(คุณปวีณา ฟักทอง - ผู้ดำเนินรายการ) ค่ะ ต้อนรับคุณผู้ชมเข้าสู่การแถลงข่าวศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือว่า ศบค. จากทำเนียบรัฐบาลนะคะ ซึ่งเป็นประจำค่ะ ทุกวันเวลา 11.30 น. เราจะมาพูดคุยกันเรื่องของสถานการณ์โรค รวมถึงการบังคับใช้มาตรการต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนนั้นมีความเข้าใจที่ตรงกันมากยิ่งขึ้นค่ะ ลำดับแรกค่ะ เรียนเชิญ นายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงเรื่องของสถานการณ์ รวมถึงมาตรการต่าง ๆ ในการควบคุมสถานการณ์เรียนเชิญค่ะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ) กราบสวัสดีครับ พี่น้องประชาชน แล้วก็ผู้ที่รับชมผ่านทางโทรทัศน์ทุกท่านนะครับ ครับผม ผมนายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน นะครับ โฆษก ของ ศบค. วันนี้มารายงานในสถานการณ์ประจำวันที่ 15 เมษายน นะครับ ซึ่งเป็นวันที่พวกเรา คงจะอยู่ในช่วงของการเฉลิมฉลองเทศกาลในมิติใหม่ ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนนะครับ ก็คือไม่มีการรดน้ำ แต่มีจิตใจที่อยู่รวมกัน เป็นหมู่เหล่า และเราก็จะผ่านพ้นสถานการณ์ ที่เราเผชิญอยู่ตรงนี้ไปด้วยกันนะครับ ขออนุญาตนะครับ วันนี้ต้องถอดหน้ากากผ้านี้นะครับ ซึ่งผมก็แนะนำทุกท่านและต้องใช้ อยู่ที่บ้านก็ใช้นะครับ วันนี้เดี๋ยวจะมีชุดข้อมูลที่มีการเปรียบเทียบนะครับ ว่าตอนนี้สถานการณ์ของการติดเชื้อจากในบ้าน นอกบ้าน อะไรต่าง ๆ เป็นอย่างไร ติดตามดูในช่วงของที่เรานำมาวิเคราะห์นะครับ ในทุก ๆ วันนี้นะครับ วันนี้เริ่มต้นด้วยการรายงานสถานการณ์ผู้ป่วยใหม่วันนี้ 30 รายครับ แล้วก็กลับบ้านได้แล้ว 1,497 ราย รักษาอยู่ 1,103 ราย ผู้ป่วยสะสม รวม 2,643 รายนะครับ รวมทั้งหมด 68 จังหวัด เสียชีวิตไป 2 ราย เพิ่มเติมขึ้นมารวมแล้วเป็น 43 รายนะครับ ท่านผู้ชมครับ ในวันนี้วันที่ 15 นี่ ถ้าพวกเราร่วมมือร่วมใจกันได้ดียิ่งขึ้นกว่านี้ ก็จะเป็นภาพ ประมาณนี้ก็ได้ภาพอย่างนี้ แต่ถ้าเราไม่ได้ร่วมมือร่วมใจกันนะครับ เราจะเห็นภาพที่เคยมีการพยากรณ์กันก่อนหน้านี้ จะมีการติดเชื้อไปลำดับถึงประมาณ 350,000 กว่าคนในวันนี้นะครับ ที่มีนักวิชาการออกมาพูดกันในช่วงของ ปลายเดือนที่แล้วนะครับ จนกระทั่งถึงวันนี้นี่ก็มีการพยากรณ์ในเชิงที่ว่า เขาเรียกว่า ในทางเลวร้ายที่สุดนะครับ 300,000 กว่าคน แต่เราก็สามารถที่จะตรึงตัวเลขไว้อยู่ได้ที่ 2,600 กว่ารายนะครับ ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณทุกท่านเป็นอย่างสูงที่ช่วยกันนะครับ รับทราบข้อมูลแล้วนำมาปฏิบัติตัวเอง แล้วเราก็คุมตัวเลขได้ประมาณขนาดนี้ แต่จะเปรียบเทียบไปกับในโลกหรืออะไรอย่างไรนี่ เดี๋ยวผมจะบอกในท้ายรายการด้วยนะครับ ว่าเรามีบทเรียนที่ต้องเรียนรู้กันอย่างไร ไปดูครับว่ากลุ่มอายุไหนที่มีมากนะครับ ก็คือตอนนี้อยู่ในกลุ่มอายุ 30-39 เช่นเคยนะครับ อายุเฉลี่ยที่ติดเชื้อก็คืออยู่ที่อายุที่ 40 ปีนะครับ ตอนนี้ผู้ชายก็มากกว่าผู้หญิงเล็กน้อยนะครับ มาดูในรายที่เสียชีวิตนะครับ 3 ราย ประทานโทษ 2 รายในวันนี้ ทำให้รวมกันเป็น 43 รายนี้ 2 รายนี้มีรายละเอียดอย่างไรบ้างนะครับ รายที่ 42 เป็นผู้ป่วยหญิงไทย อายุ 65 ปี อาชีพขายอาหาร ที่ถนนคนเดินนะครับ แล้วก็มีโรคประจำตัวคือโรคเบาหวาน โรคไตเรื้อรัง โรคความดันโลหิตสูง วันที่ 7 มีนาคม นะครับ ตัวเธอเองมีอาการไข้สูง ไอ ซื้อยามารับประทานเอง ต่อมาวันที่ 12 อาการยังไม่ดีขึ้น ก็ไปตรวจที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่นะครับ แล้วก็มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยัน ที่เป็นสมาชิกในบ้านนะครับ ในช่วงเวลาตอนนั้นนะครับ ซึ่งก็ต่อมาในวันที่ 15 มีนาคม ก็มีอาการ หน้ามืดก็ไปโรงพยาบาลแห่งเดิมนะครับ แล้วก็กลับมารักษาตัวที่บ้าน วันที่ 17 มีนาคม ก็ได้ รับการส่งตรวจหาเชื้อ และเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลของรัฐในวันที่ 18 มีนาคม แล้วก็ ในวันนั้นผู้ป่วยก็ยังรู้สึกตัวดีนะครับ แต่มีอาการเหนื่อย ผลการตรวจ ผลยืนยันเป็นผู้ป่วย COVID-19 ในวันที่ 19 มีนาคม แพทย์ก็ให้ยารักษาอย่างดีนะครับ ก็คือ Favipiravir ซึ่งเป็น ยาระดับมาตรฐานที่เราบอกว่า นี่คือยาที่ต้องใช้รักษาในโรคนี้ แต่อย่างไรก็ตามแต่ครับ วันที่ 22 มีนาคม ผู้ป่วยหายใจเหนื่อยหอบมากขึ้น ผล X-ray ปอด ก็พบว่ามีการอักเสบในปอดอย่างรุนแรง แล้วก็มีหัวใจโตด้วย วันที่ 6 เมษายน ผู้ป่วยก็ไม่รู้สึกตัว ความดันโลหิตตก แล้วก็ได้รับยากระตุ้นการทำงานของหัวใจ แต่อาการก็ไม่ดีขึ้นและเสียชีวิตในวันที่ 13 เมษายนครับ รายที่ 43 เป็นผู้ป่วยชาวไทยอายุ 60 ปี มีประวัติเดินทางไปร่วมพิธีทางศาสนาอิสลาม ที่ประเทศอินโดนีเซียนะครับ แล้วก็เดินทางกลับไทยในวันที่ 24 มีนาคม ในวันที่ 2 เมษายนก็เริ่มมีอาการไข้สูง ไข้นี่ 38.4 นะครับ องศาเซลเซียส แล้วก็เริ่มมีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อก็เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และได้รับการส่งตรวจหาเชื้อ ต่อมาผลก็เป็นยืนยันว่าเป็นเคสผู้ป่วย COVID-19 นะครับ อาการแย่ลงเรื่อย ๆ และเสียชีวิตในวันที่ 14 เมษายน นะครับ ขอแสดงความเสียใจกับทั้ง 2 ครอบครัวนี้ด้วยนะครับ เช่นเคยครับ ที่ผมเล่า ที่ผมพูดมานี้ ทุกรายที่มีการเสียชีวิตล้วนแล้วแต่เป็นครูของพวกเรา ทำให้พวกเราได้รับทราบ ได้รู้ว่าปัจจัยเสี่ยงอะไร อย่างไรนะครับ ก็เป็นด้านหนึ่งที่ทุก ๆ ท่านที่ดูทางโทรทัศน์ก็ต้องได้ชุดข้อมูลนี้เท่า ๆ กันนะครับ เพราะว่าเป็นโรคใหม่ เราเพิ่งรู้จักเขาไม่กี่เดือนนี้ เพราะฉะนั้นลักษณะของอาการของโรคทั้งหลาย นำเรียนว่าท่านต้องพยายามทำความเข้าใจและก็จดจำไว้ แล้วถ้ามีอาการต่าง ๆ ที่ใกล้เคียงกัน รีบไปพบแพทย์เพื่อที่จะให้การรักษาได้ผลโดยเร็วนะครับ ไปเรื่องของประวัติเสี่ยงใน 30 รายนี้ ผลออกมาเป็นอย่างไรนะครับ กลุ่มที่ 1 29 รายนะครับ กลุ่มที่ 1 ก็คือเป็นกลุ่มที่เป็นผู้ป่วยรายใหม่ เกิดขึ้นจากระบบการเฝ้าระวังและการบริการนะครับ ก็พบว่ามีสัมผัสกับกลุ่มก้อนเดิม ก็คือผู้ป่วยยืนยัน 19 รายนะครับ แล้วก็เป็นกลุ่มอื่น ๆ ที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ ฝรั่งเศส 1 ราย ไปห้างสรรพสินค้า ตลาดนัด สถานที่ท่องเที่ยว 2 ราย ที่ต้องบอกตรงนี้นะครับ อันนี้มีความสำคัญนะครับว่าทำไมเราจะต้องมีมาตรการนะครับ ในการปิดร้านต่าง ๆ ซึ่งตรงนี้เข้าใจว่าทุก ๆ ท่านก็มีความเดือดร้อน มีความร้อนใจ มีเรื่องของอาชีพ มีเรื่องของอะไรทั้งหลายนี่ ที่ยุ่งยาก ณ ตอนนี้ แต่ถ้าท่านเห็นนะครับ ตัวเลขที่เรารายงานกันอย่างนี้บ่อย ๆ ท่านจะเข้าใจนะครับว่า เพราะอะไรถึงยังไม่อยากที่จะต้องให้มีการดำรงชีวิตแบบในปกติ เพราะว่าไปในที่ชุมชนก็ติดแล้ว นี่อย่างที่รายงานกันนะครับ แม้กระทั่งเดินทางมาจากต่างประเทศ อย่างกรณีนี้ 1 รายนะครับ ในกลุ่มใหญ่ตรงนี้ก็คือว่า ในกลุ่มที่บอกว่าเป็น State Quarantine นี่ อันนี้กลับมาจากประเทศสหรัฐอเมริกาและต่อเครื่องที่ประเทศญี่ปุ่นนะครับ อันนี้ไม่รู้ติดที่ตรงไหน แต่ว่าอย่างไรก็ตามแต่ ประวัติของการเดินทางนี่นะครับ ก็ทำให้เขาตอนนี้ป่วยแล้ว 1 รายนะครับ เพราะฉะนั้นไม่แปลกเลยที่เราจะต้องมีมาตรการนี้ต้องเนื่องไปนะครับ เดี๋ยวเราจะได้พูดคุยกันต่อ ไปดูการกระจายตามจังหวัดต่าง ๆ ก็ครั้งนี้ก็สรุปมาอยู่ในหน้าสไลด์อันเดียวกันนะครับ ก็จะเห็นว่าซ้ายมือในกล่องซ้ายมือนะครับ 10 จังหวัดผู้ป่วยสูงสุดนะครับอันนี้ กรุงเทพมหานคร 1,328 นะครับ ภูเก็ต อันดับ 2 190 นะครับ นนทบุรี 149 สมุทรปราการ 108 แล้วก็ยะลา 93 แต่ถ้าเป็นเปรียบเทียบต่อแสนประชากร ภูเก็ตเป็นอันดับ 1 ครับ กรุงเทพฯ อันดับ 2 ยะลา และก็นนทบุรีตามมา รวมถึงปัตตานีนะครับ เพราะฉะนั้นอันดับนี่ก็จะไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเท่าไรนักนะครับ แต่ 9 จังหวัดที่ยังไม่มีการรายงานรับการรักษาผู้ป่วยเลยคือ กำแพงเพชร ชัยนาท ตราด น่าน บึงกาฬ พิจิตร ระนอง สิงห์บุรีและอ่างทอง ยังยืนยัน 9 จังหวัดนี้ที่ยังเป็นสีเขียวอยู่ตลอดนะครับ ส่วนสีแดงทั้งหลายที่กระจายเป็นจุด ๆ ทั้งหลายนี่ อันนี้ก็ยังเป็นภาพเดิม ๆ ที่เรายังเห็นภาพอย่างนี้อยู่ ไปดูที่ระหว่างกรุงเทพฯ นนทบุรี เปรียบเทียบกับทางต่างจังหวัด ก็จะเห็นว่าแนวโน้มนะครับ ของต่างจังหวัดก็ออกไปในทางที่จะลดลงนะครับในสีแดงนั้น แต่ว่าของในส่วนกลางก็ยังขึ้น ๆ ลง ๆ อยู่นะครับ ถึงบอกว่ายังไม่ได้น่าไว้วางใจเท่าไรนักนะครับ ในกลุ่มของ State Quarantine ที่เป็นกล่องอยู่ด้านบนนะครับ ก็ยังมีตัวเลขที่ต้องเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ๆ ๆ นะครับ แล้วเราก็ต้องมาแยกตรงนี้ให้เห็นว่าการเดินทางกลับมาจากต่างประเทศ มีความเสี่ยงที่ต้องแยกกลุ่มดูแลนะครับ ไม่เหมือนกับที่เราติดเชื้อกันภายในประเทศของเรานะครับ รูปแบบของการติดเชื้อก็แตกต่างกันไป มาดูจำนวนผู้ป่วยยืนยัน จำแนกตามรายภาคนะครับ ก็จะเห็นว่า กรุงเทพฯ นนทบุรี และภาคใต้ก็ยังเป็นสีที่เด่นมาก ๆ อยู่ในกราฟสไลด์นี้ แต่ต้องขอบคุณทั้ง 2 ส่วนนะครับ ก็คือทั้งกรุงเทพฯ และภาคใต้ที่พยายามกดตัวเลขลงไปนะครับ แนวโน้มเราก็จะเห็น แท่งที่สูง ๆ ตั้งแต่ช่วงเมื่อปลายเดือนที่ผ่านมานะครับ กลางเดือนถึงปลายเดือนที่แล้วนี่นะครับ สูงขึ้นมาเป็น Peak แล้วตอนนี้เรากำลังอยู่ในช่วงขาลง ของทางตัวเลขทั้งหมด แต่อย่างไรก็ตามแต่ครับ ก็ยังจำเป็นต้องตรึงนะครับ ความเข้มแข็ง การ์ดอย่าตก อะไรก็แล้วแต่ที่เราต้องใช้คำพูดนี้นะครับ ทำกันอย่างเต็มที่นะครับเพื่อที่เราจะได้ไม่มีตัวเลขผู้ป่วยเพิ่มขึ้นมากไปกว่านี้ไม่ถึง 3 หลัก 2 หลักนี้ก็ยังดี แต่ตัวเลขจาก 5, 4, 3 นะครับ ถ้าตัวเลขนำหน้า สามารถลดลงไปได้อีก เป็น 2 เป็น 1 นะครับ หรือตัวเลขเดียวได้นี่ ก็จะ... แหม่ จะเยี่ยมมาก ๆ เลยนะครับ ครับ ไปดูครับว่าวิเคราะห์ในครั้งนี้นะครับ ในแผนภูมิภาพนี้ก็จะเห็นว่าระหว่างเดือนมีนาคม กับเมษายน ที่เรากำลังดูแลกันอยู่ตอนนี้ ในกรุงเทพฯ ปริมณฑล นะครับ ก็คือนนทบุีกับสมุทรปราการ ช่วงของมีนาคมกับเมษายนมีความแตกต่างกันอย่างไร เรามาดูกันในปัจจัยที่มาจากต่างประเทศ หมายถึงการเดินทาง หรือติดกับคนที่มาจากต่างประเทศ แล้วก็ติดเชื้อนอกบ้าน แล้วก็ติดเชื้อในบ้าน เราจะเห็นนะครับ รูปแบบของเดือนมีนาคม นี่ มาจากต่างประเทศ 15 เปอร์เซ็นต์ พอมาเมษายน ก็ขยับเพิ่มขึ้นนิดหนึ่งครับ มาจากต่างประเทศเป็น 17 เปอร์เซ็นต์ แต่ติดเชื้อนอกบ้านในเดือนมีนาคม 77 เปอร์เซ็นต์ พอมาในช่วงของเมษายนลดลงเหลือ 60 เปอร์เซ็นต์ แต่ไปเพิ่มมากขึ้น คือการติดเชื้อในบ้าน จาก 8 เปอร์เซ็นต์ เป็น 23 เปอร์เซ็นต์ 8 x 3 = 24 ใกล้ ๆ กันก็คือเกือบ ๆ 3 เท่าขึ้นมา เพราะอะไรครับ ก็เพราะอาจจะเกี่ยวโยงกันกับช่วงเวลา ที่เราประกาศเคอร์ฟิวด้วย เรื่องของการที่มีประกาศภาวะฉุกเฉินนะครับ สถานการณ์ฉุกเฉินด้วย ก็เลยทำให้ระหว่างเดือนมีนาคมกับเมษายน นี่มีความแตกต่างชัดเจน แต่ถึงแม้จำนวนเปอร์เซ็นต์จะเพิ่ม แต่จำนวนคนไม่เพิ่มมาก อันนี้เราควบคุมได้ ถ้าท่านอยู่ในบ้านด้วย ท่านใช้หน้ากากอนามัยนะครับ ดูแลแล้วก็ยังห่างกัน 2 เมตรอยู่นะครับ มีปฏิสัมพันธ์กันได้ แต่ว่าต้องไม่ใกล้ชิดกันมาก ฝุ่นละอองฝอยที่เกิดขึ้นจากสารคัดหลั่งภายในปาก จมูกของเรา ตกได้ไม่เกิน 2 เมตรนะครับ ถึงแม้เขาจะเข้ามาในบ้าน เราจากการออกไปนอกบ้าน คนในบ้านของเราก็ใส่หน้ากากเสีย แล้วก็ยืนห่างกัน 2 เมตร ตรงนี้ก็จะทำให้การติดเชื้อในบ้านที่เป็น 23 เปอร์เซ็นต์ ของเดือนเมษายนนี้จะได้ลดลงนะครับ ครับ คราวนี้มาดูของจังหวัดชลบุรีบ้าง วันก่อนนี้เราใช้ 3 จังหวัด ชายแดนใต้บ้าง กรุงเทพฯ บ้าง ตอนนี้มาดูที่ชลบุรีอีกทีหนึ่งนะครับ ชลบุรีมีลักษณะของการดูแล อย่างไรนะครับ ซึ่งก็เห็นภาพนะครับว่าเป็นเรื่องของการ... ช่วงเวลาแรกก็คือระยะผู้ป่วยนำเข้านะครับ ก็ตั้งแต่ 17 มีนาคม นะครับ มีรายแรกที่รายงาน จากนั้นมาก็พุ่งพรวดเข้าไปที่ 22 นะครับ แล้วก็มีระยะที่ 2 คือระยะนำเข้าและแพร่โรคต่อในจังหวัด เฉพาะกลุ่ม แล้วก็สถานที่เสี่ยงนะครับ เราก็จะเห็นเรื่องของตรงนั้นมีชาวต่างชาติ มีกลุ่มที่เที่ยวสถานบันเทิง มีผู้สัมผัสส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่สังสรรค์กัน อันนี้เราถอดบทเรียนตรงนี้ออกมาเพื่อสอนทุก ๆ คนในประเทศของเราเพื่อได้รับรู้ ลักษณะพฤติกรรมของกลุ่มคนกับตัวโรค มันมีความสัมพันธ์กันอย่างไรนะครับ ทางการก็ต้องสั่งปิดห้าง ปิดหาด ปิดอะไรทั้งหลายนะครับ มาสู่ระยะสุดท้าย ไม่ใช่ระยะสุดท้าย ระยะปัจจุบันนี่ครับ ระยะแพร่โรคในครอบครัวและชุมชนนะครับ พอติดมาจากข้างนอกแล้วนำมาอยู่ในจังหวัด แล้วก็นำมาเข้ามาสู่ครอบครัวและชุมชน อันนี้ล่ะครับ เป็นความเสี่ยงทั้งสิ้น ก็อยากจะให้ท่านได้เห็นนะครับ แล้วติดแม้กระทั่งไปที่บุคลากรทางการแพทย์ด้วยในกลุ่มนี้ ซึ่งก็ทำให้อย่างที่ผมเคยเน้นย้ำนะครับ ว่าเราต้องเสียแรงงานทางด้านบุคลาการทางการแพทย์ออกไป เพราะเขาไม่สามารถที่จะดูแลตัวเองและก็ดูแล คนไข้ได้ ก็ทำให้เกิดปัญหาขึ้นมาได้นะครับ ครับ ไปดูตัวเลขจำนวนผู้ป่วยหายต่อวัน แล้วก็ผู้รักษาหายสะสมครับ ก็จะเห็นนะครับว่าตัวเลขที่รักษาหายนี่พุ่งขึ้นนะครับ ตัวเลขที่รักษาอยู่ในโรงพยาบาลก็กำลังลดลง อย่างนี้ล่ะครับชอบเลยนะครับ ที่บอกเมื่อวานนี้ เขาจะได้มีเวลา คุณหมอจะได้มีเวลาไปคุยกับคนไข้มากขึ้นนะครับ ซักถามผู้ป่วยได้เยอะขึ้น ละเอียดขึ้นในการที่จะดูแล แต่ละราย ๆ ไปนะครับ ตอนนี้ภาพอย่างนี้ อยากให้เห็นภาพอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ แล้วก็เตียงก็จะพอด้วยสำหรับคนที่จะมาใหม่ ไปดูผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่แต่ละวันนะครับ อันนี้ก็เห็นในต่างจังหวัดก็ลดลงนะครับ ในกรุงเทพมหานครนี่ ผงกหัวขึ้นมานิดหนึ่งนะครับ เส้นสีน้ำเงิน สีน้ำเงินนี่ เข้ม ๆ นี่นะครับ ในวันนี้เพิ่มขึ้นนะครับ แล้วส่วนหนึ่งก็อาจจะต้องเพิ่มขึ้นด้วย เพราะเราจะมีวิธีการ ที่เรียกว่า “Active Case Finding” คือเราผ่อนคลายกฎระเบียบ ท่านจำได้ไหมครับ สมัยแต่ก่อนเราบอก PUI นี่ ท่านต้องมีไข้ ต้องเดินทางมาจากต่างประเทศ หรือไปสัมผัสกับคนจีน โน่นนี่นั่นทั้งหลายนี่ครับ แต่ก่อนนี้ข้อเข้าได้นี่ กว่าจะได้ตรวจนี่น้อยข้อ ตอนนี้ขยายออกมาหลายข้อ ท่านมีแค่ไข้ มีประวัติว่าสัมผัส หรือมีประวัติว่ามีไข้ทั้งหลายนี่ บางข้อนี้เข้าเกณฑ์ ผมจำไม่ได้ทั้งหมดนะ แต่ว่าเคยพูดไปแล้ว สามารถไปดูเทปเก่าได้ แล้วก็ถ้าสงสัย ก็เข้ามาตรวจ ซึ่งตรงนี้ในภาคของทางรัฐเองก็จะเป็นคนดูค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด เพราะฉะนั้น ณ ตอนนี้ศักยภาพของการตรวจก็ได้มากขึ้นด้วย ตรงนี้ท่านไม่ต้องกังวลนะครับ เดินเข้ามา สงสัยว่ามีอาการนั้น แล้วก็มีไข้ มีอะไรทั้งหลาย หรือว่าเคยมีไข้เราก็ให้ตรวจแล้วนะครับ ตอนนี้ผ่อนคลายมากขึ้น มาดูแผนภูมิอันนี้อีกอันหนึ่งเป็นภาพของประเทศ หลายคนขอผมมาตั้งแต่หลายวันก่อนนะครับ เราก็พยายามทำ ต้องขอบคุณทางส่วนของทาง วช. นะครับ แล้วก็ทางกรมควบคุมโรคนะครับ อันนี้เป็นการเก็บสะสมผู้ป่วยมาทั้งหมด ตั้งแต่มีการรายงานขึ้นมาแล้วเอามาลงสีนะครับว่า 1 รายนี่ สีออกเป็นชมพู ๆ จาง ๆ 2-10 รายนี้ก็จะเข้มขึ้นมาหน่อยหนึ่งนะครับ 11-50 ราย ก็จะแดงเข้มขึ้น 51-100 ราย ก็จะออกเป็นสีออกแดงเลือดหมูนะครับ แล้วก็ 100 รายนี่เป็นสีเข้มออกเป็นสีน้ำตาลไปเลยนะครับ อันนี้ก็จะบอกถึงความเข้มข้นของผู้ป่วย ที่จะอยู่ตรงไหน อะไรอย่างไร สีเป็นตัวบอกนะครับ อันนี้มองเห็นได้เลยนะครับว่า กระจุกตัวอยู่ตรงกรุงเทพฯ และปริมณฑล นะครับ แล้วก็ในเรื่องของ 3 จังหวัดชายแดนใต้นะครับ ในภาคอีสานบางจังหวัด แต่สีออกขาวเลยนะครับ เห็นชัด ๆ เลยมีสีออกสีใกล้ ๆ กับชมพูเรื่อ ๆ 2-10 รายนี่ เยอะมากเลยนะครับหลายจังหวัดทีเดียวนะครับ ซึ่งอันนี้เดี๋ยวเราคงจะได้มีการพัฒนาชุดข้อมูลนี้ต่อไป เพราะอะไรครับ เพราะว่ามาตรการต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ หลายจังหวัดใช้ข้อมูลชุดเหล่านี้ ไปดูแลคนในจังหวัด ถึงแม้เรื่องของการประกาศ จะเป็นเรื่องของสถานการณ์ฉุกเฉินจะเป็นเรื่องของส่วนกลาง โดยทางท่านนายกรัฐมนตรีและ ครม. นะครับ ก็… แต่ว่าพอออกมาตรงนี้แล้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดก็สามารถใช้พื้นที่ ข้อมูลในพื้นที่นี่ดูแลเป็นส่วน ๆ ไปนะครับ อย่างที่เราได้พูดคุยกันไป บางที่ก็ให้เปิด-ปิด โน่นนี่นั่น เวลาต่าง ๆ ไม่เหมือนกัน เหลื่อมกันอะไรอย่างไรนี่ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ของแต่ละจังหวัดไปนะครับ อันนี้ก็นำเรียน แล้วก็อยากให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจ แล้วก็ได้ให้ความร่วมมือกับทางท่านผู้ว่า ท่านผู้ที่ดูแลเรื่องของการปกครองอยู่ในจังหวัดด้วยนะครับ ซึ่งก็จะมีนายแพทย์ สาธารณสุขจังหวัดเป็นเลขาฯ คณะกรรมการโรคติดต่อนะครับ ของจังหวัดนั้น ๆ ก็นำเรียนว่าเป็นเรื่องที่เราใช้ข้อมูลขับเคลื่อน การทำงานกันอยู่ทุกวันนะครับ และมีความสำคัญจริง ๆ ครับ ไปดูสถานการณ์ทั่วโลก 10.00 น. เช้านี้นะครับ มีตัวเลขดังนี้ครับยืนยันแล้วเกือบ 2,000,000 แล้วนะครับ ที่ติดเชื้อ 1,998,000 กว่าคนนะครับ และหนักก็คือ 51,000 หายแล้ว 470,000 นะครับ แล้วก็เสียชีวิตไป 126,000 กว่าคน โรคนี้เป็นโรคที่ เราต้องเรียนรู้จากโลกอื่น ๆ หมายถึงประเทศอื่น ๆ ด้วยเช่นเดียวกันนะครับ สหรัฐอเมริกามีเสียชีวิตไปแล้ว 26,000 กว่าคน อิตาลีเสียชีวิตไป 21,000 นะครับ แล้วก็ฝรั่งเศส 15,700 กว่า แล้วก็อังกฤษ 12,000 กว่าคนนะครับ รายต่าง ๆ ที่เสียชีวิตนี้นะครับ ก็ทำให้เราได้บทเรียนมาก ๆ ทีเดียวนะครับ เดี๋ยวเราได้พูดคุยกันอีกทีหนึ่ง 50 นะครับ เป็นอันดับของประเทศไทยนะครับ ซึ่งเป็นอันดับที่เรารายงานเมื่อวานนี้นะครับ มีล้อมกรอบตรงด้านขวาอีกนิดหนึ่งนะครับ ของอินเดียนี่นะครับก็มีตัวเลขที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็เป็นหมื่นรายที่เป็น Confirm Case ไปแล้วนะครับ มาดูในฝั่งทางอาเซียน หรือเอเชียของเรา ก็คือทางญี่ปุ่นนะครับ ญี่ปุ่น ปากีสถาน ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์นี่อยู่อันดับ 47 นะครับเมื่อวานนี้ แล้วก็ประเทศไทยเราอยู่ที่อันดับ 50 เมื่อวานนี้สิงคโปร์มีอาการติดเชื้อวันเดียวนี่ 334 คนนะครับ มากกว่าเราไปแล้ว ทีนี้มาดูแผนภูมิที่เป็นกราฟตัวนี้นะครับ เราก็จะเห็นว่าประเทศไทยเรานี้ นับวันที่มีผู้ป่วยติดเชื้อถึง 100 ราย แล้วก็ลากเส้นกันมา ความเร็วก็แตกต่างกัน ความชันก็แตกต่างกันไปนะครับ ตอนนี้มาดูของประเทศไทยเราก่อน สีแดง ๆ อยู่ตรงกลาง มีตัวเลขกำกับ 2,643 นะครับ แต่ของสิงคโปร์สีเขียว ท่านเห็นไหมครับ แอบอยู่เส้นข้างล่าง แล้วมีวงเล็บว่าสิงคโปร์นี่ครับ ไม่ได้วงเล็บเป็นสีเขียว ๆ นี่ล่ะครับ ออกมาแล้วครับว่ากำลังชันขึ้นไปกว่าเราไปแล้ว แล้วญี่ปุ่นท่านเห็นไหมครับ สีฟ้ ที่อยู่ขวามือ เขียนว่าญี่ปุ่นนี้ อันนี้ก็ชันขึ้นไปกว่าเรา แล้วก็มีแนวโน้มจะสูงขึ้นไปอีกนะครับ ที่จะเหมือนกันกับเรา ก็น่าจะเป็นทางเกาหลีใต้กับไทยนี่นะครับ เส้นสีเหลืองที่ค่อนข้างคงที่มาตลอด กับของไทยเราที่เป็นสีฟ้านะครับ ที่น่าที่จะต้องดูประสบการณ์ ของประเทศที่เขาไปทางด้านเชิงบวกนะครับ ก็คือเกาหลีใต้นี้เขาทำกันอย่างไร กับฮ่องกงอย่างนี้นะครับ ก็น่าจะได้เรียนรู้นะครับ ส่วนสหรัฐอเมริกา สเปน ฝรั่งเศส เยอรมันทั้งหลาย เมื่อกี้นี้พูดแล้วว่าตัวเลขชันขึ้นไปเรื่อย ๆ เขายังจะต้องมีตัวเลขสะสมเพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ นะครับ แต่ขณะเดียวกัน เขาก็มีการนำวิธีการจัดการในแต่ละอย่าง ของแต่ละประเทศแตกต่างกันไป เดี๋ยวผมจะรายงานต่อไปตรงนี้นะครับ มีอะไรบ้าง ประเด็นที่น่าสนใจในต่างประเทศนะครับ สิงคโปร์ที่เมื่อกี้บอกว่าติดเชื้อกันไป 300 กว่านะครับ มาจากแรงงานชาวต่างชาติครับ เพราะฉะนั้นเขาก็เลยว่าต้องหาที่พัก ที่แยกออกมาจากเกาะ เขาเป็นเกาะนะครับ พื้นที่ไม่ได้มากนะครับ เล็กกว่าเกาะภูเก็ตเราอีก เพราะฉะนั้นถ้ามีคนติดเชื้อ 300 กว่าคนจะเอาไปอยู่ตรงไหนดี เขาใช้เรือครับ เรือที่ใช้สำหรับพัก เป็นที่พักของพนักงานในอุตสาหกรรมพลังงานนอกชายฝั่งนะครับ ก็จัดเป็นที่พักขึ้นมานะครับ แล้วก็ย้ายแรงงานนะครับ ออกมาที่แน่นหนานี่ มาอยู่ตรงนี้เสียนะครับ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธ์ุใหม่ตรงนี้นะครับ ซึ่งอันนี้ก็เขาบอกว่าพักได้ประมาณสัก 200-300 คน ใช้มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมได้ แล้วก็ได้เผยภาพว่ามีในห้องพักก็มีเตียงอยู่ 3 หลังนะครับ ผู้พักก็สามารถที่จะออกมาเดินอยู่บนดาดฟ้าเรือได้ อันนี้ก็เป็นวิธีการของเขาในการดูแลคนแรงงานต่างชาติ เข้าใจว่าน่าจะยังไม่ป่วยนะครับกลุ่มนี้ กลุ่มนี้ก็เลยสามารถที่จะออกมาอยู่ตรงนี้ได้ และต่างชาติอื่น ๆ มีความก้าวหน้าอย่างไรบ้างครับ จีนครับ อนุมัติให้มีการนำวัคซีน 2 ตัว สำหรับต้านไวรัสโคโรนา 2019 เข้าทดสอบในระดับคลินิกแล้วนะครับ ซึ่งทั้ง 2 ตัวที่ได้รับอนุญาตนี้ ผลิตโดยทางบริษัทที่เป็นเวชภัณฑ์ของจีนนะครับ ที่จดทะเบียนในตลาดนิวยอร์ก กำลังจะบอกว่าความหวังของการจัดการหรือควบคุมโรคให้ได้ นี่คือวัคซีนนะครับ ความหวังสูงสุดของเรา ของมนุษยชาติคือตรงนี้ ก็ต้องเชียร์ทางประเทศจีนนะครับ ที่พยายามที่จะดูแล วิจัยนะครับ จริง ๆ แล้วก็ไม่ใช่แค่จีนอย่างเดียวนะครับ ไทยเราก็ทำอยู่ด้วยเหมือนกัน สถาบันวัคซีนแห่งชาติ ก็ร่วมมือกันในภาคของภาครัฐ เอกชน แล้วก็รวมถึงทางภาคมหาวิทยาลัยวิจัยด้านนี้อยู่ด้วยนะครับ ซึ่งก็ต้องให้กำลังใจกับทีมนักวิทยาศาสตร์ของประเทศไทย ที่เราจะต้องพยายามพัฒนาขึ้นไป ไต่ระดับความสามารถขึ้นไปในระดับโลกให้ได้ อินโดนีเซียเขาทำอะไรบ้างครับ เขา… ประธานาธิบดี ประกาศให้การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เป็นภัยพิบัติแห่งชาติ และได้ออกพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว และเรียกร้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าเขต หรือนายกเทศมนตรีที่เป็นผู้นำในการต่อสู้ การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ถือเป็นนโยบายที่รัฐบาลที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการภายใต้ภัยพิบัติ เพื่อรับมือกับโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พูดง่าย ๆ ก็คือเขาเพิ่งจะประกาศนะครับ ซึ่งเป็นเรื่องของประเทศของเขา อาจจะมีข้อจำกัดอะไรแตกต่างกัน เราคงไม่ว่ากัน แต่ว่าเรามาเรียนรู้ว่าเราประกาศกันมาก่อน เราตรึงกันมาก่อน เราถึงได้ตัวเลขอย่างนี้นะครับ อันนี้ทางอินโดนีเซียก็เพิ่งจะมาทำนะครับ เดี๋ยวเราคอยติดตามเอาใจช่วยเขานะครับ ว่าเขาจะมี พัฒนาการหรือว่าการจัดการกับโรคนี้อย่างไร เราอยู่ในอาเซียนด้วยกัน ไปดูที่ทางยุโรปด้วย เขาทำอะไรกันครับ ฝรั่งเศสครับบอกว่าขยายเวลาการ Lockdown ของประเทศออกไปอีก 4 สัปดาห์ ถึงวันที่ 11 พฤษภาคม ผมนำเรียนอยู่บ่อย ๆ นะครับ ประเทศฝรั่งเศสมีคนเสียชีวิตกันเป็นหมื่นเลยนะครับ แล้วก็ติดเชื้อกันเยอะมากนะครับ ตอนนี้ก็คือเขาก็ต้องยืดออกไป เพราะว่าเขาบอกว่าการต่อสู้ยังไม่จบ หากหลังวันที่ 11 พฤษภาคม สถานการณ์การแพร่ระบาดโดยรวมดีขึ้น อาจจะมีคำสั่งอนุญาตให้โรงเรียนหรือสถานรับเลี้ยงเด็ก กลับมาเปิดให้บริการได้ สำหรับร้านอาหาร บาร์ งาน Event ต่าง ๆ ที่มีการรวมตัวของผู้คนจำนวนมาก ต้องปิดและเลื่อนออกไปจนถึงกลางเดือนกรกฎาคม ดูสิครับ ของเขานี่ครับ ขนาดอย่างนี้เขายังต้องตรึงไว้อยู่นะครับ จำนวนเขามากอย่างนี้นะครับ ก็ยังต้องใช้ระยะเวลาการที่จะเลื่อนการกิจกรรมออกไปยาวทีเดียว ญี่ปุ่นครับ ญี่ปุ่นเป็นอย่างไรบ้าง ผู้ว่าการกรุงโตเกียวยื่นคำขาดกับชาวบ้านและร้านค้า ให้อยู่บ้านและ Shut Down เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ นอกจากนี้ยังผลักดันให้ผู้ว่าราชการคนอื่น ๆ เรียกร้องให้ธุรกิจ ปิดทำการด้วย เขาต้องเสียงเข้มแข็งครับ เพาะว่าอย่างที่บอกว่าคนเราถ้าเดินทางกันไปกันมาระหว่างเมือง ตัวเองเข้มแข็งอยู่ฝ่ายเดียว เมืองเดียว แล้วคนอื่นเขาปล่อย ก็ไม่ได้นะครับ เพราะว่าคนเคลื่อนย้ายกันไปต่าง ๆ เหล่านี้ คนนี่ล่ะครับเป็นพาหะโรค แล้วก็ทำให้การควบคุมโรคไม่ประสบความสำเร็จ เพราะฉะนั้นญี่ปุ่นเคยบอกว่าดี ๆ ๆ ควบคุมโรคได้แล้ว ตอนนี้กำลังมีตัวเลขที่พุ่งขึ้นไปเหมือนกัน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ทางผู้ว่าการกรุงฯ หรือผู้ว่าราชการจังหวัดของเขานี่ ก็ต้องเข้มงวดเหมือนกัน ซึ่งตรงนี้ก็เป็นข้อเรียนรู้ที่ผมต้องส่งสัญญาณมายังท่านด้วยนะครับ เพราะว่าการเรียนรู้เฉพาะแค่ในประเทศของเราอย่างเดียวคงไม่พอแล้ว ต้องเรียนรู้กันจากต่างประเทศด้วย ไปดูมาตรการของเราครับว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมา 24 ชั่วโมงนี้ ทางศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด่านความมั่นคงนะครับ เราประกาศเคอร์ฟิวออกมา ท่านให้ความร่วมมือกับเราอย่างไรบ้าง เมื่อวานนี้มีการต้องดำเนินคดี เหตุของการชุมนุมมั่วสุม รวมแล้ว 81 คดีความนะครับ 3 ลำดับแรก ก็คือ การพนัน ดื่มสุรา และยาเสพติดนะครับ ซึ่งอันนี้ถามว่าน้อยลงไหม น้อยลงจากวันก่อนครับ เราเคยมีตัวเลขที่สูงขึ้นไม่ค่อยจะน่าพอใจนัก คือ 155 ตอนนี้เหลืออยู่ 81 ลงมาเกือบครึ่งหนึ่งเลยนะครับ ต้องปรบมือชมกับทุก ๆ ท่านด้วยนะครับ ถ้าบอกว่า เป็นคนที่ทำผิดก็น้อยลงไป แต่ว่าถ้าเป็นพ่อแม่พี่น้อง หรือปู่ย่าตายาย ที่เป็นครอบครัวด้วยเตือนเขา เมื่อเช้านี้ฟัง ทางท่านโฆษกกรมตำรวจบอกว่า ประทานโทษครับ สำนักงานตำรวจแห่งชาตินะครับ ท่านปิยะ อุทาโย บอกว่าสิ่งที่ได้รับกัน เบาะแสก็คือจากครอบครัว หรือจากคนในชุมชน หมุ่บ้านนะครับ โทร. มาแจ้ง จะเป็นเบอร์ไหนก็ได้นะครับ รีบเลยนะครับ บอกมาเลย แล้วเดี๋ยวทางตำรวจจะไปดูแลให้ เพราะว่าในช่วงเวลายามวิกาลทั้งหลายนี่ ถ้าท่านได้ยินเสียงอะไรทั้งหลายที่ไม่ปกติ แล้วก็บอกตำรวจเลยครับ เดี๋ยวจะเข้าไปดูแลให้ เพราะฉะนั้นตอนนี้ ก็คือถ้าท่านทำอะไรผิดจริง ก็ต้องจับจริง นี่คือสิ่งที่เป็นมาตรการที่ตำรวจนะครับดูแล พวกเราในทุก ๆ ช่วงเวลานะครับ ต้องขอขอบพระคุณมาด้วยนะครับ แล้วก็เรื่องของการออกนอกเคหสถานก็ยังมีอยู่ครับ ท่านก็บอกว่าบางทีก็รู้ว่า 4 ทุ่มจะต้องกลับถึงบ้าน ออกมา 5 ทุ่มอย่างนี้ 6 ทุ่มอย่างนี้ แล้วมาบอกว่ายังใช้เวลาในการกลับบ้าน ต้องใช้เวลานาน ซึ่งมันก็ประกาศกันมาตั้งนาน แล้วนะครับ ตอนนี้ก็ต้องมีการดำเนินคดีเกิดขึ้นด้วย ซึ่งตรงนี้ผมว่าก็ถ้าท่านให้ความร่วมมือ ก้คงจะไม่ต้องมีความยุ่งยากกันตรงนี้นะครับ ดำเนินคดีทีหนึ่งเขียนสำนงสำนวนอะไรกัน โอ้ย ยุ่งยากมากมายนะครับ อย่าให้เกิดอย่างนั้นเลย ท่านก็ร่วมมือตั้งแต่ตอนแรก ก็จะไม่เกิดเรื่องอย่างนี้นะครับ มาดูแผนที่ประเทศไทย ที่จะดูว่าคดีไปเยอะอยู่ที่ไหน ภาคกลางครับนำโด่งเลย 182 ในการออกนอกเคหสถานนะครับ แล้วก็… แต่ว่ามั่วสุมชุมนุม รวมกลุ่ม มั่วสุมนะครับ อันนี้จะเยอะอยู่ที่ภาคตะวันออก น่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องของการท่องเที่ยวด้วยหรือเปล่า หรือท่านอาจจะคุ้นเคยนะครับ แต่ว่าตะวันตกนี่ไม่มีเลย เป็น 0 เลยนะครับ ต้องขอบคุณด้วย อันนี้ก็เป็นตัวเลขที่นำเรียนว่า เราต้องติดตามกันทุกวัน ติดตามเพราะอะไรครับ 1. คือ ให้ท่านประชาชนได้รับทราบว่า เรายังมีมาตรการเรื่องนี้อยู่นะ ทุกวันนะ เคอร์ฟิวยังประกาศอยู่ทุกวัน อันที่ 2 ก็คือ ทำให้ทราบว่าท่านเองเป็นพี่น้องประชาชนเองนี่นะครับ รู้ว่ามีปัญหาหรือว่ามีตัวเลขที่ต้องเกิดการดำเนินคดีนี่มากน้อยแค่ไหน มันเยอะ มันน้อย เยอะก็ไม่ควรจะมี ใช่ไหมครับ ต้องควรแสดงถึงความร่วมมือของพี่น้องประชาชนกับเราด้วย และข้อที่ 3 ก็คือว่าก้เป็นสะท้อนภาพนี้ให้กับทางเจ้าหน้าที่ทั้งฝ่ายมั่นคง ทั้งตำรวจ ทั้งฝ่ายทางด้านสาธารณสุขได้รับทราบว่า ตัวเลขอย่างนี้เกิดขึ้นในจังหวัดของท่าน ในพื้นที่ของท่าน มีความเสี่ยงแล้วล่ะ เสี่ยงที่จะติดโรคแน่ ๆ เพราะฉะนั้นจะต้องมีการดูแลเข้าไปอย่างละเอียดยิ่งขึ้น เราไม่ต้องการให้มีใคร ป่วยขึ้นมาจากโรคนี้อีกเลยนะครับ 10 อันดับ ของจังหวัดที่จะต้องไปดู เพราะว่าอาจจะไม่ตรงกัน หรือว่าจะเชื่อมโยงกันกับการเจ็บไข้ได้ป่วย เราก็ไม่ว่ากันนะครับ เดี๋ยวเราค่อยไปศึกษากันข้างหน้า แต่ท่านมีพฤติกรรมเสี่ยงถึงขนาดอย่างนี้แล้ว แล้วตำรวจไปจับท่านได้ด้วยนี่ ก็ไม่เสี่ยงในเรื่องของโรค ก็เป็นเสี่ยงในเรื่องของชุดพฤติกรรมสังคมส่วนตัว ยาเสพติดอย่างนี้ ก็ไม่ควร เล่นพนันก็ไม่ควรนะครับ ปทุมธานี อันดับ 1 นนทบุรี 56 อันดับ 2 กรุงเทพฯ อันดับ 3 ชลบุรี อันดับ 4 แล้วก็สงขลาอันดับ 5 10 อันดับนี้ อยู่อย่างนี้นะครับ ไม่ได้ต้องการเอาอันดับนี้มาว่ากล่าวกับจังหวัดแต่อย่างใดนะครับ แต่มาขอความร่วมมือท่านได้ช่วยกันนะครับ ผมว่าถ้าท่านเป็นคนจังหวัดไหน ๆ ก็ไม่ได้เป็นการที่ทำให้ท่านเองนะครับ ต้องการให้รู้สึกว่าไม่ดีอะไรทั้งหลาย แต่ว่าเราเอาตัวเลขนี้ขึ้นมา เพื่อมีการติดตามในภาษาฝรั่งเขาเรียกว่า “มอนิเตอร์” นะครับ ก็คือดูไว้แล้วเราก็พยายามที่จะช่วยให้ตัวเลขมันน้อยลงเสียนะครับตรงนี้ อีกมาตรการหนึ่งนะครับ ก็คือเรื่องของการดูแลคนไทยที่ตกค้างจากต่างประเทศให้ได้ดุแล ให้ได้กลับมายังประเทศไทยเรา ตอนนี้นะครับ วันที่ 15 วันนี้นะครับ ในเวลาประมาณสัก 4 ทุ่มจะมีคนไทย ที่ใช้แรงงานอยู่ที่ประเทศเกาหลีใต้กลับมา 92 คน นะครับ ซึ่งอันนี้ก็ทั้งหมดนี้ ก็ต้องเข้า State Quarantine แล้วมีกลุ่มก้อนทางซ้ายมือจะกลับมาวันพรุ่งนี้ 16 นะครับ จากสหรัฐอาหรับเอเมเรสต์ 120 คน มัลดีฟส์ 70 คน นะครับ ก็มาตามเวลาที่ปรากฏตรงนี้นะครับ แล้วก็ บังกลาเทศ วันที่ 17 อีก 35 คน นะครับ เดี๋ยวมีชุดข้อมูลเพิ่มขึ้นมาอย่างไรนี่ กระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งเป็นผู้ที่รับผิดชอบด้านนี้ ทุกเช้าเรามีการประชุมกันครับ แลกเปลี่ยนชุดข้อมูลกัน ฝ่ายมั่นคง ฝ่ายกระทรวงการต่างประเทศ และสาธารณสุข ก็ต้องรับรู้ชุดข้อมูลเดียวกัน เพื่อจะดูแลพี่น้องประชาชนที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศอย่างดีที่สุด แล้วก็ไม่ทำให้เกิดการติดเชื้อกันภายในประเทศ จากสาเหตุนี้โดยเด็ดขาดนะครับ แล้วก็มาสถานะสุดท้ายครับ เรื่องของการรายงาน เรื่องหน้ากากอนามัย ในชีวิตที่เป็นทางด้านการแพทย์นะครับ ตอนนี้กระทรวงสาธารณสุขมีระบบรายงานนะครับ อันนี้นำเรียนนะครับ ว่าท่านผู้อำนวยการ ศูนย์ ศบค. ขอให้ติดตามเป็นรายวันเลย ผมก็ได้รับรายงานทุกวัน แต่ว่าอาจจะไม่ได้รายงานท่านผู้ชมทุกวันนี้นะครับ วันนี้ขออนุญาตรายงานสะสมรวมกันมาเลยนะครับซึ่งเป็นกระบวนการทำงานกันทั้งมหาดไทย ทั้งสาธารณสุข แล้วก็กระทรวง DES นะครับ หรือทางไปรษณีย์ไทยที่ส่งไปนี่ครับ รวมแล้วทั้งหมดนะครับ ตั้งแต่วันที่ 7 ถึง วันที่ 14 นี่นะครับ ส่งไปรับมอบมา 19 ล้านชิ้นกว่า ๆ นะครับ แล้วก็ส่งมอบไปแล้ว 16 ล้าน ชิ้น เกือบ ๆ 17 ล้านชิ้น อันนี้ของกระทรวงสาธารณสุข ของทางกระทรวงมหาดไทยนะครับ ก็รับมาทั้งหมด 11 ล้านกว่าชิ้น แล้วก็ส่งมอบไปแล้วนะครับ 10 ล้าน 9 แสนกว่าชิ้นครับ ก็มีรูปยืนยันนะครับ ว่าหลายที่หลายแห่งได้รับหน้ากากอนามัย ชนิดที่เป็นหน้ากากสำหรับทางการแพทย์นะครับ ซึ่งก็มีหลายกลุ่มทั้งหลายที่เราเคยบอกกันไปนะครับ เราก็เอาไปให้ ส่วนว่าถ้าเป็นผ้า ก็จะเป็นชาวบ้านนะครับ หน้ากากผ้า อันนี้ของทางกระทรวงมหาดไทยนะครับ ก็จะเอาไปมอบให้ด้วย รูปต่าง ๆ เหล่านี้ยืนยันนะครับว่าเราได้มีให้ ถ้าที่หรือแห่งใด สถานที่ โดยเฉพาะส่วนของทางด้านกระทรวงสาธารณสุข หรือคนที่ต้องใช้หน้ากากอนามัยชนิดของทางที่เรียกว่าเป็นทางการแพทย์นี่ เช่น กู้ภัย หรือใครทั้งหลายนี่ ที่ยังไม่ได้ กรุณาประสานมาทาง 1111 ก็ได้นะครับ ศบค. ทั้งในส่วนของทางส่วนกลาง หรือส่วนของจังหวัดท่าน ก็จะช่วยกันดูแลตรงนี้ให้ทุก ๆ คน ได้ดูแลกันอย่างดีนะครับ แล้วก็มีประเด็นฝากท้ายครับ ท่านคงได้เห็นภาพไปแล้วนะครับว่ามีภาคเอกชนมามอบนะครับ เรื่องของทุนทรัพย์นะครับ มาให้ทางท่านผู้อำนวยการศูนย์ ศบค. พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อวันก่อนนะครับ ซึ่งมีกลุ่มบุคคลนะครับ ซึ่งเป็นภาคเอกชน เป็นผู้บริหารจาก บริษัทเดอะมอลล์ กรุ๊ป นะครับ มามอบให้จำนวน 20 ล้าน แล้วก็คณะผู้บริหารจากสมาคมธนาคารไทย มามอบให้จำนวน 50 ล้าน ซึ่งก็ต้องนำไปแก้ไขปัญหาแล้วก็ดูแลรักษาผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา นะครับ หรือว่า COVID-19 นี้ ต้องขอขอบพระคุณนะครับ ภาคเอกชนนะครับ ทั้งหลายที่เข้ามาร่วมมือร่วมใจกัน ส่วนบุคคลก็ต้องขอบคุณทางกลุ่มที่เรียกว่า “ประชาชนจิตอาสาพระราชทาน ตามแนวพระราชดำริ” นะครับ ก็ท่านสามารถไม่ต้องใช้สตุงสตางค์ แต่ใช้แรงงานแรงกายของท่านนี่ล่ะครับ ออกไปช่วยกันทำสิ่งที่ดี ๆ ในสังคมไทยเรา ซึ่งยังมีอีกพื้นที่อีกมากมายที่ต้องการจิตอาสานะครับ เราจะเห็นภาพต่าง ๆ เหล่านี้ ในภาวะวิกฤตอย่างนี้ เราต้องการแรงกายแรงใจของทุก ๆ คนนะครับ ถ้ามีทุนทรัพย์ก็ให้ทุนทรัพย์ ถ้าไม่มีก็ให้แรงกายแรงใจอย่างนี้ล่ะครับ จะเป็นความสวยงาม เป็นสิ่งที่เราจะได้เก็บเป็นภาพ ประวัติศาสตร์ แล้วก็นำมาชโลมใจ ในช่วงเวลาที่เราทุกข์หนักกันอย่างนี้นะครับ เห็นคนช่วยกันมาทำงาน ผมเห็นภาพต่าง ๆ เหล่านี้แล้วมันก็ชื่นใจนะครับ แล้วเราก็รู้สึกว่านี่ล่ะ ความเป็นคนไทยด้วยกัน ที่เราจะได้ร่วมทุกข์ ร่วมสุขกัน ต้องขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับ (คุณปวีณา) ค่ะ สำหรับประเด็นคำถามนะคะ แน่นอนค่ะ การแถลงข่าวของ ศบค. วันนี้นะคะ ที่ทำเนียบรัฐบาลเราไม่ได้ให้สื่อมวลชนเข้ามาร่วมการฟังการแถลงข่าว แต่ว่าสื่อมวลชนนั้นก็ติดตามเรื่องของการแถลงข่าว ทั้งทางสถานีของตัวเองนะคะ บางส่วนก็จะอยู่ที่รังนักข่าวในทำเนียบรัฐบาล หรือบางส่วนอาจจะทำงานที่บ้าน แต่มีการส่งคำถามผ่านทางช่องทางต่าง ๆ เข้ามานะคะ เพื่อที่จะสอบถามผ่านทางท่านโฆษกฯ ซึ่งวันนี้มีหลายประเด็นที่น่าสนใจค่ะ ประเด็นแรกนี่เป็นเรื่องของสถานที่กักตัวนะคะ เป็นคำถามจากทางสถานีโทรทัศน์ PPTV นะคะ ที่ถามว่าสถานที่กักตัวคนที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ Lot ใหม่ที่จะมาในวันที่ 18 เมษายน นี่ มีข้อมูลว่ามีหนังสือจากทางผู้ว่าฯ ยะลา นะคะ ว่าจะมาจากมาเลเซีย 3,635 คน และประเทศอินเดียอีก 12 คน ซึ่งในจำนวนนี้ มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดยะลา 503 คน แล้วก็จะข้ามแดนทาง อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา อีก 400 กว่าคน ประเด็นแรกค่ะ เรื่องของข้อเท็จจริงในเรื่องนี้นะคะ ส่วนประเด็นที่ 2 เรื่องของสถานที่การกักตัวเพื่อเฝ้าระวังอาการ มีเพียงพอหรือไม่ และประเด็นที่ 3 ค่ะ เรื่องของการใช้ Local Quarantine มีประเด็นใดที่กังวลใจ เพราะว่าแนวโน้มในพื้นที่ภาคใต้ ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่เดินทางกลับมาจากการปฏิบัติศาสนกิจ แล้วอาจจะถ่ายทอดเรื่องของการติดเชื้อไปยังคนใกล้ชิดค่ะ เชิญคุณหมอค่ะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ครับ ก็ขอแบ่งเป็น 2 ประเด็นตามคำถามนี้นะครับว่า อันแรกก่อนก็คือ 1. คือเรื่องของชุดข้อมูลก่อนแล้วกันนะครับ เรื่องของชุดข้อมูลที่บอกว่ามา 3,000 กว่าคนนี่นะครับ ตอนเช้ามีการประชุมกันของศูนย์ ศบค. ชุดเล็กนะครับ เราก็มานั่งพูดคุยกันว่าได้รับข้อมูลนี่ ตรงกันไหม ก็ปรากฏว่าชุดข้อมูลนี้ เป็นชุดข้อมูลก่อนที่จะมีการได้ ประกาศกันว่า จะต้องมีการลงทะเบียนกันก่อนนะครับ ซึ่งอันนี้ก็มีการประมาณการว่าน่าจะน้อยลงไปกว่านี้ แต่อย่างไรก็ตามแต่ ตอนนี้ 15 - 18 ถ้าจำไม่ผิด 15 - 18 เมษายนนี้ ทางกระทรวงการต่างประเทศ ก็จะเปิดให้คนที่สนใจที่จะกลับเข้ามายังประเทศไทยเรานะครับโดยเฉพาะก็คือต้องใช้ระบบของ Online นะครับ ลงทะเบียนกันเข้ามา ซึ่งก็คาดว่าไม่น่าจะเยอะกันขนาดนี้นะครับ ก็กำลังที่จะให้เห็นภาพอยู่ แต่ว่าอันที่ 2 ก็คือ เรื่องของมาตรการ ซึ่งทางผู้อำนวยการศูนย์ฯ ท่านพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นะครับ แล้วก็ได้หารือกันกับทางกระทรวงสาธารณสุข โดยท่านรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล กับทางปลัดกระทรวงสาธารณสุขนี้ บอกมาชัดเจนนะครับ ว่าถึงแม้จะมีมากมายแค่ไหน แต่สิ่งที่เรายอมรับได้ แล้วก็เคลมได้คือ เข้ามาที่ละไม่เกิน 200 คน ซึ่งมาตรการนี้ต้องเป็น... เรียกว่าเป็นต้องเป็นมาตรการที่เรายังยึดอยู่นะครับ แล้วทาง ศบค. เล็ก ที่มีการประชุมกันทุกเช้า 8 โมงครึ่งนี่ ก็รับมา แล้วรับทราบ ซึ่งถ้าเข้ามาอย่างนี้ พื้นที่ทั้งหลายที่อยู่ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ อยู่ในทั้งหลาย ยังเพียงพออยู่นะครับ ฝ่ายมั่นคงก็สามารถที่จะดูแลได้ หรือถ้าอย่างไรเข้ามา ทยอยเข้ามา แล้วเยอะ ๆ ขึ้นนี่ ก็จะมีกลุ่มจังหวัดที่จะขยายหรือใกล้ ๆ ชิดกันนี่ ก็จะได้รับการผ่องถ่ายไปดูแลกัน ตรงนี้ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ แล้วเราก็มีประสบการณ์เรื่องนี้มาสักระยะหนึ่งแล้วนะครับ ก็เชื่อว่าการที่เราจัดระบบอย่างนี้อย่างดี ก็จะอำนวยความสะดวกให้ผู้ที่จะเข้ามานี่ ทยอยเข้ามานะครับ ผู้ที่อยู่ก็ไม่เดือดร้อนนะครับ แล้วก็คนที่จะดูแล ก็มีกำลังใจในการดูแล ตอนนี้ผมก็รับทราบว่าหลายคนนะครับ เจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะฝ่ายสาธารณสุข ฝ่ายมั่นคง ต้องจากบ้านมาเฝ้าคนไทยด้วยกันที่เรากลับมานี่ครับ บางคนเขาก็อ่อนล้า เหนื่อยล้านะครับ ก็ฝากทุกคนให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ในความทุกข์ยากอย่างนี้นะครับ แล้วก็คนที่กลับเข้ามาในประเทศเรา หลายท่านก็ทำตัวน่ารักมากนะครับ มาเขียนเรื่องของคำชมนะครับ ได้เข้ามาอยู่ใน State Quarantine ของประเทศไทยแล้ว ชื่นชมประเทศไทยเรา ที่ทำอะไรกันอย่างนี้ อย่างนี้ละครับ เป็นความรู้สึกที่ดี พูดแล้วก็มีความอิ่มเอมกันในช่วงของความทุกข์ยากอย่างนี้ อยากให้เกิดอย่างนี้กันบ่อย ๆ ฝากทุก ๆ ท่านช่วยกันหยิบยก เรื่องดี ๆ กันมาพูดคุยกันนะครับ เราจะได้ผ่านสถานการณ์นี้ไปด้วยกันอย่างดีนะครับ (คุณปวีณา) ค่ะ ขออนุญาตเพิ่มเติมคำถามของคุณผู้ชมที่ติดตามผ่านไลฟ์ NBT 2HD นะคะ พอเมื่อสักครู่ที่คุณหมออธิบายบอกว่าจะมีคนไทยจากประเทศต่าง ๆ เดินทางกลับมา ไม่ว่าจะเป็นเกาหลีใต้ บังกลาเทศ มัลดีฟส์ รวมถึงสหรัฐอาหรับเอเมเรสต์ มีการถามถึงนักเรียนที่อยู่ที่สหรัฐอเมริกา ศบค. ได้มีการพูดคุยกันไหมคะ ว่านักเรียนกลุ่มนี้จะได้จัดลำดับอย่างไรกันบ้างคะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ผมก็… ต้องเอาไว้ให้ผมหากินวันพรุ่งนี้แล้วกันนะครับ นี่ขยักเอาไว้ เพราะว่าเขาจะกลับมาอีกสักไม่กี่วัน เตรียมชุดข้อมูลนี้อยู่ครับ เมื่อเช้านี้คุยกันอยู่ ติดตามดูรายการพรุ่งนี้ เดี๋ยวเอามาบอกในรายละเอียดทั้งหมดเลยครับ (คุณปวีณา) ค่ะ ก็เรียกว่ามีการพูดคุยกัน ไม่ต้องกังวลใจว่าเราจะทอดทิ้งใครในพื้นที่ไหนนะคะ เพราะว่ามีการติดตามสถานการณ์ทุกวัน แล้ววันพรุ่งนี้คุณหมอก็จะชี้แจงด้วย อีกหนึ่งประเด็นจากช่อง 9 MCOT ค่ะ อันนี้ก็เป็นพูดถึงเรื่องของการกักกัน สถานที่กักกันเหมือนกัน แต่เป็นอีกหนึ่งมุมนะคะ เป็นมุมที่บอกว่ามีการตั้งข้อสังเกตความไม่เป็นธรรมในการดูแลคนที่กักตัวระหว่างกลับจากต่างประเทศ จุดนี้นี่มีการดูแลเป็นอย่างดี มีอาหารการกินครบ 3 มื้อ มีที่พักโรงแรม แต่ในขณะเดียวกันคนที่อยู่ในประเทศ หาเช้ากินค่ำ บางคนไม่มีเงินที่จะกินข้าว กลับไม่ได้รับการดูแลค่ะ คุณหมอคะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ครับ ก็เรื่องนี้เป็นมาตรการที่เราคงจะต้องทำความเข้าใจกันก่อนนะครับ ว่าการดูแลคนไทยที่ขอเดินทางกลับมาจากต่างประเทศ เขามีสิทธิ์ที่จะเดินทางเข้ามานะครับ ภาครัฐอย่างที่ผมบอกนะครับ เราก็ต้อง… ถ้าตามรัฐธรรมนูญก็ต้องดูแลพวกเขาเหมือนกับคนไทยทุกคน สิ่งที่ต้องดูแลกันเป็นพิเศษ ที่บอกว่าเป็นพิเศษนู่นนี่นั่น มีอาหารทั้งหมดนี่ ก็ไม่ใช่เพื่ออะไรนะครับ ไม่ได้ต้องการที่จะทำให้เกิดความแตกต่างอะไร แต่เป็นตามมาตรฐานของทางกระทรวงสาธารณสุข หรือด้านสุขภาพนี้เอง พูดง่าย ๆ นะครับ ถ้ามาแล้ว เขากลับเข้ามาแล้ว เราดูแลเขาไม่ดี แล้วเขาป่วยไข้ขึ้นมา แล้วเขาเจ็บป่วย ทำให้เกิดการติดเชื้อ เราจะสูญเสียมากกว่าข้าว 3 มื้ออีกนะครับ เราต้องเสียเตียงให้กับเขาในการมานอน หยูกยา หมอต้องมาดูแล สิ่งต่าง ๆ ที่ต้องเสียนี่ มากกว่าข้าว 3 มื้ออีก เพราะฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ต้องการที่จะเอาใจฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งนะครับ เราก็ทำงานตามหน้าที่ กระทรวงสาธารณสุขแล้วก็ทางศูนย์ ศบค. คิดในทุก ๆ เรื่อง แล้วก็ประชุมปรึกษากัน แล้วดูแลทุกคนอย่างดี ส่วนท่านผู้ชมเองที่ตั้งคำถามขึ้นมาอย่างนี้นะครับ บอกว่าเป็นคนที่ไม่ได้ป่วยไม่ได้ไข้ แต่ไม่มีจะกินนี่จะทำอย่างไร เราก็คิดแล้วก็ดูแลกันอยู่ครับ เพราะว่าก็เห็นภาพนี้ เพราะว่าสิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นไม่ใช่แค่ประเทศไทยอย่างเดียวนะครับ ประเทศอื่น ๆ ก็เจอในปรากฏการณ์อย่างนี้เหมือนกัน เราอยู่ในภาวะที่เป็นแบบเดียวกัน หลายประเทศก็เกิดความอดอยาก ประเทศที่ไม่ได้ผลิตในเรื่องของอาหารการกินเสียอีก เขาจะแย่ยิ่งกว่าเรา ประเทศที่เขามีสภาพของฤดูกาลที่ไม่ได้เป็นร้อน ๆ แบบเรา เขาจะหาที่นอนยังแทบที่จะไม่มีนะครับ มีคนที่ลงภาพของ... อย่าว่าแต่ที่นอนนะครับ ที่เก็บศพตอนนี้ในประเทศ ที่ถือว่าเป็นยักษ์ใหญ่ที่สุด เมื่อวานนี้มีคนเอาภาพมาลงในโซเชียล ซึ่งมันเป็นที่น่าอเนจอนาถนะครับ ต้องแปลงโรงแรมเป็นที่สภาพของการเก็บศพไปอย่างนั้น ซึ่งการดูแลของเขาก็ยังไม่สามารถทันได้นะครับ แต่ของเรานี่ เราดูแลได้ในระดับหนึ่งนะครับ แต่อาจจะทันใจท่านไหม ก็อาจจะยังไม่ได้ถึงขนาดอย่างนั้น แต่อย่างไรก็ตามแต่ ผมก็เห็นภาพของหลายคนนะครับ เป็นภาพของจิตอาสา เป็นภาพของผู้ที่มีจิตเป็นกุศล เปิดหน้าร้านของตัวเอง ถึงแม้ไม่ได้ขาย ปรุงกับข้าวให้ แจกคนที่ทุกข์ยากนะครับ บางที่ที่ได้ยินมา เป็นโรงแรมแต่ทำอะไรไม่ได้ก็ลงมาเอาแม่ครัวมาทำกับข้าวและขายถุงละ 20 บาท ถูก ๆ กันอย่างนี้ ภาพอย่างนี้เกิดขึ้นแล้วในสังคมไทยเรานะครับ แล้วก็อยากจะให้เกิดภาพอย่างนี้ มากขึ้น ๆ อีก แต่ตอนนี้บ่ายวันนี้ครับ ทางศูนย์ ศบค. นะครับ ท่านผู้อำนวยการศูนย์ฯ ก็ได้สั่งการให้มีการประชุมชี้แจง เดี๋ยวจะมีการถ่ายทอดสด ถ้าผมจำไม่ผิดนะครับ เวลาประมาณสักบ่าย 2 ทาง NBT นี่ล่ะครับ ท่านผู้ชมทุกคนที่ติดอยู่หน้าจอลองติดตามดูในรายละเอียด ซึ่งจะมีอยู่มากมาย ซึ่งก็คงจะได้ประโยชน์จากการที่ เราตอนนี้มีภาพของการใช้สถานการณ์ฉุกเฉิน มีงบประมาณมีอะไรทั้งหลายที่จะมาดูแล ท่านลองฟังดูในรายละเอียด แล้ววางใจเป็นกลางสักนิดหนึ่งนะครับ ว่าเราจะผ่านตรงนี้ไปได้อย่างไร ผมเปรียบเทียบกับประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก กับประเทศไทยเรา เพราะฉะนั้นถ้าเราจะมีความอดทนกันสักนิดหนึ่ง ในการที่จะก้าวผ่านไปด้วยกัน ท่านจะมีช่องทางที่จะเรียกว่า “บรรเทาทุกข์” ลงไปนี่นะครับ ในหลาย ๆ ทาง เดี๋ยวเราติดตามกันได้ในช่วงเวลาบ่าย 2 นี้นะครับ (คุณปวีณา) ค่ะ สุดท้ายให้คุณหมอนะคะ ช่วยฝากประเด็นเพิ่มเติมถึงคุณผู้ชม แล้วก็ประชาชนที่ติดตามการแถลงข่าวทางบ้าน เรียนเชิญค่ะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ครับ วันนี้ในช่วงเวลาตอนนี้ ถึงแม้ว่าจะพึงพอใจในตัวเลข ในระดับหนึ่งนะครับ แต่ก็อย่าไปนิ่งนอนใจ แต่ขณะเดียวกันในปรากฏการณ์อย่างนี้ เราจะเห็นภาพที่หดหู่ใจของต่างประเทศที่มีคนเสียชีวิตมาก ๆ ของไทยเราเองก็มีผลกระทบต่อด้าน… ถึงแม้ทางด้านเจ็บป่วยไม่มาก ตายไม่เยอะ แต่ว่าทางด้านที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจก็เยอะ เหมือน ๆ กับเขาเปรียบเทียบไป เหมือนช่วงที่เราเรียกว่า “ต้มยำกุ้ง” น่ะ หรืออาจจะหนักกว่าต้มยำกุ้ง ตั้งแต่ปี 2540 เสียด้วยซ้ำ ผมก็เลยว่าวันนี้น่าจะมีเรื่องที่ฝากประชาชน ท่านผู้ชมทางบ้านด้วยนะครับ ก็คือ เรื่องผลกระทบทางจิตใจครับ เวลาเราเกิดภาวะวิกฤตนี่ ร่างกายของเรากับจิตใจของเรา จะเกิดปฏิกิริยาที่ผิดปกติไปจากเวลาเดิม เพื่อตอบสนอง ต่อภาวะที่ผิดปกติตรงนี้ มีอะไรบ้างครับ นอนไม่หลับ วิตกกังวล บางคนออกอาการมาหงุดหงิด มีใจสั่นนะครับ มีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น ๆ นี่เสียไป พูดง่าย ๆ คืออาจจะมีการทะเลาะเบาะแว้งอะไรเกิดขึ้นได้ง่าย แล้วโดยเฉพาะถ้าต้องมาอยู่ในบ้านด้วยกัน ต้องมี… เขาเรียกอะไรล่ะ ที่เราต้องมีเคอร์ฟิว เราต้องอยู่ด้วยกันนานอย่างนี้นะครับ จะเกิดปฏิกิริยาทางด้านจิตใจที่เราเรียกว่า Acute Phase Reaction หรือการมีภาวะการตอบสนองต่อภาวะ ความเครียดอย่างเฉียบพลัน ซึ่งมันจะอยู่กับเราสักประมาณ สัก 2 สัปดาห์ ถึง 1 เดือน บางคนก็อาจจะ… ถ้ามีภาวะการปรับตัวได้ดีก็จะหายไปนะครับ ภายใน 2 สัปดาห์ ถึง 1 เดือน แต่ถ้าใครมีภาวะที่ปรับตัวได้ไม่ค่อยดีก็อาจจะยาวนานไปกว่านั้น ก็จะเป็นโรคที่เราเรียกว่า “เป็นภาวะการปรับตัวผิดปกติ” ไป ถ้าเกินกว่า 1 เดือน ซึ่งอันนี้นำเรียนว่าพูดมาตรงนี้ ก็คือ ให้ทุก ๆ คน กลับมามองนะครับ มันเป็นการปฏิกิริยาที่ปกติของร่างกาย ของจิตใจเรา ตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่ไม่ปกติ ก็คือภาวะวิกฤตอย่างนี้ เพราะถ้าท่านเข้าใจตัวเอง สงบตัวเองลงมานิดหนึ่ง ค่อย ๆ ใช้สติในการคิด กลั่นกรอง ปัญหาต่าง ๆ ที่เข้ามา แล้วเราลองดูสิว่าการที่จะใช้เหตุผลจัดการเรื่องนี้ หรืออะไรต่าง ๆ เหล่านี้ เราจะได้ไม่ต้องมาทะเลาะกับใครในบ้านของเรานะครับ บางทีกลับมา จากนั้นที่ก็แคบ ต้องอยู่กันหลาย ๆ คน มันเห็นอะไรก็ขวางหูขวางตาไปหมด แต่ถ้าเราเข้าใจว่าเราต้องอยู่ตรงนี้อย่างนี้ เพราะมันมีเหตุของความวิกฤตเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นถ้าเราเข้าใจตัวเราเอง เราก็มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ของเรา การแสดงออกออกมาก็ดี ผลออกมาก็จะดีด้วยนะครับ ขอให้พวกเราทุกคนได้ผ่านวิกฤตการณ์นี้ อย่างดีไปด้วยกันทุกคนนะครับ วันนี้ผมต้องขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงนะครับ ขอจบเพียงแค่นี้ครับ สวัสดีครับ (คุณปวีณา) ค่ะขอบพระคุณนะคะ ท่านนายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือว่า ศบค. นะคะ มา Update เรื่องของข้อมูลตัวเลขวันนี้นะคะ ในระหว่างที่เราจะมีการทำความสะอาด ไมโครโฟน Podium ก่อนที่จะมีการสรุปเป็นภาคภาษาอังกฤษนะคะ สำหรับสถานการณ์วันนี้นะคะ มีจำนวนผู้ป่วยใหม่ที่เพิ่มขึ้น 30 คน ผู้ป่วยสะสม 2,643 คนค่ะ ในขณะเดียวกัน จำนวนคนที่หายป่วยแล้ว และสามารถกลับบ้านได้ วันนี้มีจำนวนเพิ่ม 92 คนนะคะ ส่งผลให้คนที่หายจากอาการป่วยและสามารถกลับบ้านได้มีตัวเลขสะสม 1,497 คน และต้องเสียใจกับผู้ที่เสียชีวิต วันนี้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 2 คนค่ะ ทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 43 คนค่ะ ลำดับถัดไปนะคะ เรียนเชิญทางท่านอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ท่านณัฐภาณุ นพคุณ นะคะ สรุปการแถลงข่าวและมาตรการต่าง ๆ เป็นภาคภาษาอังกฤษ เชิญค่ะ (คุณณัฐภาณุ นพคุณ - อธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ) สวัสดีครับ [ภาษาต่างประเทศ] (คุณณัฐภาณุ) สวัสดีครับ (คุณปวีณา) ค่ะ ขอบคุณนะคะ สำหรับการสรุปประเด็นเป็นภาคภาษาอังกฤษนะคะ จากท่านรองอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ นะคะ วันนี้หมดเวลาแล้วสำหรับการแถลงข่าวจากศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ทำเนียบรัฐบาล นะคะ แต่เน้นย้ำอีกครั้งหนึ่ง วันนี้ในช่วงบ่าย เวลาประมาณ 14.00 น. จะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาแถลงข่าว และชี้แจงประเด็นการให้ความช่วยเหลือประชาชนในกลุ่มต่าง ๆ นะคะ เพื่อที่จะให้เรานั้นได้เข้าใจว่าสิทธิ์ของเรามีในส่วนไหนมากยิ่งขึ้น และเราสามารถรับการช่วยเหลือในช่วงที่สถานการณ์ไวรัส COVID-19 ยังไม่ได้ข้อยุติอย่างไร แล้วเรากลับมาติดตามกันค่ะ ในช่วงบ่ายวันนี้ ส่วนช่วงนี้ดิฉัน ปวีณา ฟักทอง พร้อมทีมงานลาไปก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี] [สิ้นสุดการถอดความ]