[เสียงดนตรี] (คุณสุภนันท์) กลับมาอยู่กันต่อกับข่าวเที่ยง NBT นะครับ ช่วงนี้ไป ติดตามความคืบหน้า เรื่องของคนร้ายชิงทองนะครับ ที่ห้างสรรพสินค้าที่ลพบุรี หลังมีกระแสข่าวว่า ตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวผู้ต้องสงสัย คือควบคุมตัวไว้อยู่แล้ว (คุณปวีณา) ค่ะ (คุณสุภนันท์) แล้วเตรียมที่จะนำมาสอบสวนนะครับ ที่สถานีตำรวจท่องเที่ยว ซึ่งถือว่าเป็นศูนย์บัญชาการของคดี นี้เลย (คุณปวีณา) ใช่ค่ะ ตอนนี้ต้องบอกว่า กองทัพสื่อมวลชนก็ไป ปักหลักเรื่องของรอการแถลงนะคะ เพราะว่า ทางตำรวจบอกว่า จะแถลง อย่างเป็นทางการ เพื่อที่จะให้ทุกคนที่มีข้อสงสัยในทุกเรื่องนี่ได้เห็น ความชัดเจนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แล้วก็กระแสข่าวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นใน ออนไลน์ในขณะนี้ แต่ว่าตอนนี้นะคะ ผู้สื่อข่าวของเรา ก็ลงไปในพื้นที่เช่นเดียวกัน ดังนั้นไปติดตามค่ะ สถานการณ์ล่าสุดนะคะ กับ คุณกชวรรณ ชุตินธร รายงานจากจังหวัดลพบุรีค่ะ คุณกชวรรณคะ เชิญค่ะ (คุณกชวรรณ) คุณผู้ชมคะ วันนี้ ความคืบหน้าที่คนร้ายชิงทรัพย์ที่ห้างสรรพสินค้าในจังหวัดลพบุรี แน่นอนว่าวันนี้มีความคืบหน้าไปมากแล้วนะคะ หลายสื่อ ต่างออกข่าวไปนะคะว่าตอนนี้มีการคุมตัวผู้ต้องสงสัย มาที่นี้ ที่จังหวัดลพบุรี เพื่อที่จะสอบปากคำ ผู้ต้องสงสัยเพิ่มเติมนะคะ ซึ่งตอนนี้ที่ดิฉันอยู่ก็คือ สถานีตำรวจท่องเที่ยวลพบุรีค่ะ ตอนนี้ เจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมพื้นที่ สำหรับการนำตัวผู้ต้องหา ในคดีหรือว่าผู้ต้องสงสัยตอนนี้นะคะ มาเพื่อที่จะ สอบปากคำ ท่ามกลางสื่อมวลชนที่คอยทำข่าว แล้วก็มีประชาชนที่อยู่ในจังหวัดมากมายเลยค่ะมารอ ดูผู้ต้องหาที่จะ ที่ตำรวจจะนำตัวมาในขณะนี้ ค่ะ ซึ่งตั้งแต่ช่วงเช้าวันนี้ แน่นอนค่ะว่า มีความเคลื่อนไหว มาก เพราะว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ระดับผู้ใหญ่นะคะ ทั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ก็ได้เดินทางมาติดตามคดีนี้ด้วยตัวเอง ตั้งแต่ ตอนเช้ารุ่งเลยค่ะ เดี๋ยวมาดูความคืบหน้านะคะ ตอนนี้เบื้องต้นมีการรายงานว่าตำรวจได้ ขออนุมัติหมายศาลจังหวัดลพบุรี ออกหมายจับผู้ต้องสงสัยก่อเหตุ ในคดีนี้แล้ว หลักฐานที่นำไปสู่การออกหมายจับ ก็ คือภาพจากกล้องวงจรปิด ตั้งแต่ก่อนวันเกิดเหตุ วันเกิดเหตุ จนถึงปัจจุบัน ที่ชุดสืบสวนกองบัญชาการ ตำรวจนครบาลได้ตรวจสอบกว่า 1,000 ตัว ซึ่งพบวิธีการ หลายอย่างนะคะ ที่เชื่อมโยงว่าผู้ต้องสงสัยรายนี้ เป็นผู้ก่อเหตุในคดีค่ะ รวมทั้งได้มีการนำ อาวุธปืนของผู้ที่มีการครอบครองรุ่นเดียวกันกับคนร้าย มาทดสอบด้วยนะคะ เพื่อหาหลักฐานเชื่อมโยง กับผู้ต้องสงสัยในคดีนี้ค่ะ สำหรับผู้ต้องสงสัย นะคะ ก็มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไว้ ก็เป็นผู้ต้องสงสัยชาย อายุ 38 ปี เป็นข้าราชการครู ตำแหน่งผู้บริหารโรงเรียนแห่งหนึ่ง ในจังหวัดสิงห์บุรีค่ะ หลังสอบปากคำใน Save House นะคะ ก็วันนี้ชายคนดังกล่าว ก็ยอมรับสารภาพจากข้อมูล พบว่า ผู้ต้องหารายนี้ชอบเล่นกีฬายิงปืน แล้วก็ หลังก่อเหตุเพียง 1 วันก็ได้กลับไปสอนหนังสือตามปกติ โดยวันนี้นะคะ พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมกับคณะ ได้เดินทางมา สอบปากคำแล้วก็นำไปยังจุดเกิดเหตุด้วยตนเองค่ะ ส่วนทอง 28 บาทนะคะ ที่คนร้าย ชิงไปได้ ตอนนี้อยู่ระหว่างสอบสวนขยายผล ขนาดที่บรรยากาศที่หน้าสถานีตำรวจท่องเที่ยวตอนนี้นะคะ ก็ยัง คงเฝ้าติดตาม รอผู้ต้องสงสัยที่ก่อเหตุ เดินทางมาค่ะ ซึ่งคุณผู้ชมค่ะตอนนี้จะเห็นได้ว่า เดี๋ยวเราไปคุยกับชาวบ้านดูนะคะ ว่าวันนี้เขาคิดเห็นอย่างไรบ้างกับการติดตามตัว ผู้ต้องสงสัยในคดีนี้นะคะ สวัสดีค่ะ ๆ เป็นอย่างไรบ้างคะลุง เป็นอย่างไรบ้างคะ วันนี้จับผู้ต้องหาได้แล้ว (ผู้ให้สัมภาษณ์) ก็ดีใจเลยล่ะ ดีใจ จับไม่ได้สักทีหลายวันแล้ว (คุณกชวรรณ) เราติดตามในคดีนี้มาตลอดเลยหรือเปล่าคะ (ผู้ให้สัมภาษณ์) ตั้งแต่ 4 ทุ่มเลยวันนั้นน่ะ (คุณกชวรรณ) วันนี้พอได้ทราบข่าว ตั้งแต่ช่วงเช้าว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงเขาลงมาด้วยตัวเอง เรารู้สึก อย่างไรบ้างพอได้ข่าวว่าจับผู้ต้องหาได้แล้ว (ผู้ให้สัมภาษณ์) ก็ดีใจกันหมดน่ะ จับได้สักที อยากเห็นหน้า รอ (คุณกชวรรณ) ก็คือวันนี้มาเผื่อเห็นหน้าเลย อันนี้เป็นชาวลพบุรีไหม (ผู้ให้สัมภาษณ์) ลพบุรีเลยครับ (คุณกชวรรณ) ความสบายใจขึ้น ตอนนี้เราสบายใจไหม ที่จับผู้ต้องหาได้แล้ว จับได้สักทีหนึ่ง (ผู้ให้สัมภาษณ์) สบายใจ โล่งเลยล่ะ (คุณกชวรรณ) โอ.เค. ขอบคุณนะคะ (ผู้ให้สัมภาษณ์) ครับ (คุณกชวรรณ) อันนี้ก็เป็นเสียงของ ประชาชนนะคะ ที่ได้พูดเกี่ยวกับ ผู้ต้องหาที่บอกว่า พวกเขาก็รอคอยมา เพื่อที่จะ ได้เห็นหน้าของผู้ต้องหารายนี้ เพราะว่าได้ก่อเหตุอย่างโหดเหี้ยม มากค่ะ เดี๋ยวให้ดูบรรยากาศสด ๆ อีกสักครั้งหนึ่งนะคะ ระหว่าง ตอนนี้เรากำลังรอผู้ต้องหาที่จะเดินทางมาที่นี่อยู่ ตอนนี้นะคะ ชาวบ้านประชาชน ที่อยู่ในพื้นที่ โดยเฉพาะสื่อมวลชนเองยังคงต้องติดตาม สถานการณ์อย่างต่อเนื่องค่ะ เพื่อที่จะได้ รายงานข่าวสด ๆ ไปให้กับคุณผู้ชมได้รับชมนะคะ ซึ่งขอให้คุณผู้ชมได้ติดตาม ตลอดนะคะ เบื้องต้นนะคะ ตอนนี้ ทราบมาว่า ผู้ต้องหา ตอนนี้เจ้าหน้าที่กำลังจะนำตัวมาที่สถานีตำรวจ ท่องเที่ยว แล้วก็ตำรวจได้มีการขอหมายศาล ตั้งแต่เมื่อวานแล้วค่ะ โดยข้อหาก็อาจจะเข้าข่าย มีอาวุธปืน ชิงทรัพย์ แล้วก็ฆ่าผู้อื่นนะคะ เบื้องต้น 3 ข้อหา ตอนนี้ค่ะ (คุณกชวรรณ) คุณผู้ชมคะ สำหรับความคืบหน้าในคดีชิงทอง ที่จังหวัดลพบุรี ยังคงต้องติดตามความคืบหน้าต่อไปนะคะ แล้วก็ถ้ามีอะไรก็จะรายงานเข้าไปให้ทราบทันทีค่ะ (คุณสุภนันท์) ขอบคุณ คุณกชวรรณ ชุตินธร นะครับ ตอนนี้ปักหลัก รายงานอยู่ที่สถานีตำรวจท่องเที่ยวนะครับ ซึ่งถือว่าเป็นศูนย์บัญชาการ ในคดีนี้ ซึ่งจริง ๆ ตามกำหนดการนี่ เขาเชื่อว่า ณ ปัจจุบันนี่ น่าจะอีกไม่นานนี้ ตำรวจจะทำการควบคุมตัวคนร้ายรายนี้ มาสอบปากคำต่อ ซึ่งตอนนี้ทีมข่าวของเรายังคงเกาะติด ในพื้นที่เลยนะครับ (คุณปวีณา) ใช่ เมื่อสักครู่คุณผู้ชมจะเห็นนะคะว่า คุณกชวรรณ นี่ พยายามที่จะรอ เพราะมีรายข่าวว่าจะนำตัวผู้ที่เป็นผู้ต้องหานี่ เข้ามาในพื้นที่ ก็อยากจะให้ทั้งทีมงานของเรารวมถึงคุณ ผู้ชมได้ติดตามสถานการณ์ แต่ว่าไม่ต้องกังวลคะ เพราะว่าถ้ามีความ คืบหน้านี่ ข่าว NBT เราจะรายงานความคืบหน้าในทันทีนะคะ เพราะว่า คดีนี้ถือว่าเป็นที่เรียกว่าสนใจของหลาย ๆ ฝ่าย (คุณสุภนันท์) ครับ (คุณสุภนันท์) และนอกจากคุณกชวรรณ นี่จะอยู่ที่ในพื้นที่ของสถานีตำรวจท่องเที่ยวจังหวัดลพบุรี แล้ว ตอนนี้คุณเสกสม แล้วก็ทีมงานนี่ (คุณสุภนันท์) ครับ (คุณปวีณา) เข้าไปเพิ่มเติมในพื้นที่ ทั้งจังหวัดลพบุรี แล้วก็สิงห์บุรี (คุณสุภนันท์) ครับ ใช่ (คุณปวีณา) เพื่อที่จะไปดูเรื่องของคดี อย่างครบถ้วนนะคะ คุณผู้ชมก็สามารถติดตามได้ตลอดข่าวเที่ยง รวมถึงข่าวภาคอื่น ๆ ของ NBT ในวันนี้ ต่อเนื่องกันมาดูเรื่องของฝุ่น กันบ้าง ปรับเปลี่ยนอารมณ์นะคะ เพราะว่าอีกหนึ่งเรื่องนอกจาก คดีที่เกิดขึ้น เรื่องของฝุ่นก็ต้องติดตามกันค่ะ มาติดตามกันในช่วง ของลดฝุ่นหยุดควันกันค่ะ [เสียงดนตรี] (คุณปวีณา) ต้องบอกว่าเรื่องของปัญหาฝุ่นนะคะ เรียกว่าเราพูดคุยกันมาต่อเนื่อง เรียกว่า เกือบ 1 เดือนได้แล้ว แต่ว่าช่วงที่มีฝุ่นพอปริมาณมาก ๆ นี่ช่วงวันถึง 2 วันนี้ ก็มีเสียงเรียกร้องเรื่องของการแก้ไขจากหน่วยงานภาครัฐ 1 มาตรการที่วันนี้เราเห็นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในกรุงเทพ มหานคร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการปิดโรงเรียน (คุณสุภนันท์) ครับ ในพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร 400 กว่าโรงเรียนมีการประกาศปิดเรียน ให้นักเรียนได้หยุดนะครับ รวมทั้งมีการขยับ เวลาในการเข้าไปทำงานของเจ้าหน้าที่ของในกรุงเทพมหานครบางส่วน เพื่อ ไม่ให้ช่วงเช้านี่ รถออกมาเจอกันเยอะ ๆ แล้วกลายเป็น การปล่อยควันพิษออกมาพร้อม ๆ กันในช่วงเวลาเร่งด่วนด้วย (คุณปวีณา) ใช่ ดังนั้นคุณผู้ชม ก็จะเห็นนะคะ ว่ามาตรการที่ออกมาเบื้องต้นในวันนี้ 1 สิ่ง ที่เราสังเกตได้ หลาย ๆ คนไปทำงานในช่วงเช้าวันนี้ ปริมาณการจราจรวันนี้ ไม่หนาแน่นมากนัก ก็ทำให้ปริมาณฝุ่นวันนี้ลดลงไป อย่างเห็นได้ชัด ถ้าเทียบกับเมื่อวานนี้ พามาดูตัวเลขกันก่อนนะคะ ก็ พบว่าวันนี้สภาพท้องฟ้าตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ ในกรุงเทพมหานคร ถึงแม้ว่าจะยังดูขมุกขมัว นะคะ แต่ว่าปริมาณฝุ่นละออง ภาพรวมนี่มีแนวโน้มลดลง เกือบทุกพื้นที่ค่ะ ถ้าเทียบกับเช้าของเมื่อวานนี้ โดยการตรวจสอบคุณภาพอากาศ ค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง ตรวจวัด ค่าฝุ่น PM 2.5 นะคะ ก็ได้ค่าอยู่ที่ 21-72 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร พื้นที่ที่มี ฝุ่นละอองอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ยกตัวอย่างค่ะ จริง ๆ แล้วนี่เป็นสีส้มเกือบทั้งหมดนะคะ ถ้าคุณผู้ชมสังเกตดู ที่ขึ้นให้หน้าจอเมื่อสักครู่นี้ แต่จุดที่เริ่มมีผลกระทบ ต่อสุขภาพก็อย่างเช่น เขตวังทองหลาง ดินแดง หลักสี่ คลองเตย บางกะปิ บางเขน ดังนั้นค่ะ คุณผู้ชม อยู่ในพื้นต่าง ๆ เหล่านี้หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง หรือถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ จริง ๆ นะคะ ก็ใช้อุปกรณ์ป้องกันตัวเอง ส่วน ภาคกลาง และ ภาคตะวันตกค่ะ ก็พบว่ามีฝุ่นเกินค่ามาตรฐานนะคะ อยู่ที่บริเวณตำบลบ้านเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ตำบลปากน้ำโพ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ ตำบลประตูชัย อำเภอพระนครศรีอยุธยา ตำบลปากเพรียว อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี ตำบลสนามชัย อำเภอเมือง จังหวัด สุพรรณบุรีค่ะ ขึ้นไปดูสถานการณ์ภาคเหนือกันบ้างค่ะ พบฝุ่นเกินค่ามาตรฐานหลายพื้นที่นะคะ อย่างเช่น ที่ตำบลแม่ปะ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ตำบลในเวียง อำเภอเมือง จังหวัดน่าน ตำบลบ้านต๋อม อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา จังหวัดลำปางนี่ มีหลายจุดเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นที่ตำบลพระบาท อำเภอเมือง ตำบลสบป้าด อำเภอแม่เมาะ ตำบลบ้านดง อำเภอแม่เมาะ ตำบลแม่เมาะ อำเภอแม่เมาะ และอีก 1 พื้นที่ก็คือที่จังหวัด แพร่ ที่ตำบลนาจัก อำเภอเมืองค่ะ (คุณสุภนันท์) คือต้องบอกว่าตอนนี้รัฐบาลเตรียมที่จะเดินหน้าแก้ปัญหาเต็มที่ อย่างเมื่อวานนี้การประชุมนั้นคณะรัฐมนตรี นอกสถานที่ที่จังหวัดนราธิวาส แต่ก็ได้มีการหยิบยก เรื่องของการหามาตรการในการแก้ปัญหาฝุ่นละออง 12 มาตรการ ขึ้นมาพูดคุย ซึ่งเมื่อวานนี้เห็นชอบในหลักการไปเป็นที่ เรียบร้อยแล้ว ท่านนายกเองก็ย้ำนะครับ ว่ารัฐบาลนั้นไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่ว่าการแก้ปัญหานั้นอาจจะต้องเป็นไปตามขั้นตอนและต้องได้ความร่วมมือ จากทุกภาคส่วนนะครับ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็กล่าวนะครับว่า แผนแม่บทการแก้ไขปัญหาฝุ่นนี่นะครับ ประกอบไปด้วยทั้งแผน เฉพาะหน้า แผนระยะกลาง และก็แผนระยะยาว โดยเป็น มาตรการดูแลเฉพาะพื้นที่นะครับ ให้เป็นไปตามขั้นตอน อย่างเช่นนะครับ ถ้าหากค่าฝุ่นนี้อยู่ที่ระดับไม่เกิน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อันนี้ก็ถือว่าไม่เกินค่ามาตรฐานนี่นะครับ จะใช้มาตรการปกติในการดูแล แต่ว่าถ้าเกิดค่าฝุ่นขยับเกิน 50 ขึ้นมาเมื่อไหร่ ตั้งแต่ 51 ไปจนถึง 75 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ตรงนี้ครับ มีการมอบหมายนะครับให้ผู้ว่าการราชการ จังหวัดแต่ละจังหวัด รวมทั้งกรุงเทพมหานคร ต้องเข้มงวดมาตรการ ในการลดปัญหาในพื้นที่ของตัวเอง และถ้าเกิดค่าฝุ่นนี้ขยับไป ถึง 76 จนถึง 100 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อันนี้ จะต้องเข้มงวดในเรื่องของรถที่จะเข้าออก หรือว่าการกำหนด วันในการใช้รถ แต่ว่าถ้าเกิดค่าฝุ่นนี้เกินไป จนถึง 100 ขึ้นไปนะครับ ตั้งแต่ 100 ไมโครกรัมลูกบาศก์เมตรขึ้นไป รัฐบาลก็ต้องมีมาตรการในการควบคุมหรือว่าการหยุด ใช้รถทั้งหมด โดยใช้รถสาธารณะแทน หรือว่าอาจจะมีมาตรการ ในการห้ามใช้รถที่มีอายุเกิน 10 ปีขึ้นไปนะครับ เรามาฟังเสียงของท่านนายกรัฐมนตรีให้รายละเอียดในเรื่องนี้ครับ (นายกรัฐมนตรี) แล้วเดี๋ยวนี้ถ้าเราช่วยคนละเล็กละน้อย มันจะไปได้เยอะพอสมควร เอาล่ะ เมื่อเล็ก ๆ เราทำได้แล้ว สมมุติว่าเราใช้กฎหมายปกติ ในการนี้ อย่างเป็นธรรมแล้วนี่ เอาล่ะ มันแก้ได้แค่นี้ ลดมาแค่นี้ แต่ยังสูงอยู่ เอาล่ะ คราวนี้มาตรการแรกลงไปทีละขั้น ๆ เพื่อ ไม่ให้เกิดผลกระทบโดยรวม เรื่องของการขนส่งก็เช่นเดียวกัน ถ้าเราห้ามทั้งหมดทีเดียวนี่ ปัญหาตามอะไรมา การขนส่ง วัตถุดิบบริโภค อุปโภค ทั้งหมด มีปัญหาหมด เพราะมัน ต้องเชื่อมโยงกับกรุงเทพฯ กับต่างจังหวัดอะไรด้วย มันก็ต้องไปตรวจคันรถที่เข้ามา ว่าจะต้องไม่สร้างฝุ่นละอองเอง ก็ต้องหยุดนิ่งเป็นคัน ๆ ไปเรื่อย ๆ ถ้าห้ามทั้งหมดมันคือปัญหา เว้นแต่ว่าตกลงกันได้ ก็ไปว่ากันมา ถ้าจะร่วมมือกัน ก็ไปตกลงกันมา ว่าจะหยุดกันวันไหนว่ามา ถ้าจะห้ามมันก็ต้องอีกระดับหนึ่ง ถ้ามันเกิน แต่ทุกคนมันสร้างฝุ่นทั้งนั้นไง เขาจะบอกว่าไอ้นั่นสร้างมากกว่า น้อยกว่า มันคงพูดยาก สำหรับประเทศเรานะ ดังนั้นทุกคนจะต้องยอมรับในกติกา ตัวนี้ (คุณสุภนันท์) ไปดู มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวานนี้กันหน่อยนะครับ ที่มีการประชุม ครม. อย่างเป็นทางการนอกสถานที่ เห็นชอบในหลักการไป 12 มาตรการ ที่จะแก้ปัญหาฝุ่นละออง และก็ได้มีการมอบหมายนะครับให้พลเอกประวิทย์ วงษ์สุวรรณ ไปเป็นประธาน ในการประชุมที่จะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้ 12 มาตรการที่ว่า มีอะไรบ้าง 1. เลยนะครับ จะขยายพื้นที่ใน การจำกัดรถบรรทุกเข้ากรุงเทพฯ จากเดิมนี้ ใช้วงแหวนรัชดาภิเษก ขยายไปวงแหวนที่กว้างกว่า ก็คือวงแหวนกาญจนาภิเษก ข้อ 2. ครับ จะมีการห้ามรถบรรทุกเข้าพื้นที่ชั้นในของกรุงเทพฯ ในวันคี่นะครับ แล้วก็จะใช้มาตรการนี้ในช่วง เดือนมกราคมจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2563 นอกจากนี้ ก็มีการตรวจวัดควันดำรถโดยสารประจำทางทุกคัน นะครับ โดยจะมีการเพิ่มชุดตรวจ เป็น 50 ชุด ครบ ทั้ง 50 เขตของกรุงเทพมหานคร ข้อ 4. ครับ จะมีการตรวจสอบ ตรวจจับรถควันดำสำหรับรถโดยสารและรถบรรทุก เพื่อที่จะออกคำสั่งห้ามใช้รถ ตอนนี้หลายคนก็จะเห็นแล้วว่ามีการเอาสเปรย์นี่ ไปพ่นในการห้ามใช้รถบางคัน ที่มีควันดำเกินค่ามาตรฐานนะครับ ข้อ 5. จะมีการตรวจสอบโรงงานนะครับที่ทำให้เกิดฝุ่นละออง หากไม่เป็นตามมาตรฐานนี่ ก็จะให้สั่งปรับปรุงแก้ไขภายใน ระยะเวลาที่กำหนด หรืออาจจะสั่งหยุดประกอบกิจการ เลยก็ได้นะครับ ถ้าไม่มีการแก้ไขตามที่ได้สั่งการลงไป นะครับ ข้อ 6 ครับ จะมีการกำกับให้กิจกรรมการก่อสร้างรถไฟฟ้า และก่อสร้างอื่น ๆ นี่เป็นไปตามข้อกำหนด ก็คือ การก่อสร้างต่าง ๆ ต้องไม่ทำให้เกิดฝุ่น และก็ไม่ทำให้มีปัญหาการจราจร บริเวณรอบพื้นที่ของการก่อสร้างนะครับ มาตรการที่ 7 ก็คือการ ควบคุมนะครับ ไม่ให้มีการเผาในที่โล่งในพื้นที่ของ กรุงเทพมหานครและปริมณฑลและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด กับผู้ที่กระทำการเผาในที่โล่งนี่นะครับ และก็มาตรการที่ 8 ครับ จังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้อาศัยอำนาจ และหน้าที่ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องนะครับ ไปควบคุมการเผาในที่โล่ง โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์วิกฤติฝุ่นละอองและเข้มงวดการควบคุมยานพาหนะ โรงงานอุตสาหกรรม และการก่อสร้าง มาตรการ ที่ 9 ครับ ให้มีการลดราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีปริมาณกำมะถัน ไม่เกิน 10 PPM นะครับ เป็นน้ำมันที่ก่อให้เกิด ฝุ่นละอองน้อยหรือว่าน้ำมันในเกรด Premium ที่ตอนนี้ราคาอาจจะสูงกว่าถ้าลดลงไป อาจจะส่งเสริมให้ประชาชนใช้มากขึ้นนะครับ มาตรการที่ 10 ข้อความร่วมมือ นะครับ ลดการใช้รถยนต์ส่วนตัวมาทำงาน และรถยนต์ ของส่วนราชการต้องผ่านมาตรฐานควันดำทุกคัน มาตรการที่ 11 นะครับ สนับสนุนการจัดโครงการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง สำหรับรถยนต์ดีเซลที่มีอายุเกิน 5 ปี เพื่อช่วยลดฝุ่นละออง จากรถเหล่านี้นะครับ แล้วมาตรการสุดท้ายนะครับ มาตรการที่ 12 สร้างการรับรู้ และเข้าใจแก่ประชาชนเกี่ยวกับสถานการณ์ปัญหาฝุ่นละออง ซึ่ง ทั้ง 12 มาตรการนี้จะมีการนำเข้าที่ประชุมอีกครั้งในวันพรุ่งนี้นะครับ โดยพลเอกประวิทย์ วงศ์สุวรรณ เป็นประธาน แล้วก็จะมีข้อสั่งการที่ชัดเจนลงมาอีกครั้งหนึ่ง นะครับ (คุณปวีณา) ใช่ค่ะ เบื้องต้นนี่ 12 มาตรการก็จะมีการบังคับใช้นะคะ เพื่อที่จะให้ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา ใช้กฎหมายนี้มาเป็นตัวในการดูแลว่า แต่ละภาคส่วน รวมถึงภาคประชาชน ผู้ประกอบการต่าง ๆ จะทำอย่างไรได้บ้าง เพื่อที่เราจะร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหา แต่ในขณะเดียวกัน ระหว่างที่มาตรการจะออกมาเพิ่มเติม แต่หน่วยงานต่าง ๆ ก็พยายามที่จะแก้ไขปัญหา ซึ่งเป็นปัญหาเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้น อย่างเมื่อคืนที่ผ่านมาค่ะ ต้องบอกว่าตลอดทั้งคืนเลยนะคะในส่วนของกองทัพบก เขามีการจัดกำลังพล แล้วก็รดน้ำจากกองทัพ ภาคที่ 1 และกองพลทหารม้า ที่ 2 รักษาพระองค์ ออก ไปตามถนนนี่ค่ะคุณผู้ชม ไปนะคะ ไปฉีดพ่นน้ำ เพื่อที่จะทำความสะอาด บนท้องถนนเพราะว่าแน่นอน พอฝุ่นเยอะ ๆ นี่ลงมาที่พื้นถนน ต่าง ๆ ก็เลยมาฉีดน้ำ จุดที่ฉีดก็อยู่ที่บริเวณ หน้าโรงเรียนพิบูลประชาสรรค์นะคะ ที่ถนนอโศก - ดินแดง 1 พื้นที่ที่เรียกว่ามีปริมาณฝุ่นเยอะ และอีก 1 พื้นที่ ก็คือที่บริเวณแยกเขียวไข่กา ถนนสามเสน ด้านหน้า โรงเรียนราชินีบน อีกหนึ่งจุด อันนี้ก็คือเป็น พื้นที่ที่เมื่อวานนี้นี่มีตัวเลขค่าฝุ่นสูงเป็น อันดับ 1 ในกรุงเทพมหานครนะคะ นั่นก็คือที่สามเสนนั่นเอง การดำเนินงานครั้งนี้ค่ะ ก็เป็นการฉีดน้ำล้างผิวถนนแล้วก็กวาดน้ำ ล้างฝุ่นในพื้นที่เขตก่อสร้างนะคะ แล้วก็เป็นจุด ที่มีการจราจรหนาแน่น ถือว่าเป็นหนึ่งสาเหตุของฝุ่น 2.5 PM 2.5 ค่ะ รวมถึงอีก 4 พื้นที่ที่เขาดำเนินการ พร้อม ๆ กัน ก็คือที่บริเวณ ถนนลาดพร้าว เขตวังทองหลางนะคะ นอกจากนี้ยังมีที่จังหวัดนนทบุรี ที่ตำบลบางกรวย อำเภอบางกรวย ตำบลบางพูด อำเภอปากเกร็ด และที่ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง อันนี้ก็เป็นไปตามนโยบายนะคะ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของรัฐบาล หรือกองทัพนั่นเอง กองทัพบก ยังมีการจัดชุดแพทย์เคลื่อนที่ด้วยนะคะ ไปเรียกว่าดำเนินการออกตรวจสุขภาพให้กับประชาชน ในพื้นที่ต่าง ๆ ไปแจกหน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่น และให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องภัยจากฝุ่นที่เกิดขึ้น เพื่อให้ ประชาชนสามารถเข้าใจและป้องกันตัวเองได้ ในเบื้องต้นค่ะ (คุณสุภนันท์) นี่ถ้าเกิดพูดถึงเรื่องของการดูแลสุขภาพของพี่น้องประชาชน นี่นะครับ ทางด้านของนายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรี และก็รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเอง ก็บอกว่าไม่ได้นิ่งนอนใจนะครับ นอกจากการ ให้แต่ละพื้นที่นี่ ให้ตรวจสุขภาพของพี่น้องประชาชนแล้วยังลงพื้นที่ ไปที่ลานอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 ที่สวนลุมนะครับ ลงพื้นที่ไป ทำอะไรบ้าง มีการนำหน้ากากอนามัยนี่ไปแจกจ่ายให้กับ เจ้าหน้าที่ ที่เขาบอกจำเป็นต้องทำงานกลางแจ้ง แล้วต้องสูดดมอากาศ ที่มีการปนเปื้อนฝุ่นละอองเหล่านี้ โดยที่เขาบอกไม่สามารถเลี่ยงได้ (คุณปวีณา) ค่ะ (คุณสุภนันท์) อย่างพี่ ๆ จราจรเราจะเห็นว่าช่วงเช้า ๆ โอ้โฮ ฝุ่นขนาดนี้ เรานั่งในรถสบาย ๆ เขาก็ยังต้องออกไปโบกรถ อาจจะต้องสุ่มเสี่ยงที่ จะต้องสูดอากาศที่มีปัญหาฝุ่นละอองนี่เข้ามาในร่างกายของเขา ด้วยนะครับ (คุณปวีณา) ใช่ค่ะ คือเจ้าหน้าที่ต่าง ๆ ที่ทำงาน ตอนนี้นี่ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่ต้องมากวาดถนน ตอนเช้า ๆ (คุณสุภนันท์) ใช่ (คุณปวีณา) ซึ่งเป็นช่วงที่ฝุ่นละอองหนาแน่น หรือว่า พี่ ๆ ตำรวจจราจรต่าง ๆ เหล่านี้นี่นะคะ ถือว่าเป็น 1 กลุ่มที่จะต้องเข้าไปดูแล อย่างใกล้ชิด วันนี้กระทรวงสาธารณสุขก็ต้องลงไปนะคะ ไม่ว่าจะเป็น การมอบเครื่องมือเครื่องไม้ในการดูแลตัวเอง รวมถึง การให้ความรู้ในการป้องกันภัยจากฝุ่นเบื้องต้นอีกด้วยค่ะ (คุณสุภนันท์) ใช่ อย่างที่เห็นนะครับ พี่ ๆ ก็ได้สวมใส่หน้ากากที่สามารถกัน PM 2.5 ได้จริง ๆ ด้วย นอกจาก มีการแจกหน้ากากแล้ว ยังมีให้ความรู้กับเจ้าหน้าที่ ในเรื่องของการรณรงค์ป้องกันฝุ่น PM 2.5 ด้วยนะครับ ซึ่งคุณกระทิงก็ย้ำนะครับ ว่าการแก้ปัญหาเรื่องของฝุ่นนั้นรัฐบาล คงทำเพียงฝ่ายเดียวในเวลาอันรวดเร็วไม่ได้ อาจจะต้องอาศัยความร่วมมือจาก ทุกภาคส่วนนะครับ ในการลด ละ เลิก ปัจจัยต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดมลพิษ ควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพ ของตัวเองไปพร้อมกันนะครับ ซึ่งที่ประชุมรัฐมนตรีเมื่อวานนี้ ได้มีการเสนอแนวคิดนะครับ ให้ทำงานที่บ้าน และนักเรียนนี่ ให้เรียนผ่านออนไลน์ เชื่อว่า ถ้ามาตรการนี้ออกมา อาจจะช่วยนะครับ ลดปัญหาเรื่องของฝุ่นได้ เพราะว่าน่าจะช่วยลดการเผาไหม้ จากการใช้รถ อีกทั้งยังรักษาสุขภาพของพนักงานหน่วยงานบริษัทของรัฐ รวมถึงบริษัทเอกชนเอง ก็ได้ประหยัดค่าน้ำ ค่าไฟ ลดค่าใช้ จ่ายไปในตัวด้วยนะครับ ลองไปฟังแนวความคิดนี้ จากคุณอนุทิน ชาญวีรกุล ครับ (คุณอนุทิน) แต่สำคัญที่สุดคือสำนึกครับ ยังเผาป่ากันอยู่ ก็ไม่รู้จะพูดยังไงนะครับ ไปจับก็บอกว่าไป กลั่นแกล้ง คนยากคนจนนะครับ ไปใส่มาตรการแรง ๆ กับโรงงานอุตสาหกรรม ก็บอกว่า เศรษฐกิจ ก็แย่อยู่แล้วยังจะไปปิดหนทางทำมาหากิน ยังจะไปทำให้เขาสูญเสียรายได้เพิ่มขึ้นอีก หลาย ๆ อย่าง เพราะฉะนั้น ไม่มีมาตรการอะไรที่ดีที่สุดหรอกครับ นอกจากเราต่างคนต้องสำนึก แล้วก็รักบ้านรักเมืองของเรา รักชีวิตเรา แล้วก็ทำตัวให้ผลิต มลภาวะให้ออกมา ให้น้อยที่สุด (คุณปวีณา) นอกจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่จะเข้าไปดูแล ไม่ว่าจะกวาดล้างถนน กวาดล้างฝุ่นอะไรต่าง ๆ หรือว่าไปแจกหน้ากากอนามัย แล้วนะคะ ก็มีอีก 1 มาตรการจากกรุงเทพมหานคร ที่เรียกว่า เป็นแนวทางนำร่อง (คุณสุภนันท์) ครับ (คุณปวีณา) เพื่อหลาย ๆ หน่วยงานจะไปปฏิบัติ กันบ้างนะคะ ก็คือ เรื่องของการขยับเวลาการทำงานเพื่อที่จะให้ข้าราชการ หรือว่าเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานในสังกัดของกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะคนที่อยู่ ภายในศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า และอีกหนึ่ง พื้นที่ก็คือที่ อาคารธานีนพรัตน์หรือว่า กทม. 2 นี่นะคะ เขาปรับเลื่อนเวลาการทำงานค่ะ จากเดิมแน่นอน เข้าตรงกับข้าราชการทุกสังกัดทั่วประเทศ นั่นก็คือ 8.30 น. ถึง 16.30 น. นะคะ ก็จะปรับเปลี่ยนเวลา การเข้าทำงานค่ะ ไปเป็นเวลา 10.00 น. - 18.00 น. หรือว่า 10 โมงเช้า จนถึง 6 โมงเย็น นั่นเองนะคะ เพื่อเป็นการ บรรเทาปัญหาการจราจรที่ติดขัดในช่วงเวลาเร่งด่วน หรือว่าอาจจะมีเวลาปรับเปลี่ยนเวลา เพื่อที่จะให้สอดคล้อง เพราะว่าปกติแล้วนี่ ช่วงเวลาเร่งด่วนที่รถติดหนัก ๆ ก็คือ จะเป็นช่วง 6.00 น. - 9.00 น. และ 4 โมงเย็น ถึง 1 ทุ่มนี่นะคะ ซึ่งเชื่อว่าการปรับเปลี่ยนเวลาการทำงาน จะช่วยลดการปล่อยฝุ่น PM 2.5 จากรถยนต์ได้ ส่วน หน่วยงานที่ต้องให้บริการประชาชน หลายคนตั้งข้อสังเกตว่า อ้าว แล้วอย่างนี้จะปรับเวลาการให้บริการหรือเปล่า ยกตัวอย่างเช่น สำนักงานเขตหรือว่าพื้นที่ต่าง ๆ ที่คุณผู้ชมต้องไปติดต่องานราชการ อันนี้กทม. เน้นย้ำมานะคะว่า ยังทำงานเวลาเดิมค่ะ แต่ว่าการปรับเปลี่ยนของเจ้าหน้าที่ในส่วนของกทม. อื่น ๆ นี่ จะเริ่มตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงสถานการณ์ดีขึ้น นอกจากนี้ กรุงเทพมหานครก็เชิญชวนหน่วยงานอื่น ๆ ด้วยนะคะว่าเป็นไปได้ ขยับเวลาเหมือนกทม. ก็ได้ เพื่อที่จะช่วยลดปริมาณรถ บนท้องถนนค่ะ (คุณสุภนันท์) คือถ้าเกิด โอ้โฮ ปรับเวลาแบบนี้ พร้อมกันน่ะ ช่วยลดเรื่องของฝุ่นได้นะครับ (คุณปวีณา) ค่ะ (คุณสุภนันท์) ไปดูบรรยากาศ ตอนนี้กันหน่อยนะครับ มีความเคลื่อนไหวสำคัญเกิดขึ้นนะครับที่สถานีตำรวจท่องเที่ยว ลพบุรีนะครับ ก็คือความคืบหน้าคดีชิงทองที่ตำรวจจะคุมตัวคนร้ายนี่ มาที่นี่นะครับ บรรยากาศในพื้นที่เป็นอย่างไรนะครับ ไปติดตาม กับคุณกชวรรณ ชุตินธร นะครับ รายงานสดจากพื้นที่ลพบุรีครับ คุณกชวรรณเชิญครับ (คุณกชวรรณ) คุณผู้ชมคะ เป็นอันว่า ตอนนี้เราเห็นหน้าผู้ต้องหา เรียบร้อยแล้วนะคะ เมื่อสักครู่นี้เองค่ะ เจ้าหน้าที่ได้นำตัว ผู้ต้องหามาที่สถานีตำรวจท่องเที่ยวลพบุรีแห่งนี้ค่ะ ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ได้มีการจัดเตรียมห้อง ไว้สำหรับสอบ ปากคำ ผู้ต้องหาค่ะ คุณผู้ชมจะเห็นได้ว่า ห้องจะ อยู่ด้านบนนะคะ อยู่ฝั่งขวามือของดิฉัน ซึ่งห้องนี้นะคะเจ้าหน้าที่ได้ จัดเตรียมไว้สำหรับสอบปากคำผู้ต้องหาโดยเฉพาะค่ะ ระหว่างเมื่อที่ี เมื่อสักครู่นี้ เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหามา นะคะ ประชาชนก็ได้มีเสียงปรบมือ สำหรับการทำงานของเจ้าหน้าที่ รวมถึงมีเสียงโห่ร้องนะคะ เพื่อที่จะตะโกนต่อว่าผู้ต้องหาด้วยค่ะ ซึ่งขณะนี้นะคะ การสอบปากคำผู้ต้องหาก็ได้เริ่มขึ้นแล้วนะคะ เดี๋ยวให้คุณผู้ชมได้ดูภาพสด ๆ กันก่อนเลยค่ะ เบื้องต้นนะคะ ตอนนี้ ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ว่า ตำรวจได้มีการแจ้งข้อหา กับผู้ต้องหารายนี้อยู่ที่ 6 ข้อหาค่ะ ส่วนรายละเอียดในการแจ้งข้อหานะคะ ยัง ไม่ทราบรายละเอียดค่ะ ต้องรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมายืนยัน ก่อนว่าข้อหาเหล่านั้นนะคะ มีข้อหาอะไรบ้าง แต่ที่แน่ ๆ ค่ะ ก็คือมีข้อหาพกพาอาวุธปืน ใช้อาวุธปืน รวมถึงการชิงทรัพย์ และฆ่าผู้อื่น ด้วยค่ะ และสำหรับผู้ต้องหานะคะ เบื้องต้น ได้มีการอ้างกับเจ้าหน้าที่ว่า สาเหตุจูงใจที่ก่อเหตุครั้งนี้ เนื่องจากมีปัญหาชีวิต และต้องการให้ตำรวจวิสามัญ แต่ตำรวจก็ยังไม่ปักใจเชื่อ ยังต้องสอบปากคำอย่างละเอียด อีกครั้งค่ะ เนื่องจากเหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นเหตุการณ์ที่สะเทือนขวัญ แล้วก็อุกอาจทำให้ผู้อื่นถึงแก่ชีวิตค่ะ สำหรับผู้ต้องหาที่เจ้าหน้าที่นำมาตอนนี้ นะคะ ก็จะมีชื่อนายประสิทธิชัย เขาแก้ว ค่ะ ซึ่งเป็นข้าราชการอยู่ ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดสิงห์บุรีนะคะ สำหรับการทำข่าวของสื่อมวลชนเองนะคะ เจ้าหน้าที่ ไม่ได้ให้สื่อมวลชนเข้าไปทำข่าว และมีป้ายติดไว้นะคะ คุณผู้ชมจะเห็นป้าย ติดไว้ตรงนี้นะคะ เจ้าหน้าที่แจ้งว่า ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องห้ามเข้า โดยเด็ดขาดค่ะ สำหรับการทำงานของสื่อมวลชนเองวันนี้ ยังคงต้องติดตามสถานการณ์ต่อไปค่ะว่า เหตุการณ์ วันนี้แล้วก็การสอบปากคำผู้ต้องหา มีจุดจบอย่างไร แล้วก็จะมีทิศทางไปในทางไหน แล้วก็จะมี การค้นหาพยานหลักฐานต่าง ๆ เพิ่มเติมหรือไม่ค่ะ (คุณสุภนันท์) ครับ ขอบคุณ คุณกชวรรณนะครับ คุณกชวรรณ ก็ยังคงปักหลักในพื้นที่สถานีตำรวจ ท่องเที่ยวที่ลพบุรีนะครับ เพื่อที่จะติดตาม รายงาน น่าจะมีการอัปเดต ความเคลื่อนไหวสำคัญ ๆ เข้ามาเป็นระยะในทุกช่วงข่าวนะครับ (คุณปวีณา) แน่นอนค่ะ เบื้องต้นตำรวจตั้งข้อหา 6 ข้อหานะคะ แล้วก็ทาง ตัวของผู้ต้องหาเองก็บอกว่า สิ่งที่ทำลงไปนี่ เนื่องจากว่า มีปัญหาชีวิต (คุณสุภนันท์) ครับ (คุณปวีณา) แต่อันนี้ทางตำรวจจะต้องสอบสวนข้อเท็จจริง กันอีกเพราะว่า (คุณสุภนันท์) ใช่ (คุณปวีณา) เรื่องของพยานหลักฐาน ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญนะคะ โดยเฉพาะ เรื่องของทองที่ชิงมา (คุณสุภนันท์) ใช่ (คุณปวีณา) ทางเจ้าหน้าที่ก็ยังติดตามอยู่นะคะว่าตอนนี้จะยังสามารถ ขยายผลอย่างไรได้บ้าง มีความคืบหน้าจะรายงานทันที เช่นเคยนะคะ ช่วงนี้เราพักกันสักครู่ก่อน แล้วช่วงหน้ากลับมาติดตามข่าวเที่ยง NBT กันต่อค่ะ [เสียงดนตรี]