[เสียงดนตรี] (คุณปวีณา ฟักทอง - ผู้ดำเนินรายการ) สวัสดีค่ะ ต้อนรับคุณผู้ชมเข้าสู่การแถลงข่าว ของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด - 19 หรือว่า ศบค. จากทำเนียบรัฐบาลนะคะ แน่นอนค่ะ วันนี้เราขยับเวลามา 1 ชั่วโมงนะคะ เนื่องจากว่าตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานการประชุม ศบค. ซึ่ง ก็มีทั้งเรื่องของการหารือมาตรการรวมถึงผลการดำเนินการในช่วงที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของผลประชุม รวมถึงสถานการณ์ของไวรัส COVID-19 วันนี้เป็นอย่างไรนะคะ เราไปติดตามรายละเอียดค่ะ จากทาง นายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. ในรายละเอียด เรียนเชิญค่ะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ) กราบสวัสดีครับ พี่น้องประชาชนครับ ผมนายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน มารายงานตัว ในวันที่ 27 เมษายน 2563 นะครับ วันนี้ มีการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. ชุดใหญ่นะครับ ว่ามีรายละเอียดอะไร อย่างไร เดี๋ยวผมจะนำเรียนหลังจากที่รายงานสถานการณ์ ที่จะต้องเริ่มต้นตรงนี้ก่อนนะครับ ครับ ก็สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนะครับ เมื่อวานนี้นะครับ รอบ 24 ชั่วโมง ก็มีผู้ป่วยที่หายไปเพิ่มขึ้น 15 รายนะครับ รวมแล้วเป็น 2,609 นะครับ ซึ่งก็เป็นร้อยละ 89.01 นะครับ ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่ดีมาก ๆ นะครับ และดียิ่งกว่าตัวเลขนี้ วันนี้นะครับก็มีข่าวดีที่ต่ำ 10 ครับ คือ มีผู้ป่วย ยืนยันรายใหม่ของรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา คือ 9 รายครับ ซึ่ง 9 รายนี้ ก็อยู่ในรายที่ได้ กักกันตัวอยู่ 2 คนด้วยนะครับ เดี๋ยวบอกในรายละเอียด แต่ว่าในกรณีที่เกิดขึ้น มันยังแสดงถึงความรุนแรงของโรคนี้อยู่ ก็คือวันนี้มีรายงานเพิ่มผู้เสียชีวิตอีก 1 ราย รวมเป็น 52 รายนะครับ ของการเสียชีวิต มาในรายละเอียดของผู้ที่เสียชีวิตนะครับ เป็นผู้ป่วยหญิงไทย อายุ 64 ปี อาชีพแม่บ้านนะครับ โรคประจำตัว คือโรคโลหิตจางนะครับ แล้วก็มีประวัติสัมผัสผู้ป่วยยืนยัน ซึ่งเป็นคนในครอบครัว ครอบครัวนี้ป่วยกันถึง 5 คนนะครับ แล้วก็เริ่มป่วยวันที่ 2 เมษายน ด้วยอาการไข้ ไอ หอบ เหนื่อย จึงเข้ารับการรักษานะครับ ที่โรงพยาบาลชุมชนแห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ตนะครับ วันที่ 8 เมษายน ส่งตรวจหาเชื้อ แล้วก็ผลตรวจยืนยันเป็นผู้ป่วย COVID-19 นะครับ วันที่ 10 เมษายน อาการแย่ลง เหนื่อยมากขึ้น แล้วได้ย้ายไปรักษาต่อยังโรงพยาบาลจังหวัด X-ray ปอด พบปอดอักเสบรุนแรง แล้วต่อมาก็เหนื่อยมากขึ้น การทำงานของไตลดลง แพทย์ต้องใส่ท่อช่วยหายใจ และเสียชีวิต ในวันที่ 26 เมษายน นะครับ ด้วยระบบหายใจล้มเหลว และไตวายเฉียบพลัน ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้ที่เสียชีวิตด้วยนะครับ ไปดูในสถานการณ์นะครับ ว่ามีผู้ป่วยที่ยังรับการรักษาอยู่ 270 ราย ต่ำกว่า 300 อยู่นะครับ ซึ่งอันนี้ก็ต้องขอบคุณผู้ที่ดูแลในฝั่งของภาคโรงพยาบาลต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนนะครับ ที่ช่วยกันดูแลตรงนี้ ก็ทำให้จำนวนเตียงของเราก็ว่างลงได้เยอะขึ้นนะครับ มีรายที่เป็นสะสมอยู่ใน 68 จังหวัดนะครับ แล้วก็เมื่อวานนี้นะครับ อยู่ในกล่องด้านซ้ายมือข้างบนนี่ครับ เราตรวจพบใน กทม. ซึ่งเป็นในสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้นะครับ เพิ่มขึ้น 2 ราย ซึ่งกลับมาจากประเทศสหรัฐอเมริกานะครับ ใน 9 รายนี้ การกระจายของ 9 ราย สาเหตุ ปัจจัยเสี่ยงมาจากอะไรบ้างนะครับ 3 รายนะครับ อยู่ในกลุ่มผู้ป่วยรายใหม่ที่ได้มาจากการ ระบบการเฝ้าระวัง แล้วก็ระบบบริการนะครับ ก็พบว่าเป็นการสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยันรายก่อนหน้านี้ 3 จังหวัดนะครับ คือภูเก็ต สุพรรณบุรี ยะลา แล้วก็เราใช้วิธีการที่เรียกว่า “Active Case Finding” หรือตรวจหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกในชุมชน ที่จังหวัดยะลาได้เพิ่มมาอีก 4 คนนะครับ แล้วก็เมื่อกี้ที่นำรายงานไปแล้ว ก็คืออยู่ใน State Quarantine กทม. 2 คนนะครับ รวมแล้วเป็น 9 ราย ต่ำ 10 ในวันแรกของที่เราได้รายงานกันมาตรงนี้นะครับ ครับในจังหวัดที่มีการกระจายของรายใหม่นี้ ยะลา แน่นอนครับ เมื่อกี้ที่บอกว่าเป็น Active Case Finding ก็เลยมี 5 ราย กรุงเทพมหานคร วันนี้ไม่มีรายงาน เป็นครั้งแรกนะครับ ที่เกิดขึ้นจากการติดเชื้อภายในจังหวัด แต่ไปพบอยู่ใน State Quarantine 2 ราย ซึ่งอันนี้ก็เราเคยบอกกันแล้วนะครับ ว่าเราคงไม่ได้ให้ใส่ตัวเลขไว้อยู่ที่กรุงเทพมหานคร ก็แยกตัวเลขออกมาให้เห็นชัดเจน ก็เป็นการทำงานของพี่น้องชาวกรุงเทพมหานคร และก็ฝั่งของทางกรุงเทพมหานครเองด้วยนะครับ ที่ช่วยกันดูแลตรงนี้ ภูเก็ต 1 ราย และสุพรรณบุรี อันนี้เป็นรายใหม่ที่เกิดขึ้นนะครับ ของจังหวัดสุพรรณบุรีขึ้นมาอีก 1 ราย 9 จังหวัด ก็ยังคงที่นะครับ ที่ไม่มีพบการรายงานอยู่อย่างเหนียวแน่นนะครับ มาดูการกระจายตามจังหวัดนะครับ ก็ยัง… ภาพก็ยังคง ๆ เดิมนะครับ 10 จังหวัดแรก ก็ยังอยู่ที่… ที่เป็นอัตราป่วยต่อแสนประชากร อันดับ 1 ก็ยังอยู่ที่ภูเก็ตอยู่นะครับ กรุงเทพมหานคร ยะลา ปัตตานี และนนทบุรี เรียงตามลำดับมานะครับ ส่วนตัวเลขที่แยกออกมาทางขวามือนะครับ กรุงเทพมหานคร เป็นจำนวน ก็ยังเยอะอยู่นะครับ 1,400 กว่า เป็นอันดับ 1 แล้วภูเก็ตรองลงมา แล้วก็นนทบุรี ยะลา และสมุทรปราการนะครับ มาดูตาม เขียว แดง เหลืองนะครับ เขียว เหลือง แดงนะครับ ที่เอามานี้ภาพก็ยังคล้าย ๆ เดิม มีขยับเพิ่มขึ้น ขึ้นไปนิดหนึ่งนะครับ คือสุพรรณบุรีก็ไปอยู่สีแดง เพราะว่าเพิ่งเจอ Case ใหม่ ก็อยู่ใน 7 วัน ก็ยังต้องไปอยู่ข้างบนนั้นนะครับ ส่วนแม่ฮ่องสอนก็ตกลงมา จากที่อยู่ในกลุ่มสีเหลือง มาอยู่สีเขียวอ่อนนะครับ นครพนมจากสีส้ม ๆ ก็มาอยู่สีออกเหลืองนะครับ อยู่ตรงกลางนะครับ ส่วนกระบี่ นราธิวาส ในภาคใต้ก็ตกลงมาอยู่ในสีส้มแทนนะครับ เพราะว่าอันนี้ก็เป็นการทำงานของทางจังหวัดต่าง ๆ ช่วยกันนะครับ ไปที่สถานการณ์โลกนะครับ ยืนยันของทั้งโลกตอนนี้ เกือบ ๆ แตะ 3,000,000 คนแล้วนะครับ คือ 2,994,000 กว่ารายนะครับ แล้วก็รายหนักนี่ 57,000 นะครับ แล้วก็หายแล้วนี่ 870,000 นะครับ แล้วก็เสียชีวิตไป 206,995 ราย คิดเป็น 6.9 เปอร์เซ็นต์ มาดูก็ยังพบว่าประเทศที่เยอะที่สุด ก็คือสหรัฐอเมริกาที่พบใหม่ รายใหม่เลยนะครับ วันเดียวนี่ 26,000 กว่ารายนะครับ รัสเซียเจอเข้าไปก็เยอะนะครับ 6,361 รายนะครับ แล้วก็อังกฤษนะครับ ก็ยังเจออยู่ที่ 4,463 ราย ซึ่งก็เยอะอยู่นะครับ ส่วนประเทศที่ตายสูงสุดก็ 3 อันดับแรกก็จะเป็นสหรัฐอเมริกานะครับ แล้วก็อยู่ที่ 1,148 อันดับถัดมาก็คืออังกฤษนะครับ เสียชีวิตไป 413 แล้วก็สเปนนะครับ อยู่ที่ 288 รายนะครับ นี่ก็คือความหนักของทางด้านโลก ของเราอยู่ที่อันดับที่ 58 นะครับ อันดับ 58 ครับ ก็มาดูทางเอเชียบ้างนะครับ ทางสิงคโปร์ก็ยังมีตัวเลขที่สูงอยู่นะครับ อยู่ที่ 931 ราย ในเมื่อวานนี้นะครับ ซึ่งก็เป็นตัวเลขที่มากทีเดียว แต่ว่าอัตรา การตายของเขาน้อยนะครับ ยังอยู่ที่ 12 รายเท่านั้น ส่วนเกาหลีนะครับ มีรายใหม่เพิ่ม 2 หลักเหมือนเรา ใกล้ ๆ กับเรานะครับ แค่ 10 รายนะครับ แต่เขาแตะหมื่นไปแล้วนะครับ 10,738 นะครับ ส่วนญี่ปุ่นก็ยังอยู่ที่ 210 นะครับ อินโดนีเซียก็ยังเยอะอยู่ 275 ที่รายใหม่นะครับ แล้วก็ฟิลิปปินส์รายใหม่ 285 มาเลเซียรายใหม่ก็ลดลงตามส่วนคล้าย ๆ กันกับเรา เป็นเลข 2 หลักนะครับ 38 นะครับ แต่ว่าแต่ละแห่งนั้นเกิน 5,000 ทั้งสิ้นเลยนะครับ มาดูตามมาตรการภารกิจนะครับ ที่รับคนไทยกลับมาจากต่างประเทศ ในวันนี้จะกลับมาอยู่ประมาณ 3 เที่ยวบินนะครับ เที่ยวบินแรกก็จะเป็นทางญี่ปุ่นนะครับ 15.40 น. 35 คน แล้วก็เนเธอร์แลนด์อีก 25 คน เวลาประมาณ 5 โมงเย็นนะครับ แล้วก็นิวซีแลนด์อีกประมาณ 168 คน เวลาประมาณ 2 ทุ่มเศษ ๆ นะครับ เป็นนักเรียน นักศึกษาที่กลับมา ซึ่งอันนี้เราให้ความสำคัญกับทางนักเรียน นักศึกษา จัดเป็น Parity Group นะครับ แล้วก็หาเครื่องบินเป็นการสนธิกำลังของหลาย ๆ ส่วนนะครับ เขาถึงได้กลับมาบ้านได้ อันนี้ต้องขอขอบคุณ ทั้งในส่วนของทางด้านการท่า ทางกระทรวงการต่างประเทศนะครับ แล้วก็สำนักงาน เรื่องของการบินพลเรือนนะครับ แล้วก็รวมถึงทางฝ่ายมั่นคงของเราด้วย ที่เตรียมสถานที่กักกันตัวของรัฐหรือ State Quarantine ให้ดูนะครับ 28 พรุ่งนี้จะมีอยู่ 2 นะครับ ก็คือสเปน 12 คน ตอนประมาณสักใกล้ ๆ เที่ยงนะครับ แล้วก็อินเดียนะครับ ก็ยังคงค้างอยู่จำนวนมาก ผู้ที่ไปแสวงบุญนะครับ ไปทางด้านที่อินเดียนี้นะครับ อีก 200 อ๋อ เป็นนักเรียน นักศึกษานะครับ 200 คนนะครับ มาช่วงเวลาตอนเช้าพรุ่งนี้นะครับ อันนี้ก็เป็นตัวเลขที่ทางกระทรวงการต่างประเทศรายงานมา ส่วนทางกระทรวงมหาดไทย ก็ได้ทำการดูแลในจุดผ่านแดนรอบประเทศของเรานะครับ ตอนนี้มีผู้ที่เดินทางเข้ามาแล้ว โดยการลงทะเบียนนะครับ ตัวเลขของวันล่าสุดคือเมื่อวานนี้ ลงทะเบียน 293 คน ไม่ลงทะเบียนมีอยู่ 107 คนนะครับ รวมแล้ว 400 คน เมื่อวานนี้ที่ผ่านมา จุดผ่านแดนต่าง ๆ รอบประเทศ ทั้งภาคใต้ ภาคอีสาน ภาคเหนือ นะครับ อะไรทั้งหลายนี่เราเอามารวม ๆ กัน ที่เดินทางกลับมาแล้วนะครับ คือ 18-25 นี่ 2,800 กว่าคนนะครับ ไม่ลงทะเบียนรวม ๆ แล้ว 938 แล้วก็รวมตัวเลขข้างล่างดีกว่าครับ สะสมนี่ตั้งแต่เราให้มีเรื่องของไวรัสตัวนี้นะครับ ตั้งแต่วันที่ 18 มานี่ รวมสะสมแล้วก็คือลงทะเบียนกัน 3,131 คนนะครับ แล้วกลับมาโดยที่ไม่ลงทะเบียน 1,043 คน รวมแล้ว 4,174 คน ตรงนี้มีความสำคัญตรงที่ว่า ช่องของคนที่ลงทะเบียนนี่ ต้องขอบพระคุณนะครับ ที่ทำตามกติกาของเรา แล้วก็ท่านก็สามารถที่จะเข้ามาได้ แต่ส่วนบางท่าน บางคนที่ไม่สามารถลงทะเบียนแต่ก็กลับเข้ามา อันนี้ก็เป็นหน้าที่ของทางฝ่ายรัฐที่เราจะต้องพยายามดูแลให้ เพราะว่าอาจจะไปเกี่ยวข้องกับเรื่องของการที่ไม่มี หรือเข้าเมืองเขาอย่างผิดกฎหมายนะครับ ไม่สามารถหาเอกสารรับรองได้ อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ คนเหล่านี้ ก็กลับมายังผืนแผ่นดินไทย เป็นแผ่นดินแม่อยู่ตอนนี้ ก็เป็นเกณฑ์ที่ทางกระทรวงการต่างประเทศ รวมถึงกระทรวงมหาดไทยนะครับ แล้วก็ฝ่ายมั่นคงโดยทางกระทรวงกลาโหมช่วยกันดูแล แล้วก็พยายามที่จะให้เขาได้กลับเข้ามา แต่ว่าก็ต้องมีผ่านมาตรการที่ต้องยุ่งยากมากกว่าในเรื่องปกติล่ะครับ แล้วก็อาจจะต้องมีเรื่องของการที่ดูแล ที่เป็นพิเศษเพิ่มขึ้นนะครับ เพื่อที่จะได้ช่วยเหลือเยียวยากันไป แล้วขณะเดียวกันนะครับทุกคนเหล่านี้ ต้องได้รับการดูแลที่เราเรียกว่า “สถานที่กักกัน” ของรัฐจัดให้นะครับทุกคนเช่นกันครับ ซึ่งเราส่งไปที่ไหนบ้าง ก็มีจำนวนห้องให้ดูนะครับ ตอนนี้ 5,468 ห้อง มีเตรียมไว้เข้าพักอยู่ 2,132 ห้อง คงเหลืออีก 3,000 เศษ ๆ นะครับ แล้วมีคนที่เข้ากักตัวสะสมตอนนี้ 3,379 นะครับ แล้วก็อยู่ในระหว่างการกักตัวนี่ 2,150 นะครับ แล้วก็กลับบ้านแล้ว 1,229 เดี๋ยวแต่ละคนดูตัวเลขนี้ เอ๊ะ มันไม่ตรงกันกับ สไลด์แผ่นที่แล้วหรือเปล่านะครับ อาจจะมีส่วนที่คลาดเคลื่อนกันบ้างนิดหน่อย เดี๋ยวอย่างไรไปเช็กตัวเลขนะครับ แต่อย่างไรก็ตามแต่ ก็นำเรียนว่าทุกคนนะครับ ที่เข้ามาต้องได้รับการดูแลอย่างดีนะครับ แล้วก็เพื่อให้ความมั่นใจในการปลอดภัย เราต้องดูแลให้เขาครบ 14 วัน ถึงจะกลับสู่ภูมิลำเนานะครับ ในเรื่องของตัวเลขที่ไม่ตรงกัน ที่ผมได้รับทราบมาคือบางคนอาจจะต้องให้อยู่ทางพื้นที่ หรือสถานที่กักกันไว้ก่อนนะครับ เดี๋ยวอย่างไร ในรายละเอียด คงจะได้นำรายงานอีกทีหนึ่ง มาดูศูนย์ปฏิบัติการการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคงนะครับ ซึ่งอันนี้ก็นำเรียนทุกวันนะครับ วันนี้ลดลงนะครับ ในกรณีของชุมนุมมั่วสุมนะครับ เหลืออยู่ 59 ลดลงไป 28 นะครับ แล้วก็ในกรณีของทางออกนอกเคหสถานก็ลดลงเป็น 449 ลดลงไป 119 รายนะครับ ต้องขอขอบคุณนะครับ มาตรการต่าง ๆ ที่เราได้ออกไปก็เพื่อดูแลสุขภาพของท่านนะครับ ไม่ต้องออกไปอย่างนั้นนะครับ ครับ อันนี้ก็จะเป็นสรุปการรายงานที่ผ่านมา ของการทำงานในรอบ 24 ชั่วโมง ของศูนย์ปฏิบัติการต่าง ๆ ที่เราได้รายงานเป็นประจำวัน วันนี้ครับมีการประชุมนะครับ เรื่องของ ศบค. ชุดใหญ่ ที่นำโดยท่านผู้อำนวยการศูนย์ ท่านพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะนายกรัฐมนตรีด้วยนะครับ วันนี้ก็มีองค์ประกอบของทางท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่าง ๆ นะครับได้เข้ามา และรวมถึงหัวหน้าส่วนราชการ ซึ่งนำโดยท่านปลัดกระทรวงต่าง ๆ ซึ่งเป็นผู้ที่เป็นหัวหน้าของศูนย์ต่าง ๆ นี่นะครับ เข้าร่วมประชุมกันในชุดใหญ่วันนี้นะครับ ก็มีประเด็นใหญ่ ๆ อยู่สัก 2-3 ประเด็น อันดับแรกนะครับ ประเด็นที่ 1 ก็คือ ท่านนายกนะครับ ได้เกริ่นนำในที่ประชุม แล้วก็กล่าวขอบพระคุณนะครับ เรื่องของการทำงานของที่ผ่านมาในรอบ 1 เดือน ท่านก็กล่าวชมว่าทำงานได้ดีมาก ๆ นะครับ ได้รับการยอมรับทั้งในประเทศของเรา แล้วก็ต่างประเทศนะครับ ในเรื่องของ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ก็ท่านได้รับทราบขึ้นมา ก็เห็นความสำคัญนะครับ ตอนนี้ครบ 1 เดือน ก็ขอบคุณทุกฝ่ายนะครับ ก็อยากจะให้มีการได้มีการร่วมมือกันในทุกภาคส่วน ทั้งภาคของฝ่ายการเมือง ฝ่ายประจำนะครับ ภาครัฐ เอกชน ธุรกิจทั้งหลายได้เข้ามา ร่วมมือกันในการทำงานเพื่อต่อสู้กับไวรัส COVID-19 นี้นะครับ ที่สำคัญคือให้ยึดหลักในเรื่องของทางด้านสาธารณสุขแล้วก็หลักการของทางองค์การอนามัยโลกนะครับ ขณะเดียวกันท่านก็ตั้งข้อกังวลนะครับ ห่วงใยเรื่องของเศรษฐกิจนะครับ รายได้ที่ลดลง ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบต่าง ๆ ท่านก็ได้มอบให้เป็นนโยบายนะครับ ว่าจะต้องมีการกำหนดระยะในการผ่อนปรนนะครับ ก็ได้ให้แนวทางว่าอาจจะแบ่งเป็นสัก 4 ระยะนะครับ อันที่ 1 ก็คือ 25 เปอร์เซ็นต์ อันที่ 2 ก็ 50 เปอร์เซ็นต์ อันที่ 3 ก็ 75 เปอร์เซ็นต์ อันที่ 4 ก็ 100 เปอร์เซ็นต์นะครับ ซึ่งจะต้องดูเป็นระยะ ๆ ไป แต่ละระยะนี่ อาจจะต้องใช้เวลาในการทบทวนประมาณสัก 14 วันอย่างน้อย 14 วันนี่มาจากไหน ก็มาจาก... ถ้าให้มาตรการไปแล้วก็ต้องรอดูนะครับว่า 14 วันนี้เกิดอะไรขึ้นไหม เพราะว่า 14 วันจะเป็นช่วงระยะเวลาของการที่เราใช้กันอยู่ตลอดเวลา ทั้ง State Quarantine ทั้งการดูอาการอะไรต่าง ๆ จะอยู่ที่ตัวเลข 14 วัน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ยอมรับกันทั่วโลกนะครับ แล้วก็ให้มีการประเมินนะครับ มาตรการต่าง ๆ ในการควบคุมโรค ถ้าประเมินแล้วบอกว่าถ้าเปิดได้ แง้มได้ ก็ปิดได้นะครับ หมายความว่า มาตรการต่าง ๆ ถ้าลองทดสอบดู หรือประกาศออกมาแล้ว ได้ผล ก็โอ.เค. ครับ ก็ยืดออกไป แต่ถ้าเกิดปัญหา เกิดการติดเชื้อขึ้นมานะครับ สิ่งที่มีความสำคัญและพูดคุยกันในที่ประชุมมาก ๆ คือไม่อยากให้เกิดการระบาดในระลอก 2 ในคลื่นที่ 2 อย่างที่เรา พูดคุยกันบ่อย ๆ นะครับ เพราะว่ามันจะทำให้เกิดการสูญเสียมากมายนะครับ แล้วก็สิ่งที่ผ่านมาของการที่เราลงทุนไปแล้ว ก็จะล้มเหลวไปทั้งหมดนะครับ เพราะฉะนั้นการที่เราจะต้องตัดสินใจมาตรการต่าง ๆ นี้ ต้องขึ้นกับสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ด้วยนะครับ แล้วก็ท่านได้กล่าวถึงเรื่องของ ประเด็นต่าง ๆ นะครับที่เป็นข้อห่วงใย อย่างที่ว่านี้นะครับ ส่วนมาตรการวันนี้สาระในการประชุมจะมีอยู่ประมาณ 3 ประเด็นนะครับ ซึ่งอาจจะ... อันแรกก่อนแล้วกันนะครับ ประเด็นที่ 1 ก็เป็นการรายงานโดยทางท่านปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าศูนย์ของทางกลุ่มปฏิบัติการในเรื่องของทางด้านสาธารณสุขนะครับ ก็ได้แสดงให้เห็นถึง กรณีที่อาจจะเกิดขึ้น หากการติดเชื้อหรือการระบาดเกิดขึ้นนะครับ ว่ามันจะเป็นกี่กรณีขึ้นมาได้ ก็พบว่ามีสักประมาณ 3 กรณีครับ อันที่ 1 ก็คือว่า ถ้าผู้ป่วยเราควบคุมได้เต็มที่ คุมได้ดี อย่างที่เรารายงานมา ก็คือจะเกิดโรคขึ้นมาใหม่ รายใหม่ประมาณสัก 15-30 รายต่อวัน อันนี้ถือว่าคุมได้ดี เราต้องใช้วิธีการห้ามเดินทางเข้า-ออกประเทศ ทำเหมือนอย่างที่ทุกวันนี้ทำนี่ครับ ก็จะเป็นประมาณนี้นะครับ ก็จะเกิดขึ้นอย่างนี้ กรณีที่ 2 นะครับ ก็จะเป็นกรณีที่มีควบคุมได้ในความเสี่ยง มีความเสี่ยงต่ำนะครับ การระบาดอยู่ในวงจำกัด การสาธารณสุข พอจะรับรองได้ ซึ่งอันนี้ก็จะต้องมีการชะลอการเข้าประเทศไทย โดยให้มีเรื่องของ State Quarantine เปิดให้ภาคธุรกิจที่มีความเสี่ยงต่ำ ดำเนินกิจการได้ อันนี้พอแง้มขึ้นมานี่ อาจจะมีคนติดเชื้อรายใหม่เกิดขึ้นสักประมาณ 40-70 รายต่อวัน ซึ่งอันนี้มีความละเอียดอ่อนมากนะครับ แต่อย่างไรก็ตามแต่ ก็กรณีอย่างนี้พอจะ ควบคุมได้นะครับ แต่ว่าก็ต้องมีความเสี่ยงอยู่ดี แต่อันที่ 3 คือควบคุมได้ยากแล้วตอนนี้ คือเปิดไปหลาย ๆ อย่าง เคลื่อนย้ายประชากรมาก มีประชุม มีชุมนุมกันมาก ไม่มีการกักติดตามอะไรเลย อันนี้จะพุ่งพรวดไปเลยครับ วันหนึ่งประมาณ 500-2,000 คนนะครับ ก็ฉายเป็นกราฟได้นะครับ ไปดูในภาพถัดไปนะครับ ก็จะเห็นว่าเป็นเรื่องของพอเป็นตัวเลขขึ้นมานี่นะครับ พอมาฉายเป็น... เขาเรียกพยากรณ์ ออกไปเป็นเส้นออกไปนะครับ วันนี้เราอยู่ในเดือนเมษายน ปลายเมษายนนะครับ แล้วลากยาวออกไป ถ้าเราคุมไม่ดีแบบ กรณีที่ 3 ตัวเลขพุ่งพรวดเลยครับ ออกไปจะทะลุข้างบนนะครับ เพราะฉะนั้นจำนวนคนไข้อะไรทั้งหลาย มากมายก่ายกองครับ เราคงจะดูแลกันไม่หวาดไม่ไหว อันนี้เราไม่อยากให้เกิดเลย ถ้ารวม ๆ กันไปแล้วมีคนป่วย สูงถึง 500-2,000 คนต่อวัน ถ้าตั้งแต่นับรวมไปตั้งแต่ พฤษภาคม มิถุนายน กรกฎาคม 3 เดือนข้างหน้านี้ จะมีคนป่วยรวมกัน 46,596 ราย อันนี้คือการพยากรณ์แบบแย่ที่สุด ที่จะเกิดขึ้นนะครับ ซึ่งเราไม่อยากให้มี อย่างนั้นถ้าลดลงมาล่ะ มีความเสี่ยงต่ำ ที่กระทรวงสาธารณสุขพอจะรับได้ ก็คือสัก 40 คน ถึง 70 คน อย่างที่เรารายงานกันมาตลอดในช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ พอไหวนะครับ จะเกิดผู้ป่วยรวมกันประมาณสัก 4,460 ประทานโทษครับ 4,661 ราย อย่างนี้เป็นเส้นสีน้ำเงินตรงกลางนะครับ อย่างนี้เราพอไหว แต่ถ้าลงไปให้ดี เอาแบบเข้มมาก ๆ เลย ซึ่งเหมือนกับที่ผ่านมา แต่หลายคนก็บ่นนะครับว่า ไม่สามารถที่จะประกอบการ ในเรื่องของธุรกิจต่าง ๆ ได้เลย ก็เข้มเกินไป ก็จะมีปัญหากระทบด้านอื่น อันนี้ก็จะมีรวมกัน พฤษภาคม มิถุนายน กรกฎาคม รวมกันมีคนป่วยเพิ่มขึ้น 1,889 ราย ก็ตึงเกินไป ก็อาจจะไม่ได้เป็นทางออกที่ดีนะครับ วันนี้ก็เลยมีการพูดคุยกันต่อ เดี๋ยวผมจะโยงไปในประเด็นที่ 2 ต่อนะครับ คราวนี้มาดูว่ามีการตรวจไปแล้วเท่าไรนะครับ ท่านปลัดกระทรวงสาธารณสุขนะครับ ก็ได้รายงานว่ามีการตรวจตั้งแต่เปิดบริการจนถึง 24 เมษายนนี้ มีตัวอย่างสะสมตรวจไปแล้ว 178,083 ตัวอย่างแล้วนะครับ ก็เพิ่มจำนวนให้มากขึ้น ก็นำเรียนว่าตรงนี้มีข้อคำถาม ถามว่าเราตรวจน้อยเกินปหรือเปล่า ก็ยังมีการตรวจพยายามเพิ่มขึ้น ๆ ให้เรื่อย ๆ นะครับ เพราะตอนนี้มาตรการทางด้านของการตรวจก็พยายามเข้าไปในเชิงรุกมากขึ้น เมื่อเช้าก็มีการประชุมที่คณะกรรมการของทาง EOC กระทรวง หมายถึงคณะกรรมการศูนย์สถานการณ์ฉุกเฉินทางด้านนี้ ที่กระทรวงสาธารณสุขก็จะมีการเจาะเฉพาะกลุ่ม แรงงานต่างด้าวนะครับ คนที่อยู่แออัด อาจจะเป็นกลุ่มของคนที่อยู่รวม ๆ กันมาก ๆ อะไรหลาย ๆ กลุ่มนี้ ก็ต้องให้ กระทรวงสาธารณสุข สาธารณสุขชี้เป้าขึ้นมา แล้วก็ทั้งทุกภาคส่วนที่จะต้องไปตรวจ ก็ใช้เป้าหมายนี้ร่วมกัน กำหนดแผนร่วมกันขึ้นมา เพื่อที่จะได้ไม่เปลืองงบประมาณเกินไป แล้วมีแผนที่จะร่วมกันดำเนินงาน อันนี้เดี๋ยวคงจะได้นำเรียนต่อไปนะครับ ก็ขออนุญาตมาที่หัวข้อที่ 2 นะครับ ซึ่งทางท่านเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาตินะครับ ได้นำเสนอการประเมินผลสัมฤทธิ์ การประกาศใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน นะครับ 2558 ประทานโทษ 2548 นะครับ ซึ่งเราก็ใช้มา 1 เดือนนะครับ ทางท่านเลขาธิการก็ได้นำเรียนรายงานว่าก็การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ก็ทำให้การดำเนินการตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีนะครับ ผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 เป็นไปอย่างรวดเร็วนะครับ แล้วก็มีประสิทธิภาพ มีเอกภาพ และทันท่วงที เป็นผลให้ผู้ติดเชื้อรายวันภายในประเทศ มีการลดจำนวนลงอย่างต่อเนื่องนะครับ แล้วก็ได้มีการไปสำรวจความคิดเห็นของประชาชนด้วยครับ ประมาณ 40,000 คน ก็พบว่า ประชาชนมากกว่าร้อยละ 70 เห็นด้วยกับเรื่องของการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินของรัฐบาล ก็ได้มีมติในที่ประชุมว่าเห็นควรพิจารณาขยายระยะเวลาของการประกาศ สถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่ทั่วราชอาณาจักรนะครับต่อไปอีก 1 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 - 31 พฤษภาคม 2563 นี้ ก็นำเรียนว่าตรงนี้เป็นข้อสรุป จะมีรายละเอียดอะไรบ้างครับ ที่จะต้องคงไว้ ก็มีอยู่ 4 มาตรการที่ยังต้องคงไว้ อันที่ 1 ก็คือเรื่องของการควบคุมการเดินทางเข้า-ออกราชอาณาจักร ซึ่งอันนี้ก็เป็นตัวแปรสำคัญนะครับ เป็นความเสี่ยงที่เราบอกกันมาเสมอ เราคุมตรงนี้ได้ดีนะครับ ประตูต่าง ๆ ที่อยู่รอบชายแดน แล้วรวมถึงทางด้านทางอากาศ ด่านทางอากาศที่ลงที่ดอนเมือง เราคุมกันได้อย่างดี เลยทำให้การแพร่กระจายเชื้อ ที่เกิดขึ้นจากการนำเข้ามานี่น้อยลง อันนี้ก็ต้องควบคุมต่อนะครับ ตั้งแต่วันที่ 1 - 31 พฤษภาคม ก็จะเป็นข้อเสนอไปยังคณะรัฐมนตรีต่อไป ข้อที่ 2 คือ ข้อของการห้ามบุคคลออกนอกเคหสถาน ที่เราใช้ชื่อเล่นที่เรียกว่า “เคอร์ฟิว” นี้ ก็คงต่อนะครับ 4 ทุ่ม ถึง ตี 4 นะครับ แล้วถัดไปก็คือการงดหรือชะลอการเดินทางข้ามเขตพื้นที่จังหวัด อันนี้ก็เป็นมาตรการที่ดีที่ทำให้ การเคลื่อนย้ายคน ก็คือการเคลื่อนย้ายเชื้อโรคนั่นเอง เพราะว่าเชื้อโรคอยู่ในตัวคนของเรานะครับ ฉะนั้นพอลดการเดินทาง ที่ไม่มีเหตุอันจำเป็นก็ทำให้การส่งต่อเชื้อโรคข้ามจังหวัดไปก็ลดน้อยลงนะครับ อันนี้ก็เห็นชอบตรงกัน รวมถึงการงด ข้อที่ 4 งดการดำเนินกิจกรรม ในคนหมู่มากนะครับ ซึ่งอันนี้แน่นอนครับ การประชุม อบรม สัมมนา ชุมนุมใหญ่ ๆ นะครับ หรือชุมนุมกันในที่โล่งแจ้ง หรือในที่พื้นที่จัดพิเศษ อะไรก็แล้วแต่นะครับ ถ้ามีคนจำนวนมาก อันนี้ต้องให้งดเป็นการชั่วคราวไป ยังยืดไปตลอดนะครับตรงนี้ แล้วก็ในช่วงเวลาของการประกาศสถานการณ์นี้นะครับ แล้วก็มาพบว่าแนวทางที่จะต้องทำกันต่อไป คือแนวทางการผ่อนปรนนะครับ ในมาตรการต่าง ๆ เหล่านี้ควรจะต้องเกิดขึ้น แต่ต้องมีหลักคิดอย่างไรบ้างครับ 1. คือต้องคำนึงถึงปัจจัยทางด้านสาธารณสุขเป็นหลัก และนำปัจจัยอื่น ๆ มาประกอบการพิจารณา อันที่ 2 ก็คือยังคงเรื่องของร้อยละ 50 ของการทำงาน ที่บ้าน ที่เราใช้ทับศัพท์ Work Form Home นี่นะครับ ยังคงต้องมีต่อนะครับ แล้ววิธีการดำเนินการจะทำอย่างไรนะครับ ก็พิจารณาจากประเภทของกิจกรรมที่จำเป็นก่อนนะครับ ในการดำรงชีวิตเป็นลำดับแรก ๆ แล้วก็ทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัยนะครับ อยู่ตลอดเวลานะครับ แล้วก็กำกับให้กิจกรรมนั้น ต้องประกอบด้วยนะครับประมาณสัก 5 เรื่องนะครับ 1. คือเว้นระยะห่างทางสังคม อันนี้ยังต้องมีอยู่ 2. คือการวัดอุณหภูมินะครับ ในสถานที่ประกอบการต่าง ๆ ที่จะเข้ามา หรือสถานที่ราชการ เดี๋ยวนี้เราเห็นหลายที่นะครับ มีการ… นี่ผมเดินเข้ามาก็มีการติดสติกกง สติกเกอร์ทั้งหลายเกิดขึ้นมานะครับ ก็จะต้องเป็นการยืนยันว่าเราได้รับการผ่านการตรวจแล้ว แล้วก็การล้างมือ การมีเจลแอลกอฮอล์นะครับ ให้บริการเพื่อฆ่าเชื้อนะครับ จำกัดจำนวนคนนะครับ ในการทำกิจกรรมที่เหมาะสมต่อกิจกรรมและสถานที่ รวมถึงข้อ 5 ก็คือการมี Application ติดตามตัว อันนี้บอกว่าหากเป็นไปได้ ซึ่งตอนนี้เทคโนโลยีต่าง ๆ เหล่านี้ในประเทศที่ควบคุมโรคได้ ล้วนแล้วแต่มีตัวอย่างที่ดีเกิดขึ้นมากมาย ท่านนายกก็ให้ไปศึกษา แล้วก็ให้ไปดูแลนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์นะครับ เพื่อที่จะใช้ในเทคโนโลยีต่างๆ เหล่านี้ให้ติดตามคนได้นะครับ แต่ขณะเดียวกันก็ต้องดูในเรื่องของทางด้าน ที่เราเรียกว่าการสิทธิมนุษยชนนะครับ กับความปลอดภัยของสาธารณชน ก็ให้จัดสมดุลระหว่าง 2 เรื่องนี้ ให้ได้อย่างดีนะครับ สิ่งที่ต้องดำเนินการควบคู่กันไป คือเร่งรัดการตรวจหาเชื้อ COVID-19 ในประชาชนทั่วไปนะครับ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงนะครับ แล้ว 2. ก็คือ ให้มีการใช้เทคโนโลยีติดตาม นี่อันนี้พูดไปแล้ว ตรวจตรากิจกรรม ควบคุมไปอย่างมีประสิทธิภาพ ยังพูดถึงนะครับกิจกรรมที่ตรวจตรา กิจกรรมต่าง ๆ เขาบอกกล้อง CCTV นี่มีประโยชน์เหมือนกันนะ บางทีถ้าบอกให้สถานที่ประกอบการได้มีการใช้ในการที่จะทำตาม ยอมรับ กำกับได้แล้ว แต่ใครจะเป็นคนกำกับล่ะ ก็กล้อง CCTV นี่ล่ะครับ ก็จะคอยสอดส่องดูให้ ถ้าท่านจัดพื้นที่ มีระยะห่าง มีคนเข้ามาไม่แออัดเกินไป สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ก็เป็นประโยชน์จากการที่มีกล้องเอาไว้ส่อง ถ้ากรอเทปม้วนกลับไปนี่ ถ้าติดเชื้อมาจากที่ท่านแล้วกรอม้วนเทปไป แล้วท่านเห็นว่าท่านเองนี่ ไม่ได้ดูแลในช่วงตอนนั้น แล้วเป็นเหตุที่ทำให้เกิดการติดเชื้อ ก็เป็นเหตุให้ต้องสั่งปิดได้ในเรื่องของบริการนั้น เปิดได้ก็ปิดได้ อย่างที่ท่านสั่งมา อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ทางที่ประชุม ก็ได้พูดคุยกันไป ก็ใช้เทคโนโลยีให้เหมาะสมนะครับ ส่วนการประเมินผลนะครับ ก็ให้ประเมินผลสัมฤทธิ์ทุกรอบวงนะครับ อันนี้กำหนดไว้ 15 ในที่ประชุมก็มีการพูดคุยกันนะครับ อย่างน้อยก็ 14 ล่ะครับ นะครับ ควบคุมให้ดีขึ้น สามารถผ่อนคลาย หรือเพิ่มเติม หรือขยายพื้นที่ได้ หากไม่ดีขึ้น ระงับมาตรการผ่อนคลายนั้นในทันที อันนี้เป็นสิ่งที่เราพูดคุยกันนะครับ จากนั้นมาประเด็นสุดท้ายครับ ประเด็นที่ทางเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในฐานะนะครับ ประธานที่ปรึกษา คณะที่ปรึกษา ด้านธุรกิจเอกชน ใน ศบค. นะครับ ก็ได้มีการเสนอแนวทางการผ่อนปรน ภายหลังการขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินนะครับ ก็ได้มีการนำภาพของการที่ว่าจะขยายการผ่อนปรนนะครับ ในมาตรการในธุรกิจต่าง ๆ พูดสรุปง่าย ๆ นะครับ ตอนนี้ก็แบ่งประเภทธุรกิจต่าง ๆ ออกมาเป็นสัก 4 อย่างนะครับ อันแรกก็คือใส่เป็นสีขาวนะครับ สีเขียว สีเหลือง สีแดง จะเป็นกลุ่ม ๆ ต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ สีขาวนี่ก็คือ ก็มีความจำเป็นในชีวิตประจำวันนะครับ สามารถที่จะเปิดให้ดำเนินการได้ อาจจะเป็นสถานประกอบการขนาดเล็กอยู่ในที่โล่งแจ้งนะครับ สถานที่รวมร้านขนาดเล็ก ๆ อะไรทั้งหลายนี้ ควบคุมได้ครับ หรือสวนสาธารณะ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นตัวอย่างที่จัดขึ้นมา สีเขียวล่ะ เช่น อะไรบ้าง ก็เป็นสถานที่ประกอบการขนาดเล็กนะครับ อาจจะบวกติดแอร์ไปด้วยนะครับ แต่ว่ามีมาตรการที่จะเข้ามาควบคุมกำกับ หรือไม่ติดแอร์ก็แล้วแต่ พื้นที่ที่ไม่มากนะครับ หรืออาจจะเป็นสนามออกกำลังกายในกลางแจ้ง อะไรตรงนี้ ก็มารวมอยู่ในสีเขียวนะครับ สีเหลือง อันนี้ก็อาจจะเป็นพื้นที่ที่มีที่ปิด มีที่คนมาจำนวนมาก ๆ มีติดแอร์อะไรทั้งหลายใหญ่ ๆ อยู่ สีแดง นี้ยิ่งเสี่ยงสูงเลย อย่างที่เราบอกว่า ก็คงยังไม่อยากให้เปิด ก็คือ อย่างกรณีของทางที่เป็นสนามมวย ที่มีคนแออัดจำนวนมากนะครับ แล้วก็มีความเสี่ยงสูง ๆ หรือสถานที่แหล่งบันเทิงอะไรบางอย่างที่เราคุยกันนะครับ อันนี้ก็มีการแบ่งเป็นขั้น ๆ แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปทั้งหมดนะครับ แต่หลักการอันนี้ ท่านนายกบอกว่าเห็นชอบด้วยในหลักการ แต่ต้องลงในรายละเอียด หลักการที่ท่านให้ไว้ ก็คือว่ากิจการต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ แบ่งเป็น Grading แล้วแบ่งเป็นช่วงเวลานะครับ แต่ท่านอยากจะให้เลือกกิจการมา แล้วเปิดได้ทั้งหมดทั้งประเทศนะครับ ไม่ใช่ว่าเปิดเฉพาะบางที่นะครับ บางจังหวัด สมมติว่า กรุงเทพฯ เปิดไม่ได้ เพราะว่ามีตัวเลขสูง ไปเปิดที่… เอาจังหวัดใกล้ ๆ สมมติว่าสุพรรณบุรี คนกรุงเทพฯ อาจจะขับรถไปเปิดกิจการนั้น ๆ อยู่ที่สุพรรณบุรีก็ได้ ซึ่งอันนี้ก็อาจจะทำให้ไม่ได้จัดการเรื่องของการเคลื่อนย้ายคน เพราะฉะนั้นถ้าจะต้องใช้ ก็ใช้กันหมดทั้งประเทศเลย เพื่อที่เราจะประเมินดูนะครับ ตรงนี้ก็คือในกิจการนั้น ๆ เปิดเหมือนกันและเปิดทุกจังหวัดไปพร้อม ๆ กัน อันนี้หลักการที่ท่านให้มานะครับ แล้วก็มอบให้ทางสภาพัฒน์ฯ บวกกับคณะทำงานที่ปรึกษานี่นะครับ ไปพูดคุยลงในรายละเอียด ซึ่งจะเกิดขึ้นในช่วงบ่ายนี้นะครับ เพื่อที่จะนำเสนอพรุ่งนี้ กับ ครม. นะครับ ในรายละเอียด หรือถ้าทันก็พรุ่งนี้นะครับ ถ้าไม่ทันก็เดี๋ยวคงจะมีวัน ว. เวลา น. ตามมาอีกที่หนึ่งนะครับ ซึ่งก็ตรงนี้ท่านก็ได้ให้หลักการเอาไว้ นำเรียนว่า มาตรการต่าง ๆ นี้ คุยกันอย่างละเอียดนะครับ แล้วก็ท่านให้ความสำคัญมาก ขนาดคุยกันแล้วนะครับ พื้นที่นี่จะเป็น 1 เมตร หรือ 2 เมตรดีนะครับ ก็ยังมีข้อที่ถกเถียงในเชิงทางด้านวิชาการ เอาเรื่องของทางด้านสาธารณสุขมาพูดคุยกันนะครับ เอาเรื่องของการจัดกิจกรรมต่าง ๆ นะครับ Apps ต่าง ๆ หรือกล้อง CCTV อย่างที่ว่านี่ รายละเอียดต่าง ๆ เหล่านนี้ ท่านนายก ท่านในฐานะท่าน ผอ. ศูนย์ฯ ก็ให้ความสำคัญสูงมาก หรือแม้กระทั่งวิธีการชำระเงิน ที่จะต้องเกิดขึ้นนะครับ เวลาไปยืนต่อคิวกันนะครับ จะต้องมีการสแกน จะใช้เงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือจะใช้เงินอะไรทั้งหลายเหล่านี้ ก็ต้องให้ทางคณะทำงานได้ไปพูดคุยกันต่อไปในรายละเอียดด้วย ซึ่งก็จะเกิดขึ้นในช่วงเวลาเร็ว ๆ นี้ แต่ท่านก็ยังไม่ได้กำหนดว่าท่านจะต้องเร่งรีบอะไรอย่างไร ให้มั่นใจแล้วก็ค่อยเปิด เปิดเสร็จแล้วก็มีการประเมิน ประเมินเสร็จแล้ว ถ้าดี ก็ผ่อนปรนต่อ ถ้าไม่ดี ปิดครับ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ต้องเป็นหลักการที่ผมก็ต้องนำเรียนพี่น้องประชาชนได้รับทราบนะครับ แล้วก็ได้เห็นความคืบหน้าในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ร่วมกันนะครับ แล้วเราก็จะได้มีชีวิตอยู่ในช่วงเวลาของการที่ปรับตัว รอการมียารักษา รอการเกิดขึ้นมาของวัคซีน ถ้า 2 อย่างนี้เกิดขึ้นได้ ความมั่นใจในระบบสาธารณสุขจะกลับมา เราก็มาใช้ชีวิตในปกติได้ แต่ ณ วันนี้เราต้องอยู่กันในภาวะการณ์ที่จะต้องเผชิญกับไวรัส COVID-19 ซึ่งยังไม่มีทางรักษาให้หายได้ ก็เป็นเรื่องที่เราต้องปรับตัวกันนะครับ ครับ ขออนุญาตรายงานในเบื้องต้นเพียงแค่นี้ครับ (คุณปวีณา) ค่ะ แน่นอนนะคะ หลังจากที่มติที่ประชุม ศบค. ออกมาประมาณ 1 ชั่วโมงกว่า ๆ ถ้าใครเข้าไปติดตามในโลกออนไลน์นะคะ จะพบว่า Hashtag พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ตอนนี้ขึ้นเป็นอันดับ 1 นะคะ แต่ว่า 1 ประเด็น ที่จะต้องสอบถามกับท่านโฆษกฯ แล้วก็ต้องการความชัดเจน ก็คือเรื่องของการป้องกันความสับสนที่อาจจะเกิดขึ้นนะคะ เพราะว่าการนำเสนอข่าว หรือว่าการส่งต่อข้อมูล ณ ขณะนี้ อาจจะยังมีข้อมูลที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เลือกจากประเด็นหลัก ๆ ก่อน ประเด็นแรก ที่มีการพูดถึงกันเยอะในโลกออนไลน์ขณะนี้นะคะ ก็คือเรื่องของมติการเลื่อวันหยุดออกไป ทั้งวันแรงงาน วันฉัตรมงคล วันวิสาขบูชา วันพืชมงคล ตกลงแล้วที่ประชุมมีมติถูกต้องไหมคะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ครับ มีการพูดถึงเรื่องนี้นะครับ โดยนำเสนอ โดยท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ก็เกริ่นนำขึ้นมาในประเด็นนี้ ถามในที่ประชุมนะครับ ก็ในที่ประชุม ก็ใช้หลักการในเรื่องของสาธารณสุขนะครับ ถ้ามีวันหยุดหลาย ๆ วันนี้ ก็อาจจะมีความสุ่มเสี่ยงในเรื่องของการเคลื่อนย้ายคน หรือว่าการเดินทางของคนมากขึ้นนะครับ อย่างไรก็ตามแต่ ในเรื่องของการมีมติเรื่องนี้ คงเป็นอำนาจหน้าที่ของทางคณะรัฐมนตรี ซึ่งจะมีการประชุมกันในวันพรุ่งนี้นะครับ ก็เป็นเพียงแค่ข้อเสนอมาในที่ประชุมครับ (คุณปวีณา) ค่ะ อย่างไรก็ต้องรอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้ และอีกหนึ่งประเด็นค่ะ เรื่องของการเตรียมผ่านคลายมาตรการเมื่อสักครู่นี่ ท่านโฆษกฯ บอกว่ามีการแบ่งกลุ่ม เป็นกลุ่มสีขาว สีเขียว สีเหลือง และสีแดง แต่ตอนนี้ข้อมูลที่มีการแชร์ในโลกออนไลน์นี่นะคะ เขาจะบอกว่าเป็นการผ่อนคลายมาตรการเตรียมเปิดห้างสรรพสินค้า ร้านตัดผม ร้านค้าขนาดเล็ก รวมไปถึงผ่อนปรนให้ร้านอาหารที่ไม่ติดแอร์ด้วย เริ่มในวันที่ 4 พฤษภาคม นี้แล้ว ข้อเท็จจริงเรื่องนี้เป็นอย่างไรคะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ครับ ก็ยังยืนยันว่า ยังไม่ได้ลงในรายละเอียดขนาดนั้นนะครับ ยังได้แค่เป็นการพูดกันโดยนำเสนอ โดยท่านเลขาธิการสภาพัฒน์ฯ นะครับ แล้วก็ไม่ได้เจาะจงลงไปในกิจกรรม หรือรายละเอียดอะไรที่เป็นมติขึ้นมาเลยนะครับ ท่านถึงได้บอกว่าให้ไปคิดกันดี ๆ ก่อนนะครับ แล้วก็ใช้ชุดข้อมูลสถิติ แล้วก็ดูผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นนะครับ แล้วก็ให้บ่ายนี้ ไปคุยกันให้ได้ข้อสรุปดี ๆ นะครับ แล้วก็ยังไม่ได้กำหนดเลยว่าจะต้องเกิดขึ้นภายในวันนี้วันพรุ่ง หรือวัน… เมื่อกี้บอกวันที่ 4 หรือครับ (คุณปวีณา) ค่ะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ก็ยังไม่ได้มีตัวเลขวันที่ 4 เกิดขึ้นในที่ประชุมนะครับ ท่านก็ยังให้เวลากับทางทีมงาน ซึ่งก็ไม่ได้กำหนดชัดเจนนะครับว่าจะเป็นอย่างไร ถ้า… ก็คือที่สรุปได้ ก็คือต้องให้พร้อมจริง ๆ นะครับ แล้วการประกาศนี้ ก็จะต้องได้ใช้พร้อมกันทั้งประเทศ เพราะฉะนั้นคงเป็นมติที่ว่า ถ้าจะเปิดพร้อมกันแล้วนี่ต้องได้ทั้งประเทศด้วย ก็ต้องเป็นความปลอดภัย ของคนทั้งประเทศนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้เดี๋ยวรอก่อนแล้วกันนะครับ รอจากบ่ายวันนี้ ซึ่งอาจจะไปถึงวันพรุ่งนี้ ที่จะเอาเข้า ครม. ถ้าทำเสร็จก็คงจะได้เห็นวันพรุ่งนี้ แต่ถ้าไม่ได้ ก็คงจะต้องใช้ระยะเวลา อันนี้ก็ต้อง วัน ว. เวลา น. เดี๋ยวจะมาแจ้งอีกทีครับ (คุณปวีณา) ขอประเด็นเพิ่มเติม เรื่องของการประชุมของสภาพัฒน์ฯ กับหน่วยงานต่าง ๆ เพราะว่าข้อที่อาจจะมีการวิพากษ์วิจารณ์ ภาครัฐตัดสินใจเพียงลำพังหรือเปล่า ได้มีการฟังเสียงภาคเอกชนหรือว่าผู้ประกอบการต่าง ๆ บ้างหรือเปล่า การหารือในเรื่องนี้นี่ เราได้มีการไปสอบถามทั้ง ผู้ประกอบการขนาดใหญ่ ขนาดเล็ก รวมถึงผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการจะตัดสินใจ ในช่วงเวลา 1 เดือนหลังกจากนี้ด้วยไหมคะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) นี่ครับ เดี๋ยวต้องบอกว่า ในที่ประชุมพูดถึงใครบ้างนะครับ ที่เข้ามามีส่วนร่วมในการคิดนี้ จากภาคของกระทรวงสาธารณสุข ก็มีผู้เชี่ยวชาญด้านระบาดวิทยานะครับ จากกระทรวงสาธารณสุข จากกรมควบคุมโรค ประชาสังคมก็มีจากเครือข่าย ไทยเซฟ มีเครือข่าย NGO นะครับ ทางด้าน สสส. ก็เข้ามา ทางด้านภาควิชาการ ก็จะมีทาง TDRI มีทางมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ภาคเอกชนก็มีหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าจังหวัด สมาคมการค้า และเครือข่าย รวมถึงธนาคารแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย หน่วยงานอื่น ๆ อีกมากมายนะครับ ซึ่งอันนี้ก็นำเรียนว่าคนที่มาร่วมในการร่วมกันคิดนะครับ มีจำนวนมากทีเดียวครับ แล้วก็คิดกันในหลายมิตินะครับ กว่าจะออกมาเป็นข้อเสนอชุดนี้นะครับ ก็มั่นใจ ได้ว่า ถ้ายังมีการได้คุยต่อนะครับ แล้วก็ถ้าเปิดได้นะครับ ถ้าท่านผู้ชมเองหรือใครเอง มีข้อเสนอคิดเห็นอะไรอย่างไรนี่ ก็ผมว่า ก็ทางภาครัฐก็รับฟังอยู่แล้วนะครับ (คุณปวีณา) ค่ะ ลำดับต่อไปนะคะ ขอสอบถาม ประเด็นที่เป็นคำถามส่งมาจากสื่อมวลชนนะคะ เริ่มจากที่ประเด็นของข่าวสด และ PPTV นะคะ เป็นกลุ่มผู้ประกอบการกลุ่มเดียวกันนะคะ ก็คือกลุ่มผู้ประกอบการจำหน่ายสุราค่ะ ที่ออกมาขอให้ผ่อนปรนและก็เยียวยา เพื่อให้ธุรกิจนั้นสามารถเดินหน้าต่อไปได้ โดยผู้ประกอบการนี่ ขอเงื่อนไขว่าขอการขายในแบบ Delivery ตั้งแต่ช่วงเวลา บ่าย 2 ถึง 5 โมงเย็นได้หรือไม่ หรือว่าจะใช้เวลาในการซื้อกลับบ้าน เพื่อที่จะให้การดำเนินธุรกิจ การขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สามารถเดินหน้าไปได้ เรื่องนี้ที่ประชุมได้มีการพูดคุยกันไหมคะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ไม่ได้มีนะครับเรื่องนี้ เพราะว่าเป็นรายละเอียดปลีกย่อยก็คงจะต้องให้ทางคณะที่ปรึกษาทางด้านนี้ไปพูดคุยกันมา ถ้าท่านมีข้อเสนอแนะอะไรอย่างไร ก็ผ่านทางสมาคม ทางด้านเอกชนขึ้นมานะครับ แล้วก็คงจะเป็นภาพที่จะเป็นการมองภาพ กว้างเฉย ๆ ครับในวันนี้ครับ (คุณปวีณา) ค่ะ ประเด็นจาก PPTV เพิ่มเติมนะคะ อันนี้เป็นเรื่องของเคสผู้ที่หายป่วยนะคะ เป็นการสอบถามถึงจำนวนของบุคคลที่หายป่วย เน้นไปที่เคสของคนที่หายป่วยอายุมากที่สุด คือเท่าไร มีรายงานว่าเป็นเคสคุณยายที่จังหวัดภูเก็ตนี่ เขาอายุ 97 ปีแล้ว ติด COVID แล้วสามารถหายจากการป่วยได้ คนนี้เป็นคนที่อายุมากที่สุดหรือไม่ คำถามก็คือ ปัจจัยที่ทำให้การรักษาผู้สูงอายุแล้วหาย คืออะไร รวมถึงกลุ่มเสี่ยงการจัดการดูแลเป็นอย่างไรบ้างค่ะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ถ้าตอบว่าอายุ 97 มากที่สุดใช่ไหม ใช่นะครับ ยังปรากฏอยู่ในสไลด์ ในแผ่นแรก ๆ ที่เรานำเสนอตลอดเวลานะครับ คนที่ป่วยสูงสุดคือ 97 ปี เพราะฉะนั้น ตรงนี้ก็ยืนยันว่าใช่นะครับ ส่วนว่าเรื่องของปัจจัย เรื่องของการวิเคราะห์ในผู้ป่วยกลุ่มสูงอายุ เดี๋ยวผมขอติดค้างเป็นการบ้านนะ เดี๋ยวจะนำเสนอในวันต่อ ๆ ไปนะครับ เพราะกลุ่มก้อนนี้ อย่างที่เราเคยนำเรียนว่าเป็นคนที่น่าห่วงใย เพราะว่าเขาติดเชื้อทีหนึ่งนี่อาจจะถึงชีวิตได้นะครับ เพราะว่าโดยส่วนใหญ่แล้วก็จะเป็นคนที่อายุมากด้วย ทางกองระบาดวิทยา กับทางกรมควบคุมโรค เดี๋ยวจะให้เขาไปช่วยกันเตรียมชุดข้อมูลชุดนี้ แล้วมานำมาเรียนท่านในวันต่อ ๆ ไปครับ (คุณปวีณา) ค่ะ วันนี้ประเด็นคำถามทั้งจากสื่อมวลชนและประเด็นเพิ่มเติมน่าจะหมดแล้ว แล้วก็ครบถ้วนนะคะ สุดท้ายรบกวนทางท่านโฆษกฯ ฝากประเด็นเพิ่มเติมถึงประชาชน และคุณผู้ชมที่ติดตามการถ่ายทอดการแถลงข่าว จากทางบ้าน เรียนเชิญค่ะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ครับ วันนี้นอกจากเรื่องนี้ที่ท่านนายกฯ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ ศบค. นะครับ ได้ให้ความสำคัญกับการประชุม ก็ยังให้ความสำคัญกับเรื่องของการสื่อสารต่อประชาชนนะครับ ท่านนายกฯ ก็เห็นภาพของการที่ทำงานของพวกเรานะครับ ในเรื่องของตัวเลขทางด้านสาธารณสุขนี่ก็ลดน้อยลง ประเด็นที่จะสื่อสารถึงประชาชน ที่ผมได้รับผิดชอบ ที่ท่านมอบหมายมานี้ ก็อาจจะกระชับเวลาลงได้ แล้วเราก็จะใช้เวลาตรงนี้ให้เป็นประโยชน์นะครับ นำเรื่องที่พี่น้องประชาชนมีความทุกข์ร้อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทางด้านเศรษฐกิจ สังคม ความเป็นอยู่ อะไรต่าง ๆ นะครับ เดี๋ยวผมจะกระชับเวลามากขึ้น แล้วก็มีโอกาสให้ท่านอื่น ๆ ได้มาช่วยกันนำเสนอ แล้วเอาชุดข้อมูลที่มีประเด็น มีปัญหานี้มาได้รับการแก้ไข ก็ฝากทุกท่านติดตามในช่วงเวลาอย่างนี้นะครับ ซึ่งเราอยู่ในช่วงของภาวะวิกฤตกันอยู่ ก็ช่วยกันเพื่อที่จะได้รับทราบ แล้วก็หาหนทางในการแก้ปัญหาต่อไป โฉมใหม่ของเราที่จะต้องปรับปรุงไปนี้ก็จะพัฒนา เพื่อที่จะช่วยทำให้ท่านได้อยู่ได้อย่างมีความสุขในช่วงของวิกฤตอย่างนี้นะครับ กราบขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งที่ได้ติดตามในช่วงเวลานี้ตลอดมานะครับ กราบขอบพระคุณครับ (คุณปวีณา) ค่ะ กราบขอบพระคุณนะคะ ท่านโฆษก ศบค. นายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน นะคะ แน่นอน ณ ตอนนี้เรายังคงต้องปรับตัวนะคะ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานทั้งในส่วนของศูนย์ ศบค. เอง ในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร แล้วก็ถ่ายทอดข้อมูลข่าวสารให้คุณผู้ชมที่ติดตามอยู่ ได้เข้าใจประเด็นได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น รวมถึงการกระชับเวลา เพื่อให้การนำเสนอข้อมูลต่าง ๆ นั้น เป็นไปได้อย่างกระชับและฉับไว รวมถึงครอบคลุมในทุก ๆ ประเด็น ที่มีการสอบถามเข้ามานะคะ ส่วนช่วงต่อไปค่ะ จะเป็นการสรุปประเด็นการแถลงข่าวนะคะ จากภาคภาษาไทยเป็นภาคภาษาอังกฤษค่ะ เพื่อที่จะให้ผู้ที่ติดตามทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งเป็นชาวต่างชาติได้เข้าใจประเด็น รวมถึงมาตรการต่าง ๆ ที่ภาครัฐออกมาเพื่อแก้ไขสถานการณ์ในลำดับนี้นะคะ เรียนเชิญทางท่านรองอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ท่านณัฐภาณุ นพคุณ สรุปประเด็นภาคภาษาอังกฤษ เรียนเชิญค่ะ คุณณัฐภาณุ นพคุณ (คุณณัฐภาณุ นพคุณ รองอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ) สวัสดีครับ [ภาษาต่างประเทศ] (คุณณัฐภาณุ) พรุ่งนี้ที่ดีกว่า มาจากสิ่งที่เราสร้างในวันนี้ [ภาษาต่างประเทศ] (คุณณัฐภาณุ) สวัสดีครับ (คุณปวีณา) ค่ะ ขอบคุณนะคะ ท่านณัฐภาณุ นพคุณ ท่านรองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศนะคะ และนี่ก็คือทั้งหมดของการแถลงข่าวจาก ศบค. ทำเนียบรัฐบาลนะคะ ดิฉันปวีณา ฟักทอง พร้อมทีมงานลาไปก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี] [สิ้นสุดการถอดบทความ]