[เสียงดนตรี] (คุณปวีณา) สวัสดีค่ะ ต้อนรับคุณผู้ชมเข้าสู่ การแถลงข่าวของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 จากทำเนียบรัฐบาลนะคะ เช่นเคยค่ะ 11.30 น. นะคะเราจะมาติดตามข้อมูลสถานการณ์ของไวรัส รวมถึงเรื่องของมาตรการต่าง ๆ เพื่อที่จะเป็นการขอความร่วมมือให้ทุกภาคส่วน รวมถึงประชาชนทุกท่าน สามารถที่จะให้ความร่วมมือในการแก้ไขครั้งนี้ผ่านไปให้ได้ค่ะ ลำดับแรกนะคะ เรียนเชิญทางท่านโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 นายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน แถลงชี้แจงในรายละเอียดค่ะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ) กราบสวัสดีครับพี่น้องประชาชนครับ ผมนายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน นะครับ ขอรายงานตัวประจำวันที่ 26 เมษายน ของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. นะครับ ท่านผู้ชมครับใส่หน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยไว้ทุก ๆ วันนะครับ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายหรือติดเชื้อจากผู้อื่นนะครับ อันนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ เรายังอยากจะให้ทุกท่านอยู่ในสถานการณ์อย่างนี้ไปเรื่อย ๆ นะครับ ครับวันนี้มารายงานเรื่องของผู้ป่าย COVID-19 สะสม แล้วก็ของประเทศไทยนะครับ ให้ท่านได้เห็นภาพ ของวันนี้ พบว่ามีผู้ป่วยหายแล้วนะครับ 47 รายนะครับ รวมเป็นผู้ป่วยที่หายแล้ว 2,594 นะครับ แล้วก็เป็นผู้ป่วยรายใหม่ที่พบในวันนี้ 15 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสม 2,922 รายนะครับแล้วก็เสียชีวิตวันนี้ไม่เพิ่มนะครับ ยังรวมเมื่อวานนี้เป็นแค่ 51 นะครับ ในกลุ่มอายุที่พบมากที่สุดตอนนี้ ยังอยู่ที่กลุ่มอายุที่ 20-29 ปี นะครับ ซึ่งเพศชายนะครับกับเพศหญิง ตอนนี้ก็โดยส่วนรวมนี่เพศชายก็จะเยอะกว่านิดหน่อยนะครับ 1.16 ต่อหญิง 1 คนนะครับ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงตอนนี้ ส่วนของผู้ป่วยช่วงอายุที่มากที่สุด คือ 20-29 ปีนี้ พบถึง 699 ราย เกือบ 700 ราย จากทั้งหมด 2,900 เกือบ 3,000 รายนี้นะครับ ก็ถือว่าเป็นกลุ่มที่ต้องดูแลเขาเป็นพิเศษนะครับ เพราะว่าเขาเป็นพาหะนำโรคไปถึงคนอื่น ๆ ได้ มาดูเรื่องของการกระจายตัวเทียบเป็นวัน ๆ นะครับ วันนี้ลงไปอยู่ที่ 15 รายนะครับ แล้วก็ที่สำคัญตอนนี้มีผู้ป่วยที่รักษาอยู่ในโรงพยาบาลต่ำกว่า 300 วันแรกแล้วนะครับ ก็คือ 277 ราย เมื่อวานนี้ 309 วันนี้ 277 รายนะครับ ที่กลับบ้านได้ก็เพิ่มขึ้น 47 รายนะครับ 2,594 ราย ที่กลับบ้านรวมสะสมทั้งหมดนะครับ รวมใน 68 จังหวัดนะครับ เมื่อวานนี้ผมขออนุญาตได้แก้ข่าว ใช้คำว่า “ศูนย์กักคนเข้าเมือง” นะครับ ที่สะเดา จังหวัดสงขลา เมื่อวานนี้ใช้คำอื่น ก็ขออนุญาตยกคำอื่น ๆ ทั้งหมดไปนะครับ ขอแก้คำมาเป็น ศูนย์กักคนเข้าเมือง ซึ่งเมื่อวานนี้ได้รายงานไปว่า เราพบขึ้นมา 42 รายนะครับ ซึ่งวันนี้ยังไม่มีรายงานเพิ่ม แต่ก็ยังเป็นการเฝ้าระวังของชั้นคนที่เป็นกลุ่มนักระบาดวิทยาที่เข้าไปสอบสวนโรคนะครับ ซึ่งตอนนี้ก็ดูแลคนทั้ง 42 คนนี้อย่างดีในช่วงเวลาของการที่จะต้องกักตัวเขาไว้นะครับในพื้นที่ของเรา ซึ่งเป็นคนต่างด้าวที่เข้ามาประเทศไทยแบบผิดกฎหมาย แต่เราก็ยังมีเรื่องของมนุษยธรรมที่จะดูแลเขาอย่างดีนะครับ ในช่วงเวลาที่เขาเจ็บไข้ได้ป่วยอย่างนี้นะครับ แต่นำเรียนว่าก็ยังไม่ได้ป่วยอะไรหนักมากมายนะครับ ยังเป็นลักษณะของ เรื่องของการไม่มีอาการเสียเป็นส่วนใหญ่นะครับ ซึ่งอันนี้เดี๋ยวคงจะได้มีการรายงานเพิ่มเติมหากมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปกว่านี้นะครับ มาดูครับ การพบ 15 รายใหม่นี้ เป็นอย่างไรบ้างนะครับ ก็เกิดจากกลุ่มตัวเลข กลุ่มคน 8 คนแรกที่อยู่ในกลุ่มแรกนะครับ ก็คือมีประวัติใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยันรายก่อนหน้านี้ 4 คนนะครับ แล้วก็ไม่เกี่ยวกับรายก่อนหน้านี้เลยก็คือ... แต่เขาไปตลอดนัด ไปห้างสรรพสินค้า สถานที่ท่องเที่ยว อันนี้พบในกรุงเทพมหนคร คือ 3 รายนะครับ แล้วก็อาชีพเสี่ยงนะครับ อยู่ที่นครปฐม อีก 1 รายนะครับ แล้วก็ค้นหาในเชิงรุกในชุมชนที่จังหวัดยะลานะครับ พบ 2 รายนะครับ แล้วก็ผู้ป่วยที่เดินทางมาจากต่างประเทศ แล้วเข้า State Quarantine ซึ่งมาจากประเทศ UAE นะครับ อันนี้ 5 รายนะครับ ซึ่งได้อยู่ใน State Quarantine ที่กรุงเทพมหานครนี่ 4 รายนะครับ แล้วชลบุรีอีก 1 ราย นำเรียนว่าสิ่งที่ทางพวกเราในฐานะของหน่วยงานของรัฐนี่นะครับ ได้จัดระบบระเบียบในการที่จะมีทั้งสถานที่กักกันของรัฐ ทั้งหลายที่ดูแล แล้วก็มีการตรวจในเชิงรุก ก็ทำให้ตัวเลขของเรายังอยู่ในเลข 2 หลัก ก็เป็นตัวเลขที่น่าพึงพอใจนะครับ ก็เรียกว่ายังมีการระบาดอยู่ แต่พวกเราก็พยายามที่จะหา ถึงแม้จะน้อยลง ก็พยายามที่จะหาเคส ให้เจอนะครับ ใน 15 รายนี้กระจายตัวไปอยู่ในจังหวัดใดบ้างนะครับ กรุงเทพมหานครนะครับ ตัวเลขเท่ากับ 3 + 4, 4 นี่คืออยู่ใน State Quarantine หรือสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้นะครับ แล้วภูเก็ตนี้คือ 4 รายนะครับ ยะลา 2 ชลบุรี เป็น State Quarantine นะครับ 1 ราย นครปฐม 1 รายนะครับ แล้วก็ 9 จังหวัดยังเป็นจังหวัดที่ยืนยันการรายงานว่าไม่พบผู้ป่วยเลยนะครับ ยังคงที่ 9 จังหวัดนี้อยู่ มาดูการกระจายตัวไล่เรียงไปตาม 10 อันดับ ของจังหวัดที่พบจำนวนมากที่สุดกับอัตราป่วยต่อแสนประชากรมากสุดนะครับ จำนวนมากสุดยังคงเหมือนเดิมนะครับ กรุงเทพมหานคร ภูเก็ต นนทบุรีนะครับ แล้วก็สมุทรปราการนะครับ ยะลา ส่วนของ 10 จังหวัดที่พบในเรื่องของอัตราป่วยมากที่สุดคือ ภูเก็ต กรุงเทพมหานคร ยะลา ปัตตานี แล้วก็นนทบุรีนะครับ สตูลยังคงเป็น 0 อยู่เหมือนเดิมนะครับ มาดูการไล่เรียงกันระหว่างจังหวัดที่มีการป่วยในช่วง 7 วันที่ผ่านมา 7-14 วันที่ผ่านมา 14-28 มากกว่า 28 นะครับ แล้วไม่มีรายงานเลย สีเขียวข้างล่างดีนะครับ ตอนนี้อันดับต่าง ๆ ก็ขยับขึ้นมาดีขึ้น ๆ เรื่อย ๆ นะครับ ในตารางวันนี้มีความแตกต่างจากเมื่อวานนี้ อยู่เพียงที่สีน้ำเงิน ตัวเลขก็คือ สมุทรสาครนะครับ ที่ลงมาจากสีส้มเมื่อวานนี้ มาเป็นกลุ่มของผู้ป่วยรายงานในช่วง 14-28 วันที่ผ่านมา นั่นหมายความว่าก็ดีขึ้นนะครับ สมุทรสาครสามารถที่จะเลื่อนลำดับตัวเองขึ้นมาในกลุ่มที่ดีขึ้นได้ อันนี้ต้องขอบพระคุณพี่น้องประชาชนกับทางผู้ที่ดูแลเรื่องนี้ทุก ๆ ท่านในสมุทรสาครด้วยนะครับ มาดูในการกระจายตัวของแต่ละวันนะครับ เรื่องของผู้ป่วยรายใหม่ต่อพื้นที่นะครับ กรุงเทพมหานครเป็นสีฟ้านะครับ กับนนทบุรี ถ้าเป็นสีแดงก็จะเป็นต่างจังหวัด จะเห็นว่าพุ่งสีแดงขึ้นไปเมื่อวานนี้แค่วันเดียว เพราะเราเจอเคสรวมกันที่ศูนย์กักคนเข้าเมืองนะครับ แต่ว่าวันนี้ก็กลับมาเป็นแนวโน้มที่น่าจะดีขึ้นนะครับตรงนี้ ส่วนของ กทม. ก็ขึ้น ๆ ลง ๆ อยู่ ซึ่งก็ต้องดูสถิติกันต่อนะครับ มาดูการกระจายตัวของผู้ป่วยยืนยันนะครับตามรายภาค ซึ่งอันนี้ก็เป็นตัวเลขสะสมนะครับ ก็จะเห็นว่าสีแดงคือกรุงเทพฯ และนนทบุรีนะครับ ก็ลดลงมาแต่ วันนี้กลับเพิ่มขึ้นอีกนิดหน่อยนะครับ ส่วนของทางภาคใต้นะครับ สีฟ้าเมื่อวานนี้เยอะ วันนี้ก็ลงกลับมาอยู่ที่ตัวเลขที่น่าพึงพอใจนะครับ มาดูเรื่องของการให้ความสำคัญเรื่องของปัจจัยเสี่ยงนะครับ เราขึ้นต้นสัปดาห์ใหม่ ในตอนนี้จะเป็นช่องสัปดาห์ที่ 18 ขวามือสุดนี้นะครับ ก็เพิ่งจะเริ่มต้น ก็จะเห็นตัวเลข 5 ที่อยู่ ตรงกลาง ๆ นี่นะครับ คือ ผู้ป่วยที่เดินทางมาจากต่างประเทศ แล้วตอนนี้ก็ได้เข้าอยู่ในสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้นะครับ ก็คือตัวเลขที่ 5 นะครับ ซึ่งตอนนี้แนวโน้มของเราก็คือหมายถึงว่าระบบต่าง ๆ ทำงานของเขาอย่างดี ก็ทำให้เรามาพบในรายใหม่ ๆ อยู่ในสถานที่ที่เราจำกัดไว้ ซึ่งก็ทำให้แนวโน้มของการแพร่ระบาดก็จะลดน้อยลงนะครับ ส่วนอื่น ๆ นั้นก็เห็นภาพชัดนะครับ ว่าลดน้อยลงไปอย่างชัดเจน สิ่งที่เราเคยคุยกันมาบ่อย ๆ มาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสนามมวย สถานบันเทิงนะครับ อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ก็ลดน้อยถอยลง ซึ่งก็ต้องขอขอบพระคุณนะครับ พี่น้องประชาชนที่ให้ความร่วมมือนะครับ ตอนนี้เราต้องมาเพ่งดูเรื่องของการที่จะพยายามหาเชิงรุกนะครับ ที่เราพูดบ่อย ๆ ก็คือ Active Case Finding หรือการรค้นหาผู้ป่วยเชิงรุก ที่จะลงลึกลงไปในแต่ละพื้นที่ ๆ นี่ ซึ่งจะเป็นพื้นที่ที่มีการระบาดอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดที่เราเอ่ยนามบ่อย ๆ ก็ลงเฉพาะกลุ่มไป ก็จะเห็นนะครับ อย่างวันสัปดาห์ที่ผ่านมา 14 รายอยู่ในช่องนี้นะครับ สีแดงที่เป็นกรอบด้านกลาง ๆ ช่องนี้นะครับ แล้วก็ 2 รายที่อยู่ เห็นในสัปดาห์นี้นะครับ แต่อย่างไรก็ตามแต่ ที่นำโด่งมากที่สุด ก็ยังเป็นเรื่องของการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยรายยืนยันก่อนหน้านี้ บรรทัดแรกข้างบนเลยครับ ที่มีตัวเลข 71 กับ 4 นี่นะครับ นี่นะครับ นี่ก็สิ่งที่ตรงนี้ก็ยังมีความจำเป็นยืนยันอยู่ เพราะฉะนั้นถ้าท่านอยู่ใกล้ชิดกับคนที่เคยได้รับการวินิจฉัยหรือยืนยันในการตรวจโรคนี้ ต้องให้สังเกตอาการของตัวเองอย่างใกล้ชิดนะครับ ถ้ามีอาการก็ต้องรีบมาพบแพทย์ครับ มาเรื่องของสถานการณ์ทั่วโลกนะครับ ยืนยันทั้งหมด 2,920,738 รายนะครับ แล้วก็อาการหนักนี่ 8… ประทานโทษ 58,202 นะครับ แล้วก็หายแล้ว 836,085 ราย แล้วก็เสียชีวิตไปวันนี้แตะที่ 200,000 แล้วครับ 203,355 นะครับ ยังคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ที่สูงอยู่นะครับ คือ 7 เปอร์เซ็นต์นะครับ ซึ่ง 100 คน เสียชีวิตไป 7 คนเลยนะครับ โรคนี้มีความสำคัญคือตรงนี้ล่ะครับ ไปดูครับว่าประเทศใดที่เป็นอันดับ 1 ยังคงเดิมนะครับ สหรัฐอเมริกาครับ เป็นรายใหม่ขึ้นมาเมื่อวานนี้ สหรัฐอเมริกา อันดับที่ 1 เลยนะครับ เจอวันเดียวนี่ 35,858 ราย บราซิลครับรองลงมา 6,329 รายนะครับ แล้วก็ถัดมาคือรัสเซียครับ ก็คือเจอเมื่อวานนี้ 5,916 ราย ซึ่งจำนวนนี้มากทีเดียวนะครับ วันเดียวนี่ชนะประเทศอื่น ๆ ไปเกือบทั้งหมดเลยนะครับ รวมถึงเราด้วยนะครับ ถึงบอกว่านี่คือการเป็น โรคระบาด วันเดียวติดกันไป 5,000-6,000 แล้วก็วันเดียวติดไป 35,000 คน มากมายขนาดนี้นะครับ เป็นภาพที่น่ากลัวของประเทศที่... อย่างเราที่เราควบคุมได้อย่างดีนะครับ ส่วนการเสียชีวิตล่ะครับ อันดับที่ 1 คือใครนะครับ ก็ยังเป็นสหรัฐอเมริกาอยู่นะครับ เสียชีวิตอันดับ 1 ในวัน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา 2,080 รายนะครับ แล้วก็อันดับที่ 2 ก็คือ ทางอังกฤษนะครับ คือ 813 ราย แล้วก็อิตาลีรองลงมาครับ ก็คือ 415 ราย ซึ่งตัวเลขต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ วันเดียวก็ชนะแซงไทยไปหลายเท่าตัว เป็นสิบ ๆ เท่าตัว ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ เราต้องเรียนรู้สถิติทุกวัน ผมก็เอามานำเรียนเพื่อเราจะได้รับทราบนะครับ สถานการณ์โลกตอนนี้ก็ยังไม่ได้น่าไว้วางใจอย่างที่บอกนะครับ ตอนนี้การบิน การติดต่อระหว่างประเทศต่าง ๆ ก็หยุดกันไปทั้งหมดเกือบทั่วโลก สิ่งที่เป็นภาพสะท้อนออกมาก็คือผู้คนก็เดือดร้อนกันทั้งโลกนี้ เพราะไวรัสเจ้าตัวนี้นะครับ ประเทศไทยเราอยู่ที่อันดับ 57 ยังคงเดิมอยู่นะครับ มาที่ ประเทศที่ทางเอเชียบ้างนะครับ เราก็จะเห็นตัวเลขที่พุ่งโด่ง ๆ มาก ๆ ตัวต้น ๆ ลำดับที่ 22 ท่านผู้ชมดูไปที่ข้างบนนะครับ หลายคนบอกผมน่าจะมี Pointer ด้วยนะ แต่ตอนนี้เทคนิคก็ยังไม่ได้นะครับ ก็ค่อย ๆ ดูกันไปก่อนนะครับ ตอนนี้ลำดับที่ 22 คงจะทันกันนะครับ เห็นตัวเลข นั่นคือ ซาอุดิอาระเบีย 1,197 รายนะครับ แล้วก็ไล่ลงมาที่กรอบที่สีเหลือง ๆ นะครับ คือญีุ่่ปุ่นครับ วันเดียวนี่ 519 รายนะครับ สิงคโปร์ประเทศที่ใกล้ บ้านใกล้เรือนเคียงของเรานะครับ เลื่อนลงมา เลื่อนตาลงมาอยู่ที่ด้านซ้ายมือนะครับ 29 นะครับ นั่นก็คือวันเดียวของเขาเจอเข้าไป รายใหม่เป็น 2… ประทานโทษครับ 618 รายนะครับ รวมเป็นสะสม 12,693 ราย ผมขอหยุดที่ตรงนี้สักนิดหนึ่งนะครับ สิงคโปร์เป็นประเทศที่อยู่ใกล้กับเรามาก แล้วมีประสบการณ์คล้าย ๆ กันกับเรา เขาเคยดีมาก่อนนะครับ แล้วก็มีเรื่องของประสบการณ์ของการติดเชื้อในกลุ่มที่เป็นแรงงานต่างด้าว ซึ่งก็เจอเป็นกลุ่มก้อนใหญ่ ๆ แล้วก็ขยายตัวขึ้นมามากมาย แต่พื้นที่เขาเล็กกว่าเรานะครับ อันนี้เราก็เรียนรู้ว่า... เนื่องจากพื้นที่เล็ก เขาก็มีสถานที่ที่อยู่เป็นหอพักแออัดนะครับ ก็เลยทำให้การกระจายตัวของตัวโรคมันเร็วขึ้น อย่างไรก็ตามแต่ เราได้บทเรียนตรงนี้มา เราก็เลยเกิดกรณีของการค้นหาเชิงรุกของเรา ที่ทางกลุ่มคนแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาผิดกฎหมายของเรา ก็เลยมาเจอ อย่างที่เมื่อวานได้รายงานไปแล้วนะครับ มาที่เกาหลีครับ ตัวเลขเหลือ 2 หลัก เป็นตัวเลขต่ำกว่าเราอีกครับ ตัวเลขใหม่นะครับ ก็คือเจอไป 10 คือ 10 รายนะครับ แล้วก็ UAE นะครับ เมื่อกี้นี้ได้รายงานว่ามีคนที่กลับมาจากประเทศนี้นะครับ แล้วก็มาติดเชื้อในประเทศไทยเรา 1 รายที่ว่านี่ กลุ่มคนหนึ่งนะครับที่ว่านี่ ของเขาป่วยสะสมไปแล้ว 9,813 รายนะครับ รายใหม่เมื่อวานนี้ 532 ราย ซึ่งก็เยอะมาก ๆ เหมือนกันนะครับ ซึ่งเราจะต้องคอยดู อินโดนีเซียก็ 396 ราย ภายในวันเดียวของเมื่อวานนี้ ฟิลิปปินส์ วันเดียว 102 ราย แล้วก็มาเลเซียประเทศเพื่อนบ้านเรา วันเดียวอยู่ที่ 51 รายนะครับ ซึ่งก็ใกล้ ๆ เคียง ๆ กันกับเราเมื่อวานนี้เลยนะครับ ครับ มาดูแนวโน้มของผู้ป่วยรายใหม่ ถ้าหาก Plot ออกมาเป็นกราฟจะเห็นว่าสหรัฐอเมริกายังพุ่งทแยงขึ้นอยู่เลยนะครับ ยังไม่ได้น่าไว้วางใจว่าเขาจะลงมา เพราะว่าเส้นกราฟ ยัง… ถ้าขีดเป็นเส้นเดียวขึ้นไปยังเป็นเส้นทแยงขึ้นอยู่นะครับ ส่วนของทางสเปน รัสเซีย อังกฤษ อิตาลียังเป็นกลุ่มก้อนที่ยังทรง ๆ ตัวนะครับ อยู่ด้านล่างเป็นกลุ่มก้อนทั้งหมดเลยนะครับ มาดูในกลุ่มของผู้ป่วยสะสมนะครับ ก็จะเห็นว่าทั้งหมดนี้ก็ออกไปในแนวโน้มที่ยังคงตัวกับพุ่งขึ้น ที่พุ่งขึ้นชัดเจน คือ อินเดียนะครับ แล้วก็ญีุ่่ปุ่นนะครับ สิงคโปร์ ปากีสถานอะไรทำนองนี้นะครับ ที่อยู่เห็นตัวกราฟที่อยู่ กระจุกตัวอยู่ทางแถบบน ๆ นะครับ ส่วนทรง ๆ ออกมาทางด้านล่างนี้จะเห็นไทยของเรานะครับ ที่เกาะตัวเลขที่อยู่ติดขอบล่างมากที่สุด ซึ่งก็ต้องเรียกว่าอะไรครับ ก็ต้องภาคภูมิใจในความเป็นไทยของพวกเรา ที่ช่วยกันทำให้เราควบคุมโรคได้และเห็นเป็นภาพอย่างนี้เกิดขึ้นมานะครับ มาดูในผู้ป่วยรายใหม่บ้างนะครับ ถ้าเรา Plot ออกมาเป็นกราฟก็จะแตกต่างกันกับผู้ป่วยสะสมครับ เพราะตอนนี้จะเห็นขึ้น ๆ ลง ๆ ขึ้น ๆ ลง ๆ แต่แนวโน้มของอินเดียก็ยังพุ่งขึ้นอยู่นะครับ ถ้าลากเส้นออกไปเป็นกลุ่มก้อน เป็นเส้นเดียวสีเหลือง ๆ ข้างบนนั้นนะครับ ทแยงขึ้นไปถึงแม้จะมีขึ้นมีลงมีขึ้นมีลง แต่ Trend ของ… หรือแนวโน้มของเส้นกราฟยังทแยงขึ้นไปข้างบนอยู่เลยนะครับ ส่วนสิงคโปร์ก็เช่นเดียวกันนะครับ ก็ยังทแยงขึ้นไปข้างบน เช่นเดียวกันกับปากีสถานนะครับ แต่ทางอินโดนีเซียดูเหมือนจะยังควบคุมได้บ้าง ญี่ปุ่นก็ยังทรง ๆ ตัวนะครับ ฟิลิปปินส์ก็ยังทรง ๆ ตัว มาเลเซียกับเราก็ยังทรงตัวในระดับที่อยู่ฐานด้านล่างของกราฟนะครับ มาดูข่าวที่น่าสนใจของต่างประเทศบ้างนะครับ ก็พบว่าสาธารณรัฐสิงคโปร์ก็บอกว่า พบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ 618 เมื่อวานนี้นะครับ หมายถึง 25 เมษายน ในจำนวนนี้ก็ยังมีคนของเขา ซึ่งเป็นประชากรของคนสิงคโปร์เอง เป็น 7 คนนะครับ แล้วก็ซึ่งเป็นผู้ที่เป็นคนสิงคโปร์หรือผู้อาศัยอยู่ถาวรนะครับ ส่งผลให้ตัวเลขสะสมเป็น 12,693 ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ยังเป็นแรงงานที่อาศัยอยู่ในหอพักนะครับ โดยหอพัก 25 แห่ง ได้ถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่กักตัวเฝ้าระวังโรคนะครับ ส่วนสาธารณรัฐประชาชนจีนนะครับ มณฑลซานซีนะครับ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ล่าสุดก็พบผู้ติดเชื้อไวรัส COVID-19 รายใหม่เพิ่มขึ้นอีก 7 นะครับ ซึ่งทั้งหมดนี้เพิ่งเดินทาง กลับจากรัสเซีย อย่างที่บอกนะครับรัสเซียก็เพิ่มขึ้นวันหนึ่งหลายพันเลยทีเดียว อันนี้ถึงแม้เขาจะบอกว่าเขาควบคุมตัวเลขของภายในประเทศได้ดี แต่อย่างที่บอกนะครับว่า ถ้าพรมแดนหรือการติดต่อระหว่างประเทศยังคุมกันได้ไม่ดี คนนี่ล่ะครับที่เป็นพาหะนำโรค แล้วก็นำเข้ามา ญี่ปุ่นล่ะครับ ตอนนี้ภาพเป็นอย่างไรบ้าง จังหวัดไซตามะนะครับ ยกเลิกเทศกาลดอกกุหลาบประจำปีนะครับ กรุงโตเกียวขอให้ประชาชนลดความถี่ในการออกจากบ้านนะครับ แม้กระทั่งการไปซื้ออาหารตาม Supermarket แหล่ง Shopping ต่าง ๆ ให้เหลือเพียง 3 วันต่อครั้งหนึ่งนะครับ นั่นหมายความว่า ก็อาทิตย์หนึ่งให้ออกได้ 2 ครั้งนะครับ แล้วก็นายกรัฐมนตรีเรียกร้องให้ประชาชนงดการท่องเที่ยวในวันหยุดยาวประจำปี ช่วงฤดูใบไม้ผลิ หรือที่เรียกว่า “สัปดาห์ทอง” หรือ Golden Week ของเขานะครับ ในช่วงวันที่ 2-6 พฤษภาคม ซึ่งก็เหมือนสงกรานต์บ้านเรา ของเรานะครับ ของเขาก็มีช่วงเวลาที่ต้องหยุดยาว ๆ ก็ไม่อยากให้คนเดินทางนะครับ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในทางญี่ปุ่นนะครับ แล้วก็นะครับ ก็นี่เป็นข่าวที่ต้องนำเรียนนะครับ ไปดูเลยครับ เรื่องของสถานการณ์การปฏิบัติการศูนย์ปฏิบัติการ การแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินเรื่องด้านความมั่นคงนะครับ เราก็พบว่าเมื่อวานนี้นะครับ มีรายที่ทำให้เกิดการดำเนิคคดี กรณีของการมั่วสุม ชุมนุมกันนี่นะครับ เพิ่มขึ้นมาอีกแล้วครับ เมื่อวานนี้ชมว่าลดน้อยลงวันนี้เพิ่มขึ้นเป็นอีก 47 รายรวมเป็น 87 รายนะครับ ดื่มสุรา เล่นพนัน ยาเสพติด อันนี้เป็นกรณีของเขานะครับ ส่วนนอกเคหสถานก็ลดน้อยลงนะครับ เหลือ 568 นะครับ แล้วก็มาดูจังหวัดครับ ก็ยังวนเวียนอยู่ใกล้ ๆ เดิมนะครับ ภาคเหนืออันดับสูงสุดคือเชียงใหม่ ภาคใต้คือภูเก็ตนะครับ กรุงเทพมหานครยังคงเดิมนะครับ แล้วก็ภาคกลางอยู่ที่ปทุมธานี แล้วก็ตะวันออกเฉียงเหนือคือนครราชสีมานะครับ ครับ มาเรื่องของทางจังหวัดที่เป็นอันดับสูงสุดนะครับ ก็คือปทุมธานี ระยอง กรุงเทพมหานคร ภูเก็ต สมุทรปราการนะครับ ก็ยังวนเวียนอยู่ภาพเดิม ๆ แต่ต้องภาพขวามือสิครับ ต้องขอขอบคุณนะครับ 18 จังหวัด ที่ไม่มีรายงานผู้กระทำผิดเลยนะครับ กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก สุโขทัย อุตรดิตถ์ บุรีรัมย์ กาฬสินธุ์ นครพนม สมุทรสงคราม มหาสารคาม หนองคาย หนองบัวลำภู ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ลำปาง น่าน พะเยา แม่ฮ่องสอน ซึ่งเมื่อวานนี้ไม่มีผู้กระทำผิดเลย แต่ผู้ที่กระทำผิด ก็ Top 10 เปล่า ๆ นะครับ ก็พูดไปแล้วพูดไปอีก ตอนนี้ต้องชมจังหวัดที่ทำดี ๆ นะครับ แล้วก็ไม่มีการรายงานผู้กระทำผิดด้วยนะครับ ต้องขอบคุณทั้ง 18 จังหวัดนี้นะครับ แล้วพี่น้องประชาชนฝากช่วยกันดูแลด้วยนะครับ มาที่เรื่องของออกมาเป็นการวิเคราะห์หน่อยนะครับ ว่าผู้ที่กระทำผิดนะครับ ในช่วงของเคอร์ฟิว 4 ทุ่มนะครับถึงตี 4 นะครับ ที่ทำด้านของการมั่วสุม ชุมนุม ชุมนุมมั่วสุมเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรคนี่นะครับ เป็นกลุ่มหน้าตาเป็นอย่างไรนะครับ เป็นกลุ่มอายุไหน ก็อยู่ในช่วงของ 11 ปี ถึง 40 ปีนะครับ เป็นกลุ่มก้อนใหญ่เลย ผู้ชายมากกว่าผู้หญิงชัดเจนเลยนะครับ สูงที่สุดก็คือ 21-30 ปี นี่นะครับก็แน่นอนครับเป็นวัยที่ต้องติดต่อประสานงาน พบปะพูดคุยกัน ก็ต้องเป็นธรรมดาที่เราต้องเจอพวกเขาบ่อย ๆ นะครับ ก็ต้องขอให้ท่านได้ปรับตัวเองหน่อยหนึ่ง เป็นผู้ชาย 532 ราย เป็นผู้หญิง 182 รายนะครับ ตอนนี้ต้องขอพยายามช่วยกันลดลงนะครับ เพราะท่านเองเป็นพาหะนำโรคที่จะทำให้คนอื่นติดไปได้ เพราะท่านอาจจะไม่มีอาการ แต่คุณปู่ คุณย่าอาจจะเสียชีวิตได้ จากที่ท่านมีเชื้อโรคอยู่ในตัวนะครับ แต่พอมาดูครับ ถ้า 24 ชั่วโมง มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากกราฟชุดเมื่อสักครู่ไหม เห็นครับ เห็นการเปลี่ยนแปลงครับ เพราะว่ากลุ่มที่ถูกดำเนินคดี ในคดีมั่วสุม ชุมนุมกันนี่ ไปพุ่งขึ้นที่ผู้หญิงครับ อายุประมาณ 51-60 ปี แล้ว 60 เอาว่าตั้งแต่ 41 ขึ้นไปนะครับ 31, 41 นะครับ 51, 61 นะครับ จะเห็นว่าผู้หญิงจะเยอะกว่าผู้ชายคือ 51-60 ก็ถามคุณตำรวจว่าเป็นเพราะอะไร น่าจะโยงกันกับเรื่องของการชุมนุม มั่วสุม เล่นพนันกันครับ ซึ่งอันนี้ก็เป็นคดีที่เข้ามาเยอะที่สุดนะครับ คราวนี้ผมต้องขอให้ทางคุณพ่อบ้านเลยครับ ช่วยเตือนคุณแม่บ้านหน่อยหนึ่งนะครับ หรือว่าคนที่อยู่ที่บ้านกันนะครับว่าอย่างนี้ไม่ดีเลยนะครับ แล้วก็ทำให้เกิดเป็นภาพของการจะติดเชื้อขึ้นมาได้นะครับ เพราะว่าไปเล่นอยู่ตรงนั้นแล้วกลับมานะครับ ได้รับเชื้อโรคกลับมาก็เดือดร้อนกันทั้งครอบครัวนะครับ ตรงนี้ต้องขอฝากช่วยกันดูแลกันทั้งครอบครัวเลย มาดูภาระกิจการนำคนไทยที่ตกค้างกลับประเทศไทยบ้างนะครับ ใน 26-27 นี้จะมีใครได้กลับมาบ้างนะครับ 26 นี้ก็ออสเตรเลียนะครับ 207 คน เป็นนักเรียน นักศึกษา คนงาน นักท่องเที่ยว จะกลับมาในเย็นวันนี้ ประมาณ 4 โมงเย็นนะครับ อันนี้ 207 คนนะครับ แล้วในวันพรุ่งนี้คือ 27 จะมีอยู่ 3 เที่ยวบินครับ มาจากญี่ปุ่นนะครับ ในช่วงบ่าย 3 นะครับ 35 คนนะครับ แล้วก็เนเธอร์แลนด์ อันนี้เป็นการ... เรามีคนที่เนเธอร์แลนด์เยอะหรือ ไม่เยอะนะครับ แต่ว่ามีการรอคนที่อยู่แถบยุโรปหลาย ๆ คน มาต่อเครื่องตรงนี้ แล้วก็มีการหาเครื่องที่มารับเป็นพิเศษให้นะครับ โดยทางคนในพื้นที่นะครับ ดูแลกันเอง ร่วมกันกับทางสถานทูตนะครับ แล้วก็ทางเรื่องของการบินพลเรือนที่ช่วยประสานเที่ยวบินกันนะครับ ก็ได้กลับมา 25 คน นิวซีแลนด์ อันนี้ก็เป็นเด็กนักเรียน นักศึกษา วันนี้ก็กลับเข้ามานะครับ นิวซีแลนด์นี้จะมีเด็กด้วยนะ อายุ 7-19 ปี มากันถึง 88 คน อยู่ใน 168 คนนี้ เมื่อเช้านี้คุยกันตรงนี้เยอะเลยทีเดียวครับ ผมก็ได้เห็นภาพของการทำงานของทั้งภาคของกระทรวงสาธารณสุขนะครับ กระทรวงกลาโหม กระทรวงการต่างประเทศนะครับ กระทรวงการต่างประเทศนี้จะเป็นเจ้าภาพหลักที่จะคอยดูแลในต่างประเทศ แล้วพอส่งขึ้นเครื่องมาก็จะเป็นทางมหาดไทย กลาโหม การบินพลเรือนนะครับ แล้วก็ ทอท. ทั้งหลายนะครับ แล้วรวมถึงทางด้านของกลาโหมที่จะจัดพื้นที่ ที่เรียกว่าเป็นสถานที่กักนะครับ คนที่รัฐจัดให้ ที่เราเรียกว่าเป็น State Quarantine ตรงนี้นี่ ก็มากลับมาถึงบ้านเรา ถึงแม้จะเป็นคนที่อายุน้อย ๆ เป็นเด็กเป็นอะไรทั้งหลายนี้ เป็นความละเอียดอ่อน เมื่อเช้านี้ผมก็ฟังอยู่นะครับว่าจะต้องจัดห้องให้ แล้วพอเขาเดินทางเข้ามา อย่างน้องอายุ 7 ปีนี่ คุณแม่นะครับ ก็จะอยู่ด้วย ดูแลกันนะครับ ก็จะต้องมีห้องที่สามารถเป็น Connecting Room นะครับ ต้องจัดหาพิเศษต่าง ๆ ให้เขา เพื่อได้รับการดูแลทั้งในครอบครัวของเขาเองด้วย แล้วก็ได้รับการดูแลในเชิงทางด้านสาธารณสุขนะครับ ไม่ให้ออกไปไหนนะครับ ต้องอยู่ในการดูแลตลอดเวลา 14 วัน เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีเชื้อ แล้วเราถึงค่อยให้กลับบ้าน นี่คือความละเอียดอ่อนของทีมหน่วยงานที่เราได้พยายามทำหน้าที่ตรงนี้กันนะครับ วันนี้ขออนุญาตได้จบการรายงานสถานการณ์ประจำวันเพียงแค่นี้ก่อนนะครับ รอคำถามครับ (คุณปวีณา) ค่ะ มีประเด็นคำถามเพิ่มเติมนะคะ จากของประชาชนที่ติดตามผ่าน Facebook Live ก่อนแล้วกันนะคะ เรื่องของมาตรการการดูแล ไม่ว่าจะเป็นคนที่อยู่ในพื้นที่กักกันเองก็ดี ที่เราพบว่ามีจำนวนของผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นเมื่อวานนี้นี่นะคะ กับอีก 1 กลุ่ม ก็คือแรงงานต่างด้าวที่อยู่ในประเทศไทย อย่างที่จังหวัดสมุทรสาคร ที่หลาย ๆ คนบอกว่ากังวลใจ ว่าพอเห็นจำนวนคนต่างด้าวอยู่รวมกันเยอะ ๆ แล้ว ทางรัฐบาลจะมีมาตรการเข้าไปดูแลอย่างไรบ้างคะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ก็ตอนนี้ก็มีหน้าที่หลักของทางกระทรวงสาธารณสุข อย่างที่บอกนะครับว่า ถ้าการดูแลหาคนที่มีความเสี่ยงสูง ๆ นี่ เราจะใช้วิธีการค้นหาเชิงรุกนะครับ ทางกระทรวงสาธารณสุขก็จะมีทีมระบาดวิทยา ทีมของผู้ที่จะเข้าไปตรวจนะครับ ของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ของอะไรทั้งหลายเข้าไป เช่นเดียวกันกับทางเรื่องของทางด้านสุขอนามัยสิ่งแวดล้อม กรมอนามัยก็มีหน้าที่ที่จะลงเข้าไปในเชิงรุก ดูเรื่องของความเป็นอยู่นะครับ ในเรื่องของสิ่งแวดล้อม อนามัยสิ่งแวดล้อมนะครับ เพื่อที่จะให้เขาได้มีสุขลักษณะอนามัยประจำวัน ประจำตัวที่ดี ไม่เป็นแหล่งรังโรคนะครับ ซึ่งอันนี้ก็เป็นเรื่องที่ทางกระทรวงสาธารณสุข คิดทั้งระบบขึ้นมาแล้วก็ช่วยกันเข้าไปดู แต่สำคัญที่สุดก็คือประชาชนนะครับ แรงงานต่างด้าวแล้วก็ผู้ประกอบการ ต้องให้ความร่วมมือด้วยครับ เพราะว่าสิ่งต่าง ๆ ถึงแม้จะเป็นกฎระเบียบ ถึงแม้จะเป็นเชิงรุกที่จะเป็นภาครัฐเข้าไปทำ แต่ท่านต้องให้ความร่วมมือ แล้วก็ปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ในภาวะปัจจุบัน แล้วก็ต้องเป็นผู้สังเกตอาการ ต้องเป็นคนที่จะ... เขาเรียกว่าอะไรครับ ยกมือร้องขอความช่วยเหลือ ถ้าหากมีอาการเหล่านี้นี่ รีบมาบอกเรา เพราะระบบที่จะเฝ้าระวังที่ดีที่สุด ก็คือระบบที่ติดตั้งอยู่ในพื้นที่เองนะครับ ของเราในภาครัฐก็จะไปให้ความรู้ ไปบอก ไปกล่าว ไปคุย แล้วก็บอกต่อช่องทางการช่วยเหลือไว้ให้ แต่คนที่จะต้องเฝ้าระวังดีที่สุดก็คือคนที่อยู่ในพื้นที่ครับ (คุณปวีณา) ค่ะ อีก 1 ประเด็นค่ะ เป็นประเด็นที่คุณหมอได้พูดถึงบ่อย ๆ นะคะ อย่างเรื่องของ New Normal หรือว่าชีวิตวิถีใหม่ แน่นอนพอมีเรื่องของการระบาดของไวรัส COVID-19 นี่ หลายคนบอกว่าเราจะต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หลังจากนี้นี่พฤติกรรมที่เราเคยใช้ชีวิตนี่จะปรับเปลี่ยนไป ต้องยอมรับว่า 1 ฝ่าย ก็มองว่าเป็นเรื่องที่ดี แล้วก็เห็นด้วย แต่อีก 1 ฝ่าย ประชาชนบางคนบอกว่า เพราะการปรับเปลี่ยนที่เกิดขึ้นขณะนี้นี่ล่ะ ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบ ทำมาหากินอาจจะยากลำบากนิดหนึ่ง ถ้าสถานการณ์ของการระบาดของโรคดีขึ้นแล้ว จะผ่อนคลายมาตรการแล้ว กลับไปใช้ชีวิตเหมือนเดิมไม่ได้หรือคะ ไม่ต้องใช้ชีวิตวิถีใหม่น่ะค่ะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ครับผม หลายคนก็ตั้งคำถามตรงนี้นะครับ ก็เข้าใจนะครับว่าท่านเองก็อยากจะกลับไปเป็นวิถีปกติ มีการค้าการขาย มีการเดินทางอะไรต่าง ๆ ต้องเป็นเหมือนปกติ แต่ผมนำเรียนนะครับว่า ทำไมเราถึงกลับไปที่ปกติไม่ได้ก่อนนะครับ ท่านต้องเข้าใจเรื่องของสภาวการณ์ การเกิดโรคนี้ก่อนนะครับ เนื่องจากโรคนี้เพิ่งจะเกิดขึ้นภายในช่วงเวลา 3-4 เดือนนี้ ฉะนั้นเราต้องเรียนรู้ว่า ตอนนี้โรคนี้คือโรคที่ติดต่อทางเดินหายใจนะครับ แพร่กระจายผ่านตัวไวรัสที่ออกมาทางน้ำมูก น้ำลายอะไรของเราทั้งหลายนี่นะครับ แล้วคนส่วนใหญ่ที่ติดเชื้อเหล่านี้ คือคนที่อยู่ในช่วงของวัยทำงาน แล้วก็ไม่มีอาการครับ เพราะฉะนั้นเราไม่รู้ว่า ใครที่เป็นผู้ที่ติดเชื้อบ้าง เขายังเดินอยู่ในสังคมตรงไหน เพราะฉะนั้นถ้าเรายังกลับไปใช้ชีวิตโดยปกติ เราจะมีโอกาสติดเชื้อจากคนเหล่านี้ได้มาก เพราะพอติดขึ้นมาแล้วก็จะเกิดการแพร่ระบาดไปได้อีก ถึงแม้เราจะเจอหลักหน่วยหรือหลักสิบ หรือตัวเลขข้างหน้าเป็นหลัก 1 10 กว่า ๆ 20 กว่า 30 กว่า ไม่ได้หมายความว่าเราคุมมันได้ แล้วจะกลายเป็น 0 นะครับ เขาบอกว่า 0 นี่ ยังต้อง 0 อีกนานเท่าไรด้วย แล้ว 0 บ้านเราบ้านเดียวก็ไม่ได้ ต้อง 0 กันทั้งโลกด้วยเราถึงจะมั่นใจได้ เพราะฉะนั้น ณ ตอนนี้นี่ ถึงแม้บ้านเราจะคุมตัวเลขได้ดีนะครับ แต่ว่ารอบ ๆ บ้านเรา หรือแม้กระทั่งใน… เมื่อสักครู่ทำไมผมต้องเอากราฟของทางต่างประเทศมาให้ดู เขายังเป็นพุ่งตัวเลขที่เป็นทะยานขึ้นไปอยู่ตรงนี้นะครับ เฉียง ๆ ขึ้นอย่างนี้ เกือบทุกประเทศอย่างนี้ เพราะฉะนั้นเชื้อในอากาศต่าง ๆ เต็มไปหมดนะครับ ถ้าเรายังใช้วิถีเดิม คือเดินทางไปเที่ยว เดินทางอะไรต่าง ๆ ซื้อข้าว ซื้อของเหมือนเดิม เรามีโอกาสที่จะกลับมาระบาดได้ใหม่นะครับ แล้วที่เหลือที่เราลงทุนไปนะครับ ในช่วงเวลา 1 เดือน วันนี้นะครับก็จะเรียกว่า... หรือหลายเดือนที่ผ่านมานี้ก็จะ… แทบจะไม่ได้ช่วยอะไรเลย กลายเป็น 0 ไปทันทีทันใดนะครับ นี่คือสิ่งที่ต้องนำเรียนทุกท่านว่าเวลาจะกลับไปสู่ภาวะปกติ คงต้องใช้อีกเวลายาวพอสมควร สิ่งที่จะกลับไปได้ ปกติได้ 1. ครับ คือมียารักษา ถ้ามียารักษาเมื่อไร เราจะคุมเชื้อโรคได้ด้วย และอันที่ 2 คือรักษา คือต้องรักษาให้หายเลยนะครับ ไม่ใช่แค่ระงับยับยั้งให้โรคไม่เจริญเติบโต อะไรขึ้นทั้งหลายนั้น ไม่เพียงพอ หรือต้านมันไว้เฉย ๆ ไม่พอนะครับ อย่างที่เราบอกว่าเป็นยาต้านไวรัส ไม่ได้รักษาไวรัส แค่มันทำให้โรคไม่กำเริบมากมาย อันนั้นไม่ใช่เป็นการรักษาที่หายทั้งหมด ข้อที่ 1. ข้อที่ 2. คือมีวัคซีนครับ เมื่อไรที่มีวัคซีนก็จะตอบได้เลยนะครับ ว่าการแพร่ระบาดของโรค ก็จะจบลงได้ตอนนั้น แต่ว่ากว่าจะได้ตรงนี้ ข้อมูลล่าสุดก็คืออาจจะต้องเป็นต้นปีหน้า ซึ่งนั่นก็คือเราต้องใช้เวลาระหว่างตรงนี้ถึงต้นปีหน้านั้นในการที่จะควบคุม ควบคุมโรคได้คือควบคุมตัวเราเองให้ได้ ปรับชุดพฤติกรรมของเราในช่วงเวลาตอนนี้ให้ได้ เพื่อเราจะได้ไม่เอาเชื้อโรคมาอยู่ที่ตัวเรา หรือไม่เอาตัวเชื้อโรคของเราไปสู่ที่คนอื่น เพราะฉะนั้นถึงจะต้องมีการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์การติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นี้ ซึ่งก็ยืนยันแล้วนะครับ หลายประเทศทั่วโลก ก็ยังไม่ได้ยินยอมในช่วงตอนแรกที่จะปรับตัวเข้า ก็จะเห็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นเป็นหลักหมื่นหลักแสนขึ้นมาทันทีทันใด แต่ ณ ตอนนี้หลายประเทศที่พอเข้าไปถึงระดับอย่างนั้นแล้วก็ต้องปรับตัวมา ก็ต้องออกมาตรการออกมาคล้าย ๆ กับสิ่งที่เรากำลังออกอยู่นี้ แต่เราออกก่อนตั้งแต่แรก ก็เลยทำให้ตัวเลขของเราไม่ได้สูงเท่าเขา ถ้าเราออกช้าก็คงไม่แตกต่างกันกับของคนอื่นเขา เช่นเดียวกัน ถึงออกได้เร็วแต่ถ้าเรายกเลิกเร็ว ก็จะกลับไปเป็นตัวเลขเหมือนกับประเทศอื่น ๆ ที่เกิดขึ้น ที่เรียกว่าการ์ดตกเมื่อไร ก็ทันทีทันใดครับ สิ่งที่ลงทุนมาทั้งหมดกลายเป็น 0 ทันทีครับ (คุณปวีณา) ค่ะ วันนี้หมดประเด็นของคำถามแล้วนะคะ ฝากให้คุณหมอทิ้งท้ายถึงคุณผู้ชมและประชาชนที่ติดตามการแถลงข่าวทางบ้านค่ะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ครับวันนี้ วันที่ 26 เมษายน นะครับ ถ้าท่านผู้ชมจำได้ วันแรกที่เราประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน คือ วันที่ 26 มีนาคม ซึ่งเป็นวันที่เราได้ ขอความร่วมมือกับพี่น้องประชาชนในการที่จะได้ควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิดกันมากขึ้น เราเชื่อว่าสิ่งที่เราออกมาตรงนี้ได้รับความร่วมมมือจากพี่น้องประชาชน ในการที่จะดูแลกันก็เพราะว่าพวกเราเข้าใจถึงสถานการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ร่วมกัน ชุดข้อมูลตัวเลขต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมา ก็ทำให้พวกเราได้เข้าใจสถานการณ์นี้ร่วมกัน แล้วเราก็เผชิญหน้ากับสถานการณ์นี้ร่วมกัน ไม่ใช่เป็นแค่ภาครัฐอย่างเดียวที่ต้องรับผิดชอบ หรือภาคประชาชนฝั่งเดียวที่ต้องรับผิดชอบนะครับ หรือหมอคนเดียวที่จะต้องไปสู้กับโรคนี้ ตอนนี้เราทุกคนต้องมาร่วมมือกัน แล้วก็พิสูจน์ได้ว่าใน 1 เดือนที่ผ่านมานี้ พี่น้องประชาชนร่วมมือกันกับภาครัฐ กับคุณหมอ กับทางเจ้าหน้าที่บุคลากรสาธารณสุข กับทางกระทรวงสาธารณสุข แล้วก็ไม่ใช่แค่กระทรวงสาธารณสุขอย่างเดียวที่ประสบความสำเร็จ อย่างที่ผมบอกมานะครับ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายมั่นคงนะครับ ทางกลาโหม ทางตำรวจ ทางมหาดไทย หรือแม้กระทั่งกระทรวงการต่างประเทศ ล้วนแล้วแต่ว่ามาร่วมมือกัน ตอนนี้เป็นหน้าที่ ของพวกเราทุกคนนะครับ ที่เราจะต้องประคองสถานการณ์นี้ต่อเนื่องกันไปอีก การ์ดก็ต้องไม่ตกนะครับ แต่ทุกเรื่องที่เราอยู่ตรงนี้ เราปรับตัวเข้าสู่ภาวะของการติดเชื้อตัวนี้นะครับ ในสถานการณ์การระบาดอย่างนี้ได้อย่างดี ก็ขอให้ทุกท่านใช้ในเวลาตอนนี้ปรับตัวออกไปเรื่อย ๆ นะครับ เขาบอกว่าความสามารถในการปรับตัวของมนุษย์เราที่มีอยู่นี้นะครับ ทำให้เราคงอยู่เผ่าพันธุ์ได้มาตลอดหลายล้านปี เพราะฉะนั้นสิ่งที่เรากำลังจะเกิดขึ้นก็เป็นวิกฤติ เป็นหายนะที่เกิดขึ้นมา แต่เราก็ปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ตรงนี้ได้ แล้วเราก็จะปรับตัวได้ไปตลอดนะครับ ก็ขอให้เป็นกำลังใจกับทุก ๆ ท่าน แล้วเราจะก้าวผ่านวิกฤตินี้ไปด้วยกันนะครับ กราบขอบพระคุณครับ (คุณปวีณา) ค่ะ ขอบคุณนะคะ นายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. นะคะ แน่นอนอย่างที่คุณหมอบอกไปนะคะ ว่าช่วงนี้เป็นช่วงของการปรับตัวนะคะ หลาย ๆ คนอาจจะรู้สึกว่าเราได้รับผลกระทบกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น แต่ว่าวันนี้ต้องบอกว่าภาพที่เราเห็น และภาพต่าง ๆ โดยเฉพาะเรื่องของทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมต่าง ๆ สถานที่ท่องเที่ยว รวมถึงจุดต่าง ๆ ที่ตอนนี้มีการฟื้นฟูขึ้นแล้วก็มีภาพให้เห็นในภาพที่ดี ๆ นี่นะคะ ถือว่าเป็นของขวัญในช่วงของความลำบาก ในช่วงของการปรับตัวแบบนี้ อย่างโลมาสีชมพูนี่นะคะ ที่ทุก ๆ ท่านเห็นอยู่ที่หน้าจอนี้ ก็ถือว่าเป็นหนึ่งสิ่งเป็นของขวัญที่สิ่งแวดล้อม หรือว่าทรัพยากรธรรมชาตินั้นตอบกลับมาให้กับมนุษย์อย่างเรานี่ล่ะค่ะ จากความอดทนอดกลั้นกับความลำบากที่เราไม่ได้เดินทางไปท่องเที่ยว ไม่ได้ไปใช้ทรัพยากรเหมือนที่ผ่านมา แต่การให้ธรรมชาติได้หยุดหายใจนะคะ ณ วันนี้เราจึงได้เห็นภาพความสวยงามแบบนี้ อดทนอีกไม่นานนะคะ เราก็จะสามารถกลับไปท่องเที่ยว ไปใช้ชีวิตได้เหมือนเดิม และที่สำคัญ New Normal จะทำให้เรานั้นใช้ทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างคุ้มค่า และสามารถทำให้ธรรมชาติอยู่กับเราได้อย่างยั่งยืนมายิ่งขึ้นค่ะ ลำดับต่อไปนะคะ เรียนเชิญทางท่านรองอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ท่านณัฐภาณุ นพคุณ นะคะสรุปประเด็นการแถลงข่าววันนี้ในภาคภาษาอังกฤษเรียนเชิญค่ะ (คุณณัฐภาณุ นพคุณ - รองอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ) [ภาษาต่างประเทศ] (คุณณัฐภาณุ) มาร่วมกันรักษาสุขภาพ เพื่อป้องกันการกลับมาของ COVID ระลอก 2 กันนะครับ [ภาษาต่างประเทศ] (คุณณัฐภาณุ) สวัสดีครับ (คุณปวีณา) ขอบคุณค่ะ ท่านรองอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ท่านณัฐภาณุ นพคุณ นะคะ ซึ่งนี่ก็คือประเด็นสำคัญในการแถลงข่าวของวันนี้นะคะ ถึงแม้ว่าเป็นวันอาทิตย์ แต่ทุกท่านก็ยังคงต้องให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหา รวมถึงให้เรานั้นสามารถผ่านพ้นวิกฤติไวรัส COVID-19 ไปได้นะคะ วันนี้หมดเวลาของการแถลงข่าวแล้วนะคะ ดิฉันปวีณา ฟักทอง พร้อมทีมงานลาไปก่อน สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี] [สิ้นสุดการถอดบทความ]