(อาจารย์) ได้ดูผลงานตัวเองบ้าง มีไหม โอ.เค. ตอนนี้นักศึกษาดูผลงานแล้วนะคะ สำหรับคนที่ยังทำไม่ถูกต้อง ให้ทำมาส่งใหม่นะคะ ภายในวันนี้ ภายในวันนี้ก่อน 16.00 น. นะคะ สำหรับงานการคำนวณขนาดตัวอย่าง และคนที่ยังไม่ได้ทำส่งก็ให้ทำส่งภายในวันนี้ เวลา 16.00 น. เช่นเดียวกันนะคะ มีไหม มีใครส่งมาแล้วครูไม่ได้ตอบ มีไหมคะ ส่งจดหมาย มาถึงครูแล้ว ครูไม่ได้รับ มีไหมคะ เบอร์ Email ครู Account Email ครู จำถูกต้องไหมคะ จำถูกนะ ไม่มีกรณีที่ส่งจดหมายมาแล้วไม่ถึงผู้รับนะคะ ถ้าส่งมาถึงครูตอบแน่นอนนะคะ กาญจนา พิมพ์ภา, กาญจนา พิมพ์ภา อยู่ไหนคะ อ๋อเขาเพิ่งมา อ๋อ โอ.เค. จุฑามาศ แสนเมือง ไม่มา พลอย ลา พลอยลาไปไหนคะ ไม่สบาย เมย์ เบอร์ Account Email ครูเรารู้อยู่ใช่ไหม โอ.เค. ค่ะ ตอนนี้พวกเราก็สามารถ คำนวณขนาดตัวอย่างได้แล้วนะคะ ในกรณีที่เรา ประมาณค่าสัดส่วน ก็มี 2 สูตรให้เราเลือกใช้ นะคะ ก็คือสูตรของ Taro Yamane กับของ Cochrane สูตรสุดท้ายจะเป็นกรณีประมาณ ค่าสัดส่วน หลักการคำนวณก็คล้าย ๆ กันกับ 2 สูตร แรกนะคะ ที่ครูอธิบายไป เนื้อหาวันนี้ เนื้อหาวันนี้ เราจะคุยกันไม่นานนะคะ คงจะอธิบายหลักการให้ แล้วเวลาที่เหลือให้พวกเราฝึกปฏิบัตินะคะ สำหรับเนื้อหาวันนี้จะให้พวกเรารู้จักเครื่องมือในการวิจัย ว่ามันมีอะไรบ้าง เอ๊ะทำวิจัยเราต้องใช้อะไร อย่างไร แล้วต้องใช้อะไรนะคะ อย่างแรก วงจรนี้ ภาพนี้จะอยู่กับเราไปตลอดรายวิชา ใช่ไหมคะ หลักการวิจัยมัน เป็นกระบวนการที่เป็นวัฏจักร เป็นกระบวนการที่มีเหตุและผล สามารถอธิบายได้ตามหลักวิทยาศาสตร์ใช่ไหมคะ การสืบค้นนี้จะเป็นการสืบค้นแบบวนซ้ำ ด้วยกระบวนการแผนผังนี้ อย่างแรกนะคะ เราดู ตอนนี้พวกเราแบ่งเป็นกลุ่ม แล้วก็มีปัญหาวิจัยแล้ว ใช่ไหมคะ ไหนนะใครจะทำเรื่องพฤติกรรมการใช้มือถือของนักศึกษา กลุ่มไหนคะ อันนี้ปัญหาวิจัยเห็นไหมคะ เราอยากจะรู้ว่านักศึกษา ม. ราชภัฏสกลนคร มีพฤติกรรมการใช้สมาร์ตโฟนอย่างไร ตอนนี้ เรามีปัญหาวิจัยแล้วอยู่ตรงกลาง แล้วครูบอกว่า เราจะต้องไปศึกษาจากวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง ก็คืองานวิจัย ที่มีคนทำเรื่องคล้าย ๆ กับที่เรานี่ ในอดีต ในพื้นที่อื่นนะคะ เราก็ ค้น ครูบอกว่าให้มาอย่างน้อยกี่เรื่องนะ 5 เรื่อง ใช่ไหมคะ อันนี้เป็นงานกลุ่ม ดังนั้น ใครอยู่กลุ่มใดแล้ว ต่อไปนี้นะคะ ให้มีแฟ้มหรือซองพลาสติกใส ที่เก็บเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการทำงานกลุ่มเรานะคะ 1. มีเปเปอร์หลัก เปเปอร์หลักที่เราจะอ้างอิงนะคะ แล้วก็เปเปอร์ที่เกี่ยวข้องอย่างน้อย 5 เรื่อง ให้เราค้นได้แล้วก็ปรินต์ใส่กระดาษนี้ ปรินต์แล้วก็เย็บเป็นชุด ๆ ไว้ในซองพลาสติก แล้วต้องเอามาเรียนทุกครั้งนะคะ เราจะต้องใช้ไอ้สิ่งเหล่านี้ ตลอดเลย พอเราค้นคว้าแล้ว เราก็กำหนดสมมุติฐานวิจัยตามข้อสงสัยของเรา ซึ่ง ในส่วนนี้ครูก็ยังไม่ได้เห็นว่า เราจะทำอะไรนะคะ เพราะว่าครูก็ยังไม่ได้ให้ปรึกษาเป็นรายกลุ่มนะ ดังนั้น ในขั้นตอนนี้ ให้นักศึกษาวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องก่อน สมมุติว่า เรื่องพฤติกรรมการใช้สมาร์ตโฟน ของนักศึกษาตรงนี้ เราอยากจะทราบว่า พฤติกรรมการใช้สมาร์ตโฟนมีความสัมพันธ์ต่อ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนนักศึกษาอย่างไร นะคะ อันนี้เป็นคำถามวิจัย เราก็กำหนดสมมุติฐานการวิจัย ซึ่งสอดคล้อง กับคำถามการวิจัยสักครู่ สมมุติฐานการวิจัยจะเป็น คำตอบที่นักวิจัยคาดว่ามันน่าจะเป็นหรือไม่นะคะ จากคำถามเมื่อกี้ เขาอยากจะรู้ว่าพฤติกรรม การใช้สมาร์ตโฟนมีความสัมพันธ์กับอะไรคะ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หรือไม่อย่างไร ใช่ไหมคะ คำถาม ที่เราอยากจะให้เป็นก็คือ พฤติกรรม การใช้สมาร์ตโฟนมีความสัมพันธ์ทางบวก กับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน นี่เราเอามาตั้งเป็นสมมุติฐาน การวิจัย ความสัมพันธ์ทางบวก อย่างเช่น ถ้ามีการใช้ สมาร์ตโฟนมาก ใช้แบบถูกวิธีนะคะ จะส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดีขึ้น แบบนี้นะคะ พอเรากำหนดสมมุติฐานการวิจัยแล้ว เราก็มาออกแบบการวิจัย การออกแบบการวิจัยมีกระบวนการที่ว่า งานวิจัยนี้เราจะศึกษากับใคร ใช่ไหมคะ กำหนดกลุ่มประชากร กำหนดตัวอย่าง กำหนดวิธีการสุ่ม ใช่ไหมคะ ลองทบทวน ความรู้เดิมก่อนนะคะว่า วิธีการสุ่มที่เราคุยกันไปสัปดาห์ ที่แล้ว มีกี่วิธีใหญ่ ๆ กี่วิธีคะ เดี๋ยวครูจะสุ่มนะ เครื่องเบอร์ 5 ไม่มีใครมา แป๊บหนึ่ง เบอร์ 8 โอ.เค. วิธีการสุ่มตัวอย่าง แบ่งออกเป็น 2 วิธีใหญ่ ๆ คือวิธีใดบ้าง วิธีแรกก็คืออะไรคะ การสุ่ม ตัวอย่างโดย มีเอกสารเดิมไหมคะ ลองดูในเอกสารเดิมสิ การสุ่มตัวอย่างโดยอาศัยอะไรคะ ตามหลักคณิตศาสตร์เลย เราอยากไม่ให้มีความลำเอียง เราต้องใช้เรื่องของความน่าจะเป็น ตอบครูแล้วหรือยังนี่ Partner บอกครูหน่อย เพื่อนตอบครูหรือยัง เดี๋ยวครู ช่วยนักศึกษาก่อนนะคะ การสุ่มตัวอย่างมี 2 วิธีใหญ่ ๆ 1. ก็คือ การสุ่มตัวอย่างโดยอาศัยความน่าจะเป็น ใช่ไหมคะ ขอ พิสิทธิ์ เบอร์ 8 โอ.เค. เดี๋ยวลอง เดี๋ยวลองถามเพื่อนอีกคนนะคะ ลองเปลี่ยนผู้ช่วย เรากระจายอย่างสุ่มนะคะนี่ ตอนนี้เมื่อกี้ครูสุ่มนะคะนี่ แต่ครูไม่ได้สุ่มอาศัยความน่าจะเป็น แต่ครูชอบตัวเลขไหนครูก็ทำไมเลยคะ จิ้มเลย วิธีการเลือกตัวอย่างแบบนี้ เรียกว่า การสุ่มตัวอย่างโดยอะไรคะ หมายเลข 21 วิธีที่ 2 ในการเลือกตัว ก็คือการสุ่ม ตัวอย่างโดยอะไรคะ การสุ่มแบบที่ 1 คือการสุ่มโดย อาศัยความน่าจะเป็น มี 4 วิธีย่อย ใช่ไหมคะ ตอนนี้วิธีที่ 2 การสุ่มตัวอย่างโดย ไม่ 2 วิธีใหญ่ก่อน ๆ ไม่อาศัยความน่าจะเป็น แบบที่ครูใช้เมื่อกี้ ใช่ไหมคะ ครูอยากได้หมายเลขอะไร ครูก็เลือกเอาเลยตามใจชอบ จริงไหม ครูไม่ได้ทำฉลาก ครูไม่ได้ทำหมายเลข แล้วก็หยิบสุ่มเลย ใช่ไหมคะ ครูชอบหมายเลขอะไรครูก็เลือกนะคะ ทวนนะคะ การสุ่มตัวอย่างมี 2 วิธีใหญ่ ๆ 1. คือ การสุ่มโดยอาศัยความน่าจะเป็น มี 4 วิธีย่อย 1. วิธีการสุ่มอย่างง่าย 2. วิธีการสุ่มมีระบบ 3. การสุ่มชั้นภูมิ 4. การสุ่มกลุ่ม ส่วนวิธีที่ 2 ก็คือการสุ่มความน่าจะเป็น โดยไม่อาศัยความน่าจะเป็น การสุ่มตัวอย่างโดยไม่อาศัยความน่าจะเป็น เช่น การสุ่มโดยบังเอิญ เจอใครก็ถาม หรือการสุ่มแบบเจาะจง งานวิจัยนี้จะถามทิศทางการพัฒนาการศึกษา ในประเทศไทย ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เราจะสอบถามเฉพาะ ระดับผู้บริหาร จะสอบถามเฉพาะ ผอ. แบบนี้เราเจาะจงถามเฉพาะใครคะ ผู้บริหาร ใช่ไหมคะ คุณครูน้อย ๆ ครูอาจารย์เราก็ไม่ถาม เพราะว่าเราไม่ได้สนใจศึกษากลุ่มเป้าหมายนั้นนะคะ อันนี้คือการสุ่มตัวอย่าง โดยเจาะจง นะคะ ตามคุณลักษณะผู้วิจัยกำหนดนะคะ หลักการเลือกวิธีการ สุ่มตัวอย่างตรงนี้ เราต้องให้สอดคล้องกับเรื่องที่ทำวิจัยนะคะ ก็อยู่ในขั้นตอนการออกแบบการวิจัย ขั้นตอนที่ 3 พอ เราออกแบบการวิจัยเสร็จแล้ว เราก็เลือกกลุ่มตัวอย่าง ตามที่เราวางแผนไว้ วิธีการมันจะล้อกัน แล้วต่อเนื่องมากเลยนะคะ พอเรารู้แล้วว่าเราจะไปเก็บ ตัวอย่างกับใครนะคะ เราจะใช้อะไรไปเก็บข้อมูล จากเขา นี่อยู่ขั้นตอนนี้นะคะ เราเลยมีความจำเป็นจะต้องทำเครื่องมือการวิจัย เราต้องรู้ว่าเครื่องมือการวิจัยมันเป็นอะไร นะคะ ตอนนี้ในวัฏจักรของ การทำวิจัยตอนนี้ เราเรียนถึงหัวข้ออะไรคะ หัวข้อนี้นะคะ การสร้างเครื่องมือวิจัย ตรงนี้นะ สังเกตนะคะเราผ่านตรงนั้นมาแล้ว เดี๋ยวเราสร้างเครื่องมือเสร็จแล้ว เดี๋ยวเราก็ไปเก็บแล้วเราก็จะวิเคราะห์ แน่นอนในส่วนวิเคราะห์ตรงนี้เราก็ต้องใช้โปรแกรมสำเร็จรูปนะคะ จากที่ครูเล่าให้ฟังเมื่อกี้นะคะ เครื่องมือการวิจัย ก็หมายถึง เครื่องมือ อุปกรณ์ หรือสิ่งใดก็ได้ที่นักวิจัยใช้เก็บ รวบรวมข้อมูลตามเรื่องที่เขาศึกษานะคะ ทีนี้เครื่องมือเหล่านั้น อาจจะเป็นเครื่องมือหลักที่ใช้ ในการเก็บข้อมูลนะคะ อย่างเช่น ตอนที่พวกเรา มาสมัครเรียนที่นี่ พวกเราได้กรอก ใบสมัครไหมคะ ใบสมัครนี่ เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลนักเรียน นักศึกษาไหมคะ เป็น เห็นไหมคะ เรากรอกข้อมูลเหล่านั้น เครื่องมือหลักจะได้แก่ แบบสอบถาม แบบทดสอบ แบบสัมภาษณ์ แบบบันทึก หรือแบบสังเกตการณ์นะคะ สิ่งเหล่านี้เวลา เราสร้างขึ้นมาแล้วนี่ เราเอาไปใช้ทันทีไม่ได้ เราจะต้อง ใช้เครื่องมือที่มีคุณภาพนะคะ ซึ่งคุณภาพของเครื่องมือ เราจะพูดกันสัปดาห์หน้า ส่วนเครื่องมือประเภทที่ 2 ที่ใช้ในการ เก็บข้อมูลโดยตรงนะคะ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นพวกเครื่องมือในการทดลอง อย่างเช่น เครื่องช่างน้ำหนัก เหมือนบางครั้งอาจจะไม่ใช่การทดลองนะคะ แต่ว่ามันแฝงอยู่ข้างใน เช่น คนไข้ เวลาคนไข้ไปโรงพยาบาลใช่ไหมคะ เวลาโรงพยาบาลเขาขอข้อมูลกับคนไข้ สิ่งแรกเลย เราไปเราต้องไปทำไมคะ เราไม่เคยไปโรงพยาบาลเลย เราต้องไปทำไมก่อน ไปยื่นบัตรประชาชนก่อน เพื่อทำบัตร ทำบัตรคนไข้นะคะ OPD Card ในบัตรนี้ก็จะบอกว่า เราชื่ออะไร รหัสประจำตัวประชาชนอะไร ใช่ไหมคะ บ้านภูมิลำเนาอยู่ไหนจริงไหม วันนี้มาหมอด้วยโรคอะไร ปวดตาค่ะ ปวดตา พยาบาลคัดกรองเขาจะซักประวัติเรา ซักอาการโรค ใช่ไหมคะ แล้วก็ให้เราไปทำไมเอ่ย ไปชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง แล้วก็ วัดความดัน เห็นไหมคะ ถ้าเกิดงานวิจัยที่เกี่ยวกับทางการแพทย์ เหล่านี้ ต้องใช้อุปกรณ์เหล่านี้เห็นไหมคะ ก็ถือว่าเป็นเครื่องมือ ในการวิจัย เห็นไหม เครื่องชั่งน้ำหนัก เครื่องวัดคาวมดัน เครื่องวัดส่วนสูง ใช่ไหมคะ เพราะสิ่งเหล่านี้ทำให้เรา ได้ตัวเลขข้อมูลที่เราสนใจนะคะ หรือในทางวิทยาศาสตร์ ทางชีวะ ชีววิทยาจะส่องเนื้อเยื่อดูว่าเนื้อเยื่อเป็น แบบไหน ต้องใช้อุปกรณ์อะไรคะ กล้องจุลทรรศน์ ใช่ไหมคะ สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องมือ ที่ใช้ในการทดลอง หรือทางคอมพิวเตอร์เองก็เหมือนกัน นะคะ ก็จะมีอุปกรณ์ทางคอมพิวเตอร์ที่เป็นเครื่องมือในการทดลอง เช่นเดียวกันนะคะ ส่วนเครื่องมือ อีกชนิดหนึ่ง ก็คือเครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล อันนี้จะได้แก่พวกโปรแกรมสำเร็จรูปต่าง ๆ ที่ใช้ ทั่วไปในทางสัมคมศาสตร์นะคะ ก็คือ โปรแกรมสำเร็จรูป SPSS ใช้งานง่ายนะคะ ซึ่งใน Course นี้ เราก็จะใช้ Software ตัวนี้ แล้วถ้าเกิด จริง ๆ ถ้าเกิด มีใครสนใจ ครูก็จะแนะนำอีกโปรแกรมหนึ่งที่ กำลังเป็นที่นิยม เนื่องจากไม่มีลิขสิทธิ์ แล้วก็วิเคราะห์ประมวลผลได้เก่งมาก R นะคะ R นี่เป็น Freeware แต่เวลาใช้งาน เราต้องเขียน Code คำสั่งนะคะ ส่วน Excel เราก็ได้ลองใช้ ไปแล้ว สัปดาห์ที่แล้วในการกำหนดขนาดตัวอย่างนะคะ หรือในทางคอมพิวเตอร์นี่ ใครเรียน IT ถ้าพวกเราเรียนในระดับสูงขึ้นต้องมีการวิเคราะห์ข้อมูลที่หลากหลาย นะคะ ข้อมูลที่มีหลายตัวแปร หรือวิเคราะห์ที่มันซับซ้อนด้วยเทคนิคยาก ๆ นะคะ ในปี 3 ปี 4 โปรแกรมที่เราจะได้ใช้ ถ้าได้เรียนนะคะ ก็จะมี Wega, Rapid Miner พวกนี้ ก็เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลที่แฝงสถิติอยู่ในนั้นนะคะ ประเภทเครื่องมือ คราวนี้เรามาดูในกรณีที่เป็นพวกเครื่องมือหลัก ตอนนี้เครื่องมือหลักที่ครูกล่าวไปสักครู่ มีอะไรบ้างเอ่ย เลขที่... ตอนนี้ครูสุ่มโดยไม่อาศัยความน่าจะเป็นนะคะ เพราะครูอยากได้หมายเลขอะไรครูก็จิ้ม 24 ใครคะ เลขที่เท่าไรคะ ชื่ออะไรนะเรา (นักศึกษา) จตุรพรครับ (อาจารย์) เดี๋ยวนะครูฟังไม่ชัด ชื่ออะไรนะคะ (นักศึกษา) จตุรพรครับ (อาจารย์) จตุรพร โอ.เค. จตุรพร ทบทวน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ที่ครูบอกว่าเป็นเครื่องมือหลัก ได้แก่อะไรบ้างคะ (นักศึกษา) แบบสอบถาม แบบทดสอบ (อาจารย์) แบบสอบถาม แบบทดสอบ อะไรอีกคะ (นักศึกษา) แบบประเมินครับ (อาจารย์) แบบประเมิน เก่งมากนะครับ ในสไลด์ครูไม่มีคำว่า "แบบประเมิน" แต่เพื่อนพูดมาถูกต้องนะคะ แสดงว่ามีความรู้เดิม อยู่เยอะนะคะ มีแบบประเมิน อะไรอีก (นักศึกษา) ได้แค่นี้แล้วครับผม (อาจารย์) ได้แค่นี้ มีแบบสังเกตการณ์ ใช่ไหมคะ สิ่งเหล่านี้นี่ เราจะนำมาได้อย่างไร อย่างแรกก่อน เราต้องเข้าใจคำว่า "แบบสอบถาม" กับ "แบบทดสอบ" ไม่เหมือนกันนะคะ แบบทดสอบ ส่วนใหญ่จะใช้ในวิจัย ในชั้นเรียน คุณครูหรืออาจารย์ ที่สร้างนวัตกรรม เพื่อไปพัฒนาการเรียน โดยมุ่งหวัง ให้นักเรียนหรือผู้เรียนนี่ มีความรู้ความสามารถมากขึ้นนะคะ การที่เราจะวัดว่านวัตกรรมที่เราทำขึ้น มันช่วยทำให้ความรู้ความสามารถ เขาเพิ่มขึ้น เราจะต้องใช้เครื่องมือไปวัด วัดความรู้ความสามารถนั้น ซึ่งเครื่องมือที่ใช้วัด ในกรณีนี้ เราเรียกว่า “แบบทดสอบ” นะคะ คือ Test ในการวิจัยในชั้นเรียนนี่ ก็จะมีการวัดความรู้พื้นฐานก่อน ก่อน ที่จะเริ่มกระบวนการเรียนแบบพิเศษ ด้วยนวัตกรรมที่ครูอาจารย์เขา พัฒนาขึ้นนะคะ พอเรียนเสร็จแล้วก็ ทดสอบหลังจากที่เรียนเสร็จนะคะ แบบทดสอบตรงนี้ นักวิจัยก็ต้องออกแบบนะคะ ให้มันสอดคล้องกับ วัตถุประสงค์ของการเรียน ไม่ว่าทางด้านพุทธิพิสัย จิตพิสัยต่าง ๆ นะคะ ส่วนแบบสอบถาม แบบสอบถามนี้เป็นเครื่องมือในการวิจัยที่สอบถามในเรื่องที่ ผู้วิจัยสนใจศึกษา ที่ไม่ใช่วิจัยในชั้นเรียนนะคะ อย่างเช่น แบบสอบถามความพึงพอใจในการใช้ บริการห้องสมุด ม.ราชภัฎสกลนคร แบบนี้นะคะ ประเภทของเครื่องมือหลัก เรามีวิธีการ สร้างหรือหามา 3 แบบนะคะ 1. สร้างขึ้นมาใหม่หมดเลย เพราะเรื่องที่เรา ทำการศึกษาไม่เคยมีใครทำมาก่อน หรือ วัตถุประสงค์การวิจัยของเรานี่ มันเฉพาะด้านจริง ๆ นะคะ มีความจำเป็นจะต้องสร้างเครื่องมือขึ้นมาใหม่ หมดนะคะ หรือแบบที่ 2 จากการ Review วรรณกรรมที่เกี่ยวข้องพบว่ามีคนทำการวิจัยเรื่องนี้ ไว้แล้วนะคะ อย่างเช่น ที่ภาคใต้มีการศึกษาการใช้ พฤติกรรมการใช้สมาร์ตโฟนของนักศึกษาแล้ว เมื่อ 5 ปี ที่แล้ว เราก็ดูประเด็นที่เขาศึกษา เขามีแบบสอบถาม ที่สร้างไว้แล้ว ที่มีคุณภาพนะคะ แต่มันอาจจะไม่ตรงกับเรื่องเราทั้งหมด เราก็เอามาปรับนะคะ การนำเครื่องมือแบบสอบถาม ของนักวิจัยทีมอื่นที่นำมาใช้ต่อ เราก็ต้องอ้างอิงนะคะ อ้างอิงเสมอ แล้วควรระบุว่าเครื่องมือ ที่เราสร้างขึ้นนี้ เราพัฒนาขึ้นมาจากเครื่องมือของใครนะคะ เพื่อเป็นการ ไม่เป็นการคัดลอกผลงานผู้อื่นนะคะ ข้อ 2 นี้ ก็คือการพัฒนาเครื่องมือ จากเครื่องมือวิจัยเดิมที่มีอยู่แล้วนะคะ ก็คือ Develop Instrument นะคะ ส่วนข้อ 3 ไม่ต้องพัฒนาเลย เครื่องมือนี้เป็น แบบสอบถามที่ได้รับการยอมรับเป็นสากล นะคะ อย่างเช่น แบบวัดความสุข ของกรมสุขภาพจิต ซึ่งนักวิจัย นายแพทย์ต่าง ๆ นี่ ออกแบบมาเป็นอย่างดีแล้ว ถ้าเราจะมาวัดความสุขของนักศึกษาเรา เราก็ ไม่จำเป็นต้องออกแบบเครื่องมือใหม่ แบบนี้เป็นต้นนะคะ เพราะว่ามีเครื่องมือที่มีมาตรฐานมีคุณภาพอยู่แล้ว แล้วได้รับการยอมรับนะคะ เราก็นำเครื่องมือนั้น มาใช้ได้เลย แต่การใช้งานทุกครั้งเราก็ต้อง อ้างอิงนะคะ คราวนี้แนวทางในการเก็บข้อมูล เมื่อไหร่ เราจะใช้เครื่องมือใดนะคะ การสังเกต จะเหมาะกับการวิจัยเชิงบรรยายกับการทดลอง และผู้วิจัยต้องการผลข้อมูลที่ ที่ถูกต้อง เป็นจริง ไม่หลอกลวง ยกตัวอย่าง เช่น การวิจัยที่ทำเกี่ยวกับ พฤติกรรมความซื่อสัตย์ของนักเรียน ในการสอบอาจารย์ ที่ควบคุมการสอบ อยากจะรู้ว่านักศึกษา มีความซื่อสัตย์ต่อการสอบมากน้อยเพียงใด อาจารย์กรรมการคุมสอบก็ไม่อยู่ในห้องปล่อยให้นักเรียน นั่งสอบตามอัธยาศัย แต่มีการชี้แจงแล้วว่า ห้ามทุจริตการสอบใช่ไหมคะ แล้วอาจารย์ออกไปข้างนอก ออกไปบ้าง ไม่ออกไปบ้าง ลองให้นักศึกษาสอบ โดยเสรีดูสิ ว่าไม่มีคนคุมจะเป็นอย่างไร แต่หารู้ไม่ว่าอาจารย์ แอบติดกล้องไว้แบบนี้ เพื่อดูพฤติกรรมว่า นักศึกษามีพฤติกรรมความซื่อสัตย์มากน้อยอย่างไรใช่ไหมคะ ถ้าเราไปถามเขาตรง ๆ เขาอาจจะไม่ตอบ เพราะว่า 1. เป็นเรื่องที่น่าละอาย เป็นเรื่องที่อยากจะพูด ไม่อยากเปิดเผย ปกปิด แบบนี้นะคะ อันนี้ก็คือใช้การสังเกตการณ์นะคะ แบบสัมภาษณ์ แบบสัมภาษณ์นี้จะเป็น การเก็บข้อมูลที่ใช้การพูดคุยนะคะ เพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึก ในประเด็นที่นักวิจัยสนใจศึกษา แต่ อาจจะมีการสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้างก็ได้ หรือไม่มีโครงสร้าง นะคะ ขึ้นอยู่กับผู้ให้ข้อมูลหรือหน่วยตัวอย่าง เขาจะให้ข้อมูลในทิศทางใดนะคะ อย่างเช่น ครูไปศึกษาสภาพเศรษฐกิจของ ชาวบ้าน บ้านนาโสกนะคะ นาโสกมุกดาหาร ไปสัมภาษณ์คุณตาที่มีอาชีพทำไม้กวาด เป็นการสัมภาษณ์แบบไม่มีโครงสร้าง โครงสร้าง คือไม่ได้เตรียมข้อคำถามไว้ล่วงหน้า ว่าจะถามประเด็นอะไร ข้อคำถามปลีกย่อยไม่ได้ถาม ไม่ได้เตรียมไว้ เราก็ไปถามทำความการสัมภาษณ์ เราก็ต้องทำให้ตัวมันเป็นอย่างไรคะ เป็นกัลยาณมิตรใช่ไหมคะ คนเพิ่งพบเห็นกัน พูดคุยกัน เราก็ต้องสร้างความเป็นมิตร แนะนำตัว บอกวัตถุประสงค์ในการมาพบปะพูดคุยในวันนี้ เรามาคุยกับคุณตา เรื่องที่คุณตาทำไม้กวาดเป็นจั่งใดน้อ เราก็ต้องใช้ภาษาทางบ้านใช่ไหมคะ การสัมภาษณ์มันเป็นเสน่ห์นะคะ ถ้าให้ คนต่างถิ่นมาสัมภาษณ์ อย่างเช่น เอาคนใต้มาสัมภาษณ์คนอีสาน คิดว่าผู้ตอบอยากจะตอบโดยละเอียดไหม โอบางทีก็ไม่รู้เรื่องกันนะคะ เหมือนอย่าง เพื่อนครูเป็นคนอยุธยา เวลาลงพื้นที่ด้วยกันตอนสมัยเรียน อยู่ที่จังหวัดขอนแก่น ไปสอบถามชาวบ้าน เกี่ยวกับพฤติกรรมการดื่มเครื่องแอลกอฮอล์ แล้วก็ภาวะการมีบุตรนะคะ เพื่อนครูเป็นคนอยุธยาไปถามคุณยาย "คุณยาย รู้จักการทำหมันไหม" ยายตอบ "จัก" เพื่อนครูก็ติ๊กคำว่า "รู้จัก" เพื่อนก็ถามว่า "คุณยายมีลูกกี่คน" "7 คน" ยายบอก 7 คน 7 คน เพื่อนงงว่า เอ๊ะ ยายรู้จักการทำหมัน แต่ทำไมลูกเยอะ ซึ่งจริง ๆ แล้วคุณยายรู้จักไหมคะ ไม่รู้จัก ถ้าอีสานเรา ฮู้จักบ่ ฮู้จัก ฮู้จักบ่ จัก ก็คือไม่รู้จัก เห็นไหม อันนี้คือการสัมภาษณ์มันต้องเป็นเสน่ห์นะคะ เป็นศิลปะ 1. ต้องใช้คนในพื้นที่ เป็นเรื่องที่ดีในด้านความปลอดภัย และการสื่อสารที่ถูกต้องนะคะ จะได้ข้อมูลเชิงละเอียดเลย อย่างเช่น ครูไปบ้านนาโสก ตามื้อหนึ่งเฮ็ดไม้กวาดกี่อัน เฮ็ดได้จักอัน โอ๊ย 7-8 อันพู้นแล้วถ้าว่าง เอ้า! ถ้าว่างแสดงว่ามื้อหนึ่งบ่ได้เฮ็ดหลาย ใช้เวลาเท่าใด ใช่ไหมคะ การสัมภาษณ์มันจะไหลไปเรื่อย ๆ มื้อหนึ่งเฮ็ดกี่ชั่วโมง เฮ็ด 2-3 ชั่วโมง เมื่อยก็พัก แล้วก็นั่งเซา ก็มาเฮ็ดต่ออีก 2-3 ชั่วโมงแล้วก็พัก รวม ๆ แล้วมื้อหนึ่งเฮ็ดกี่ชั่วโมง ถึง 6 ชั่วโมงนี่บ่ตา เราก็ต้องถามไปเรื่อย ๆ ใช่ไหมคะ วันหนึ่ง 6 ชั่วโมง คุณตาทำด้ามไม้กวาดได้ 4 ด้าน ต้นทุน ไปซื่อดอกแขมเขามากี่บาทตา ก้านนี่เฮ็ดจั่งใด ก้านหาเอา เผานานบ่ กี่นาที สรุปแล้ว ต้นทุน 40 บาท ไปขาย 80 อู้ตาคือคิดราคาถูกแท้ คิดในใจใช่ไหมคะ บางทีเราสัมภาษณ์ไปเราจะมีข้อมูลที่มันละเอียด เราจะรู้ว่า เขามีกระบวนการทำไม้กวาดอย่างไร มีต้นทุนเท่าไร แล้ว จำหน่ายราคาที่มัน เขาเหมาะสมหรือไม่ ใช่ไหมคะ อันนี้เป็นวิธีการ เก็บข้อมูลโดยใช้การสัมภาษณ์นะคะ แต่ ข้อเสียก็มีนะ การสัมภาษณ์นี้ใช้เวลา ใช้เวลา ถ้างานวิจัยที่เราไม่มีเวลามากเลย แล้วก็เป็นเรื่องที่ไม่ต้องการข้อมูลละเอียดมากนักนะคะ เราก็ใช้แบบสอบถามได้ แบบสอบถามก็ดี ก็คือ มันถามใครก็ได้ เพราะว่าเราใช้ แบบสอบถาม ซึ่งสมัยก่อนเป็นกระดาษ แต่ทุกวันนี้เป็นอิเล็กทรอนิกส์ เป็นสมาร์ตโฟน ใช่ไหมคะ ติ๊ก ๆ ในสมาร์ตโฟน แล้วก็ไม่ต้องคีย์ข้อมูลนะคะ มันลัดขั้นตอนไปเลย การใช้แบบสอบถามจะมีข้อเสียอยู่นะคะ ก็คือถ้าเป็นเรื่องที่ปกปิด ผู้ให้ข้อมูลหรือหน่วยตัวอย่าง อาจจะหลีกเลี่ยง ที่จะตอบข้อมูลตามความเป็นจริงนะคะ เมื่อไหร่ก็ตามที่เราได้ข้อมูล ที่บิดเบือนหรือไม่เป็นจริง ต่อให้เราวิเคราะห์ดีแค่ไหน หรือใช้สถิติดี อย่างไรก็ตาม คำตอบที่ได้ของงานวิจัยก็ไม่น่าเชื่อถือ เพราะข้อมูลมันเป็นเท็จมาตั้งแต่แรกนะคะ อันนี้คือ ข้อเสียของการใช้แบบสอบถาม มาดู ตัวอย่างการใช้เครื่องมือวิจัย ที่เราคุยกัน ไฟล์นี้ครูให้ไปแล้วนะคะ ผลกระทบของทรัพยากร IT ที่ส่งผล ต่อความสามารถทางด้าน IT สมัยใหม่ และผลดำเนินการของ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของนักวิจัย พลาญ และเกรียงศักดิ์นะคะ นะคะ อันนี้ เราเปิดไฟล์ขึ้นมาเลย ดูซิว่านักวิจัยท่านนี้นะคะ ใช้เครื่องมือใดในการวิจัย ไฟล์ที่ครูให้ 2 ไฟล์นะคะ บทความวิจัยที่ครูให้ตั้งเริ่มต้นเลย เราจะใช้เรียนตลอดเลนะคะ ให้นักศึกษาปิดบทความวิจัยนี้ ขึ้นมานะคะ แล้วก็ดูว่านักวิจัยใช้เครื่องมือใด ในการวิจัย เปิดเลยนะคะ เปิดแล้วนะ ให้เขาเปิดบทความที่หน้าจอเขา เขาเปิดได้ไหมคะ ผู้โชคดีนะคะ ผู้โชคดีที่จะบอกเพื่อน ๆ ว่า นักวิจัยท่านนี้ใช้เครื่องมือใด ในการวิจัย อ่านจากบทความนะคะ ดูเครื่องมือ ในการวิจัย นักวิจัยใช้อะไรคะ อ่านจากบทความวิจัยค่ะ (ล่าม) ฮัลโหลครับ แจ้งว่า ผ่านเว็บไซต์ครับผม (อาจารย์) เว็บไซต์ จริงหรือเปล่า ลอง ดูอีกทีสิคะ ครูเฉลยแล้วนะคะ เพื่อน ๆ ในห้องเห็นเฉลยไหมคะ เขาชื่อโสภิดาใช่ไหมคะหนู ชื่อโสภิดาใช่ไหมคะ ชริกา เลขที่นั่นใคร อ๋อชริกาเลขที่ 1 ชริกาเห็นไหมคะ เครื่องมือในการวิจัย มีกี่ข้อคะนี่ เขาเขียน 1. คืออะไรคะ 1.1 ใช้แบบสอบถามเกี่ยวกับความคิดเห็น ของแต่ละด้าน ใช่ไหมคะ มันจะมี 3 ด้านอยู่ข้างบนที่ นักวิจัยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ เป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับความคิดเห็นนะคะ ตรงนี้ที่ใช้มาตรวัด 5 ระดับ ส่วน 1.2 ใช่ เครื่องมือวิจัยไหม ไม่ ยัง ไม่ใช่นะคะ แต่ต่อเนื่องจากเครื่องมือ เครื่องมือจะต้องเป็นอะไรคะ สิ่งของ หรืออุปกรณ์ใช่ไหมคะ แต่ 1.2 นี้คือ Step หรือขั้นตอน ในการหาคุณภาพของเครื่องมือ ดังนั้น เครื่องมือในการวิจัยก็คือ แบบสอบถามเห็นไหมคะ ไม่ว่าจะทำวิจัยเรื่องใดก็แล้วแต่ แบบสอบถามมันจะเปลี่ยนไป ตามประเด็น หรือ Topic ที่เราศึกษานะคะ คราวนี้ลองดูอีกบทความนะคะ บทความ การพัฒนาอิเล็กทรอนิกส์แบบมีปฏิสัมพันธ์ในสภาพแวดล้อมยูบิควิตัสนะคะ จาก Paper นี้นะคะ มีวัตถุประสงค์การวิจัย 3 ข้อ 1. ศึกษาองค์ประกอบของบทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ 2. พัฒนา บทเรียน 3. ศึกษาประสิทธิภาพ หรือประสิทธิผลของบทเรียนนี้ เครื่องมือที่ใช้ ในการวิจัยมีอะไรบ้าง เดี๋ยวนะคะ ครูจะลองสุ่ม วันนี้วันที่ 24 ครูก็ถามไปแล้ว เอานี่บ้าง บทความนี้นักวิจัยใช้ เครื่องมือในการวิจัยอะไรบ้าง ต้องอ่าน ในบทความนะคะ เราจะเจอคำตอบนะ เรานั่งคิดเองนี่อาจจะถูกไม่ถูกนะคะ แต่เราต้องไปดูในบทความที่ เขาเขียนเผยแพร่ไว้ ดูในไฟล์นี้ เพื่อน ๆ ดูในไฟล์นี้เลยนะคะ เปิดมาดู พวกเรามีไฟล์เดิมไหมคะ ที่ใครให้ไปบทความวิจัยนี้เปิดขึ้นมาดูเลยนะคะ มีใครจะตอบครูไหมคะ ใครก็ได้ ที่เป็นอาสาสมัครอยากตอบแทนเพื่อน มีไหมคะ ใครก็ได้ยกมือเลยค่ะ อยากตอบแทนเพื่อน เชิญค่ะ เลขที่ 19 ยกมือหยิก ๆ แบบประเมินและแบบสอบถาม หนูดูมาจากตรงนี้ใช่ไหมคะ ตรงหัวข้อนี้เลยใช่ไหม โอ้เก่งมาก ปรบมือให้เพื่อนด้วยนะคะ ปรบมือให้เพื่อนด้วย เป็นอาสาสมัคร นะคะนี่ ลองดูนะคะ เครื่องมือในการวิจัย 1. แบบสังเคราะห์ แบบสังเคราะห์วรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง เห็นไหมคะ เครื่องมือวิจัยเยอะมากเลย ข้อ 2 ใช้แบบอะไรอีกคะ แบบ สัมภาษณ์ ไปสัมภาษณ์ครูผู้สอน 2.3 ใช้แบบประเมิน เหมือนจตุรพรพูดนะคะ มีแบบประเมิน แล้วก็มีนวัตกรรม ที่นักวิจัยสร้างขึ้น ก็ถือว่าเป็นเครื่องมือในกระบวนการ วิจัยนี้ นั่นก็คืออะไรคะ บทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ เห็นไหมคะ มีแบบประเมิน แล้วก็มีแบบทดสอบ เห็นไหมคะ แบบทดสอบอันนี้ ก่อนเรียนกับหลังเรียน แบบประเมิน ๆ โอ้โหเยอะเลย เห็นไหมคะ ตรงนี้ผ่านได้นะคะ พวกเราจะเห็นว่างานวิจัยนี้จะใช้เครื่องมือที่ หลากหลายมาก เพราะว่ามีวัตถุประสงค์การวิจัยอยู่ 3 ข้อ เห็นไหมคะ ศึกษาองค์ประกอบของสื่ออิเล็กทรอนิกส์ แล้วก็พัฒนาบทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ แล้วก็หาประสิทธิภาพของมัน เห็นไหมคะ ถ้ามีวัตถุประสงค์เยอะ เครื่องมือมันก็ จะล้อตามวัตถุประสงค์การวิจัยนะคะ คราวนี้ เรามาดูว่าจากตัวอย่าง 2 ตัวอย่างเมื่อกี้ สิ่งที่นักวิจัยใช้กันมากก็คือ อะไรคะ แบบสอบถามนะคะ แบบสอบถาม หรือ แบบประเมิน คราวนี้เราจะมาสร้างแบบสอบถามได้อย่างไรนะคะ เราก็มาดู ขั้นแรกเลยเราต้องศึกษา วรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง แล้วก็ตอนนี้ต้องเข้าใจว่า เรามีสมมุติฐานการวิจัย มีโจทย์ปัญหาวิจัยในใจแล้ว มีเรื่องวิจัยที่จะทำในใจ ในใจเราในกลุ่มเรานะคะ จะทำวิจัยเรื่องอะไร มีวัตถุประสงค์การวิจัย มีคำถามการวิจัยเรียบร้อยนะคะ แล้วประเด็นที่เราอยากจะศึกษา มีด้านใดบ้าง อันนี้ต้องมีการศึกษามาก่อนหน้านะคะ แล้วเราก็ จะร่างแบบสอบถาม หรือสร้างข้อคำถาม พอเราร่างแบบสอบถามแล้ว แบบสอบถามนั้นยังไม่สามารถไปถูกเก็บข้อมูลได้ทันนะคะ จะต้องไปขอความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อ ให้ความเห็นว่า แบบสอบถามเรามีความสอดคล้องเชิงเนื้อหา หรือไม่นะคะ แล้วก็หาคุณภาพเครื่องมือนะคะ ตรงนี้ถ้าผู้เชี่ยวชาญบอก ยังไม่เมหาะสมกับวัตถุประสงค์การวิจัย ของคุณ เราก็ต้องกับมาแก้ไขปรับปรุง แล้วปรับปรุง แล้วก็ส่งให้ ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบอีกครั้งหนึ่งนะคะ ในกรณีที่ตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว มีคุณภาพ ความสอดคล้องเชิงเนื้อหา อยู่ในเกณฑ์ยอมรับได้ นะคะ เราก็จะเอาแบบสอบถามนั้นไปทดลองใช้ กับบุคคลที่มีลักษณะคล้ายกับกลุ่มตัวอย่าง ที่เราอยากจะศึกษา แต่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง เขาเรียกว่าเอาไปทดลองใช้ หรือ Trial นะคะ ไปทดลองใช้ปั๊บ เราจะได้ข้อมูลมา ส่วนใหญ่เขาใช้กันแค่ 30 ชุด นะคะ พอได้ข้อมูลที่เราไปทดลองเก็บมาแล้ว เราก็มาหาความเชื่อมั่นของแบบสอบถามนะคะ ในกรณีที่เราทำงานวิจัยเกี่ยวกับ ความคิดเห็นของบุคคลนะคะ เราต้องหาค่าเชื่อมั่น หรือ Reliability ของแบบสอบถามชุดนั้นว่ามันมีค่ามากหรือน้อย Reliability นี่เดี๋ยวเราจะคุยโดยละเอียด ในสัปดาห์หน้านะคะ ว่ามันมีค่าเป็นอะไรได้บ้าง แล้วมัน แปลผลอย่างไรนะคะ ถ้าเกิด Reliability มันไม่ค่อยดี มันน้อย เราก็ปรับปรุงข้อคำถาม ให้มันชัดเจนขึ้นนะคะ ขั้นตอนเหล่านี้จะทำให้ เราทราบว่า ข้อคำถามที่เราจะคิด ไปถามตัวอย่างตรงนั้น คนที่จะตอบเราน่ะ เขาเข้าใจ สื่อความหมายตรงกับที่เราอยากจะถามเขาไหมนะคะ พอเราได้แบบสอบถามที่มีคุณภาพแล้ว เราถึงเอาไปเก็บ กับกลุ่มตัวอย่างที่แท้จริงนะคะ ใน Step นี้ เวลาเราทำแบบสอบถาม สิ่งแรกตอนนี้เราต้องทำอะไรคะ ร่างแบบสอบถาม เราจะร่างอย่างไร เดี๋ยวมาดูนะคะ ขั้นตอนการร่างแบบสอบถาม อย่างแรกคือ กำหนดวัตถุประสงค์การวิจัย ตอนนี้มันมีอยู่แล้วนะคะ ก็เราทำวิจัย เรื่องอะไร กับใคร เพื่อวัตถุประสงค์ใด ทำเรื่อง พฤติกรรมการใช้สมาร์ตโฟนกับนักศึกษา ม. ราชภัฏสกลนคร วัตถุประสงค์เพื่ออยากทราบการใช้สมาร์ตโฟนของนักศึกษา แบบนี้นะคะ เรากำหนดวัตถุประสงค์แล้ว เราก็กำหนดประเด็นหลัก แล้วก็เนื้อหาที่เราจะไปศึกษา ประเด็นหลัก ประเด็นย่อย กำหนดจำนวนข้อความ เรามาดูนะคะ อย่างเช่น การกำหนดจำนวนข้อความ สมมุติว่าเราดกำหนดประเด็นหลักไว้ 2 ประเด็นนะคะ ประเด็นที่ 1 ให้ความสำคัญ 40 เปอร์เซ็นต์ ประเด็นหลักที่ 1 นะคะ มีประเด็นย่อยอยู่ 3 ประเด็นย่อยเหล่านี้ให้น้ำหนักเป็นเท่าไร จาก 40 เห็นไหมคะ กระจายออกมาเป็น 20 เป็น 10 เป็น 10 ถ้า A1 มีน้ำหนัก 20 ดังนั้นข้อคำถาม ก็เยอะขึ้นหน่อย อย่างเป็นสัดส่วนเห็นไหมคะ ประเด็นที่ 2 B น้ำหนัก 60 ความสำคัญ 60 เปอร์เซ็นต์ มี 3 ประเด็นย่อย แต่ 3 ประเด็นนี้ มีความสำคัญเท่าเทียมกันเลย อย่างนั้นให้ความสำคัญ เป็นเท่าไรคะ 20 : 20 : 20 กำหนดข้อคำถามเท่ากัน ก็เป็น 2 : 2 : 2 แบบนี้เราจะเห็นว่า แบบสอบถามของเราก็จะมี ความสำคัญรวมกันแล้วเป็นเท่าไรคะ 100 มีจำนวนข้อ 10 ข้อ นะคะ มันจะทำให้แบบสอบถามเราเก็บข้อมูลได้ตรงตามวัตถุประสงค์ และไม่เป็นแบบสอบถามที่ยาวเกินไป ยกตัวอย่าง เช่น อันนี้ อันนี้เป็นงานเราทำด้วยกันในห้องไหมคะ เดี๋ยวเราช่วย ๆ กัน แป๊บหนึ่ง สมมุติเรื่องของกลุ่มพฤติกรรมการใช้สมาร์ตโฟนกับผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนของนักศึกษา เราจะกำหนด ประเด็นหลักกี่ประเด็นดีคะ ตรงนี้นะคะ สังเกตนะคะ พฤติกรรมการใช้สมาร์ตโฟน ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์การเรียนไหมนะคะ แสดงว่า ประเด็นหลักเราน่าจะมีกี่ประเด็นคะตอนนี้ 2 ประเด็น เราฝึกคิดด้วยกันนะคะ เพราะว่าครูจะไม่ตอบให้ นักศึกษาต้องช่วยกันตอบ แล้วก็ช่วยกันคิด ใครมีปากกา กระดาษก็จดลงไปเลยนะคะ เดี๋ยวครูจะใช้ปากกาเมาส์ ที่ครูมีเขียนลงไป มันจะไม่ค่อย ไม่ค่อยสวยนะคะ ประเด็นหลัก ประเด็นที่ 1 ที่ควรจะมีก็คือ ผู้โชคดีหมายเลข 3 ลองกำหนดสิคะ วัตถุประสงค์เป็นแบบนี้ นะคะ เหมือนในสไลด์ ประเด็นหลักที่เราอยากจะไปเก็บข้อมูลกับเขา กับนักศึกษา เราน่าจะถามเขาเรื่องอะไร บ้าง ประเด็นหลัก ประเด็นหลักที่ 1 ดูวัตถุประสงค์เลยนะคะ ดูวัตถุประสงค์เราจะเห็นคำสำคัญ หรือตัวแปรที่เราศึกษาอยู่ จะเห็นชัดเจนเลย ประเด็นหลักที่ 1 ที่เราอยากจะรู้คืออะไรคะ พฤติกรรมการใช้สมาร์ตโฟน เพื่อนช่วยตอบแล้วนะคะนี่ พวกเรา พวกเราทำใส่กระดาษตัวเองนะคะ พอดี ครูไม่สะดวกเขียนตรงนี้ พฤติกรรม มีปากกาเขียนในคอมฯ เลยได้ไหมคะ แบบว่าเขียนแล้วมันปรากฏที่คอมฯ เลยได้ไหมคะ ไม่ได้ อ๋อ โอ.เค. เดี๋ยวพี่ใช้อันนี้ก็ได้ค่ะ มาช่วยกัน ช่วยกัน ขอบคุณคะ ประเด็นหลักที่ 1 1. พฤติกรรม การใช้ สมาร์ตโฟน ประเด็นที่ 2 คืออะไรคะ เมื่อกี้ วัตถุประสงค์ของเขาคือ ความสัมพันธ์ของพฤติกรรมการใช้สมาร์ตโฟนต่ออะไรคะ ต่ออะไรของนักศึกษา ผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียน เอ๊ะผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หรือตัวแปรที่ 2 ที่เราอยากศึกษา เรากำหนดประเด็นเป็นเรื่องอะไรคะ พฤติกรรมก็ได้ มีคนตอบครูมานะคะ ครูยึดตามที่นักศึกษาเสนอมานะคะ พฤติกรรม การเรียน พฤติกรรมการเรียน นี้รวมผลการเรียนด้วยไหม รวมกัน พฤติกรรมและผลการเรียน อันนี้คือประเด็นหลัก จากนั้นพอ กำหนดประเด็นหลักแล้ว เราต้องกำหนดอะไรคะ ความสำคัญของ 2 ประเด็นหลักนี้ ในความสำคัญ 100 ส่วน หรือ 100 เปอร์เซ็นต์ จะให้หัวข้อที่ 1 กี่เปอร์เซ็นต์ หัวข้อที่ 2 กี่เปอร์เซ็นต์คะ มีคนบอก 50 : 50 เห็นด้วยไหม เดี๋ยวก่อนนะ มีคนบอกข้อที่ 1 50 : 50 คนที่ 2 บอก 70 : 30 ก็คือ อันที่ 1 70 อันนี้ 30 มีอีกคนไหม คนที่ 3 บอก 80 : 20 คนที่ 4 มีอีกไหม ตอนนี้ สมมุติว่าพวกเราทั้งหมดเป็นทีมนักวิจัย คนที่ 1 บอก 50 : 50 คนที่ 2 บอก 70 : 30 คนที่ 3 บอก 80 : 20 สิ่งเหล่านี้ใครจะตอบให้เรา ไม่มีใครบอกให้ ว่าอันไหนถูก หรือผิด แต่จะเป็นการทำงานร่วมกันของกลุ่มนักวิจัย เราต้องไปคุยกับเพื่อนในกลุ่มเราว่า อุ้ยเธอต้อง Defense กัน Discuss กัน อภิปรายกัน อุ้ยเธอฉันคิดว่า ข้อ 1 ก็มีความสำคัญ อันนี้ก็มีความสำคัญ มันเท่า ๆ กันนะ มันน่าจะเป็น 50 : 50 เธอเห็นด้วยกับฉันไหม อีกคนบอกว่า ไม่หรอกเธอ ฉันคิดว่าความเป็นจริง เราอยากจะรู้พฤติกรรมการใช้สมาร์ตโฟนเขามากกว่า เพราะจริง ๆ มันเป็นอย่างไร แล้วมันส่งผลต่อพฤติกรรมการเรียนและผลการเรียนอย่างไร ฉันอยากจะรู้อันนี้มากกว่า มันจึงเอาเป็น 70 : 30 คุยกัน โสเหล่กัน ยกมือ สุดท้ายอภิปรายกันเสร็จ ยกมือ ห้องนี้ใครจะเอาแบบที่ 1 ยกมือขึ้น ตอนนี้เราโหวตนะคะ แบบที่ 1 50 : 50 ในห้องนี้พวกเรายกมือเลยนะคะ ใครจะเลือกแบบที่ 1 สูง ๆ ค่ะ สูง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ใครไม่ยกไม่เช็กชื่อเรียนให้ 1, 2 5 คน ยกแล้วห้ามยกอีกนะคะ ยกสูง ๆ หน่อยค่ะลูกแป๊บหนึ่ง ยกค้างไว้ครูกำลังจะนับ 1, 2, 3, 4, 5 มี 5-6 ที่เห็นด้วย ขอบคุณค่ะ มี 6 คน ที่เห็นด้วยกับ ข้อ 1 ใคร จะเอา 70 : 30 ยกมือขึ้น สูง ๆ ๆ นะคะ 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9, 10, 11 ขอบคุณค่ะ 11 คน 80 : 20 80 : 20 ค่ะ คงจะเป็น 1 คนที่เสนอนั่นนะคะ สมมุติ โอ.เค. ในกรณีนี้ เราก็ไปปรึกษาในทีมวิจัยเรา ลงความเห็นได้แล้วว่า เราสนใจศึกษาเป็นอย่างไรคะ ความสำคัญเป็น ถ้าเราจะยึดเป็น 70 : 30 ตามความคิดเห็น ของเพื่อนร่วมทีมเรา เพราะเราอยากจะศึกษาพฤติกรรมการใช้สมาร์ตโฟน มากกว่า พฤติกรรม และผลการเรียนนะคะ เป็น 70 : 30 พอกำหนดความสำคัญเสร็จแล้ว เราก็มากำหนดอะไรคะ ประเด็นย่อย ว่าพฤติกรรมการใช้สมาร์ตโฟน ใครอยู่กลุ่มนี้นี่โชคดีเลยนะคะนี่ เหมือนกับเราได้ร่างไปได้เรียบร้อยแล้ว ประเด็นย่อย เพื่อน ๆ ช่วยทำนะคะนี่ ประเด็นย่อย พฤติกรรมการใช้สมาร์ตโฟน เราจะถามเขา ในประเด็นย่อยใดบ้าง ยกมือเลยค่ะ ใคร ถามเรื่องอะไรคะ 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8 มีอาสาสมัครไหมคะ จำนวน จำนวนเวลาที่ใช้ ดีมากเลย อันนี้เป็นเรื่องสำคัญเลยนะคะ จำนวนและเวลาที่ใช้ แต่ว่าเวลาเราคิด มันจะเป็นการคิดแบบ แบบไม่เป็นทางการ แต่เวลาเขียนเราก็เขียนแบบทางการนะคะ ที่เพื่อนบอกว่า เวลาที่ใช้ใช่ไหมคะ หมายถึง แบบไหน อธิบายหน่อย วัน อ้อวันหนึ่ง ใช้กี่ครั้ง ครั้งละกี่นาที แบบนี้ใช่ไหมคะ โอ.เค. อย่างนั้นเราพูดเป็นรวม ๆ ว่า ก็คือพฤติกรรมการใช้ อันนี้ก็คือ จำนวน ความถี่ใช่ไหมคะ จำนวนความถี่ ครูจะย่อ ๆ นะคะ จำนวนความถี่ที่ใช้ สมาร์ตโฟนนะคะ ถามอะไรอีกไหม นอกจาก เขาใช้บ่อยไหม อยากจะรู้ไหมว่าเขาจะใช้ อะไร อยากรู้ไหมคะ ก็คือ อาจจะเป็น อยากจะรู้เรื่อง App ที่เขาใช้ ใช่ไหมคะ ใช้ App แล้วก็ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ของการใช้ อันนี้ประเด็น สิ่งเหล่านี้ถ้าเรา Review มา เราถึงจะตอบได้ ไอ้ที่หนูพูดมานี่ ใช่หมดเลยนะคะนี่ วัตถุประสงค์การใช้ สมมุติ เอาแค่นี้ก่อนนะ พอเรากำหนดประเด็นย่อยเสร็จแล้ว เราก็มากำหนดอะไรคะ น้ำหนักใช่ไหมคะ น้ำหนักของประเด็นย่อย 70 เปอร์เซ็นต์ จะถามเกี่ยวกับ พวกจำนวนความถี่การใช้สมาร์ตโฟนนี่กี่เปอร์เซ็นต์คะ 20 เกี่ยวกับ App น้ำหนักเท่าไรคะ ตัวนี้ ถ้าเป็น 20 : 20 : 20 มันก็ไม่ครบ 70 เห็นไหมคะ ตัวข้างล่างบอกวัตถุประสงค์ใช้นี่ให้เป็น 30 อันนี้ App เป็น 20 มันก็จะล้อกับจำนวน ข้อคำถาม แบบเป็นสัดส่วนนะคะ คราวนี้ประเด็นย่อยของพฤติกรรม และผลการเรียน ประเด็นย่อยเราถามเรื่องอะไรบ้าง อย่างนั้นเราเอาง่าย ๆ เลยนะคะ มันเป็นพฤติกรรมและผลการเรียน เราก็ถาม 2 ประเด็นเลยนะคะ ครูช่วยนะคะ พฤติกรรมการเรียนกับอะไรคะ ผลการเรียน โอ.เค. น้ำหนักผลการเรียนอาจจะเป็น 20 อันนี้อาจจะเป็น พฤติกรรมเป็น 20 ผลการเรียนเป็น 10 ถ้าเราคิดง่าย ๆ นะคะ ผลรวม 100 เปอร์เซ็นต์ ถ้าเราอยากได้ ข้อคำถามสัก 20 ข้อ คิดแบบเป็นสัดส่วน ตรงนี้ต้องเอากี่ข้อคะ 20 ข้อ แต่มันเป็น 70 เปอร์เซ็นต์ใช่ไหมคะ พูดง่าย ๆ ก็คือ ถ้า 10 ข้อ 7 ข้อต้องมีตรงนี้ 7 x 2 เป็น 14 ใช่ไหมคะ แสดงว่าทั้งหมดนี้จะต้องเป็น 14 ข้อ แล้วอันนี้เป็นกี่ข้อคะ 6 ข้อ 14 ข้อนี้ จะเป็นประเด็นย่อย เท่าไรคะ เราเอา 14 ตั้งหารด้วยอะไรคะ หาร 7 ใช่ไหมคะ เพราะว่ามันเป็น 0.7 เปอร์เซ็นต์ น้ำหนักมันนะคะ ความสำคัญ 70 เปอร์เซ็นต์ ก็คือ 0.7 ตรงนี้นะคะ เอา 14 หาร 7 รับ 2 แสดงว่า 1 ส่วน ก็คือ 2 ข้อ แต่ตัวนี้มันเป็น 2 ส่วน 2 คูณ 2 ก็เป็นเท่าไรคะ เป็น 4 แล้วนี่เป็น 6 เห็นไหมคะ ส่วน จำนวนข้อตรงนี้ จะกี่ข้อดี 4 กับ 2 โอ.เค. รวมแล้ว ครบ 20 ข้อ เห็นไหมคะ และ นี่คือเรากำหนดข้อคำถามก่อนว่า แบบสอบถามเราจะมีทั้งหมดกี่ข้อ คำถาม ไม่ใช่คิดไปเรื่อย ๆ ๆ นะคะ ตรงนี้ผ่านนะ ซึ่งงานในวันนี้พวกเราจะต้องออกแบบตรงนี้ นะคะ เป็นงานกลุ่มส่งครูนะคะ ออกแบบสอบถามเรื่องของเราว่า เรื่องของเราจะถามประเด็นใดเป็นประเด็นหลัก ประเด็นย่อยมีกีประเด็น แล้วกำหนดน้ำหนัก แล้ว กำหนดข้อคำถาม อันนี้คืองานชิ้นที่ 1 นะคะ งานกลุ่มในวันนี้ที่เราจะต้องทำ แต่ว่าเราจะต้องอ่านจากงานคนอื่นเยอะ ๆ แล้วก็กำหนดหัวข้อนะคะ ต่อไปอันนี้พวกเรา ทำร่วมกันแล้วนะคะ มาดูรูปแบบการ กำหนดข้อคำถาม ข้อคำถาม แบบที่ 1 ก็คือแบบปลายเปิด ยกตัวอย่าง เช่น ให้ท่านบอก ชื่อโปรแกรมตัดต่อวิดีโอที่ท่านชื่นชอบ แน่นอนโปรแกรมตัดต่อวิดีโอมีตั้งเยอะตั้งแยะใช่ไหมคะ คุณชอบโปรแกรมอะไรล่ะ ทำไมคุณชอบ ไม่แน่นะ พวกเราเรียน IT แล้วทำการวิจัยการตลาดให้กับ ทางด้าน IT ก็ได้ใช่ไหมคะ ต้องไปถามเขาว่า เขาชอบโปรแกรมอะไร เพราะอะไร ไม่รู้นี่ ก็ Blank ให้เขา เติมเอง เห็นไหมคะ การออกแบบสอบถามแบบที่ 1 คือคำถามปลายเปิด เป็นการให้ผู้ตอบ ตอบคำถาม ได้อย่างอิสระเสรี ตามข้อเท็จจริงของเขานะคะ เพราะว่าคำตอบที่เป็นไปได้ มันเป็นไปได้หลายรูปแบบ เราจะทำตอบล่วงหน้าก็ลำบากนะคะ เราก็เลยจะต้อง ว่างไว้ให้เขาตอบเอง เขียนเองนะคะ คราวนี้ บางข้อคำถามที่เราทราบแน่ ๆ ถ้า ฉันถามเธอไปแล้ว คำตอบที่เธอจะตอบฉันมีแค่ไม่กี่อย่างหรอก มีคำตอบที่เป็นไปได้ชัดเจน อย่างเช่น ท่านรู้จักโปรแกรม PowerDirector หรือไม่ พวกเรารู้จักไหมคะ คำตอบที่เป็นไปได้มีกี่อย่าง 2 อย่างก็คือ รู้จักกับไม่รู้จัก ถ้าข้อคำถามใด เรารู้แน่ ๆ ว่าคำตอบล่วงหน้ามันชัดเจน มีแค่ 2 อย่าง หรือ 3 อย่าง เราก็ทำ ลิสต์ไว้ให้เขา เลือกนะคะ อย่างเช่นข้อนี้ เขาเรียกว่า "คำถามปลายปิด" เป็นกรณีที่ตอบได้เพียง ข้อเดียว แบบนี้นะคะ ใช้เมื่อคำตอบที่เป็นไปได้ มันมี Choice ไม่เยอะ มี 2 หรือ 3 หรือ 4 นะคะ ยกตัวอย่าง เช่น เพศ ท่านเพศเป็นอะไรใช่ไหมคะ ไม่ชาย ก็หญิง โอ.เค. นะคะตรงนี้ แต่บางข้อคำถามอาจจะ ให้ผู้ตอบ ตอบได้ หลายคำตอบ แต่มีคำตอบ ที่รู้ว่าอาจจะเป็นไปได้ล่วงหน้าอยู่บ้างแล้ว เพื่อความสะดวกในการตอบ นักวิจัยก็เลย ทำตัวเลือกไว้ให้นะคะ ข้อคำถามแบบนี้เขาเรียกว่า "ข้อคำถามแบบเลือกตอบ" ตอบได้หลายข้อ เช่น ท่านเคยใช้ โปรแกรมตัดต่อวิดีโอใดบ้าง อันนี้ครูทำสไลด์มาเกินนะคะ ครูแก้ไม่หมด ตรงนี้ผิดนะคะ ท่านเคยใช้โปรแกรมตัดต่อวิดีโอใดบ้าง ยกตัวอย่าง ครูจะสุ่มถาม ฟ้า ฟ้า มาไหมคะ ไหนคะฟ้า ฟ้า ฟ้านั่งเลขที่ 22 นะคะ 22 หนูฟ้า หนูฟ้า หนูลองตอบข้อคำถาม บนสไลด์ ในข้อคำถามนี้นะคะ ท่านเคยใช้โปรแกรมตัดต่อ วิดีโอใดบ้าง ถ้าเรา เคยใช้โปรแกรมตัวไหน เราก็ทำไมคะ ติ๊กถูก ตอนนี้ฟ้าลองตอบข้อนี้สิคะ ข้อ 1 ติ๊กไหม PowerDirector เคยใช่ไหมคะ (ล่าม) อันที่ 1 (อาจารย์) เคยใช้ไหมคะ (ล่าม) อันที่ 1 ไม่รู้ ไม่เคยค่ะ (อาจารย์) ไม่เคย ถ้าไม่เคยก็ว่างไว้ เห็นไหมคะ อันที่ 2 Adobe Premiere เคยใช้ไหมคะ (ล่าม) เคยค่ะ (อาจารย์) ถ้าเคย ก็ติ๊กถูก อันที่ 3 โปรแกรม ActionDirector เคยใช้ไหมคะ (ล่าม) ไม่ค่ะ (อาจารย์) ไม่เคย ก็ว่างไว้ แสดงว่าติ๊กแค่อันนี้อันเดียว แต่ถ้าเกิดฟ้าเคยใช้โปรแกรมอื่น แต่มันไม่มีใน Choice นักวิจัย อาจจะเป็นไปได้ใช่ไหมคะ นักวิจัยต้องออกแบบChoiceที่ 4 ไว้ให้ เป็นลักษณะปลายเปิดแฝงเข้าไป ให้ผู้ตอบ ตอบไปเอง เช่น หรืออื่น ๆ โปรดระบุ เคยใช้โปรแกรมอื่นนอกเหนือจาก 3 โปรแกรมนี้ไหมคะฟ้า เคยไหม (ล่าม) ใช้อันเดียวค่ะ (อาจารย์) เคยใช้อันเดียว ในห้องนี้ทุกคนเลย เคยใช้โปรแกรม ตัดต่อวิดีโออื่นนอกจาก 3 โปรแกรมนี้ไหมคะ มีใครเคยใช้โปรแกรมอื่นไหมคะ ใช้โปรแกรมอะไรคะ Movie Maker ถ้าหนูเป็นตัวอย่างให้ข้อมูล หนูก็ต้องติ๊กตรงนี้ใช่ไหมคะ Movie Maker แล้วมีโปรแกรมอื่นอีกไหม Sony ถ้า ใช้ทั้ง 2 ตัวก็ อันแรกอะไรนะหนู ครูลืม Movie Maker, Sony สมมุติว่าหนูก็เคยใช้ Sony นะคะ สังเกตว่า อื่น ๆ โปรดระบุนี่ เขาเคยใช้ อาจจะเคยใช้ 2 โปรแกรม ที่นอกเหนือจากนี้ หรือ 3 โปรแกรมที่นอกเหนือจากนี้ ในการออกแบบ ข้อมูลตรงนี้นะคะ นักวิจัยต้องคำนึงถึงตัวแปรที่จะเกิดขึ้น สิ่งที่ครูจะชี้ให้เราเห็นก็คือ ถ้าออกแบบ แบบที่ 1 แบบเลือกตอบนะคะ ตอบได้แค่ข้อเดียว จะมีตัวแปรเกิดขึ้น แค่ 1 ตัวแปร 1 Variable นะคะ แต่สำหรับข้อคำถามที่ เลือกตอบได้หลายข้อ Variable หรือตัวแปรจะนับจาก Choice ตัวเลือก อย่างเช่น ข้อนี้ PowerDirector ก็เป็น 1 ตัวแปร ตัวแปรตัวที่ 2 ก็เป็น Adobe ตัวแปรตัวที่ 3 ก็เป็น ActionDirector ส่วนตัวแปรอื่น ๆ โปรดระบุ ถ้าเราต้องการข้อมูล ที่มันมาก เราต้องสร้างตัวแปร Dummy แฝงซ่อนเอาไว้ อาจจะเป็น 3 ช่องนะคะ 3 ตัวแปร แล้วมา Code เองว่าตัวแปรนั้นเป็นอะไร ซึ่งจะต้อง จากการตรวจสอบแบบสอบถามตอนที่เราไปเก็บมา คัดกรองก่อน ว่าเขาตอบอะไรมาบ้างนะคะ ที่มันมีความถี่เยอะ ๆ เราค่อยมาสร้างชื่อตัวแปร อย่างเช่น มีคน 15 คนในห้องนี้ ตอบมา Sony ดังนั้นตัวแปรที่ 4 ครูก็จะเปลี่ยน เป็น Sony นะคะ หรือตัวแปรที่ 5 ในห้องนี้ ก็ใช้กันเยอะมากเลย Movie Maker ครูก็ตั้งตัวแปรตัวที่ 5 เป็น Movie Maker ส่วนโปรแกรมอื่น ๆ มีคนใช้แค่ 1 คน หรือ 2 คน ครูก็เหมารวมยัดเข่ง เป็นตัวแปรตัวที่ 6 ก็คืออื่น ๆ นอกเหนือจาก 5 ตัวแรก เข้าใจนะคะ ขึ้นกับความถี่ของคนที่ตอบด้วย อันนี้แตกต่างกันนะคะ ถ้าตอบได้ 1 ข้อ จะเป็นตัวแปรเดียว ถ้าตอบได้หลายข้อ ข้อ Choice คำตอบคือตัวแปร ยิ่งมี Choice มากตัวแปรยิ่งมากนะคะ ต่อไป ถ้าถาม เรื่องความคิดเห็นของคนนะคะ ความรู้สึก ทัศนคติ สิ่งเหล่านี้มันไม่เที่ยงนะคะ เราจะใช้ข้อมูลที่อยู่ ในมาตรวัดพิเศษนะคะ ก็คือในเรื่องนี้จะเป็น มาตรวัด 5 ระดับ หรืออาจจะเรียกว่าจะเป็นมาตรวัด Rickle Scale อย่างเช่น ข้อคำถามนี้ สมมุติว่าเราเคยใช้โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ ActionDirector เขามีข้อคำถามว่า ท่านชอบ หรือท่านพึงพอใจต่อ Feature ของโปรแกรม ActionDirector มากน้อยเพียงใด 5 แปลว่าชอบมากที่สุด, 4 ชอบมาก, 3 ปานกลาง, 2 ชอบน้อย, 1 ชอบน้อยที่สุด ก็คือไม่ค่อยชอบเลย เห็นไหมคะ เราอยากตอบบอกความรู้สึกเรา เราก็ติ๊กลงไปในช่องหนึ่งช่องใด แบบนี้ก็เรียกว่า "มาตรวัด 5 ระดับ" นะคะ เป็น 1 ตัวแปรนะคะ ต่อไป รูปแบบคำถามอีกแบบก็คือ แบบเติมคำนะคะ อันนี้เป็นแบบสอบถามแบบ ปลายปิด เติมคำ เติมคำนี้จะใช้เมื่อเราต้องการข้อมูลเชิงปริมาณ ที่ถูกต้องแท้จริงนะคะ ท่านใช้โปรแกรม ActionDiracter Blank ไว้ เดือน อันนี้ถามสมมุติว่าเขาเคยใช้โปรแกรมนี้มานะคะ เราก็ถามต่อว่าเคยใช้มานานหรือยัง เขาก็ตอบ 5 เดือน 6 เดือน แล้วแต่นะคะตามข้อเท็จจริง สิ่งต่างกัน 2 อย่างนี้ก็คือ 1. มาตรวัด Rickle Scale ใช้กับข้อมูลที่เป็นพวกความรู้สึก ความพึงพอใจ ความคิดเห็นนะคะ ทัศนคติ แต่แบบสอบถามที่ใช้แบบเติมคำเข้าไปนี่ ส่วนใหญ่ ใช้เก็บข้อมูลที่มีลักษณะเป็นข้อเท็จจริง อันนี้เราต้องแยกนะคะ ข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริง อย่างเช่น บ้านเลขที่ เห็นไหมคะเป็นข้อเท็จจริง ส่วนสูง อายุ ของเรานะคะ เป็นข้อเท็จจริง ไม่ต้อง ถ้าข้อมูลใดเป็นข้อเท็จจริงเวลาเราออกแบบสอบถามนี่ ไม่ต้องไปหาค่า ความเชื่อมั่นนะคะ เพราะว่ามันเท็จจริงในตัวมันอยู่แล้วนะคะ ไม่เหมือนพวกความรู้สึก แบบถูกผิด แล้วก็แบบจับคู่นะคะ อันนี้ก็ เป็นการกำหนดรูปแบบข้อคำถามแล้วนะคะ เรามาดูตรงนี้ ขั้นตอนการร่างแบบสอบถาม มีอยู่ 9 ข้อ ในนี้ แต่ตอนนี้ครูอธิบายถึงข้อไหนคะ ข้อ 6 พอเราทำข้อ 6 เสร็จแล้ว ก็คือเรากำหนดประเด็นหลัก ประเด็นย่อย กำหนดน้ำหนัก กำหนดจำนวน ข้อคำถาม แล้วก็สร้างข้อคำถามเรียบร้อยแล้ว แล้วลองไปเก็บนะคะ ในสัปดาห์ถัดไปพอเรามี ข้อมูลในมือแล้ว ครูจะสอนเรื่องการตรวจสอบ คุณภาพของเครื่องมือนะคะ ว่าเครื่องมือที่เราใช้นี่ มันมีความน่าเชื่อถือมากน้อยแค่ไหน นะคะ ดังนั้นงานในวันนี้ในเป็นงานกลุ่ม สิ่งที่จะให้เราทำก็คือ ให้เราศึกษา วรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง แล้วทำอะไรส่งครูคะ ไม่ใช่งานเดี่ยวนะคะ เป็นงานกลุ่มนะ ทำตัวนี้นะคะ ทำแบบนี้ส่งครู ได้ไหม ก็คือให้นักศึกษา บอกชื่อเรื่องวิจัยของเรานะคะ บอกชื่อ เรื่องวิจัย สมาชิกในกลุ่ม แล้วก็ การร่างแบบสอบถาม นะคะ เราก็กำหนดประเด็นหลักว่ามีกี่ประเด็น ในเรื่องของพวกเราในระดับชั้นนี้นะคะ ในระดับปริญญาตรี ครูขอกำหนดประเด็นศึกษาหลักนะคะ ไม่เกิน 3 ประเด็น อย่ากำหนดเยอะ ให้มีแค่ 2 หรือ 3 พอนะคะ เพราะ เราระดับการศึกษา ป. ตรี ไม่ต้องเอาเยอะมากนะคะ พองานวิจัยมันยิ่งมีวัตถุประสงค์ หรือประเด็นหลักมาก ๆ มันใช้เวลาเยอะนะคะ ต้อง Review เยอะด้วย อันนี้เราแค่ทดลองใช้นะคะ แล้วก็ฝึกปฏิบัติ ให้มีประเด็นหลัก 2-3 ประเด็น ก็พอ โอ.เค. ไหมคะ แล้วประเด็นย่อยก็ให้กำหนด ตามหัวข้อขอบเขตที่เราศึกษา พอเราได้ จำนวนข้อแล้วว่าแบบสอบถามเรามีกี่ข้อ ให้เรา ออกแบบแบบสอบถามมาส่งครู เพราะฉะนั้นส่ง กี่อย่างคะ 2 อย่าง 1. ก็คือแผนผัง การร่างแบบสอบถาม แล้วก็ให้ออกแบบแบบสอบถาม คราวนี้ในการออกแบบแบบสอบถาม มันจะมีส่วนประกอบที่ครูไม่ได้บอกให้สไลด์ PowerPoint นะคะ ก็คือ 1. เราจะต้องมี ชื่อเรื่องแบบสอบถามใช่ไหมคะ แบบสอบถาม เรื่องอะไร เรื่อง... เราก็ใส่เข้าไปนะคะ แล้วก็มีคำชี้แจง คำชี้แจงเราก็จะบอกว่า แบบสอบถามนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการวิจัยเรื่องใด มีการเก็บข้อมูลนี้จะถูก เก็บเป็นความลับรายบุคคลนะคะ วิเคราะห์ในภาพรวมเท่านั้น ขอให้ท่านตอบข้อมูลตามความเป็นจริง มันจะมีคำชี้แจง เสร็จแล้ว ตอนที่ 1 เราก็มักจะถามกัน เกี่ยวกับ ข้อมูลทั่วไปของ ผู้ตอบแบบสอบถาม เขาเป็นผู้ชาย ผู้หญิง อายุ หรือว่าชั้นปีการศึกษา ถ้าเป็นนักศึกษานะคะ ชั้นปีการศึกษา ถ้าเป็นคนธรรมดา ก็อาชีพอะไร เราก็จะมีข้อมูลทั่วไป ซึ่งจะทำให้คนที่มาอ่านงานของเรา เขาเข้าใจได้ว่าเรา ไปเก็บกับตัวอย่างที่มันตรงกับเรื่องหรือไม่นะคะ มีตอนที่ 1 แล้วก็ตอนที่ 2 ก็ตามประเด็นที่เราศึกษา อันนี้นะคะ ก็เป็นต่อ ๆ มา โอ.เค. ก็งานชิ้นนี้ ขอให้เราส่งครูวัน... ใช้เวลากี่วันดีคะ สังเกตนะคะ เราเริ่มจับประเด็นวิชานี้ได้หรือยังคะ เราทำงานวันนี้แล้วมันต้องเอาไปทำต่อเรียนต่อ เพราะว่าเราเรียนเป็นวงกลม ใช่ไหมคะ กระโดดข้ามไม่ได้ ถ้าคุณไม่ทำวันนี้ วันหน้าคุณจะมีอะไรเรียนไหม ไม่มี [เสียงหัวเราะ] ดังนั้นคุณจะต้องทำ นะคะ เพราะว่ามันต้องฝึกปฏิบัติ พอไปถึงขั้นตอนการวิเคราะห์ ข้อมูล คุณก็ต้องได้ใช้ซอฟต์แวร์นะคะ ค่ะ เพื่อเป็นการส่งเสริมให้นักศึกษา ใช้เทคโนโลยีและซอฟต์แวร์ ให้มันเหมาะสมกับเอก IT ขอให้พวกเรา อาจจะเขียนมาก่อนเป็นกลุ่มของเรา จากนั้นก็ทำไมคะ พิมพ์ ขอให้ทุกคนพิมพ์มาส่งครูนะคะ โอ.เค. ไหม อันนี้ก็พิมพ์ แบบสอบถามพิมพ์ นะคะ แล้วก็ตัวกำหนดน้ำหนักก็ให้พิมพ์ส่ง ให้มีชื่อสมาชิกกลุ่ม แล้วชื่อวิจัยต้อง มีแล้วนะคะ ต้องคลอดแล้ว สำหรับกลุ่มใดที่ มีปัญหาติดขัด หรือไม่มั่นใจ อยากจะปรึกษาครูนอกเวลาที่เราเรียนในห้องเรียน ให้ไปที่ตึก 7 ชั้น 1 นะคะ เพราะการทำวิจัยนี่ มันอาจจะต้องมีการปรึกษาคนที่เขาทำมาก่อนหน้าเรา เพื่อให้เราเกิดไอเดียนะคะ ให้เรากระตือรือร้นนะ โอ.เค. ไหม Inbox มาถามครูก็ได้ Email มาถามอาจารย์ขา หนูทำแบบนี้จะถูกไหมคะ หนูทำอย่างนี้มันขาดประเด็นอะไรไหมคะ ถ้าไม่มั่นใจ Email มา เดี๋ยวครูจะตอบนะคะ งานนี้ใช้เวลากี่วันคะ 3 วัน โอ.เค. ดีมากเลย ก็ วันนี้วัน โอ.เค. อย่างนั้นส่งวันศุกร์ โอ.เค. นะคะ ส่งวันศุกร์ ก่อนเวลา 16.00 น. ส่งบนโต๊ครู ที่ตึก 7 ชั้น 1 ปรินต์มาเลยนะคะ ใบแรก ให้บอกชื่อเรื่องวิจัยที่จะทำ และสมาชิกในกลุ่ม ใบที่ 2 ให้บอกการกำหนดน้ำหนักนะคะ ประเด็นกับการกำหนดน้ำหนัก และจำนวนข้อคำถาม ใบที่ 3 หรือ 4 ก็คือร่างแบบสอบถาม โอ.เค. ไหมคะ ให้พิมพ์มาเลย อันนี้ให้ทำเป็นงานกลุ่ม แล้วในสัปดาห์หน้าขอให้ นักศึกษาทุกคน ทุกกลุ่มทำชิ้นงานร่วมกัน ให้แต่ละกลุ่มมีแฟ้มซองพลาสติก ใช่ไหมคะ ซองพลาสติกที่มีเชือกผูกนะคะ ให้เก็บเอกสารที่เกี่ยวข้องของงานวิจัยกลุ่มเรา เช่น 1. Paper หลัก ใช่ไหมคะ ต้องปรินต์ออกมา Paper ที่เกี่ยวข้องก็ต้องปรินต์ออกมา เพราะเวลาเรามาถามครู ครูจะได้ อธิบายว่าดูตรงนั้นตรงนี้อย่างไร แล้วก็งาน การบ้านทุกอย่าง ที่ให้ไปแล้ว ให้เราเก็บของเพื่อนที่ผลงานดีที่สุด เก็บเข้าแฟ้ม เพื่อประกอบการดูทบทวน โอ.เค. นะคะ มีคำถามไหมคะ อะไรนะคะ นักศึกษาบอกว่า ถ้ามีปัญหาจะไปหาที่ตึก ยินดีนะคะ แต่ว่า ทัก ๆ ครูมาก่อนนะคะ เผื่อครูไปติดสอนที่อื่น เดี๋ยวหนูจะไปเก้อ นะคะ ถ้านักศึกษาจะมาพบครู ให้โทรมาแจ้งครูก่อนนะคะ พอบางทีถ้าครูไปสอนตึกอื่น ครูก็จะ นัดเวลาที่สะดวกพบกันนะคะ แต่จะมีความยินดีมาก ที่พวกเราเดินเข้ามาถามนะคะ บอกว่านักศึกษาเดินเข้ามา พบครูดีแล้วนะคะ เป็นเรื่องที่ดี อีกประเด็นหนึ่งนะคะ การบ้านการกำหนด ขนาดตัวอย่าง สำหรับคนที่ยังไม่ได้ทำส่งครู และคนที่ส่งมาแล้ว แต่ก็ยังผิด ให้แก้ไขแล้วส่งใหม่ภายในวันไหนคะ ภายในวันนี้ เวลา 16.00 น. ถ้า Late จากนี้แล้ว ครูอนุญาต ไม่รับผลงานนะคะ เพราะว่าอยากให้พวกเรามีวินัย ในการทำจริงเขาจะมี Deadline ซึ่งเราจะต้องทำงาน ให้เสร็จภายในเวลาที่กำหนดนะคะ โอ.เค. ได้เวลาพอดีเลย วันนี้ ครูขออนุญาตบรรยายเพียงเท่านี้นะคะ เนื่องจากว่าคณะวิทยาศาสตร์ เขาจัดกิจกรรมภายในคณะ ก็คือกิจกรรมวันปีใหม่ ซึ่งครูเป็น บุคลากรคนหนึ่ง ก็จะขออนุญาตนักศึกษาไปร่วม งานนั้นนะคะ เผื่อครูได้ฉลากของขวัญนะคะ ก็เวลาที่เหลือก็ให้พวกเราประชุมทีมเพื่อทำงานกลุ่ม โอ.เค. ไหมคะ สัปดาห์หน้ามาให้มีซองแฟ้ม โอ.เค. ไหม เดี๋ยวครูดูชิ้นงานของกลุ่มไหน พวกเราต้องมีเอกสารให้ครูดู ปรินต์ Paper หลัก และ Paper ที่เกี่ยวข้องออกมา 5 ตัว รวมแล้วมี Paper กี่ Paper คะ 6 ปรินต์ออกมาเลยนะคะ เย็บหัวมุมไว้ แล้วใส่ในซองนะคะ โอ.เค. ค่ะ วันนี้มีคำถามไหมคะ มีใครขาดบ้าง เพื่อน ๆ ดูสิครบไหมคะ จุฑามาศ เลขที่ มีจุฑามาศขาด แล้วมีใครอีกคะ เสาวลักษณ์ อ๋อลา อ๋อค่ะ แล้วมีใครขาดอีกไหมคะ โอ.เค. ค่ะ อย่างนั้นวันนี้เท่านี้นะคะ Merry Christmas. ค่ะ สวัสดีค่ะ [สิ้นสุดการถอดความ]