(อาจารย์) เทคโนโลยีสารสนเทศ ก็คือ การใช้เทคโนโลยีหรือนวัตกรรมในหน่วยงานนะคะ จริง ๆ มันต้องแบ่งไปเลยว่าหน่วยงานที่เป็นทางด้านการศึกษา เราก็เลือกมาหนึ่งที่นะคะ เราก็ไปดูมาว่าหน่วยงานนี้ ตอนนี้เขามีเทคโนโลยีอะไรอยู่แล้วบ้าง แล้วเราคิดว่าเขาควรมี สิ่งที่ควรมีน่ะค่ะ ซึ่งตอนนี้ไม่มี แต่เขาควรมีน่ะ ควรมีอะไรเพิ่มเติมขึ้นมาบ้าง นะคะ โอ.เค. รบกวนพี่เก๋ ใช้ล่ามในห้องนะ จริง ๆ Project ของรายวิชา ก็คือ เราต้องช่วยกันวิเคราะห์นะคะ เป็นกลุ่มว่า แต่ละประเภทนะคะ ของหน่วยงานที่เราเรียนมานี่ มันจะมีทั้งหน่วยงานทางด้านการศึกษา หน่วยงานที่เป็นทางด้านการทำธุรกิจนะคะ ทางด้านเอกชนน่ะนะคะ พวกนี้แล้วกัน แล้วให้ช่วยกันวิเคราะห์ว่าตอนนี้เขามีการใช้เทคโนโลยีอะไรบ้างในองค์กรเขา แล้วเราคิดว่า... คือข้อมูลพวกนี้เราจะได้มาจากการที่เราไปถามเขาน่ะนะคะ จริง ๆ ก็อยากให้วิเคราะห์อยู่ แต่เรา มีหน่วยงานที่เราจะไปถามเขาได้ไหม พอให้เลือกทุกคนก็ จะเล็งไปที่ศูนย์ฯ อย่างไร ว่าตอนนี้มีเทคโนโลยี อะไรบ้าง แล้วยังขาดอะไรอยู่นะคะ แล้วถ้าไม่ใช่ที่ศูนย์ฯ เราจะไปถามที่ไหนได้อีกมีไหมคะ ลองเสนอมาสิ ศูนย์ฯ น่ะที่หนึ่งล่ะ เป็นหน่วยงานทางด้านการศึกษา ถ้าหน่วยงานเอกชน เรารู้จักร้านหรือมีญาติพี่น้อง หรือคนรู้จักที่เขาทำร้านค้าไหมคะ เปิดร้านหรือแบบ... ถ้าขายของออนไลน์ มันไม่ถือว่าเป็นร้านค้าน่ะ มันไม่ใช่องค์กรนะคะ มันต้องเป็นองค์กร เป็นโรงเรียนก็ได้ มีไหมคะ พ่อ แม่ ลุง ป้า น้า อา เป็นครู มีหรือเปล่า ไม่มี มีญาติพี่น้องเป็น อบต. มีไหมคะ อยู่เทศบาลอะไรอย่างนี้ ก็ไม่มีอีก นั่นล่ะครูถึงว่าเคสน่ะ มันยกตัวอย่างยาก คือ เราต้องลงไปถามเขาน่ะค่ะ ว่า ตอนนี้เขามีการใช้เทคโนโลยีอะไร แล้วเราคิดว่าจากที่เราเรียนมานี่ เขาควรจะมีอะไรเพิ่ม เพื่อให้การทำงานของเขาสะดวกนะคะ โอ.เค. นะ ไม่เป็นไร เอาเป็นว่าสัปดาห์หน้า พฤหัสบดี ศุกร์ พวกเรามาทดลองใช้ตัวระบบอันนั้นให้ครูหน่อยแล้วกันนะ มาให้ครบนะคะ ชวนกันมาให้ครบทุกคนนะคะ ไม่ได้ซีเรียส เราจะได้ความรู้เพิ่มเหมือนการอบรมนะคะ จะมีอาจารย์มาจากมหาสารคามมาอบรมให้ เป็นการจัดการเรียนการสอนธรรมดานะ แต่ว่าเดี๋ยวสักวันอังคารหน้าจะคุยกันก่อน เพราะว่าครูใช้รูปแบบนี้นะคะ ใน Google Classrom ตอนนี้ครูสร้าง Classroom ไว้แล้วนะคะ แล้วประมาณวันอังคารหน้านี่ จะให้เราทุกคนเข้าไปในกลุ่มนั้น แล้วไม่ต้องออกจากกลุ่มนั้นนะ คือเราอยู่ในกลุ่มนั้นตลอดเลย แล้วถ้าเราอยากได้ความรู้ สื่ออะไรมันจะอยู่ในนั้นทั้งหมด เราสามารถไปโหลด ไปทำแบบทดสอบนู่นนี่นั่นได้ วันหน้าเราไปทำงาน เรายังอยากสนใจ ที่จะดูหรือศึกษาเรื่องนี้ มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรม แต่เน้นที่ฝึกการคิด นะคะ เพราะรูปแบบของการเขียนโปรแกรมของเรา มันมีหลายแบบนะคะ จากที่หลักสูตรของเรา ทำการปรับปรุงไปนี่ มันมีปัญหาว่า ปัญหาที่พบนะคะ ก็คือนักศึกษานี่ไม่มี Algorithm จำคำนี้ได้ไหมคะ ลืมหรือยัง ไม่มี Algorithm ในการทำงาน ซึ่งคำว่า "Algorithm" นี่มันไม่ได้ ใช้แค่เฉพาะในการเขียนโปรแกรมนะคะ Algorithm ภาษาไทย แปลว่าอะไรคะ มันคือลำดับขั้นตอน กระบวนการ หรือวิธีการนะคะ ในการทำ ในการแก้ปัญหา อะไรก็ได้ในชีวิตประจำวันของเรานี่คะ อย่างเช่น เบญ รถยางรั่ว นี่ ถือเป็นปัญหาเกิดขึ้นล่ะ เราจะมีขั้นตอนในการแก้ปัญหานี้อย่างไร อันนี้ถือว่าเป็น 1 Algorithm ซึ่งวิธีการขั้นตอนแต่ละคนก็จะต่างกัน มันขึ้นอยู่กับ ประสบการณ์นะคะ ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ มันจะมีทั้งทางตรงทั้งทางอ้อมนะ ว่าพอเจอปัญหาแล้ว เราจะแก้ปัญหา อย่างไร อันนี้คือ Algorithm ค่ะ ฉะนั้น ที่สำรวจมาแล้วพบ ก็คือ เด็ก IT นี่ จริง ๆ ครูไม่ได้มองว่าแค่เด็ก IT หรอก แต่พอดีหลักสูตรที่ปรับปรุง มันเป็น หลักสูตรเทคโนโลยีสารสนเทศนะคะ ก็เลย เล็งมาตรงนี้นะคะว่า เรา ยังอ่อนเรื่องการคิดแก้ปัญหา ซึ่งมันก็คือ Algorithm นะคะ คราวนี้พอพูดถึง Algorithm มันก็จะมีโครงสร้างของ Algorithm อีก 3 แบบ นะคะ ก็คือ การคิดแก้ปัญหาแบบที่ เป็นลำดับขั้นตอน มันมีบางปัญหาที่มัน ต้องแก้ปัญหาตามลำดับนะคะ บางปัญหามันก็จะมีทางเลือก ให้เลือกแก้ปัญหาอย่างนี้ค่ะ เนื้อหาจะเป็นประมาณนี้ เป็นการอบรมนะคะ แล้วอาจารย์ที่มา นี่ก็จะมาสอนเกี่ยวกับการใช้งานโปรแกรม Scratch ห้องนี้ เคยใช้งานมาก่อนไหมคะ พวกเราเคยใช้ไหม Scratch ออนไลน์น่ะ เคยใช้ไหมคะ เคยได้ยินไหม จริง ๆ โปรแกรมตัวนั้น นะคะ มันใช้สำหรับฝึกการคิด เราเขียนโปรแกรมไม่ได้เลย เรา ก็สามารถใช้โปรแกรมนี้ได้นะคะ คือ ปกติเวลาเราเขียนโปรแกรมนี่ เราต้องโค้ดเองใช่ไหม แต่ตัวโปรแกรม Scratch นี่ มัน จะมี Object ให้สำเร็จรูป นะคะ เราแค่หยิบ Object นั้นมาวาง นะคะ ใช่ ๆ มันจะมี 2 หน้า หน้านี้คือหน้าที่โชว์ อีกหน้าหนึ่งคือเป็นหน้าเหมือนเขียนโค้ด มันมีหลายโปรแกม แต่ลักษณะการทำงานจะเป็นแบบนี้นะคะ คราวนี้วิธีการ คือ เราจะ Control ตัวนี้ เช่น Scratch นี่ มันจะมีให้หลายตัว แต่ตัวที่เขาชอบยกตัวอย่าง ก็คือ แมว ไอ้ตัวแมวตัวนั้นน่ะ เราก็เอาแมวนั้นมาวาง แล้วตัว Control นี่ เราก็ไปหยิบคำสั่งมา Control ให้แมวนี่ มันทำอะไรนะคะ ซึ่งครูไม่ได้สอนเลยนะวันนั้น อาจารย์ที่มาจากสารคามจะเป็นคนแนะนำ และพาเราทำกิจกรรมร่วมกันนะคะ ไม่ได้ซีเรียสมาก ก็จะเป็นช่วงเช้า พักเที่ยง แล้วก็ อบรมช่วงบ่ายนะคะ แล้วก็วันศุกร์อีก เป็นเช้า-บ่ายนะคะ เป็น 4 เรื่อง ก็คือ เรื่องที่ครูให้ไปดู บางคนไปดูแล้ว เดี๋ยวครูจะให้ดูอีกทีนะคะ จริง ๆ เราต้องศึกษา ตัวสื่อนั้นมาก่อน เพราะก่อนที่จะอบรมนะคะ เขาจะให้ทำแบบทดสอบก่อนเรียนก่อนตัว Pre-Test น่ะ ไม่ซีเรียสเราจะได้คะแนนเท่าไรก็ตาม แต่ Post-Test น่ะ จะวัดว่า จริง ๆ วิชานี้เราเคยเรียน มาแล้วด้วยนะ ตั้งแต่ปี1 ปี 2 น่ะ หลักการเขียนโปรแกรมนะคะ ฉะนั้นเดี๋ยวเราไปศึกษาเนื้อหาอะไรมาแล้ว เดี๋ยวค่อยว่ากัน เดี๋ยวอาทิตย์หน้าค่อยนัดกันอีกทีว่าอย่างไรนะคะ ตอนนี้ ครูเอาพวกสื่อ เอาอะไร เข้าในระบบแล้วทั้งหมด เหลือแค่นักศึกษาเข้ามาในระบบ แค่นั้นเองนะคะ ใน Google Class นั่นล่ะ เดี๋ยวค่อยว่ากัน มีคนมาเพิ่ม ส่วนหนึ่งแล้ว โน้ต ยัง ปลานิล มาแล้วนะ เช็กชื่อเพิ่ม กี้ ประวิทย์ ประวิทย์ อ้อม มาแล้ว หญิงมาหรือยัง มาแล้วค่ะ แตงกวา โอ.เค. เจ้าเต้ยมาหรือยัง ยัง มีใครอีก มุกมาหรือยัง ยังนะ โอ.เค. เรียนเนื้อหาของเราต่อนะคะ จริง ๆ เรื่องนี้นี่ ถ้าเรียน IT เราต้องรู้ ตอนสมัยครูเรียนโทนี่ ก็เรียน IT เหมือนกัน แต่มันยังไม่มีอันนี้นะคะ มันยังไม่มีเรื่องนี้ เราเคยได้ยินคำนี้ไหม ระบบธุรกิจอัจฉริยะ BI นะคะ Business Intelligence จบไป เราสามารถ ไปทำงานทางด้านนี้ได้เลยนะคะ ซึ่งตอนนี้มันกำลัง เป็นเทรนด์นะคะ การใช้ BI ในการทำธุรกิจนะคะ ฉะนั้นเราจบไปนี่ มีคนถามว่า เคยได้ยินคำนี้ไหมนะคะ เราจะได้ยินวันนี้ล่ะว่า BI มันคืออะไร หรือไปฝึกงาน พี่เขาถามว่าน้องใช้โปรแกรมนนี้ เป็นไหม อย่างนี้ค่ะ คือตอนนี้ทุกที่ นะคะ โดยเฉพาะโรงพยาบาล เขาใช้ตัวนี้เยอะนะคะ แล้วก็ นอกจากโรงพยาบาล ก็จะเป็นพวก บริษัทที่เป็นการสื่อสาร โทรคมนาคม TOT พวก AIS พวก ด้านนี้นะคะ พวกนี้ เขาจะใช้ระบบนี้ในการทำธุรกิจนะคะ ภาษาไทยใช้คำว่า "ระบบธุรกิจอัจฉริยะ" แปลว่ามันต้องไม่ใช่ระบบธุรกิจธรรมดา มันต้องมีความ Intelligence นะคะ เป็น BI ด้วย เรา มาดู BI คืออะไรนะคะ BI ก็คือ จริง ๆ มันมีโปรแกรมหลายตัว ที่ใช้ในการจัดการ แต่มันมีตัวที่เขานิยมใช้นะคะ ของ Microsoft ก็คือ Power BI นะคะ มันคือโปรแกรมหรือ Software ตัวหนึ่ง ที่นำข้อมูลไปทำรายงานในรูปแบบต่าง ๆ ให้มันเหมาะกับผู้ใช้นะคะ การสร้างรายงานนี่ รายงานที่ดีมันจะต้อง เอาข้อมูลที่มีมาวิเคราะห์ มาแสดงความสัมพันธ์ของข้อมูลนะคะ ไม่ว่า ข้อมูลทั้งภายในองค์กรเอง หรือข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ภายนอกองค์กรนะคะ วิเคราะห์เสร็จแล้วจะต้องได้รายงาน ในรูปแบบที่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้ นำไปใช้ในการวางแผนนโยบายกลยุทธ์ของ การทำธุรกิจต่อไป แต่ในรูปแบบของ BI นะคะ เดี๋ยวเราจะได้เห็นภาพ พูดในภาพรวมไปก่อนนะคะ BI ประกอบด้วยอะไรบ้างนะคะ องค์ประกอบ ของ BI ตัวแรก ก็คือ องค์กรไหนจะ ทำ BI ได้นี่ องค์กรนั้นจะต้องมี Data Warehouse มาก่อน Data Warehouse คืออะไร ก็คือ Database แต่มันเป็น Database ขนาดใหญ่ ฐานข้อมูลขนาดใหญ่นะคะ ที่เก็บข้อมูลทั้งหมด ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานขององค์กรทั้งภายในภายนอกนี่ ไม่ได้เก็บข้อมูลแค่ภายในนะคะ ต้องมีข้อมูลภายนอกที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน ขององค์กรนี่เก็บไว้อยู่ด้วยนะคะ วัตถุประสงค์ในการเก็บ ก็คือ ใช้ในการออกแบบรายงานนะคะ ตัวแรก ก็คือ ต้องมี Data Warehouse ซึ่งส่วนมากองค์กรธุรกิจก็จะมีอยู่แล้วนะคะ เราจะ ไม่เรียก Database เพราะอันนี้มันใหญ่กว่า Database ขึ้นไป ก็คือ Data Warehouse นะคะ แล้วก็จะมี Data Mart นะคะ Data Mart ก็คือ เหมือนกับฐานข้อมูลเฉพาะที่ใช้ในการเก็บข้อมูลที่มีลักษณะเฉพาะเจาะจงนะคะ อย่างเช่น ข้อมูลสินค้าคงคลัง ข้อมูลการขาย อันนี้คือข้อมูลเฉพาะอย่าง ข้อมูลเฉพาะเจาะจงลงไป เราเรียกว่า “Data Mart” นะคะ ซึ่งการนำข้อมูลมาสร้างความสัมพันธ์ เพื่อสร้างรายงานต่อไปนี่ ข้อมูลเหล่านั้นมันต้องเกี่ยวข้อง มันต้องสัมพันธ์กันนะ มันถึงจะเอาไปสร้างเป็น BI ได้นะคะ มี Data Mining นะคะ มีการทำเหมืองข้อมูล ก็คือ นำคลังข้อมูลหลัก Data Mining หมายถึง มีฐานข้อมูลอยู่แล้วค่ะ แต่เรานำข้อมูลที่อยู่ในฐานข้อมูลตัวนั้นมา ประมวลผลใหม่ ซึ่งก่อนหน้านี้ เรามองว่า Data Mining มันก็สุดยอดแล้ว มันก็เจ๋งแล้ว ในการ จัดการเกี่ยวกับข้อมูล จัดการเกี่ยวกับการสร้างรายงาน นะคะ แต่ BI นี่ มัน... มันลึกกว่านั้นอีกนะคะ มันเอา ข้อมูลจาก Data Mining นี่ ที่เก็บข้อมูลเอาไว้ เป็นรูปแบบรายงานอยู่แล้วนี่ มาทำใหม่ มาสร้างเป็น รายงานใหม่นะคะ โดยนะคะ มันจะมีสูตรในการหาความสัมพันธ์ เราเรียกว่า "Business Formula" สูตรทางด้านธุรกิจ สูตรนี้นะคะ มันก็จะมีเงื่อนไขต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องนะคะ สิ่งที่ได้ออกมา มันจะเป็นในรูปแบบของกราฟ ของแผนภูมิ ของตาราง แต่มันจะเป็นรูปแบบที่เปรียบเทียบข้อมูลได้ชัดเจนขึ้น ได้เยอะขึ้นนะคะ ช่วยในการตัดสินใจ นอกจากนี้ ก็จะมี Operation Resource นะคะ หมายถึง ใช้หลักทางคณิตศาสตร์มาช่วยในการแก้ปัญหา นะคะ มันก็จะมี Algorithm หรือรูปแบบ วิธีการที่ซับซ้อนเข้าไป แต่เป็นวิธีการทางคณิตศาสตร์นะคะ นอกจากนี้ BI ก็ยังมี O-L-A-P นะคะ เราเรียก OLAP เป็นเครื่องมือที่ช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูล แต่ OLAP มันจะดีกว่าเครื่องมือตัวอื่นตรงที่มันสามารถวิเคราะห์ข้อมูล ได้หลายมิติหลายมุมนะคะ โดยที่ เวลาที่เราวิเคราะห์ข้อมูลนี่ ที่ผ่านมา คือ เราวิเคราะห์ข้อมูลมุมใดมุมหนึ่งนะคะ ก็คือมิติเดียว แต่ถ้าเกิดเป็น O-L-A-P นี่ OLAP นี่มันเป็นเครื่องมือที่วิเคราะห์ข้อมูลได้หลายมุมน่ะนะคะ ลองมองมุมนี้ก็จะได้ข้อมูลตัวนี้ออกมาเปลี่ยนมุมมองนะคะ อันนี้คือหลายมิติ มองหลายมุมก็จะได้ข้อมูลหลาย ๆ มุม หลาย ๆ ด้านออกมานะคะ โดยสามารถเลือกผลลัพธ์ที่แสดง นะคะ ของรายงานนี่ ในรูปแบบของตารางหรือกราฟ ก็ได้นะคะ โดยกราฟที่แสดงนี่ มันจะแสดงเป็นกราฟได้หลายมิติน่ะ มันจะทำให้ผู้บริหารทุกระดับที่ใช้ BI นี่ มีความรู้สึกว่า อ๋อ คิดได้ครอบคลุม ทุกด้านก่อนที่จะตัดสินใจ ดำเนินธุรกิจต่อไปในทิศทางไหนนะคะ นอกจากนี้นะคะ BI ก็จะประกอบไปด้วยระบบการสืบค้นและออกรายงาน ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ใช้ โดย การทำนี่ มันก็ยุ่งยากพอสมควรนะคะ ของเราน่าจะเวลาไม่พอในการทำ BI เดี๋ยวครูจะให้แหล่งข้อมูลไว้แล้วกัน เผื่อเราสนใจ เราก็ลองไปศึกษาดูนะคะ BI มัน สร้างจาก Excel แต่เป็น Excel ในมุมมอง Private นะคะ เดี๋ยวค่อยว่ากัน เป็นขั้นสูงของการใช้ Excel นะคะ ทำไม ถึงมีการใช้ Business Intelligence เยอะ ตอนนี้เริ่มเยอะขึ้นนะคะ โดยเฉพาะกับองค์กรทางด้านธุรกิจ การค้า การลงทุนนะคะ จุดเด่นของ BI ก็คือ มันใช้งานง่าย มีฐานข้อมูลอยู่แล้วนะคะ เอาโปรแกรมเข้ามาจัดการฐานข้อมูลนั้น อะไรประมาณนี้นะคะ คำว่า "ใช้งานง่าย" ก็คือ "คลิก" น่ะค่ะ คลิกสร้างความสัมพันธ์ระหว่างตารางนี้กับตารางนี้ นะคะ แล้วมันก็จะได้ข้อมูลในรูปแบบอื่น ออกมานะคะ โดยข้อมูลที่ได้นี่ มันจะมี ความถูกต้องแม่นยำ มีความรวดเร็วในการดึงข้อมูล ทำให้หน่วยงานไหนที่มีการใช้ระบบนี้ นะคะ จะได้เปรียบคู่แข่งนะคะ เดี๋ยวจะเอาตัว Output ให้ดูนะคะ จุดเด่นอีกตัวหนึ่ง ก็คือ มันสามารถดึงข้อมูลนะคะ จากฐานข้อมูลที่แตกต่างกัน ที่หลากหลายได้นะคะ ไม่ว่าข้อมูลนั้นจะอยู่ใน Excel คือบางหน่วยงานนี่ เก็บข้อมูลใน Excel ในโปรแกรม Excel นะคะ แต่บางที่ก็ใช้ฐานข้อมูลอยู่ แต่ใช้ FoxPro นะคะ หรือบางที่ก็ใช้ Access ใช้ dBase หน่วยงานใหญ่ขึ้นมาหน่อยก็จะเป็น ORACLE นะคะ SQL Server Informix อันนี้คือรูปแบบของฐานข้อมูลที่ใช้ แล้วมันต่างกัน นะคะ แต่ที่ผ่านมานี่ คือ เวลาเรา จะเอาฐานข้อมูลที่หน่วยงานเรามีนี่ ไปสร้างรายงานนี่ มันจะยุ่งยากในการปรับรูปแบบให้เป็นรูปแบบเดียวกัน นู่นนี่นั่นนะคะ แต่ถ้าเป็น BI ไม่ต้องนะคะ มันจะมีฟังก์ชันที่... เขาเรียกอะไร สร้างความสอดคล้อง ให้กับฐานข้อมูลแต่ละ ฐานข้อมูลได้เลยนะคะ มันก็เลยเป็นจุดเด่น ของตัว BI ฉะนั้นหน่วยงาน ไม่ต้องกังวลว่า อ้าวก็หน่วยงานเราใช้ FoxPro มาตั้งนานแล้ว เก็บข้อมูล ไว้เป็นฐานข้อมูลในรูปแบบ... โดยใช้ตัว DBMS ก็คือ FoxPro นะคะ แต่อีกหน่วยงานหนึ่ง คือ การเลือกใช้ฐานข้อมูลนี่ มันขึ้นอยู่กับความถนัดของทีมโปรแกรมเมอร์ของหน่วยงานนั้น ๆ เราไม่สามารถไปบังคับเขาได้ว่า ต้องใช้ตัวนี้ ๆ นะคะ นอกจากว่า หน่วยงานนั้นมีฐานข้อมูลนั้นอยู่แล้ว อย่างเช่น ใช้ ORACLE อยู่แล้ว จะรับคนเข้ามา รับโปรแกรมเมอร์เข้ามาพัฒนางานต่อนี่ โปรแกรมเมอร์ก็ต้องใช้ ORACLE เหมือนกันอย่างนี้ค่ะ แต่ส่วนมากถ้าเป็นหน่วยงาน ยิบย่อยอะไรอย่างนี้นะคะ เขาก็จะใช้ต่างกันไป ใช้ dBase บ้าง เคยใช้ dBase มา ใช้ FoxPro มา บางที่ ไม่ได้ใช้เป็น DBMS ด้วยซ้ำนะคะ ก็คือ เก็บข้อมูลใน Excel นะคะ มีข้อมูลใน Excel เต็มเลย แต่พอจะมาสร้าง BI ทีนี้ เรา ไม่ต้องไปปรับเปลี่ยนรูปแบบของข้อมูลที่เก็บเลยนะคะ BI มัน Support เกือบทุก Database นะคะ ที่ใช้งานกันอยู่ Progress มันก็ Support นะคะ DB2 ก็ Run เข้า BI ได้นะคะ โดยที่ไม่ต้องเขียนโปรแกรมเพิ่มด้วยนะคะ แต่ในความดี มันก็มีข้อจำกัดนะคะ ปัญหาที่พบในการใช้ ก็คือ อย่างที่บอกไปนะคะ การทำงานนี่ มันจะใช้ตัว Dashboard นะคะ ตัว Dashboard มันหมายถึง ตัวที่ Merge ข้อมูลให้เป็น ข้อมูลประเภทเดียวกันนะคะ ถ้าข้อมูลที่จะนำมาสร้างในตัว BI นี่ มา สร้าง BI นี่ค่ะ มันอยู่คนละ เขาเรียกอะไร แพลตฟอร์มนะคะ เราต้อง Export ข้อมูลตัวนั้นออกมาก่อน นะคะ จึงจะสร้างเป็น Dashboard ได้ เหมือนเราแปลงข้อมูลเป็น .xml อะไรพวกนั้นน่ะนะคะ เวลาเขียนโปรแกรม อันนี้เขียนเหมือนกันนะคะ เพราะตัวข้อมูล ที่นำมาวิเคราะห์นะคะ มันจะใช้ในการพยากรณ์ข้อมูล คือ Data Mining ก็พยากรณ์นะคะ แต่ BI นี่ มันจะพยาการณ์ได้หลายมิติ ได้หลายมุมกว่านั้น คราวนี้นะคะ บางระบบนะคะ การเก็บข้อมูลนี่เขาเก็บ.. เขาเรียกว่า “การเก็บแบบเชิงปริมาณ แบบเส้นตรง” หมายถึงว่า เก็บข้อมูลทื่อ ๆ น่ะ เก็บข้อมูลแบบนี้ แล้วอยากมาสร้างเป็น BI นะคะ ต้องทำ เป็นแบบ Simulation ขึ้นมาก่อนนะคะ ดูก่อนว่ามันเวิร์กไหมข้อมูลที่มี บางทีข้อมูลมันไม่ครบนะคะ มันก็ทำให้เราได้รายงานที่มันไม่สมบูรณ์นะคะ BI บางค่าย บางบริษัทนะคะ มันไม่มี Data Mining ในการจัดการฐานข้อมูลให้ นะคะ มันก็จะแยกการวิเคราะห์ออกมาอีกระบบหนึ่งนะคะ อันนี้เป็นปัญหาที่เขาสรุปมาให้ว่า ในการใช้ BI นี่มันมีปัญหาแบบนี้นะ เขาบอกว่า องค์กร ขนาดใหญ่บางที่นี่ ต้องใช้เวลาในการ Implementation หมายถึง การติดตั้งระบบ เข้าไปน่ะ ใช้เวลานานนะคะ แล้วบุคลากรในองค์กรเอง ก็ไม่ได้มีความคล่องแคล่วในการใช้งานนะคะ ก็ถือเป็นปัญหาเหมือนกันนะคะ การ Upgrade มันมี 2 คำนะคะ คือ Update Update นี่คือข้อมูล แต่ถ้าพูดถึง การ Upgrade เราจะมองไปที่พวก Hardware นะคะ การ Upgrade ระบบจากเดิมนี่ ไปเป็นตัวใหม่ มันค่อนข้างทำได้ยาก นะคะ บางที BI มันก็จะมี การพัฒนาเวอร์ชันนะ ถ้าเป็นฐานข้อมูลรุ่นเก่า มากนี่ มันก็ไม่ Support นะคะ มันไม่สามารถ Export ข้อมูลออกมา แล้วก็ไปสร้าง เป็นรายงานรูปแบบใหม่ได้ อันนี้ถือเป็นปัญหานะคะ หรือบางระบบ บางองค์กรนะคะ พนักงาน หรือเจ้าหน้าที่ทางด้าน IT นี่ ไม่มีความรู้ความเข้าใจ ในเชิงธุรกิจ ก็คือ มีความรู้ความเข้าใจในทางด้านคอมพิวเตอร์ การใช้คอมพิวเตอร์ การเขียนโปรแกรม แต่พอ ไปทำธุรกิจหรือการจัดการทางด้านธุรกิจนี่ไม่มีความรู้ อันนี้ก็ ถือเป็นปัญหานะคะ ในการพัฒนาระบบ BI เหมือนกัน องค์กรขนาดเล็กไม่เหมาะสำหรับการทำ BI เพราะว่า BI มันเป็นระบบที่มีค่าใช้จ่าย ค่อนข้างสูงพอสมควร ตอนแรกที่มีการเริ่ม ต้นทำนะคะ เพราะว่า BI นี่ มันจะมีฟังก์ชันการสร้างรายงานที่ หลากหลายนะคะ อยากได้รูปแบบไหน สามารถสร้างได้เลย ฉะนั้นพอเราลงทุนซื้อนี่ ซื้อตัว Software ที่จะมาสร้างนี่ มันก็เลยค่อนข้างจะใช้งบประมาณ พอสมควรนะคะ มันเลยไม่เหมาะสำหรับองค์กรขนาดเล็ก ๆ ก็เก็บฐานข้อมูลตัวเองไปนะคะ ไม่ต้องถึงกับสร้างเป็นระบบ Business Intelligence นะคะ คราวนี้ เรามาทำ ความรู้จักกับโปรแกรมที่ใช้ในการจัดการ ฐานข้อมูลให้เป็นฐานข้อมูลธุรกิจ อัจฉริยะนะคะ ก็คือ โปรแกรม Power BI เคยได้ยินคำนี้ไหมคะ เคยไหม โปรแกรม Power BI เคยไหมคะ เป็นของ Microsoft นะคะ ใช้ในการประมวลผลข้อมูลนี้ล่ะนะคะ ผลที่ได้ออกมานี่ มันจะอยู่ในรูปแบบของ Chart ตาราง เป็นกราฟที่สวยงามเลย เห็นได้หลายมิติ คลิกปุ๊บนี่ ข้อมูลเปลี่ยนนะคะ เขาก็จะ นำกราฟหรือรายงานที่ได้นี่ ผู้บริหารก็จะเอาไปใช้ในการตัดสินใจว่า จะทำอย่างไรต่อไปนะคะ เป็นตัววิเคราะห์ข้อมูลนั่นล่ะนะคะ ตัวนี้เป็นของ Microsoft มันมีของค่ายอื่นด้วยนะคะ แต่เขานิยมใช้ตัวนี้ เพราะว่ามันใช้งานง่าย หน้าตาจะเป็นประมาณนี้ อันนี้คือสร้างเสร็จนะคะ สร้างเสร็จแล้ว อาจจะอยู่ในรูปแบบ ของกราฟแบบนี้ค่ะ แต่ปกติที่ผ่านมาเวลาเราเห็นกราฟ หรือแผนภูมินี่ มันจะเป็นกราฟมิติเดียวอย่างนี้นะ เป็นแท่ง ก็เป็นแท่ง เป็นแท่งเดียวแบบนี้ แต่ถ้าเกิดเป็น Power Bi นี่ค่ะ มันจะเห็นมุมมองอื่น ด้วย สามารถสร้างกราฟหลายรูปแบบในตัวเดียวกัน นะคะ อย่างเห็นแนวโน้มของปีที่แล้ว ปีนี้ ปีหน้า อย่างนี้ค่ะ สร้างได้ในตัวเดียวกันนะคะ อันนี้คือความ มหัศจรรย์ของตัวนี้นะคะ สร้างได้หลายแบบ นะคะ ในเชิงธุรกิจ รู้สึกเราจะคุ้นเคยตัวนี้นะคะ เพราะทางด้านธุรกิจมันมีงาน หลายด้านนะคะ นี่เป็นตัวอย่างของ Power BI ทำอะไรได้บ้างคราวนี้ ทำไมถึงนำเสนอเป็น Power BI ครูเหมือนเป็นตัวแทนมาจาก Microsoft มานำเสนอ Power BI มาขายของนะนี่ โฆษณาไปเสร็จ ซื้อไหมนะคะ การทำงานหลัก ๆ นะคะ ของ Power BI ก็คือ การนำฐานข้อมูลขององค์กร ที่มี ที่เป็นฐานข้อมูลขนาดใหญ่นี่ค่ะ ไม่ว่า จะอยู่ในรูปแบบฐานข้อมูลที่เก็บใน DBMS ที่ เป็น Access นะคะ เป็น Excle ก็ได้นะคะ เป็น MySQL, ORACLE หรือแม้กระทั่งฐานข้อมูลที่เก็บ อยู่ในพวก Facebook , Google เรารู้ไหมว่า Facebook นี่มีการเก็บฐานข้อมูล อะไรของเราไว้บาง เก็บทุกอย่างเลย ทุกอย่างนี่ ไม่ใช่แค่ข้อมูลที่เราโพสต์นะ เก็บแม้กระทั่งว่า เราเข้าใช้งานเมื่อไหร่ ปีไหน วันไหน เวลาไหน เราไปทำอะไร ดีไหม มองว่าดี ก็ดีนะ มองว่ามันน่ากลัว มันก็น่ากลัวนะ Facebook นี่รู้จักเราดีกว่าตัวเราเองอีก เราจำได้ไหมว่า วันนี้ของปีที่แล้วเราทำอะไรอยู่ แต่เฟซบุ๊กน่ะรู้ มันก็จะแจ้งเรามา เป็นระยะ ปีนี้ของปีที่แล้ว คุณอยู่ตรงนู้น ตรงนี้ ตรงนั้น จำได้ไหม เราน่ะไม่ได้สนใจ นะคะ แต่ Facebook นี่มีข้อมูลนะคะ ข้อมูลพวกนี้นะคะ เขาเรียกการ วิเคราะห์แบบ Analytics นะคะ ก็คือ มันจะเอาข้อมูลพวกนี้มาเชื่อมโยงกัน เรานึกถึงว่า ความฉลาดอีกอันหนึ่งของโซเชียล ก็คือ LINE นี่ ไม่เป็น แต่ Facebook นี่เก็บ วันดีคืนดีมันก็ดึงมาว่า คนนี้คุณรู้จักไหม ติ๊ง! ขึ้นมานะคะ อาจ เป็นเพื่อเราตั้งแต่สมัย 20 ปีที่แล้ว นึกออกไหมคะ ดูหน้า คุ้น ๆ นะคะ เราก็ไปกด Add เพิ่มเพื่อน เพิ่มคนนั้นคนนี้ อย่างนี้นะ มันรู้ได้อย่างไรว่า คนนี้เป็นเพื่อนเรา เรายังไม่รู้เลย บางทีเจอหน้ากัน ยังจำไม่ได้เลยว่า เพื่อนเราหรือเปล่าวะ ไม่ได้เจอกันมา 20 ปีแล้วอย่างนี้ค่ะ แต่ Facebook นี่ มันจะดึง เชื่อมโยงเครือข่ายกัน แล้ว เก็บไว้ตลอด อย่าง LINE นี่ เวลาเรา โพสต์อะไรไป แล้วถ้าไม่โหลดภายในระยะเวลา ที่มันกำหนด กี่วัน มันให้โหลดได้กี่วัน สมมุติว่า ครูอัปสไลด์ปุ๊บ เราต้องโหลดภายในกี่วัน หลังจากนั้น มันจะโหลดไม่ได้ รูปเหมือนกัน มันสามารถโหลดได้กี่วัน (นักศึกษา) 7 วัน (อาจารย์) อาทิตย์หนึ่ง 7 วันเท่านั้นนะคะ หลังจากนั้น ถ้าเราไม่เคยเข้าไปดูไฟล์นั้นเลย หรือรูปนั้นเลย เราจะไม่สามารถเปิดได้อีก ไฟล์นั้นน่ะ นะคะ มันก็จะเหลือแค่ลิงก์ไว้ให้ แต่เข้าไม่ได้ อย่างนี้ค่ะ แต่ Facebook นี่ไม่ใช่ค่ะ แล้วเราคิดดูว่า ขนาดข้อมูลเราคนเดียวเยอะแค่ไหน แล้วข้อมูล คนกี่ร้อยล้านทั่วโลกน่ะนะคะ มันจะเยอะขนาดไหนนะคะ พวกนี้ ข้อมูลเหล่านี้ นะคะ เขาจะมาทำการวิเคราะห์ เราเรียก การ Analytics นะคะ มาเชื่อมโยง มาวิเคราะห์ แล้วก็สร้างเป็นฐานข้อมูลออกมา อันหนึ่งนะคะ ในรูปแบบกราฟ ในรูปแบบตาราง อะไรก็ว่าไปนะคะ ตามที่ผู้ใช้ต้องการ เขาเอาไปทำอะไรทีนี้ เขา ก็เอาไปทำฐานข้อมูลทางธุรกิจอย่างไรนะคะ เราเป็นอย่างไร ตอนนี้ เรียนอยู่ที่ไหน เรียนแล้วหรือมีความชอบด้านไหน มันจะเก็บทั้งหมดค่ะ เพราะเวลาเราเข้าไปนี่ คนเรานี่ มันจะมีพฤติกรรม เขาเรียกพฤติกรรมผู้บริโภคนะ เข้าไปปุ๊บ เราก็จะเข้าแต่เว็บนั้นล่ะ ไม่กี่เว็บหรอกที่เข้า อย่างนี้ค่ะ มันก็จะเก็บ นะคะ ฉะนั้นข้อมูลพวกนี้ นะคะ มันก็จะเก็บข้อมูลของเรา เอาไว้นะคะ ตัว Power BI ก็จะ นำข้อมูลพวกนี้มาวิเคราะห์ว่า เราควรจะเป็นอย่างไร จริง ๆ แล้ว ถ้าพูดถึงการนำไปใช้ประโยชน์ก็ดีนะ ครูก็มองว่า ถ้าเราจะวิเคราะห์เด็กคนหนึ่งนะคะ ไม่ต้องไปถึง BI หรอก เอาแค่เป็นวิเคราะห์ Data Mining ธรรมดานี่ล่ะ พยาการณ์ว่า ภาสกรนี่ ควรประกอบอาชีพอะไรนะคะ ก็จะมาดูปัจจัย ว่าปกติแล้ว เวลาโค้กมันเข้าไปในเว็บหรือเปิดคอมฯ ขึ้นมานี่ มันทำอะไร ไปเล่นเกม วันนี้ 1 ชั่วโมง วันนี้ฟังเพลง 1 ชั่วโมง อันนี้คือเก็บ เอาไว้ เพื่อพยากรณ์ว่า คนนี้เหมาะที่จะทำ อาชีพอะไรในอนาคต จากปัจจัย ในการดำเนินชีวิตของเขา BI ทำแบบนี้ก็ได้นะคะ ซึ่งถ้ามองด้านดีก็ดีน่ะนะคะ เหมาะกับใครทีนี้ เหมาะกับเราไหม ครูบอกไปแล้วว่า การเริ่มต้นทำนี่มันค่อนข้าง จะใช้งบประมาณสูงนะคะ ฉะนั้นองค์กรที่เหมาะ ก็คือ องค์กรขนาดกลางกับองค์กรขนาดใหญ่นะคะ ถึงจะใช้ Power BI นะคะ เพราะว่า ถ้าเราทำธุรกิจเล็ก ๆ นะคะ ไม่ต้องลงทุน ขนาดนี้ แต่ถ้าเกิดธุรกิจมันเริ่มโตขึ้น มีฐานข้อมูลของ ลูกค้า มีฐานข้อมูลการซื้อ การขาย พฤติกรรม เราต้องเก็บพวกนี้ เราต้องใช้แล้วล่ะนะคะ (นักศึกษา) ประเทศไทยมีหรือเปล่าครับ อาจารย์(อาจารย์) มีเยอะแยะ เขาใช้กันไปถึงไหนแล้ว ไปฝึกงาน ถ้าเขาถามเคยได้ยินโปรแกรม นี้ไหมนี่ เคยได้ยินครับแต่ใช้ไม่เป็น เคยได้ยิน 1 ครั้ง อาจารย์แพรตะวันสอน 1 คาบ ตัว BI นี่ล่ะ Business Intelligence แต่ครูแนะนำเป็น Power BI นะคะ Power BI เป็นของ Microsoft เป็นโปรแกรมที่มาจัดการให้ธุรกิจ เป็นธุรกิจอัจฉริยะนะคะ แพง นะคะ มี 2 เวอร์ชัน มี Power BI แบบเวอร์ชัน Pro กับเวอร์ชัน Premium มันไม่มีแบบ ให้ทดลองใช้นู่นนั่นนี่นะคะ แต่ครูจะบอกแหล่งให้ ถ้าเราสนใจนะคะ ไปอบรมเพิ่มเอา ประโยชน์ของ Power BI นะคะ ดีอย่างไร ครูบอกไปแล้วว่า มันสามารถนำข้อมูลมาจากฐานข้อมูล ที่มีความแตกต่างกัน ที่หลากหลายนี่ เราเรียก “Multi Source” นะ แหล่งกำเนิดข้อมูลที่เยอะ ๆ นี่ค่ะ สามารถนำมาวิเคราะห์ร่วมกันได้ โดยที่เราไม่ต้องไปปรับแปลง ข้อมูลอะไรที่มี เก็บข้อมูลมาแล้วขององค์กร 10 ปี, 20, 30, 50 ปีอย่างนี้ค่ะ ก็เอาข้อมูลก้อนนั้นที่มีน่ะค่ะ มาวิเคราะห์เพื่อเป็นฐานข้อมูล เป็นสถิติ ขององค์กร แล้วก็เพื่อพัฒนาธุรกิจต่อไป ได้เลยนะคะ ซึ่งตัว BI นี่มันดีอยู่อย่างหนึ่งนะคะ Power BI นี่ คือ ไม่ว่าข้อมูลนั้น มันจะอยู่ในรูปแบบที่เป็น โครงสร้างหรือเป็น Unstructured หมายถึง ข้อมูลที่มันไม่เป็นโครงสร้าง มันก็จัดระเบียบให้ได้ มันจะ Cleansing ข้อมูลที่เป็นขยะออกไป มันฉลาดมากนะ ครูก็เคยไปอบรมมา ข้อมูลที่แบบบางทีเราเก็บข้อมูลเอาไว้ จะลบก็เสียดายน่ะค่ะ เก็บไว้ก็ไม่ได้ใช่ประโยชน์หรอก แต่ถ้าเกิดจะลบออก ก็รู้สึกว่า เผื่อมันได้ใช้ แต่ Power BI นี่ มันฉลาดมากพอที่ข้อมูลไหนไม่เกี่ยว มันจะลบให้เลย มันจะ Cleansing ให้เลยนะคะ การสร้าง Dashboard นะคะ หรือสร้างรายงานนี่ มันจะมีตัว Visualization นะคะ เป็นรูปแบบ ของรายงานที่มี Interactive หมายถึง รายงานที่มีการโต้ตอบกับผู้ใช้นะคะ ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบของ Web App ก็ได้ รายงานของมันไม่ได้เป็นแบบออฟไลน์นะคะ เป็น Web App ก็ได้ สามารถนำเสนอได้ทั้งบน Desktop, Desktop ของ PC นะคะ ของเครื่องคอมพิวเตอร์ บน Tablet ก็ได้นะคะ หรือบนโทรศัพท์ เราสามารถเรียกดูข้อมูล นี้ได้นะคะ ถ้าเกิดเราซื้อมาแล้วนะคะ มันก็จะมีการ Update รายงานให้อยู่เรื่อย ๆ แต่มันต้องเป็นลิขสิทธิ์นะคะ เป็นซื้อ Licence มา อันนี้คือ รูปแบบ ที่นำเสนอ อันนี้คือ ข้อมูลเดียวกันนะคะ แต่นำเสนอ ต่าง Device กัน อันนี้นำเสนอผ่าน Desktop เราเรียก Desktop นะคะ เครื่อง Desktop ก็คือ เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่อง PC น่ะ เครื่องคอมฯ อันนี้นำเสนอข้อมูลเดียวกันแต่ ผ่าน Mobile สร้างครั้งหนึ่งนะคะ ไม่ต้องห่วงเรื่องแพลตฟอร์ม อันนี้คือ ข้อดีของ Power BI นะคะ เราไปเปิดดูข้อมูลนี้ในเครื่อง PC ก็ได้ หรือเราไปเปิด ใน Smartphone ก็ได้นะคะ อันนี้ล่ะ ข้อดีของมัน คราวนี้จุดเด่นนะคะ อย่างที่ครูบอกไป ข้อดีคือ... ทำไมเขาถึงนิยมใช้ โปรแกรม Power BI ในการจัดการด้านธุรกิจ นะคะ มันใช้งานง่าย ฐานข้อมูลอะไรก็เอามาแมตช์กันได้หมด ตัวไหนข้อมูลขยะ มันก็ Cleansing ไปนะคะ การพัฒนาต่อ พอได้ฐานข้อมูลมาแล้ว เราจะพัฒนาเป็น Web App เป็น Mobile App เป็นอะไรก็ว่าไป มันทำได้ง่ายนะคะ การเข้าถึงข้อมูลของ User นี่ก็ควบคุมได้ง่าย รักษาความปลอดภัยได้ง่ายนะคะ ถึงไม่มี ความรู้เกี่ยวกับการจัดทำธุรกิจเลย แต่ก็สามารถเรียนรู้ได้โดยไม่ต้องใช้เวลานาน นะคะ แปลว่าเป็นโปรแกรมที่เรียนรู้ได้ง่าย ไม่ได้มีอะไรซับซ้อน แต่ความสามารถของมันนี่ คือ เยอะมาก ในการทำนะคะ จริง ๆ เราควรได้อบรมตัวนี้ เราจะมีความรู้นะคะ แต่ค่า Course อบรมนี่ แพงมากนะคะ วิทยากรในประเทศไทยก็มีไม่กี่คนนะคะ ที่มีความรู้ทางด้านตัว BI จริง ๆ คราวนี้ อันนี้เป็นงาน ที่ครูจะให้ทำ ที่โค้กถามว่า ในประเทศไทยมีการใช้ไหมครับ อันนี้คือบริษัทที่เขาใช้ให้ ทุกคนนะคะ แบ่งกลุ่มแล้วกันนะ เป็น 10 กลุ่ม จริง ๆ เราทำเรื่องอื่นก็ได้นะ แต่ตัวนี้ครูเลือก มาให้นะคะ ทั้งหมดนี้ เป็นตัวอย่างของธุรกิจที่เขา ใช้ BI แต่หน้าที่ของเรา คือ ไปศึกษาค้นคว้าข้อมูลมา แล้วมาเล่าให้ฟังนะคะ เราจะทำ PowerPoint หรือไม่ทำก็ได้ แต่ต้องออกมาเล่าให้เพื่อนฟังได้ว่า อย่างเช่น นกแอร์นี่ เขาใช้ BI ทำอะไรบ้าง ในการทำธุรกิจของเขานะคะ ตอนแรกครูว่า จะ ให้เราไปหาเอง ไม่มั่นใจว่าจะหาเจอไหม ก็เลย Fix มาให้เลย เราทำนอกเหนือจากนี้ก็ได้นะคะ มากกว่า 10 ก็ได้นะคะ ตอนนี้คือครู List มาให้ 10 บริษัทนี้ เขามีการจัดการธุรกิจ แบบ Business Intelligence นะคะ 1. นกแอร์ 2. ดูว่ามันจะคละ ๆ กันนะคะ มีทั้งเอกชน มีทั้งรัฐบาลนะคะ ม. กรุงเทพ ไม่มีราชภัฏสกลฯ นะ 3. นะคะ บริษัท TPI Polene เราต้องไปดูก่อนว่า พวกนี้ เขาทำธุรกิจอะไร แล้วเขาใช้ BI ทำอะไร ข้อมูลพวกนี้สามารถ ค้นได้เลยค่ะ เพราะว่า... คือ ของเมืองนอกนี่ เขาทำไปนานแล้ว แต่เรานี่เพิ่งตื่นตัวมาทำ มันก็จะ มีบริษัทที่เขานำร่องไปแล้ว มันมีประโยชน์ มันเห็นผลในการทำธุรกิจจริง ๆ อย่างนี้ค่ะ อย่าง ม. กรุงเทพ นี่เป็นเอกชนหรือเป็นรัฐบาล เอกชนนะคะ เป็น ม. เอกชน เขาก็เลยทำได้นะคะ หรือโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเทอร์เนชันแนล นี่เป็นเอกชน หรือเป็นรัฐบาล เป็นเอกชนนะคะ บริษัท SE-ED ยังใช้ BI เลย รู้จัก SE-ED ใช่ไหมคะ ทำอะไร SE-ED ทำอะไร ขายหนังสืออย่างเดียวไหม ไม่ ไปดูนะ ตอนนี้ เราเวลาที่เราเข้าไป SE-ED นี่มันไม่ได้ ขายแค่หนังสือนะ เราไปดูว่า เขาใช้ BI ทำอะไร Oishi กรุ๊ป Oishi ทำอะไร ขายอะไร (นักศึกษา) ขายน้ำ (อาจารย์) ไปดูสิว่า ตอนนี้เขาขายน้ำอย่างเดียวหรือเปล่า Advance Info นะคะ มันเป็นชื่อเต็มของมันนะคะ เราอาจจะไม่รู้จัก ครูก็เลยบอกไปด้วยว่า AIS น่ะ นะคะ ถ้าบอก AIS น่ะรู้จัก แต่ถ้าเกิดบอกเป็นบริษัท Advance Info Service รู้จักหรือเปล่า (นักศึกษา) ไม่ (อาจารย์) ไม่ มันคือ AIS นะคะ ชื่อภาษาไทย มันคือบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด นะคะ ไทยพาณิชย์ ก็มีการใช้ Bi นะคะ SCB, TMB ก็ใช้ BI เหมือนกัน แม้กระทั่ง บริษัท RS ก็ยังมีการใช้ BI คราวนี้หน้าที่เราคือ กลุ่มละกี่คนก็ได้นะคะ แต่ ให้ได้ 10 กลุ่มนะ หรือมีใครที่จะแบบ กลุ่มละ 2 คน เป็นคู่กันนั่นล่ะถูกแล้ว เพราะครูเลือกมาให้แล้ว 10 บริษัท นะคะ เราไปดู ไปค้นข้อมูลมานะคะ แล้ว เขียนใส่กระดาษ เขียนใส่กระดาษดีกว่า เขียนใส่กระดาษสีเทานั่นดีไหม มันมีเส้น บ๊อบแจกให้หน่อยค่ะ กลุ่มละแผ่นก็พอ อนุญาตให้เขียนหน้าหลังได้เลย ไม่ต้องเย็บ ไปค้นข้อมูลดูสิ นำเสนอวันนี้นะ ไม่เอาคาบอื่น เอาคาบนี้ล่ะ ว่า แต่ละบริษัทที่เราเลือกไปนี่ เขาใช้ BI ไป จัดการส่วนไหน ทำอะไรกับงานของเขาได้บ้าง พิมพ์ชื่อ ไว้เสียก่อน ใครจะเอากลุ่มไหน เรื่องอะไร ว่ามา เดี๋ยว ๆ ทีละคน แตงกว่าเอาซีเอ็ด (นักศึกษา) SCB ครับ (อาจารย์) แป๊บหนึ่ง เดี๋ยวพิมพ์หัวข้อให้ก่อน (นักศึกษา) กลุ่มละ 5 คนหรือครับอาจารย์ (อาจารย์) กลุ่มละ 2 คนค่ะ แตงกวากับเปิ้ลนะ โค้กเอา (นักศึกษา) SCB ครับ (อาจารย์) SCB โอ.เค. ภาษา... เดี๋ยวแป๊บหนึ่ง แป๊บหนึ่งนะ แป๊ปหนึ่ง 30 นาทีเสร็จไหมคะ (นักศึกษา) เสร็จครับ เสร็จ (อาจารย์) โอ.เค. เดี๋ยวให้ทำ ค้นงานก่อนนะ 30 นาทีค่ะ ตอนนี้ 10.10 น. ให้เวลา 30 นาทีนะคะ ค้นข้อมูลแล้วก็สรุปมาให้ครูว่า แต่ละหน่วยงานที่เราเลือกนี่ค่ะ เขามีการใช้ BI เข้าไปจัดการกับงานของเขาน่ะ กับบริษัทเขาน่ะ ในส่วนไหนบ้างนะคะ เริ่มนำเสนอตอน 10.40 น. นะคะ โอ.เค. (นักศึกษา) สวัสดีค่ะ ดิฉัน จะมานำเสนอเรื่อง ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) นะคะ สมาชิกในกลุ่มมี 1. นางสาวสุธีกานต์ ทาสะโก และดิฉัน นางสาวจิรวรรณ ชมชายฝน ค่ะ ในการประกอบธุรกิจของเขานะคะ มีการเอา BI เข้ามาช่วย ในด้าน Warehouse Site ซึ่งจะเป็นรูปแบบ คึกดบ่ได้ล่ะบัดทีนี่ เดี๋ยวนะคะอาจารย์ มีปัญหานิดหนึ่ง กดบ่ได้ แป๊บหนึ่งนะคะ เน็ตมันช้าค่ะ ซึ่งจะเป็นรูปแบบนี้นะคะ ซึ่งเมนูจะจัดเป็นหมวดหมู่ เป็นเมนูแบบสินค้า แบบไฮไลต์ แล้วถ้าเราจะสั่งซื้อนะคะ เราสามารถเข้าไปในที่ SE-ED Book ใกล้บ้านเราได้ ที่มีในสาขาบ้านเราได้ หรือว่าเราจะสั่งซื้อในทางเว็บไซต์มันเลยก็ได้ค่ะ และมันก็จะจัดส่งให้เราในแบบพัสดุไปรษณีย์ค่ะ และการจัดหมวดหมู่ ใน... ของมันนะคะ จะมีการจัดหมวดหมู่เป็นการขายสินค้า ขายดีภายใน 7 วันและหนังสือขายดี ภายใน 7 วันค่ะ การนำเสนอใน BI ของมันจะเป็นในรูปแบบไตรมาส แต่ว่าไม่มีการแสดงผลค่ะ เพราะว่า SE-ED Book มันจะเป็นการแสดงผล ภายในองค์กรของมันค่ะ และในการดำเนินธุรกิจของซีเอ็ดบุ๊กนะคะ จะเป็นแบบ Brick and Click ค่ะ เป็นทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์ค่ะ ค่ะ สำหรับกลุ่มพวกเราก็ขอจบการนำเสนอเพียงเท่านี้ค่ะ ขอบคุณค่ะ (นักศึกษา) สวัสดีครับ กลุ่มผมมีนางสาวอภิญา พรมเมือง ครับ และก็นางสาวจิราภรณ์ บรรทม และผม ภาสกร สุริยราช ครับ มาทำเรื่อง SCB ครับผม SCB ได้ใช้ ใช้ Power BI ทำสรุปไตรมาสครับ ไตรมาส การเติบโต 40 ไตรมาส เกี่ยวกับรายได้ครับ รายได้ การเติบโต กำไรนะครับ แล้วก็การเงินอีก 40 ไตรมาสครับ สินทรัพย์ รวมหนี้สิน รวมส่วนของผู้ถือหุ้นครับ ก็มีประมาณนี้ครับ แล้วก็มีอัตราส่วนทางการเงิน แต่เขาไม่ให้เราดูครับ เราดูไม่ได้ มันเป็นของเขา และก็สถิติสำคัญครับผม อันนี้เราก็ดูไม่ได้เหมือนกัน และก็รายชื่อผู้ถือหุ้นของ SCB ทั้งหมดครับผม ไม่มี กลุ่มผมก็ขอจบการนำเสนอ นำเสนอ อันนี้เขาไม่ให้ดูครับอาจารย์ อันนี้มันเป็นอัตราการเติบโตครับ ของหุ้นเขา ว่าหุ้นเขาจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงครับ ในระยะเวลาตาม มันจะมีเวลา 5 วัน 5 ชั่วโมงอย่างนี้ครับ ขอบคุณครับ (นักศึกษา) สวัสดีค่ะ พวกเรากลุ่มนกแอร์นะคะ มีสมาชิกดังนี้ค่ะ 1. นายประวิทย์ นัยโนน 2. นางสาว สุปราณี คำเชิด 3. เบญธิตา ยืนบำรุง และดิฉัน นางสาวภัทรวดี แฝงพงศ์ ค่ะ นกแอร์นี้ เขานำ IB มาใช้ ในด้านใดบ้างนะคะ BI ค่ะ มาใช้ในด้าน อันแรกเลยนะคะ คือ การเลือกที่นั่งค่ะ แบบว่า ทางบริษัทเขานี่ เราสามารถจองที่นั่งได้ ผ่านทางเว็บไซต์และแอปพลิเคชันค่ะ เขาก็จะมีวิธีการ ถ้าจองโดยผ่านเว็บไซต์ ก็คือ เราเข้าไปในเว็บไซต์ของเขา เราเลือกเที่ยวบิน แล้วเราเลือกว่า เราอยากจะนั่งแบบไหน เราก็ เลือกที่นั่งค่ะ และขั้นตอนต่อไป ก็คือ เป็นการยืนยัน แล้วต่อมาในด้านแอปพลิเคชันนะคะ คือ ถ้าเราไม่เข้าเว็บไซต์ เราก็โหลดแอปพลิเคชันเขามาใช้ค่ะ หน้าตา ก็จะแตกต่างกันหน่อยค่ะ ต่อมานะคะ ในด้านของ อัตราค่าโดยสารสูงสุดของในสายการบินนี้ ก็คือ กรุงเทพฯ ค่ะ กรุงเทพฯ ปลายทาง คือ ไปเชียงราย แล้วรูปแบบการบริการของเขา คือ Low หนูก็ไม่เข้าใจว่า อะไรคือ Low ค่ะ Low กับ Full ลดหรือ ไม่แน่ใจ แล้วคือ ต่อไปก็ชั้นโดยสารก็อยู่ในราคาประหยัดค่ะ ชุด Low Season หรือ ไม่ค่อยนั่งเท่าไร แล้วก็ค่าโดยสารต่อเที่ยว คือ เที่ยวเดียวนี่อยู่ที่ประมาณ 6,345 ราย แล้วก็ค่าโดยสารสูงสุดไป-กลับ นี่ ก็คือ 12,690 ค่ะ และก็จะตามลำดับ 1, 2, 3 มาเลยค่ะ ว่าอัตราการเที่ยวบินของเขานี่ คือ ผู้โดยสารเขาเลือกไปเที่ยวไหนบ่อยที่สุดและเลือกเยอะมากที่สุดค่ะ เลื่อนลงมาข้างล่างหน่อยสิ ช้า ๆ เสร็จแล้วใช่ไหม รูปแบบขั้นพื้นฐาน ต่อมานะคะ ข้างล่างสุดนี่ ก็คือ รูปแบบการบริการขั้นพื้นฐานที่ไม่คิด ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมนะคะ ถ้าเราทำตามกฎของเขาค่ะ โดยกระเป๋าเรา ถ้าไม่เกินมาตรฐานน้ำหนักของเขานี่ เราก็ไม่ต้องโหลดหรือเสียเงินเพิ่มค่ะ ต่อมานะคะ เป็นด้านของ นักลงทุนสัมพันธ์นะคะ โดยจะเป็นแบบว่า นี่คือ การแสดงกราฟค่ะ การเติบโตของบริษัทนกแอร์ค่ะ ว่าใน ช่วงแต่ละวัน ในแต่ละเดือนนี่มีค่าการเติบโต มากน้อยเท่าไรค่ะ เลื่อนลงไปอีก ตาย ๆ หมดแล้วใช่ไหมนะ ค่ะ ลองกดไปตรงนี้สิ เลื่อน คะ ไม่ค่ะ มีต้องกดซูมเอาเองค่ะ ค่ะ ว่า ในแต่ละเดือน เขามีค่าการเติบโต มากน้อยเท่าไรน่ะค่ะ หรือแบบว่าตั้งแต่ปี 2017 จนถึงปี 2019 ค่ะ อาจารย์ เขาเปรียบเทียบว่า ในแต่ละปีนี้ เขามีค่าการเติบโตมากน้อยเท่าไร และก็เทียบเป็นรายวันและรายเดือนค่ะอาจารย์ ก็หมดแล้วนะ กลุ่มนกแอร์ ขอจบการนำเสนอเพียงเท่านี้นะคะ ขอบคุณค่ะ [เสียงปรบมือ] (นักศึกษา) สวัสดีค่ะ กลุ่มพวกเรา กลุ่ม TMB นะคะ สมาชิกมี 2 คนค่ะ นางสาวเสาวลักษณ์ จงวิจิตร และก็ดิฉัน นางสาวทิวาพร บูรณศิลป์ ค่ะ BI ที่นำ ไปใช้นะคะ ใช้ในการร้องเรียน ของธนาคารค่ะ ก็คือ จะมี 4 ส่วนค่ะ ส่วนแรก คือ แนวโน้มเรื่องร้องเรียนนะคะ ก็จะมี การนำเสนอการขายที่รบกวน ค่าธรรมเนียม การโอนเงิน การให้บริการ ลูกค้าที่ได้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง สิทธิประโยชน์ ของลูกค้า และอื่น ๆ ค่ะ ส่วนที่ 2 นะคะ ก็จะเป็น แนวโน้มสัดส่วนการร้องเรียนของ สิทธิต่อจำนวนผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ค่ะ ก็จะมีการโอนเงินและชำระเงิน ฝากเงิน บัตรเครดิต ผลิตภัณฑ์ประกันภัย สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยค่ะ ส่วนที่ 3 เป็นการร้องเรียนที่ยุติแล้ว จำแนกตามระยะเวลาการดำเนินค่ะ ก็จะมี ระยะเวลาไม่เกิน 1 วัน เกิน 1 วันแต่ไม่เกิน 7 วัน เกิน 8 วันแต่ไม่เกิน 15 วัน เกิน 15 วัน แต่ไม่เกิน 30 วัน แล้วก็เกิน 30 แต่ไม่เกิน 60 วัน ค่ะ ส่วนที่ 4 ค่ะ เป็นการร้องเรียนสูงสุด 5 ผลิตภัณฑ์แรก จำแนกตามระยะเวลา ยุติเรื่องที่เกิน 30 วันค่ะ ก็จะมีการโอนเงินและการชำระ ผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เงินฝาก บัตรเครดิต ผลิตภัณฑ์ประกันภัยค่ะ ค่ะ ก็จบการนำเสนอค่ะ (นักศึกษา) ค่ะ สวัสดีค่ะ วันนี้ดิฉันจะมา นำเสนอ เรื่อง การใช้ BI ในบริษัท RS ค่ะ มีสมาชิกดังนี้ค่ะ 1. นางสาวสุภากร วงศ์พินิจ ค่ะ และดิฉัน นางสาวณัฐกานต์ นันไตย์ ค่ะ ค่ะ บริษัท RS ใช้ BI มาเก็บรายได้รวมธุรกิจสื่อ ธุรกิจสุขภาพและความงาม ธุรกิจเพลง ธุรกิจรับจ้างและการดำเนินกิจกรรม และยังใช้ Server IBM System ระบบ Storage และระบบ Software DB2 และ BI ช่วยให้ผู้บริหารของ RS สามารถดึงข้อมูลต่าง ๆ เช่น ยอดขาย ของแต่ละอัลบัม ความนิยมใน ตัวศิลปินแต่ละคน ริงโทนที่มียอดดาวน์โหลดสูงสุด จากรากฐานข้อมูลที่นำมาใช้ประกอบการตัดสินใจ อย่างท่วงทันทีค่ะ ขอบคุณค่ะ (นักศึกษา) กราบเรียนอาจารย์ประจำวิชาที่เคารพและเพื่อน ๆ ทุกคนนะคะ วันนี้ กลุ่มของดิฉันจะมานำเสนอ บริษัท ทีพีโอ โพลีน จำกัด (มหาชน) นะคะ ว่า BI ว่าบริษัทนี้นำ BI มาใช้กับ อะไรบ้าง ค่ะ อันดับแรก จะเป็นการใช้ปูนซีเมนต์ต่อคน ในปี 2554-2563 นะคะ ค่ะ จำนวนประชากรในปี 2561 เท่ากับ 66.1 ล้านคนนะคะ อันนี้ก็จะเป็นกราฟที่แสดงให้เห็นนะคะว่า ใช้ปูนต่อคนต่อปี ปีละเท่าไรค่ะ ค่ะ นี่ก็จะเป็นกราฟอุปสงค์ และอุปทานนะคะ ในปี 2554- 2563 ค่ะ ว่าในแต่ละปี มีปริมาณการผลิตเท่าไร และก็ความต้องการในประเทศเท่าไร เป็นหน่วยต่อล้านตันนะคะ และก็มีอัตราการเติบโตของ ความต้องการในประเทศว่า ปีหนึ่ง แต่ละปีมีอัตราการเติบโตเท่าไร แล้วก็มีกราฟการส่งออกของ อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์นะคะ ในปี 2554- 2563 นะคะ ว่าในแต่ละปี ใน การส่งออกของปูนเม็ด มีเท่าไร และก็ปูนซีเมนต์มีเท่าไร มีหน่วยต่อล้านตันค่ะ ค่ะ แล้วก็มีภาพรวมของปูนซีเมนต์นะคะ ใน 2560 นะคะ ว่า มีจำนวนบริษัทกี่บริษัท มี 7 บริษัท จำนวนโรงงาน 12 โรงงาน จำนวนหม้อไฟมีจำนวน 32 ขออภัยค่ะ หม้อเผาค่ะ 32 หม้อเผา แล้วก็ กำลังการผลิตปูนเม็ด มี 50,336 ตันนะคะ กำลังการผลิต คือ 60,155 ปริมาณการผลิตปูนซีเมนต์มี 33,587 แล้วก็ ยอดขายนะคะ เป็น 28,882 ค่ะ ค่ะ ขอจบการรายงานเพียงเท่านี้ค่ะ ขอบคุณค่ะ (นักศึกษา) ครับ อาจารย์ครับ หน้าเว็บผมมันไม่มีอะไรเลยครับ หาไม่เจอครับ หน้าเว็บผมมันไม่มีอะไรเลยครับ (อาจารย์) ครูบอกว่า ทำมากกว่า 10 เรื่องนั้นก็ได้นะ (นักศึกษา) ครับผม สวัสดีครับ ผม กลุ่มมหาวิทยาลัย ม. กรุงเทพ นะครับ ครับผม ม. กรุงเทพ ก็จะนำระบบ BI เข้าไปใช้ในการ ช่วยบริหาร การรวบรวมข้อมูล การบริหารจัดการต่าง ๆ นะครับผม แล้วก็การวางแผน นโยบาย การสร้างหลักสูตรการเรียนการสอน การทำวิจัย และการทำโพลล์นะครับ และการวิเคราะห์ การวิเคราะห์แนวโน้มต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยนะครับ ครับ กลุ่มเรา... (นักศึกษา) กราบเรียนอาจารย์ประจำวิชาที่เคารพและสวัสดีเพื่อน ๆ ทุกคนค่ะ กลุ่มของพวกเรานะคะ มีสมาชิกดังนี้ค่ะ 1. นางสาวธิราพร นาฏราช 2. นางสาวธัญลักษณ์ นะคำสี และดิฉัน นางสาวกัญญาณัฐ แสนโสม ค่ะ เสนอโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเทอร์เนชันแนล ค่ะ มีการนำ BI มาใช้ในด้านงบการเงิน ค่ะ ก็จะแบ่งเป็น ไตรมาสที่ 1 และไตรมาสที่ 2 ค่ะ ยกตัวอย่าง เช่น ไตรมาสที่ 2 ค่ะ ก็จะแบ่งเป็น แบบตารางค่ะ ค่ะ แล้วก็นำ BI มาใช้ใน รายงานประจำปีค่ะ จะดูรายงาน ประจำปีของปี พ.ศ. 2560 นะคะ ค่ะ ก็จะมีแบบตาราง แล้วก็มีแบบกราฟค่ะ กราฟผู้ป่วยในประเทศ แล้วก็กราฟ ผู้ป่วยนอกประเทศค่ะ ค่ะ แล้วก็มีการนำ BI มาใช้ในโครงสร้าง รายได้ค่ะ ก็จะเป็นแบบตารางค่ะ มีการนำ BI มาใช้ ในข้อมูลราคาหลักทรัพย์ค่ะ เป็นกราฟ ค่ะ กลุ่มของพวกเราก็ขอจบ การนำเสนอเพียงเท่านี้ค่ะ ขอบคุณค่ะ (นักศึกษา) กราบสวัสดี อาจารย์ประจำวิชา ที่เคารพค่ะ กลุ่มของดิฉันนะคะ จะมานำเสนอบริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) นะคะ มีสมาชิกในกลุ่มดังนี้ค่ะ 1. นางสาวอรทัย ลิตาสี และดิฉัน นางสาวสุวรรณา มุงคุณ ค่ะ นี่นะคะ คือ ราคาหลักทรัพย์ สามารถดูได้ใน แต่ละเดือน, ในรอบ 3 เดือนและ 6 เดือน, 1 ปี และ 2 ปีค่ะ ข้อมูลสำคัญทางการเงินนะคะ จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนค่ะ 52 เปอร์เซ็นต์ รายได้จากอาหาร ส่วน 48 เปอร์เซ็นต์ รายได้จากเครื่องดื่มค่ะ นี่นะคะ คือ สรุปมาตรฐานการเงิน ของในแต่ละปีค่ะ งบการเงินนะคะ จะ แบ่งเป็นไตรมาสที่ 2 กับไตรมาสที่ 1 นะคะ จะยกตัวอย่างเป็นไตรมาสที่ 1 ค่ะ นี่คืองบแสดงฐานะทางการเงินนะคะ จะเป็นใน รูปแบบของตารางก็มีค่ะ ส่วนมากจะเป็นของตัวเลข ค่ะ ดิฉันขอจบการนำเสนอเพียงเท่านี้ค่ะ ขอบคุณค่ะ (อาจารย์) ทุกกลุ่ม นำเสนอเสร็จแล้วนะคะ เราเห็น ไปแล้วว่า บริษัทไหนมีการใช้ Power BI ในการจัดการงานของบริษัทนะคะ คราวนี้ คะแนนนี่ ครูมีเกณฑ์ชัดเจนในการให้นะ เราชี้ประเด็นได้ตรงจุดที่ครูให้โจทย์ไป ก็คือ ไปค้นข้อมูลแล้วพบว่า บริษัทที่ครูให้ รายชื่อไป จริง ๆ น่ะ เปิดช่องให้อยู่ตอนให้โจทย์ ว่า เราทำมากกว่านี้ก็ได้ คือ เราไปค้นแล้วมันไม่มีใช่ไหมคะ เราก็ไปเจอข้อมูลอื่นขององค์กรอื่นที่มันมี ข้อมูลให้น่ะ เราทำอันนั้นก็ได้ แต่พอดีมันมีคนมาสายอย่างไร ก็เลยไม่ได้ยินโจทย์นะคะ ก็ตามนั้น มันไม่ได้มีแค่นี้นะคะ มหาวิทยาลัยเรา มีการใช้ Power BI เหมือนกันนะคะ ที่ครูได้ยินมานี่จะเกี่ยวกับการบริหารจัดการทางด้านการเงิน นี่ล่ะนะคะ เกี่ยวกับการตรวจงานของ สกง. นี่ล่ะ โรงพยาบาลก็มีนะคะ แต่ว่าเขาอาจจะยังไม่ได้เปิดเผยข้อมูลออกมาว่า ตัวไหนบ้าง ที่เขาใช้ Power BI เพราะมันก็คือ Software ตัวหนึ่ง ที่ใช้ในการดึงรายงานข้อมูลตามที่ผู้ใช้ ต้องการมาโชว์แค่นั้นเองนะคะ แต่รูปแบบของที่ดึงออกมา อย่างที่เราเห็นไป มันจะอยู่ในรูปแบบรายงานที่เป็นหลายมิติ ค่อนข้างจะ Support ความต้องการของผู้ใช้ได้มากกว่า ที่ใช้ Excel หรือใช้โปรแกรมอื่นทำนะคะ ตอนนี้ เขากำลังฮิตโปรแกรมนี้นะคะ เขาก็เลยนิยมใช้ Power BI กัน แหล่งอ้างอิง นะคะ ตัวนี้ ดูสีมันทึบจังเลย เดี๋ยวครูให้สไลด์ไว้นะคะ เราสามารถคลิกเข้าไปดูว่า ที่ไหนบ้างที่เขามีการ อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้งานโปรแกรมตัวนี้ ไม่อย่างนั้น เราลองไปดูที่ Youtube น่ะ เขาจะมีการสอนใช้งานเบื้องต้นนะคะ ก็คือใช้กับ... ใช้กับโปรแกรม Microsoft Office ที่เป็น Excel นะคะ หรือใช้ Office 365 ก็ได้นะคะ Office 365 เป็นของ Microsoft เหมือนกัน แต่ว่ามันเป็น Office ออนไลน์ เคยใช้งาน Office 365 ไหม เคยได้ยินไหมถามอย่างนี้ก่อน เคยไปอบรม ไหมคะ แล้วเคยได้ยินที่ไหน Office 365 คืออะไร ทราบไหมคะ Office 365 คืออะไร ไม่ใช่ Office ใช้งานได้ 365 วัน พอวันที่ 366 ใช้ไม่ได้ ไม่ใช่นะ มันมีที่มาอยู่ของ 365 นะคะ มันก็คือ Microsoft Office นี่ล่ะ แต่มันเป็นแบบออนไลน์ ถ้าเราจะใช้งาน นะคะ จะเป็นลักษณะ การซื้อ Licence แต่เราไม่ต้องนำมาติดตั้งที่เครื่องเรานะคะ เราก็ จะได้รหัส Username, Password มา แล้วเราก็ Login เข้าไปใช้งานผ่าน Cloud นะคะ เป็นของ Microsoft เหมือนกัน ตัวลิงก์ที่ครูให้มา จะเป็นแหล่งข้อมูลที่นำเสนอ แล้วก็บริษัทหน่วยงานที่เขามีผู้เชี่ยวชาญอบรมการใช้ การจัดการเกี่ยวกับ BI นะคะ การสร้าง BI ให้กับองค์กรนะคะ รวมถึงพวกคอร์สสั้น ๆ หรือ Youtube ที่เขา มีแนะนำการใช้งาน โอ.เค. มีคำถามไหม เกี่ยวกับ Business Intelligence จริง ๆ ธุรกิจขายหมูนี่ น่าสนใจนะ แต่ตอนนี้เหมือนจะล่มละ ไปตามเงินลงทุนกลับมาเสียก่อน ค่อยมาพูดถึง Power BI แล้วกัน เราเรียนอีก 2 บทนะคะ สัปดาห์หน้า สัปดาห์ถัดไป สัปดาห์หน้า เดี๋ยวค่อยคุยกันในเรื่องเนื้อหาที่ครูจะอบรมให้เพิ่มเติม นะคะ ในเรื่อง จริง ๆ มันเป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาหลักการเขียนโปรแกรม ซึ่งทดลองกลับกลุ่มเรา เพราะว่าเราเคยเรียนวิชานั้นมาแล้ว ตอนปี... หลักการเขียนโปรแกรมนี่เรียนปีไหน ปี 1 หรือ ปี 2 ปี 2 เทอมไหน ยังจำหลักการได้ไหมคะ (นักศึกษา) Algorithm หรือครับ (อาจารย์) ใช่ Algorithm (นักศึกษา) จำได้ครับ (อาจารย์) โอ.เค. นะคะ เดี๋ยวจะ Pre-Test ดูว่า จำได้จริงหรือเปล่า นะคะ โอ.เค. นะคะ มีคำถามไหม เดี๋ยววันอังคารหน้า ค่อยว่ากันว่า เดี๋ยวครูจะเพิ่มให้รหัส ในการเข้า Class ไปนะคะ เข้าชั้นเรียนไป ใน Google Classroom ตัวนั้นนะคะ มีสื่อการเรียนรู้ให้เราเยอะแยะ เราอาจจะได้ไอเดียในการไปทำ ePub ก็ได้นะคะ เพราะของครูมีทั้ง Infographic นะคะ มีวิดีโอที่บางคนเห็นไปแล้ว เดี๋ยวครูจะไปปรับตามที่เราคอมเมนต์มานะคะ เดี๋ยวค่อยปรับ และก็มีทั้ง Scratch ที่เป็นงานสำเร็จแล้ว เรา Export ออกมานะคะ เผื่อเราได้ไอเดีย ว่า อ๋อถ้า จริง ๆ สอนเล่นง่าย ๆ นะคะ ก็คือ ฝึกการคิดตามหลัก Algorithm นะคะ Algorithm มี 3 แบบนะคะ ก็คือ แบบลำดับ แบบการตัดสินใจ และการทำงานแบบวนรอบนะคะ ถามว่า 3 เรื่องนี้มันยากไหม มันไม่ยาก ถ้าเราเข้าใจ เข้าใจหลักการของมันว่า ลำดับคืออะไรนะคะ Position คืออะไรนะคะ และก็การทำงาน แบบ Loop น่ะ มันทำอย่างไรนะคะ ที่ครูให้นำเสนอ รูปแบบตัวนี้ไป เพราะว่ามองว่ามันเป็น เรื่องง่าย แต่เราจะไม่ค่อยเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ว่า อ๋อ Algorithm ที่เขียนแต่ละแบบน่ะ มันทำอย่างไร เราจะไป มุ่งเน้นที่การโค้ดนะคะ ไปมุ่งเน้นที่รูปแบบของการเขียนโปรแกรมนะคะ ซึ่ง จริง ๆ แล้ว ควรจะมุ่งเน้นที่การคิดว่า นักศึกษา รู้หลักการคิดแบบนี้ไหมมากกว่า พอเราไปห่วงเรื่องของ Syntax ของรูปแบบการเขียนโปรแกรมว่า มันถูก มันผิด มัน Error เราเลยไม่ได้หลักการ ไม่ได้ Concept ในการคิด เกี่ยวกับการเขียนโปรแกรมนะคะ ถือเป็นการอบรมความรู้เพิ่มนะคะ ก่อนที่เราจะไปฝึกงาน ได้รู้หลักการ พวกนี้นะคะ เอาไว้ใช้ในการแก้ปัญหาในชีวิตด้วยนะคะ เราไปฝึกงานเราก็จะเจออะไรอีกหลายอย่างนะคะ เราจะได้ฝึกด้วยว่า จากปัญหานี้ สถานการณ์นี้ เราควรแก้ปัญหาอย่างไร บางสถาการณ์นี่ มันแก้ปัญหาได้แค่ รูปแบบเดียวนะคะ แต่บางเรื่องนี่มันจะมีทางเลือกให้ อย่างนี้ค่ะ เราก็เอาไปปรับใช้นะ มีใครถาม อะไรอีกไหม ไม่มี โอ.เค. ค่ะ อย่างนั้นเจอกันอาทิตย์หน้าค่ะ ไป [สิ้นสุดการถอดความ]