(อาจารย์ วันทนีย์) ลงนามใน MOU นะคะ ระหว่างผู้อำนวยการ สวทช. นะคะ แล้วก็คณบดีวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์นานาชาติจุฬาภรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และก็ผู้อำนวยการสถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวร เพื่อผู้สูงอายุกรมการแพทย์นะคะ เมื่อวันที่ 30 มกราคม นะคะ โดยงานนะคะจะจัดในวันที่ 20-22 สิงหาคม ที่วิทยาลัยแพทย์ศาสตร์นานาชาตินะคะ ที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ค่ะ 1.3 นะคะ เป็นเรื่องของทาง สวทช. โดย A-MED นะคะได้รับมอบใบรับรอง ISO 13485 สำหรับอุปกรณ์นำเจาะสำหรับการฝังรากฟันเทียมนะคะ โดยมีศาสตราจารย์นะคะ ไพรัช ธัชยพงษ์ นะคะ เป็นผู้รับมอบนะคะ ก็ได้มีพิธีมอบกันเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2563 ค่ะ (ประธาน) ครับที่ประชุมรับทราบนะครับ ขออนุญาตไปต่อวาระที่ 2 ครับ รายงานการประชุมครับ (อาจารย์ วันทนีย์) รายงานการประชุมขอเรียนท่านประธานว่าได้ส่งเวียนหมดแล้ว ไม่มีผู้ใดแก้นะคะ ค่ะ (ประธาน) ที่ประชุมรับรองรายงานประชุมนะครับ ถ้ามีแก้ไขเพิ่มเติมโปรดแจ้งด้วยนะครับ 3.1 ครับ การพัฒนาขดลวดค้ำยันผนังหลอดเลือดหัวใจครับ (อาจารย์ วันทนีย์) ค่ะ เชิญนักวิจัยนะคะ เนื่องจากโครงการนี้นี่ค่ะเป็นโครงการที่เคยได้รับอนุมัติมาเมื่อปี 2562 นะคะ ครั้งนี้นักวิจัยจะขออนุญาตปรับโครงการนะคะ เชิญ ดร.กวิน ค่ะ (ดร.กวิน) ครับก็ขออนุญาตเรียนแจ้งที่ประชุมนะครับ คือ หลังจากโครงการได้รับการอนุมัติไปแล้วนะครับ ก็เนื่องจากเป็นโครงการร่วมวิจัย 4 ฝ่ายนะครับ ก็มีการร่างสัญญาร่วมวิจัยแล้วก็เวียนไปตามแต่ละที่นะครับ แล้วก็… เดี๋ยวไปหน้าต่อไปเลยครับ แล้วก็ปรากฏว่าทาง ม.เกษตรฯ นะครับ ไม่เห็นด้วยกับสัดส่วนความเป็นเจ้าของของสัญญาที่ใส่ไว้ตอนแรกนะครับ ก็พยายามขอต่อรอง ทีนี้แล้วก็ตกลงกันไม่ได้นะครับ ก็เลยมีความจำเป็นจะต้องปรับผู้ร่วมโครงการก็คือ เอา ม.เกษตรฯ ออกนะครับ แล้วก็ทาง สวทช. นี่ร่วมกับบริษัทก็ได้ประชุมร่วมกันว่ายังยินดีจะดำเนินโครงการต่อไปโดยที่ยืนยันตามสัดส่วนความเป็นเจ้าของแบบเดิมน่ะนะครับ ก็เลยทาง TOO ของ สวทช. แล้วก็ทาง TOO ของเกษตรฯ ก็เจรจากันแล้วตกลงกันไม่ได้ ก็เลยได้ขอสรุปสุดท้าย ก็คือ ทางเกษตรฯ ขอถอนตัวจากโครงการนะครับ (ประธาน) จะแจ้งที่ประชุมเพื่อให้พิจารณานะครับ ในการปรับนะครับ ผู้วิจัย คือ จะไม่มีมหาวิทยาลัยเกษตรฯ ในการวิจัย แล้วก็คำนวณสัดส่วนของความเป็นเจ้าของ ของานวิจัย 10 เปอร์เซ็นต์ของเกษตรฯ 5 เปอร์เซ็นต์มาอยู่ที่ สวทช. อีก 5 เปอร์เซ็นต์มาอยู่ที่บริษัท แวสคิวลาร์ อินโนเวชั่นส์ จำกัด (ดร.กวิน) ใช่ครับ ๆ (ประธาน) ถูกไหมครับ มีผลกระทบต่อแผนการวิจัยและการวิจัยอื่น ๆ นะครับ โดยเฉพาะภารกิจของเกษตรฯ ใครจะเป็นคนทำแทนครับ (ดร.กวิน) ก็คือจริง ๆ สิ่งที่เกษตรฯ ทำมีอยู่ 2 ส่วน คือส่วนแรกคือ ร่วมดีไซน์ด้วยกันครับ ทำ Finance Element ซึ่งส่วนนี้ก็จะได้นักวิจัยจาก MTEC เข้ามาช่วยนะครับ คือ คุณเศรษฐวัฒน์เดี๋ยวไปสไลด์หน้าถัดไปได้ไหมครับ ครับก็จะมีนายเศรษฐวัฒน์นะครับ เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้าน Finance Element จาก MTEC เข้ามาช่วยนะครับ ส่วนการทดลองในสัตว์นี่ เราก็ได้ไปคุยกับศูนย์สัตว์ทดลองของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ไว้แล้วนะครับ ก็มีความสามารถที่จะทดสอบในกระต่ายได้เช่นกันครับ (ประธาน) ครับเชิญท่านกรรมการเลยครับ (ดร.กวิน) ใช่ครับ ก็มีการใช้สัตว์ทดลองด้วยครับ มีการทดสอบ Stent ก็จะมีการใส่ Stent ในเส้นเลือด (ประธาน) ถ้าไม่มีคอมเมนต์นะครับ ก็เห็นชอบนะครับ ให้ผู้วิจัยดำเนินการต่อนะครับ โดยที่ไม่ได้ขยายเวลานะครับ เพราะคราวที่แล้วผมคอมเมนต์เรื่องนี้ค่อนข้างเยอะเลยว่าขยายเวลานี่คือต้นทุนนะครับ (ดร.กวิน) ก็ไม่ขยายเวลาแล้วก็ผลงานไม่เปลี่ยนเงิน ไม่เปลี่ยนเวลา แล้วก็ผลงานเหมือนเดิมครับ (ประธาน) ครับถ้าอย่างนั้นขออนุญาตผ่านนะครับ วาระ 3.2 ครับ เรื่องโครงการต่อเนื่อง อันนี้ส่วนใหญ่เป็นรายงานความคืบหน้านะครับ เชิญโครงการที่ 1 เลยครับ DentiiScan รุ่น 3.0 ครับ (อาจารย์ วันทนีย์) ค่ะ ดร.เสาวภาคย์ (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) ค่ะ สวัสดีค่ะ ก็อันนี้จะเป็นโครการ DentiiScan รุ่น 3.0 และซอฟต์แวร์สำหรับแพลตฟอร์มดิจิทัลทางทันตกรรมนะคะ ผ่านระบบ Cloud ก็จะเป็นรายงานความก้าวหน้า จนถึง 31 กรกฎาคมปีที่แล้วนะคะ ค่ะ วัตถุประสงค์ คือ มีอยู่ 2 อย่างด้วยกันนะคะ อย่างแรกก็คือ พัฒนาเครื่องเอ็กซ์เรย์คอมพิวเตอร์สามมิติทางทันตกรรม หรือ DentiiScan ที่ได้มาตรฐาน ISO 13485 มีราคาต่ำแล้วก็เหมาะสำหรับคลินิกทันตกรรมนะคะ แล้วก็สามารถเชื่อมต่อกับระบบ Cloud ในการเก็บข้อมูลและแสดงภาพ 3 มิติได้ และส่วนที่ 2 ก็คือ การพัฒนาซอฟต์แวร์ระบบบริหารจัดการแพลตฟอร์มทางทันตกรรมที่สามารถเชื่อมต่อระบบ Cloud ในการเก็บข้อมูล และก็ภาพถ่ายทางการแพทย์เพื่อใช้ในงานวินิจฉัยการออกแบบและก็วางแผนการฝังรากฟันเทียม และฟันปลอมแบบยึดติดแน่น และถอดได้นะคะ หน้าต่อไปค่ะ อันนี้ผลงานส่งมอบนะคะ ในปี 2562 ก็จะเป็นรายงานความก้าวหน้า ปี 2563 ก็จะเป็นรายงานความก้าวหน้านะคะ คือ สิ่งที่เราส่งมอบนี่จะเป็นต้นแบบเชิงพาณิชย์ ซึ่งจะส่งมอบในปี 2564 นะคะ ก็จะเป็นต้นแบบเครื่อง DentiiSan 3.0 แล้วก็ที่ได้ ISO 13485 ต้นแบบซอฟต์แวร์ Cloud Based CT Viewer เวอร์ชันแรกนะคะ แล้วก็เป็นต้นแบบซอฟต์แวร์ Cloud Based Dental Management เวอร์ชันแรกในปีหน้าน่ะค่ะ สไลด์ต่อไปค่ะ อันนี้จะเป็นแผนนงานของในระยะเวลา 1 ปี จนถึง 31 กรกฎาคมปีที่แล้วนะคะ ก็จะเป็นส่วนของตัว ส่วนของ DentiiScan นี่ก็จัดซื้ออุปกรณ์เรียบร้อยแล้วนะคะ ตอนนี้พัฒนา หน้า 31 กรกฎาคมนี่ ก็คือ พัฒนาเครื่อง DentiiScan 3.0 แล้วก็มีการพัฒนาปรับปรุงซอฟต์แวร์นะคะ สไลด์ต่อไปค่ะ ส่วนอีกส่วนหนึ่งที่เป็นซอฟต์แวร์ผ่าน Cloud ใน Phase แรกนะคะ ก็จะเป็นการพัฒนาระบบบริหารจัดการ ซึ่งก็พัฒนา ปัจจุบันนี้พัฒนาแล้วเสร็จนะคะ แล้วก็พัฒนาซอฟต์แวร์แสดงภาพ CT ผ่านระบบ Cloud ก็พัฒนาเสร็จแล้วนะคะ แล้วก็ Integrate เสร็จเรียบร้อยแล้วทั้ง 2 ตัว นะคะ อันนี้เป็น Phase 2 ค่ะอันนี้เป็นหน้าตาของเครื่อง DentiiScan 3.0 นะคะ ก็จะเป็นแบบที่เรายึดติดผนังค่ะ ขนาดก็จะเล็กกว่า 2.0 ก็จะเป็นท่าที่ยืนถ่าย แล้วก็นั่งถ่ายได้นะคะ อันนี้จะเป็นโหมดต่าง ๆ ในการถ่าย ก็จะมีแบบว่า ถ่ายทั้งกรามบนกรามล่าง ถ่ายเฉพาะกรามบนหรือกรามล่างนะคะ แล้วก็มีถ่ายเฉพาะจุดขนาดเล็ก แล้วมีถ่ายเป็นพาโนรามิกได้ ก็คือ นอกจาก 3D ก็สามารถถ่าย 2D ได้ ก็มีแยกระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่ เพื่อที่ให้ปริมาณรังสีของเด็กจะต่ำกว่านะคะ หน้าต่อไปค่ะ นี้จะเป็นตัวอย่างของภาพที่เป็น Phantom นะคะ ก็เป็นภาพจาก CT และก็ภาพพาโนรามิกค่ะ ในส่วนของที่เป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลทางทันตกรรมนะคะ อันนี้จะเป็นการ... เป็นระบบในการวางแผนการใส่รากฟันเทียมแบบครบวงจรน่ะค่ะ ภาพสไลด์ต่อไป ในส่วนที่เป็นการแสดงผลภาพ CT ผ่านระบบ Cloud น่ะค่ะ เราเรียกชื่อว่า Ready View นะคะ ก็จะมีหน้าตาที่เป็น Log in แล้วก็มีตัว Main Software ที่เป็นรายชื่อของผู้ป่วยนะคะ แล้วก็จะมีระบบแสดงภาพ Download Forward แล้วก็สามารถ Upload และก็ Download แผนได้ เราสามารถ Forward ภาพส่งต่อให้หมออีกคนหนึ่งในการดูภาพได้นะคะ หน้าต่อไปค่ะ อันนี้ก็จะเป็นหน้าตาของซอฟต์แวร์ Ready View ที่เป็น Web Based นะคะ ก็สามารถดูผ่าน PC คอมฯ แล้วก็ผ่านมือถือได้นะคะ ก็รองรับทั้ง iPhone แล้วก็ iOS ค่ะ อีกส่วนหนึ่งจะเป็นระบบบริหารจัดการทางทันตกรรมที่ผ่านระบบ Cloud นะคะ อันนี้จะเป็นของทาง ดร.โป้ง ก็เป็นบริการ Order ผ่านวัสดุทางทันตกรรม หน้านี้จะเป็นออเดอร์สำหรับทันตแพทย์นะคะ ในการสั่งวัสดุสั่งรากเทียมและก็ตัวครอบฟันนะคะ อีกหน้าหนึ่งก็จะเป็นสำหรับ Design Center ค่ะ (ประธาน) ถามนิดหนึ่งครับว่า ที่แสดงอยู่ทั้งหมดนี่ คือ ที่เสร็จแล้วใช่ไหมครับ (ผู้ร่วมประชุมหญิง) อันนี้… (ประธาน) ไม่ใช่ที่จะเป็น (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) อันนี้เสร็จแล้วค่ะ (ประธาน) เสร็จแล้วนะ (ผู้ร่วมประชุมหญิง) ค่ะ (ประธาน) โอ.เค. จะได้เข้าใจตรงกัน ที่พูดทั้งหมดนี้ คือ แผนที่จะทำ (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) เสร็จแล้ว ณ วันนี้นะคะ ไม่ใช่เมื่อ 31 กรกฎาคมค่ะ (ประธาน) แน่ใจว่าเป็นการรายงานผลความคืบหน้า (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) ใช่ค่ะ (ประธาน) ไม่ใช่การรายงานเป้า (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) ไม่ใช่ค่ะ อันนี้ความก้าวหน้าเฉย ๆ ค่ะ (ประธาน) จะได้รู้ว่าขณะนี้ตัวเครื่องแล้วนะครับ เรื่องไปที่มือถือไปได้แล้วนะครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) ค่ะ (ประธาน) ทำระบบกัน Order วัสดุทางทันตกรรมไปได้แล้วอะไรอย่างนี้นะครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) ก็อยู่ระหว่างการรอทดสอบน่ะค่ะ ในส่วนของตัว Management น่ะค่ะ ค่ะ นี้จะเป็นสถานะการใช้งบประมาณ ก็งบที่ได้รับอนุมัติทั้ง 3 งวดนี่ 16 ล้านนะคะ แต่ตอนนี้ Release ไป 5.6 ล้าน ก็มีการใช้จ่ายต่อการ Release 93 เปอร์เซ็นต์นะคะ (ประธาน) เชิญกรรมการเลยครับ เชิญครับ (ศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช) เพิ่มเติมว่าที่จริงแนนต้องอธิบายว่า ไอ้ 3.0 นี่จะทำให้มันเล็กลงหรือให้ราคามันถูกลงถัดจาก 2.0 ใช่ไหมครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) ค่ะใช่ค่ะ (ศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช) แล้วจะให้ทางคลินิกเขาใช้ให้ได้ ส่วนอีกอันที่เราขึ้น Cloud นี่ไอ้วัตถุประสงค์กับประโยชน์มัน... ที่แนนเพิ่งไปลองที่เชียงใหม่ใช่ไหม ก็คือว่าเพื่อที่จะให้ข้อมูลมันอยู่ที่ฐานข้อมูลกลาง และหมอนี่ Consult ซึ่งกันและกันได้ ก็มีประโยชน์ แล้วส่วนอีกอันที่บอกว่า Cloud Base นี่ก็คือว่า ถ้าหากว่าหมอฟันเวลาจะสั่งหรือส่งข้อมูลที่จะทำฟันจะได้ส่งผ่าน Cloud เข้ามาแล้วก็ส่งกลับไปได้เลย อันนี้ผมว่าแนนเขาก็ก้าวหน้าดี แล้วก็ไปทำเพิ่งไปทดสอบให้หมอปฐวีดูใช่ไหม (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) ค่ะเดี๋ยวจะรายงานอีกโครงการหนึ่งที่เป็น Big Rock ค่ะ (ศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช) ทีนี้ที่อยากจะเรียนให้ที่ประชุมกับ ผพว. ทราบ ก็คือว่า ประเด็นใหญ่ที่เราปรึกษาหารือนี่ เราลงเครื่องไป 50 เครื่องแล้ว แล้วใน 50 เครื่องนี่ มันเป็น Asset ที่ดีของ สวทช. ซึ่งอันสุดท้ายนี่จะปิดราว ๆ ต้นเดือนนี้ โจทย์มันก็คือเรามี Asset ที่ดีอยู่ 50 เครื่อง แล้วเราไม่ดูแลเราก็ไม่ดี อย่างนั้นเลยเราก็จะเอาขึ้น Cloud แล้วให้ข้อมูลมันวิ่งขึ้นมาให้ได้ แล้วทำให้ 50 ตัว มันเป็นแพลตฟอร์มที่ดี แล้วในอนาคตผมจะเสนอว่า ให้เสนอโครงการมาอีกโครงการหนึ่ง ซึ่งราว ๆ มิถุนายนนี้จะทำ คือ ให้มีการอบรม หรือมีการติดตามว่าเครื่องทั้งหมด 50 เครื่องใครใช้มากใช้น้อย แล้วที่ใช้มากเพราะอะไร ใช้น้อยเพราะอะไร แล้วใครที่ใช้น้อย เราจะทำอย่างไรให้เขาใช้มาก อันนั้นก็เป็นเรื่องต่อไปอีกนะ (ประธาน) เชิญกรรมการเลยครับ เชิญ ดร.ชัย ครับ แล้วเดี๋ยวอาจารย์นพ.ประจักษ์วิชครับเชิญ (ดร.ชัย) ครับผมเรียนสอบถามนิดหนึ่ง เรื่องเวลาที่เรา Scan เฉพาะกรามบนหรือกรามล่าง หรือว่าเฉพาะจุดนี่ คือ วิธีการมันเหมือนกันไหมครับ แล้วก็ คือผู้ป่วยนี่เขาจะได้รับการ Treat นี่เหมือนกันไหม คือ จะต้องมาหมุนรอบหนึ่งยืนตำแหน่งเดิม ทำทุกอย่างเหมือนเดิมหรือเปล่า (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) ช่วยไปสไลด์หน้าแรก ๆ หน่อย หน้า... คือ ถ้าโหมดที่ต่างกัน สมมติถ่ายเฉพาะกรามล่างน่ะค่ะ เราจะมีเหมือนเราจะมี Beat Core Monitor (ไม่แน่ใจคำศัพท์) น่ะค่ะ ก็คือมีตะกั่วบัง ฉะนั้นนี่ บริเวณอื่นจะไม่โดนรังสีด้วยค่ะ ก็แล้วแต่ว่าคุณหมอต้องการดูแบบไหน ต้องการดูทั้งกรามบนกรามล่าง หรือเฉพาะกรามล่างอย่างเดียว หรือเฉพาะฟันไม่กี่ซี่น่ะค่ะ ก็มี คือผู้ป่วยก็จะได้รับรังสีน้อยถ้าถ่ายเฉพาะจุดนะคะ แล้วก็ในการถ่ายจัดท่านี่ เราจะมีเขาเรียกว่าเป็นที่วางคางน่ะค่ะ จะล็อกตำแหน่งว่า คือต้องเลือกก่อนว่าจะถ่ายแบบไหนที่วางคางก็จะเลื่อนตำแหน่ง โดยเฉพาะที่ถ่ายแบบว่า Field เล็กน่ะค่ะ ถ้า Field เล็กนี่ ที่วางคางก็จะเลื่อนไปตำแหน่งที่จะถ่ายว่าเป็นกรามในหรือว่าฟันหน้าอะไรอย่างนี้ค่ะ (นพ.ประจักษวิช) ก็อันนี้ก็เป็นอะไรที่น่าสนใจมากนะครับ ผมคุยกับคุณหมออรรถพรอยู่เรื่อยเรื่องนี้นะครับว่า คือเมื่อไรจะได้ใช้ ก็ดูท่าทางจะเร็ววันนี้นะครับ หมายถึงว่ามันคงไปตามแผนนะครับ ทีนี้อยาก ฮัลโหล ได้ยินไหมครับอาจารย์ครับ เอาเป็นว่าก็มันเป็นคงเป็นไปตามแผนใช่ไหมครับตอนนี้นะครับ แล้วก็อย่างที่อาจารย์ไพรัชกรุณาแนะนำเพิ่มนี่นะครับ ในชี้แจงเพิ่มนี่ผมมุ่งประเด็นที่สำคัญ คือ เรื่องประเด็นของ ไม่แน่ใจว่าการตลาดหรือ Competitiveness กับคู่แข่งนี่ถ้าจะทาบกันก็ดีไม่น้อยนะครับ คือสิ่งที่ดีของเรา 1. ก็คือเป็นไท 2. ก็คือว่า บน Cloud ซึ่งสามารถแชร์ข้อมูลได้เท่าที่ท่านได้รับ อันนั้นเป็นน่าจะเป็นจุดเด่น ส่วนอื่น ๆ ไม่รู้เหมือนกันว่า Competitive กับคู่แข่งซึ่งเขาก็คงจะพัฒนาต่อไปเรื่อย ๆ นะครับ ถ้าจะดู Compettive นี่ได้ก็น่าจะดีนะครับ เพราะว่าโลกมันไม่หยุด แล้วเราก็คงต้องแข่งต่อไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Performance เรื่องของเทคโนโลยี เรื่องของราคานะครับ ถ้าจะปฏิเสธมันให้ได้นี่ก็คงจะต้องมันน่าจะถึง Phase ที่ Marketing แล้วนี่นะครับ จะทำอย่างไรต่อ ผมไม่แน่ใจว่ามันเป็นภาระหน้าที่ของตรงนี้หรือไม่นะครับ แต่ว่าไม่ใช่ก็ต้องหาแผนในการทำ ขอบคุณครับ (ประธาน) เชิญครับต่อก่อนครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) เรื่องแข่งกับตลาดก็ดู ๆ อยู่เหมือนกันน่ะค่ะ ว่าตลาดประมาณไหน แล้วราคาประมาณไหน ตอนนี้ราคาเราก็พยายามลงราคาต้นแบบในห้องแล็บนี่ค่ะ ตอนนี้เราได้ประมาณสักล้านนึงน่ะค่ะ หรือถ้าเป็น Production นี่ก็น่าจะต่ำกว่าตรงนี้ได้นะคะ ส่วนภาพนี่เมื่อวานมีทางรังสีแพทย์ ทันตรังสีที่จุฬาฯ ค่ะ ก็มา มาเยี่ยมแล็บเฉย ๆ ก็ให้ดูภาพว่าก็ หมอก็ โอ.เค. ก็พอใจภาพนะคะ (ศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช) ประเด็นแล้วนี่นะนะ คือถ้าเราไปดูไอ้ที่เขาโชว์เรื่องเครื่องสแกนที่ทำฟันเมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่พารากอน เห็นว่าของเมืองนอกมัน Cutthroat จริง ๆ แล้วของเมืองนอกนี่ Resource มันดีกว่าเราเยอะ แต่ผมคิดว่าเรายังพอสู้ได้ คือ เรากำลังไต่บันได ราคานี่มันจะล้าน ล้านเศษ ๆ ถึงจะสู้ได้ ถ้าสูงกว่านั้นนี่ลำบาก แล้วอันนี้มันมุ่งไปคลินิก คลินิกนี่จะไม่มีสตางค์จ่ายหรอก ถ้าบอก 2-3 ล้านนี่ ส่ายหน้าเลยไม่เอา เพราะมันไม่ได้ใช้มากเหมือน CT ทั่วไป แต่อย่างที่แนนพูด ถ้าหากว่าเกิดมีปริมาณสูงบริษัทที่ Supply ชิ้นส่วนก็จะลดราคาให้เรา อันนี้ก็ต้องสู้กันไปนะครับ แต่ว่า Performance สู้ได้ แต่เดี๋ยวต้องไปดูอีกทีหนึ่งนะ โอ.เค. (ประธาน) เชิญเลยครับ เชิญครับ (ศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช) ผมได้ทดลองเรื่อง CT ฟันนี่ เช่านี่ไม่เวิร์ก ผมลองมา 2-3 ครั้งแล้วนะ เพราะว่า CT ทำฟันนี่มันไม่เหมือน CT Whole-Body ซึ่งมันใช้ 24 ชั่วโมง ไอ้ทำฟันนี่วันบางทีมันจอดไม่ทำเลย มันเหมือนรถเก๋งบางทีวิ่งไม่วิ่ง ผมเคยให้ไปทดลองที่อนุเสาวรีย์ชัยฯ ก็ไม่เวิร์ก ตอนนี้ให้ลองที่ LDC นะ LDC ลาดพร้าว เดนทัล คลินิก ก็ดูไม่เวิร์ก ขนาดเขามีบริษัทในเครือนะ ว่าให้มาแบ่งกันใช้ อันหนึ่งที่ผมเคยเสนอแต่ร้านทำฟันเขาไม่เล่นด้วย ผมบอกทำไมคุณไม่รวมทุนกันน่ะ และตั้งเป็นสหกรณ์แล้วซื้อกันเครื่องเดียวแล้วแบ่งกัน แต่ร้านฟันเขาแข่งกันเขาไม่เอา ผมเคยเสนอแล้วเขาไม่เอา หมอลองไปช่วยผมสิ ถ้าหากว่ามีใครบอกเอ้ารวมทุนกันนะ แล้วตั้งมันเครื่องเดียวแล้วเอามาแบ่งกันนะ แล้วก็เวลานั่นก็ปันผลก็ได้แต่ว่าไม่เวิร์ก เห็นด้วยครับ แต่ว่าไม่เวิร์ก (ประธาน) เชิญเลยครับ มีคอมเมนต์เพิ่มไหมครับ อย่างนั้นผมถามเพิ่มเติมครับว่า ส่วนสำคัญของ Clinical Challenge นั้นผ่านไปหรือยังครับ คือ แน่นอนว่าโปรเจกต์วิจัยมันจะต้องมีอันหนึ่งที่มัน Critical เลยนี่ ส่วนที่ Critical ส่วนของโปรเจกต์นี้ผ่านไปหรือยัง (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) น่าจะผ่านแล้วค่ะ คือส่วนที่ตอนนี้ที่ Critical นะคะ สำหรับตัว Fuse View Leg นี่ก็คือ โหมดที่เป็น 5x5 โหมดเล็ก ว่าถ้าทั้งการจัดท่า Mechanics ต่าง ๆ นี่มันต้องสำพันธ์กันว่าเราต้องการถ่ายกรามในก็ต้องได้ประมาณนั้นนะคะ ก็อันนี้แล้วมันก็จะมี Artifact ต่าง ๆ ตรงนี้ก็แก้เรียบร้อยแล้ว แล้วอีกอันหนึ่งก็คือ เรื่องพาโนรามิก ภาพถ่ายแบบพาโนรามิกนี่เราไม่เคยทำมาก่อน ซึ่งตรงนี้คิดว่าก็น่าจะ โอ.เค. แล้วระดับหนึ่ง เมื่อวานคุณหมอมาดูก็น่าจะใช้ได้ค่ะ (ประธาน) ดีครับอย่างนั้นส่วนที่ Critical ที่สุดผ่านไปแล้ว แล้วผมเห็นคุณทำเป็น Module Module ต่าง ๆ แล้ว ทั้งหมดจะ Integrate เลยนี่ ครบสมบูรณ์เลยนี่สักเมื่อไร เพราะโปรเจกต์ มัน 3 ปี มันต้องเสร็จก่อนแน่นอน เพราะคุณต้องไปทำ Test อะไรอีกตั้งเยอะแยะนี่นะครับ จนมันสมบูรณ์เลย ต้นแบบทั้งหมดที่ว่า ๆ มาทั้งหมดนี่ Integrate เสร็จแล้วนี่เมื่อไร (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) คาดว่าเดือนนี้ค่ะน่าจะเสร็จทั้งต้นแบบ แล้วก็กำลังจะนัด PTEC แล้วก็กรมวิทย์ฯ ตรวจค่ะ แล้วเดือนหน้ากะว่าจะไปทดสอบที่จุฬาฯ ค่ะ (ประธาน) ฉะนั้นคนที่ทำงานวิจัยก็จะเริ่ม Move งานตัวเองไปได้ คนที่ต้องทำทดสอบ ก็จะต้องเปลี่ยน Group คนเปลี่ยนวิธีการทำงานไปข้างหน้าถูกไหมครับนะครับ ก็คงจัดสรรเรื่องคนกันให้ดี บางคน Sec 1 ก็จะเสร็จแล้วไปต่อถ้ามีโจทย์มาใหม่ ก็กลับมาแก้ก็กลับมาแก้ ถูกไหมครับ ต้องพยายามดูนิดหนึ่ง เชิญเลยครับ มีคอมเมนต์เพิ่มไหมครับ (ศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช) ก็เป็น Step หนึ่งที่แนนทำนะ อันนี้ก็คงจะปล่อยตลาดได้ Tool Second Degree แต่ว่ามันยังมีอีก Step หนึ่งที่จะต้อง Improve ต่อ คือก็เรียนให้ที่ประชุมทราบว่า เวลาของนอกขายนี่มันได้ 3 in 1 น่ะ มัน 3 อย่าง มันได้ในตัวเดียวกัน แต่เรายอมรับความจริงว่า เรายังเป็น 2 in 1 เพราะว่าอีก 1 ใน 3 นี่ กำลังคนเรายังไม่พอ ที่เราจะเอาไลน์ Detector มาทดลอง ก็ต้องยอมรับอันนี้ไปก่อน ถามแนน แนนบอกเอาอันนี้ก่อน เอา เอาอันนี้ก็อันนี้ก่อน จะทำทีเดียวพร้อมกัน 3 ส่วนเลยไม่ได้ก็ โอ.เค. ทีละ Step นะครับ ก็คิดว่าไปได้ (ประธาน) มีข้อสังเกตเพิ่มนิดเดียวนะครับ ขึ้นอยู่กับทีมวิจัยนะครับไปคิดต่อแล้วกัน Shimadzu นะครับ ซึ่งเป็นผู้ผลิตไอ้เครื่องมือวิทยาศาสตร์ต้น ๆ ของโลกนะครับ ที่ใช้กันเยอะนี่นะครับ ความสัมพันธ์กับเราค่อนข้างดีมากตอนนี้ คุยกับ CEO อะไรต่าง ๆ ธุรกิจข้างหน้าเขาก็ต้องการทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Health Care เหมือนกัน ในลักษณะที่มันค่อนข้างจะทำ Characterization ด้วยตัวมันเอง เขาเก่งเรื่องการวิเคราะห์การทดสอบอยู่แล้ว Shimadzu นะครับ แล้วหลักการเดียวกันเขาก็เล็งเห็นเหมือนกันว่าอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่จะใช้ในอนาคตนี่มันจะต้องทำการ สแกนตัวคน แล้วก็ส่งข้อมูลไป Analyze แล้วก็บอกบุคคลว่าคุณต้องทำอะไร วันนี้ไปส่องกระจก เอ๊ะคุณน่าจะไปตรวจอะไรสักอย่างแล้วล่ะ ผม Detect เจออุณหภูมิ Detect เจออะไร นั่นคือ โจทย์ที่เขาจะไป ในส่วนของ Shimadzu ขา 1 Business ที่เขาจะไป เพราะว่า On อยู่กับไอ้ตัวเครื่อง Characterization นี่ไม่ได้ แล้วเขาเปิดให้ทำวิจัยร่วมกับเขาอยู่ที่ญี่ปุ่น เขามีห้องแล็บอยู่ 8 Module ล่าสุดที่ผมไปเมื่อตอน SCS Forums เขาเต็มไปแล้ว 4 Modules มันยังเหลืออีก 4 Modules ผมไม่รู้ว่าตอนนี้ไปถึงไหน ถ้าสนใจแล้วคิดว่ามีอะไรที่มันเกาะกันได้ อาจจะทำงานร่วมกับ Shimadzu พอทำตัวนั้นมันจะง่ายแล้ว เพราะว่าเขาขึ้นต้นแบบของอุปกรณ์ด้วยตัวเองนะครับ ทุกอย่างเลยมันต้องขึ้นหมดล่ะ เพราะเป็นโรงงานผลิต มันอยู่ในไซต์เดียวกันอยู่ที่เกียวโต ถ้าสนใจนี่ผมว่าบอกมาแล้วเดี๋ยวเราลองเชื่อมโยงให้นะครับ แล้วถ้าเผื่อไปได้ มันก็จะขึ้นไปสู่ระดับ World Class เลยทันทีในโปรเจกต์ที่มันจะไปด้วยกัน ผมไม่รู้ว่าตอนนี้เขาทำอะไรไปถึงไหนแล้วเรามีอะไรที่จะ Fit กัน มันต้องนั่งคุยกันน่ะครับ นะครับมีโอกาสที่จะไปในทิศเดียวกันกับกลุ่ม A-MED ด้วย ไม่ใช่เฉพาะเรื่องนี้เรื่องเดียวนะครับ ครับก็ฝากคิดนะครับ แล้วรีบตอบมาแล้วโอกาสหน้า เพราะว่าล่าสุดเขาก็เพิ่งมาสัมภาษณ์ผมไปขึ้นเว็บไซต์เขานี่นะครับ ระหว่าง สวทช. กับเขา เพราะเราค่อนข้างจะมีความสัมพันธ์ค่อนข้างดีกับเขามากกับเรื่องเครื่องมือต่าง ๆ ด้วย (ศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช) Shimadzu นี่มันชื่อ Shimadzu หรือ Shimadzu เขาเก่งมากนะ ตอนผมทำ CT ที่ลาดกระบัง ผมไปหาเขาเป็นรายแรกนะ บอกผมอยากซื้อ Detecter คุณก็บอกอย่ามายุ่ง อยากเอาเอาทั้งตัว ตอนนั้นเขาไม่ยอมขายเป็นชิ้น แต่ไม่เป็นอะไร ลองคุยกับเขา (ประธาน) จริง ๆ Shimadzu อุตสาหกรรมแรกธุรกิจแรก ก็คือทำอุปกรณ์วิทยาศาสตร์สำหรับการเรียนการสอน แล้วก็ทำเครื่องเอ็กซ์เรย์เครื่องแรกเหมือนกันในญี่ปุ่นนะครับ Shimadzu นี่ทำธุรกิจนี้มาก่อนขายออกไป (ศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช) ของอุดมชัยอยู่ในคอมเมนต์ (ประธาน) มีเพิ่มเติมไหมครับ สำหรับโครงการที่ 1 (อาจารย์ วันทนีย์) ถ้าอย่างนั้นนะคะ เรียนท่านประธานประเด็นเพื่อพิจารณานะคะ ก็คืออนุมัติความก้าวหน้าครั้งที่ 2 และสนับสนุนงบประมาณนะคะ In cash ในปีที่ 2 งวดที่ 3 นะคะ ไม่เกิน 2,503,000 บาทนะคะ (ประธาน) ครับ แล้วอย่างไรก็ทบทวนแผนด้วยนะครับ ถ้าเร็วขึ้นได้จะดีนะครับ เพราะว่ามันก็ต้องแข่งกับเวลา เพราะว่าถ้าเผื่อ Critical Factor มันหายไปแล้ว ถูกไหมครับ ส่วนที่เหลือเราสามารถ Speed ได้ ก็อยากให้ Speed ขึ้นด้วยนะครับ แล้วก็รับข้อสังเกตของที่ประชุมนะครับ ไปพิจารณาดูว่าจะขยายผลอะไรอย่างไรนะครับ การที่มีพาร์ทเนอร์เยอะจะเป็นประโยชน์นะครับ ขออนุญาตไปต่อวาระโครงการที่ 2 นะครับ เชิญครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) ค่ะ โครงการที่ 2 ก็จะเป็น Big Rock 5 ขยายผลวิจัย ผลงานวิจัย DentiiScan เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ไทยนะคะ โครงการนี้รายงานความก้าวหน้าถึง 30 กันยายน 2562 นะคะ แล้วก็จะขอสนับสนุนกรอบงบประมาณปีที่ 3 จำนวน 12.29 ล้านนะคะ ก็ทั้งโครงการงบประมาณ 547 ล้านค่ะ เริ่มตั้งแต่ 21 มีนาคม 2561 นะคะ อันนี้จะเป็นการขยายผลเครื่อง DentiiScan ก็จะผลิตแล้วก็ติดตั้งเครื่อง DentiiScan จำนวน 50 เครื่องทั่วประเทศนะคะ แล้วก็จะมีการในส่วนของแพลตฟอร์มดิจิทัลทางทันตกรรม สำหรับการฝังรากฟันเทียมแบบครบวงจรนะคะ ก็สิ่งที่ส่งมอบนี่จะมีการผลิตเครื่อง DentiiScan 50 เครื่อง ประสานงานเพื่อทำบันทึกข้อตกลง 50 โรงพยาบาลแล้วก็ติดตั้งแล้วเชื่อมต่อกับระบบทางโรงพยาบาลจำนวน 50 เครื่อง สัมมนาประชาสัมพันธ์ ให้ความรู้การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลทางทันตกรรม 9 ครั้ง แล้วก็มีการฝึกอบรบทันตแพทย์ในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลทางทันตกรรม จำนวน 500 คนนะคะ ความก้าวหน้าผลงานนี่ ตอนนี้อยู่ที่ปีที่ 2 นะคะ ปัจจุบันอยู่ที่ปีที่ 2 รายงานผล ณ วันที่ 31 มกราคม 2563 นะคะ ตอนนี้ผลิตเครื่อง DentiiScan ครบ 50 เครื่องแล้ว แล้วก็ติดตั้งแล้วจำนวน 50 เครื่อง ขาดอบรม เดี๋ยวจะไปอบรมวันศุกร์นี้นะคะ เครื่องที่ 50 ก็มีการจัดงานแล้วก็ PR ปีที่ 2 นี่ คาดว่า 3 ครั้ง แต่ตอนนี้ได้ 5 ครั้งแล้วนะคะ แล้วก็ฝึกอบรมทันตแพทย์และก็บุคลากรทางทันตกรรมนี่จำนวน 200 คน ปีนี้ ณ ตอนนี้ได้ทั้งสิ้น 834 คน นะคะ แล้วก็จำนวนผู้ใช้เครื่องนี่ 3,691 ราย ประมาณ 4,000 ครั้งนะคะ หน้าต่อไปด้วยค่ะ ค่ะ 10,000 ครั้งนี่คือรวมทุกเครื่องค่ะ แล้วก็รวมตั้งแต่แรกด้วยน่ะค่ะ อันนี้เฉพาะ 50 เครื่องค่ะ ค่ะ รุ่นนี้จะเป็นภาพรวมของเครื่อง DentiiScan ในปัจจุบันนะคะ ไม่มีอนาคตแล้วค่ะ มีค่ะมีอนาคต [เสียงหัวเราะ] (ประธาน) พูดคำว่าไม่มีอนาคตนี่มันไม่ดีเลยนะนี่คำนี้ [เสียงหัวเราะ] (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) ก็ในโครงการ Big Rock [เสียงหัวเราะ] (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) ในโครงการ Big Rock 50 เครื่องน่ะค่ะ ก็จะเป็นในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข 37 แห่ง กลาโหม 4 แห่ง กรุงเทพมหานคร 2 แห่ง แล้วก็สังกัดมหาวิทยาลัย 7 แห่งนะคะ หน้าต่อไปค่ะ อันนี้จะเป็นสรุปทั้งหมดก็ติดตั้งครบทั้งหมด 50 เครื่องแล้วนะคะ รูปนี้จะเป็นตัวอย่างของการติดตั้งแล้วก็อบรมการใช้งาน DentiiScan 2.0 นะคะ แล้วก็ในส่วนของการอบรมทันตแพทย์และบุคลากรทางทันตกรรม หลักสูตรนี้จะแบ่งออกเป็น 3 หลักสูตรหลัก ๆ ด้วยกันนะคะ จะเป็นระดับที่ 1 ก็จะเป็นการอบรมทันตแพทย์ตัวแทนซึ่งจะไปอบรมที่คณะทันตแพทย์ เชียงใหม่นะคะ ก็อบรมครบทั้ง 5 ครั้งแล้ว แล้วก็มีทันตแพทย์ตัวแทนจากโรงพยาบาลที่ร่วมโครงการนี้ทั้งหมด 78 คนนะคะ หลักสูตรที่ 2 นี้จะเป็นการอบรมเชิงปฏิบัติการที่โรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการเลย ก็อบรมไปแล้วทั้งหมด 149 ครั้งจาก 200 ครั้งนะคะ ส่วนหลักสูตรที่ 3 นี้จะเป็นการอบรมผู้ช่วยทันตแพทย์ อบรมไปแล้ว 2 ครั้ง จากแผนทั้งหมด 3 ครั้งนะคะ ฉะนั้น ณ ปัจจุบันนี้เรามีการอบรมทันตแพทย์และก็บุคลากรทางทันตกรรมทั้งหมด 834 คน เป้าหมายนี่อยู่ที่ 500 คน นะคะ ค่ะอันนี้จะเป็นตัวอย่างการอบรมหลักสูตรระดับที่ 1 นะคะ ก็จะนำโดยคุณหมอปฐวีที่คณะทันตะฯ เชียงใหม่เป็นผู้อบรมนะคะ แล้วก็จะมีการได้รับ CE-Credit จากราชวิทยาลัยทันตแพทย์แห่งประเทศไทยด้วยนะคะ อันนี้จะเป็นตัวอย่างการอบรมหลักสูตรที่ 2 นะคะ ก็จะอบรมเป็น 4 เรื่องย่อยที่โรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการน่ะค่ะ หลักสูตรย่อยแรกนี่จะเป็นเกี่ยวกับเรื่องการวางแผนการฝังรากฟันเทียมด้วย Dentii Pair นะคะ หลักสูตรที่ 2 จะเป็นการเรียนรู้ระบบการฝังรากฟันเทียมของไทย แล้วก็หลักสูตรที่ 3 นี้จะเป็นการถ่ายภาพในช่องปากด้วย Intraoral Scanner นะคะ แล้วก็หลักสูตรที่ 4 จะเป็นเกี่ยวกับการใส่ครอบฟันในช่องปากนะคะ อันนี้จะเป็นการอบรมหลักสูตรที่ 3 ซึ่งอบรมให้กับผู้ช่วยทันตแพทย์ ก็จะอบรมที่กรุงเทพฯ 1 วันนะคะ ปัจจุบันนี้อบรมไปแล้ว 2 ครั้ง ครั้งที่ 3 น่าจะเป็นอาทิตย์หน้าน่ะค่ะ ในส่วนของ Digital Dentistry Platform ในการฝังรากฟันเทียมนี่ อันนี้จะเป็นฝังรากฟันเทียมแบบครบวงจรทั้งหมดนะคะ ตั้งแต่การใส่รากฟันเทียม การถ่าย CT การทำ Intraoral Scaner แทนการพิมพ์ปาก และก็การใส่ครอบฟัน ใส่ Drill Guide แล้วก็ใส่ครอบฟันนะคะ ก็ใช้เวลาประมาณ 4-5 เดือน ทั้งหมด ปัจจุบันนี่สถานะนะคะ การทำ Intraoral Scanner นี่เป้าหมายนี่ 3,000 คือ เราเป้าหมายในการฝังรากฟันเทียมทั้งหมด 3,000 ราก นะคะ แล้วก็ 1 คนนี่สามารถใส่ได้ไม่เกิน 2 ราก เป็นรากเดี่ยวนะคะ ผู้ป่วยที่ถ่ายด้วย Intraoral Scanner นี่ก็น่าจะน้อยกว่า หรือเท่ากับ 3,000 รายนะคะ ปัจจุบันดำเนินการไปแล้ว 1,028 ราย ก็ประมาณ 34 เปอร์เซ็นต์ ส่วนการฝังรากฟันเทียมนี่ฝังไปแล้ว 265 ราก จาก 3,000 ราก ก็ประมาณ 9 เปอร์เซ็นต์นะคะ แล้วก็ส่วนการใส่ครอบฟันนี่ใส่ไป 9 ซี่ จาก 3,000 ซี่ ก็ดำเนินการแล้ว 0.3 เปอร์เซ็นต์นะคะ รูปนี้จะเป็นรูป Software Viewer ที่เป็น Cloud Based หรือ Ready View ที่นำเสนอก่อนหน้านี้นะคะ ก็ปัจจุบันนี้เราไปนำร่องใช้งานที่ 8 โรงพยาบาลด้วยกัน ก็เริ่มจากโรงพยาบาลบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร, โรงพยาบาลนครปฐม คณะทันตะฯ ที่เชียงใหม่, โรงพยาบาลเทพรัตนเวชชานุกูล ที่เชียงใหม่นะคะ, โรงพยาบาลนครพิงค์ จังหวัดเชียงใหม่, โรงพยาบาลบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี, โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา จังหวัดกาญจนบุรี แล้วก็ล่าสุดเพิ่งไปมาเมื่อวานที่โรงพยาบาลค่ายธนะรัชต์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์นะคะ ก็เดี๋ยวเราจะดูการใช้งานแล้วก็เก็บ Feedback มาปรับปรุงแล้วก็เดี๋ยวจะขยายผลต่อให้ครบ 50 โรงพยาบาลนะคะ ค่ะ อีกส่วนหนึ่งก็จะเป็นส่วน Cloud Based ตามที่นำเสนอไปครั้งที่แล้วนะคะ ก็ส่วนนี้ก็จะอยู่ระหว่างการที่เริ่มนัดกับโรงพยาบาลที่จะไปทดสอบค่ะ อาจจะเริ่มที่โรงพยาบาลบ้านแพ้วก่อนนะคะ อันนี้จะเป็นสถานะการใช้งบประมาณ ปัจจุบันงบประมาณที่ได้รับอนุมัติแล้วทั้งหมด 535 ล้านนะคะ ก็เหลืองวดสุดท้ายอีก 12 ล้านนะคะ ค่ะ แล้วก็จะขออนุมัติงวดสุดท้ายทั้งหมดนะคะ ขอบคุณค่ะ (ประธาน) เชิญเลยครับ ผมถามว่างานที่เหลือส่วนใหญ่ คือ จัด Training กับการจัดการเรื่องผู้ป่วยให้จบถูกไหมครับ เพราะว่ามันทยอยไปแล้ว 3,000 เคส มันได้เคสหมดแล้ว แต่ละเคสมันมีพัฒนาการการรักษาที่ต่างกันไป เพราะฉะนั้นถึงไปจบตรงนั้นถูกไหมครับ นี่คือ 3 งานหลักที่เหลือของโปรเจกต์นี้ (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) จะแบ่งเป็น 2 ส่วนค่ะ ส่วนที่การฝังรากฟันเทียมในผู้ป่วยจริง ๆ 3,000 รากค่ะ อีกส่วนหนึ่งก็จะเป็นระบบของ Digital Dentistry Platform นะคะ ซึ่งเราต้องไปติดตั้งแล้วก็อบรมทันตแพทย์ด้วยค่ะ ว่าจะใช้ระบบแพลตฟอร์ม (ประธาน) ก็คือมันมี Training 3 อัน ถ้าอย่างนั้นถูกไหมครับ 2 อันก็คือ เรื่องทันตแพทย์ อีกอันหนึ่งเป็นนักเทคนิคใช่ไหม แล้วอันที่ 3 ก็คือ การใช้ซอฟต์แวร์ที่เป็น Platform อันนั้นมันเรื่อง Training (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) ค่ะ (ประธาน) กับเรื่องการรักษาตามแผนให้ครบ 3,000 ราก ก็จะมี 4 งานที่เหลือทั้งโปรเจกต์นี้ ในโปรเจกต์นี้ส่วนที่เหลือทั้งหมด มันมีอะไรที่จ่ายไปตามเวลาไหมครับ เช่น ค่าจ้างคน พรุ่งนี้จ่ายตามเวลา มันมีอะไรแบบนั้นไหมครับ หรือมันจ่ายตามชิ้นงานแล้วเงินที่เหลือทั้งหมด 10 กว่าล้าน มีอะไรที่มันจ่ายตามเวลาไหมครับ คือ เวลายิ่งเยอะก็จ่ายยิ่งเยอะ (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) เวลายิ่งเยอะก็จ่ายยิ่งเยอะ (ประธาน) มีไหม คือ จ่ายตามเวลาน่ะ (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) น่าจะเป็นการอบรม (ประธาน) เพราะค่ารากฟันนี่มันจ่ายตามงานไม่ต้องกังวล (ศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช) อันนี้เข้าใจไอ้ 50 ตัว ก็จ่ายตามงานที่คิดคุณน่ะ (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) ใช่ค่ะ (ประธาน) มันมีอะไรที่จ่ายตามเวลาไหมครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) มันจะต้องมีในส่วนที่ในเรื่องของซอฟต์แวร์ที่เราไปลงแต่ละพื้นที่ด้วยน่ะค่ะ (ประธาน) แต่เราจ่ายเมื่อลงงานก็จ่ายเท่านั้นบาทใช่ไหม (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) ค่ะ (ประธาน) ไม่ได้บอกว่าลงเท่าไรไม่รู้ก็ยังจ่ายไปเรื่อย ๆ ใช้เวลา 5 ปี ก็จ่ายมากกว่า 3 ปี อะไรอย่างนั้นหรือเปล่า มีหรือเปล่า (ศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช) ผมเข้าใจว่าอย่างนี้นะ เดี๋ยวพวกนี้ต้องเขาเรียกผม คือ เข้าใจว่าถ้าเราปิด 50 เครื่องเสร็จนี่ 50 เครื่องนี่ สวทช. ก็จะจ่ายบริษัท แล้วการันตีเรื่อง Mentainance ไปอีก 5 ปี ถูกไหม (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) ใช่ค่ะ (ศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช) อยู่การันตีไปเลย อันนี้ขึ้นกับเวลา คือ มันจะได้ปิดเงิน แล้วก็ปิดโปรเจกต์ได้ ส่วนอีกเรื่องก็คือเป็นการทำรากฟัน ที่เข้าใจว่าอีกหน่วยหนึ่งทำเป็นบริษัท อีกบริษัทหนึ่งทำ รากฟันนี่มันมี 50 แห่ง และก็ 60 คนไข้ 60 คนต่อแห่ง มัน 3,000 ราก 3,000 คนหรือ 3,000 ราก (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) 3,000 รากค่ะ (ศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช) 3,000 ราก แล้ว 3,000 ราก นี่ เขาก็มีลำดับที่แนนพูดเมื่อกี้ มีถ่ายก่อนมีฝัง แล้วก็เอาไปทำครอบอะไรต่ออะไร ซึ่ง Percentage เขาก็ทำไปเรื่อย ๆ ว่า 1,000 คน แต่ว่าผมเช็กเขาแล้วที่พสุนี่เป็นประธานกำกับนั่งเงียบอยู่นี่ ยังอยู่ในเวลาไหมเขาบอกยังอยู่ในเวลา คือยังไม่เกินเวลาที่ตกลงไว้ ถ้าเกินก็จะโดนปรับ ยังอยู่ในเวลาใช่ไหมพสุ (ประธาน) ผมถามเพราะว่าเงินส่วนที่เหลืออีก 10 กว่าล้านนี่ ถ้ามีอะไรต้องจ่ายตามเวลา ผมบอกให้มันจบเร็วขึ้น เพราะฉะนั้นงานมันก็จะไม่มีอะไรแล้ว จบเร็วขึ้นแล้วก็จะ Save เงินกลับขึ้นมา ถ้ามีนะครับต้องเช็กตรงนั้น กลับอันที่ 2 โปรเจกต์นี้ มีอะไรที่กันเงินไว้สำหรับประกันหรืออะไรหรือเปล่าที่เราจะต้อง Take Care ไว้บางโปรเจกต์มันมีโดยเฉพาะโปรเจกต์แบบนี้ที่มันลงเยอะ ๆ บางทีเรากันเงินไว้ส่วนหนึ่ง เผื่อจะต้องซ่อมต้องแซมเป็นค่าประกันผู้ป่วยอะไรต่าง ๆ มีหรือไม่นะครับ ผมจะได้รู้ว่าตัวเงินนี่มัน Full Stop แล้วหรือยัง (ศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช) ประธานตรวจรับตอบ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ก็คือ ถ้าในกรณีรากฟันนี่ เรา Include ไปใน TOR แล้วครับอาจารย์ว่าถ้าเกิดมีชิ้นงานครอบฟันอะไรเสียหาย บริษัทเขาจะรับผิดชอนใน 1 ปีนี้นะครับ แล้วส่วนในตัวเครื่อง DentiiScan เองก็อยู่ใน TOR ที่จ้างเขาไปเหมือนกัน ก็คือ Waranty 5 ปี ก็ Include ไปอยู่แล้ว ก็คือเป็นความรับผิดชอบของบริษัทที่รับ TOR (ประธาน) Aspect ปกติครับ ผู้ป่วยใครรับผิดชอบที่ต้องรักษาต่อเนื่อง เหตุเกิดจากอะไรก็แล้วเแต่นี่ ตรงนี้ใครรับผิดชอบ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ที่จริงตอนนั้นเราก็คุยกัน เพราะอย่างไรทันตแพทย์ที่เป็นเจ้าของไข้เขาต้องรับผิดชอบแก้ไขให้จนเรียบร้อยครับ แต่ว่าในส่วนที่เป็นพวกเนื้องานต่าง ๆ อย่างสมมติเป็นชิ้นงานครอบฟันนี่ บริษัทก็จะ Support หรือถ้าเป็นรากฟันเทียมถ้ามันหลุดออกมาแล้ว ต้องใส่อันใหม่เข้าไป บริษัทรากฟันเทียมก็พร้อมจะ Support เหมือนกันครับ (ประธาน) สั่ง Cover หมดแล้ว แล้วก็จะไม่มี Extra Money หรือไม่มีเงินสำรองด้วย สมมติไม่มีเงินสำรองเพราะว่าทุกอย่างมัน Integrate ขึ้นไปหมดแล้วนะครับ (ศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช) คือไอ้รากฟันนี่ มันมีตั้งแต่บริษัทที่ทำรากฟันใช่ไหม ผมเข้าใจว่า พีดับบลิว พลัส คนที่รู้เรื่องดีนั่งอยู่โน้นแต่ไม่ค่อยตอบ กฤษณ์ไกรพ์ คือ พีดับบลิว พลัส นะครับ ที่ของคุณวินัยนะครับ แล้วคนที่คุมไอ้เรื่องอบรม Dentist นี่ ก็พวกทีมคุณหมอปฐวีใช่ไหมครับ ซึ่งก็มือดี แล้วผมก็ขึ้นไปดูบ่อย แล้วก็เวลาเกิดอะไรเขาก็รายงานผมเป็นระยะเหมือนกันว่า สมมติเกิดฝังครอบไม่ได้ เกิดอะไรขึ้น ก็เห็นเขาพูดคุยกันแล้วเขาก็แก้ได้ มุมไม่ได้บ้าง อะไรไม่ได้บ้าง ผมก็ซักไปซักมา ก็บอกตอนนี้แก้ได้แล้วอาจารย์ แล้วหมอปัฐวีก็ดูแลใกล้ชิด ให้เขารับผิดชอบ 2 ส่วน ส่วนหนึ่งคือเป็นเรื่องของ Technology ซึ่งบริษัทก็ดีอะไรก็ดี กับพวกเรารับผิดชอบ นั่นก็คือคุณหมอ ซึ่งคุณหมอปฐวีก็ช่วยคุมอยู่ So far ก็ So Good ไม่น่าจะเกิดอะไรขึ้น (ประธาน) เชิญท่านกรรมการครับ เชิญท่านประจักษ์วิชครับ (นพ.ประจักษ์วิช) ขออนุญาตครับ คือ ผมคิดว่าเป็นเรื่องของการพัฒนาอุตสาหกรรมนี่ก็น่าสนใจ ประเด็นผมที่อาจารย์ซักถามนี่ ผมเข้าใจว่ามันเป็นเรื่องของไอ้หลังจากนี้ไปนี่ เรื่องราคามันเป็นอย่างไร หมายถึงว่ามันจะมี Big Course, Break Event Course ตรงไหนอะไรอย่างนี้นะครับ ถ้ามีเก็บข้อมูลไประหว่างทางด้วยนี่ หมายถึงว่าผมไม่แน่ใจว่ามันเป็นของบริษัทหรือเป็นของอะไร แต่ว่ามันเป็นประสบการณ์ของเรา ในการที่มันจะต้องทำ มันจะเป็นประเด็นในเรื่องของการประกัน ประกันไปอีกนานแค่ไหน ตอนนี้อาจจะไม่รู้ว่ามันต้นทุนมันเท่าไร แต่ว่าการเก็บข้อมูลนี่เป็นเรื่องสำคัญ ผมคิดว่าหาคนมาช่วยหรือวิธีการในการที่จะดูว่าทางด้านของอุตสาหกรรมพวกนี้เขาจะทำกันอย่างไร น่าจะเป็นการเก็บข้อมูลที่ดีนะ อย่างเรื่องของการอบรมเรามี Initial อยู่ Initialize Technical ก็ตัดมันไปในเรื่องนี้ แต่ว่าบางส่วนนี่ ที่มันต้องเป็น Continuous แล้วมันต้องคิดเป็นทุนนี่ หรือว่าเป็นคิดค่า Maintenance นี่ ผมคิดว่าต้องเอาอันนี้เข้าไปเป็นประเด็นซึ่งน่าจะต้องเก็บข้อมูลไว้ด้วยนะครับ (ศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช) ที่เราคุยต่อนี่ก็คือว่า เรื่องของ สปสช. ที่ต้องเข้ามา กับเรื่องของไอ้กรมบัญชีกลาง ซึ่งเราได้เริ่มคุยบ้างแล้ว ประเด็นสำคัญที่อยากให้กรรมการเข้าใจก็คือ การที่เราพัฒนาอันนี้มาได้นี่ มันทำให้ไอ้ค่ารากฟันต่อซี่นี่มันลดลงมา แล้วเราจะคุมอยู่ที่ 25,000 ให้ได้ อันนี้ 25,000 ถ้า สปสช. ซึ่งคุณหมออรรถพรได้มาคุยกับเราบ้างแล้ว แล้วกรมบัญชีกลางก็คุยผ่านกรุงไทย ถ้าอันนี้รู้เรื่องนี่ ผมคิดว่าเราเข้าหลักชัย คือ ผมอยากจะให้มอง Big Picture มากกว่าที่จะมองแต่ละส่วน ซึ่งแต่ละส่วนนี่เราคุมอยู่หมด โจทย์มันก็คือว่าทำให้คนไทยที่ไม่มีโอกาสนี่ มีโอกาสได้ทำรากฟันที่สำคัญที่สุด แล้วก็มีคนจ่าย มีคนจ่ายตามกฎหมายทุกอย่าง แล้วก็มีผู้ที่เขาได้รับประโยชน์ที่ถูกต้อง ส่วนเรานี่เป็นตัวกลางที่ทำเทคโนโลยีกับแพลตฟอร์มให้มันเสถียรไว้ อันนี้ถ้าพวกเราช่วยกันนี่ เพราะฉะนั้นอันนี้ผมว่าเป็น Case Study ที่ดีที่จะต้องตามไปดูที่คุณหมอพูดเมื่อกี้ถูกต้องตามไปดู เพราะฉะนั้นผมกำลังเสนอ สวทช. ว่าหลังจากที่พ้นการตรวจรับอะไรนี่ ผมจะเสนอผู้อำนวยการว่าให้ ดร.โอ๋ นี่มาเป็นประธานติดตาม แล้วก็พอติดตามปุ๊บ ก็มารายงานชุดนี้ตลอด การติดตามที่ผมเรียนเมื่อกี้แล้วว่า 50 เครื่องนี่ มันมีคนใช้มากใช้น้อย แล้วเราก็ไปถามว่าทำไมคุณใช้มากคุณใช้น้อย เพราะอะไร แล้วที่สำคัญก็คือ ที่แนนเสนอเมื่อกี้เรื่องอบรมนี่สำคัญมาก เราจะต้องเอาเข้ามาอีกโปรเจกต์ คือ โปรเจกต์อบรมเพื่อจะอัปเกรดคุณหมอ ผมก็เพิ่งรู้ตอนหลังว่าคุณหมอฟันไม่ใช่ทุกคนจะฝังรากเป็น จะต้องเอาคุณหมอมาฝึกทำฝังรากฟันแล้วก็ให้มันเป็น Continuing Process ปีหนึ่งอาจจะสัก 2 ครั้ง แล้วก็เอาผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมารวมกัน ผมกำลังให้เขาเขียนโครงการเสนอนะครับ (ประธาน) ดร.ชัยครับ (ดร.ชัย) ผมคิดว่าส่วนอบรมนี่ นอกเหนือจากที่เราพูดถึงคลินิกหรือว่าโรงพยาบาลนี่ ไม่แน่ใจว่ามุมมองในการที่เอาเข้าไปสู่การเรียนการสอนในระดับที่เป็นนิสิตนักศึกษานี่ เคยคิดไปถึงตรงนั้น แล้วก็มี Process ที่จะเป็นไปได้แบบนั้นหรือเปล่า เพราะว่าเขาออกมาจากมหาวิทยาลัยปุ๊บนี่ เขาก็จะเริ่มติดกับไอ้ตัว Digital Dentistry Platform ของเรา มันก็จะเกิดการต่อเนื่องได้ครับ นี้เลยอยากจะสอบถามว่ามีมุมมองแบบนี้หรือเปล่า หรือมีแบบแผนไหม (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) คือถ้าเชียงใหม่น่าจะเป็นคือ ของคุณหมอปฐวีค่ะ ก็จะเป็นศูนย์รากเทียม ซึ่งจะมีนักศึกษา ป. โท อะไรที่แบบว่าเข้ามาอยู่กับคุณหมอก็ทุกคนนี่ก็จะใช้เป็น Digital Dentistry Platform หมด ซึ่งตรงนี้อาจจะต้องขยายผลออกเป็นของคณะทันตะฯ มากขึ้น ถ้าเชียงใหม่นะคะ แล้วก็ที่อื่นที่เรามีเครื่อง DentiiScan อยู่ ก็ที่มหาวิทยาลัยก็อาจจะขยายผลจากตรงนั้น แต่คงต้องคุยด้วยน่ะค่ะ เพราะว่าก็จะของทันตแพทย์ก็จะมีหลายค่ายเหมือนกันค่ะ [เสียงหัวเราะ] (ประธาน) ก็ใกล้ครับ มหิดลก็ใกล้ครับ เดินข้ามถนนไปก็เจอเลยครับทันตะฯ มหิดล ทันตะฯ รามา (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ครับเรื่องที่ท่านอาจารย์ไพรัชพูดถึง ในลักษณะของการที่เรามีสิ่งประดิษฐ์ที่เกิดขึ้นในเมืองไทยแล้วนี่ ในลักษณะภาพรวมนี่ มันมีผลกระทบ มันไม่ใช่เพียงแค่สินค้าที่เราผลิต แต่มันเป็นลักษณะของการที่ ที่เราใช้สินค้าที่ Import เข้ามาต้องปรับราคาเพราะว่า เขารู้ว่าเรามีของที่เราทำได้ ไม่อย่างนั้นการเซ็ต Pricing ของ Import ที่เราไม่มี Marketing Power นี่ มันจะขึ้นไปโดยที่เราคุมเขายากมากเลย อันนี้เป็นประโยชน์ที่ Indirect แล้วผมคิดว่าเป็นประโยชน์สูงสุดนะครับนะครับ ผมได้รับ Issue Mindset ผมถูกเปลี่ยนตั้งแต่ที่อาจารย์ไพรัชพูดถึงว่า เดิมให้ Dentistry Scan ที่เขาขาย 10 ล้าน พอเราเริ่มต้นนี่ปุ๊บ เขาลดลงมาเหลือนี่ 6 ล้าน คือเรายังไม่ทันขายเราได้กำไรแล้ว 4 ล้าน ซึ่งผมคิดว่า Mindset อันนี้นี่จะเป็นอันที่จำเป็นที่จะต้องปลูกฝังสำหรับคนที่เป็น Future Leader ที่จะมาร่วมกระบวนการแบบนี้นะครับ นั่นเป็นประเด็นที่ 1 ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง แล้วผมก็ Display Mindset แบบนี้จากท่านอาจารย์ไพรัชที่ถ่ายทอดผ่านผม ให้คนรุ่นใหม่ให้มองเห็นภาพ เพราะว่าส่วนใหญ่เขาก็จะมองเห็นภาพว่ามีความกังวลว่ากลัวจะขายไม่ได้ กลัวจะขายไม่ได้ แม้นขายไม่ได้เราก็ทำให้ราคาที่เขาขายอยู่มันลดลงมาอย่างมากนะครับ อันนั้นเป็น Indirect Effect ซึ่งมีคุณค่าอย่างมาก ผม Appreciate ประเด็นที่ 2 ที่ท่านอาจารย์ไพรัชพูดถึงเรื่องเกี่ยวกับ Training เป็นเรื่องสำคัญเพราะว่า Sergeon หรือว่าพวกที่เป็น Professional ที่เกี่ยวข้องกับเครื่องมือนี่ ประเด็นที่สำคัญก็คือ Confident ในการที่จะใช้เครื่องมือ แม้นว่าเครื่องมืออาจจะผลิตออกมาแล้วนี่ จะมีลักษณะการใกล้เคียงกันแต่ถ้าไม่เคยได้ใช้เลยนี่ ไม่เคยได้คุ้น ไม่เคยสัมผัส มันมีความไม่มั่นใจเกิดขึ้น ซึ่งตรงตำแหน่งนี้นี่ จะทำให้เขานี่จะชิดไปในลักษณะเครื่องมือที่เขาคุ้นกว่า เพราะฉะนั้น ในลักษณะนี้นี่ คนที่ยังเป็นผ้าขาวหรือว่าเป็นลักษณะของ New Sergeon นี่ ถ้าได้มีโอกาสสัมผัส แล้วก็มีความมุ่งมั่นในลักษณะที่จะช่วยประโยชน์ประเทศชาติ และให้เขาดูว่าเครื่องมือนี้มันไม่ได้ด้อยไปกว่าเครื่องมือที่เรา Import มา แต่ที่สำคัญก็คือ ได้มาเรียนรู้ได้มาสัมผัสแล้วก็มาปลูกฝัง Mindset นี่ ผทคิดว่า New Generation ของ Sergeon นี่ จะ Appreciate จำนวนหนึ่งนะครับอาจจะไม่ทั้งหมด แต่เราก็จะต้องมี Successor ต่อไปในอนาคต เพราะฉะนั้น Training ตรงนี้นี่มีความจำเป็น ประเด็นที่ 2 ของการ Training ที่จะเกิดประโยชน์ก็คือ คนที่ใช้ Model ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เขาจะพบปัญหาต่าง ๆ ในลักษณะ Requirement ของคนไข้ อย่างนู้นอย่างนี้นี่ครับ ในขณะที่ Diversity ของตัวผู้ป่วยมันมีความหลากหลายในขณะที่บางครั้งเราตอนใช้แล้วนี่ บางอันที่จำเป็นที่จะต้อง Improve Feedback เหล่านี้นี่จะเป็นประโยชน์ทำให้ Model รุ่นถัดไปดียิ่งขึ้น เพราะว่าสิ่งเหล่านี้มันเป็น Loop ของบริษัทเอกชนที่เขาทำพัฒนาเครื่องมือนี่เขาก็จะมา Approach แล้วก็จะจัด Workshop มี Training และก็ Feedback ในลักษณะของ Expert Committee ในลักษณะ ที่ว่าหลังจากใช้ไปแล้วมีปัญหาอะไรบ้าง แล้วลองปรับปรุงต่าง ๆ แล้ว Feedback กลับมา มันเป็น Improvement Cycle ซึ่งผมคิดว่าถ้าเราไม่ได้ทำตรงนี้ มันจะ Abroad ไป คือ มี Model 2, 3, 4 แล้วหยุดนี่ แล้วไม่มี Training ไม่มี Improvement มันก็จะจอดป้ายตรงตำแหน่ง Model สุดท้ายแล้วมันไปต่อไม่ได้ มันก็จะเกิดปัญหา มันไม่เป็น Living Model มันไม่สานต่อแล้วมันก็จะหยุดไป แล้วถ้าสมมติเราทำสำเร็จ ผมคิดว่าอันนี้เป็น Model ที่ Medical Innovation นี่จะใช้เป็นต้นแบบนะครับ ก็ขอกราบขอบคุณท่านอาจารย์ไพรัชที่ Tactic อันนี้ครับ ผม Appreciate มากครับ (ประธาน) เชิญเลยครับ มีความเห็นเพิ่มไหมครับ ผมก็ฝากเพิ่มเติมนะครับจริง ๆ แล้ว กลุ่มทันตกรรมมันก็มีอีกหลายตัวนะครับ เราคงต้องไปดูว่าตัวไหนที่มัน Critical แล้วสร้างมันขึ้นมานะครับ บริษัท พิกซาเมด น่าจะได้มีโอกาสคุยกับ ไทย เด็นทอล ด้วยนั่นคือหน้าที่เรา ไทย เด็นทอล ขายเก้าอี้ทำฟัน ถูกนำเข้าบัญชีนวัตกรรมแล้วก็ขายเก้าอี้ทำฟัน แต่พิกซาเมด ทำ CT Scan ที่เกี่ยวกับทันตกรรม แต่ผมไม่ทราบว่าเคยเจอกันไหม ก็น่าจะเจอกันแล้วจะได้คุยว่า มันมีอะไรที่มันเชื่อมโยงต่อเนื่องกันได้ไหม วิธีการทำตลาด ไทย เด็นทอล ทำอย่างไรอะไรอย่างนี้ หรือ 2 คน เขาอาจจะ Merge กัน คุยกันแลกเปลี่ยน ค่า Marketing อะไรกัน ผมว่าทำให้มันเกิด แล้วก็บริษัท พีดับบลิว พลัส อีก ก็ 3-4 บริษัท เขาควรจะต้องคุยกัน แล้วตกลง Bussiness อะไรบางอย่าง ทุนนิยมมันจะเกิดขึ้นโดยธรรมชาติ ของนักธุรกิจที่มานั่งคุยกันว่า มันจะแบ่งกันอย่างไร เพราะทุกคนอยู่ใน Bussiness เดียวกันแต่อยู่คนละ Product แต่มัน Complement กันมากเลยนะครับ ถ้าไปด้วยกันนี่นะครับ ผมว่า สวทช. มันต้องทำตัวเชื่อมแบบนี้อีก แล้วก็ Product อื่น ๆ มันก็จะวิ่งเข้าไปแล้วก็ทำให้ Ecosystem มันเกิดขึ้นทั้งระบบได้นะครับ ก็ฝากต่อผมเข้าใจว่ามีคนดูเรื่องดี ๆ บางอย่างใน A-MED อยู่ด้วยนะครับ ก็ฝากให้ในที่สุดก็นัด 3-4 คน เข้ามาคุยกันนะครับ เจอกันคุยกันแล้วก็แลกเปลี่ยนกันมันอาจะเกิดอะไรขึ้นมาบางอย่างสำหรับพวกเราด้วยนะครับ (ศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช) อันนี้ที่ผม Mention บ่อยว่า น่าเป็น Case Study แล้วลองศึกษาต่อนะครับว่า เมื่อกี้ที่ชัยถามนี่ เรามี Awareness นี่ตั้งแต่ต้น มันจะเอาเข้ามหาวิทยาลัยให้ได้ แต่เราต้องยอมรับความจริงว่า บางแห่งเขาเชื่อเรา บางแห่งเขาไม่ก็เชื่อเราในช่วงเริ่มต้น ไม่ใช่ทุกคนจะบอกว่าของ สวทช. ดีไปหมด บางคนก็เชื่อของนอก อันนี้เราก็ต้องทำใจ แต่ว่ามาถึงขั้นนี้ เราก็ผ่านไปเยอะมาก แล้วมันโชคดีที่แพลตฟอร์มอันนี้ เรามีคนไทยจะเรียกดวงจังหวะมันพอดี ไม่ว่าจะเป็นทีมเรา หมอปฐวี พีดับบลิว พลัส หลายคนนะ รวมทั้งทีมกฤษณ์ไกรพ์ที่ทำรากฟันมาแต่ต้น มันจังหวะมันดี อาจจะดวงหรืออะไร แต่ตอนนี้แพลตฟอร์มมันจะไปได้ แต่ที่ผมพยายามจะให้ Momentum มันเกิด ก็คือ ที่ผมเรียนเมื่อกี้ว่าเรื่องอบรมกับที่คุณหมอบรรจงพูดเมื่อกี้สำคัญ ใครที่เคยขับ TOYOTA ก็จะชอบ TOYOTA ไปตลอด ขี้เกียจเปลี่ยนยี่ห้อ ใครที่เคยทำข้อเข่ายี่ห้ออะไร ก็จะทำข้อเข่ายี่ห้อนั้น เพราะขี้เกียจเปลี่ยนทีม อย่างนั้นถ้าเรา ถ้า สวทช. ทำต่อซึ่งไม่ได้เสียหายอะไรนะครับ เราจะอบรมตลอดแล้วก็ทำตัวคล้าย ๆ ให้เขาใกล้ชิดกับเรา แล้วทำ... เพิ่มนัก Dentist ให้มากขึ้น ๆ มันเป็น Dentist อย่างเดียวไม่ได้ มันจะต้องมี Technician ทำฟัน ๆ โอ.เค. ครับ ผมคอมเมนต์แค่นี้ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ผมคิดว่าถ้าแบบนั้นนะครับ เราต้องเป็นอีก Step ต่อไปเลยครับ เป็น SE เลยครับ ก็คือลองชวนเครือข่าย จะเป็นของต่างประเทศหรือเราก็ได้ แล้วก็ตั้งบริษัท SE Social Enterprise ขึ้นมา เพราะจะให้พวกเราไปทำการตลาดคงลำบากนะครับ นักวิจัยครับ (ประธาน) นักวิจัยทำไม่ได้หรือ (ศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช) นักวิจัยนั่งอยู่ตรงนี้ ทำไปเท่าไรแล้ว (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) อย่างนี้ต้องหาทางทำอย่างไร ต้องมี Social Enterprise ระหว่างเรากับบริษัทที่เราเชื่อว่าเขาสามารถทำการตลาดได้ดีน่ะ ร่วมกับทางเราน่ะ ก็เป็น Social Enterprise มันก็สามารถที่จะมา Support นักวิจัยเดินหน้าได้ (ศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช) กำลังจะเกิดอาจารย์ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ถ้าแบบนี้จะดีมากเลย (ศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช) แล้วอาจารย์ต่อยมวยขึ้นมา ชักไต่อันดับคนก็ชักใส่ใจอาจารย์มากขึ้น ๆ ค่อย ๆ ไต่อันดับพอใส่ใจเดี๋ยวมันก็มาเอง (ประธาน) ผมคิดว่าให้เอกชน 3-4 รายเจอกันแล้วเขาจะเริ่มเกิดอะไรบางอย่าง Leverage อะไรบางอย่าง และผมคิดว่าไปถึงจุดหนึ่งมันอาจจะมีนักลงทุนนะครับ Integrate ทุกอย่างเข้ามาด้วยกัน เราก็จะ Take 3-4 บริษัทเข้ามาเป็นหนึ่งบริษัทหรือเปล่า อันนั้นคือสิ่งที่มันมีโอกาสเกิดขึ้นได้นะครับ ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละอัน ซื้อหมดเลยครับ 3 แพลตฟอร์ม เข้ามา Integrate ก็เป็นบริษัทใหญ่ขึ้นมาทันทีก็สายป่านยาวพอ ก็สามารถที่จะสู้ต่อได้ [เสียงหัวเราะ] (ประธาน) เขามีโอกาสนะครับ เพราะบริษัทพวกนี้ เงินจดทะเบียนนิดเดียว เขา Take ได้หมดเลย Take หมดเลย เอาหมดเลยแล้วก็ขึ้นไปได้เลย [เสียงหัวเราะ] (ประธาน) เชิญครับอาจารย์ครับ มหิดลซื้อไหมครับ [เสียงหัวเราะ] (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) มีประเด็นที่อาจจะเป็นเรื่องละเอียดอ่อนพูดนิดนะครับ คือ เรื่องเกี่ยวกับเครื่องมือที่ผมบอกว่า คนที่เป็น New Sergeon ที่เราจะ Develop ขึ้นมานี่ ส่วนใหญ่จะตาม Mentor ของเขา ซึ่งถ้าหากว่า Mentor บางคนบางคนนี่เป็น Star นี่ ก็จะมีสาวกเยอะมาก แล้ว Mentor ที่เป็น Star นี่ บางทีจะถูกซื้อโดยบางบริษัท ดังนั้น ตรงนี้นี่ถ้าเผื่อว่าถ้าจะทำนะก็ต้องคำนึงถึงว่าเราจะ Retain คนที่เป็น Star ในกลุ่มของเราได้อย่างไร หรือเราจะต้องดึง Star ของคนอื่นให้เขามีความรู้สึกว่า ร่วม Mindset ที่จะทำให้ประเทศอย่างไรที่จะทำให้คนที่เป็น Star พวกนี้จะเป็น Magnet ในการที่คนจะเดินตามนะครับ แล้วถ้าเขามีจิตใจที่มั่นคงนี่เขาจะไม่วอกแวก เพราะว่ามันจะมีแรงดูดจากภาคเอกชนที่จะทำให้เขาเปลี่ยนไปใช้เครื่องมืออื่นแล้วก็จะทำให้เครื่องมือที่เราผลิตนี่dHกลายเป็น Second Choice ไป ก็ฝากเป็นข้อคิดนะครับ อันนี้เป็นเรื่องที่มันมีวิธีการต่าง ๆ ที่ภาคเอกชนเขาดำเนินการทำให้ Star ของเราเปลี่ยนใจ (อาจารย์ วันทนีย์) ประธานคะ ก็คือ ประเด็นเพื่อพิจารณานะคะ คือ อนุมัติรายงานความก้าวหน้าที่รายงานไปนะคะ กับขออนุมัติสนับสนุนกรอบงบประมาณปีที่ 3 นะคะ จำนวน 12,290,000 บาทถ้วนค่ะ ต่อไปนะคะเป็นโครงการต่อเนื่องโครงการที่ 3 นะคะ โครงการระบบดิจิทัล เอ็กซ์เรย์บนคลาวด์ สำหรับ Platform Digital Orthopedics ค่ะ เชิญ ดร. อุดมชัย เตชะวิภูค่ะ (ดร.อุดมชัย) ครับ ก็อันนี้ก็เป็นรายงานเฉพาะถึงกรกฎาคม วันที่ 31 กรกฎาคมนะครับ อันนี้วัตถุประสงค์ก็คือจะทำเป็นระบบแพลตฟอร์มทางด้าน Orthopedics นะครับ เชื่อต่อข้อมูลคนไข้ การออกแบบ และการวินิจฉัยผ่านระบบคลาวด์นะครับ แล้วก็ในตัวเนื้องานนี่จะมีการพัฒนาต้นแบบ ทั้งทางด้านฮาร์ดแวร์ และก็ทางด้านซอฟต์แวร์อยู่หลายต้นแบบด้วยกัน ซึ่งตัวที่พวกเราพัฒนานี้จะเป็นตัว Digital X-Ray ทั้งหมดนะครับ อันนี้เป็นผลการดำเนินงานที่ผ่านมาถึงวันที่ 31 กรกฎาคมนะครับ ก็การพัฒนาตัว Digital X-Ray ที่เป็นระบบเคลื่อนที่ได้นี่ ก็ได้พัฒนามาจนได้มาเป็นต้นแบบ กำลังจะเอาไปทดสอบทางคลินิกนะครับ ในวันที่ 31 กรกฎาคมนั้น ตอนนั้นยังทำแก้ไขเอกสารทางด้านคลินิก Ethics ของทางด้านคลินิกอยู่ก็ แต่ว่าในปัจจุบันก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็เอาเริ่มเก็บข้อมูลทางด้านอาสาสมัครนะครับ และก็มีการจัดทำ ISO ซึ่งทางบริษัท TÜV SÜD ประเทศ ก็เข้ามา Audit แล้วนะครับ ก็มีต้องมีการแก้ไข 2-3 ข้อ แล้วก็ได้ส่งการแก้ไขไปเรียบร้อยแล้ว ก็กำลังรออยู่ว่าเขาจะอนุมัติให้ทาง Certificate เมื่อไรนะครับ อันนี้จะเป็นตัว Mobile แต่ว่าเราจะเพิ่มตัวซอฟต์แวร์การควบคุมเครื่องเข้าไปด้วย ซึ่งการทำ Clinical Test นี่เราแต่ก่อนเราคิดว่าจะแยกกันทำ แต่สุดท้ายเราก็ทำรวมกันไปเลยนะครับ คือ ทั้งตัวฮาร์ดแวร์และก็ตัวซอฟต์แวร์ด้วย อันนี้เดี๋ยวจะมีการขอปรับแผนโครงการเพิ่มเติม เพราะฉะนั้นตรงเรื่อง Ceiling Type ที่เป็น Digital X-ray ที่ติดเพดานนี่ เราเดี๋ยวจะขอกล่าวถึงตอนท้ายนะครับ มีการแก้ไขขอปรับแผนโครงการอันนี้ด้วยครับ คือ ตอนแรกวางแผนไว้ว่าจะทำ Ceiling Type ที่ใช้ซอฟต์แวร์ของที่มีอยู่ในตลาด และก็จะทำ Ceiling Type ที่ใช้ซอฟต์แวร์ของเราเอง แต่อันนี้เดี๋ยวเราขอปรับโครงการนิดหนึ่งนะครับ ส่วนพัฒนาส่วนสุดท้ายนี่จะเป็นเกี่ยวกับ Cloud Base Digital Orthopedics Platform Software ก็ต้องมีการพัฒนาทางด้าน User Interface ทางด้าน อันนี้ที่จริงทาง ดร.โป้งน่าจะสามาถรอธิบายได้ดีกว่านะครับ ก็ในวันที่ 31 กรกฎาคม ก็ได้อาจจะ Late กว่าแผนงานนิดหนึ่งนะครับ ส่วนอันนี้เราจะแบ่งเป็น 2 Phase นะครับ การพัฒนาซอฟต์แวร์ทางด้าน Digital Orthopedics Platform นี่ ในข้อ 1-3 นี่จะพยายามใช้ระบบที่เขามีอยู่ในท้องตลาด แล้วก็เอามารวม ๆ กัน เพื่อพัฒนาให้สามารถใช้งานได้อย่างรวดเร็ว ส่วนอันที่ 2 นี่ จะเป็นการที่จะพัฒนา Module เหล่านั้น เพื่อใช้งานเองนะครับ อันนี้ก็เป็นรายงานผลแต่ละโมดูล ที่วางแผนไว้นะครับ รายงานเรื่องงบประมาณในงวดที่ 1 งวดที่ 2 รู้สึกจะ Release ไป 11 ล้านนะครับ แล้วก็ใช้ไป 7-8 ล้านประมาณนั้นนะครับ ก็สัดส่วนก็เป็น 74 เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าถ้าเป็น 43 นี้มาจาก ผมจำไม่ค่อยได้แล้ว อ๋อ ถ้ารวมงวดที่ 3 ด้วยครับ (ประธาน) 23 จาก 20 ล้าน (ดร.อุดมชัย) ใช่ครับ (ประธาน) เป็น 14 จาก 11.2 ล้าน (ดร.อุดมชัย) ใช่ครับ ๆ ครับผม แล้วก็อันนี้จะเป็นขอปรับแผนงบประมาณที่บอกไว้นะครับ ก็คือ แต่ก่อนนี้เราจะทำตัว Ceiling Type อยู่ทั้งหมด 2 ตัว เราเห็นว่าถ้าเราเอาตัวหนึ่งออกไปนี่ แล้วเราเอาไปทำเป็นตัว Chest Checkup ซึ่งในท้องตลาด เราก็เห็นว่ามันมีคนใช้อยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว เรื่อง Chest Checkup นี่ อย่างตัวที่ธรรมศาสตร์ที่เราเคยเอาไปติดไว้ อย่างตัว U-Arm นี่ ก็เขาจะใช้คุณสมบัติอย่างเดียวของตัว U-Arm เลย ก็คือการใช้ในการ Scan ปอดอย่างเดียวเลย ในการ Check Up แล้วก็เพราะฉะนั้นนี่เราก็เลยพัฒนาอีก Module หนึ่ง ซึ่งเป็นแค่มีเราเรียกชื่อเล่นมันว่าสองเสานะครับ ก็จะมีตัว Detecter อยู่เสาหนึ่ง แล้วก็ตัวเอ็กซ์เรย์อยู่อีกเสาหนึ่ง แล้วก็งานที่มันจะทำได้ก็คือจะถ่ายภาพปอดเป็นหลัก ซึ่งตัวนี้เราสามารถเอาไป Replace ตัวที่อยู่ที่ธรรมศาสตร์ได้นะครับ แล้วก็ในการใช้งานของเขาค่อนข้างจะใช้งานเยอะครับวันหนึ่งก็ 15-20 เคสก็เลยเห็นว่าเป็นแนวทางที่ดี ถ้าเกิดเราพัฒนาตัวนี้ขึ้นมาแล้วก็สามารถเอาไปวางตามศูนย์ที่มีการ Check Up ได้นี่ เราก็จะสามารถขยายตัวชิ้นงานนี้ให้มีคนใช้งานได้เยอะขึ้นครับ ส่วนการที่เราจะปรับแผนนี่ก็จะมีอยู่ทั้งหมด 4 หัวข้อนะครับ ก็คือ จะปรับแผนบุคคลากรซึ่งก็จะมีการโยกย้ายครับ มีเข้ามีออกก็คือ มีบางท่านลาเรียนแล้วก็จะมีพนักงานใหม่เพิ่มขึ้นมา ก็จาก 12 ก็เป็น 17 ท่านนะครับ ส่วนอันที่ 2 นี่จะเป็นอันที่บอกครับว่าตัว Ceiling Type นี่หน้าตาก็จะเหมือนกับตัวที่อยู่ข้างซ้ายนะครับ ก็จะมีหัวเอ็กซ์เรย์นี่ติดอยู่บนเพดานแล้วก็มีเตียงสำหรับคนไข้ แล้วก็จะมีฉากเอ็กซ์เรย์ที่ติดอยู่กับที่ผนังอีกข้างหนึ่ง ส่วนตัว 2 เสาที่เราเรียกชื่อเล่นนี่ครับ มันเป็น Chest Check Up ก็จะมี 2 เสาแล้วก็ตัวเอ็กซ์เรย์กับตัวฉาก Detector นะครับจากเดิมจะพัฒนา Ceiling Type 2 เครื่อง ก็จะเป็นเหลือ Ceiling Type เครื่องเดียว แล้วก็อีกเครื่องหนึ่งนี่ งบประมาณในการทำ Ceiling Type ตัวนั้นก็จะเอาไปทำตัว Chest Check Up แทนนะครับ แผนเปลี่ยนแปลงเรื่องผลผลิตก็คือ แต่เดิมนี่เราจะมีตัวต้นแบบทั้งทางด้านซอฟต์แวร์แล้วก็ทางด้านฮาร์ดแวร์นี่ทั้งหมด 6 ตัว เราก็จะเพิ่มขึ้นมาเป็นตัวฮาร์ดแวร์สำหรับตัว Chest Check Up อีกหนึ่งตัวก็รวบรวมเป็น 7 ตัวนะครับ ส่วนงวดที่มีการส่งของตัว Ceiling Type เราก็จะเขยิบออกไปประมาณ 6 เดือนครับ อันนี้ก็จะเป็นแผนโดยละเอียดแต่คงมองไม่เห็นนะครับ ตัวเล็กมากครับ ก็ผ่านนะครับ แล้วก็สุดท้ายนี่ก็สรุปก็คือ เราการปรับแผนครั้งนี้ก็ไม่มีผลกระทบต่อระยะเวลาในการดำเนินโครงการก็ยังเป็น 3 ปีครึ่งเหมือนเดิม จำนวนงบประมาณก็ยังใช้เท่าเดิมครับ ถ้าจะดูความก้าวหน้าถึง 4 กุมภาพันธ์นี้ก็จะโชว์ให้ดูนะครับ ก็อย่างตัว Mobile นี่เราได้นำไปทดสอบทางคลินิกกับที่ธรรมศาสตร์นะครับ ก็น่าจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 24 มกราคม แล้วก็ตอนนี้ก็น่าจะเก็บไปได้ประมาณ 30 เคส จาก 100 เคสที่เราต้องการนะครับ แล้วก็ตัว ISO นี่ก็ที่รายงานไปแล้วครับว่าเราได้รับการ Audit จาก TÜV SÜD ประเทศไทยแล้ว แล้วก็มีการดำเนินการแก้ไขเรื่องพวก Car ที่เขาให้มาเรียบร้อยแล้วนะครับ ส่วนทางด้านการทดสอบอันนี้คือ ตอนแรกนี่เรากะว่าจะเป็นฮาร์ดแวร์กับซอฟต์แวร์แยกกันทดสอบ แต่สุดท้ายเราเอามารวมเป็นทดสอบด้วยกันเลยครับ ส่วนตัวที่เป็น Chest Checkup ที่ขอปรับโครงการเพื่อมาทำเพิ่มนี่มันก็เริ่มดำเนินการไปบ้างแล้วครับผม ตามเปอร์เซ็นต์ตามที่เห็นนี่นะครับ อันนี้ก็ตัว Ceiling Type ก็มีการได้ลองออกไปดู Ceiling Type ของที่ต่าง ๆ ครับ อันนี้เป็น Web Platform ทาง Cloud Base นะครับ (ประธาน) เชิญเลยครับ เชิญท่านกรรมการเลยครับ คำถามเดียวกันครับ Critical Point ของโปรเจกต์นี่ผ่านไปแล้วถูกไหมครับ (ดร.อุดมชัย) ครับ (ประธาน) เพราะคุณ Assembly ตัว Prototype แล้ว (ดร.อุดมชัย) ตัวทั้ง 2 ตัวครับ ใช่ครับก็คือ หมายถึงตัวซอฟต์แวร์และก็ตัวฮาร์ดแวร์ครับผม (ประธาน) ตอนนี้ คือมันเข้าระบบไป Test ถ้าผ่านก็กลับ ถ้าไม่ผ่านนี่ก็กลับมาแก้ Bug แก้อะไรก็แล้วแต่ว่าอะไรที่เกิดขึ้น (ดร.อุดมชัย) ครับตัว Mobile นี่ เราก็เหมือนกันก็คือต้องไปผ่านทางด้านกรมวิทย์ฯ แล้วก็ทาง PTEC เพื่อให้เขาทดสอบระบบว่ามันสามารถมีความปลอดภัย แล้วก็สามารถใช้งานได้ครับ (ประธาน) ครับแต่ฟังก์ชันทุกอย่างตอนนี้มันทำงานได้ตามเป้า (ดร.อุดมชัย) หลังจากรอที่ธรรมศาสตร์เขา Evaluation นี่อาจจะต้องมีการกลับมาปรับอะไรบางอย่างให้เหมาะสมกับสถานที่ด้วยครับ (ประธาน) ครับ คำถามต่อครับว่า ตัว Ceiling Type ที่เดิมทำไว้ 2 ตัว (ดร.อุดมชัย) ครับ (ประธาน) มันต้องมีเป้าหมายแน่ ๆ (ดร.อุดมชัย) ครับ (ประธาน) พอเหลือตัวเดียวเป้าหมายนั้นยัง Achieve ได้หรือเปล่า (ดร.อุดมชัย) เหลือตัวเดียว (ประธาน) มันทำ 2 ตัว มันต้องมีเหตุผลน่ะ ที่คุณทำ 2 ตัว ถูกไหมครับ คุณจะไปทดสอบจะไปทดลองอะไร พอเหลือตัวเดียว มันยังตอบโจทย์นั้นได้หรือไม่ (ดร.อุดมชัย) จริง ๆ Ceiling Type นี่ ก็ยังสามารถทดสอบได้ครับอาจารย์ แต่ว่า อาจจะมี เราอาจจะต้องมีอุปกรณ์สำรองไว้น่ะครับ เพราะว่าการมี 2 ตัว นี่มันดีตรงที่ตัวหนึ่งเสีย สามารถเอาตัวหนึ่งไป Replace ได้ด้วยอะไรอย่างนี้ครับ ก็ถ้าทำตัวเดียวก็อาจจะมีเรื่องตัวอุปกรณ์ที่ต้องมีสำรองไว้บางส่วนครับ (ประธาน) แสดงว่าตอนนี้มันใจแล้วว่าไม่เสียแล้วใช่ไหมก็เลยคราวนี้จะทำตัวเดียว (ดร.อุดมชัย) จริง ๆ จะบอกว่าในงบประมาณ (ประธาน) ตรงนั้นมันหายไปน่ะ (ดร.อุดมชัย) ใช่ ในงบประมาณที่เราเสนอไปตั้งแต่ต้นเรามีการสำรองไว้บางส่วนแล้วครับ เพราะฉะนั้นก็คงไม่มีผลกระทบครับ (ประธาน) วันหลังเราจะได้ตัดงบสำรองออก [เสียงหัวเราะ] (ประธาน) ตกลง 2 ตัว จริง ๆ แล้วมันทำหน้าที่ ตัวเดียวก็ทำหน้าที่มันได้ ตัวที่ 2 ทำขึ้นมาเพื่อเป็นอะไหล่อะไรบางอย่างในการสำรอง ความหมายคืออย่างนั้น (ดร.อุดมชัย) แล้วมันสามารถ Test ได้ 2 ที่พร้อม ๆ กันด้วยครับอาจารย์ ถ้าเราทำตัวเดียวก็ Test ได้ทีละที่ครับอาจารย์ (ประธาน) แต่สมมติตัวเดียวตอนนี้คุณก็ยังใช้เวลาเท่าเดิมไง (ดร.อุดมชัย) ครับ (ประธาน) 2 ตัวก็ 3 ปี ตัวเดียวก็ 3 ปี ก็แสดงว่าเราให้ตัวเดียวก็พอวันหลัง ก็เข้าใจความหมายผมใช่ไหม ผมพยายามจะให้เขาใจนะว่า Logic ตอนคิดนี่มันคิดอย่างไร แล้วมันเปลี่ยนมันเปลี่ยนไปอย่างไรแล้วมันกระทบอะไรกับอะไรบ้าง (ดร.อุดมชัย) อย่างตอนนี้ที่ตัวทำที่ตัว Mobile นะครับก็จะมีเรื่อง 2 ตัวนี้มันจะมีประโยชน์มากเลยครับ คือ บางทีตัวหนึ่งมันเสียไปเราสามารถเอาอีกตัวหนึ่งมา Test ได้ ว่ามันเสียเพราะอะไรนะครับ (ประธาน) แต่ตอนนี้เราไม่เอาประโยชน์นั้นแล้ว (ดร.อุดมชัย) ถ้ามีตัวเดียวมันจะลำบากนิดหนึ่งนะครับ ใช่ ๆ ครับ [เสียงหัวเราะ] (ศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช) คือ ประเด็นมันอยู่อย่างนี้ว่า ตอนที่เราเริ่มโปรเจกต์นี่ เราก็พูดว่าจะทำทั้ง Mobile ทำทั้ง Ceiling นักวิจัยก็วาดภาพไว้หมด แต่พอทำไปแล้วนี่เหตุการณ์มันเปลี่ยน เหตุการณ์ที่เปลี่ยนนี่ ที่สำคัญมากที่ผมมองก็คือว่า ที่จริง คีย์ของโปรเจกต์นี่ อยู่ที่เขาเรียก Digital Image Processing นักวิจัยไม่ว่าจะแนน อุดมชัย นี่เก่งเรื่อง Image Processing ถ้าเราทำ Image Processing ทางหมอไม่ได้นะ Forget it ไม่ต้องไปทำอะไรต่อ ตอนนี้ ตอนเราทำ Image ได้นี่ พอทำได้ปุ๊บ สิ่งที่ผมบอกคุณจะต้องทำให้ได้ก็คือ 1. คุณต้อง Test Accuracy ให้ได้ โดยใช้ Phantom เขาก็จะเทสให้ผมตามขั้นตอนนะครับ อันถัดมาผมก็จะถามว่า ถ้าภาพคุณได้แล้ว คุณไปให้หมอดูหรือยังว่า หมอเขาชอบหรือไม่ชอบของคุณ หมอก็จะทำ Test ของเรานี่เทียบกับของเมืองนอกจะเรียกว่า Blind Test ก็ได้ จนหมอเขา Happy ว่าของเรากับของนอกนี่ Happy โดยเฉพาะหมออุทัยรัตน์ ที่อยู่ธรรมศาสตร์นี่ท่าน Critical มาก พอท่าน Accept ได้ปุ๊บ เราก็เอาไปตั้งให้ท่านใช้ เวลาท่านไปใช้ท่านก็ทำ Clinical ด้วยอะไรด้วย แล้วท่านก็ใช้ของท่านไป คุณหมอนี่ต้องคบกับท่านให้ดีนะ หมอนั่งอยู่นี่หลายคนนะครับ คุณหมอนี่ท่านจะคมมาก แล้วก็ท่านจะบอกว่าอันนี้ดี อันนั้นไม่ดี เราต้องยอมฟังคุณหมอ จนกระทั่งหมอบอกอันนี้เอามาได้เลย เพราะฉะนั้นไอ้ตัวฉายหน้าอกนี่ ไอ้ตัว 2 เสานี่ เราก็เลยดัดแปลงไปใช้ ตอนนี้ใช้ที่ธรรมศาสตร์ไปแล้ว ผมว่า 500 เคสแล้วนะขึ้นไปถึง คุณหมออุทัยรัตน์ Happy มาก ไม่มี Comment อะไรเลย แล้วเมื่อวันก่อนมีใครไปดูบอกว่า ผมไปแอบดูแล้วคุณก็แฮปปี้ ตอนนี้เรากำลังเจรจาจะเอาไปที่เชียงใหม่อีกตัว ไอ้ตัวนี้ Critical มาก คือถ้าไปใช้แล้วนี่ คือมันไม่ใช่ว่าอยู่ดี ๆ เขามาใช้ของเรา เขาใช้ของคนอื่นอยู่ด้วยนะ เขาใช้คนอื่นอยู่ด้วยแล้ว แล้วหันมาใช้ของเรา อันนี้ก็ตอบว่า 1. 2 เสานี่ไปได้นะครับ ส่วนที่ Ceiling Type นี่ ที่เราประสบปัญหาอยู่บ้างก็คือว่า ที่ผมเรียนเรา 2 คนนี่เก่ง Software Signal Processing แต่ว่าพอ Mechanic ปุ๊บแล้วมึนเลยไม่รู้จะทำอย่างไร ตอนนี้เราโชคดีที่เรากำลังจะได้ติดต่อ ดร. โอ๋ ไว้ให้ช่วยหน่อย ก็คือจะเอาสุทัศน์ ดร. สุทัศน์ ซึ่งเพิ่งเกษียณจาก NECTEC นี่ แล้วทำรถไฟฟ้า ผมคุย 2 รอบนะ ผม Test โหงวเฮ้งแล้วว่าทำได้นะครับ ก็เลยบอกว่าจะจ้างกลับเข้ามาใหม่ เขาก็จะทำไอ้ Ceiling Type นี่ มัน Robotic น่ะ มัน Tracking Automated ไปเลย เวลา ผพว. กดปุ๊บเรา… จะไปว่ายที่ตรงไหนมันก็วิ่งไปเลย อย่างนั้นกลายเป็นเรื่อง Automation แต่ผมเชื่อว่าตอนนี้ Ceiling Type จะไปได้ แต่โจทย์ Ceiling Type เราจะอยู่ตรงนี้ เราจะไปทดลองที่ไหน นี่ก็สำคัญ เราจะไปติดที่ไหนยังไม่รู้ แต่ผมว่าไปได้ เพราะว่าสาเหตุที่ผมบอกไปได้เพราะ 1. Software มันตัวเดียวกัน Test มาแล้วด้วยกันหมดนะ ผมว่าโปรเจกต์นี้ไปได้ แต่จะไปเหนื่อยตอน Marketing ที่จะต้องสู้กับต่างชาติ (ประธาน) ดูคือ หัวใจอยู่ที่ Image Processing ซึ่งผ่านแน่นอน ปัญหามันคือเรื่อง In Clearing แล้ว ใช่ไหมครับ เพราะว่ามันขึ้นกับ Source กับ Detector ถ้ามันไม่ Stable เมื่อไหร่ ต่อให้มี Image Processing คุณดีขนาดไหนมันก็จะเกิดปัญหาถูกไหม ที่อาจารย์พูดถึงเรื่องทำไมต้อง 2 ขา ทำไมต้อง Ceiling แล้วมันวิ่งไปเสร็จแล้ว ตำแหน่งไม่ได้ สั่น ไหว อะไรก็เหมือนกับกล้องน่ะ กล้องดีแต่ว่า Engineering ใช้ไม่ได้ Engineering ใช้ไม่ได้มันก็ถ่ายภาพไม่ได้ ผมเข้าใจว่าอย่างนั้น แต่ผมยังหาคำตอบไม่เจอ ว่าทำไมต้องทำ 2 ตัวตอนแรก แล้วตอนหลังตัวเดียวได้อะไรอย่างนี้ (ศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช) ผมว่าตอนแรกนักวิจัยก็มั่ว ๆ เหมือนกัน [เสียงหัวเราะ] (ศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช) อาจต้องปรับหรือยอดไม่ได้ก็ไม่รู้ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) วันหลัง… ผมว่า 2 ตัวไม่เอา เราจะให้ตัวเดียวนี่ล่ะ (ศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช) เขามี Imagination ว่าอันนี้ผมก็ทำได้ อันนี้ก็ผมก็ได้ พอลงไปว่ายน้ำแล้วอันนี้รู้สึกสำลัก ถอยไปเลย อันนี้ก็ต้องยอม (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) ขออนุญาตนิดหนึ่งค่ะ คือที่เอา 2 ตัว เพราะว่าจะได้สามารถ Test 2 ที่ ถ้า Test ที่เดียว คือเรากะว่าเราจะทำ Clinical Test เสร็จ ก็ให้เขาใช้ต่อเลยน่ะค่ะ ก็ถ้าที่เดียวมันก็จะแบบว่าเหมือน Bias อยู่ที่เดียวน่ะค่ะ แล้วงบเราก็มีจำกัด เราจะเกิน 2 ตัว มันก็เพิ่มงบไปเรื่อย ๆ ค่ะ (ประธาน) เหตุผลนั้นทั้งหมดก็จะหายไปแล้ว เพราะคุณเหลือตัวเดียว (ศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช) เหลือตัวเดียวไว้ใช้อะไร (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) นอกจาก ผพว. จะเพิ่มงบให้ก็ได้ค่ะ (ประธาน) แต่ของผมมีแค่นั่นเองว่า เหตุที่เราตั้ง 2 ตัวคืออะไร และทำเหลือตัวเดียว เราหายอะไรไป สิ่งที่หายคุ้มกับที่เราจะทำตัวที่เป็น Standing 2 ขา หรือไม่ นั่นเป็นสิ่งที่กรรมการต้องพิจารณาไง ถูกไหม (ศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช) ผมคิดว่าอย่างนี้ เพราะว่าไอ้ซอฟต์แวร์นี่มันตัวเดียวกัน มัน Prove แล้วว่า Quality ของภาพใช้ได้ ถ้าเราไปทำ Ceiling Type โดยทำ Mechanic ได้ ที่เหลือมันก็ได้ (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) ต้องบอกว่าตัว 2 เสานี่ มันเข้ามาโดยที่แบบว่า เราไม่ได้อยู่ในแผนแต่แรกค่ะ (ศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช) ไม่ได้ Extract (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) เพราะมีเครื่อง X-ray ที่ถ่าย Chest อยู่ที่ธรรมศาสตร์ ต้องยอมรับว่าเครื่องนั้นน่ะใช้งานไม่ โอ.เค. เลย เป็นเครื่องแรกที่เราทำแล้วมันมีปัญหา แล้วมันกำลังจะหมดสัญญาค่ะ ก็เลยคิดว่า อย่างนั้นเราอยากจะจองพื้นที่ที่ธรรมศาสตร์ไว้อยู่ เราก็เลยเอา 2 เสา เพราะว่าเขาถ่ายเฉพาะ Chest น่ะค่ะ ก็เอาอะไรที่ง่ายที่สุด แล้วก็ไปตั้ง เราก็แก้ซอฟต์แวร์ เปลี่ยน Detector เปลี่ยน X-ray ใหม่ให้เขา ซึ่งตอนนี้เขาแฮปปี้ก็ โอ.เค. น่ะค่ะ ก็ปรับแผนเท่านั้นค่ะ (ประธาน) ผมพยายามให้เห็น Logic แค่นั้นเองใช่หรือเปล่า ใช่ไหม Logic ของการเปลี่ยนแปลง แล้วกรรมการก็ต้องพิจารณาประกอบกันฉันฉินนะ (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) ขออนุญาตนะคะ เห็นในแผนงานส่วนหนึ่งเขียนว่า เพิ่มความปลอดภัยให้กับการบริหารจัดการ ดำเนินงานไปแล้ว 30 เปอร์เซ็นต์ ก็เลยอยากจะทำความเข้าใจว่า Activity จริง ๆ คืออะไรในส่วนนี้น่ะค่ะ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) เพิ่มความปลอดภัยนี่อยู่ในส่วนที่เป็นคลาวด์น่ะครับ ซึ่งมันจะมีกิจกรรมอยู่ 2 ส่วนนะครับ 1. ก็คือพัฒนาตัว Software ขึ้นบนคลาวด์ พอพัฒนาเสร็จแล้วนี่ มันจะต้องมีการสแกน Security ว่ามันจะไม่โดนเจาะได้ มันจะไม่โดนแฮ็กเข้ามานะครับ ตอนนี้เราอยู่ในส่วนที่เป็นวางโครงสร้าง เราไปใช้คลาวด์ของ INET ที่ได้ Health Care ISO ก็คือตัวโครงสร้างเองนี่ มีการป้องกันระดับหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าซอฟต์แวร์นี่เขียนไม่ดี มัน Injection เข้ามาได้ มันก็จะโดนเจาะทางหน้าบ้านครับ ที่มันเป็น 30 เปอร์เซ็นต์ นี่เป็นเพราะว่าไอ้ตัวที่เราพัฒนาซอฟต์แวร์ตรงนี้น่ะครับ มันยังไม่แล้วเสร็จ มันเสร็จอยู่ประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ครับ มันก็เลย Test Security ได้เฉพาะโครงสร้างบางส่วน ก็เลยเหลือแค่ 30 เปอร์เซ็นต์ครับ (ประธาน) Cyber Security ใช่ไหมครับ (นพ. ประจักษ์วิช) ท่านครับ คือ ก็อยากใช้เร็ว ๆ นะครับ ทีนี้เห็นมีคนเพิ่ม เดี๋ยวผมถามแบบนั่นเลยนะครับ มันจะเสร็จเร็วขึ้นไหม อันที่ 2 คือ รู้สึกว่าคนก็มีต้นทุน แต่ว่าอันนี้ก็แสดงว่าตอนคิดแผนงบประมาณตนทุนของคนไม่ได้ใส่ลงไป เพราะว่าขอเพิ่มคนมันไม่เพิ่มต้นทุน ก็อันนี้เข้าใจถูกใช่ไหมครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) เรียนอย่างนี้นะคะ ตัวต้นทุนของนักวิจัยไม่ได้ปรากฏอยู่ในขอเสนอโครงการค่ะ (ศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช) เห็นด้วยกับท่านประธานนะว่าทำช้านี่ต้นทุนเราเกิด แต่นักวิจัยนี่บางทีก็เห็นใจ ผมก็โทร. หาพวกนี้แทบทุกวันเลยนะนี่ อุดมชัย แนน นี่ โทร.ทุกวันเลย แต่ผมเห็นใจเหมือนกันว่าของบางอย่างมันเร็วไม่ได้ มันจะต้อง Test โน่น Test นี่ แต่ว่าโดยหลักมันเป็นอย่างนี้ครับท่านคุณหมอ คือ การวิจัย สวทช. นี่ ต้องถือว่าเป็นต้นทุนของประเทศ แล้วเวลาเราปล่อยออกไปนี่ ปล่อย IP ออกไปนี่ แล้วพวกเรานี่เป็นต้นทุนของ SMEs ยักษ์ใหญ่ค่อย ๆ ผมว่าอาจจะมีแต่เฉย ๆ แล้วถ้า SMEs ของเราโตแล้วขายได้ รัฐเก็บภาษีได้ แล้วก็อย่าง DentiiScan เรานี่ มีผู้ใช้เหมือนแนนพูดเมื่อกี้ว่า 4,000 จริง ๆ มัน 5,000 นะ ผมว่าทั้งหมดนี่ ถ้าเราเอา User ที่ใช้ทั้งหมด แล้วเรา Train คุณหมอทั้งหมดอะไรหมด ไอ้ Return นี่มันสูงมาก แต่ผมเห็นด้วยว่าไอ้ Time Delay นี่ ก็ไม่ทันใจผม คือ Time to Market นี่เราเหนื่อยมาก เพราะของนอกมันจี้หลังเราอยู่ตลอด แต่มัน Resource มันได้เท่าที่ได้ มันได้เท่าที่ได้ ถ้าผมมี Power มากกว่านี้ ผมอยากได้นักวิจัยขนานอีกเยอะ ๆ ซึ่งมันไม่มีพลัง ไม่มีพลังจริง ๆ ผมเรียนคุณหมอนะครับ ถ้าพูดไกลเดี๋ยวจะเสียเวลา ผมคิดจะทำ Whole Body CT นะ แต่ผมไม่มีแรง ต้องรออีกปี รอให้พวกนี้ Mature กว่านี้หน่อย รอให้ฮาร์ดแวร์เก่งกว่านี้หน่อยนะครับ เดี๋ยววันหลังผมเล่าให้ฟัง เดี๋ยวกลัวจะกินเวลาท่านประธาน (ประธาน) เชิญครับ มีเพิ่มเติมไหมครับ เชิญ ชัย นะ (ดร.ชัย) ครับ ขออนุญาตนิดหนึ่งนะครับ ผมเป็นห่วงนักวิจัยมากกว่าว่า คือตัวนี้จริง ๆ แล้ว ถ้าไปคุยกันเรื่องการเป็นต้นแบบนี่เดี๋ยวมันจะ… มันก็จะถูกเทียบเคียงกับไอ้สิ่งที่มันมีอยู่แล้วในตลาดนะ แต่ถามว่าแค่เราทำไอ้สิ่งที่มีอยู่แล้วในตลาดได้ในประเทศไทยนี่ มันก็สุดยอดมากแล้วถูกไหมครับ ประเด็นก็คือว่า วิธีวัดของเรา คือ มันจะต้องปรับปรุงนะครับ ในส่วนตัวผมเองนะ เราก็ต้องมานั่งคุยกันในเรื่องของ Engineering Challenge ก่อนหนึ่งนะครับ ส่วนตัวที่ 2 ที่ผมอยากจะฝากกรรมการหลาย ๆ ท่าน ที่นี่นะครับ ก็คือไปคุยกันในเรื่องของ Low Profile ของตัวนักวิจัยเองที่จะวัดอะไรในการที่จะ Archive ในสิ่งที่ทำอยู่นี่นะครับ แล้วก็คงจะต้องคุยกันต่อไปนะครับ ในระหว่างที่กำลังทำ Engineering Challenge นี่ ผมก็จะสังเกตเห็นหลาย ๆ ทีมันมีโอกาสที่จะคิดอะไรที่มัน Innovate ขึ้นมาได้อีก อย่างเช่น Cloud Based CT อย่างนี้นะครับ ก็ให้นักวิจัยนี่ พยายามที่จะคิดต่อนะครับ อย่าไปจบแค่ว่า Benchmark ของต่างประเทศได้ จบขายได้แล้วมันก็จบแค่นั้นนะครับ เราขยับขึ้นมาเป็น Baseline ได้แล้วนี่น่าจะหาวิธีการ Differentiate ต่อไปเป็นทางเลือกให้เราด้วยนะครับ ขอบคุณครับ (ศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช) นิดหนึ่งนะ จะขึ้น Cloud Based นี่ เรามีสิทธิ์จะ Competitive เพราะว่ามันจะหันไปทางชัยนี่ คือใช้ AI ได้ ใช้อะไรได้ แล้วใช้ Data Analytic ได้ เราต้องไปทางนั้น แต่ไอ้ Instrument โดยลำพังนี่ อาจจะไม่ค่อยมีความหมายเท่าไร แต่ความหมายเครื่องโดยลำพังนี่นะ ก็คือทำให้เรานี่มีอำนาจต่อรองกับต่างประเทศที่คุณหมอบรรจงพูดเมื่อกี้ถูกต้อง ถ้าเผื่อทีมเรานี่ทำ Signal Processing, Image Processing ไม่ได้นะ คุณถูกเขาขี่หลังตลอด เขาจะ Close Hardware เท่าไร ๆ เราก็จะต้องยอมเขาตลอด พอเรามีซอฟต์แวร์ของเราเอง คุณอย่ามา Close มากนะฮาร์ดแวร์ ผมเปลี่ยนเจ้าก็ได้ ผมต่อยี่ห้อไหนก็ได้ อันนี้เป็นอำนาจต่อรองประเทศ (ประธาน) เชิญนะครับ เชิญครับ อาจารย์วิริยะครับ (ดร.ไพรัช) ถูกต้องนะ ตอนนี้เพียงแต่เราไปมองทางด้านกฎหมายว่า เราอย่าไปล้ำเส้นข้อมูลใครซึ่งมีคนเตือนอยู่เลย ได้ไหมหมอ ๆ อาจารย์วิริยะ ถ้าข้อมูลเราเยอะนะครับ Data Analytic เราเก่ง เราจะเป็นแห่งเดียวนะ ที่เก็บข้อมูลช่องปากได้มากที่สุดนะท่านประธาน ช่องปากนี่เราจะเก็บ 50 เครื่อง 60 เครื่องนี่ แล้วจะทำให้ประเทศไทยมีฐานข้อมูลนี้ (ประธาน) ต้องคิดต่อนะครับว่าข้อมูลที่มีแบบนั้นจะใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง อีกอันหนึ่งที่ฝากไว้นะครับ ก็ที่บอกให้บริษัทคุยกันอะไรก็แล้วแต่ อีกส่วนหนึ่งที่พูดกันเรื่อง Blind Test ก็น่าสนใจนะครับ เอาฟิล์ม X-ray มาโชว์กันในงานต่าง ๆ ว่า หมอแต่ละท่านดูแล้วบอกได้ไหมว่าตกลงมันโค้กหรือมันเป็นเป๊ปซี่ แต่ว่าถ้าบอกว่าเป็นโค้กหรือเป๊บซี่ไม่ได้ก็แสดงว่ามันเหมือนกันจริง ๆ ว่ามันมีการ Test แบบนี้อยู่แล้วในการทำธุรกิจ ก็เอาผลออกมาเลยจาก 2 เครื่อง ใช่ไหมครับ แล้วก็เป็นเปเปอร์เป็นอะไรต่าง ๆ Challenge กันในวงต่าง ๆ อะไรอย่างนี้ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่จะทำแสดงให้เห็นถึงความสามารถนะครับ ของ Image ที่มีในประเทศนะครับ ก็ฝากไว้ด้วยนะครับ ถ้าไม่มีเพิ่มเติมผ่านโปรเจกต์นี้นะ เชิญต่อครับ (อาจารย์ วันทนีย์) ก็ขอเสนอประเด็นเพื่อพิจารณานะคะ ก็ขออนุมัติความก้าวหน้าในการดำเนินโครงการนะคะ แล้วก็สนับสนุนงบประมาณ In Cash ในปีที่ 2 งวดที่ 3 นะคะ ไม่เกิน 9,560,000 บาทนะคะ แล้วก็ขออนุมัติปรับแผนการดำเนินงานโครงการนะคะ ที่นักวิจัยขอค่ะ ต่อไปนะคะ เป็นโครงการต่อเนื่องที่ 4 นะคะ โครงการพัฒนาระบบออกแบบและผลิตเครื่องมือช่วยในการฝังรากฟันเทียม ครอบฟันและสะพานฟัน รวมทั้งฟันปลอมแบบถอดได้ ด้วยแพลตฟอร์มดิจิทัลทางทันตกรรมค่ะ เชิญ ดร.กฤษณ์ไกรพ์ สิทธิเสรีประทีป ค่ะ (ดร.กฤษณ์ไกรพ์) ครับ สวัสดีครับ ท่านประธาน ท่านที่ปรึกษา คณะกรรมการบริหารทุกท่านนะครับ ผมก็ขออนุญาตนำเสนอความก้าวหน้าของโครงการการออกแบบและผลิตเครื่องมือช่วยในการฝังรากฟันเทียม ครอบฟันและสะพานฟัน รวมทั้งฟันปลอมแบบถอดได้นะครับ ด้วยแพลตฟอร์มดิจิทัลทางทันตกรรมนะครับ ซึ่งโครงการนี้นะครับ เราได้รับอนุมัติงบประมาณไปทั้งหมด 20,150,000 บาท นะครับ เป็นโครงการร่วมวิจัยกับเอกชนนะครับ อันนี้ก็ขออนุญาต วัตถุประสงค์ของการดำเนินงานของโครงการนี่ จะมีอยู่ด้วยกันในส่วน 3 Product หลัก ๆ นะครับ Product แรกก็คือ เป็นเครื่องมือช่วยในการฝังรากฟันเทียมแล้วก็ตัวครอบฟันและสะพานฟันนะครับ และส่วนที่ 3 ก็จะเป็นฟันปลอมแบบถอดได้ ส่วนอันที่ 1 กับอันที่ 2 นี่นะครับ เป็นการที่เรามาทำให้ได้มาตรฐาน แล้วก็มีการประเมินผลทางคลินิกนะครับ แล้วก็มีการทำ ISO 13485 นะครับ ส่วนไอ้เรื่องฟันปลอมแบบถอดได้นี่ มันเป็น Product ที่ใหม่นะครับ ก็ในเมืองไทยจะมีการทำน้อยแต่จะตอบโจทย์กรณีที่ผู้สูงอายุที่ไม่มีฟันนะครับ เป็นเคสเขาเรียก Edentulous นะครับ ก็ตรงนี้ก็จะมีการศึกษาว่าสูตรเหมาะสมในการผลิตเทคโนโลยีที่เหมาะสม การออกแบบนะครับ แล้วก็การศึกษาความเข้ากันได้ทางชีวภาพ การประเมินผลทางคลินิก แล้วก็เป็นการจัดทำมาตรฐานนะครับ ซึ่งตามที่เรา Promise เรื่องการส่งมอบนะครับ ในปี 63 นี่นะครับ เราก็จะส่งมอบเป็น Lab Prototype นะครับ ตัว Surgical Drill Guide กับตัวครอบฟัน และสะพานฟันนะครับ แล้วจากนั้นก็ปีนี้ที่เราได้รับรองก็คือ ที่ทำก็คือ ช่วงข่าวที่ผ่านมาที่วันนี้ได้เรียนในที่ประชุม คือ เราได้รับรองมาตรฐาน ISO 13485 จาก TÜV SÜD เรื่อง Product ตัว Surgical Drill Guide นะครับ และอีกอันหนึ่งก็ช่วงปลายปี เราคาดหมายว่าเราจะได้ ISO อีกตัวหนึ่งคือ ตัวครอบฟันและสะพานฟันนะครับ ซึ่งจะมีการ Audit กันในเดือนหน้านี้นะครับ ส่วนปี 64 นี่นะครับ เรา ตัว Surgical Drill Guide กับตัวครอบฟันและสะพานฟัน เราคาดหวังว่าจะมีการ License สู่ภาคเอกชนตรงนี้นะครับ ที่มีผลการทดลองในเชิงคลินิกถูกต้องตามมาตรฐานวิจัยนะครับ แล้วก็มีสิทธิบัตรตัว Surgical Drill Guide เวอร์ชันที่ 2 ของเรานะครับ ซึ่งเวอร์ชันแรกผมจดไปประมาณ 8 ปีที่แล้วนะครับ แล้วก็ปัจจุบันในโครงการ Big Rock ก็เป็นจากผลอนุสิทธิบัตรตัวนั้นอยู่นะครับ ส่วนตัวนี้ก็จะเป็นอีกเวอร์ชันหนึ่งนะครับ แล้วก็ปี 2565 ก็เราคาดหวังว่า เรื่องเกี่ยวกับไอ้ตัวฟันปลอมแบบถอดได้นี่ครับ เราได้รับรองมาตรฐานนะครับ แล้วก็มีการทำ Clinical Trials นะครับ แล้วก็ตลอดจนการถ่ายทอดสู่เชิงพาณิชย์นะครับ อันนี้ก็เป็นผลงานส่งมอบ ซึ่งผลการดำเนินงานนะครับ อันนี้ก็จะเป็นตารางนี้เป็นการโชว์สเตตัสตั้งแต่กรกฎาคม 2562 นะครับ ก่อนที่เราจะทดสอบทั้งหมดตอนนั้นก็คือ ในโครงการก็มีทำ Cytotoxicity Sensitization แล้วก็ Skin Irritation ทั้งหลายนี่ครับ ของตัว Drill Guide กับของตัวครอบฟันนะครับ ซึ่งตรงนี้ปัจจุบันนี่เราก็ทำผ่านไปเกือบหมดแล้วนะครับ และได้รับการ Audit จาก TÜV SÜD นะครับ เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม แล้วเราก็ได้รับ Certificate เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมานะครับ ส่วนอันที่ 2 นี่นะครับ ก็เป็นเรื่องการวิจัยเรื่องฟันปลอมแบบถอดได้นะครับ ซึ่งตรงนี้ก็เราทำตัวโมเดล คอนเซ็ปต์ตัวโมเดลสำหรับกรณีคนที่เป็นผู้สูงอายุที่ไม่มีฟันนะครับ จากเดิมด้วยเวอร์ชันที่ในเมืองไทยที่เคยทำมาจากในอดีตที่เป็นฟันปลอมนะครับ แล้วก็ใส่ฟันปลอมบนเหงือก เหงือกมันจะร่นแล้วก็หายไป เวอร์ชันที่ 2 ที่ต่อมาที่มีการทำในประเทศไทยที่ใส่รากฟันเทียมไป 2 ราก แล้วตัวฟันปลอมนั่งอยู่บนรากเทียม ปรากฏว่าตัวนี้มีการ Maintenance สูงมาก เนื่องจากเปลี่ยนตัว Ball Attachment นะครับ ใส่ไปใส่มา เปลี่ยน อันนี้ก็จะเป็นอีกเวอร์ชันหนึ่งที่เราจะฝังรากเทียม 4 ราก แล้วก็ทำเป็นคานเหมือนมีเสาเข็มแล้วก็มีคานแล้วก็มีตัวฟันปลอม Fix ลงไปบนคานตัวนี้ ทำให้เกิดการกระจายแรง ตรงนี้ก็จะเพิ่ม Performance ให้สำหรับคนที่ใส่ฟันปลอมตรงนี้ เรากำลังทำวิจัยเรื่องว่าจะ Fix แบบ Fix แน่นหรือว่าแบบถอดได้ มาเพื่อถอดล้างนะครับ อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของการทำวิจัยตรงนี้นะครับ แล้วก็ทำเรื่องมาตรฐาน สำหรับโครงการนี้นะครับ เราก็ใช้เงินงบประมาณไปนะครับ ก็จนเหลือเงินงบประมาณที่ใช้ได้ประมาณ 28,000 บาท นะครับ ก็เน้นการรายงานความก้าวหน้าในงวดนี้ก็ขอ Release งบประมาณในงวดถัดไปนะครับ เราก็มีการใช้เงินงบประมาณแต่เป็นสัดส่วนที่จากการที่ Approve เพราะว่าเรารอเรื่องการทำ Clinical Trials นะครับ สำหรับความก้าวหน้าของโครงการตลอดทั้งโครงการ อันนี้จะเป็นภาพรวมแบบ Executive Summary นะครับ ตัว Surgical Drill Guide นะครับ ได้รับรองมาตรฐานมกราคม ปี 2563 นะครับ แล้วก็ส่วนครอบฟันนี่จะขอรับการตรวจมิถุนายน 2563 น่าจะจบนะครับ ตรงนี้ก็ทั้ง 2 ตัวนี่ครับ เราจะขอเข้ายื่น Ethicsที่มหิดลนะครับ แต่เป็นมหิดลไม่ใช่ที่คณะทันตะฯ นะครับ แต่จะตรงที่โรงพยาบาลทันตกรรมมหาจักรีสิรินธรตรงนั้นที่จะทำตรงนั้นนะครับ อันนี้ก็เพื่อ Prove เรื่องคอนเซ็ปต์เรื่อง Accuracy ต่าง ๆ ตามที่เรา Promise ไว้ในโครงการนะครับ ตรงนี้ก็มี Patent Paper ที่เราอยู่… Under การเขียนอยู่ตรงนี้นะครับ คาดหวังว่าต้นแบบอุตสาหกรรมน่าจะ License ทั้งหมดปี 64 ส่วนตัวฟันปลอมแบบถอดได้ก็แผนการขอรับการตรวจ ISO ก็น่าจะอยู่ในปี 64 แล้วทำ Clinical Trials, Clinical Test นี่ปี 2564 เช่นกัน แล้วก็คาดหวังว่าตรงนี้จะ License เมื่อจบโครงการปี 2565 อันนี้ก็จะเป็นตัว Chart ข้างล่างนะครับ ก็จะแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าของโครงการนะครับ ซึ่งตรงนี้เรายังไม่ได้รวมเรื่อง Clinical Trials ถ้า Clinical Trials จบทั้งหมดก็ครบร้อยเปอร์เซ็นต์นะครับ ส่วนตัวครอบฟัน สะพานฟัน ที่มันดูน้อยหน่อยคืออยู่ในระหว่างการที่เราขอรับรองมาตรฐาน ISO 13485 ส่วนฟันปลอมถอดได้ต้องบอกว่าตอนนี้เราได้เป็นคอนเซ็ปต์ต่าง ๆ มาพอสมควรแล้วนะครับ แต่เราก็เคลมในส่วนที่ประมาณสัก 3 เปอร์เซ็นต์อยู่นะครับ อันนี้ก็เป็นผลการดำเนินงานที่ผ่านมา อันนี้ขออนุญาตรีวิวแค่ Technical ให้ทุกท่านได้ดูก็คือ เป็นตัว Drill Guide ตัวนี้ที่เราทำเรื่อง Accuracy ต่าง ๆ เป็นสเปกที่เป็น… เขาเรียกเบี่ยงเบนเชิงเส้น เชิงมุมต่าง ๆ ตามสเปกที่เรากำหนดนะครับ ซึ่งก็ออกมาเป็นผลที่ผ่านการรับรองมาตรฐานตรงนี้นะครับ ส่วนตัวครอบฟันและสะพานฟันเราก็เน้นเรื่อง Accuracy ความแม่นยำของระบบการผลิตทั้งหมดนะครับ ที่ Accuracy จะไม่เกิน 50 ไมครอน เนื่องจากการสบกันของตัวฟัน จากตัวรากเทียมนี่มันยังมีโอกาส Deviate แต่ตัวครอบฟันนี่ต้องละเอียดกว่า เพราะว่าการสบกันของฟันมันต้องไม่เกิน 50 ไมครอน ตรงนี้นะครับ แล้วแม้กระทั่งการแล้ว Seal ของ Cement Gap ก็ต้องเป๊ะตรงนี้พอดี เพราะฉะนั้น Accuracy ตัวนี้จะค่อนข้างสูงมากนะครับ อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของที่เราทำแล้วก็ใช้เทคโนโลยีเกี่ยวกับ 3D Printing แล้วก็ CNC Technology ทั้งหลาย อันนี้ก็เป็นฟันปลอมแบบถอดได้อีกตัวหนึ่ง อันนี้เป็นคอนเซ็ปต์คร่าว ๆ ที่ผมเคยเรียน ที่เมื่อกี้ได้เรียนก็คือ ฝังรากเทียมไป 4 รากแล้วก็มีคาน แต่หลังจากนั้นก็จะมีฟันปลอมที่ใช้ CNC กัดทั้งเหงือกแล้วก็ตัวฟันนะครับ อีกอันหนึ่งก็คือ เทคโนโลยีจะเปรียบเทียบกันเรื่อง Cost ว่าใช้ 3D Printing ปรินต์ออกมาเป็นเหงือกแล้วปรินต์ออกมาเป็นฟันแล้วจะเป็นอย่างไร ในแง่นี้ก็จะเป็นการ Investigate กันนะครับ อันนี้ก็เป็นเรื่องผลการใช้… การดำเนินงานซื้อครุภัณฑ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องนะครับ ก็เป็นทั้งหมดของโครงการครับ ขอบคุณครับ (ประธาน) เชิญเลยครับ โปรเจกต์นี้จะไม่มีปัญหาทางเทคนิคนอกจาก Proof Concept ที่เราต้องการทำถูกไหม คืออย่างไรมันก็ออกมาได้ เพียงแต่ว่ามันจะผ่านอย่างที่เราต้องการหรือเปล่า แถมมันจะใช้ได้อย่างที่เราต้องการหรือเปล่า แค่นั้นถูกไหม เพราะเป็นเรื่องดีไซน์ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) เอาเป็นเรื่อง Engineering เรื่อง Precision นะครับ อย่างกรณี Drill Guide ถ้าปรับฟันหน้าจะเป็นอย่างไร ฟันข้างในมันจะเกิน Limitation อย่างไร เพราะว่าเวลาดอกสว่านเข้าไป Drill Guide ต้องมีความสูงเท่าไร มันจะเป็นเรื่อง Technical Know-How บางส่วนแล้วครับ อันนี้คือการทำ Clinical Trials เหล่านี้เราจะบอกตรงนั้น แล้วแม้… (ประธาน) คำถามคือ Test Plan นี่ชัดเจนไหม (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ชัดครับว่าอันนี้... (ประธาน) แล้วขณะนี้สิ่งที่เราทำนี่มันผ่าน Test ตาม Test Plan แล้วหรือยัง (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ครบในเชิงโมเดลหมดแล้วครับ เหลือแค่เขาไปผ่าน ไม่ผ่าน (ประธาน) โอ.เค. ก็คือบอกว่าเจาะจากทางนั้น เจาะจากมุมนี้อะไรต่าง ๆ Test Plan ที่เราตกลงกันไว้ทั้งหมดนี่ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ครับ (ประธาน) ขณะนี้สิ่งที่เราทำนี่มันผ่านหมด (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ครับผม ครับ ในเชิง Engineering ข้างนอกที่เป็นโมเดลผ่านหมดเรียบร้อยครับ เหลือแค่เอาเข้าไปในปากคน (ประธาน) อ๋อ คือยังไม่ได้ทดลองกับผู้ป่วยจริง (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ใช่ครับ (ประธาน) ถูกไหมครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) คือ โครงการนี้ต้องขออนุญาตเรียนว่าจะแตกต่างจากโครงการ Big Rock คือ ตรงนั้นคือเจาะเลย แต่ไม่ได้วิเคราะห์ว่าใช้ตัวนี้ด้วย System อย่างนี้ แล้วมัน Deviate เท่าไร เพราะเราไม่สามารถไป Investigate การทำ Clinical Investigation แบบ Deviate กี่องศาตรงนี้ด้วยรูปแบบนี้ได้นะครับ อันนี้ก็ในเชิงการทำ Clinical Trials (ประธาน) คือ อย่างน้อยสุดทางด้าน Engineering พื้นฐานด้านนอกนี่ผ่านแล้ว (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ครับ (ประธาน) กำลังเข้าไปสู่การทดสอบในคน (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ครับ (ประธาน) แล้วก็เรื่องดีไซน์ละครับ สะพานฟันที่ว่าเมื่อสักครู่นี้ คุณเรียกสะพานฟันหรือเปล่าไม่รู้ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ใช่ครับ สะพานฟันครับ ครับ ครอบฟัน สะพานฟันครับ ก็ Accuracy เราก็ Prove กัน แล้วแม้กระทั่ง (ประธาน) 50 ไมครอน (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ครับ แล้วแม้กระทั่งการที่จะส่งต่อจาก Implant ที่มา มันจะมีตัวปรับเปลี่ยน เรามีการทำ Custom Abutment อีกตัวหนึ่ง ตัวต่อ เพื่อทำให้มัน Precise ขึ้นนะครับ ขณะที่ตอนนี้ทั่ว ๆ ไปในท้องตลาดก็คือใช้ Standard Abutment เพราะฉะนั้นสิ่งที่วางแผนไว้กับตอนที่เจาะตอนแรกมันต้องมีการสแกนหรือทำอะไรนี่ มันจะ Deviate ไปจากมุมเดิม เพราะว่ากระดูกเราบางทีมันเกิดจากการโหลดบ้าง มันเปลี่ยน เพราะฉะนั้นตัวนี้จะปรับเป็น Custom Adjustment อีกทีหนึ่งครับ เพื่อให้สุดท้าย เขาเรียก Final Result นี่ Precision ระดับนั้นครับ (ประธาน) เชิญเลยครับ เชิญครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) การดูนี้นี่ในเชิงของวัสดุนี่ไม่มี Material Dependents อยู่แล้ว เราใช้ Standard Proof ด้วย Material (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ใช่ครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) งานเราเป็น Engineering (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) เป็น Engineering เชิงคลินิกเลยครับ ไปสู่การพัฒนาเชิงคลินิก (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ซึ่งไอ้ตัว Material ที่เราเริ่มใช้นี่ก็เป็นที่ใช้กันใน Practice ปกติของคุณหมอฟัน (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ใช่ครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ครับ (ประธาน) งานยังเดินได้ตามแผน (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) อันนี้เดินได้ตามแผนครับ (ประธาน) โอ.เค. ไม่เห็นมีทีมไหนสักทีมบอกว่าตอนนี้ผมเดินได้เร็วกว่าแผนครับ ไม่มีเลยนะ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) จะบอกเดินได้ช้ากว่าแผนก็ได้ครับ [เสียงหัวเราะ] (ประธาน) ไม่ใช่ ช้ากว่าแผนนี่ Unacceptable ทำต้นทุนเพิ่ม (อาจารย์ วันทนีย์) ท่านประธานคะ ก็คือ ประเด็นเพื่อพิจารณานะคะ ก็อนุมัติรายงานความก้าวหน้านะคะ ครั้งที่ 2 นะคะ แล้วก็สนับสนุนงบประมาณ In Cash ในปีที่ 2 งวดที่ 3 ไม่เกิน 4,608,000 บาทถ้วนค่ะ ต่อไปเป็นโครงการต่อเนื่องที่ 5 นะคะ โครงการศูนย์แก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่นะคะ ดร.กฤษณ์ไกรพ์ ค่ะ (ดร.กฤษณ์ไกรพ์) ขออนุญาตเป็น View Fullscreen เลยครับ มันจะได้ Full Screen ครับ มันจะได้ปรับคลิกได้นะครับ โอ.เค. ครับ ขออนุญาตรายงานความก้าวหน้าของศูนย์แก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นะครับ โครงการนี้ได้รับอนุมัติงบประมาณโครงการ จากทางคณะกรรมการบริหารไป 9.9 ล้านบาทนะครับ อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่เราเริ่มดำเนินการ โครงการนี้เราได้รับพระราชทานนามจากกรมสมเด็จพระเทพรัตนฯ นะครับ ชื่อว่าศูนย์แก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริ ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่นะครับ อันนี้ก็เป็นจดหมายที่จากพระราชทานราชานุญาตนะครับ วัตถุประสงค์ของโครงการนี้นะครับ คือ เป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านการวิจัยระหว่าง สวทช. และศูน์แก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แล้วก็ของทางด้านจุฬาลงกรณ์นะครับ ของท่านอาจารย์จรัญนะครับ แล้วก็มีการขยายผลการวิจัยของ สวทช. ในการรักษาผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่นะครับ แล้วผู้ป่วยยากไร้ที่มีความพิการบนใบกะโหลกศีรษะและใบหน้านะครับ แล้วก็พัฒนาเครือข่ายความร่วมมือในพื้นที่ 8 จังหวัด ภาคเหนือตอนบนนะครับ ตลอดจนการที่เรามีการสร้างเครือข่ายความร่วมมือการสร้างทางด้าน Biomedical Engineering ระหว่างกลุ่มแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์นะครับ เป้าหมายของโครงการก็คือ เพื่อช่วยในการสร้างคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยที่มีความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะให้กลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติสุขนะครับ แล้วก็สร้างองค์ความรู้ต่าง ๆ ให้พัฒนาเกิดขึ้น แล้วช่วยให้สร้างคุณภาพชีวิตผู้ป่วย ให้มีโอกาสได้รับการบำบัดรักษาด้วยเทคโนโลยีอย่างเหมาะสมนะครับ ซึ่งผู้ป่วยในภาคเหนือส่วนใหญ่จะเป็นผู้ป่วยที่จากชายขอบ จากป่าเขาซะส่วนใหญ่นะครับ สำหรับตรงนี้นะครับ ในโครงการนี้จะมี 3 ส่วนหลัก ๆ นะครับ ส่วนแรกก็จะเป็นการที่เราทำตัวเครื่อง MobiiScan นะครับ เป็น Mobile CT นะครับ ไปมอบให้ที่ศูนย์นี้ที่เชียงใหม่นะครับ ศูนย์แก้ไขที่เชียงใหม่นะครับ แล้วก็อันที่ 2 ก็คือ นำเครื่องนี้ครับ Technology MobiiScan นะครับ มาใช้ในการที่ทดสอบเกี่ยวกับผู้ป่วยในเด็กปากแหว่งเพดานโหว่หรือความพิการบนใบหน้านะครับ แล้วก็มีเรื่องการที่เราจะใช้เทคโนโลยีจาก สวทช. ตัว Hydroxyapatite ของ ดร.นฤภร ในการที่ไปช่วย Fill Gap ของในผู้ป่วยเด็กปากแหว่งเพดานโหว่ตรงนี้นะครับ แล้วก็อีกอันหนึ่งก็คือ เราทำเรื่อง Patient Specific Implants Design สำหรับแก้ไขความพิการบริเวณใบหน้าและกะโหลกศีรษะนะครับ อันสุดท้ายก็เป็นการที่เราจะสร้างความร่วมมือแก่หน่วยงานพันธมิตรนะครับ อันนี้ก็เป็นผลการดำเนินงานต่าง ๆ นะครับ ซึ่งผมเดี๋ยวมี Table ที่รายละเอียดข้อมูลต่าง ๆ นะครับ ซึ่งโครงการนี้นะครับ ก็เราก็มีการใช้เงินงบประมาณไปประมาณ 4 ล้านกว่า เกือบ 5 ล้าน นะครับ ก็เหลือเงินงบประมาณที่เบิกใช้ได้ประมาณ 1.5 ล้าน จากที่เรา Release มา 6.1 ล้าน นะครับ ก็ส่วนใหญ่เงินส่วนใหญ่ก็ไปกับการสร้าง MobiiScan นะครับ สำหรับศูนย์นี้นะครับ ก็เป็นความร่วมมือระหว่าง 3 หน่วยงานนะครับ ก็คือมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี แล้วก็ สวทช. และก็มหาวิทยาลัยเชียงใหม่นะครับ เพราะมีอันหนึ่งที่ก็คือ ศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ แก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ สภากาชาดไทย และล่าสุดเราได้รับทุนจากมูลนิธิท่านท้าวมหาพรหมโรงแรมเอราวัณ ได้รับเงินบริจาค 15 ล้าน เข้าไปที่มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำรินะครับ อันนี้ก็เป็นจดหมายจากมูลนิธิท่านท้าวมหาพรหมนะครับ อันนี้ก็ได้รับความกรุณาจากท่าน ศ.ดร.ไพรัช ในการที่ติดต่อกับประธานมูลนิธิท่านท้าวมหาพรหม แล้วก็ได้รับความกรุณาจากมูลนิธินะครับ ในการบริจาคตรงนี้นะครับ ซึ่งตรงนี้ก็จะโชว์ให้ทุกท่านได้เห็นเกี่ยวกับว่าที่เราไปตั้งศูนย์ตรงนั้นนะครับ ที่เราจะไปช่วยผลักดันก็คือ ใช้เทคโนโลยี สวทช. นะครับ เป็น Patient Specific Implants Platform ตั้งแต่เอาเครื่อง MobiiScan นะครับ แล้วก็ไปทำเรื่องการวางแผนการผ่าตัดนะครับ แล้วจากนั้นก็ใช้เทคโนโลยีตัว 3D Printing ในการที่รักษานะครับ เพื่อช่วยเด็กที่จากที่เชียงใหม่ แล้วจริง ๆ ก็ลิงก์กลับมาที่จุฬาฯ ด้วยเช่นเดียวกันนะครับ อันนี้ก็เป็นผลการดำเนินงานนะครับ ก็มีปัจจุบันก็ลองใช้ตัว MobiiScan นะครับ ของที่เชียงใหม่ที่อยู่ที่ขณะทันตแพทย์อยู่นะครับ ลองใช้ประมาณ 14 ครั้ง แล้วก็มีเคสต่าง ๆ ที่เข้ามานะครับ ประมาณ 16 เคสในแต่ละเดือน แล้วก็มีบางเคสที่ใช้ 3D Printing ในเคสที่ให้หมอเข้าไปใช้ในการผ่าตัดนะครับ ก็ประมาณ 5 ราย อันนี้ก็เป็นสถิติสะสมที่วางแผนมาตลอดนะครับ อันนี้ก็เป็นความก้าวหน้าของตัวเครื่อง MobiiScan นะครับ ก็ปัจจุบันก็มีความคืบหน้าไป 65 เปอร์เซ็นต์ คาดว่าส่งมอบให้ที่เชียงใหม่ได้ประมาณเดือนมีนาคม 2563 นะครับ จากเดิมที่คาดว่าเป็นกุมภาพันธ์ 2563 ก็ ดีเลย์ออกไปประมาณ 1 เดือนนะครับ อันนี้ก็เป็นอีกอันหนึ่งที่เราไปช่วยในการวางแผนการผ่าตัดนะครับ ตั้งแต่การปิดตัวเพดานโหว่นะครับ หรือการทำ Distraction แถวยืดกระดูกบริเวณใบหน้านะครับ อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่เรามีการ Train น้องที่จากที่เชียงใหม่นะครับ เราก็ให้มาฝึกการใช้ตรงนี้ด้วย แล้วก็มีเคสที่เป็นการ… เขาเรียก Transfer นอกจาก Transfer Technology แล้ว ตามที่กรมสมเด็จพระเทพฯ พระองค์ท่านรับสั่งว่าขอให้ทางท่านอาจารย์จรัญ มาช่วยเป็นพี่เลี้ยงของศูนย์นี้ ในการที่จะแลกเปลี่ยนบุคลากร Exchange แล้ว Training Resident กันนะครับ ก็มีการผ่าตัดในเคสยาก ๆ ปกติเคสยาก ๆ จะเข้าที่จุฬาฯ นะครับ แต่นี้ก็มีเคสที่เชียงใหม่ ก็มีส่งทีมแพทย์ก็คือ รศ.นพ. นนท์ นะครับ ไปช่วยในการผ่าตัดเคสยาก ๆ ร่วมกับทีมศัลยแพทย์ที่เชียงใหม่นะครับ ซึ่งตรงนี้ก็เป็นอีกอันหนึ่งอันนะครับ ที่ต่อไปก็จะมี Resident มา Train ที่จุฬาฯ ต่อ เป็นการแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกันต่อไปนะครับ อันนี้ก็เป็นงบประมาณนะครับ ที่เราตั้งใจว่าจะขอจากมูลนิธิท่านท้าวมหาพรหมในปีแรกนะครับ ก็เป็นงบประมาณที่จากตัว MobiiScan ประมาณ 3.5-3.6 ล้าน นะครับ แล้วก็เป็นครุภัณฑ์ต่าง ๆ นะครับ รวมถึงมีที่จากที่ประชุมกรรมการอำนวยการของศูนย์แก้ไขความพิการที่เชียงใหม่ก็คือ ทุกท่านอยากให้มีการทำตัวชิ้นงาน Rigid Extraoral Distractor กับ Intraoral Distractor นะครับ เพื่อช่วยให้สำหรับคนไข้นะครับ แล้วก็มีการจ้างวิศวกรเพิ่มจากความต้องการนะครับ อันนี้ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ตัว… เขาเรียกตัว Red นะครับ อันนี้เป็นสี Blue นะครับ ตัว Red คือ Rigid Extraoral Distractor เข้าใจว่า สปสช. ให้เบิกอยู่ 250,000 ต่อชิ้น แต่ปัจจุบันมีการขายอยู่ที่ประมาณชิ้นละ 400,000 บาท นะครับ อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่มาช่วยที่สิ่ง… อันนี้อาจจะเป็นอันเดิมที่เป็นงานวิจัยเดิมของผมในอดีตมา อาจจะมา… เขาเรียกมาแชร์กันแล้วใช้ระหว่างที่ศูนย์ที่เชียงใหม่กับที่จุฬาฯ รวมทั้งตัวข้างล่าง จริง ๆ มีอีกตัวหนึ่งที่ติดอยู่กับกระดูก เขาเรียก Intraoral Distractor ตรงนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ได้รับ Request มา เพื่อที่จะช่วยตอบโจทย์ตรงนี้นะครับ ครับ ก็เป็นส่วนหนึ่งของความก้าวหน้าของโครงการนี้ครับ ขอบคุณครับ (ประธาน) เชิญเลยครับ อย่างนั้นโครงอันนี้โครงการหลักเลยก็คือ Setup 0 (ดร.กฤษไกรพ์) ครับ (ประธาน) ถูกไหมครับ แล้วก็ตัว MobiiScan ซึ่ง MobiiScan ก็เทคนิคเดิมถูกไหมครับ ก็เป็นเรื่อง Image Processing เหมือนเดิม แล้วก็ที่เหลือเป็นเรื่อง Engineering แล้ว มาถ่ายในแต่ละแกนแล้วมันสามารถทำให้มัน Stable แล้วภาพมันออกมาได้หรือเปล่าใช่ไหม (ดร.กฤษไกรพ์) ครับ อันนี้ก็จะสำหรับเด็กนะครับ ซึ่งตัว DentiiScan นี่ เด็กจะยืนไม่นิ่ง ก็อันนี้ถ้าก็อาจจะต้อง Lay นอนลงแล้วก็ให้ยาให้ง่วงนอน (ประธาน) เทคโนโลยีเดิมละ มันเป็นเรื่อง Engineering (ดร.กฤษไกรพ์) ครับ (ประธาน) ครับ (ศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช) อันนี้ถ้าเรานึกให้ดีนี่มันก็เป็นสิ่งที่น่าภูมิใจว่าที่เราทำ CT Scanner มานี่ มันไม่ใช่ทำแต่ฟัน ที่เราพูด Dentii เมื่อกี้มันทำฟันอย่างเดียว ไป 50 แห่ง 60 แห่ง เราได้ประโยชน์เยอะแล้ว โครงการอันนี้ที่จริงเวลาบรรยายครั้งต่อไปต้องพูดถึงกรมสมเด็จพระเทพฯ เยอะกว่านี้นะ (ดร.กฤษไกรพ์) ครับ (ศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช) อันนี้ท่านรับสั่งโดยตรงเลยนะว่าให้ไปทำที่เชียงใหม่ แต่ว่ามันเรื่องมาจากพวกเราด้วย คือเราไปทำไอ้ MobiiScan ไว้ 3 เครื่อง ความเดิมนะ มันต้องเท้าความเดิมทำ MobiiScan นี่ ที่ทีม ดร.แนน แนนยังอยู่หรือเปล่าไม่รู้ ไปทำให้เชียงใหม่ ไปทำให้จุฬาฯ แล้วไปทำให้สงขลา แล้วปรากฏว่าทีมกฤษณ์ไกรพ์ก็ตามไปดูด้วย ก็ปรากฏว่าสามารถทำไอ้ 3D ภาพนี่ออก… ทำ 3D แล้วออกไอ้ตัว Rapid Prototyping ได้หมด ออกมา 90 ราย ผมก็ Impress แล้วมีอยู่ครั้งเฝ้าสมเด็จพระเทพรัตนฯ กับท่านองคมนตรีเกษม ก็กราบทูลให้ทรงทราบ ท่านบอกอย่างนั้นอาจารย์ก็ไปทำที่เชียงใหม่ รับสั่งอย่างนี้เลยนะ ให้ไปตั้งศูนย์แก้ไขความพิการบนใบหน้าที่เชียงใหม่ แล้วให้ไปตามหมอจรัญให้มาช่วยงาน อันนี้ถึงได้เกิด ทีนี้พอรับสั่งอย่างนั้นปุ๊บนี่ ผมก็ไปติดต่อมูลนิธิท่านท้าวมหาพรหม ซึ่งรู้จักกับท่านประธานก็เลยได้มา 15 ล้าน ท่านท้าวมหาพรหมนี่ อันนี้บารมีสมเด็จ… มันหลายอย่างผสมกันเนื่องจากเราเริ่มต้นท่านรับสั่งนะ เชียงใหม่ก็ตามรูปด้วย แต่ผมว่าสิ่งที่น่าชมเชยก็คือว่า เรานี่กำลังช่วยชีวิตคนที่ไม่รู้จักเท่าไร ผมฟังจากหมอจรัญก็คือ คนที่ใบหน้าบิดเบี้ยว ปากแหว่งเพดานโหว่นี่เขาอยู่ในสังคมไทยไม่ได้เลยนะ อันนี้ต้องฟังจากคุณหมอว่าเป็นอย่างนั้นจริงใช่ไหม แล้วตอนนี้ก็ที่เชียงใหม่นี่ เขากำลังเคลียร์พื้นที่เขาจะตั้งพื้นที่ใหม่หมดเลยนะ ที่ผมไปประชุม 2-3 ครั้ง ผพว. ก็เป็นกรรมการเดี๋ยวผมไปแทนนะ แล้วก็เขาก็จะเริ่มที่กฤษณ์ไกรพ์ว่าเริ่มไปบ้างแล้วที่ทำไปบ้าง แล้วก็พอเสร็จปุ๊บไอ้ MobiiScan MobiiScan เราตั้งอยู่ที่คณะทันตแพทย์ของหมอหมอปฐวี แล้วเขาไปใช้ที่นั่นก่อน แล้วเราจะทำตัวที่ 2 ไปตั้งที่ของศูนย์ใหม่นี้เลย อันหนึ่งที่ต้องอธิบายให้เข้าใจก็คือ ไม่ใช่เฉพาะเชียงใหม่นะ มันเป็นเครือข่ายทั้งหมด 8 แห่ง ในภาคเหนือนะครับ แล้วก็เราคาดว่าจะเสร็จปีนี้แล้วต้นปีหน้าสมเด็จพระเทพรัตนฯ จะเสด็จเปิด ผมว่าที่เราน่าภูมิใจคือ เราช่วยชีวิตคน เท่าที่ผมฟังแล้วผม Clean ตัวนี้มาก ไม่ทราบคุณหมอทั้งหลายมี Comment อะไร มันไม่ใช่งานจริง ๆ อย่างที่… (นพ.ประจักษวิช) อาจารย์ดูรูปแล้วก็ตอบสักนิดหนึ่งนะครับ คือ อาจารย์จรัญนี่ก็เป็นอาจารย์ที่ดูแลผมนี่ตอนที่อุบัติเหตุนี่นะครับ ก็เป็นอาจารย์ที่ไปหาทุกปีนะ ก็คุยกันเรื่องพวกนี้อยู่ พอตอนที่เริ่มคุยนี่คือไม่รู้จริง ๆ ว่าทำอย่างไร แต่ว่าท่านบอกว่ายัง… ทีนี้มาเจออันนี้คงจะต้องทำต่อ ทีนี้ผมคิดว่าอย่างนี้ครับ คือ เรื่องของการทำอันนี้คืนชีวิตคนทั้งหมดนะครับ เพราะว่าเรื่องนี้นี่คือ ผมคิดว่าเรื่องที่มันเป็นการต่อเนื่องกันนี่ ถ้าเอาความรู้เรื่องหนึ่งไปต่อยอดอีกเรื่องหนึ่ง แล้วไปต่อยอดอีกเรื่องหนึ่งนี่ เป็นเรื่องที่… อันนี้เป็นเรื่องที่แบบว่าสุดยอดสำหรับเราแล้ว คือ เราไม่ได้หยุดนิ่ง ผมคิดว่ามัน… ซีรีส์ทั้งหมดตั้งแต่ประชุมมาถึงตอนนี้มันเป็นซีรีส์ที่ต่อเนื่องกัน แล้วมันทำให้เห็นอนาคตของประเทศ ความจริงเรื่องพวกนี้ ถ้าดูมันเป็นแบบว่าเป็น Cosmetic มันก็ดูไม่น่าสนใจ แต่ถ้ามันดูเป็นเรื่องของ Life หรือแทนการที่ Practice Wildlife ทำให้คนมีชีวิตอยู่ได้นี่ มันเป็นเรื่องที่ไม่รู้จะบอกอย่างไรว่ามันเป็น… ผมคิดว่าหมอที่ทำก็มีความปิตินะ ในการที่ทำ แล้วก็คนที่มีส่วนร่วมทั้งหมดก็จะมีความปิติอยู่ด้วยนะ แล้วก็มันก็เป็นการพัฒนาความรู้ต่อยอดของเราเองด้วย เรื่องพวกนี้คือ แต่ละคนนี่เรียกว่าเป็น Tailor Made ของแต่ละรูปแบบจริง มันไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว ไอ้อุปกรณ์ที่ Fix ทั้งหลายนี่นะครับ มันเป็นศิลปะ แล้วก็มันเป็น Engineering แล้วมันเป็นอีกหลาย ๆ อย่างรวมกัน ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว เพราะฉะนั้นอันนี้เป็นการสะสม Know How ยิ่งทำเยอะยิ่งมีความรู้เยอะนะครับ เพราะฉะนั้นก็จะต้อง Adapt ไปเรื่อย ๆ ผมรู้สึกว่าสิ่งที่เมื่อกี้ อาจารย์กฤษไกรพ์ พูดนิดหนึ่งว่า สปสช. ให้เบิกน้อยอะไรอย่างนี้ ผมคิดว่าเนื่องจากว่าเวลาเราให้เบิกนี่แบบเบิกแบบโหลน่ะ คืออะไรที่สามารถบอกว่านั่นเป็น Special จริง ๆ แล้วมันมีอยู่ไหม เท่าไร แล้วมันเป็นการพัฒนา ฉะนั้นนี่คืออันนี้ก็มีอยู่ใน Pipeline อีก Pipeline หนึ่งได้นะครับ อันนี้เหมือนกับหลาย ๆ อันที่กำลังทำอยู่ ขณะนี้นี่หลายอันมันเป็น Development มันไม่ใช่เป็นช่วงที่กำลังทำที่… ฉะนั้นก็คงตอบอาจารย์ได้เร็ว ๆ ว่า ใครก็ตามที่มีส่วนร่วมนี่ผมคิดว่าทำบุญอย่างมหาศาลนะครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ครับ โดยส่วนตัวนะครับ ผมคิดว่าเนื่องที่ทางนี้มันเป็นซีรีส์เดียวกัน เพียงแต่ว่าสิ่งที่สัมผัสจากผู้ที่มองจากภายนอก Physical Structure ที่มองเห็น Appearance นี่มันจะเป็น Hard Touching เลย เพราะฉะนั้นเวลาตอนที่จะของบหรือขอทุนอะไรต่าง ๆ จากผู้ที่มีจิตกุศลนี่ อันนี้อาจารย์สามารถที่จะ Address ได้เลยนะครับ แต่ส่วนในลักษณะของไอ้การรากเทียมต่าง ๆ มันเป็น Quality of Life ซึ่งบอกทีมันมองจากภายนอกไม่เห็น แต่จริง ๆ แล้วมันเป็นชุดเดียวกัน ไอ้นี่น่าจะเป็นลักษณะคล้าย ๆ กับน่าจะเป็นตัวนำในการดึงคนที่อยากจะ Donate เพราะว่ารูปร่างที่มีลักษณะผิดรูปแล้วมีการปรับเปลี่ยนจนกระทั่งดีนี่ มัน Require คนที่เข้ามาเกี่ยวข้องจำนวนมากเลย ไม่ว่าจะเป็นลักษณะของการสร้างนวัตกรรมในเรื่องของไอ้ตัว MobiiScan เรื่อง Implant ต่าง ๆ เรื่อง Surgeon ที่ต้อง Develop สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าถ้าหากมันเป็นชุดโครงการที่เป็น Package มีคนที่ Willing ที่จะ Donate อันนี้อีกเยอะนะครับ เพียงแต่ว่าบางทีเราไม่ได้เอาไอ้สิ่งเหล่านี้ไปให้เขาเห็น พอสัมผัสความรู้สึกสิ่งที่เราทำมันเป็นคุณูปการกับคนมากมาย ผมคิดว่าคนที่กระเป๋าหนักนี่เขา Willing นะครับ ก็กราบเรียนว่าน่าจะเอาตัวที่เป็น Head เป็นตัวเบิกทางนะ ในส่วนของความร่วมมือแล้วก็ความร่วมมือของ Surgeon ด้วยครับ ขอบคุณมากครับ (ศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช) ที่เชียงใหม่เขาจะตั้งมูลนิธิระดมเงินว่ารายหนึ่งนี่กี่สตางค์ กี่สตา้งค์ พอเขาเสร็จนี่เขาจะเริ่มระดมนะครับ แล้วสมเด็จพระเทพรัตนฯ เขารับสั่งว่าน่าจะไปทำที่ขอนแก่นอีกท่านรับสั่งอย่างนั้น ก็ให้ทางนี้เจรจากับขอนแก่น ท่านอาจจะส่งสัยว่าทำไมมันไปเกี่ยวอะไรกับ Mobii ทำไมไม่ใช้ CT เครื่องใหญ่ ไอ้ CT เครื่องใหญ่พอออกไปใช้แล้วเวลามันไม่ได้ มันจองเวลาไม่ได้ แล้วอันนี้มันอยู่ข้างตรงผ่าตรงผ่าตัดเลย มันเลยเป็น Significant (ประธาน) โอ.เค. นะครับ เห็นชอบนะครับ เราไปต่อคำถามถัดไปนะครับ (อาจารย์ วันทนีย์) โครงการที่ผ่านมานะคะ ก็เป็นขออนุมัติรายงานความก้าวหน้านะคะ แล้วก็สนับสนุนงบประมาณ In Cash ในปีที่ 1 งวดที่ 2 นะคะ ไม่เกิน 280,000 บาท นะคะ แล้วก็อนุมัติกรอบงบประมาณปีที่ 2 จำนวน 1,380,000 บาท ค่ะ ต่อไปเป็นโครงการที่ต่อเนื่องที่ 6 นะคะ โครงการแผ่นโลหะดามกระดูกเฉพาะบุคคลและแบบมาตรฐานสำหรับแพลตฟอร์มดิจิทัลทางกระดูกและข้อค่ะ ดร.ประเสริฐ เฉลิมการนนท์ ค่ะ (ดร.ประเสริฐ) สวัสดีครับ ผมประเสริฐนะครับ ก็เท่าที่ฟังมาโครงการนี้อาจจะเป็นโครงการแรกที่มีแนวโน้มว่าจะล่าช้ากว่าแผนหรือเปล่า [เสียงหัวเราะ] (ดร.ประเสริฐ) ก็ขออนุญาตรายงานความก้าวหน้าโครงการแผ่นโลหะดามกระดูกแบบเฉพาะบุคคลและแบบมาตรฐานสำหรับแพลตฟอร์มดิจิทัลทางกระดูกและข้อนะครับ ก็อันนี้จะเป็นข้อมูลความก้าวหน้าตั้งแต่เริ่มโครงการ ความก้าวหน้าตอนที่ 2 นะครับ จนถึงเดือนกรกฎาคมปีที่แล้วนะครับผม ก็จริง ๆ ตัวโครงการทั้งหมดนี่มันใช้งบประมาณที่เป็น In Cash 21 ล้านนะครับ ใช้เวลา 3 ปี 6 เดือน นะครับ ทีนี้วัตถุประสงค์ของโครงการนี่ก็ย่อยออกเป็น 2 ส่วนหลัก ๆ นะครับ ส่วนแรกที่จะเป็นการออกแบบแล้วก็ผลิตแผ่นโลหะดามกระดูกสำหรับใช้กับการรักษาแบบเฉพาะบุคคลนะครับ ซึ่งอันนี้จะมีการประยุกต์เข้ากับการใช้ระบบ Digital Cloud Platform ซึ่งเป็นของอีกโครงการหนึ่งของ ดร.แอน เมื่อสักครู่ที่รายงานนะครับผม แต่ในส่วนของโครงการนี้จะเป็น Scope ของการ… ตัวแผ่นดามกระดูกและการผ่าตัดนะครับ ซึ่งของ ดร.แอน นี่จะเป็นส่วนของการพัฒนา ดร.โป้ง นี่จะเป็นโครงการพัฒนาตัวระบบ Cloud Digital นะครับ ก็จะมา Merge กันทีหลังนะครับ แล้วก็อีกส่วนหนึ่งที่เป็นวัตถุประสงค์หลักของโครงการก็คือ จะเป็นการออกแบบแล้วก็พัฒนาตัวแผ่นโลหะดามกระดูกที่เป็นแบบทั่วไปนะครับ เป็นแบบมาตรฐานที่เป็นคล้าย ๆ เป็น Mass Production ครับ ที่ใช้ได้กับบุคคลทั่วไปนะครับ ซึ่งวันนี้เราว่าโครงการเราจะใช้ข้อมูลกายวิภาคของกระดูกคนไทยนะครับ เอามาวัดข้อมูลแล้วก็ใช้ในการออกแบบให้เหมาะสมกับตัวกายวิภาคมากกว่าตัวแผ่นดามกระดูกของที่มีใช้ในท้องตลาดที่มาจากผู้ผลิตต่างประเทศนะครับ ก็อันนี้ตัวโครงการเองนี่ก็จะมีการร่วมมือกับบริษัทเอกชนแล้วก็ 3 คณะแพทย์ของที่คณะแพทย์ ธรรมศาสตร์ แล้วก็คณะแพทย์ ศิริราชนะครับ แล้วก็คณะแพทย์ ม.สงขลา นะครับ 3 แห่งครับ ก็ตัวที่ผ่านมาความก้าวหน้าของโครงการจะมีเป็นรายงานเชิงเทคนิคของตัวแผ่นดามกระดูกแบบมาตรฐานไปแล้ว 2 แบบนะครับผม ซึ่งเป้าหมายของปีนี้ก็… เดี๋ยวเล่าแผนของที่ผ่านมาก่อนนะครับ นี่จะเป็นแผนความก้าวหน้าเมื่อ… อย่างที่เรียนก็คือกรกฎาคมปีที่แล้วนะครับผม ก็จะเห็นแนวโน้มความล่าช้าอยู่ 2 ส่วนที่เห็นตั้งแต่แนวโน้มคราวที่แล้วก็คือว่า การพัฒนากระบวนการให้บริการไอ้ตัวโลหะแผ่นดามกระดูกที่เฉพาะราย เฉพาะบุคคลนะครับผม อันนี้ก็เนื่องจากว่าจะมีส่วนที่ต้องรอการพัฒนาตัวระบบ Digital Cloud Platform ของอีกโครงการหนึ่ง ก็ตัวโครงการนี้เองก็เลยยังต้องรอตรงส่วนนั้นอยู่เมื่อตอนนั้นนะครับผม แล้วอีกส่วนหนึ่งที่ตอนนั้นค่อนข้างจะมีแนวโน้มว่าจะล่าช้ากว่าแผนก็คือ ตัวออกแบบแล้วก็ผลิตตัวแผ่นโลหะดามกระดูกเองนะครับผม ทีนี้ถ้าจะอัปเดตความก้าวหน้าของผลงาน ณ เดือนมกราคมที่ผ่านมานะครับ ก็จะเน้นเฉพาะของปี 2563 ให้เห็นก็คือ ตัวเป้าหมายการส่งมอบผลงานของปี 2563 นี่จะมีทั้งหมด เป็นสิทธิบัตร 4 ส่วนนะครับผม แล้วก็จะมีตัวรายงานเชิงเทคนิคของไอ้ตัวแผ่นดามกระดูกแบบมาตรฐานอีก 3 ส่วนนะครับ ซึ่งถ้าไล่ความก้าวหน้าไปเลยแต่ละส่วนนี่ก็คือ ถ้าพูดถึงตัวส่วนแรกที่เป็นแผ่นดามกระดูกแบบมาตรฐานนะครับ ที่เป็นตัวสิทธิบัตรนี่ก็เนื่องจากไอ้ตัวแผ่นดามกระดูกข้อมือ ไอ้ 20 ล้านนี่คือข้อมือนะครับ ข้อมือนี่เท่าที่ทำมานี่เรามีการใช้ตัวเดิมของทางบริษัทเอกชนที่เขาได้มีการยื่นสิทธิบัตรออกแบบไปแล้ว แล้วเราเอามาพัฒนาต่อยอด ซึ่งการพัฒนาต่อยอดในโครงการ ณ จุดนี้นี่ยังเป็นเพียงในระดับ Minor ที่ยังไม่ได้มีนัยสำคัญพอที่จะไปสามารถยื่นเป็นอนุสิทธิบัตร หรือสิทธิบัตรออกแบบขึ้นมาใหม่ได้นะครับผม แต่ก็เลยคาดว่าตรงนี้นี่ยังไม่ได้เห็นประเด็นที่จะสามารถยื่นจดคุ้มครองอะไรได้ ก็เลยรายงานความก้าวหน้าเป็น 0 เปอร์เซ็นต์อยู่ แต่ก็อย่างไรก็แล้วแต่ ถ้าในขณะที่มีการพัฒนาต่อในการทดสอบทางคลินิก แล้วเห็นประเด็นที่มันเกิดปัญหาจริง ๆ แล้วเอามาพัฒนาต่อนี่ อาจจะมีแนวโน้มสำคัญอะไรที่เกิดขึ้น ทำให้สามารถอาจจะมีการเห็นประเด็นที่จะจดขึ้นมาเป็นคุ้มครอง IP ได้ หลังจากนั้นก็มันก็มีโอกาสครับผม ทีนี้ตัวถัดมาที่เป็นตัวแผ่นดามกระดูกต้นแขนส่วนต้นนะครับ ทีนี้ก็จากการพัฒนาขึ้นมาก็จะมีตัวอนุสิทธิบัตรที่ร่างเสร็จแล้ว แล้วก็จะมีตัวสิทธิบัตรการออกแบบนะ อย่างละ 1 ฉบับ ร่างเสร็จแล้ว แล้วขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างเสนอแต่ละฝ่ายลงนาม เพื่อจะได้เอาไปยื่นที่ทางกรมทรัพย์สินทางปัญญานะครับ ก็เลยรายงานความก้าวหน้าตัวนี้เป็น 90 เปอร์เซ็นต์นะครับ รอการลงนามเพื่อเอาไปยื่นนะครับ ส่วนอีกตัวถัดมาที่เป็นตัวแผ่นดามกระดูกต้นขาส่วนปลายนะครับผม ตัวนี้ก็ได้มีการสืบค้นสิทธิบัตรแล้วก็เห็นว่าน่าจะมีส่วนที่สามารถขอยื่นความคุ้มครองเป็นอนุสิทธิบัตรได้นะครับ แล้วก็ได้มีการร่างไปแล้วบางส่วนก็เลยขอรายงานความก้าวหน้าเป็น 30 เปอร์เซ็นต์ นะครับ อีกส่วนหนึ่งที่เป็นตัวแผ่นดามกระดูกหน้าแข้งส่วนต้นนะครับ ตัวนี้ก็ได้มีการสืบค้นสิทธิบัตรแล้ว ก็มีแนวโน้มว่าน่าจะมีนัยสำคัญในการออกแบบที่อาจจะยืนขอคุ้มครองเป็นอนุสิทธิบัตรได้ แต่ตอนนี้ยังไม่ได้ร่างตัวคำร้องขึ้นมา ยังไม่ได้ร่างนะครับ ก็เลยขอรายงานความก้าวหน้าเป็น 20 เปอร์เซ็นต์ก่อนนะครับ ส่วนที่เหลืออีก 3 ตัวนี่จะเป็น… ไม่ได้หมายความว่าเป็นความก้าวหน้าของตัวรายงานนะครับ แต่ว่ามันเป็นความก้าวหน้าของตัวเนื้องานที่จำเป็นที่จะต้องใช้ในรายงานนะ ตัวเนื้องานมันเองนี่ก็คือ ตัวแผ่นดามกระดูกต้นขาส่วนปลายนะครับ ก็… กลับตัวแผ่นดามกระดูกหน้าแข้งส่วนต้นก็ได้มีการออกแบบเสร็จเรียบร้อย แล้วก็มีการทดลองเบื้องต้นกับร่างอาจารย์ใหญ่แล้ว แล้วขณะนี้ก็เอา Feedback ตรงนั้นกลับมาในการพัฒนาต่อ ในการปรับปรุงแบบอยู่นะครับ ซึ่งถ้าตรงนี้ปรับปรุงแบบเสร็จแล้ว แล้วก็นำไปทดสอบเชิงกลนี่ก็คิดว่าข้อมูลต่าง ๆ ก็น่าจะครบถ้วนสำหรับในการเขียนสรุปเป็นรายงานเชิงเทคนิคของ 2 ส่วนนี้นะครับ ส่วนอีกส่วนหนึ่งที่เป็นแผ่นดามกระดูหน้าแข้งส่วนปลายนะครับ ก็ขณะนี้ยังอยู่เพียงขั้นตอนของ Concept Design เบื้องต้นนะครับ ซึ่งก็ออกแบบใน CAD ในคอมพิวเตอร์เฉย ๆ นะครับ ยังไม่ได้มีการคืบหน้าไปถึงการผลิตชิ้นงานจริงขึ้นมาทดสอบต่อก็ ความก้าวหน้าก็เนื่องจากเป็นเป็นแบบ Concept Design ที่อยู่ใน CAD ในคอมพิวเตอร์เฉย ๆ ก็เลยยังรายงานความก้าวหน้าเป็นแค่ 0 เปอร์เซ็นต์ นะครับผม ทีนี้ตัวงบประมาณของโครงการข้อมูลอันนี้ ณ สิ้นเดือนมกราคมที่ผ่านมานะครับผม ก็ตามแผ่นนี่ 3 งวดนี่ก็จำนวนเงินที่ขอเอาไว้ทั้งหมด 12 ล้านนะครับ แต่จริง ๆ ที่ใช้ไปนี่ ถ้าเทียบกับตัว 12 ล้านนี่ ใช้ไปที่ 31 เปอร์เซ็นต์นะครับ แต่ถ้าเทียบกับตัวที่ได้รับเงินมาก้อนแรกของงวดแรก ก็ใช้ไป 78 เปอร์เซ็นต์นะครับ อันนี้ก็เป็นความก้าวหน้าของทางโครงการนะครับผม (ประธาน) เชิญเลยครับ (ดร.ประเสริฐ) ก็จริง ๆ ถ้าดูในแผนนี่นะครับผม ก็จริง ๆ ปีที่ 2 นี่ต้องเริ่มการทดสอบในคนแล้วนะครับผม แต่ที่ตัวนี้ ณ จุดนี้นี่ยังไม่ได้ คือตัวนี้เป็นตัวหลักเลยที่ดีเลย์ก็คือ เราเตรียมเอกสารที่เป็น… ขอเสนอโครงการในการยื่นให้กับ Ethics พิจารณานะครับ สำหรับทั้ง 3 มหาวิทยาลัย เพราะเราจะทำการทดสอบ… ปีที่ 2 ของโครงการก็คือ ปีที่ 2 ของโครงการมันก็คือตั้งแต่ปีงบประมาณ 2563 ก็คือ ตุลาคมปีที่แล้วใช่ไหม ครับผม แต่ ณ จุดนี้ยังไม่เริ่ม คือ เอกสารที่ผ่านมาเราใช้เวลาไปกับการเตรียมเอกสารเพื่อยื่นขออนุมัติคณะกรรมการจริยธรรมของทั้ง 3 คณะแพทย์นะครับผม เราเตรียมเสร็จแล้ว แล้วก็… ประทานโทษครับ ทางแพทย์ผู้วิจัยร่วมกับเราทั้ง 3 หน่วยงาน เพื่อในการปรับปรุงข้อเสนอโครงการทั้งหมดแล้วก็เตรียมเสร็จแล้ว พอจะไปยื่นกับที่ Ethics ของแต่ละมหาวิทยาลัยนี่ เขาตีกลับมาว่าให้ไปยื่นกับที่ Central Research on Ethics Committee คราวที่แล้วก็เลยต้องปรับกระบวนท่าใหม่ไปยื่นเข้าที่ตรงกลาง Center ของ Ethics Committee ตรงกลาง ก็ตอนนี้กำลังอยู่ระหว่างปรึกษากับทางคณะกรรมการจริยธรรมของ สวทช. เพื่อจะได้ปรับกระบวนท่าในการไปยื่นตรงนี้ให้กับทางนี้ใหม่ แล้วก็… [เสียงหัวเราะ] (ดร.ประเสริฐ) ก็แล้วก็พอข้อเสนอไอ้ Protocol ทุกอย่างนี่เราจัดเตรียมเป็นภาษาไทยหมด แล้วพอเนื่องจากว่าเราต้องมีการคุ้มครองอาสาสมัครในโครงการ เพราะฉะนั้นเราจะติดต่อทำประกันให้กับอาสาสมัคร ซึ่งการทำประกันนี่ บริษัทประกันในเมืองไทยไม่ได้มีการรับทำประกันประเภทนี้ในการทำ Clinical Trials เพราะฉะนั้นเราก็ต้องจัดทำเอกสารทั้งหมดที่เป็น Protocal ทั้งหมดนี่เป็นภาษาอังกฤษ เพื่อจะได้ส่งให้ตัวแทนประกันไปหาราคาของบริษัทประกันจากต่างชาติมาเพื่อคุ้มครองอาสาสมัครของโครงการนี้ ก็เลยส่วนนี้ซึ่งเป็นการที่เรายังไม่ถนัดแล้วก็เจออุปสรรคหลาย ๆ อย่าง ที่เราไม่เคยเจอ ก็เลยทำให้แผ่นในการทดสอบทางคลินิกนี่ค่อนข้างล่าช้ามานะครับผม (ประธาน) ตอนนี้มีแนวทางแก้ไขหรือยังครับ (ดร.ประเสริฐ) ก็ขณะนี้เราได้ส่งเอกสาร Protocal ให้กับทางตัวแทนบริษัทประกันแล้ว แล้วก็น่าจะได้คำตอบราคาเบื้องต้นมาในเร็ว ๆ นี้นะครับผม ซึ่งถ้าราคากลับมาแล้วนี่เราจะเดาเบี้ยไม่ถูกกัน แต่ถ้าเบี้ยประกันมันแพงมาก อาจจะต้องมารอดูเรื่องงบประมาณแล้วก็ดูความเหมาะสมในการคุ้มครองแล้วเราจะคุ้มครองที่วงเงินเท่าไร อีกทีหนึ่งวงเงินภาพรวม ก็น่าจะได้คำตอบของบริษัทประกันมาเร็ว ๆ นี้ครับผม (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ผมคิดว่านี่เป็นกรณีศึกษานะครับ เพราะว่าลักษณะของการทำการวิจัยที่เป็นพหุสถาบัน ซึ่งเขาได้ให้คำแนะนำว่าให้ไปผ่าน Ethic ใน Select ใช่ไหมครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ครับผม (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) Select นี่ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นลักษณะคล้าย ๆ กับเป็นการศึกษาที่เป็น Multicenter Trial ของยา Drug Development ซึ่ง Select นี่เป็นลักษณะของการ Approve Proposal แต่ Liability นี่ Site ที่ทำมันต้องรับผิดชอบ ซึ่งตรงนี้มันก็จะมีประเด็นนะครับว่าถ้าหากว่าเกิดเหตุไม่พึงประสงค์นี่ Select ไม่รับผิดชอบนะ ซึ่งเป็น Issue ที่ต้อง Concern ด้วยส่วนหนึ่ง ถ้าเป็นไปได้ผมคิดว่าทางออกทางอันหนึ่งก็คือ หาพันธมิตรที่คิดว่าจะมี Mass ของ Clinical Trial เยอะนี่นะครับจะ Approach เป็น Single, Single Institution จะง่ายกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีธรรมศาสตร์ที่อยู่ใกล้ ๆ และ Approach ก่อนเดินหน้าไป ถ้าไม่อย่างนั้นนี่ คือ พอเขาเห็นว่าเป็นโจทย์ที่เป็นพหุสถาบันปั๊บนี่เขาส่งไปที่นู่น มันก็จะคล้าย ๆ มันไป Trap Trap นั้นไปแล้วก็ติดกับโดยที่ว่าพอ Approve แล้วอะไรต่อไป สถาบันที่จะทำมี Approve แล้ว ประเด็นของหมอนี่ ถ้าหากว่าเกิดเหตุไม่พึงประสงค์นี่ โดยด้าน Approve นี่คือหมอนะครับ ไม่ใช่ Ethical Committee เพราะฉะนั้น Surgeon นี่ก็ต้องมีความรู้สึกไว้วางใจกับคนที่คิดเครื่องมือกับคนที่ Development ว่า โอ.เค. ฉันพร้อมที่จะเสี่ยงในการที่จะเอา ก็ฝากเป็นข้อคิดนะครับ ไม่ใช่ในลักษณะ Discourage เพราะว่าเรื่องเกี่ยวกับ Multicenter Trial ในลักษณะยานี่ไม่ค่อยเป็นปัญหา แต่ Medical Device ยังมีประเด็นที่จะต้อง Overcome อีกพอสมควร ไม่ทราบอาจารย์ประจักษวิชมีประเด็นไหมครับ (นพ.ประจักษ์วิช) ผมสนับสนุนนะครับ เพราะว่าจริง ๆ เรื่องนี้คือดูให้มันไม่ยาก มันก็ไม่ยาก แต่ว่าจริง ๆ แล้วมันยากตรงที่ความจริงตัวนี้เดี๋ยวมันจะไปถึงไอ้ตอนขดลวดค้ำยันที่ไปทำ Stent นี่ อันนั้นจะยิ่งยากกว่านี้ขึ้นไปอีก แต่อันนี้เป็นการเรียนรู้ที่ดีนะ หมายความว่าอันนั้นน่ะ เตรียมเรียนรู้จากอันนี้ได้เลยว่า เวลาทำไอ้ Clinical Trial ในคนนี่จะยุ่งยากมาก อันนี้ผมคิดว่าผมเห็นด้วยกับอาจารย์นะครับ ว่าเริ่มต้นเรียนรู้นี่แล้วไปเริ่มแบบเหมือนไปก้าวข้ามบันไดไปสัก 2-3 ขั้นนะครับ เพราะทำ Multicenter นี่นะครับ มันจะมีปัญหา คือไม่ใช่ปัญหาเรื่อง Medical อย่างเดียว คือเวลาในทำการ Control เรื่องความแตกต่างกันอะไรกันนี่ ระหว่าง Institution นี่ก็มีปัญหา ผมว่าพยายามลอง Reconsider น่าจะดีครับ (ดร.ประเสริฐ) ประเด็นนี้เนื่องจากผมเป็นที่ปรึกษาในโครงการ Yothi Medical Innovation District ซึ่งนี้โดยมีคณะเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย 6 คณะ ตอนนี้พี่สุวิทย์ พิบูลย์ผลประเสริฐ ท่านก็เป็นประธานในโปรเจกต์นี้นี่ เรากำลังดูอยู่ว่าวิธีการที่จะแก้โจทย์อันนี้นี่น่าจะเป็นไปได้ก็คือว่า Ethical Clearance นี่ เป็นคล้าย ๆ กับ Approve โดยหลักการ แต่ Liability นี่จะต้องไป Approve ที่ปลายทาง หมายถึงว่าเวลาตอนที่พิจารณาโปรเจกต์ที่เป็น Multicenter นี่ Proposal นี้มาแล้วแก้ให้เสร็จเลยโดยที่ว่า Committee นี่ แต่ละสถาบันที่คิดว่าจะเป็น Site ที่จะทำ Clinical Trial นี่ต้องมา Sit In เป็น Member ตรงมาพิจารณาโครงการนี้ แก้ก็แก้ไปพร้อมกันเลย จนกระทั่งลักษณะเป็นตกผลึกว่าโปรเจกต์เป็นแบบนี้นะ เสร็จแล้วนี่ เอาไอ้ตรงนี้ไปที่ Site ของ Clinical Trial จริง ๆ เพราะว่า Liability มันจะอยู่ที่ Site งาน แล้วตรงนี้นี่ Approve ในลักษณะกึ่ง ๆ Experience ว่ามันได้มีการตกลงในลักษณะที่ Agreement โดยหลักการ ตัวแทนของท่านได้มานั่งตรงนี้ ช่วยกันพิจารณาอย่างรอบคอบแล้วประเด็นปลีกย่อย ไม่อย่างนั้นมันจะเป็นลักษณะต่างคน ไปที่นี่ที่หนึ่ง แล้วไปที่นี่อีกทีแล้วมันก็แก้ไปแก้มา นั่งมันตรงนี้เลย แล้วแก้ให้มันเป็นลักษณะของจุดลงตัว เป็น ห.ร.ม. น่ะ เหมือนอะไรที่มันเป็น Concept เดียวกัน ทุกคน Agree หมด Site งานที่คิดว่าจะร่วมกัน Study แล้วอันนี้ก็จะเป็นลักษณะคล้าย ๆ กับเป็น Proposal ที่ได้รับการ Approve โดยหลักการของ Common Ethical Committee แล้วเอาอันนี้ไป Approve อีกทีที่ Site งาน เพราะตรงนี้นี่มันต้องมีการเซ็นรับรองว่าโครงการนี้ที่ Site ที่จะทำ Clinical Trial ก็ Approve ด้วย แล้วถ้าสมมติว่าเกิด Clinical at consequence ใด ๆ ก็ตาม Site เขาก็ต้องรับรองว่าเขาจะต้อง Take Care เป็น Agreement เลยคราวนี้ อันนี้คือวิธีการที่กำลังคุยกับท่านอาจารย์สุวิทย์นะครับ ซึ่งถ้าหากว่า Model นี้ Work นี่ ผมคิดว่า Yothi ก็จะทำไอ้ Innovation Clinical Trial ได้อย่าง Effective เพราะว่าผู้ที่จะ Participate นี่ Willing ที่จะ Handle ความรับผิดชอบนั้นด้วยครับผม (ประธาน) เชิญเลยครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ผมไม่เห็นด้วยนะครับ โทษทีนะครับ เพราะว่าในปัจจุบันนี่เวลาตอนที่เกิดเหตุใด ๆ ก็ตามนี่มันถึงกันหมด โดย Social Media และในลักษณะแบบนี้นี่มันจะถูก Condemn เหมือนกับ Discriminate คนที่เรา Low Quality หรือว่าคนที่อยู่ไกลปืนเที่ยง กลายเป็นหนูทดลอง อันนี้เป็นเรื่อง Sensitive มาก แล้วเราจะโดน Blacklist หรือว่าโดนสังคมประนามอย่างรุนแรงนะครับ เพราะฉะนั้นที่ดีที่สุดก็คือว่าทำอย่างตรงไปตรงมา โดย Concept เดียวกัน Treat Equity เหมือนกัน แล้วก็คือทุกอย่างให้เหมือนกันอย่าทำให้เกิด Discrimination ไม่อย่างนั้นนี่ Surgeon นี่จะกลายเป็นโดนบำบัดด้วยปัญหาสังคม Condem สิ่งที่จะแก้เกมนะครับ ผมอยากเรียนอย่างนี้นะครับ ทางทีมนี่สนิทกับทางธรรมศาสตร์ คุยกับทีมที่ธรรมศาสตร์ เพราะว่าคนที่ออกแบบนี่เขารู้ว่าจุดที่มันเป็นจุดด้อย จุดแข็ง อะไรที่เป็น Clinical Part นี่ เขาดูว่าอะไรที่ตรงนี้มันอาจจะไม่ได้มีปัญหาอะไรมากมาย แม้นว่ามันจะแตกต่างไปจาก Commercial แต่เขา Overcome ได้ Surgeon เขามีความรู้สึก Confident ในการที่จะใช้เครื่องมือ อันนั้นเป็นเรื่องสำคัญสุด เพราะอย่างนั้นถ้าหากว่าเป็นทีมที่เริ่มต้น Design มา แม้จะเป็นผู้ใช้นี่เขามีความมั่นใจ แต่ถ้าหากนาย ก. เป็นคน Design แล้วให้นาย ข. ทำนี่ นาย ข. บางทีไม่ Trust นาย ก. หรือบางทีก็เป็นอริด้วยบางที แล้วก็จะ Condemn นาย ก. ว่า เครื่องมือไม่ดี แล้วคนที่ได้ยินก็ปากต่อปากพูดไปแล้วกลายเป็นภาพไม่ดี เพราะฉะนั้นเริ่มต้นจากคนที่เป็นพันธมิตรที่ร่วมกันตั้งแต่ตอนต้น จะทำให้เกิดผลสำเร็จ อันนี้ผมผ่านเรื่องนี้มานานพอสมควรแล้วผมคิดว่า อันนั้นจะเป็นคู่พันธมิตรที่จะทำให้ราบรื่นมากที่สุด แล้วก็เป็น Fast Track อย่าไปพึ่งพิงลักษณะ Concept ที่ว่ามีหลากหลายสถาบันแล้วจะเสร็จเร็ว ผมคิดว่าหลายสถาบันแล้วจะเสร็จช้ากว่าเดิม อันนั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงครับผม (ประธาน) รับข้อสังเกตไว้นะครับ แล้วเรารองดูว่าจะปรับ หรือไม่ปรับอย่างไรนะครับ แต่ว่าไม่ขยายเวลานะครับ ไปหาวิธีร่นระยะเวลาตอนหลัง Catch Up งานให้ได้ใช่ไหมครับ ไม่มีเวลานี่ครับ ยังนี่เพิ่งปีที่ 2 Project 4 ปี ถูกไหมครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) 3 ปีครึ่ง (ประธาน) ต้องพยายามว่าจะ Catch Up อย่างไร นะครับ เพราะเราเริ่มต้นขยายตั้งแต่วันนี้รับรองผมว่ายาวแน่ ๆ นะครับ ต้องพยายามบี้กลับเข้ามาให้ได้นะครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ครับ ณ จุดนี้จะพยายามก่อนครับ [เสียงหัวเราะ] (ประธาน) ครับ (อาจารย์ วันทนีย์) นะคะโครงการนี้ก็มีประเด็นเพื่อพิจารณานะคะ ขออนุมัติรายงานความก้าวหน้านะคะ ครั้งที่ 2 และก็สนับสนุนงบประมาณ In Cash ในปีที่ 2 งวดที่ 3 ไม่เกิน 4,475,000 บาทถ้วนนะคะ ต่อไปเป็นโครงการต่อเนื่องที่ 7 นะคะ โครงการแคลเซียมฟอสเฟต เซรามิกสังเคราะห์สำหรับงานทันตกรรมค่ะ ดร.กตัญชลี ไม้งาม ค่ะ (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) ค่ะ สวัสดีค่ะก็ แป๊บหนึ่งนะคะ มันไม่ขึ้น ก็เป็นโครงการแคลเซียมฟอสเฟตนะคะ ก็คือ โครงการนี้จะมีเป็นโครงการ 3 ปีครึ่ง งบประมาณ ประมาณ 29 ล้านกว่า ๆ นะคะ รายงานนี่จะถึง 31 กรกฎาคม แต่ว่าผลที่มารายงานในวันนี้จะถึง ณ ปัจจุบันนะคะ ก็วัตถุประสงค์ก็จะมีหลายข้อหน่อยนะคะ แต่ว่าจริง ๆ แล้วจะเป็นผลิตภัณฑ์ 2 อัน อีกอันหนึ่งจะเป็น M-Bone นะคะ แล้วก็วันที่เราจะมา Report วันนี้ จะเป็นโปรตีน ที่ชื่อว่า BMP-2 นะคะก็จะมีตัวเนื้องานนี่ของโครงการนี้ ในนี้ก็จะ Cover ไปถึงการทำสัตว์ทดลอง การเตรียม Packaging นะคะ แล้วก็การทำ ISO นะคะ 10993 อันนี้อยู่ในโครงการนี้นะคะ อันนี้เป็นความก้าวหน้า ก็คือความก้าวหน้าถึง 31 กรกฎาคมนี่ ก็ยังอยู่ไปตามแผนหมดนะคะ แต่ส่วนหนึ่งที่จะมาในวันนี้ก็คือ จะมีเรื่องของการขอปรับแผน ถามว่าทำไมเราถึงอยากจะปรับแผนนะคะ ก็คือในกลุ่มงานของเรานี่ คือ เราสามารถทำผลิตภัณฑ์ได้หลายตัวนะคะ ไม่ว่าจะเป็น M-Bone Hydroxyapatite แล้วก็เราก็สามารถเตรียมคอลลาเจนได้ แล้วก็เราสามารถเตรียมโปรตีน BMP-2 ได้นะคะ ในมุมของโปรตีน BMP-2 น่ะค่ะ มันไม่สามารถใช้ด้วยตัวมันเองได้ มันจะต้องมีตัวนำที่เป็น Carrier ในงานของเรานี่เราสามารถมี Carrier ได้ 2 ตัว ตัวหนึ่งก็คือเป็นคอลลาเจน ส่วนอีกตัวหนึ่งก็คือเป็น M-Bone น่ะค่ะ ในตอนแรกนี่โครงการนี่ได้เสนอไว้ว่าเราจะทำ BMP-2 ผสมกับ M-Bone แต่ตอนนี้เราอยากจะปรับแผนเพื่อไปเป็น BMP-2 กับ Collagen Sponge แทน เหตุผลน่ะนะคะ เพราะว่าเราจะใช้ Theme ที่เรียกว่า BioSimilars ค่ะ คือ ถึงแม้นว่าในประเทศเรานี่ เราจะไม่ได้ เราจะถือว่าเป็นเครื่องมือแพทย์นะคะอันผลิตภัณฑ์นี้ แต่ว่าในต่างประเทศนี่ จะเป็น Combination Product ซึ่งอาจจะสามารถถูก Approve ในมุม Biosimilars ได้ แล้วก็ถ้าเราสามารถพูดได้ว่าเราเป็น Biosimilas นี่ มันจะทำให้ง่ายต่อการนำไปใช้งาน Biosimilar นี่คืออะไรก็คือว่า เป็นสิ่งที่ทางรัฐบาลสหรัฐอเมริกานี่ใช้เป็น Tools ในการที่จะผลักดันให้สารทางชีวภาพที่ถูกผลิต โดยใช้ Genetic Engineering ซึ่งมีราคาแพงมากนี่ โดยการสร้างคู่แข่งขึ้นมาที่มีประสิทธิภาพในการใช้งานที่เหมือนกัน โดยที่เราจะสามารถที่ Skip Pre-Clinical Trials หรือว่า Clinical Trials บางอย่างไปได้ ก็จะทำให้ใช้งบประมาณในการทำนี่น้อยลง ใช้เวลาน้อยลงก็จะสามารถสร้างคู่แข่งมาได้ จะทำให้ผลิตภัณฑ์นี่มีราคาลดต่ำลงนะคะ แล้วจากเรื่องผลิตภัณฑ์ที่ถูก FDA Approve ไปแล้วนี่ว่า Reference Product สำหรับของเรานี่ที่ FDA Approve นี่มีเพียง Product เดียว ซึ่งชื่อว่า Infuse นะคะ ก็ Infuse นี่จะขายเป็นหลายขนาดแล้วก็มีหลายราคาค่ะ ในเมืองไทยตอนนี้ที่เราบริษัทอิเล็กทรอนิกส์นำเข้ามาขายนี้ก็คือจะมีขนาด 3 ขนาดนะคะ ก็มีราคาตั้งแต่ 55,000-150,000 บาท นะคะ ถามว่าแล้วเรานี่ต่างจากของตัว Reference อย่างไรนะคะ อย่างแรกเลยเป็น Requirement ว่าถ้าเราจะเป็น Biosimilars น่ะค่ะ เราต้องมีลำดับกรดอะมิโนที่เหมือนกัน แต่ว่าวิธี Production ที่ต่างกันนี่อาจจะทำให้โปรตีนน่ะค่ะมี Conformation ที่ต่างกัน โปรตีนมันจะต้องพับตัวให้ถูกต้องมันถึงจะทำงานได้ และอาจจะมี Purity ที่ต่างกันนะคะ วิธีที่ Infuse ใช้ผลิตน่ะค่ะ เขาใช้ Memorial Cell ในขณะที่เราใช้ Equali นะคะ Equali นี่เรา License In มา เราไม่ได้ผลิตขึ้น ก็จะเห็นว่าข้อเสียของ Infuse น่ะค่ะ ของ Memorial Cell เป็นข้อดีของ Equali หมดเลยไม่ว่าจะโตเร็ว ราคาถูก แล้วก็ Yield สูงนะคะ แต่ข้อเสียของ Equali นี่ก็คือมันไม่เหมือนกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมของเรา มันก็เลยจะทำให้มันเกิด Post Translation ไม่ได้ แต่ว่าพอมันผลิตมาแล้วนี่มันจะทำปฏิกิริยาต่อเนื่องเป็นไปได้ ก็โชคว่า BMP-2 นี่ไม่ต้องการปฏิกิริยาตรงนี้นะคะ แล้วก็ใช้ได้ แล้วก็ Codon ก็แปลว่ายีนที่จะเอาแปลงรหัสน่ะค่ะ มันไม่เหมือนกับในคน เราต้องคิดขึ้นมาใหม่ ซึ่งอันนี้เราคิดขึ้นมาได้แล้วเรากำลังจะ Patent ปีนี้นะคะ สิ่งที่ต่างกันก็คือว่า ใน Equali นี่ พอผลิตแล้วโปรตีนน่ะค่ะมันพับตัวผิด แล้วมันจะตกตะกอน สิ่งที่ก็เลยจะเป็นสิ่งที่ เราทำการศึกษาเพื่อให้มันพับตัวใหม่ได้ดีขึ้นนะคะ แล้วก็อันนี้เป็นผลการศึกษาที่เราทำมาก็คือว่า จากมุมขวามือน่ะค่ะ ที่เห็นเป็นรูปเป็นเหมือนเจล แล้วก็มีแถบวิ่ง แถบที่วิ่งน่ะค่ะ คือ ถ้ามีหลายแถบ แปลว่ามีหลายตัว ตัวที่เข้ม ๆ นี่คือโปรตีนของเรา และเกิดถ้าเราเห็นแบรนด์อื่น ๆ มา แต่ว่ามันมี Contaminated นะคะ อันนี้จะแสดงให้เห็นว่า เรา… ของเราน่ะค่ะ ก็บริสุทธิ์ จริง ๆ แล้วก็ ใช้คำว่า “เทียบเท่า” ก็ได้ค่ะ เทียบเท่ากับทาง Infuse นะคะ แล้วก็ Endotoxin นี่มันเป็นสารที่ทำให้เกิดพิษในร่างกาย ทำให้ผู้ป่วยนี่มีอาการไข้อะไรอย่างนี้นะคะ แล้วก็วัด อันนี้เราวัดเอง In House ก็พบว่า เรามี Endotoxin นี่น้อยว่าของ Infuse นะคะ รูปข้างล่างทางซ้ายมือนี่ เป็นอันที่เราเอาไปใส่ในสัตว์เลี้ยง ที่สัตวแพทย์ เกษตรฯ อันนี้เป็นภาพ 10 วัน หลังจากที่ทำการผ่าตัด คุณหมอก็รายงานมาว่า สุนัขนี่ไม่ได้มีอาการแทรกซ้อน ไม่ได้มีอาการอักเสบที่ผิดปกตินะคะ ทางขวามือนี่เป็นการทดสอบประสิทธิภาพในการทำงานในห้องในระดับหลอดทดลอง แล้วก็พบว่า อันกราฟสีน้ำเงินน่ะค่ะ คือตัวที่เราจด Patent ปัจจุบัน แล้วก็สีส้ม ก็คือของ Infuse ที่เราเอามาเทียบกัน จะเห็นว่าเรามี Activity ที่เทียบเท่านะคะ จริง ๆ แล้วก็ค่อนข้างจะดีกว่าของ Infuse ด้วยนะคะ จริง ๆ Definition ของ Biosimilars นี่ก็คือว่า เราจะต้องทำงานในคลินิกได้ดี และก็ปลอดภัยเทียบเท่า ในมุมของคลินิกนี่ ซึ่งจะไม่ได้อยู่ในโครงการนี้นะคะ เดี๋ยวจะต้องมีการ เป็นโครงการอื่นนี่ เรากำลังจะทำการทดสอบกับศิริราชน่ะค่ะ โดยการตอนนี้ ก็คือเรากำลังร่วมกันเขียน ยื่น Ethics โดยมีเป้าหมายว่าจะยื่น Ethics ในเดือนเมษายนนี้นะคะ แล้วก็จะทดสอบใน Tibia และก็ใน Femur เพื่อจะดูของทางด้านการพวก Nonunion Fracture นะคะ ก็ อีกพาร์ตหนึ่งของงานก็คือ ของการ Scale Up แล้วก็การ Scale Up จะไล่ ในแต่ละ Step เครื่องมือก็จะเปลี่ยนไปจากข้างบนลงล่าง ตอนนี้เราจะอยู่ตรงบริเวณที่มีเครื่องหมายถูกนะคะ ก็เราก็จะพยายามผลักดันออกไป เพราะว่ามันต้องเหมือน ค่อย ๆ ๆ ๆ ขยายไปทีละนิดค่ะ ก็ค่อย ๆ ปรับ Condition ก็… อันนี้เป็นเรื่องของงบประมาณนะคะ งบประมาณที่ถูก Release มาแล้วนี่ เราก็ใช้ไปตามที่ได้ Release มา แต่ก็สัดส่วนที่จะ Approve อันนี้ คือ 80 เปอร์เซ็นต์ มันก็จะมีส่วนหนึ่ง ก็จะเป็นเรื่องของการทำสัตว์ทดลอง ที่ตอนนี้ยังอยู่ในระหว่างการเขียน TOR สัญญาจ้างแล้วก็ยื่น Ethics อยู่ ก็เลยยังไม่ได้เงิน ยังไม่ได้ถูกใช้ไปนะคะ ก็อันนี้เป็นส่วนของการปรับแผน ที่ว่า คือ จากเดิมน่ะ เราคิดจะว่าจะทำกับ M-Bone ตอนนี้เราก็จะมาใช้กับ Collagen เพื่อให้มันเหมือนกับ Reference Product เราจะได้ไม่ต้องไปเทสต์บางอย่างนะคะ อย่างเช่น ความเป็นไปได้ของการก่อมะเร็ง หรือเป็นเรื่องของการเกี่ยวกับระบบสืบพันธุ์ เราสามารถใช้ข้อมูลของเขาได้เลยค่ะ อันนี้ก็การปรับนี่ ในมุมของปริมาณนี่ไม่เปลี่ยนนะคะ จะเป็นเรื่องของการเปลี่ยนคำพูดว่า จากเดิมที่เป็น Calcium Phosphate ก็เป็นฟองน้ำคอลลาเจนอะไรอย่างนี้ค่ะ แล้วก็จะมีเรื่องของต้นแบบ เราอาจจะเปลี่ยนเป็นรายงานทางเทคนิค ซึ่งอันนี้เป็นนโยบายที่ได้รับมาว่างานจะเดินไปข้างหน้าเร็วขึ้นน่ะค่ะ ก็มีแค่นี้ค่ะ (ประธาน) เชิญเลยครับ เชิญครับอาจารย์ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) งานนี้จะไปทำ Clinical Trial ที่ศิริราชใช่ไหมครับ (ดร.กตัญชลี) ใช่ค่ะ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) Surgeon ที่ Contact คือใครครับ (ดร.กตัญชลี) คุณหมอก้องเขตค่ะ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) โอ.เค. ผมจะได้ Endorse อีกทีหนึ่งว่า จะเร่งรัดให้ Process มันรวดเร็วอย่างไรบ้าง เพราะว่า ประเด็นที่ 1 ก็คือเรื่อง เกี่ยวกับ Ethical Clearance นี่ มันมี Format ที่ศิริราชมี Format ก็ต้องช่วยประสานงาน เพื่อจะได้เข้าคิวในการที่จะ Approve ประเด็นที่ 2 ก็คือเคส คือ ถ้าหากว่าคิดว่า Material นี้มันพร้อมที่จะ Try แล้วนี่ ก็จะได้นัดมาทำต่าง ๆ ในช่วงเวลาเหมาะสม เพราะว่าบางทีมันต้องรอเคสนะ ไม่ใช่ว่า เราพร้อมปุ๊บจะมาวันพรุ่งนี้ ไม่ใช่ บางทีมันต้องรอเคสมาด้วย เคสพวกนี้มัน Unpredictable ว่าจะมาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ซึ่งตรงนี้นี่ ถ้าเผื่อว่า รับทราบว่า Material นี้นี่ พร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการ ของ Clinical Trial ก็คงต้องระดมเคสพรรคพวก ช่วย Refer มา ทำนองนี้ เป็นการเตรียมการ อันนี้ก็เพื่อประโยชน์สำหรับ Volume ของ Case Trial ครับขอบคุณครับ (ดร.กตัญชลี) ขอบคุณค่ะอาจารย์ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) เชิญเลยครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) ขอถามว่าฟองน้ำคอลลาเจนนี่คือ คือ พัฒนาขึ้นเองในห้องแล็บด้วยหรือเปล่าคะ (ดร.กตัญชลี) ใช่ค่ะ มันจะเป็นอีกโครงการหนึ่งที่ได้รับ Funded ไป แล้วเอามาใช้ร่วมกันค่ะ (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) เป็นอีกโครงการหนึ่ง แต่ว่าเอามาเสริมกับโครงการนี้ (ดร.กตัญชลี) ใช่ค่ะ (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) คราวนี้ เท่าที่เมื่อกี้ดูเร็ว ๆ Graph ที่แสดง Concentration ของ BMP-2 น่ะค่ะ คือ ก็เห็นผลที่น่าสนใจว่า ว่าของที่พัฒนาขึ้นที่ใช้สีน้ำเงินนะคะ NSTDA นี่ Activity สูงมาก ที่ 100 ไมโครกรัม (ดร.กตัญชลี) อันนี้อธิบายได้ค่ะ (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) เป็นไมโครลิตร (ดร.กตัญชลี) เป็นไมโครกรัมต่อมิลลิลิตรค่ะ (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) ต่อมิลลิตร (ดร.กตัญชลี) อันนี้อธิบายได้ ถ้าเราดูที่รูปทางซ้ายมือนะคะ ที่เป็นแบรนด์ คือเวลาเราจริง ๆ แล้ว ตอนที่เราโหลดไปในเจลน่ะค่ะ เราโหลดไปด้วยความเข้มข้นที่เราคิดว่ามันเท่ากัน ก็คือ โปรตีนน่ะมันมาน้อยมากน่ะค่ะ มันมาเป็นมิลลิกรัม แล้วเรา วิธีวัดทาง Bio คือ เราใช้ Assay แล้วก็มีตัว Reference มีตัว มี Standard Curve ของเรานี่ Standard Curve นี่ เราใช้ Albumin เป็นตัว… เป็น Standard Curve แต่เราไม่รู้ว่าเขาใช้อะไร แต่เขาบอกมาว่าความเข้มข้นเท่านี้ แล้วเราก็ Dilute ใช่ไหมคะ พอเราลงเจล เราพบว่า ความเข้นข้นที่เราคิดว่าเท่ากันนี่ ของเขามากกว่าเรา ซึ่งจริง ๆ เป็นข้อดี แปลว่า โอ.เค. เราจริง ๆ Ac เราต่ำ เราสู่งกว่า จริง ๆ เราสูงกว่านี้อีก นึกออกไหมคะ คือ ตอนนี้เราลงไป 15 ไมโครกรัมในเจล กลายเป็นว่า เขาดูเหมือนมีโปรตีนมากกว่าเรา เราคิดว่าเขาใช้ BMP-2 เลย เป็นตัว Reference เป็นตัวทำ Calibration Curve แล้วถามว่า ทำไมเราไม่ใช้ เพราะว่า BMP-2 ที่นำมาใช้เป็นตัวนี้ จริง ๆ มันแพงมากค่ะ จริง ๆ 10 ไมโครกรัมนี่ประมาณ 20,000 การที่เราจะมาสร้าง Calibration Curve ด้วยตัวนี้ มันค่อนข้างสูง แต่พอตอนนี้เรารู้แล้ว เดี๋ยวเราจะสังเคราะห์โปรตีนแล้วทำ Calibration Curve ใหม่เพื่อมาเทียบน่ะค่ะ อันนี้พอดี Infuse นี่ เพิ่งได้รับการอนุมัติ เพื่อเข้ามาขายในเมืองไทยไม่นานนี้ แล้วเราเพิ่งได้ของมาหลังปีใหม่มานี่เองค่ะ เราก็เลยรีบเก็บ Data ในมุมมาเปรียบเทียบ ทีนี้พอถามว่า พอกราฟนี้เป็นอย่างไร คือ โปรตีนมันจะมี Activity ขึ้นแบบนี้นะคะ แล้วก็เริ่มตรง แล้วก็เริ่มลง ถามว่าทำไมลง เพราะว่ามันใส่ลงไปในเซลล์ ซึ่งเราเลี้ยงในห้องแล็บ พอมันใส่สารมากเกินไปมันจะตายค่ะ ทีนี้เราเข้าใจว่าตอนนี้ ไอ้สีน้ำเงินของเราน่ะ เราอยู่ช่วง Toward มาข้างหน้า ในขณะที่ของ Infuse นี่ ไปอยู่ในช่วงที่เริ่มจะ Saturate มันก็เลยทำให้กราฟมัน Cross กันแบบนี้ แล้วค่ะ [เสียงหัวเราะ] (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) Analyze อีกทีนะ (ดร.กตัญชลี) ใช่ค่ะ ๆ (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) มี Calibartion Curve ที่เหมาะสม (ดร.กตัญชลี) ที่เหมาะสมมากกว่านี้ค่ะ (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) ค่ะ อะไรคือ Key Success Factor ล่ะคะ (ดร.กตัญชลี) ตอนนี้ ก็คือ ของเรา… เราคิด... คือจริง ๆ แล้วเราอยาก Similar คือ ถ้าเรา Better นี่ เราว่าไม่ดีเท่าไร คือ ถ้ามันจะกลายเป็น Bio Better แล้วเราก็ต้องไป Prove อื่น ๆ แต่ว่า ในมุมของ Biosimilar ไม่ได้แปลว่าต้องเท่ากันเป๊ะนะคะ คือ เขาจะมีช่วงค่อนข้างกว้าง ใช่ค่ะ เพราะว่าแต่ละ Batch เวลาเราทำ Bio มันไม่ได้เหมือนกันเป๊ะ เราก็ยังมองว่า อย่างนี้ เรายังอยู่ใน Range Similar ค่ะ เป้าหมายเรา คือ Similar [เสียงหัวเราะ] (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ตรงนี้ในระดับหลอดทดลอง (ดร.กตัญชลี) ค่ะ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ผ่านครับหมดแล้วใช่ไหมครับ (ดร.กตัญชลี) ค่ะ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) พร้อมที่จะเริ่มเข้าไปในศาสตร์ทดลอง (ดร.กตัญชลี) ศาสตร์ทดลอง ก็ทำไปบ้างแล้ว แล้วก็กำลังจะทำอีก ก็คือ มีส่วนหนึ่งน่ะค่ะ เราใช้เงินวิจัยของ MTEC ที่ MTEC ให้เรามา ปีงบประมาณที่แล้ว แล้วก็ลงสัตว์ทดลองไปแล้ว จ้างเสร็จแล้ว ก็ลงไปได้ประมาณ 2 อาทิตย์น่ะค่ะ แต่ผลยังไม่ได้ออกมา แล้วเราก็กำลังจะจ้างจุฬาฯ ทำอีกอันหนึ่ง ในมุมที่ว่า Direct Compare กับ Infuse เลยค่ะ ว่าในสัตว์ทดลองนั้นเป็นอย่างไร แล้วเราก็จะทำในสุนัข แต่ในสุนัขนี่จะไม่ใช่เป็นทดลองค่ะ เป็นเคสที่แบบมาขอความอนุเคราะห์ แล้วเราก็จะเอาผลกลับมาเทียบ เพราะว่า IRB ของศิริราชน่ะค่ะ Request 2 Species ในเรื่องของความปลอดภัย เราก็เลยจะเป็นหนูกับสุนัขน่ะค่ะ ที่วันนี้ไปคุยกับ IRB มา 2-3 รอบแล้วน่ะค่ะอาจารย์ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) แล้วเราใช้ฟองน้ำคอลลาเจนแทน มันจะมีผลกับ IP กับอะไรตามมาด้วยหรือเปล่าครับ (ดร.กตัญชลี) คือ I… อันนี้ไม่มีค่ะ คือ IP เขาจะแยกเลยค่ะ ว่าเป็น IP ของโปรตีน แล้วก็ IP ของฟองน้ำ ซึ่งฟองน้ำ เราก็กำลังจะจด IP ในปีนี้ IP ของ BMP-2 เรามีไปแล้ว 2 แล้วปีนี้เราจะจดอีก 1 น่ะค่ะ ก็คือ ไม่น่าจะไม่มีปัญหาเรื่อง IP ที่ตอนนี้เรายังทำไม่เสร็จ ก็คือเรื่องการ License In ของเชื้อ E. coli น่ะค่ะ เพราะว่าเราติดต่อไป เขาก็ยังไม่ได้ Respond เรามากนัก แต่เท่าที่คุยกับบริษัทเอกชน ทางนี้เขาบอกว่า ให้ติดต่อไปเรื่อย ๆ แล้วพอถึงวันที่เราจะทำทางด้านการขายจริง ๆ น่ะค่ะ ถ้าเขาไม่ติดต่อมา ก็คือให้เก็บหลักฐานมาแล้วขายเลย แล้วเขาจะมาคุยกับเราเอง (ประธาน) เชิญครับ มีคำถามเพิ่มไหมครับ ไม่มีนะครับ เชิญครับอาจารย์ (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) Biosimilar นี่ ถ้าเปรียบเทียบกับ 1 Product นี่พอไหมคะ หรือยังต้อง Move On อีก (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) คือ เขาให้เลือกมา 1 อันเลยค่ะ ที่ FDA Approved แล้ว คือ ถ้าต่อให้มีแบบ 5 อัน ก็ให้เลือกมา 1 อัน 1 พอเลย ก็คือ เพราะว่าเขาถือว่าเขา Approv ตรงนั้นแล้ว ถ้าของเรา มันจะมีเรื่องของ Safety แล้วก็ Efficiency เท่าคนนี้ เขาถือว่า โอ.เค. แล้ว เพราะคนนั้นผ่านการ Approv มาเยอะมากแล้วค่ะ (ประธาน) โอ.เค. นะครับ (อาจารย์ วันทนีย์) นะคะ ในเรื่องของโครงการนี้นะคะ ประเด็นเพื่อพิจารณานะคะ ก็ขออนุมัติความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการ ครั้งที่ 2 นะคะ แล้วก็สนับสนุนงบประมาณ In Cash ในปีที่ 2 งวดที่ 3 ไม่เกิน 5,396,000 บาท นะคะ แล้วก็ขออนุมัติปรับแผนการดำเนินโครงการตามที่นักวิจัยเสนอค่ะ (ประธาน) ต่อครับ เรื่องโรคไตเรื้อรังนะ (อาจารย์ วันทนีย์) ค่ะ ต่อไปนะคะ ก็จะเป็นโครงการที่ 8 นะคะ โครงการ Platform การจัดการโรคไตเรื้อรังนะคะ โดย ดร.เดโช สุรางค์ศรีรัฐ ค่ะ เชิญค่ะ (ดร.เดโช) สวัสดีครับ ผม เดโช นะครับ ก็สำหรับโครงการ Platform โรคไตเรื้อรังนะครับ ปัจจุบันก็ยังดำเนินไปตามแผนที่วางไว้นะครับ ขอสไลด์หน้าถัดไป ตามแผนก็คือ เราได้ยื่นต้นแบบระดับห้องปฏิบัติการของเครื่องล้างไต Version 1 แล้ว นะครับ แล้วก็ เครื่องล้างไต Version 2 ที่เราวางแผนไว้ ก็คือ จริง ๆ ตอนนี้ก็พัฒนาเสร็จเรียบร้อยแล้วของ Version 2 นะครับ แล้วก็ทดสอบมาตรฐานทางไฟฟ้าเรียบร้อยแล้วนะครับ แล้วก็ไปทดสอบทางคลินิกระดับนำร่องที่ธรรมศาสตร์ เพิ่งเสร็จเรียบร้อยเมื่อธันวาคมที่ผ่านมานะครับ ก็ขอคร่าว ๆ อีกทีหนึ่งนะครับ Version 2 นี่ คือ เป็น Version ที่เราใช้ Gravity อย่างเดียวในการทำงานนะครับ แล้วก็ยังใช้ระบบ Cassette ของยี่ห้อ Baxter ในการทำงานนะครับ โดยใน Version 3 ที่เราจะทำ คือจะเป็นรุ่นที่เราทำ Cassette ขึ้นมาเองนะครับ แล้วก็มีระบบปั๊มที่เราทำงานกับ Cassette ที่เราออกแบบขึ้นมาเองนะครับ คือ ใน Version 2 นี่ ก็เป็นไปตามแผนที่เราวางไว้ ว่าทดสอบเรียบร้อย ทดสอบมาตรฐานผ่านครบ แล้วก็ไปทดสอบในคนที่ธรรมศาสตร์เสร็จเรียบร้อย ก็ผลเป็นไปตามที่เราวางแผนไว้นะครับ เพราะว่าเรารู้อยู่แล้วว่าข้อจำกัดของ Gravity เทียบกับมีปั๊ม ก็คือว่า ในการทำงานของ APD ระหว่างคืนน่ะครับ ถ้าเราใช้ Gravity อย่างเดียว ระยะเวลาในการนำ Solution เข้าตัวกับออก จะใช้ระยะเวลามากกว่าที่มีปั๊ม เพราะฉะนั้น โดย Realtime ก็คือ ระยะเวลาที่อยู่ในท้องน่ะ จะน้อยลงนะครับ ซึ่งในการทดลองที่เรา Set ไว้ คือ เราต้องการ Set Parameter ให้เหมือนเดิม ตอนเข้าไปทดสอบ เราก็เลย Set เวลาในการทดสอบ Total Time เหมือนเดิม คือ ใช้เวลา 10 ชั่วโมง ตอนกลางคืนนะครับ มันเลยส่งผลให้ระบบเราที่เป็น Gravity น่ะ โดย Realtime มันน้อยกว่า เพราะฉะนั้นอยู่ในท้องน้อยกว่าของระบบมีปั๊มนิดหน่อย ทำให้ผลการทดลองออกมา เราจะเทียบ เราจะเห็นเลยว่า ค่ามันจะเห็นเลยว่า R ใน Realtime เราจะน้อยกว่าของเขา เฉลี่ยประมาณ Cycle ละ 5-10 นาทีนะครับ ก็ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการ Treatment อาจจะ Drop นิดหน่อย แต่ตรงนี้ก็เป็นอะไรที่อาจจะพูดยาก เพราะเราคุยกับหมอ ก็อาจจะมีผลกับอาหารด้วย อย่างอื่นด้วยหรือเปล่านะครับ ซึ่งอันนี้นี่ จริง ๆ ก็เป็นอะไรที่เราคาดไว้ในระดับหนึ่งอยู่แล้ว แต่ว่าสิ่งที่เราทำได้คือ สมมติเราคิดว่า เนื่องจากเราต้องการใช้ระบบ Gravity เพราะว่า ราคาถูกกว่าใช่ไหมครับ เราก็อาจจะเพิ่มระยะเวลา Treatment เช่น เดิม 10 ชั่วโมง ถ้าเราเพิ่มเป็น 10 ชั่วโมงครึ่ง หรือ 11 ชั่วโมง ผลการรักษาก็จะได้เท่าเทียบเท่าของเขานะครับ อันนี้เป็นผลสรุปที่ได้จาก Version 2 ปัจจุบันตอนนี้ ก็คือ เราก็เตรียมทำ Version 3 ขึ้นมา ในส่วนของ Cassette แล้วก็ในส่วนของเครื่อง โดยใน Cassetteก็ออกแบบร่วมกับทางสถาบันพลาสติกนะครับ ก็อยู่ในขั้นตอนการเตรียมเพื่อที่จะนำมาทดสอบ Functionality ในแล็บว่า ในการออกแบบเครื่อง ร่วมกับ Cassette อย่างนี้ จะใช้งานได้ดีขนาดไหน เพื่อที่เราจะเตรียมทำแม่พิมพ์ เพื่อเอาอันนี้ไปทดสอบ Biocompatibility ต่อไปนะครับ ซึ่งเป้าของเราในปีนี้ ก็คือ ปี 2563 เราจะเสร็จตัว Cassette ของ Version 3 แล้วก็เสร็จเครื่องรุ่น 3 ที่เราเอาไปทดสอบมาตรฐานทางไฟฟ้านะครับ แล้วก็เตรียมทดสอบทางคลินิกของ Version 3 ต่อไปนะครับ หลังจากเสร็จของอันนี้ ซึ่งก็ยังดำเนินไปตามแผนที่เราวางไว้อยู่ ตามกรอบแผนที่เราวางไว้ตอนต้นครับ (ประธาน) เชิญเลยครับ อันนี้เพิ่งทดลองเสร็จใช่ไหมครับ (ดร.เดโช) ใช่ครับ อันนี้เพิ่งทดสอบเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมานะครับ ทดสอบกับอาสาสมัคร 3 คน เป็นอาสาสมัคร ที่เดิมที่ใช้เครื่อง APD ของ Baxter อยู่แล้วนะครับ แล้วเขาก็จะ.... ใช่ครับ ของเราใช้ Gravity แต่ของเขาเดิม ใช้ Baxter ที่มีระบบปั๊มอยู่ คือ... ถ้าเป็น Version 3 ก็จะเป็นระบบที่เรามีปั๊มด้วย ครับ แต่ Version 2 ที่เราไปทดสอบมาล่าสุด คือ ระบบที่ไม่มีปั๊ม เป็น Gravity อย่างเดียวครับ (ประธาน) แล้วต่างกันไหม (ดร.เดโช) อันนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับว่า ท้ายที่สุดแล้ว นโยบายเราต้องการทำเครื่องออกมาราคาถูกขนาดไหน แล้วเรายอมรับได้ไหม ที่เครื่องเราออกมาราคาถูกจริง แต่ว่า Treatment Time ต่อคืนเขาอาจจะต้องมากขึ้น 10 เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพเท่าเดิม ถ้าตรงนี้เราคิดว่าเป็นอะไรที่ยอมรับได้ เราก็อาจจะมาพัฒนาตรง Version 2 ต่อไป หรือถ้าเราคิดว่า รับไม่ได้ เราต้องการให้เทียบเท่า หรือดีกว่า เราก็จะมาโฟกัสที่ Version 3 เลย ซึ่งตอนนี้เป็นอะไรที่เรากำลังทำอยู่ คือเรามาโฟกัสที่ Version 3 เพราะว่าเราต้องการทำส่วน Cassette ออกมาเองด้วย ครับ (ประธาน) เรียนเชิญครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) จะสอบถามราคา... (ดร.เดโช) ก็จริง ๆ แล้วถ้าให้ผมมอง ท้ายที่สุดแล้ว ท่าส่วนตรงเครื่องอย่างเดียวน่ะครับ กับระบบ จริง ๆ ผมมองว่าต่างกันหลักไม่กี่หมื่นน่ะครับ เพราะตอนนี้แพงที่สุดส่วนเดียว ก็คือ ส่วนตัวเครื่องที่เราต้องไปขึ้นรูป แล้วก็ส่วนพลาสติกทั้งหลาย ที่เราต้องขึ้นมาเป็นต้นแบบทีละเครื่องน่ะครับ แพงที่สุดส่วนมากมันจะอยู่ตรงนี้ เพราะว่าท้ายที่สุด พอเราออกแบบตรงส่วนอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหลายมาแล้ว ราคามันจะต่างกันไม่เยอะ เพราะว่าเราได้ลงทุนวิจัยออกแบบมาแล้วน่ะครับ (ประธาน) เชิญอาจารย์ลดาครับ (อาจารย์ลดา) ถามทางนักวิจัยหน่อยนะคะว่า ตอนที่ทดสอบทางคลินิกกับผู้ป่วยนะคะ ได้มีการเทียบกับเครื่องมือที่มีใช้ ที่ว่านำเข้ามาจากต่างประเทศ ที่เราพยายามพัฒนาทดแทนไหม แล้ว Outcome ที่ผู้ป่วยน่ะ ผลของการล้างไตนี่ ค่าไตนี่ มันออกมาต่างกันไหมอย่างไรนะคะ เพราะก่อนที่จะพัฒนาเป็น Version 2, Version 3 มันไม่ได้เพียงแค่เอาความสะดวกอย่างเดียว ดิฉันคิดว่า เราควรต้องวัดถึง Outcome ที่ผู้ป่วยนะคะ ว่าออกมานี่ ผลสัมฤทธิ์ออกมาเป็นอย่างไรนะคะ (ดร.เดโช) ขอสไลด์หน้า… หน้าก่อนหน้านี้ ครับ อันนี้ก็คือ อันนี้เป็นผลสรุปที่เราไปทดสอบที่ธรรมศาสตร์มานะครับ ก็คือสรุปทางการใช้งานทั่วไป ก็คืออาสาสมัครเขาก็ไม่ได้รู้สึกถึงความแตกต่างอะไร เนื่องจากว่า เดิมเขาทำที่บ้าน ทุกอย่างเขา Set up เองด้วย อันนี้ที่เรา Set up คือ ให้เขามานอนค้างที่โรงพยาบาล พยาบาลก็จะช่วยดู ช่วยจัดการ เพราะฉะนั้นความสะดวกสบายเขา เขาก็เลยรู้สึกว่า มันก็สบายดี เขาไม่ต้องทำอะไรเองนะครับ อันนี้คือความเห็นของเขา อีกส่วนหนึ่ง คือ Total UF ก็คือ กำไรจากการล้างไตนะครับ ตรงนี้เป็นอะไรที่สรุปไม่ได้ เพราะว่า อาสาสมัครที่เราทดสอบทั้งหมด 3 คน มีทั้งคนที่ได้กำไรรวมมากกว่าเดิม และก็คนที่กำไรรวมใกล้เคียงเดิม กับคนที่กำไรรวมแย่กว่าเดิม ในช่วง 1 อาทิตย์น่ะครับ ที่ทำมา ค่าเฉลี่ย เพราะฉะนั้น ตรงนี้ คือ เป็นผลที่ค่าแต่ละคนไม่เหมือนกันเลยใน 3 คนนี้ ที่เราทำนะครับ แต่อันหนึ่งที่เราสรุปได้แน่ ๆ ก็คือ เพราะว่าเราต้องการ Fix ระยะเวลาในการ Treatment ให้เท่าเดิม เพราะฉะนั้นเราก็เลยได้ระยะเวลาในการแช่ที่น้อยกว่าเดิม เพราะว่า เราไม่สามารถกำหนดระยะเวลาในการ Range กับ Field ได้ เหมือนของเครื่องที่ค่อนข้างกำหนดได้แม่นยำกว่านะครับ ของเราจะกำหนดตรงนี้แทบจะไม่ได้ เพราะฉะนั้นระยะเวลาในการแช่จะน้อยลง ซึ่งส่งผลให้ค่าผลเลือดที่เราตรวจตอนก่อนและหลัง ซึ่งอันนี้ คือ ก็ปรึกษากับคุณหมอเหมือนกัน ว่า มันอาจจะเป็นผลกับอันนี้อย่างเดียว หรือมีผลอย่างอื่นด้วยหรือเปล่านะครับ เพราะว่า จะเห็นว่า BUN น่ะ เพิ่มขึ้นจาก Day Zero Day Seven นี่ 22 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมันเพิ่มขึ้นเยอะ ค่อนข้างเยอะ Creatinine เพิ่มขึ้นประมาณ 3 เปอร์เซ็นต์นะครับ ซึ่งอันนี้เราก็ไม่รู้ว่า มันเป็นผลจากที่ระยะเวลาในการแช่น้อยลง อย่างเดียวหรือเปล่า หรือว่าปัจจัยอย่างอื่นด้วยนะครับ อันนี้คือเพราะว่าที่เราทดสอบทั้งหมด คือเราทดสอบทั้งหมด 1 อาทิตย์ครับ (ประธาน) ฟังดูเหมือนกับมันไม่มีตัว Control 1 กับ 2 Sample Size น้อยไป (ดร.เดโช) ครับ (ประธาน) หรืออาจจะทั้ง 2 อย่างนะครับ ขณะนี้ ก็เลยยังหาบทสรุปอะไรไม่ได้ เชิญเลยครับอาจารย์ครับ (นพ.ประจักษวิช) คือ อันนี้จะต้องคุยเรื่อง วิธีการที่ สปสช. ใช้กับเรื่องของอนาคตที่อยากให้เป็นนะครับ คือ ปัจจุบันนี่ เครื่อง Automate นี่ ไม่ได้อยู่ในสิทธิประโยชน์นะครับ เพียงแต่ว่า คนที่ใช้อยู่ของ สปสช. นี่ เราใช้คำว่า CAPD First ก็คือ ทำเรื่องของการล้างไตทางช่องท้องนี่ เป็น Priority เพราะว่าเรามีปัญหาเรื่องของการที่ไม่สามารถเพิ่มกำลังคน ในการทำเรื่องของ Hemodialysis ได้ อันนั้นเป็นแรก ฉะนั้น CAPD เดิม ที่ทำนี่ ใช้ Gravity อยู่แล้วนี่ของเดิม ไม่ใช้เครื่อง Automate อันนี้คือสิทธิประโยชน์ ที่คน Majority ที่ใช้อยู่นะครับ ทีนี้ ใน Majority ที่เป็นอยู่นี่ ยังมีคนจำนวนหนึ่ง ซึ่งรู้สึกว่า ไปทำ Hemodialysis ซึ่งถ้าไปเข้าเครื่องนี่ รู้สึกว่ามันสบายกว่า ไปนอนแล้วเครื่องมันก็ทำงานให้นะครับ คนส่วนหนึ่งไม่สะดวกตรงนี้ที่จะต้อง Manual ใช้ แล้วก็ทำในระยะเวลากลางวันนี่ไม่สะดวก APD นี่ จึงเป็นอันที่… Automate นี่ เป็นการทำลายกำแพงข้อจำกัดเรื่องที่ต้องทำในระหว่างวัน โดยทำตอนกลางคืน ซึ่งมันจะเหมาะกับ Life Style มากกว่า ปัญหาของคนที่ดูระบบใหญ่ คือ สปสช. นี่ คือ จะ Effort ไหวไหม ประเทศจะมีกำลังในการจัดจ่ายไหม นะครับ จึงมาถึงเรื่องของการที่จะพยายามจะทำให้เกิดเครื่อง Automate นี่เกิดขึ้นนะครับ แล้วก็ Automate นี่ก็มีบริษัท Baxter นี่เป็นคนทำ ขณะนี้นี่ ก็ สวทช. กำลังช่วยในเรื่องของการที่… ถ้าอาจจะคล้าย ๆ กับเมื่อกี้นี่ พอเริ่มรู้ว่ามีการทำนี่นะครับ อย่างน้อยก็ไม่ขึ้นราคา แต่ก็มีความพยายามจะขึ้นราคาอยู่หลายครั้งนะครับ อย่างนั้นก็… อันนี้ก็… คือ ถ้าสำเร็จนี่ สิ่งที่จะเกิดขึ้น… ตอนนี้ยอมรับแล้วว่าราคามันอาจจะแพงขึ้น ถ้าเป็น Automate แต่ไม่รู้ว่าแพงเท่าไรนะครับ ยังไม่รู้ว่ารับได้แค่ไหน ในกำลังงบประมาณของประเทศ แต่ว่าอย่างไรก็ตาม คือ พูดถึง Overall ของต้นทุนหรือสิ่งที่ได้รับกลับมานี่ คือ มันไม่ได้พูดถึงเรื่องค่ารักษาอย่างเดียว พูดถึงการดำรงชีวิตอยู่ในชีวิตประจำวัน ซึ่งทำให้คนสามารถออกไปทำงานได้ โดยที่เดิมนี่จะต้องไป ๆ มา ๆ ก็ หรือว่าจะไปไม่ได้เลย ก็ต้องมีคนมาดูแล ก็จะกลายเป็นว่า คนหนึ่งคนนี่ จะสามารถมี Productivity เกิดขึ้น เพราะฉะนั้น Cost นี่จึงคำนวณตรงไปตรงมา ค่าที่ เป็นค่าต้นทุนของเครื่องนี้ไม่ได้นะครับ ผมคิดว่า อันนี้นี่เป็น... ผมเข้าใจว่า สวรส. นี่ ช่วยในเรื่องของการดีไซน์ ผู้วิจัยอาจจะมีการเก็บประเด็นพวกนี้อยู่ ซึ่งอาจจะไม่ใช่ประเด็นที่ สวทช. Concern แต่ว่าทางด้านของ ในฐานะของคนที่ ต้องเป็นคนดูแลการจ่ายเงินให้เรา Concern ว่า Overall Cost เป็นอย่างไร แล้วก็จะทำให้สามารถ… จริง ๆ คู่แข่ง ไม่ใช่เป็น Gravity ที่เป็น CAPD ที่เป็น Type Manual คู่แข่ง คือ เรื่องของ Hemodialysis ซึ่งเราเป็น Totally Import ไอ้เครื่อง Hemodialysis ทั้งหมดนะครับ แล้วยังไม่รวมถึงเรื่องอื่น ๆ ที่ Import มาด้วย เรื่องของไอ้ Filter เรื่องอะไรทั้งหลายที่ต้องใช้นะครับ เพราะฉะนั้นเป็น Competitor ที่สำคัญ อันนี้ก็เป็นโปรเจกต์ ซึ่งก็คุยกันใน สปสช. เยอะ คือว่าเมื่อไหร่จะได้เห็นในเรื่องของผลบางอย่าง วันนี้ก็ได้ฟังข่าวดีนะครับ ว่ามันเห็นพอสมควรในเรื่องของการ… แม้ว่าจะเป็นเคสที่ไม่เยอะนักนะครับ แต่ผมฟังแล้ว มันก็มีโอกาสที่จะไปต่อ แล้วเราค่อยไปดูเรื่อง Cost ซึ่ง สปสช. ต้องคำนวณเรื่องพวกนี้ไปเสนอรัฐบาลครับ (อาจารย์ลดา) ฟังคุณหมอประจักษ์วิชก็เข้าใจมากขึ้น ว่าจริง ๆ มันก็มีใช้กันอยู่ ใช่ไหมคะ แต่ไม่ใช่สิทธิประโยชน์นะคะ แต่ว่า ส่วนตัวดิฉันคิดว่า ถ้ามันมีทางเลือกแบบนี้นี่ แล้วทำให้ค่าใช้จ่ายในการที่คนไม่สามารถที่จะทำ Peritoneal Dialysis แบบประเภททำด้วยตัวเองนี่นะคะได้ ก็จะมีทางเลือกในราคาที่ถูกลง แต่ก่อนที่จะไปถึงจุดนั้นนี่ ส่วนตัวเองมีความเห็นว่า เมื่อมีเครื่องมือใหม่ ๆ ที่มาทดแทนกับเครื่องมือมาตรฐานที่เราคิดว่าเขาใช้กันอยู่นี่ มันก็ต้องมี Clinical Trial พอสมควรนะคะ เพื่อให้มั่นใจนะคะว่า ของที่เราทำขึ้นมานี่นะ คุ้มค่า แล้วก็ใช้ประโยชน์ ใช้ได้ตามมาตรฐาน แล้วก็มีประโ่ยชน์จริงนะคะ แล้วคนผลิตในเชิงพาณิชย์นี่นะคะ ก็จะสามารถใช้ได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การทำ Clinical Trial ต้องออกแบบ ในการวิจับแบบ Clinical Trial จริง ๆ คือต้องวัดผลที่ตัวผู้ป่วยน่ะ แล้วสุดท้ายก็ไปเทียบกับการทำ Peritoneal Dialysis แบบช่วยตัวเอง แบบเดิมนี่ไม่ได้ ต้องเทียบกับเครื่องแบบเดียวกันนี้ที่นำเข้าจากต่างประเทศ แล้วก็วัดนะคะ ค่าของไตน่ะที่ออกมา ว่าทำให้เขามีคุณภาพชีวิตดีหรือไม่ดี อย่างน้อยก็เป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับคนที่ไม่สามารถที่จะทำด้วยตัวเองแบบ Peritoneal Dialysis ด้วยตัวเองที่บ้านได้นะคะ เราฝากข้อเสนอว่า ขอให้ไปลองดูกับคุณหมอทางไตน่ะนะคะ ทางคลินิกน่ะว่าจะลองออกแบบ Clinical Trail ที่มันทำให้เชื่อมั่นน่ะ เวลาเอาไปขายนี่มันขายได้ แล้วมันใช้ได้จริงค่ะ (ดร.เดโช) ครับ อันนี้ขออนุญาตตอบนิดหนึ่งนะครับ เพราะว่า ตรงส่วนนี้ Clinical อันแรกที่เราทำ คือ จุดประสงค์ คือ เราต้องการ Prove ก่อนว่าเครื่องเราใช้ได้ มีความปลอดภัยนะครับ เพราะว่า จริง ๆ แผนเดิมเราคือ เพราะตอนนี้ สปสช. มีแผนที่จะทำเป็น Multi Size ของ Baxter กับ Fresenius อยู่แล้ว คือ เราคิดว่าใน Version 3 เราจะอ้างอิงตาม Protocol นั้นนะครับ ทดสอบไปใน Protocol เดียวกัน สำหรับของที่ Baxter กับ Fresenius ทดสอบ แต่ว่า ล่าสุดจากที่คุยกับ สวรส. มา ก็คือ ถ้าเราทำ Version 3 ขึ้นมา เราจะไปคุยกับทางจุฬาฯ ด้วย ทางอาจารย์เถลิงศักดิ์ว่า ช่วยออกแบบ Clinical อันที่ไม่ได้อิงกับของ Baxter ก่อนที่เราจะไปทดสอบอันนั้นน่ะ ออกแบบเพื่อที่จะ Prove ตรงประสิทธิภาพ และความปลอดภัยสำหรับเครื่องเราโดยเฉพาะขึ้นมาก่อนเลยอีกอันหนึ่ง ก่อนที่เราจะไปถึงตรงนั้นนะครับ เพราะว่าจะทำให้เหมือนอย่างที่อาจารย์แนะนำว่า มันจะทำให้มีความเชื่อมั่นมากขึ้น เพราะว่าจาก Clinical อันนี้ จริง ๆ เราแค่ต้องการ Prove ก่อนว่า โอ.เค. ใช้งานได้ในเบื้องต้น เพื่อที่เราจะเดินหน้าต่อไปน่ะครับ แล้วก็ เนื่องจากเป็นธรรมศาสตร์ที่เดียว แล้ว Inclusion Criteria ที่เราเลือกเข้ามา คือ คนไข้เดิมต้องใช้เครื่อง Baxter อยู่ ซึ่งมีทั้งหมดที่ธรรมศาสตร์แค่ 6-7 คน และท้ายที่สุด คนที่สามารถเข้ามาร่วมได้จริง ๆ ก็คือมีแค่ 3 คนเลย ซึ่งก็ตามเป้าที่เราเล็งไว้พอดี เพราะเราก็คิดว่าด้วยข้อจำกัดของ Phase นี้ด้วย เราคิดว่า ก็ทดสอบประมาณ 3 คน 1 อาทิตย์ อะไรอย่างนี้ครับ ท้ายที่สุด ด้วยข้อจำกัดที่เราทดสอบ มันก็เลยได้จำนวนเท่านี้ครับ แต่ในขั้นตอนต่อไปก็จะพยายามออกแบบให้ดีขึ้นน่ะครับ (ประธาน) ก็รับข้อสังเกตนะครับ แล้วก็ปรับแผนตัว Clinical Trial ที่ลิงก์กับ สวรส. ที่เขาเตรียมงบไว้ด้วย เชิญ ดร.จุลเทพ ครับ (ดร.จุลเทพ) ขออนุญาตเสริมช่วยทางน้องนักวิจัยนะครับ ผมมองว่า ไอ้ตัวตรงนี้มันถึงจุดที่ว่า เรามีทั้งรูปแบบ Gravity ใช่ไหมครับ ซึ่งเป็น Version 2 รูปแบบปั๊มเมื่อกี้ ที่อาจารย์ประจักษวิช อาจารย์ช่วยให้คำแนะนำว่า แนวทางที่จะต้องคำนึงถึงในเรื่องของความสามารถ ที่จะวางนโยบายว่าสุดท้ายจะ Adopt Product ไหน เพราะว่ามันจะกลับมาในเรื่องของ Product Strategy แล้ว ว่าสุดท้าย ถ้าเรา Capable นี่ ซึ่งโดยทีมนักวิจัย Capable ที่ Go through ไปทั้ง 2 แบบ อาจจะต้องมี ไม่แน่ใจว่าควรจะมีทีมช่วยศึกษาหรือเปล่า ผนวกกับข้อมูลที่ทางอาจารย์ประจักษวิช กับทีมที่มีอยู่ว่า แนวทางที่ภาครัฐจะเดินเลือกพวกนี้ไป แล้วก็เราจะมี อาจจะจบสุดท้าย มีทั้ง 2 Solution หรืออาจจะคิดไกลไปถึง มากกว่าประเทศไทยในภูมิภาค ถ้าเรามองว่าเป็นโอกาส มันจะมี Volume เพียงพอ สำหรับประเทศที่มีข้อจำกัดในเรื่องของกำลังขีดความสามารถ Manual ก็อาจจะคน… จะเดินไปด้วย เพื่อให้มี Starting Volome ให้เป็น Scaling กับ Industry ได้ ตัวนี้จะเป็น Part ของ Product Strategy ล่ะ ซึ่ง ถ้าถามในมุมส่วนตัวผม ผมว่าน่าจมีสนับสนุนให้มีสักทีมทำ Research เรื่องนี้ ประกอบควบคู่กับทีมวิจัยไปนะครับ (ดร.ชัย) ผมตั้งคำถามนิดเดียว คือ ปั๊มมันน่าจะถูกมาก (ดร.เดโช) ครับ (ประธาน) ถูกไหมครับ ฉะนั้น Gravity กับมีปั๊ม ราคา On Production น่าจะต่างกันไม่เยอะเลยน่ะ ถูกไหมครับ ก็ปั๊มปัจจุบันมันถูกมากน่ะ (ดร.เดโช) ท้ายที่สุดมันจะต่างกันที่ตรงส่วนออกแบบเครื่อง ที่ทำงานกับตรง Closed ที่เราทำขึ้นมาครับ แต่ในส่วนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ จริง ๆ อาจจะต่างไม่เยอะมากก็ได้ครับ อาจจะต่างไม่เยอะมาก (ดร.จุลเทพ) ผมพยายามชวนมองอย่างนี้ครับ ผมมองเมื่อกี้ได้พูดถึงว่า ไม่ได้พูดถึงกรณี Self ประเทศไทยแล้ว เรากำลังมี Developing หรือว่า Under Develop Community อยู่เยอะ แล้วถ้า Scale ตรงนั้นนี่ มันไม่ได้มีเรื่องของต้นทุนอย่างเดียวแล้ว มันเป็นเรื่องของว่าความพร้อม หรือแม้กระทั่งในเรื่องไฟฟ้า การเข้าถึง หรือมันอาจจะมี Condition ที่ว่าตรงนี้เป็นที่ต้องการอยู่ประมาณหนึ่ง แล้วผมมองว่า นี่มันคือ Greater Impact แล้ว ก็เลยย้อนกลับมาว่าถ้ามันมีประโยชน์ อยากจะให้มีทีม Product Strategy แล้วก็มองพวกนี้ไปเลยครับ (คุณวงศกร) ครับ ผมวงศกรนะครับ จากฝ่าย RDI นะครับ ก็เรียนข้อมูลให้ท่านกรรมการทราบเพิ่มเติมน่ะนะครับ จริง ๆ ในส่วนของ RDI นี่ ที่เราสนับสนุนในเรื่องของตัวโปรเจกต์ที่ทำตัว Freeze ในเรื่องของการสร้างเครื่อง ตัวนี้ใน Version 2 ครับ อีกในอีกฝั่งหนึ่งนี่ เราเข้าไปอยู่ในส่วนคณะทำงาน ของ สปสช. นะครับ ที่มีการศึกษาในเรื่องของตัว Cost-Effectiveness ในการที่จะติดสินใจว่า จะ Implement ตัวเทคโนโลยี APD สำหรับตัวหลักประกันสุขภาพหรือไม่น่ะครับ ในเวทีนั้นนี่ เราก็จะมีการให้นักวิจัยของเราน่ะครับ เข้าไปนำเสนอในเรื่องของตัวความก้าวหน้าของตัวอุปกรณ์ตัวนี้อยู่แล้ว ซึ่งอย่างที่ทีมวิจัยเรียนไปน่ะครับ ว่าใน Phase นี้นี่ จริง ๆ มันเป็นลักษณะ เหมือนกับตัว Prove กับ Concept เพื่อให้เทคโนโลยีนี่บอกได้ว่า มันผ่านในเรื่องของ Function แล้วก็ Safety ซึ่งตอนที่ Design Version 2 ครับ จริง ๆ เราประสานงานให้กับทางทีมวิจัยนี่ ได้มีโอกาสหารือกับคุณหมอทางด้านโรคไตหลาย ๆ ท่านน่ะนะครับ เพื่อกำหนดขึ้นมาว่า ถ้าเกิดจะ Implement ให้ Cost ต่ำที่สุด ในเรื่องของ Device นี่ เราควรตัด Function ที่ไม่ได้ใช้ออกอะไรบ้างนะครับ ก็เลยเป็น Concept เพราะส่วนหนึ่งนี่ มาในเรื่องของ Gravity ก่อน ที่ยังไม่ได้ทำตัวปั๊มน่ะนะครับ อันนี้เป็นส่วนหนึ่ง ก็ในเวทีนี้ครับ ในจุดตัดสินใจนี่ จริง ๆ เราคุยกับทางนักวิจัยไว้ส่วนหนึ่งแล้วว่า เดี๋ยวเราจะมีการนำผล ตอนนั้นซึ่งยังไม่ได้มีผล Clinical Trial ออกนะครับ ตอนนี้ก็มีผลแล้ว เดี๋ยวเราจะเอาไปเสนอในเวทีนั้นน่ะนะครับ เพื่อสอบถามว่าจริง ๆ แล้ว ถ้าเกิดว่า เป็น Version 2 นี่ พอใช้งานได้ก่อนหรือไม่ หรือว่าจำเป็นจะต้องรอ Version 3 น่ะนะครับ อันนี้เป็นจุดตัดสินใจหนึ่ง แล้วจริง ๆ ในเรื่องของตัวปั๊มน่ะครับ ตอนนี้มี Discussion กันอยู่เยอะเหมือนกัน แต่ในแง่ของตัว Commercial ที่ขาดอยู่ของตัว Baxter ที่เป็นตัวปั๊มนะครับ ปัญหาอีกอย่างหนึ่งที่จะเกิดขึ้น ก็คือว่า ถ้าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มากเกินไปครับ มันมีโอกาสที่จะเกิดปัญหาระหว่างการใช้งาน ซึ่งในกรณีของ Commercial นี่เขาทำได้ เพราะมี On Call 24 ชั่วโมงนะครับ เพราะฉะนั้น ถ้าเกิดว่าตัวปั้มมีปัญหานี่เขามีตัวตอบ แต่ถ้าเกิดเป็น Strategy ของเรานี่ เราก็เลยคิดว่าถ้าตัด Part ที่มีความเสี่ยง ในการเกิดปัญหา ให้ได้เยอะที่สุด ในขณะที่ผู้ป่วยก็ยังใช้งานได้ ก็จะลดในเรื่องของพวก On Call แบบนี้ได้ครับ อันนี้ก็เป็น Strategy หนึ่ง ที่เราพยายามเดินกันอยู่นะครับ ก็เรียนให้กรรมการทราบเป็นข้อมูลครับ (ประธาน) รับความเห็นกรรมการ ไว้หารือกับกรรมการอีกชุดหนึ่งด้วยนะครับ โอ.เค. นะครับ เชิญต่อนะครับ (อาจารย์ วันทนีย์) ก็สำหรับโครงการนี้นะคะ ขอประเด็นเพื่อพิจารณานะคะ ก็ขออนุมัติความก้าวหน้าโครงการครั้งที่ 1 นะคะ แล้วก็สนับสนุบงบประมาณ In Cash ในปีที่ 1 งวดที่ 2 ไม่เกิน 2,001,000 บาท แล้วก็อนุมัติสนับสนุนกรอบงบประมาณ In Cash ในปีที่ 2 ไม่เกิน 9,461,640 บาทถ้วนนะคะ ต่อไปเป็นโครงการต่อเนื่องที่ 9 นะคะ โครงการพัฒนามือเทียม ชนิดควบคุมด้วยสัญญาณกล้ามเนื้อนะคะ ดร.ชูศักดิ์ ธนวัฒโน ค่ะ (ดร.ชูศักดิ์) ครับ สวัสดีครับ ครับ ผม ชูศักดิ์ ครับ โครงการนี้นะครับ ในการรายงานครั้งนี้ ก็จะเป็นการรายงานรอบ 6 เดือนแรกนะครับ โครงการนี้มีระยะเวลาทั้งหมด 2 ปีนะครับ โครงการนี้เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคมนะครับปีที่แล้ว จริง ๆ ใกล้จะอีก… อีกไม่กี่เดือน อีกไม่กี่สัปดาห์ก็จะครบปีหนึ่งนะครับ แต่ว่าการรายงานครั้งนี้เป็นการรายงานเฉพาะ 6 เดือนแรกก่อนนะครับ ขออนุญาตรายงานสิ่งที่ทำไปแล้วนะครับ ก็คือเราจะ… เราได้ Design อุปกรณ์ เพื่อที่จะวัดสัญญาณจากกล้ามเนื้อนะครับ เป็นแบบสัญญาณ 4 Channel เพื่อที่วัดสัญญาณกล้ามเนื้อจากแขนนะครับ จากนั้นเราก็เก็บข้อมูลแล้วก็นำไปสร้างอัลกอริทึมที่เป็น… จะเรียกว่าเป็น AI แบบหนึ่งก็ได้นะครับ ว่า สมมติว่ามีการขยับก้ามเนื้อแบบนี้ ๆ คนไข้หรือว่าผู้พิการนี่ต้องการที่จะกำแบ กำมือหรือว่าแบมือนะครับ อันนี้ก็จะเป็นการคำนวณด้าน เหมือนเป็น Machine Learning ตัวหนึ่งนะครับ เราก็จะดึง Feature จากสัญญาณ EMG ซึ่งสัญญาณ EMG นี่ เราสามารถดึง Feature ได้เยอะมาก แต่สัญญาณที่ดีที่สุดจะมีอยู่ประมาณ 2-3 ชนิดนะครับ เราก็ดึงมา แล้วก็ลองวิเคราะห์ดูว่า อย่างในตัวอย่างนี้ สีดำกับสีแดง ก็จะต่างกันที่ว่า สีดำเป็นการกำมือ สีแดงเป็นการแบมือนะครับ จากนั้นก็คือสมมติว่า ถ้าผู้ใช้งานต้องการกำหรือแบนี่ เราก็จะมาขีดเส้นว่าเขาอยู่ในโซนนี้ หรือว่าโซนนี้นะครับ ก็จะสามารถนำไปควบคุมมอเตอร์ได้นะครับ การควบคุมมอเตอร์เบื้องต้นนี่ เราก็จะพัฒนาเป็นมอเตอร์ชิ้นเดียวเลยนะครับ มอเตอร์ชิ้นเดียวสามารถควบคุมได้ทั้งมือ ก็คือ มอเตอร์ตัวนี้ เมื่อดึงปั๊บ มือสีฟ้านี่ก็จะกำนะครับ เมื่อคลาย มือสีฟ้านี่ก็จะแบนะครับ เพราะว่ามือสีฟ้านี่มันจะมีตัวเป็นยางยืดนะครับ เป็นยางยืดดึงอยู่ด้านหลังนะครับ ถ้าเราคลายมอเตอร์ มันก็จะแบโดยอัตโนมัตินะครับ อันนี้เป็นตัวอย่างครับ ก็มีการ… ลักษณะการทำงานจะเป็นแบบ Toggle ก็คือถ้ามีการเกร็งครั้งหนึ่ง ก็จะแบ ถ้าเกร็งอีกครั้งหนึ่งก็จะกำ สลับไปสลับมาอย่างนี้นะครับ ในปัจจุบันเราก็พัฒนาเพิ่มขึ้นโดย แทนที่เราจะใช้มอเตอร์ตัวเดียว ในการ Control ทั้งมือ เราก็ใช้มอเตอร์ 1 ตัว ต่อการ Control 1 นิ้วนะครับ เพราะฉะนั้นใน 1 นิ้วนี่ เราก็จะใช้มอเตอร์ประเรามาณ 5 ตัวนะครับ ใน 1 มือนี่ใช้มอเตอร์ประมาณ 5 ตัวนะครับ ก็อันนี้เป็นลักษณะตัวอย่างนะครับ ขออนุญาตกลับไปที่หน้าแรก ๆ นะครับ ก็ในครึ่งปีแรกนี่เราก็ประสบความสำเร็จ ทำงานได้ครบตามที่ Commit ไว้นะครับ ก็คือ ได้ผลการศึกษากลไกมือเทียมเบื้องต้นนะครับ แล้วก็มีการสร้างชุดควบคุมมือเทียม ด้วยสัญญาณ EMG นะครับ อันนี้คือครึ่งปีแรกครับ (ประธาน) ครับ เชิญเลยครับ (ศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช) คนไข้ล่ะ เมื่อไรจะได้ใช้ตั้งเป้าไว้ (ดร.ชูศักดิ์) อีกสักพักหนึ่งครับ [เสียงหัวเราะ] (ศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช) ต้องตอบว่าเมื่อไหร่นะ ต้องตอบให้มันแม่น ถ้าตอบอย่างนี้มันก็ไม่ไหว คือ มันจะต้องตอบว่า อีกกี่เดือน กี่ปี แล้วถ้ามันพลาดเป้า ก็มาขอเปลี่ยนแปลง ถูกไหม (ดร.ชูศักดิ์) อีก 1 ปีครับ (ศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช) คุณ วันหลัง เวลามาเสนอก็ต้องเสนอให้มันชัดว่า แล้วก็อีก 1 อันที่ผมเสนอ ก็คือว่าน่าจะเปรียบเทียบกับของในท้องตลาด ว่าในท้องตลาดมันมีตัวไหนที่เราจะไป Compete กับเขาเป็นเป้าแรก แล้ว Feature นี่ สเปกมันสู้ได้ ไม่ได้ ถูกไหม ถ้าสเปกสู้ได้ แล้วมาตรฐานได้ไหม ราคาได้ไหม ผมว่า ชูศักดิ์ น่าจะลอง กลับไปทำการบ้านอันนี้ ไม่อย่างนั้นมันตามต่อไม่ได้นะครับ (ดร.ชูศักดิ์) ครับ (ประธาน) สัญญาณมันมี False หรือเปล่าครับ คือ เราจับไม่ได้ เมื่อกี้ดูเหมือนมัน Delay พอสมควร (ดร.ชูศักดิ์) อ๋อตัวนั้น… (ประธาน) บางจังหวะที่มันไม่ทำงานตามนี่ False สักกี่เปอร์เซ็นต์ครับ ที่มันเกิดขึ้นทุกวันนี้ (ดร.ชูศักดิ์) ความถูกต้อง เราลองทำดูแล้วนี่ ความถูกต้องมันประมาณ 98 เปอร์เซ็นต์นะครับ แต่ว่าที่มัน Delay นี่ เพราะว่า ชุด Microcontroller ที่เราใช้เบื้องต้นนี่ คุณภาพมันยังไม่ดีมาก คือมันจำนวนบิตมันน้อย แล้วก็ความเร็วมันต่ำ นะครับ เป็นการทดลองเบื้องต้นก่อนครับ (ประธาน) สัญญาณ กับสิ่งที่ต้องการนี่ ประมาณ 98 เปอร์เซ็นต์ (ดร.ชูศักดิ์) ใช่ครับ อันนี้ คือ กำกับแบเท่านั้นนะครับ (ประธาน) ครับ แต่ว่าทำงานจริงนี่อีกเยอะเลยใช่ไหม (ดร.ชูศักดิ์) ทำงานจริง เราจะใช้… นอกจากเราใช้สัญญาณ EMG แล้วนี่ เราจะใช้พวกเซนเซอร์ในการเคลื่อนไหวด้วย แล้วก็เป็น Gyroscope แล้วก็ เป็น Essometer ด้วยนะครับ เพราะว่า ถ้าใช้ EMG อย่างเดียว มันไม่เวิร์กแน่ ๆ นะครับ (ศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช) จับของนี่ มันมีมาตรฐาน มันจับของได้แค่ไหนไหม จับของ ขวดพลาสติก จับแก้ว จับอะไรอย่างนี้ มันต่างกันไหม ไอ้ที่มันมีในท้องตลาด (ดร.ชูศักดิ์) คือ จริง ๆ คือ มอเตอร์จะมีความแรงอยู่ระดับหนึ่งอยู่แล้ว คือ มันไม่ได้แรงมากนะครับ มอเตอร์ ตัวมอเตอร์ ถึงแม้ว่าจะมีราคาสูงแค่ไหนก็ตาม มอเตอร์มันจะตัวเล็ก เพื่อที่จะนำมาใส่ในมือได้ เพราะฉะนั้นมอเตอร์พวกนี้ Tog ระดับหนึ่ง การบีบแก้วให้แตกนี่ค่อนข้างยากครับ ค่อนข้างยากเลย เพราะอาจารย์ลองบีบด้วยตัวเองดู อาจารย์จะรู้ว่ายาก (นพ.ประจักษ์วิช) ที่อาจารย์ไพรัชถาม คือ ว่า เวลาคนจะจับนี่ จะมีทั้ง จับแบบกำแน่น บางทีต้องจับจนกระทั่งแตก ไอ้ Sensor หรือว่าไอ้สัญญาณที่ว่านี่ มันบอกได้ไหมว่าเราต้องการกำแน่น ต้องการกำหลวม ๆ จับมือผู้หญิง กำหลวม ๆ หน่อย จับมือเธอแน่นเดี๋ยวลำบากอะไรอย่างนี้นะครับ มันมีวิธีบอกอย่างนั้นไหม ยังมีอีกเยอะแยะเลย ที่ต้องทำไปถึงให้เป็นอย่างนี้ (ดร.ชูศักดิ์) ใช่ครับ ก็ตรงนั้นนี่มันก็จะมี Feature เพิ่มมากขึ้น ถ้าเราดูเป็น Version ไปอย่างนี้ Version แรก ๆ อาจจะยังไม่มี Feature ตรงนั้นเพิ่มขึ้น แต่ถ้าเราใส่พวก False Sensor หรือว่าตัวรับแรงแล้วก็ Feedback กลับมานี่ มันก็จะไป Control เป็น Feedback Control ได้นะครับ (ศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช) ชูศักดิ์ตั้งเป้าว่า Version 1 เอาแค่ไหนใช่ไหม แล้วบอกอันนี้ Comparable ในท้องตลาด ขณะนี้ ก็ โอ.เค. ไม่มี Feedback ใด ๆ เพราะว่า Version 2 มี Feedback อะไรอย่างนี้ ประโยชน์ใช้สอยก็จะต่ำไปเรื่อย ๆ อย่างนี้ก็จะมีเป้า มีบันไดในการวิ่งไปครับ (ประธาน) ครับผมคิดว่าก็ดูให้ชัดนะครับว่า Ending ของโปรเจกต์นี้นี่ ในเชิงที่อาจารย์ไพรัชพูดถึงนี่ กับกรรมการเทคนิค คุยกันให้ชัดว่า ตกลง Ending นี่ มันจะเห็นอะไร ที่มันเป็นสเปกให้มันชัดเจน ถ้าใน Proposal ยังไม่ชัด ก็น่าจะต้องเร่งทำให้มันชัดขึ้นนะครับ (อาจารย์ วันทนีย์) ประเด็นเพื่อพิจารณาโครงการนี้นะคะ ก็คือ ขออนุมัติความก้าวหน้านะคะ การดำเนินงานครั้งที่ 1 แล้วก็สนับสนุนงบประมาณในปีที่ 1 งวดที่ 2 ไม่เกิน 8,082,000 บาท และขออนุมัติกรอบงบประมาณในปีที่ 2 ไม่เกิน 8,374,280 บาทค่ะ ต่อไปเป็นโครง… (ประธาน) โปรเจกต์นี้ เขาทำ 3 นิ้ว นิ้วโป้ง นิ้วกลาง นิ้วชี้ จริง ๆ มี 3 นิ้ว อันนี้ (เลขานุการ) เขาจะทำครบ 5 นิ้วแล้วค่ะ (ประธาน) ถ้าอย่างนั้นนี่ โปรเจ็กต์เขียนไว้มี 3 นิ้ว มือนี้มี 3 นิ้ว (อาจารย์ วันทนีย์) ตอนนี้ที่เราดูของน้องที่… ติดต่อเข้ามานะคะ ที่ถูกตัดมือ เพราะเป็นมะเร็งนะคะ ของ 2,400,000 ค่ะ ต่อมือนะคะ ทำได้หมดทุกอย่างค่ะ ทำได้เยอะค่ะ เดี๋ยวเอาให้ดู ก็คือเขาเป็นมะเร็งนะคะ แล้วก็ถูกตัด ตอนนี้พยายามคุยกับศูนย์สิรินธรอยู่ว่า… มันเบิกไม่ได้ เขาอยู่ GISTDA น่ะค่ะ แล้วจบ Mechanic มา แล้วก็ (ดร.ไพรัช) เขาบอก น่าจะช่วยเขา แล้วก็ไปเชิญชวนเขาว่า ถึงแม้จะอยู่ GISTDA ก็ให้มา Join ชูศักดิ์ ก็ตัวเองก็โดนตัดไปแค่นี้แล้ว แล้วมาทำวิจัย Hugh Herr ที่ MIT ไม่มีขาสักข้างเลย ทำขาเก่งมาก มันจะทำให้ประสบการณ์แกดีมาก ผมก็บอกวันทนีย์ว่าน่าจะลองช่วยเขา (อาจารย์ วันทนีย์) ค่ะ นะคะ โครงการที่ 10 ค่ะ (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) สวัสดีค่ะท่านประธาน คณะกรรมการ และก็ทุกท่าน ๆ ค่ะ ขอนำเสนอโครงการพัฒนาระบบช่วยการเรียน สำหรับบุคคลที่บกพร่องทางการเรียนรู้นะคะ สำหรับคราวนี้ ก็จะเป็นความก้าวหน้าโครงการครั้งที่ 2 ระหว่างเดือนพฤษภาคม ถึงตุลาคม 2562 ค่ะ สำหรับวัตถุประสงค์ของโครงการ ก็คือ อันที่ 1 ก็เป็นการพัฒนา Application ช่วยการอ่าน แบบแจกลูกสะกดคำภาษาไทย บน Tablet แล้วก็ อันนี้จัดทำพร้อมชุดสื่อ หรือกล่องบัตรคำ ที่ประกอบไปด้วยตัว QR Code นะคะ อันที่ 2 ก็คือ การพัฒนาซอฟต์แวร์ช่วยเขียนภาษาไทยตามจินตภาพ สำหรับเด็กบกพร่องทางการเรียนรู้ แล้วก็อันที่ 3 ก็จะเป็นการพัฒนาชุดซอฟต์แวร์ช่วยการเขียน Version ที่ 2 สำหรับผลงานส่งมอบนะคะ ในปี 2563 ก็จะมีตัว Licensing ของโปรแกรมช่วยเขียนภาษาไทยตามจินตภาพ แล้วก็ปีถัดไปปี 2564 ก็จะเป็นการ Licensing ตัวของ Application ช่วยอ่านแบบแจกลูกสะกดคำค่ะ อันนี้ผลการดำเนินงาน ขอไปที่ ณ ปัจจุบันนะคะ ก็คือการพัฒนา Application ช่วยอ่านแบบแจกลูกสะกดคำ จะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ในส่วนของ Applicaion กับในส่วนของชุดกล่องบัตรคำ พร้อม QR Code สำหรับการดำเนินงาน เรื่อง Application นี่ ก็ดำเนินการเสร็จแล้ว Version ที่ 1 นะคะ เสร็จ 100 เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ตอนนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการทดสอบภาคสนามอยู่ค่ะ แล้วก็อยู่ระหว่างดำเนินการผลิตชุดกล่องบัตรคำ สำหรับตัววัตถุประสงค์ตัวที่ 2 ที่จะเป็นการพัฒนาซอฟต์แวร์ช่วยเขียนภาษาไทยตามจินตภาพ ก็จะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนของการพัฒนา Application แล้วก็ส่วนของระบบบริหารจัดการบนเว็บฯ ก็ในส่วนของการพัฒนา Application นี่ก็สำเร็จแล้ว 100 เปอร์เซ็นต์นะคะ แล้วก็เหลือในส่วนของการดำเนินการปรับปรุงระบบบริหารจัดการบนเว็บไซต์นะคะ แล้วก็ตอนนี้อยู่ระหว่างการเตรียมการขยายผล การใช้งานกับโรงเรียนต่าง ๆ น่ะค่ะ ก็สำหรับงบประมาณ ได้รับอนุมัติไปแล้ว 3 งวดนะคะ เป็นจำนวนเงิน 5,811,000 บาท แต่ว่า Release จริง ก็คือ 4,811,000 บาทค่ะ ก็สัดส่วนการใช่จ่าย ก็ Release 55 เปอร์เซ็นต์น่ะค่ะ (ศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช) รู้ไหมว่า ใช้อันแรกนี่ ทำกับคนไปกี่คน ได้ประโยชน์ไปเท่าไร ผมจำได้ว่าอันแรกมันเป็น Learning Disability ทางด้านการเขียน (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) ทางด้านการเขียนค่ะ ซอฟต์แวร์ช่วยการเขียน (ศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช) ไอ้นั่น License ไปเท่าไรนะ (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) License ไป 3,000 กว่าโรงเรียนค่ะ (ศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช) มันคิดเป็นคนสักกี่คน (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) ก็อยู่ที่… ก็… โรงเรียนประมาณ 996 คนน่ะค่ะ 3,000 กว่าโรงเรียน ก็ประมาณ 3,000 ล่ะค่ะ ประมาณ 3,000 ค่ะ 3,000 กว่า ถึง 3,000 กว่าค่ะ (ศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช) ปรึกษานักวิจัยอยู่เรื่อย คือว่า น่าจะตามไปดูว่า คือมันน่าสนใจมาก เพราะเขา Learning Disability เขาเขียนไม่ได้ เพราะใช้ Word เขามีชีวิตอยู่ได้ น่าจะไปถามแล้วเขาใช้กี่คน เขาก้าวหน้าอย่างไร มีชีวิตอย่างไร อันนี้น่าจะตาม อันนี้มันมีมูลค่ามาก มันทำให้เขานี่เป็นคนอยู่ในสังคมได้ เวลาฟังเฉย ๆ โปรเจกต์นี่อะไร โปรเจกต์นี้อะไร ทีนี้ที่อยาก… ผึ้งลองบอกที่ประชุมว่าแล้วที่ทำไปแล้ว กับอันใหม่มันต่างกันอย่างไร (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) อันใหม่คือ… อันเก่า คือ ชุดซอฟต์แวร์ช่วยการเขียน Version 1 ก็จะประกอบไปด้วยไปด้วย ตัวที่เป็น Function ของ… มันจะมี 4 โปรแกรมประกอบกันค่ะ เป็นชุด เป็น 1 ชุด ก็คือ จะเป็น โปรแกรมช่วยเขียน เลือกศัพท์ไทย ก็จะคล้าย ๆ กับ ตัว Word Prediction ตัวที่ 2 ก็คือ ค้นหาศัพท์ไทย ก็จะคล้าย ๆ กับตัวที่เป็น Spelling น่ะค่ะ ที่เป็นการแก้ไขคำผิด ที่เขียนคำผิดแบบ LD อย่างเช่น คำว่า ธรรมชาติ หรือ วัฒนธรรม ที่เด็ก LD นี่ ชอบเขียนตรงตัว หรือตามที่เขาได้ยิน วอ-อัด-ดอ-วัด ทอ-อะ-ทะ นอ-อะ-นะ ทอ-อำ-ทำ โปรแกรมนี้ ก็จะช่วยแก้ไขให้เขาเขียนได้ถูกต้อง เป็น “วัฒนธรรม” ที่ถูกต้องน่ะค่ะ ตัวที่ 3 ก็จะเป็นตัวตรวจคำผิดแบบไทย ตรวจคำผิดที่เขียนแบบ LD ก็คือ จะมีการ Highlight คำที่เขียนผิดนั้น เพื่อให้เด็กทราบว่า คำนี้เป็นคำที่ผิด แล้วก็สามารถแก้ไขคำที่ผิดให้เขาน่ะค่ะ ตัวที่ 4 ที่ทำไว้ก็คือ ตัวพิมพ์ไทย ตัวนี้ก็จะเป็น รวม Function ทั้งหมด คือ รวม Function ของ Word Prediction เข้ามาช่วย แล้วก็ Function ของตัว Spelling เข้ามา ก็คือ เด็กเขียน… พิมพ์งานไป กดที่เมนูให้ตรวจคำผิด ก็จะขึ้น Highlight คำที่ผิด แล้วเขาก็ โปรแกรมก็จะสามารถลิสต์รายการคำศัพท์ที่ถูกต้องให้เขา เพื่อเป็นการเลือกคำที่ถูกต้องให้กับผู้ใช้งานค่ะ สำหรับ Funtion ของตัวเลือกศัพท์ไทย คือ Word Prediction กับตัว Spelling นี่ ก็ได้นำมาต่อยอด เป็นการพัฒนาตัวระบบบริการช่วยเขียนภาษาไทยตามจินตภาพ หรือว่า Kid Can Write ตัวใหม่อันนี้น่ะค่ะ ซึ่งมีรูปแบบ คือ User Interface ที่ต่างกันไป แต่ว่ามี 2 Function หลัก ๆ ที่นำมาใช้ ก็คื อันนี้ก็จะเป็นหน้าแรกที่มีการเข้าระบบ แล้วก็จะนำตัวรูปภาพนี่ เข้ามาใช้ประกอบ เพราะว่าจุดประสงค์ของตัวนี้ ก็คือ จะเป็นการช่วยให้เด็กนี่ เขียนเรื่อง หรือเขียนจากจินตนาการ ให้มีการเขียนได้มากขึ้น มากกว่าระดับคำ เป็นระดับประโยค แล้วก็มีการนำ Concept ของ Mind Map เข้ามาช่วย แล้วก็ Concept ของทฤษฎีของนักภาษาศาสตร์ ที่ชื่อว่า Nancy Bell เข้ามาช่วยในการตอบคำถาม จะมีคำถามนำให้กับเด็กประมาณ 12 คำถามน่ะค่ะ ซึ่งเราทำการวิจัยแล้วว่า 12 คำถามนี้ มีประโยชน์ในการช่วยเด็กที่จะเขียนบรรยายเรื่องราวต่าง ๆ ให้มากขึ้นน่ะค่ะ นี่อย่างเช่น คำว่า อย่างเช่น คำถามว่า รูปภาพนี้เกี่ยวกับอะไร สถานที่ที่ไหน แล้วก็สีอะไร จำนวน ขนาด น่ะค่ะ แล้วก็นำเราก็นำตัว Function ของตัว Word Search หรือว่าค้นหาศัพท์ไทยนี่ เข้ามาช่วยตัวนี้ เพราะว่าในชุดคำถาม 12 คำถามนี่ มันจะมี อย่างเช่น คำถามแรก ก็คือ ภาพนี้เป็นภาพของอะไร เด็กก็อาจจะตอบว่า แมว แต่เด็กอาจเขียนสะกดแมวไม่ถูกต้อง เราก็เปิดตัวฟังก์ชัน Word Search เข้ามาช่วย ให้เด็กพิมพ์ แล้วก็มันก็มันจะแก้ไขเขียนคำที่ถูกต้องให้กับเด็กค่ะ ก็ถัดไป เมื่อเด็กตอบคำถาม 12 ทั้งคำถามหมดแล้วนี่ มันก็จะมาที่หน้าของ Outline Outline ก็คือว่า คำถาม คำตอบที่ ทั้ง 12 คำตอบนี่ จะอยู่ทางด้านล่างเป็นบล็อก ๆ อยู่ข้างล่าง เด็กสามารถจะ Drag and Drop ขึ้นมาเรียงเป็นประโยค ให้มีความหมายมากขึ้น แล้วก็ในบล็อกแต่ละบล็อกนี่ คำศัพท์นั้นนี่สามารถที่จะแก้ไขได้ด้วย ถ้าไปที่หน้าแก้ไข เราก็จะกลับไปที่การใช้งานของ Word Search Function อีก แล้วก็ตัว Word Prediction Function ด้วยค่ะ แล้วก็จะมีการอ่านออกเสียง อันนี้ก็นำวาจาเข้ามาประยุกต์ใช้ในโปรแกรมนี้ด้วย แล้วก็ถัดไปที่เห็นอันล่าง ที่มันมีบล็อกข้างล่าง ก็จะเป็นก็จะเป็นการ Highlight การอ่านออกเสียงด้วย ถ้าสมมติว่าคลิก Read นี่ คลิกอ่าน ก็จะเป็นการอ่านประโยคทั้งหมด ที่เด็กนำมาเรียงต่อ โดย Highlight เป็นคำ ๆ เพื่อที่จะช่วยให้เด็กนี่ สามารถเข้าใจในสิ่งที่ตัวเองแต่งประโยคอันนั้นได้น่ะค่ะ แล้วก็สามารถที่จะ Import… (ประธาน) ครับ เชิญเลยครับ เชิญความเห็นกรรมการเลยครับ (ดร.ชัย) ปกติแล้วเมื่อกี้นี้ที่ท่านอาจารย์ไพรัชแนะนำ ก็เป็นจุดสำคัญนะครับ ก็คือว่า ต้องติดตามกลับไปที่โรงเรียน แล้วก็เชื่อว่ามันจะต้องมี Loop การอัปเดตพวกคำศัพท์ต่าง ๆ หรือฟัง Usability น่ะครับ ว่ามัน Work ไม่ Work อย่างไร ต้องปรับปรุงอะไร เพราะว่างานทำนองนี้ มันคงจะต้องมีการปรับปรุงอยู่ตลอดเวลาน่ะครับ อาจจะเล่าให้ฟังนิดหนึ่งก็ได้นะครับ น่าจะมีอยู่แล้วหรือเปล่าครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) สำหรับฟังก์ชันตัว… ต้องอิงไปถึงของเดิมนะคะ ฟังก์ชันตัว Thai Word Search กับ Thai Word Prediction นี่ พอนำเข้ามาใช้ในระบบบริการช่วยเขียนภาษาไทยตามจินตภาพนี่ เราได้มีการปรับฐานข้อมูล คือ เพิ่มคำศัพท์ วงคำศัพท์มากขึ้น แล้วก็เดิมนี่ ไม่ได้ให้ความหมาย ตอนที่ลิสต์เลือกคำศัพท์นี่ ไม่มีความหมายมาให้เด็ก แต่ปัจจุบันนี้เราให้ความหมายด้วย แล้วก็อ่านออกเสียงความหมายนั้น เนื่องจากว่าตอนที่ไปทดสอบครั้งแรกนี่ อย่างคำว่า ศุกร์ สุก สุข นี่ เด็ก… ศุ-ก-ร์ = ศุกร์, สอ-อุ-กอ = สุก, สอ-อุ-ขอ = สุข นี่ เด็กจะแยกแยะไม่ออกว่าตัวไหน คือ ตัวไหน เราก็เลยใส่ความหมายเข้าไปด้วย เด็กก็จะได้เลือกได้ถูกต้อง ในการนำมาเขียนน่ะค่ะ ในการนำมาใช้แต่งประโยคค่ะ (ประธาน) มันจะเป็นงานที่มันทำต่อเนื่องไม่มีวันจบนะครับ ถ้าอย่างนี้ ใช่ไหม (ศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช) ถ้านักวิจัยไปช่วยว่า ไปทำแล้วบอก โอ้ ไปทำโรงเรียน 3,000 ปรากฏว่า มีคนที่เขาได้ประโยชน์แล้วเรียนหนังสือต่อได้กี่คน อะไรอย่างนี้ มันน่าจะมีประโยชน์ เราจะได้ภูมิใจ แล้วมาเสนอคราวหน้า น่าจะเสนอแบบนี้ แล้วก็ที่ชัยคุยเมื่อกี้ เอ้อเข้าไปแล้วเขา Feedback เรามาอย่างนี้ อย่างนี้ เราก็แม่นขึ้น ๆ ผมกลัวมันจะเป็น One Way ไปเรื่อย ๆ ไม่รู้ว่าที่เราลงไปใครได้อะไรบ้าง (ประธาน) เชิญครับ มีคอมเมนต์เพิ่มไหมครับ เพราะฉะนั้นโปรเจ็กต์แบบนี้ มันจะมาอีกรูปแบบหนึ่งนะครับ ต้องพยายามหา Impact ให้มันเกิดขึ้นมาให้ได้นะครับ ถ้ามันอยู่ในวงเล็กมาก ๆ เมื่อ Resource จำกัดเมื่อไร โปรเจกต์พวกนี้มันจะถูกเด้งก่อนครับ มันจะหยุดก่อนเลย (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) ค่ะ ที่ผ่านมาก็ได้มีการเก็บ Impact ของที่… ที่เราได้มีการนำไปใช้งานในค่าย LD แล้วก็นำไปใช้งานกับเครือข่ายของโรงพยาบาลเด็กน่ะค่ะ ก็มี Feedback กลับมว่ามีการใช้งานอยู่ค่ะ ก็คราวที่แล้ว ก็ได้ Impact ประมาณ 100 กว่าล้านค่ะ (ประธาน) ต้องพยายามเก็บว่ามีคนใช้และเกิดประโยชน์นะครับ แล้วพวกนั้นก็กลับขึ้นมา Report ได้นะครับ (นพ.ประจักษ์วิช) ของผมคิดว่า อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ Special สำหรับเด็ก ที่มี Disability อย่างนี้ครับ ผมว่ามันจะมีอีกมุมหนึ่ง ซึ่งเราก็เรียนรู้ในฐานะนักวิจัย ว่าเราเอาอันนี้ไป Apply ในบางอย่างได้หรือไม่ อะไรอย่างนี้นะครับ แต่ว่าวิธีการในการที่จะไปทำอย่างนี้ ก็คือ บางเรื่องนี่ทำได้ Specific สำหรับ Disability แบบนี้ แต่จริง ๆ ถ้า ผิดคิดว่าในระหว่างทางที่คุยกับผู้เชี่ยวชาญ หรือว่าระหว่างทางที่ดูนี่ คือถ้าอธิบายหรือว่าเราทำนี่ ผมคิดว่าเราเองก็มีการสร้างอะไรบางอย่าง ทำอะไรบางอย่าง ซึ่งจริง ๆ มันอาจจะไม่ใช่สำหรับเด็ก Disability อย่างเดียว อันนี้ฝากไปว่า คือ ผลลัพท์นี่อาจจะไม่ได้เกิดเฉพาะเรื่อง มันน่าจะมีเรื่องอื่น ๆ คือ ผมนึกถึง ไม่ว่าจะเป็นไอ้เรื่องนี่ ไอ้โทรศัพท์ที่มันฉลาดเหลือเกิน พยายามจะอ่านไอ้ที่เราพิมพ์ไป 2-3 คำ แล้วก็แปลเป็นคำที่มันดันมีความหมายอีกแบบหนึ่ง อะไรอย่างนี้นะครับ แต่ว่าไอ้นี่มันก็จะเป็นคล้าย ๆ กัน คือ มันจะมีการคาดเดา และการทำให้มันถูกต้อง แล้วมันจะถูกต้องมากขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าเราสะสมองค์ความรู้พวกนี้นะครับ คือไอ้โทรศัพท์รุ่นแรก ๆ มันก็ไม่ค่อยฉลาดเท่าไร เดี๋ยวนี้มันฉลาด ก็บางอันก็ฉลาด อันนี้ผมฝากไว้ว่า มันมีอย่างนี้หรือเปล่าในโปรเจกต์นี้นะครับ มันจะ Value Added อยู่ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย (ปิดไมโครโฟน) คือ โครงกานี้ ผมว่ามันเป็นประโยชน์อย่างมากนะครับ คือ เด็กในประเทศไทยส่วนใหญ่ เป็นกลุ่มเด็ก LD ก็คุณครูจะหาว่าเป็นเด็กโง่ คือ ครูประเทศไทยนี่ ไม่ค่อยเข้าใจเรื่องเด็ก LD หรอก พอเด็กมีปัญหา อ่านไม่ได้ เขียนไม่เข้าใจ ก็หาว่าโง่ คราวนี้ พอถูกว่ามาก ๆ เด็ก บางทีก็… เพราะฉะนั้นเด็กกลุ่มที่ Drop Out สุด ก็คือ กลุ่มเด็ก LD ครับ (ประธาน) ครับ ก็เราเห็นความสำคัญ งานนี้มันเลยเดินตลอด ช่วงเวลาที่ผ่านมาใน สวทช. นะครับ เราคงต้อง [เสียงหัวเราะ] (ประธาน) Last Time Project นะครับ โอ.เค. ครับ ก็รับข้อสังเกตของที่ประชุมไว้ครับ โดยรวมทั้ง 10 โครงการ ก็มีความคืบหน้านะครับ เราพยายามขับเคลื่อนให้แน่ใจว่าไปตามแผนให้ได้นะครับ ยกเว้นของ ดร.ประเสริฐ ที่ต้อง Catch Up เพิ่มเติมนะครับ ก็ความเห็นก็ยังพูดถึง เรื่อง Multi Size, Single Size อะไรคือทางออกที่จะทำให้เราเดินไปได้ด้วย นะครับ เชิญครับ 4.1 สั้น ๆ นะครับ 1-2 นาที ครับ (อาจารย์ วันทนีย์) ก็ขอเรียนนะคะ อ้อ ๆ … ค่ะ (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) ค่ะ ก็ขออนุญาตเรียนผลสรุปงบประมาณโครงการนะคะ ของ A-MED นะคะ ซึ่งขอแยกเป็น 3 Top นะคะ ในส่วนของ Top ที่ 1 นะคะ มีสัดส่วนในส่วนของการใช้เงินนะคะ เทียบกับส่วนของการ Release นะคะ ถึง 87 เปอร์เซ็นต์นะคะ แล้วก็เทียบกับสัดส่วนของเงินที่ได้รับอนุมัติกับสัดส่วนของเงินที่ใช้ไปทั้งหมดนะคะ ซึ่งรวมครุภัณฑ์แล้วนี่ อยู่ที่ 82 นะคะ ถ้าสมมติว่าจะดูในภาพรวมทั้งหมดนี่ ถือว่าสัดส่วนของการใช้เงิน ที่ต่อการ Release น่ะค่ะ ก็จะมี Top 3 นะคะ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นโครงการที่ขึ้นใหม่ในปี 2562 นะคะ ก็ยังมีเปอร์เซ็นต์การใช้เงินที่ 48 เปอร์เซ็นต์นะคะ ก็ถือว่าอาจจะต่ำกว่า 50 เปอร์เซนต์ แต่คาดว่าน่าจะมากขึ้นนะคะ แล้วก็ในส่วนของสัดส่วนของการ Payment นะคะ เมื่อเทียบการอนุมัติเงินทั้งหมดที่ได้รับไปนะคะ ก็ Top ที่ 1 นะคะ อยู่ที่ 82 เปอร์เซ็น, Top ที่ 2 อยู่ที่ 51 เปอร์เซ็นต์, Top ที่ 3 อยู่ 39 เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าส่วนรวมทั้งหมดนะคะ สัดส่วนการใช้เงินของ A-MED จะอยู่ที่ 78 เปอร์เซ็นต์ค่ะ (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) เกินครึ่ง (อาจารย์ วันทนีย์) นะคะ ในส่วนอีกเรื่องหนึ่งก็จะเป็นสรุปโปรไฟล์ ของ A-MED นะคะ ที่เป็นแผนของการดำเนินงานว่า เป้าหมายของการทำงานของเราในปี 2563 นะคะ จะมีอะไรบ้างนะคะ เรามีการจะสร้าง Impact นะคะ ประมาณ 3,000 ล้านนะคะ Invest 174 ล้านนะคะ In Come นะคะ เรา Promise ไว้ที่ 176 ล้านนะคะ Paper ที่เป็นวารสาร 2 Paper นะคะ IP 10 เรื่องนะคะ Lab Prototype 3 Field 2 แล้วก็ Industrial 6 นะคะ Licensing 1 นะคะ แล้วก็ผลงานใช้ประโยชน์ 9 ค่ะ ใส่ผิดที่ แล้วก็ผู้ประกอบการก็ 4 บริษัทค่ะ (ประธาน) ต้องรอดูนะครับ เพราะว่าตัวเลขมันยังห่างไกลมากเลย จากที่ตั้งไว้ ผลปัจจุบันประมาณ 1 ไตรมาส อาจารย์ยังไม่กล้าอ่านไง อาจารย์ให้ดูเฉย ๆ ไม่กล้าอ่าน เพราะมันต่ำมากเมื่อเทียบกับเป้านะครับ อันนั้นไตรมาสที่ 1 นะครับ เชิญครับ มีเรื่องอื่น ๆ ไหมครับ ฝ่ายเลขาฯ มีเรื่องอื่น ๆ ไหมครับ (ดร.กฤษไกรพ์) ก็คือ ทีมผมจะเป็นทีมที่ เรื่องขับเคลื่อนตัวการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยนะครับ ก็จะ Run กิจกรรมต่อเนื่อง เพื่อขยายเรื่อง Impact อันนี้ก็จะโชว์ เดี๋ยวจะมารายงานตัวแผนที่จะสนับสนุนผลงานวิจัย ให้เกิด Impact เป็นระยะ ๆ ครับ ตอนนี้ถ้าช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมานี่ เราได้ทำตรง ตรงส่วนของ Digital Dentistry Platform ก็คือ พา Licensee ของเรา 3 บริษัท แล้วก็พันธิมิตรอีก 1 บริษัท ก็คือ มี PiXAMED มี CTEC แล้วก็ตัว Oss Hydroxy แล้วก็พันธมิตร คือ PW Plus นี่ไปออกงานตัว Bangkok Dental Implant Symposium ซึ่งเป็นงาน International ของสมาคมทันตกรรมรากฟันเทียมครับ ก็ไปออกบูธ แล้วก็มีการสัมมนา ก็คือ ให้นักวิจัยขึ้นพูดบนเวทีด้วย ก็คือไปสนับสนุนตัว Licensee ของเรา ก็ตัวขยายผลไปในเรื่องทันตกรรม อันนี้ก็คือกิจกรรมแรก แล้วที่จะต่อเนื่องออกไป นี่ก็คือ จะเตรียมทำ Workshop ที่เป็น Education ของ Oss Hydroxy คือ Educate ของการใช้ M-Bone ก็เดี๋ยวที่แรก จะไปร่วมกับทางทันตแพทย์จุฬาฯ ครับ ทำเป็น Workshop ครับ ให้ทันตแพทย์มาอบรม เพื่อฝึกใช้ ก็จะเป็นเรื่องที่เมื่อกี้ อาจารย์บรรจงได้พูด ก็คือ พยายาม Educate แต่เป็นลักษณะ เป็น Short Course ไปก่อนนะครับ เพราะยังไม่สามารถเข้าไปอยู่ในหลักสูตรเขาได้ ก็เลยใช้เป็น... ซึ่งลักษณะนี้พวกบริษัทต่างชาติก็จะทำคล้าย ๆ อย่างนี้เหมือนกัน เราก็สนับสนุนทุนบางส่วนจาก สวทช. ให้พวกบริษัท Startup เขาทุนยังไม่หนาเท่าไร ก็สนับสนุนเงินบางส่วนเป็นลักษณะอย่างนี้ครับ แล้วส่วน Big Rock เราจะทำการประชุม 50 โรงพยาบาล ก็คือเชิญทันตแพทย์ 50 โรงพยาบาลนี่ เข้ามาประชุมที่กรุงเทพฯ ที่เดือนมิถุนายน ก่อนหน้างานประชุมทันตกรรมของทันตแพทย์สมาคม ซึ่งทันตแพทย์ส่วนใหญ่ ก็จะเข้ามากรุงเทพฯ มางานนี้อยู่แล้ว แล้วก็ประชุมก่อนหน้าวันหนึ่ง แล้วก็ทำการ Knowledge Sharing ระหว่างโรงพยาบาลกันครับ เดี๋ยวจะเลือกทันตแพทย์เด่น ๆ บางคนขึ้นพูดนะครับว่า ที่เขาทำเยอะนี่ เขาทำเยอะเพราะอะไร แล้วก็ปัญหาในการเคลียร์ การทำรากฟันเทียมโรงพยาบาลมีมีปัญหาอย่างไรบ้าง ก็จะเกิดการ Share กัน ก็จะพยายามทำกิจกรรมนี่คือ Build Community ในหมู่ของทันตแพทย์ อันนี้ในส่วนของทันตกรรมครับ แล้วก็ส่วน Platform อื่น ๆ นี่ ก็จะเป็น ถ้าเป็น Platform ที่ 2 ครับ ขยับไปหน้าที่ 2 … ก็ Milestone หลัก ๆ ก็คือ ถ้า Platform ที่ 2 เป็นเรื่อง Digital Aid Healthcare นี่จะมี Minstone หลัก ในไตรมาสนี้นี่ก็คือ ตอนเดือนมีนาคม ก็คือ ตัว Health Kiosk ที่จะติดตั้งใน ธกส. ครบร้อยแห่งนะครับ อันนี้ก็เป็น Miletone สำคัญ เดี๋ยวคราวหน้าจะมารายงานว่าแล้วเสร็จเรียบร้อยดีหรือเปล่า [เสียงหัวเราะ] เดี๋ยวจะเปิดตัว 3 เครื่องไปก่อน ให้ ธกส.ไปก่อนนะครับ และเดี๋ยว 10 เครื่องตามมา เอ้ย 100 เครื่องจะตามมา ในภายในเดือนในไตรมาสที่ 2 นี่ครับ แล้วก็อัน Platform ที่ 3 นะครับ ขอขยับไปเลย... ก็ตัวเด่น ๆ ก็คือ จะเป็นตัว TTRS กับตัว Realtime Captions, Realtime Captions นี่ก็คือ ตัวถ่ายทอด Live Broadcast อันนี้ก็ใช้ในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ทั้งตอนเดือนพฤษภาคม และก็ตอนเดือนทางชลมารค โดยใช้ไปแล้ว แล้วก็ใช้ในงาน Digital Big Bang ไปด้วยนะครับ พวกงานที่เป็นรายการสดนี่ก็คือสามารถขึ้นตัว Captions สดตามไปเลย สามารถให้คนหูหนวกอ่านไปได้ แล้วก็ตัว TTRS นะครับ แล้วก็จะมีที่สำคัญก็คือตัวระบบของ สปฉ. นี่ เดี๋ยวจะเป็นไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ ก็คือ ตอนเมษายนนี่ จะเริ่ม Implement ของตัว Call Center ครับ เดี๋ยวจะมารายงานอีกครั้ง ครับ ก็จบการรายงานแค่นี้ครับ (ประธาน) ขอบคุณนะครับ มีอะไรเพิ่มเติมไหมครับ (อาจารย์ วันทนีย์) มีประชุมครั้งต่อไปนะคะ ก็กำหนดไว้เป็นวันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม นะคะช่วงเช้าค่ะ ที่อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทยค่ะ (ประธาน) ไม่มีอะไรเพิ่มเติมนะครับ ท่านกรรมการมีประเด็นเพิ่มเติมไหมครับ ไม่มีนะครับ อย่างนั้นขอบพระคุณทุกท่านครับ ขออนุญาตปิดประชุมครับ [สิ้นสุดการถอดความ]