﻿WEBVTT

1
00:00:00.000 --> 00:00:03.522

2
00:00:04.005 --> 00:00:07.521
แต่ว่าสำหรับนักศึกษาเคยเจอกันหลายครั้งแล้ว

3
00:00:08.007 --> 00:00:11.521
สำหรับแต่ว่าพี่ล่ามนี่ครั้งแรก สำหรับที่ใช้วิธีการนี้

4
00:00:12.007 --> 00:00:16.007

5
00:00:16.009 --> 00:00:19.519
แล้วก็ครั้งแรกด้วยที่ใช้วิธีการนี้

6
00:00:20.010 --> 00:00:23.519
ทีนี้อาทิตย์ที่แล้วนะคะ เราได้...

7
00:00:24.011 --> 00:00:27.519
ถ้าอาจารย์พิเชนท์มา

8
00:00:28.012 --> 00:00:32.012

9
00:00:32.014 --> 00:00:35.519
ค่ะ มาแล้วค่ะ เพิ่งเริ่ม

10
00:00:36.017 --> 00:00:39.520

11
00:00:40.018 --> 00:00:43.519
นักศึกษาดู

12
00:00:44.019 --> 00:00:48.019

13
00:00:48.023 --> 00:00:51.519
ตัวเอกสารนะคะ Powerpoint

14
00:00:52.024 --> 00:00:55.519
นะคะ พี่ล่ามเห็นด้วยอยู่ไหมคะ

15
00:00:56.024 --> 00:00:59.519
เห็นนะคะ (ล่าม) เห็นค่ะ (อาจารย์)

16
00:01:00.025 --> 00:01:04.025

17
00:01:04.027 --> 00:01:07.519
อันนี้คือ... ล่าม นักเรียน

18
00:01:05.227 --> 00:01:08.519
อาจารย์

19
00:01:09.228 --> 00:01:12.520

20
00:01:13.230 --> 00:01:17.230

21
00:01:17.232 --> 00:01:20.519

22
00:01:21.235 --> 00:01:24.519
อ๋อ

23
00:01:25.236 --> 00:01:28.519
ค่ะ ค่ะ

24
00:01:29.238 --> 00:01:33.238
มาแล้วค่ะ เพิ่งเริ่มค่ะ

25
00:01:33.239 --> 00:01:36.520
โอ.เค. ค่ะ

26
00:01:37.239 --> 00:01:40.519
เอาไว้ ค่ะ ได้ค่ะ เพราะว่าครั้งแรก

27
00:01:41.240 --> 00:01:44.519
ที่ใช้นะคะ อาจจะยังงง ๆ อยู่นะคะ

28
00:01:45.242 --> 00:01:49.242
พี่ร่ามเห็นด้วยนะคะ // เห็นค่ะ // อันนี้คือ

29
00:01:49.244 --> 00:01:52.519
นักศึกษาก็ใครสงสัยประเด็นไหน

30
00:01:53.244 --> 00:01:56.519
นะคะ ก็สามารถสอบถามตัวต่อตัวได้เหมือนกัน

31
00:01:57.244 --> 00:02:00.519
นะคะ อาทิตย์ที่แล้วนะคะ

32
00:02:01.245 --> 00:02:05.245

33
00:02:05.247 --> 00:02:08.519
อาจารย์ได้ให้คำอธิบาย แล้วก็อธิบายความผิด

34
00:02:09.248 --> 00:02:12.519
ในส่วนของความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เบื้องต้น มาตรา

35
00:02:13.249 --> 00:02:16.519
5 มาตร 6 มาตร 7 ตามหน้าจอนี้

36
00:02:17.250 --> 00:02:21.250
โอ.เค. ค่ะ ได้ค่ะ

37
00:02:21.251 --> 00:02:24.520
นะคะ ทีนี้

38
00:02:25.263 --> 00:02:28.520
ที่อาจารย์ให้นักศึกษาดูนะคะ ว่าลักษณะ

39
00:02:29.272 --> 00:02:32.519
ความผิดแต่ละมาตรา ความผิดแต่ละมาตรา

40
00:02:33.273 --> 00:02:37.273
สอบถามตัวต่อตัวได้นะคะ อาทิตย์ที่แล้วนะคะ อาจารย์ให้คำอธ

41
00:02:37.273 --> 00:02:40.521
มันก็จะแตกต่างกันนะคะ อย่างมาตรา 5 นี่

42
00:02:41.274 --> 00:02:44.519
เป็นความผิดลักษณะไหน มาตรา 5 เป็นความผิด

43
00:02:45.274 --> 00:02:48.519
ในลักษณะที่ผู้ใด ก็คือใครก็ได้

44
00:02:49.276 --> 00:02:53.276
มาตรา 7 ตามหน้าจอนี้นะคะ ที่อาจารย์ให้

45
00:02:53.277 --> 00:02:56.519
จะเป็นใครก็ได้ เข้าถึง มีการ

46
00:02:57.279 --> 00:03:00.519
เข้าถึงนะคะ คำว่าเข้าถึงในที่นี้คืออะไร

47
00:03:01.279 --> 00:03:04.519
ก็คือมีการ ถ้าเป็นภาษาคอม ก็คือมีการ Access

48
00:03:05.280 --> 00:03:09.280
นะคะ อย่างมาตรา 5 เป็นความผิดลักษณะไหน

49
00:03:09.282 --> 00:03:12.519
ใช่ไหม เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์

50
00:03:13.282 --> 00:03:16.520
ของบุคคลอื่นโดยไม่ได้

51
00:03:17.283 --> 00:03:20.519
รับอนุญาต ถูกต้องไหมคะ ดังนั้นนี่ถ้า

52
00:03:21.292 --> 00:03:25.292
คำว่าเข้าถึงในที่นี้ คือ อะไร

53
00:03:25.293 --> 00:03:28.519
มีการเข้าถึงคอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่น

54
00:03:29.294 --> 00:03:32.520
โดยที่เป็นอย่างไรคะ ตัวเอาไม่ได้อนุญาตให้เขา

55
00:03:33.294 --> 00:03:36.519
เข้าได้ คนที่เขาเข้ามาสู่ระบบคอมพิวเตอร์

56
00:03:37.295 --> 00:03:41.295
ถูกต้องไหมคะ ดังนั้นถ้ามีการเข้าถึง คอมพิวเอ

57
00:03:41.297 --> 00:03:44.519
ของเรามีความผิดไหมคะ มีความผิด แต่ทีนี้

58
00:03:45.298 --> 00:03:48.519
ระบบคอมพิวเตอร์นะคะ หมายความว่าอะไรบ้าง

59
00:03:49.299 --> 00:03:52.519
เฉพาะคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ

60
00:03:53.300 --> 00:03:57.300
มีความผิด แต่ทีนี้นะคะ ระบบคอมพิวเตอร์นะคะ

61
00:03:57.302 --> 00:04:00.519

62
00:04:01.304 --> 00:04:04.519
เอาหมายเลขอะไรดี ตอบอาจารย์หน่อย

63
00:04:05.304 --> 00:04:08.519
เอาหมายเลข

64
00:04:09.305 --> 00:04:13.305
ตอบอาจารย์หน่อย เอาหมายเลข หมายเลข 8

65
00:04:13.306 --> 00:04:16.520
หมายเลข 8 อยากลองเล่นดู

66
00:04:17.307 --> 00:04:20.519
ระบบคอมพิวเตอร์

67
00:04:21.308 --> 00:04:24.519
ระบบคอมพิวเตอร์มีอะไรบ้างเอ่ย

68
00:04:25.308 --> 00:04:29.308
มีอะไรบ้างเอ่ย

69
00:04:29.310 --> 00:04:32.519
ที่เป็นระบบคอมพิวเตอร์ตามความเข้าใจของเรา

70
00:04:33.317 --> 00:04:36.519

71
00:04:37.318 --> 00:04:40.519
มีอะไรบ้างลูก

72
00:04:41.318 --> 00:04:45.318
นี่ไหมครับ ที่เราเรียนมา ระบบคอมพิวเตอร์ตามภาษาคอมพิวเตอร์ที่เราศึกษา

73
00:04:45.320 --> 00:04:48.519
เฉพาะคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะนี้ไหมครับ

74
00:04:49.336 --> 00:04:52.519
ที่เราเรียนมา ระบบคอมพิวเตอร์

75
00:04:53.336 --> 00:04:56.519
ตามภาษาคอมพิวเตอร์ที่เราได้ศึกษา

76
00:04:57.338 --> 00:05:01.338
อธิบายให้อาจารย์ฟังหน่อยตามความเข้าใจ

77
00:05:01.340 --> 00:05:04.519
มันคืออะไรบ้างเอ่ย

78
00:05:05.341 --> 00:05:08.522

79
00:05:09.343 --> 00:05:12.519
อธิบายให้อาจารย์ฟังหน่อย ระบบคอมพิวเตอร์

80
00:05:13.343 --> 00:05:17.343
ระบบคอมพิวเตอร์นักศึกษาดู

81
00:05:17.344 --> 00:05:20.519
ตามความเข้าใจของเราเลย

82
00:05:21.345 --> 00:05:24.519
(ล่าม) เขาบอกว่ามีข่าว

83
00:05:25.346 --> 00:05:28.519
มีข้อมูลต่าง ๆ

84
00:05:29.347 --> 00:05:33.347
บอกว่ามันเป็นอะไรนะ เป็นข่าว ตัวนั้นมีลักษณะเป็นซอฟต์แวร์หรือเปล่า

85
00:05:33.349 --> 00:05:36.519
(อาจารย์) ระบบคอมพิวเตอร์ นักศึกษาดูตามเอกสารขอ

86
00:05:37.350 --> 00:05:40.519
มันมีลักษณะเป็นเหมือนฮาดแวร์

87
00:05:41.359 --> 00:05:44.519
คอมพิวเตอร์ตั้งโต้ะ

88
00:05:45.360 --> 00:05:49.360
เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์มัน คือ กระบวนการไหนลูก

89
00:05:49.363 --> 00:05:52.519
ทีนี้สิ่งที่นักศึกษาบอกว่าเป็นอะไรนะ มันเป็นข่าว

90
00:05:53.364 --> 00:05:56.520
ตัวนั้นจะมีลักษณะเป็นเหมือน Software หรือเปล่า

91
00:05:57.364 --> 00:06:00.519
ที่เราได้เรียนมา

92
00:06:01.365 --> 00:06:05.365
มีอะไรบ้างครับ

93
00:06:05.367 --> 00:06:08.519
ไอ้ตัวระบบคอมพิวเตอร์

94
00:06:09.368 --> 00:06:12.520
คำว่าจะต้อง Access เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์

95
00:06:13.370 --> 00:06:16.519
มันคือกระบวนการไหนลู

96
00:06:17.370 --> 00:06:21.370
23 ระบบคอมพิวเตอร์ ระบบคอมพิวเตอร์

97
00:06:21.372 --> 00:06:24.519
มันคือระบบคอมพิวเตอร์ที่หน้าตาอย่างไร

98
00:06:25.377 --> 00:06:28.519
ยากไปไหม

99
00:06:29.377 --> 00:06:32.519

100
00:06:33.380 --> 00:06:37.380
อย่างเดียวไหม

101
00:06:37.380 --> 00:06:40.519
มีอะไรบ้างครับ ยังอยู่หมายเลข 8 อยู่นะลูก

102
00:06:41.391 --> 00:06:44.519
ไหนเพื่อนคนอื่น

103
00:06:45.392 --> 00:06:48.519
ช่วยตอบหน่อย อะไรดี

104
00:06:49.394 --> 00:06:53.394
ใช่ครับ

105
00:06:53.395 --> 00:06:56.519
23

106
00:06:57.403 --> 00:07:00.519

107
00:07:01.404 --> 00:07:04.519
ระบบคอมพิวเตอร์ ๆ

108
00:07:05.405 --> 00:07:09.405
จะต้องมีระบบเชื่อมโยงเคลือข่าย อย่างนี้หรือเปล่าครับ

109
00:07:09.406 --> 00:07:12.519
อาจารย์ยกตัวอย่างว่า นี่ค่ะ มันเป็น

110
00:07:13.406 --> 00:07:16.519
คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะอย่างเดียวไหม

111
00:07:17.407 --> 00:07:20.519

112
00:07:21.408 --> 00:07:25.408
สาขาคอมพิวเตอร์นี่ คำว่าระบบคอมพิวเตอร์นี่ คือ อะไร

113
00:07:25.410 --> 00:07:28.529
(ล่าม) เขาบอกว่าอย่างเดียว

114
00:07:29.420 --> 00:07:32.519
ครับ แล้วถ้าเรามีโทรศัพท์มือถือ

115
00:07:33.421 --> 00:07:36.520
ใช่หรือเปล่า

116
00:07:37.421 --> 00:07:41.421

117
00:07:41.424 --> 00:07:44.519
(ล่าม) ใช่ครับ โทรศัพท์ก็ใช่ครับ

118
00:07:45.425 --> 00:07:48.519
(อาจารย์) โทรศัพท์ก็ใช่ครับ

119
00:07:49.426 --> 00:07:52.519
(ล่าม) เขาบอกโทรศัพท์ต้องเป็นอินเทอร์เน็ตน่ะครับ (อาจารย์)

120
00:07:53.428 --> 00:07:57.428
E-mail ก็เหมือนกัน ที่สำคัญ คือ ต้องมี อินเทอร์เน็ต

121
00:07:57.430 --> 00:08:00.520
จะต้องมีระบบเชื่อมโยงเครือข่าย

122
00:08:01.441 --> 00:08:04.519
อย่างนี้หรือเปล่าคะ

123
00:08:05.442 --> 00:08:08.519
(ล่าม) ใช่ ๆ ๆ ครับ (อาจารย์) อ๋อ

124
00:08:09.445 --> 00:08:13.445
ในระบบคอมพิวเตอร์ที่เราศึกษ

125
00:08:13.446 --> 00:08:16.519
ถ้าตามสิ่งที่เราได้ศึกษามา

126
00:08:17.449 --> 00:08:20.519
ในสาขาคอมพิวเตอร์นี่ คำว่า

127
00:08:21.449 --> 00:08:24.519
ระบบคอมพิวเตอร์คืออะไร เพราะตอนนี้อาจารย์

128
00:08:25.455 --> 00:08:29.455
แค่ คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะแต่ไม่เสียบปรั๊ก

129
00:08:29.457 --> 00:08:32.519
จบนิติศาสตร์นะคะ ก็จะไม่เข้าใจอย่างชัดเจน

130
00:08:33.459 --> 00:08:36.519
เท่าไหร่ ช่วยอธิบายอาจารย์หน่อย

131
00:08:37.460 --> 00:08:40.519

132
00:08:41.460 --> 00:08:45.460
อาจารย์ยกตัวอย่าง ก็ คือ คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ

133
00:08:45.462 --> 00:08:48.519

134
00:08:49.464 --> 00:08:52.519

135
00:08:53.464 --> 00:08:56.519
(ล่าม) เขาบอกว่ายังเป็นคอมพิวเตอร์ PC อย่างเดียว

136
00:08:57.465 --> 00:09:01.465
แล้วก็มีไอ้ตัว CPU วางอยู่เขาก็ไปงัดไปแงะค่ะ

137
00:09:01.465 --> 00:09:04.519
โทรศัพท์ได้ อีเมลก็เหมือนกัน ที่สำคัญ

138
00:09:05.466 --> 00:09:08.519
จะต้องมีอินเทอร์เน็ต (อาจารย์) โอ.เค.

139
00:09:09.466 --> 00:09:12.519
ปรบมือให้เพื่อนหน่อยนะคะ เพื่อนตอบถูกนะคะ

140
00:09:13.466 --> 00:09:17.466
เพื่อนตอบว่าอย่างไรคะ

141
00:09:17.469 --> 00:09:20.519

142
00:09:21.469 --> 00:09:24.519
แสดงว่าในระบบคอมพิวเตอร์

143
00:09:25.471 --> 00:09:28.519
นะคะ ที่เราได้ศึกษามา มันจะต้องมีการ

144
00:09:29.471 --> 00:09:33.471

145
00:09:33.473 --> 00:09:36.519
เชื่อมโยงใช่ไหมคะ ทางอินเทอร์เน็ตทาง

146
00:09:37.474 --> 00:09:40.519
ระบบเครือข่าย ที่สามารถออนไลน์ได้ด้วย

147
00:09:41.483 --> 00:09:44.519
ถ้าเป็นแค่คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ

148
00:09:45.483 --> 00:09:49.483
เขาบอกว่าได้ เพราะว่าคอมพิวเตอร์มีความจำอยู่ในนั

149
00:09:49.484 --> 00:09:52.519
แต่ไม่เสียบปลั๊ก ใช้งานไม่ได้

150
00:09:53.485 --> 00:09:56.519
ถ้ามีคนเข้าระบบไปงัดไปแงะ

151
00:09:57.485 --> 00:10:00.519
อย่างนี้ จะผิด พรบ. คอมพิวเตอร์ไหม

152
00:10:01.486 --> 00:10:05.486
จำมีตัว CPU ใช่ไหมคะ แต่ที่อาจารย์ยกตัวอย่างนี่

153
00:10:05.487 --> 00:10:08.519
อาจารย์ยกตัวอย่างคือ คอมพิวเตอร์

154
00:10:09.488 --> 00:10:12.519
ตั้งโต๊ะนี่ล่ะค่ะ ไม่ได้เสียบปลั๊กเลยนะ

155
00:10:13.489 --> 00:10:16.519
ไม่ได้เสียบปลั๊กเลยนะลูก เหมือนเป็นค

156
00:10:17.490 --> 00:10:21.490
อาจารย์บอกว่าไม่ได้เสียบปลั๊กเลยนะลูก

157
00:10:21.491 --> 00:10:24.519
คอมฯ ที่มันพัง

158
00:10:25.493 --> 00:10:28.519
วางอยู่แล้วก็มีไอ้ตัว

159
00:10:29.496 --> 00:10:32.519
CPU วางอยู่ เขาก็ไปงัด ไปแงะค่ะ

160
00:10:33.497 --> 00:10:37.497
ใช่ไหมคะ มันถึงจะผิดไอ้ตัวกฎหมายคอมพิวเตอร์

161
00:10:37.499 --> 00:10:40.519
ถามว่ามันการ

162
00:10:41.499 --> 00:10:44.529

163
00:10:45.500 --> 00:10:48.519
เพื่อนตอบว่าอย่างไร

164
00:10:49.501 --> 00:10:53.501
อาญา คือ ลักทรัพย์ แต่มันไม่ได้ผิด พรบ. คอม

165
00:10:53.504 --> 00:10:56.519
คะ

166
00:10:57.506 --> 00:11:00.519
(ล่าม) มี ๆ ครับ

167
00:11:01.506 --> 00:11:04.519

168
00:11:05.507 --> 00:11:09.507
มีความเข้าใจ ไปหมายเลขไหนต่อดีนะ

169
00:11:09.508 --> 00:11:12.519

170
00:11:13.509 --> 00:11:16.519

171
00:11:17.509 --> 00:11:20.519
(อาจารย์) ผิดไหม

172
00:11:21.510 --> 00:11:25.510
เมื่อกี้ที่อาจารย์ยกตัวอย่างว่ามันต้องมีการ

173
00:11:25.512 --> 00:11:28.519

174
00:11:29.513 --> 00:11:32.519
(ล่าม) เขาบอกว่าได้ในคอมพิวเตอร์มันมีความจำอยู่

175
00:11:33.515 --> 00:11:37.515
นะครับ (อาจารย์)

176
00:11:37.516 --> 00:11:41.516
โทรศัพท์วางอยู่บนโต๊ะนะคะ แล้วเราก็

177
00:11:41.518 --> 00:11:45.518

178
00:11:45.518 --> 00:11:49.518
(อาจารย์) เพื่อนบอกว่า ในตัวนี้

179
00:11:49.520 --> 00:11:53.519
มันก็ยังมีเหมือนหน่วยความจำ มี CPU ใช่ไหมคะ

180
00:11:53.522 --> 00:11:57.522
คอมพิวเตอร์ไหม

181
00:11:57.526 --> 00:12:01.519
แต่กรณีที่อาจารย์ยกตัวอย่าง ไปงัดไปแงะ

182
00:12:01.526 --> 00:12:05.519
เพื่อเอาข้อมูลออกไป โดยที่ใช้

183
00:12:05.527 --> 00:12:09.519
ระบบเครือข่ายออนไลน์ไหม

184
00:12:09.527 --> 00:12:13.527
ก็เราแอบเข้าไปน่ะครับ

185
00:12:13.538 --> 00:12:17.533
ได้ใช้ไหม อาจารย์บอกแล้วไม่ได้เสียบปลั๊กเลยนะลูก

186
00:12:17.540 --> 00:12:21.519
ไม่ได้เสียบปลั๊กเลยนะคะ

187
00:12:21.540 --> 00:12:25.519
เห็นไหม นี่คือความแตกต่างนะคะ เมื่อกี้เราก็บอกว่า

188
00:12:25.542 --> 00:12:29.542
ทีนี้ถ้า อาทิตย์ที่แล้วอาจารย์ยกตัวอย่าง

189
00:12:29.543 --> 00:12:33.519
ถ้ามันจะเป็นการ Access เข้าคอมพิวเตอร์ได้

190
00:12:33.545 --> 00:12:37.519
ของการเชื่อมต่อออนไลน์ใช่ไหมคะ มันถึงจะผิด พรบ.

191
00:12:37.545 --> 00:12:41.519
คอมพิวเตอร์นะคะ แต่ถ้าเราไม่ได้เสียบปลั๊กเลย

192
00:12:41.546 --> 00:12:45.546
ไปดูว่า โทรศัพท์เครื่องนี้เป็นของใคร พอเรากดเข้าไปดูข้อมูล

193
00:12:45.546 --> 00:12:49.519
คอมฯ มันพังอยู่นะคะ แล้วก็มีคนไปงัดไปแงะ

194
00:12:49.546 --> 00:12:53.519
แล้วก็เอาอุปกรณ์ไป อันนี้

195
00:12:53.546 --> 00:12:57.519
มันจะผิดกฎหมายอาญา คือลักทรัพย์

196
00:12:57.548 --> 00:13:01.548
พอเราพบแล้วว่า มันเป็นของอ้นนี่ เป็นของเพื่อนเรา

197
00:13:01.549 --> 00:13:05.519
นะคะ แต่มันยังไม่ได้ผิด

198
00:13:05.549 --> 00:13:09.519
พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ หรือกฎหมายคอมพิวเตอร์

199
00:13:09.550 --> 00:13:13.520
โอ.เค. นะคะ แต่ถือว่าเพื่อน

200
00:13:13.551 --> 00:13:17.551
ตามกฎหมายนี้อยู่ไหมคะ มันเป็นความผิดแล้วหรือยัง โจโจ้เก็บได้

201
00:13:17.551 --> 00:13:21.519
มีความเข้าใจนะคะ มีความเข้าใจ

202
00:13:21.552 --> 00:13:25.519
ไปหมายเลขไหนต่อดีนะ

203
00:13:25.553 --> 00:13:29.519

204
00:13:29.561 --> 00:13:33.561
เข้าไปดูข้อมูล เข้าไปดูเบอร์โทรว่าโทรศัพท์นี้เป็นของใคร

205
00:13:33.561 --> 00:13:37.519
คุณโจโจ้นะคะ คุณโจโจ้

206
00:13:37.562 --> 00:13:41.519
เมื่อกี้ที่อาจารย์ยกตัวอย่างว่า ถ้า

207
00:13:41.562 --> 00:13:45.519
จะต้องมีการ Access เข้า

208
00:13:45.569 --> 00:13:49.569
ผิดไหมคะ โจ้

209
00:13:49.570 --> 00:13:53.519
สู่ระบบคอมพิวเตอร์ใช่ไหมคะ ต้องมีการออนไลน์

210
00:13:53.570 --> 00:13:57.519
ถ้าโทรศัพท์เมื่อกี้ที่อาจารย์ยกตัวอย่าง

211
00:13:57.571 --> 00:14:01.519
โทรศัพท์ โทรศัพท์วางอยู่บนโต๊ะ

212
00:14:01.572 --> 00:14:05.572
เราเห็นโทรศัพท์ใครเราก็ไม่กล้าหยิบเลยสิ เพราะว่าเรากลัวความผิด แต่โจ้

213
00:14:05.573 --> 00:14:09.519
นะคะ แล้วเราก็

214
00:14:09.574 --> 00:14:13.519
หยิบโทรศัพท์ของใครก็ไม่รู้ล่ะ กดเข้าไป

215
00:14:13.574 --> 00:14:17.520
กดเข้าไปดู อย่างนี้ผิด พรบ.

216
00:14:17.575 --> 00:14:21.575
โจ้อยากจะเอาของ โทรศัพท์ไปคืน

217
00:14:21.576 --> 00:14:25.519
คอมไหมคะ ผิดกฎหมายคอมพิวเตอร์ไหม

218
00:14:25.579 --> 00:14:29.519

219
00:14:29.580 --> 00:14:33.519
(ล่าม) ผิดครับ (อาจารย์) ที่ผิดเพราะอะไรครับ

220
00:14:33.581 --> 00:14:37.581
อยู่แล้วก็หยิบโทรศัพท์ใส่กระเป๋าของตัวเอง อันนี้เจตนาดีหรือไม่

221
00:14:37.582 --> 00:14:41.519
ทราบไหมคะ

222
00:14:41.583 --> 00:14:45.519
(ล่าม) ก็เราแอบเข้าไปน่ะครับ

223
00:14:45.583 --> 00:14:49.519
(อาจารย์) เข้าไปในระบบคอมพิวเตอร์

224
00:14:49.584 --> 00:14:53.584
แสดงว่าอะไร เดี๋ยวหมายเลขอื่นช่วยหน่อยค่ะ

225
00:14:53.584 --> 00:14:57.519
ของคนอื่นใช่ไหมคะ โดยที่บุคคลนั้นอนุญาตไหม

226
00:14:57.585 --> 00:15:01.519
อนุญาต ไม่ได้อนุญาต

227
00:15:01.585 --> 00:15:05.519
ใช่ไหมคะ ทีนี้อาทิตย์ที่แล้ว

228
00:15:05.586 --> 00:15:09.586
มีหมายเลขอะไรบ้าง 12 เด็กหูใช่ไหมคะ 12

229
00:15:09.588 --> 00:15:13.519
อาจารย์ยกตัวอย่างแล้วล่ะ ถ้าเราเห็นโทรศัพท์

230
00:15:13.589 --> 00:15:17.519
ตกอยู่ที่พื้นนะคะ เราก็

231
00:15:17.590 --> 00:15:21.519
หยิบโทรศัพท์เครื่องนั้นขึ้นมา แล้วกดเข้าไป

232
00:15:21.593 --> 00:15:25.593
ว่าถ้าเราเห็นโทรศัพท์ตกอยู่นะคะ กรณีแรกหยิบขึ้นมา

233
00:15:25.593 --> 00:15:29.520
เพื่อที่จะไปดูว่า โทรศัพท์เครื่องนี้

234
00:15:29.595 --> 00:15:33.519
เป็นของใคร พอ

235
00:15:33.595 --> 00:15:37.519
เรากดเข้าไปดูข้อมูล

236
00:15:37.595 --> 00:15:41.595
ไปคืนเขากับอีกกรณีหนึ่งหยิบค่ะ แล้วกดเข้าไปดู

237
00:15:41.597 --> 00:15:45.519
เข้าไปดูในระบบคอมพิวเตอร์ และเข้าไปดู

238
00:15:45.598 --> 00:15:49.519
ว่าเป็นของใคร

239
00:15:49.600 --> 00:15:53.519
พอเราพบแล้ว ว่ามันเป็นของอ้นนี่

240
00:15:53.600 --> 00:15:57.600
ที่ 2 (ล่าม) หาเจ้าของค่ะ หาเจ้าของเป็น

241
00:15:57.601 --> 00:16:01.519
เพื่อนเรา เราก็เอาโทรศัพท์เครื่องนั้

242
00:16:01.602 --> 00:16:05.530
ไปคืนอ้น ถามว่ายังมี

243
00:16:05.604 --> 00:16:09.519
ผิดตามกฎหมายนี้อยู่ไหมคะ

244
00:16:09.606 --> 00:16:13.606
ผิดหรือไม่ผิดคะ

245
00:16:13.607 --> 00:16:17.519
มันเป็นความผิดแล้วหรือยัง

246
00:16:17.608 --> 00:16:21.519
โจโจ้เก็บได้

247
00:16:21.610 --> 00:16:25.519
โจโจ้เก็บได้ แล้วโจโจ้ก็เข้ามือถือ

248
00:16:25.610 --> 00:16:29.610
เอาโทรศัพท์เครื่องนี้ไปคืนเพื่อน หนูบอกว่ามันเป็นเจตนาดี

249
00:16:29.611 --> 00:16:33.519
เขา เข้าไปดูข้อมูล เข้าไปดูเบอร์โทร

250
00:16:33.612 --> 00:16:37.519
เพื่อที่จะได้รู้ว่า โทรศัพท์เครื่องนี้เป็นของใคร

251
00:16:37.624 --> 00:16:41.519
เป็นของใคร โจ้ก็เอาไปคืนเพื่อน

252
00:16:41.625 --> 00:16:45.625
ผิดไหมลูก

253
00:16:45.626 --> 00:16:49.519
ถามว่าเป็นความผิดไหม

254
00:16:49.628 --> 00:16:53.519
ผิดไหมคะ โจ้

255
00:16:53.630 --> 00:16:57.520

256
00:16:57.630 --> 00:17:01.630
เดี๋ยวยังอยู่กรณีนี้อยู่นะ

257
00:17:01.630 --> 00:17:05.519

258
00:17:05.634 --> 00:17:09.519
(ล่าม) ก็ยังผิดอยู่นะครับ (อาจารย์) แสดง

259
00:17:09.636 --> 00:17:13.519
ว่าต่อไปนี้เราเจอโทรศัพท์ใครเราก็ไม่กล้าหยิบเลยสิ

260
00:17:13.636 --> 00:17:17.636
เห็นโทรศัพท์ตกอยู่ไปเก็บอยากจะเอาไปคืนเขา

261
00:17:17.637 --> 00:17:21.519
เพราะเรากลัวความผิด

262
00:17:21.638 --> 00:17:25.519
แต่โจ้มีเจตนาอย่างไรลูก

263
00:17:25.638 --> 00:17:29.519
โจ้เก็บโทรศัพท์เขามาดู

264
00:17:29.640 --> 00:17:33.640
ยังไงหนูก็มองว่า ถึงเรามีเจตนาดี

265
00:17:33.641 --> 00:17:37.519
โจ้มีเจตนาดีไหมคะ

266
00:17:37.654 --> 00:17:41.519
โจ้

267
00:17:41.655 --> 00:17:45.519
อยากจะเอาของ คือโทรศัพท์ไปคืนเพื่อน

268
00:17:45.655 --> 00:17:49.655
ช่วยเพื่อนไหมเอ่ย หรือว่ามีใครมีความเห็นต่าง

269
00:17:49.656 --> 00:17:53.519
กับอีกอันหนึ่ง

270
00:17:53.657 --> 00:17:57.519
โจ้เห็นโทรศัพท์อยู่ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาใส่กระเป๋าตัวเอง

271
00:17:57.658 --> 00:18:01.519
อันนี้เจตนาดีหรือไม่ดี

272
00:18:01.659 --> 00:18:05.659
29 ลูก

273
00:18:05.661 --> 00:18:09.519

274
00:18:09.661 --> 00:18:13.519
โจ้ ตอบหน่อยสิลูก (ล่าม) ใช่ ๆ

275
00:18:13.666 --> 00:18:17.519
อันนี้คิดไม่ดีครับ (อาจารย์)

276
00:18:17.675 --> 00:18:21.675
อ่าวหรอคะ เอา 28 ก็ได้นะ อยุ่ใกล้กัน

277
00:18:21.676 --> 00:18:25.519
แสดงว่าอะไร ไหน เดี๋ยว

278
00:18:25.676 --> 00:18:29.519
หมายเลขอื่นช่วยหน่อยค่ะ

279
00:18:29.678 --> 00:18:33.519
ตอนนี้อยากให้เด็กหูฯ

280
00:18:33.678 --> 00:18:37.678

281
00:18:37.680 --> 00:18:41.519
กำลังมองว่ามีหมายเลขอะไรบ้าง

282
00:18:41.682 --> 00:18:45.519
12

283
00:18:45.682 --> 00:18:49.519
เด็กหูฯ ใช่ไหมคะ 12

284
00:18:49.683 --> 00:18:53.683
เข้าได้ไหมเอ่ย โอ.เค.

285
00:18:53.685 --> 00:18:57.519
เมื่อกี้

286
00:18:57.686 --> 00:19:01.519
ที่อาจารย์ถามว่า ถ้า

287
00:19:01.688 --> 00:19:05.519
เราเห็นโทรศัพท์ตกอยู่นะคะ

288
00:19:05.691 --> 00:19:09.691
หล่อจริง เข้าใจไหมคะเมื่อกี้ หรือยังไม่ได้ดู

289
00:19:09.691 --> 00:19:13.519
กรณีแรก หยิบเข้ามาเข้าสู่ระบบ

290
00:19:13.693 --> 00:19:17.519
คอมพิวเตอร์ เพื่อที่จะหาเจ้าของ และเพื่อ

291
00:19:17.700 --> 00:19:21.519
เอาโทรศัพท์นี้ไปคืนเขา กับอีกกรณีหนึ่ง

292
00:19:21.700 --> 00:19:25.700
กดเข้าสู่มือถือนี้น่ะค่ะ

293
00:19:25.702 --> 00:19:29.519
หยิบขึ้นมา แล้วก็กดค่ะ เข้าไป

294
00:19:29.703 --> 00:19:33.519
ดูว่าเป็นของใครก็จริง แต่เก็บเข้ากระเป๋าตัวเอง

295
00:19:33.707 --> 00:19:37.519
อันไหนเจตนาดี

296
00:19:37.708 --> 00:19:41.708
ที่อยากจะเอาไปคืนเจ้าของนะคะ แต่ถ้าเราเอาโทรศัพท์

297
00:19:41.708 --> 00:19:45.519
กรณีแรกหรือกรณีที่ 2

298
00:19:45.710 --> 00:19:49.519
(ล่าม) หาเจ้าของค่ะ

299
00:19:49.711 --> 00:19:53.519
หาเจ้าของ เป็นเจตนาดีค่ะ (อาจารย์) แสดงว่าการหาเจ้าของ

300
00:19:53.712 --> 00:19:57.712
(ล่าม) เดี๋ยวเจ้าของเขาโทรมาเราก็คุยแล้วเอาไปคืน

301
00:19:57.712 --> 00:20:01.519
และถามว่า ถ้าเราเอาโทรศัพท์เขากดเข้าไปดู

302
00:20:01.713 --> 00:20:05.519
ผิดหรือไม่ผิด

303
00:20:05.715 --> 00:20:09.519
ผิดหรือไม่ผิดคะ

304
00:20:09.716 --> 00:20:13.716
โทรมาเอง กลัวความผิดใช่ไหม จริง ๆ อยากคืนอยู่

305
00:20:13.717 --> 00:20:17.519

306
00:20:17.732 --> 00:20:21.519
เมื่อกี้หนูบอกว่า เห็นโทรศัพท์ตกอยู่

307
00:20:21.732 --> 00:20:25.519
หนูอยากจะเอาโทรศัพท์เครื่องนี้ไปคืนเพื่อน

308
00:20:25.733 --> 00:20:29.733
(ล่าม) ใช่ ๆ

309
00:20:29.733 --> 00:20:33.519
หนูบอกมันเป็นเจตนาดี หนู

310
00:20:33.734 --> 00:20:37.519
กดโทรศัพท์เข้าดู โดยที่เจ้าของเขาก็ไม่รู้หร ก

311
00:20:37.735 --> 00:20:41.519
อย่างนี้ ถามว่าผิดหรือไม่ผิด

312
00:20:41.736 --> 00:20:45.736
อยากจะตอบไหมคะ อาจารย์ถามเด็กหูหลายคนแล้ว ช่วยเพื่อนหน่อย

313
00:20:45.737 --> 00:20:49.519

314
00:20:49.739 --> 00:20:53.520
ผิดไหมลูก

315
00:20:53.740 --> 00:20:57.520

316
00:20:57.742 --> 00:21:01.742
ค้าง 9 ค่ะ

317
00:21:01.743 --> 00:21:05.520
ผิดค่ะ

318
00:21:05.745 --> 00:21:09.520

319
00:21:09.745 --> 00:21:13.519
(อาจารย์) เดี๋ยวยังอยู่กรณีนี้อยู่นะคะ

320
00:21:13.746 --> 00:21:17.746
ไม

321
00:21:17.747 --> 00:21:21.520
ใครอยาจะช่วยเพื่อนตอบ 13

322
00:21:21.748 --> 00:21:25.519
หนูเห็นว่าอย่างไร ผิดหรือไม่ผิด

323
00:21:25.749 --> 00:21:29.519

324
00:21:29.749 --> 00:21:33.749
มีความคิดที่แตกต่างหรือเหมือนกันไหม มีใครเปิดแล้วคะ

325
00:21:33.750 --> 00:21:37.520
เห็นโทรศัพท์ตกอยู่ ไปเก็บ แต่จำเป็น

326
00:21:37.759 --> 00:21:41.520
ที่จะต้องกดเข้าไปดูค่ะ ว่าเป็นของใคร

327
00:21:41.759 --> 00:21:45.520
เข้าไปดูเอง เป็นการกระทำที่ผิดค่ะ (อาจารย์)

328
00:21:45.759 --> 00:21:49.759

329
00:21:49.759 --> 00:21:53.519
อย่างไรหนูก็ยังมองว่า

330
00:21:53.760 --> 00:21:57.520
ถึงเรามีเจตนาดี แต่ก็ยังผิดอยู่ดี

331
00:21:57.771 --> 00:22:01.519
อย่างนี้ถูกต้องไหมคะ (ล่าม)

332
00:22:01.772 --> 00:22:05.772
11 ไหนช่วยตอบหน่อยสิลูก

333
00:22:05.774 --> 00:22:09.519
ใช่ค่ะ มีใครอยากตอบ

334
00:22:09.774 --> 00:22:13.520
ช่วยเพื่อนไหมเอ่ย หรือว่าใคร

335
00:22:13.775 --> 00:22:17.520
มีใครมีความเห็นต่าง จากกรณที่เพื่อนอธิบาย

336
00:22:17.776 --> 00:22:21.776
สรุปอย่างอย่างไร หนูเห็นว่าอย่างไร หนูมีเจตนาคืน

337
00:22:21.778 --> 00:22:25.520
มีไหมคะ

338
00:22:25.779 --> 00:22:29.520

339
00:22:29.780 --> 00:22:33.520
29 ลูก

340
00:22:33.780 --> 00:22:37.780
ผิดครึ่งหนึ่งไม่ผิดครึ่งหนึ่ง

341
00:22:37.782 --> 00:22:41.520

342
00:22:41.782 --> 00:22:45.520
คอมฯ ไม่ขึ้นหรือคะ ค้างหรือคะ

343
00:22:45.783 --> 00:22:49.520
อะไรนะ เพื่อนไม่เปิด

344
00:22:49.784 --> 00:22:53.784
แบบไม่มีสิทธิ มีคนอื่นอยากแชร์ไหมคะ

345
00:22:53.785 --> 00:22:57.520
หรือคะ

346
00:22:57.786 --> 00:23:01.520

347
00:23:01.787 --> 00:23:05.520
อ๋อ เอา 28 ก็ได้นะ อยู่ใกล้กัน

348
00:23:05.793 --> 00:23:09.793
จริง ๆ คือ อยากให้แชร์ก่อนไง อ้นคะ

349
00:23:09.794 --> 00:23:13.520
ขึ้นไหมคะ มันค้าง

350
00:23:13.796 --> 00:23:17.520
น่ะค่ะ

351
00:23:17.797 --> 00:23:21.520

352
00:23:21.798 --> 00:23:25.798
เพื่อนอะไร อ้นนี่หมายเลขอะไรลูก ของอ้นเปิดไม่ได้

353
00:23:25.799 --> 00:23:29.520

354
00:23:29.800 --> 00:23:33.520

355
00:23:33.800 --> 00:23:37.520
เข้าได้ไหมคะ

356
00:23:37.801 --> 00:23:41.801

357
00:23:41.801 --> 00:23:45.520
เอ่ย โอ.เค.

358
00:23:45.805 --> 00:23:49.520
เปิดแมสก์ไหมลูก

359
00:23:49.807 --> 00:23:53.520
จะได้เห็นหน้าหล่อ ๆ หน่อย

360
00:23:53.808 --> 00:23:57.808
นะคะ เห็นโทรศัพท์ มันตกอยู่ทีพื้นถ้าเราไปหยิบขึ้นมานะคะ

361
00:23:57.809 --> 00:24:01.520
หล่อจริง

362
00:24:01.810 --> 00:24:05.520
เข้าใจไหมคะ เมื่อกี้ หรือยังไม่ได้ดู

363
00:24:05.812 --> 00:24:09.520
ก็คือถ้าเราเห็นโทรศัพท์เพื่อนตกอยู่ แต่

364
00:24:09.812 --> 00:24:13.812
เครื่องนี้ไปคืนเจ้าของจริง ๆ แม้ว่าในตัวกฎหมายนี่ เขาจะเขียนไว้เลย

365
00:24:13.813 --> 00:24:17.520
เรามีเจตนาดี ที่จะเอาโทรศัพท์ไปคืนเขา

366
00:24:17.814 --> 00:24:21.520
ก็ต้องมีความจำเป็นต้องกดเข้าสู่มือถือ

367
00:24:21.814 --> 00:24:25.520
นี่ค่ะ เข้าไปดูว่ามันเป็นของใคร มีเบอร์โทร.

368
00:24:25.816 --> 00:24:29.816
เข้าถึงโดยมิชอบ คำว่า "โดยมิชอบ" คือโดยไม่ถูกกฎหมยา

369
00:24:29.817 --> 00:24:33.520
มีรูปไหม อย่างนี้ถามว่าผิดไหม

370
00:24:33.818 --> 00:24:37.520

371
00:24:37.819 --> 00:24:41.520
แต่เรามีเจตนาที่อยากจะเอาไปคืนเจ้าของเขานะ

372
00:24:41.819 --> 00:24:45.819
ของบุคคลอื่น โดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุก

373
00:24:45.821 --> 00:24:49.522
แต่ถ้าเราเอาโทรศัพท์ขึ้นมาดูเฉย ๆ

374
00:24:49.822 --> 00:24:53.520
ก็คงไม่รู้ล่ะว่ามันเป็นของใคร (ล่าม)

375
00:24:53.822 --> 00:24:57.521
เขาบอกว่าผิดครับ เขาบอกว่าเจ้าของก็โทรฯ มา

376
00:24:57.823 --> 00:25:01.823
มันมีโทษ แล้วเราเข้าระบบคอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่นมันมีความผิดแน่นอน

377
00:25:01.825 --> 00:25:05.520
เดี๋ยวเจ้าของเขาโทร. มาเดี๋ยวเรา

378
00:25:05.825 --> 00:25:09.520
คุยกัน แล้วเราค่อยเอาไปให้เขาก็ได้ครับ

379
00:25:09.826 --> 00:25:13.520
โอ.เค. แสดงว่า

380
00:25:13.826 --> 00:25:17.826
แต่จริง ๆ แล้วกฎหมายนี่มันมีองค์ประกอบ

381
00:25:17.827 --> 00:25:21.520
เราแสดงว่า เราไม่อยากจะเข้าโทรศัพท์เลย คือ

382
00:25:21.830 --> 00:25:25.520
วางไว้เฉย ๆ เดี๋ยวเจ้าของเขาก็โทร. มาเอง

383
00:25:25.830 --> 00:25:29.520
กลัวความผิด ใช่ไหม จริง ๆ

384
00:25:29.830 --> 00:25:33.830
เราเป็นบุคคลอื่น ก็คือผู้ใด มีการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์

385
00:25:33.831 --> 00:25:37.522
อยากคืนอยู่ แต่เราไม่กล้าที่จะเข้า

386
00:25:37.831 --> 00:25:41.521
แล้วก็รอให้เจ้าของโทรศัพท์มา

387
00:25:41.841 --> 00:25:45.521

388
00:25:45.841 --> 00:25:49.841
นี้ว่า ครบองค์ประกอบภายนอก ครบหมดเลยค่ะ

389
00:25:49.842 --> 00:25:53.520
(ล่าม) ใช่ ๆ กลัวครับ

390
00:25:53.843 --> 00:25:57.520
(อาจารย์)

391
00:25:57.843 --> 00:26:01.521
อาจารย์ว่า เด็กปกติ

392
00:26:01.844 --> 00:26:05.844
มีจิตใจดีไหมคะ เราก็ยังมีจิตใจดีนะคะ

393
00:26:05.845 --> 00:26:09.520
อยากจะแชร์ไหมลูก

394
00:26:09.847 --> 00:26:13.521
หลายคนแล้ว มีไหม ช่วยเพื่อนหน่อย

395
00:26:13.847 --> 00:26:17.521

396
00:26:17.848 --> 00:26:21.848
แต่ขาดองค์ประกอบภายใน เพราะคุณเป็นคนจิตใจดีไง

397
00:26:21.849 --> 00:26:25.520
หมายเลข

398
00:26:25.849 --> 00:26:29.521

399
00:26:29.851 --> 00:26:33.521
ค้าง 9 ค่ะ

400
00:26:33.852 --> 00:26:37.852
ถ้าไม่อย่างงั้นแล้ว ใครอยากจะทำดีล่ะ

401
00:26:37.852 --> 00:26:41.520
ข้างกัน ข้างเพื่อน

402
00:26:41.854 --> 00:26:45.521
หนูได้เปิดคอมฯ ไหม

403
00:26:45.854 --> 00:26:49.521

404
00:26:49.856 --> 00:26:53.856
นึกออกไหมคะ ใครอยากจะทำความดีล่ะ

405
00:26:53.857 --> 00:26:57.520

406
00:26:57.858 --> 00:27:01.520

407
00:27:01.861 --> 00:27:05.521
อ๋อ ไม่คืออาจารย์อยากรู้ว่า

408
00:27:05.862 --> 00:27:09.862
ของเรา ที่จะเป็นความผิดฐานล

409
00:27:09.862 --> 00:27:13.521
จะมีความคิดที่เหมือนกันหรือแตกต่างกันไหม

410
00:27:13.864 --> 00:27:17.521

411
00:27:17.864 --> 00:27:21.521
มีใครเปิดแล้วคะ มีใครเปิดแล้ว

412
00:27:21.866 --> 00:27:25.866
ในเรื่องของเจตนา เราไปมองว่ามันครบ

413
00:27:25.866 --> 00:27:29.521

414
00:27:29.867 --> 00:27:33.521

415
00:27:33.868 --> 00:27:37.521
เปิดหรือยังเอ่ย

416
00:27:37.869 --> 00:27:41.869
นะคะ อาจารย์ถึงเน้นว่าถ้นเรามีเจตนาดีนะ

417
00:27:41.871 --> 00:27:45.521
ยังค้างอยู่เลย

418
00:27:45.872 --> 00:27:49.521
1 อยากตอบไหม 1

419
00:27:49.873 --> 00:27:53.521
ใช่ไหมคะ

420
00:27:53.874 --> 00:27:57.874
เรามีเจตนาที่ดี มันก็ไม่มีความผิด

421
00:27:57.875 --> 00:28:01.521
11

422
00:28:01.876 --> 00:28:05.522
ไหนช่วยตอบหน่อยสิลูก

423
00:28:05.878 --> 00:28:09.521
นี่พูดเคสนี้ไป 3-4 รอบแล้วนะ

424
00:28:09.878 --> 00:28:13.878
ของคนอื่นนะคะ ไป โดยที่เขาไม่รู้ไม่เห็นผู้นั้นมีความผิดฐานรักทรั

425
00:28:13.880 --> 00:28:17.521
สรุปว่าอย่างไร สรุปว่าอย่างไร หนูเห็นว่าอย่างไร

426
00:28:17.891 --> 00:28:21.521
เรามีเจตนาดีที่จะเอาไปคืนล่ะ

427
00:28:21.891 --> 00:28:25.521
แต่มันก็มีความจำเป็นที่จะต้องกดดูน่ะ อย่างนี้ผิดไหม

428
00:28:25.891 --> 00:28:29.891
นักศึกษาก็ โทรศัพท์เพื่อนเรา เราจำได้

429
00:28:29.893 --> 00:28:33.521
เอ๊ะ

430
00:28:33.894 --> 00:28:37.521
ผิดครึ่งหนึ่งไม่ผิดครึ่งหนึ่ง

431
00:28:37.894 --> 00:28:41.521

432
00:28:41.895 --> 00:28:45.895
อยู่ไหนนี่โทรศัพท์เธอ ถามว่าทรัพย์เคลื่อยที่

433
00:28:45.895 --> 00:28:49.521

434
00:28:49.896 --> 00:28:53.521

435
00:28:53.897 --> 00:28:57.521
แบบไม่มีสิทธิ์

436
00:28:57.899 --> 00:29:01.899
เพราะเอาทรัพย์ของบุคคลอื่นไปค่ะ

437
00:29:01.900 --> 00:29:05.521
มีคนอื่นอยากแชร์เพิ่มเติมไหมคะ

438
00:29:05.902 --> 00:29:09.521
ก่อนที่จะเฉลย เฉลยเลย

439
00:29:09.903 --> 00:29:13.521
หนูก็อยากรู้ใช่ไหมคะ

440
00:29:13.919 --> 00:29:17.919
ดี เห็นไหมคะ มันก็จะไม่เป็นความผิด ตามกฎหมายอาฯ

441
00:29:17.920 --> 00:29:21.522
จริง ๆ คือยากให้แชร์กันก่อนไง

442
00:29:21.921 --> 00:29:25.521
อ้นล่ะ อ้นเห็นว่าอย่างไร อ้น

443
00:29:25.921 --> 00:29:29.522

444
00:29:29.924 --> 00:29:33.924
นั่นเอง ดังนั้นประการที่สำคัญที่สุด

445
00:29:33.926 --> 00:29:37.521

446
00:29:37.926 --> 00:29:41.521
เข้าไปเพื่ออะไร อ้นนี่

447
00:29:41.928 --> 00:29:45.521
หมายเลขอะไรลูก

448
00:29:45.929 --> 00:29:49.929
นะคะ เพราะไม่งั้นคนดีก็ไม่มีที่อยู่

449
00:29:49.932 --> 00:29:53.521
อ๋อของอ้นเปิดไม่ได้

450
00:29:53.939 --> 00:29:57.521
(ล่าม) ไม่ได้ยินค่ะ

451
00:29:57.942 --> 00:30:01.521

452
00:30:01.943 --> 00:30:05.943
เข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ มาตราที่ใกล้เคียงกัน เข้าถึงข้อมูลคอมพิวเตอร์

453
00:30:05.944 --> 00:30:09.521

454
00:30:09.946 --> 00:30:13.521
โอ.เค.

455
00:30:13.946 --> 00:30:17.521
นะคะ ถ้าเป็นกรณีเมื่อกี้ที่อาจารย์บอกว่า

456
00:30:17.948 --> 00:30:21.948
แต่มาตรา 7 เข้าถึงอะไรลูก ข้อมูลคอมพิวเตอร์

457
00:30:21.949 --> 00:30:25.534
เห็นโทรศัพท์นะคะ เห็นโทรศัพท์ แล้วมันตก

458
00:30:25.950 --> 00:30:29.521
อยู่ที่พื้นนะคะ ถ้าเราไปหยิบขึ้นมา

459
00:30:29.951 --> 00:30:33.521
นะคะ แล้วเราก็ตัดสินใจ

460
00:30:33.951 --> 00:30:37.951
ลูก ข้อมูลก็คือ โปรแกรมต่าง ๆ

461
00:30:37.952 --> 00:30:41.521
แล้ว ว่าเรามีความตั้งใจ

462
00:30:41.952 --> 00:30:45.521
ที่จะเอาโทรศัพท์เครื่องนี้ไปคืนเจ้าของจริง ๆ

463
00:30:45.962 --> 00:30:49.521
นะคะ แม้ว่าในตัวกฎหมายนี่นะคะ

464
00:30:49.962 --> 00:30:53.962
ทั้งสิ้น ถ้าเรามีการเข้าถึงคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ

465
00:30:53.963 --> 00:30:57.521
เขาจะเขียนไว้เลยว่า เป็นอย่างไรคะ

466
00:30:57.965 --> 00:31:01.521
ถ้าผู้ใดมาตรา 5 นะคะ มาตรา 5

467
00:31:01.966 --> 00:31:05.522
ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบ

468
00:31:05.966 --> 00:31:09.966
เข้าไปดูอย่างนี้นอกจากผิดมาตรา 5 ผิดระบบคอมพิวเตอร์

469
00:31:09.968 --> 00:31:13.521
คำว่า "โดยมิชอบ" ก็คือไม่ถูกกฎหมาย

470
00:31:13.970 --> 00:31:17.522
ใช่ไหมคะ โดยที่บุคคลนั้นไม่ได้อนุญาต

471
00:31:17.970 --> 00:31:21.521
มีการเข้าถึงนะคะ ซึ่งระบบ

472
00:31:21.972 --> 00:31:25.972
นะคะ ส่วนมาตรา 6 นะคะ ผู้ใด นะคะ ผู้ใด

473
00:31:25.973 --> 00:31:29.524
คอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่น

474
00:31:29.974 --> 00:31:33.521
โดยที่ไม่ได้รับอนุญาต จะต้อง

475
00:31:33.976 --> 00:31:37.521
มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน

476
00:31:37.978 --> 00:31:41.978
อะไรพวกนี้ที่เราตั้งค่าไว้ ล่วงรู้แล้ว

477
00:31:41.979 --> 00:31:45.521
หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ พอ

478
00:31:45.980 --> 00:31:49.522
เราเห็นว่ามันโทษ ถ้าเราเข้า

479
00:31:49.981 --> 00:31:53.521
ระบบคอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่น โดยที่ไม่ได้รับอนุญาต

480
00:31:53.982 --> 00:31:57.982
มาตรการเข้าถึงล่วงรู้แล้วไปบอกต่อ

481
00:31:57.983 --> 00:32:01.521
มันมีความผิดแน่นอน เราก็เลยตัดสินใจ

482
00:32:01.985 --> 00:32:05.521
ก็ทิ้งโทรศัพท์มันไว้อย่างนั่นล่ะ เดี๋ยวเจ้าของก็ต

483
00:32:05.985 --> 00:32:09.521
แต่จริง ๆ แล้วกฎหมายนี่

484
00:32:09.986 --> 00:32:13.986
ทีนี้อาจารย์มีอีกความหมายหนึ่ง

485
00:32:13.987 --> 00:32:17.521
มันมีองค์ประกอบนะคะ เราเรียกว่า "

486
00:32:17.990 --> 00:32:21.521
องค์ประกอบภายนอก และองค์ประกอบภายใน

487
00:32:21.990 --> 00:32:25.521
แม้ว่าองค์ประกอบภายนอกมันจะครบหมดเลย นักศึกษา

488
00:32:25.990 --> 00:32:29.990
ทำไมถึงเป็นลูก

489
00:32:29.992 --> 00:32:33.521
ดูมาตรา 5 เราเป็นบุคคลอื่น ก็คือผูใด

490
00:32:33.992 --> 00:32:37.521
เรามีการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ค่ะ ก็คือ

491
00:32:37.993 --> 00:32:41.521
มีการกดเข้าไปในระบบมือถือของคนอื่น

492
00:32:41.995 --> 00:32:45.995
แล้วก็เป็นการเชื่อมต่อเคลือข่ายอินเทอร์เน็ต

493
00:32:45.996 --> 00:32:49.521
โดยที่ไม่ได้รับอนุญาตใช่ไหมคะ

494
00:32:50.004 --> 00:32:53.522
เรียกกระบวนการนี้ว่า ครบองค์ประกอบ

495
00:32:54.005 --> 00:32:57.522
ภายนอกนะคะ ครบหมดเลยค่ะ

496
00:32:58.005 --> 00:33:02.005
ตู้กดเงินสดนี่ สิ่งใด บัตรใช่ไหมคะ บัตร

497
00:33:02.007 --> 00:33:05.521
แต่อะไร แต่พอเรามาดูเจตนาภายใ

498
00:33:06.008 --> 00:33:09.521
ที่เรียกว่า "องค์ประกอบภายใน" ภายในจิตใจเร

499
00:33:10.008 --> 00:33:13.521
เป็นคนมีจิตใจดีไหมคะ เรายังมีจิตใจ

500
00:33:14.010 --> 00:33:18.010
เข้าผ่านแอปพลิเคชันได้ แต่วาไอ้ แอปพลิเคชัน

501
00:33:18.010 --> 00:33:21.521
ที่ดีนะ เราก็มีเจตนาที่ดีนะ

502
00:33:22.011 --> 00:33:25.521
ที่อยากจะเอาโทรศัพท์เครื่องนี้ไปคืนเจ้าของ

503
00:33:26.012 --> 00:33:29.522
กฎหมายบอกว่า แม้ว่ามันจะครบองค์ประกอบภายนอก

504
00:33:30.013 --> 00:33:34.013
เอาจำนวนเงินเท่าไรพอเข้าสู่เขาเรียกว่าอะไร ขั้นตอนสุดท้าย

505
00:33:34.014 --> 00:33:37.521
ก็ตาม แต่ขาดองค์ประกอบภายใน

506
00:33:38.015 --> 00:33:41.522
เพราะคุณเป็นคนจิตใจดีไง เพราะคุณมีเจตนาที่

507
00:33:42.016 --> 00:33:45.521
อยากจะเอาไปคืนเจ้าของไง มันก็จะไม่ครบองค์ประกอบ

508
00:33:46.017 --> 00:33:50.017
ตู้ ATM พวกนี้มันเป็นระบบอะไรคะ ระบบคอมพิวเตอร์ใช่ไหมคะ

509
00:33:50.018 --> 00:33:53.521
และการกระทำนั้น ก็จะไม่เป็นความผิดตามมาตรา

510
00:33:54.020 --> 00:33:57.521
5 ค่ะ ถ้าไม่อย่างนั้นแล้ว ใครอยากจะทำดี ถูกต้องไหมลูก

511
00:33:58.020 --> 00:34:01.522
เก็บ

512
00:34:02.021 --> 00:34:06.021
เรากดแล้วเรียบร้อย รหัสมัน

513
00:34:06.023 --> 00:34:09.521
เข้าไปดูมือถือเขา ว่าจะเข้าไปคืนเจ้าของ

514
00:34:10.039 --> 00:34:13.521
ด้วยซ้ำ แต่กลายเป็นว่า เธอมีความผิดนะ แล้ว

515
00:34:14.040 --> 00:34:17.521
ใครอยากจะเก็บนึกออกไหมคะ ใครอยากจะทำความดี

516
00:34:18.041 --> 00:34:22.041
แน่นอนเลย ใช่ไหมคะ ผิดแน่นอนเลย พอเพื่อนรู้เสร็จปั๊บ

517
00:34:22.042 --> 00:34:25.521
นะคะ ดังนั้นกฎหมายก็เลยมองว่า แม้มันจะครบองค์ประกอบ

518
00:34:26.043 --> 00:34:29.521
ภายนอกก็ตาม แต่องค์ประกอบภายในคุณมี

519
00:34:30.045 --> 00:34:33.521
เจตนาที่ดี ไม่ได้มีเจตนาที่จะเอา

520
00:34:34.055 --> 00:34:38.055
ตายตัวใช่ไหมคะ เขาเรียกว่าอะไรบัตรกดเงินสดนี่

521
00:34:38.055 --> 00:34:41.521
ของเขามาเป็นของเรา

522
00:34:42.056 --> 00:34:45.521
นักศึกษาก็จะไม่เป็นความผิดตามมาตรา 5

523
00:34:46.058 --> 00:34:49.522
นะคะ ดังนั้น เมื่อกี้ที่อาจารย์ถามไป

524
00:34:50.058 --> 00:34:54.058
เลขบัตรไว้ หรือเราไม่ได้เขียนเลขบัตรไว้

525
00:34:54.059 --> 00:34:57.522
กับเพื่อน ๆ นี่ ก็ประเด็นเดียวนี่ล่ะ ที่เพื่อน ๆ

526
00:34:58.060 --> 00:35:01.523
น่าจะยังมีความสับสนอยู่ ก็คือเรื่องของเจตนา เรา

527
00:35:02.061 --> 00:35:05.521
มองว่าครบใช่ไหมคะ องค์ประกอบภายนอก

528
00:35:06.062 --> 00:35:10.062
ถามว่าเขาเสียหายไหม เสียหาย คนที่รู้แล้วไปบอกต่อมีความผิด

529
00:35:10.063 --> 00:35:13.521
ก็มันครบหมดแล้ว ก็เราหยิบโทรศัพท์

530
00:35:14.064 --> 00:35:17.522
เขา อย่างนี้ก็ผิดแล้ว แม้ว่าเราอยากจะเอาไปคืนก็ตาม

531
00:35:18.064 --> 00:35:21.521
นะคะ อาจารย์ถึงเน้นว่าถ้าเรามีเจตนาดีนะ

532
00:35:22.064 --> 00:35:26.064
เห็นไหมคะ คนที่รู้แล้วไปบอกต่อ อาจจะรู้แล้วไม่ทำ แต่เป็นคนสนับสนุน

533
00:35:26.066 --> 00:35:29.522
ถ้าเราอยากจะเอาไปคืนเขานะ อันนี้

534
00:35:30.066 --> 00:35:33.521
คือองค์ประกอบภายในค่ะ ดังนั้นต้อง

535
00:35:34.068 --> 00:35:37.521
ดูนะคะว่า แม้ว่าจะครบองค์ประกอบภายนอกก็ตาม สิ่งที่

536
00:35:38.070 --> 00:35:42.070
อันนี้รู้แล้วไปบอกต่อ

537
00:35:42.072 --> 00:35:45.522
เราทำไป เรามีเจตนาที่ดี เราก็จะไม่มีความผิด

538
00:35:46.073 --> 00:35:49.521
นะคะ สมมติว่าเทียบเคียงกฎหมายอาญา

539
00:35:50.075 --> 00:35:53.522
อย่างเช่นนี่ ลักทรัพย์

540
00:35:54.076 --> 00:35:58.076
กดเข้าไปเลย ผิดข้อหาลักทรัพย์ไหม

541
00:35:58.076 --> 00:36:01.522
ลักทรัพย์ก็คือผู้ใดเอาของคนอื่นไป

542
00:36:02.077 --> 00:36:05.522
เอาของของคนอื่นนะคะ ไปโดยที่

543
00:36:06.083 --> 00:36:09.522
เขาไม่รู้ไม่เห็น ผู้นั้นนี่

544
00:36:10.084 --> 00:36:14.084
จริง ๆ แล้วกฎหมาย

545
00:36:14.085 --> 00:36:17.522
มีความผิดฐานลักทรัพย์

546
00:36:18.086 --> 00:36:21.522
ครบองค์ประกอบภายนอก คือ เราเห็นโทรศัพท์ใช่ไหมคะ เห็นโทรศัพท์เพื่อน

547
00:36:22.086 --> 00:36:25.522
วางอยู่ นักศึกษาก็นี่ค่ะ

548
00:36:26.086 --> 00:36:30.086

549
00:36:30.087 --> 00:36:33.522
โทรศัพท์เพื่อนเรา เราจำได้ เคสนี้

550
00:36:34.088 --> 00:36:37.521
สีชมพูหวานแหว

551
00:36:38.091 --> 00:36:41.521
เจตนาที่จะหยิบโทรศัพท์เครื่องนี้ แล้วก็ไปตามหา

552
00:36:42.091 --> 00:36:45.522
โจโจ้ค่ะ โจโจ้อยู่ไหน นี่โทรศัพท์เธอ

553
00:36:46.092 --> 00:36:49.522
ทำให้ทรัพย์เคลื่อนที่ไปจากเดินหรือยัง

554
00:36:50.093 --> 00:36:53.522
เราไปแล้วค่ะ ถ้าเราพิจารณาองค์ประกอบภายนอก

555
00:36:54.097 --> 00:36:57.522
ครบไหม เป็นความผิดฐานลักทรัพย์

556
00:36:58.099 --> 00:37:01.522
ใช่ไหมคะ เพราะเอาทรัพย์ของบุคคลอื่นไปค่ะ

557
00:37:02.100 --> 00:37:05.522
นี่คือองค์ประกอบภายนอก แต่คือ

558
00:37:06.101 --> 00:37:09.522
เจตนาภายใน มีเจตนาอะไรคะ

559
00:37:10.102 --> 00:37:13.522
อยากจะเอาโทรศัพท์เครื่องนี้ไปคืนเพื่อน เจตนา

560
00:37:14.102 --> 00:37:17.522
ดีไหม ดี เห็นไหมคะ

561
00:37:18.104 --> 00:37:21.522
มันก็จะไม่เป็นความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา

562
00:37:22.108 --> 00:37:25.521
คือความผิดฐานลักทรัพย์ แล้วการเข้าข้อมูลใน

563
00:37:26.109 --> 00:37:29.522
ระบบข้อมูล

564
00:37:30.110 --> 00:37:33.522
นั่นเองนะคะ ดังนั้นประการที่สำคัญที่สุด

565
00:37:34.112 --> 00:37:37.522
นะคะ คือ เจตนา ถ้าเรายืนยันว่ามี

566
00:37:38.113 --> 00:37:41.522
เจตนาดีนะคะ ที่ทำไปปนี่ เพราะเรา

567
00:37:42.114 --> 00:37:45.522
เรามีเจตนาดีจริง ๆ กฎหมายก็ทำอะไร

568
00:37:46.124 --> 00:37:49.522
เราไม่ได้นะคะ เพราะไม่อย่างนั้นแล้วน่ะ คนดีก็ไม่มีที่อยู่

569
00:37:50.126 --> 00:37:53.523
ถูกต้องไหมนะคะ ก็กลายเป็นว่า ทำแล้วผิด

570
00:37:54.126 --> 00:37:57.522
จะทำทำไม นะคะ ฉะนั้นเรื่องเจตนา

571
00:37:58.128 --> 00:38:01.522
สำคัญมาก ทีนี้พอมาตรา 5

572
00:38:02.128 --> 00:38:05.522
เข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์

573
00:38:06.129 --> 00:38:09.522
มาตราที่ใกล้เคียงกัน ก็คือ

574
00:38:10.132 --> 00:38:13.522
เข้าถึงข้อมูลคอมพิวเตอร์ คือ

575
00:38:14.134 --> 00:38:17.522
มาตรา 7 การเข้าถึงจะมี 2 มาตรา คือมาตรา 7 เข้าถึง

576
00:38:18.134 --> 00:38:21.522
ถึงระบบคอมพิวเตอร์ แต่มาตรา 7 เข้าถึง

577
00:38:22.136 --> 00:38:25.522
ข้อมูลคอมพิวเตอร์นะคะ ทีนี้มาตรา 7

578
00:38:26.137 --> 00:38:29.522
เรามาขยายความกันหน่อยว่าคืออะไร

579
00:38:30.138 --> 00:38:33.522
ยังจำกันได้อยู่ไหมคะ

580
00:38:34.139 --> 00:38:37.522
ข้อมูลคอมพิวเตอร์ลูก

581
00:38:38.140 --> 00:38:41.522
ข้อมูล ก็คือโปรแกรมต่าง ๆ ใช่ไหมคะ

582
00:38:42.142 --> 00:38:45.522
โปรแกรมคอมพิวเตอร์

583
00:38:46.144 --> 00:38:49.522
นะคะ พวกนี้ ถือว่าเป็นข้อมูล

584
00:38:50.144 --> 00:38:53.522
คอมพิวเตอร์ทั้งสิ้น ดังนั้นถ้าเรามีการเข้าถึง

585
00:38:54.145 --> 00:38:57.522
คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ เสร็จปั๊บ

586
00:38:58.145 --> 00:39:01.522
นะคะ เราก็แอบเข้าไปดูข้อมูลเขา

587
00:39:02.146 --> 00:39:05.522
นะคะ ที่อยู่ในเครื่องนะคะ เขา

588
00:39:06.147 --> 00:39:09.522
มีไฟล์งาน เข้าไปดู อย่างนี้

589
00:39:10.148 --> 00:39:13.522
นอกจากผิดมาตรา 5 คือเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์

590
00:39:14.148 --> 00:39:17.522
แล้วผิดมาตรา 7 คือเข้าสู่อะไรคะ เข้าสู่

591
00:39:18.150 --> 00:39:21.522
ระบบคอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่นด้วย จะผิดทั้งมาตรา 5 และ

592
00:39:22.150 --> 00:39:25.522
มาตรา 7 นะคะ ส่วนมาตรา 6 ก็คือ

593
00:39:26.152 --> 00:39:29.522
นะคะ ผู้ใดนะคะ ผู้ใด

594
00:39:30.153 --> 00:39:33.522
ล่วงรู้มาตราการป้

595
00:39:34.153 --> 00:39:37.522
ก็คืออะไรคะ พวก Username Password

596
00:39:38.154 --> 00:39:41.522
นะคะ รหัสลับอะไรอย่างนี้ที่เราตั้งค่าไว้นี่

597
00:39:42.170 --> 00:39:45.522
ล่วงรู้แล้ว ทำอย่างไรต่อนะคะ ล่วงรู้แล้ว

598
00:39:46.170 --> 00:39:49.522
นี่นะคะ ล่วงรู้แล้ว

599
00:39:50.170 --> 00:39:53.522
รู้แล้วไปบอกต่อนะคะ

600
00:39:54.171 --> 00:39:57.522
มาตรา 6 นะคะ มาตราการเข้าถึง ล่วงรู้แล้ว

601
00:39:58.172 --> 00:40:01.522
ต่อค่ะ ไปบอกต่อนะคะ นี่

602
00:40:02.172 --> 00:40:05.522
คอมพิวเตอร์เครื่องนี้นะ มีรหัส 12345

603
00:40:06.172 --> 00:40:09.522
เข้าได้เลย เธอเข้าสิ รหัสนี้

604
00:40:10.174 --> 00:40:13.522
นึกออกไหมคะ ทีนี้อาจารย์มีอีกคำถามหนึ่ง

605
00:40:14.174 --> 00:40:17.522
นะคะ ตู้ ATM

606
00:40:18.175 --> 00:40:21.522
ตู้ ATM นะคะ ตู้ ATM นี่

607
00:40:22.179 --> 00:40:25.522
ถือว่าเป็นระบบ

608
00:40:26.180 --> 00:40:29.522
คอมพิวเตอร์ไหม ทำไมถึงเป็น

609
00:40:30.180 --> 00:40:33.522
ลูก

610
00:40:34.181 --> 00:40:37.522
ใช่ไหมคะ มันมี...

611
00:40:38.183 --> 00:40:41.522
มันมีการ

612
00:40:42.184 --> 00:40:45.522
มันมีโปรแกรมซอฟต์แวร์ แล้วก็เป็นการเชื่อมต่อ

613
00:40:46.185 --> 00:40:49.522
เครือข่ายอินเทอร์เน็ตใช่ไหมคะ เพื่อให้ใช้งานได้

614
00:40:50.187 --> 00:40:53.522
ดังนั้น ตู้ ATM นี่มันก็

615
00:40:54.188 --> 00:40:57.523
เป็นระบบคอมพิวเตอร์ ปรากฎว่าสิ่งไหนจะนำมาใช้

616
00:40:58.188 --> 00:41:01.523
กับตู้เอทีเอ็มคะ ตู้กดเงินสด

617
00:41:02.189 --> 00:41:05.522
นี่ สิ่งใด

618
00:41:06.190 --> 00:41:09.522
บัตรใช่ไหมคะ บัตร อะไรนะ

619
00:41:10.192 --> 00:41:13.522
เดี๋ยวนี้ก็ไม่มีบัตรก็

620
00:41:14.193 --> 00:41:17.522
ทำอย่างไรคะ Access เข้าผ่านแอปพลิเคชัน

621
00:41:18.194 --> 00:41:21.522
ได้นะคะ แต่ว่าแอปพลิเคชันนี่

622
00:41:22.196 --> 00:41:25.522
มันจะส่งสิ่งหนึ่งมาคะ มันจะส่งมาว่า

623
00:41:26.207 --> 00:41:29.522
เรากดเงินแบบไม่ใช้บัตรใช่ไหมคะ แล้ว

624
00:41:30.207 --> 00:41:33.522
กดจำนวนเงินว่าเราจะเอาจำนวนเงินเท่าไร พอเข้าสู่

625
00:41:34.209 --> 00:41:37.523
เขาเรียกว่าอะไร ถึงขั้นตอนสุดท้าย

626
00:41:38.209 --> 00:41:41.522
เขาจะส่งสิ่งหนึ่งมาให้เรา นั่นคือ

627
00:41:42.210 --> 00:41:45.522
Password เพื่อเอาไปเชื่อม

628
00:41:46.212 --> 00:41:49.522
กับตู้เอทีเอ็ม

629
00:41:50.213 --> 00:41:53.522
พวกนี้มันเป็นระบบอะไรคะ

630
00:41:54.213 --> 00:41:57.522
ระบบคอมพิวเตอร์ใช่ไหมคะ  ที่มีการเชื่อมโยงเครือ

631
00:41:58.215 --> 00:42:01.522
ทางอินเทอร์เน็ตหมดเลย ดังนั้นนี่

632
00:42:02.215 --> 00:42:05.522
เรากดแล้วเรียบร้อย รหัส

633
00:42:06.216 --> 00:42:09.522
มันโผล่ขึ้นมา เพื่อนนี่ตาไวกว่าเรา

634
00:42:10.225 --> 00:42:13.522
เพื่อนเห็นปุ๊บทำอย่างไรคะ เห็นปุ๊บ

635
00:42:14.226 --> 00:42:17.523
วิ่งไปกดเดี๋ยวนั้นเลย

636
00:42:18.226 --> 00:42:21.523
ผิดไหม แน่นอนเลย ใช่ไหมคะ อันนี้

637
00:42:22.227 --> 00:42:25.522
ผิดแน่นอนนะคะ แล้วพอเพื่อนรู้เสร็จปั๊บ

638
00:42:26.228 --> 00:42:29.522
บอกต่อเลย นี่ ๆ รหัสมันอย่างนี้นะ

639
00:42:30.242 --> 00:42:33.522
ไปกดต่อเลย ยิ่งถ้าเป็น

640
00:42:34.244 --> 00:42:37.522
รหัสเอทีเอ็มนี่ ตายตัวใช่ไหมคะ รหัสกดเงินสดออนไลน์นี่

641
00:42:38.244 --> 00:42:41.523
เขาเรียกว่าอะไร กดแบบออนไลน์นี่ Password

642
00:42:42.244 --> 00:42:45.522
มันจะเปลี่ยนไปตลอด แต่ถ้าบัตร ATM นี่

643
00:42:46.245 --> 00:42:49.523
เป็นอย่างไรคะ มันตายตัวตลอด

644
00:42:50.251 --> 00:42:53.522
แต่เราเขียนเลขบัตรไว้ หรือเราไม่ได้เขียนเลขบัตรไว้

645
00:42:54.252 --> 00:42:57.522
แต่เพื่อนรู้ ง่ายมากเลย 2 4 ตัว

646
00:42:58.253 --> 00:43:01.523
ใช่ไหมคะ ไปแล้วคะ ไปบอกนาย A ต่อ

647
00:43:02.268 --> 00:43:05.522
ไปบอกนาย ค. ต่อ ไปต่อเรื่อย ๆ

648
00:43:06.268 --> 00:43:09.522
ตัวนี้ถามว่าเขาเสียหายไหม เสียหาย

649
00:43:10.269 --> 00:43:13.522
คนที่รู้แล้วไปบอกต่อ มีความผิด

650
00:43:14.271 --> 00:43:17.522
มาตรา 6 ด้วยนะคะ แล้วคนที่เข้า

651
00:43:18.271 --> 00:43:21.523
ก็มีความผิดนะคะ ทั้งมาตรา 5 และ

652
00:43:22.272 --> 00:43:25.522
มาตรา 7 เห็นไหมคะ คนที่รู้แล้วไปบอกต่อ

653
00:43:26.272 --> 00:43:29.523
นะคะ อาจจะรู้แล้วไม่ทำนะคะ

654
00:43:30.282 --> 00:43:33.522
แต่เป็นคนเหมือนคนสนับสนุน เราได้บัตรมาแล้ว

655
00:43:34.288 --> 00:43:37.522
ยื่นต่อ นี่รหัส 1234 นะ เอาไปกดนะ

656
00:43:38.289 --> 00:43:41.523
อันนี้รู้แล้วไปบอกต่อ ตัวเองนี่มีความผิด

657
00:43:42.290 --> 00:43:45.522
ตามมาตรา 6 ใช่ไหมคะ แล้วคนที่รับไป

658
00:43:46.290 --> 00:43:49.523
ไปกดต่อ ใช่ไหมคะ ได้บัตรแล้วนี่

659
00:43:50.291 --> 00:43:53.522
ได้รหัสแล้วนิ ใช่ไหมคะ ก็ไปที่ตู้เลย ก็

660
00:43:54.293 --> 00:43:57.522
เสียบบัตรกดเข้าไปเลย

661
00:43:58.300 --> 00:44:01.522
ผิดข้อหาลักทรัพย์ไหม คนเอาไปนี่

662
00:44:02.302 --> 00:44:05.522
ถ้าเขาเอาบัตรนี่ ผิดแน่นอนอยู่แล้ว คือ

663
00:44:06.302 --> 00:44:09.522
ตัวการร่วมกันเป็นกระบวนการ

664
00:44:10.303 --> 00:44:13.522
นะคะ จริง ๆ แล้วกฎหมายนี่นะคะ มันก็

665
00:44:14.318 --> 00:44:17.522
ไม่ได้มีแค่ตัว พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์

666
00:44:18.319 --> 00:44:21.522
นะคะ กฎหมายอะไรอื่น ๆ เข้ามาอีก

667
00:44:22.320 --> 00:44:25.522
มันคือยกตัวอย่างให้ฟัง

668
00:44:26.320 --> 00:44:29.523
จะมีความผิดอย่างไรนะคะ แต่ความเป็นจริง

669
00:44:30.321 --> 00:44:33.522
อาจจะมีผิดหลายมาตร หลายกฎหมาย มากกว่านั้

670
00:44:34.322 --> 00:44:37.522
นะคะ ทีนี้นะคะ

671
00:44:38.322 --> 00:44:41.523

672
00:44:42.322 --> 00:44:45.522
ที่อาจารย์เคยบอกว่าอาทิตย์หน้า

673
00:44:46.323 --> 00:44:49.522
อาทิตย์หน้านะคะ อาทิตย์หน้า อาจารย์จะให้นักศึกษา

674
00:44:50.324 --> 00:44:53.522
ได้ลงไปสอบ

675
00:44:54.326 --> 00:44:57.522
ถามใช่ไหมคะ กับคนทั่ว ๆ ไปนะคะ

676
00:44:58.326 --> 00:45:01.522
คุณนี่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ พรบ.

677
00:45:02.326 --> 00:45:05.523
คอมพิวเตอร์มาตรา 5, 6, 7

678
00:45:06.340 --> 00:45:09.522
หรือไม่นะคะ นี่คือไอ้มาตราที่เราได้ศึกษากันไปนี่ค่ะ

679
00:45:10.340 --> 00:45:13.523
มาตรา 5 6 7 นี่ คุณมีความเข้าใจ

680
00:45:14.342 --> 00:45:17.522
อย่างไรนะคะ อาจารย์ก็เลยอาทิตย์ที่แล้ว

681
00:45:18.343 --> 00:45:21.522
อาจารย์ก็บอกว่าให้นักศึกษาจับคู่กัน

682
00:45:22.343 --> 00:45:25.522
คิดคำถามใช่ไหมคะ ว่าเราจะเอาคำถาม

683
00:45:26.344 --> 00:45:29.522
ไปถามนะคะ ไปถาม

684
00:45:30.344 --> 00:45:33.522
คนทั่ว ๆ ไปนะคะ ว่าคุณมีความรู้ความเข้าใจ

685
00:45:34.346 --> 00:45:37.522
นะคะ ในมาตรา 5, 6, 7 หรือไม่

686
00:45:38.346 --> 00:45:41.524
ทีนี้นี่อาจารย์ก็เลยลองทำมาดู

687
00:45:42.347 --> 00:45:45.523
ลองดูนะคะ ว่ามันจะใช้ได้ไหม

688
00:45:46.347 --> 00:45:49.522
เดี๋ยวเปิดให้ดูนะคะ

689
00:45:50.347 --> 00:45:53.523
อุ๋ยคะ

690
00:45:54.348 --> 00:45:57.523
ถ้าเราจะ... เรามีนี่ค่ะ

691
00:45:58.349 --> 00:46:01.523
ค่ะ จะปิ้ง

692
00:46:02.351 --> 00:46:05.522
ปิ้งตัวนี้

693
00:46:06.352 --> 00:46:09.523

694
00:46:10.354 --> 00:46:13.522

695
00:46:14.355 --> 00:46:17.522

696
00:46:18.357 --> 00:46:21.522

697
00:46:22.359 --> 00:46:25.522
ต้องคำสั่งตัวนี้

698
00:46:26.360 --> 00:46:29.522

699
00:46:30.361 --> 00:46:33.522

700
00:46:34.363 --> 00:46:37.522

701
00:46:38.365 --> 00:46:41.522

702
00:46:42.366 --> 00:46:45.522

703
00:46:46.367 --> 00:46:49.523
ได้ไหมคะ

704
00:46:50.368 --> 00:46:53.523
ใครยังมีข้อสงสัยมาตรา 5, 6, 7

705
00:46:54.370 --> 00:46:57.523
ใครยังไม่ไดเข้าใจประเด็นไหนไหม

706
00:46:58.371 --> 00:47:01.522
อยากให้อาจารย์อธิบายเพิ่มเติมหรือเปล่า

707
00:47:02.372 --> 00:47:05.522
คุยกันเป็นรายคนก็ได้นะคะ

708
00:47:06.372 --> 00:47:09.523
ถามอาจารย์เลย

709
00:47:10.373 --> 00:47:13.523

710
00:47:14.374 --> 00:47:17.522

711
00:47:18.376 --> 00:47:21.523
ได้ไหมเอ่ย

712
00:47:22.377 --> 00:47:25.522
เข้าใจไหมเอ่ย 5, 6, 7

713
00:47:26.377 --> 00:47:29.522
พอไหวไหม

714
00:47:30.379 --> 00:47:33.522
เพราะว่าเดี๋ยวหนูจะต้องไปถามเข้านะ

715
00:47:34.381 --> 00:47:37.522
ว่าคุณเข้าใจไหม มาตรา 5 6 7 เรานี่

716
00:47:38.381 --> 00:47:41.522
คุณเข้าใจ

717
00:47:42.382 --> 00:47:45.522
เรื่องการเข้าถึงไหม คุณเข้าใจระบบคอมพิวเตอร์ไหม

718
00:47:46.382 --> 00:47:49.522
คุณเข้าใจข้อมูลคอมพิวเตอร์ไหม นี่คือสิ่งที่หนู

719
00:47:50.392 --> 00:47:53.522

720
00:47:54.393 --> 00:47:57.522
โอ.เค.

721
00:47:58.395 --> 00:48:01.522
นี่นะคะ อาจารย์ทำตัวอย่าง

722
00:48:02.395 --> 00:48:05.522
อาจารย์ แบ่

723
00:48:06.395 --> 00:48:09.522
คือการวัดความเข้าใจ แล้วก็วัดความรู้

724
00:48:10.405 --> 00:48:13.522
อันนี้เป็นตัวอย่างที่อาจารย์ทำมาให้พวกคุณดู

725
00:48:14.406 --> 00:48:17.522
นะคะ

726
00:48:18.407 --> 00:48:21.522

727
00:48:22.408 --> 00:48:25.522

728
00:48:26.410 --> 00:48:29.522
ค่ะ เดี๋ยว

729
00:48:30.411 --> 00:48:33.523
เดี๋ยวมันมืดไปหน่อย

730
00:48:34.412 --> 00:48:37.522
ได้ไหม

731
00:48:38.414 --> 00:48:41.522
พี่ล่ามเห็นไหมคะ เห็นนะคะ

732
00:48:42.416 --> 00:48:45.522

733
00:48:46.419 --> 00:48:49.522
วัดความเข้าใจนะคะ วัดความเข้าใจใน

734
00:48:50.419 --> 00:48:53.522
มาตรา 5 6 7 กับประชาชนทั่วไปนี่ เราจะใช้คำถาม

735
00:48:54.421 --> 00:48:57.523
ไหน ในการวัดนะคะ อย่างแรกอาจารย์

736
00:48:58.421 --> 00:49:01.523
ลองถามเขาก่อนว่า

737
00:49:02.423 --> 00:49:05.522
ท่านเข้าใจระบบคอมพิวเตอร์หรือไม่

738
00:49:06.424 --> 00:49:09.522
นะคะ ก็คือคอมพิวเตอร์

739
00:49:10.425 --> 00:49:13.522
เหมือนเมื่อกี้ที่อาจารย์ถามเรา ว่าระบบคอมพิวเตอร์คืออะไร

740
00:49:14.426 --> 00:49:17.522
ใช่ไหมคะ ถ้าเราถามเขาว่าระบบคอมพิวเตอร์คืออะไร

741
00:49:18.426 --> 00:49:21.522
มันจะเป็นลักษณะของการอธิบายเลย แล้วบางคน

742
00:49:22.428 --> 00:49:25.523
อาจจะตอบยาก ถ้าใครไม่ได้เรีย

743
00:49:26.429 --> 00:49:29.522
คอมพิวเตอร์มาก็จะไม่เข้าใจว่า ไอ้ตัวคอมพิวเตอร์ System

744
00:49:30.430 --> 00:49:33.523
นี่ มันคืออะไรนะคะ ดังนั้น นักศึกษา

745
00:49:34.430 --> 00:49:37.522
อาจจะถามตัวนี้ค่ะ ท่านเข้าใจ

746
00:49:38.430 --> 00:49:41.523
ระบบคอมพิวเตอร์หรือไหม 5 4 3 2 1

747
00:49:42.432 --> 00:49:45.522
ถ้าเขาเข้าใจก็จะติ้กที่ 5 ถ้าเขา

748
00:49:46.432 --> 00:49:49.522
ไม่เข้าใจเขาก็จะไปติ๊กที่น้อยที่สุดเลย คือ 1

749
00:49:50.433 --> 00:49:53.522
นะคะ อันนี้คือวัดความเข้าใจเขา

750
00:49:54.444 --> 00:49:57.523
ในเบื้องต้น พอมาข้อ 2

751
00:49:58.445 --> 00:50:01.523
ท่านเข้าใจการเข้าถึง โดย

752
00:50:02.447 --> 00:50:05.522
มิชอบหรือไม่นะคะ เมื่อกี้ที่อาจารย์อธิบายไป

753
00:50:06.448 --> 00:50:09.523
นะคะ คือการ Access เข้านะคะ

754
00:50:10.449 --> 00:50:13.523
โดยที่บุคคลนั้นไม่ได้อนุญาต

755
00:50:14.450 --> 00:50:17.523
นะคะ คุณถามเขาไปเลยว่า ท่านเข้าใจ

756
00:50:18.450 --> 00:50:21.523
นะคะ ท่านเข้าใจการเข้าถึงโดยมิชอบ

757
00:50:22.451 --> 00:50:25.523
ถ้าเขาเข้าใจก็จะติ๊กที่ 5

758
00:50:26.460 --> 00:50:29.522
เขาก็จะไปติ๊กที่ 1 ถ้าเขา

759
00:50:30.462 --> 00:50:33.522
พอจะเข้าใจบ้าง เขาอาจจะไปที่

760
00:50:34.463 --> 00:50:37.522
3 ตรงกลางไว้ก่อน อย่างนี้

761
00:50:38.464 --> 00:50:41.523
พอข้อ 3 นะคะ เราก็ถามเลยว่า

762
00:50:42.465 --> 00:50:45.522
แล้วตัวท่านเองน่ะ นะคะ คนที่ทำแบบสอบถาม

763
00:50:46.465 --> 00:50:49.522
ท่านเคยเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ของคนอื่น

764
00:50:50.466 --> 00:50:53.522
โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่

765
00:50:54.466 --> 00:50:57.522
เคยไหม นะคะ ถามเขาไปดู

766
00:50:58.467 --> 00:51:01.522
เขาเคยไหมนะคะ ถ้าเขาเคย เขาก็จะวัดประเมินตัวเองว่า

767
00:51:02.478 --> 00:51:05.522
ได้ว่า เคยบ่อยไหม มันก็จะไปที่ 5 3

768
00:51:06.479 --> 00:51:09.523
2, 1 ก็แล้วแต่ 5, 4, 3, 2, 1

769
00:51:10.481 --> 00:51:13.523
นะคะ ข้อ 4 นะคะ

770
00:51:14.481 --> 00:51:17.523
ข้อ 1 นี่มันจะเป็นคอมพิวเตอร์ซิมเตม

771
00:51:18.482 --> 00:51:21.523
ท่านเข้าใจข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือไม่

772
00:51:22.482 --> 00:51:25.522
เห็นไหมที่อาจารย์ถามพวกคุณว่า ระบบ

773
00:51:26.482 --> 00:51:29.523
ข้อมูลคอมพิวเตอร์คืออะไร

774
00:51:30.483 --> 00:51:33.523
คุณรู้ไหม ว่าข้อมูลคอมพิวเตอร์คืออ

775
00:51:34.483 --> 00:51:37.522
เข้าใจหรือเปล่า ถ้าเขาเข้าใจก็จะติ้ก

776
00:51:38.485 --> 00:51:41.522
5, 4, 3, 2, 1, เหมือนกันนะคะ

777
00:51:42.485 --> 00:51:45.523
ข้อ 5 นะคะ ข้อ 5

778
00:51:46.485 --> 00:51:49.522
แล้วท่านเองเคยเข้าถึงข้อมูลค

779
00:51:50.486 --> 00:51:53.523
โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่นะคะ

780
00:51:54.487 --> 00:51:57.523
ช่วง

781
00:51:58.488 --> 00:52:01.523
ข้อ 3 นี่ คือเคยเข้าถึงระบบ ส่วนจข้อ 5 นี่

782
00:52:02.489 --> 00:52:05.522
คือเคยเข้าถึงข้อมูลนะคะ

783
00:52:06.489 --> 00:52:09.523
เคยไหม นะคะ เคยไหม

784
00:52:10.490 --> 00:52:13.523
ข้อ 6 นะคะ  ข้อ 6 ท่านเข้าใจถึง

785
00:52:14.492 --> 00:52:17.522
มาตรการป้องกันการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ที่ผู้อื่น

786
00:52:18.500 --> 00:52:21.522
จัดทำขึ้นเป็นการเฉพาะหรือไม่นะคะ

787
00:52:22.509 --> 00:52:25.523
ตัวนี้ถ้านักศึกษาบอกว่า อาจารย์มันเป็นภาษากฎหมายเกินไป

788
00:52:26.510 --> 00:52:29.522
มันยาก ลองปรับได้นะคะ ลองปรับได้

789
00:52:30.510 --> 00:52:33.522
ตัวนี้ ก็คือท่านเข้าใจถึง

790
00:52:34.510 --> 00:52:37.523
กระบวนการนะคะ Password

791
00:52:38.511 --> 00:52:41.522
รหัส หรือไม่

792
00:52:42.513 --> 00:52:45.522
ท่านเข้าใจไหมนะค ถ้าท่านเข้าใจ

793
00:52:46.513 --> 00:52:49.523
ท่านก็ติ๊กมานะคะ แล้วข้อ 7

794
00:52:50.514 --> 00:52:54.514
ถามต่อว่า แล้วท่านนี่เคย

795
00:52:54.515 --> 00:52:58.515
นำมาตราการเหล่านี้ นำ

796
00:52:58.516 --> 00:53:02.516
Password นี่ไปเผยแพร่ให้คนอื่น

797
00:53:02.516 --> 00:53:06.516
หรือไม่ เคยทำไหม เคยเอา Password

798
00:53:06.517 --> 00:53:10.517
ของคนอื่นไปบอกต่อไหม ในทางที่ทำให้เขาเสียหาย

799
00:53:10.518 --> 00:53:14.518
นะคะ มันก็จะเป็นข้อ 7 นะคะ

800
00:53:14.518 --> 00:53:18.518
ทีนี้

801
00:53:18.519 --> 00:53:22.519
นักศึกษาดูสิว่ามันครบ

802
00:53:22.520 --> 00:53:26.520
ทุกมาตราไหมคะ 5 6 7 ไหม ครบไหม

803
00:53:26.522 --> 00:53:30.522

804
00:53:30.522 --> 00:53:34.522
อันไหนที่เป็นการถาม เป็นคำถาม

805
00:53:34.525 --> 00:53:38.522
ของมาตรา 5

806
00:53:38.527 --> 00:53:42.522
หมายเลข 13

807
00:53:42.538 --> 00:53:46.523
ซ้ำ

808
00:53:46.541 --> 00:53:50.525
อันเดิมแล้วนี่ ถามไปแล้ว ไม่เป็นไร หมายเลข 13 ลูก

809
00:53:50.542 --> 00:53:54.522
หนูสะกิดเพื่อนหน่อย

810
00:53:54.543 --> 00:53:58.523

811
00:53:58.546 --> 00:54:02.523
คำถามข้อไหน คำถามข้อไหนคะ

812
00:54:02.546 --> 00:54:06.522
ที่สื่อถึงมาตรา 5

813
00:54:06.547 --> 00:54:10.522
ที่เป็นความผิดตามมาตรา 5

814
00:54:10.548 --> 00:54:14.523
ข้อไหนลูก

815
00:54:14.549 --> 00:54:18.522
คำถามข้อไหนคะ

816
00:54:18.550 --> 00:54:22.522
มาตรา 5 เป็นเรื่องอะไร

817
00:54:22.551 --> 00:54:26.523
มาตรา 5 เป็นเรื่องอะไร

818
00:54:26.551 --> 00:54:30.522
จำได้ไหม

819
00:54:30.552 --> 00:54:34.522
เข้าถึงอะไรลูก มาตรา 5

820
00:54:34.554 --> 00:54:38.522

821
00:54:38.554 --> 00:54:42.522

822
00:54:42.556 --> 00:54:46.522

823
00:54:46.557 --> 00:54:50.522
เข้าถึง

824
00:54:50.558 --> 00:54:54.522
อะไรคะ ใครตอบได้ มาตรา...

825
00:54:54.559 --> 00:54:58.522

826
00:54:58.559 --> 00:55:02.522
หมายเลข 8 ตอบได้ไหมลูก

827
00:55:02.559 --> 00:55:06.522

828
00:55:06.559 --> 00:55:10.522
(ล่าม) ข้อ 3 หรือเปล่าคะ

829
00:55:10.559 --> 00:55:14.522
(อาจารย์) ค่ะ ถามเขาว่าข้อไหน

830
00:55:14.561 --> 00:55:18.522
ที่มันเข้ากับ ที่มันตรงกับ

831
00:55:18.562 --> 00:55:22.522
มาตรา 5 มันเป็นเรื่องอะไร

832
00:55:22.564 --> 00:55:26.522
หนูจำได้ไหม

833
00:55:26.564 --> 00:55:30.523
(ล่าม) เขาตอบว่าข้อ 3 น่ะค่ะ (อาจารย์) ข้อ 3

834
00:55:30.564 --> 00:55:34.521
แล้วข้อ 1 ข้อ 2 ล่ะลูก

835
00:55:34.565 --> 00:55:38.522

836
00:55:38.565 --> 00:55:42.523

837
00:55:42.567 --> 00:55:46.522
มาตรา 5

838
00:55:46.567 --> 00:55:50.522
เข้าถึงอะไร มาตรา 5

839
00:55:50.569 --> 00:55:54.522
เข้าถึงอะไรลูก (ล่าม) ข้อ 1 ข้อ 2

840
00:55:54.569 --> 00:55:58.522
ก็เหมือนกันค่ะ (อาจารย์) โอ.เค.

841
00:55:58.570 --> 00:56:02.522
นะคะ 1, 2, 3 นี่ มันเป็นเรื่องของ

842
00:56:02.570 --> 00:56:06.521
ระบบคอมพิวเตอร์ใช่ไหมคะ มันก็จะไปถามความเข้าใจ

843
00:56:06.572 --> 00:56:10.522
ในมาตรา 5 นะคะ

844
00:56:10.573 --> 00:56:14.522
มาตรา ขอโทษ

845
00:56:14.574 --> 00:56:18.522
ข้อ 4, 5 นะคะ

846
00:56:18.575 --> 00:56:22.522
ข้อ 4, 5 จะไปถามความเข้าใจของมาตราอะไร

847
00:56:22.576 --> 00:56:26.522

848
00:56:26.577 --> 00:56:30.522

849
00:56:30.578 --> 00:56:34.522
ข้อ 4 ข้อ 5

850
00:56:34.579 --> 00:56:38.522
ถามความเข้าใจของมาตราอะไรลูก

851
00:56:38.580 --> 00:56:42.521
มาตราอะไรคะ

852
00:56:42.581 --> 00:56:46.522

853
00:56:46.582 --> 00:56:50.523
มาตราอะไร

854
00:56:50.583 --> 00:56:54.522

855
00:56:54.584 --> 00:56:58.521

856
00:56:58.584 --> 00:57:02.521

857
00:57:02.586 --> 00:57:06.521

858
00:57:06.586 --> 00:57:10.521
(ล่าม) มาตรา 7 หรือเปล่าครับ (อาจารย์) โอ.เค. เก่งมาก

859
00:57:10.586 --> 00:57:14.521

860
00:57:14.587 --> 00:57:18.521
ข้อ 4 ข้อ 5 จะไปถาม

861
00:57:18.588 --> 00:57:22.521
ความเข้าใจของมาตรา 7 นะคะ ข้อ 6

862
00:57:22.589 --> 00:57:26.521
ข้อ 7 จะไปถามความเข้าใจมาตรา 6

863
00:57:26.590 --> 00:57:30.521
นะคะ โอ.เค. นะคะ

864
00:57:30.591 --> 00:57:34.522
คือตัวคำถามน่ะ มันจะต้องไปสื่อ

865
00:57:34.592 --> 00:57:38.521
กับตัวกฎหมายที่เรากำลังจะไปถามเขา

866
00:57:38.593 --> 00:57:42.521
ว่าคุณเข้าใจมาตรา 5 มาตรา 6 มาตรา 7

867
00:57:42.594 --> 00:57:46.521
ไหม ใช่ไหมคะ เราก็จำเป็นที่จะต้องเอาเนื้อหา

868
00:57:46.595 --> 00:57:50.522
ของตัวมาตรา 5, 6, 7

869
00:57:50.597 --> 00:57:54.521
นะคะ อันนี้คืออาจารย์ยกตัวอย่าง

870
00:57:54.597 --> 00:57:58.521
แต่ถ้านักศึกษามองว่าอาจารย์ใช้ภาษาที่มันยากเกินไป

871
00:57:58.598 --> 00:58:02.522
คุณสามารถปรับให้มันเป็นภาษง

872
00:58:02.599 --> 00:58:06.521
ง่าย ๆ ก็ได้นะคะ ตัวนี

873
00:58:06.602 --> 00:58:10.521
อาจารย์เอามาเป็นภาษา ถ้อยคำของ

874
00:58:10.603 --> 00:58:14.521
กฎหมาย เวลาอ่านบ้างคนเขาอ่าน

875
00:58:14.603 --> 00:58:18.521
ไม่เข้าใจ มันคืออะไร นักศึกษาอาจจะไปทำให้มันง่ายขึ้นก็ได้

876
00:58:18.608 --> 00:58:22.521

877
00:58:22.608 --> 00:58:26.521
น่ะ นะคะ อ่านแล้วเข้าใจน่ะ

878
00:58:26.610 --> 00:58:30.521
นะคะ นี่คือวัดความเข้าใจ วัดความเข้าใจว่า

879
00:58:30.612 --> 00:58:34.521
นะคะ ในข้อมูลคอมพิวเตอร์

880
00:58:34.612 --> 00:58:38.521
ก็ดีหรือว่าการเอาข้อมูลคนอื่น ๆ ไปเผยแพร่

881
00:58:38.613 --> 00:58:42.523
นะคะ คุณเข้าใจหรือเปล่านะคะ

882
00:58:42.614 --> 00:58:46.521
กระบวนการพวกนี้ ทีนี้วัดความรู้

883
00:58:46.615 --> 00:58:50.521
วัดความรู้จะวัดความรู้อย่างไร ว่าเขารู้หรือไม่

884
00:58:50.626 --> 00:58:54.521
ว่ากฎหมาย พรบ. คอมพิวเตอร์ มาตรา 5, 6 q

885
00:58:54.641 --> 00:58:58.521
นะคะ มันเป็นความผิดอย่างไร

886
00:58:58.641 --> 00:59:02.521
นะคะ ตัววัดความรู้นะคะ วัดความร

887
00:59:02.642 --> 00:59:06.521
วัดว่าเขามีความรู้ไหมนะคะ

888
00:59:06.645 --> 00:59:10.521

889
00:59:10.646 --> 00:59:14.521

890
00:59:14.646 --> 00:59:18.521

891
00:59:18.648 --> 00:59:22.521

892
00:59:22.648 --> 00:59:26.521
นะคะ

893
00:59:26.649 --> 00:59:30.520
วัดความรู้ ว่า

894
00:59:30.649 --> 00:59:34.521
สิ่งที่เขาเห็นนะคะ ในตัวข้อเท็จจริงอะไร

895
00:59:34.651 --> 00:59:38.521
ลองวิเคราะห์สิว่า มันเป็นความผิด

896
00:59:38.661 --> 00:59:42.521
ไหมนะคะ เหมือนอย่างที่อาจารย์ยกตัวอย่าง

897
00:59:42.661 --> 00:59:46.521
อะไรต่าง ๆ ตัวนี้วัดความรู้ ไม่ใช่วัด

898
00:59:46.662 --> 00:59:50.521
ความเข้าใจเบื้องต้นแล้ว ว่าคุณเข้าใจไหม

899
00:59:50.663 --> 00:59:54.521

900
00:59:54.666 --> 00:59:58.521

901
00:59:58.666 --> 01:00:02.521

902
01:00:02.668 --> 01:00:06.520
ใหญ่ขึ้นไหมเอ่ย

903
01:00:06.669 --> 01:00:10.520
ข้อ 1 อาจารย์วัดว่าอะไร อาจารย์วัดว่า

904
01:00:10.670 --> 01:00:14.520
คุณทราบไหมนะคะ ว่าพระราชบัญญัติหรือ พรบ.

905
01:00:14.671 --> 01:00:18.521
เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ หรือว่ากฎหมายเกี่ยวกับ

906
01:00:18.673 --> 01:00:22.520
ทางอาญา

907
01:00:22.673 --> 01:00:26.521
คุณรู้ไหม ว่าโทษทางอาญาคืออะไร

908
01:00:26.674 --> 01:00:30.520
ที่อาจารย์ยกตัวอย่างว่ามาตรา 5 มาตรา 6 มาตรา 7

909
01:00:30.675 --> 01:00:34.521
ทำผิดจะได้รับโทษอย่างไรคะ ปรับ

910
01:00:34.676 --> 01:00:38.521
ใช่ไหมคะ จำคุกใช่ไหมคะ หรือทั้งจำทั้งปรับ

911
01:00:38.678 --> 01:00:42.521
นี่คือโทษทางอาญา นี่คือโทษร้ายแรง

912
01:00:42.679 --> 01:00:46.521
ของมัน คุณรู้ไหม คุณรู้ไหม

913
01:00:46.689 --> 01:00:50.520
นะคะ อันนี้คือวัดความรู้

914
01:00:50.699 --> 01:00:54.521
ว่าเขารู้หรือเปล่าว่า กฎหมายคอมพิวเตอร์ ความผิดทางอาญา

915
01:00:54.700 --> 01:00:58.520
นักศึกษาก็ทำได้ 5 4 3 2 1 ถ้าเขารู้

916
01:00:58.700 --> 01:01:02.521
เขาก็จะติ๊ก 5 เลยนะคะ ข้อ 2

917
01:01:02.700 --> 01:01:06.520
นะคะ คุณรู้ไหม ว่ากฎหมายฉบับนี้

918
01:01:06.702 --> 01:01:10.520
ใช้บังคับเฉพาะคนเล่นคอมพิวเตอร์เท่านั้น

919
01:01:10.702 --> 01:01:14.521
ใช่หรือเปล่า บังคับ

920
01:01:14.703 --> 01:01:18.521
เฉพาะคนที่เล่นคอมพิวเตอร์เท่านั้น

921
01:01:18.705 --> 01:01:22.520
ใช่ไหม

922
01:01:22.707 --> 01:01:26.520
ตัวนี้นะคะ นักศึกษาอาจจะทำโปรแกรม Google

923
01:01:26.707 --> 01:01:30.520
ใช่ไหมคะ แล้วก็ตอบรู้ไม่รู้ก็ได้

924
01:01:30.708 --> 01:01:34.520
นะคะ วัดความรู้ว่ารู้ไม่รู้ ใช่ไม่ใช่

925
01:01:34.708 --> 01:01:38.520
นะคะ กฎหมายฉบับนี้

926
01:01:38.709 --> 01:01:42.520
ใช้บังคับเฉพาะคนเล่นคอมพิวเตอร์

927
01:01:42.711 --> 01:01:46.521
ถูกหรือผิด

928
01:01:46.712 --> 01:01:50.520
เมื่อกี้ยังเข้าหน้าไอ้นี่อยู่ ใครดีหนอ

929
01:01:50.714 --> 01:01:54.521
22 นี่

930
01:01:54.715 --> 01:01:58.520
เด็กหูฯ ไหมลูก

931
01:01:58.715 --> 01:02:02.520
ใช่ไหม ค่ะ เพราะว่ายังไม่ได้ถามเลย

932
01:02:02.716 --> 01:02:06.520

933
01:02:06.719 --> 01:02:10.520
กฎหมายฉบับนี้

934
01:02:10.720 --> 01:02:14.520
ก็คือตัว พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ กฎหมายคอมพิวเตอร์นี่

935
01:02:14.720 --> 01:02:18.520
เฉพาะคนเล่นคอมพิวเตอร์เท่านั้นใช่ไหม

936
01:02:18.721 --> 01:02:22.520
ถูกหรือผิดคะ

937
01:02:22.722 --> 01:02:26.520

938
01:02:26.722 --> 01:02:30.520
(ล่าม) ผิด เดี๋ยวสักครู่นะคะ

939
01:02:30.723 --> 01:02:34.520

940
01:02:34.725 --> 01:02:38.521

941
01:02:38.725 --> 01:02:42.520

942
01:02:42.727 --> 01:02:46.520

943
01:02:46.727 --> 01:02:50.520

944
01:02:50.729 --> 01:02:54.520
หนูไม่เข้าใจ

945
01:02:54.731 --> 01:02:58.520
หรือลูก

946
01:02:58.731 --> 01:03:02.520
(ล่าม) อายน่ะค่ะ

947
01:03:02.735 --> 01:03:06.521

948
01:03:06.735 --> 01:03:10.520

949
01:03:10.737 --> 01:03:14.520
คือบังคับเฉพาะคนที่เล่นคอมฯ อย่างเดียวใช่ไหมคะ

950
01:03:14.737 --> 01:03:18.520
(อาจารย์) ค่ะ ถามเขาค่ะ เขาเข้าใจไหม

951
01:03:18.737 --> 01:03:22.520
ที่อาจารย์ถามว่า

952
01:03:22.737 --> 01:03:26.520
กฎหมายฉบับนี้บังคับเฉพาะคนที่เล่นคอมพิวเตอร์

953
01:03:26.739 --> 01:03:30.520
เท่านั้น ถูกหรือผิด

954
01:03:30.740 --> 01:03:34.520

955
01:03:34.740 --> 01:03:38.520

956
01:03:38.741 --> 01:03:42.520
(ล่าม) ครับไม่แน่ใจ

957
01:03:42.741 --> 01:03:46.520
เหมือนกัน ว่าบังคับแค่คนเล่นคอมพิวเตอร์อย่างเดียว

958
01:03:46.742 --> 01:03:50.520
ตอบได้ไหมลูก มีใครตอบได้

959
01:03:50.743 --> 01:03:54.520
23 ช่วยเพื่อนหน่อย

960
01:03:54.748 --> 01:03:58.520
ถูกหรือผิด

961
01:03:58.748 --> 01:04:02.520
นี่ค่ะ ที่อาจารย์ถาม กฎหมายฉบับนี่

962
01:04:02.750 --> 01:04:06.520
ใช้บังคับคนเล่นคอมพิวเตอร์เท่านั้น

963
01:04:06.750 --> 01:04:10.520
คนที่ไม่ได้เล่นคอมพิวเตอร์อาจจะ

964
01:04:10.751 --> 01:04:14.520
ไม่ได้มีความผิดตามกฎหมายนี้เลย

965
01:04:14.752 --> 01:04:18.520
ถูกหรือผิด ที่อาจารย์พูดอยู่นี่

966
01:04:18.753 --> 01:04:22.520

967
01:04:22.756 --> 01:04:26.520
(ล่าม) ก็คือ

968
01:04:26.758 --> 01:04:30.520
ผิดกฎหมายเหมือนกัน คนที่เล่นคอมฯ เหมือนกันน่ะครับ

969
01:04:30.758 --> 01:04:34.521

970
01:04:34.759 --> 01:04:38.520

971
01:04:38.761 --> 01:04:42.520
เหมือนที่เรียนน่ะครับ

972
01:04:42.761 --> 01:04:46.520
ผิดกฎหมายเหมือนกันนะครับ (อาจารย์)

973
01:04:46.767 --> 01:04:50.520
เขาเข้าใจ

974
01:04:50.767 --> 01:04:54.520
คำว่า "บังคับ

975
01:04:54.768 --> 01:04:58.520
ครับเข้าใจครับ

976
01:04:58.769 --> 01:05:02.520
(อาจารย์) และถ้าคนไม่เล่นคอมพิวเตอร์ผิดไหม คนไม่เล่น

977
01:05:02.772 --> 01:05:06.520
จะผิดกฎหมายนี้ไหม คนที่ไม่เล่นคอมพิวเตอร์

978
01:05:06.775 --> 01:05:10.520
จะผิดกฎหมายนี้ไหม ไปเล่นมือถืออย่างนี้

979
01:05:10.776 --> 01:05:14.519

980
01:05:14.776 --> 01:05:18.520

981
01:05:18.777 --> 01:05:22.520
ผิดเหมือนกันครับ

982
01:05:22.780 --> 01:05:26.520
(อาจารย์) ผิดเหมือนกัน แสดงว่า ใช้เฉพาะ

983
01:05:26.780 --> 01:05:30.519
คนเล่นคอมพิวเตอร์เท่านั้น

984
01:05:30.781 --> 01:05:34.520
คำตอบว่าผิด ถูกต้องไหมคะ

985
01:05:34.781 --> 01:05:38.522
เพราะไม่ได้บังคับเฉพาะคนเล่นคอมพิวเตอร์

986
01:05:38.783 --> 01:05:42.519
แต่รวมถึงระบบคอมพิวเตอร์อื่นด้วย

987
01:05:42.783 --> 01:05:46.520
นั้นก็เมื่อกี้ อย่างที่เรายกตัวอย่าง โทรศัพท์มือถือ เครื่องมือ

988
01:05:46.790 --> 01:05:50.520
สื่อสารอย่างอื่น หรือว่าตู้เอทีเอ็มใช่ไหมคะ

989
01:05:50.790 --> 01:05:54.519
ก็ยังเป็นระบบคอมพิวเตอร์ ดังนั้นนะคะ

990
01:05:54.792 --> 01:05:58.520
ที่บอกว่า กฎหมายนี้ใช้บังคับเฉพาะ

991
01:05:58.792 --> 01:06:02.520
มันจึงผิดนั้นเอง เห็นไหมคะ

992
01:06:02.793 --> 01:06:06.520
นี่คือวัดความรู้ไหม วัดความรู้นะคะ ว่าคุณรู้ไหม

993
01:06:06.795 --> 01:06:10.520
นะคะ พอมาข้อ 3 นะคะ

994
01:06:10.796 --> 01:06:14.519
ข้อ 3 นะคะ

995
01:06:14.798 --> 01:06:18.520
ข้อ 3 ถามว่า สามี ภรรยา

996
01:06:18.798 --> 01:06:22.519
สามารถเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ โดยที่

997
01:06:22.799 --> 01:06:26.519
อีกฝ่ายไม่อนุญาตได้ ถูกหรือผิด

998
01:06:26.801 --> 01:06:30.519
ถูกหรือผิด

999
01:06:30.802 --> 01:06:34.519
ถูกหรือผิด

1000
01:06:34.802 --> 01:06:38.519
ที่อาจารย์ไม่ค่อยถามเด็กปกติเพราะว่า

1001
01:06:38.802 --> 01:06:42.519
เหมือนเข้าใจกันภาษาง่าย ๆ อยู่แล้ว เด็กหูฯ

1002
01:06:42.815 --> 01:06:46.520
เขาจะยากหน่อย เดี๋ยวถามใครดี 18 ได้ไหมคะ

1003
01:06:46.831 --> 01:06:50.520

1004
01:06:50.832 --> 01:06:54.520
เดี๋ยวนะคะ 18

1005
01:06:54.832 --> 01:06:58.520
นี่ค่ะ

1006
01:06:58.833 --> 01:07:02.519
นี่ค่ะ 18

1007
01:07:02.834 --> 01:07:06.519
18 ลูก

1008
01:07:06.834 --> 01:07:10.519
สามีภรรยากันค่ะ

1009
01:07:10.836 --> 01:07:14.519
เข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์โดยที่อีกฝ่าย

1010
01:07:14.837 --> 01:07:18.520
เข้าได้ไหม เขาไม่อนุญาตนะ

1011
01:07:18.846 --> 01:07:22.519
สามีบอกว่า ห้ามเช็กโทรศัพท์ฉัน

1012
01:07:22.847 --> 01:07:26.520
แต่ภรรยาก็ไปหยิบเลยจ้า (ล่าม) ผิดค่ะ

1013
01:07:26.862 --> 01:07:30.520
ไม่ได้ค่ะ

1014
01:07:30.863 --> 01:07:34.520

1015
01:07:34.864 --> 01:07:38.519
ผิดค่ะ ไม่ได้ค่ะ

1016
01:07:38.865 --> 01:07:42.520
โอ.เค. แม้แต่เป็นสามีภรรยากันก็ไม่ได้

1017
01:07:42.866 --> 01:07:46.519

1018
01:07:46.867 --> 01:07:50.520
(ล่าม) ใช่ค่ะ ผิดค่ะ (อาจารย์) โอ.เค.

1019
01:07:50.867 --> 01:07:54.520
ตัวนี้นี่ อาจารย์เคยใช้คำหนึ่ง

1020
01:07:54.869 --> 01:07:58.519
สิทธิส่วนบุคคลใช่ไหมคะ

1021
01:07:58.869 --> 01:08:02.519
ดังนั้นนี่ เรื่องของการเข้าถึงนะคะ

1022
01:08:02.869 --> 01:08:06.519
ระบบคอมพิวเตอร์ หรือว่าข้อมูลคอมพิวเตอร์

1023
01:08:06.870 --> 01:08:10.520
เฉพาะบุคคลอยู่ แม้ว่าจะเป็น

1024
01:08:10.870 --> 01:08:14.519
สามีภรรยากันนะคะ ถ้าอีกฝ่ายหนึ่งไม่อนุญาต

1025
01:08:14.871 --> 01:08:18.520
แล้วคุณเข้าไป

1026
01:08:18.872 --> 01:08:22.519
ก็จะมีความผิดตามกฎหมายนี้นะคะ

1027
01:08:22.873 --> 01:08:26.519

1028
01:08:26.874 --> 01:08:30.519
อาจารย์ถามข้อ 4 นะคะ

1029
01:08:30.876 --> 01:08:34.519
ว่า ตู้ ATM เป็นระบบคอมพิวเตอร์หรือไหม

1030
01:08:34.879 --> 01:08:38.519
ความรู้ตอบได้ไหม ตอบว่าอะไรดี

1031
01:08:38.879 --> 01:08:42.519
เป็นใช่ไหมคะ

1032
01:08:42.880 --> 01:08:46.519
ผู้กระทำต้องมีเจตนา

1033
01:08:46.881 --> 01:08:50.519
ในการกระทำความผิด

1034
01:08:50.883 --> 01:08:54.520
มีเด็กหูฯ ...

1035
01:08:54.883 --> 01:08:58.519
ยากไปไหมลูก

1036
01:08:58.884 --> 01:09:02.519
ไปไหมลูก เพื่อนจะตอบได้ไหม 10 10

1037
01:09:02.885 --> 01:09:06.519

1038
01:09:06.885 --> 01:09:10.519
หมายเลข 10

1039
01:09:10.885 --> 01:09:14.519
ผู้กระทำนี่ ต้องมีเจตนา

1040
01:09:14.885 --> 01:09:18.519
กระทำความผิด ถูกหรือผิด เมื่อกี้

1041
01:09:18.900 --> 01:09:22.519
อาจารย์อธิบายองค์ประกอบภายนอก องค์ประกอบภายใน

1042
01:09:22.900 --> 01:09:26.519
จำได้ไหมคะ แล้วถามว่า

1043
01:09:26.904 --> 01:09:30.519
ผู้กระทำความผิดนี่ ต้องมีเจตนา

1044
01:09:30.905 --> 01:09:34.519
ที่จะกระทำความผิด ถูกหรือผิด

1045
01:09:34.906 --> 01:09:38.520

1046
01:09:38.907 --> 01:09:42.519

1047
01:09:42.909 --> 01:09:46.519

1048
01:09:46.911 --> 01:09:50.519

1049
01:09:50.912 --> 01:09:54.519
(ล่าม) ผิดค่ะ (อาจารย์) แสดงว่า

1050
01:09:54.913 --> 01:09:58.519
ไม่ต้องมีเจตนาก็ได้หรือคะ

1051
01:09:58.915 --> 01:10:02.519

1052
01:10:02.916 --> 01:10:06.519

1053
01:10:06.918 --> 01:10:10.519

1054
01:10:10.919 --> 01:10:14.519
(ล่าม) เขาบอกว่า

1055
01:10:14.921 --> 01:10:18.519
ไม่มีเจตนาค่ะ

1056
01:10:18.921 --> 01:10:22.519
(อาจารย์) ไม่มีเจตนาก็ผิดหรือลูก

1057
01:10:22.922 --> 01:10:26.519
เพราะอาจารย์อธิบายเรื่ององค์ประกอบภายนอก

1058
01:10:26.925 --> 01:10:30.519
จะผิดได้มันต้องคู่กัน จำได้ไหมคะ

1059
01:10:30.926 --> 01:10:34.519
จะผิดได้ต้องมีองค์ประกอบภายนอก และองค์

1060
01:10:34.928 --> 01:10:38.519
ประกอบภายใน แม้ว่ามันจะเป็น

1061
01:10:38.930 --> 01:10:42.519
ความผิดตามองค์ประกอบายนอก แต่ไม่มีเจตนา

1062
01:10:42.940 --> 01:10:46.519
ที่เป็นองค์ประกอบภายในจะผิดไหม

1063
01:10:46.940 --> 01:10:50.519
ก็ไม่ผิดใช่ไหมคะ

1064
01:10:50.940 --> 01:10:54.519
มันต้องคู่กัน จะต้องมีทั้งองค์ประกอบ

1065
01:10:54.941 --> 01:10:58.519
ภายนอก และองค์ประกอบภายในที่เจตนา

1066
01:10:58.943 --> 01:11:02.519
ดังนั้น ที่อาจารย์ถามว่า ผู้กระทำ

1067
01:11:02.944 --> 01:11:06.520
ต้องมีเจตนาในการกระทำความผิด

1068
01:11:06.949 --> 01:11:10.519
อันนี้ถูก

1069
01:11:10.951 --> 01:11:14.519
ต้องมีเจตนาค่ะ ถ้าคุณไม่มีเจตนา มันจะผิดได้ไหม

1070
01:11:14.962 --> 01:11:18.519
ไม่ผิดค่ะ เหมือนที่อาจารย์ยกตัวอย่าง

1071
01:11:18.971 --> 01:11:22.519
ก็เรามีเจตนาดี เอาโทรศัพท์ไปคืนเพื่อน

1072
01:11:22.971 --> 01:11:26.519
ใช่ไหมคะ ดังนั้นนี่ การกระทำของเรา

1073
01:11:26.971 --> 01:11:30.519
มันก็ แม้ว่ามีองค์ประกอบภายนอกครบ องค์ประกอบภายใน

1074
01:11:30.972 --> 01:11:34.519
มันขาด มันไม่ครบไปทั้งคู่ อย่างนี้ก็จะไม่เป็นความผิด

1075
01:11:34.987 --> 01:11:38.519
นะคะ ข้อ 6

1076
01:11:38.988 --> 01:11:42.519
นะคะ ผู้กระทำต้องรู้ว่า

1077
01:11:42.989 --> 01:11:46.519
เป็นคอมพิวเตอร์ของผู้อื่น และตนเองไม่มีสิทธิ์

1078
01:11:46.990 --> 01:11:50.519
ไม่มีอำนาจที่จะเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ได้

1079
01:11:50.991 --> 01:11:54.519
ถูกหรือผิด ถูกหรือผิด

1080
01:11:54.992 --> 01:11:58.519
หรือผิด คนทำนะคะ คนที่ทำนี่

1081
01:11:58.993 --> 01:12:02.519
ต้องรู้ว่าเป็น

1082
01:12:02.995 --> 01:12:06.519
ระบบคอมพิวเตอร์ของคนอื่น

1083
01:12:06.995 --> 01:12:10.519
นี่ค่ะ

1084
01:12:10.996 --> 01:12:14.519
และต้องรู้ด้วยว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์

1085
01:12:14.997 --> 01:12:18.519
ที่จะทำได้ ประเด็นที

1086
01:12:18.997 --> 01:12:22.519
ที่อาจารย์ขีดเส้นใต้ก็คือ ต้องรู้ อันนี้

1087
01:12:22.998 --> 01:12:26.519
ถูกหรือผิด

1088
01:12:26.999 --> 01:12:30.519

1089
01:12:31.001 --> 01:12:34.520
ต้องรู้ไหมคะ

1090
01:12:35.003 --> 01:12:38.519
ต้องรู้ไหมคะ ต้องรู้ไหมว่า

1091
01:12:39.003 --> 01:12:42.519
มันไม่ใช่ระบบคอมพิวเตอร์ของเราเอง

1092
01:12:43.005 --> 01:12:46.519
ต้องรู้สิ ต้องรู้ว่าอันนี้มันไม่ใช่ของเรานะ

1093
01:12:47.006 --> 01:12:50.519
อันนี้มันไม่ใช่มือถือเรานะ

1094
01:12:51.008 --> 01:12:54.519
นี่มันไม่ใช่ ATM เรานะ

1095
01:12:55.008 --> 01:12:58.519
เราต้องรู้ค่ะ

1096
01:12:59.009 --> 01:13:02.519
บอกว่าก็มันเป็นของผม อันนี้เราไม่รู้แล้ว

1097
01:13:03.024 --> 01:13:06.519
ว่ามันเป็นของคนอื่น

1098
01:13:07.024 --> 01:13:10.519
แล้วคุณทำระบบคอมพิวเตอร์ของตัวเอง ผิดไหมคะ

1099
01:13:11.025 --> 01:13:14.519
เราเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ของเรา

1100
01:13:15.039 --> 01:13:18.519
ที่มันจะผิดคือ คุณเข้าระบบคอมพิวเตอร์ของคนอื่น คุณ

1101
01:13:19.039 --> 01:13:22.519
ต้องรู้ด้วยว่านี่คือเครื่องของคนอื่น

1102
01:13:23.042 --> 01:13:26.519
ถ้าคุณยังเข้าใจ แล้วก็รู้ว่านี่มันคอมฯ

1103
01:13:27.049 --> 01:13:30.519
ฉันเข้าคอมฯ ตัวเองมันจะผิดไหมล่ะ

1104
01:13:31.050 --> 01:13:34.519
ทีนี้ มันก็ไม่ผิดใช่ไหมคะ ดังนั้น

1105
01:13:35.050 --> 01:13:38.519
ข้อสุดท้าย คือ คุณต้องรู้ค่ะ ต้องรู้ว่า

1106
01:13:39.050 --> 01:13:42.519
มันเป็นคอมพิวเตอร์ของผู้อท่น

1107
01:13:43.050 --> 01:13:46.519
นะคะ อันนี้ก็คือ ลักษณะที่นำมา

1108
01:13:47.054 --> 01:13:50.519
วัดความรู้ ทีนี้ถามว่า

1109
01:13:51.056 --> 01:13:54.519
6 ข้อนี่ นักศึกษาจะใช้ตามนี้ก็ได้

1110
01:13:55.058 --> 01:13:58.519
อาจารย์อาจจะใช้ภาษามันยากเกินไป

1111
01:13:59.058 --> 01:14:02.519
นะคะ คนอ่านไม่เข้าใจ นักศึกษาสามารถ

1112
01:14:03.059 --> 01:14:06.519
ทำให้มันง่ายนะคะ

1113
01:14:07.061 --> 01:14:10.519
โดยใช้ภาษาธรรมดาก็ได้

1114
01:14:11.062 --> 01:14:14.519
ยกตัวอย่างให้ดูเฉย ๆ ว่าลักษณะของ

1115
01:14:15.063 --> 01:14:18.519
การวัดความรู้ที่มันจะต้องมีวิเคราะห์

1116
01:14:19.079 --> 01:14:22.519
วัดความรู้นี่นะคะ มาวิเคราะห์มากขึ้นเป็นอย่างไร

1117
01:14:23.080 --> 01:14:26.519
นะคะ ทีนี้นะคะ ที่อาจารย์

1118
01:14:27.082 --> 01:14:30.519
ให้นักศึกษาลองทำดูนะคะ

1119
01:14:31.083 --> 01:14:34.519
เป็ฯอย่างไรบ้าง ใครอยากจะให้อาจารย์เดิน

1120
01:14:35.083 --> 01:14:38.519
ไปดูว่าของผม

1121
01:14:39.084 --> 01:14:42.519
ใช้ได้ไหม คำถาม

1122
01:14:43.085 --> 01:14:46.519
ที่นำมาพอจะไหวหรือเปล่า โต๊ะไหนคะ

1123
01:14:47.086 --> 01:14:50.519
เดี๋ยวอาจารย์เดินไปดูให้

1124
01:14:51.087 --> 01:14:54.519

1125
01:14:55.087 --> 01:14:58.519

1126
01:14:59.089 --> 01:15:02.519

1127
01:15:03.090 --> 01:15:06.519

1128
01:15:07.091 --> 01:15:10.519

1129
01:15:11.093 --> 01:15:14.519

1130
01:15:15.094 --> 01:15:18.519

1131
01:15:19.097 --> 01:15:22.519

1132
01:15:23.099 --> 01:15:26.519

1133
01:15:27.099 --> 01:15:30.519

1134
01:15:31.102 --> 01:15:34.519

1135
01:15:35.105 --> 01:15:38.519

1136
01:15:39.107 --> 01:15:42.519

1137
01:15:43.108 --> 01:15:46.519

1138
01:15:47.109 --> 01:15:50.519

1139
01:15:51.111 --> 01:15:54.519

1140
01:15:55.111 --> 01:15:58.519

1141
01:15:59.113 --> 01:16:02.519

1142
01:16:03.118 --> 01:16:06.519

1143
01:16:07.120 --> 01:16:10.519

1144
01:16:11.122 --> 01:16:14.519

1145
01:16:15.124 --> 01:16:18.519

1146
01:16:19.125 --> 01:16:22.519

1147
01:16:23.127 --> 01:16:26.519

1148
01:16:27.129 --> 01:16:30.520

1149
01:16:31.131 --> 01:16:34.519

1150
01:16:35.132 --> 01:16:38.519

1151
01:16:39.133 --> 01:16:42.519

1152
01:16:43.135 --> 01:16:46.519

1153
01:16:47.136 --> 01:16:50.519

1154
01:16:51.138 --> 01:16:54.519

1155
01:16:55.139 --> 01:16:58.519
ที่ให้วัดความรู้นี่

1156
01:16:59.140 --> 01:17:02.518
นะคะ บางคนนักศึกษาต้องนึกถึง

1157
01:17:03.141 --> 01:17:06.518
คนที่ยังไม่ได้ศึกษากฎหมายตัวนี้ เขาอาจมีคำถามว่า

1158
01:17:07.142 --> 01:17:10.519
พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ เห็นไหมคะ

1159
01:17:11.143 --> 01:17:14.518
พระราชบัญญัติเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ก็ฉันเล่น

1160
01:17:15.147 --> 01:17:18.519
โทรศัพท์มือถืออยู่บ้านน่ะ ทำไมถึงผิดตัวนี้

1161
01:17:19.147 --> 01:17:22.519
เห็นไหมคะ ดังนั้นนี่นักศึกษาไปถามเขา

1162
01:17:23.148 --> 01:17:26.519
ว่าคุณนี่มีความรู้ความเข้าใจ

1163
01:17:27.149 --> 01:17:30.518
ในเรื่องพรบ. คอมพิวเตอร์ มากน้อยแค่ไหน

1164
01:17:31.150 --> 01:17:34.519
นะคะ ถ้าเราทำแบบสอบถามนี่ ตัวความเข้าใจนี่

1165
01:17:35.150 --> 01:17:38.519
เขาเข้าใจไหมนะคะ เขาเข้าใจแค่ไหนนะค

1166
01:17:39.152 --> 01:17:42.519
มันก็มี 5 4 3 2 1 ใช่ไหมคะ

1167
01:17:43.152 --> 01:17:46.518
นักศึกษาเข้าไปติ๊ก

1168
01:17:47.166 --> 01:17:50.519
นะคะ ค่าเฉลี่ยเป็นอย่างไร น้อยมาก

1169
01:17:51.167 --> 01:17:54.519
นักศึกษาก็สามารถวัดความรู้ ความเข้าใจได้เลย

1170
01:17:55.168 --> 01:17:58.519
แสดงว่าคนคนนี้ไม่มีความเข้าในมาตรา

1171
01:17:59.169 --> 01:18:02.518
5 6 7 เลย เห็นไหมคะ เพราะมันมี

1172
01:18:03.182 --> 01:18:06.518
ปริมาณ ก็คือค่าคะแนนที่ตำมากนะคะ

1173
01:18:07.183 --> 01:18:10.518
เราก็สามารถเขียนวิเคราะห์ได้เลย

1174
01:18:11.183 --> 01:18:14.519
ไม่ได้เข้าใจเลยว่าระบบคอมพิวเตอร์คืออะไร

1175
01:18:15.185 --> 01:18:18.519
คืออะไรเห็นไหมคะ พอเรามาดูความรู้

1176
01:18:19.185 --> 01:18:22.518
ดูต่อว่าเมื่อเขาไม่เข้าใจนี่ ไอ้

1177
01:18:23.187 --> 01:18:26.519
ตัวความเข้าใจแล้วนี่ แล้วความรู้เขามีไหม

1178
01:18:27.188 --> 01:18:30.519
ในเรื่องของคอมพิวเตอร์นะคะ ปรากฏว่า

1179
01:18:31.202 --> 01:18:34.519
เพราะอาจารย์เอาเป็นข้อเท็จจริง

1180
01:18:35.202 --> 01:18:38.518
ผิดไหม อย่างนั้นผิดไหม แสดงว่าอะไร แสดงว่าเขารู้

1181
01:18:39.203 --> 01:18:42.518
แต่เขาไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ คือ

1182
01:18:43.203 --> 01:18:46.519
ว่ามันผิด แต่ไม่รู้ว่ามันผิดอะไร

1183
01:18:47.203 --> 01:18:50.519
ส่วนใหญ่จะเป็นแบบนี้

1184
01:18:51.204 --> 01:18:54.520
คนตายผิดไหม รู้ว่าผิด แต่กฎหมายอะไรรู้ไหม

1185
01:18:55.205 --> 01:18:58.519
อย่างนี้ค่ะ ส่วนใหญ่จะเป็นแบบนี้

1186
01:18:59.206 --> 01:19:02.518
ดังนั้นนี่นักศึกษาลองทำเลย

1187
01:19:03.206 --> 01:19:06.519
กับอาจารย์ได้ว่า ที่หนูทำมาทั้งหมดนี่

1188
01:19:07.207 --> 01:19:10.518
เหมือนมองเห็นภาพแล้วว่าคนที่หนูไปถามน่ะ

1189
01:19:11.208 --> 01:19:14.518
เหมือนเขารู้นะ เข้าใจนะ แต่พอถามว่า

1190
01:19:15.209 --> 01:19:18.518
ผิดกฎหมายตัวไหน กฎหมายชื่อว่าอะไร ตอบ

1191
01:19:19.210 --> 01:19:22.519
ไปไม่เป็นแล้ว นึกออกไหมคะ หรือบางคน

1192
01:19:23.210 --> 01:19:26.519
เข้าใจว่าระบบคอมพิวเตอร์

1193
01:19:27.210 --> 01:19:30.518
ไม่รู้เลยว่า ATM โทรศัพท์มือถือ

1194
01:19:31.210 --> 01:19:34.519
ก็เป็นระบบคอมพิวเตอร์เหมือนกัน นักศึกษา

1195
01:19:35.211 --> 01:19:38.518
แตกคำถามที่อาจารย์ยกตัวอย่างได้

1196
01:19:39.212 --> 01:19:42.518
หลากหลายเลยนะคะ นักศึกษาอาจจะไปโยงโทรศัพท์

1197
01:19:43.212 --> 01:19:46.518
มือถือใช่ไหมคะ ข้อมูลคอมพิวเตอร์อย่างอื่น

1198
01:19:47.212 --> 01:19:50.519
พวกคุณใช้กันอะไรอย่างนี้

1199
01:19:51.213 --> 01:19:54.518
เฉย ๆ นะคะ ที่ให้นักศึกษาได้เห็นภาพมากขึ้น

1200
01:19:55.214 --> 01:19:58.518
นะคะ มีใคร

1201
01:19:59.214 --> 01:20:02.519
จะให้อาจารย์ดูเพิ่มเติม ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่อง

1202
01:20:03.216 --> 01:20:06.519
ของการวัดความรู้มากกว่า ว่าข้อเท็จจิรล

1203
01:20:07.217 --> 01:20:10.519
มันผิดไหมนะคะ

1204
01:20:11.217 --> 01:20:14.518
มีใครจะให้อาจารย์ดูอีกไหมเอ่ย มีไหมลูก

1205
01:20:15.218 --> 01:20:18.518
อาทิตย์หน้า อาทิตย์หน้านี่

1206
01:20:19.219 --> 01:20:22.519
อาจารย์จะให้นักศึกษาได้ลงพื้นที่นะคะ ไปสอบถาม

1207
01:20:23.224 --> 01:20:26.519
ใช่ไหมคะ ไปสอบถาม

1208
01:20:27.225 --> 01:20:30.519
แจก สามารถแจกแบบสอบถามก็ได้ หรือเราจะใช้ Google Form

1209
01:20:31.226 --> 01:20:34.519
นะคะ ใช้ Google Form

1210
01:20:35.228 --> 01:20:38.518
นักศึกษาอาจจะทำ QR Code

1211
01:20:39.228 --> 01:20:42.519
ในกูเกิลฟอร์มเลย จะได้ไม่เปลืองตัวเอกสาร

1212
01:20:43.230 --> 01:20:46.519
นะคะ แล้วก็ Print ส่ง Print

1213
01:20:47.230 --> 01:20:50.518
ก็คือเป็นแบบรายงานส่งอาจารย์ที่เดียวเลยก็ได้ จะได้ไม่

1214
01:20:51.231 --> 01:20:54.518
ตัวทรัพยากรมากนะคะ

1215
01:20:55.231 --> 01:20:58.518
แล้วก็เหมือนเดิมก็คือ

1216
01:20:59.232 --> 01:21:02.518
พอนักศึกษาไปเก็บข้อมูลแล้วสรุปผล

1217
01:21:03.234 --> 01:21:06.518
นะคะ แล้วก็อาทิตย์ต่อไป ก็คือมา

1218
01:21:07.235 --> 01:21:10.518
รายงานนะคะ อาจารย์อยากจะให้เด็กหูฯ ได้ฝึกรายงาน

1219
01:21:11.236 --> 01:21:14.518
นะคะ เพราะว่า บัดดี้บางคนยังไม่เข้าใจกัน

1220
01:21:15.237 --> 01:21:18.518
นะคะ ไม่เข้าใจในที่นี้คือ อีกฝั่งหนึ่งไป

1221
01:21:19.239 --> 01:21:22.518
แต่อีกฝั่งหนึ่งแปลไม่เป็นนะคะ

1222
01:21:23.240 --> 01:21:26.518
มันปี 3 แล้วน่ะ มันจะต้องเข้าใจมากกว่านี้

1223
01:21:27.240 --> 01:21:30.518
ให้ลองฝึกแล้วก็ ที่อาจารย์บอกไว้

1224
01:21:31.241 --> 01:21:34.518
ถ้าใครไม่ได้ใช่ไหมคะ ไม่สามารถ

1225
01:21:35.242 --> 01:21:38.518
ที่จะมารายางานทันในห้องเรียน อาจารย์ก็บอกว่าให้

1226
01:21:39.243 --> 01:21:42.518
อัดวิดีโอนะคะ อัดวิดีโอนะคะ

1227
01:21:43.247 --> 01:21:46.518
มีหน้าจอเล็ก ๆ อยู่ แล้วก็

1228
01:21:47.249 --> 01:21:50.518
พื้นหลังก็จะเป็นตัว PowerPoint

1229
01:21:51.249 --> 01:21:54.518
นะคะ ใช้ OBS นะคะ

1230
01:21:55.251 --> 01:21:58.519
มีใครมีคำถามเพิ่มเติม

1231
01:21:59.260 --> 01:22:02.518
สามารถใช้ตัวคำถามที่อาจารย์

1232
01:22:03.260 --> 01:22:06.518
ยกตัวอย่างนี่ ปรับเปลี่ยนได้นะคะ

1233
01:22:07.262 --> 01:22:10.518
แล้วก็ถ้าใครยังไม่มั่นใจ เหมือนเดิมค่ะ

1234
01:22:11.263 --> 01:22:14.520
เดี๋ยวอาจารย์ช่วยดูให้นะคะ

1235
01:22:15.279 --> 01:22:18.518

1236
01:22:19.280 --> 01:22:22.518
จริง ๆ อยากได้ข้อมูลเชิงปริมาณ

1237
01:22:23.280 --> 01:22:26.518
จริง ๆ เชิงคุณภาพ นักศึกษาอาจจะไปสอบถามเพื่อนได้

1238
01:22:27.281 --> 01:22:30.518
ไม่กี่คน รุ่นพี่ รุ่นน้องเรา ไปถามเลยนะคะ

1239
01:22:31.295 --> 01:22:34.519
เข้าใจไหม ระบบคอมพิวเตอร์ เข้าใจไหมข้อมูลคอมพิวเตอร์

1240
01:22:35.295 --> 01:22:38.519
เป็นอย่างไร อะไรอย่างนี้ แล้วเขาก็จะอธิบาย

1241
01:22:39.297 --> 01:22:42.518
เอง ไม่เข้าใจ ไม่รู้เรื่องอะไรอย่าง เรา

1242
01:22:43.297 --> 01:22:46.521
ลองถามเขาว่า แล้วรู้ไหมว่ามันมีกฎมาย

1243
01:22:47.298 --> 01:22:50.518
นักศึกษาก็ลองถามข้อมุล

1244
01:22:51.299 --> 01:22:54.518
มาให้มากที่สุด เหมือนที่อาจารย์อธิบายคุณไป

1245
01:22:55.299 --> 01:22:58.518
เขาก็ยังไม่เข้าใจอีก คุณก็ประเมินได้เลบ

1246
01:22:59.302 --> 01:23:02.519
คนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจในกฎหมายคอมพิวเตอร์

1247
01:23:03.302 --> 01:23:06.518
ปัยหาที่ตามมาก็คืออะไร กฎหมายตัวนี้

1248
01:23:07.313 --> 01:23:10.518
มันอาจจะไม่มีประสิทธิภาพ

1249
01:23:11.313 --> 01:23:14.518
มากเพียงพอแล้ว เพราะคนส่วนใหญ่ไม่ได้รู้เลย ว่า

1250
01:23:15.314 --> 01:23:18.518
มีกฎหมายตัวนี้อยู่ ดังนั้น เมื่อไม่รู้

1251
01:23:19.315 --> 01:23:22.518
สูงไหมคะ ก็สูง

1252
01:23:23.316 --> 01:23:26.518
นะคะ ดังนั้นนี่นักศึกษาสามารถสรุปผล

1253
01:23:27.317 --> 01:23:30.518
นักศึกษาสามารถสอบถาม และสามารถสรุปผล

1254
01:23:31.319 --> 01:23:34.518
ได้ทั้งแบบปริมาณ แล้วก็แบบคุณภาพ

1255
01:23:35.319 --> 01:23:38.518
คุณภาพจะได้มา

1256
01:23:39.320 --> 01:23:42.519
คุณถึงจะได้ข้อมูลนี้กลับมานะคะ

1257
01:23:43.322 --> 01:23:46.519
เมื่ออาทิตย์ที่แล้วอาจารย์บอกกับนักศึกษาบาง

1258
01:23:47.322 --> 01:23:50.518
ข้อมูลพวกนี้ เวลาที่ตอนจบ คุณสามารถ

1259
01:23:51.323 --> 01:23:54.518
จบได้นะคะ คุณสามารถเอาข้อมูล

1260
01:23:55.325 --> 01:23:58.519
ที่คุณทำ ๆ อยู่นี่นะคะ ไปสร้างเป็นไอเดียใหม่

1261
01:23:59.330 --> 01:24:02.518
นะคะ จะทำอย่างไร ให้คนรู้

1262
01:24:03.330 --> 01:24:06.518
กฎหมายคอมพิวเตอร์นี้มากขึ้น หรือว่าคุณจะสร้าง

1263
01:24:07.331 --> 01:24:10.518
โปรแกรมตัวไหนนะคะ เข้ามาเพื่อให้เขารู้ว่า

1264
01:24:11.332 --> 01:24:14.518
เขามีการกระทำความผิดแบบนี้มันเสี่ยง

1265
01:24:15.333 --> 01:24:18.518
ที่จะเป็นความผิดที่เกี่ยวกับ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ไหม

1266
01:24:19.334 --> 01:24:22.518
ตัวสร้างโปรแกรมขึ้นมาวัดก็ได้

1267
01:24:23.338 --> 01:24:26.518
วัดการกระทำความผิด คือได้หมดเลย

1268
01:24:27.339 --> 01:24:30.519
เลย เพราะตอนนี้ถ้าเราทำแบบสอบถามมาทั้งหมดนี่ เราอาจจะสรุป

1269
01:24:31.354 --> 01:24:34.518
ได้แล้วว่าคนไม่ได้รู้เลย ว่ากฎหมาย

1270
01:24:35.354 --> 01:24:38.518
มันหน้าตาเป็นอย่างไร

1271
01:24:39.354 --> 01:24:42.519
เกิดขึ้นอย่างนี้ คือข้อมูลที่อาจารย์

1272
01:24:43.355 --> 01:24:46.519
พยายามให้นักศึกษาเก็บมันอาจจะนำไปใช้ได้

1273
01:24:47.356 --> 01:24:50.519
ตอนทำโปรเจกต์จบนะคะ สำหรับคนที่มีวคามเ

1274
01:24:51.357 --> 01:24:54.519
ในตัวประเด็นคำถามเกี่ยวกับตัวกฎหมาย

1275
01:24:55.357 --> 01:24:58.519
มาสอบถามอาจารย์ได้ พี่รุ่นไหน อาจารย์

1276
01:24:59.357 --> 01:25:02.519
ไม่ได้แล้วนะคะ เขาก็เคยเอาพวก

1277
01:25:03.360 --> 01:25:06.519
ประเด็นกฎหมายค่ะ ไปทำโปรเจกต์จบนะคะ เป็น

1278
01:25:07.360 --> 01:25:10.519
ล่าม ขอโทษ ไม่ใช่ล่าม เขาทำ

1279
01:25:11.361 --> 01:25:14.518
ดิกชันนารี เป็นศัพท์

1280
01:25:15.362 --> 01:25:18.519
เทคนิคกฎหมายนะคะ

1281
01:25:19.363 --> 01:25:22.518
อย่างเช่น แบบ กฎหมายอาญาคืออะไร

1282
01:25:23.364 --> 01:25:26.518
แล้วก็อีกคนหนึ่งก็แปลจาก

1283
01:25:27.366 --> 01:25:30.518
ไทยเป็นอังกฤษอย่างนี้ เขาก็ใช้คอมพิวเตอร์

1284
01:25:31.366 --> 01:25:34.519
นะคะ เขาก็สร้างขึ้นมาก็ได้นะคะ

1285
01:25:35.367 --> 01:25:38.518
อาจารย์มีหนังสือของกระทรวงฯ

1286
01:25:39.368 --> 01:25:42.518
ลืมเอามาให้ดู เขาส่งมาให้

1287
01:25:43.369 --> 01:25:46.519
เป็นภาษาล่ามทางกฎหมาย

1288
01:25:47.373 --> 01:25:50.519
เอามาให้พี่อุ๋ยกับพี่ปอยดูนะคะ เพราะว่า

1289
01:25:51.373 --> 01:25:54.519
กระทรวงยุติธรรม เขาส่งมา มันจะเป็นหนังสือ เหมือน

1290
01:25:55.374 --> 01:25:58.519
ภาษาล่ามกฎหมายโดยตรง เขาส่งมา

1291
01:25:59.375 --> 01:26:02.519
ก็เลยลืมหยิบมาให้ดู เผื่อใช้ได้ เผื่อใช้

1292
01:26:03.376 --> 01:26:06.518
ประโยชน์ได้ เพราะว่ากฎหมายมันก็ยังเป็นศัพท์เทคนิค

1293
01:26:07.378 --> 01:26:10.519
ใช่ไหมคะ บางอย่างก็อาจจะยังไม่เข้าใจ เด็ก ๆ เองด้วย ก็

1294
01:26:11.379 --> 01:26:14.519
อาจจะยังไม่เข้าใจ เด็ก ๆ เองก็ยังไม่เข้าใจ

1295
01:26:15.381 --> 01:26:18.519
สำหรับวันนี้นะคะ อาจารย์ลองให้นักศึกษา

1296
01:26:19.381 --> 01:26:22.519
ไปจับคู่คุยกันนะคะ ว่าคุณจะตั้งคำถามประมาณไหน

1297
01:26:23.382 --> 01:26:26.519
นะคะ แล้วก็ Inbox ส่งมาให้อาจารย์ดู

1298
01:26:27.382 --> 01:26:30.519
นะคะ แล้วพออาทิตย์หน้าเราไม่เจอกันนะคะ

1299
01:26:31.384 --> 01:26:34.519
พี่อุ่ย พี่ปอยคะ อาทิตย์หน้าไม่เจอกันนะคะ

1300
01:26:35.392 --> 01:26:38.519
นักศึกษาลงพื้นที่ไปสอบถามข้อมูลเลยนะคะ

1301
01:26:39.393 --> 01:26:42.519
แล้วก็อาทิตย์ต่อไป ค่อยมาสรุปผลเหมือนเดิม

1302
01:26:43.395 --> 01:26:46.519
นะคะ ที่เราคุยกันตามแผนงานเรานะ ใครมีข้อ

1303
01:26:47.395 --> 01:26:50.519
ซักถามสงสัย

1304
01:26:51.396 --> 01:26:54.519
มีไหมเอ่ย

1305
01:26:55.397 --> 01:26:58.519
มีไหมคะ สำหรับเพื่อนที่ไม่มานี่ ติดภารกิจ

1306
01:26:59.399 --> 01:27:02.519
ดูแลกันด้วยนะคะ ถามเพื่อนด้วยนะคะ อาจารย์อยา่กให้

1307
01:27:03.400 --> 01:27:06.519
ทั้งบัดดี้ ทั้งเด็กหู และเด็กปกติ

1308
01:27:07.400 --> 01:27:10.519
ได้คุยกันให้มาก ๆ แล้วก็ลงไปถาม เห็นไหม

1309
01:27:11.400 --> 01:27:14.519
ตอนที่อาจารย์ถาม ตอนคุณ Present รายงาน

1310
01:27:15.401 --> 01:27:18.519
ได้มีส่วนร่วมอะไร ทำอะไร

1311
01:27:19.401 --> 01:27:22.519
ไม่ใช่ให้เด็กปกติทำ หรือ

1312
01:27:23.402 --> 01:27:26.519
ให้เด็กหูทำอย่างเดียว มันต้องร่วมกัน มันต้องร่วมกันไป

1313
01:27:27.403 --> 01:27:30.521

1314
01:27:31.405 --> 01:27:34.519
มีไหมเอ่ย มีใครมีคำถาม ไม่มีนะ

1315
01:27:35.406 --> 01:27:38.519
ไม่มีนะคะ เดี๋ยวเช็กชื่อนะคะ

1316
01:27:39.406 --> 01:27:42.519

1317
01:27:43.408 --> 01:27:46.519

1318
01:27:47.410 --> 01:27:50.519
ชลิกาญ

1319
01:27:51.412 --> 01:27:54.519
อริชญา

1320
01:27:55.414 --> 01:27:58.519
ศิริชัย

1321
01:27:59.416 --> 01:28:02.519
โจโจ้ นะ

1322
01:28:03.426 --> 01:28:06.520
ศิริชัย ปิชาฎา

1323
01:28:07.427 --> 01:28:10.519
ปาย ยุ้ย นัน

1324
01:28:11.428 --> 01:28:14.519
ศินี

1325
01:28:15.429 --> 01:28:18.519
ปุ๊กกี้ลาใช่ไหมคะ

1326
01:28:19.431 --> 01:28:22.519
กาญจนา พิมพา ลา

1327
01:28:23.433 --> 01:28:26.519
สุรเชตย์ อ้น

1328
01:28:27.434 --> 01:28:30.519
ฟ้า วินิจ เต้

1329
01:28:31.436 --> 01:28:34.519
จุทามาศ เบล

1330
01:28:35.437 --> 01:28:38.519
อ๋อ เบลที่อุบัติเหตุ

1331
01:28:39.438 --> 01:28:42.519

1332
01:28:43.439 --> 01:28:46.519
แบน พิสิทธิ์

1333
01:28:47.441 --> 01:28:50.520
เต่า

1334
01:28:51.442 --> 01:28:54.519
คมกฤต

1335
01:28:55.444 --> 01:28:58.519
อรสา

1336
01:28:59.445 --> 01:29:02.519
กาญจนศิริ

1337
01:29:03.446 --> 01:29:06.519

1338
01:29:07.447 --> 01:29:10.519
วันวิสา

1339
01:29:11.449 --> 01:29:14.519
ที่นั่ง นี่ใช่ไหมที่ลา วิภาพร

1340
01:29:15.451 --> 01:29:18.520
ไม่ทราบ วิภาพร

1341
01:29:19.452 --> 01:29:22.519
นัทสุดา จตุรพร

1342
01:29:23.454 --> 01:29:26.519
สุวัต โอ.เค. นะคะ

1343
01:29:27.454 --> 01:29:30.519
ก็เดี๋ยวมีอะไรให้อินบ็อกมาถามอาจารย์นะคะ

1344
01:29:31.455 --> 01:29:34.520
แล้วก็ส่งคำถามมาให้ดูนะคะ หรือใครทำเป็น

1345
01:29:35.457 --> 01:29:38.519
Google Form ก็ส่งทั้งฟอร์มมา

1346
01:29:39.457 --> 01:29:42.519
ก่อนที่จะไปลงพื้นที่จริงในอาทิตย์หน้า

1347
01:29:43.458 --> 01:29:46.519
ถ้าอย่างไรเอาไว้เท่านี้นะคะ แล้วเจอกันอีกทีสัปาดห์

1348
01:29:47.458 --> 01:29:50.519
สัปดาห์ต่อไปที่เป็นการสรุปรายงาน

1349
01:29:51.458 --> 01:29:54.519
วันนี้ขอบคุณค่ะ สวัสดีค่ะ

1350
01:29:55.460 --> 01:29:58.520
(อาจารย์) ขอบคุณพี่ล่ามนะคะ [สิ้นสุดการถอดความ]

1351
01:29:59.461 --> 01:30:02.520

1352
01:30:03.462 --> 01:30:06.520

1353
01:30:07.464 --> 01:30:10.520

1354
01:30:11.466 --> 01:30:14.520

1355
01:30:15.468 --> 01:30:18.520

1356
01:30:19.470 --> 01:30:22.520

1357
01:30:23.473 --> 01:30:26.519

1358
01:30:27.475 --> 01:30:30.519

1359
01:30:31.476 --> 01:30:34.520

1360
01:30:35.478 --> 01:30:38.519

1361
01:30:39.480 --> 01:30:42.520

1362
01:30:43.482 --> 01:30:46.520

1363
01:30:47.485 --> 01:30:50.520

1364
01:30:51.487 --> 01:30:54.520

1365
01:30:55.488 --> 01:30:58.520

1366
01:30:59.490 --> 01:31:02.520
-

1367
01:31:03.491 --> 01:31:06.519
สำหรับแต่ว่าพี่ล่ามนี่ครั้งแรก สำหรับที่ใช้วิธีการนี้

1368
01:31:07.501 --> 01:31:10.520

1369
01:31:11.502 --> 01:31:14.519
แต่ว่าสำหรับนักศึกษาเคยเจอกันหลายครั้งแล้ว

1370
01:31:15.504 --> 01:31:18.521
ถ้าอาจารย์พิเชนท์มา

1371
01:31:19.506 --> 01:31:22.521
แล้วก็ครั้งแรกด้วยที่ใช้วิธีการนี้

1372
01:31:23.506 --> 01:31:26.520
ทีนี้อาทิตย์ที่แล้วนะคะ เราได้...

1373
01:31:27.507 --> 01:31:30.520
นักศึกษาดู

1374
01:31:31.508 --> 01:31:34.520
ค่ะ มาแล้วค่ะ เพิ่งเริ่ม

1375
01:31:35.510 --> 01:31:38.520

1376
01:31:39.511 --> 01:31:42.520
เห็นนะคะ (ล่าม) เห็นค่ะ (อาจารย์)

1377
01:31:43.512 --> 01:31:46.520
ตัวเอกสารนะคะ Powerpoint

1378
01:31:47.513 --> 01:31:50.520
นะคะ พี่ล่ามเห็นด้วยอยู่ไหมคะ

1379
01:31:51.515 --> 01:31:55.515

1380
01:31:55.515 --> 01:31:59.515
อันนี้คือ... ล่าม นักเรียน

1381
01:31:59.516 --> 01:32:03.516
อาจารย์

1382
01:32:03.516 --> 01:32:07.516
ค่ะ ค่ะ

1383
01:32:07.517 --> 01:32:11.517

1384
01:32:11.518 --> 01:32:15.518
อ๋อ

1385
01:32:15.522 --> 01:32:19.520
ที่ใช้นะคะ อาจจะยังงง ๆ อยู่นะคะ

1386
01:32:19.523 --> 01:32:23.521
โอ.เค. ค่ะ

1387
01:32:23.523 --> 01:32:27.520
เอาไว้ ค่ะ ได้ค่ะ เพราะว่าครั้งแรก

1388
01:32:27.524 --> 01:32:31.520
นะคะ อาทิตย์ที่แล้วนะคะ

1389
01:32:31.525 --> 01:32:35.520
นักศึกษาก็ใครสงสัยประเด็นไหน

1390
01:32:35.527 --> 01:32:39.520
นะคะ ก็สามารถสอบถามตัวต่อตัวได้เหมือนกัน

1391
01:32:39.539 --> 01:32:43.520
5 มาตร 6 มาตร 7 ตามหน้าจอนี้

1392
01:32:43.543 --> 01:32:47.520
อาจารย์ได้ให้คำอธิบาย แล้วก็อธิบายความผิด

1393
01:32:47.543 --> 01:32:51.521
ในส่วนของความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เบื้องต้น มาตรา

1394
01:32:51.546 --> 01:32:55.520
ความผิดแต่ละมาตรา ความผิดแต่ละมาตรา

1395
01:32:55.546 --> 01:32:59.520
นะคะ ทีนี้

1396
01:32:59.547 --> 01:33:03.520
ที่อาจารย์ให้นักศึกษาดูนะคะ ว่าลักษณะ

1397
01:33:03.547 --> 01:33:07.520
ในลักษณะที่ผู้ใด ก็คือใครก็ได้

1398
01:33:07.548 --> 01:33:11.520
มันก็จะแตกต่างกันนะคะ อย่างมาตรา 5 นี่

1399
01:33:11.548 --> 01:33:15.520
เป็นความผิดลักษณะไหน มาตรา 5 เป็นความผิด

1400
01:33:15.548 --> 01:33:19.520
ก็คือมีการ ถ้าเป็นภาษาคอม ก็คือมีการ Access

1401
01:33:19.548 --> 01:33:23.520
จะเป็นใครก็ได้ เข้าถึง มีการ

1402
01:33:23.549 --> 01:33:27.521
เข้าถึงนะคะ คำว่าเข้าถึงในที่นี้คืออะไร

1403
01:33:27.550 --> 01:33:31.520
รับอนุญาต ถูกต้องไหมคะ ดังนั้นนี่ถ้า

1404
01:33:31.551 --> 01:33:35.520
ใช่ไหม เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์

1405
01:33:35.553 --> 01:33:39.520
ของบุคคลอื่นโดยไม่ได้

1406
01:33:39.553 --> 01:33:43.520
เข้าได้ คนที่เขาเข้ามาสู่ระบบคอมพิวเตอร์

1407
01:33:43.554 --> 01:33:47.520
มีการเข้าถึงคอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่น

1408
01:33:47.555 --> 01:33:51.520
โดยที่เป็นอย่างไรคะ ตัวเอาไม่ได้อนุญาตให้เขา

1409
01:33:51.555 --> 01:33:55.520
เฉพาะคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ

1410
01:33:55.556 --> 01:33:59.521
ของเรามีความผิดไหมคะ มีความผิด แต่ทีนี้

1411
01:33:59.558 --> 01:34:03.520
ระบบคอมพิวเตอร์นะคะ หมายความว่าอะไรบ้าง

1412
01:34:03.559 --> 01:34:07.521
เอาหมายเลข

1413
01:34:07.560 --> 01:34:11.520

1414
01:34:11.562 --> 01:34:15.520
เอาหมายเลขอะไรดี ตอบอาจารย์หน่อย

1415
01:34:15.562 --> 01:34:19.520
ระบบคอมพิวเตอร์มีอะไรบ้างเอ่ย

1416
01:34:19.562 --> 01:34:23.520
หมายเลข 8 อยากลองเล่นดู

1417
01:34:23.562 --> 01:34:27.521
ระบบคอมพิวเตอร์

1418
01:34:27.563 --> 01:34:31.521
มีอะไรบ้างลูก

1419
01:34:31.563 --> 01:34:35.521
ที่เป็นระบบคอมพิวเตอร์ตามความเข้าใจของเรา

1420
01:34:35.563 --> 01:34:39.520

1421
01:34:39.563 --> 01:34:43.521
ตามภาษาคอมพิวเตอร์ที่เราได้ศึกษา

1422
01:34:43.564 --> 01:34:47.520
เฉพาะคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะนี้ไหมครับ

1423
01:34:47.566 --> 01:34:51.521
ที่เราเรียนมา ระบบคอมพิวเตอร์

1424
01:34:51.567 --> 01:34:55.520
อธิบายให้อาจารย์ฟังหน่อย ระบบคอมพิวเตอร์

1425
01:34:55.568 --> 01:34:59.521
มันคืออะไรบ้างเอ่ย

1426
01:34:59.570 --> 01:35:03.521

1427
01:35:03.570 --> 01:35:07.520
มีข้อมูลต่าง ๆ

1428
01:35:07.570 --> 01:35:11.520
ตามความเข้าใจของเราเลย

1429
01:35:11.571 --> 01:35:15.520
(ล่าม) เขาบอกว่ามีข่าว

1430
01:35:15.573 --> 01:35:19.521
คอมพิวเตอร์ตั้งโต้ะ

1431
01:35:19.573 --> 01:35:23.521
(อาจารย์) ระบบคอมพิวเตอร์ นักศึกษาดูตามเอกสารขอ

1432
01:35:23.573 --> 01:35:27.520
มันมีลักษณะเป็นเหมือนฮาดแวร์

1433
01:35:27.574 --> 01:35:31.520
ที่เราได้เรียนมา

1434
01:35:31.575 --> 01:35:35.521
ทีนี้สิ่งที่นักศึกษาบอกว่าเป็นอะไรนะ มันเป็นข่าว

1435
01:35:35.577 --> 01:35:39.521
ตัวนั้นจะมีลักษณะเป็นเหมือน Software หรือเปล่า

1436
01:35:39.578 --> 01:35:43.520
มันคือกระบวนการไหนลู

1437
01:35:43.580 --> 01:35:47.521
ไอ้ตัวระบบคอมพิวเตอร์

1438
01:35:47.581 --> 01:35:51.521
คำว่าจะต้อง Access เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์

1439
01:35:51.581 --> 01:35:55.521

1440
01:35:55.581 --> 01:35:59.521
มันคือระบบคอมพิวเตอร์ที่หน้าตาอย่างไร

1441
01:35:59.582 --> 01:36:03.521
ยากไปไหม

1442
01:36:03.583 --> 01:36:07.521
ช่วยตอบหน่อย อะไรดี

1443
01:36:07.585 --> 01:36:11.521
มีอะไรบ้างครับ ยังอยู่หมายเลข 8 อยู่นะลูก

1444
01:36:11.586 --> 01:36:15.521
ไหนเพื่อนคนอื่น

1445
01:36:15.587 --> 01:36:19.521
ระบบคอมพิวเตอร์ ๆ

1446
01:36:19.588 --> 01:36:23.521
23

1447
01:36:23.589 --> 01:36:27.521

1448
01:36:27.590 --> 01:36:31.521

1449
01:36:31.590 --> 01:36:35.521
อาจารย์ยกตัวอย่างว่า นี่ค่ะ มันเป็น

1450
01:36:35.591 --> 01:36:39.521
คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะอย่างเดียวไหม

1451
01:36:39.593 --> 01:36:43.522
ใช่หรือเปล่า

1452
01:36:43.593 --> 01:36:47.521
(ล่าม) เขาบอกว่าอย่างเดียว

1453
01:36:47.594 --> 01:36:51.521
ครับ แล้วถ้าเรามีโทรศัพท์มือถือ

1454
01:36:51.594 --> 01:36:55.521
(ล่าม) เขาบอกโทรศัพท์ต้องเป็นอินเทอร์เน็ตน่ะครับ (อาจารย์)

1455
01:36:55.607 --> 01:36:59.521
(ล่าม) ใช่ครับ โทรศัพท์ก็ใช่ครับ

1456
01:36:59.607 --> 01:37:03.521
(อาจารย์) โทรศัพท์ก็ใช่ครับ

1457
01:37:03.608 --> 01:37:07.521
(ล่าม) ใช่ ๆ ๆ ครับ (อาจารย์) อ๋อ

1458
01:37:07.609 --> 01:37:11.521
จะต้องมีระบบเชื่อมโยงเครือข่าย

1459
01:37:11.611 --> 01:37:15.521
อย่างนี้หรือเปล่าคะ

1460
01:37:15.611 --> 01:37:19.521
ระบบคอมพิวเตอร์คืออะไร เพราะตอนนี้อาจารย์

1461
01:37:19.612 --> 01:37:23.521
ถ้าตามสิ่งที่เราได้ศึกษามา

1462
01:37:23.612 --> 01:37:27.521
ในสาขาคอมพิวเตอร์นี่ คำว่า

1463
01:37:27.613 --> 01:37:31.521

1464
01:37:31.614 --> 01:37:35.522
จบนิติศาสตร์นะคะ ก็จะไม่เข้าใจอย่างชัดเจน

1465
01:37:35.615 --> 01:37:39.521
เท่าไหร่ ช่วยอธิบายอาจารย์หน่อย

1466
01:37:39.617 --> 01:37:43.521
(ล่าม) เขาบอกว่ายังเป็นคอมพิวเตอร์ PC อย่างเดียว

1467
01:37:43.621 --> 01:37:47.522

1468
01:37:47.622 --> 01:37:51.521

1469
01:37:51.623 --> 01:37:55.521
ปรบมือให้เพื่อนหน่อยนะคะ เพื่อนตอบถูกนะคะ

1470
01:37:55.634 --> 01:37:59.521
โทรศัพท์ได้ อีเมลก็เหมือนกัน ที่สำคัญ

1471
01:37:59.645 --> 01:38:03.521
จะต้องมีอินเทอร์เน็ต (อาจารย์) โอ.เค.

1472
01:38:03.646 --> 01:38:07.521
นะคะ ที่เราได้ศึกษามา มันจะต้องมีการ

1473
01:38:07.648 --> 01:38:11.521

1474
01:38:11.650 --> 01:38:15.521
แสดงว่าในระบบคอมพิวเตอร์

1475
01:38:15.650 --> 01:38:19.521
ถ้าเป็นแค่คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ

1476
01:38:19.651 --> 01:38:23.521
เชื่อมโยงใช่ไหมคะ ทางอินเทอร์เน็ตทาง

1477
01:38:23.652 --> 01:38:27.521
ระบบเครือข่าย ที่สามารถออนไลน์ได้ด้วย

1478
01:38:27.654 --> 01:38:31.521
อย่างนี้ จะผิด พรบ. คอมพิวเตอร์ไหม

1479
01:38:31.654 --> 01:38:35.522
แต่ไม่เสียบปลั๊ก ใช้งานไม่ได้

1480
01:38:35.655 --> 01:38:39.521
ถ้ามีคนเข้าระบบไปงัดไปแงะ

1481
01:38:39.657 --> 01:38:43.521
ไม่ได้เสียบปลั๊กเลยนะลูก เหมือนเป็นค

1482
01:38:43.657 --> 01:38:47.521
อาจารย์ยกตัวอย่างคือ คอมพิวเตอร์

1483
01:38:47.664 --> 01:38:51.521
ตั้งโต๊ะนี่ล่ะค่ะ ไม่ได้เสียบปลั๊กเลยนะ

1484
01:38:51.664 --> 01:38:55.521
CPU วางอยู่ เขาก็ไปงัด ไปแงะค่ะ

1485
01:38:55.666 --> 01:38:59.521
คอมฯ ที่มันพัง

1486
01:38:59.666 --> 01:39:03.521
วางอยู่แล้วก็มีไอ้ตัว

1487
01:39:03.668 --> 01:39:07.521
เพื่อนตอบว่าอย่างไร

1488
01:39:07.669 --> 01:39:11.521
ถามว่ามันการ

1489
01:39:11.669 --> 01:39:15.521

1490
01:39:15.671 --> 01:39:19.522

1491
01:39:19.671 --> 01:39:23.521
คะ

1492
01:39:23.671 --> 01:39:27.522
(ล่าม) มี ๆ ครับ

1493
01:39:27.673 --> 01:39:31.521
(อาจารย์) ผิดไหม

1494
01:39:31.673 --> 01:39:35.521

1495
01:39:35.673 --> 01:39:39.521

1496
01:39:39.674 --> 01:39:43.521
นะครับ (อาจารย์)

1497
01:39:43.676 --> 01:39:47.521

1498
01:39:47.677 --> 01:39:51.521
(ล่าม) เขาบอกว่าได้ในคอมพิวเตอร์มันมีความจำอยู่

1499
01:39:51.678 --> 01:39:55.522
มันก็ยังมีเหมือนหน่วยความจำ มี CPU ใช่ไหมคะ

1500
01:39:55.679 --> 01:39:59.521

1501
01:39:59.679 --> 01:40:03.521
(อาจารย์) เพื่อนบอกว่า ในตัวนี้

1502
01:40:03.680 --> 01:40:07.521
ระบบเครือข่ายออนไลน์ไหม

1503
01:40:07.681 --> 01:40:11.522
แต่กรณีที่อาจารย์ยกตัวอย่าง ไปงัดไปแงะ

1504
01:40:11.682 --> 01:40:15.521
เพื่อเอาข้อมูลออกไป โดยที่ใช้

1505
01:40:15.682 --> 01:40:19.523
เห็นไหม นี่คือความแตกต่างนะคะ เมื่อกี้เราก็บอกว่า

1506
01:40:19.683 --> 01:40:23.521
ได้ใช้ไหม อาจารย์บอกแล้วไม่ได้เสียบปลั๊กเลยนะลูก

1507
01:40:23.684 --> 01:40:27.521
ไม่ได้เสียบปลั๊กเลยนะคะ

1508
01:40:27.685 --> 01:40:31.521
คอมพิวเตอร์นะคะ แต่ถ้าเราไม่ได้เสียบปลั๊กเลย

1509
01:40:31.686 --> 01:40:35.521
ถ้ามันจะเป็นการ Access เข้าคอมพิวเตอร์ได้

1510
01:40:35.686 --> 01:40:39.521
ของการเชื่อมต่อออนไลน์ใช่ไหมคะ มันถึงจะผิด พรบ.

1511
01:40:39.689 --> 01:40:43.521
มันจะผิดกฎหมายอาญา คือลักทรัพย์

1512
01:40:43.690 --> 01:40:47.521
คอมฯ มันพังอยู่นะคะ แล้วก็มีคนไปงัดไปแงะ

1513
01:40:47.690 --> 01:40:51.521
แล้วก็เอาอุปกรณ์ไป อันนี้

1514
01:40:51.692 --> 01:40:55.521
โอ.เค. นะคะ แต่ถือว่าเพื่อน

1515
01:40:55.693 --> 01:40:59.521
นะคะ แต่มันยังไม่ได้ผิด

1516
01:40:59.705 --> 01:41:03.521
พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ หรือกฎหมายคอมพิวเตอร์

1517
01:41:03.706 --> 01:41:07.522

1518
01:41:07.706 --> 01:41:11.522
มีความเข้าใจนะคะ มีความเข้าใจ

1519
01:41:11.707 --> 01:41:15.522
ไปหมายเลขไหนต่อดีนะ

1520
01:41:15.708 --> 01:41:19.522
จะต้องมีการ Access เข้า

1521
01:41:19.710 --> 01:41:23.522
คุณโจโจ้นะคะ คุณโจโจ้

1522
01:41:23.721 --> 01:41:27.522
เมื่อกี้ที่อาจารย์ยกตัวอย่างว่า ถ้า

1523
01:41:27.722 --> 01:41:31.522
โทรศัพท์ โทรศัพท์วางอยู่บนโต๊ะ

1524
01:41:31.722 --> 01:41:35.522
สู่ระบบคอมพิวเตอร์ใช่ไหมคะ ต้องมีการออนไลน์

1525
01:41:35.723 --> 01:41:39.521
ถ้าโทรศัพท์เมื่อกี้ที่อาจารย์ยกตัวอย่าง

1526
01:41:39.723 --> 01:41:43.522
กดเข้าไปดู อย่างนี้ผิด พรบ.

1527
01:41:43.724 --> 01:41:47.522
นะคะ แล้วเราก็

1528
01:41:47.724 --> 01:41:51.522
หยิบโทรศัพท์ของใครก็ไม่รู้ล่ะ กดเข้าไป

1529
01:41:51.726 --> 01:41:55.521
(ล่าม) ผิดครับ (อาจารย์) ที่ผิดเพราะอะไรครับ

1530
01:41:55.727 --> 01:41:59.521
คอมไหมคะ ผิดกฎหมายคอมพิวเตอร์ไหม

1531
01:41:59.727 --> 01:42:03.521

1532
01:42:03.728 --> 01:42:07.522
(อาจารย์) เข้าไปในระบบคอมพิวเตอร์

1533
01:42:07.729 --> 01:42:11.521
ทราบไหมคะ

1534
01:42:11.729 --> 01:42:15.521
(ล่าม) ก็เราแอบเข้าไปน่ะครับ

1535
01:42:15.730 --> 01:42:19.523
ใช่ไหมคะ ทีนี้อาทิตย์ที่แล้ว

1536
01:42:19.731 --> 01:42:23.522
ของคนอื่นใช่ไหมคะ โดยที่บุคคลนั้นอนุญาตไหม

1537
01:42:23.731 --> 01:42:27.521
อนุญาต ไม่ได้อนุญาต

1538
01:42:27.745 --> 01:42:31.521
หยิบโทรศัพท์เครื่องนั้นขึ้นมา แล้วกดเข้าไป

1539
01:42:31.746 --> 01:42:35.521
อาจารย์ยกตัวอย่างแล้วล่ะ ถ้าเราเห็นโทรศัพท์

1540
01:42:35.747 --> 01:42:39.522
ตกอยู่ที่พื้นนะคะ เราก็

1541
01:42:39.748 --> 01:42:43.522
เรากดเข้าไปดูข้อมูล

1542
01:42:43.748 --> 01:42:47.521
เพื่อที่จะไปดูว่า โทรศัพท์เครื่องนี้

1543
01:42:47.754 --> 01:42:51.521
เป็นของใคร พอ

1544
01:42:51.754 --> 01:42:55.522
พอเราพบแล้ว ว่ามันเป็นของอ้นนี่

1545
01:42:55.755 --> 01:42:59.522
เข้าไปดูในระบบคอมพิวเตอร์ และเข้าไปดู

1546
01:42:59.755 --> 01:43:03.521
ว่าเป็นของใคร

1547
01:43:03.757 --> 01:43:07.522
ผิดตามกฎหมายนี้อยู่ไหมคะ

1548
01:43:07.759 --> 01:43:11.522
เพื่อนเรา เราก็เอาโทรศัพท์เครื่องนั้

1549
01:43:11.760 --> 01:43:15.522
ไปคืนอ้น ถามว่ายังมี

1550
01:43:15.761 --> 01:43:19.522
โจโจ้เก็บได้ แล้วโจโจ้ก็เข้ามือถือ

1551
01:43:19.768 --> 01:43:23.522
มันเป็นความผิดแล้วหรือยัง

1552
01:43:23.768 --> 01:43:27.522
โจโจ้เก็บได้

1553
01:43:27.770 --> 01:43:31.522
เป็นของใคร โจ้ก็เอาไปคืนเพื่อน

1554
01:43:31.771 --> 01:43:35.521
เขา เข้าไปดูข้อมูล เข้าไปดูเบอร์โทร

1555
01:43:35.772 --> 01:43:39.522
เพื่อที่จะได้รู้ว่า โทรศัพท์เครื่องนี้เป็นของใคร

1556
01:43:39.783 --> 01:43:43.522

1557
01:43:43.785 --> 01:43:47.522
ถามว่าเป็นความผิดไหม

1558
01:43:47.786 --> 01:43:51.522
ผิดไหมคะ โจ้

1559
01:43:51.787 --> 01:43:55.522
ว่าต่อไปนี้เราเจอโทรศัพท์ใครเราก็ไม่กล้าหยิบเลยสิ

