และการประชุมร่วมกัน ของรัฐสภาฯ โดยจะไม่มีการจัดทำ บัตรสำรอง ให้แก่วุฒิสภาฯ แต่ประการใด 2. หากสมาชิกวุฒิสภาท่านใดไม่ได้นำบัตรออกเสียงมา และมีกรณีจะต้องแสดงตน หรือออกเสียง ให้ท่านสมาชิก ขออนุญาติต่อประธานสมาชิกวุฒิ เพื่อขอใช้สิทธิ์ดังกล่าว แล้วหากมีความประสงค์ จะอภิปรายในที่ประชุม ทางสำนักงาน เลขาธิการวุฒิสภา ได้จัดเตรียมบัตรสำหรับขอ ใช้ไมโครโฟน โดยให้ติดต่อขอรับบัต เปิดไมโคโฟนที่ บริเวณหน้าบัลลังก์หน้าวุฒิสภาฯ 3. สมาชิกวุฒิสภาจะต้องนำบัตร ออกเสียงลงคะแนน ออกจากเครื่องออกเสียงลงคะแนน ในที่ประชุมวุฒิสภาและนำติดตัวทุกครั้ง ที่ได้ออกจากห้องประชุมวุฒิสภาฯ เพื่อเป็นการป้องกันการใช้บัตรออกเสียง ด้วยรัฐธรรมนูญ และกฎหมาย 4. หากสมาชิกวุฒิสภาท่านใดลืมบัตรออกเสียงลงคะแนน ไว้ จนกระทั่งเสร็จสิ้นการประชุม เจ้าหน้าที่สำนักการประชุมจะเก็บบัตร เป็นการชั่วคราว และจะได้ติดต่อ แจ้งให้สมาชิกวุฒิสภาทราบ เพื่อรับบัตรคืนโดยเร โดยเจ้าหน้าที่จะทำบันทึกไว้เป็นหลักฐานด้วย 5. กรณีสมาชิกวุฒิสภาฯ ทำบัตรออกเสียงลงคะแนนสูญหาย ให้สมาชิกวุฒิสภาแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในท้องที่ที่ทำบัตรออกเสียงลงคะแนนสูญหาย เพื่อลงบันทึกประจ บันทุกประจำวันดังกล่าว มายื่น ณ วุฒิสภาเพื่อจำทำบัตรลงคะแนนเสียงใหม่ และอาจมีค่าใช้จ่ายในการทำบัตรใหม่ดังกล่าว 6. สำนักงานเลขาธิการ จะไม่ทำการรับฝากบัตร ของสมาชิกวุฒิสภาไว้กับสำนักงานไม่ว่า กรณีใด ๆ ไม่ว่าจะมีเหตุผลอื่น ๆ อันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ และให้เจ้าหน้าที่ที่ เกี่ยวข้อง จัดทำบันทึกไว้เป็นหลักฐาน และรายงานให้ผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นได้ทราบเหตุ ดังกล่าวด้วย รายละเอียดปรากฏใน งานเลขาธิการวุฒิสภา เรื่องหลักเกณฑ์ และ วิธีการเก็บรักษาบัตร วุฒิสภาของสมาชิกวุฒิสภาที่ได้แจกให้ สมาชิกทุกท่านแล้ว จึงขอแจ้งให้ทีประชุม ให้ที่ประชุมทราบ และขอให้สมาชิกวุฒิสภา ทุกท่านได้ศึกษารายละเอียดด้วยนะครับ ระเบียบวาระที่ 2 รับรองรายงานการประชุม ไม่มี ระเบียบวาระที่ 3 ถามเป็นหนังสือ ท่านเจด็จ มีอะไร (ผู้เข้าร่วมประชุม) สมาชิกวุฒิสภา ท่านประธานกระผมมีเรื่องสำคัคญ เร่งด่วน จะขออนุญาติแทรกเวลา การประชุมสัก 3 นาที ไม่เกิน 5 นาที ขออนุญาตท่านประธานนะครับ (ประธานวุฒิสภาฯ) เชิญครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมสภา) ท่านประธานครับ เรื่องสำคัญ และเร่งด่วน คือ เรื่องของ การระบาดของไข้หวัดของสายพันธุ์ชนิดใหม่ ที่เรียกว่า ไวรัสสายพันธุ์โคร มีการระบาด เริ่มต้นจากเมือง อู่ฮั่น ประเทศจีน ไปเกือบ 30 ประเทศทั่วโลก มีผู้คนที่ติดไวรัสสายพันธุ์นี้ คือ ไวรัสสายพันธุ์นี้ คือสายพันธุ์โคโรนา และที่ประเทศจีน เสียชีวิตไปแล้ว กว่า 350 คน ประเทศไทยก็มีผู้ติดเชื้อ ไวรัสสายพันธุ์โคโรนานี้ 19 คน ขณะนี้กลับบ้านแล้ว 10 คน ยังอยู่ในการดูของแพทย์ 9 คน ถือเป็นลำดับ 2 ของโลก ท่านประธานครับ การระบาด เป็นเรื่องของไวรัสวิทยา เป็นเรื่อง ที่เกิดขึ้นได้ แต่สิ่งที่ผมจะกราบเรียน ท่านประธานก็คือว่า การบริหารจัดการของ รัฐบาลนั้น น่าชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง การดูแล การตรวจติดตามคัดกรอง และการเอาใจใส่ ของ พณฯ นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาะารณ รับผิดชอบงานด้านสาธารณสุข การดูแลเอาใจใส่ของปลัดกระทรวงสาธารณสุข อธิบดีกรมควบคุมโรค บุค บุคลากรทางด้านการแพทย์ บุคลากรด้านพยาบาล ทุกแห่ง รวมทั้งในกรุงเทพมหานคร และต่างจังหวัด น่าชื่นชมเป็นอย่างยิ่งครับท่านประธาน ผมจะไม่พูดถึงการแพร่ระบาดที่เกิดขึ้นทั่วมุมโลก แล้วก็ทุกประเทศในโลกนี้ที่ให้การเอาใจใส่ ในขณะนี้ แต่ผมจะพูดถึง การบริหาร จัดการที่ทุ่มเทและเสียสละ ความเอาใจใส่ ผมจะไม่พูดถึงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่หยิบยก มาหาประโยชน์ทางการเมืองโดยมิชอบ แต่ผมจะพูดถึงว่า ท่าน นายกรัฐมนตรี บุคลากรทางการแพทย์และพยาบาล เต็มที่กับในเรื่องนี้ เราสามารถยัน การแพร่ระบาดนี้ไม่อยู่เกิน 20 คน ยัน ไม่ให้มีผู้ล้มตายจากไวรัส สายพันธุ์โคโรนานี้แม้แต่คนเดียวในประเทศไทย สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องใหญ่นะครับท่านประธาน เรื่องที่เราต้องตื่นรู้กับเรื่องเหล่านี้ แต่ไม่ ถึงกับตื่นตระหนก สิ่งเหล่านี้ ผมอยาก เรียนท่านประธานว่า ในวุฒิภาวะของ วุฒิสมาชิก หรือสมาชิกวุฒิสภาฯ นั้น เรื่องของการตั้งกระทู้หรือยื่นยัตติ ทำงานของรัฐบาลเพียงอย่างเดียว เพื่อตรวจสอบ การทำงานของรัฐบาลเพียงอย่างเดียว แต่หัวหน้ารัฐบาล คณะรัฐมนตรี บุคลากรทางการแพทย์ พยาบาล ทั้งหลาย ทุกหน่วยงานที่มีหน้าที่ ได้กระทำ ด้วยความเอาใจใส่ เข้มแข็ง ก็สมควรที่สภาแห่งนี้จะบันทึกไว้ ถึงความขอบพระคุณ แล้วก็ กำลังใจที่วุฒิสภาจะมอบให้ไว้ ท่านประธาน ด้วยความชื่นชมต่อรัฐบาล และก็บุคลากรทางการแพทย์ พยาบาลทุกท่าน รวมถึง ทุกคนไว้ ณ ที่นี้ครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ (ประธานวุฒิสภาฯ) ท่าน (ผู้เข้าร่วมประชุม) ท่านประธานที่เคารพ สมาชิกวุฒิสภาฯ เวลา ท่านประธาน ก่อนเข้าสู่วาระ กระทู้เพียงเล็กน้อย เมื่อกี้นี้ ท่านประธานได้แจ้งถึงระเบียบ วิธีปฏิบัติถึงการ เอาบัตรที่บัตรลงคะแนนนั้นมอบให้กับ สมาชิก และนำไปเก็บไว้ เป็นประจำตัว เรื่องนี้ต้องขอบพระคุณ จากความดำริ จากข้อดำริ ของท่านประธานวุฒิสภา ท่านวิตก กังวลต่อกรณที่เกิดขึ้น เรื่อง การเสียบบัตรแทนกันและได้นำเข้าสู่ หารือในที่ประชุม ของคณะกรรมาธิการวุฒิสภา จึงออกเป็นระเบียบดังกล่าว ซึ่งเมื่อกี้นี้ท่านประธานได้บอกไปแล้วว่า ต่อไปนี้ เจ้าหน้าที่จะมอบให้กับสมาชิก และสมาชิกจะต้องเก็บไว้โดยเด็ดขาด เป็นสิทธิของท่านเท่านั้น ท่านประธานครับ เรื่องนี้ ต้องถือว่าเป็นความรอบครอบรัดกุม และเป็นการป้องกันปัญหาที่พึง แม้ว่าเราเองได้มีการพูดคุย กันว่าของเรายังไม่มีปัญหาใด แต่ท่านประธานครับ เราจะสังเกตได้ว่า หลังจากที่มีกรณีเสียบบัตรแทนกัน มีคลิปออกมามากนะครับ ท่านประธาน ผมไม่แน่ใจว่า ในขณะที่ยังไม่มีเหตุ หรือยังไม่มีเรื่อง มีใครแอบถ่ายอะไร อย่างไร ไว้บ้าง ท่านประธานจะสังเกตดูว่าในหลายจุด หลายเหตุ ที่เขาเอาคลิปออกมาปล่อย เพราะฉะนั้น สิ่งเหล่านี้เป็นปัญหา แง่ของกฎหมาย และความถูกต้อง ของการลงมติแต่ละครั้ง ๆ ท่านประธานที่เคารพครับ บัตรลงคะแนน ยิ่งใหญ่กว่าบัตรประชาชน บัตรลงคะแนน ยิ่งใหญ่กว่า บัตรเครดิต บัตรลงคะแนน ยิ่งใหญ่กว่าใบขับขี่ เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่า บัตรประชาชน บัตรเครดิตใช้ได้เฉพาะตัวของเรา ไม่สามารถไปเนรมิตลิขิตอะไรได้ แต่บัตรลงคะแนน ให้คนเป็นนายกรัฐมนตรีได้ ท่านประธาน บัตรลงคะแนน ให้คนเป็นประธานวุฒิสภาฯ ได้ สามารถบัตรลงคะแนนนั้น บังคับใช้ กับประชาชนในกฎหมาย ทุกฉบับ แม้แต่งบประมาณแผ่นดิน 3 ล้าน ๆ ทั้งหมดมาจากบัตรลงคะแนน ใบนี้ เพราะฉะนั้นการที่ดำริ ของท่านประธาน และออกมาเป็นมติดังกล่าว จึงเป็นความรอบคอบ ถ้าไม่เรื่องก็ไม่มีอะไรครับ ผมเห็น บางท่าน บางทีเราก็ปราถนาดี เห็นพรรคพวกไปประชุมกรรมาธิการ กำลัง วิ่งมา ผมกดให้แล้วนะครับ ไม่เป็นเรื่องไม่เป็นไรครับท่านประธานครับ ถ้ามีเรื่อง มันมีปัญหาครับ เพราะฉะนั้น การดำเนินการดังกล่าว ที่วุฒิสภา ออกมาตรการดังกล่าว จึงเป็น เรื่องที่รอบครอบรัดกุม และขอบพระคุณต่อข้อดำริ ของท่านประธาน จึงดำริฝ่ายบริหาร กราบขอบพระคุณครับ (ท่านประธาน) ของคุณครับ ท่านวันชัย ที่เป็นห่วงเป็นใยเรื่องบัตรลงคะแนนนะ ครับ ในวันนี้มีกระทู้ถามเป็นหนังสือ จำนวน 3 กระทู้ ดังนั้นผมขอตั้ง ถามตอบ กระทูถาม ไม่เกินกระทู้ถาม 20 นาทีนะครับ 3.1.1 กระทู้ถามเรื่องการขับเคลื่อนการปฏิรูป ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคี ท่าน คำรณ สิทธิสมาน เป็นผู้ ถามนายกรัฐมนตรี ท่านสมาชิกครับ วันนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รองนายกรัฐ ท่านวิศนุ เครืองามเป็นผู้ตอบกระทู้ถาม นะครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรี เข้าประจำที่แล้วนะครับ สำหรับการถามกระทู้ถามเป็นหนังสือในวันนี้ สิทธิสมาน ได้ขออนุญาต ฉาย PowerPoint ในการถาม กระทู้ถามนะครับ เพื่อประโยชน์ในการถามกระทู้ถาม ผมอนุญาตนะครับ ขอเชิญท่านคำนวน สิทธิสมาน (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) กราบเรียนท่านประธานสภ กระผม... สมาชิกวุฒิสภา ก่อนอื่นต้องกราบขอบพระคุณ ที่ได้มอบหมายให้ ท่านรองนายกรัฐมนตรีมาเป็น ผู้ตอบนะครับ กระผมขอ แผนภูมิแผ่นแรกครับ และก็คงจะใช้แค่แผ่นเดียว กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ วันที่ผมตั้งกระทู้ถาม วันนี้นี่นะครับ ถ้าดูในหนังสือ ก็จะเป็นวันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 ซึ่งก็เป็นวันที่เวลาที่ ครบรอบ 1 ปี พอดี ที่มีคำสั่ง หัวหน้ารักษาความสงบแห่งชาติ ปี 2561 โดยสาระสำคัญ ก็จะมีหลายประการอยู่ด้วยกัน สำนักงานขับเครื่อน การปฏิบัติตามการปฏิรูปประเทศ ในการ สร้างความสามัคคีปรองดอง โดยเฉพาะข้อที่ 7-14 ที่มีอายุในเบื้องต้นนี่ 5 ปี นะครับ แต่ปรากฎว่า ณ วันที่ผมตั้งกระทู้นี่ ก็ ครบรอบ 1 ปีเต็มแล้ว ก็ยังไม่ได้มีการตั้งบอร์ดใหญ่ ก็คือคณะกรรมการ ปยป. นะครับ ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มี 15+1 คนครับ มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีรองนายกรัฐมนตรีคนหนึ่ง ที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายเป็นประ ที่นายกรัฐมนตรี มอบหมายเห็นชอบไม่เกิน 3 คน แล้วก็มี ปลัดกระทรวงต่าง ๆ เลขาฯ สภาพรรค นะครับ รวมทั้งผู้ทรงคุณวุฒิภาคเอกชน นะครับ อีก 3 คนนะครับ ผมก็เห็นว่า ระยะเวลก็ล่วงเลยไป พอสมควร แล้วก็เท่าที่ดูโดยคำสั่ง ฉบับนี้แล้วนี่ คณะกรรมการก็ มีอำนาจมากในการกำหนดทิศทางการขับเคลื่อน แล้วก็ปฏิบัติตามยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง ก็ได้ตั้งเสร็จแล้วนะคะ ตามคำสั่ง 3 ฉบับ เมื่อ 1 มีนาคม 2562 แล้วก็ ได้มีการสรรหาข้าราชการมาประจำเรียบร้อยแล้ว นะครับ แต่จากการติดตามสอบถาม กรรมาธิการ ที่ผมได้อยู่ด้วย 2 ทางสำนักงาย ปยป. แต่ว่าหัวข้อหลักใหญ่ ๆ นี่ เกิดขึ้นก่อน วันนี้ นะครับ ก็ ทีนี้เวลา มากกว่า 2 เดือนนะครับ ปรากฏว่าได้มีมติรัฐมนตรี วันที่ 18 มกราคม นะครับ ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ถึงคณะกรรมการบริหาร ก็ต้องมีเรียบร้อ ที่จริงกระทู้นี้ก็บท ความจำเป็นโดยนัยสำคัญในประการหนึ่ง แต่ว่ากระผมขอเรียนผ่านท่านประธาน ไปยังท่านรองรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรี อธิบาย ให้พวกเราฟังว่าคณะกรรม ปยป. ก็ดี สำนักงาน ปยป. ก็ดีนี่ การบริหารราชการแผ่นดิน โดยเฉพาะเรื่องการ ปฏิรูปประเทศ ที่ต้องกราบเรียนตามความจริงว่า ติดขัดค่อนข้างมากและขณะนี้ก็อยู่ ระหว่างการปรับแผนปฏิรูปครั้งใหญ่ ตัวสำนักงาน ปยป. กุญแจสำคัญ ที่จะเดินหน้าไปได้ แต่ จะเดินหน้าไปอย่างไร ผมขอมอบเวทีให้ ท่านรองนายกรัฐมนตรีได้ช่วยเล่าให้เราฟังด้วยนะครับ กราบขอบพระคุณครับ (ประธานวุฒิสภาฯ) ขอเรียนเชิญท่าน รองนายกรัฐมนตรี ตอบกระทู้ถามครับ (รองนายกรัฐมนตรี) กราบเรียนท่าน ประธานที่เคารพ ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ผม มาตอบกระทู้ถามนี้ และที่ท่านได้ทำการมอบหมาย มีการมอบหมายท่านก็ได้มีบัญชาเป็นรายลักษณ์อักษรว่า ขอบคุณทางวุฒิสภา ที่ สอดส่องดูแลในเรื่องที่คนทั่วไปมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย แล้วก็บางที่เป็นเรื่องรัฐบาล ไป แต่ท่านสมาชิกวุฒิสภา แล้วก็ยกขึ้นมาเป็นประเด็น และต้องขอขอบพระคุรอย่างมากครับ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับ เพื่อลำดับความเข้าใจ ของท่านสมาชิกว่า ในเมื่อครั้งที่ คสช. ยังคงอยู่นั้น การที่ จะมีการปรับปรุงหน่วยงานหรือส่วนราชการ หรือตั้งหน่วยงานขึ้นใหม่ ได้ใช้วิธีการ แบบแรกก็คือ ตั้งตามปกติ โดยใช้ กฎหมาย ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน กฎหมาย กระทรวงทบวงกรมเป็นหลัก นั่นก็แปลต้องเสนอเป็นกฎหมายเพื่อเข้าสภาฯ ดังที่ได้เคยมีการเสนอมาแล้วหลายฉบับ หรือในสมัย สนช. แต่อีก แบบหนึ่งที่ใช้ในกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วน ก็คือใช้คำสั่งของ คสช. ตามในมาตรา 44 ซึ่ง ก็ได้มีการจัดตั้งทำนองนี้ไปแล้ว เช่น สำนักงานบริหารทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และต่อมา ก็มีการจัดตั้งหน่วยงานขึ้นอีกหน่วยหนึ่ง สำนักงาน ปยป. ดั่งที่ท่านสมาชิกได้ฉาย แผมภาพเมื่อสักครู ชื่อเต็ม ของสำนักงานใหม่นี้ก็คือ สำนักงานขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศยุทธศาสตร์ชาติ ชื่อยืดยาวอย่างนี้ ก็คือ ปยป. สำนักงานนี้มีฐานะเป็นกรม หัวหน้าหน่วยงานนี้มีฐานะ เทียบเท่า 41 แล้วก็ทำหน้า ที่จะขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ขับเคลื่อนการ ดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ ขับเคลื่อน การสร้างความสามัคคีปรองดอง คำถามก็เกิดขึ้นว่า มันก็มีกฎหมายเขียนไว้แล้ว ว่าให้สภาพัฒขับเคลื่อน ครับ แต่ก็ได้มาคิดกับภายหลังร่วมกับสภาพัฒ สภาพัฒฯ เองว่า การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ อยู่แล้ว แล้วก็งานที่เกี่ยวกับปฏิรูปที่ฝาก ยุทธศาสตร์ ที่ไปฝากที่สภาพัฒฯ นั้น เป็น งานในระดับนโยบาย เป็นงานในระดับคณะกรรมการ สภาฯ พัฒฯ ต้องไปประสานกับกรรมการ ยุทธศาสตร์ 6 คณะ ที่ต้องไปประสานงานกับ อีก 11 คณะ ซึ่งการประสานอย่างนั้น ก็เป็นเรื่องใหญ่พอสมควรอยู่แล้ว ไหนจะต้องติดตามรายงาน ไหนจะต้องทำรายงานการประชุม ไหนจะทำรายงาน ประจำรอบ 3 เดือน ที่ต้องทำการเสนอกับสภาวุฒิสภา ดังที่ได้เสนอมาแล้ว ปัญหาก็คือ การที่จะเป็นเร่งรัดศูนย์ราชการในระดับกรม ในระดับกอง ในระดับ เจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นระดับปฏิบัติการนั้น มันควรจะมีหน่วยงานอื่นเข้าไปดำเนินการ มากกว่า สภาพัฒฯ คงจะรับมือเรื่องอย่างนี้คงจะไม่ไหว เพราะไหนจะแบกเรื่องนโยบาย แบกเรื่องรายงานในรอบ ประจำรอบ 3 เดือน จะไปตามจี้ตามชัยกันน คงจะต้องใช้อีกหน่วยงานหนึ่ง และนี้คือต้องจัดตั้งอีกหน่วยงานหนึ่ง สำนักงาน ปยป. ขึ้น ซึ่งจะไม่ทำงานใน ระดับนโยบาย กรรมการปฏิรูป หรือกรรมการยุทธศาสตร์ คือกระทรวงทะบวงกรมว่า เขากำหนดแผนแบบนี้ คุณได้ทำ อะไร ไปถึงไหน อย่างไร ติดขัดอะไรให้บอกมา หลังจากได้จัดตั้งขึ้นแล้วก็พบว่า ข้อติดขัด ในการปฏิบัติของศูนย์ราชการต่าง ๆ นั้น วนเวียนอยู่ใน 4-5 เรื่องเท่านั้นล่ะครับ ตามกฎหมาย 2. ติดที่เงิน คืองบประมาณไม่พอ 3. ติดที่กำลังคน อัตรากำลังไม่พอ 4. ติดที่แผน แล้วก็ 5. ติดที่หน่วยงาน ซึ่งต้อง ตั้งแผนกอะไรขึ้นมาใหม่ ซึ่งจะรับภาระในสิ่งเหล่านี้ สิ่งเหล่านี้ครับ จึงคิดว่าเป็นสิ่ง ที่สำนักงาน ปยป. ต้องรับไปปฏิบัติ หน่วยงานระดับกรมขึ้นมาใหม่ ท ที่เรียกว่า ปยป. ดังกล่าว การจัดตั้งนั้น ได้ตั้งขึ้นตั้งแต่ปลายปี 2561 เพราะฉะนั้นแน่นอนพอมาถึง ท่านสมาชิกย่อมอดเป็นห่วงไม่ได้ว่า 1 ปีผ่านไป สำนักงานก็เกิดแล้ว แล้วทำอะไรกันอยู่ที่ไหน ข้อสำคัญคือ กฎหมายคำสั่ง คสช. ก็ได้กำหนดเอาไว้ ว่าจะต้องมีการจัดตั้งนโยบาย ประกอบด้วย นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน นายกฯ น่ะมีอยู่แล้วล่ะ ต้องมีรองนายกรัฐมนตรี เป็นรองประธาน 1 ปีผ่านไป รองประธานอยู่ที่ทไหน นอกจากนั้นยังมีรัฐมนตรีอีก 3 ที่คณะรัฐมนตรี แต่งตั้ง คณะรับมนตรีตั้งหรือยัง อยู่ที่ไหน นอกจากนั้นก็มีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ภาคเอกชนอีก ไม่เกิน 3 คน ตั้งหรือยัง อยู่ที่ไหน นอกจากนั้นยังต้องมีคณะกรรมการอีก 6 คน มาช่วยดูแลในเรื่องของงาน เรื่องของเงิน เรื่องของแผน เรื่องของอำนาจหน้าที่ มีอยู่แล้ว เพราะว่ากำหนดให้ตำแหน่งกระทรวงกลาโหม เลขาธิการพรรค เลขาธิการกฟภ. และผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ดดยต มันก็เป็นอย่างที่ท่านสมาชิกตั้งข้อสังเกตจริง ๆ ในวาระครบ 1 แห่งการตั้งสำนักงาน ปยป. โครงสร้างกรรมการเหล่านี้ ด้วยความขอบพระคุณ แต่บังเอิญกว่าที่กระทู้นี้ จะเข้ามาสู่สภาแล้วตอบกันได้ หลังจากที่ท่านตั้งกระทู้ก็ ผ่านไปแล้ว 2 เดือน มาถึง บัดนี้คำถามว่า กรรมการอยู่ที่ไหน ตั้งเสร็จแล้ว หลังจากกระทู้เข้ามาถึงสภาฯ นี้เอง ตอนนี้ได้ปต่งตั้ รองประธานก็ได้แต่งตั้งท่านพลเอกประวิตร รัฐมนตรี 3 คน ก็ได้ตั้งไปแล้ว คือผม 1 คน อุตมะอีกคน และท่านรัฐมนตรีการคลังไปแล้วอีก 1 คน ก็ครบไปแล้ว กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ก็ตั้งไปแล้ว ไม่เกิน 3 คน ก็ตั้งไปแล้ว 2 คน คือคุณสุพัฒน์ และคุณกฤษฎา บุญราช อีกหนึ่ง ยังขาดอยู่อีก 1 ก็คงไม่เป็นไร 6 คน ก็มีอยู่แล้ว แล้วก็ได้มีการพบกัน การภายในแล้ว อย่างไรก็ตามกราบเรียนท่านประธานและวุ ความกังวลใจว่า แม้ระยะเวลามันจะล่าช้าไป 1 ปี 2 เดือน แต่ในส่วนเหล่านี้แม้คณะกรรมการยังไม่เกิด ท่านนายกรัฐมนตรี ก็ได้ใช้อำนาจของท่าน และในฐานะหัวหน้ารัฐบาล มอบนโยบายและสั่งการ ให้สำนักงาน ปยป. ดำเนินการไปแล้วหลายเรื่อง ในการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ตัวอย่างเช่น ในส่วนของการติดตามเรื่องของฝุ่นพิษ ในภาคเหนือและหมอกควัน ตรงนี้ก็ได้กำชับ ให้สำนักงาน ปยป. ให้ไปจัดตั้งและสร้างแอฟำพ มือถือขึ้น เพื่อจะรายงานจุดที่จะเกิด ฝุ่นพิษ ฝุ่นควัน หมอกควันต่าง ๆ ต่าง ๆ ให้ชัดเจน รวมทั้ง Spot ที่ เกิดเพลิงป่าขึ้นตรงจุดใด จะสามารถรับรู้ได้ในแอปพลิเคชันมือถือได้อย่างรวดเร็ว นั่นก็ได้ทำไปแล้ว 1 เรื่อง แล้วก็ในส่วน ของฐานข้อมูลที่จะบูรณาการว่า ในส่วนที่รัฐได้ให้สวัสดิการแก่พี่น้องประชาชน อยู่นั้นหรือมีปัญหานั้น จะใช้แอปพลิเคชัน ใด ในการที่จะรับทราบข้อมูล และติดต่อ กับหน่วยงานใดได้บ้าง ก็ได้ออกแบบและจัดทำโดยสำนักงาน ปยป. ไปเรียบร้อยแล้ว ตัวอย่างยังมีอีกหลาย อย่างหนึ่งก็คือ คนต่างด้าวที่จะมาอยู่ในประเทศไทย จะต้องมีการแจ้งที่อยู่ทุก 24 ชั่วโมง มิฉะนั้นจะมีความผิด เช่น ไปพักที่โรงแรมนี้ ออก จากโรงแรมนี้ไปนอนที่เชียงใหม่ก็ต้องแจ้ง ออกจากลำปาง ออกจากโรงแรม ถ้าไม่แจ้ง ผิดทั้งตัวเจ้าตัว ผิดทั้งเจ้าของโรงแรม สถานที่ ซึ่งตรงนี้สำนักงาน ปยป. ก็ทำเรื่อง เสนอท่านนายกฯ ว่าเป็นเรื่องที่ เพราะบางทีก็ย้ายไปย้ายมา แกก็กลับมานอนโรงแรมเดิม ก็เลยขออำนาจจากท่านนายก ประสานไปยัง ตำรวจแห่งชาติ เพื่อจะออกระเบียบยกเว้นและ ใช้อำนาจตามพระราชบัญติคนเข้าเมือง และถ้าหากคืบหน้าไปจะลดภาระการ เข้าเมืองที่เป็นคนต่างด้าวไปได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขันกับต่างประเทศ ตลอดจนอำนวยความสะดวก นักท่องเที่ยว ภารกิจเหล่านี้แม้จะไม่มีคณะกรรมการ ก็ได้ใช้แำนาจของท่านนายกรัฐมนตรี แล้วได้รายงานไป แล้วก็ได้ดำเนินการอย่างไร ก็ได้ทำเป็นบันทึกกราบเรียน ท่านนายกฯ ท่านนายกฯ จะให้แก้ไข้ ถ้าหากท่านนายกเห็นด้วย ก็จะ ออกเป็นมติรองรับต่อไป นี่คือส่วนที่ ได้ดำเนินการในช่วงเวลา 1 ปี 2 เดือน แล้ว ถ้าหากว่าถามชัด ๆ ว่า แล้วมันช้าอยุ ถาม แล้วเพิ่งมาตั้งกรรมการกัน ตรงนี้พอดีเกิดปัญหา ครับว่า การเกิดสำนักงาน ปยป. เกิดขึ้น ในช่วงปลายรัฐบาลที่แล้ว และรัฐบาลที่แล้วจึงเห็นว่า การจะตั้งรัฐมนตรี ตั้งผู้ทรงคุณวุฒินะ ควรจะเป็นอำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรีชุดใหม่ เมื่อมีการจัดตั้งรัฐบาลขึ้นใหม่ คือ ประยุทธ์ 2 ในเวลานี้ ก็แสวงหาคน แต่ เกิดขึ้นพอดีว่า เลขาธิการ สำนักงาน ปยป. นั้น แม้กระทั้งทุกวันนี้ กพร. แทน แล้วจู่ ๆ ... คือคุณปกรณ์ ก็ต้องโอนไปเป็น... เพราะฉะนั้นต้องตั้งใจว่าต้องให้มี ปยป. ตัวจริงคนใหม่เกิดขึ้น จะได้ช่วยกันคิดว่า หน้าตากรรมการ ควรจะเป็นใคร องค์ประกอบความรู้ใดที่ขาดแคลน ต้องการซึ่งมาถึงวันนี้ ทุกอย่างก็เข้าที่เ เพราะท่านเลขาธิการ ก็ได้รับก ให้ไปเป็นเลขาธิการ การรักษาการตรงนี้ก็จะได้หยุดลง และดำเนินการแต่งตั้ง บุคคลอื่นต่อไป แต่คณะกรรมการ และสามารถที่จะประชุมได้ภายในระยะเวลาอีก ไม่กี่วันจากนี้ไปครับ (ประธาน) ขอเชิญท่าน... ซักถามคำครับ ที่ท่านรองนายกได้กรุณา บรรยาย อรรถาธิบายมา นะครับ ที่จริงกระผมไม่มีคำถามอะไรมากนัก แต่ถ้า ท่านประธานจะกรุณาอนุญาตก็คือ ผมจะ ฝากข้อสังเกต และขอเสนอแนะบางประการ ท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานครับ การบริหารราชการแผ่นดินนี่ในยุค สมัยนี้ ตามรัฐธร เราคงจะต้องแบ่งแยกเป็น 2 อย่าง ตามอคติ การดำเนินการทั่วไป ก็แก้วิกฤตกันไป แต่อย่างหนึ่งที่ มีความจำเป็นสำคัญเร่งด่วนมาก ก็คือ การบริหารราชการแผ่นดิน จะเห็น เป็นรูปธรรม ท่านประธานที่เคารพครับ ก็ ต้องยอมรับความเป็นจริงว่าการปฏิรูปประเทศเป็น งานใหญ่ และเป็นงานใหม่ และเป็นงานยาก จากระยะเวลาที่กระผม ทำงานอย่างหนักหนาสาหัส แต่สรุป รวมแล้วผมว่าทางกฏหมายนี่ ท่านก็เป็น ได้เพียงฝ่ายธุรการ หรือหน่วยธุรการ ในชั้นไม่ว่าจะมีการปฏิรูปครั้งใหญ่ ในขณะนี้ ซึ่งรับฟังความคิดเห็นอยู่นี่ ทางสภาพัฒฯ ก็คงทำได้เพียงจัดกระบวนการและ บันทึกไว้ แต่อำนาจก็ยังเป็นของกรรมการ ปฏิรูปประเทศ ทั้ง 11-12 ด้านนั้น เสนอคณะกรรมการยุทธศาตร์ชาติ แล้วก็เสนอคณะ เป็นลำดับไป แต่กระผมเห็นว่ามันมีความจำเป็น นะครับ ที่จะต้องมีฝ่ายนโยบายที่ลงมากำกับ กระผมเห็นว่า คณะกรรมการปญป. นั้น สามารถจะทำได้ เพราะว่ามีองค์ประกอบคือนายกฯ เป็นประธาน และมี หน้าที่ที่คำสั่ง คสช. ข้อ 13 ข้อ 14 กำหนดไว้ น่าจะให้ องค์กรนี้ เป็นเสมือน... ผมเคยอภิปรายไปไม่นานีน ก็ไม่ทราบว่าจะเป็นความเห็น ที่สมบูรณ์หรือไม่เพียงใด แต่เท่าที่นึกออกนะครีั กระผมเห็นว่า คณะกรรมการปญป. ทำได้ อาจจะเปรียบเสมือน ครม. ชุ ครม. เฉพาะกิจเพื่อการปฏิรูป ประเทศ เปรียบเสมือน ครม. เศรษฐ ความจำเป็นที่ต้องกระทำเต็มที่ ก็เพียงช่วงระยะเวลา 5-6 ปีนี้ นะครับ ถ้าทำได้เช่นนี้นี่ กระผมเห็นว่า เวลานี้ ซึ่งเป็นช่วงระยะเวลาปรับปฏิรูป ประเทศซึ่งกระบวนการ กว่าจะแล้วเสร็จ เดือนเมษายน แต่ ครม. เพื่อการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศนี้นี่ สามารถ ดำเนินการเพื่อให้เกิดความชัดเจนว่า ประเด็นการปฏิรูปใหญ่ เราเลือกมาสัก 3-4 เรื่อง หรือ 5-6 เรื่อง หรือว่าไม่เกินมากกว่านั้น และเราทำให้เกิดเป็นกระแสใหญ่ ทำให้เป็นประเด็นทางการเมืองใหม่ ที่จะสามารถทำให้พี่น้องประชาชน ออกจากความขัดแย้งเดิม ๆ ส่วนอยู่ในกระบวนการปฏิรูปนี้ ผมคิดว่า จะเป็นทางรอดครับ กระผมขอเวลาอีกนิดเดียวครับ ท่านประธานครับ ผมอาจจะเป็นคนที่วิตกจริตไป เกินเหตุไปสักนิดหนึ่ง แต่อยากขอกราบเรียนว่า สถานการณ์การปฏิรูปประเทศตอนนี้ นะครับ แล้วก็เหลือระยะเวลา ที่รัฐธรรมนูญกำหนดว่า การปฏิรูป บทเร่งรัดตามปกติ แต่ว่า เมื่อถึงเวลานั้นครับ คำตอบที่ให้กับประชาชนนี่มันสำคัญ กว่ารัฐธรรมนูญสำคัญกว่ากฎหมายใด พวกเรารัฐมนูญ 2563 ท่านนายกรัฐมนตรี คนปัจจุบัน พวกเรา 250 คน สมาชิกวุฒิสภา ชุดแรกตามบทเฉพาะการนั้น ดำรงอยู่ได้ เพราะภารกิจพิเศษ เพื่อผลักดัน เพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ อันที่จริงนี้ พื้นฐานจริง ๆ ก็มาตั้งแต่คำถามเพิ่มเติม หรือคำถามพ่วงในการออกเสียงลงประชามติ เมื่อ 7 สิงหาคม 2559 ท่านเห็นชอบหรือไม่ว่า เพื่อให้การปฏิรูปประเทศให้ เกิดความต่อเนื่องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ ไว้ในบทเฉพาะการว่า ก็ว่าไปนะครับ ผมเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ที่ขณะนี้ กำลังมีช่วงการปรับแผน การปฏิรูปประเทศ ถ้าเราถือจังหวะนี้นี่ เป็นเรื่องสำคัญอันดับต้น ๆ ที่เราจะให้แผนการ ปฏิรูปประเทศนี้ ขออนุญาตครับ มันไม่ใช่เป็นเอกสาร เป็นตั้ง ๆ ตารางเป็นร้อย ๆ แผ่น แล้ว ก็ต้องติ๊กลงไป ใช้ผู้คนมากมาย แต่ว่าทำให้ม้นเห็น 4-5 เรื่อง ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ ที่เป็นเรื่องสำคัญมาก ๆ แต่ผมขออนุญาต ไม่พูดในที่นี้นะครับ ที่จะเป็นการดึง ประชาในเห็นว่าขณะนี้กระแสปฏิรูป พวกเขามีโอกาส มีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น กระผมเห็นว่าระยะเวลาอีก 3 ปี ที่เราจะตอบ พี่น้อง ประชาชนนี่ ก็คงจะมีคำตอบที่ดีได้ แล้วกระผมเชื่อมั่นในรัฐบาลชุดนี้ กระผมเชื่อมั่นใน ฯ พณ ฯ นายกรัฐมนตรี คณะกรรมการ ปยป. ที่เปิดมาเพื่อเฉพาะกิจ จึงกราบขอประธาน... ตัวเร่งรัดแล้วก็ทำความเข้าใจประชาชน ในเรื่องนี้ให้ยอมรับและให้ความเห็นมา ขอบคุณครับ ท่านรองนาย จบการพิจารณากระทู้ถามที่ 3.1 ลำดับที่ 1.2 และ ในระดับที่ 3.3 แจ้งว่าอยู่ในระหว่างเดินทาง ลำดับที่ 3.2.2 ขึ้นมาพิจ่ร จะมีสมาชิกท่านใดขัดข้องหรือไม่ ครับ หรือมีความเห็นเป็นอย่างอื่น ถ้าไม ่มีถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้เลื่อนกระทู้ถามที่ 3.2.2 ขึ้นมาก่อนนะครับ 3.2.2 กระทู้ถามเรื่องมาตรการ ในการควบคุมไวรัสใหม่ 2019 ของกระทรวงสาธารณสุข ท่านนายแพทย์เจต ศิระจุลา ถามรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านสมาชิกครับ วันนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีกระทรวงสาธาร ท่านสาธิต ปิตุเตชะ เป็นผู้ตอบ กระทู้ถามนะครับ ขอเชิญท่านรัฐมนตรี เข้าประจำที่ครับ และขอเชิญ ท่านนายแพทย์เจต ศิระ (ผู้เข้าร่วมประชุมสภา) กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ สมาชิกวุฒิสภา ท่านประธานครับ ณ ขณะนี้ 2 เรื่องที่ประชาชน ให้ความสนใจมากที่สุด ก็คือปัญหา ทางด้านสุขภาพ ทั้งเรื่องของฝุ่น PM 2.5 และก็เรื่อง ไข้หวัด ไวรัส โคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือว่าที่ องค์การอนามัยโลก WHO ใช้คำว่า Ncorona 2019 นั่นเอง ในวันที่ 1 ธันวาคม 2662 ก็มีการรายงานผู้ป่วยที่ ติดเชื้อครั้งแรกที่เมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ... นะครับ แล้วก็ในประเทศไทยเองก็มี รายงานเคสแรก รายแรก วันที่ 12 มกราคม และก็เป็นรายแรกนอกประเทศจีน ท่านประธานครับ องค์การ อนามัยโรคหรือ WHO นี่ ประชุมครั้งแรก เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2563 เพื่อจะได้พิจารณาว่า จะเป็น ภาวะฉุกเฉินของโรคหรือไม่ ผลสุดท้าย ก็เลื่อน การประชุมเพราะบอกว่าข้อมูลไม่พอ ก็เลื่อนไปเป็น ก็ตอนแรกก็ยังไม่จัดให ยังไม่จัดให้เป็น จนมาประชุมอีกครั้งในสัปดาห์ ต่อมา ในวันที่ 30 มกราคม นี้เอง ก็ประกาศว่าเป็นภาวะฉุกเฉิน ด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ หรือ Public Help Control อันนี้ก็ไม่ใช่ของใหม่นะครับ มันเคยมีประกาศมาแล้ว 6 ครั้ง ตั้งแต่ไข้หวัดนก ในปี 2009 ถัดมามี อีโบล่า ซิการ์ไวรัสในปี 2014-2015 แล้วก็ คิวู่ ไวรัสอีโบล่า ในปี 2018 จนถึงปัจจุบัน ท่านประธานครับ ก็ต้องถือว่าประเทศไทยนี่มีความตื่นตัว ในเรื่องนี้ค่อนข้างมาก ในสถานการณ์ ล่าสุด แม้ว่าเราจะมีผู้ป่วย ที่เป็นคอนเฟิร์มเคส 19 ราย จากตัวเลข ของผู้ที่ติดเชื้อทั้งหมด ขณะนี้ ตัวเลขล่าสุด 17,500 ราย เสียชีวิต 361 ราย ซึ่ง 1 รายนี่เป็นการเสียชีวิตนอกประเทศ มีเพียงรายเดียวนะครับ ที่ประเทศฟิลิปป ยังไม่มีใครเป็นอะไร ยังดีอยู่ ผมเห็นว่าในเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่มี เรื่องฉุกเฉินและเป็นเรื่องของมาตรการ ในการจัดการ ก็ไม่ได้เป็นเรื่องทางเทคนิค ก็มีแพทย์ เจ้าหน้าที่ทางสาธารณสุข อยู่แล้ว แต่ว่ามาตรการที่จะลงไปดูแลนี่ ผมเห็นว่ามันเป็นเรื่องใหญ่นะครับ แน่นอน ท่านประธาน ระหว่างประเทศนี่ เขาจะ IHR หรือ International Legulation ไม่ว่าจะเป็น PSEIC ที่เป็นภาวะฉุกเฉินของโลก ที่เกี่ยวกับสาธารณสุขระหว่างประเทศนี่ จะต้องดำเนินไปตาม IHR 2005 นั้นเอง ท่านประธาน ครับ ต้องถือว่า เรานี่ ตื่นตัวค่อนข้างแล้ว เพราะทางท่านนายกรัฐมนตรี ก็ได้จัดตั้งคณะกรรมการอำนวยความพร้อใ ป้องกันและแก้ปัญหาการอุบัติใหม่ ที่มีรองนายกฯ และรัฐมนตรีกระทรวง สาธารณสุข คือ ท่านรองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านเป็น ประธาน แล้วก็มีอธิบดีกรมควบคุมโรค ร่วมกับอีก 3 อธิบดีจากกระทรวงอื่น ๆ และเลขานุการ ท่านประธานครับ ที่น่าภูมิใจในฐานะที่ผมเป็นคนไทยคนหนึ่ง ในกรณีที่ ทีม ของมหาวิทยาลัย... ที่พร้อมรับมือโรคระบาดที่ดีที่สุด ประเทศไทยได้อันดับ 6 รองจากสหรัฐฯ อังกฤษ ออสเตรเลีย และแคนาดา เป็นประเทศ อันดับ 1 ของเอเชีย และอาเซียน ผมอยากจะให้ทางท่าน รัฐมนตรีช่วยฯ นะครับ ท่าน สาธิต ซึ่งมาแทนท่านรัฐมนตรีว่าการนะครับ ในวันนี้ แล้วก็ ซึ่งผมคิดว่า ในกรณีนี้ อยากจะให้ท่านอธิบายให้กับ ทางสมาชิวุฒิสภา ผ่านไปถึงพี่น้อง ประชาชนว่า จากข้อเด่นที่เราได้อันดับ 6 ของโลกนี่ ไปสัมพันกับการเตรียมพคว ในการรับมือกับ ไข้ไวรัสโคโรน่า 2019 อย่างไร เพราะว่าถือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ อย่างมาก ท่านประธานครับ ในขณะนี้นี่ จะมีความหวาดกลัว ความหวาดกลัวนี้เกิดจาก ความไม่แน่ใจในข้อมูล หรือความรับรู้ในสิ่งที่ตนเอง จะต้องผจญในชีวิตประจำวงั ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางในพื้นที่สาธารณะ ไปที่สถานีโดยสาร รถเมล์ สถานี รถไฟ สนามบิน โรงภาพยนตร์ ศูนย์การค้า นะครับ คือเขาก็ไม่แน่ใจว่า กรณีนี้ เขาควรจะใช้ Mask หรือไม่ เห็นจากการเดินทาง ก็เฆ็นได้ชัดเจนว่า ประชาชนมีความตื่นกลัวเรื่องนี้ค่อนข้างมาก ซึ่งมันก็ทำให้เป็นที่สงสัยว่า ในขณะนี้ Mask ที่เราใช้ มีความเพียงพอหรือไม่ แล้วถ้าหากว่าไม่พอ การระบาดที่มากขึ้นนี่ เราจะเตรียมความพร้อมในเรื่องนี้อย่างไร เพราะ แม้แต่ประเทศจีน ซึ่งศักยภาพในปาร ผลิตหน้ากากนะครับ ไม่ว่าจะป้องกันไวรัส หรือฝุ่นก็ตาม เขาก้มีศักยภาพสูงอยู่แล้ว ก็ ยังไม่เพียงพอกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ถ้าโรคระบาด นี้มันเกิดความารุนแรงขึ้น ท่านประธานครับ ในกรณีนี้มันมีความจำเป็นที่เราจะต้องเตรียมพร้อม นอกเหนือจากความหวาดกลัวของ พี่น้องประชาชนนี่ เราก็ยังมีความหวาดกลัวคนต่างชาติ โดยเฉพาะคนจีนนะครับ โดยเฉพาะคนจีนที่มาจากอู่ฮั่น ก็คงจะน้อยลง เพราะว่าประเทศจีน นี่ จำกัดการเดินทางออกนอกประเทศและเข้าประเทศ นะครับ ซึ่งตรงนี้นี่ก็เป็นมาตรการหนึ่ง ซึ่งจะป้องกันการระบาดหรือแพร่เชื้อออกไป ยังนอกประเทศ ท่านประธานครับอีกปัญหาหนึ่ง คือการควบคุม Face New ท่านประธานครับ มันเป็นการแพร่ข่าวออกไป ซึ่งเป็นข่าว จะต้องมีการตั้งศูนย์ ตอบว่าข่าวใดเป็นข่าวจริง ข่าวใดเป็นข่าวไม่จริง กระผมเห็นว่า เพียงแต่ว่าการตอบโต้ การกระจายข่าว อาจจะต้องอาศัยการมีส่วนร่วม ของภาคส่วนอื่น ๆ ร่วมทั้งภาคส่วนเอกชน ก็รบกวนให้ ทางท่านรัฐมนตรีช่วยท่านตอบในวันนี้ ในส่วนอื่น ๆ ที่ผมเห็นว่า มันเป็นกรณีที่เราต้องเตรียมความพร้อมนี่ นะครับ ในประเด็นแรกนี่ผมมีคำถาม ฝากทางท่านรประธานไปถึงท่านรั มาตรการการเตรียมความพร้อมการรับมือกับไวรัสโคโรนา 2019 ที่เรามีในขณะนี้นี่ เรา มีเพียงพอหรือไม่นะครับ ในสถานการณ์ปัจจุบันแ ผมก็จะมีคำถามต่อ คำถามที่ 2 ขอบพระคุณ (ประธานวุฒิสภาฯ) ขอบคุณครับ นายแพทย์ ... ท่านรัฐมนตรี สาธิต ปิตุเตชะ ตอบกระทู้ถามครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมสภา) สวัสดีครับ ผมนายสาธิต วันนี้ได้รับมอบหมายจากท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งท่านติดภารกิจเดินทาง ไปดูความพร้อมที่โรงพยาบาลราชวิถีนะครับ แล้วก็ท่านได้ไปศึกษาในกรณีล่าสุด ที่ แพทย์ไทย 2 คน ของเราได้สร้างชื่อเสีย ในกรณีที่ให้การรักษาผู้ติดเชื้อ ไวรัสอู่ฮั่น ในเคสของกรณี ที่มีผู้ป่วยมีอายุสูงนะครับ แล้วก็ มีอาการหนักมาหลายวัน แต่ว่าก็ได้ใช้วิธีการรักษาที่ประสบความสำเร็จ นะครับ เนื่องจากว่า ผู้ป่วยรายนี้นี่ มีอาการค่อนข้างหนัก แล้วก็มี โรคประจำตัวอยู่แล้ว แพทย์ตัดสินใจ ที่จะใช้ยา ไวรัสต้านเอดส์ แล้วก็ไวรัสไขหวั นะครับ แล้วก็ทำการรักษาประสบความสำเร็จ ภายใน 2 วัน และเช็กผลเลือดออกมาแล้ว เลือด ผลบวกนะครับ ซึ่งเป็นที่น่าพอใจ ผมเรียนทวนคำถามของ ท่านเจต ท่านวุฒิสมาชิกนะครับ ความจริง ตามที่ท่านได้ ที่อภิปรายสรุป ท่านอาจจะเป็นห่วงเรื่องมาตรการ นะครับ ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุข ตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม นอกจากบุคลากรทางการแพทย์ ระบาดวิทยา แล้วก็ทีมงานสาธารณสุข เรามีประสบการณ์ในการต่อสู้กับ โรคระบาดที่มาประเทศไทย 3 เหตุการณ์ใหญ่ ๆ ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นโรค ซาร์ โรคไข้หวัดใหญ่ ซึ่งเราสามารถ ที่จะต่อสู้และก็ฝ่าฟันอุปสรรคไปได้ด้วยดี จนเป็นที่ยอมรับ เหมือนที่ท่านเจตว่า เป็นอันดับ 6 ของโลก ที่เป็นการป้องกันโรคระบาดในประเทศไทย ผมจะสรุปมาตรการที่กระทรวงสาธารณสุข ได้ดำเนินการไป 3 มาตรการหลัก ๆ ที่ดำเนินการไปแล้วนะครับ มาตรการแรกก็คือ เรามีมาตรการคัดกรองผู้ที่ เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง ณ ด่านควบคุมโรค ใน 6 ท่าอากาศยาน ได้แก่ ท่าอากาศยาน สุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ ภูเก็ต ตลอด 24 ชั่วโมง มาตรการนี้เริ่มต้น ก็ต้องเรียนกับท่านเจษว่า โรคไวรัสอู่ฮั่นนี่ ต้นเชื้อก็มาจากประเทศจีน เริ่มต้นที่เราป้องกันที่เมืองอู่ฮัน เราก็ไม่ได้เตรียม ก็ไม่ได้เต็ม Full Scale ทั้งหมด ของประชาชนชาวจีนที่เดินทางออกนอกประเทศ เราก็ป้องกัน เฉพาะพี่น้องคนจีนที่มาจากอู่ฮั่น และเราก็เพิ่มยกระดับ เป็นคนจีนทั้งประเทศทันทีที่ ทราบข้อมูลครบว่า มันได้แพร่ระบาดทั่วประเทศแล้ว อันนี้เราก็ได้ดำเนินการเป็นลำดับขั้นตอนและก็ครบถ้วน ตามตัวเลขที่มีคนจีนเข้ามาในประเทศไทย ที่เราได้คัดกรอง ผู้ป่วยที่ยืนยัน แล้วประมาณ 10,000 ราย ทั้งลูกเรือและนักบินด้วย มาตรการที่ 2 ก็คือมาตรการที่สถานพยาบาล ผู้ป่วยที่มีอาการไข้ เจ็บคอ หรือเข้านิยาม นิยามของโรคนี้ ก็คือ มี อาการทางระบบทางเดินหายใจ เช่น น้ำมูก ไอ เสมหะ เราก็แยกนะครับ ผู้ป่วยที่มี ที่เข้าข่ายอาการกลุ่มเสี่ยง แยกออกมาโดยเฉพาะ มาตรการที่ 3 นี่ เป็นเรื่องที่สำคัญมากนะครับ ที่เราจะสามารถที่จะป้องกันสถานกาณ์ในประเทศ นั่นก็คือ มาตรการในชุมชน เราจะต้องให้ความรู้ กับพี่น้องประชาชน มันคืออะไรนะครับ และเขาสามารถป้องกันตัวเองได้ ด้วยการปฏิบัติตัวของเขาเอง ถ้าให้เรา ทำความเข้าใจนะครับ รบกวนท่านวุฒิสมาชิกสภาฯ ทุกท่ ได้ช่วยกันอธิบาย ตามความรู้ จะทำให้คนในสังคมไม่ตื่นตระหนกจนเกินไป และไม่ประมาท แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถปฏิบัติตัวเอง ตามความ แนวทางของกระทรวงสาธารณสุข ไม่ให้ตัวเองเป็นทั้งผู้ติดเชื้อ และผู้แพร่เชื้อ ขีดเส้นวงนี้ได้นี่ ก็สามารถทำให้การปพร่ กระจายของเชื้อนี่มันลดลง ตามเกณฑ์ ซึ่งขณะนี้กระทรวง ให้อบรม อสม. เพื่อจะได้ป้องกัน มีการกระจายของเชื้อไปสู่ต่างจังหวัด นี่ได้ทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนว่าจะต้องทำตัว อย่างไร หลักง่าย ๆ นะครับ ก็คงต้อง กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ แล้วก็ เดินทางไปในที่ชุมชน ก็ต้องใส่หน้ากากด้วย อันนี้ก็ป้องกันตัวเองได้ การสัมผัสกับเชื้อ หรือสารคัดหลั่งนี่ นะครับ เชื้อไวรัสก็ไม่สามารถเข้าไปในร่างกายของเราได้ ด้วยมือ เป็นหัวใจสำคัญที่จะนำพาไวรัส เข้าไปในร่างกายได้นะครับ เพราะฉะนั้นอันนี้ก็ต้องเร่ง ต้องรณรงค์ให้กับพี่น้องประชาชน ได้วงแคบเข้า อันนี้เป็นเรื่องสำคัญ ผมเรียนต่ออีกนิดหนึ่งนะครับ ว่า ท่านเจษ และสังคม ก็มีความกังวลเรื่อง เขาเรียกว่าระยะฟักตัว การจะไปแพร่กระจายเชื้อ จะเป็นความเป็นห่วงพี่น้องประชาชน เราเลยทำมาตรการที่จะแยก ผู้ติดเชื้อไว้อย่างชัดเจนไว้ส่วนหนึ่ง ในสถานพยาบาล 2. เราติดตามผู้สัมผัส โดยเฉพาะผู้มีความเสี่ยงสูง ผู้มีความเสี่ยงสูง หมายความว่า ถ้าเขาได้เป็นคนในครอบครัว เป็นญาติ ที่เขาได้สัมผัส อาจจะมีโอกาสสัมผัสสารคัดหลั่ง จากผู้ติดเชื้อได้มากที่สุด เราก็ได้แยก แล้วก็คัดเฉพาะผู้ที่มีเชื้อ มี เสี่ยงสูงไว้ ยกตัวอย่างเช่น แท็กซี่ ที่เป็นสัญญาณที่ไม่ใช่ 14 คนแรก 1 ใน 14 คนแรกที่ สามารถติดกันเองในประเทศไทยแล้ว ไม่ได้ เดินทางมาจากประเทศจีนอย่างเดียวนี่ เราได้สอบสวนย้อนหลังว่าแท็กซี่ ท่านนี้ ได้ไปสัมผัสกับใคร โชคดีที่ เขาป่วยแล้วเขาหยุดทำงาน แต่ว่าเขาไปสัมผัสกับ คนใกล้ชิด กับผู้โดยสาร 13 คน เราได้ทำการ แยกคัดคนทั้ง 13 คนมาตรวจสอบและทดสอบ เพื่อได้ทราบว่าเขาจะเป็นผู้ติดเชื้อหรือเป็นผู้ นี่คือผู้ดำเนินการ ดำเนินการไปอีกรูปแบบหนึ่งนะครับ วันนี้ เดี๋ยวเสร็จจากการตอบกระทู้ ผมจะไปประชุมร่วมกับ โรงพยาบาลในสังกัดกรมการแพทย์ เพื่อขอความร่วมมือ ในโรงพยาบาลกรุงเทพฯ และปริมณฑล ประสานงาน จัดตั้งคลินิก สำหรับ โรคหวัดโดยเฉพาะ เพื่อตรวจคัดแยกผู้ป่วย ไม่ไปปะปนกับคนอื่น นะครับ เพื่อให้บริการทั้งกรุงเทพฯ และปริมณฑล เป็นมาตรการที่สามารถจะทำให้ มีการแพร่เชื้อได้น้อยที่สุดนะครับ และถ้าเราทำตรงนี้ได้ดี และประชาชนเข้าใจ ผมคิดว่าเราจะแก้ปัญหาได้ แค่นี้ก่อนนะครับ ส่วนเรื่องหน้ากาก เรื่องหน้ากากที่ท่านเป็นห่วง อีกนิดเดียวครับ วันนี้ท่านรองนายกรัฐมนตรีท่าน... ผมก็เรียนกับท่านว่า เรื่องหน้ากาก Mask นะครับ เป็นปัญหาอยู่ ขณะเดียวกันในอาทิตย์ที่แล้ว ท่านเรียกผู้ประกอบการ 10 รายมาประชุม ท่านบอกว่า กำลังการผลิตพอ แต่ว่ารอวัตถุดิบ แล้วก็กับความต้องการของตลาด พอมันมีภาวะวิตก เพื่อที่จะใช้มาตรการสินค้าควบคุมของกระทรวงพาณาชย์ เพื่อไม่ให้มีการขาดตลาด ก็อันนี้จะเป็นเรื่องที่กระทรวงพาณิ ทำหน้าที่ต่อไปนะครั้บ ส่วนเรื่อง Face New ก็คิดว่า ทางกระทรวง DE ก็ดำเนินงานอยู่เป็นลำดับนะครับ ดำเนินดคีไปบ้างครับ เบื้องต้น ขอตอบคำถามท่านเจตน์ แค่นี้ครับ ถามคำถามที่ 2 ครับ (นายแพทย์เจร กระผมนายแพทย์ เจษฐ์ เรียนท่าน ท่านประธานครับ คำถามข้อที่ 2 นี้ ยังไม่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นผมก็ถือโอกาสนี้ ตั้งเป็นข้อสังเกตผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนรนค ไปถึงวอลูม ถึงคณะทำงานด้วยนะครับ ท่านประธานครับ ในขณะนี้นี้ อยู่ใน Phase ที่ 2 คือ Local... จากคนขับแท็กซี่นั่นล่ะครับ ที่น พัฒนาขึ้น ไปเป็นระบาดในพื้นที่อื่น ๆ ใน Phase ที่ 3 นี้ เป็นสิ่งที่ มีแผนการรองรับ มันจะต้องมี การเตรียมโรงพยาบาลทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน นอกกระทรวงสาธารณสุขอื่น ๆ ซึ่งใน โรงพยาบาลทุกแห่ง ล้วนแต่แน่นไปด้วยผู้ป่วยใน นะครับ มันยากที่จะขยับขยาย เพราะว่าเราจะต้องขนย้ายผู้ป่วยให ให้ไปอยู่ในหวอดอื่น ๆ และจัดให้มีหวอดว่าง นะครับ ซึ่งตรงนี้นี่ เราจะต้องมีแผนการ จะต้องมีการเตรียมความพร้อม เราคงจะยากที่จะ ไปสร้างโรงพยาบาล 2 แห่ง แบบที่เมืองอู่ฮ โรงพยาบาลหนึ่งรับผู้ป่วยได้ 1,000 เตียง อีโรงพยาบาลหนึ่งรับคนป่วยได้ 1 อย่างนี้ สร้างภายใน 6 วัน อีกโรงพยาบาบหนึ่ง สร้างใน 14 วัน ผมคิดว่าเราจะสร้างได้ เพียงแต่ว่าเราต้องมีแผนการและการเตรียมความพร้อม โดยเฉพาะ เรื่องของการตรวจคัดกรอง มี ผู้ป่วยนอกด้วย ผู้ป่วยนอกนี่ก็เป็นเรื่องที่ บริหารจัดการยาก เนื่องจากว่า มันจะมีผู้ป่วยที่มาประจำอยู่แล้ว คือ ให้ผู้ป่วยที่รอได้ ไม่ต้องมาในสถาการณ์ แต่ว่าก็ต้องมีความพร้อมที่จะมีหน่วยคัดแยก เพราะว่าตัวบุคลากรเอง ตัวผู้ป่วยเอง ติดเชื้อจากโรคไวรัส จากการที่มาโรงพยาบาล อันนี้ก็ฝากไปเป็นข้อสังเกตุ การวางแผนเตรียมความพร้อมนี่มีความจำเป็น อย่างมาก ถึงแม้ว่าโอกาสที่เกิด หรือความเสี่ยงมันจะน้อย ถ้าหากเรา ไม่มีการรองรับในเรื่องนี้ โดยเฉพาะ เรื่อง Local Trans... ทางท่านรัฐมนตรีเอาไว้ด้วยนะครับ อีกประเด็นหนึ่ง ก็คือว่านักท่องเที่ยวของไทยที่ผ่านมา จากต่างประเทศนี่ มีคนจีนมากที่สุด แล้วก็คนจีนที่มาจากอู่ฮั่นนี่ เป้าหมายที่จะมา ประเทศที่เป็นเป้าหมายคือประเทศไทย มากที่สุดสเช่นเดียวกัน อันนั้นก็สร้างปัญหา เราก็มีมาตรการต่าง ๆ ก็ต้องขอบคุณกรมควบคุมโรค ที่มีมาตรการต่าง ๆ รองรับ ได้อย่างดี สร้างความมั่นใจให้กับประชาชน แต่ว่าในกรณีอย่างนี้นี่ อยากให้ ท่านรัฐมนตรี ไปถึงทางรัฐบาล และผู้ที่เกี่ยวข้อง ตอนนี้เราต้องสร้างความเชื่อมั่น ให้กับคนจีน แล้วเราก็ต้องช่วยเหลือ แล้วก็เราก คือทำให้เขานี่ มีความรู้สึกว่า ประเทศไทยนี่ เป็นมิตร แม้กระทั่งในยาม ที่เขาลำบากนะครับ ก็ยังให้ความช่วยเหลือ ให้การดูแลเขาได้ดีที่สุด ตามข่าวที่เผยแพร่ ผมเองก็ภูมิใจมากที่คนจีน เขาให้ความยกย่องคนไทย ที่ดูแลประชาชนเขาเป็นอย่างไร ผมอยากให้ มาตรการนี้ มันส่งผลถึงความรู้สึกที่ดี ถึงความรู้สึกของคนจีน ใน ประเทศไทย ในอนาคต เมื่อเหตุการณ์มันสงบนี่ เขาจะพไ เขาจะทะลักกลับมา แล้วจะไปไหนละครับ ตรงนี้ก็อยากจะฝากไว้เป็นประเด็น อีกประเด็นหนึ ทางท่านรัฐมนตรีไว้ ผ่านท่านประธาน เรื่องงบประมาณ งบประมาณของโรงพยาบาล ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขและกรมกองต่าง ๆ เป็นงบที่ตั้งขึ้นด้วย งบบัตรทอง หรือหลักประกันสุขภาพ เพราะฉะนั้น ในกรณีที่มีงานเพ กรณีอย่างนี้นี่ เพราะฉะนั้นงบประมาณทางด้าน บุคลากร เครื่องไม้เครื่องมือ วัสดุ ต่าง ๆ มีความจำเป็นจะต้องตั้งงบประมาณต่างหาก เพราะฉะนั้น เพื่อไม่ให้เป็นภาระของทางโรงพยาบาล ในกรณีนี้อยากจะฝากทางท่านรัฐมนตรี ผ่านทาง ท่านประธานด้วย ว่าเรื่องงบประมาณนี่ ซึ่งในกรณีที่โรงพยาบาลต่าง ๆ ที่เขามี กรณีที่จะต้องดูแลผู้ป่วย โคโรนาสายพันธุ์ใหม่นะครับ 2019 นี่ ก็มีความจำเป็นที่จะนำเข้าไป ช่วยนะครับ เพราะไม่สามารถเจียดเอางบประมาณ ปกติได้อีกต่อไป ฝากทางท่านรัฐมนตรีไว้ด้วยนะ ครับ ก็สุดท้ายนี่ก็ต้องขอขอบคุณ ทางท่านรัฐมนตรีช่วย ท่านสาธิต ผ่านท่านประธาน ที่ท่านสละเวลามาตอบกระทู้ ในวันนี้ ผมคิดว่า เรื่องนี้ จะสร้างความมั่นใจ ให้กับพี่น้องประชาชนแล้วก็เป็นประโยชน์ต่อการทำงาน แล้วก็ข้อสำคัญที่สุด การทำงานของกระทรวงสาธาณร ต้องอาศัยการมีส่วนร่วมและจาก พี่น้องประชาชนด้วย ขอบคุณครับ สำหรับข้อฝากของทานนายแพทย์เจตน์ ศิรธรานนท์ ท่านรัฐมนตรีจะรับข้อฝาก เชิญเลยครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมสภา) กราบเรียนท่านวุฒิสภา ที่เคารพ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขนะครับ มี 2-3 เรื่องที่ฝากไปถึงท่านเจษฐ์ ป่านไปยังท่านเจษ ว่า เรามีแผนเฟส 2 ไปยัง นะครับ ปัญหาที่ท่านเจตน์ทราบดีก็คือความ เป็นห่วงบุคลากรที่มีงานประจำอยู่แล้วนะครับ ที่มีการ บริการกรอบงบประมาณ ที่จำกัด ทั้งงานที่มากอยู่แล้วนนะครับ ในการทำงานประจำ แต่ว่าการดำเนินการ เตรียมแผนการเหล่านี้นี่ เราจะมีการระดมพล ทิ้งจากงานเดิม มาปูในเรื่องนี้ ในโรงพยาบาลต่างจังหวัด ส่วนในโรงพยาบาลที่อยู่ใน กทม. กับในปริมณฑลอย่างที่เรียนไปแล้ว ตอนนี้ ขาดอย่างเดียวครับ ขณะนี้เราทำแผนที่จะของบกลา ของบกลางที่เป็นงบฉุกเฉิน ทางการแพทย์ เพื่อไปจัดการเรื่องนี้โดย เพื่อจะขอนำเสนอเข้า ครม. นะครับ ให้ ครม. ได้มี อนุมัติในสิ่งที่เป็น เขาเรียกแรงจูงใจพิเศษที่ให้เขาทำงานมากขึ้น อยู่แล้วนะครับ อันนี้ก็ต้องกราบขอบคุณท่านเจษ นะครับ ส่วนเรื่องโรงพยาบาลหรือ ความพร้อมนี่ ก็ต้องเรียนว่า จริง ๆ จากที่เรามีประสบการณ์หลาย ๆ โรค โรคระบาด เรามีความทันสมัย ถึงขนาดว่า เรา มีห้องความดันติดลบอยู่ทุกอำเภอ ถ้าเราปัดฝุ่น เพื่อเตรียมความพร้อมก็สามารถทำได้ ทีนี้ ในเฟส 2 เฟส 3 จะมีผู้ติดเชื้อ มากน้อยแค่ไหน แต่ก็เชื่อมันว่าอาจจะมีเพิ่มมากขึ้น แต่เราก็จะขอความร่วมมือกับโรงพยาบาลเอกชนนะครับ แล้วก็ศักยภาพที่เรามีความพร้อมอยู่นี่ ผมยืนยันกับท่านประธานครับ กับ ท่านวุฒิสมาชิกทุกท่านว่า เราได้รับความเชื่อถือของผู้เชี่ยวชาญ ระดับโลกของโรคระบาด ซึ่ง ผมได้พบทั้ง 2 ท่าน ที่ได้เดินทางมา วันที่รับรางวัลพระราชทานเจ้าฟ้ามหิดล นะครับ ซึ่งเขาเป็นงานที่วงการสาธารณสุขทั่วโลกเดินทางมาที่นี้ และให้ความสนใจนะครับ นั่นก็คือ ศาสตราจารย์นายแพทย์ แล้วก็ กาเบี้ยนเหลียง จากฮ่องกง นะครับ เขามีความเชื่อมั่น และมั่นใจว่า ประเทศไทยจะสามารถพูดภาษาชาวบ้านว่า เอาอยู่กับโรคไวรัสอู่ฮั่นได้ เราจะดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ ท่านประธานครับ ครับขอบคุณครับ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านสาธิต ปิตุเตชะ เป็นการจบการพิจารณาตอบกรู้ทู้ นะครับ ท่านสมาชิกครับ เมื่อได้รับการประสานต่อผู้รับผิดชอบ เป็นหนังสือลำดับที่ 3.1 แจ้งว่าอยู่ในระหว่างการเดินทาง ไม่สามารถมาตอบกระทู้ถาม ในขณะนี้ ดังนั้น ผมจึงปรึกษาที่ประชุมเพื่อขอเรียนเป้น เป็นหนังสือลำดับที่ 3.1.3 ขึ้นมา จะมีสมาชิกท่านใดขัดข้อง หรือมีความเห็นอย่างอื่น หรือไม่ครับ ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้เลื่อน 3.2.3 ขึ้นมาก่อนนะครับ 3.2.3 นะครับ กระทู้ถามเรื่อง ขอรับทราบแนวปฏิบัติของกระทรวงกลาโหม เกี่ยวกับการเกณฑ์ทหาร นิษฎา เวชยานนท์ เป็นคนตั้งคำถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในวันนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม ท่านพลเอกชัยชาญ ช้างมงคล มาตอบกระทู้ถามต่อที่ประชุมนะครับ แล้วก็ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกล ท่านพลเอก ชัยชาญ มงคล จึงขอเชิญท่าน ศาสตราจารย์นิษฎา เวชญานน เชิญตั้งกระทู้ถามครับ (ศาสตราจารย์ ท่านศาสดราจารย์ ดิฉันมี กระทู้ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง กลาโหมดังนี้ค่ะ ท่านประธานค่ะ วันนี้เป็นวันที่ 3 กุมภาพันธ์ เป็นวันทหารผ่านศึก ดิฉันก็ดีใจนะคะ ที่ กระทู้ เรื่องทหาร ก็มาตอบ ในวันที่ทหารมีบทบาทนะคะ สืบเนื่องมาจาก นะคะ มาจากการที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฏำ ได้เสนอขอแก้ไข รับราชการ ทหาร ปี พ.ศ. 2547 ในประเด็นให้ยกเลิกการเกณฑ์ทหารและ ให้ใช้ระบบสมัครใจแทนการบังคับ ซึ่งจริง ๆ ระบบของการเกณฑ์ทหารของบ้านเรา ก็มีประวัติความเป็นมายาวนาน นะคะ แล้วก็จริง ๆ แล้วประเทศไทย ก็มีการพัฒนาวิธีการคัดเลือกทหารแบบผสม ก็ คือมีทั้งระบบเกณฑ์ ควบคู่ไปกับ ระบบสมัตรใจ แต่สังคมภายนอก ยังไม่เข้าใจถึงเหตุผลและยัง ไม่ได้รับรู้เป็นการทั่วไปนะคะ ถึงวิธีการขั้นตอนในการเกณฑ์ ดังนั้น จึงมีคำถามนะคะ 4 ข้อ ถามท่านรัฐมนตรีดังนี้นะคะ จะถามไปเลย ทั้ง 4 ข้อนะคะท่าน ข้อที่ 1 ดิฉันอยากทราบระบบของการเกณฑ์ทหาร นะคะ เหตุผลความจำเป็น กฎหมายที่เกี่ยวข้องนะคะ รวมทั้งแผน กำลังพลสำรอง แผนการเลือกเกณฑิ และการรับสมัครในแต่ละปี แล้วก็สถิติจำนวนทหาร ที่ต้องเรียกเกณฑ์ แล้วจำนวนผู้สมัคร รวมถึงสถิติ ของผู้ที่ประสงค์จะเป็นทหารต่อเมื่อ ประจำการแล้วนะคะ อยากจะเรียนถามว่า จำนวนกำลังพล จำนวน ภารกิจของกองทัพนี่มีความ สอดคล้อง คำถามข้อที่ 2 ดิฉัน อยากจะทราบว่า กระทรวงกลาโหม มีการพัฒนาและก็ปรับปรุงระบบการเกณฑ์ทหาร ระบบกำลังพลสำรอ ก็คือหลักสูตรการเรียนการสอน ของทหาร กองประจำการนะคะ ว่า มีการ พัฒนาให้มีความทันสมัย ที่จะรับกับศตวรรที่ 21 หรือไม่อย่างไร อันนี้เป็นคำถามข้อที่ 2 ค่ะ คำถามข้อที่ 3 ตอนนี้ประเทศไทยเรามียุทธศาสตร์ชาติแล้วนะคะ มี 6 ยุทธศาสตร์ แล้วก็ยุทธศาสตร์ ด้านความมั่นคงนี่ ก็เป็นยุทศาสตร์ด้าน ที่ 1 นะคะ ดิฉัน อยากจะเรียนถามว่า ระบบการเกณฑ์ทหารนี่มันตอบสนอง ต่อยุทธศาสตร์ชาติหรือไม่อย่างไร แล้วก็กองทัพนี่ได้มีการพัฒนา ทรัพยากรบุคคลของกองทัพ ให้มี ส่วนร่วมในการสร้างคนดีสู่สังคมอย่างไร สุดท้ายค่ะท่าน ดิฉันอยากจะ ทราบว่าระบบการเกณฑ์ทหารเมื่อเทียบ กับนานาประเทศนี่ รวมทั้งประเทศ ในอาเซียนด้วยนะคะ มีข้อดีข้อเสีย อย่างไรค่ะ ดิฉันขอเรียนถามทั้ง ดังนี้ค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ (ประธาน) เรียนเชิญท่านรัฐมนตรี ตอบประทู้ถามนะครับ ง เชิญครับ (พลเอก ชัยช ที่เคารพ ท่านสมาชิกวุฒิสภาทุกท่านครับ กระผม... รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงกลาโหมให้เป็นผู้แทนนะครับ มาตอบกระทู้ถามใน วันนี้ ตามที่ท่านผู้ท่านก็กรุณา วันที่ 3 กุมภาพันธ์ วันทหารผ่านศึก ได้มีพิธีวางพวงมาลาที่อนุสาวรีย์ชัย ซึ่งท่านเป็นผู้แทนพระองค์ ในการวางพวงมาลา ถือว่าวันนี้เป็นวันที่ ของทหารผ่านศึกทุกนาย ขออนุญาตกราบเรียน คำถามของ 4 คำถาม ของท่านผู้ถามนั้น จะให้ตอบก็คงจะต้องใช้เวลามากพอสมควร เพราะว่าเลือกระบบการตรวจเลือก กฎหมายให้คำว่า ... เข้าเป็นทหารกองบัญชาการ ค่อนข้างที่จะมีความสัมพันธ์กันและมี ความเกี่ยวเนื่องกัน เพื่อให้การทำความเข้าใจ ก็คงต้องใช้เวลา ผมก็จะสรุปง่าย ๆ เพื้อให้เข้าใจ นี้ครับ ท่านประธานครับ ขออนุญาตขอกราบเรียนท่านประธาน อันดับแรกก็ต้องกล่าวว่ากำลังทหารนี่ถือว่าเป็น กำลังเครื่องมือที่สำคัญนะครับ ในการที่จะ พิทักษ์รักษาอธิปไตรของชาติ ทุกฉบับ ก็ได้เขียนเรื่องของทหารไว้ ในทุกฉบับ โดยเฉพาะในฉบับปัจจุบันนั้น ในมาตรา 50 หรือพูดถึงหน้าที่ บุคคลที่รับราชการ ได้พูดถึงหน้าที่ของรัฐ พูดถึงเรื่องการ พิทักษ์รักษาสถาบัน พูดถึงเรื่องของในการนั้น ได้พูดถึง การทูตข่าวกรองที่มีประสิทธิภาพ พัฒนาประเทศด้วย การที่ใช้คำว่า จัดให้มีการทหารนั้น ก็เป็นว่าตาม พระราชบัญญัติข้าราชการ ให้มีการจัดส่วนราชการ ให้มีหน้าที่ กระผม จะเน้นในเรื่องของการบัญชาการ กองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญ ของกระทรวงกลาโหม หน้าที่สำคัญของการ เตรียมกำลัง และการใช้กำลังในการรับผิดชอบ ต้องเรียน กราบเรียนท่านประธานว่า เรื่องของการจัดเตรียม กองทัพนี่เตรียมกำลังเท่าที่จำเป็นในการรองรับ สถานการณ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้น แล้วก็สามารถใช้กำลัง มีระบบกำลังสำรอง ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อที่จะรองรับ สถานการณ์ในวิกฤตหรือสงคราม ว่าในยามปกตินั้น กอง ไว้มาก จะมีเฉพาะเท่าที่จำเป็น ปฏิบัติภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างที่ผมได้เร ตอนที่ผมได้เรียนนะครับ ผมก็อยากจะตอบคำถาม คำแรก ก็เรื่องของจำนวน กองทหาร นะครับ ที่จะตรวจเลือกเข้ามา หรือไม่อย่างไร ต้องเรียน กราบเรียนท่านประธานว่า ในการจัดกำลังกองทัพ กระผมขอยกตัวอย่าง กำลังของกองทัพบกในหน่วยกำลังรบ การจัดหน่วยของกองทัพ ส่วนของการ ช่วยรบ ส่วนภูมิภาค ส่วนบำรุง ศูนย์ช่วยการพัฒนาประเทศ ขออนุญาตยกการจัดกำลังกองทัพบก การจัดก็จะเป็นลักษณะเป็น กองพล กองพัน เป็นกรม เป็นกองพัน เป็นกองร้อย ถึงหมวดและหมู่ หน่วยระดับต่ำสุดของกำลังรบ คือ ที่มีความสำคัญคือหน่วยระดับหมู่ หรือทุกหน่วยในกองทัพนี้ก็จะประกอบด้วย นายทหาร นายสิบ และพลทหาร นั้นคือกองทหาร ปัจจุบันนั้น 1 หมู่ ก็จะมี 11 นาย ก็จะประกอบด้วยนายสิบ 3 นาย และประกอบด้วย คือทหารกองประจำการ 8 นาย ที่ผมเรียนอย่างนี้ เพื่อให้ท่านสมาชิกได้ทราบว่า ในการจัดหน่วยเข้ารับ ก็ตาม รบก็ตาม ให้มีการพร้อมรบนั้น ก็จะต้องบรรจุตามอัตราที่ผมกล่าว กองร้อย กองพัน การที่จะมี ก็ตามหรือคัดเลือกก็ตาม ถ้าจำนวนไม่เพียงพอ ต่อการจัดกำลังแล้ว หน่วยก้ไม่สามารถจะพร้อมรบ หน่วยก็ไม่สามารถมีประสิทธิภาพ เมื่อหมู่ระดับหน่วย ระดับหมู่นั้น ไม่มีความประสิทธิภาพ ไปถึงกองพล ก็ไม่มี ความพร้อมรบเช่นเดียวกัน จาก จำนวนพลทหารที่ผมได้กล่าวแล้ว และในส่วนต่าง ๆ ของกองทัพ ก็มาคิดกันแล้ว ก็เพื่อที่จะปฏิบัติภารกิจในการ ก็ใช้ภารกิจเป็นตัวตั้ง ใช้ขีดความสามารถเ แล้วกำหนดเป็นโครงสร้างกำลังกองทัพว่า มี กี่หมวด กี่กองพัน กี่กรม เมื่อกำหนดแล้ว ไปปฏิบัติภารกิจใน การจัดกำลังป้องกันชายแดน การรักษาความมั่นคงของชาติ กองทัพก็ยังปฏิบัติภารกิจตามที่ได้รับมอบหมาย อีกหลายประการ เมื่อรวมกำลังพล ไปทีกำลัง คือ พลทหารประจำกองบัญชาการนั้น ก็มีความต้องการที่บรรจุในหน่วยต่าง ๆ ที่ผมกล่าวมาแล้ว ปีละประมาณ 100,000 นาย จำนวนทหารกองประจำการ ที่ผมได้กล่าวไปแล้วนั้น ก็อยู่ในระหว่างปรับปรุงโครงสร้าง ใกห้มีความเหมาะสม มีความกระทัดลัดมากยิ่งขึ้น ซึ่งคิดว่าในอนาคตนั้น ความต้องการกำลังพลทหาร นะครับ เพื่อให้สอดคล้องกับโครงสร้างหน่วย ให้มีความกะทัดรัด ให้มีประสิทธิภาพ มีความทันสมัยมากขึ้น คำถามว่ากำลังพลกองทหาร พลทหารกองประจำการนั้นมาจากไหน นั้นประเทศไทยมีกฎหมายของ การรับราชการทหารมายาวนาน ที่มีความทันสมัย ก็เริ่มตั้งแต่ข้อบังคับลักษณะ เกณฑ์ทหาร รศ. 122 ตามลำดับนะครับ หลายฉบับด้วยกัน จนตอนนี้ พระราชบัญญัติ การเข้ารับราชการทหาร 2497 พรบ. ฉบับนี้ก็ได้มีการปรับปรุงแก้ไขให้สอดคล้องกับ สถานการณ์มาอย่างต่อเนื่อง กฎกระทรวงที่ใช้รับรอง ความเหมาะสม ทันสมัย ซึ่งใช้วิธีการปัจจุบันนั้น ก็ใช้วิธีการทั้งในส่วนของการคัดเลือก ผสมผสาน กับการรับสมัครความควบคู่กัน ตามที่ผมกล่าวข้างต้นว่า กำลังสำรอง ที่มีประสิทธิภาพด้วย พระราชบัญญัติ 2 บางส่วนก็จะสนับสนุนหรือสอดคล้องกับ เรื่องของการเตรียมกำลังสำรอง เพื่อที่จะพร้อม ไว้จำนวน ตั้งแต่ยามปกติ คำถามว่านายยอดที่ตรวจเลือดนั้นมีเท่าไร อย่างไร ต้องขอเรียนว่าในข้อมูล 2562 นั้น ทหารกองเกิน เมื่ออายุ 18 ปีนั้น ก็จะเป็นทหารกองเกิน ในปี 2562 นั้น มีทหารกองเกินเข้ามาตรวจเลือก ประมาณ 560,000 คน คือตรวจเลือกเข้ามารับราชการนั้น 100,000 จาก 500,000 คน ก็รับเพียงแค่ 100,000 คน ก็เป็นยอดผู้สมัครใจ เฉลี่ยนแล้ว ประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ 40,000 คน และมาจาก การตรวจเลือกอีกประมาณ 60 เปอร์เว เพื่อที่จะประกันว่า กองทัพมีกำลังคนที่เพียงพอ ตามความต้องการ การจัดหน่วย เท่าที่มี ความต้องจำเป็นน้อยที่สุดนะครับ ที่ใช้ในการปฏิบัติการในยามปกติ สำหรับเมื่อครบกำหนดปลดประจำการแล้ว แต่มีจำนวนเท่าไร ปีละเฉลี่ยนแล้ว ปีละประมาณ 2,000 คน ที่จะเป็นทหารกองประจำการต่อ สำหรับถามต่อไปเรื่องของแผนกำลังพลสำรองนั้น เป็นอย่างไร ขออนุญาตเรียน ตอนนี้ผมเรียนข้างต้นว่า สมมุติหน่วยหนึ่งอาจจะเป็นกองพัน หน่วยหลักก็คือ กองพัน จริง ๆ มากกว่า 100 บางหน่วยก็ 80 คน บางหน่วยก็ 70 คน ในส่วนที่เหลือ 20-30 คนนั้น ก็ ใช้บรรจุกำลังพลสำรอง เป็นบัญชี บรรจุกำลังพลสำรองไว้ในหน่วย มาจากไหน นะครับ ก็อยากกราบเรียนท่านประธานว่า สำหรับนายทหารนายสิบนั้น หลัก ๆ ก็จบมากจาก การฝึกนักศึกษาวิชาทหาร ตาม การฝึกวิชาทหาร อส. รด. ปี 3 ก็เป็นนายสิบ จบ รด. ว่าที่ร้อยตรี เป็นนายทหาร ไม่ต้องคัดเลือก ปลดมาเป็นกองหนุน ก็จะเป็นกำลังสำรอง นายสิบ ในส่วนพลทหารมาจากไหน พลทหาร มาจาก 2 ส่วน ส่วนหนึ่งก็คือ เมื่อรับราชการ 2 ปี หรือบางนายก็รับน้อยกว่า 2 ปี นะครับ ถ้าสมัครแล้วก็มีคุณวุฒิ ก็จะเป็นปลดประจำการ ในส่วนที่ 2 ก็คือ ทหารกองเกิน พอขึ้นทหารกองเกิน ถึงแม้จะไม่ถูกตรวจเลือดเข้าเป็นทหาร กองประจำการ ก็เป็นทหารกองเกิน ก็จะแปรสภาพเป็นกองหนุนประเภทที่ 2 กองเกินที่ขึ้นทะเบียนทหาร ถึงแม้จะไม่รับราชการก็ยังเป็นทหารอยู่ เมื่ออายุ 30 ก็จะเป็นกองหนุนประเภทที่ 2 ซึ่งก็มีแผนที่จะรณรงค์พวกนี้เหมือนกัน นะครับ ถ้าเกิดว่าประเทศเกิดวิกฤติ ขนาดใหญ่ ก็จะพ้นราชการเมื่อตามอายุเหมือนกัน กำลังพลสำรองเหล่าก็จะบรรจุตามหน่วย ตามภูมิลำเนา บ้านใครอยู่ใกล้หน่วยไหนก็จะบรรจุ ตรงนั้นนะครับ แล้วก็จะมีการเรียกกำลังพลสำรอง เข้ามาเพื่อตรวจสอบ เข้ามาเพื่อฝึกวิชาทหาร หรือเพื่อการอื่น ตามพระราชบัญญัติกำลำพล ที่กำหนดไว้นะครับ เพื่อให้กำลังสำรองนั้น ได้เข้ามาฝึงร่วมกับ กำลังประจำการ เมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้นก็สามารถปฏิบัติร่วมกัน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ กระผมชอ ที่ 2 นะครับ ที่ท่านได้กรุณาถาม ในอนาคตจะมีการ พัฒนาปรับปรุงระบบการเกณฑ์ การคัดกำลังพลสำรอง หลักสูตรงการเรียนการสอนให้มีประสิทธิำภ ต้องกราบเรียนท่านประธาน ระบบการตรวจเลือกนั้น ปัจจุบันนี้ก็ได้ มีนโยบายแล้วก็ได้มีการปรับปรุงมาตามลำดับ กำหนดทุกวิชาทุกระดับจะต้องกำกับดูแล นะครับ คณะกรรมการเป็นการตรวจเลือก นายทหารระดับพันโทขึ้นไป เป็นการตรวจเลือกประจำหน่วย การดำเนินการก็ต้องเป็นไปด้วยความโปร่งใส กำหนดว่าในเรื่องของการตรวจเลือกก็จะพัฒนาให้ ทหารกองเกินนั้นให้ สมัครนะครับ ให้มากขึ้น ควบคู่กับ ระบบกำลังสำรองและระบบการฝึกนักศึกษาวิชาทหาร เรื่องหลักสูตรการเรียนการสอน ตามที่ท่านประธานได้ทราบนะว่า ก็จะหลักสูตรการฝึกเบื้องต้น 10 สัปดาห์ เหมือนกับว่าเราได้นำ กำลังคนเข้ามาฝึกเป็นกำลังพล การให้ความรู้เบื้องต้น การพัฒนาตนเอง การให้ความรู้เบื้องต้นในเรื่องของ ทางทหาร ระเบียบวินัยนะครับ รวมถึง จะมีการเรื่องของสมถรรภาพร่างกาย นั้นในช่วง 10 สัปดาห์ ทหาร ลักษณะท่าทางเป็นอย่างไร มีความรู้ในข้างต้น เมื่อเขาได้จบการฝึกในหน่วยฝึก 10 สัปดาห์แล้ว เขาก็จะ ไปอยู่ตามหน่วยประจำของผู้นั้น ไป เพิ่มเติม กองร้อย กองพัน สามารถตามลำดับหน่วย ให้ความรู้ใน เรื่องต่าง ๆ ในเรื่องต่าง ๆ ที่มีความจำเป็น นอกจากเรื่อง ในภาระหน้าที่ ในตำแหน่งหน้าที่ ได้สามารถ ตัวทหารกองบัญชาได้ด้วยนะครับ สำหรับ การฝึกทหารใหม่ ในช่วงที่ผมเรียนว่า ช่วงของการเป็นทหารใหม่ ทุกหน่วยนะครับ ก็มีการเปิดค่ายทหารใหม่ ให้ญาติทหารใหม่ ให้ครอบครัวได้เข้ามาหน่วยฝึก ให้มาสัมผัสความเป็นอยู่ให้เขามาเห็นชีวิตความเป็นอยู่ แล้วเขาอยู่อย่างไร มีที่รับประทานอาหาร ที่ไหน นอนตรงไหน ระบบการรักษาพยาบาล การส่งเสริมอาชีพเขาจะศึกษาต่อ อย่างไร แล้วก็เรื่องของสิทธิสวัสดิการต่างๆ ของครอบครัวที่จะมาเยี่ยม ในส่วนของทหารกองบัญชาการ ทุกสัปดาห์ ได้เห็น ชีวิตความเป็นอยู่ และสิ่งหนึ่งที่สำคัญคือ หน่วยทหารเองก็ได้พัฒนาความส ผู้บังคับหน่วยฝึก ผู้บังคับหน่วย ให้ไปเยี่ยมเยือนทหาร ไปดูแลทุกข์สุขของครอบครัวเขาด้วย เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ของกองทัพต่อกำล เป็นกำลังพล ในการเป็นจัดการในหน่วย พัฒนาระบบกำลังสำรองนั้น ก็ได้มีการพัฒนามาตามลำดับ ซึ่งปัจจุบันก็ได้มีพระราชบัญญัติกำลังพบสำรอง มีคณะกรรมการกำลังพลสำรอง มี เรื่องของการฝึกทหาร ในเรื่องต่าง ๆ ทุกวันนี้ก้มีการเพิ่มพูนความรู้ วิชาทหารในเรื่องของความรู้การบรรเทาภัยพิบัติ การช่วยเหลือประชาชนให้กับกำลังพลสำรองด้วย ที่ผมกล่าวว่า ที่บรรจุอยู่ในหน่วยต่าง ๆ สามารถ เข้ามา กรณีที่มีเหตุจำเป็น ในเรื่องของการบรรเทาภัยพิบัติได้ตาม ควาสามารถ ให้ความรู้กับกำลังพลเหล่าน ในเรื่องของ นะครับ กระผมขออนุญาตอีก 2 ข้อนะครับ ข้อที่ 3 ท่านถามว่าตอบสนองต่อยุทธศาสตร์ชาติ ด้านความมั่นคงอย่างไร กระผมขอเรียนว่าการ ตรวจเลือดของการประจำการว่า นะครับ ในเรื่องของการพัฒนาศักยภาพของประเทศ รองรับ ประเด็นยุทธศาสตร์ชาติเรื่องความมั่นคง ก็ได้กำหนด ในเรื่องของระสำรองที่ผมได้กล่าวแล้ว ทหารกองบรรชาการ อาสาสมัตรเพิ่มมากขึ้น ระบบกำลังสรรพกำลังให้ม มีความสำคัญในยามวิกฤตเช่นเดียวกัน แล้วก็ ในเรื่องของการพัฒนา ทรัพยากรของกองทัพ ต้องเรียนว่า ในเรื่องของทรัพยากร ทหารกองประจำกันที่เข้ามารับราชการในกองประจำการนี่ 100,000 คน ที่ผมได้กล่าวแล้วนี่ นะ ก็จะมีวุฒิการศึกษาต่ำกว่ามัธยมปลาย ทุกวันนี้ ทางกองทัพก็ได้ ประสานกับทาง กศน. ก็เข้ามานะครับ ถ้าต่ำกว่ามัธยม ก็ให้เรียน ก็ให้เป็นลำดับมัธยม ณ ตอนนี้ก็ได้ประสาน กับทางกระทรวงศึกษาธิการ ได้เรียนในระดับ ปวช. เพิ่มเติม ให้หารือกับกระทรวงศึกษาธิการว่าจะทำอย่างไร บางหน่วยก็ได้มีการดำเนินการแล้ว ซึ่งก็จะทำให้เป็น นะครับผม อีกอันหนึ่งที่สำคัญ ก็คือว่า ทหารกองประจำการที่เข้ามานี่บางส่วน ประมาณสัก 10-20 เปอร์เซ็นต์ บางคน ก็เคยใช้ยาเสพติด เมื่อเอาเข้า มาเป็นทหารกองบัญชาการ ก็เอามาบำบัด ฟื้นฟูรักษา แล้วก็ทำอย่างไร ให้ละเลิกแล้วไม่ไปยุ่งกับยาเสพติดอีก ตรงนี้ สร้างคนดี พัฒนาคน พัฒนากำลังพล กับไปสู่สั่งคมด้วยนะครับ เรื่องนอกจากนั้น ก็ยังฝึกให้มีเรื่องของวินัย เรื่องของความรักชาติ เรื่องของสถาบัน เรื่องจิตอาสา สุดท้าย ท่านถามว่าเปรียบเทียบ ประเทศต่าง ๆ หรือระบบการตวจเลือกการเกณฑ์ทหาร มีข้อดีข้อเสียอย่างไร ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่า ทั้ง 2 ระบบ ประเทศที่มีเศรษฐกิจดี ก็จะใช้ระบบสมัครใจเป็นส่วนใหญ่ แต่การสมัครใจ นี้ ต้องมีสิทธิประโยชน์ สวัสดิการ เรื่องความมั่นคงและรายได้ที่เพียงพอ สำหรับประเทศที่อยู่ในการพัฒนาเศรษฐกิจ หรือระดับกลางก็จะมีทั้งประเทศทั้งระบบตรวจเลือก ก็มีนะครับ ระบบตรวจเลือกก็มี ประเทศที่มี เศรษฐกิจดี ก็ใช้การตรวจเลือก คือ สิงคโปร์ เกาหลี คนผู้ชายนะครับ ก็ต้องเข้ามารับราชการทหารตามห้วงเวลาที่กำห นะครับ สรุปก็คือว่า สำหรับประเทศไทย เราเอง เราก็ใช้ระบบการตรวจเลือกนะครับ ควบคู่ไปกับระบบสมัครใจ อย่างที่ผมกล่าวไปข้างต้นคือ ที่จะพัฒนาให้มีผู้สมัครใจเข้ามาเป็นทหารเพิ่มมาก ได้เพิ่มมากขึ้น กล่าวโดยสรุปนะครับว่า ประเทศ ย่อมมีปัจจุยแวดล้อม แตกต่างกันไป การที่จะกำหนดเรื่องของการ นำทหารเข้ามาปฏิบัติงานในกองทัพนั้น ก็ ขึ้นอยู่กับภัยคุกคาม ขึ้นอยู่กับประชากร แล้วก็ขึ้นอยู่กับศักยภาพของเศรษฐกิจ ทั้งนี้การดำเนินการตั้งขึ้นอยู่กับความมั่นคง ของชาติ และผลประโยชน์ของชาติ คนในชาติทุกคน ศาสตราจารย์ นิษฎา มีอะไรจะถาม ท่านรัฐมนตรีเพิ่มเติม เชิญครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) ที่เคารพ ถ้าได้ฟังที่ท่าน สบายใจขึ้นนะคะ ท่านก็ได้ให้ข้อมูล อย่างละเอียดนะคะ ถึงแผนต่าง ๆ ที่ทำแล้วก็มีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง แต่อย่างไรก็ตาม ก็มีข้อที่จะเรียนฝากนะคะ ประการที่ 1 นี่ก็คือ ทักษะต่าง ๆ ที่ท่านได้ให้ กำลังพลทหาร อันหนึ่งทักษะ ท่านอยากจะเรียนฝากก็คือ เรื่องของการออมเงินค่ะ ดิฉันคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมากเลย ถ้าได้มีการสอน หรือได้มีการแนะ ตั้งแต่อยู่ในกองทัพนี่ อยู่ในกองกำลังนี่ มันจะช่วยทำให้คนเหล่านี้เมื่อ จบออกไปนี่ เขาก็จะได้มีนิสัยในเรื่องของการออมเงินนี่ ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างมาก ที่ 2 นี่ ดิฉันคิดว่า อีกไม่นาน อีกไม่เกิน 10 ปี ประเทศไทยก็จะประสบกัยสภาวะที่เรียกว่า สินามิของผู้สูงวัย ใน มีส่วนที่จะช่วยได้อย่างมากเลย ดิฉันก็จะฝากว่า จะเป็นไปได้ไหม ที่กองทัพจะร่วมมือกับ ท้องถิ่นนะคะ ในการที่จะช่วยเหลือ ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ถูกทอดทิ้ง ในสังคมชนบท ทำอย่างไรให้คนเหล่านั้น ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพราะดิฉันคิดว่า ต่อไปจะเป็นภาระหนักเลยของสังคม เรื่องต่อไป ดิฉันคิดว่าเรื่องของการเป็นทหารนี่ ไม่ควรจำกัดเฉพาะผู้ชายหรอก ดิฉันว่า ผู้หญิงนี่ ก็มีหลายภาคส่วนนะคะ ที่เขาก็อยากจะทำ เพราะฉะนั้นอันนี้ดิฉันฝากถึงอนาคต เผื่อจะเป็นทางเลือกอีกทางหนึ่ง ผู้หญิงจะ ได้รับใช้ชาติ ในฐานะที่เป็นทหารเพิ่มขึ้น ขอบพระคุณค่ะ (ประธาน) ขอบคุณครับ ท่าน ท่านรัฐมนตรี เรียนเชิญท่านรัฐมนตรีตอบ ครับขอบพระคุณครับ กราบเรียนท่านประธานวุฒิสภา ทุก ๆ หน่วยนะครับ ก็ได้ให้ทหารกองบัญชาการ ออมเงินทุกหน่วยนะครับ ก็ขอบพระคุณนะครับ ก็จะขยายผลมากขึ้น เรื่องผู้สูงอาย เรื่องผู้สูงอายุ ท่านรัฐมนตรี มานั่งข้าง ๆ ผมนะครับ ก็เรื่อง ดูแลกองทัพ ก็พร้อมที่จะไปเรื่องของผู้สูงอายุนะครับ เรื่องผู้หญิงเป็นทหาร ของเรียนว่า นักศึกษาวิ ปี 5 นะครับ ผู้หญิงมีสัดส่วนที่เรียนถึง ปี 5 เพิ่มขึ้นจำนวนมากนะครับ ที่เรียนถึงปี 5 มากกว่าชายนะครับ ก็ส่วนหนึ่งนะครับ จะ เข้ามาเป็นทหารอย่างไรนั้น กระผมก็ขออนุญาตไปพิจาร ขอบคุณครับ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกลาโหม ท่านพลเอก ชัยชาญ นะครับ จบกระทู้ถามที่ 3.1.3 นะครับ ต่อไปกระทู้ถาม 3.1.2 ถามเรื่องผลความคืบหน้า สภาองค์กรตำบล ท่านอนุศักดิ์ พงษ์มาลัย เป็นผู้ตั้งถาม ถามท่านนายกรัฐมนตรี ท่านสมาชิกครับ ในวันนี้ รัฐมนตรีได้มอบหมายให้ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพัฒนาความมั่นคงของมุนษยื ท่านจุติ ไกลเลิศ เป็นผู้มาตอบคำถานะครับ ท่านรัฐมนตรีได้เข้าประจำที่แล้ว จึงขอเชิญท่านอนุศักดิ์ คงลาย ตั้งกระทู้ถามนะครับ ท่านสมาชิกครับ สำหรับการถามกระทู้ถาม ท่านอนุศักดิ์ ผู้ตั้งถาม ได้มีหนังสือขออนุญาตฉาก Power Point การถามกระทู้ถาม เพื่อประโยชน์การถามกระทู้ถาม ท่านให้ อนุศักดิ์ คงมาลัย ถามครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ในกระบวนการของการปฏิรูปประเทศ ซึ่งนั้นหมายความว่า ถ้าพี่น้องประชาชน จะไม่ได้มีส่วนร่วม ในเรื่องของการแลกเปลี่ยนกัน ในระหว่างกระบวนการปฏิรูปประเทศนั้น ก็คงจะไม่สามารถก้าวไปสู่ความสำเร็จได้ ดังนั้นกระผมให้ความสนใจในเรื่อง 10 กว่าปีที่ผ่านมา และเป็นที่มาของกระทู้ถามในวันนี้ [สิ้นสุดการถอดความ]