Auction นะคะ การเสนอราคา มันจะเป็นแบบ Real Time สมมุติว่าตอนแรกนะคะ โค้กจะซื้ออะไรสักอย่างหนึ่ง โค้ก ประมูล ไปที่ 500 นะคะ ถามว่าโค้กสามารถ... แล้วก็มีคนมาประมูลอีกหลายคน โค้กสามารถไปเพิ่มราคาอีกได้ไหม (นักศึกษา) ได้ครับ (อาจารย์) ก็คือ ไปยื่นได้อีก มันไม่จำกัดนะคะ เราก็ดู อาจจะเพิ่มขึ้นไปทีละ มันก็แล้วแต่น่ะนะคะ (นักศึกษา) แล้วแต่ เขาจะให้เพิ่มทีละเท่าไร (อาจารย์) ใช่ มันจะแล้วแต่นะคะ ก็คือแล้วแต่คนที่กำหนดนะคะ อันนี้คือเราสามารถกำหนดได้ แต่ว่า... พูดถึงว่า เวลาเสนอราคา น่ะค่ะ มันจะเป็นแบบทันทีก็คือ Real Time นะคะ ใครเสนอมาเราก็จะเห็นด้วยว่าเท่าไร ๆ ๆ จำนวน ไม่จำกัดจำนวนครั้งในการประมูลนะคะ แต่เขาอาจจะมีการจำกัดเวลานะคะ กำหนดระยะเวลาไว้ว่า เช่น ให้ประมูลตั้งแต่ 6 โมงเช้า ถึง 9 โมงอย่างนี้ค่ะ ถ้าเป็นครูนี่ ครูก็จะไปรอ ใกล้ ๆ ไปรอใกล้ ๆ ที่มันจะหมด ใช่อย่างไร เราก็ไปรอใกล้ ๆ ที่เขาจะปิดน่ะนะคะ ก็จะเป็นแบบนั้น ทำไมเราถึงชอบทำ e-Auction เพราะว่า เราจะได้สินค้าที่มันราคาถูกกว่าที่เราซื้อทั่วไป อันนี้คือความคิดนะคะที่เราทำแบบนี้ คราวนี้นะคะ ปัจจุบันนี้นะคะ การทำ e-Auction หรือการประมูลออนไลน์นี่ ที่นิยมกันจะมีอยู่ 2 แบบ 2 วิธี นะคะ แบบแรกก็คือ Reverse Auction หมายถึง การประมูลเพื่อซื้อ พอพูดถึงประมูลเพื่อซื้อ พอเข้าใจไหมคะ แปลว่าอะไร การประมูลเพื่อซื้อ ก็หมายถึงว่า ผู้ซื้อน่ะ เป็นผู้เริ่มการประมูลและกำหนดความต้องการให้ผู้ขาย เข้ามาเสนอราคาแข่งกัน อันนี้คือประมูล เพื่อซื้อนะคะ แบบนี้ภาครัฐจะชอบทำ ประมูลเพื่อซื้อ (นักศึกษา) ประมูลเลขที่ทะเบียนรถ (อาจารย์) อันนี้คือประมูลเพื่อซื้อนะคะ ประมูลเพื่อซื้อ คนที่ได้ คนที่จะได้รับการคัดเลือกต้องเสนอราคา สูงหรือต่ำ ถ้าประมูลเพื่อซื้อ เช่น ราชภัฏจะสั่งซื้อ สั่งซื้ออะไรดี (นักศึกษา) รถ (อาจารย์) ไม่เอา เอามาทำอะไร รถ เอาประมูลซื้อ อันนี้ประมูลเพื่อซื้อนะ ราชภัฏนี่ เป็นผู้ที่จะซื้อนะคะ เป็นหน่วยงานที่จะซื้อนะคะ บอก ก็บอกสเปกไปว่า จะซื้อเครื่อง Server ล่ะกัน บอกสเปกไป 1, 2, 3, 4, 5 นะคะ ผู้ขายคราวนี้ ผู้ขายก็ คือร้านค้าต่าง ๆ น่ะ ก็จะเข้ามาเสนอ เข้ามาเสนอขาย นะคะ อย่างเช่น ครูจะซื้อ Sever แล้วครูก็บอกสเปกไป นะคะ ราชภัฏ จะซื้อกับบริษัทที่ขายแพงหรือขายถูก นึกถึงความเป็นจริงสิ เราจะไปซื้อกับบริษัทที่ขายแพงหรือ ไม่ ถ้า ประมูลเพื่อซื้อนี่ เราจะซื้อกับบริษัท ที่ขายต่ำสุดจริงไหม นึกถึงความเป็นจริงนะ คุณประมูลเพื่อซื้อนะ โค้ก อย่างครูบอกว่า ครูจะซื้อแอร์ 20 ตัวอย่างนี้ค่ะ ก็มีบริษัทเข้ามายื่นซองใช่ไหมคะ อันนี้คือการประมูล อันนี้คือประมูลธรรมดานะ ไอ้มายื่นซองนี่ แต่ถ้าเกิดประมูลออนไลน์ ก็คือ เขาก็จะเสนอราคามา ครูบอกว่า ครูจะซื้อแอร์ที่มีสเปก 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9, 10 นี้นะคะ บริษัทก็เสนอราคาเข้ามานะคะ เสนอยี่ห้อเข้ามา ปกติเวลาที่เราประมูลเพื่อซื้อนี่ เราจะไม่ฟิกซ์ยี่ห้อ แต่เราจะฟิกซ์คุณสมบัติ เหมือนราคากลางน่ะ ถ้าเราใช้งบกลางซื้องบแผ่นดินซื้อนะคะ เราก็ตั้งราคา... มันจะมีราคากลางอยู่แล้วค่ะ เราก็จะเลือกซื้อกับผู้ขายที่เสนอราคา ขายต่ำสุดนะคะ คนนั้นจะชนะการประมูล สเปกสินค้าเดียวกันนะคะ บริษัทนี้ ขาย 3 แสน บริษัทนี้... ครูจะซื้อแอร์ 20 ตัว บริษัทนี้บอกว่า 280,000 บริษัทนี้ 250,000 แต่สเปกเดียวกัน โค้กจะซื้อกับใคร เราก็จะเลือกบริษัทที่ให้ราคาต่ำสุด นะคะ เขามาเสนอขายน่ะนะคะ แต่เราเรียก "การประมูลเพื่อซื้อ" แต่อีกรูปแบบหนึ่งนะคะ Forward Auction ก็คือ การประมูลเพื่อขายคราวนี้ อันนี้ต่างกัน อันนี้ผู้ขายเป็นผู้เริ่มการประมูล กำหนดความต้องการเอาไว้นะคะ ให้ผู้ซื้อเข้ามา เสนอราคาแข่งกัน อันนี้เหมือนที่โค้กไปประมูลอะไรนะ อะไรนะ 1 บาท 2 บาท 3 บาท อะไรนะ อันนี้คือผู้ซื้อ นะคะ เสนอราคาซื้อเข้ามา แล้วคนที่ชนะการประมูล ก็คือ คนที่เสนอราคาสูงสุด ในระยะเวลาที่กำหนด มันต่างกันนะ ประมูลเพื่อซื้อ กับประมูลเพื่อขายนะคะ e-Auction มันจะมี 2 วิธี ที่ตอนนี้ คนนิยมกันนะคะ นิยมทำกัน ถ้าประมูลเพื่อซื้อ อย่างที่ครูบอกไปนะคะ คนที่ชนะการประมูล ก็คือ บริษัทที่จะเสนอราคาให้ต่ำสุด แต่สเปก ไม่ต่ำกว่าที่เรากำหนด แต่ถ้าเกิด ประมูลเพื่อขายนะคะ เขาจะขายน่ะนะคะ คนที่ให้ราคาสูงสุด คนนั้นจะได้ คนนั้นจะชนะการประมูลไปนะคะ อันนี้คือลักษณะการคิดจะเป็นแบบนี้ ต่างกันนะ 2 แบบ นะคะ โอ.เค. เราน่าจะมีการประมูลอะไรกันสักอย่างหนึ่งนะ ประมูลอะไรดี ใครมีอะไรมาประมูลบ้าง นี่ไงเราประมูลกันเอง ในห้องนี่ อันนี้เป็นตัวอย่างเว็บ ที่เขามีการประมูลนะคะ จริง ๆ ใช่ ประมูลในพวกเรานี่ล่ะนะคะ ให้ทุกคนแบบ ประมูลออนไลน์นะคะ ไว้เดี๋ยว ๆ คราวหน้าก่อน คราวนี้นะคะ เรามาดู รูปแบบการค้าที่มีลูกค้าเป็นศูนย์กลางนะคะ เรียกว่า "Customer-centered" นะคะ Retailing การค้าที่มีลูกค้าเป็น ศูนย์กลาง เป็นอย่างไรนะคะ ลักษณะแรกก็คือ การขายตรงผ่านเว็บ ที่เราเรียกว่า "Direct Sale" อันนีคือขายตรงนะคะ 2 การตลาดแบบ Interactive ก็คือ การตลาดแบบโต้ตอบกันได้ เดี๋ยวค่อย อธิบายว่ามันเป็นอย่างไรนะคะ แล้วก็การให้ลูกค้าบริการตัวเอง Self-Service นะคะ มาดูแบบแรกก่อน การขายตรงหมายถึงอะไร ก็หมายถึงว่า บริษัทผู้ผลิตสินค้านี่ขายสินค้า และบริการให้กับผู้บริโภคโดยตรง โดยไม่ผ่านตัวแทนหรือร้านค้าปลีก เช่น ออม ทำสบู่สนุมไพรขึ้นมาอย่างนี้ค่ะ แล้วก็ โฆษณาขายเอง มันก็จะไม่มีค่าโฆษณา ค่าผ่านร้าน ค่าโน่นนี่นั่นน่ะ คือเราขายเอง เราทำเอง เราขายเอง นะคะ อย่างที่เราเห็นตอนนี้นะคะ คือเมื่อก่อนธุรกิจนี้ มันไม่ได้เป็นแบบนี้นะคะ ก็เลยยกตัวอย่าง มา การขายตั๋วเครื่องบิน อย่างตั๋วรถทัวร์มันไม่ชัดนะ แต่ตั๋วเครื่องบินนี่ชัด เมื่อก่อนนะคะ เวลา เราจะซื้อตั๋วเครื่องบิน เราต้องทำอย่างไร เราจะซื้อผ่าน เราจะไปที่สนามบินเมื่อมันใกล้เวลาน่ะ คือแบบจะเดินทาง เย็นนี้อย่างนี้ค่ะ หรือเดินทางเที่ยงนี้อย่างนี้ค่ะ มันจะมีบริษัท ที่ประมูลแล้วขายตั๋ว เราก็ต้องซื้อกับบริษัท เรา ไม่ได้ซื้อกับสายการบินโดยตรง ซึ่งตอนนี้นะคะ ธุรกิจนี้มันเปลี่ยนไป ก็คือ เราสามารถซื้อผ่าน เว็บไซต์ ของบริษัทได้โดยตรงนะคะ มีสายการบินอะไรบ้างของบ้านเรา Air Asia Nok Air มีอีกไหมคะ การบินไทย มีอีกไหมคะ ในไทยมีสายการบินอะไรบ้างที่เรารู้จัก Lion Air อะไรที่มัน อะไรที่บ่งบอกถึงความเป็น เอกลักษณ์ของแต่ละสายการบิน สี โลโก้ คือถ้าเกิดอะไรขึ้นนี่ เราเห็นสี เห็นแค่แบบ เศษเสี้ยวหนึ่งของสีปีกเครื่องบิน เราจะรู้เลยว่าบริษัทไหน อย่างนี้เลยค่ะ ฉะนั้นนะคะ แต่ตอนนี้นะคะ ที่สายการบินทำ นี่คือ เขาจะมีหน้าเว็บของเขานะคะ เคยซื้อตั๋วเครื่องบินไหม (นักศึกษา) ไม่เคย (อาจารย์) ไม่เคยเลยหรือ ตอนนี้มีแอปฯ ด้วยนะคะ ซื้อผ่านแอปฯ ก็ สะดวก อย่างที่ครูบินไป-กลับมาเมื่อกี้นะคะ ใช่อย่างไร ให้ตัดสินใจเร็วนะคะ ถ้า มันเป็น เขาเรียกอะไร มันเป็นรูปแบบการทำธุรกิจแบบหนึ่ง ที่ คือของเขานี่ทุกวินาทีน่ะ คือเงิน นึกออกไหมคะ การทำธุรกิจ อย่างเช่น โค้กไปจองไว้ 1 ที่ เขาจะให้เวลาเลยว่าคุณต้องจ่ายเงิน ภายในกี่ชั่วโมงอย่างนี้ค่ะ ถ้า ไม่จ่ายก็แปลว่า สละสิทธิ์นั้นไป ถ้าคุณจะซื้อ คุณก็ต้องไปจองใหม่ไปซื้อใหม่นะคะ ธุรกิจอื่นมีแบบนี้ไหม ขายของก็มีอยู่ แต่มันก็ไม่ได้จำกัดแบบนี้นะ แต่การบินนี่ ด้วยความที่มันมีค่าใช้จ่ายนู่นนี่นั่นเยอะ นะคะกว่าธุรกิจอื่น ฉะนั้นสายการบินมันก็เลยชัดเจนสุดว่า มันจะจำกัดเวลามากนะคะ ถ้าเราไม่จ่ายเงินภายในระยะเวลาที่กำหนด ก็แปลว่า คุณสละสิทธิ์นั้นไป แล้วเขาก็เอาไปให้คนอื่นอย่างไรนะคะ ก็ขายให้คนอื่นต่อไปอย่างนี้ค่ะ อันนี้เราเลือกขายแบบ Direct Sales ก็คือ เขามีเว็บของเขา มีแอปฯ ของเขานะคะ เราก็ไปซื้อผ่าน แต่ง่ายกว่านั้นอีกนะคะ ที่ครูไป มาล่าสุดนี่ ของ Air Asia นะคะ ครูโทรไป คือ ด้วยความที่ซื้อวันนี้ไปพรุ่งนี้อย่างนี้ค่ะ ก็จองไป-กลับ นะคะ วิธีการง่ายมาก จริง ๆ เราดำเนินการเองก็ได้นะคะ แต่เราไม่อยากทำแบบนั้น เราขี้เกียจน่ะ วันนี้ฉันอยากอยู่บ้านอย่างนี้ค่ะ ไม่อยากไปไหน แต่ฉันจะบินพรุ่งนี้นะคะ ครูก็โทรไปที่บริษัท ปุ๊บ นะคะ เขาก็สอบถามข้อมูลนู่นนี่นั่นนะคะ โอนเงินตอนนั้น เขาก็ส่ง... เขาเรียกอะไรนะ รหัสตั๋วมาให้นะคะ เพื่อให้เราไปเช็กอินนะคะ อยู่ที่บ้านน่ะ ทำทุกอย่างเสร็จนะคะ ไม่ถึง 10 นาที ด้วยซ้ำนะคะ ก็ได้บินไป-กลับนะคะ อันนี้คือการขายแบบ Direct Sales ก็คือ ขายตรง กับลูกค้าเลย ไม่ต้องผ่าน... เขาเรียกอะไร ร้านค้า ไม่ต้องผ่านตัวแทนจำหน่ายน่ะ นะคะ อันนี้คือรูปแบบของ Direct Sale นะคะ อธิบายไปแล้ว ถ้าเป็นแบบ Interactive Marketing หมายถึง การตลาดที่มีการโต้ตอบ กับลูกค้าโดยตรงนะคะ อันนี้คือฝ่ายการตลาดนี่ จะใช้ลักษณะของ Interactive ของเว็บ ของระบบนะคะ ในการเรียกร้องความสนใจจากลูกค้า หรือนำมาใช้ในการเก็บข้อมูลต่าง ๆ นะคะ ความนิยม ความสนใจ นะคะ แต่ละ... ของลูกค้าแต่ละคนนะคะ นำไป ใช้ในการกระตุ้นยอดขาย อันนี้คือการประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศของฝ่ายการตลาดนะคะ อย่างเช่น เราเคยสั่งซื้ออะไรผ่าน Amazon ไหมคะ ไม่เคย อย่างนั้นเอาใกล้ตัวสุด นะคะ อย่างเช่น เซเว่น เซเว่นนี่จะมีการเก็บข้อมูล ลูกค้าทุก ตั้งแต่เดินเข้าไปเลยนะคะ แล้วก็เก็บชัดสุดก็คือ เวลาที่เราไปซื้อของนะคะ เขาจะ มีการเก็บข้อมูลไว้ว่า คนนี่ ลูกค้านี่ เวลาซื้อของชิ้นนี้ แล้วจะซื้ออะไร จะซื้อคู่กับอะไรนะคะ การจัด Shelf ของเขานี่ การวางสินค้า ของเขานี่ค่ะ เขาจะจัดวางตามความต้องการ ที่ได้มาจากเก็บสถิติของลูกค้าว่า อย่างเช่น คนนี้ซื้อน้ำอัดลม ลูกค้าที่ซื้อน้ำอัดลม ก็จะซื้อขนมขบเคี้ยวที่เป็นตัวนี้คู่กัน อย่างนี้ค่ะ ความถี่นะคะ เช่น ซื้อโค้ก กับซื้อเลย์ สมมุตินะ หรือซื้ออย่างอื่น มันก็จะเป็น มันจะเก็บสถิติ เขาจะมีระบบนะคะ ในการเก็บนะคะ เป็น Data Mining ตัวหนึ่ง นะคะ คราวนี้การจัดวาง Shelf ของเขานี่ จะจัดวางปรับเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ตามสถิติ ตามข้อมูลที่เขาเก็บความถี่เอาไว้ในระบบ นะคะ นี่คือลักษณะของเซเว่น เขาจะทำแบบนี้ ซึ่งร้านค้าทั่วไป โชห่วยตามบ้านเรา อะไรอยู่ไหนมันก็อยู่ที่นั่นนะ ไปซื้อตอนไหนมันก็อยู่ตรงนั้น แต่เซเว่นนี่มันจะมีเปลี่ยนไป ย้ายตำแหน่งไปวางตรงอย่างนี้ค่ะ เพราะเขาเก็บข้อมูลมาว่า ถ้าลูกค้าซื้ออันนี้ ก็จะหยิบตัวนี้ไปด้วยอย่างนี้ค่ะ อันนี้ คือ ระบบนะคะ ระบบการทำการค้าแบบของฝ่ายการตลาดน่ะนะคะ ของ Marketing อีกรูปแบบหนึ่งนะคะ ก็คือการที่ให้ลูกค้าแบบ Self-Service ก็คือ การให้ลูกค้าบริการตัวเอง อันนี้อย่างที่โค้กบอกไปนะคะ บริการด้วยตัวเอง ก็คือ อย่างเช่น ทำอะไรเองทั้งหมดน่ะ โดยผ่านระบบที่เขาเซตเอาไว้ เช่น เขามีแอปฯ ให้อย่างนี้ค่ะ เราก็โหลดแอปฯ มา แล้วเราก็บริหารจัดการเอง จองตั๋วเอง จองที่นั่ง จองวันที่โน่นนี่นั่นไป คือ บริหารจัดการเองน่ะ ได้ด้วยตนเองนะคะ ถ้าเป็นระบบแบบนี้นะคะ ระบบนั้นจะต้องสามารถใช้งานได้ง่าย เพราะทำระบบขึ้นมา เพื่อให้ใครก็ได้สามารถใช้งานได้ นึกออกไหมคะ แปลว่า ระบบนี้ใครก็สามารถเข้าไป แล้ว ใช้งานได้เองนะคะ ง่าย ๆ มีไม่กี่ขั้นตอน นะคะ ขั้นตอนในการจองตั๋วเครื่องบินนี่มีไม่กี่ขั้นตอนของแอปฯ นะคะ เข้าไปปุ๊บ เขาก็จะถามเลยว่า จะเดินทางจากไหนไปไหน ก่อน เราก็เลือกเลยสกลนครไปดอนเมือง อย่างนี้ค่ะ เดินทางวันไหนนะคะ ก็บอกวันที่ไป มันก็จะขึ้นตารางพรึ่บมาให้เลือก วันที่นั้นมีกี่ Flight เราจะไป Flight ไหน แต่ละ Flight บินนี่ ราคาเท่าไร ซึ่งปกติเท่ากันไหม (นักศึกษา) ไม่เท่ากัน (อาจารย์) ไม่เท่ากัน Flight ไหนแพง Flight ที่คนเดินทางเยอะจะแพง แปลกไหม ไม่แปลก เพราะอย่างไรก็ขายได้นะคะ เช้า- เย็นก็จะแพง ช่วงกลางวันอะไรอย่างนี้ คือ นึกถึงความเป็นจริงน่ะ เราจะนั่งเครื่องบินไป แปลว่าเรารีบใช่ไหมคะ เราจะไปทำอะไรล่ะ ก็ไปประชุม ไปราชการ ก็แปลว่า คือไม่อยากนั่งรถ ทั้งคืน ไม่อยากขับรถไปเองอย่างนี้ค่ะ มันก็เหนื่อยใช่ไหม แต่นั่งเครื่องไป จากบ้านเราไปกรุงเทพฯ นี่ มันแค่ ชั่วโมงหนึ่ง ชั่วโมงหนึ่งหรือ 45 นาที ชั่วโมง 10 นาทีน่ะ ไม่เกินนั้น นอกจากว่ามันจะมีเหตุการณ์อะไร ที่มัน Delay นะคะ ก็คือ เราก็ต้องวางแผนเลย อย่างสมมุติว่าครูจะไปอบรม 9 โมงนี่ ครูขึ้นเครื่อง Flight 7 โมงก็ทันนะคะ อันนี้คือ ถึงแม้จะเป็นของบริษัทเดียวกันนะคะ แต่ คนละ Flight บินราคาก็จะต่างกันนะคะ อันนี้คือ ให้ลูกค้าบริการตัวเองค่ะ พอเราเลือกวัน เรา เลือกต้นทางปลายทางเสร็จ แล้วก็เลือกวันที่ นะคะ มันเป็นระบบที่เรา Self-Service น่ะ ทำเองได้เลยนะคะ พอเลือกวันที่เสร็จ มันก็จะขึ้นมาให้เลือกว่าจะบิน Flight ไหน แล้วระบบมันก็จะฉลาดมากพอที่ จะบอกได้ว่า Flight ไหนเหลือกี่ที่นั่งอย่างนี้ด้วยนะคะ เราก็คลิกเลือกไป แล้ว มันก็จะคำนวณราคาทั้งหมดออกมาให้ว่าเท่านี้นะคะ ไปวันไหน กลับวันไหน ไปรอบเดียว ไป-กลับ หรืออะไรก็ว่าไปนะคะ แล้วมันก็จะจัดการ Booking ให้เรานะคะ เสร็จสิ้น อันนี้เรียกว่า "Customer Self-Service" เราบริการตัวเองจบนะคะ คราวนี้ เรา มาดูการประยุกต์ใช้แอปพลิเคชันบ้างนะคะ ก็คือ ระบุลงไปเลยว่าเป็นแอปพลิเคชันในการ ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในองค์กรนะคะ ก็คือ ใช้แอปฯ อะไร ใช้ทำอะไรนะคะ อย่าง eBay นี่จะใช้แอปฯ สำหรับการค้าปลีก ก็คือขายของ โดยตรงไม่ผ่านคนกลาง อยากได้ก็สั่งซื้อผ่านตัวเว็บนี้เลย นะคะ หรือใช้แอปฯ เพื่อโฆษณา นะคะ ใช้แอปพลิเคชันเพื่อโฆษณาสินค้าโน่นนี่ หรือใช้ แอปฯ สำหรับการประมูลนะคะ สร้างเว็บขึ้นมาสำหรับการประมูล นะคะ หรือสร้างเว็บขึ้นมาสำหรับ ให้บริการในการจ่ายบิล มีไหมคะ แอปฯ สำหรับจ่ายบิล แอปฯ สำหรับให้บริการบัตรเครดิต แอปฯ สำหรับให้บริการเกี่ยวกับการทำ E-Banking อย่างนี้ค่ะ หรือเว็บสำหรับการให้บริการการท่องเที่ยว ก็คืออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าน่ะนะคะ จะใช้ตัวไหน พวกนี้เราเรียกว่า "E-Service" นะคะ ให้บริการ จ่ายบิลตอนนี้ ต้องเดินทางไปโน่นนี่นั่นไหม ไม่ต้อง เราจ่ายผ่านแอปฯ ได้เลย นะคะ หรือใช้แบบ E-Government นะคะ จัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ ก็จะมีระบบให้ ก็คือ E-Government นะคะ มีระบบจัดซื้อจัดจ้างผ่านระบบ ของรัฐนะคะ ซึ่งรัฐจะ มีระบบที่ควบคุมราคากลาง ราคาอะไรอย่างนี้ให้นะคะ อีกตัวหนึ่งที่น่าสนใจนะคะ ก็คือ การทำ Mobile Commerce เราได้ยิน E-Commerce มาตั้งนานแล้ว สมัยนี้นะคะ มันน่าจะเป็น M-Commerce M ก็คือ Mobile นะคะ Commerce หมายถึงอะไร ก็หมายถึง การพัฒนารูปแบบใหม่ของการทำ E-Commerce เหมือนกันค่ะ แต่ว่าเราจะใช้ช่องทางการติดต่อสื่อสารที่เป็นแบบ Wireless Communication แทน ก็คือ ใช้มือถือนะคะ ใช้ Mobile การสื่อสารแบบไร้สายแทนนะคะ มีมากมายเลยนะคะ ที่เป็น M-Commerce เช่น แจ้งค่าบริการโน่นนี่นั่น ถึงกำหนด ชำระอีกวันสองวัน อะไรก็ว่าไป หรือชำระเงินออนไลน์ผ่าน E-Banking ที่ครูบอกไปนะคะ การจองตั๋ว การ... โอ๊ย เยอะแยะนะคะ ตอนนี้มือถือทำอะไรก็ได้ ประเด็นคืออย่าให้มือถือตาย ถ้าวันไหนมือถือเปิดไม่ได้ เป็นอย่างไรคะ เหมือนใจจะขาดไหม มีไหม สักวันหนึ่งตื่นขึ้นมาแล้วมือถือเปิดไม่ได้ สิ่งแรกที่ทำหลังจากลืมตาขึ้นมา คือทำอะไร (นักศึกษา) ดูนาฬิกาครับ (อาจารย์) โค้กดูนาฬิกา เพราะโค้กตื่นสายอย่างไร ... สายหรือยัง (นักศึกษา) มาปิดนาฬิกาปลุกครับ มันเสียงดัง (อาจารย์) หลังจากนั้น (นักศึกษา) นอนต่อ (อาจารย์) หลังจากนอน (นักศึกษา) ก็ตื่นขึ้นมาอีก (อาจารย์) ถ้ามาเรียน ก็ต้องมาเรียนเลยนะ ถ้าไปนอนต่อ นี่คือตื่นเที่ยงเลยนะทีนี้ (นักศึกษา) โอ๊ยเรียบร้อยเลยครับ อาจารย์ (อาจารย์) มันจะเป็นแบบนั้นนะคะ ถ้าลุก ถ้าลืมตานี่คือลุกเลยนะคะ ตอนนี้นะคะ ถ้าพูดถึง Mobile นี่ มันจะเป็น Smartphone นะ ทำไมถึงใช้ Smartphone เมื่อก่อนนี่ ครูเป็นคนที่มีความคิดว่า ทำไมต้องใช้ Smartphone ก็ใช้โทรศัพท์มีไว้สำหรับ โทรออกรับสายเท่านั้น ตอนนี้ล่ะ มันไม่ค่อยมีใครโทร มาหานะ คือ ถ้ามีเบอร์โทรมาหาเรานี่ แปลว่าสำคัญจริง ๆ แปลว่าเป็นคนที่ไม่สนิท แปลว่าเป็นอะไรก็แล้วแต่ที่เขาแบบต้องการติดต่อห่าง ๆ ออกไปน่ะ คือโทรมา มีธุรสำคัญจำเป็น นอกจากว่าโทรผิดนะ นะคะ แต่ส่วนมากจะเป็นแบบนี้นะคะ คือนับได้เลยค่ะ อย่างเดือนหนึ่ง มีใครโทรหาเราถึง 10 สายไหม (นักศึกษา) แม่ (อาจารย์) อ๋อ เพราะแม่ใช้ Smartphone ไม่เป็น แม่ก็จะโทรอย่างเดียว ตอนนี้พอมาคิดดูแล้วนะคะ สิ่งแรกที่จับขึ้นมา ลืมตาขึ้นมาปุ๊บ หรือสิ่งสุดท้ายที่อยู่กับเราก่อนหลับ ก็มาดูว่าใครทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไรในมือถือ ทำไมเราต้องเป็นคนอยากรู้ด้วยว่า ใครทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร ใช่ไหม ครูนี่มีเพื่อนในเฟซบุ๊กอยู่ไม่เกิน 50 คน ตั้งเป้า เอาไว้แล้ว ฉะนั้น ถ้าเริ่มเกินไป 51 ครูก็จะมาดูว่าใครโพสต์บ่อย มันโพสต์อะไร เกี่ยวข้องกับเราหรือเปล่า ไม่เกี่ยว eject ออกไป เอาไว้เฉพาะคนที่ติดต่อธุระ การงานจริง ๆ อย่างนี้ค่ะ แต่ของเรานี่ บางคนนะคะ มีเพื่อนอยู่ 4,000 ถามว่ารู้จักชื่อกันทุกคนเลยหรือ 4,000 นี่ รู้จักกันจริง ๆ ไหม (นักศึกษา) ไม่/ไม่ครับ (อาจารย์) มีเยอะ ๆ เพื่อ เอาไว้ขายของ (นักศึกษา) ใช่ (อาจารย์) เอาไว้เป็นตัวเลือก (นักศึกษา) แต่ไม่มีแล้ว (อาจารย์) เหมือนเคยมี แหม พูด เหมือนเคยมี โอ.เค. นะคะ บ๊อบไมค์มันไม่ดัง ครูพูดจนไมค์ตายไปแล้ว เดี๋ยวแป๊บหนึ่งนะคะ เทสต์ ได้ยินไหมคะ ต้องถามล่าม (ล่าม) ได้ยินค่ะ (อาจารย์) อ๋อ โอ.เค.ค่ะ เหมือนไม่ได้ยินเสียงตัวเองน่ะ สงสัยพูดไปพูดมาแล้วหูอื้อ ต่อ นะคะ มาดูธุรกิจ M-Commerce โอ.เค. ค่ะ โอ.เค. นะ คราวนี้นะคะ ดู M-Commerce ต่อ อันนี้ตัวอย่าง นะคะ Mobile Commerce นะคะ นำมาประยุกต์ใช้หลายรูปแบบ โดยการแยกประเภทให้เลยนะคะ เช่น Mobile Billing Billing คืออะไรนะคะ Billing ก็คือ ก็บิลน่ะ ใช้ Mobile ในการจัดการบิลนะคะ ใบเสร็จโน่นนี่นั่นนะคะ เช่น แจ้งค่าบริการ ชำระเงิน บิลค่าไฟ ค่าน้ำ ค่าจิปาถะ อุปโภคบริโภคของเรานะคะ หรือเป็น Mobile Care Mobile Care ก็คือ บริการลูกค้าสัมพันธ์ ดูแลสุขภาพโน่นนี่นะคะ หรือ Mobile Entertainment เราใช้โทรศัพท์ในการเล่นเกมไหม ดูหนังฟังเพลงไหม อันนี้คือ Mobile Entertainment นะคะ หรือ Moblie Mess... Messaging การติดต่อสื่อสาร Mobile Commerce ซื้อขายสินค้า เวลาเราสั่งของ เราสั่ง ผ่านมือถือหรือเราสั่งผ่านคอมพิวเตอร์ (นักศึกษา) มือถือ (อาจารย์) สั่งผ่านมือถือ เพราะมันสะดวก ที่ไหน... เราไปไหน เราก็เอามือถือไปด้วยน่ะค่ะ นึกได้ตอนไหน เราก็สั่งตอนนั้นอะไรอย่างนี้นะคะ ก็เลย เป็นแบบ M-Commerce แล้ว คือลักษณะการใช้ Mobile นะคะ ในรูปแบบของ E-Commerce นั่นล่ะนะคะ ก็คือ เป็นอิเล็กทรอนิกส์เหมือนกัน เป็นการขายของออนไลน์เหมือนกัน แต่อุปกรณ์ ที่เราใช้ในการสั่งก็คือ Smartphone ก็คือ Mobile นะคะ สุดท้ายที่ใช้งานกัน ก็คือ Mobile Banking มี Mobile Banking ไหมคะ ก็คือ แค่โหลดแอปฯ มาใช่ไหมคะ เรามีบัญชีกับธนาคารอยู่แล้ว นะคะ เราก็โหลดแอปพลิเคชันของธนาคาร ที่เราผูกบัญชีเอาไว้นะคะ เราก็ทำการ Connect คือซิงค์ข้อมูลกันน่ะนะคะว่า โทรศัพท์เครื่องนี้ มันจะยึดติดที่ Device นะ หมายถึงว่า Device หมายถึง โทรศัพท์เครื่องนี้ เบอร์นี้น่ะค่ะ ก็จะผูกกับบัญชีนี้ กับธนาคารนี้นะคะ ใช้ในการโอนเงินหรือชำระบิลนู่นนี่ นะคะ ถอนผ่าน Mobile ได้ไหม ต่อไปมันก็น่าจะได้แล้วนะ แต่การถอนเงินนะคะ มันจะไม่เหมือนการฝาก หรือการโอน เพราะการถอน คือเราต้องรับตังค์มาใช่หรือเปล่า ถอนเป็นเงินสดน่ะนะคะ เราก็จะไปที่... ที่เคาน์เตอร์นะคะ หรือไปที่ตู้ (นักศึกษา) มันก็ได้อยู่ ได้ ๆ ล่ะครับอาจารย์ (อาจารย์) ได้ไหม คือยากถอนเงินผ่าน (นักศึกษา) ไม่ต้องเอาบัตรไปตู้ (อาจารย์) มันจะให้ใส่ มันจะเป็นแบบกดปุ่มที่ไม่ใช้บัตร แต่มันจะผูกอยู่กับเบอร์ นะคะ เพราะว่าเคยถอนแบบไม่ใช้บัตรไหมคะ (นักศึกษา) ไม่เคยครับ อยากลองเหมือนกัน (อาจารย์) ไปลองนะคะ การทำ การทำนะคะ วิธีการทำ ขั้นตอนการทำ ก็คือ เราก็กดปุ่มที่ ไม่ใช้บัตรนะคะ แล้วมันก็จะถามข้อมูลว่า บัญชีนี้ผูกอยู่กับโทรศัพท์ เบอร์ไหน เราก็กดเบอร์ไปนะคะ มันจะ ส่งรหัสยืนยันมาที่โทรศัพท์ เอารหัสยืนยันนั้นกรอกเข้าไป เพื่อเป็นการยืนยันว่าเป็นเราจริง ๆ นะคะ มันก็ถอนเงินได้นะคะ ไม่ต้องใช้บัตร เหมือนตอนนี้ไปที่แบงก์ไม่ต้องใช้สมุดน่ะนะคะ อารมณ์ประมาณนั้น แต่ทีนี้ลักษณะของการใช้มือถือนี่ อันนี้คือผูกบัญชีกับเบอร์กับเครื่องนะคะ ก็จะสะดวกมากขึ้นนะคะ รูปแบบนี้ มันจะมีหลายตัวนะคะ อาจจะเป็นแบบยืนยันตัวรหัสแบบนี้หรือ ยิง QR Code ก็ได้ อันนี้เป็นตัวอย่างของ Mobile Commerce ทางด้าน M-Banking นะคะ ยกตัวอย่างว่า อย่างเช่น ธนาคารกรุงไทยนี่ค่ะ กำหนดไว้ว่า ลูกค้าสามารถชำระเงินหรือโอนเงินผ่านมือถือได้ โดย อันนี้สมมุตินะคะ โดยธนาคารกรุงไทยใช้เครือข่ายของ AIS หรือ Dtac อยู่ที่ไหนก็ได้ที่มีสัญญาณนะคะ AIS หรือ Dtac นี่ แค่เพียงลูกค้ามีบัญชีออมทรัพย์หรือบัญชีกระแสรายวันนี่ค่ะ ของธนาคารกรุงไทย ครูเป็นคนที่ไม่มี ไม่มี เขาเรียกอะไรนะ บัญชี กับธนาคารกรุงไทยเลย เออทำไมอะ คือเพื่อนครูก็ถามว่า คนอื่นเขาก็จะมี แต่บัญชีอื่นธนาคารอื่นมีหมด แต่ครูเป็นคนเดียวที่ไม่มี ไม่มีบัญชี ธนาคารกรุงไทยนะคะ (นักศึกษา) อะไรก็กรุงไทย (อาจารย์) ใช่ อะไรก็กรุงไทยใช่ไหม เงินนู่นนี่นั่น ตอนนี้ มันผ่าน ธกส. แล้วนะ ไม่อย่างนั้นเยอะกว่านี้นะคะ ธนาคารกรุงไทยใช่ไหมคะ เวลาไปจ่ายโน่นนี่ แต่ครูเป็นคนที่ไม่มี สัมพันธภาพอะไรกับธนาคารกรุงไทย ไม่มี ไม่มีบัญชีของธนาคารกรุงไทย แต่บัญชีอื่นน่ะมีหมดนะคะ ก็มีคนถามอยู่ เพราะบัญชีเงินเดือน ก็ไม่ได้รับผ่านกรุงไทยอย่างไรนะคะ อย่างอื่นก็ไปทำกับธนาคารอื่น ไม่รู้เหมือนกัน ไม่เคยได้มีโอกาส ที่ไปเปิดบัญชีกับกรุงไทยเลย (นักศึกษา) อาจารย์จะไม่เปิดไว้เลยเหรอ (อาจารย์) ครูจะเอาไว้ทำอะไร (นักศึกษา) เอาไว้เก็บเงินอย่างไร อาจารย์ (อาจารย์) ไปเก็บ เออเงินก็ไปเก็บบัญชีอื่น (นักศึกษา) เกิดมันล้นบัญชีนู้น ก็มาใส่บัญชีนี้ไว้ (อาจารย์) เกิดมา ไม่เคยเงินล้นบัญชีเลยน่ะ อยากมีโมเมนต์นั้นนะ อันนี้เป็นแบบมาตรฐาน การรักษาความปลอดภัยในการรับส่งข้อมูลนะคะ เราเรียกว่า "Secured Socket Layer" นะคะ จริง ๆ แล้ว พวก... พวกแอปฯ ที่ให้บริการทาง M-Banking จะมีอยู่แล้วนะคะ เมื่อก่อนนี่ไม่น่าเชื่อถือ แต่ตอนนี้ก็ดีขึ้นแล้วนะคะ ครูมีขั้นตอนการชำระบัตรเครดิตที่ปลอดภัยให้ นะคะ โดยละเอียดเลย นักศึกษาไปอ่านเอาเอง เพราะ Fix มาให้แบบละเอียด ฉะนั้น เราอ่านวิธีการนะคะ ชำระบัตรเครดิต ถ้าเราอยากชำระบัตรเครดิตนะคะ แบบปลอดภัยโดยผ่านเครือข่ายนี่ การทำงานของมันจะเป็นรูปแบบนี้นะคะ ก็ลิสต์มาให้แบบละเอียดแล้วนะคะ แล้วไปอ่านเองล่ะกัน คราวนี้ เรามาดูการชำระเงินของ การทำธุรกิจแบบ E-Commerce นะคะ จริง ๆ แล้วการขายของออนไลน์ มันมีวิธีการชำระเงินหลายวิธี มาก แต่เราเลือกไม่กี่วิธีแค่นั้นเองนะคะ มันมี 7 วิธีด้วยกันทั้งหมดนะคะ ที่เขาลิสต์เอาไว้เป็นหลักการของการชำระเงินในการทำพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ นะคะ แบบแรกก็คือ Digital Credit Card นะคะ Payment System หมายถึงอะไร ก็หมายถึงบริการที่มีการรักษาความปลอดภัยสำหรับการจ่ายเงิน แบบเครดิตการ์ดบนอินเทอร์เน็ตนะคะ อันนี้ ข้อมูลนะคะ จะส่งไป ส่งระหว่างผู้ใช้กับเว็บ ของผู้ขายนะคะ แต่ข้อมูลการจ่ายเงินจะประมวลผลที่ธนาคารนะคะ ตัวอย่างระบบนี้ก็คือ echarg Electronic Charge เราไม่คุ้นเคยนะคะ ตัวที่ 2 นะคะ จ่ายเงินผ่าน E-Cash E-Cash เป็นรูปแบบของเงินอิเล็กทรอนิกส์นะคะ ตัวนี้ไม่เกี่ยวกับ ไม่เกี่ยวข้องกับเงินสกุลใดนะ E-Cash นี่ นะคะ มันเป็นตัวเลขที่สร้างขึ้นมา ใช้แทนเงินสดนะคะ เราเรียก "E-Cash" แต่ว่ามันจะต้องมีการรับรองค่าของเงินตัวนั้นที่เราจะใช้นะคะ เราจะใช้ซอฟต์แวร์พิเศษตัวหนึ่งในการแลกเปลี่ยน หมายถึง เทียบราคาแลกเปลี่ยนให้กับผู้ใช้เงินสดน่ะ บนอินเทอร์เน็ต แต่เขาเหมาะกับการทำธุรกิจที่มันจ่ายเงินไม่เยอะนะคะ เราเรียกว่า "การจ่ายเงินแบบ E-Cash" แบบที่ 3 ก็คือ Peer-to-Peer Payment นะคะ อันนี้เป็นผู้ใช้จะต้องเริ่ม โดยการส่งเงินด้วยรูปแบบใดก็ตาม นะคะ ไปยังเว็บ PayPal นะคะ ระบุมาว่าเป็นเว็บนี้ ใช้ในการชำระเงินระหว่างคนนะคะ ระหว่างบุคคลโดยเฉพาะ ผู้รับนี่สามารถขอรับโดยการ ส่งเลขที่บัญชีนะคะ ไปที่ธนาคารนะคะ เพื่อให้ธนาคารโอนเงินเข้าบัญชีให้นะคะ อันนี้ก็มีหลายตัวนะคะ Billpoint ก็ได้ ของ Yahoo, Pay Direct ก็ได้นะคะ หรือของ PayPal ก็ได้ เราเรียก "การจ่ายเงินแบบ Peer-to-Peer" นะคะ ผู้ขายก็เอาเลขที่บัญชีไว้ที่แบงก์นะคะ เวลาเขาจ่าย เขาจะโอนเข้าบัญชีแค่นั้นเองนะคะ แล้วก็จะเป็นแบบ Wallet รู้จัก Digital Wallet ไหมคะ เด็กสมัยนี้ต้องรู้จักอันนี้แล้วล่ะ ถ้าไม่รู้จักแปลว่า เกิดก่อน เกิดก่อนปี... ปีไหนดี ตอนนี้ใช้ Wallet ไหมคะ ใช้ทำอะไรบ้าง ใช้ Wallet ของอะไรคะ (นักศึกษา) ทรู (อาจารย์) ทรู มีของอันอื่นไหม มีแต่ True Wallet นะ เหมือนเซเว่นมันผูก กับทรูน่ะ (นักศึกษา) แล้วก็ All Member ด้วยครับ อาจารย์ (อาจารย์) สะสมแต้ม สะสมแต้มแล้วก็ ไปแลกนู่นนี่นั่น สะสม All Member ไหม หมายถึง อันนั้นแสตมป์ อ๋อ ตอนนี้ไปที่ไหนก็ถามอย่างนี้นะ (นักศึกษา) แต่ก่อน ๆ (อาจารย์) แต่ก่อนไม่ถาม (นักศึกษา) แต่ก่อน Wallet Wallet เดี๋ยวนี้ เซเว่น สะสม All member ไหมคะ (อาจารย์) แล้วโค้กก็ ถามกลับคืนไปว่า อะไรคือ All Member ครับ ก็คือไม่มีใช่ไหม ที่บอกนี่ (นักศึกษา) ไม่รู้ มันคืออะไรไม่รู้ (อาจารย์) ก็สมัครสมาชิกไว้ แล้วเวลาเราซื้อของมันก็สะสมแต้ม (นักศึกษา) สมัครกับเซเว่น (อาจารย์) สะสม ใช่ ก็สมัครที่เซเว่นนะคะ อันนี้คือกระเป๋าเงินดิจิทัลนะคะ ก็คือ E-Wallet ของเราใช้เป็นทรูนะ อันนี้คล่องนะ ไม่ต้องใช้เงินสดนะคะ แล้วก็จะมีแบบจ่ายเงินแบบเช็ค จ่ายเช็คนะคะ แต่ว่าตัวนี้เป็นมันเป็นเช็คดิจิทัลนะคะ อันนี้ไม่เหมือนกับ Credit Card นะ การจ่ายเงินจะเร็วกว่านะคะ ส่วนมากแล้ว ถ้าเป็นแบบเช็คนี่ เขาจะจ่ายหรือทำธุรกิจที่เป็นแบบธุรกิจใหญ่ ๆ น่ะ เขาจ่ายเช็ค 30 ล้านอย่างนี้ค่ะ เราคงไม่ไปจ่ายผ่าน... ไปกดเงินผ่าน ATM ไปโอนเงิน คงไม่น่ะ อันนี้ เขาจ่ายเป็นเช็คนะคะ สำหรับธุรกิจที่เป็นแบบ B2B นะคะ ธุรกิจรายใหญ่ที่ทำระหว่างคู่ค้านะคะ หรือจ่ายแบบ Smart Card นะคะ ก็ได้ อันนี้คือการจ่าย จ่ายเงินนะคะ ผ่าน E-Commerce หรือจ่ายเป็นแบบ E-Billing นะคะ Payment อันนี้คือรูปแบบของการ จ่ายเงินผ่านอินเทอร์เน็ตนะคะ จ่ายได้หลายแบบ แต่ตอนนี้ รู้สึกสะดวกสุดนี่ เวลาเราสั่งของออนไลน์ เราจะจ่ายกับคนที่มาส่งของนะ เซ็นรับของแล้วจ่ายเงินนะคะ เราก็จะอุ่นใจมากขึ้น เมื่อก่อนนี่คือเวลาสั่งของออนไลน์ เราจะมีความรู้สึกว่า ก็เราไม่รู้จักเขาจริง ๆ ถ้าเกิดเคยโอนไปแล้ว แล้ว มันก็จะมี เกิดอาชญากรรมทางด้านแบบนี้ขึ้น คือ เราสั่งของผ่านเว็บไปแล้ว โอนเงินไปแล้ว มี ใครเคยโดนไหมคะ แต่ไม่ได้ของมา แล้วทำอย่างไร แต่ ส่วนมากเราก็ไม่ได้สั่งของที่มันราคาแพงมาก ๆ น่ะ นะคะ ก็เลยไม่ค่อย เหมือนจะไม่ค่อยมีใครเดือดร้อนเท่าไร นะคะ แต่ตอนนี้คือเก็บเงินปลายทาง นะคะ เราก็เห็นกล่องมันล่ะ แต่ข้างในไม่รู้นะว่าเป็นอย่างไร แต่เราเห็นกล่องแล้วว่า เขาส่งมา เราก็เซ็นรับของ แล้วเราก็จ่ายเงินไปนะคะ ก็มั่นใจเพิ่มขึ้นมาหน่อยนะคะ แต่เปิดออกมาของข้างใน มันผุ พัง แตก อันนั้นก็อีกเรื่องหนึ่งนะคะ เพราะเราพูดถึงการจ่ายเงิน ที่เป็นระบบนะคะ โอ.เค. รู้จัก PayPal ไหม อันนี้อธิบายเกี่ยวกับ PayPal นะคะ ของ eBay พูดถึงการชำระเงินออนไลน์นะคะ PayPal นี่มันเป็นระบบที่เขายอมรับกันทั่วโลกนะคะ เราลองเข้าไปดูนะคะ มันมีเว็บของมันเลย PayPal สำหรับการจ่ายเงินนะคะ ครูก็เลยสรุปมาให้ว่า มันเป็นระบบหนึ่งที่น่าสนใจเหมือนกัน มีคนใช้งาน เยอะนะคะ ทั่วโลกเลย มันก็จะมีการแปลกเปลี่ยนสกุลเงิน กันนะคะ สกุลเงินต่าง ๆ เทียบอย่างไรผ่านระบบ PayPal นี่ล่ะนะคะ แต่เราไม่ค่อยได้ใช้ แต่เราสนใจเข้าไปดูนะคะ ของ Paypal นี่ล่ะนะคะ อันนี้สรุปมาให้ โอ.เค. แล้วก็มี Pay แบบ Paysbuy นะคะ ชำระเงินออนไลน์ ตอนนี้มันมีรูปแบบเยอะแยะที่เราประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ กับการทำธุรกิจนะคะ มีหลายตัวเหมือนกัน มีการโอนเงินผ่าน โน่นนี่นั่นนะคะ ตัวกลางผ่านธนาคาร ผ่านหลายตัวในการทำธุรกิจนะคะ บอกช่องทางไว้สำหรับ นักศึกษาที่สนใจที่จะทำธุรกิจขายของออนไลน์นะคะ เราสามารถกำหนดการชำระเงินของลูกค้าของเรา ผ่านช่องทางไหนได้บ้าง อย่างที่บอกไปนะคะ ก็เอาที่ ลูกค้ามั่นใจ เรามั่นใจนะคะ ไม่ใช่แค่เราไม่มั่นใจ ว่า เราจะได้รับของหรือโอนเงินไป แล้วเขาจะส่งของมาให้ไหม เฉย ๆ นะ คนขายเขาก็ไม่มั่นใจเหมือนกันว่า เขาส่งของ มาให้เราแล้ว เขาจะได้เงินหรือเปล่านะคะ ก็คือ พอกันน่ะ นะคะ การทำธุรกิจ ฉะนั้นมันจะต้องมีระบบตัวหนึ่งนะคะ ระบบสารสนเทศ ตัวหนึ่งเข้ามาช่วยทำให้ผู้ซื้อผู้ขายมีความมั่นใจในการทำธุรกิจร่วมกัน นะคะ เพราะเขาไม่ได้เปิดธุรกิจเป็นแบบ Big and Morta เหมือนเมื่อก่อนนะคะ Big and Morta นี่เป็นอย่างไรนะ มีหน้าร้าน จะซื้อต้อง ไปที่ร้านเท่านั้นนะคะ ซึ่งตอนนี้มันเป็นรูปแบบ ออนไลน์หมดแล้วนะคะ ฉะนั้นเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่นำมาใช้นะคะ มันก็เลยต้องสนับสนุน การทำงานนะคะ การทำธุรกิจรูปแบบนี้มากขึ้น คราวนี้เรามาดู Intranet หน่อย ถ้าไม่พูดถึงเลย เราก็จะลืมคำนี้ไปนะคะ การทำ E-Business กับ Intranet คืออะไร เคยได้ยินคำว่า Intranet ไหมคะ Intranet มันมี Intranet Extranet นะคะ ถ้าเป็น Intranet กับ Electronic Business นี่ก็คือ องค์กรนะคะ เขาบอกว่า เนื่องจากในองค์กรนี่ มันมีหลายระบบหลาย Platform นะคะ แต่ละระบบไม่สามารถติดต่อกันได้ ดังนั้นการที่เราจะพัฒนา Web-based นี่ ใช้ภายในองค์กรเองนี่มันจะง่าย อย่างที่ครูบอกไปว่า บางองค์กรเขา จะมีสาขา มีหน่วยงานย่อยนะคะ ถ้าเรา มี Web-based Web-based ก็คือ พัฒนาเว็บขึ้นมาเป็น ฐานข้อมูลนะคะขององค์กรเอง แล้ว ใช้งาน ไม่ว่าจะส่งข้อมูล ตัวอักษร เสียง หรือ Video วีดีทัศน์ มัลติมิเดีย อะไรก็แล้วแต่นี่นะคะ หรือส่งเมล ส่งข้อมูลข่าวสารโน่นนี่นั่นเฉพาะในองค์กร เองนะคะ มันก็เลยมีระบบที่ ใช้งานแค่ในองค์กร ไม่ได้ออกไปภายนอกนะคะ เราเรียกระบบนี้ว่า "Intranet" นะคะ จุดประสงค์ก็คือเพื่อรับส่งข้อมูลข่าวสารกันใน องค์กร องค์กรที่เป็นองค์กรแม่กับองค์กร สาขาย่อย ๆ นี่ล่ะนะคะ คราวนี้ พอ ข้อมูลภายนอกมันไม่ได้มาเกี่ยวข้องกับข้อมูลภายในองค์กร การรับส่งข้อมูล มันก็จะเร็วนะคะ ก็จะรู้เฉพาะคนในองค์กรเอง ใช้ระบบนี้ เฉพาะคนที่มี Username Password เท่านั้น ถึงจะเข้าไปใช้งานได้ อะไรอย่างนี้นะคะ คราวนี้ถามว่า Intranet ใช้กับงานฝ่ายไหนบ้างในองค์กร นะคะ เลยยกตัวอย่างมาให้ เช่น ถ้าเป็นการเงินการบัญชี นะคะ ใช้ Intranet ทำอะไร ก็ใช้ในการตรวจสอบเกี่ยวกับ การบริหารการเงินขององค์กรน่ะค่ะ เช่น การกู้ยืมเงิน หรือการสนับสนุนเงินโน่นนี่นั่น ให้โครงการย่อยที่สาขาย่อย มีการขออนุมัติเกี่ยวกับการเงินมาน่ะนะคะ สามารถ... พอจ่ายข้อมูลออกไปแล้วนะคะ สามารถสร้างเป็น Report สำหรับหน่วยงานได้ด้วยนะคะ เป็นอีกช่องทางหนึ่งนะคะ เป็นระบบสารสนเทศหนึ่ง ที่ใช้ในการวิเคราะห์การเงินของบริษัทนะคะ สำหรับผู้บริหาร ผู้บริหารก็จะดูผ่านตัวระบบ Intranet ขององค์กรตัวนี้ นะคะ แล้วฝ่ายทรัพยากรบุคคลล่ะ ฝ่ายบุคคลใช้ Intranet ทำอะไรนะคะ ก็ฝ่ายบุคคลใช้ประกาศข่าวสาร ส่งเมลนะคะ หรือฝ่ายบุคคล มีการรับพนักงานใหม่ อาจจะรับที่ส่วนกลาง มันจะมีหลาย หลายที่ที่แบบเวลาเราสมัครงาน เราต้องไปสมัครที่ส่วนกลาง แต่เวลาทำงานนี่ ไปทำที่สาขาย่อยนะคะ แต่การรับสมัครอะไรอย่างนี้ เรา ต้องไปทำที่ส่วนกลาง ล่าสุดนี่ ครูเห็นเขาประกาศ อันนี้ น่าสนใจมาก ครูนึกถึงหน้าโค้กขึ้นมาเลย พอดีครูเพิ่งไปกรุงเทพฯ มานะ ครูก็เลยไปเห็นประกาศ ว่า เขารับสมัครเหมือน รับสมัครคนทางด้านไอทีนี่ล่ะค่ะ เงินเดือน 68,0000 เงินไม่เกี่ยว ถ้ามันไม่มากพอ (นักศึกษา) สมองล้วน ๆ (อาจารย์) สมองล้วน ๆ ทำงานเกี่ยวกับ ใช้คอมพิวเตอร์ในการ... แต่เขารับคนที่มีประสบการณ์นะ เพราะว่าครูดูแล้วแบบเป็น... เดี๋ยวคิดก่อน เป็นหน่วยงานภาครัฐค่ะ ถ้าครูจำไม่ผิดน่าจะเป็นกองทัพบกหรือกองทัพอากาศนี่ล่ะ มันน่าสนใจ (นักศึกษา) ใช่ครับ (อาจารย์) รับเยอะมากนะ แล้วเงินเดือนนี่ Rate ประมาณนี้ล่ะ 60,000-70,000 นี่ล่ะนะคะ เขาก็จะรับคนที่มีประสบการณ์ นะคะ อันนี้คือไปเป็นลูกน้องนะ ไม่ได้ไปเป็นหัวหน้าฝ่ายแผนก โน่นนี่นั่นนะ อันนี้พูดถึงภาครัฐนะคะ อันนี้คือลูกน้องนะ คือหน้าที่นะคะ ก็คือดูแลเกี่ยวกับเครือข่ายอะไรสักอย่างหนึ่ง นะคะ เก็บข้อมูลความลับอะไรประมาณนี้นะคะ สร้างรหัสในการเข้ารหัส รับส่งข้อมูลอะไรแบบนี้ล่ะ แต่มันเป็นงานทางด้าน Field เราอย่างไรนะคะ ทางด้านไอที ทางด้านคอมพิวเตอร์นะคะ เป็นการบอกว่า ถ้าเรียนอะไร ฝ่ายไหน ก็ไปให้มันสุดนะคะ เราก็ไปทำตัวนี้ ครูก็เลยดูแล้ว แต่คุณสมบัตินี่มันก็น่าสนใจ นะคะ เผื่อเราสนใจ เราสะสมประสบการณ์มา เราเคยทำงานบริษัทโน่นนี่นั่นอย่างนี้นะคะ เราไปสมัครนะคะ ข่าวพวกนี้มันก็จะมีอยู่เรื่อย ๆ นะคะ แต่ครูเพิ่งเห็นว่า อ้อมันมีงานแบบนี้ทางด้านไอที ที่แบบเขาระบุเลยนะ ว่าจบทางด้านไอทีนะคะ มีประสบการณ์ในการทำงานมาก่อน เขา จะพิจารณาเป็นพิเศษ เงินเดือนเริ่มต้นที่ 68,000 ครูก็เลยแบบ อืม มันน่าสนใจนะ แล้ว ทำงานแบบเฉพาะอย่างนะคะ คนที่ทำเครือข่าย ก็คือ ดูเครือข่าย แต่เป็นอีกช่องทางหนึ่งนะคะ ลองไปดูรายละเอียดนะคะ ของกองทัพบกนี่ล่ะ ถ้าครูจำไม่ผิด หรือกองทัพอากาศนะคะ ทางด้านนี้ อันนี้พูดถึงฝ่ายบุคคล นะคะ ฝ่ายบุคคล ก็คือ เอาไว้สำหรับแนะนำสมาชิก พนักงานใหม่ ประชาสัมพันธ์ผ่านระบบ Intranet นะคะ หรือพอรับพนักงานใหม่ แต่พนักงานคนนั้น เป็นหัวหน้าแผนก แล้วจะส่งไปประจำที่ไหนอย่างนี้ค่ะ พอรับเสร็จก็มีการรับส่งข้อมูล ผ่านกัน ผ่านระบบ Intranet นะคะ แล้วฝ่ายขายล่ะ ฝ่ายขาย ฝ่ายการตลาดนะคะ ใช้ Intranet ทำอะไร ก็ใช้ในการกระตุ้นยอดขาย ใช้ในการรับส่งข้อมูลลูกค้า หรือ เกี่ยวกับการให้ข้อมูลบริษัทคู่แข่ง นะคะ ให้ข้อมูลกัน โดย ผ่านระบบ Intranet นะคะ ไม่ต้องผ่านอินเทอร์เน็ต ถ้าฝ่ายผลิตล่ะ ใช้ระบบ Intranet ทำอะไร ก็ ฝ่ายผลิตนะคะ บอกอยู่แล้วว่าฝ่ายผลิต เราจะผลิตอะไรออกไปนี่ เราจะต้องมีข้อมูลว่าตอนนี้บริษัทไหนบ้างที่ผลิต แบบนี้นะคะ แล้วมันเป็นอย่างไรนะคะ ใช้ในการตรวจสอบคุณภาพ ใช้ในการติดตามสถานการณ์การทำงาน นะคะ อันนี้คือฝ่ายผลิต ก็เลยยกตัวอย่างนะคะ เคยใช้ Outlook Express ไหมคะ โปรแกรม Outlook ใช้ทำอะไร ถามอย่างนี้ก่อน นัดประชุม รับส่งเมล ก็ได้ผ่าน Outlook ทำได้หลายอย่างนะคะ รับส่งข้อมูลกัน ผ่านตัวนี้ก็ได้นะคะ Outlook Express จริง ๆ มันมีตัวอื่นด้วยนะ โอ.เค. พูดอยู่คนเดียว ตั้งแต่ต้นคาบจนถึง ณ เวลานี้เลย จบเนื้อหาในส่วนของ การทำธุรกิจ E-Commerce ห้องเรา มีใครทำโปรเจกต์ทางด้าน E-Commerce ไหมคะ (นักศึกษา) ไม่มี (อาจารย์) ไม่มีเลยหรือ ไม่มี เผื่อวันหน้าจบไปนะคะ สนใจจะทำ E-Commerce นะคะ เราจะได้มีความรู้ว่า อ๋อ E-Commerce นี่มันคือ รูปแบบการขายนะ เราจะทำแบบไหนนะคะ แต่ตอนนี้นะคะ ลักษณะของ E-Commerce ที่ทำนี่ มันจะอยู่ ในลักษณะ M-Commerce แล้วนะคะ เพราะทุกคน ใช้ Mobile นะคะ ใช้ Mobile ขายของ สั่งของ ซื้อของ ประมูลนู่นนี่นั่น นะคะ ฉะนั้นถ้าเราจะพัฒนาระบบนะคะ หรือเราจะเป็นผู้ซื้อผู้ขายนี่ ในฐานะที่เรา อยู่ใน Field ที่เป็นเทคโนโลยีสารสนเทศนะคะ เราจะได้มีข้อมูล มีช่องทางเพิ่มขึ้นนะคะ ในการ ทำธุรกิจ อีกเรื่องหนึ่งนะคะ ในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในองค์กร ครูก็เจาะลงมาที่ E-Commerce นะคะ ซึ่งเราควรจะต้อง รู้ โอ.เค. มีคำถามไหม ถามมา ยังไม่ได้สอบเลย เรียนไปหลายเรื่องแล้ว สอบดีไหม อันนี้บทที่ 7 นะคะ เราเรียนมา 7 บทแล้วนะ สอบอาทิตย์หน้าดีกว่า ไปทำความเข้าใจ ครูใช้คำว่าไปทำความเข้าใจมานะ เพราะว่าการสอบเก็บคะแนนนะคะ ขอสอบหน่อยแล้วกัน Midterm 20 คะแนน ครูจะสอบสัปดาห์หน้านะคะ รายวิชานี้ล่ะ เราเรียนเรื่องอะไรไปแล้วบ้าง ครูโพสต์ไว้นี่ให้ทั้งหมดหรือเปล่า ขอดูก่อน Innotech 3, 4, 5, 6, 7 แล้วบทที่ 1, 2 อยู่ไหน เนื้อหาที่จะสอบนะคะ บอกขอบเขตงานก่อน อย่าบอกนะว่า Flash Drive ติดไวรัส ติดไฟล์ Auto Run ไปตัวหนึ่ง เดี๋ยวส่งสไลด์บทที่ 1, 2 ให้นะคะ รู้สึกไม่มี Innotech เรื่องที่ครูจะสอบนะคะ ก็จะ เกี่ยวกับ อันนี้บทที่ 3 นะ KM นะคะ เราก็ไปดูมาว่า KM คืออะไรนะคะ การจัดการ KM จะต้อง มองอะไรบ้างนะคะ พวกนี้เรียนไปแล้ว KM มีกี่ประเภทนะคะ จำรูปปลาทูนั้นได้ไหม (นักศึกษา) จำได้ครับ (อาจารย์) อันนั้นล่ะ คือ KM นะคะ จำรูปภูเขาน้ำแข็งนี่ได้ไหม ให้อธิบาย ภาพนี้ยังจำได้ไหมคะ ภาพนี้บอกอะไร บอกความรู้ 2 ประเภท นะคะ ข้อสอบไม่ยากนะคะ ถ้าเรารู้ แต่ถ้าไม่รู้นี่ล่ะ จะยากเลยทีนี้ Explicit Knowledge นะคะ อันนี้คือ KM นะ บทที่ 4 พูดถึง จริยธรรมนะคะ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ในองค์กรอย่างมีจริยธรรมนะคะ เป็นแบบไหน ไปดูมานะคะ จริยธรรมคืออะไร แล้วจริยธรรมทางด้าน Field เรานี่นะคะ เทคโนโลยีสารสนเทศนี่ เป็นแบบไหนนะคะ มีส่วนไหนบ้าง เกี่ยวข้องกับอะไร ถ้าพูดถึงจริยธรรม เรานึกถึงอะไรนะคะ นะ ประมาณนี้ กฎหมายกับจริยธรรมเกี่ยวข้องกันอย่างไร นะคะ สอบทุกบท เลยไหม สอบครึ่งหนึ่งก็ได้ บทที่ 5 นะคะ พูดถึง การบริหารจัดการนะคะ โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ อันนี้พูดถึงผู้บริหารค่ะ ครูพูดถึง CEO คืออะไร CIO CFO นะคะ COO คืออะไร เราจะเคยได้ยิน CEO ถ้า CEO นี่ ก็คือ ผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานนั้น ๆ เราเรียก "CEO" นะคะ แต่ถ้าเกิดเป็น CIO นี่ I คือคำว่า "Information" หมายถึง ผู้บริหารสารสนเทศ เจาะลงไปที่ระบบสารสนเทศขององค์กรน่ะค่ะ เราจะเรียกว่า "CIO" นะคะ แต่ถ้าเกิดจัดการทางด้านการเงิน ผู้บริหารหัวหน้าฝ่ายทางด้านงานทางการเงิน เราจะเรียกว่า "CFO" F ก็คือ Financial นะคะ อันนี้คือการจำ อันนี้ไม่ยาก ไปอ่านเอา Concept มา แล้วเนื้อหาบทที่ 6 ครูพูดถึงนวัตกรรม อ๋อนึกออกล่ะ ไอ้เนื้อหาตัว ที่มันไม่มีอยู่นี่ เพราะว่าครูให้ลิงก์มา ให้ลิงก์สไลด์มานะคะ นวัตกรรมพูดถึงอะไรบ้าง ก็พูดถึงนวัตกรรม และเทคโนโลยีนะคะ อะไรบ้างเป็นนวัตกรรม อะไรบ้าง เป็นเทคโนโลยี เราต้องจำหลักการของนวัตกรรมกับเทคโนโลยีให้ได้ก่อน นะคะ ถ้าเป็นนวัตกรรม ต้องมีลักษณะแบบไหน จำได้ไหมคะ มันต้องเป็นแบบไหนเรียกนวัตกรรม (นักศึกษา) เป็นที่... ที่เขาใช้อยู่แล้ว (อาจารย์) ใช่หรือเปล่า อยู่ในขั้นทดลอง เป็นสิ่งประดิษฐ์ นวัตกรรมนี่เป็น Product Product ก็คือ สร้างขึ้นมาเป็นผลิตภัณฑ์น่ะ Product นะคะ เป็นบริการก็ได้นะ เราคิดรูปแบบในการทำงานที่เร็วขึ้นอย่างนี้ค่ะ เป็นรูปแบบน่ะ เป็นการให้บริการน่ะ ซึ่งถ้าทำตามรูปแบบนี้ แล้วจะทำให้ทำอันนี้ ได้เร็วขึ้น อย่างนี้เป็น Innovation เหมือนกันนะคะ แต่พอ Innovation ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายแล้ว มีการใช้กันทั่วไปแล้ว เราจะไม่เรียกว่า Innovation แต่เราจะเรียกว่า "เทคโนโลยี" นะคะ ถ้าตอนเริ่มต้นที่พัฒนา ผลิตสร้างขึ้นมานี่ค่ะ แล้วมีการใช้ในวงเฉพาะ วงแคบ ๆ มีการใช้เฉพาะกลุ่มหรืออยู่ในขั้นทดลอง ทดลองไปแล้ว 1 ครั้ง 2 ครั้ง 3 ครั้ง ผลก็คือ ได้ผลดี เราก็เลยมีการเผยแพร่ออกไปนะคะ เพื่อให้คนทั่วไปได้ใช้งาน อันนี้คือ จุดเปลี่ยน ของ Innovation ไปเป็นเทคโนโลยีนะคะ เพราะ ข้อสอบครูไม่ต้องท่องมาสอบค่ะ แต่ครูจะเอาหลักการ นะคะ อย่างบทนี้ครูถามแน่ ๆ เพราะครูย้ำแล้วย้ำอีกนะคะ ให้เราอธิบายว่า Innovation กับเทคโนโลยีนี่ มันมีจุดเปลี่ยนตรงไหน จริง ๆ มันคือ ของสิ่งเดียวกันนั่นล่ะนะคะ อย่างเช่น ครูสร้างเมาส์ขึ้นมาประเภทหนึ่ง ครูสร้างเมาส์ขึ้นมาเอง สมมุติว่าครูผลิต ประดิษฐ์เมาส์ขึ้นมาตัวหนึ่งนะคะ ตอนที่ครู สร้างขึ้นมาใหม่ ๆ นี่ ครูก็ไปทดลองใช้ใช่ไหมคะ ก็คือทำวิจัยน่ะ ครูก็ทดลอง ตอนที่ครูทดลองใช้ แล้วก็มีการ... มีผลออกมาว่า มันใช้งานดีโน่นนี่นั่น อันนี้เรียก "นวัตกรรม" มันเป็นสิ่งใหม่ที่ประดิษฐ์ขึ้นมาใหม่ หรือมันเป็นการ Renovate หมายถึง เอาของเก่ามาปรับปรุงใหม่ โดย วิธีการใหม่อย่างนี้ค่ะ ก็คือทำใหม่น่ะนะคะ ทำให้มันดีขึ้นน่ะ ปรับปรุงของเก่าให้มันดีขึ้น นะคะ พอมีการทดลองใช้แล้วนะคะ คือของสิ่งหนึ่งนี่ มันไม่ได้เหมาะกับทุกคนทุกที่ มันขึ้นอยู่กับ บริบทที่ของสิ่งนี้มันจะอยู่นะคะ ฉะนั้นถ้าของสิ่งนี้ มันอยู่กับ... สิ่งที่เราประดิษฐ์ขึ้นมา มันอาจจะเหมาะสำหรับห้องเราใช้ แต่ห้องอื่นไม่เหมาะ ตัวนี้ก็ จะเป็นนวัตกรรมของห้องเรานะคะ แต่ถ้าเกิดว่า มีที่อื่นที่ เป็นบริบทคล้าย ๆ เรา คือ การจัดการเรียนการสอนแบบเรียนร่วมนึกออกไหมคะ อาจจะไม่เหมาะสำหรับการจัดการเรียนการสอนที่แยกออกไปเลยนะคะ อย่างราชสุดาที่เราไปนี่ เขาจะจัดการเรียนการสอน แบบแยก แยกก็คือห้องหนึ่งอาจจะมี 5 คน ที่เป็นนักศึกษาที่มีความบกพร่องทางการได้ยินอย่างเดียว เขาสอนอย่างนี้นะคะ เขาไม่ได้สอนรวมนะคะ ของเราก็จะเป็นอีกรูปแบบหนึ่ง ก็คือ มีนักศึกษาบกพร่องทางการได้ยิน ครึ่งหนึ่ง นักศึกษาปกติครึ่งหนึ่ง อันนี้เขาเรียก "การเรียนร่วม" การจัดการเรียนการสอนแบบเรียนร่วมนะคะ ก็จะเป็นอีกรูปแบบหนึ่ง นะคะ ถ้าจัดการเรียนการสอนแบบแยกกัน มันก็จะเป็นอีกรูปแบบหนึ่งนะคะ ซึ่งนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีนี่ มันจะมีจุดที่เปลี่ยน เปลี่ยนจาก Innovation ไปเป็นเทคโนโลยี อยู่นะคะ นักศึกษาต้องอธิบายจุดนี้ได้นะคะ ในบทนี้ ครูจะเน้นแบบนี้นะคะ แต่ละบทให้เราไปจับประเด็นมาว่า ครูไม่ถามหรอกว่า ใครเป็นคนประดิษฐ์คิดค้น นวัตกรรม อันนี้สื่อหมายถึงอะไร ไม่อยากรู้ค่ะ ไม่มีประโยชน์ แต่ครูอยากรู้หลักการแนวคิดนะคะ สอบทุกบทนั่นล่ะ แต่สอบแค่ Concept นะคะ อธิบาย มาแบบ... ในความคิดของนักศึกษา เพราะรายวิชานี้มันเป็นวิชาบรรยาย ให้เราเข้าใจ ใน Concept ของการคิดที่เป็นการบริหารจัดการ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศกับองค์กรประเภทต่าง ๆ นะคะ อีกตัวหนึ่ง อีกบทหนึ่งที่พูดถึงก็คือ การจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ ในการศึกษาจำได้ไหมคะ ในแวดวงการศึกษาน่ะ นะคะ ครูพูดถึงเรื่องนั้นด้วยนะ ห้ามลืม แล้ว เรื่องสุดท้ายก่อนที่เราจะสอบ ก็คือ E-Business กับ E-Commerce นะคะ บทนี้ครูบอกไปแล้วว่า ถ้าสอบ ครูจะออกเรื่องอะไรจำได้ใช่ไหม Big and Morta เป็นการทำ E-Commerce แบบไหน แบบมีหน้าร้าน และทำการขายแบบ ออฟไลน์นะคะ Brick and Click ล่ะ (นักศึกษา) ทั้งออฟไลน์และออนไลน์ (อาจารย์) มีหน้าร้าน ขายหน้าร้านด้วย และก็ขายออนไลน์ด้วยนะคะ นะ โอ.เค. วันนี้ดูสมองปลอดโปร่งโล่ง มีคำถามไหมคะ ข้อสอบเป็นแบบไหน เก็บ 20 คะแนน ออกไม่เยอะ ออกข้อเดียวพอไหม ให้นักศึกษาสรุป ให้นักศึกษาสรุป เอา 1 ข้ออย่างไร ออกข้อสอบข้อเดียว ให้นักศึกษาสรุป Concept ของเรื่องต่อไปนี้ ครูก็จะมีเลย บทที่ 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7 ออก 1 ข้อ 1 ข้อใหญ่ ดีไหม เพราะครูบอกแล้วว่า ครูไม่ไปถามหรอกว่า มันหมายถึงอะไร ใคร เป็นคนคิดทฤษฎีนี้ เอาไปใช้ทำอะไร ไม่มีประโยชน์ นะคะ เอา การประยุกต์ใช้เลย ภายใต้หลักการที่เราเรียน เรารู้ไหมเรื่องนี้ ทุกวันนี้เขามีแบบนี้ ๆ เรารู้หรือเปล่า เอาแบบนี้แล้วกันนะ แต่อย่างไร เราก็ต้องไปอ่านพวกนี้มานะคะ ว่ามันมีหลักการ อะไรบ้าง ครูกำลังสงสัยว่าโฟลเดอร์นี้ แล้วสไลด์หายไปไหน Innotech ครูนี่หายไปไหน มันมีเรื่องของ Innotech ใน Education ด้วยนะคะ บทหนึ่ง จำได้ไหม เดี๋ยวส่งสไลด์มาให้ มาให้ใหม่แล้วกัน รู้สึกตอนนี้ Flash Drive ก็ตายแหงแก๋ไปแล้ว โอ.เค. ไม่มี Choice ค่ะ อธิบายภาพ เอาหลักการ Concept หลักการตัวนี้ อย่างพูดถึงนวัตกรรมนึกถึงอะไรนะคะ จุดเปลี่ยนของนวัตกรรมกับเทคโนโลยีนี่ มันเกิดจุดเปลี่ยนตอนไหน นะคะ ตรงไหนเรียกนวัตกรรม ตรงไหนเรียกเทคโนโลยีนะคะ บอกได้หรือเปล่า ครูจะเอาประเด็น สำคัญ ๆ ของแต่ละบทมาถามนะคะ ฉะนั้นจะมีกี่ข้อก็ไม่สำคัญ แต่ครูจะเก็บ 20 คะแนน โอ.เค. ไหม แล้วก็ออกทุกเรื่องนะคะ ถามทุกเรื่อง Open ดีไหม เพราะอย่างไรครูก็ไม่ถามความหมาย แบบตรง ๆ ลอกมาผิด ถามความคิดเห็นของนักศึกษาที่ มีต่ออันนี้อย่างนี้ดีไหม จะได้ไม่ต้องท่อง สรุปมาดีกว่านะ เหมือนเดิม (นักศึกษา) สรุปมาไม่ตรงกับอาจารย์อีกครับ (อาจารย์) ทำไมล่ะ เพราะครูออกข้างนอกอยู่แล้ว สรุปหลักการมา อันนี้คืออะไร ไม่มีสักอัน ถ้าให้ Open นี่ก็ต้องไม่ถามตรง ๆ อยู่แล้ว มันเป็นธรรมชาติของข้อสอบ มันเป็นแบบนั้น ถ้าครูจะไปถามตรง ๆ เช่น นวัตกรรม หมายถึง โค้กก็จดมาใช่ไหม แล้วได้อะไร ก็เอามาลอกอันที่จดมาลงไปในกระดาษครูแค่นั้นนะคะ แต่ครูจะถามว่า ในความคิดของนักศึกษานี่ นวัตกรรม อะไรคือนวัตกรรม แล้วมันเปลี่ยนไป เป็นเทคโนโลยีเมื่อไหร่ ฉะนั้นเราจะต้องอธิบายเป็นความเข้าใจของเรา ของเราแต่ละคนเองนะคะ ข้อสอบครูจะเป็นวิเคราะห์ทั้งหมด นะคะ ประมาณ 2, 3, 4, 5 ข้อนี่ล่ะ เราก็ไปอ่าน Concept มา อยาก Print อะไร ก็ Print มา จะ Open อะไร ก็ Open ไป แต่ครูจะสอบ ประมาณนี้ โอ.เค. ไหม สอบคาบหน้านะ อย่างไรก็ได้ โอ.เค. ถามไหมคะ จดมามันก็จะไม่ตรง แต่ครูไม่ออก Choice ค่ะ ครูจะออกหลักการว่า เราสามารถเอาทฤษฎี ที่ครูบรรยายมา 5, 6, 7, 8 บทนี่ เราสามารถ นำไปประยุกต์ใช้ได้ไหม เราจะไปฝึกงานแล้วเทอมหน้านี่ค่ะ เรารู้ไหมว่า เขาทำแบบนี้ เขาใช้เทคโนโลยีแบบนี้ เขาใช้สารสนเทศตัวนี้ หรือองค์กรไหนมีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ อะไร แบบไหนบ้างนะคะ เรามีความเข้าใจในบริบทนั้นหรือเปล่า นะคะ จะเป็นประมาณนี้นะคะ เป็นการสอบเก็บคะแนน Midterm ห้องนี้เรายังไม่ได้สอบเลย ปี 2 น่ะ ครูสอบอยู่เรื่อยนะ ลืมไปเลย ตอนแรกว่าจะไปสอบครั้งเดียวปลายภาค 100 คะแนน หรือ 300 คะแนน แล้วก็ไปหารเอา จะหารเท่าไรก็หารไปอย่างนี้หรือ โอ.เค. ถ้าไม่มีอะไร ขอบคุณ ขอบคุณล่าม ขอบคุณพี่ล่ามก่อนค่ะ ขอบคุณนะคะ (นักศึกษา) ขอบคุณครับ (อาจารย์) ขอบคุณค่ะ ไม่มีอะไรนะ เตรียมข้อมูลมานะคะ สัปดาห์หน้าครูจะสอบนะ อย่าลืมเด็ก ๆ โอ.เค.ค่ะ ไป สลายม็อบไป ถ้าไม่ถามอะไร (นักศึกษา) พรินต์อะไรมาก็ได้ใช่ไหม (อาจารย์) Print อะไรมาก็ได้ค่ะ อ๋อ โค้กรีบหรือ ดูรีบ ๆ นะ เหลือกลุ่มไหนบ้าง [สิ้นสุดการถอดความ]