จากข้อสังเกต ขอเสนอแนะของวุฒิสภาฯ ไปใช้ ในการขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศตามยุทธศาสตร์ได้อย่างถูกต้อง บรรลุเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ที่กำหนดไว้นั้น ด้วยเหตุผลดังกล่าวคณะกรรมการจึงขอกราบเรียนว่า มีความจำเป็นต้องตั้งคณะอนุกรรมการการดำเนินงาน ให้ครอบคลุมยุทธศาสตร์ทั้ง 6 ด้านที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เพื่อให้สามารถ วิเคราะห์ผลการดำเนินงานตามแผนปฏิรูปประเทศตาม มาตรา 270 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ตามที่คณะรัฐมนตรีเสนอ มีความสอดคล้อง กับยุทธศาสตร์ชาติหรือไม่ แต่เนื่องจาก ข้อบังคับประชุม ข้อบังคับการประชุมวุฒิสภาฯ พุทธศักราช 2562 ข้อ 89 วรรค 1 ได้กำหนดให้คณะกรรมการสามัญประจำวุฒิสภาฯ ตามข้อ 78 วรรค 2 และข้อ 175 อาจตั้งคณะอนุกรรมการได้ไม่เกิน คณะละ 4 คณะ ดังนั้นเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ตามหมวด 16 การปฏิรูปประเทศและการจัดทำ และดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงจำเป็นที่จะต้องขอ ให้ที่ประชุมวุฒิสภาฯ งดเว้น ใช้ข้อบังคับการประชุม วุฒิสภาฯ 2562 ข้อ 89 วรรค 1 ประกอบกับข้อ 186 เป็นการ ชั่วคราวเฉพาะกรณี คณะกรรมการจึงได้ มอบหมายให้กระผมเสนอญัตติตามข้อบังคับ ข้อ 35 เพื่อเสนอให้ที่ประชุมวุฒิสภาฯ มีมติตั้งอนุกรรมการ ในคณะกรรมาธิการ การติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศและการจัดทำ และดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ เป็นจำนวน 6 คณะอนุกรรมการ จึงกราบเรียนต่อที่ประชุม ด้วยความเคารพ ขอขอบคุณครับ (ประธาน) ครับ เชิญท่านสมาชิกอภิปราย ซักถาม หรือตั้งข้อสังเกตประการใดครับ เชิญครับ มีท่านใดจะอภิปรายไหมครับ เชิญ ไม่มีท่านใดอภิปรายนะครับ ด้วยญัตติ นี้นะครับ เป็น การแก้ไขข้อบังคับถึง 2 เรื่องนะครับ 1. ก็คือเรื่องจำนวนนะครับ ดังนั้นจะต้องลงมติถึง 2 ครั้งนะครับ คือจะต้องยกเว้นข้อบังคับในเรื่อง การตั้งอนุกรรมาธิการไม่เกิน 4 คณะนะครับ จากนั้นก็จะต้องยกเว้นการบังคับ ไม่ใช้ นำมาใช้เนื่องจากเอามาใช้ข้อบังคับนะครับ ผมต้องถามมติ 2 ครั้งนะครับ ดังนั้น ขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนครับ เป็นขั้นตอนการตรวจสอบ องค์ประชุมนะครับ เผื่อมีการถามมติต่อเนื่องกัน 2 ครั้ง นะครับ เชิญท่านสมาชิก แสดงตนนะครับ เสียบบัตรลงคะแนนแล้วกดปุ่ม แสดงตนครับ เชิญท่านสมาชิก แสดงตนนะครับ เสียบบัตรลงคะแนน และ กดปุ่มแสดงตนด้วยครับ จะมีการลงมติ 2 ครั้งติดต่อกันนะครับ ครับ ขอทราบองค์ประชุมครับ จำนวนผู้เข้าประชุม 176 นะครับ ครบองค์ประชุมนะครับ ต่อไป ผมจะถามมติแรกนะครับ ที่ประชุม จะเห็นควรให้ตั้งคณะอนุกรรมาธิการ และคณะ กรรมาธิการติดตามเสนอแนะ และเร่งรัดการพิจารณาเพื่อ ปฏิรูปประเทศและจัดทำและดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ เพิ่มเติมตามญัตติ ของ พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร หรือไม่ ถ้าท่านเห็นด้วยตามญัตตินะครับ ลงกดปุ่มเห็นด้วย ถ้าท่านเห็นไม่ควรให้ตั้ง กดปุ่มไม่เห็นด้วย ถ้าท่านประสงค์งดออกเสียง กดปุ่มงดออกเสียงครับ เชิญท่านลงมติได้ครับ มีท่านใดยังไม่ลงมติไหมครับ ครับ ขอทราบผลครับ ผลการลงมตินะครับ จำนวนผู้เข้าประชุม 181 เห็นด้วย 177 ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง 4 มีท่านที่ไม่ได้เอาบัตรมานะครับ เชิญครับ เชิญท่านแถลงครับ ท่านพูดไมค์ของอีกท่านก็ได้ครับ (คุณถาวร) ครับ ผมถาวรครับ 068 ครับ เห็นด้วยครับ (ประธาน) ครับ 068 เห็นด้วยนะครับ เพิ่มไปอีก 1 นะครับ (คุณถาวร) ขอบพระคุณมากครับ (ประธาน) มีอีกไหมครับ ครับ เป็นอันว่าจากมติดังกล่าว เป็นอันว่าที่ประชุมเห็นควร ให้ตั้งคณะอนุกรรมาธิการ และคณะกรรมาธิการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ และการจัดทำและดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติเพิ่มเติมตามญัตตินะครับ ท่านสมาชิกครับ แต่โดยที่ข้อบังคับ ข้อ 89 วรรค 1 กำหนดว่าคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาตามข้อ 78 วรรค 2 และข้อ 175 รวมทั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ตามข้อ 81 และข้อ 82 อาจตั้งคณะอนุกรรมาธิการ ได้ไม่เกินคณะละ 4 คณะ ดังนั้นเมื่อที่ประชุมลงมติเห็นด้วย ให้ตั้งคณะ อนุกรรมาธิการ และคณะกรรมาธิการติดตามเสนอแนะและเร่งรัดการปฏิรูป ประเทศ และการจัดทำและดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ เพิ่มเติมอีก 2 คณะ รวมเป็น 6 คณะ ซึ่งเป็นจำนวนที่เกินกว่าข้อบังคับ กำหนดไว้ ผมจึงต้องขอให้ที่ประชุมลงมติ โดยงดใช้ข้อบังคับ ข้อ 89 วรรค 1 เป็นการชั่วคราวเฉพาะกรณีนะครับ สำหรับการงดใช้ข้อบังคับเป็นการชั่วคราวเฉพาะกรณีนี้ ขอบังคับข้อ 186 กำหนดให้ที่ประชุมสภาต้อง ลงมติเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกในที่ประชุมวุฒิสภาฯ ก็ให้ใช้ข้อบังคับนั้นได้นะครับ อย่างนั้นผมขอถาม มติเลยนะครับ สมาชิก ท่านใดเห็นควรให้งดใช้ข้อบังคับข้อ 89 วรรค 1 เป็นการชั่วคราวเฉพาะกรณี เพื่อตั้งคณะอนุกรรมาธิการ ในคณะกรรมการธิการติดตามเสนอแนะและเร่งรัดการปฏิรูปประเทศและการ จัดทำ และดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติเกินกว่า 4 คณะ โดยตั้งได้ไม่เกิน 6 คณะ ให้กดปุ่มเห็นด้วย สมาชิกท่านใดไม่เห็นควรให้ตั้ง กดปุ่มไม่เห็นด้วย สมาชิกท่านใดประสงค์งดออกเสียง กดปุ่มงดออกเสียง เชิญท่าน ลงมติครับ มีสมาชิกท่านใดยัง ไม่ได้ลงคะแนนไหมครับ ตอนนี้ปกติ ท่านที่ไม่มีบัตรมา จะต้องลุกขึ้นยืนตอนนี้แล้วพูดนะครับ เชิญท่านที่ไม่ได้นำบัตรมาหรือเครื่องขัดข้อง แสดงตน และแถลงตอนนี้นะครับ มีไหมครับ หรือท่านมีบัตรแล้ว เชิญครับ (คุณถาวร ) ครับ ผมถาวร ครับ เพชรโลหะกุล 068 เห็นด้วยครับ (ประธาน) ครับ 068 เพิ่ม 1 เสียงนะครับ (คุณถาวร) ครับ (ประธาน) มีอีกไหมครับ ปกติการแสดงตน ต้องตอนนี้นะครับ ก่อนที่จะประกาศผลคะแนน มีท่านใดจะลงคะแนนเพิ่มไหมครับ ไม่มีแล้วนะครับ ปิดการลงคะแนนครับ ขอทราบผล จำนวนผู้เข้าประชุม 179 บวก 1 นะครับ เป็น 180 นะครับ เห็นด้วย 174 บวก 1 เป็น 175 ไม่เห็นด้วยไม่มี งดออกเสียง 5 นะครับ เป็นอันว่าที่ประชุมลงมติเห็นควรให้งดใช้ข้อบังคับ ข้อ 89 วรรค 1 เป็นการชั่วคราวเฉพาะกรณีเพื่อ ตั้งคณะอนุกรรมาธิการ ในคณะกรรมาธิการติดตามเสนอแนะและเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ และการจัดทำและดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ เกินกว่า 4 คณะ แต่ไม่เกิน 6 คณะ ครับ เป็นอันจบ ระเบียบวาระที่ 6.1 นะครับ ผมขอกลับไปที่ระเบียบวาระ ที่ 4.2 ครับ ระเบียบวาระที่ 4.2 สรุปข้อมูลความคืบหน้า เรื่องปัญหาฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน ในวงเล็บ PM 2.5 ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ของคณะกรรมาธิการการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจำที่ครับ ในการนี้ คณะกรรมาธิการได้มีสิทธิ์ขออนุญาตให้คนภายนอกเข้าร่วมประชุม เพื่อชี้แจงประกอบรายงานสรุปข้อมูลความคืบหน้าฉบับนี้ ดังนี้ 1. นายสุพัฒน์ หวังวงศ์วัฒนา อนุกรรมาธิการด้านสิ่งแวดล้อม 2. ศาสตราจารย์ธงชัย พรรณสวัสดิ์ ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการ เพื่อประโยชน์ในการพิจารณา ผมอนุญาตตามข้อบังคับ ข้อ 98 ประกอบข้อ 6.2 นะครับ ถ้าท่านประธานคณะกรรมาธิการพร้อมแล้ว ก็ขอเชิญแถลงต่อที่ประชุมครับ (พลเอก สุรศักดิ์) กราบเรียนท่านประธานวุฒิสภาฯ ที่เคารพ กระผม พลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ สมาชิกวุฒิสภาฯ ในฐานะประธานกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ขอเรียนความคืบหน้าในการติดตาม เสนอแนะ เร่งรัดการดำเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศและยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งในด้านทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม มีประเด็น ปฏิรูปที่สำคัญ 6 ประเด็น ได้แก่ ทรัพยากรทางบก ทรัพยากรทางน้ำ ทรัพยากรน้ำ ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ความหลากหลายทางชีวภาพ สิ่งแวดล้อมและระบบบริหารจัดการด้าน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม การติดตามตามแผนปฏิรูปนั้น เป็นการติดตามแผนที่รัฐบาลได้กำหนดและได้ประกาศเป็นกฎหมายไว้แล้ว มิใช่เรื่องที่สมาชิกใช้ความรู้สึก คิดเอง หรือคิดขึ้นใหม่ เว้นแต่ใน กรณีที่มีประเด็นที่แตกต่างและเห็นว่า ดีกว่าแผนที่มีอยู่เดิมอย่างเห็นได้ชัด ก็จะเสนอแนะเพิ่มเติมให้กับ รัฐบาลต่อไป ในห้วงถึง 4-5 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลนี้มีการปฏิรูปกฎหมาย ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวม 13 ฉบับ ซึ่งผมจะยกตัวอย่างให้เพื่อนสมาชิกได้เห็นภาพของการปฏิรูป ที่กำลังเกิดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หรือที่เรียกว่า ผลสัมฤทธิ์ จากผลการปฏิรูปกฎหมาย ด้านป่าไม้ ซึ่งท่านสมาชิกที่เป็นคณะกรรมการ สว. พบประชาชน จะได้รับทราบปัญหาในการร้องเรียนเรื่องที่ดิน และเรื่องป่าไม้มาโดยตลอดนะครับ ผมจะเรียนวันนี้ เพื่อเป็นตัวอย่างให้เห็นว่า การปฏิรูปนั้น มันคือ การเปลี่ยนแปลงจากปัญหาที่มีอยู่เดิม ให้มันเปลี่ยนแปลง อย่างไรนะครับ ยกตัวอย่างให้เห็นก่อน ในเรื่องของป่าไม้สักเล็กน้อยนะครับ รัฐบาลที่แล้วได้ยกเลิกกฎหมายไม้หวงห้าม เปลี่ยนเป็นไม้มีค่า อันนี้ถือว่ากลับหลังหันเลยนะครับ ออกกฎหมายป่าชุมชน เพื่อเปลี่ยน จากป่าของรัฐ เป็นป่าของประชาและป่าชุมชน แก้ไขกฎหมายห้ามคนอยู่กับป่าเป็น ให้คนอยู่กับป่าและใช้ประโยชน์จากป่าได้อย่างสมดุลและยั่งยืน นี่ผมยกตัวอย่าง ใครปฏิรูปกฎหมายประมาณ 5 ฉบับ ฉะนั้นความสำเร็จที่คณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะติดตาม นั้น มันมีประเด็นสำคัญว่าความสำเร็จจะต้องเกิดจากการ ต้องมีการปรับทัศนคติของผู้ที่เกี่ยวข้อง ทุกฝ่าย ประการที่ 2 คือต้องใช้ระยะเวลา การเปลี่ยนผ่านนะครับ ให้ไปสู่ความสำเร็จให้ได้ ดังนั้นในการติดตามผลสัมฤทธิ์ จึงต้องมีการออกแบบ ในการติดตามว่า ปัญหาอุปสรรคอยู่ในขั้นตอนใด เช่น กฎหมายพร้อมหรือไม่ ณ วันนี้อนุบัญญัติ บางฉบับยังไม่สมบูรณ์นะครับ เจ้าหน้าที่พร้อมหรือไม่ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ผู้ว่าราชการจังหวัด เจ้าหน้าที่ฝ่ายท้องถิ่นมีความพร้อมหรือไม่ ที่สำคัญที่สุดก็คือ ประชาชนและชุมชนพร้อมหรือไม่ สุดท้ายก็ เป็นเรื่องของงบประมาณ เป็นไปตามแผนงานหรือไม่นะครับ ซึ่ง ในเรื่องของการปฏิรูปป่าไม้ ทรัพยากรทะเลชายฝั่ง ทรัพยากรน้ำ ความหลากหลายชีวภาพ หรือเรื่องอื่น ๆ นั้น ก็จะมีรายงานให้ท่านสมาชิกได้ร่วมพิจารณาเพื่อเสนอแนะเร่งรัดไปยังรัฐบาล ต่อไป แต่สำหรับในวันนี้จะขออนุญาตนำเสนอรายงาน ด้านสิ่งแวดล้อมในกรณีปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล เพื่อให้ท่านสมาชิกได้รับทราบและอภิปรายเสนอแนะ เพิ่มเติม เพื่อให้คณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะได้นำไป ปรับแก้ไขให้สมบูรณ์ และรายงานให้วุฒิสภาฯ พิจารณา ซึ่งคาดว่าควรจะทันในสมัยประชุมนี้นะครับ ในช่วงปลายเดือนเนื่องจากเป็นเรื่องเร่งด่วน หากบรรจุวาระประชุม ไปสมัยหน้า ฝุ่น 2.5 คงจะหมดแล้ว นะครับ ซึ่งในรายละเอียดนั้นกระผมขออนุญาตให้ท่าน ดร. บุญส่ง ไข่เกษ ประธานอนุกรรมการด้านสิ่งแวดล้อม เสนอรายงานต่อไปครับ (ประธาน) สำหรับ การชี้แจงระเบียบวาระนี้นะครับ คณะกรรมาธิการขอฉาย PowerPoint ประกอบด้วยนะครับ ผมอนุญาตนะครับ (ดร.บุญส่ง) กราบเรียนท่านประธานวุฒิสภาฯ ที่เคารพ ผม บุญส่ง ไข่เกษ สมาชิก วุฒิสภาฯ ในฐานะประธานอนุกรรมาธิการด้านสิ่งแวดล้อม ในคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภาฯ นะครับ ขออนุญาตนำเสนอ สรุปความก้าวหน้า ของการพิจารณา ศึกษา เกี่ยวกับ ปัญหาฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5 ในเขต พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ดังต่อไปนี้นะครับ หลักการและเหตุผล อันนี้ก็จากรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย 2560 นะครับ มาตรา 270 วรรค 1 ได้ให้วุฒิสภาฯ ตามมาตรา 269 มีอำนาจ หน้าที่ในการติดตามเสนอแนะเร่งรัดการปฏิรูปประเทศนะครับ ตามแผนการปฏิรูปประเทศที่ประกาศใช้เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2561 นะครับ ระยะเวลาในการดำเนินงาน 5 ปีนะครับ นี่แผนการปฏิรูปด้านมลภาวะ ทางอากาศก็ได้กำหนดตัวชี้วัดค่าความเข้มข้นของฝุ่นละอองไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5 ในบรรยากาศโดยทั่วไป ให้ลดลงเหลือ ประมาณ 25.5 ไมโครกรัมลูกบาศก์เมตร ภายใน 5 ปี นะครับ คณะกรรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมวุฒิสภาฯ ได้มอบหมายให้คณะ อนุกรรมการด้านสิ่งแวดล้อมดำเนินการพิจารณาศึกษาเรื่องปัญหาฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5 ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งในการนำเสนอต่อไปนี้ ผมคงจะให้ประหยัดเวลา ผมจะพูดสั้น ๆ นะครับ ในเรื่องของฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน เป็น PM 2.5 นะครับ ขออนุญาตครับ การพิจารณาศึกษานะครับ ความจริงเรื่องนี้นี่คณะกรรมาธิการได้มอบหมาย ให้อนุฯ ด้านสิ่งแวดล้อมทำการศึกษา ตั้งแต่เดือนตุลาคม นะครับ ซึ่งใช้ระยะเวลาประมาณ 3 เดือน ซึ่งก็รายงานการพิจารณาศึกษาก็แล้ว เสร็จแล้วนะครับ เป็นฉบับร่างแล้วนะครับ แต่วันนี้นี่เนื่องจาก เพื่อให้คณะอนุกรรมาธิการได้มี ข้อมูลเพิ่มเติมจากท่านสมาชิกวุฒิสภาฯ ผู้ทรงเกียรติ ได้เพิ่มเติมเข้ามานะครับ เพื่อประโยชน์ในการที่จะไปนำ จัดทำรายงานฉบับสมบูรณ์ เรื่องของปัญหาฝุ่นละออง หรือ PM 2.5 ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นนี่นะครับ ก็เลยขอ โอกาสนำเสนอสิ่งที่ทางอนุกรรมาธิการด้านสิ่งแวดล้อม ได้ดำเนินการไปแล้วในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา นะครับ วัตถุประสงค์ ก็คือ เราวิเคราะห์ ประมวลผลในเชิงลึก ถึงสถานการณ์ปัญหาฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 หรือ PM 2.5 ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลนะครับ ผลกระทบที่เกิดขึ้น แหล่งที่มาของ PM 2.5 การดำเนินการแก้ไขปัญหา ที่ผ่านมา แล้วก็แผนดำเนินการแก้ไขปัญหาของรัฐบาล ซึ่งเพิ่งประกาศเมื่อเดือนกันยายน 2562 นะครับ และจัดทำข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหา ซึ่งอันนี้ถือว่าเป็นประเด็นที่สำคัญ ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทางอนุกรรมาธิการด้าน สิ่งแวดล้อม ได้มานำเสนอที่ประชุมแห่งนี้นะครับ วิธี การศึกษานะครับ การศึกษาของอนุกรรมาธิการก็มีการศึกษารวบรวมข้อมูล จากรายงานการศึกษาและวิจัย เอกสารทางราชการ เอกสารการประชุมต่าง ๆ นะครับ การเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาให้ข้อมูล ได้แก่ กรมควบคุมมลพิษ กรมขนส่งทางบก กรมควบคุมโรค สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรุงเทพมหานครนะครับ นอกจากนั้นมีการติดต่อประสานงานขอ ข้อมูลโดยตรงจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องนะครับ ทีนี้ มารู้จักกับ PM 2.5 นิดหนึ่งนะครับ อันนี้เพื่อ ความเข้าใจนะครับ เพื่อที่จะได้ติดตาม เรื่องของ การพิจารณาศึกษาต่อไปได้รัดกุมยิ่งขึ้นนี่นะครับ ขนาดของฝุ่นขนาดเล็ก PM 2.5 ขนาดของมันก็ประมาณ 1 ใน 1 ส่วนใน 25 ส่วนของเส้นผม ของมนุษญ์เรานี่นะครับ มีองค์ประกอบทั่ว ๆ ไปนะครับ ซึ่ง องค์ประกอบนี้จะไม่เฉพาะเจาะจงนะครับ มันเปลี่ยนไปตามแหล่งกำเนิด ของ PM 2.5 ก็มีโลหะหนัก พวกสารหนู, Cadmium, Selenium, สังกะสี, Nickel, Aluminium, ตะกั่ว, Chromium, เหล็ก และ Manganese นะครับ พวก Inorganic นะครับได้แก่ พวก Calcium, Ammonia, Potassium และ Sodium พวกอนุมูลลบของเกลือต่าง ๆ ได้แก่ Sulphate, Nitrate และ Chloride นะครับ นอกจากนั้นมีสารพวกอินทรีย์ ได้แก่ อินทรีย์คาร์บอน พวกนี้ก็มาจากสารน้ำมันเชื้อเพลิงนะครับ แล้วก็มีก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์กับโอโซน นะครับ อันนี้เป็น องค์ประกอบนะครับ ซึ่งไม่จำเป็นนะครับว่าต้องเหมือนกันทุกที่ ขึ้นอยู่กับว่า แหล่งของ PM 2.5 นั้นมาจากที่ใด ถ้ามาจากการเผาในที่โล่งแจ้ง เผาพวกเศษวัสดุต่าง ๆ ก็องค์ประกอบเหล่านี้ก็จะเปลี่ยนไป แต่โดยรวม ๆ แล้ว จากการศึกษาวิจัยนี้ สรุปทั้งหมดที่รวม ๆ มานะ สามารถที่จะประกอบด้วยสารต่าง ๆ ดังต่อไปนี้นะครับที่นำเรียนไปแล้วนะครับ ครับตอนนี้ PM 2.5 ผลกระทบต่อสุขภาพอย่างไร อันนี้ก็โดยย่อ สรุป ๆ นะครับว่า โดยกลไกทางการป้องกัน ปกป้อง ของร่ายกายนี่ เรามีกลไกพิเศษอยู่แล้วนะครับ ฝุ่นละออง หรือ สิ่งสกปรกที่เข้าสู่ทางเดินหายใจนั้น เรามีกลไกต่าง ๆ เช่น พวกเมือก ของเหลว ที่คอยจับ คอยขับ แม้แต่ ขนจมูกก็สามารถที่จะป้องกัน สิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ระบบทางเดินหายใจได้นะครับ อันนี้ ขึ้นอยู่กับขนาด หรือ Particle Size นะครับ ถ้าขนาดที่เห็นว่า ที่ลงไปลึกสุดนะครับ ก็ลงไปที่บริเวณถุงลมของปอด PM ที่ น้อยขนาดของฝุ่นที่น้อยกว่า 2.5 ไมครอน สามารถ ลงไปถึง Alveoli หรือ ส่วนที่เป็นถุงลมของปอด ซึ่งเป็น จุดที่สำคัญในการแลกเปลี่ยนระหว่าง Oxygen กับเลือดนะครับ เพราะฉะนั้น โอกาสของ PM 2.5 สามารถที่จะเข้าสู่กระแสเลือดได้นะครับ เพราะอย่างนี้ผลกระทบที่เกิดขึ้นนะครับ ผมสรุปโดยรวม จากการศึกษาวิจัย ที่ทำมานานพอสมควรแล้วนะครับ ก็มี ลักษณะของ Short-Term Effects ก็คือระยะเวลาสั้น ๆ กับระยะเวลา Long-Term Effects ปัญหาผลกระทบของ PM 2.5 ต่อร่างกายนั้น เราที่สำคัญคือ Long-Term Effects นะครับ ถ้าเป็น Short-Term Effects นั้น ได้แก่เกี่ยวกับการระบบการหายใจ การหายใจไม่สะดวก อย่างนี้เป็นต้นนะครับ หรือคนที่มีโรคประจำตัวอยู่แล้วเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ก็จะทำให้หายใจยากยิ่งขึ้น แต่ที่สำคัญที่มีผลกระทบต่อชีวิตก็คือ Long-Term Effects ตัวนี้ก็คือทำให้เกิด Lung Cancer หรือทำให้เกิดมะเร็ง ที่ปอดได้นะครับ แล้วก็มีผลต่อเส้นเลือด ไปเลี้ยงหัวใจ ไปเลี้ยงสมองนะครับ อันนี้ก็ ผลกระทบที่มีการวิจัยไว้แล้วก็คือทำให้อายุไขของคนเรา ในโลกนี้ลดลง เนื่องจากผลกระทบที่อยู่ในระยะยาว หรือ Long-Term Effects นะครับ ทีนี้คำยืนยัน อันนี้ก็เป็นเรื่องของ องค์การอนามัยโลก ซึ่งรับผิดชอบด้านอนามัยสุขภาพของคนทั่วโลกน่ะนะครับ ได้มีการรับรองออกมาว่าไอเสียจากออกจากรถยนต์ที่ใช้น้ำมันดีเซล มีสาร Polycyclic Aromatic Hydrocarbons หรือ PAHs นี่ เป็นสารก่อมะเร็ง อันนี้ชัดเจนเลยนะครับ เพราะฉะนั้นการที่เราได้รับ PM 2.5 ถ้าได้รับสารเหล่านี้เข้าไป กระทั่งถึงถุงลมของปอดแล้ว โอกาสที่จะเกิดสารมะเร็ง สารก่อมะเร็ง เกิดมะเร็งในปอดก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้นะครับ อันนี้มีการศึกษาปัจจัยเสี่ยงนะครับ เพื่อยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่า อะไรเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้คนทุกเพศทุกวัยทั่วโลกเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ในปี 2559 นะครับ มีรายงานของ Health Effect Institute นะ 2018 รายงานว่า ฝุ่น PM 2.5 เป็นปัจจัยเสี่ยงลำดับที่ 6 ที่ทำให้คนทั่วโลกเสียชีวิตก่อนวัยอันควร จากปัจจัยเสี่ยงทั้งหมด 79 ปัจจัย นะครับ ทีนี้มาถึงประเทศไทยนะครับ จากรายงานดังกล่าวนั้นก็ปรากฏว่า ในปี 2559 มีรายงานว่าคนไทยประมาณ 50,000 คน นี่ เสียชีวิตจากโรคเส้นเลือดหัวใจตีบตัน โรคเส้นเลือดสมองตีบตัน โรคมะเร็งปอด โรคถุงลมอุดตันเรื้อรังและ โรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจนะครับ คราวนี้ดูสภาพแวดล้อมของกรุงเทพมหานคร ผมยกขึ้นมาเป็นประเด็นที่สำคัญ ๆ นะครับ เรื่องแรก คือ ปัญหาของตึกสูง ตึกลัดฟ้า ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานครมากมายด้วยกันในขณะนี้ แล้วก็มีการเพิ่ม จำนวนขึ้นทุกวันนะครับ ทุกวันนี้เราจะเห็นว่ามีเครน มีการก่อสร้าง มีตึกที่หุ้มด้วยพลาสติกเพื่อป้องกันฝุ่นนี่มากมายในเขตกรุงเทพมหานคร อีกประเด็นหนึ่ง เราติดอันดับโลก อันดับ 1 ถึง อันดับ 8 มาแล้วคือ เรื่องปัญหาของจราจรติดขัดในกรุงเทพมหานคร แล้วอีกประเด็นหนึ่ง ที่เราคิดไม่ถึงนะครับ ถ้าใครที่อยู่แถวรังสิต แถวปทุมธานี หรือออกไปทางนนทบุรี ตอนพื้นที่เกษตร ที่ล้อมรอบ ในจังหวัดปริมณฑล 5 จังหวัด รอบกรุงเทพมหานคร จะมีการเผาทุกวันนะครับ ตอนที่เราศึกษาในช่วง 3 เดือน เราพยายามไปเก็บรูปมานี่ เราก็เจอ ขับรถไปก็จะพบเห็นเลยนะครับว่า มีการเผาอยู่ตลอดนะครับ ซึ่งตัวนี้ก็เป็นแหล่ง PM 2.5 อันหนึ่ง ที่มีผลกระทบต่อกรุงเทพมหานคร เพราะมันอยู่ใน ที่ใกล้นะครับ ตอนนี้ มาดูเรื่องของปัญหาตัวการสำคัญนะครับว่า แหล่งที่กำเนิด PM 2.5 นั้นมาจากอะไร จากข้อมูลปรากฏว่า ใน กทม. ตอนนี้ รถมีอยู่ 10 กว่าล้านคัน ในปี 2561 ทำให้จราจรติดขัดมาก อันนี้ก็ผมนำเรียนไปแล้วว่าติดอันดับโลกน่ะนะครับ ก็เป็นรถยนต์ที่นั่ง 7 ที่นั่ง มีปิ๊กอัพ มีจักรยานยนต์ รถบรรทุก รถบัส รถอื่น ๆ ทั้งหมดนี้มีแนวโน้มสูงขึ้นจากรูป กราฟที่แสดงให้เห็นนะครับ ว่ามี แนวโน้มสูงขึ้นจากปี 2535 ถึง 2561 นะครับ มัน สูงขึ้นมากนะครับ เป็นจำนวน 10 ล้านคัน แล้วตอนนี้นะครับ ทีนี้จำนวนอาคาร ที่เพิ่มสูงใน กทม. อันนี้ก็เป็นกำแพงรายล้อม ทำให้อากาศใน กรุงเทพมหานครนั้น ระบาย ท่ายเทไม่ได้สะดวกนะครับ ลมก็จะช้าลงนะครับ เพราะมีอุปสรรคเนื่องจากสิ่งก่อสร้างสูง ๆ นะครับ ตอนนี้สถานี ตรวจวัดในปัจจุบันนี้ ถามว่าหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมควบคุมมลพิษ ทำงานหรือเปล่า ก็ทำงานมาตลอดนะครับ มาเป็น 10 ปีแล้วนะครับ โดยการตั้งสถานีตรวจวัดอากาศ ในบรรยากาศของกรุงเทพมหานครและปริมณฑลนะครับ มีทั้ง Stationary คือไม่ค่อยอยู่กับที่ กับมีทั้ง Mobile คือเป็นรถเคลื่อนที่ไปตามจุดที่ คิดว่าจะเกิดปัญหานะครับ แล้วเราก็มีอุปกรณ์พิเศษคือเครื่องมือ ตรวจวัด PM 2.5 เครื่องมือตัวนี้ก็รับประกันได้ว่าอยู่ในมาตรฐาน ของ USEPA นะครับ คือเป็นอุปกรณ์เครื่องมือ ที่ตรวจและเชื่อถือได้นะครับและเราก็ใช้กันมาอยู่ทุกวันนี้นะครับ โดยสถานี ตรวจวัด PM 2.5 ในของ คพ. ทั้งหมด 19 สถานี ก็กระจายส่วนใหญ่อยู่กรุงเทพมหานครแล้วก็ 5 จังหวัดปริมณฑลโดยรอบ นะครับ ซึ่งอาจจะมีค่อนข้างน้อย อันนี้ก็ไม่เป็นไรนะครับ แต่ในกรุงเทพมหานคร ในปัจจุบันนี้นี่กรุงเทพมหานครในฐานะองค์กรปกครองท้องถิ่น รูปแบบพิเศษ ก็ได้จัดตั้งงบประมาณขึ้นมาติดตั้ง อุปกรณ์ตรวจวัด PM 2.5 ที่ได้มาตรฐาน เพิ่มขึ้นมารวมกันแล้ว ทั้งหมด ทั้ง คพ. 19 สถานี รวมถึง กทม. ที่มีการพัฒนาเพิ่มขึ้น เป็นอาทิตย์หรือ เป็นเดือนนี่ ตอนนี้ก็ยังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่สุดท้ายจากการรายงาน เมื่อวานนี้นี่ครับปรากฏว่าเกิดจากสถานีทั้งหมด 56 สถานี นะครับ จุดที่ระบายเป็นสีฟ้า สีเขียว สีส้ม อะไรต่าง ๆ นี้ ทั้งหมดนี้คือ จุดบริเวณที่มี Station ของการวัด PM 2.5 อยู่ ตั้งอยู่นะครับ เพราะฉะนั้นทุกวันนะครับ ใน App ของ คพ. หรือ Air for Thai ถ้าท่านเปิดภาพนี้ได้ ท่านจะเห็นว่ามันโชว์อยู่ ตลอดเวลานะครับ ว่ามันจุดมันสีฟ้า สีเขียว หรือสีส้ม หรือสีแดง นะครับ ซึ่งเป็นตัวบ่งบอกถึง ค่า ความเข้มข้นของ PM 2.5 ได้นะครับ ทีนี้ สถานการณ์ PM 2.5 ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลนั้น ความเข้มข้น PM 2.5 เฉลี่ยรายปีในภาพรวมของ กทม. และปริมณฑลก็ค่อยลดลง ตั้งแต่ปี 2557