(คุณสุภนันท์ ฤทธิ์มนตรี - ผู้ดำเนินรายการ) สวัสดีครับ ต้อนรับคุณผู้ชมทุกท่านนะครับ เข้าสู่การแถลงข่าวจากศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. ประจำวันจันทร์ ที่ 18 พฤษภาคม 2563 นะครับ วันนี้นอกจากจะมีในส่วนของประเด็น และสถานการณ์ประจำวันแล้วนะครับ ยังมีรายละเอียดนะครับ เรื่องของมาตรการในการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้กับพี่น้องประชาชน ผู้ประกอบการรายย่อย กลุ่ม SMEs ในยามที่รายรับไม่ได้เข้ามาเหมือนก่อน แต่ว่ารายจ่ายประจำอย่างเรื่องของหนี้สิน ทางธนาคารแห่งประเทศไทยมีมาตรการในการเข้ามาช่วยเหลือ ในการบรรเทาความเดือดร้อนตรงนี้อย่างไร วันนี้มีรายละเอียด มีผู้แทน จากทางธนาคารแห่งประเทศไทยมาให้ข้อมูลในรายละเอียดนะครับ แต่ว่าก่อนอื่นครับ สำหรับเริ่มต้นช่วงแรกวันนี้ขออนุญาต เป็นส่วนในของสถานการณ์ประจำวันนะครับ โดยท่านนายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 เรียนเชิญคุณหมอครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.)) กราบสวัสดีครับพี่น้องประชาชนครับ ผมนายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน นะครับ มารายงานตัว เพื่อรายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ประจำวันที่ 18 พฤษภาคม 2563 นะครับ วันนี้ถึงแม้จะเป็นการผ่อนคลาย ในมาตรการผ่อนคลายระยะที่ 2 ก็ยังจำเป็นที่จะต้องใช้หน้ากากอนามัย หน้ากากผ้าทุกครั้งที่ท่านออกจากบ้านนะครับ ก็ต้องขอขอบพระคุณนะครับที่ได้ให้ความร่วมมือ ในช่วงเมื่อวานนี้ที่ผ่านมา เดี๋ยวผมคงได้นำรายงานที่ได้เกิดขึ้นจากการที่ท่านได้ออกไปจับจ่ายใช้สอยกันนะครับ ในเมื่อวานนี้ครับ วันนี้ขออนุญาตเริ่มต้นด้วยการรายงานผู้ป่วยพบใหม่ 3 รายครับ สำหรับวันนี้ ทำให้ตัวเลขยืนยันสะสมอยู่ที่ 3,031 ราย ผู้ป่วยหายเพิ่มขึ้น 1 คนนะครับ 1 ราย อยู่ที่ 2,857 ราย และเสียชีวิตไม่เพิ่มขึ้น ก็เป็นข่าวดีนะครับ อยู่ที่ 56 นอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล วันนี้เพิ่มขึ้น 3 ก็เป็น 118 คนนะครับ ครับ ก็ใน 3 รายนี้เป็นอย่างไรบ้างนะครับ ก็ 2 รายแรกนี้ ก็เป็น 2 รายที่เราคงได้ยินข่าวกันมาก่อนที่ติดเชื้ออยู่ในส่วนราชการ ที่ แถวทางกรุงเทพมหานครนี้นะครับ ที่เคยได้รับทราบกันอยู่นะครับ ซึ่งยืนยันว่าเป็นประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยรายยืนยันก่อนหน้านี้นะครับ รายแรกเป็น ผู้ป่วยหญิงไทย อายุ 29 ปี มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยัน ที่ทำงานในกรุงเทพมหานคร ด้วยอาการก็คือ ถ่ายเหลว และเข้ารับการตรวจหาเชื้อในวันที่ 15 พฤษภาคม และรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลในจังหวัดนนทบุรี รายที่ 2 นะครับ สืบเนื่องและก็ในกลุ่มเดียวกันนี้ เป็นชายไทยอายุ 55 ปี มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยัน ในที่ทำงานเดียวกันกับผู้ป่วยรายแรก เข้ารับการตรวจหาเชื้อในวันที่ 15 พฤษภาคม และรักษาต่อในโรงพยาบาลเดียวกันกับผู้ป่วยรายแรก อันนี้นำเรียนนะครับว่า ทั้งหมดนี้ ที่กลุ่มก้อนนี้ เกิดขึ้นอยู่ในที่ทำงานเดียวกัน ตอนนี้ก็พบเป็น 6 รายนะครับ 2 รายนี้เกิดขึ้นใหม่ ทางการสอบสวนโรค โดยกรมควบคุมโรคนะครับ ก็ได้เข้าไปติดตาม ซึ่งจะมีผู้ที่ใกล้ชิดตรงนี้ ต้องได้รับการตรวจเพิ่มเติมอีกนะครับ จาก 2 คนนี้ ก็จะขยายผลไปอีกต่างหากนะครับ ซึ่งเดี๋ยวมีตัวเลขอะไร อย่างไร คงจะได้นำเรียนมารายงานต่อไปนะครับ แล้วรายที่ 3 เป็นผู้ป่วยหญิงไทยอายุ 27 ปี ภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดภูเก็ต อาชีพ พนักงานขายสินค้า มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยัน ยืนยันนั่นก็คือในรายที่ผู้ป่วยที่จังหวัดปราจีนบุรีนะครับ และเข้ารับการตรวจหาเชื้อในวันที่ 15 พฤษภาคม นะครับ แล้วก็รักษาต่อที่โรงพยาบาลในจังหวัดภูเก็ต คงจำได้นะครับว่า มีผู้ป่วยที่ปรากฏอยู่ที่ปราจีนบุรี ก็เดินทางมาจากจังหวัดภูเก็ต ซึ่งอันนี้ก็เป็นเรื่องที่อยากจะได้นำเรียนนะครับ ว่าเราต้องวิเคราะห์ต้นทางไป ขออนุญาตได้ให้เห็นภาพ ของนนทบุรีกับกรุงเทพมหานครนะครับ เมื่อกี้นี้ก็ได้วิเคราะห์แล้วนะครับ มีกลุ่มก้อนหนึ่งที่เกิดขึ้น เดี๋ยวอย่างไรคงได้นำเรียนต่อ แต่ของทางภูเก็ตอีก 1 ท่านนี้ที่เป็นใหม่นี้ ถ้าผู้ชมจำได้ก็คือก่อนหน้านี้ ก็ไปที่จังหวัดปราจีนบุรี ไปให้… ก็เดินทางออกจากทางภูเก็ต ก็ไปตรวจยืนยันที่ปราจีนบุรี 1 คนนะครับ แล้วก็ที่เชียงใหม่อีก 1 คนนะครับ ก็เลยต้องเป็นเหตุของการที่จะต้องหาที่มาที่ไป เป็นการสอบสวนโรค ผมขออนุญาตนำภาพนี้ขึ้นมา ไม่ได้เป็นเจตนาใด ๆ กับทางจังหวัดภูเก็ตแต่อย่างใดนะครับ แต่ว่านำเรียนเพื่อเป็นการเรียนรู้ร่วมกัน ให้เห็นภาพของการสอบสวนโรค ว่าเรามีทิศทางอะไรอย่างไรนะครับ ซึ่งตรงนี้จะเห็นแผนที่ประเทศไทยครับ ว่ามีคนที่เดินทางจากจังหวัดภูเก็ตนะครับ ออกไปในเดือนมีนาคมนะครับ 7 ราย ไปที่สีออกเป็นน้ำเงิน ๆ สีฟ้า สีน้ำเงิน อันแรกนี่นะครับ เป็นจุด ๆ นี่นะครับ แล้วอันที่ 2 ก็คือในเดือนเมษายน ก็มีคนเดินทางเป็นสีฟ้าสีจาง ๆ กว่าหน่อยหนึ่งนี่นะครับ ออกไปทางอีสานนะครับ และก็ภาคตะวันออกนี่นะครับ ก็เป็น 2 กลุ่มนะครับ แล้วมีสีเขียวที่ออกเดินทางไปในเดือนพฤษภาคม ที่ได้บอกว่าเป็นปราจีนบุรีกับที่เชียงใหม่นะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็นำเรียนว่าผู้ป่วยที่พบทั้งหลายนี้ ก็เชื่อมโยงกับการเดินทางข้ามจังหวัด ซึ่งนำเรียนว่าเป็นเรื่องธรรมดา เวลามีโรคระบาด โรคติดต่อ ก็เกิดขึ้นอย่างนี้ ไม่ได้โทษใคร ไม่ได้เป็นประเด็นของจังหวัดแต่อย่างใด เรามีอิสระเสรีที่จะเดินทางไปได้ทุกที่ แต่ท่านก็ต้องเข้าใจถึงความเสี่ยงของท่านเอง แล้วก็พอมีอาการขึ้นมารีบเข้ารับการรักษา รีบขอการตรวจโดยเร็ว จะไม่มีอาการอะไรก็แล้วแต่ แต่ว่าถ้าเริ่มอย่างที่เคยบอกนะครับ แค่จมูกไม่ได้กลิ่นนะครับ มีคั่นเนื้อคั่นตัว หรือมีไข้ มีประวัติมีไข้ ท่านก็รีบไปได้เลยนะครับ ซึ่งอันนี้ถ้าเราเจอโรคได้เร็ว เราก็จะรีบรักษาได้เร็วนะครับ ก็ต้องขอขอบคุณทางพี่น้อง ทางจังหวัดภูเก็ต ซึ่งตอนนี้ก็เข้าใจว่าพยายามที่จะดูแลตัวเอง ทั้งในระดับของฝ่ายปกครองและก็ระดับของประชาชน ทำงานกันอย่างเต็มที่นะครับ แต่อย่างไรก็ตามแต่ครับ ก็เพื่อให้เกิดความมั่นใจจริง ๆ นะครับ ถ้าจังหวัดภูเก็ตได้มีการดูแลอย่างดีแล้ว เชื่อว่าตัวเลขจะน้อยลง ๆ เรื่อย ๆ คล้าย ๆ กับแผนที่ประเทศไทยที่เราเห็นสีแดงนี่นะครับ ใน 1 มีนาคม ผมขออนุญาตย้อนกลับไป 1 ประมาณ เกือบ ๆ 2 เดือนนี่นะครับ มีนาคมที่ผ่านมานะครับ มีคนที่ติดเชื้อนะครับ สีแดง ๆ นี่ ซ้ายมือน้อยมากนะครับ ไม่กี่จังหวัด จากนั้นมา 1 เมษายน เห็นไหมครับ สีแดงที่การติดเชื้อไปทั่วประเทศ ใช้เวลา 1 เดือนเท่านั้นเอง กับการแพร่กระจายของเชื้อนี้ เร็วมากทีเดียวครับ แต่พอไปดูครับ จากสีแดงเราช่วยกันเต็มที่นะครับ 26 มีนาคม เราประกาศในเรื่องของ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน นะครับ แล้วก็เข้าสู่เดือนเมษายนนะครับ 1 เมษายน ที่แดงเต็มทั้งไปหมดนี้นะครับ เราใช้เวลามาถึง 17 พฤษภาคม ประมาณเดือนครึ่งถึงได้เกิดสีเขียวไปทั่วประเทศ หมายถึงว่าอัตราการติดเชื้อลดน้อยลง เราใส่เป็นตัวเลขสีเขียวนี่นะครับ ต้องใช้เวลามากกว่าการติดเชื้อเข้าไปอีก เพราะฉะนั้นอย่าให้เกิดการติดเชื้อเลยครับ เพราะเราจะต้องใช้ทุ่มเทสรรพกำลังและลงทุน แล้วก็ต่าง ๆ แต่โชคดีนะครับ เราใช้มาตรการในการที่เรียกว่า “Lockdown” ที่ว่านี้นะครับ แล้วก็ทำให้อาจจะมี การทำให้เสียเรื่องของทางด้านเศรษฐกิจอยู่บ้างนะครับ แต่อย่างไรก็ตามแต่ตัวเลขของการสูญเสียทั้งด้านการเจ็บไข้ได้ป่วยและก็การเสียชีวิตน้อยกว่าประเทศอื่น ๆ ที่เราได้รายงานกันเสมอเลยนะครับ ครับ ก็เป็นตัวเลขที่อยากจะนำเรียน ส่วนของต่างประเทศนะครับ ตอนนี้ตัวเลขแตะไปที่ 4,800,000 นะครับ ผมขออนุญาตไปเร็ว และเสียชีวิตไป 316,000 อันดับของประเทศต่าง ๆ เชื่อว่าผู้สื่อข่าวทั้งหลายคงได้นำเรียนท่านแล้ว ผมขออนุญาตได้ข้ามไปเร็ว ๆ เราจะมีเรื่องที่จะได้รายงานไปมากกว่านี้นะครับ ทั้งแผ่นที่ 1 แผ่นที่ 2 นี้จะเป็นทางด้านอาเซียนของเรา แล้วก็แผ่นที่ 3 ก็จะเป็นประเทศกลุ่มอาเซียนและเอเชียนะครับ ไทยเราอยู่ที่อันดับ 70 ครับ นะครับ ในรายงานนี้นะครับ ไปดูที่อิตาลี ข่าวทางด้านอิตาลีบอกว่านายกรัฐมนตรี ของอิตาลีแถลงการณ์ ระบุว่าการผ่อนปรนมาตรการปิดเมืองและกลับมาเปิดเศรษฐกิจอีกครั้ง อาจจะเสี่ยงต่อการเผชิญกับการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ระลอกที่ 2 เขาก็เป็นห่วงเหมือนกันนะครับนี่ เป็นสิ่งที่ประชาชนต้องยอมรับหากเกิดขึ้นนะครับ ซึ่งรัฐบาลจำเป็นจะต้องดำเนินการปิดเมืองอีกครั้งหนึ่ง หากการแพร่ระบาดระลอกใหม่ ทั้งนี้อิตาลีเตรียมอนุญาตให้ร้านอาหาร ร้านกาแฟ สถานเสริมความงาม และพิพิธภัณฑ์เปิดทำการในวันพรุ่งนี้ ส่วนสถานที่ออกกำลังกาย สระว่ายน้ำจะอนุญาตเป็นลำดับถัดไป เขาก็ยังทำคล้าย ๆ กันกับเรานะครับ ค่อย ๆ ทยอยผ่อนคลายมาตรการต่าง ๆ ออกมา แต่ว่าก็ยังต้องระมัดระวังเหมือนกันนะครับที่ว่า อินเดียล่ะครับเป็นอย่างไรบ้าง อินเดียต้องขยาย Lockdown ไปถึง 31 พฤษภาคม นะครับ เดิมที่ว่าเริ่มมีการ Lockdown ตั้งแต่ 25 มีนาคม ออกมา น่าจะหมดในวันสองวันนี้นะครับ ก็เลยต้องเพิ่มขึ้นไปอีกนะครับ เพราะว่าผู้ป่วยใหม่เพิ่มขึ้น 90,000 ราย นะครับ กระทรวงมหาดไทยก็ยังต้องสั่งปิดโรงเรียน แล้วก็ห้างสรรพสินค้าและสถานที่สาธารณะอยู่นะครับ เกาหลีใต้ล่ะเป็นอย่างไรบ้างนะครับ ก็ยังคุมเข้มอยู่ครับ ก็มีผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมโรคของเกาหลีใต้ ก็บอกว่าการหย่อนวินัยเป็นอุปสรรคสำคัญที่สุดในการต่อสู้กับโรคนี้นะครับ ก็ได้มีการบังคับให้ใส่หน้ากากอนามัยทุกคน ที่ใช้บริการขนส่งสาธารณะในเมืองแทกู ให้ใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ออกนอกบ้าน ถ้าไม่ใส่หน้ากากปรับ สูงสุดถึง 50,000 บาท นี่ของประเทศที่ก็เป็นประชาธิปไตยเหมือนกันนะครับ เขาก็ยังต้องมีโทษขึ้นมา นี่กำกับขึ้นมาแล้วนะครับ ก็นำเรียนว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ ทางกรุงโซลยังปิดสถานบันเทิงทุกแห่ง ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดระลอก 2 นี้ หลังจากเกิดการแพร่ระบาดนะครับ ในย่านอิแทวอน แล้วก็ล่าสุดมีผู้ติดเชื้อในกรณีนี้ไปแล้ว 168 ราย ครับนี่คือสรุปของต่างประเทศทั้งหมดนะครับ มาดูมาตรการที่เกิดขึ้นนะครับ กรมอนามัยครับ โดยแพทย์หญิง พรรณพิมล วิปุลากร นะครับ ท่านอธิบดีกรมอนามัย ได้ส่งชุดข้อมูลมาให้ดูนะครับ กรมอนามัยก็เป็น 1 ในหน่วยงานที่ออกตรวจกับทาง ศปม. นะครับ ฝ่ายมั่นคง มีชุดข้อมูลที่ต้องนำเรียนนะครับว่าทีมนี้ไปตรวจสิ่งต่าง ๆ ก็จะมี ศปม. จะตรวจหลัก 5 ข้อ แล้วทางกระทรวงต่าง ๆ ที่โดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุขจะไปตรวจละเอียดขึ้น เรียกว่าเป็นตัวแบบคู่มือนะครับ นำเรียนท่านว่าจะมี 3 ขั้นตอน 1. คือตรวจมาตรการหลัก คือ 5 ข้อ ที่เราพูดกันบ่อย ๆ นะครับ ล้างมือนะครับ ใส่หน้ากากอะไรทั้งหลาย เว้นระยะห่างนี่ 5 ข้อ และมีมาตรการเสริมอยู่ตรงกลาง ซึ่งอันนี้ก็เข้าไปตรวจโดยทาง ศปม. เหมือนกัน แต่เป็น ศปม. ในพื้นที่คือในจังหวัด ส่วนอันที่ 3 นะครับ ก็คือตรวจตามคู่มือ อันนี้จะตรวจละเอียดยิบเลยนะครับ ซึ่งอันนี้ก็เพื่อให้เกิดมาตรการที่ดี ที่มีคุณภาพสูง อันนี้โดยทางกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งก็ได้ลงไปสุ่มตรวจดูนะครับ นำเรียนในชุดข้อมูล 6 กลุ่มกิจการนะครับ ตรวจไปเมื่อวันที่ 7-15 พฤษภาคม จำนวน 2,375 แห่งทั่วประเทศนะครับ จะเห็นชุดข้อมูลชุดแรกคือตลาด ท่านดูตรงกลางก่อนนะตลาด ซ้ายมือคือมาตรการที่ชม ยกนิ้วให้ นี่คือสีเขียวนี่นะ ชมนะครับ แล้วส่วนขวามือคือมาตรการที่ต้องเน้นย้ำ คำว่า “เน้นย้ำ” คือยังต้องพัฒนาอยู่นะครับ ใช้นิ้วโป้งกดหัวลงมาตรงนี้นะครับ ท่านคงรู้ความหมาย ก็ต้องพัฒนา ซ้ายมือชม ชมอะไรบ้างครับ เรื่องสวมหน้ากากทำได้ดีนะครับสำหรับเรื่องของตลาด แต่ขวามือคือความแออัด เรื่องของระยะเวลาที่ไปอยู่ในตลาดนั้นนานไปนะครับ ไม่เว้นระยะห่าง อันนี้ยังต้องพัฒนา มาดูแผงล่างครับคือร้านอาหารและแผงลอย สิ่งที่ยังต้องชมคือล้างมือ มีจุดล้างมือให้คือซ้ายมือนะครับที่สีเขียว แต่ขวามือคือยังต้องเน้นย้ำ ต้องพัฒนาคือเรื่องของการไม่ทำความสะอาดพื้นผิว อันนี้ต้องช่วยกันนะครับ ส่วนถัดไปคือซุปเปอร์มาร์เก็ต มินิมาร์ท ก็ต้องชมครับ ซ้ายมือคือล้างมือกับเว้นระยะห่าง ส่วนขวามือที่ต้องพัฒนามากขึ้นคือการทำความสะอาดพื้นผิวนะครับก็ต้องเพิ่มขึ้น มาดูเรื่องสวนสาธารณะและสนามกีฬา หน้ากากชมเลยครับว่าทำได้ดี ทำความสะอาดก็ดี ระยะห่างก็ดีนะครับ แต่นะครับทางขาวมือวัสดุอุปกรณ์ คือตรวจละเอียดเลยนะครับ เรื่องวัสดุอุปกรณ์กีฬานะครับ ต้องทำความสะอาดบ่อย ๆ ขึ้นนะ ม้านั่งอะไรทั้งหลายนี่นะครับ อันนี้ตรวจยิบเลยนะครับ ถังขยะอะไรต่าง ๆ เป็นอย่างไร รวมถึงการมีจุดล้างมือให้เยอะขึ้นไหม อันนี้ทั้งหลายนี่ขวามือนะครับ ส่วนอีกเรื่องหนึ่งร้านเสริมสวย อันนี้ที่ออกมาเยอะ ๆ นะครับ ต้องชมก็คือเรื่องระยะห่างบุคคล การทำความสะอาดนะครับ ส่วนที่ต้องพัฒนาก็คือการสวมหน้ากากนะครับ เรื่องของการภาชนะรองรับ ขยะอะไรทั้งหลายนะครับ ส่วนเรื่องของร้านตัดขนสัตว์ ซ้ายมือก็คือชมเรื่องของล้างมือนะครับ ทำความสะอาด แล้วก็จำกัดจำนวนที่มานะครับ อันนี้ทำได้ดี แต่ยังทำได้ไม่ดีก็คือทำความสะอาดพื้นที่และอุปกรณ์ต่าง ๆ นะครับ แล้วก็ต้องสวมหน้ากากนะครับ แล้วรวมถึงมีที่ล้างมือ อันนี้เป็นข้อย่อย ๆ นำเรียนว่าทุกท่านพอรับทราบตรงนี้ ฝากเอาไปปฏิบัติในกิจการ กิจกรรมของท่าน ๆ ทั้งหลายด้วยนะครับ มาดูชุดข้อมูลชุดนี้ ที่ผมอยากจะได้นำเสนอขึ้นมาก็คือจาก www.ไทยชนะ.com เมื่อวานนี้ต้องขอขอบพระคุณหลาย ๆ ท่านทุก ๆ ท่าน พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งหมดที่ให้ความร่วมมือกับเรื่องของปรากฏการณ์ใหม่ ที่ผมได้นำเรียนนะครับ ว่าเราจะต้องอยู่กับชีวิตวิถีใหม่นี้ โดยการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยกัน ไทยชนะคือ Platform ที่ทางการของไทยนะครับให้การรับรอง แล้วก็เป็น Platform เดียวที่ตอนนี้จะครอบคลุมกันทั้งประเทศ เพื่อที่จะได้มีการลงทะเบียนในฝ่ายของผู้ดำเนินกิจการ กิจกรรม แล้วก็เช็กอิน เช็คเอาต์ ในส่วนของผู้ไปใช้บริการ แล้วก็เป็นส่วนของการให้ Rating เพื่อ สำหรับผู้ที่เป็นผู้ตรวจประเมินก็จะใช้ Rating ของประชาชนคนไทยมาร่วมด้วย นอกจากเป็นฝ่ายรัฐที่จะไปประเมินเขา ทุกท่านก็ทำหน้าที่เป็นผู้ประเมินโดยตรงได้นะครับ ผมก็จะขอนำเรียนถึงความชื่นชม เมื่อวานนี้ตอน 2 ทุ่มนะครับ ตัวเลขของคนที่ลงทะเบียน หมายถึง จำนวนร้านค้าที่มาลงทะเบียนนะครับ 44,386 ร้านค้า มาลงทะเบียนกัน มีจำนวนผู้ใช้งานเข้าไปลง App ไม่ใช่ลง App ไป Scan QR Code เพื่อเช็กอิน เช็คเอาต์ นี่ 2,000,000 กว่าคน 2,002,000 กว่าคนนะครับ แล้วก็จำนวนครั้ง ที่เช็กอิน เช็คเอาต์ ถึง 2,600,000 นะครับ เช็คเอาต์น้อยกว่านะครับ 1,800,000 อันนี้เองอาจจะเป็นประเด็นที่ทำให้... เดี๋ยวผมต้องพูดถัดนะครับว่าเป็นอย่างไร ประเมินร้านค้าอยู่ประมาณ 1,200,000 นะครับ โดยประมาณ มีจังหวัดไหนบ้างครับที่ได้ร่วมกันทำงาน ทุกจังหวัดนะครับ 76 จังหวัด รวมกรุงเทพมหานครอีก 1 นะครับ ก็ทั้งหมด 77 นี้ช่วยกันทำอย่างเต็มที่นะครับ นำโด่งสูงที่สุดก็คือกรุงเทพมหานคร แน่นอนครับ เพราะว่ามีร้านค้าต่าง ๆ มากมาย แล้วจำนวนคนก็เยอะด้วย ชลบุรี นนทบุรี สมุทปราการ ปทุมธานี เชียงใหม่ นครราชสีมา ภูเก็ต สุราษฎร์ และขอนแก่น ล้วนแล้วแต่เป็นจังหวัดใหญ่ ๆ 10 จังหวัดนี้เข้าร่วมกันอย่างดีอย่างเต็มที่นะครับ แล้วก็อันนี้เป็นเรื่องของการลงทะเบียน แล้วการลงทะเบียนเป็นประเภทอะไรต่าง ๆ บ้าง ก็พบว่าร้านอาหารครับเยอะที่สุด ห้างสรรพสินค้ารองลงมา แล้วก็ซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อนะครับ ร้านจำหน่ายสินค้าเพื่ออุปโภคบริโภค การให้การบริการต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ นี่ครับก็เป็นธุรกิจต่าง ๆ ที่ลงมาลงทะเบียนกัน คราวนี้มาดูในภาคของผู้รับบริการนะครับ ไปเช็กอิน เช็คเอาต์นะครับ เข้าไปในแต่ละส่วนแต่ละที่เช็กอิน เช็คเอาต์กันมากน้อยแค่ไหน อันนี้เป็นตัวเลขที่ได้มาจากระบบนะครับ ทั้งหมดยอดสะสมเช็กอินเข้าไป 2,600,000 โดยประมาณ และเช็คเอาต์โดยประมาณ 1,800,000 นะครับ ก็จะเห็นนะครับว่านี่คือท่านช่วยกัน แล้วก็ไปประเมินด้วยนะครับ ในฐานะของผู้รับบริการก็ประเมิน ทำ 3 อย่างให้เลย ครบมาก ขอบพระคุณมาก ๆ เลยนะครับ อีก 1,200,000 นะครับ ที่ทำตรงนี้ให้ ก็ทำให้เราเห็นว่าทุก ๆ กิจการ กิจกรรมที่มีอยู่นี้ มีผู้ที่เข้าไปใช้งานต่าง ๆ อะไรอย่างไรที่เห็นตามตารางนี้ ต้องกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงนะครับ แล้วมาดูจังหวัดครับ มีใครที่มาช่วยลงทะเบียน มาช่วยกัน เช็กอิน เช็คเอาต์ ก็กระจายไปเกือบ ๆ ทุกจังหวัด กรุงเทพมหานครแน่นอนครับ มีประชากรเยอะที่สุดก็ช่วยกันมากที่สุดนะครับ ก็ลงไปจะเห็นนะครับ แต่ที่ผมวงไว้ที่ส่วนต่างนี้นะครับ นำเรียนว่ามีความสำคัญ ถ้าท่านเช็กอินแล้วท่านไม่เช็คเอาต์ ชื่อของท่านยังอยู่ในห้างฯ สมมติไปห้างฯ นี่ คนอื่นก็เข้าไม่ได้นะครับ เมื่อวานนี้เกิดปรากฏการณ์ของบางห้างฯ ที่เข้าไปแออัดกันอะไรทั้งหลายนี่นะครับ คืออย่างที่ผมบอกว่าถ้าท่านเข้าไปแล้ว แล้วออกมา คนที่อยู่ที่บ้านสามารถที่จะตรวจสอบได้เลยว่าห้างฯ ที่อยู่ใกล้ ๆ บ้านเรานี่ ถ้าคนยังแน่นอยู่ ก็ไม่ต้องไป ก็เอาหันหัวรถไปด้านอื่นไป สามารถเช็กได้จาก App ของเรา โดยถ้าทุกคนช่วยกัน เพราะฉะนั้นส่วนต่างอย่างนี้นะครับ เห็นแต่ละที่นี่เป็นแสน ๆ นี่แสดงว่าเข้าแล้ว ออกลืมครับ แต่ผมก็ถามในที่ประชุมว่าแล้วทำไมล่ะเขาถึงลืม ไม่ใช่ลืมอย่างเดียวครับ มีบางที่เพิ่งทำวันแรกครับ ก็ Scan QR Code มาแปะอยู่ที่เดียว ขาออกก็ต้องมาเดินมาที่เดียว ก็มาออกันอยู่ที่เดียว เกิดความไม่สะดวก ตอนนี้ Scan QR Code เสร็จ ท่านสามารถที่จะแปะไปได้หลาย ๆ ที่เลยนะครับ ประตูมีกี่ประตูท่านก็เข้าด้านหนึ่งไปออกอีกด้านหนึ่งก็ Scan อันเดียวกันนี่ล่ะครับ เข้าด้านหนึ่ง ออกด้านหนึ่งได้เลย สมัยแต่ก่อนเราบังคับว่าให้เข้าด้านหนึ่งและออกด้านเดียวเท่านั้นนะครับ บังคับทางเข้า ทางออก เพราะว่าตอนนั้นยังไม่มี App ก็คือต้องจดทะเบียนกัน ต้องจดต่าง ๆ คนเข้ามา หรือบางคนก็ต้อง Scan ด้วยเรื่องของ Thermoscan แต่ ณ ตอนนี้ถ้าเราใช้ระบบนี้แล้วก็มีได้หลายที่ บางคนยังบอกว่า ถ้าลืมไปถึงที่จอดรถแล้วนี่ ไปแปะที่หัวเสาที่จอดรถด้วย ก็ยิ่งจะดีนะ อันนี้แล้วแต่ แต่ละห้างฯ เลยครับ ก็ทำให้ท่านได้รู้ว่ามีคนเข้าคนออกอย่างไร ถ้าทุก ๆ คนช่วยกัน ก็จะทำให้ระบบนี้หมุนไปได้ เดินไปได้ มีคนชมมาบอกว่านี่ดีเลย ร้านตัดผมเล็ก ๆ หรือร้านอาหารเล็ก ๆ นี่ อะไรทั้งหลายนี่ ไม่เหมือนร้านห้างฯ ใหญ่ ๆ ที่มีบัตรคิว พอไปออกันอยู่หน้าร้านใหญ่ ๆ หน้าร้านเล็ก ๆ นี่ ไม่ได้ซื้อ Application หรือไม่ได้ซื้อระบบที่จะมาเรียกคิว จัดคิว ใช้อันนี้ได้เลย สามารถทำได้ ประหยัดเงินด้วยกับกิจการร้านค้าเล็ก ๆ อันนี้ต้องขอบคุณทางไทยชนะ.com นะครับ ที่มาช่วยในเรื่องตรงนี้ ต้องขอบคุณประชาชนคนไทยทุก ๆ คนนะครับ แล้วก็ห้างฯ รวมถึงกิจการทั้งหลายที่ได้มาช่วยกันนะครับตรงนี้ มาดูเรื่องของการประเมินร้านค้าผ่านทางพี่น้องประชาชนกันนะครับ เมื่อกี้ที่บอกว่า 1,200,000 กว่าคนที่ประเมินกัน ส่วนใหญ่ออกมาเป็นอย่างไรครับ น่าชื่นใจครับ มาอยู่ทางขวามือเสียเป็นส่วนใหญ่ ประเมิน 5 ข้อของร้านค้า ออกมาในเกรดที่ดีมาก ๆ นะครับ ต้องขอขอบพระคุณ อาจจะมี 3, 4, 2, 1 อะไรบ้างนิดหน่อย อันนี้เป็นเรื่องปกติธรรมดา ท่านไหนที่ยังอยู่ในตัวเลข 1, 2 นี่ ก็ช่วยกันพัฒนาขึ้นมาให้ได้นะครับ ตรงนี้เราจะได้มั่นใจว่าทุก ๆ ร้าน ไม่ได้ไปประเมินเรื่องอื่น หรือประเมินเรื่องของความสะอาด เรื่องของเกี่ยวข้องกับการที่เราจะสู้กับ COVID นี่อย่างเดียวเท่านั้นนะครับ นี่คือสิ่งที่สำคัญ แล้วประเมินง่าย ๆ คือ 5 ข้อนะครับ ล่าสุดครับมีข้อมูลตอน 6 โมงเช้า ของ 18 พฤษภาคม คือตอนนี้นะครับ มีคนที่ลงทะเบียน 46,744 มีผู้ใช้บริการเกิดขึ้น 2,700,000 กว่าคน เชื่อว่าตอนนี้เกือบเที่ยงแล้ว ตัวเลขนี้คงจะเป็นอีกตัวเลขหนึ่งแล้วล่ะครับ ต้องฝาก ทุก ๆ ท่านนะครับ ช่วยกันเข้าระบบนี้ให้ได้มากที่สุดครับ ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับ (คุณสุภนันท์) ครับ มีคำถามครับ เกี่ยวข้องกับ Platform ไทยชนะเหมือนกันครับ เมื่อวานนี้มีการส่งข้อความครับ ว่าให้มีการเข้าไปเพิ่มเพื่อนใน Application LINE ที่ใช้ชื่อว่า “ไทยชนะ” ครับ แล้วก็มีข้อมูลอีกชุดนี่บอกว่าการเข้าไปเพิ่มเพื่อนดังกล่าวนี่ ถือว่าเป็นของปลอม อย่าเข้าไปกดเพิ่มเพื่อนครับ ตกลงไทยชนะที่เป็น Official Account ส่งเข้าไปให้เรานี่ กดเข้าไปเพิ่มเพื่อนได้ใน LINE นี่ ตกลงเป็น Official Account ของทาง Platform ไทยชนะของจริงหรือเปล่าครับคุณหมอ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ครับ เป็น Official Account ของจริงครับ แต่ว่าไม่ได้ต้องการให้ท่านไปแอดเป็นเพื่อน เพื่อไปลงทะเบียนอะไรแต่อย่างใด สำหรับคนที่ต้องการเข้าไปได้รับทราบข้อมูลข่าวสารนะครับ ซึ่งอาจจะยังไม่ค่อยได้เข้าใจนัก หรือจะโทรไปที่ 1119 ก็ได้ ถ้าท่านไม่ต้องการ Add ตรงนี้ ก็ไปที่ 1119 นะครับ แต่ว่าสายโทรศัพท์อย่างเดียว ก็อาจจะไม่เพียงพอ ทางระบบก็เลยต้องทำทั้ง 2 ระบบ ทั้งระบบของ Online และระบบของใช้สายเป็นสายโทรศัพท์นี้ ทั้ง 2 อย่างเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นนำเรียนนะครับว่าใครที่ยังไม่เข้าใจนะครับระบบ ไปบอกว่าไม่ใช่ของจริง ของปลอมอะไรทั้งหลายนี้ เป็นของจริงครับ แต่ว่าเราใช้ไทยชนะตรงนี้นะครับ เพื่อที่จะได้สื่อสาร 2 ทางนะครับ แล้วก็ท่านถามมาบางทีอาจจะเป็นเรื่องส่วนตัวของร้านค้า ลงเลขไม่ค่อยถูกนู่นนี่นั่น จะได้มีเจ้าหน้าที่บอกเฉพาะเจาะจงท่าน ก็เห็นกันแค่ 2 คนนะครับ ไม่ต้องไปเปิดเผยอะไรกับใคร นี่คือสิ่งที่เป็นความละเอียดอ่อนของทีมงานที่อยากจะทำให้เห็นภาพชัด ๆ นะครับ เพราะเหมือนคล้าย ๆ กับสายโทรศัพท์นั่นล่ะครับ ฉะนั้นถ้าท่านไปทำช่องทางอื่น ๆ อาจจะคนอื่นมาเห็นด้วยในคำถามคำตอบนี้ก็ไม่ดี กิจการร้านค้าก็มีสิ่งที่เป็นเรื่องที่จะได้พูดคุยกันโดยตรงกับผู้ที่ให้คำแนะนำโดยตรงเท่านั้นเองครับ (คุณสุภนันท์) ครับ คำถามต่อไปนะครับ เป็นคำถามที่ฝากมาจากทางสื่อมวลชนครับ อยากให้ทาง ศบค. ครับ ประเมินภาพรวมของการเปิดห้างฯ วันแรกหน่อยครับ เนื่องจากว่าหลายท่านอาจจะเห็นภาพของผู้ไปใช้บริการที่ต้องรอคิว Scan QR Code ตั้งแต่บริเวณทางเข้าและค่อนข้างจะหนาแน่น ซึ่ง PPTV ก็ฝากความเป็นห่วงมาครับว่าแบบนี้พอไปอยู่กันมาก ๆ อยู่ในห้องแอร์ จะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดความแพร่กระจายของเชื้อโรคหรือไม่ครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ครับผม ก็แน่นอนครับ เรื่องของการที่เราได้เรียนรู้ในมาตรการระยะที่ 2 มาตรการผ่อนคลายอย่างนี้ เพิ่งผ่าน 1 วัน สำหรับส่วนตัวผมเองผมว่าต้องขอบพระคุณพี่น้องประชาชน ขอบพระคุณร้านค้าทุก ๆ ท่าน ที่ให้ความร่วมมืออย่างสูงมาก ๆ ซึ่งก็ทำให้เราได้เห็นภาพของการที่ได้มีการผ่อนคลาย ทุก ๆ ท่านได้ออกจากบ้านไปจับจ่ายใช้สอย ไปทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียนได้ดีขึ้นมานะครับ แต่อย่างไรก็ตามแต่ แน่นอนครับอย่างที่เคยบอกกันไว้ว่าผมก็ต้องขออนุญาตออกตัวเลยครับว่า เราเพิ่งจะเรียนรู้ เราเพิ่งจะทำกันในไม่กี่วันนี้ จะให้มันเนี้ยบ จะให้มันดีคงเป็นไปไม่ได้ มีความขรุขระ ไม่สะดวก ไม่สบายบ้างที่เกิดขึ้น ก็ต่างคนต่าง… เขาเรียกอะไร ถ้าผ่อนคลาย ก็ต้องผ่อนคลายเรื่องพวกนี้ด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นตอนนี้เราเรียนรู้ร่วมกันและจะพัฒนาระบบและสังคมไปด้วยกัน จะเกิดสิ่งอะไรที่มันเกิดขึ้นมาก็ถือว่าเป็นการทักท้วง หรือติเตียน หรือเก็บขึ้นมาเพื่อพัฒนากัน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ วันนี้มันเป็นอย่างนี้ พรุ่งนี้ก็จะดีขึ้นกว่าวันนี้ มะรืนนี้ก็จะดีกว่าวันพรุ่งนี้ ทำอย่างนี้กันไปเรื่อย ๆ นะครับ ผมเชื่อว่า ก็เหมือนกับตัวเลขอย่างที่บอก จากขาวมาเป็นแดง จากแดงมาเป็นเขียว เราต่างช่วยกันทำให้พื้นที่ประเทศไทยทุก ๆ แห่งทุก ๆ ที่ มีความปลอดภัย เพราะฉะนั้นถ้าท่านเริ่มต้นตรงนี้ จาก 40,000 มาเป็น 80,000 มาเป็นแสนมาเป็นล้าน ร้านค้ากิจการทั้งหลายเข้ามาอยู่ในระบบนี้ เชื่อมั่นว่าระบบนี้จะทำให้เป็นการปกป้องคุ้มครองชีวิตและก็ครอบครัวของเรานะครับ ระบบนี้ฐานข้อมูลจะอยู่ที่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ใช้เจตนากันเพื่อในการติดตามคนที่จะมีการเจ็บไข้ได้ป่วยเท่านั้น ท่านไม่ต้องกังวลใจนะครับ เรื่องอื่น ๆ เลย ด้วยตรงนี้คิดกันอย่างละเอียดแล้วนะครับ แล้วก็จะเก็บข้อมูลอยู่ในช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น แล้วก็เจตนาเพื่อตรงนี้ เหมือนอย่างที่บอกนะครับ เมื่อกี้จากภูเก็ตมาต้องโยงตรงโน้นตรงนี้ เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ของเราต้องทำงานอย่างหนักมาก ๆ แต่ถ้ามีระบบนี้ปุ๊บขึ้นมานี่ ไม่ต้องบินไปไม่ต้องหาอะไรใครเลยนะครับ สามารถที่จะยกสายบอกให้คนนั้นคนนี้ แล้วก็เกิดชุดข้อมูลที่จะเรียกว่าอะไร เฉพาะเจาะจงขึ้นมาได้มาก ไม่ต้องกระทบกับร้านค้า ไม่ต้องกระทบกับสังคม ไม่ต้องกระทบกับคนอื่น ๆ มาก จะสามารถชี้จุดเป้าหมาย แล้วก็จัดการกับปัญหาได้อย่างรวดเร็ว ขอบพระคุณเป็นอย่างสูง แล้วก็ได้เห็นภาพของความร่วมมือร่วมใจกันของพี่น้องคนไทย ผมเชื่อว่าระยะที่ 2 ที่เรากำลังผ่านมาวันที่ 2 นี่ 3, 4, 5 จนกระทั่งครบ 14 วัน ถ้าเราทำได้อย่างดี ระยะที่ 3 ที่มีกิจการร้านค้า รออยู่จำนวนมาก ก็ปากท้องของพวกเขาก็รอกันอยู่ ถึงแม้ธุรกิจนั้นจะมีความเสี่ยงสูง ๆ แต่ถ้าเราผ่านของมาตรการของระยะที่ 2 ที่มีความเสี่ยงปานกลางตรงนี้ไปได้ ความเสี่ยงสูงต่าง ๆ เหล่านั้นก็เป็นอิสระเสรีของพวกเราอยากจะไปทำตรงนั้น ก็จะเกิดขึ้นได้ครับ ยกตัวอย่างเช่น เรื่องของด้านการ... บางคนอยากจะทำทางด้านความงามที่ใบหน้า ทำไมทำไม่ได้ ทำไมทำได้แต่ตัวนะครับ ทำไมเรื่องการนวดถึงยังไม่เกิดขึ้น ถ้าพี่น้องเราระยะที่ 2 กิจการที่เป็นระยะที่ 2 ทำได้ดี ระยะที่ 3 ได้แน่นอนนะครับ ต้องฝากทุก ๆ ท่านด้วยครับ ครับผม (คุณสุภนันท์) ครับ สำหรับวันนี้ไม่มีคำถามเพิ่มเติมแล้วนะครับ คุณหมอจะมีอะไรทิ้งท้ายเพิ่มเติมไหมครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ไม่มีแล้วครับ เพราะเวลาเกินมาแล้วนะครับ ขอทุกฝ่ายทุกท่านร่วมมือกันและก็ขอให้เราผ่านพ้นในระยะที่ 2 ให้ได้ภายใน 12-13 วันข้างหน้านี้นะครับ กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับ (คุณสุภนันท์) ครับ ขอบพระคุณนะครับ นายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน นะครับ โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 นะครับ ก็นำเรียนในส่วนของข้อมูลสถานการณ์ประจำวันเป็นประจำแบบนี้ทุกวันนะครับ สำหรับในช่วงต่อไปนะครับ จะเป็นการแถลงข่าวในส่วนของมาตรการรายละเอียด โดยเฉพาะเรื่องของการบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในยามที่การทำมาหากิน รายรับอาจจะไม่ได้มาก อาจจะไม่ได้เข้ามาเหมือนในอดีต ในขณะที่รายจ่ายเรื่องของหนี้สิน ซึ่งกระทบทั้งผู้ประกอบการรายย่อย พี่น้องประชาชนคนทั่วไปเรียกว่ากระทบกันถ้วนหน้านะครับ ทางด้านของธนาคารแห่งประเทศไทยมีมาตรการอะไรที่เป็นรายละเอียดออกมาในการบรรเทาลูกหนี้เหล่านี้นะครับ ขออนุญาตเรียนเชิญท่านรณดล นุ่มนนท์ นะครับ รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงินธนาคาร แห่งประเทศไทย กราบเรียนเชิญครับ (คุณรณดล นุ่มนนท์ รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงินธนาคาร แห่งประเทศไทย) ครับ เรียนสวัสดีท่านผู้รับชมรายการทุกท่านนะครับ ในเรื่องของผลกระทบที่เกิดขึ้นจากภาวะเศรษฐกิจ แล้วก็ทางการเงินที่เกิดจากโรคระบาด COVID-19 ธนาคารแห่งประเทศไทยก็ไม่ได้นิ่งนอนใจนะครับ ในช่วงที่ผ่านมาก็คงได้รับทราบนะครับ ว่าเราก็มีการออกมาตรการต่าง ๆ ที่มาช่วยลดผลกระทบที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างที่ท่านพิธีกรพูดถึงนะครับ เป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นจากภาระหนี้ของประชาชนนะครับ และผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งมีสายป่านที่ค่อนข้างจะไม่มากนักนะครับ เพราะฉะนั้นช่วงนี้ผมก็จะถือโอกาสนะครับ ที่จะเรียนชี้แจงเพิ่มเติมใน 2 มาตรการนะครับ ในมาตรการแรกจะเป็นเกี่ยวกับผู้ประกอบการรายย่อยนะครับ ประชาชนรายย่อยที่มีภาระหนี้สินนะครับ ที่เกิดจากผลกระทบจาก COVID-19 นะครับ ในมาตรการที่ 2 นี่ จะเป็นเกี่ยวกับเรื่องของ Soft Loan ที่จะเป็นการส่งเสริมนะครับ เสริมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมนะครับ โดยฌฉพาะในช่วงนี้นี่ ซึ่งมีเรื่องของการผ่อนมาตรการต่าง ๆ เพราะฉะนั้นในเรื่องของเสริมสภาพคล่อง ในเรื่องของการนำเงินมาใช้ในการซื้อวัตถุดิบ ก็คงจะเป็นความจำเป็นนะครับ กับลูกหนี้รายย่อยนะครับ ในเรื่องของมาตรการแรกนะครับที่จะพูดถึงนะครับ เป็นมาตรการที่จะช่วยเหลือโดยตรงนะครับให้กับลูกหนี้รายย่อย ซึ่งจะเป็นสินเชื่อทั้งหมดที่เกี่ยวข้องนะครับ ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อที่เกี่ยวกับบัตรเครดิตนะครับ สินเชื่อเงินสดหมุนเวียน สินเชื่อบ้าน หรือแม้กระทั่งสินเชื่อที่เกี่ยวข้องกับการเช่าซื้อมอเตอร์ไซค์และก็รถยนต์นะครับ ซึ่งที่ผ่านมา ตั้งแต่เมษายนนะครับ เราก็ได้รับความร่วมมืออย่างดีนะครับจากสถาบันการเงิน ไม่ว่าจะเป็นธนาคารพาณิชย์ ธนาคารของรัฐ หรือ Non Bank ในการช่วยเหลือลูกหนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการลดดอกเบี้ย ลดเงินต้นนะครับ มีการชะลอพักเงินต้นและดอกเบี้ย เป็นระยะเวลาถึง 3-6 เดือนนะครับ โดยเฉพาะในเรื่องของสินเชื่อบัตรเครดิต เราก็มีการให้สถาบันการเงินลดผ่อนขั้นต่ำของหนี้ที่ค้างชำระอยู่ ซึ่งแต่เดิมนี่จะต้องค้างชำระก็ต้องจ่ายร้อยละ 10 ลงเหลือเพียงแค่ร้อยละ 5 นะครับ แต่ที่สำคัญอย่างยิ่งนะครับ ว่าเงินคงค้างที่เหลือนี่ก็จะมีการขยายเวลาผ่อนเป็น 48 เดือน รวมถึงมีการลดดอกเบี้ยจาก 18 เปอร์เซ็นต์ เป็น 12 เปอร์เซ็นต์นะครับ ในส่วนของสินเชื่อที่เกี่ยวกับสินเชื่อเงินสดหมุนเวียน หรือเงิน OD ก็มีการขยายเวลาผ่อนนะครับ 48 เดือน ลดดอกเบี้ยลงเป็น 22 เปอร์เซ็นต์ และก็มีการพักเงินต้นและดอกเบี้ยอีก 3 เดือนเป็นต้นนะครับ ส่วนสินเชื่ออื่น ๆ นะครับ ก็เข้าใจว่าก็มีการพักเงินต้นและดอกเบี้ย รวมถึงในเรื่องของขยายเวลาผ่อน แล้วก็ลดค่างวดนะครับ ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากสถาบันการเงินในการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยกลุ่มนี้นะครับ จากข้อมูลล่าสุดนะครับก็มีลูกหนี้ที่ได้รับการช่วยเหลือจากสถาบันการเงินรวมแล้วถึงประมาณ 13,000,000 รายนะครับ แล้วก็วงเงินทั้งหมดประมาณ 4.6 ล้านล้านบาท โดยเป็นรายย่อย อยู่ที่ประมาณ 13,000,000 รายนะครับ แล้วก็จำนวนเงินอยู่ที่ 3.4 ล้านล้านบาท แต่ถึงแม้การช่วยเหลือนี่จะอยู่ในวงกว้างนะครับ แต่สิ่งที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ตระหนัก ก็คือว่าสิ่งที่ช่วยเหลือนี้เป็นมาตรการชั่วคราวเท่านั้น เพราะเป็นการพักเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นระยะเวลา 3-6 เดือน เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราอยากเห็นจากสถาบันการเงิน ก็คือการเข้าไปช่วยเหลือดูแลลูกหนี้ ในการปรับโครงสร้างหนี้ให้สอดคล้องกับรายได้ที่ลูกหนี้จะมีในช่วงต่อไปนี้จากผลกระทบจาก COVID-19 หมายความว่าในการปรับโครงสร้างหนี้นี่ ก็ต้องคำนึงถึงรายได้ที่จะได้รับจากลูกหนี้ในช่วงต่อจากนี้ไปนะครับ การปรับโครงสร้างหนี้ก็คือมาตรการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการลดดอกเบี้ย การยืดเวลาชำระหนี้ แล้วก็การลดค่างวดเป็นต้น เพราะฉะนั้นหลังจากนี้เป็นต้นไปนะครับ ทางธนาคารแห่งประเทศไทยก็จะร่วมมือกับสถาบันการเงิน ในการดูแลให้มีการเจรจาปรับปรุงโครงสร้างหนี้กับลูกหนี้รายย่อยทั้งหมด เพราะฉะนั้นผมเรียนว่ามาตรการที่ผ่านมานี้ เป็นมาตรการเพียงชั่วคราวเท่านั้นนะครับ นอกเหนือจากเรื่องของความคืบหน้าที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของลูกหนี้แล้วนี่ ผมอยากจะเรียนถึงมาตรการอีกอันหนึ่งที่ธนาคารแห่งประเทศนี่ได้เริ่มมาตั้งแต่ 1 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ก็คือเรื่องของดอกเบี้ยผิดชำระหนี้นะครับ ที่ผ่านมานี่ปรากฏว่าเวลาที่ลูกหนี้นี่มีดอกเบี้ยผิดชำระ วิธีการคำนวณของสถาบันการเงิน ก็จะคำนวณจากยอดเงินต้นคงเหลือทั้งหมด ไม่ว่าท่านจะค้างชำระกี่งวดก็ตามนี่ ก็จะนำเงินต้นที่ค้างชำระทั้งหมดนี่มาคำนวนดอกเบี้ยค้างชำระ ซึ่งอันนี้ทางธนาคารแห่งประเทศไทยเห็นว่าไม่น่าจะเป็นธรรมนะครับ เพราะว่าดอกเบี้ยค่อนข้างจะสูง ดังนั้นในตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2563 นี่ เราก็ได้มีการกำหนดวิธีการคำนวณดอกเบี้ยผิดชำระใหม่นะครับ โดยให้คำนวณเฉพาะเงินต้นในงวดที่ผิดนัดชำระหนี้เท่านั้นนะครับ ไม่ให้เอาเงินต้นที่คงเหลือทั้งหมดนี่มาคำนวณ จะทำให้ภาระหนี้ของลูกหนี้นี่ลดลงเป็นอย่างมากนะครับ จากตัวอย่างสินเชื่อบ้านจำนวน 5 ล้านบาท ผ่อน 20 ปี และลูกหนี้นี่ผิดนัดชำระครั้งเดียวนะครับ แต่วิธีการคำนวณในแบบเดิมนี่จะคำนวณเงินต้นคงค้างทั้งหมด คือ 4.77 ล้านบาท ก็แปลว่าลูกหนี้นี่ต้องเสียดอกเบี้ยถึง 27,443 ล้าน เป็นดอกเบี้ยปรับนะครับ แต่ในวิธีการใหม่นี่เราให้คำนวณเฉพาะเงินต้นในงวดที่ค้างชำระเท่านั้นนะครับ ก็แสดงว่าลูกหนี้นี่ก็ค้างชำระเพียงแค่ 10,000 บาท ในงวดนั้น เอา 10,000 บาทมาคำนวณ ก็แสดงว่าลูกหนี้จะต้องเสียดอกเบี้ยปรับเพียงแค่ 57 บาทเท่านั้น อันนี้ก็เป็นมาตรการหนึ่งที่เราต้องการดูแลลูกหนี้นะครับ โดยเฉพาะในช่วงที่มีผลกระทบจาก COVID-19 และก็ให้เกิดความเป็นธรรมกับลูกหนี้ นี่คือมาตรการแรกนะครับ เป็นมาตรการที่เกี่ยวข้องกับลูกหนี้ รายย่อยโดยตรงนะครับ ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อบัตรเครดิต สินเชื่อบ้าน สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ ซึ่งอย่างที่ผมเรียนนะครับ ในช่วงนี้เป็นช่วงของการพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเพียง 3-6 เดือน แต่สิ่งที่ธนาคารแห่งประเทศไทยและสถาบันการเงินจะดำเนินงานต่อไป ก็คือในเรื่องของการเจรจาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ให้สอดคล้องกับรายได้ของลูกหนี้ในช่วงหลังจาก COVID-19 นะครับ ในมาตรการที่ 2 นะครับ จะเป็นมาตรการที่เพิ่งออกมาเมื่อปลายเดือนที่แล้วนะครับ เป็นเรื่องของมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ SMEs โดยตรงนะครับ มาตรการนี้นี่เป็นมาตรการที่มีวัตถุประสงค์นะครับ ในการที่ต้องการเสริมสภาพคล่องให้กับลูกหนี้ โดยเฉพาะในช่วงนี้ในการที่จะไปจ่ายเงินเดือนให้พนักงาน ไปจ่ายลูกหนี้ เจ้าหนี้การค้านะครับ และสำคัญอย่างยิ่งนะครับ ในช่วงนี้หลังจากที่มีการผ่อนคลายในเรื่องของกิจการ ดังนั้นลูกหนี้อาจจะจำเป็นนะครับ ที่ต้องมีเงินสดหมุนเวียนนะครับ ในการที่ไปซื้อวัตถุดิบ ในการที่จะเปิดกิจการในช่วงเริ่มต้น ดังนั้นในมาตรการส่งเสริมสินเชื่อ Soft Loan ที่ออกมานี่ มีวงเงินถึง 500,000 ล้านบาทนะครับ ในมาตรการนี้นี่ ในเรื่องของการอนุมัติในเรื่องของสินเชื่อ Soft Loan นี่ ก็จะทำในเรื่องของการให้สินเชื่อนะครับ วงเงินไม่เกินร้อยละ 20 นะครับ ของวงเงินสินเชื่อคงค้าง ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 นะครับ และเป็นสินเชื่อที่ดอกเบี้ยถูกนะครับ เพียงแค่ร้อยละ 2 เป็นเวลานาน 2 ปี แต่สำคัญที่สุดนะครับก็คือว่าจะไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยในช่วง 6 เดือนแรกนะครับ รวมทั้งในเรื่องของจะไม่มีค่าธรรมเนียมทุกประเภท ซึ่งเป็นเรื่องที่เรากำชับสถาบันการเงินนะครับ ว่าขอย้ำอีกทีหนึ่งนะครับว่า Soft Loan นี้จะต้องไม่มีค่าธรรมเนียมทุกประเภท รวมถึงเรื่องการขายพ่วงประกันทั้งหมด ก็จะต้องไม่มีนะครับ อันนี้เป็นสิ่งที่เราให้ความชัดเจนนะครับ ในเรื่องของ Soft Loan ที่จะได้จากสถาบันการเงินนะครับ มาตรการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของ Soft Loan ก็จะมีอีกมาตรการหนึ่งนะครับ คือมาตรการการชะลอการชำระหนี้นะครับ อันนี้ก็คือการที่จะเลื่อนกำหนดการชำระหนี้ ไม่ว่าจะเป็นเงินต้นและดอกเบี้ย 6 เดือน โดยอัตโนมัตินะครับ ซึ่งอันนี้จะไม่ถือว่าเป็นการผิดชำระหนี้ แล้วก็ไม่เสียประวัติในเรื่องของ NCB นะครับ ในเรื่องของคุณสมบัติของ Soft Loan นี่ผมขอชี้แจงให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่งนะครับว่า มีอยู่ 4 ลักษณะด้วยกัน ที่คุณที่จะได้รับมาตรการนี้นะครับ 1. ก็ต้องเป็นลูกหนี้ที่ประกอบธุรกิจในประเทศไทยนะครับ 2. จะต้องไม่เป็นลูกหนี้ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ 3. จะต้องไม่เป็นลูกหนี้ NPL เมื่อ 31 ธันวาคม 2562 และ 4. ก็คือจะต้องมีวงเงินกับสถาบันการเงินไม่เกิน 500 ล้านบาทครับ เพราะฉะนั้นถ้าท่านเข้า 4 คุณลักษณะนี้นี่ ท่านสามารถที่จะมายื่น Soft Loan จากสถาบันการเงินได้นะครับ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่อยากจะเรียนชี้แจงผู้ประกอบการ SMEs ให้เข้าไปยื่นแสดงความจำนงที่จะรับ Soft Loan ตรงนี้นะครับ จากความคืบหน้าจนถึงล่าสุดในวันนี้นะครับ ก็ปรากฏว่ามาตรการ Soft Loan ซึ่งมีวงเงิน 500,000 ล้านนี่นะครับ มีผู้เข้ามายื่นแล้วประมาณ 49,000 ล้านบาท โดยเป็นจำนวนลูกหนี้ประมาณ 28,600 รายนะครับ และวงเงินเฉลี่ยที่ได้รับกันไปก็ประมาณ 1.7 ล้านต่อรายนะครับ อันนี้ก็จากการที่เราดูก็มีการกระจายตัวดีนะครับ 72 เปอร์เซ็นต์นี่ เป็นธุรกิจขนาดเล็กที่วงเงินไม่เกิน 20 ล้านบาท แล้วก็ในแง่ของเป็นธรุกิจขายส่ง ขายปลีกสินค้า ประมาณร้อยละ 49 เปอร์เซ็นต์นะครับ แล้วก็ในแง่ของการกระจายตัวตามต่างจังหวัดก็ค่อนข้างจะเยอะนะครับ ก็แสดงว่ามีการกระจายตัวอย่างดีในมิติต่าง ๆ อย่างไรก็ดีนะครับ มาตการนี้อย่างที่เรียนนะครับ มีอยู่ 500,000 ล้าน ถ้ารวม 49,000 ที่ออกไปแล้วนะครับ Soft Loan ที่ธนาคารออมสินออกไป 55,000 ล้านแล้วนี่ เป็นจำนวนแสนล้านบาทนี่ ก็ยังมีผู้ประกอบการ SMEs ที่ผมคิดว่ายังต้องการสินเชื่อ Soft Loan นี้อยู่นะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ทางธนาคารแห่งประเทศไทยได้ดำเนินการควบคู่ไป ก็คือ 1. นะครับ ได้กำชับสถาบันการเงิน โดยเฉพาะสถาบันการเงินที่มีโครงสร้างลูกหนี้ SMEs ขนาดใหญ่นี่ ให้เร่งนะครับที่จะไปติดต่อลูกค้านะครับเพื่อที่จะยื่น SMEs ในส่วนที่ 2 นะครับ ก็คือการที่เราประสานงานนะครับ กับสมาพันธ์ SMEs ไทย รวมถึงสภาอุตสาหกรรม สภาหอการค้า ที่จะ เร่งให้สมาชิกของสมาคมทั้งหมดนี่ เข้ามายื่นขอ Soft Loan จากทางสถาบันการเงินนะครับ นี่คือ 2 มาตรการหลัก ๆ นะครับ ที่พูดถึงก็คือเรื่องของมาตรการที่เกี่ยวกับสินเชื่อรายย่อยนะครับ ที่เรามีการพักต้นพักดอกให้กับลูกหนี้นะครับ และมาตรการที่ 2 คือเรื่องของ Soft Loan นะครับ อย่างไรก็ตามนี่ผมขอถือโอกาสอีกเรื่องหนึ่งนะครับ ที่จะชี้แจงแล้วก็ประชาสัมพันธ์นะครับ คือในแง่ของแบงก์ชาตินะครับ เพิ่งเปิดตัวเว็บไซต์นะครับ เรียกว่า “BOT COVID-19” มีการชี้แจงรายละเอียดของมาตรการที่ผมได้พูดถึง รวมถึงมาตรการอื่น ๆ อาทิเช่น เรื่องการประสานหนี้ให้กับผู้ที่ต้องการรับทราบข้อมูลนะครับ ว่ามาตรการที่แบงก์ชาติออกไป มีมาตรการอะไรบ้างนะครับ นอกจากนั้นแล้วนะครับ นอกจากข้อมูลที่เกี่ยวข้องแล้วนี่ ประชาชนที่เข้าในเว็บไซต์นี่ ก็สามารถที่จะดูรายละเอียดนะครับของสถาบันการเงินนะครับ ว่ามีมาตรการอะไรที่เกี่ยวข้องกับมาตรการนี้ แล้วก็สามารถที่จะเชื่อมโยงเข้าไปติดต่อกับสถาบันการเงินโดยตรงนะครับ เพราะฉะนั้นในเว็บไซต์นี้นี่ ก็สามารถที่จะเข้าไปในเว็บไซต์ของแบงก์ชาติ เพื่อจะดูรายละเอียดของมาตรการต่าง ๆ นะครับ รวมถึงเป็นช่องทางนะครับ ในการที่จะติดต่อกับสถาบันการเงินโดยตรงได้นะครับ ท้ายสุดนะครับ ก็ถ้าในเรื่องของมาตรการต่าง ๆ ที่ผมพูดถึงนี่ ถ้าประชาชนนะครับ โดยเฉพาะลูกหนี้ของสถาบันการเงินน่ะ ไม่ได้รับความเป็นธรรมนะครับ หรือยังไม่ได้รับการช่วยเหลือเท่าที่ควรนะครับ ประชาชนสามารถที่จะติดต่อผ่านทางสถาบันการเงิน หรือมาที่ศูนย์คุ้มครอง ผู้ใช้บริการทางการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทยนะครับ เบอร์ 1213 ได้โดยตรงนะครับในเวลาราชการ รวมถึงเรามีอีกช่องทางหนึ่งนะครับ คือช่องทางที่เรียกว่า “ทางด่วนแก้หนี้” นะครับ ซึ่งมี QR Code Scan นี้ ท่านก็สามารถที่จะกรอกข้อมูลนะครับ เรื่องของภาระหนี้ของท่าน แล้วทางด่วนแก้หนี้นี่ก็จะส่งข้อมูลของท่านนี่ โดยตรงไปยังสถาบันการเงิน เพื่อจะช่วยเหลือดูแลลูกหนี้ได้อย่างเร็วนะครับ ท้ายสุดก็คือเว็บไซต์ที่ผมเรียนถึงนะครับ ว่าเป็นเว็บไซต์ที่ทางแบงก์ชาติได้รวบรวมมาตรการต่าง ๆ ที่ทางธนาคารแห่งประเทศไทยนี่ ได้จัดทำขึ้นนะครับ รวมถึงเป็นช่องทางที่ทำให้ลูกหนี้นี่ได้สามารถที่จะติดต่อกับสถาบันการเงินได้ โดยตรงครับ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ผมอยากจะเรียนชี้แจงผู้ชมรายการนะครับ ว่ามาตรการที่ทางแบงก์ชาติได้ออกไป 2 มาตรการ ซึ่งเป็นมาตรการที่สำคัญนะครับ ในเรื่องของการดูแลในเรื่องของหนี้ของประชาชนในช่วงนี้นะครับ รวมถึงการเสริมสภาพคล่องใหักับผู้ประกอบการขนาดกลางขนาดย่อม SMEs ในแง่ Soft Loan ครับ (คุณสุภนันท์) ครับ ขออนุญาตมีคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องของ Soft Loan หรือว่าดอกเบี้ยพิเศษนี่นะครับ Soft Loan นี่เฉพาะกลุ่ม SMEs เท่านั้น หรือว่ามี Soft Loan สำหรับพี่น้องประชาชนทั่วไปด้วยหรือไม่ รวมทั้งคุณสมบัติ สักครู่นี่ท่านรณดลได้นำเรียนไปแล้ว ว่าต้องเป็นลูกหนี้ในประเทศไทย ไม่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ อะไรต่าง ๆ นี่นะครับ แล้วได้มีการจำกัดรูปแบบประเภทของกิจการที่ประกอบธุรกิจหรือไม่ครับ เป็น 2 คำถามนะครับ (คุณรณดล) ครับ ขอบคุณครับ ในมาตรการของ Soft Loan นี่นะครับ ก็เป็นมาตรการที่ให้กับผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจในประเทศไทย วงเงินไม่เกิน 500 ล้านบาท เพราะฉะนั้นก็จะเป็นผู้ประกอบการขนาดที่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท ที่ผ่านมาก็มียื่นมานะครับ มีวงเงินที่ แค่ 1,000 บาท ก็มายื่นในสินเชื่อ Soft Loan เราแล้ว เพราะฉะนั้นผู้ที่เป็นผู้ประกอบการรายย่อยนี่ก็สามารถที่จะเข้ามายื่นใน Soft Loan ได้นะครับ แล้วก็ไม่ได้จำกัดนะครับ ในเรื่องของธุรกิจที่ท่านประกอบ (คุณสุภนันท์) ครับ คำถามต่อไปครับ เรื่องหลาย ๆ มาตรการที่ทางแบงค์ชาติออกมา เป็นเหมือนมาตรการกลาง เป็นเหมือนมาตรการที่จะครอบคลุมทั้งหมดนะครับ แต่ว่าลูกหนี้หลายท่าน แจ้งมาว่าเวลาไปติดต่อที่สถาบันการเงินของเขาเอง กลับไม่ได้รับความช่วยเหลือตามมาตรการต่าง ๆ ที่ออกมานี่ อยากให้ทางธนาคารแห่งประเทศไทยช่วยย้ำช่องทางการที่ติดต่อขอความช่วยเหลืออีกครั้งหนึ่งครับ (คุณรณดล) ครับ ขอบคุณครับ อย่างที่ผมเรียนนะครับ ถ้าว่าท่านยังไม่ได้รับความเป็นธรรม ยังไม่ได้รับการติดต่อจากสถาบันการเงิน จากที่ผมได้เรียนว่าท่านที่จริงนี่ มีคุณสมบัติครบถ้วนนะครับที่จะได้รับมาตรการช่วยเหลือต่าง ๆ นี่ ก็สามารถที่จะติดต่อโดยตรงมายังธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน เบอร์ 1213 ได้นะครับ รวมถึงในช่องทางที่ผมเรียว่า “ทางด่วนแก้หนี้” นะครับ ที่สามารถที่จะกรอกข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับท่านทั้งหมดนี่ แล้วทางเรานี่จะส่งข้อมูลนี้ไปให้สถาบันการเงิน เพื่อที่จะเร่งรัดช่วยเหลือลูกหนี้โดยตรงต่อไปครับ (คุณสุภนันท์) ครับ สำหรับวันนี้ไม่มีประเด็นคำถามเพิ่มเติม สุดท้ายท่านมีอะไรจะเพิ่มเติมให้กับพี่น้องประชาชนที่ติดตามการแถลงข่าวไหมครับ (คุณรณดล) ครับ ก็ฝากเรื่องของมาตรการที่ผมได้เรียนนั้นนะครับ ว่าในเรื่องของมาตรการที่เกี่ยวกับลูกหนี้รายย่อย ก็จำเป็นที่จะต้องให้สถาบันการเงินนี่ ดูแลลูกหนี้รายย่อยต่อไปนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเจรจาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ให้สอดคล้องกับรายได้ของลูกหนี้ในช่วงต่อไปนี้นะครับ รวมถึงเรื่องของมาตรการ Soft Loan นะครับ มีวงเงินยังเหลืออยู่อีกเยอะนะครับ จากที่ผ่านมามี Soft Loan ยื่นมา 50,000 ล้านบาทเท่านั้นเอง เรายังมีวงเงินที่เหลือ ที่อยากจะให้สถาบันการเงินนี่ผลักดันนะครับ รวมถึงสมาชิกของ SMEs ที่เกี่ยวข้อง ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง ก็อยากจะให้เข้ามายื่นในเรื่องของ Soft Loan เพื่อที่จะบรรเทาปัญหาในเรื่องของสภาพคล่องของผู้ประกอบการได้ครับ (คุณสุภนันท์) ครับ วันนี้ต้องกราบขอบพระคุณนะครับ ท่านรณดล นุ่มนนท์ นะครับท่านรองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงินธนาคารแห่งประเทศไทย ขอบคุณครับ ครับ คุณผู้ชมครับ สักครู่ท่านก็ได้นำเรียนนะครับ มาตรการต่าง ๆ ที่ช่วยเหลือออกมา ถ้าใครนี่อาจจะยังอยากทราบในรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถเข้าไปได้ที่ www.bot.or.th/COVID-19 นะครับ สักครู่ลองเข้าไปเปิดดู ก็มาตรการต่าง ๆ นี่ ระบุไว้อย่างครบถ้วน แล้วก็ทำเป็น Infographic ครับ สามารถที่จะอธิบายรายละเอียดมาตรการต่าง ๆ นี่ ให้เราเข้าใจได้ง่าย ๆ เลยนะครับ สำหรับในช่วงต่อไปนะครับ ระหว่างรอการแถลงข่าวในภาคภาษาอังกฤษนะครับ ขออนุญาตนำเรียนข้อมูลสรุปสั้น ๆ นิดหนึ่งนะครับ สำหรับยอดผู้ป่วยวันนี้นะครับ พบเพิ่ม 3 ราย ทำให้ยอดผู้ป่วย สะสม 3,031 ราย และไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมนะครับ ยอดผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 56 รายนะครับ ลำดับต่อไปครับ ขออนุญาตเรียนเชิญนะครับ ท่านณัฐภาณุ นพคุณ รองอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เรียนเชิญครับ (คุณณัฐภาณุ นพคุณ รองอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ) สวัสดีครับ พ่อแม่พี่น้องผู้ชมทางบ้านนะครับ ก็อีกครั้งนะครับ ก็ขอจะสรุปการแถลงข่าวเป็นภาคภาษาอังกฤษนะครับ [ภาษาต่างประเทศ] (คุณณัฐภาณุ) สวัสดีครับ (คุณสุภนันท์) ครับ ขอบพระคุณนะครับ ท่านณัฐภาณุ นพคุณ รองอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศนะครับ และทั้งหมดคือการแถลงข่าวจากศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. ทำเนียบรัฐบาลประจำวันนี้นะครับ ช่วงนี้ผมสุภนันท์ ฤทธิ์มนตรี พร้อมทีมงานทั้งหมดลาไปก่อนนะครับ สวัสดีครับ [เสียงดนตรี] [สิ้นสุดการถอดความ]