(คุณปวีณา ฟักทอง - ผู้ดำเนินรายการ) สวัสดีค่ะ ต้อนรับคุณผู้ชมนะคะ เข้าสู่การแถลงข่าวของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือว่า ศบค. จากทำเนียบรัฐบาลนะคะ เช่นเคยค่ะ เวลา 11.30 น. นะคะ เราจะมาพูดคุยกันเพื่อที่จะมาติดตามสถานการณ์ของไวรัส COVID-19 ในประเทศไทย รวมถึงวันพรุ่งนี้ 13 เมษายน แล้วนะคะ เราจะมาดูกันว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ของคนไทยทั้งประเทศ เราจะช่วยกันได้อย่างไรในการป้องกัน เรื่องของการแพร่เชื้อการระบาดของไวรัส COVID-19 ลำดับแรกค่ะ เรียนเชิญ นายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงชี้แจงในรายละเอียดประเด็นต่าง ๆ เรียนเชิญค่ะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ) กราบสวัสดีครับ พี่น้องประชาชนครับ ผมนายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ในฐานะ โฆษกของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 นะครับหรือ ศบค. มารายงานท่านเป็นประจำวันนะครับ ของวันนี้ 12 เมษายน นะครับ อยู่บ้านก็ใส่หน้ากากผ้านะครับ แล้วก็ดูแลสุขภาพของท่านดี ๆ นะครับ ช่วงนี้เข้าสู่ช่วงของเทศกาลสงกรานต์นะครับ 12 เมษายน ก็คงหลายคนก็คงจะทำตามอย่างที่เราแนะนำนะครับ ให้อยู่ที่บ้าน ขออนุญาตได้ถอดหน้ากากออกนะครับ เพื่อที่เราจะได้สื่อสารกันได้อย่างเต็มที่นะครับ ตอนนี้ ถ้าท่านอยู่ที่บ้านห่างกันเกิน 2 เมตรนะครับ ก็สามารถที่จะทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ โดยที่ไม่ต้องใส่หน้ากากก็ได้นะครับ แต่จริง ๆ แล้วควรจะใส่ตลอดเวลาจะดีที่สุดนะครับ แต่ว่าอย่างไรก็ตามแต่ผมขออนุญาตนะครับ ในตอนนี้เพื่อสื่อสารที่ดีนะครับ ครับก็เช่นเคยครับ การรายงานสถานการณ์นะครับ มาเลยนะครับ วันนี้มีตัวเลขที่จะต้องรายงานท่าน ก็คือมีผู้ป่วยใหม่ 33 รายนะครับ แล้วก็เป็นผู้ป่วยสะสมรวมแล้ว 2,551 รายนะครับ ใน 67 ประทานโทษครับ 68 จังหวัด แล้วก็กลับบ้านได้แล้ว 1,218 ราย วันนี้มีความรู้สึกอย่างไร คือผมดีใจมาก ๆ นะครับ ตื่นเช้าขึ้นมาได้เห็นภาพตัวเลขนี้ก็มีความรู้สึกเป็นข่าวดีสำหรับ เทศกาลปีใหม่ไทยนะครับ ที่เราจะได้เห็นตัวเลขค่อย ๆ ลดลง แต่ว่าผมขออนุญาตอย่างนี้ครับว่า นำเรียนว่าพอดูตัวเลขของคนไทยแล้วเป็นอย่างนี้ แต่สถานการณ์ของทั่วโลกทำให้ผมไม่สบายใจ อยากให้ท่านได้ติดตามแล้วก็ชมต่อไปนะครับว่าถึงแม้เราดี แต่ถ้าสถานการณ์อื่น ๆ รอบข้าง ของประเทศของเราเป็นอย่างอื่นที่ตัวเลขที่ยังน่ากังวลอยู่นี้จะเป็นอย่างไร เดี๋ยวจะบอกเหตุผลนะครับ ไปที่สรุปตัวเลขนะครับ รายวัน 33 ราย 2,551 แล้วก็หายป่วยแล้ว1,218 นะครับ กระจายตัวอยู่ในกรุงเทพมหานครเป็นส่วนใหญ่นะครับ แล้วก็อายุที่กลุ่มที่มากที่สุดคือ 30-39 ปี ก็เน้นย้ำหลายรอบหลายครั้งนะครับที่ตรงนี้... เสียชีวิตวันนี้เป็นที่น่าเสียใจที่เพิ่มขึ้นมาอีก 3 รายนะครับ รายละเอียดเป็นดังต่อไปนี้ครับ รายที่ 36 ผู้ป่วยชายไทย อายุ 74 ปี มีโรคประจำตัว คือ เบาหวาน แล้วก็ไขมันในเลือดสูง มีประวัติไปสถานที่ ชุมชนก็คือตลาดนัดนะครับ แล้วก็รวมทั้งบุคคลในบ้านก็มีการรวมกลุ่มกันนะครับในบ้าน ซึ่งทำให้ผู้ป่วยมีอาการป่วยเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน ด้วยอาการไข้แล้วเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดนครศรีธรรมราช และในวันที่ 7 เมษายน ก็เข้าไปรักษาในวันที่ 7 เมษายน ด้วยอาการไข้สูงนะครับ 39.4 องศา ปวดเสียดท้องแล้วก็มีการถ่ายเป็นอุจจาระสีดำ คำว่า “อุจจาระสีดำ” ก็คือมีเลือดออกในกระเพาะอาหารนะครับในส่วนต้น แล้วก็ออกมาเป็นเลือดสีดำนี่นะครับ แล้วผลก็ออกมาว่า ยืนยันว่าเป็นเคสผู้ป่วย COVID-19 ในวันที่ 8 เมษายน ต่อมาอาการก็แย่ลงและก็ผู้ป่วยเสียชีวิตลงในวันที่ 11 เมษายน คือเมื่อวานนี้เองนะครับ รายที่ 37 นะครับ เป็นผู้ป่วยหญิงอายุ 65 ปี มีโรคอ้วนแล้วก็ไขมันในเลือดสูง มีประวัติระหว่างวันที่ 20 - 26 มีนาคม เดินทางไปเยี่ยมญาติที่จังหวัดชุมพร วันที่ 27 - 31 มีนาคม นะครับ ก็รวมหลายวันนะครับ 27, 28, 29, 30, 31 5 วันนะครับ ก็เริ่มมีอาการไข้ ไอ เหนื่อย เพลีย แต่มาตรวจเอาวันที่ 1 เมษายน นี่สิครับที่โรงพยาบาลชุมพรก็ได้รับยากลับไปบ้าน ซึ่งต่อมาถึงวันที่ 2 ก็เหนื่อยหอบมากขึ้น อันนี้แสดงถึงการมาช้า ไปสักนิดหนึ่งนะครับ แล้วก็มีความรู้สึกระดับความรู้สึกตัวลดลง แล้วก็กลับมาโรงพยาบาลเดิมอีกครั้งหนึ่งนะครับ แพทย์ก็ได้ใส่ท่อช่วยหายใจแล้วก็ส่งตรวจเชื้อ COVID-19 ผลออกมาว่ายืนยันนะครับ แล้วก็อาการก็แย่ลงเรื่อย ๆ แล้วก็เสียชีวิตในวันที่ 11 เมษายน นะครับ ในรายที่ 38 เป็นผู้ป่วยชายไทย อายุ 44 ปี รับส่งต่อจากโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งนะครับ ตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม แล้วก็ผู้ป่วยมีอากา หนักตั้งแต่แรกนะครับ แล้วก็ได้ทำการรักษาโดยใช้ ยาหลายขนานเลยนะครับที่มีอยู่แล้วก็พยายามที่จะดูแล ทั้งทุกระบบของร่างกาย แต่ปรากฏว่าอวัยวะล้มเหลวหลายส่วน หลายระบบ แล้วก็ต้องมีการทำการล้างไตหลายครั้ง อาการไม่ดีขึ้น ก็เสียชีวิตในวันที่ 12 เมษายน นะครับ ก็คือเช้านี้เอง 7 โมงเช้านี้ ก็ขอแสดงความเสียใจกับญาติของทั้ง 3 ครอบครัวนี้ด้วยนะครับ ครับก็ไปดูที่การวิเคราะห์ความเสี่ยง ปัจจัยเสี่ยง ของหลาย ๆ คนนะครับ ที่ในวันนี้ที่ 33 คน กลุ่มแรกก็คือเป็นกลุ่มที่มีประวัติสัมผัสเสี่ยง ใกล้ชิดกับผู้ป่วยรายที่ยืนยันก่อนหน้านี้นะครับ 15 ราย เชื่อมโยงกับ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งก็ที่เราเคยรายงานกันมาก่อนนะครับ 7 ราย เท่ากับครึ่งต่อครึ่งเลยนะครับในนี้ สถานบันเทิงก็ยังมีอยู่นะครับ 2 ราย นะครับ ไม่เกี่ยวกับกลุ่มอื่น ๆ เลย อันนี้ก็จะเป็น กลุ่มก้อนที่เยอะหน่อยหนึ่ง ก็คือในกลุ่มของบุคลากรทางการแพทย์ก็พบว่าใน 7 รายนี้ เชื่อมโยงกับทั้งการดูแลรักษาผู้ป่วย และการใช้ชีวิตส่วนตัวในแต่ละวัน เรียกว่า “ใช้ชีวิตประจำวันวัน” นะครับ ก็คือมีการสัมผัส Contact กับคนอื่น ๆ ด้วย ซึ่งอันนี้ก็รวมกันไป 7 ราย นะครับ เดี๋ยวเราคงได้สะสมกันไป แล้วก็หาวิธีการในการป้องกันคนที่เป็นกลุ่มของบุคลากรทางการแพทย์นะครับในอนาคต และยังต้องรอสอบสวนอีก 4 นะครับ แล้วยังมารวมกันกับกลุ่มที่เข้าไปใน State Quarantine แล้วไปแสดงอาการ เติมมาอีกนะครับ จำได้ไหมครับที่ลงเครื่องกันมา หลายสิบคนแล้วก็ช่วงแรกก็ตรวจไม่มี แต่ว่าพอลงมาเสร็จมีไข้นะครับ 40 กว่าราย แล้วเพิ่มทีละ 5 เพิ่มทีละ 8 วันนี้เพิ่มมาอีก 2 ครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้น่ากังวลนะครับ คนที่เดินทางมาจากต่างประเทศ จากกรณีของการไปประกอบศาสนกิจนะครับ อันนี้เราก็เป็นห่วงเป็นใยนะครับว่ายังมีรายงานต่อเนื่องมาเรื่อย ๆ นะครับ ไปดูการกระจายนะครับของแต่ละจังหวัดที่เป็นเคสยืนยันสะสม กรุงเทพมหานคร 1,294 ภูเก็ต อันดับ 2 176 แล้วก็นนทบุรี อันดับ 3 148 สมุทรปราการ อันดับ 4 106 แล้วก็ยะลา 82 นะครับ 9 จังหวัดยังไม่มีการรายงานผู้ป่วยนะครับ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่เราจะต้อง รายงานท่านอยู่เรื่อย ๆ ไปดูที่ อัตราส่วนต่อการป่วยต่อแสนประชากรนะครับ ก็ภูเก็ตก็ยังเป็นอันดับ 1 นะครับ 42.57 กรุงเทพฯ รองลงมา ยะลา นนทบุรี ปัตตานี นะครับ อันนี้ก็ต้องนำเรียนว่าจังหวัดที่ต้องเป็นผู้ที่ดูแลในลักษณะ ที่เรียกว่า “State Quarantine” ก็จำเป็นที่จะต้องได้รับตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นไปด้วย เราก็เข้าใจนะครับบางทีหลายท่านก็บอกว่า ติดเชื้อในตัวเลขของฉันกับ State นี่ต้องแยกกันไหม เพราะฉันต้องรับคนเหล่านี้แยกออกมา มาดูแล จะมาบอกว่าเป็นผลงานของจังหวัดก็ไม่ใช่ อย่าพยายามมองอย่างนั้นเลยนะครับ เราก็เข้าใจแล้วก็ต้องขอบพระคุณท่านที่เสียสละ พื้นที่ของจังหวัดท่านในการที่จะดูแลพี่น้องคนไทย ในจังหวัดของท่าน แต่อย่างไรก็ตามแต่ในเชิงสถิติเท่านั้นครับ ไม่ได้เอาไปว่า... เพื่อที่จะไปแบ่งแยกกีดกัน แต่เอามาเพื่อป้องกันรักษา ผมมีหน้าที่คือนำชุดข้อมูลเหล่านี้มาบอกพี่น้องประชาชนที่จังหวัดนั้น ๆ ให้ท่านได้ระมัดระวังตัวเพื่อไม่ได้เป็นคนที่จะ เพิ่มตัวเลขขึ้นต่อไปเท่านั้นเองครับ ก็ขอบพระคุณที่ ได้ทำความเข้าใจกัน แล้วก็ไปช่วยกันทำให้มีสถานที่ที่จะเป็น State Quarantine มากขึ้นนะครับ เพราะว่ามีพี่น้องคนไทยที่จะรอกลับมาจากต่างประเทศ อย่างที่ผมเคยบอกไปหลักพัน ถึงหลักหมื่น เราจะต้องดูแลพวกเขาอย่างไรขึ้นอยู่กับพวกเราด้วยของคนที่นี่นะครับ ไปดูรายใหม่ 33 รายนี้มาจากไหนนะครับ กรุงเทพมหานคร 14 ราย นะครับเยอะที่สุดนะครับ เกือบครึ่งหนึ่งนะครับ และยะลา 5 ภูเก็ต 4 ปัตตานี 3 นราธิวาส สมุทรสาคร อย่างละ 2 นะครับ เลย ชลบุรี แล้วก็นครศรีธรรมราช อย่างละ 1 นะครับ ก็กระจายไปทั่วประเทศ ต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ ไปที่ดูกรุงเทพฯ ปริมณฑล นะครับ กรุงเทพฯ นนทบุรี และต่างจังหวัด ตัวกราฟก็ยังคล้าย ๆ เดิมนะครับ แต่ก็ลดลง ภาพรวม แต่อย่างที่บอกว่าของต่างจังหวัดก็ยังสูงกว่ากรุงเทพมหานครและนนทบุรีนะครับ ถ้ารวมตัวเลขโดยรวมทั้งหมดนะครับต้องช่วยกันนะครับ ส่วนกล่องข้างบนนั้นก็จะเห็นว่า มีกลุ่มก้อนที่มาจากอินโดนีเซีย ที่มาอยู่ที่ State Quarantine นะครับ ซึ่งเรากระจายไปยัง 3 จังหวัดชายแดนใต้นี่นะครับ มีวันที่ 8 นี้มี 42 คน วันที่ 9 มี 5 คน วันที่ 12 เพิ่มเข้าไปอีกนะครับ รวมแล้วนี่ก็เท่ากับ 49 คนแล้วนะครับ ตอนนี้ของทางกลุ่มที่กลุ่มก้อนที่มาจากอินโดนีเซีย ก็คือไปประกอบศาสนกิจ แล้วสหรัฐอเมริกาก็มี 1 ราย อันนี้แยกให้ดูนะครับ เพื่อท่านจะได้เห็นว่ามีความสำคัญ ในตัวนี้อย่างไรนะครับ ในการเดินทางกลับมาจากต่างประเทศ เป็นสาเหตุที่พวกเราต้องมีมาตรการกันนะครับ ไปดูแผนภูมิที่บอกกลุ่มอายุนะครับ ตอนนี้ท่านต้องกลับ ไม่ใช่ต้องกลับ ถ้าไม่ต้องกลับก็ดี ถ้าอยู่ที่กรุงเทพฯ อยู่ตรงไหนอยู่ตรงนั้นนะครับ ไม่ต้องเคลื่อนย้ายตัวเองไป แต่ถ้าต้องกลับไปอยู่ตามภูมิลำเนาคนกลุ่มนี้ ต้องบอกว่าต้องห่างจากผู้สูงอายุนะครับ 20-29, 30-39 นะครับในกราฟสีน้ำเงินกับสีเขียวนี่นะครับ จำนวนมากทีเดียว ซึ่งถ้ารวมถึง 40-49 ด้วย คือ สีเหลืองด้วยนี่นะครับ ท่านต้องห่างจากผู้สูงอายุอย่างน้อย 2 เมตร ทุกวันในช่วงเวลาของสงกรานต์ 7 วันอันตราย ท่านจะมีความกตัญญูรู้คุณต่อผู้ที่เป็นพ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย ดีที่สุดก็คือ กราบในระยะ 2 เมตร ไหว้ในระยะ 2 เมตร ไม่มีการรดน้ำอวยพรเด็ดขาดนะครับ เพราะว่าท่านเป็นพาหะได้ จะนำเชื้อไปถึง คุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยายได้นะครับ ไปดูครับในการจำแนกออกมาเป็นรายสัปดาห์นะครับ ซึ่งที่ให้เห็นเป็นประจำนี่ก็คือต้องลุ้นเป็นรายสัปดาห์ว่าจะเพิ่มหรือจะลด ภาพรวมวงกลมอยู่ข้างล่างครับ สิ้นสุดสัปดาห์ที่ 15 ไปเมื่อวานนี้ ขออนุญาตได้สรุปนะครับ เป็นตัวเลขที่ดีเยี่ยมมาก ๆ ครับ สัปดาห์ที่ 2 ท่านไปดูก่อนนะครับ วงกลมวงแรกซ้ายมือคือ 315 สัปดาห์ที่ 13 ช่วงของปลายเดือนมีนาคม คือ 625 สัปดาห์ที่ 14 ขึ้นไป Peak สุดเลยนะครับ 724 แล้วก็สัปดาห์ที่ 15 คือ 383 นี่คือสิ่งที่เราทำงานร่วมกัน ทำให้ตัวเลขกดลงมาได้นะครับ เกือบครึ่ง... ยังไม่ถึงครึ่งนะครับ ยังไม่ถึงครึ่ง เกือบครึ่งหนึ่งนะครับ จาก 724 มาเป็น 383 ในสัปดาห์นี้ ก็ลดลงได้อย่างน่าพอใจนะครับ แต่ว่าอย่างไรก็ตามแต่ก็ต้องไม่ตกอย่างที่ว่า ไปดูสถานการณ์ต่างประเทศอย่างที่ผมบอกนะครับว่า เราดูแลพี่น้องคนไทยอย่างดี ในประเทศของเราไม่ให้มีการแพร่ระบาดโรค แต่รอบข้างเราเป็นอย่างไรบ้างหรือทางโพ้นทะเลของเราไปไกล ๆ เป็นอย่างไรบ้าง รวมแล้วทั่วโลก 1,780,000 กว่าคน ข้อมูล ณ เวลา 10.00 น. ของวันนี้นะครับ 1 ชั่วโมงเศษ ๆ นี่ที่ผ่านมา แล้วก็ความหนักก็คือ 50,000 ราย นะครับ แล้วก็หายแล้ว 400,000 กว่า แต่เสียชีวิต แตะไปที่ 108,000 กว่าคน นะครับ เมื่อวานนี้เสียชีวิตรวม ๆ กันไป 60,000 ประทานโทษครับ 6,000 กว่าราย นะครับ ประเทศที่เยอะที่สุดตอนนี้เป็นสหรัฐอเมริกาครับ อันดับที่ 1คือ Confirm Case หมายถึงยืนยันนี่ 5 แสนกว่า แล้วก็เสียชีวิตตอนนี้ขึ้นมาแซงนำไปแล้วนะครับ แซงนำอิตาลี ตอนนี้เสียชีวิตมากที่สุดคือ สหรัฐอเมริกา 20,577 เราได้เห็นภาพอย่างที่ผมเคยได้บอกไปนะครับ การใช้สถานที่ดูแลหรือทำศพนี่ ต้องกลายเป็นการขุดพื้นที่ที่เป็นพื้นที่เปล่าขึ้นมา แล้วก็เอาศพไปเรียง ๆ กันแล้ว ภาพอย่างนี้ดูแล้วก็หดหู่ใจมาก ๆ นะครับ เกิดขึ้นที่สหรัฐอเมริกาแล้วตอนนี้นิวยอร์กเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากในเรื่องการพัฒนา เป็นเมืองที่เจริญแล้วที่เราเคยไปเที่ยวกันมาก ๆ นะครับ กลายเป็นเมือง ที่ตอนนี้มีการป่วย และเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ซึ่งก็เป็นบทเรียนที่เราจะได้เรียนรู้กันทั้งโลกนะครับ แล้วก็มีสเปน นะครับ มีอิตาลี มีฝรั่งเศส การเสียชีวิตเป็นหลักหมื่นทั้งสิ้น ของทางอังกฤษนะครับก็แตะ ๆ แล้วครับ 9,875 ราย นะครับ ในการรายงานตอนเช้านี้ ซึ่งเสียชีวิตเป็นหลักหมื่นนี่ เรานึกภาพกันไม่ออกนะครับว่าที่ต้องหนัก ที่ต้องรักษา ต้องดูแลกันอยู่ในโรงพยาบาล จะมีความโกลาหลอย่างไร ท่านคนเห็นในข่าว ต่างประเทศกันบ้างแล้วนะครับ ผมขออนุญาตนำเรียนว่าเป็นเรื่องที่เราก็ไม่ได้อยากให้เกิดขึ้นกับที่ใดเลย แม้กับที่เขา หรือแม้กับที่เราด้วยนะครับ 47 คือตำแหน่งอันดับของเราเมื่อเช้านี้นะครับ ของประเทศไทย ซึ่งนับเคสเมื่อวานนี้นะครับ ก็คือเมื่อวานนี้ที่เรารายงานไป คราวนี้มาดูอีกตัวเลขหนึ่งซึ่งผมบอกว่า… เมื่อกี้ถึงบอกว่าดีใจที่ตัวเลข 33 วันนี้ แต่อย่าการ์ดตก เพราะอะไรครับ เพราะมาดูตรงนี้ครับ มีตัวเลขที่เพิ่มขึ้นนะครับอยู่ใกล้ ๆ ประเทศไทยเรา คือ มาเลเซีย เมื่อวานนี้นะครับมีเคสที่เพิ่มขึ้นถึง 184 ราย นะครับ แล้วก็ฟิลิปปินส์ มีเคสใหม่ที่เพิ่มขึ้น 233 นะครับ สิงคโปร์ ใกล้เรามาก ๆ นี่ ที่บอกว่าเคยทำดี ๆ ออกมา 191 รายใหม่ ในเมื่อวานนี้นะครับ อินโดนีเซีย ที่เรามีคนไทยไปแล้วติดกลับมาใหม่เมื่อวานนี้ 330 ราย อันนี้คือใหม่นะครับ นะครับ ซึ่งสิ่งที่ผมต้องพูดตรงนี้ เน้นย้ำตรงนี้ เพราะว่า เราจะต้องมีการดูแลคนไทยกลับมา ท่านมีความเสี่ยง นะครับ ที่จะต้องติดกับโรคนี้มาด้วย เพราะฉะนั้นเราต้อง ดูแลท่านเป็นอย่างดี State Quarantine ถึงเกิดขึ้นตรงนี้ตามมาตราการที่เกิดขึ้นจากตัวเลขเหล่านี้นี่ล่ะครับ พอมาดูเสียชีวิตสิครับก็ยิ่งน่า... แหม น่ากังวลใจเหมือนกันนะครับ สิงคโปร์ก็เพิ่มขึ้นเป็น 8 นะครับ ประเทศอินโดนีเซียนี่ 327 นะครับ แล้วก็ฟิลิปปินส์นี่ 247 มาเลเซียคือ 73 นะครับ นำเรียนว่าการ์ดห้ามตก ภาษามวยอย่างที่บอกนะครับ ก็เอามาใช้นะครับ เพราะฉะนั้นยังต้องยกเว้นอยู่ ถึงแม้จะดีใจว่าทำคะแนนได้ดี ออกมาแล้วว่า ได้ 33 แต้มดี แต่ต้องยืนระยะยาวนะครับ มันไม่ได้จะหมดยกพรุ่งนี้ มะรืนนี้ ถ้าเห็นกราฟต่อไปนี้มาดูครับ สหรัฐอเมริกายังพุ่งทะยานขึ้นนะครับ ก็ยังไม่ได้มั่นใจนะครับว่าเขาจะเอาอยู่นะครับตอนนี้ ที่อังกฤษก็มีกระดกหัวขึ้นมาอีกนะครับ เช่นเดียวกันกับที่ฝรั่งเศส คือทิศทางมันยังไม่ได้แน่นอนใจว่าจะดีหรือไม่ดีนะครับ มาดูในกลุ่มอาเซียนยิ่งน่ากังวลเข้าไปใหญ่นะครับเพราะว่ากราฟอย่างนี้ยังทแยงเส้นมุมทแยงขึ้นไป ทางขอบมุมขวาบนของจอนี่นะครับ ถ้ายังไม่ได้กดหัวลงก็แสดงว่ามันยังพุ่งได้อีก ไม่รู้จะพุ่งไปถึงตรงไหนนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นความน่ากังวลของเรา ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซียนี่ ชันขึ้นด้วยนะครับ ชันขึ้นมากกว่ามาเลเซียอีกนะครับ แล้วก็มากกว่าเรา เช่นเดียวกันกับ สิงคโปร์ที่เราบอกว่าเขาก็ควบคุมได้ดีน่าจะสงบได้ แต่ปรากฏว่าใน 2 วัน นี้พุ่งทะลุขึ้นมาอีกนะครับ จะมาชนกับเส้นกราฟของประเทศไทยเรา อย่างนี้น่ากังวลครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราจะต้องทำกัน 90 เปอร์เซ็นต์ จริง ๆ นะครับ และระยะยาวด้วยที่ท่านต้องให้ความร่วมมือกับภาครัฐนะครับ มาดูในรายใหม่นะครับ ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อินเดีย เห็นไหมเส้นสีเหลือง พุ่งขึ้นมาก ๆ ญี่ปุ่นที่เขาก็ชมเขาว่าเขาทำได้ดี อันนี้มองออกไปถึงขนาดประเทศในเอเชีย ก็คือ อินเดียกับญี่ปุ่น 2 ประเทศนี้โด่งขึ้นมามาก ๆ ซึ่งประชากรของเขามากกว่าเรามาก ๆ อินเดียเป็นพันล้าน ญี่ปุ่นนี่ก็เป็นร้อยล้านนะครับ แล้วดูสิครับเขาเอง… เรามีเศรษฐกิจ มีธุรกิจร่วมกันอยู่ มีการเดินทางที่ต้องพึ่งพาอาศัยกันอยู่ เราจะต้อง... หลายคนบอกจะต้องเปิดประเทศเมื่อไร จะต้องเปิดสนามบินเมื่อไร ต้องดูสถานการณ์ของกราฟต่าง ๆ เหล่านี้ด้วยนะครับ เพราะว่าต้องเอามาตัดสินใจ ถ้าเราต้องดูแลคนของเราขณะที่เราต้องดูแลเรื่องเศรษฐกิจอะไรจะต้องมาก่อนมาหลังนะครับ นี่คือสิ่งที่เป็นตัวบอก เช่นเดียวกันกับทางประเทศทางอาเซียนนะครับมาดูสะสมรวมทั้งหมด เกาหลีใต้ที่บอกคุมดี ๆ เส้นกราฟเริ่มนิ่ง ๆ ขึ้นมา อย่างนี้ครับเริ่มมีความน่าจะสบายใจ ดีกว่าอินเดีย ดีกว่าญี่ปุ่น ดีกว่ามาเลเซียนะครับ เราเองก็แนวโน้มจะไปเป็นแบบเกาหลีใต้ ถ้าเราจะดูนะครับ มีเราที่… เรากับเกาหลีใต้เส้นกราฟสีน้ำเงินข้างล่างของเรา ไทยกับเกาหลีใต้ อย่างนี้ครับพึงประสงค์ แต่ท่านดูสิครับ ประเทศรอบ ๆ ทั้งหมดพุ่งทั้งนั้น จะทะแยงขึ้น หรือพุ่งขึ้นหรือชันทั้งหลายนี่มีระดับความชันแตกต่างกันไปทั้งสิ้น เราจะทำอย่างไรในสภาวะที่เราคุมการระบาดของในประเทศเราได้ แต่รอบข้างพี่น้องที่อยู่รอบ ๆ ข้างประเทศของเรายังเป็นประเด็นกันอยู่ครับ อันนี้ก็คือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในเรื่องของทางด้านมาตรการทางด้านสาธารณสุขนะครับ ขออนุญาตอีกครั้งหนึ่ง เน้นย้ำว่าผมในฐานะโฆษก ศบค. นะครับ ต้องดูแลชุดข้อมูลที่มาจากศูนย์ต่าง ๆ นะครับ ซึ่งมีศูนย์ปฏิบัติการ ที่เป็นศูนย์ทางด้านย่อย ๆ นะครับ สาธารณสุขเป็นหนึ่งในนั้น ยังมีเรื่องของความมั่นคง มีเรื่องของการควบคุมสินค้า มีเรื่องของการดูแลเรื่องของข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ผมขออนุญาตไปที่เรื่องของด้านความมั่นคงนะครับ ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง ซึ่งเป็นการทำงานที่ผมนำรายงานเป็นประจำทุกครั้ง ก็คือ เรื่องของการประกาศเคอร์ฟิวนะครับ ซึ่งจะสอดคล้องล้อกันกับสถานการณ์ของทางด้านสาธารณสุข เพราะฉะนั้นตรงนี้ต้องให้เครดิตกับทางกลุ่มคนที่ทำงานด้านศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ด้านความมั่นคงด้วยที่ว่าพอประกาศเคอร์ฟิวขึ้นมาแล้ว จำนวนของคนที่ปฏิบัติตามหรือละเมิดอยู่ที่คนกลุ่มนี้ครับที่เขาไปดูมา วันนี้ผมได้ข้อมูลชื่นใจเหมือนกันครับ เพราะว่า 12 เมษายน ในรอบ 24 ชั่วโมง รายงานมาเมื่อเช้านี้ท่านออกจากเคหสถานที่ ละเมิดข้อตกลงของเรานี่นะครับ กระทำความผิดไป 926 คน นะครับ แล้วก็ชุมนุมมั่วสุม เป็น 58 คน 926 คนนี่ลดลงจากเมื่อวานนี้ 139 คนนะครับ ก็ขอบพระคุณที่ท่านให้ความร่วมมือนะครับ แล้วก็ชุมนุมมั่วสุมก็ลดลงจากเมื่อวานนี้ 109 วันนี้ 58 รายนะครับขอบพระคุณที่ท่าน ให้ความร่วมมือดีต่อสุขภาพท่านด้วย 4 ทุ่ม ก็ตอนนี้นอนเยอะ ๆ จะได้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงนะครับ ไม่เป็นไข้ เป็นหวัดนะครับ ตอนนี้ก็ขอบพระคุณกับสิ่งที่ท่านทำไว้ แล้วก็ทางศูนย์ฯ นี้มาให้ผมได้รายงาน ผมก็ร้องขอครับว่าแค่อย่างนี้นี่ จะมีอะไรบ้างไหมที่จะมีรายละเอียดอย่างอื่น วันนี้ได้ข้อมูลเพิ่มเติมมาด้วยครับ ท่านไปออกเรื่องของ... นอกเคหสถานนี่เท่าไรนะครับ แล้วก็เกิดความผิดอะไรอย่างไรบ้างนะครับ ก็พบว่าไปมีฐานความผิดนี่นะครับก็คือเรื่องของสุรานะ เยอะมาก เห็นเส้นสีส้มไหมครับ อันนี้เอามารวบรวมมาจากของทางตำรวจแต่ละภาค ๆ นะครับที่ส่งมา ซึ่งก็เดี๋ยวอย่างไรคงจะได้เอามาเป็นตัวเลขตามภาคที่เป็นจังหวัดแล้วกันนะครับ อันนี้เป็นภาค 1 ภาค 2 ภาค 3 บางทีท่านผู้ชมอาจจะงง แต่พูดง่าย ๆ ก็คือ บช.น. คือ กรุงเทพมหานคร นะครับ ที่สีส้ม ๆ เยอะ ภาคกลาง คือ ภาค 1 นะครับ คือ ภาคกลาง ภาค 2 นี่ครับก็คือตะวันออก นะครับ แล้วมาดูที่เส้นสีส้มอีกอันหนึ่ง คือ ภาคเหนือตอนบนกับภาคตะวันตกก็คือ ภาค 7 สีส้มนี่เยอะหลาย ๆ ที่เลยนะครับ นั่นหมายความว่าท่านกระทำผิดในเรื่องของการดื่มสุรา แล้วก็เป็นเหตุที่ทำให้จะต้องได้รับการทำผิดกฎหมาย ลงโทษในเชิงของทางด้านกฎหมายนะครับ นี่คือสิ่งที่เป็นการทำงานของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกันกับทางฝ่ายมั่นคงนะครับ ทางทหาร ทางสาธารณสุขของเราที่ออกไป เมื่อวานนี้ท่านนายกรัฐมนตรี ก็ได้ออกไปเยี่ยมในตอนกลางคืนด้วยนะครับ ผมได้เห็นภาพข่าวขึ้นมา ต้องขอขอบพระคุณทางท่านผู้อำนวยการศูนย์ ศบค. นะครับ ท่านได้ออกไปเยี่ยมให้กำลังใจแล้วก็ดูแลคนที่ทำงานกันอยู่ด่านหน้านะครับในยามวิกาลอย่างนี้ ซึ่งก็ทำให้คนที่ทำงานอยู่ได้บอกถึงปัญหานะครับ ได้ไปพบสภาพความแท้จริงของปัญหานั้นเป็นอย่างไร ก็เป็นเรื่องที่… เป็นหน้าที่ของผู้บริหารนะครับที่จะต้องเข้าไป อันนี้ก็ แหม ก็อย่าว่าผมเลยนะครับ แหม พอออกเรื่องอย่างนี้ก็บอกว่าผมจะได้ทำหน้าที่เกินเลยหรือเปล่า เป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้วนะครับ ที่จะต้องทำหน้าที่นี้ ที่จะต้องบอกว่าแต่ละศูนย์ที่ภายใต้ท่านผู้อำนวยการศูนย์ ก็คือท่านนายกรัฐมนตรีนี่ ต้องทำอะไรบ้างนะครับ อันนี้คือภารกิจของท่านก็นำเรียนมายังพี่น้องประชาชนได้รับทราบนะครับว่าทุกคนก็ต่างมีหน้าที่ ท่านก็ทำหน้าที่ของท่าน นายกฯ ก็ทำหน้าที่ของท่าน ผมก็ต้องทำหน้าที่ของผมตรงนี้ ทุกคนต่างล้วนต้องมีหน้าที่ของตนเองนะครับผม ครับก็วันนี้คงได้สรุปข้อมูล ณ วันนี้ ให้ท่านผู้ชมได้รับทราบ แล้วก็ฝากร่วมมือปฏิบัติกันอย่างดีนะครับ เราก็จะได้สู้กับ COVID ได้ และชนะมันในที่สุดครับ ครับผม ต่อไปคงเป็นคำถาม (คุรปวีณา) ค่ะ มีคำถามจากสื่อมวลชนนะคะ จากสำนักข่าวเกียวโด นิวส์ นะคะ ที่ถามว่าเหตุผลของผู้ติดเชื้อที่ลดลงน่ะ แสดงว่าตรวจผู้ติดเชื้อ ที่ติดเชื้อจากสนามมวยนั้นครบแล้วใช่หรือไม่ หรือว่าเป็นเพราะว่ามาตรการที่ภาครัฐออกมาแล้วดำเนินการได้ผลดีคะ คุณหมอคะ เชิญค่ะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ครับ เป็นคำถามที่ดีมาก ๆ เลยนะครับ เพราะเราทำงานกันไปก็ต้องมาย้อนแล้วก็ดูว่าสิ่งที่เราทำไปนั้น ผลที่ได้ออกมานั้นดี ไม่ดี พี่น้องประชาชนตัดสิน แต่ว่าถ้ามันดี ดีจากอะไร ถ้าไม่ดี ไม่ดีจากอะไร ในฐานะที่ผมเป็นหมอเหมือนกันครับเวลาที่ผมรักษาคนไข้ไปก็ต้องดูว่าแต่ละวันนี่เขาอาการเป็นอย่างไรนะครับ วันนี้ที่เรามาอยู่นี่ เรามาเห็นตัวเลข เรามาเห็นสถานการณ์ต่าง ๆ ผมอยากให้ไปดูตัวเลขตัวนี้ครับ ก็เป็นภาพที่ดีขึ้นมาก็คือเราประกาศ เรื่องของสถานการณ์ฉุกเฉินกัน ถ้ามาถึงวันนี้ก็น่าจะเป็นวันที่ 9 แล้วนะครับ ตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน นะครับ จะเห็นแผนภูมิอันแรกนะครับ ที่เราพูดกันอยู่บ่อย ๆ นะครับ ก็คือ 3 เมษายน ก็จะเห็นกราฟตอนนั้นนี่มันยัง... ถ้าภาพรวมนี่มันก็ยังชันอยู่นะครับ แล้วพอเราประกาศวันที่ 3 จากนั้นมาจะเห็นสีแดงข้างล่างนะครับ 103 ในช่วงตอนแรก เป็นร้อย หลักร้อยสามหลักมาตลอดนะครับ พอประกาศ วันที่ 3 ขึ้นมา เคอร์ฟิวครับประทานโทษ ประกาศเคอร์ฟิวนะครับ พอประกาศเคอร์ฟิว ถึงวันที่ 12 วันนี้ เท่ากับ 9 วันนี่นะครับก็เห็นมันลดลงอย่างชัดเจนนะครับ มีอยู่วันหนึ่งที่โด่งขึ้นมาเป็นเลข 3 หลักอยุ่ 2 วันนะครับก็คือ วันที่ 5 กับวันที่ 8 นะครับที่โด่งขึ้นมา 2 วันนั้น แต่วันที่ 8 ต้องบวกรวมกันกับวันนั้นคือการรับคนไทยกลับมานะครับ จากประเทศอินโดนีเซีย ก็เลยทำให้ต้องบวกเพิ่มขึ้นไปด้วยนะครับ ตอนนี้ก็นำเรียนว่า ว่าเป็นเรื่องที่เราคงจะต้องมาดูกันต่อนะครับ ว่าเรื่องของตัวเลขนี้ดีขึ้นอย่างไร เช่นเดียวกันกับการประกาศใช้ พ.ร.ก. ย้อนกลับไปถึงวันที่ 27 นะครับ ก็ได้รับความร่วมมือ ก็คือพูดง่าย ๆ ก็คือตรงนี้นะครับว่าจากพี่น้องประชาชน แต่อย่างนี้นะครับว่าพอมาดูวันที่... มาดูย่อยลงไปในแต่ละกลุ่มก้อน จำได้ไหมครับผมบอกว่าติดขึ้นมารายใหม่มาจากอะไร ๆ อันหนึ่งก็คือพอไล่ย้อนกลับไปนะครับ ก็จะเห็นว่ากลุ่มก้อนของทางด้านคนที่เขาอยู่ในสนามมวยที่เรามองดูว่าเขาเป็นกลุ่มก้อน ที่มีการติดเชื้ออยู่ในกรุงเทพมหานครนั้นก็ลดลงครับ ในสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็น 0 ไปเลยครับนะครับ ท่านผู้ชมจะเห็นนะครับว่ากลุ่มก้อนแรกก็จะเป็นสนามมวย 110 113 นี่ในสัปดาห์ที่ 13 แล้วก็สัปดาห์ที่ 14 คือ 19 แล้วสัปดาห์ที่ผ่านมานี่นะครับ 5-11 กลายเป็น 0 ไปแล้ว เพราะเราควบคุมได้ดี ท่านก็เข้ามารับการรายงานที่เราเรียกตัวไปต่าง ๆ อะไรต่าง ๆ เช่นเดียวกันกับกลุ่มก้อนที่คนที่เดินทางมาจากต่างประเทศใช่ไหมครับ 18, 33, 33 แล้วก็ 5 ที่เรามีคนที่เดินทางลงมา 100 กว่าคนนะครับ 158 ราย ท่านจำได้ไหมครับ แล้วเราก็ขอเชิญท่านเข้ามาสู่ระบบของการตรวจทั้งหลายท่านให้ความร่วมมืออย่างดี เราคุมได้อย่างดีเพราะความร่วมมือของพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นตรงนี้ยืนยันครับว่า เป็นจากการที่เรามีมาตรการต่าง ๆ ที่เข้มอย่างนี้ แล้วช่วงเวลาของ 7 วัน 9 วันที่ผ่านมานี่ ถ้าเราเอาใส่ความรู้เรื่องโรคเข้าไปด้วยนะครับ ระยะฟักตัวของโรคนี่จะอยู่ที่ 5-7 วัน ใครที่สัมผัสกับคนโน่น คนนี้มา 5-7 วัน นี่ตัวเองจะมีเชื้ออยู่ข้างใน อาจจะแสดงอาการ ไม่แสดงอาการไม่รู้ แต่ประมาณ 5-7 วันก็ปล่อยอาการออกมา อาการตรงนี้นะครับ ก็จะทำให้การเกิดการเข้ามาสู่รับการรักษา เพราะฉะนั้นตรงนี้ล่ะครับ 9 วันนี่ชัดเจนเลยครับ ว่าอยู่ในการควบคุมดูแล ทั้งมาตรการหลาย ๆ มาตรการ แต่มาตรการที่ท่านผู้อำนวยการศูนย์ให้จัดมาเป็นโครงสร้างอยู่ในระบบของการเป็น ศบค. มาตรการสาธารณสุขนำที่ 1 มาตรการเรื่องหน้ากากอนามัย มาตรการเรื่องของการความมั่นคง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันทำงานขึ้นมา ระบบต่าง ๆ เหล่านี้ทำงานขึ้นมา และทำงานตรงนี้ไม่ได้เป็นการทำงานเพราะว่าพวกเราทำงาน ทำงานเพราะว่าท่านให้ความร่วมมือกับเรา ก็เลยเกิดผลอย่างนี้ครับ (คุณปวีณา) ค่ะ คำถามต่อมานะคะ เป็นคำถามจาก Facebook Live นะคะ ที่ถามว่าเรื่องของมาตรการงดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เมื่อวานนี้นี่เราจะเห็นว่ามีประมาณ 40 กว่าจังหวัด ที่มีการประกาศงดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แล้วในประเทศไทยเรานี่ค่ะ เรามีจังหวัดที่มีทั้งหมดประมาณ 70 กว่าจังหวัด ถามว่าทำไมเราถึงไม่ประกาศทีเดียวพร้อมกันทั้งประเทศว่าเราไม่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เลยคะคุณหมอคะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ครับก็... ผมก็อยากให้เป็นอย่างนั้นเหมือนกันนะครับ ก็พยายามจะ... ตอนเช้าเราจะมีการประชุมกันตอน 08.30 น. โดย ศบค. เล็ก พูดอย่างนี้แล้วกันนะครับ ศบค. ใหญ่ ที่ท่านผู้อำนวยการศูนย์ ท่านนายกฯ นี่นะครับ ก็จะมีการกำหนดการประชุมชุดใหญ่นี้ ก็เดิมนี้ก็จะเป็น จันทร์ พุธ ศุกร์ หรือตามจำนวนความเหมาะสมที่จะตามสถานการณ์นะครับ แต่ว่า ศบค. เล็ก ก็ประชุมกันทุกวัน 08.30 น. นะครับ เมื่อเช้าก็ตั้งคำถามไปแล้วผมก็ได้มานี่ครับ ตอนแรกว่าเดี๋ยวนะตัวเลข... อ้อ 72 จังหวัด บวกกับ กทม. ครับตอนนี้ ล่าสุดนี้คือ 73 จังหวัดแล้วกัน พูดง่าย ๆ 73 จังหวัด เมื่อวานนี้บอกไป 40 กว่า ผมก็ได้รับโทรศัพท์มาตรึมเลยว่าจังหวัดไหนบ้าง แล้วอย่างไร แล้วทำไมไม่อย่างนั้น คนที่อยากจะดูแลสุขภาพนี่ อยากจะให้พูดง่าย ๆ ทุกคน เลิกดื่มเหล้ากันเสียเลยในช่วงสงกรานต์นี้ เพราะว่าเป็น 7 วันอันตราย เดิมนี้เราก็รณรงค์เรื่องอย่างนี้อยู่แล้ว แล้วยิ่งมาอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉินต้องใช้ตรงนี้ให้เป็นประโยชน์สินะครับ ทุกคนต้องไม่ดื่ม เพราะว่านอกจากไม่เกิดอุบัติเหตุแล้ว ยังไม่ต้องมานั่งวงก๊งเหล้า ซึ่งเมื่อกี้นี่บอกแล้วนะครับ ว่าเป็นสาเหตุอันหนึ่งที่ถูกจับไปในกรณีของการละเมิดในเรื่องของเคอร์ฟิวด้วยนะครับ อันนี้ยืนยันมาแล้วครับมีอยู่ 73 จังหวัด แต่นะครับการประกาศนี่จะว่าใครคนใดคนหนึ่งไม่ได้ แต่ว่าต้องอยู่ในช่วงของการพิจารณา ซึ่งเขาต้องมีคณะกรรมการโรคติดต่อของจังหวัดนะครับ มีทาง ศบค. มีทาง มท. หมายถึงมหาดไทยร่วมกันพิจารณาแล้วก็ประสาน คือพอประกาศออกมาแล้วเสร็จนี่ ก็ต้องหามาตรการควบคุมตามประกาศของตัวเอง ประกาศเสร็จแล้วจะต้องไปตรวจอย่างไร จะต้องไปเช็กอย่างไรนะครับ ก่อนอื่นจะต้องนำเรียนว่าอันนี้แต่ละจังหวัดก็จะต้องมีมาตรการอะไรต่าง ๆ ออกมาเอง ซึ่งตรงนี้เป็นความร่วมมือ จริง ๆ แล้วก็ไม่ต้องให้เขาประกาศหรอกครับ กลับมาที่เรื่องเดิมคือขอความร่วมมือกับพี่น้องประชาชน ขอความร่วมมือกับคนวัยทำงาน ที่ท่านดื่มมากที่สุดนี่ล่ะครับ เวลาหยุดแล้วไม่มีอะไรทำ ก็หาตั้งวงก๊งเหล้านี่ก็ขอให้น้อยลดลง เพราะว่าเราจะต้องผ่านเรื่องนี้ไปด้วยกัน ท่านเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยได้นะครับ แล้วก็จะทำให้เรื่องของการเกิดอุบัติเหตุ ก็ลดน้อยถอยลงไปด้วยครับ ครับผม (คุณปวีณา) ค่ะ อีกหนึ่งคำถามนะคะ วันพรุ่งนี้ วันที่ 13 เมษายน แล้วค่ะคุณหมอ เมื่อสักครู่นี้คุณหมอบอกไปว่าให้ห่างจากผู้สูงอายุอย่างน้อย 2 เมตร ในทุก ๆ วัน กราบไหว้ต่าง ๆ ก็ห่างระยะ 2 เมตร ไม่รดน้ำขอพร แต่ถามว่าจริง ๆ แล้วอยากให้คุณหมอย้ำว่าอะไรคือสิ่งที่คุณผู้ชมทำได้และอะไรที่ทำไม่ได้ อย่างเช่น ถ้าอยู่บ้านกัน 5-6 คน จะตั้งถังน้ำเล่นกันในบ้านได้ไหมคะ อยากให้คุณหมออธิบายอะไรทำได้บ้าง หรืออะไรที่ไม่ควรที่จะทำเลยค่ะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ครับ ก็ชุดนี้จริง ๆ แล้วจะต้องเป็นคุณตำรวจนะครับตอบให้ผม ก็เป็นการบ้านมาก่อนนี้ครับ ได้ท่านปิยะ อุทาโย นะครับ ท่านโฆษกกรมตำรวจก็มาบอกผมเหมือนกันนะครับ ฝากข้อมูลมาบอกพี่น้องประชาชนว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ อะไรทำได้บ้าง ไม่ได้บ้าง รดน้ำ เล่นน้ำ ไม่ได้เลยทุกที่ รวมถึงในบ้านด้วยนะครับ ขอบอกว่าอย่าทำเลยตรงนี้ ก็เป็นเรื่องที่แล้วจะไปตรวจอย่างไร จะไปจับอย่างไรนะครับ ผมก็เห็นใจทางตำรวจเหมือนกันนะครับ ว่าจะต้องไปสอดส่องกันทุกบ้านนี้จะเล่นกันอย่างไร เด็ก ๆ ก็อยากจะเล่นเพราะว่าร้อนอะไรอย่างนี้นะครับ แต่ว่าก็ต้องบอกก่อนว่าอย่าทำเลย เพราะว่าเจตนาของกฎหมายนี่ ก็คือไม่ได้ต้องการจับท่านหรอกครับ แต่ว่าอยากจะบอกว่าการที่ท่านเล่นน้ำกันนี่ การฉีดน้ำ นะครับ มันอาจจะนำพาเอาเชื้อโรคที่อยู่จากคนคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่งก็ได้ ท่านนึกภาพออกไหมครับ ถ้าท่านเป็นผู้ใหญ่เอาเชื้อมาจากที่ไหนก็ไม่รู้ ระหว่างเล่นน้ำ น้ำอาจจะมีละอองน้ำมาฮัดเช้ยเข้ามา แล้วท่านกำลังฉีดพ่นน้ำอยู่นี่ พ่นน้ำจากสายยาง พุ่งไปไกลกว่า 2 เมตร ที่เราว่ากันอีกนะครับ อาจจะได้ละอองของท่านนี่ไปกับเรื่องของสายยางที่ท่านจะฉีดไปอีก เพราะฉะนั้นละอองฝอยที่เกิดขึ้นจากสารคัดหลั่งในตัวของท่าน ก็สามารถพุ่งกระจาย ไปให้คนอีกเท่าไร จำนวนมากทีเดียว เพราะฉะนั้นน้ำเป็นตัวพาหะนะครับ นอกจากน้ำลาย หรือ น้ำคัดหลั่ง น้ำมูกของท่านนี่ที่มีเชื้อโรคอยู่ในช่วงของทางเดินหายใจส่วนต้น มันจะถูกนำพาไปโดยน้ำที่ฉีดออกไปแล้วพุ่ง ฟุ้งกระจายออกไปอยู่ภายนอก เชื้อที่เราเคยที่จะควบคุมมันอยู่ได้ เราใส่หน้ากากไว้มันปิดไว้ตรงนี้แล้วเอาไปซัก กลายเป็นว่ามันกระจายไปทั้งหมด สงกรานต์ช่วงนี้ 7 วันอันตราย ทางหน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุขบอกว่าขีดเส้นใต้ด้วยเหมือนกันครับว่าเป็น 7 วันอันตรายของการระบาดของ COVID-19 ด้วยเหมือนกัน ฉะนั้นตัวเลขที่เราต้องมาลุ้นกันตรงนี้นะครับ ถ้าวันนี้มันลดลง พรุ่งนี้ลดลง ก็ยิ่งดีนะครับ แต่อยากให้เป็นภาพที่เราไปลุ้นกัน 7 วันอันตราย ที่มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุแล้วมันเพิ่มขึ้นอย่างนี้ เพราะว่าเราประมาทกัน เพราะว่าเราเล่นน้ำสงกรานต์กัน เพราะฉะนั้นเดิมแค่ขี่มอเตอร์ไซค์ไม่สวมหมวกกันน็อค ดื่มเหล้าทำให้เสียชีวิตตายตรงนั้น ก็เราก็ห่วงตัวเลขตรงนั้นตัวเลขหนึ่งด้วย แต่ว่าตัวเลขของการติดเชื้อเกิดขึ้นจากการฉีดน้ำ เล่นน้ำกันในบ้าน อย่าลืมนะครับ ที่เราบอกกันแล้วนะครับว่าการมีความเสี่ยงของกลุ่มคนที่ติดเชื้อในบ้าน มีเปอร์เซ็นต์สูงมาก ๆ โดยที่ กลุ่มที่ 20 - 49 ปี ไม่มีอาการสูงมาก เพราะฉะนั้นบอกว่าผมแข็งแรงดี ผมเล่นสบาย ผมจะเล่นกับเด็ก ๆ ท่านเอาโรคอยู่ในตัวของท่าน กำลังพ่นออกมาสู่ลูกหลานท่าน อย่าเล่นเลยครับปีนี้ อย่างที่ทางกระทรวงวัฒนธรรมบอกแล้วว่า แค่รดน้ำพอ ยังใส่หน้ากากอนามัยอยู่นะครับ หน้ากากผ้าอยู่ รดน้ำขอพรนะครับ ถามว่าแล้วคำว่า “รดน้ำ” นี่อยู่ใกล้ ๆ ก็ไม่ได้นะครับ แค่พูดกันก็ดีนะครับ ตอนนี้ทำทุกวิธีที่จะต้องห่างไกลจากคนที่เรารักไว้ แล้วก็จะห่างโรคได้ด้วย แต่ว่าใจยังถึงกัน ยังมีความรู้สึกที่ดีต่อกัน ยังทำอะไรต่าง ๆ ที่ดีต่อกันนะครับ รดน้ำ ประทานโทษ รดน้ำ รดน้ำนี่ห้าม แหม ผมพูดไปผิดไป รดน้ำนี่ก็ห้าม เดินทางกลับภูมิลำเนาก็ไม่ควรนะครับ แล้วก็งดร่วมพิธีกรรมทุก ๆ อย่างห้าม ใช้ Social Media แทน ใช้สรงน้ำพระแทน สรงน้ำพระนี้ก็อย่าไปมุง ๆ พร้อม ๆ กันนะครับ ทีละคน จัดคิวเข้าไปนะครับ แล้วก็จัด แล้วก็ทีละคน ๆ น้ำที่สัมผัสกัน ภาชนะต่าง ๆ ที่สัมผัสกัน ก็ไม่ต้องใช้ซ้ำกันนะครับ อย่างที่เราเคยบอก คือ กินร้อน ช้อนกลาง ช้อนกลางส่วนตัว อันนี้ถ้าเป็นเรื่องของทางด้านการใช้... เขาเรียกอะไรนะครับ ขันสรงน้ำพระก็ต้องให้เป็นส่วนตัวด้วยก็ดีนะครับ จะเอาแก้ว จะเอาอะไรทั้งหลายมารดน้ำ ทำให้ติดนิสัยกันไว้นะครับเรื่องของสุขภาพ ในเรื่องนี้ครับ ครับ (คุณปวีณา) ค่ะ สุดท้ายอยากให้คุณหมอฝากประเด็นเพิ่มเติมถึงคุณผู้ชมค่ะ เพราะว่าวันนี้ วันอาทิตย์นะคะ ก็อยากให้บรรยากาศอาจจะเบาสบายสักนิดหน่อย แต่อยาก ให้คุณหมอฝากประเด็นอะไรกับประชาชนทางบ้านสักนิดหนึ่งค่ะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ครับ ท่านผู้ชมครับ นี่คือการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับโลกนี้ เราจะเห็นนะครับประเทศที่พัฒนาแล้ว มีหลายประเทศตอนนี้กำลังทุกข์ใจอยู่กับยอดการเสียชีวิตเป็นหมื่น ป่วยกันเป็นแสน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เราได้เรียนรู้กันนะครับ ว่าหลายประเทศเขาก็ใช้วิธีการในการร่วมพลังกัน เห็นความร่วมมือกันของประชาชน คนประเทศต่าง ๆ ที่เป็นภาพที่เราประทับใจของประเทศจีนที่เขาก้าวผ่านตรงนี้ มีบางช่วงที่ตอนนี้เขาก้าวล้ำไปแล้ว ไปช่วยคนอื่น เอาเรื่องที่ดี ๆ ที่เขาได้เรียนรู้ไปช่วยประเทศอื่น ซึ่งเป็นภาพที่ผมอยากจะให้เห็นภาพอย่างนี้นะครับระดับประเทศ รองลงมาเราเห็นในระดับประเทศไทย เอ้ย ระดับโลก แล้วมาเห็นในประเทศไทยเรา ท่านก็คงเห็นนะครับว่าบรรยากาศของเราตอนนี้เรารวมพลังกันแล้ว เราก้าวผ่านมา ตัวเลขเราลดลงเป็นอย่างไร ผมเห็นความเชื่อมั่น ความเก่ง ความขยันกันในระดับจังหวัดแล้วตอนนี้นะครับ ถ้าต่อไปมีภาพ แน่นอนครับคงมีอยู่แล้ว คือระดับของชุมชนนะครับ ตำบลต่าง ๆ นี้ขึ้นมา แล้วที่สำคัญที่สุดตอนนี้วันครอบครัวคือระดับของครอบครัวและบุคคล ฝากท่านได้ให้ความสำคัญกับเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ เราถึงแม้จะห่างทางด้านร่างกายที่เขาบอกเป็น Social Distancing ซึ่งก็คือจะขอเปลี่ยนชื่อมาเป็น Physical Distancing คือห่างทางกาย แต่สิ่งที่สำคัญทางกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุขก็ยังพูดกันนะครับว่าต้องมีอีกคำหนึ่งคือ Social Position คือการมีความผูกพันกันที่ดีของสังคม ความผูกพันที่ดีนี่ล่ะครับจะเป็นกำลังใจที่ดี ที่เราจะก้าวผ่านโรคนี้ ซึ่งเป็นโรคที่จะต้องอยู่กับมันไม่รู้อีกกี่เดือน ความผูกพันทางจิตใจที่ดี ไม่มีการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย ไม่มีใครนั้น ศัตรูของเราร่วมกันอย่างเดียว ก็คือเจ้าเชื้อไวรัสโคโรนานะครับ เพื่อเราจะสู้กับ COVID-19 ตรงนี้ชนะในที่สุด ฝากท่านผู้ชมทุกท่านเพียงแค่นี้ครับ สวัสดีครับ (คุณปวีณา) ค่ะ กราบขอบพระคุณนะคะ นายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน นะคะ โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 นะคะ ระหว่างที่เราจะรอเรื่องของการสรุปประเด็นเป็นภาคภาษาอังกฤษ เพื่อให้คุณผู้ชมซึ่งเป็นชาวต่างชาติที่อยู่ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศได้เข้าใจถึงประเด็นและมาตรการต่าง ๆ ให้ได้ติดตามกันนะคะ สรุปตัวเลข ในเบื้องต้นนะคะ สำหรับสถานการณ์ของไวรัส COVID-19 ณ วันนี้ พบผู้ป่วยเพิ่มเติม 33 คน นะคะ รวมแล้ว จำนวนผู้ป่วยติดเชื้อสะสม 2,551 คน ค่ะ และจำนวนของผู้ที่หายป่วย 1,218 คน ในขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตนั้นมี 3 คนด้วยกัน รวมยอดของผู้เสียชีวิตทั้งหมด 38 คนค่ะ และลำดับต่อไปนะคะ เรียนเชิญทาง ท่านณัฐภาณุ นพคุณ รองอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ สรุปประเด็นการแถลงข่าววันนี้ในภาคภาษาอังกฤษ เรียนเชิญค่ะ (คุณณัฐภาณุ นพคุณ รองอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ) [ภาษาต่างประเทศ] (คุณณัฐภาณุ) สวัสดีครับ (คุณปวีณา) ค่ะ ขอบพระคุณนะคะท่านรองอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศนะคะ สุดท้ายฝากคุณผู้ชมอีกสักนิดหนึ่งนะคะ เรื่องของช่วงของเทศกาลสงกรานต์ ขอพรพ่อแม่แบบเว้นระยะ กราบพระที่บ้านนะคะ รวมถึงประเด็นที่ทางคุณหมอทวีศิลป์ฝากเอาไว้ด้วย ก็คือช่วงนี้ถึงแม้ว่าเราจะห่างทางกาย แต่เรายังสามารถสร้างความผูกพันที่ดีทางสังคมได้ ดิฉันปวีณา ฟักทอง พร้อมทีมงาน ศบค. ลาไปก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี] [สิ้นสุดการถอดความ]